‘อุ๊งอิ๊ง’ นำทีมเพื่อไทย รุกเจรจา ‘ก้าวไกล’ ขอเสียงโหวตนายก ฝ่าวิกฤตประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555658

09 ส.ค. 2566

‘อุ๊งอิ๊ง’ นำทีมเพื่อไทย รุกเจรจา ‘ก้าวไกล’ ขอเสียงโหวตนายก ฝ่าวิกฤตประเทศ

‘อุ๊งอิ๊ง’ นำทีมแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินเท้าเข้าตึกไทยซัมมิท คาดเจรจากับก้าวไกล ขอเสียงโหวตนายกรอบ3 ฝ่าวิกฤตประเทศ ด้านเจ้าตัวยิ้มแก้มปริ คนเสื้อแดง แห่ให้กำลังใจขอ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ให้สำเร็จ ‘แฟนคลับ’ ลั่น รับได้หากร่วมพรรคลุงแล้วทำประเทศเดินหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พรรคเพื่อไทย ‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมประชุมอัปเดตงาน โดย น.ส.แพทองธาร ได้เดินลงมาที่บริเวณชั้น 1 เพื่อซื้อเครื่องดื่มร้าน Think lab และได้เจอกับบรรดาแฟนคลับ พรรคเพื่อไทยที่เข้ามารอให้กำลังใจ และขอถ่ายภาพ ขอลายเซ็น จำนวนมาก

ช่วงหนึ่งบรรดาแฟนคลับพรรคเพื่อไทย ได้ถาม น.ส.แพทองธาร ถึงความคืบหน้าการรวมเสียง “จัดตั้งรัฐบาล” ก่อนมีเสียงสนับสนุนให้ดึงพรรค 2 ลุงมาช่วยเพิ่มเสียง รวมถึงยังบอกว่า “เราสู้กันมา เราต้องเป็นรัฐบาล เราจะยอมเป็นฝ่ายค้านเพื่ออะไร” โดย น.ส.แพทองธาร ระบุว่า ที่คนพูดว่าเราบอกจะปิดสวิตช์ สว. ถ้าเราแลนด์สไลด์ แต่วันนี้เราทำไม่สำเร็จ และพอไม่สำเร็จก็ต้องมาดูตัวเลขว่าทำอย่างไรที่จะได้ตั้งรัฐบาล เราอยากผลักดันนโยบายพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยก็ต้องสู้เต็มที่ ซึ่งตนก็รู้ว่าบรรดาแฟนคลับหลายคนเข้าใจ ส่วนคนที่ไม่เข้าใจก็ยังคงมีอารมณ์อยู่ แต่หวังได้อธิบายกันด้วยเหตุผล ไม่ต้องสู้กันด้วยความรุนแรง

น.ส.แพทองธาร เปิดเผยว่า ยอมรับว่ามีคนมาให้กำลังใจแล้วก็รู้สึกดีใจ และดีใจที่ทุกคนเข้าใจเพราะพรรคเพื่อไทยทำแลนด์สไลด์ไม่สำเร็จ พอไม่สำเร็จเราในฐานะพรรคที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นพรรคอันดับที่สอง ต้องจัดตั้งรัฐบาล เราก็พยามเต็มที่ที่จะ “จัดตั้งรัฐบาล”ให้ได้ เพื่อที่เราจะได้ผลักดันนโยบายของเราต่อดังที่เคยสัญญากับประชาชนไว้ รวมถึงเข้าใจทุกคนที่กำลังมีความรู้สึกต่างๆ ซึ่งตนก็ผ่านความรู้สึกเหล่านั้นมาแล้วเหมือนกัน เราต้องมุ่งหน้า ว่าประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติต้องมาก่อน เพราะฉะนั้นเรื่องต่างๆ คงต้องก้าวข้ามผ่านไปให้ได้ ก่อนกล่าวทิ้งท้ายว่า “ถ้าอิ๊งค์จะขออะไรสักอย่าง ก็ขอแค่กำลังใจจากทุกคนเท่านั้นเอง”

แฟนคลับพรรคเพื่อไทย ให้กำลังใจ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย

เมื่อถามต่อถึงบรรยากาศในที่ประชุม สส. เมื่อวานนี้ น.ส.แพทองธาร แซวผู้สื่อข่าวว่าวันนี้มาสัมภาษณ์เราเหรอ เราจะลงมาซื้อขนม ก่อนตอบว่าดีใจที่ได้เจอกับทุกคน ซึ่งทุกคนในพรรคก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน นาทีนี้ก็ยังมีหลายคนที่ไม่เข้าใจพรรคเพื่อไทย แต่หากดูตามหลักการแล้วเราก็พยายามทำให้ดีที่สุดอยู่

‘อุ๊งอิ๊ง’ นำทีมเพื่อไทย รุกเจรจา ‘ก้าวไกล’ ขอเสียงโหวตนายก ฝ่าวิกฤตประเทศ
‘อุ๊งอิ๊ง’ นำทีมเพื่อไทย รุกเจรจา ‘ก้าวไกล’ ขอเสียงโหวตนายก ฝ่าวิกฤตประเทศ

จากนั้น น.ส.แพทองธาร ได้เดินเข้าร้าน Think lab เพื่อซื้อเครื่องดื่มเมนู“แดงโซดามะนาว” พร้อมกล่าวติดตลกสั้นๆ ว่า เติมความแดง ยังแดงไม่พอต้องเติมอีก ก่อนเดินออกมาแจกลายเซ็นให้กับบรรดาแฟนคลับที่มารอพบอย่างเป็นกันเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ร่วมเดินเท้าจากอาคารโอเอไอ ทาวเวอร์ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ไปตึกไทยซัมมิท เพื่อเข้าเจรจากับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) คาดหารือถึงแนวทางการขอเสียงสนับสนุนโหวตเลือกนายกรอบ3 เพื่อฝ่าวิกฤตประเทศ

อุ๊งอิ๊ง  นำทีมแกนนำพรรคเพื่อไทย รุกเจรจา พรรคก้าวไกล ขอเสียงโหวตนายกรัฐมนตรี อุ๊งอิ๊ง นำทีมแกนนำพรรคเพื่อไทย รุกเจรจา พรรคก้าวไกล ขอเสียงโหวตนายกรัฐมนตรี

เคาะแล้ว ก้าวไกล ส่ง ‘พงศธร ศรเพชรนรินทร์’ สู้ศึก ‘เลือกตั้งซ่อม’ ระยอง เขต3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555649

09 ส.ค. 2566

เคาะแล้ว ก้าวไกล ส่ง ‘พงศธร ศรเพชรนรินทร์’ สู้ศึก ‘เลือกตั้งซ่อม' ระยอง เขต3

พรรคก้าวไกล ส่ง ‘พงศธร ศรเพชรนรินทร์’ อดีตผู้สมัครสส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 52 ลง ‘เลือกตั้งซ่อม’ เขต 3 ระยอง ‘พิธา’ เตรียมลงพื้นที่เปิดตัวด้วยตนเอง 13 ส.ค.นี้ ด้าน ‘ไอซ์ นครชัย’ ยันยังคงทำงานกับพรรคต่อ พร้อมสู้คดี

นายนครชัย ขุนณรงค์ หรือ ‘ไอซ์ ระยอง’ อดีต สส.เขต 3 จ.ระยอง พร้อมด้วย นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม โครงการจิตอาสาพระราชทาน“เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ร่วมกิจกรรมทำความสะอาดและเก็บขยะชายหาดแหลมแม่พิมพ์ ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง โดยมี น.ส.กานต์จรัส เอียดทองใส นายอำเภอแกลง และ นายประยุทธ์ พานทอง ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และข้าราชการ อ.แกลง เข้าร่วมกันเก็บขยะริมชายหาด เนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน

นายนครชัย ระบุว่า สำหรับผู้สมัครของพรรคก้าวไกลที่จะลงสมัคร เขต 3 ระยอง ทางพรรคได้เลือกคนแล้ว ซึ่งจะเปิดตัวในวันที่ 13 ส.ค. 2566 โดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะเดินทางมาเปิดตัวผู้สมัครที่ อ.แกลง จ.ระยอง โดยตนเองจะยังคงช่วยผู้สมัครหาเสียง และช่วยทำงานเคียงคู่กันไป ก็ขอให้ด้อมส้มมาเป็นกำลังใจให้ต่อไป

ทั้งนี้ นายนครชัย กล่าวถึงคดีในอดีตว่า ถือเป็นความผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะตนเองคิดว่าความผิดเกิน 20 ปีแล้ว อีกทั้งทาง กกต. ไม่ได้คัดค้าน จึงลาออกเพื่อต่อสู้เรื่องคดี

สำหรับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่ลงสมัคร “เลือกตั้งซ่อม” สส.เขต 3 จ.ระยอง คาดว่าทางพรรคจะส่ง นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ผู้สมัครสส.ระบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคก้าวไกล ลำดับที่ 52 พรรคก้าวไกล และยังเป็นหนึ่งในทีมงานพรรคก้าวไกล จ.ระยอง ซึ่งร่วมทำงานกับพรรคฯ มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ 

ประวัติ พงศธร ศรเพชรนรินทร์ สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี จากคณะพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาเดียวกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแกนนำของพรรคอีกหลายคน

‘เสรีพิศุทธ์’  ชี้ อย่าคิดมาก ไล่หนูตีงูเห่า – สามก๊ก แม่ทัพตาย ควรเอาไพร่พล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555647

09 ส.ค. 2566

'เสรีพิศุทธ์'  ชี้ อย่าคิดมาก ไล่หนูตีงูเห่า - สามก๊ก  แม่ทัพตาย ควรเอาไพร่พล

 1 เสียง ร่วมสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล   หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย   “เสรีพิศุทธ์ ”  มองประเด็นดั้งเดิมระหว่าง เพื่อไทย – ภูมิใจไทย  จากกุศโลบาย “ไล่หนูตีงูเห่า”  ก็แค่เรื่องหาเสียงทุกอย่างเปลี่ยนแปลงกันได้อย่ายึดติด ส่วนพรรค 2 ลุง   นิยาม แม่ทัพตาย ก็ควรเอาไพร่พลมาส่องสุม 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ  หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย   แถลงตอนหนึ่งที่รัฐสภาในการประกาศความร่วมกับ  เพื่อไทย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลว่า  ประชาชนที่ขณะนี้เข้าใจผิดว่าตอนหาเสียงพูดแบบนั้นแบบนี้  ” ไล่หนูตีงูเห่า”  จะเปลี่ยนแปลงหรือละเมิดไม่ได้ไม่ใช่   การหาเสียงก็คือการหาเสียง เพื่อให้ได้คะแนนมาบริหารประเทศ   ไม่ใช่นโยบายพรรค หากไม่ทำตามนโยบายแบบนั้นจึงจะผิดสัญญา   ดังนั้นการหาเสียงจึงเป็นเรื่องปกติ ได้คะแนนมาก็บริหารกันไป

นอกจากนี้ที่บอกว่ารวมพรรคนั้นได้ พรรคนี้ไม่ได้ ตนก็อยากขอให้ดู “สามก๊ก” หรือประวัติศาสตร์ชาติไทย ถ้าฆ่าแม่ทัพตาย จะเอาไพร่พลไว้เลี้ยงดูหรือไม่ หรือจะฆ่าทิ้งให้หมด พรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไปแล้ว ไม่มีแม่ทัพ ควรเอาหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่าควรเลี้ยงดูไว้ ส่วนพรรคพลังประชารัฐ แม่ทัพอยู่ แต่ก็ยอมแพ้  ควรเอาไพร่พลมาเลี้ยงดูหรือไม่ อยากขอให้ประชาชนเปิดใจให้กว้าง เพื่อให้พรรค เพื่อไทย จัดตั้งรัฐบาลให้ได้

“หลังการเลือกตั้งพรรคก้าวไกลมีคะแนนเสียงอันดับ 1 เราก็ทำทุกอย่าง สนับสนุนพรรคก้าวไกลให้จัดตั้งรัฐบาล แต่ปรากฏว่าไม่สามารถเดินไปสู่จุดนั้นได้ ก็เปลี่ยนเป็นพรรคเพื่อไทย ซึ่งเขากำลังทำทุกวิถีทางสลายขั้วการเมืองให้เดินหน้า ”  หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าว 

เปิดคำแถลง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ พรรคเพื่อไทย ชู 5 ข้อ ช่วยกันฝ่าวิกฤตประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555642

09 ส.ค. 2566

เปิดคำแถลง ‘จัดตั้งรัฐบาล’  พรรคเพื่อไทย ชู 5 ข้อ ช่วยกันฝ่าวิกฤตประเทศ

เปิดคำแถลง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ นำโดย พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมประกอบด้วย พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย และพรรคชาติพัฒนากล้า

สรุปคำแถลง “จัดตั้งรัฐบาล” 6 พรรคร่วมรัฐบาล ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ โดยมีพรรคร่วมประกอบด้วย พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย และพรรคชาติพัฒนากล้า ชู 5 ข้อช่วยกันฝ่าวิกฤตประเทศ

คำแถลงจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองต่างๆ

1.วันนี้ พรรคเพื่อไทยได้รวบรวมเสียงเพิ่มเติม และได้รับการสนับสนุนจาก 6 พรรคการเมืองประกอบด้วย พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคเพื่อไทยรวมพลัง พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย และรวมเสียงโหวตได้มากกว่ากึ่งหนึ่งแล้ว

2. พรรคเพื่อไทยและทุกพรรคการเมืองคาดหวังอย่างยิ่งว่า จะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ สลายขั้วการเมือง ทุกฝ่าย เดินหน้าขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคการเมือง และเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ สามารถบริหารประเทศ และเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้โดยเร็ว ที่ขณะนี้กำลังเผชิญความเดือดร้อนรุนแรง การประวิงเวลาออกไปยิ่งทำให้เกิดความเสียหายยิ่งขึ้น การจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วเท่าไรจะยิ่งแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น

 แกนนำ 6 พรรคร่วมรัฐบาล แกนนำ 6 พรรคร่วมรัฐบาล

เปิดคำแถลง ‘จัดตั้งรัฐบาล’  พรรคเพื่อไทย ชู 5 ข้อ ช่วยกันฝ่าวิกฤตประเทศ

3. เรายืนยันจะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความพิเศษ ท่ามกลางวิกฤตรัฐธรรมนูญ วิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน และวิกฤตความขัดแย้งในสังคม แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งสีแบ่งขั้ว

เปิดคำแถลง ‘จัดตั้งรัฐบาล’  พรรคเพื่อไทย ชู 5 ข้อ ช่วยกันฝ่าวิกฤตประเทศ
เปิดคำแถลง ‘จัดตั้งรัฐบาล’  พรรคเพื่อไทย ชู 5 ข้อ ช่วยกันฝ่าวิกฤตประเทศ

4.การที่จะแก้วิกฤตครั้งนี้ได้ ต้องสลายขั้วการเมือง ดึงความร่วมมือจากทุกพรรคทุกฝ่าย ทุกกลุ่ม ทุกคน เพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทย และนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำ เพื่อนำรัฐธรรมนูญออกจากวิกฤต เพื่อนำประชาชนให้พ้นทุกข์ เพื่อสร้างความสามัคคี สมานฉันท์ โดยถือเป็น “วาระประเทศ” ที่สำคัญอย่างสูงสุด

5.เราอยากขอวิงวอน ให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองที่ให้การสนับสนุนในครั้งนี้ เราจะช่วยกันฝ่าวิฤตเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนทุกคน

เราหวังจะเห็นความสามัคคีของทุกฝ่ายในประเทศ

9 สิงหาคม 2566

เปิดคำแถลง จัดตั้งรัฐบาล  พรรคเพื่อไทย ชู 5 ข้อช่วยฝ่าวิกฤตประเทศเปิดคำแถลง จัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทย ชู 5 ข้อช่วยฝ่าวิกฤตประเทศ

เลือกตั้งซ่อมระยอง ‘พิธา’ จ่อเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.-ขอบคุณประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555629

09 ส.ค. 2566

เลือกตั้งซ่อมระยอง ‘พิธา’ จ่อเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.-ขอบคุณประชาชน

หัวหน้าพรรคก้าวไกล ‘ทิม พิธา’ เตรียมลงพื้นที่ เปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร สส.ก้าวไกล ระยองเขต3 อาทิตย์ที่ 13 ส.ค. พร้อมลงชิง ‘เลือกตั้งซ่อม’ หลังจาก ‘ไอซ์ ระยอง’ ลาออก เหตุเคยต้องคดี

วันที่ 9 ส.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล มีกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดระยองในวันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม 2566 เพื่อเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดระยอง เขตเลือกตั้งที่ 3 ภายหลังจากที่ นายนครชัย ขุนณรงค์ อดีต สส. ในเขตดังกล่าว ประกาศลาออก เนื่องจากเคยต้องโทษคดีลักทรัพย์เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน

ทั้งนี้ แฟนเฟซบุ๊ก ก้าวไกล ระยอง โพสต์ข้อความว่า “ทิม พิธา พร้อมทัพใหญ่ก้าวไกลจะมาเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 3 วันที่ 13 ส.ค.นี้ชาวแกลง เขาชะเมามาพบกันน้า”

เลือกตั้งซ่อมระยอง ‘พิธา’ จ่อเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.-ขอบคุณประชาชน

ซึ่งเป็นการลงพื้นที่เพื่อเปิดตัวของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมทีมงาน และว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต3 ภายหลังจากที่ มีการหารือกรรมการบริหารพรรคและ สส.ของพรรคเมื่อวานนี้(8 ส.ค.) ในการเตรียมพร้อมการเลือกตั้งซ่อม ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณวันที่ 10 ก.ย.นี้ หลังนายนครชัย ขุนณรงค์ หรือไอซ์ ระยอง ลาออก จากตำแหน่ง สส.เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2566 เนื่องจากเคยมีคดีต้องโทษจำคุก 3 ปี ในคดีลักทรัพย์ จนเป็นกระแสวิพากวิจารณ์เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงพื้นที่ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในครั้งนี้ นอกจากเป็นการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง แล้ว ยังเป็นการลงพื้นที่ขอบคุณประชาชนด้วย ซึ่งตามช่วงเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วางไว้ คาดว่าน่าจะได้มีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนกันยายน ขณะที่เมื่อวานที่ผ่านมา (8 สิงหาคม 2566) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. …. และคาดว่าจะเกิดการเลือกตั้งขึ้นในวันที่ 10 กันยายน 2566.

ส่วนการลงพื้นที่ครั้งนี้ นอกจากเป็นการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งซ่อมแล้ว ยังเป็นการลงพื้นที่เพื่อขอบคุณประชาชนอีกด้วย

นักวิชาการแนะ ‘ก้าวไกล’ ตั้งเงื่อนไข โหวต ‘เพื่อไทย’ เป็นรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555630

09 ส.ค. 2566

นักวิชาการแนะ 'ก้าวไกล' ตั้งเงื่อนไข โหวต 'เพื่อไทย' เป็นรัฐบาล

โหวตให้ ‘เพื่อไทย’ ต้องมีเงื่อนไข อย่างน้อยต้องไม่ขัดขวางร่างกฎหมายที่เป็นนโยบายของพรรค ‘ก้าวไกล’ และไม่ให้พรรคภูมิใจไทย บริหารกระทรวงเก่า

รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์  คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยากเห็นเงื่อนไข หากก้าวไกลจะโหวตให้เพื่อไทยเป็นรัฐบาลต้องไม่วางอยู่บนเหตุผลว่าก้าวไกลต้องเสียสละจะได้เป็นฮีโร่ และไม่ใช่ด้วยเหตุผลเรื่องปิดสวิทช์ สว. แต่ต้องอยู่บนเหตุผลว่าประชาชนจะได้อะไร ซึ่งหมายความว่าเพื่อไทยจะต้องทำอะไรด้วย
ดังนั้นถ้าก้าวไกลจะโหวตให้เพื่อไทยจะต้องมีเงื่อนไขขั้นต่ำดังต่อไปนี้

1.เพื่อไทยต้องประกาศอย่างเป็นทางการ ขอความกรุณาให้ก้าวไกลสนับสนุนแคนดิเดตของตน

2. เพื่อไทยต้องทำพันธะสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรประกาศต่อประชาชนดังต่อไปนีั

2.1. พท.จะโหวตสนับสนุนร่างกฎหมายสำคัญๆ ที่ก้าวไกลผลักดันเข้าสู่สภาโดยไม่บิดพลิ้ว  ได้แก่

– กฎหมายที่มุ่งปฏิรูปอำนาจของกองทัพ (พรบ.ระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม,  พรบ.ความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.), พรบ.เกณฑ์ทหาร, ยกเลิกกฎอัยการศึก)

– ร่าง พรบ.สุราก้าวไกล

– ร่าง พรบ.สมรสเท่าเทียม,

– ทำประชามติเลือกตั้งผู้ว่าฯ,

– ประกาศรับรองเขตอำนาจของ ICC ตามมาตรา 12 (3) ของธรรมนูญกรุงโรม และเชิญ ICC เข้ามาสอบสวนกรณีการปราบปรามประชาชนปี 2553 และร่างกฎหมายอื่นที่ก้าวไกลเห็นว่ามีความสำคัญเร่งด่วน

2.2 เพื่อไทยต้องสัญญว่ารัฐบาลภายใต้การนำของตนต้องไม่มีพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติ แน่ๆ

2.3. รัฐบาลของเพื่อไทย แม้จะมีภูมิใจไทย แต่จะไม่ให้ภูมิใจไทยคุมกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคม เพราะภูมิใจไทยล้มเหลวในการแก้ไขวิกฤติโควิด-ปัญหาสาธารณสุขไทยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา  และยังมีคดีทุจริตคอรัปชั่นในกระทรวงคมนาคมด้วย

ถ้าอยากได้โหวตจากก้าวไกล เพื่อไทยต้องยอมรับเงื่อนไขข้างต้นเป็นขั้นต่ำเท่านั้น ประชาชนจึงจะมีความมั่นใจขึ้นมาอีกสักนิดว่า การโหวตให้เพื่อไทยจะไม่ใช่เป็นการพายเรือให้โจรนั่งฟรีๆ โดยประชาชนไม่ได้อะไรเลย  หากน้อยกว่านี้ก้าวไกลไม่จำเป็นต้องโหวตให้เพื่อไทยเลย เสียงสส.ของก้าวไกลมีจุดกำเนิดมาจากประชาชนที่สนับสนุนนโยบายที่ก้าวไกลเสนอข้างต้น  ถ้าจะโหวตให้พรรคไหน ก็ต้องผูกมัดกับพันธกิจที่ก้าวไกลสัญญาไว้กับประชาชน ไม่ใช่นำเสียงของประชาชนไปใช้มั่วซั่ว

แน่นอนว่าเราย่อมไม่สามารถวางใจได้ 100% ต่อผู้ที่เคยบิดพลิ้วมาแล้ว แต่หากไม่มีพันธะสัญญาผูกมัดเพื่อไทยเลย ประชาชนก็เตรียมตัวผิดหวังได้ 100%

รศ.ดร. พวงทอง ทิ้งท้ายว่าไม่ได้กำลังกดดันให้ก้าวไกลต้องโหวตให้ เพื่อไทย เพราะถ้าก้าวไกลไม่โหวตก็ไม่มีปัญหา แต่เกรงว่าแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้ก้าวไกลต้องโหวตให้เพื่อ ฉะนั้น ถ้าจะโหวต ควรต้องมีเงื่อนไขที่สมเหตุสมผล

ด่วน ‘เพื่อไทย’ แถลงร่วม 6พรรค ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ขยับเพิ่มเป็น 228 เสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555623

09 ส.ค. 2566

ด่วน 'เพื่อไทย' แถลงร่วม 6พรรค 'จัดตั้งรัฐบาล' ขยับเพิ่มเป็น 228 เสียง

พรรคเพื่อไทย แถลงร่วม แกนนำ 6 พรรคร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ เสียงขยับเพิ่มเป็น 228 เสียง ย้ำสลายขั้วการเมืองทุกฝ่าย เดินหน้าขอเสียงสส.จากทุกพรรคการเมือง และ สว.เพื่อโหวตนายกรอบ3 และจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2566 เวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา แกนนำพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายประสริฐ จันทรวงทอง เลขาธิการพรรค ร่วมกับแกนนำจาก 6 พรรคประกอบด้วย พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทยรวมพลัง พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคท้องที่ไทย และพรรคชาติพัฒนากล้า แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีความคืบหน้าการ “จัดตั้งรัฐบาล”
 

นพ.ชลน่าน แถลงว่า ตามที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ“จัดตั้งรัฐบาล” ร่วมกับพรรคภูมิใจไทยได้แถลงไปแล้วเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา วันนี้พรรคเพื่อไทยรวบรวมเสียงเพิ่มเติมจากอีก 6 พรรค ขณะนี้พวกเราได้รวบรวมเสียงทั้งหมดมากกว่ากึ่งหนึ่ง

พรรคเพื่อไทยและทุกพรรคคาดหวังจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมือง ในการขอเสียงจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)และเสียงจากสมาชิกวุฒิสภา(สส.)เพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จและเร่งแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว

การประวิงเวลายิงทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้นเรายืนยันทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์โดยเฉพาะท่ามกลางวิกฤติรัฐธรรมนูญ วิกฤติเศรษฐกิจ การแก้ไขวิกฤติครั้งนี้จำเป็นต้องสลายขั้วทางการเมือง

“พวกเราขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชนได้ให้ความมั่นใจและให้ความสนับสนุนให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปเราหวังถึงความสามัคคีของทุกฝ่ายในประเทศ”นพ.ชลน่าน แถลง

ด้าน นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) ร่วมแถลงว่า พรรคชาติพันากล้า มีความยินดีที่จะตอบรับร่วมรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำด้วย 5 เหตุผล ดังนี้

1.พรรคเพื่อไทยถือเป็นพรรคที่มีความชอบธรรมในฐานะพรรคลำดับ2 เมื่อพรรคลำดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ก็เป็นความชอบธรรมพรรคในลำดับถัดไป

2.ที่ประชุมได้มีการหารือกันทราบว่าเพื่อไทยได้รวมเสียงสส.เกินกึ่งหนึ่งแน่นอนทำให้มั่นใจว่ารัฐบาลเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก

3.พรรคเพื่อไทยได้ให้คำยืนยันว่า จะไม่มีนโยบายใดๆที่จะแก้ไขมาตรา112

4.พรรคเพื่อไทยมีความแน่วแน่แก้ปัญหาเศรษฐกิจพรรคจึงมีความมั่นใจทั้งการแก้ปัญหาพรรคเพื่อไมยในอดีตที่สำเร็จมาแล้วรวมทั้งบุคคลาการที่มีความพร้อม

5.วันนี้เกือบ 3 เดือนที่ไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง วันนี้เราจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับต่างประเทศและการลงทุนต่อไปหากปล่อนให้เกิดสุญกาศจึงไม่เป็นผลดีกับประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พรรคประชาชาติมี 9 เสียง พรรคเสรีรวมไทยมี 1 เสียง พรรคเพื่อไทยรวมพลังมี 2 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า2 เสียง พรรคพลังสังคมใหม่มี 1 เสียง พรรคท้องที่ไทยมี 1 เสียง เมื่อรวมกับพรรคพรรคเพื่อไทย ที่มี 141 เสียง และพรรคภูมิใจไทยที่มี 71 เสียง ที่วางสารตั้งต้นจัดตั้งรัฐบาลไว้ที่ 212 เสียง จะทำให้การ “จัดตั้งรัฐบาล” ในตอนนี้มี 228 เสียง

สุวัจน์ เผย ‘เพื่อไทย’ ติดต่อ ‘ชาติพัฒนากล้า’ เข้าร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555615

09 ส.ค. 2566

สุวัจน์ เผย ‘เพื่อไทย’ ติดต่อ ‘ชาติพัฒนากล้า’ เข้าร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แล้ว

ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ‘สุวัจน์’ เผย ‘เพื่อไทย’ ติดต่อให้เข้าร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แล้ว รอหารือรายละเอียดก่อนตั้งโต๊ะแถลง ย้ำอยากให้ภารกิจตั้งรัฐบาลสำเร็จ ไม่แสดงความเห็น หากเพื่อไทยขอคะแนนจาก ก้าวไกล โหวตนายกรอบ3

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.)เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยเคยเชิญให้ไปหารือเบื้องต้นที่พรรคมาแล้ว ตนก็ให้ความคิดเห็นไว้ เมื่อวานนี้(8 ส.ค.)ก็ได้รับการติดต่ออีกครั้งให้มาหารือ ในการเข้าร่วม “จัดตั้งรัฐบาล” เพื่อแถลงข่าวข่าวร่วมกัน แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าการหารือในเบื้องต้นจะมีอะไรบ้าง

เมื่อถามว่าการแถลง “จัดตั้งรัฐบาล” จะมีความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน นายสุวัจน์ กล่าวว่า เราต้องพยายามให้การจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จเพราะมาถึงวันนี้ก็ 3 เดือนแล้ว ที่ยังไม่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง มีแต่รัฐบาลรักษาการซึ่งมีขีดจำกัดในการบริหารประเทศ ซึ่งสูญญากาศที่ยังไม่มีรัฐบาลจะกระทบต่อความเชื่อมั่น และความกังวลใจกับนักลงทุนรวมถึงประชาชน ถ้าเราช่วยกันสนับสนุนแนวทางที่ถูกต้องให้เกิดรัฐบาลได้ก็จะเป็นผลดีต่อการแก้ปัญหาประเทศ 

“ผมตนเชื่อมั่นและเป็นกำลังใจให้กับพรรคเพื่อไทยให้ประสบความสำเร็จ เพราะเคยเป็นรัฐบาลมาแล้ว มีประสบการณ์ในการจัดตั้งรัฐบาลมีความเข้าใจในการพูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆ พร้อมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะประสบความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาล และพรรคชาติพัฒนากล้าก็พร้อมจะสนับสนุนด้วยความยินดี ขอต้นมองว่าพรรคเพื่อไทยมาถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เป็นพรรคอันดับ 2 ได้รับเสียงข้างมากที่จะเกินครึ่งมาเป็นรัฐบาล ไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย” ประธานพรรคชาติพัฒนากล้าระบุ

เมื่อถามว่า มีเหตุผลใดที่คิดว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หรือ โหวตนายกรอบ3 ในครั้งนี้ จะผ่านไปได้ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ต้องระบุต้องมีการหารือกันก่อน เพราะยังไม่ทราบโครงสร้างของพรรคร่วมรัฐบาลว่ามีพรรคใดบ้าง แต่เชื่อมั่นพรรคเพื่อไทยจะประสบความสำเร็จ 

พร้อมย้ำว่ายังไม่มีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งในการร่วมรัฐบาล ซึ่งวันนี้(9 ส.ค.) จะมีการพูดคุยอย่างเป็นทางการครั้งแรก

ส่วนการไปพูดคุยกับ สว. เพื่อขอเสียงสนับสนุนโหวตนายกรอบ3 นั้น นายสุวัจน์ บอกว่า ก็เป็นภารกิจหน้าที่อย่างหนึ่งถ้าได้รับมอบหมาย ที่ต้องช่วยกันให้ภารกิจ “จัดตั้งรัฐบาล” ให้สำเร็จ และแก้ปัญหาประเทศ

ส่วนที่พรรคเพื่อไทยมีท่าทีจะไปขอโทษขอขมาพรรคก้าวไกล เพื่อของเสียงสนับสนุนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น นายสุวัจน์ บอกว่า ตนไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของพรรคแกนนำอย่างเพื่อไทย ที่ต้องให้เกียรติ ส่วนพรรคร่วมก็ต้องให้การสนับสนุนให้ภารกิจสำเร็จ

‘เพื่อไทย’ แจ้ง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ 6 พรรค ผนึก 228 เสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555610

09 ส.ค. 2566

‘เพื่อไทย’ แจ้ง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ 6 พรรค ผนึก 228 เสียง

‘เพื่อไทย แถลง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ 8 พรรค ประกอบด้วย ประชาชาติ เสรีรวมไทย เพื่อไทยรวมพลัง พลังสังคมใหม่ ท้องที่ไทย ชาติพัฒนากล้า ชาติไทยพัฒนา ผนึก 238 เสียง แต่นัดแถลง พรรคชาติไทยพัฒนา พรุ่งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพรรคเพื่อไทยได้แจ้งกำหนดการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีความคืบหน้าการ “จัดตั้งรัฐบาล” โดยพรรคเพื่อไทยร่วมกับ 6 พรรคประกอบด้วย พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทยรวมพลัง พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคท้องที่ไทย  และพรรคชาติพัฒนากล้าว ซึ่งจะร่วมกันแถลงข่าวในเวลา 12.00 น. วันที่ 9 ส.ค.2566 ที่ห้องโถงชั้น 1 อาคารรัฐสภา

สำหรับ 6 พรรคการเมือง ที่ร่วม“จัดตั้งรัฐบาล” ประกอบด้วย พรรคประชาชาติมี 9 เสียง พรรคเสรีรวมไทยมี 1 เสียง พรรคเพื่อไทยรวมพลังมี 2 เสียง พรรคพลังสังคมใหม่มี 1 เสียง พรรคท้องที่ไทยมี 1 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า 2 เสียง เมื่อรวมกับพรรคพรรคเพื่อไทย 141 เสียง และพรรคภูมิใจไทย 71 เสียงที่วางสารตั้งต้นจัดตั้งรัฐบาลไว้ที่ 212 เสียง จะทำให้พรรครัฐบาลในตอนนี้มี 228 เสียง

ลุ้น 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 238 เสียง

ทั้งนี้มีรายงานว่าพรรคเพื่อไทย จะแถลงข่าว “จัดตั้งรัฐบาล” ร่วมกับพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งมี 10 เสียง ในวันที่ 10 ส.ค. นี้ เช่นกัน ล่าสุด พรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) ที่มี 2 เสียง แจ้งข่าวว่าได้รับเชิญจากพรรคเพื่อไทย เชิญเข้าวร่วมจัดตั้งรัฐบาลเป็นพรรคที่ 8 แล้ว รวม 238 เสียง

“ภูมิธรรม” ย้ำภารกิจสลายขั้วโหวต ‘เศรษฐา’ พร้อมขอโทษ ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555608

09 ส.ค. 2566

"ภูมิธรรม" ย้ำภารกิจสลายขั้วโหวต 'เศรษฐา' พร้อมขอโทษ 'ก้าวไกล'

‘ภูมิธรรม’ ขอสลายขั้วตั้งรัฐบาลโหวตนายกฯ ‘เพื่อไทย’ ปลดเงื่อนไขไม่มีลุง พร้อมขอขมา ‘ก้าวไกล’ ชวนพูดคุยเพื่อหาทางออกประเทศ

วันที่ 9 ส.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยจะนัดหารือพรรคก้าวไกล เพื่อขอให้ช่วยโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้มีวิกฤตของประเทศ 3 เรื่อง คือ เรื่องรัฐธรรมนูญเศรษฐกิจ และการเมือง ดังนั้นจะใช้เวทีของวันนี้คลี่คลายปัญหาดังกล่าวให้ได้ ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้เป็นการจัดตั้งรัฐบาลพิเศษ เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ ไม่ใช่การเปลี่ยนขั้ว แต่เป็นการสลายขั้วทั้งหมด อยากให้ทุกคนหาทางออก เพราะครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะทำให้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆสลายไป ซึ่งจะสำเร็จได้ต้องดึงทุกฝ่ายมาหารือกัน และครั้งนี้พรรคเพื่อไทยมีโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาล และหวังว่าการเสนอนายกรัฐมนตรี คือนายเศรษฐา ทวีสิน จะเป็นแกนกลางดึงให้ทุกฝ่ายเข้ามาเป็นเจ้าภาพร่วมกัน ในการสร้างประเทศไทยให้ลดความขัดแย้งลงไป และแก้ปัญหาทั้งหมดได้มากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามแถลงการณ์ของพรรคที่มีความชัดเจน ทั้งสว.และ สส. มาร่วม โดยจะดึงนโยบายที่ดีแต่ละพรรคเข้ามาดำเนินการ  

ส่วนจะสามารถทำงานร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ และพลังประชารัฐ หรือพรรค 2 ลุง ได้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้พูดชัดเจนแล้วว่าไม่มีการแบ่งขั้ว ดีที่สุดคือสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยจะสร้างมิติการเมืองใหม่ ไม่มีฝ่ายค้านและรัฐบาล พร้อมยืนยันวันนี้จะแถลงร่วมกับอีก 5 พรรคจัดตั้งรัฐบาล (พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย) และจะมีพรรคชาติพัฒนากล้า มาร่วมแถลงด้วย โดยเมื่อคืนนี้ได้มีการพูดคุยกับ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้าแล้ว   

ส่วนอีกพรรคคือเพื่อไทยรวมพลัง มีความฉุกละหุกเล็กน้อยเพราะอยู่ต่างจังหวัด แต่ไม่เป็นไร เพราะวันนี้ยังไม่ใช่ที่สิ้นสุด พรุ่งนี้ก็ยังมีแถลงต่อ

อย่างไรก็ตาม ได้มีการติดต่อพรรคก้าวไกลเช่นกัน โดยจะใช้เวทีการแถลงในวันนี้ สื่อสารไปยังพรรคก้าวไกลเพื่อขอคะแนนโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีวาระสำคัญของประเทศ เพื่อให้ความต้องการของประชาชนบรรลุความสำเร็จ และปัญหาที่ผ่านมาไม่ว่าจะเกิดจากพรรคเพื่อไทย หรือตน หรือสิ่งใดก็ตามพรรคเพื่อไทยยินดีไปขอโทษ ขอขมาพรรคก้าวไกล และพร้อมจะพบกับพรรคก้าวไกลเพื่อหาทางออกวิกฤตของประเทศด้วย โดยกำลังนัดพบวันนี้หรือพรุ่งนี้ เพราะเราคิดเรื่องใหญ่ของประเทศเป็นหลัก ไม่ได้คิดเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องตัวบุคคล ถ้าเราอยากทำงานเราก็ต้องคิดให้ใหญ่ด้วย ต้องมองข้ามความขัดแย้งเดิมไว้ เช่น ไล่หนูตีงูเห่า หรือความขัดแย้งหลายอย่าง โดนถ้าแก้ปัญหาได้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า วันนี้เราติดต่อไปทุกพรรค และค่อนข้างได้รับการตอบรับที่ดีในจุดเริ่มต้น แต่ก็มีรายละเอียดอื่นๆ ที่ต้องพูดคุยกัน รวมถึงความมั่นใจที่เพื่อไทยจะต้องแสดงให้เห็นว่ามีความจริงใจ ซึ่งเพื่อไทยยินดีที่จะยืนยันตามเจตจำนงค์ ตัวเลขทางคณิตศาสตร์แสดงให้เห็นชัดเจน ถ้าวันนี้ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เรามีทางเลือกไม่กี่ทาง จึงจำเป็นต้องไปในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งมีต้นทุนที่ต้องจ่ายทั้งนั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนอาจจะมีความไม่สบายใจ วันนี้พรรคเพื่อไทยยอมทุกอย่าง ถ้าให้โอกาสเรา เราจะพิสูจน์ด้วยการทำงาน ทั้งนายกรัฐมนตรีของเรา และประสบการณ์การทำงานของพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าจะผ่านพ้นวิกฤตทุกอย่างไปได้ ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยยินดีร่วมกับทุกพรรคการเมืองในการขับเคลื่อนนโยบาย ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล มีเพียงมาตรา 112 ที่เกี่ยวกับสถาบันหลักเราไม่แตะต้อง เพราะเป็นจุดศูนย์รวมของประเทศ ถ้าเสนอเรื่องนี้มาเราคงเข้าร่วมไม่ได้

“วันนี้พูดชัดเจนแล้วว่าไม่มีการแบ่งขั้ว ทางที่ดีที่สุดคือทำให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เท่าที่พูดคุยกับพรรคการเมืองอื่น วันนี้ยังไม่มีพรรคใดบอกว่าไม่ร่วม ทุกพรรคอยากฟังรายละเอียด ซึ่งผมมองว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีประโยชน์ ทุกคนจะต้องเข้าใจว่าทุกอย่างพิจารณาอย่างรอบคอบเเล้ว ว่าจะไปต่อได้ถ้าเอาประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง เชื่อว่าทุกพรรคจะยอมรับได้ ซึ่งผมเรียกร้องทุกฝ่าย รวมไปถึง ส.ว.ด้วย ทั้งรายบุคคล กลุ่มการเมือง อยากให้เป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง วันนี้พรรคเพื่อไทยอาสา และมีต้นทุนที่ประชาชนต้องตรวจสอบ หากทำไม่ได้ ในอนาคตประชาชนจะเป็นผู้ตรวจสอบและตัดสินพรรคเพื่อไทย” นายภูมิธรรม กล่าว

ส่วนจะได้รับคำตอบจากพรรคก้าวไกลเมื่อใดนั้น นายภูมิธรรม บอกว่า ขณะนี้ได้คำตอบจากพรรคการเมืองอื่นมาเรื่อยๆ และสามารถจะแถลงความชัดเจนได้เป็นระยะ จนกว่าจะถึงวันที่พรรคเพื่อไทยไปต่อไม่ได้ วันนั้นจะได้แถลงให้ประชาชนรับทราบ

นายภูมิธรรม ยังระบุอีกว่า เท่าที่พูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆ ไม่มีการเรียกร้องเก้าอี้รัฐมนตรี ไม่มีการคุยเรื่องกระทรวง เมื่อพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไม่พูดคุยเรื่องนี้ ปัญหาเรื่องการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีจึงยังไม่เกิดขึ้น วันนี้ต้องฝ่าวิกฤตกับรัฐธรรมนูญที่ผิดปกติไป เพื่อให้ได้นายกรัฐมนตรี จึงจะมาคุยในเรื่องอื่นๆ ต่อ พรรคที่มีนโยบายตอบสนองกับประชาชนได้ก็จะมาร่วมพูดคุยกัน วันนี้ไม่ใช่เพียงการตั้งรัฐบาลอย่างเดียว ต้องมีการทำงานที่สอดประสานกัน และทำงานได้อย่างเต็มที่เท่าที่ต้องการ ฝ่ายค้านก็ต้องตรวจสอบได้อย่างเต็มที่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ ถือเป็นแนวทางในการติดต่อ วันนี้ทุกท่านต้องถามตัวเอง ว่าพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการคลี่คลายสังคมให้หลุดจากความขัดแย้ง และวิกฤติเศรษฐกิจที่อยู่มา 8-9 ปี หรือไม่ 

ส่วนที่ยังมีอารมณ์หรือใช้อารมณ์ในการแก้ไขปัญหา ตนคิดว่าเราอดทนทะนุถนอมกัน ชี้แจงกัน โดนหนักนิดเบาหน่อยเป็นเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่คือประเทศชาติบอบช้ำมากพอแล้ว

ส่วนจะมีโอกาสร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกลได้หรือไม่ นายภูมิธรรม บอกว่า ถามตนไม่ได้ ต้องถามว่าสิ่งที่ตนพูดมาจะเกิดขึ้นได้อย่างไรแล้วค่อยตัดสินใจร่วมกัน