‘โหวตนายกฯ’ 4 ส.ค. นี้ ชาดา เลือก ‘เศรษฐา’ ทวีสิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555015

02 ส.ค. 2566

'โหวตนายกฯ' 4 ส.ค. นี้ ชาดา เลือก 'เศรษฐา'  ทวีสิน

ภูมิใจไทย ยังไม่มีมติ ‘โหวตนายกฯ’ แต่หากให้เลือกระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ ‘เศรษฐา’ ชาดา เลือกตัวแทนจากพรรตเพื่อไทย

นาย ชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า โหวตนายกฯวันที่  4 ส.ค. นี้ เขาจะไม่อภิปราย ในที่ประชุมรัฐสภาอีก หลังจาก เมื่อครั้งที่ผ่านมา ได้ทำหน้าที่ ตามที่พรรคมอบหมายไปแล้ว  ขณะนี้ยังรอมติพรรคภูมิใจไทยว่าจะโหวตอย่างไรในวันดังกล่าว

แต่โดยส่วนตัวหากต้องโหวตนายกฯ ตามเอกสิทธิ์ของ สส. หากมีการเสนอชื่อ ระหว่างเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย และ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐ จะไปยืนข้างพล.อ.ประวิตร แล้วโหวตเลือก นาย เศรษฐา หลังจากนั้น จะก้มกราบพล.อ.ประวิตร ทันที ด้วยความเคารพ เชื่อว่า พล.อ.ประวิตร จะเข้าใจ 

รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่มั่นใจว่า การโหวตนายกฯวันที่ 4 ส.ค. จะจบลงด้วยดีหรือไม่  และไม่รู้ว่าคนที่เล่นเกมโหวตนายกฯกันอยู่ต้องการอะไรกันแน่   แต่อยากให้ขั้นตอนนี้ผ่านไปได้โดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของประเทศ 

การโหวตนายกฯครั้งที่ผ่านมาต้องตั้งคำถามว่ามีเหตุผลอะไรที่ นาย พิธา และพรรคก้าวไกล ไม่ยอมลดเงื่อนไขบางอย่าง

ทั้งที่ มติพรรคภูมิใจไทย หากลดเงื่อนไขเรื่องการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในวันนั้น พรรคก็จะโหวตให้เพราะเป็นมติ ของพรรค  เรื่องทำนองนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่า  พรรคการเมือง ดำเนินการได้โดยอิสระ ตามวิจารณญาณ หรือ ต้องดำเนินการตามทิศทางที่เจ้าของพรรคต้องการกันแน่

‘ส่วยมูโนะ’ ปล่อยไว้ไม่ได้ ‘วิโรจน์’ ทวีตจ่อ อภิปรายฯ ในสภา 3 ส.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555005

01 ส.ค. 2566

'ส่วยมูโนะ' ปล่อยไว้ไม่ได้ 'วิโรจน์' ทวีตจ่อ อภิปรายฯ ในสภา 3 ส.ค.

‘วิโรจน์ ลักขณาอดิศร’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ทวีต ‘ส่วยมูโนะ’ ปล่อยไว้ไม่ได้ โกดังเก็บพลุมีดินดำเป็นตันๆ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง อ้างไม่รู้ได้อย่างไร ลั่น อภิปรายฯ เรื่องนี้ในสภา 3 ส.ค. นี้แน่

ช่วงวันหยุดยาวติดต่อกัน 6 วัน เกิดเหตุการณ์พลุระเบิดมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ บ้านเรือนประชาชน และรถยนต์พังเสียหายจำนวนมาก เมื่อวันที่ 29 ก.ค. นับว่าเป็นการที่มีความสูญเสียครั้งใหญ่ในปี 2566 แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษตามประกาศกฏอัยการศึก แต่กลับพบว่ามีการลักลอบเก็บพลุ ประทัดไว้ในโกดังกลางเมืองได้อย่างไร

โดยในช่วงเช้าของวันนี้ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลให้ความเห็นถึงเหตุการณ์พลุระเบิด มูโนะซึ่งโกดังพลุและประทัดระเบิดที่กลางตลาดมูโนะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ว่า ‘ส่วยมูโนะ’ ต้นเหตุทำพลุระเบิด มูโนะ เงินบังตาปล่อยตั้งโกดังกลางชุมชน 

พร้อมตั้งคำถามไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ว่าจะปล่อยให้ จ่าฟ.เป็นแม่บ้านเก็บส่วยส่งนาย โดยที่ไม่ทำอะไรเลยเหรอ ซึ่งหากไปถามว่าชาวบ้านรู้หมด ไปถามได้เลย ว่า จ่าฟ. ที่เก็บ ‘ส่วยมูโนะ’ ให้ตำรวจคือคนไหน ที่ผ่านมามีการเก็บส่วยเรื่องค่ามนุษย์ แรงงานเถื่อน และเก็บส่วยจากสิ่งผิดกฏหมายมากมาย ยืนยันว่าเรื่องนี้จับแค่เจ้าของโกดังไม่ได้

และในเวลาต่อมา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทวีตข้อความ พร้อมอินโฟกราฟิก ผ่านบัญชีชื่อ ‘Wiroj 77 @wirojlak’ ว่า ส่วยที่มูโนะ ปล่อยไว้ไม่ได้ โกดังเก็บพลุมีดินดำเป็นตันๆ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโดยที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองไม่รู้ได้อย่างไร ผมจะอภิปรายเรื่องนี้ในสภา ในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ครับ

'ส่วยมูโนะ' ปล่อยไว้ไม่ได้ 'วิโรจน์' ทวีตจ่อ อภิปรายฯ ในสภา 3 ส.ค.

เลขาฯ ‘ก้าวไกล’ ท่องบทสวด ขอ 8 พรรคร่วม คล้องแขน ปิดทางสลับขั้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555003

01 ส.ค. 2566

เลขาฯ 'ก้าวไกล' ท่องบทสวด   ขอ 8  พรรคร่วม   คล้องแขน ปิดทางสลับขั้ว

เลขาธิการพรรค”ก้าวไกล” แจงถึงนาทีนี้ ทราบเพียงว่า “เพื่อไทย” จะเรียกคุย 8 พรรคร่วม แต่ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องเวลาและสถานที่ ทำได้เพียงรอการประสานงานที่มาจากฝ่ายเจ้าภาพ ทำใจกับข่าวรายวัน ทั้ง “ภูมิใจไทย” รับไม้ต่อ แทนพรรคเสียงข้างมากอันดับ 2 และ สว. เล็งคว่ำ “เศรษฐา”

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล   เปิดเผยว่า ในการประชุม 8  พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล  โดยมีพรรคเพื่อไทย เป็นเจ้าภาพซึ่งจะขึ้นในวันพรุ่งนี้ ( พุธที่ 2 ส.ค. )  ทราบเพียงวันที่เท่านั้น คือวันพุธที่ 2  แต่รายละเอียดเรื่องเวลา – สถานที่  รอการแจ้งจากทางพรรคเพื่อไทย  ถึงนาทีนี้ทราบเพียงว่าจะมีการประชุม แต่ยังไม่ได้ระบุเวลา  ขณะเดียวกันจนถึงขณะนี้   ยอมรับมีหลายกระแสที่พาดพิง  ทั้งการพลิกขั้วรัฐบาลให้ พรรคภูมิใจไทย มาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแทนเพื่อไทย   กระทั่งการที่พรรคก้าวไกลจะโหวตนายกรัฐมนตรีให้พรรคเพื่อไทย และถอยมาเป็นฝ่ายค้าน   และล่าสุดคือ การที่สมาชิกวุฒิสภา ( สว.)โหวตให้นายเศรษฐา  ทวีวสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย  เนื่องจากติดเรื่อง ม.112 กรณีดังกล่าว
ยืนยันมาโดยตลอดว่าผู้ที่ชนะการเลือกตั้ง รวมเสียงข้างมากได้แล้ว  สว.ควรจะลงมติโหวตตามเจตจำนง  ไม่ควรที่จะบิดเบือนเป็นอย่างอื่น    ขณะเดียวกันเรื่องต่างๆ  เหล่านี้แท้จริงแล้ว อยากให้รอผลการหารือ 8  พรรคร่วม สิ่งที่ยังเชื่อก็คือหาก 8 พรรคการเมือง ยังจับมือกันแน่น การพลิกขั้วรัฐบาล จะไม่เกิดขึ้น  นายชัยธวัช กล่าว 

3 ข้อ ‘เพื่อไทย’ ควรทำ เพื่อยืนหนึ่ง เตือนกำลังโดนขั้วเผด็จการหลอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555000

01 ส.ค. 2566

3 ข้อ 'เพื่อไทย' ควรทำ เพื่อยืนหนึ่ง เตือนกำลังโดนขั้วเผด็จการหลอก

‘ศิธา’ เผย 3 ข้อ ‘เพื่อไทย’ ควรทำ แนะควรดึง ‘เผด็จการ’ ลงสนามประชาธิปไตย แต่กลับเดินเกมผิด เตือนถูกคุมอำนาจ เพราะไม่มีสัจจะในหมู่โจร 

น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “น.ต.ศิธา ทิวารี – Sita Divari” ระบุว่า 

ถ้า #เพื่อไทย ทำตาม 3ข้อหลักๆ ที่ผมได้ให้ข้อคิดไว้ ก่อน-ระหว่าง-หลัง เลือกตั้ง 
พรรคเพื่อไทย จะยังคง #ยืน1 
#การเมืองไทย ก็จะไม่วุ่นวายขนาดนี้ 
3ข้อหลัก ได้แก่ 

 1. ชัดเจนเรื่องไม่รวม 2 พรรคลุง เพื่อไทยอย่าไปใช้มาตรฐานเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ มิฉะนั้นคะแนนจะสูญสิ้น #ศรัทธาประชาชน จะหมดไป 
 2. ให้ความเป็นธรรมกับอดีตนายกทักษิณ ด้วยการออกกฎหมายให้ความเป็นธรรมกับบุคคลที่โดนขบวนการ #นิติสงคราม อันเป็นผลพวงของการรัฐประหาร ด้วยการนำคดีมาพิจารณาใหม่ ตามกระบวนการยุติธรรม ที่นานาอารยะประเทศยอมรับ 
 3. ทำ #AdvanceMOU มัดรวม 312เสียง ให้มั่นคง เพื่อให้เสียงของ #ประชาชน ที่ออกไปเลือกตั้งตามระบอบ #ประชาธิปไตย เป็นปึกแผ่นเพียงพอที่จะเอาชนะ #สว250 อันเป็น #นิติสงคราม ที่ฝังไว้ใน #รัฐธรรมนูญ ได้ 

ข้อเสนอเหล่านี้ คือการดึงเผด็จการ ลงมาเล่นในเกมของฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งจะทำให้ #เสียงของประชาชน แข็งแกร่งที่สุด พี่น้องประชาชนจะเป็น #ผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ที่มั่นคงให้ ทุกพรรคที่ยึดมั่นใน ปชต. ตลอดไป 


นอกจากผู้บริหารพรรคเพื่อไทย จะไม่ทำในสิ่งที่ผมเสนอแล้ว ยังมีแนวโน้มจะเอาเสียงที่พี่น้องประชาชนออกไปลงคะแนนให้ ไปใช้ในเกมที่เผด็จการเขียน 
จึงทำให้พวกเขาคุมอำนาจได้เบ็ดเสร็จ 
#ผู้นำ พรรคเสี่ยงต่อการถูกหลอก ให้เข้าไปอยู่ใน Danger Zone กลับตัวไม่ได้ เดินต่อไปไม่ถึง ทำให้เผด็จการซึ่งชักใยอำนาจอยู่เบื้องหลัง สามารถสั่งพรรคฯ ให้ซ้ายหันขวาหัน ไปในทิศทางที่เขาต้องการได้ 
ผมเคยพูดถึงเรื่อง “โจรมันจะสามัคคีกันตอนปล้น และจะทะเลาะกันตอนแบ่งสมบัติแล้ว” 
ยังมีอีกคำที่ไม่ได้พูดถึงคือ 
โจรยึดมั่นในคำว่า #ไม่มีสัจจะในหมู่โจร 
ทำให้โจร สามารถหักหลังกันได้ทุกเมื่อ 
เราคบกับโจร จะทำให้เราเสียสัจจะไปด้วย 
คิดผิด-คิดใหม่ ควรหันมาคบหาสมาคมกับ #ศรัทธาประชาชน ท่านจะได้รับความจริงใจ 
ที่พี่น้องประชาชนมอบให้ ตลอดไปครับ

น.ต.ศิธา โพสต์น.ต.ศิธา โพสต์

‘ปชป.’ ชี้ ประกาศ มส. ห้ามวัดจัดอีเว้นท์การเมือง ‘ก้าวไกล’ เสี่ยงผิด กม.คอมฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554999

01 ส.ค. 2566

'ปชป.' ชี้ ประกาศ มส. ห้ามวัดจัดอีเว้นท์การเมือง 'ก้าวไกล' เสี่ยงผิด กม.คอมฯ

‘ปชป.’ เผยประกาศ มส. ปี2561 ห้ามวัดจัดอีเว้นท์การเมือง หลัง ‘ก้าวไกล’ เตรียมเวียนเทียนวัดดัง จ.สระบุรี ก่อนยกเลิกไป ชี้เสี่ยงผิด พ.ร.บ.คอมฯ ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง

นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย นักวิชาการด้านกฎหมายและอดีตผู้สมัคร สส.กทม. เขตบางกะปิ พรรคประชาธิปัตย์ เตือนพรรคก้าวไกล เสี่ยงผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีที่เพจพรรคก้าวไกลสระบุรีโพสต์กำหนดการนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เตรียมเวียนเทียนวัดชื่อดังของจังหวัด จนสุดท้ายแล้วเจ้าอาวาสต้องออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

นายประพฤติให้ความเห็นว่า การที่เจ้าอาวาสต้องออกมาปฏิเสธนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะประกาศมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามใช้วัดเป็นสถานที่ชุมนุมหรือสัมมนาหรือจัดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบและความแตกแยกขึ้นในสังคม ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2561 กำหนดไว้ในข้อ 2 ห้ามเจ้าอาวาสใช้ ยินยอม หรืออนุญาตให้ใช้วัดเป็นที่จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง และข้อ 3 ระบุว่าหากมีผู้มาใช้วัดเป็นสถานที่จัดกิจกรรมดังกล่าวในข้อ 2 โดยพลการให้เจ้าอาวาสเข้าป้องกัน ห้ามปราม หรือระงับมิให้มีกิจกรรมนั้นในวัดต่อไป 
 

นอกจากนี้หากพรรคก้าวไกลทราบกฎข้อนี้อยู่แล้ว และยังโพสข้อมูลข้างต้น ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงเพราะสุดท้ายแล้วเจ้าอาวาสต้องออกมาปฏิเสธว่า “ไม่รู้เรื่อง ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมาโดยตลอด ไม่เคยเชิญนักการเมือง ไม่ว่าพรรคใดเข้าร่วมกิจกรรม” การโพสเช่นนั้นก็อาจเข้าองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา 14 ซึ่งกำหนดว่า ผู้ใดที่นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงฝากเตือนพรรคก้าวไกลให้ระมัดระวังด้วย 

นายประพฤติ กล่าวเพิ่มเติม นายพิธาสามารถเข้าไปทำบุญในวัดเพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นการส่วนตัวได้ โดยไม่มีกิจกรรมทางการเมืองมาเกี่ยวข้อง

นายประพฤติ ฉัตรประภาชัยนายประพฤติ ฉัตรประภาชัย

‘วิโรจน์’ ไม่เชื่อ ‘เพื่อไทย’ หักหลังดึง ‘อนุทิน-ประวิตร’ นั่งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554991

01 ส.ค. 2566

'วิโรจน์' ไม่เชื่อ 'เพื่อไทย' หักหลังดึง 'อนุทิน-ประวิตร' นั่งนายกฯ

‘วิโรจน์’ เตือน ‘เพื่อไทย’ หลีกทาง ‘อนุทิน-ประวิตร’ นั่งนายกฯ จะโดนปชช. ด่าหนัก ทิ้งคนเสื้อแดง เตรียมคุย สส.ก้าวไกล อย่าเพิ่งต่อว่า ‘เพื่อไทย’ รอมีมูลก่อน

จากท่าที สว. ล่าสุดที่อาจจะไม่โหวตเลือกนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เพราะเคยหาเสียงจะแก้ไขมาตรา 112 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า คราวนี้มาเล่นนายเศรษฐาแล้ว “มาเล่นพี่นิดของผมอีกแล้ว” ผมถึงบอกไงว่า ปล่อยวางเถอะ คนเหล่านี้ ขวางเสียงประชาชน พออ้างเรื่องหนึ่งแล้วก็อ้างเรื่องสองไม่รู้จักจบจักสิ้น อย่างไปหวังพึ่งใคร หวังพึ่งพ่อผมดีกว่า ง่ายกว่า จุดธูปอธิฐานถึงพ่อผมเยอะๆ เดี๋ยวพ่อผมก็ช่วย 

ส่วนที่ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. ระบุว่าคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีมีเพียง 2 คนคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายวิโรจน์ ถอนหายใจ ก่อนจะตอบว่า ไม่เชื่อเพื่อไทยจะทำแบบนั้น สมมติว่าพรรคเพื่อไทยให้ภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเอารวมไทยสร้างชาติและพลังประชารัฐมาร่วม โดยสบโอกาสอ้างว่าจำใจต้องร่วม ตนคิดว่าอย่างไรก็โดนด่าอยู่ดี ประชาชนดูออกว่ามีการเตรียมการและไหลไปรวมกันภายหลัง สุดท้ายพรรคเพื่อไทยก็จะไม่ได้นายกรัฐมนตรี กระทรวงสำคัญก็จะไม่ได้ และยังโดนประชาชนด่าหนักกว่าเดิม

โดยถ้าทำแบบนี้ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วดึง2ลุงมาร่วมให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า ไม่เช่นนั้นจะเท่ากับว่าทิ้งคนเสื้อแดงที่เป็นเพื่อนแท้ เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ให้กับคุณมานับ10ปี ไม่มีใครรักพรรคเพื่อไทยเหนียวแน่นเท่ากับคนเสื้อแดงอีกแล้ว ยากมากคุณเฉือนเพื่อนคุณเพื่อเข้าสู่อำนาจ จะอ้างว่าเพื่อชาติอะไรก็แล้วแต่ ผมว่าฟังไม่ขึ้นอยู่แล้ว

ส่วนหากพรรคเพื่อไทยดึงเอาพรรคภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ และชาติไทยพัฒนา มาร่วมรัฐบาลแต่ไม่มีพรรค2ลุง พรรคก้าวไปลจะร่วมได้หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ก็ต้องมาพูดคุยกัน เงื่อนไขการร่วมรัฐบาล ซึ่งเราก็ต้องยอมรับ MOU ยังต้องตัดบางเรื่องออกไปเลย มันก็ต้องยืดหยุ่นกัน เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าร่วมรัฐบาลได้หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ไม่หรอก แต่หากพรรคเพื่อไทยเอา 2 ลุงมาร่วมรัฐบาล เราก็ต้องถามให้ชัดว่าจะอธิบายประชาชนอย่างไร “ไม่ใช่ลุงมาฉันจะไป ลุงมาฉันก็จะอยู่ไล่ลุง”

นายวิโรจน์ ย้ำว่า หากเป๋ไปเป๋มาก็จะทำให้อีกฝ่ายตีกินได้ ทำแบบผมสิ ยักไหล่ รอได้ เราเองก็ทำงาน และในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุม สส.ก้าวไกล ก็คงมีการหารือกันถึงประเด็นที่จะมีการปิดสวิตซ์ก้าวไกล ซึ่งตนก็ขอร้อง การวิเคราะห์อะไรต่างๆก็เป็นสิทธิของประชาชน แต่ก็ยังไม่มีมูลความจริงอะไร ที่เราต้องไปต่อว่าพรรคเพื่อไทย

เราเองก็ต้องปกป้องพรรคเพื่อไทยด้วย หลายคนครั้นเนื้อครั้นตัวอยากจะด่ามาก ก็ขอให้เก็บไว้ก่อนก็ได้ รอให้มีมูลก่อนแล้วด่าก็ยังไม่สาย หลายคนออกตัวล้อฟรี นอกจากนี้ 14 ล้านเสียงของก้าวไกล กับ 11ล้านเสียงของเพื่อไทย ก็มีอุดมการณ์ที่ใกล้เคียงกันมากๆ อยู่ดีๆจะไปเลือกพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องถามว่า ภูมิใจไทยมีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันจริงๆหรือ ซึ่งตนคิดว่า อุดมการณ์พรรคเพื่อไทยใกล้เคียงกับพรรคก้าวไกล

‘วิโรจน์’ ขอให้ใจเย็น รอ ‘เพื่อไทย’ นัดประชุม 8 พรรค หลังเงียบไร้การติดต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554988

01 ส.ค. 2566

'วิโรจน์' ขอให้ใจเย็น รอ 'เพื่อไทย' นัดประชุม 8 พรรค หลังเงียบไร้การติดต่อ

‘วิโรจน์’ เผย ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก ‘เพื่อไทย’ นัดประชุม ขอให้ใจเย็นก่อน เตือนฝ่าย 8 พรรคร่วมอย่าเร่งตัวเองจนเกินไป เชื่อตั้งรัฐบาลข้างน้อยปล้นอำนาจประชาชนยาก

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงการนัดประชุมแกนนำ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ในวันที่ 2 ส.ค. นี้ ว่า เดี๋ยวคงจะได้รับแจ้ง เพราะเป็นการประชุมสำคัญจะไม่แจ้งได้อย่างไร ตอนนี้ขอให้ใจเย็นๆ กินหวานเย็น กินกาแฟไป คิดมาแล้วมันเครียด โดยเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยไม่ทำอะไรบ้าๆ

ส่วนการนัดแบบกระชั้นชิด เป็นการมัดมือชกหรือไม่ นายวิโรจน์ มองว่า ทุกอย่างกระชั้นชิดจะไปว่าเขาก็ไม่ได้ ทุกคนทำงานแข่งกับเวลาหมด ตนถึงบอกว่าทุกวันนี้อย่างเร่งตัวเองจนเกินไป พร้อมยกตัวอย่างฝ่ายขัดขวางยังไม่เห็นจะเร่งตัวเองเลย เวลาเดินหน้า มันก็หมดอำนาจไปเรื่อยๆ เขายังไม่เห็นเร่งเลย เราเร่งตัวเองเกินไป ดูอย่างประเทศสเปน เยอรมัน เบลเยียม ผมเชื่อว่า8พรรคร่วม เวลาผ่านไปอำนาจต่อรองเพื่อขึ้นเรื่อยๆ ส่วนอีกฝ่ายก็ลดลงเรื่อยๆ รอวันสูญสิ้นอำนาจ

เมื่อถามว่าคาดหวังในการประชุมวันพรุ่งนี้อย่างไรบ้าง นายวิโรจน์ กล่าวว่า 8 พรรคร่วม แม้จะรวมกันได้ 312 เสียง ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ2560 ที่สืบทอดอำนาจเผด็จการมันเป็นไปได้ยาก แต่หากลองจินตนาการดู หากพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลแพ็คกันแน่น การจัดตั้งรัฐบาลสูตรอื่น หรือการไฮแจ็ค หรือการปล้นอำนาจประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย หรือข่าวลือว่าจะมีการทรยศหักหลังประชาชน ตั้ง “รัฐบาล กร๊วกๆ” 262 เสียง เป็นเรื่องที่ยากกว่ามาก เป็นไปไม่ได้เลย

รัฐบาล 260 เสียงจะอยู่อย่างไร จะได้กระทรวงอะไร การเจรจาถูกต่อรองหนักอยู่แล้ว จะได้กระทรวงที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ เผลอๆเศรษฐกิจแย่กว่านี้อีก ทำให้เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยไม่พาตังเองไปสู่มุมอับทางการเมืองแบบนั้น และที่ตนคิดแบบนี้เพราะตนเป็นแฟนคลับพรรคเพื่อไทยมาก่อน การอภิปรายหรือท่าทีทางการเมืองในวันนี้ ตนมีปูชนียบุคคลนักการเมืองที่มาจากพรรคเพื่อไทยหลายคนที่เป็นแบบอย่าง

นายวิโรจน์ ยังย้ำอีกว่า ภายใน 8 พรรคร่วมหากมีการกระทบกระทั่งกันบ้างก็ให้ลืมๆกันไป เรื่องเล็กๆก็ทำเป็นไม่มีซะ หากจุดยืนเรามั่งคง เชื่อว่าจะมีแรงหนุนของประชาชนและแรงกดดันทางการเมืองที่อยู่บนความชอบธรรมของ 8 พรรคร่วม ขอให้วางอคติต่อกัน เชื่อว่าไม่กี่สัปดาห์เราจะตั้งรัฐบาลได้

‘ณัฐวุฒิ’ เชื่อ ‘ทักษิณ’ ไม่เอี่ยวยึดอำนาจ 2557 เผยสาเหตุ นปช. แยกทางเดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554978

01 ส.ค. 2566

'ณัฐวุฒิ' เชื่อ 'ทักษิณ' ไม่เอี่ยวยึดอำนาจ 2557 เผยสาเหตุ นปช. แยกทางเดิน

‘ณัฐวุฒิ’ เชื่อ ‘ทักษิณ’ ไม่เอี่ยวยึดอำนาจ 2557 เผยประวัติ นปช. ถูกบิดเบือน แยกทางเดินกัน เพราะ คุยนอกวงร่วมพรรคการเมืองอื่นไม่บอกพวกพ้อง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ” ระบุว่า ผมและพี่น้องแกนนำนปช.ที่ยังคิด คุยร่วมกันอยู่ เห็นตรงกันและเชื่อว่า ดร.ทักษิณไม่มีส่วนรู้เห็นกับการยึดอำนาจ ปี 2557

มุมวิเคราะห์ที่แกนนำหลัก “ทุกคน” เห็นตรงกันตลอด คือแผนการยึดอำนาจนี้ ก่อตัวมาตั้งแต่ช่วงต้นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ประยุทธ์พูดเองว่าเตรียมการมา 3 ปี กปปส.ชุมนุมไปสักพัก พวกเราก็พูดตรงกันแล้วว่าจะเกิดรัฐประหาร  ทฤษฎีสมคบคิดแบบเดิมจากการยึดอำนาจปี 49 ไล่ลำดับเหตุการณ์เป็นแบบเดียวกัน 
 

ชุมนุมต่อเนื่อง ยุบสภา บอยคอตเลือกตั้ง ขัดขวางการเลือกตั้ง เลือกตั้งโมฆะ เรียกร้องรัฐบาลนอกกติกา สร้างเงื่อนไขปิดทุกทางออก และยึดอำนาจ 

ความขัดแย้งระหว่างบุคคลเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ประวัติศาสตร์องค์กร นปช. กำลังถูกอธิบายด้านเดียว และถูกบันทึกไปเช่นนั้น ทั้งที่หลายอย่างคลาดเคลื่อนไม่ตรงกัน 

นปช.ไม่ได้ดำรงสภาพหลายปีแล้ว 
เหตุแยกทางคือการไม่ได้ยึดถือแนวปฏิบัติที่เราทำกันมา มีการตกลงตั้งพรรคการเมืองกับบุคคลอื่น โดยไม่ได้หารือในที่ประชุม 

ไม่มีใครหลอกได้ ถ้าเราคุยในที่ประชุม ตามที่ผมและอ.ธิดาเรียกร้องหลายรอบ เรื่องพรรคไทยรักษาชาติมาทีหลัง ไม่เกี่ยวกับช่วงเวลาตั้งพรรคเพื่อชาติ ที่ไปตกลงนอกวง ไม่บอกพี่น้องที่สู้มาด้วยกัน

นายณัฐวุฒิ โพสต์เฟซบุ๊กนายณัฐวุฒิ โพสต์เฟซบุ๊ก

‘เศรษฐา’ แสดงจุดยืน ไม่แก้ ‘มาตรา112’ ชี้ ต้องถอดสลัก ม.112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554981

01 ส.ค. 2566

'เศรษฐา' แสดงจุดยืน ไม่แก้ 'มาตรา112' ชี้ ต้องถอดสลัก ม.112

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แสดงจุดยืน ไม่แก้ไข ‘มาตรา112’ ชี้ ต้องถอดสลัก ม.112 และเดินหน้าเรื่องเศรษฐกิจปัญหาปากท้องประชาชนต้องมาก่อน

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ให้สัมภาษณ์ถึงหลายฝ่ายโดยเฉพาะที่ สว. ออกมาแสดงความเห็นว่าก่อนหน้านี้เคยเห็นข่าวและคลิปการให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนในการแก้ มามาตรา 112 ว่ายังคงยืนยันเรื่อง มาตรา 112 ต้องไม่อยู่กับพรรคการเมืองที่เสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งถัดไป ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. และอีกหลายพรรคการเมือง

“หากเพื่อไทยเสนอชื่อผมในวันโหวตนายกฯครั้งถัดไป แน่นอนต้องไม่มีแก้ มาตรา112 เพื่อไทยชัดเจนว่าจะไม่แก้ไข ไม่ยกเลิก แน่นอน”

นอกจากนั้นนายเศรษฐา ยังกล่าวว่า หากต้องการให้ประเทศเดินหน้า และให้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้ ก็จำเป็นที่จะต้องถอดสลักและวางเรื่อง มาตรา 112 เอาไว้ก่อน ในวันนี้เรื่องเศรษฐกิจ และปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนสำคัญที่สุด เรื่องใดที่ทำให้ประชาชนอิ่มท้อง และทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น วันนี้ต้องทำก่อน

'เศรษฐา' แสดงจุดยืน ไม่แก้ 'มาตรา112' ชี้ ต้องถอดสลัก ม.112

‘วราวุธ’ ย้ำจุดยืน ห้ามแตะ ‘มาตรา112’ ยินดี โหวตนายกฯให้เพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554979

01 ส.ค. 2566

‘วราวุธ’ ย้ำจุดยืน ห้ามแตะ ‘มาตรา112’ ยินดี โหวตนายกฯให้เพื่อไทย

หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ‘วราวุธ ศิลปอาชา’ แสดงจุดยืน ห้ามแตะ มาตรา 112 ยินดี โหวตนายกรัฐมนตรี ให้เพื่อไทย หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่คุยกันเอาไว้ แต่รอความชัดเจนก่อนตัดสินใจอีกครั้ง

1 ส.ค. 2566 นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ภายหลังการพูดคุยกับพรรคเพื่อไทย ฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตนยังรอฟังข่าวและความชัดเจนจากพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง อย่างไรก็ดีตนเห็นใจพรรคเพื่อไทยในภารกิจสำคัญ ที่ต้องรับฟังเสียงทุกฝ่ายและหาเสียงเพิ่มเติมเพื่อให้การโหวตนายกฯ วันที่ 4 สิงหาคมนี้ ผ่านไปได้ด้วยดี

“พรรคชาติไทยพัฒนาขอย้ำจุดยืนด้วยว่าหากพรรคเพื่อไทยเสนอแคนดิเดตนายกฯ ยินดีสนับสนุน หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้พูดคุยเมื่อ 23 กรกฏาคม ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม พรรคชาติไทยพัฒนาไม่เกี่ยงที่จะได้ทำงานเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน แต่การทำงานต้องมีทัศนคติและนโยบายที่ตรงกัน”

ทั้งนี้ ไม่ว่าสูตรตั้งรัฐบาลจะสูตรใด ตนขอย้ำจุดยืนของพรรคที่ไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะแนวทางการทำงานและนโยบาย ทัศนคติ อุดมการณ์ต้องทิศทางเดียวกัน และพรรคชาติไทยพัฒนายืนยันในจุดยืนเรื่องไม่แตะต้องการแก้ไขมาตรา 112 เทิดทูลสถานบันพระมหากษัตริย์ไม่เปลี่ยนแปลง

“ส่วนสูตรที่ระบุว่าพรรคก้าวไกลจะเป็นฝ่ายค้านนั้น ผมมองว่าการเมืองอาจจะเปลี่ยนแนวความคิดได้ แต่พรรคการเมืองไม่รู้จะเปลี่ยนแปลงแนวคิด แนวทางหรือไม่ หาเปลี่ยนแนวคิด ก็ทำงานกันได้ แต่หากยึดแนวทางเดิมก็ยาก อย่างไรก็ดีสูตรตั้งรัฐบาลในความเห็นของพรรคชาติไทยพัฒนา คือ ไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย ส่วนที่ใครจะเอาใคร ไม่เอาใคร นั้นต้องคำนึงถึงเสถียรภาพของรัฐบาลด้วย เพราะการลงคะแนนเลือกนายกฯ นั้นต้องใช้เสียง 750 เสียงไม่ใช่ 500 เสียง ดังนั้นต้องคำนวณว่าหากไม่มีลุงหรือไม่มีเรา การลงคะแนนโหวตนายกฯเป็นอย่างไร” นายวราวุธ กล่าว

ส่วนคลิปไวรัลของนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยระบุแนวคิดแก้มาตรา 112 นั้น นายวราวุธ กล่าวว่า “ผมต้องรอฟังความชัดเจนจากพรรคเพื่อไทยในวันโหวตนายกฯ ว่าจะเสนอชื่อบุคคลใดเป็นนายกรัฐมนตรี และมีแนวทางร่วมรัฐบาล กับจับมืออย่างไร ซึ่งขอให้พรรคเพื่อไทยชัดเจนก่อน จนถึงขณะนี้พรรคยังไม่ได้รับสัญญาณว่าจะโหวตอย่างไร เพราะแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยมี 3 คน ดังนั้นคนที่จะเสนอชื่อต่อรัฐสภาต้องชี้แจงกับสังคม แต่เมื่อยังไม่ถึงจุดยืนผมไม่ตีตนก่อนไข้”