ผัดไทย ไอศกรีมกะทิ เมนูเด็ดร้าน “อิน-จัน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563558

โดย คุณชาย 2 17 ม.ค. 2559 05:01

 

“นครชัยศรีที่มีส้มโอว่าหวาน ยังแพ้องุ่นสามพราน รสหวานเจ้านั้นเป็นหนึ่ง สาวงามสามพราน เจ้านั้นก็งามตราตรึง องุ่นว่าหวานสุดซึ้ง ยังไม่หวานถึงน้ำคำทรามวัย…”

สามพรานอำเภอหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ดินแดนผลไม้รสดี สตรีสวยงาม และแม่น้ำท่าจีนไหลผ่าน ปัจจัยเหล่านี้เอื้อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ ถิ่นนี้เมื่อประมาณ 50 ปี ผุดสวนกุหลาบขึ้นมาริมถนนเพชรเกษม รู้จักกันในนาม “โรสการ์เด้น”

เมื่อคนมาเที่ยวสวนก็อยากรับประทานอาหารด้วย ครั้นลูกค้าเสนอเจ้าของสวนก็สนองด้วยการเปิดร้านอาหารโรสการ์เด้น เรสเตอรอง เมนูอาหารขึ้นชื่อคือ ผัดไทย และไอศกรีมกะทิ จากวันนั้นถึงวันนี้นานกว่าครึ่งศตวรรษ ชื่อร้านอาหารเปลี่ยนเป็น “อิน-จัน” ไปแล้ว แต่ 2 เมนูคู่ร้านยังยืนยง

รสชาติผัดไทยของร้านอิน-จัน เป็นอย่างไรกัน

เส้นนุ่ม เปรี้ยวนำมาเล็กน้อย เผ็ดปะแล่มๆ ตามมาด้วยกลิ่นเครื่องปรุงหอมลอยมาจางๆ คนไม่ชอบอาหารรสจัดก็ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องปรุง แต่ “คุณชาย 2” อยากรู้ว่า ถ้าปรุงให้ถึงพริกถึงขิงไปเลยจะเป็นไรมี จึงใส่น้ำตาลนิด พริกป่นอีกหน่อย บีบมะนาวลงไป คราวนี้ความจัดจ้านก็ปรากฏอย่างท้าทาย

คำต่อมาค่อยโรยถั่วงอกขาวอวบลงไป เวลาเคี้ยวเส้นนุ่มๆ ประสานเข้ากับถั่วงอกกรอบๆ ประกอบกับปรับสายตาไปยังแม่น้ำท่าจีนข้างๆกาย เท่ากับเพิ่มรสชาติอาหารได้เป็นอย่างดี

“เครื่องปรุง ไม่ว่าจะเป็นถั่วงอก พริก ถั่ว หัวปลี เป็นผักอินทรีย์ทั้งหมด”

คุณเจี๊ยบ หรือ ธัญญาลักษณ์ กิจบำรุง ผู้จัดการร้านกระซิบและบอกว่าวัสดุต่างๆที่นำมาปรุง นอกจากเจ้าของคือ สามพรานริเวอร์ไซด์ เป็นผู้ปลูกเองแล้ว ยังมีเกษตรกรเครือข่ายส่งมาให้ ดังนั้นไม่ต้องห่วงว่า ถ้ามารับประทานอาหารที่นี่แล้วจะต้องนำสารพิษติดตัวกลับไปด้วย

สูตรอาหารไม่ว่าจะเป็นเมนูใด คุณเจี๊ยบบอกว่าไม่ได้คิดค้นมาเพื่อปรุงเอาใจลูกค้า แต่เป็นสูตรในตระกูล “ยุวบูรณ์” ที่พ่อครัว แม่ครัว ทำสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

นอกจากผัดไทยแล้ว ร้านอิน-จัน ยังมีเมนูขึ้นชื่ออีกหลายรายการ รายการหนึ่งคือ หมูสะเต๊ะ แม้จะชื่อว่าหมูสะเต๊ะ แต่ก็มีทั้งหมู เนื้อ และไก่ ให้ลูกค้าเลือกลิ้มลอง มองไปยังจานหมูสะเต๊ะ พบก้านไม้เสียบทำมาจากก้านมะพร้าว เสียบร้อยเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ

“เราเสียบด้วยก้านมะพร้าว ย่างด้วยเตาถ่าน เครื่องปรุงรส น้ำจิ้ม ล้วนทำมาจากผักปลอดสารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์” ผู้จัดการยืนยันเสียงหวาน ส่วนรสชาติแต่ละไม้ หอมกรุ่นทั้งจากเครื่องปรุงและการย่างมาอย่างดี เมื่อบวกด้วยน้ำจิ้มสูตรดั้งเดิม ก็ยิ่งทำให้ไม่อยากวางมือเอาเสียเลย

รายการอาหารอื่นๆ ยังมีเนื้อเค็มต้มกะทิที่ไม่อาจมองข้าม ขั้นตอนทำเนื้อนั้นเริ่มจากทำเป็นเนื้อแดดเดียวก่อน นำมาย่างไฟ ทุบ แล้วนำมาปรุง ทำให้หอมกลิ่นเนื้อย่าง เวลาเคี้ยวก็ แหลกได้อย่างรวดเร็ว ขณะกลืนเนื้อลงไป ถ้าตักน้ำกะทิข้นๆตามเข้าไปด้วยแล้ว รับประกันได้ว่า อาหารลงคอได้อย่างสะดวกดาย รายการนี้เหมาะสำหรับคนชอบเนื้อเป็นอย่างดี

คนที่รับประทานอะไรแล้วต้องมีมาตรฐานรับรอง ร้านอิน-จัน ก็มีอาหารถึง 4 รายการที่สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) รับรอง ได้แก่ ผัดผักอินทรีย์ แกงจืดใบหม่อน ต้มข่าไก่ใส่หัวปลี และของหวาน 1 ชนิดคือ กล้วยบวชชี

หลังอิ่มอร่อยกับอาหารแล้ว ต้องไม่ลืมว่าร้านอิน-จัน มีไอศกรีมกะทิสด

ไอศกรีมสีขาวนวล อยู่ในมะพร้าวน้ำหอมครึ่งซีก แรกเสิร์ฟกลิ่นกะทิหอมโชยมาทักทาย รสชาติออกจะแปลกจากที่อื่นก็คือไม่หวานมาก หวานแต่เพียงน้อยๆ แม้ “คุณชาย 2” อิ่มอาหารแล้ว รสอันยั่วยวนยังชวนให้ชิมเข้าไปไม่น้อย ลองตักใส่ปากแล้วอมไว้เฉยๆ ก็รับรู้ได้ถึงการละลายของไอศกรีมในปากและความหอมหวาน

แล้วสูตรมาจากไหน ถ้าจะบอกว่าคนในตระกูลทำรับประทานกันเองก็ออกจะไม่น่าเชื่อ แล้วก็ทราบความจริงว่า คนทำไอศกรีมเป็นคนเก่าแก่ของครอบครัวชื่อ รื่น เบาสันเที้ยะ เป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา

“ลุงท่านหวงสูตรมาก เวลาทำท่านปิดประตูหมดเลย ทำเพียงคนเดียว ต่อมาท่านอายุมาก เลยบอกกับท่านว่า อยากให้คนอื่นๆได้กินไอศกรีมอร่อยๆ ของลุงไหม ลุงก็บอกว่าอยาก ก็เลยให้ลุงบอกสูตรมา เราจึงได้รักษารสชาติเดิมๆไว้” คุณเจี๊ยบบอกอย่างภูมิใจ

ร้านอาหารอิน-จัน อยู่ในสามพรานริเวอร์ไซด์ ริมถนนเพชรเกษม เปิดขายมื้อเที่ยงทุกวัน ระหว่างเวลา 11.00-15.00 น. ส่วนมื้อเย็นเปิดเฉพาะวันเสาร์ เวลา 17.00-21.00 น. ติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 0-3432-2588-93 ผู้จัดการรับประกันว่า มีเจ้าหน้าที่ยินดีรับสายตลอดเวลา ส่วนการจองเปิดรับเวลา 08.00-18.00 น.

ก่อนจากกัน อดถามไม่ได้ว่า ทำไมถึงตั้งชื่อร้านอาหารตามชื่อแฝดสยาม ผู้จัดการบอกว่า เพราะแฝดสยามเป็นคนลุ่มแม่น้ำท่าจีน แม้ท่านจะเกิดในจังหวัดสมุทรสงคราม แต่ก็เป็นแม่น้ำสายเดียวกัน และที่สำคัญทุกๆปีร้านอาหารแห่งนี้ก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้สองแฝดสยามด้วย

ใครที่ชอบบรรยากาศริมน้ำ อากาศสะอาด ชมภาพวิถีชีวิตชาวบ้านเดิมๆ ร้านอาหาร “อิน–จัน” รอให้เข้าพิสูจน์อยู่อย่างสงบงาม.

คุณชาย 2

ก๋วยจั๊บราชวงศ์หมิง ซุปดังหมูกรอบเด็ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560280

โดย คุณชาย 1 10 ม.ค. 2559 05:01

 

ภาพก๋วยจั๊บรสเด็ด.

ดอกไม้โปรดของคนเรานี่ก็แปลก…บอกอะไรได้ตั้งหลายเรื่อง!!!

ใครชอบ ดอกมะลิ ว่ากันว่า มักเป็นคนเรียบร้อย อ่อนโยน รักสงบ เกลียดการโต้แย้ง เป็นคนอ่อนไหว แถมยังแคร์ความรู้สึกชาวบ้าน!!!

คนชอบ กุหลาบ…เอ้อ…ที่จริงใครๆก็ชอบกุหลาบด้วยกันทั้งนั้น…เพียงแต่ผู้ที่หลงใหลในกุหลาบมากกว่าดอกไม้อื่น ท่านว่า มักเป็นผู้ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ตัวเอง ชอบทำให้ตัวเองดูเด่น ไม่ชอบอยู่นิ่ง รักการเรียนรู้ แถมยังจัดเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์อยู่ในขั้นดีงาม… พระราม 8!!!

ผู้ชื่นชอบ ทิวลิป…อ่านแล้วอย่าเพิ่งร่อนจานมาทางหัว “ชาย 1” เขาว่า เป็นพวกช่างคิด ช่างฝัน ช่างจินตนาการ หรือพวกโรแมนติกนั่นล่ะ…รู้ยัง…แต่ก็ได้ชื่อว่า เชื่อคนง่าย แถมยังมีความขัดแย้งอยู่ในตัว

แฟนพันธุ์แท้ ดอกทานตะวัน เป็นพวกมุ่งมั่น ชอบเข้าสังคม กล้าเผชิญหน้ากับความท้าทาย แถมยังเป็นพวก “เสี่ยใหญ่ ใจแม่น้ำ…ซ้อสาม ใจนักเลง”

เหล่านี้เป็นข้อสังเกตที่นักจิตวิทยาฝรั่งเขาว่าไว้ ส่วนจะแม่นหรือมั่ว คงต้องถามใจตัวเอง

ป้ายร้านราชวงศ์หมิง.

…แต่ถ้าใครชอบ ก๋วยจั๊บ วันนี้ “ชาย 1” มีร้านอร่อยอีกร้านจะแนะนำ ชื่อ ร้านก๋วยจั๊บราชวงศ์หมิง พิกัดอยู่แถวพหลโยธิน ซอย 7 (ซอยอารีย์) เป็นร้านเก่าแก่เปิดขายมานาน 37 ปีแล้ว

ทำไมถึงตั้งชื่อว่า “ราชวงศ์หมิง” “ชาย 1” เองก็อยากรู้เหมือนกัน แต่เสียใจด้วย ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะอาเจ็ก เองตี๋ แซ่คู ผู้ซึ่งบุกเบิกทั้งร้าน และกวยจั๊บสูตรนี้ ป่านนี้…ท่านอาจเดินเล่นอยู่บนสวรรค์ชั้นไหนสักแห่ง!!!

“เมื่อก่อนเราขายข้าวมันไก่ด้วย แต่ทั้งยุ่ง และเหนื่อยมาก ทำไม่ไหวเลยเลิกขายมา 21 ปีแล้ว เหลือแค่ก๋วยจั๊บอย่างเดียว” ฉันทนา ครูส่งเสริม หรือ “หมวย” หนึ่งในลูกสาวของคุณเองตี๋เปิดประเด็น

เธอว่า ตอนที่เลิกขายข้าวมันไก่ เมื่อ 21 ปีก่อน ขณะนั้นเตี่ยของเธอมีอายุถึง 66 ปีแล้ว แถมย่านซอยอารีย์ ก๋วยจั๊บยังเป็นของที่หากินได้ยากกว่าอาหารประเภทอื่น

(ซ้าย)ฉันทนาและ(ขวา)สมศรี ครูส่งเสริม.

“สมัยที่คุณพ่อยังขายอยู่ ลูกค้ามักจะติดใจในน้ำซุปที่หอมกลิ่นอบเชย กับโป๊ยกั๊ก” หมวยว่า

“แต่ระยะหลังลูกค้าส่วนใหญ่ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่กลับไม่ชอบกลิ่นนี้ บ่นว่าฉุนกลิ่นเครื่องเทศเกินไป พอหลังจากคุณพ่อเสีย พวกเราเลยปรึกษากันว่า คงต้องปรับสูตรใหม่เล็กน้อย โดยหันมาเน้นความหอมของน้ำซุปจากซีอิ๊วแทนเครื่องเทศ แต่ยังคงความหวาน กลมกล่อม และไม่เลี่ยนเอาไว้ตามเดิม”

กระเพาะหมูต้ม.

จริงๆแล้ว ก๋วยจั๊บ ก็คือ ก๋วยเตี๋ยวชนิดหนึ่ง เป็นอาหารดั้งเดิมของชาวจีนแต้จิ๋ว บางคนบอกว่า มันคือ เส้นข้าวในน้ำซุป ที่ผสมกับเครื่องต่างๆ นับรวมกันได้ 10 อย่างนั่นเอง เช่น ไส้ หัวใจ ตับ ปอด กระเพาะ เต้าหู้ ไข่ต้ม หมูต้ม หมูกรอบ และเลือดหมู

โดยทั่วไปการทำก๋วยจั๊บตามแบบฉบับดั้งเดิมที่นิยมกัน ไม่ว่าจะทำกินเองตามบ้าน หรือทำไว้รับรองแขกเหรื่อ แม่บ้านสมัยก่อนนิยมใช้ความหอม และความมันที่ได้จากน้ำต้มไส้หมู ซึ่งต้มจนเปื่อยดีแล้ว ผสมลงในน้ำซุปกระดูกหมู เพื่อให้น้ำซุปมีรสชาติที่ทั้งหอมและมันยิ่งขึ้น

ตับหมูลวก.

แต่สมัยนี้ เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลา ร้านก๋วยจั๊บหลายแห่ง นิยมหันมาใช้ซุปก้อน หรือผงปรุงรสสำเร็จรูป เทลงไปในหม้อต้มน้ำซุปกระดูกหมูแทน

แต่ที่ร้านก๋วยจั๊บราชวงศ์หมิง…ยังคงอนุรักษ์ศิลปะการปรุงน้ำซุปตามแบบฉบับดั้งเดิม เพียงแต่มิได้นำน้ำต้มไส้หมูผสมลงไปในน้ำซุปกระดูกหมู…แต่ใช้ น้ำซุป ซึ่งปรุงขึ้นจากกระดูกหมูล้วนๆผสมกับกระเทียมรากผักชี และพริกไทยดำ เป็นตัวชูรสหลัก

ผลก็คือ เมื่อลองตักน้ำซุปใส่ปาก…แล้วหลับตาชิมอย่างพริ้มพราย รสสัมผัสที่ได้ คือ น้ำซุปที่หวาน กลมกล่อม และหอมอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ออกเค็ม หรือหวานโดด แปร่งลิ้น เหมือนน้ำซุปที่ได้จากซุปก้อน

หมวยเผยถึงศิลปะการปรุงน้ำซุปอย่างไม่หวงวิชาว่า เริ่มจากเธอใส่น้ำลงไปเกือบเต็มหม้อต้มเบอร์ 40 ก่อนจะหย่อนเล้ง (กระดูกส่วนสันหลังหมู) ประมาณ 4 กก. ลงไป เพื่อทำเป็น หัวเชื้อน้ำซุป

เครื่องที่ใส่ในก๋วยจั๊บ.

จะให้ดีงามพระราม 8 แบบไม่มีที่ติ…เธอว่า ก่อนลงมือต้มควรนำเล้ง ไปขูดหรือเลาะเอาส่วนที่คล้ายกับเส้นเอ็นซึ่งอยู่ตรงกลางออกให้เกลี้ยง ที่ต้องทำเช่นนั้น ก็เพื่อให้ได้น้ำซุปที่สะอาด ปราศจากตะกอน และกลิ่นไม่พึงประสงค์นั่นเอง โดยใช้เวลาต้มน้ำซุปนานประมาณ 2-3 ชั่วโมง

จากนั้นจึงเทผงพะโล้ตามลงไป 2 ช้อนโต๊ะ ใส่อบเชย และโป๊ยกั๊กพอประมาณ เหยาะซีอิ๊วขาวลงไป 2-3 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยซีอิ๊วดำ เพื่อเพิ่มความหวาน และกลิ่นหอม โดยกะเอามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสีของน้ำซุปที่ต้องการ จากนั้นใส่รากผักชี 1 กำมือ กระเทียมสับ 2 กำมือ และพริกไทยดำอีก 3 ช้อนโต๊ะ

นอกจากน้ำซุปก๋วยจั๊บที่น่าประทับใจ หมูกรอบ ของร้านนี้ ยังเป็นอะไรที่ “ชาย 1” ชิมแล้วรู้สึกหลงใหลในความ “กรอบฟู” ของส่วนที่เป็นหนังหมู…ครั้นเมื่อเคี้ยวต่อไปถึงชั้นเนื้อหมู ซึ่งอยู่ถัดลงมาจากหนัง โดยมีชั้นมันบางๆขวางกั้นไว้…สิ่งที่รู้สึกได้ คือ รสสัมผัสที่นุ่มลิ้น ระคนกลิ่นหอมจางๆ

อีกครั้งที่น้องหมวยคนนี้เธอยินดีบอกเคล็ดลับความอร่อยเป็นวิทยาทานแก่แฟนคอลัมน์นี้ ว่า

หมูกรอบรสเด็ดของร้านนี้.

“หมูกรอบที่ดี ต้องทำมาจาก หมู 3 ชั้น ที่มีชั้นหนังไม่หนา หรือไม่บางเกินไปและควรนำ ไปต้มก่อนหนึ่งรอบ เพื่อให้ส่วนที่เป็นเนื้อหมูนุ่ม ถ้าใช้แบบที่มีชั้นหนังหนามาทำ จะได้หนังหมูที่หนาเกินไป ไม่อร่อย กลับกันถ้าใช้แบบที่มีชั้นหนังบางเกินไปมาทำ ส่วนที่เป็นหนังจะแข็งโป๊ก หรือกระด้างจนกัดแทบไม่เข้า เพราะชั้นที่เป็นหนังจะอยู่ชิดกับชั้นที่เป็นเนื้อเกินไป ทำให้ทอดออกมาแล้วไม่กรอบฟู”

ศิลปะการปรุงของหมวย ก็คือ จะนำหมู 3 ชั้น ลงไปต้มในหม้อซึ่งแยกต่างหากจากหม้อน้ำซุป ใช้ไฟอ่อนต้มนานสัก 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงตักขึ้นมาใช้ส้อมแทงให้ทั่วหนังหมู แล้วทาด้วยเกลือบางๆจึงค่อยนำไปอบให้แห้งในเตาอบ จนเห็นว่าแห้งดีแล้วค่อยนำออกไปลงทอดในน้ำมันท่วมกระทะ

เธอให้เคล็ดลับสุดท้ายว่า ก่อนทอดให้ทามะนาวที่หนังหมู จะช่วยให้หนังหมูกรอบฟูอร่อยยิ่งขึ้น และระหว่างทอดควรใช้ไฟกลาง ทอดไปจนกว่า จะเห็นว่าหมูสามชั้นเริ่มหดตัวและแห้งสนิท จึงจะใช้ได้

ร้านก๋วยจั๊บราชวงศ์หมิง…หาไม่ยาก ลงจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส “อารีย์” เดินเข้าซอยอารีย์ หรือพหลโยธิน ซอย 7 ร้านอยู่ห่างจากปากซอยไม่ถึง 100 เมตร ถามคนแถวนั้น หรือวินมอเตอร์ไซค์ รู้จักหมด แต่ถ้าใครยังไปไม่ถูก ลองกริ๊งกร๊างไปหาหมวยได้ที่ 08-9491-4882.

คุณชาย 1