รวมพรรคการเมืองไม่ ‘โหวตนายกฯ’ ไม่ส่ง พิธา นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553481

13 ก.ค. 2566

รวมพรรคการเมืองไม่ 'โหวตนายกฯ' ไม่ส่ง พิธา นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30

รวมพรรคการเมืองไม่ ‘โหวตนายกฯ’ ไม่ส่ง พิธา นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีที่ 30 ชี้เพราะมีการเสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 อ้างไม่อยากให้บรรยากาศบ้านเมืองเข้าสู่ความวุ่นวาย

การประชุมสภาวัน เพื่อ “โหวตนายกฯ” คนที่ 30 ในวันนี้ (13 ก.ค. 2566) โดยในที่ประชุมภาในช่วงเช้า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้เสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติ ไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ตามมาตรา 160 เป็นนายกรัฐมนนตรีคนที่ 30 แต่เพียงผู้เดียว 

แต่ก่อนที่จะเริ่ม “โหวตนายกฯ” ในที่ประชุมสภา มีหลายพรรคการเมืองที่ให้สัมภาษณ์ โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่ไม่ให้การสนับสนุนนายพิธา เป็นนากรัฐมนตรีคนที่ 30 โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า พรรคก้าวไกล และนายพิธา มีการเสนอให้แก้ไขกฎหมายมาตรา 112  สำหรับพรรคการเมืองที่ไม่ “โหวตนายกฯ” มีดังนี้  

1.พรรคชาติไทยพัฒนา โดย นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ส.ส.สุพรรณบุรี ในฐานะโฆษกพรรค ระบุว่า  ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนาถึงทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีว่า พรรคชาติไทยพัฒนาไม่สามารถมีมติของพรรคได้ แต่เรียกว่าเป็นแนวทางที่ได้พูดคุยกัน เห็นพ้องกันว่าจะงดออกเสียง โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และสมาชิกพรรค ย้ำในจุดยืนที่จะไม่แตะมาตรา 112 และคำนึงถึงเสียงที่อาจจะไม่มากพอให้ชนะได้ แต่ก็คำนึงถึงเสียงที่สนับสนุนพรรคชาติไทยพัฒนามา โดยเฉพาะประชาชนที่ให้คะแนนกับพวกเรา สส. ทั้ง 10 คนอยู่ในห้องประชุมสภาอยู่แล้ว หากจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เราสามารถเรียกหารือกันได้ทันที

พรรคชาติไทยพัฒนาพรรคชาติไทยพัฒนา

2.พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข   ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีถึงทิศทางของพรรคภูมิใจไทยว่า เดี๋ยวรอฟังทั้งสองฝ่ายที่จะอภิปรายโดยพรรคภูมิใจไทยมีผู้อภิปรายด้วย เดี๋ยวค่อยพิจารณาดู โดยพรรคจะมีการประชุมกันหลายๆ รอบ และต้องฟังเสียงของสมาชิกพรรคหลายคนด้วย ยังมีเวลาในการตัดสินใจจนถึงเวลา 17.00 น. ที่จะมีการโหวตนายกรัฐมนต หากการ “โหวตนายกฯ” จบได้ในวันนี้ก็ดี 

พรรคภูมิใจไทยพรรคภูมิใจไทย

3.รวมไทยสร้างชาติ โดยนาย นายธนกร วังบุญคงชนะ สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้ารวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีมติของพรรคในการ “โหวตนายกฯ” โดยยืนยันมติเหมือนเดิม  เพราะมีการประชุมพรรคไปก่อนหน้านี้แล้ว   ว่าเราไม่สนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี   เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะจุดยืนเหมือนเดิมว่าท่านมีแนวคิดที่จะแก้ไขมาตรา 112  ไม่ได้เป็นเรื่องซับซ้อนอะไร แต่สิ่งที่ตนกังวลคือ ไม่อยากให้บรรยากาศ หวนคืนไปเหมือนเดิมอีก บ้านเมืองเดินมาไกลมากแล้วไม่อยากเห็นการชุมนุม

รววมไทยสร้างชาติ รววมไทยสร้างชาติ

4.พรรคประชาธิปัตย์  พรรคประชาธิปัตย์จะงดออกเสียงในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีวันนี้ เพราะมีจุดยืนชัดเจนเรื่องการไม่ยกเลิก และไม่แก้มาตรา 112 ส่วนเหตุผลที่ใช้วิธีการงดออกเสียงนั้นชัดเจนแล้วว่า จะไม่ลงคะแนนให้ การประชุมวันนี้ถ้าการโหวตวันนี้ไม่ผ่านจะนำไปสู่ความวุ่นวายจากการชุมนุม นายจุรินทร์ กล่าวว่า ถ้าเป็นการชุมนุมแบบสงบ ปราศจากอาวุธนั้นทำได้ เชื่อว่า คนส่วนใหญ่ของประเทศอยากเห็นความเรียบร้อยเกิดขึ้น การแสดงออกเป็นสิทธิแต่ละบุคคลที่สามารถทำได้ ทั้งความเห็นทั่วไป และความเห็นทางการเมือง หากไม่ละเมิดสิทธิบุคคนอื่น ซึ่งเป็นหลักการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจน และทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตาม

พรรคประชาธิปัตย์พรรคประชาธิปัตย์

‘สว.สมชาย’ ย้ำสมาชิกทุกคนมีเอกสิทธิ์ เชื่อไร้ปัญหาแม้ผลไม่ถูกใจ ปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553478

13 ก.ค. 2566

'สว.สมชาย' ย้ำสมาชิกทุกคนมีเอกสิทธิ์ เชื่อไร้ปัญหาแม้ผลไม่ถูกใจ ปชช.

‘สมชาย’ ย้ำเอกสิทธิ์ สว.โหวตนายกฯ เชื่อไร้อุบัติเหตุทางการเมืองแม้ผลไม่ถูกใจประชาชน วอนอย่าปลุกปั่นก่อความขัดแย้ง

วันที่ 13 ก.ค.  ที่อาคารรัฐสภา เกียกกาย นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ (13 ก.ค.) จะออกมาในรูปแบบใด ว่า สว. ก็ทำหน้าที่ของตนเองและตนเข้าใจว่ามีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพียงชื่อเดียว ส่วนจะเห็นชอบหรือไม่ หรืองดออกเสียง ก็เป็นเอกสิทธิ์ของ สว.  ที่จะทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ แต่ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล สว. ต้องทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง เพราะสิ่งสำคัญคือบ้านเมืองจะต้องเดินหน้า และมีความมั่นคงในทุกด้าน รวมทั้งสิทธิความเป็นพลเมืองที่จะพูดจากันได้ 

“การลงมติของ สว. ไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีมติออกมาอย่างไร อย่าพึ่งคาดคะเน เพราะ สส. และ สว. ทั้ง 750 คนทำด้วยความรับผิดชอบ อย่าใจร้อน เพราะหนทางประชาธิปไตยมีทุกช่องทาง ตอนนี้เป็นกระบวนการในรัฐสภา ประชาชนทำหน้าที่ในการเลือกผู้แทน ถ้าเป็นรัฐบาลก็ทำหน้าที่บริหาร แต่ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลก็เป็นฝ่ายค้าน และเชื่อว่า สส. ทั้ง 500 คน จะทำหน้าที่เป็นประโยชน์ให้บ้านเมืองเดินหน้า อย่าปลุกระดมให้เกิดบรรยากาศความเครียด เรามีวุฒิภาวะทุกคน หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น”นายสมชายกล่าว

เมื่อถามว่า ได้มีการกำชับ สว. ก่อนที่จะโหวตหรือไม่ เพราะขณะนี้ก็มีกระแสออกมาค่อนข้างมาก นายสมชายระบุว่า ไม่มีใครกำชับใคร ทุกคนก็เป็นบุคลากรจากสาขาวิชาชีพต่างๆ ได้รับการคัดสรรมาแล้ว การทำหน้าที่ของ สว. เป็นหน่วยคัดกรองกฎหมายและบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งวันนี้ สว. ก็ทำหน้าที่กลั่นกรองนายกรัฐมนตรี เรายึดหลักส่งเสริมคนดีปกครองบ้านเมือง หากมีประเด็นอะไรที่ต้องพูดคุยร่วมกันก็ควรที่จะคุยในรัฐสภา เพราะเราใช้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงระบอบรัฐสภา ที่รวบรวมพรรคการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อถามว่า หากผลโหวตออกมาแล้วไม่เป็นที่พอใจของประชาชน เพราะมี สว. หลายคนที่ออกมาแสดงตัวว่าจะไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ห่วงหรือไม่ว่าจะมีการเกิดความรุนแรงขึ้น นายสมชายเผยว่า เชื่อว่าไม่มีความรุนแรง เพราะประชาชนได้แสดงออกด้วยการเลือกตั้ง แม้จะมีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันก็ไม่เป็นไร 

“อย่าไปกังวลหรือเครียดกับการเมือง อย่าทำให้เกิดสถานการณ์รุนแรง สส. 500 คน อย่าปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความขัดแย้ง เราผ่านความขัดแย้งมานานแต่ยังไม่ไปไหน เพราะฉะนั้นการเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ เพราะประชาชนก็ใช้สิทธิ์ของตนเอง สส.-สว. ก็ใช้สิทธิ์ ทุกคนต่างเคารพซึ่งกันและกัน” นายสมชายกล่าว

‘โหวตนายก’ ชลน่าน เสนอชื่อ ‘พิธา’ ไร้คู่แข่ง ‘วันนอร์’ ลั่นทำหน้าที่เป็นกลาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553474

13 ก.ค. 2566

‘โหวตนายก’ ชลน่าน เสนอชื่อ ‘พิธา’ ไร้คู่แข่ง ‘วันนอร์’ ลั่นทำหน้าที่เป็นกลาง

‘โหวตเลือกนายก2566’ ชลน่าน เสนอชื่อ ‘พิธา’ ชื่อเดียว ไร้คู่แข่ง เปิดให้สส.-สว.อภิปรายคุณสมบัติ ‘วันนอร์’ ลั่นทำหน้าที่เป็นกลาง คาดหากสส.-สว.อภิปรายไม่มาก น่าจะโหวตได้ก่อน 5 โมงเย็นวันนี้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 ก.ค.2566 ที่รัฐสภา เกียกกาย กรุงเทพมหานคร  ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม

ที่ประชุมรัฐสภา เริ่มจาก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นเสนอ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชิงนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 พร้อมเปิดโอกาสให้ สส.- สว.อภิปรายคุณสมบัติแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ก่อนเข้าสู่วาระ ประธานรัฐสภา แจ้งว่า ตนทำหน้าที่เป็นประธานประชุมรัฐสภาในวันนี้เป็นครั้งแรก ตนจะทำหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภาและประธานที่ประชุมอย่างเป็นกลาง และจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อประโยชน์ของประชาชน ประเทศชาติ เกียรติและศักดิ์ศรีของฝ่ายนิติบัญญัติและรัฐสภาของเรา

อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติหน้าที่ของตนอาจจะขัดตกบกพร่องไปบ้าง ตนพร้อมรับความคิดเห็นการติชมของสมาชิกตลอดเวลา เพราะไม่มีผู้ใดบกพร่องเลยเพราะเราเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา แต่การประชาชนของเราจะมีประสิทธิภาพและสมบูรณ์ตามที่ประชาชนคาดหวังไว้ เราคงต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ที่จะทำให้เราทำงานมีประสิทธิภาพ

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวต่อว่า ขอให้สมาชิกทุกคนระมัดระวังการกล่าวถ้อยคำหรือแสดงความคิดเห็นหากถ้อยคำนั้นจะปรากฎนอกสภา กระทบต่อบุคคลภายนอกหรือองค์กรภายนอก ซึ่งจะเป็นความผิดทางอาญา หรือละเมิดสิทธิทางแพ่งต่อบุคคลอื่น ซึ่งไม่ใช่สมาชิก ซึ่งไม่สามารถคุ้มครองสิทธินั้นได้ เพราะเรามีการถ่ายทอดการประชุม และขอแจ้งให้ทราบว่าจากข้อตกลงร่วมกัน
 

สำหรับบุคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ จะเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่ได้รับการเสอนชื่อนายกฯได้อย่างทั่วถึงแต่ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจบุคคล โดยกำหนดเวลาดังนี้ วุฒิสภาใช้เวลา 2 ชั่วโมง สส.ทั้ง 18 พรรค ใช้เวลา 4 ชั่วโมง
 

โดยให้อภิปรายเป็นรายพรรคการเมือง แบ่งเป็น 8 พรรคที่จัดตั้งรัฐบาล 2 ชั่วโมง และกำหนดว่าการอภิปรายควรจะยุติลง ก่อนเวลา 17.00 น. แต่หากไม่มีอะไรมากการอภิปรายก็น่าจะจบก่อนวลา 17.00 น.ส่วนประเด็นอื่นๆ ก็จะพิจารณาไปตามขั้นตอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จำนวนสมาชิกรัฐสภามี 749 เสียง เนื่องจากมีสว.ลาออก 1 คน ดังนั้นจำนวนเสียงโหวตนายก2566 ต้องได้ 376 เสียง

จากนั้น เวลา 10.00 น.เข้าสู่การเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.)ลุกขึ้นชื่อบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีมาตรา 272 รัฐธรรมนูญมาตรา 159 และข้อคับการประชุมร่วมรัฐสภาข้อ 136 เป็นบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 160 และถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 88 ขอเสนอนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.)

หลังจากที่นายวันมูหะมัดนอร์ เปิดให้แสดงตนมีสส.ที่แสดงตนด้วยวาจาเป็นจำนวนมาก ประธานรัฐสภา จึงให้แสดงตนใหม่อีกครั้งเพื่อรับรองการเสนอชื่อนายพิธาเป็นนายกฯ โดยมีผู้แสดงตนรับรองทั้งสิ้น 298 คน ถือว่ามีเสียงรับรองครบ ทั้งนี้ไม่มีการเสนอชื่อบุคคลอื่นเข้ามาแข่งขันก่อนจะเปิดให้สส.และสว.อภิปรายคุณสมบัติว่าที่นายกคนที่ 30

จากนั้น ประธานรัฐสภา ได้ให้เปิดให้สมาชิกอภิปรายคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี โดยให้ ส.ส.จากทุกพรรคการเมืองได้เวลา 4 ชั่วโมง และ แบ่งเวลาอภิปราย สว.ได้เวลา 2 ชั่วโมง จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรี เวลา 17.00 น. โดยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้อภิปรายคนแรก ตามด้วย นายประพันธ์ คูณมี สว. จากนั้นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ใช้สิทธิ์พาดพิงลุกขึ้นชี้แจงต่อรัฐสภา

‘เรณู ตังคจิวางกูร’ ยื่นใบลาออก สว. ก่อน ‘โหวตนายกฯ’ 1 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553470

13 ก.ค. 2566

'เรณู ตังคจิวางกูร' ยื่นใบลาออก สว. ก่อน 'โหวตนายกฯ' 1 วัน

‘เรณู ตังคจิวางกูร’ ยื่นใบลาออก จากการเป็น สว. ก่อน ‘โหวตนายกฯ’ 1 วัน ทำให้เหลือ สว. เพียง 249 คน ในการ โหวตเลือกนายก 2566

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2566 น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ยื่นหนังสือแสดงความประสงค์ขอลาออกจากการเป็นสมาชิก สว. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. 2566 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า สว.เรณู ได้ลาออกจากการเป็น สว. เพียง 1 วัน ก่อนที่จะมีการลงมติเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 ก.ค. 2566

น.ส. เรณู ตังคจิวางกูร เคยเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ด้านยุทธศาสตร์และการวางแผน เมื่อครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ การลาออกของ น.ส.เรณู ส่งผลให้มี สว.เพียง 249 คน และสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดเหลือเพียง 749 คน ทำให้จำนวนการโหวตนายกที่ต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่งอยู่ที่ 375 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูล สว. ยืนยันเจตนารมณ์ที่เคยอภิปรายในสภาไว้แล้วว่า สว.ไม่ควรมีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี จึงขอใช้สิทธิ ‘งดออกเสียง’ ในการเลือกนายกรัฐมนตรี

‘พิธา’ ย้ำขอทำเต็มที่ให้สมกับความหวัง-กำลังใจ จากประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553469

13 ก.ค. 2566

'พิธา' ย้ำขอทำเต็มที่ให้สมกับความหวัง-กำลังใจ จากประชาชน

“พิธา” ย้ำมั่นใจในตัวเอง ขอทำเต็มที่ให้สมกับความหวัง-กำลังใจ จากประชาชน พร้อมใช้โอกาสแจง สว.ในสภาฯ ประเด็นที่ยังคลางแคลงใจ ระบุ เลื่อนโหวตไม่เกิดประโยชน์กับใคร เชื่อ ปมหุ้นสื่อiTV ไม่เกี่ยวกระบวนการรัฐสภา

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ก่อนการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี ว่า  มั่นใจในตัวเอง จะพยายามทำให้เต็มที่ให้สมกับความหวังและกำลังใจที่ประชาชนมีให้ และต้องขอบคุณประชาชนที่วันนี้มาร่วมลุ้นหน้าอาคารรัฐสภาวันนี้ และจะพยายามทำเต็มที่ ในการอธิบายวิสัยทัศน์ที่มีต่อประชาชน ที่มีมาตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. และจะพยายามอธิบาย ถึงประเด็นที่ยังมีความคลางแคลงใจ ที่ สว. บางคนอาจจะมี โดยจะใช้โอกาสนี้ในการหาฉันทามติใหม่ร่วมกัน 
 

ส่วนได้มีโอกาสได้คุยกับ สว. ครั้งสุดท้ายก่อนโหวต หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ขอรอฟังพร้อมกัน ยังมีเวลาอีกมากในการอภิปรายในสภา 


กรณีที่อาจจะมีการขอหารือ ให้เลื่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีออกไปนั้น  เท่าที่ฟังจากวิป 3 ฝ่าย เชื่อว่ามีโอกาสเป็นไปได้ยาก และเป็นสิ่งที่ไม่น่ามีประโยชน์กับใคร 


สำหรับกรณีที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง ของ กกต. ปมคดีหุ้นสื่อไอทีวีนั้น นายพิธา กล่าวว่า เป็นเพียงการรับในชั้นธุรการ ซึ่งแบ่งเป็น 2 เรื่อง และยังมีเวลาในการใช้ดุลพินิจของศาล ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการของรัฐสภาวันนี้ เพราะประชาชนรอมากว่า 2 เดือนเต็ม ต้องรีบดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปด้วยดี 
 

พร้อมเปิดเผยว่า ในเช้าวันนี้ พรรคก้าวไกล จะรีเช็กจำนวน สส. ของพรรคเพื่อให้มั่นใจว่ามาครบ 

‘สว.กิตติศักดิ์’ ฟัน โหวตนายก พิธา ตกเก้าอี้ จับตา 19 ก.ค. เลือดท่วมจอ จบแน่นอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553467

13 ก.ค. 2566

'สว.กิตติศักดิ์' ฟัน โหวตนายก พิธา ตกเก้าอี้ จับตา 19 ก.ค. เลือดท่วมจอ จบแน่นอน

‘โหวตเลือกนายก 2566’ สว.กิตติศักดิ์ ฟัน พิธา ตกเก้าอี้ สว. ส่วนใหญ่งดออกเสียง แนะ จับตา 19 ก.ค. ‘เลือดท่วมจอ’ จบแน่นอน

“โหวตเลือกนายก 2566” นับเป็นวันที่ต้องจับตา สำหรับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่ร้อนแรง โดยเฉพาะท่าทีของ สว. ในการแสดงออกถึงการไม่โหวตเลือก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา “สว.กิตติศักดิ์” เปิดเผยถึงจุดยืนในการ “โหวตนายก” ว่า ยังยืนยันเหมือนเดิม เพราะสถานการณ์ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง จนทำให้ต้องไปตัดสินใจอย่างอื่น ถ้าบ้านเมืองเราจะมีนักการเมืองขึ้นมาสร้างความแตกแยก โดยหนุนให้เด็กและเยาวชนไปทำผิดกฎหมาย และละเมิดมาตรา 112 ก็ไม่ควรเป็นรัฐบาลอย่างยิ่ง

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภากิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา

ส่วนคิดว่าการโหวตวันนี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะผ่านหรือไม่ สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้รู้สึกอะไรกับสถานการณ์ในวันนี้ เพราะทุกอย่างอยู่ที่กรรม กรรมคือการกระทำ ถ้าทำดีก็ได้ดี ถ้าทำสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกไม่ต้อง ก็จะเกิดสิ่งไม่ดี บ้านเราต้องอยู่ด้วยกฎหมาย ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายพิธายังยืนยันเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 112 ว่าต้องการรักษาสถาบันอย่างดีที่สุด สว. จะไม่ใจอ่อนหรือ กิตติศักดิ์ กล่าวว่า พฤติกรรมที่ผ่านมาของพิธาและพรรคก้าวไกล ได้ทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมหลายอย่าง เคยมีม็อบมาปิดสภาอย่างน้อย 2 รอบ จน สส. และ สว. ต้องขึ้นเรือข้ามแม่น้ำ แบบนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะประชาธิปไตยต้องให้เกียรติผู้อื่น ไม่ใช้ความรุนแรง ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม แต่สำหรับตน มีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

สว.กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า การโหวตของ สว. 250 คนในวันนี้ ทุกคนมีคำตอบเรียบร้อยแล้ว คือการปิดสวิตช์ ส่วนใหญ่จะงดออกเสียง ยกเว้นตน เพราะที่ผ่านมาเห็นพฤติกรรมชัดเจน ทั้งไปแตะต้ององค์กรอิสระ ทหาร ตำรวจ รวมถึงด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ถือเป็นภัยใหญ่หลวงของประเทศ จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศมากมาย ทำไมต้องไปเทข้างให้กับอเมริกา ไม่คิดถึงใจของจีน รัสเซีย และซาอุดีอาระเบียที่เราเพิ่งจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกลับคืนมา

“วันนี้เชื่อว่าจะมีการเสนอโหวตพิธาเป็นนายกฯ เพียงคนเดียว แต่ผมขอให้จับตาวันที่ 19 ก.ค. สนุกสนานเลือดท่วมจอแน่นอน ขอให้คอยดู ที่ผมพูดคือละครนะ แล้วไม่ห่วงว่าจะต้องขึ้นเรือหนีอีก วันนี้ผมเตรียมรองเท้าผ้าใบมาแล้ว เดี๋ยวจะถอดเครื่องแบบ หนีไปกับสื่อนี่แหละ และเชื่อว่าในวันที่ 19 ก.ค.ทุกอย่างจะจบ ได้ว่าที่นายกฯ ส่วนใครจะเป็นพระเอกในวันนั้น มีความเป็นไปได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย หรือเพศที่สาม แต่จะถูกใจประชาชนหรือไม่ผมไม่ทราบ สว.ไม่ได้ก้าวก่ายการจัดตั้งรัฐบาลของ สส. แต่เมื่อขั้นตอนมาถึง สว. เราก็ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ” สว.กิตติศักดิ์ กล่าว

ส่วนการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องหุ้นไอทีวีของนายพิธา จะมีผลต่อการโหวตในวันนี้หรือไม่ สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า เชื่อว่าไม่มีผล แต่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ สว. บางคนที่ชั่งใจอยู่ ตัดสินใจได้ว่าจะเลือกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การประชุมคงไม่เลื่อน มีเลือกแน่นอน แต่อาจจะไม่จบในวันนี้ ตนถึงบอกว่าให้รอดูวันที่ 19 ก.ค.2566

ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศว่า ถ้าพิธาไม่ผ่านในวันนี้ จะมีความวุ่นวายในประเทศแน่นอน นั้น นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ขอให้เป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้ากลัวและไม่กล้าตัดสินใจ ตนก็ไม่มาเป็น สว. หรอก กลับไปเลี้ยงหลานดีกว่า อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า สว. ไม่ถึง 10 คนที่สนับสนุนพิธา

‘เพื่อไทย’ เคาะดัน ‘พิธา’ ไปให้สุดทาง จ่อผุดแผนสองนายกฯ ‘อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553456

12 ก.ค. 2566

'เพื่อไทย' เคาะดัน 'พิธา' ไปให้สุดทาง จ่อผุดแผนสองนายกฯ 'อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา'

บทพิสูจน์รักแท้ ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ ดัน ‘พิธา’ สุดทาง ‘อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา’ รอแผน 2 หลังมรสุมรุมเร้า ‘ลุงตู่’ วางมือไขก๊อก รทสช.เปิดทางปรากฎการณ์ข้ามขั้ว

กินข้าวทีละคำ แต่กินจนหมดจาน’ วิทยา แก้วภราดัย ขุนพลรวมไทยสร้างชาติ ได้วิเคราะห์ ‘เพื่อไทย’ หลังก้าวชวดเก้าอี้ประธานสภาฯ คงไม่ใช่เรื่องที่วิเคราะห์กันอย่างลอยๆ

เมื่อสัญญาณการเมือง 2 วันนี้เริ่มเปิดทางไปสู่การข้ามขั้วไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ ‘ประยุทธ์’ ไขก๊อกวางมือทางการเมือง ทำให้เงื่อนไขไม่มีลุงปลดล็อกทันที หรือ กรณีที่วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องปมวินิจฉัยสมาชิกภาพของ’พิธา’ และ กรณีการหาเสียงยกเลิก ม.112 ว่าอาจเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ เรียกได้ว่า 2 เรื่องนี้อาจทำพิธาไปไม่ถึงดวงดาว

2 สัญญาณนี้เข้าทาง ‘เพื่อไทย’ แบบสุดๆ หากเมื่อ 8 พรรคร่วมดัน ‘พิธา’ ไปสุดทางไม่สำเร็จ ก็ต้องเป็นตาของ’เศรษฐา-อุ๊งอิ๊ง’ ที่จะต้องถูกเสนอชื่อต่อไปโดยมี 8 พรรคร่วมเดิม แต่ทว่าหากเงื่อนไขของ สว.คือต้องไม่มี ‘ก้าวไกล’ ในสมการล่ะก็ ก็ไม่ใช่เรื่องกระอักกระอ่วนใจอีกต่อไปเมื่อ ‘ลุงตู่’ ได้ลาจาก ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไปแล้ว

และแน่นอนถ้า ‘เพื่อไทย’ จะตัดสินใจข้ามขั้วจริงๆ อาจจะต้องทิ้ง 7 พรรคร่วมกันไป แล้วไปรวมกับฝั่ง 188 ขั้วรัฐบาลเดิมก็จะได้เสียงทะลุไปที่ 329 +เสียง สว.ส่วนตัวนายกฯ ต้องดูอีกครั้งว่าตัว ‘อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา-ชัยเกษม’ จะรับเผือกร้อนในตำแหน่งนี้หรือไม่ ซึ่งหาก 3 แคนดิเดตไม่รับก็จะเลื่อนลำดับไปที่ ‘บิ๊กป้อม’ แต่แน่นอนเกมนี่เป็นเกมเสี่ยง เป็นเกมสั้น ‘เพื่อไทย’ ต้องชั่งใจว่าคุ้มหรือไม่หากต้องแลกอนาคตทางการเมืองของพรรคกับการกลับบ้านของนายใหญ่ที่มีกำหนดการในเดือนนี้หรือเร็วๆ นี้

‘พิธา’ สงสัย กกต. เร่งคดี หุ้น itv เร็วสุดในประวัติศาสตร์ แกล้งผม จ่ายสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553450

12 ก.ค. 2566

'พิธา' สงสัย กกต. เร่งคดี หุ้น itv เร็วสุดในประวัติศาสตร์ แกล้งผม จ่ายสูง

‘พิธา’ ตอบปม หุ้นสื่อ สงสัย กกต. เร่งคดี เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ มีเวลา 1 วัน ก่อน โหวตนายก ลั่น แกล้งผม มีราคาจ่ายที่สูง

ภายหลัง คณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง​ (กกต.)​ มีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ สส.ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 ( 3 )ประกอบมาตรา 101 ( 6 )หรือไม่ จากเหตุมีชื่อถือครอง “หุ้น ITV” จำนวน 42,000 หุ้น

นายพิธา ให้สัมภาษณ์ว่า พร้อมเดินหน้าตามปกติไม่มีปัญหาอะไร และไม่ได้กังวลว่าจะถูกนำไปเป็นข้ออ้างในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของ สส. และ สว.ในวันพรุ่งนี้ เพราะ สว.หลายคน ได้ออกมาบอกแล้วว่า ไม่น่าเป็นเรื่องที่จะต้องมาพิจารณา เกี่ยวกับเรื่องคดี หรือนโยบาย เพราะมีหน้าที่ตามหลักการ และเป็นนักการเมืองของประชาชน ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอยู่แล้ว รวมถึงสื่อมวลชนและประชาชนด้วย จึงคิดว่าไม่ได้เป็นปัญหาอะไร

“ปัญหาคือว่า ไม่รู้จะตั้งรับหรือตอบอย่างไร เพราะผมไม่ได้มีโอกาสที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องเลย และใช้เวลาพิจารณาเรื่องของผม 32 วัน น่าจะใช้เวลาน้อยที่สุเในประวัติศาสตร์ เมื่อเทียบกับรัฐมนตรี 4-5 ท่าน สมัยก่อนตอน คสช.ก็ใช้เวลาอยู่กว่า 300 วัน แต่ของผมใช้เวลา 32 วัน แล้วยื่นศาลรัฐธรรมนูญ 1 วัน ก่อนการเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ผมไม่มีโอกาสชี้แจง และผมก็ไม่ทราบว่า กกต.สงสัยผมในประเด็นไหนเกี่ยวกับเรื่อง หุ้น ITV และมากกว่านั้น คือเรื่องที่ประชาชนสงสัย และการทำงานของสื่อมวลชน โดยเฉพาะช่อง 3 ที่ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับรายงานการประชุมไม่ตรงกัน ซึ่งยังไม่มีโอกาสได้ถามและชี้แจง หากเรียกผมเข้าไปชี้แจงตามกระบวนการ กกต. ก็คงจะสิ้นความสงสัย ไม่เป็นปัญหาให้เกิดเดตล็อกอย่างนี้ เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย” นายพิธา กล่าว

ส่วนจะเป็นการกลั่งแกล้งทางการเมืองอย่างชัดเจนหรือไม่นั้น นายพิธา กล่าวว่า หวังว่าจะไม่เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง จนทำให้นำไปสู่การชุมนุมในขณะนี้ เพราะการกลั่นแกล้งตนเพียงคนเดียว มีราคาจ่ายที่ต้องจ่ายสูง กับระบบกลไกในการบริหารราชการ และบริหารประเทศ และหลักเกณฑ์ที่เป็นบรรทัดฐานของนักการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย หากจะสกัดกั้นผมเพียงคนเดียว หรือพรรคก้าวไกลโดยที่ไม่ให้เข้า แต่เป็นเรื่องเสียงของประชาชนที่ออกไปเลือกตั้งในช่วง 2เดือนที่ผ่านมา ก็เป็นความหวังของเขา

นอกจากนี้ นายพิธา ยังขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ หลังจากทราบว่าถูก กกต.ส่งคำร้องเรียนไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย รวมถึงประชาชน ทั้งที่เป็นข่าว และส่งข้อความมา โดยยืนยันว่า ยังสติมี กำลังใจมี และหากศาลเปิดให้ชี้แจงไต่สวน ก็พร้อมทุกกระบวนการ

มติพรรคเพื่อไทย ก่อนโหวตเลือกนายกฯพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553448

12 ก.ค. 2566

มติพรรคเพื่อไทย ก่อนโหวตเลือกนายกฯพรุ่งนี้

‘นพ.ชลน่าน’ จะเป็นผู้เสนอ ‘พิธา’ ด้วยตัวเอง ขณะที่พรรคเพื่อไทย มีมติเป็นเอกฉันท์และพร้อมเปิดหน้าโหวตนายกฯ

พรรคเพื่อไทยประชุม สส. เพื่อกำหนดทิศทางโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (13ก.ค.) โดยถูกจับตามองว่าจะเป็นอย่างไร หลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัยคุณสมบัติของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล กรณีการถือหุ้นITV  

โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์จะโหวตนายพิธาเป็นนายกฯ พร้อมที่จะขานชื่ออย่างเปิดเผย และนพ.ชลน่านจะเป็นผู้เสนอชื่อนายพิธาด้วยตัวเอง รวมถึงจะมีสมาชิกที่จะอภิปรายสนับสนุนนายพิธาเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร รอพิจารณากันอีกครั้ง 

นพ.ชลน่าน ยอมรับ ที่ประชุมหยิบยกประเด็นข้อห่วงใยข้อกังวลโดยเฉพาะข้อเสนอ การลงมติให้คนที่ไม่มีคุณสมบัติอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยฝ่ายกฎหมายได้ให้ความเห็นต่อที่ประชุมแล้ว และมั่นใจว่าการลงมติในวันพรุ่งนี้เป็นการเห็นชอบด้วยกฎหมาย ตราบใดที่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิขฉัย เชื่อว่า นายพิธา ยังมีคุณสมบัติครบถ้วน จึงได้ให้ความมั่นใจกับ สส. แล้วไป 

มติพรรคเพื่อไทย ก่อนโหวตเลือกนายกฯพรุ่งนี้ประชุมสส.พรรคเพื่อไทยประชุมสส.พรรคเพื่อไทย

‘พิธา’มีเสียว คำร้อง’หุ้นไอทีวี’ จาก’กกต.’ ถึงมือ’ศาลรัฐธรรมนูญ’แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553436

12 ก.ค. 2566

'พิธา'มีเสียว คำร้อง'หุ้นไอทีวี' จาก'กกต.' ถึงมือ'ศาลรัฐธรรมนูญ'แล้ว

สำนักเลขาฯ’ศาลรัฐธรรมนูญ’ รับคำร้อง’หุ้นไอทีวี’ ของ’พิธา’ ลิ้มเจริญรัตน์ จาก’กกต.’ไว้แล้ว เตรียมส่งตุลาการฟันธงรับไว้พิจารณาหรือไม่

หน่วยงานธุรการศาลรัฐธรรมนูญ มีเวลาไม่เกินสองวัน เสนอให้ศาลฯพิจารณารับหรือไม่รับคำร้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.คดีหุ้นไอทีวี ของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯจากพรรคก้าวไกล ไว้พิจารณาหรือไม่ โดยอาจตั้งตุลาการ 3 ท่านเป็นผู้พิจารณา หรือ จะพิจารณาในที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ ภายในกำหนดระยะเวลา 5 วัน

ศาลรัฐธรรมนูญส่งเอกสารเผยแพร่ข่าว โดยระบุว่า เวลา 15.15 น. คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. (ผู้ร้อง) ยื่นคําร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพฯนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรณีถือครองหุ้นไอทีวี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่

ซึ่งสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญลงรับคําร้องในทางธุรการแล้ว จะได้นําเสนอคําร้องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 49  

ศาลรัฐธรรมนูญยังมีคำสั่งรับคำร้องที่นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่าการกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์หัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 2

ที่เสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาฉบับที่…พ.ศ…เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่

เอกสารประชาสัมพันธุ์ศาลรัฐธรรมนูญเอกสารประชาสัมพันธุ์ศาลรัฐธรรมนูญ

สำหรับวันนี้ สำนักงานกกต. นำโดย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก และพ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการกกต. และเจ้าหน้าที่นำเอกสารหลักฐานมายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อข้อให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพส.ส.ของนายพิธา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ประกอบมาตรา 101 (6) หรือไม่ จากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นไอทีวี จำนวน 42,000 หุ้น

รวมทั้งมีคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ส.ส.ไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย โดยได้นำเอกสารมายื่นในเวลาประมาณ 13.00 น. และใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ นานเกือบ 3 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ