จับท่าที ‘เศรษฐา’ ก่อน ‘โหวตนายกรอบ3’ กับปมแก้ไข ‘มาตรา 112’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554976

01 ส.ค. 2566

จับท่าที ‘เศรษฐา’ ก่อน ‘โหวตนายกรอบ3’ กับปมแก้ไข ‘มาตรา 112’

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็นบุคลที่คาดหวังว่าจะถูกเสนอชื่อชิง ‘โหวตนายกรอบ3’ ในวันที่ 4 ส.ค.นี้หากกลเกมการเมืองไม่พลิกขั้ว และดูเหมือนท่าที่ของเขาต่อปมแก้ ‘มาตรา 112’ เปลี่ยนไป สวนทางกับคลิปไวรัลก่อนการเลือกตั้ง66

ดูเหมือนเงื่อนปมเวลาบีบให้ 8 พรรคร่วมฝ่ายประชาธิปไตย ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ บนความรู้สึกของประชาชนที่เลือกทั้งพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยเข้ามา จนมีคะแนนเป็นอันดับ1และอันดับ2 ตามลำดับ และชายร่างสูง ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิดเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ก็เป็นหนึ่งในแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่เรียกเรดติ้งของพรรคเพื่อไทยได้เป็นอย่างดีก่อนการเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566

ชื่อของ ‘เศรษฐา’ เหงียบหายไปในการ ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’ ครั้งแรก 13 ก.ค. 2566 แต่การโหวตนายกรอบ 2 เมื่อ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในวันที่ 19 ก.ค. 2566 ถูกตีตกไป ด้วยเงื่อนไขที่ยังเป็นปมปริศนา ‘ข้อบังคับที่ 41’ ของสภามีศักดิ์สูงกว่ากฏหมายรัฐธรรมนูญ หรือไม่?

ว่ากันว่า ตั้งแต่ช่วยบ่ายของวันที่ 19 ก.ค. 2566  หลังการลงมติโหวตนายกรัฐมนตรีของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ต้องสิ้นสุดลง พร้อมกับการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของ สส. ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ กลเกมการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้ง ขณะที่ชื่อของ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย ถูกสังคมโฟกัสมากขึ้น เมื่อพรรคเพื่อไทยรับไม้ผลัดเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังการลงมติโหวตนายกรัฐมนตรีของ ‘พิธา’ ไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ด้วยเหตุผลการเสนอขอแก้ไข มาตรา112 ของพรรคก้าวไกล สื่อสัมภาษณ์ ‘เศรษฐา’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย กล่าวอย่างชัดเจนในวันนั้นว่า “การโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งต่อไปก็ต้องคิดให้ดี ต้องเจรจาให้เหมาะสม และส่วนตัว ยอมรับการแก้ มาตรา 112 ถือเป็นปัญหาและอุปสรรคสำคัญ และหากครั้งนี้ พรรคเพื่อไทย มีโอกาสตั้งรัฐบาล และมีสิทธิเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เข้าไปโหวต จะเป็นที่ชัดเจนว่า พรรคที่จะเสนอนายกรัฐมนตรีครั้งต่อไป ต้องไม่มีเรื่องการแก้ไข หรือ ยกเลิก มาตรา112 ไม่งั้นจะไม่ได้รับการสนับสนุนจาก สว. และจากหลายๆ พรรค”

ท่ามกลางกระแสค่อนข้างชัดเจนว่า ‘เศรษฐา’ เป็นบุคลที่ ‘นายใหญ่’ ไว้วางใจมากที่สุด และวาดหวังว่าจะถูกเสนอชื่อในการโหวตนายกรอบ3 ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ แม้แกนนำดีลจัดตั้งรัฐบาลร่วม 8 พรรค ยังไม่ประกาศชัดเจนก็ตาม 

แต่ข้อกังวล 8 พรรคร่วมฯ เกิดขึ้น เมื่อปรากฏคลิปไวรัลของ ‘เศรษฐา’ ว่อนโซเชียล เขาประกาศท่าทีต่อปมแก้ไขมาตรา 112 ชัดเจนว่าจะมีการปรับแก้ ส่งแรงส้่นสะเทือนถึงการเสนอชื่อ ‘โหวตนายกรอบ3’ ยังจะเป็นเสนอเจ้าพ่ออสังหาฯ คนนี้หรือไม่ เมื่อเงื่อนไขของ สว. และพรรคการเมืองขั้วเดิม 188 เสียง ค้านหัวชนฝา ไม่เอามาตรา 112 และอาจจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือน ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็เป็นไปได้สูง

จับท่าที ‘เศรษฐา’ ก่อน ‘โหวตนายกรอบ3’ กับปมแก้ไข ‘มาตรา 112’

‘ประภัตร’ แจงสาเหตุร่วมงานวันเกิด ‘ทักษิณ’ เปิดทามไลน์บินกลับไทยไปไหนต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554975

01 ส.ค. 2566

'ประภัตร' แจงสาเหตุร่วมงานวันเกิด 'ทักษิณ' เปิดทามไลน์บินกลับไทยไปไหนต่อ

‘ประภัตร’ ชี้แจงบินร่วมงานวันเกิด ‘ทักษิณ’ ที่ฮ่องกงในฐานะเพื่อน ยืนยันไม่มีดัลลับ เผยทามไลน์บินถึงไทย ไปศาลฏีกาต่อ

นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา ชี้แจงกรณีร่วมงานครบรอบวันเกิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ฮ่องกง ว่า ตนไปคนเดียวในฐานะเพื่อน เพื่อนเก่าที่มีความผูกพันเท่านั้น ไปเยี่ยมและให้กำลังใจ พูดคุยกันประมาณ 2 ชั่วโมง ไม่มีการพูดถึงดีลการเมืองใดๆ 

นอกจากนี้นายทักษิณพูดถึงสถานการณ์ที่จะกลับมาเยี่ยมหลาน โดยจะเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ลงที่สนามบินดอนเมือง หลังจากนั้นก็จะเดินทางไปต่อที่ศาลฎีกา และยินดีรับโทษ 

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา ในอดีตนายทักษิณ ได้ทำงานร่วมกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย จนถึงรุ่นนายวราวุธ ในแต่ละช่วงตนก็เป็นเลขาธิการพรรคฯ มาตลอด จึงถือว่ามีความสัมพันธ์แนบแน่น และในช่วงที่นายทักษิณ มีปัญหาทางการเมืองก็ได้มาพักผ่อนที่สุพรรณบุรี 

ส่วนกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นำภาพนายประภัตรเดินทางไปฮ่องกงมาเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นการดีลลับทางการเมืองนั้น นายประภัตร กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบ เพราะไม่ได้ดูข่าว และไม่เห็นภาพข่าวดังกล่าวด้วย แต่ยอมรับว่า ตนเองและนายชูวิทย์ สนิทสนมกัน เพราะนายชูวิทย์เป็นเขยสุพรรณบุรี และได้เจอกันล่าสุดเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว มีการพูดคุยกันดีไม่มีปัญหาและไม่เคยโกรธ เนื่องจากชีวิตตนเองไม่เคยโกรธใคร นอกจากโกรธตัวเองที่ไปไม่ทันเขา พร้อมกล่าวติดตลกที่ไปไม่ทันเขานั้นเป็นเพราะ “ไปฮ่องกงไปก่อนเขา” 

ส่วนกรณีในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ การโหวตเลือกนายกฯ ไม่มั่นใจว่า จะผ่านฉลุยหรือไม่ เพราะพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคเล็ก สส. 10 เสียง ดังนั้นต้องฟังพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล จะตกลงอย่างไร และแนวทางต่าง ๆ ของพรรคชาติไทยพัฒนานั้น นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคฯ จะเป็นผู้เรียกหารือในพรรคฯ และตัดสินใจ 

ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลต่อไปหรือไม่นั้น นายประภัตร ระบุว่า ยังไม่ทราบและจะทราบก็ต่อเมื่อมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นแล้ว เพราะเป็นประเพณีทางการเมือง ที่เมื่อพรรคฯ ใดได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็จะเชิญพรรคอื่นๆ เข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งจะไม่มีใครที่ยกมือลงมติ โดยไม่ได้รับการเชื้อเชิญ เพราะการเมืองต้องมีการเจรจา ส่วนสูตรการจัดตั้งรัฐบาล 8+2 นายประภัตร กล่าวว่า เรื่องทางการเมืองสามารถเกิดขึ้นได้ทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับการเจรจาตกลงว่า ใครสามารถทำงานใดได้หรือไม่ได้ ดังนั้น จึงไม่ต้องสนใจว่าจะมีสูตรใด 


ทั้งนี้ต้องรอฟังแนวทางและข้อสรุปจากพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ที่จะประชุมร่วมกัน 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลก่อน เพื่อนำมาหารือต่อในที่ประชุมภายในพรรคชาติไทยพัฒนา 

‘ไผ่ ลิกค์’ เผย สภาฯบรรจุญัตติด่วน ตั้งกมธ.พิจารณาบุหรี่ไฟฟ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554970

01 ส.ค. 2566

'ไผ่ ลิกค์' เผย สภาฯบรรจุญัตติด่วน ตั้งกมธ.พิจารณาบุหรี่ไฟฟ้า

คืบหน้า สภาฯ บรรจุญัตติ ตั้ง กมธ.พิจารณาบุหรี่ไฟฟ้า ‘ไผ่ ลิกค์’ แนะวางมาตราการควบคุมให้เข้มงวด เพราะยังไม่มีวิจัยข้อดี-ข้อเสีย หวั่นกระทบสุขภาพ

ความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาผลประโยชน์ของการมีกฎหมายควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าที่นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ตามที่เคยเสนอในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ขณะนี้ได้บรรจุญัตติด่วนแล้ว 

นายไผ่ ลิกค์ ระบุว่า ปัจจุบัน “บุหรี่ไฟฟ้า” เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น แต่ยังไม่มีกฎหมายรองรับและวิธีรับมือกับการบริโภค การนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า แต่สภาพความเป็นจริงเราสามารถพบเห็นการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างแพร่หลาย นำเข้าและจำหน่ายผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต โดยไม่มีการเสียภาษี ทำให้รัฐเสียประโยชน์ 
 

ในส่วนเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างได้รับผลกระทบจากปริมาณการรับซื้อลดลงอย่างมาก ทั้งจากมาตรการด้านสุขภาพและการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า จนทำให้ราคาใบยาสูบตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งข้อมูลข้อดีข้อเสียของบุหรี่ไฟฟ้า โทษต่อสุขภาพของบุหรี่ไฟฟ้า ยังเป็นที่สงสัยว่าเป็นโทษต่อร่างกายมากน้อยเพียงใด 

“จึงเสนอให้สภาฯมาศึกษา และวางแนวทางเพื่อออกกฎหมายในการกำกับดูแลบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน เพราะขณะนี้เด็กและเยาวชนมีการใช้การอย่างแพร่หลาย ทั้งที่แนวทางบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย ยังไม่มีงานวิจัยที่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนหรือไม่ มีแต่การกล่าวอ้างว่า บุหรี่ไฟฟ้าส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็ง ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงถึงผลกระทบต่อสุขภาพจากบุหรี่ไฟฟ้า จึงต้องมีการออกมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น”นายไผ่ กล่าว

‘พิธา’ ป่วย แจ้งงดภารกิจพบชาวบ้านและเวียนเทียนวัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554966

01 ส.ค. 2566

'พิธา' ป่วย แจ้งงดภารกิจพบชาวบ้านและเวียนเทียนวัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี

‘พิธา’ โพสต์เฟซบุ๊ก ป่วย แจ้งงดภารกิจ ลงพื้นที่พบชาวบ้านและเวียนเทียนวัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี หลังมีดราม่าเจ้าอาวาสชี้แจง ไม่เคยเชิญนักการเมืองร่วมกิจกรรม

กำหนดการนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาใน จ.สระบุรี และเตรียมเวียนเทียนที่วัดพระพุทธฉายในช่วงเย็น ได้เกิดเปลี่ยนแปลงขึ้น หลังเฟซบุ๊ก “Pita Limjaroenrat – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แจ้งของดภารกิจ เนื่องจากป่วย 

“ไม่ค่อยสบาย
ของดภารกิจ 1 วัน (1 สิงหา)
ขออภัยทุกท่านครับ 🙏”

นายพิธา โพสต์นายพิธา โพสต์
 

จากนั้นเพจ “พรรคก้าวไกลสระบุรี” แจ้งว่าผู้ที่จำทำหน้าที่แทนนายพิธา คือ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ระบุว่า 


“ทางเราได้พี่วิโรจน์ ลักขณาอดิศร มาทำหน้าที่แทนคุณพิธาที่ป่วยกะทันหัน
และไม่สามารถมาตามแผนได้ในวันพรุ่งนี้ (1 ส.ค. 66)
 
ในส่วนงานรับเรื่องหนองยาวสูงยังคงมีการดำเนินงานตามกำหนดการเดิม

ส่วนงานเวียนเทียนที่วางแผนไว้ตอนแรกต้องขอยกเลิกไปนะครับ 

ต้องขออภัยทุกท่านอีกครั้งนะครับ🙏”
 

ซึ่งเรื่องราวเกิดขึ้นหลังจากเฟซบุ๊ก “ราชธีร์ อินทร์” ได้โพสต์รูปภาพพระราชธีราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉาย ชี้แจงกรณีนายพิธาเตรียมเดินทางไปเวียนเทียนที่วัดพระพุทธฉาย ช่วงหนึ่งระบุข้อความว่า ทางวัดโดยเจ้าอาวาสไม่รู้เรื่อง และไม่ได้ประกาศออกไปตามที่เป็นข่าว และขอแจ้งเพิ่มเติมว่า ทางวัดไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมาโดยตลอด ไม่เคยเชิญนักการเมือง ไม่ว่าพรรคใดเข้าร่วมกิจกรรม จึงแจ้งมาให้ทราบโดยทั่วกัน

เฟซบุ๊กพรรคก้าวไกลสระบุรีโพสต์เฟซบุ๊กพรรคก้าวไกลสระบุรีโพสต์


เฟซบุ๊ก "ราชธีร์ อินทร์"  โพสต์เฟซบุ๊ก “ราชธีร์ อินทร์” โพสต์

‘อี้ แทนคุณ’ จี้ กกต. ฟ้อง ‘พิธา’ เซ็นรับรองอดีต สส.ระยอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554961

01 ส.ค. 2566

'อี้ แทนคุณ' จี้ กกต. ฟ้อง 'พิธา' เซ็นรับรองอดีต สส.ระยอง

‘อี้ แทนคุณ’ จี้ กกต. ฟ้องเรียกคืน ‘ภาษีประชาชน’ ค่าเลือกตั้ง​ซ่อมเขต 3 ระยอง หลังพบมีประวัติอาชญากรรม พร้อมฟ้อง ‘พิธา’ ผู้เซ็นรับรองลงสมัคร สส.

นายแทนคุณ​ จิตต์​อิสระ​ รักษา​การ​ประธาน​คณะกรรมการ​ส่งเสริม​สิทธิ​มนุษยชน​และ​ความ​เสมอภาค​ระหว่าง​เพศ​พรรค​ประชา​ธิปัตย์​ เรียกร้องให้ สำนักงานคณะกรรมการ​การเลือกตั้ง​ (กกต.) เร่งจัดการเลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง เขต 3 ใหม่และฟ้องดำเนิน​คดีกับนายนครชัย ขุนณรงค์ อดีตสส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล 

หลังพบประวัติเค​ยเป็น​ผู้ต้องขังในคดีอาญา จนต่อมาประกาศลาออก ขาดคุณสมบัติในการเป็น สส. โดยขอให้นำเงินที่เป็​นภาษีประชาชน​ หรือ “ภาษีกู” มาชดใช้​งบประมาณ​แผ่นดิน​ที่ต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้ง​ซ่อม รวมทั้ง​ฟ้องผู้เกี่ยวข้อง​โดยเฉพาะ​นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้า​พรรค​ก้าวไกล​ ที่เป็​นคนเซ็นรับรองให้นายนครชัย ลงสมัคร สส. 

แม้จะอ้างว่าได้ตรวจสอบ​ประวัติ​อาชญากรรม​อย่างดีแล้วแต่ดูจากมาตรฐานก้าวไกลแล้ว ตนเชื่อ​ว่า​พี่น้อง​ประชาชน​เริ่มตาสว่าง เพราะ สส.ก้าวไกล ไม่ตรงปกได้ทำกรรมทำผิดกฎหมาย​ไว้เยอะมากจนหลายคนขนานนามว่า “พรรคเก้ากรรม” 

กรรมแรก ​การบ่อนเซาะสถาบันหลัก  
กรรมสอง หมกหมุ่น​หนักเปลี่ยน​วันชาติ​ 
กรรมสาม โง่เขลาขลาดใช้เยาวชน​เป็น​เครื่องมือ​ 
กรรมสี่ ทำไขสือรับคนผิดเป็น​ ส.ส.  
กรรมห้า หลอกลวง​จ้อเชิงนโยาย​ 
กรรมหก คอยทำร้าย​ผู้หญิง​และกดเหยียด​เพศ     
กรรมเจ็ด ทำทุเรศเมาแล้วขับ  
กรรมแปด ​หัวหน้าดับเพราะผิดกฏ​หมาย​ 
กรรมเก้า กร้าวกร่างร้ายสร้างศัตรู​รอบทิศ  

นายแทนคุณ​ ยังเรียกร้อง​ให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบคุณสมบัติ สส.ก้าวไกล คนอื่น ๆ ที่ทั้งขาดคุณสมบัติ ขัดจริยธรรม​ เช่น ไอซ์ รักชนก ที่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในปี 62 และนายสิริน ทำร้ายผู้หญิงอันเป็นการละเมิดสิทธิสตรีอย่างร้ายแรง​ควรลาออกได้แล้ว โดยหาก สส. อีกหลายคนต้องสิ้นสภาพเพราะทำกรรมไม่ดีต่อประเทศ​ชาติไว้และค่าใช้จ่าย​ทั้งหมดที่เกิดขึ้น​ต้องคิดจากนายพิธาและพรรคก้าวไกล​

รวมถึง กกต.ต้องเร่งดำเนินการไปตามขั้นตอนตามความผิดของกฎหมายเลือกตั้ง ทั้งมาตรา 151 ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งฯ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดำรงตำแหน่งดังกล่าวให้แก่สภาฯ 

นอกจากนี้นายแทนคุณชวนคนไทยร่วมฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียเวลาและ​ค่าใช้จ่าย​เดินทางไปเลือกตั้ง​ซ้ำๆหลายรอบกับนายพิธาและพรรคก้าวไกลต่อไปด้วย 

แนวร่วมธรรมศาสตร์ นัด 2 ส.ค. ‘คาร์ม็อบ ‘ กดดัน 8 พรรคร่วม ห้ามแตกแถว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554949

31 ก.ค. 2566

แนวร่วมธรรมศาสตร์  นัด  2  ส.ค. 'คาร์ม็อบ ' กดดัน 8 พรรคร่วม ห้ามแตกแถว

มวลชนเตรียมตัวได้เลย สู่การเคลื่อนขบวน “คาร์ม็อบ” แคมเปญ “แห่มาลัยวิวาห์คล้องใจ CARMOB” จัดโดย “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการแห่ขันหมากไปยัง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล จี้ให้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวรอเวลาสว.หมดสภาพ จัดตั้งรัฐบาลของประชาชน

ที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ( สน.ทองหล่อ)  แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหาคร  ตัวแทนกลุ่ม “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ” United Front of Thammasat and Demonstration ได้เข้าแจ้งความกับ ตำรวจสน.ทองหล่อ   ต่อการใช้สิทธิการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และแจ้งขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง   ในการชุมนุม ” แห่มาลัยวิวาห์คล้องใจ CARMOB” หรือการชุมนุม “คาร์ม็อบ”  โดยกลุ่มจะนัดรวมตัวที่บริเวณแยกอโศกมนตรี ในวันพุธที่ 2 ส.ค.
 เวลา 12.00 น. จากนั้นจะเคลื่อนขบวนในลักษณะของคาร์ม็อบ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. จนถึง 16.00 น. 
และยุติกิจกรรมในเวลา 20.00  น. วันเดียวกัน


สำหรับกิจกรรม “แห่มาลัยวิวาห์คล้องใจ carmob” หรือ “คาร์ม็อบ”   จะเป็นในลักษณะของการแห่ขบวนขันหมาก ที่มีความสนุกสนาน และสีสัน   เป้าหมายคือการรวบรวมรายชื่อประชาชนให้มากที่สุด  
มอบไปยัง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพื่อส่งสัญญาณให้ 8 พรรคร่วม รับรู้ว่า ประชาชนทุกมุ่งหวังที่จะเห็นรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ 8 พรรคร่วมที่ลงนาม MOU   เรียกร้อง ไปถึง   8 พรรคร่วมให้เข้มแข็ง  อย่าให้เงื่อนไขของสมาชิกวุฒิสมาชิก ( สว.) มาเป็นประเด็นทำให้พรรคร่วมทั้ง 8 ต้องแตกหัก และมุ่งหวังให้ทั้ง 8 พรรคจับมือกันสามัคคีต่อไปจนกว่า  สว.  ชุดนี้จะหมดวาระในอีก 10 เดือนข้างหน้า 

“เตรียมขบวนแห่ขันหมาก นำรายชื่อยื่น 8 พรรค สนับสนุนให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยจับมือกันให้มั่น ลงชื่อเอาให้ทะลุ 40,000 รายชื่อ เราจะจัดขบวนมาลัยวิวาห์ รถแห่เบิ้ม ๆ พร้อมเอารายชื่อไปยื่นให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยกัน รวมตัวแยก อโศกมนตรี  วันพุธ ที่ 2 ส.ค.  เวลา 12.00 น. ”  สื่อรณรงค์ของ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม – United Front of Thammasat and Demonstration  ระบุ

เจ้าอาวาส ‘วัดพระพุทธฉาย’ แจงไม่เคยเชิญนักการเมืองร่วมกิจกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554945

31 ก.ค. 2566

เจ้าอาวาส 'วัดพระพุทธฉาย' แจงไม่เคยเชิญนักการเมืองร่วมกิจกรรม

เจ้าอาวาส ‘วัดพระพุทธฉาย’ โพสต์ชี้แจงไม่เคยยุ่งเกี่ยวการเมือง ไม่เคยเชิญนักการเมืองร่วมกิจกรรม หลังมีกำหนดการ ‘พิธา’ เตรียมเวียนเทียนที่วัดพระพุทธฉาย

เมื่อเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “ราชธีร์ อินทร์” โพสต์ชี้แจง ไม่เคยยุ่ง ไม่เคยเชิญนักการเมืองร่วมกิจกรรมของวัดพระพุทธฉาย

ซึ่งเกิดขึ้นหลังจาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล มีกำหนดการลงพื้นที่ จ.สระบุรี ในวันที่ 1 ส.ค. เพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่ และเวลา 18.00น.จะไปเวียนเทียน ณ วัดพระพุทธฉาย 

ขณะที่เฟซบุ๊ก “ราชธีร์ อินทร์” ได้โพสต์รูปภาพพระราชธีราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉาย พร้อมข้อความระบุว่า

ขบวนการทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กำลังรุกคืบเข้ามาทำลายวัดและเจ้าอาวาส ด้วยการ ปั้นข่าวประกาศว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะมาเวียนเทียนที่วัดพระพุทธฉาย ในวันที่ 1 ส.ค.66 ซึ่งทางวัดไม่มีกำหนดการนี้

จึงขอแจ้งว่า ทางวัดโดยเจ้าอาวาสไม่รู้เรื่อง และไม่ได้ประกาศออกไปตามที่เป็นข่าว และขอแจ้งเพิ่มเติมว่า ทางวัดไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมาโดยตลอด ไม่เคยเชิญนักการเมือง ไม่ว่าพรรคใดเข้าร่วมกิจกรรม จึงแจ้งมาให้ทราบโดยทั่วกัน.

พระราชธีราภรณ์

เจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉาย

‘ชูวิทย์’ เปิดอีก ‘สูตรตั้งรัฐบาล’ เพื่อไทย หักหลังถ้วนหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554944

31 ก.ค. 2566

'ชูวิทย์' เปิดอีก 'สูตรตั้งรัฐบาล' เพื่อไทย หักหลังถ้วนหน้า

ปูดรายวัน ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ เปิดอีก ‘สูตรตั้งรัฐบาล’ เพื่อไทย หักหลังถ้วนหน้า แถม คนเดินทางไกล อาจไม่ได้กลับบ้าน

ดูเหมือนการ “จัดตั้งรัฐบาล” พรรคเพื่อไทย จะยังไม่ลงตัวได้ง่ายๆ หลังมีการผุดสูตรตั้งรัฐบาล ออกมาหลายสูตร ในขณะเดียวกัน การออกมาเคลื่อนไหวรายวันของ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” อดีตนักการเมืองชื่อดัง ทำให้หลายคนจับจ้อง โดยก่อนหน้านี้ ชูวิทย์ เปิดสูตร “มีลุง ไม่มีเรา” ปิดสวิตช์ก้าวไกล ดันไปเป็นฝ่ายค้าน โดยให้พรรครวมไทยสร้างชาติ และพลังประชารัฐ ของสองลุงไปเป็นฝ่ายค้านด้วย แต่ไม่สำเร็จ

ล่าสุด “ชูวิทย์” โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า สูตรตั้งรัฐบาล “หักหลังถ้วนหน้า” เสมือนยาน้ำที่ต้อง “เขย่าก่อนกิน” แต่ดันไม่อ่านฉลากข้างขวดยาให้ดีเสียก่อน เพราะสูตรยานี้มีส่วนผสม “สารอันตราย“ เข้าไปด้วย และกำลังถูกนำเสนอในวันที่ 2 และวันที่ 4 ส.ค. 2566 โหวต “เศรษฐา ทวีสิน” เป็นนายกฯ

โดยชูวิทย์ ระบุว่า สูตรตั้งรัฐบาล ที่คนปรุงคือ พรรคเพื่อไทย ที่เดินสายสลายขั้ว เจรจาผสมสูตรใต้ดิน จนตกผลึกสัดส่วนได้ที่ คนที่กินล้วนออกอาการ “หลังหัก” ทันที โดยนำเสนอทดลองยาให้ดู โดยมีส่วนผสม ดังนี้

เพื่อไทย, ภูมิใจไทย, ประชาธิปัตย์, ชาติไทยพัฒนา, ประชาชาติ, ชาติพัฒนากล้า, เสรีรวมไทย และพรรคเล็ก รวมแล้วได้ 264 เสียง ซึ่งสูตร “รัฐบาลหักหลังถ้วนหน้า” นี้ กำลังถูกนำเสนอในวันที่ 2 และวันที่ 4 ส.ค. 2566 ส่วนคนที่กิน ล้วนออกอาการ “หลังหัก” ทันที เป็นเพราะ

  1. ต้องฉีก MOU เก่า บรรดาพรรคที่ขึ้นไปไขว้มือวันประกาศจับขั้วกลายเป็นถูกหักหลัง
  2. เพื่อไทยแยกกับก้าวไกล แล้วไปอยู่กับภูมิใจไทยผูกติดกันกลายเป็น “ข้าวต้มมัด” คู่ใหม่
  3. ให้ก้าวไกลเป็น “ฝ่ายค้าน” ล้านเปอร์เซ็นต์ สมเจตนารมณ์นายทุนใหญ่ ก้าวไกลถูกหักหลังหลายรอบ ตั้งแต่ประธานสภา นายกฯ จนถึงจัดรัฐบาล
  4. สองพรรคลุง พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ เป็น “ฝ่ายค้าน” ถูกหักหลังดังเป๊าะ
  5. ก้าวไกลชนะเลือกตั้งอันดับ 1 แต่ต้องไปเป็นฝ่ายค้านพร้อมพรรคสองลุง ที่เกลียดนักหนา ขนาดบอกตอนหาเสียง “มีลุง ไม่มีเรา” ตอนนี้เลยได้ไปอยู่ร่วมกันเป็นฝ่ายค้านเสียเลย
  6. ก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านแต่ก็ยัง “โชว์พระเอก” โหวตให้เพื่อไทย เพื่อไม่ให้เอาพรรคลุงไปร่วมรัฐบาลด้วย อันนี้เป็นตัวยา “หักหลังสามต่อ” ไม่เอาทั้งลุง ไม่เอาทั้งเรา โดนสามเด้ง พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ ก้าวไกล ไปเป็นฝ่ายค้านด้วย 221 เสียง กลายเป็นฝ่ายค้านที่อ่อนแอ เพราะเป็น 2 กลุ่มค้านกันเองที่ไปกันไม่ได้ แต่ต้องไปอยู่ด้วยกัน ถูกหักหลังกลางทาง จึงไม่มีความแข็งแกร่งพอจะไปทำอะไรรัฐบาลในอนาคตได้
  7. หักหลัง สว. ปิดสวิตช์อัตโนมัติ เพราะเสียงเกินแล้ว 264 เสียง ได้ก้าวไกลช่วยอีก 151 เสียง รวมเป็น 415 เสียง ไม่ต้องง้อ สว. ที่หนักสุด คือ หักหลังประชาชนที่ลงคะแนน 26 ล้านเสียง ให้ฝั่งประชาธิปไตย

ดังนั้น ขืนมีใครกินเข้าไปก็เสี่ยงเต็มทน เพราะหลังหักหมด ยาสูตรนี้กำลังโปรโมทโฆษณาอยู่ทั่วไป แต่มีฉลากติดไว้ข้างขวดว่า

“ยาอันตราย หากกินเข้าไปจะเกิดอาการเจ็บหลัง ลำไส้ปั่นป่วน และอาจทำให้คนเดินทางไกลไม่ได้กลับบ้านด้วย”

ชูวิทย์โพสต์สูตรตั้งรัฐบาลชูวิทย์โพสต์สูตรตั้งรัฐบาล

นพดล ฟันธง ‘เศรษฐา’ เข้าวิน โหวตนายกรัฐมนตรี เสียงหนุนทะยาน 375

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554942

31 ก.ค. 2566

นพดล ฟันธง 'เศรษฐา' เข้าวิน โหวตนายกรัฐมนตรี เสียงหนุนทะยาน 375

“ไม่เห็นน้ำอย่าตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกอย่าโก่งหน้าไม้ “แต่สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย “นพดล ปัทมะ ” ขอสวมบทมองการเมืองขาด มั่นใจโหวตนายกรัฐมนตรี ศุกร์ที่ 4 ส.ค. จบสวยลงเอยด้วยดี เศรษฐา ทวีสิน จากเพื่อไทย ขึ้นนายกรัฐมนตรีแบบมาเหนือเมฆ ด้วยเสียงโหวตสนับสนุนแตะ 375 เสียง

นายนพดล ปัทมะ  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย    เปิดเผยว่า  ในการประชุมร่วมรัฐสภาวันศุกร์ที่    4  ส.ค.  เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี   เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย   คือ นายเศรษฐา ทวีสิน ให้รัฐสภาโหวต  แม้ขณะนี้จะยังไม่เป็นมติพรรค แต่ทางคณะกรรมการบริหารพรรค ได้มอบอำนาจให้กับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ตัดสินใจ ขณะเดียวกันแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร  ก็เคยประกาศไปแล้วว่าจะเสนอชื่อนายเศรษฐา ด้วย

สำหรับการโหวตนายกรัฐมนตรี  ที่จะมีขึ้นเชื่อว่ากระบวนการต่าง ๆ  จะลุล่วง   กล่าวคือได้รับเสียงสนับสนุนจากทางพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล  รวมทั้งเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.)  ครบ 375  เสียง เพราะการเลือกนายกรัฐมนตรีสามารถเลือกได้เพียงหนึ่งคนต่อหนึ่งครั้ง ดังนั้นต้องมีความมั่นใจ และเท่าที่รับทราบมา มั่นใจว่าจะได้  การเสนอชื่อนายเศรษฐา   พรรคเพื่อไทยจะมีเสียงเพิ่มมากขึ้นและเพียงพอ

ในเรื่องของการดำเนินการเพื่อให้ได้เสียง คณะเจรจาที่นำโดยหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายแพทย์ชลน่าน  ศรีแก้ว จะมาสรุปผลการหารือเพื่อขอเสียงสนับสนุนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ในการประชุมพรรควันพฤหัสที่  3 ส.ค. ซึ่งจะมีการประเมินอีกครั้งในวันนั้น ส่วนกรณีที่ สว.และพรรคการเมืองส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย กับแนวทางของพรรคก้าวไกลโดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 112   จนอาจจจะทำให้มีปัญหาต่อการโหวตนายกรัฐมนตรี  หากยังมีพรรคก้าวไกลอยู่ในพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล   ประเด็นสูตรการจัดตั้งรัฐบาลจะมีพรรคใดบ้าง จะเสียงสนับสนุนจากไหนบ้าง  หรือเสียงจาก สว. จะได้จำนวนเท่าไหร่   จะสรุปผลการหารือในวันที่ 3 

“ตอนนี้ทุกคนต้องตัดสินใจแล้ว เพราะท่าทีทางการเมืองก็มีการแสดงความเห็นออกมาชัดเจน หลังพรรคเพื่อไทยมีการเชิญพรรคการเมืองอื่น  ๆ มาหารือ และเชื่อว่า ประชาชนรอที่จะมีรัฐบาลใหม่ คงไม่สามารถรอได้ไปถึง 10 เดือน เพื่อให้ สว.หมดอำนาจโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งขณะนี้ผ่านมา 2 เดือนแล้ว  ต้องมีรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ เพื่อจัดทำงบประมาณ และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ” นายนพกล  ระบุ

รองโฆษกก้าวไกล เดือดแทน’ พิธา ‘ ออกโรงชน ‘ ธนกร’ กรีด ตรรกะวิบัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554928

31 ก.ค. 2566

รองโฆษกก้าวไกล เดือดแทน'  พิธา '  ออกโรงชน ' ธนกร' กรีด  ตรรกะวิบัติ

อดรนทนไม่ไหว สส.หญิงจากบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะรองโฆษกพรรค ออกมาสวน รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ธนกร วังบุญคงชนะ เหตุวิจารณ์การลงพื้นที่พบปะประชาชนของ “พิธา” แจงเป็นการทำหน้าที่รับฟังปัญหาจากประชาชน ย้อน “รวมไทยสร้างชาติ” ลงพื้นที่บ้างจะได้ตาสว่าง

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล  และรองโฆษกพรรคก้าวไกล  เปิดเผยว่า  การที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ    วิพากษ์วิจารณ์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล  ต่อประเด็นที่นายพิธา ออกไปพบปะกับประชาชน โดยระบุว่าควรหลีกเลี่ยงการไปพบปะกับมวลชน  ทั้งยังควรห้ามปรามผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล ที่ออกมาเคลื่อนไหว    เนื่องจากการเคลื่อนไหวของมวลชนเหล่านี้ จะกระทบต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ  มองว่าการแสดงความเห็นของ นายธนกร  สะท้อนถึงตรรกะวิบัติ   เพราะการออกไปรับฟังปัญหาประชาชน คือจิตสำนึกพื้นฐานของนักการเมือง  ในทางกลับกันทางพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ควรเอาอย่างบ้างจะได้เรียนรู้ที่จะรับฟังเสียงประชาชน

นักการเมืองที่มาจากประชาชน  การเข้าไปหาประชาชนคือหน้าที่   นายธนกร หรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของของพรรครวมไทยสร้างชาติ ควรออกไปรับฟังเสียงของประชาชนบ้างว่าอยากได้อะไร อยากให้ประเทศเดินหน้าไปแบบไหน เผื่อว่าจะเกิดความละอายแก่ใจ ในการขัดขวางผลการเลือกตั้งที่มาจากประชาชนทั่วประเทศ และเลิกดูถูกเสียงของประชาชน   นายธนกรซึ่งปัจจุบันเป็นสส.   ควรจะลดเวลาให้ความเห็นแปลก ๆ กับสื่อมวลชน  แล้วเอาเวลาไปรับฟังสิ่งที่ประชาชนต้องการ  ตนเชื่อว่านายธนกรและพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็จะเกิดสติปัญญามากขึ้น

“ที่งงที่สุดคือตรรกะวิบัติ ที่บอกว่าการออกมาส่งเสียงของประชาชนให้ “เคารพผลการเลือกตั้ง”  เป็นสิ่งที่จะทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย ทั้งที่ภาพลักษณ์ประเทศเสียหายไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ สมาชิกวุฒิสภา 
 (สว. ) ร่วมกับพรรคการเมืองของกลุ่มอำนาจเก่า ขัดขวางเสียงข้างมากในระบอบประชาธิปไตย ขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยที่มีเสียงถึง 312 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร  แล้วพยายามสร้าง สูตรการจัดตั้งรัฐบาลแบบพิสดาร   เชื่อว่าไม่มีประเทศประชาธิปไตยไหนในโลกที่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้  ”  รองโฆษก พรรคก้าวไกล ระบุ