ดาราพาเที่ยว : ‘โอบ-โอบนิธิ’ สะพายเป้ ล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/402013

ดาราพาเที่ยว : ‘โอบ-โอบนิธิ’ สะพายเป้ ล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์

ดาราพาเที่ยว : ‘โอบ-โอบนิธิ’ สะพายเป้ ล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์

วันอาทิตย์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดาราพาเที่ยวสัปดาห์นี้ ได้คิวทองพระเอกคนดัง โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ จากภาพยนตร์ แสงกระสือ (Inhuman Kiss) ที่กำลังสร้างความฮือฮาในหมู่คนดูหนังไทยกับการตีความของ “กระสือ” ในรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้นต้องตีตั๋วไปพิสูจน์กันในโรงภาพยนตร์ แต่ที่ไม่ต้องรอคือทริปเที่ยวไอซ์แลนด์ของหนุ่ม “โอบ” ซึ่งพร้อมบอกเล่าประสบการณ์ล่าแสงเหนือ ให้แฟนๆ บันเทิงแนวหน้าได้ฟังกัน

เปิดทริป : ทริปนี้เริ่มขึ้นที่พี่ย้ง(ทรงยศ สุขมากอนันต์) อยากไปเที่ยวครับ แล้วเราก็มีหน้าที่ตามเขาไป(หัวเราะ) ผมก็มีอ่านรีวิวบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ตามๆ เขาครับ ไอซ์แลนด์ดูเหมือนเป็นประเทศที่ค่อนข้างจะไปง่ายนะครับ แต่เอาจริงๆ แล้วยากพอสมควร โดยเฉพาะการไปแบบแบ๊กแพ็กที่พวกผมไปกันตอนนั้นเราไปกันประมาณอาทิตย์หนึ่ง

วางแผนการ : คนวางแผนการเดินทางทั้งหมดคือ พี่ย้ง กับพี่ปิง (เกรียงไกร วชิรธรรมพร) ซึ่งที่พักแต่ละที่พี่ย้งค่อนข้างจะสติ๊กนิดหนึ่ง เราย้ายที่พักกันไปเรื่อยๆ เป็น Road Trip เพราะไอส์แลนด์เป็นประเทศแบบวงกลม เวลาเที่ยวก็จะเดินทางด้วยการขับรถไปกัน

จุดประทับใจ : มีหลายจุดมากเลยครับ เวลาขับรถไป เราก็จะเจอภูมิประเทศที่แปลกๆ เยอะ อย่างเช่นขับไปก็เจอหิมะ เจอทุ่งหญ้า เจอภูเขา เจอทะเล เรียกว่าภูมิทัศน์หลากหลาย
มีหลายแบบมาก ในประเทศเดียว

อุปสรรค : เดินทางยากครับ เราต้องบินไปลงประเทศในยุโรปก่อน แล้วต่อเครื่องบินเข้าไป เพราะไม่มีสายการบินไหนจากไทยตรงไปไอซ์แลนด์ พวกเราบิน 12 ชั่วโมงไปลงที่ลอนดอนกัน แล้วต่ออีกประมาณ 3-4 ชั่วโมง ไปถึงไอส์แลนด์

ผู้คนในไอซ์แลนด์ : ไม่ค่อยเจอคนเลยครับ เจอแต่ม้ากับแกะ (หัวเราะ) ประชากรในประเทศเขาค่อนข้างน้อย น้อยกว่าแกะกับม้าอีกนอกจากคนน้อยแล้ว เขาไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษด้วย คือพูดภาษาอังกฤษได้ระดับหนึ่ง

อาหารการกิน : กินยากมากครับ หมูไม่ค่อยมี มีแต่ไก่ ปลา ม้า เนื้อปลาวาฬ เพราะเป็นเขตประมง อาชีพหลักของคนไอส์แลนด์คือประมง ปลาแซลมอนจะเยอะมากผักก็เยอะ แล้วผมเป็นคนไม่กินผัก (หัวเราะ) ราคาอาหารก็ค่อนข้างแพง เพราะด้วยความที่ค่าครองชีพเขาค่อนข้างสูง มื้อหนึ่งตกเกือบ 300-400 บาทครับ

เฝ้ารอแสงเหนือ : แล้วแต่คนครับ บางคนไปอาทิตย์หนึ่งก็ไม่เจอ แต่ของผมโชคดีครับ ขึ้นหลังโรงแรมเลย แต่ผมไป 7 วันได้เห็นแค่ 2 วันนะครับ วันที่ 2 ต้องออกไปตามล่า เขาจะใช้คำว่า Haunting Aurora ออกไปขับรถตามจุดที่มีคลื่นแรงๆ มีแอพพลิเคชั่นคอยดู ตรงไหนคลื่นแรง ตรงนั้นจะมีรถจอดเต็มไปหมด เพื่อรอดูแสงเหนือกัน แล้วภาพที่เห็นตรงหน้า มันสวยกว่าในรูปเยอะ ภาพในรูปเป็นภาพนิ่ง แต่จริงๆ แล้วพอไปดูแสงเหนือจะเคลื่อนไหวได้ มันสามารถเป็นแดนซิ่งออโรร่าได้ครับ คนชอบคิดว่าแสงเหนือ เห็นปุ๊บสีเขียวเลย แต่จริงๆ ไม่ใช่นะครับ เขาจะเป็นแสงสีเทาๆ แต่ถ้าเราถ่ายในสปีดชัตเตอร์ต่ำๆ ถึงจะเห็นเป็นสีเขียว หรือถ้าช่วงนั้นแรงมากๆ สีก็จะต่างออกไปจากสีเทา

สิ่งที่ได้จากการออกเดินทาง : การท่องเที่ยวของผมคือความสนุกครับ ผมเป็นคนไม่ค่อยอยู่กับที่ การไปเที่ยวคือได้พักผ่อน ไปได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อ เอ็นจอยกับโมเม้นต์นะตรงนั้น

เพื่อนร่วมทาง : คนส่วนใหญ่เวลาไปเที่ยวด้วยกัน จะบอกได้ว่าคนคนนี้เข้ากับเราได้ไหม บางคนเคยแตกคอกันเพราะไปเที่ยวก็มีเยอะแยะ บางคนไปแล้วชอบ ก็ไปเที่ยวด้วยกันต่อ เพราะฉะนั้นจะไปไหนกับใคร ก็ต้องศึกษาใจคอกันนิดหนึ่ง ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะไปเที่ยวกับใครก็ได้ เพราะไลฟ์สไตล์ชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน

เป้าหมายต่อไป : ตอนนี้อยากไปนิวซีแลนด์ครับ ไปเกาะทางใต้ อยากไปดูธรรมชาติสวยๆ ถ้ามีโอกาสนะครับก็จะไปเพราะการเที่ยว ผมว่าเราไปได้เรื่อยๆ เพียงแต่ต้องวางแพลน วางโปรแกรมถ้าวางล่วงหน้าก็จะเป็นทริปใหญ่ หนีไปเลย 2-3 อาทิตย์ กับครอบครัวก็ไปกันทุกปีครับ อย่างปีที่แล้วไปกระบี่กันมา ปีนี้อยากพาไปไกลบ้างๆ ครับ

ไกด์หล่อบอกต่อด้วยค่ะแต่เสียดายไกด์คนนี้มีเจ้าของหัวใจติดป้ายจองแล้วว่า “มะปราง-อลิสาขุนแขวง” อุ๊ปส์!!

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : ‘อ้วน-รังสิต’ ฉลองครบรอบแต่งงาน 1 ปี ควงภรรยาลั้ลลาที่เกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/400424

ดาราพาเที่ยว : ‘อ้วน-รังสิต’ ฉลองครบรอบแต่งงาน 1 ปี ควงภรรยาลั้ลลาที่เกาหลีใต้

ดาราพาเที่ยว : ‘อ้วน-รังสิต’ ฉลองครบรอบแต่งงาน 1 ปี ควงภรรยาลั้ลลาที่เกาหลีใต้

วันอาทิตย์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เผลอแป๊บเดียว พระเอกหนุ่มหล่อ อ้วน-รังสิต ศิรนานนท์ แต่งงานครบปีแล้วค่ะคุณสามีจึงไม่พลาดที่จะสร้างความทรงจำดีๆ กับภรรยาสุดที่รัก ส่วนจะโรแมนติกและหวานซึ้งแค่ไหน ตามไปดูทริปหวานปนฮาที่น่ารักสุดๆ ของทั้งคู่กันค่ะ

ทริปฉลองครบรอบแต่งงาน “พอดีว่าช่วงนั้น ไปงานแต่งงานของน้องชายภรรยา (ปาร์ค ฮยอน ซอน) ที่เกาหลีใต้ ก็เลยได้เที่ยวด้วย แล้วช่วงที่ไปเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ก็ใกล้วันครบรอบแต่งงานของเราพอดี เลยถือโอกาสถ่ายครบรอบแต่งงาน 1 ปี ด้วยเลย”

โรแมนติกหวานซึ้ง “ไม่หรอกครับ (ยิ้ม) คือเบื้องหลังทั้งฮาทั้งเหนื่อย แล้วก็ขำกันตลอด (หัวเราะ) คือภรรยาผมเป็นนางแบบ แล้วก็รู้จักกับสตูดิโอถ่ายภาพ เขาก็เลยถ่ายให้ฟรี ซึ่งเขาจัดเตรียมให้เราทุกอย่างเลยนะ ทำฉาก มีลูกโป่ง แล้วก็มีเค้กให้ด้วย แล้วผมก็ถ่ายคลิปวีดีโอไว้ ทำ เอ็มวี ขำๆ ลงไอจีโซเชียลมีเดียของตัวเอง”

ร่วมสร้างความทรงจำดีๆ ด้วยกัน“คือผมไปเห็นคลิปหนึ่ง แล้วผมรู้สึกว่าเฮ้ย…เจ๋งดี ก็เลยลองหาสถานที่บรรยากาศสวยๆ ถ่ายกันก็น่าจะดี เท่นะ เลยได้เป็นสวนสาธารณะ กับเมียงดง ตอนถ่ายเราก็ตั้งกล้องถ่ายกันเอง (หัวเราะ) ซึ่งตอนถ่ายที่เมียงดงนี่อายคนมาก เขาคงคิดว่า เอ๊ะ..มันทำอะไรกัน มาจับหมุนจับเหวี่ยง เพราะตรงเมียงดงคนเยอะ แล้วคนไทยก็เยอะด้วย เราก็อาย คนไทยก็เห็นเราเยอะ เลยรีบทำรีบเสร็จ (หัวเราะ) แต่ที่เป็นสวนสาธารณะก็จะเงียบๆ หน่อย ไม่มีคน จะมีเวลาถ่ายนานหน่อย คือเป็นสวนสาธารณะที่มีแต่คนเกาหลี แล้วไม่ได้เป็นสวนที่คนไทยรีวิวเท่าไหร่ สวนนี้จะอยู่ใกล้ๆ สนามบินอินชอน ผมกับภรรยาก็ไปถ่ายวีดีโอ ถ่ายรูปหามุมสวยๆ กันไปเรื่อยๆ เพลินดีครับ”

หมั่นเติมความหวานกันต่อเนื่อง “ด้วยความที่เขาเป็นคนหวาน มีความโรแมนติก แล้วก็ชอบที่จะโรแมนติกมันก็เลยต้องบังคับให้เรามีบ้าง เพราะว่าเราก็ต้องทำให้เขามีความสุข ก็เลยต้องมีนิดหนึ่งครับ”

ตะลอนกินตะลอนเที่ยว “ไม่ได้ไปไหนเยอะครับ จะเป็นสวนสาธารณะอย่างที่บอก แล้วก็เมียงดงช็อปปิ้ง ไปกินปลาหมึกขยับได้ อร่อยนะ แรกๆ ผมก็ไม่กล้ากิน กลัวมาก ไม่เอาเลย ตอนหลังเล่นกันไป-มาก็ต้องกิน พอกินแล้วก็โอเค (ยิ้ม)”

ที่ที่อยากไปให้ได้ในชีวิตนี้ “หลายที่นะครับ แต่ถ้าสักครั้งหนึ่งในชีวิต ก็น่าจะเป็นทางขั้วโลก แล้วก็คาบสมุทรแอนตาร์กติก ไปพิสูจน์ชีวิตชาวเอสกิโม ไปดูแสงเหนือที่รัฐอลาสกา ที่ไหนที่คน
ไม่ค่อยไปแล้วไปยากๆ นั่นแหละที่ผมอยากจะไป แต่มันแพง (หัวเราะ) ฉะนั้นงบน้อย เลยต้องไปเมืองที่ค่าตั๋วไม่แพงมาก”

ไปแล้วติดใจ “ผมรู้สึกว่าคนไทยรวมถึงตัวผม เวลาไปไหนมาไหนจะชอบ ญี่ปุ่น อย่างตัวผมจะรู้สึกว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ดีที่สุด ตั๋วเดินทาง งบประมาณ สถานที่ อาหาร อากาศ ความปลอดภัย ครบทุกอย่าง ใกล้ชีวิตเรา ไม่อันตราย สนุกอาหารอร่อย เมืองสวย สะอาด ผมว่าญี่ปุ่นดีที่สุด รองลงมาก็คือ เกาหลีใต้ ก็ได้บรรยากาศอีกแบบนะ”

สไตล์เที่ยวที่ชอบ “ผมเป็นคนชอบเที่ยวแบบ Adventure ชอบเที่ยวที่ที่ไม่เคยไป ซึ่งมันจะทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ แต่ถ้าที่ไหนที่เคยไปแล้ว ผมจะรู้สึกเบื่อมาก อย่างเมืองไทย ผมไปมาเกือบทุกจังหวัดแล้ว ไปมาตั้งแต่เด็กๆ เลย เพราะตอนนั้นผมเป็นนักกีฬา ก็จะตระเวนไปแข่งที่นู่นนั่นนี่ ก็จะได้เที่ยวไปในตัวด้วย ก็ไป-มาเกือบทั่วหมดเลย ภาคใต้ ภาคเหนือภาคอีสาน ตะวันออก ตะวันตก ก็เลยไม่ค่อยชอบเที่ยวไทยเท่าไหร่ แต่ก็มีไปบ้าง พวกทะเล เพราะเป็นคนชอบเที่ยวทะเล ซึ่งจะออกไปทางทะเลภาคใต้ครับ”

คำแนะนำก่อนออกเดินทาง “เตรียมที่พักถูกๆ แล้วกันครับ เพราะว่าทุกอย่างอยู่ที่งบเรื่องที่พัก เพราะถ้าเรามีที่พักถูกๆ ก็เที่ยวแบบสบายๆ ไม่ต้องเร่งรีบอะไรมาก ถ้าเราจองที่พักแพง นอกจากจะไม่ได้อยู่ไม่ได้นอนเต็มที่แล้ว ไหนจะต้องรีบเที่ยวด้วย ถ้าที่พักถูกก็สามารถใช้ชีวิต Slow Life ได้ด้วย ส่วนแผนเที่ยวก็วางนิดหน่อยพอ วันหนึ่งก็ที่สองที่ ไม่เกินนี้ ผมไม่ชอบอะไรที่เร่งรีบ เพราะไม่งั้นก็จะไม่เหมือนเที่ยว จะเป็นการตามล่าสถานที่ ผมจะไม่เที่ยวแบบฮาร์ดคอร์เด็ดขาด เหนื่อย”

ฝากผลงาน “ตอนนี้มีละครเรื่อง “กลลวงทวงหนี้รัก” ทางช่อง 3 ออนแอร์อยู่ครับ ซึ่งเรื่องนี้จะรับบทเป็น อัศวินออกแนวโรแมนติกดราม่า แล้วก็จะมี“รักจังเอย” ออนแอร์เร็วๆ นี้ ฝากติดตามทั้งสองเรื่องด้วยนะครับ”

ทุกการเดินทางทำให้เราเจออีกมุมโลกที่แปลกใหม่ ได้เรียนรู้และฝึกฝนตัวเอง ให้รู้จักที่จะใช้ชีวิตกับทุกการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีสติ

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : ตาม…ดีเจเทมส์ สรรพกิจ ดูฉลามวาฬที่ ‘เกาะเซบู’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/398878

ดาราพาเที่ยว : ตาม...ดีเจเทมส์ สรรพกิจ ดูฉลามวาฬที่ ‘เกาะเซบู’

ดาราพาเที่ยว : ตาม…ดีเจเทมส์ สรรพกิจ ดูฉลามวาฬที่ ‘เกาะเซบู’

วันอาทิตย์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ไปเยือนครั้งแรกก็ทำเอา ดีเจเทมส์สรรพกิจ แห่งคลื่น FM ONE 103.5 ประทับใจเป็นที่สุด กับการได้ท่องเที่ยว “เกาะเซบู” ของ ประเทศฟิลิปปินส์ เพราะนอกจากจะได้สัมผัสกับความสวยงามของทะเลเซบูแล้ว ยังได้ว่ายน้ำกับฉลามวาฬอย่างใกล้ชิด แต่กว่าจะไปถึงจุดหมายปลายทาง ก็เล่นเอาหนุ่มเทมส์ถึงกับเหงื่อตกเลยทีเดียว บรรยากาศตลอดการเดินทางของเขาจะสนุกตื่นเต้นแค่ไหนไปดูกัน

เที่ยวตามรีวิว “ผมเป็นคนชอบศึกษาค้นคว้าจากรีวิว ที่เขามาโพสต์ๆ กัน ไม่ว่าจะตามพันทิป หรืออะไรก็แล้วแต่ แล้วผมก็พยายามทำตามให้ได้หมดทุกอย่าง แต่ก็อาจจะมีแหวกแนวบ้าง อย่างการไปเที่ยวฟิลิปปินส์ คนส่วนใหญ่จะไปยังมะนิลากัน แต่ครั้งนี้ผมไปที่ เซบู สิ่งที่ประทับใจคือได้ดูฉลามวาฬ แล้วฉลามวาฬในที่นี้ไม่ใช่ฉลามวาฬธรรมชาติ เป็นฉลามวาฬที่เขาเลี้ยงให้อาหารทุกเช้า มีการดำน้ำไปดู มีหลายกิจกรรมให้ทำสนุกตื่นเต้นดีครับ”

ชุลมุนตั้งแต่เริ่มเดินทาง “ตอนนั้นที่ไป ก็ Backpackers หน่อยๆ ครับ เพราะผมไปแบบไม่มีการจองรถตู้ ไม่มีการจองใดๆ กะว่าไปตายเอาดาบหน้า พอไปถึงวันแรกนอนที่กรุงมะนิลาก่อน บรรยากาศและการจราจรในเมืองเขารถติดมากๆก็เลยย้ายไป เซบู ตามแพลน แต่กว่าจะถึงก็ต้องต่อรถหลายต่อมาก นั่งวนไปครับกว่าจะถึง นั่งรถทัวร์จากตรงนั้น เข้าไปในตัวที่พักที่เซบู ซึ่งก่อนจะถึงที่พักประมาณสองป้าย ด้วยความหิวโหยก็เลยขอลงก่อน เพราะจะแวะเซเว่น แต่พอจะกลับปุ๊บ อ้าว..ไม่มีรถทัวร์รถบัสวิ่งผ่านเลย ทำยังไงดี ก็ถามคนแถวนั้น ปรากฏว่าได้พี่คนหนึ่งมานำทางไปที่พัก ผมก็เลยจ้างเขาเป็นไกด์ส่วนตัวในทริปนี้เลย”

ลุยต่อไม่รอแล้ว “วันรุ่งขึ้น ไกด์คนนี้ก็พาเราไปขึ้นยอดเขาแห่งหนึ่ง แล้วปรากฏว่าฝนตก (หัวเราะ) ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่เหมือนจะสวยงามนะ แต่ก็มีอุปสรรค (หัวเราะ) แต่ผมรู้สึกว่ามัน
สนุกนะ เราได้ลุยเต็มที่ เจออะไรที่ไม่คาดคิด ไม่ใช่เป็นไปตามภาพที่เห็น หรืออ่านรีวิวมาโอเคมันอาจจะสวย 60% แต่อีกเปอร์เซ็นต์ที่เหลือคือความสนุก เราได้เห็นน้ำตกที่สวยจริงๆ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ธรรมชาติที่สวยงาม น้ำใสมากเป็นสีมรกต พอดำลงไปมันสวยมาก น้ำเย็น เหมือนได้พักผ่อนจริงๆ ซึ่งผมว่านะเป็นอีกทริปที่เหมือนได้มากกว่าไปญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นเราจะรู้หมดแล้วว่าเดินทางยังไง ใช้เจอาร์พาส ซื้อตั๋วต่างๆ เหมือนง่ายไปหมด แต่อันนี้แบบต้องนั่งรถทัวร์ ต่อมอเตอร์ไซค์ ก็อยู่ที่นั่นประมาณ 6 วัน 5 คืนครับ”

ออกนอกแลนด์มาร์ค “เซบูตอบโจทย์การท่องเที่ยวผมนะ แม้ว่าผมไม่ชอบการดำน้ำ เพราะผมกลัวปลา เราว่ายน้ำยังไงก็เร็วกว่าปลาไม่ได้ แต่ถ้าวิ่งก็ยังไหว ถ้าใครชอบที่นี่ก็น่าสนใจ การดำน้ำแล้วได้เห็นฉลามวาฬที่เขาเลี้ยงก็ทำให้เรารู้สึกว่า เราก็เป็นเพียงมนุษย์ตัวเล็กๆ คนหนึ่งซึ่งในโลกใบนี้ยังมีอะไรอีกเยอะ นี่แค่ที่เดียวเองนะ ผมก็พยายามจะเก็บหลายๆ ที่ที่คนเขาไม่ค่อยไปกัน แล้วผมเป็นคนที่ชอบเที่ยวด้วยการเดินเขา ไม่ค่อยชอบการดำน้ำเท่าไหร่ ส่วนแฟนจะค่อนข้างขี้เกียจหน่อย แต่เราก็จะเป็นคนที่บอกว่าไปเถอะ ได้ลดน้ำหนัก ได้เพิ่มความแข็งแรง และได้เห็นอะไรที่คนธรรมดาเขาไม่เห็นกันด้วย ชวนกันออกไปเปิดหูเปิดตา”

เกือบไม่ได้กลับบ้าน “ตอนขากลับผมซวยอีกครับ คือผมซื้อตั๋วที่เป็นโปรโมชั่น แล้วเหมือนเขามีการเช็คอินกันจน Flight นั้นเต็มหมดเลย ที่นั่งที่ผมจองไว้ไม่มี อ้าว! ไม่ได้กลับบ้านสิ หลังจากนั้นเขาก็ให้ Voucher เป็นที่พักจากสายการบินนี้ ให้ไปพักในเมืองรอ ก็อยู่ฟรีกินฟรีรอพรุ่งนี้ ซึ่งผมก็ต้องโทร.ลางาน เพราะไม่ได้กลับตามกำหนด แล้วเขาก็ให้รถรับ-ส่งอย่างดี แถมได้นั่งชั้น Business ได้สิทธิพิเศษส่วนลดในการซื้อตั๋วครั้งต่อไปด้วย แต่ต้องใช้สายการบินนี้เท่านั้นนะ และต้องมาเปลี่ยนเครื่องที่มะนิลา (หัวเราะ) งงมาก (หัวเราะร่วน) สุดท้ายก็ได้กลับบ้านแหละครับ แต่กว่าจะได้กลับก็วุ่นวายนิดหน่อย ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตในการท่องเที่ยวของเราไป”

เซบู ทำให้หลงรักการเดินป่า “การที่ผมหลงรักการเดินเขา มันเริ่มแรกมาจากไปเที่ยวเซบูครั้งนี้ เพราะผมเป็นคนชอบเที่ยวธรรมชาติ ยิ่งถ้าได้เดินเขา รู้สึกว่านี่แหละเรา แต่ตอนดำน้ำ เรากรี๊ด (แบบกลัว) พออยู่ใกล้ๆ ฉลามวาฬเรากรี๊ดก็เลยรู้สึกว่าเราชอบปีนเขามากกว่า แล้วเราก็เกิดปีแพะด้วย ก็น่าจะเกี่ยว (หัวเราะ) แต่ด้วยเวลาและภาระหน้าที่ก็ต้องมีการวางแผนหน่อย ว่าเราจะใช้ช่วงไหนดีที่สุด ปีหนึ่งก็น่าจะเที่ยวสักสองสามที่ครับ”

สักครั้งของนักปีนเขาที่อยากพิชิต“อยากไปเลห์ ลาดัก ประเทศอินเดีย เป็นเขาสำหรับเทรคกิ้งอยู่แล้ว ผมแพลนไว้ว่าปีนี้น่าจะมีโอกาสได้ไปนะ น่าจะเป็นช่วง กรกฎาคม ที่ไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะใช้เวลากันประมาณสองอาทิตย์ แต่ผมน่าจะประมาณ 7 วัน คือที่นี่มีคนอยากไปเยอะมาก สำหรับคนที่ชอบเทรคกิ้ง อากาศติดลบ เพราะอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเยอะมาก เป็นอีกเขาหนึ่งที่ท้าทายผมคุยกับเพื่อนนะ เขาบอกว่า เอาตังค์สองสามหมื่นไปอิตาลี สวิส ดีกว่าไหม ซึ่งผมว่าอันนั้นไปเมื่อไหร่ก็ได้นะ แต่สำหรับที่นี่ต้องพร้อมจริง ถ้าเราไม่มีกำลัง ก็จะไม่ได้ไป ฉะนั้นต้องรีบไปตอนนี้แหละครับ”

ขอให้หนุ่ม “เทมส์” ได้ไปพิชิตยอดเขาสมความตั้งใจนะคะส่วนทางนี้ขอเป็นกำลังใจ และเฝ้ารอชมภาพสวยๆ ดีกว่าค่ะ เรื่องที่สูงนี่ ไม่สู้จริงๆ บรึ๋ยส์!!

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : ‘โบว์-เมลดา’ควงคุณแม่ ล่องทะเลใต้ครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/397325

ดาราพาเที่ยว : ‘โบว์-เมลดา’ควงคุณแม่ ล่องทะเลใต้ครั้งแรก

ดาราพาเที่ยว : ‘โบว์-เมลดา’ควงคุณแม่ ล่องทะเลใต้ครั้งแรก

วันอาทิตย์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดาราพาเที่ยวสัปดาห์นี้ ได้นางเอกสาวหน้าใส โบว์-เมลดา สุศรี มาทำหน้าที่เป็นไกด์ เผยถึงทริปที่ลืมไม่ลง กับการเดินทางไปท่องทะเลภาคใต้ ซึ่งทำให้เธอได้เปิดประสบการณ์ใหม่และเรียนรู้แก้ไขปัญหาเพื่อเอาตัวรอด นับเป็นอีกหนึ่งบันทึกหน้าสำคัญที่เธอเผยว่าทั้งตื่นเต้นและท้าทาย

ทำงานแล้ว ขอเที่ยวบ้าง “ทริปนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาค่ะ หนูไปทำงานที่งานกาชาด จังหวัดกระบี่ ช่วงข้ามปีเสร็จงาน พอมีเวลาว่าง ก็เลยนั่งเรือออกไปเที่ยวเกาะกัน ไปตามเกาะต่างๆ อยู่กลางแจ้งทั้งวันเลยค่ะ แล้วก็ลืมไปว่าต้องไปงาน เอเชี่ยน เทเลวิชั่นอวอร์ด ซึ่งต้องใส่ชุดโชว์ผิว พอกลับมาถึงบ้าน ผิวเป็นทูโทนเลยค่ะ (หัวเราะ) ต้องฟื้นฟูกันใหญ่เลยคือตอนเที่ยวก็สนุกไง ถึงอากาศจะร้อนก็สู้ตาย แล้วเสื้อที่ใส่ไปก็สบายๆ ไม่มีเสื้อคลุมด้วย ปรากฏว่าดำเลยค่ะ กลับมาแม่ดุชุดใหญ่ (หัวเราะ)”

ล่องทะเลใต้ครั้งแรก “เป็นครั้งแรกเลยค่ะที่ได้นั่งเรือออกไปเที่ยวแบบนี้เพราะหนูไม่เคยไปทะเลทางภาคใต้เลย ส่วนใหญ่จะไปแต่งานอีเว้นท์แล้วก็กลับ พอได้ไปเห็นแล้วสวยมาก ยังคงมีความเป็นธรรมชาติอยู่ บางเกาะก็ยังไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้า เพราะเขายังปรับปรุงระบบนิเวศอยู่ เราก็ทำได้แค่ยืนมองอยู่ในเรือค่ะ”

พายเรือ ใกล้ชิดผืนน้ำ “ยังอยากกลับไปอีกเลย อยากไปพายเรือ เพราะตอนที่หนูไป เขาบอกว่าน้ำลง ไม่สามารถที่จะพายเรือรอบเกาะได้ คือหนูชอบพายเรืออยู่แล้ว พายเป็นตอนเล่นละครเรื่อง“คาดเชือก” ตอนนั้นต้องอยู่กับน้ำ แล้วต้องพายเรือเข้าฉากไปวัดไปบ้าน ซึ่งพายจริงๆ ซ้อมกันจนพายเป็นเองเลยค่ะ บังคับถอย เลี้ยวซ้าย ขวาทำได้หมด สตาร์ทเรือหางยาวเอง ก็เลยได้ใช้วิชาตั้งแต่นั้นมาแม่ก็ชอบเลยค่ะ บอกว่า “พายเรือเก่งนะ ถ้าน้ำท่วมโลกก็ไม่กลัวแล้ว” วันนั้นเลยได้พายให้แม่นั่งนิดหน่อยค่ะ”

ดำน้ำดูโลกใต้ท้องทะเล “ในทริปก็จะมีดำสน็อกเกิ้ลด้วย เราก็ไปดำน้ำกันซึ่งแม่ดำนานมาก จนหนูคิดว่าแม่จมน้ำ คือ แม่เอาหัวลงน้ำแล้วก็ไม่ขึ้นเลย คือเขาหายใจทางปากผ่านสน็อกเกิ้ล แม่ก็ดำอยู่อย่างนั้น แต่แบบว่านานมาก หนูเลยตกใจนึกว่าแม่จมน้ำ (หัวเราะ) ปรากฏแม่บอกว่าใต้น้ำสวยมาก แม่เลยดำนานไม่โผล่หัวขึ้นมาเลย แล้วแม่ยังบอกอีกว่า แม่กลืนน้ำลายจนอิ่ม เพราะเห็นปลานกแก้วแล้วอยากกิน (หัวเราะ) คือสมัยก่อนแม่บอกว่าแม่เคยกินที่โรงแรมค่ะ เนื้ออร่อยมาก ซึ่งเมื่อก่อนไม่ผิดกฎหมาย แต่ปัจจุบันเป็นปลาอนุรักษ์แล้วค่ะ แล้วก็เจอพวกหอยเม่นซึ่งหนูก็เคยกินไข่หอยเม่นแค่ครั้งเดียวตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น พอดำน้ำเห็นสิ่งเหล่านี้ก็จะแบบ ตัวไหนมีไข่นะหิวน้ำลายไหลเลย (หัวเราะ)”

ประสบการณ์ความตื่นเต้น “วันนั้นที่เราไป มีเรือลำหนึ่งน้ำมันหมดอยู่กลางทะเล แล้วโทรศัพท์เขาโทร.ออกไม่ได้ ไม่มีสัญญาณ ฉะนั้นก็ต้องรอเรือลำอื่นผ่านมาเท่านั้น ซึ่งก็เป็นเรือพวกเราที่ผ่านไปเจอ ตอนแรกหนูเห็นคนโผล่หัวออกมาประมาณ 5 คน สักพักกลายเป็น 10 กว่าคน อยู่ในเรือลำนั้น นึกในใจเรือมีท้องเหรอ (หัวเราะ) เขาก็ย้ายคนมาขึ้นเรือลำที่หนูอยู่ แล้วก็พาไปส่งที่เกาะ จากนั้นเรือเราก็ไปลากเรือลำนั้นกลับเข้าฝั่งเพื่อไปเติมน้ำมัน ซึ่งจากการสอบถามเขาบอกว่ารอมาประมาณชั่วโมงกว่าแล้วค่ะ โชคดีที่เรือเราเป็นลำใหญ่ เลยได้ช่วยเขากัน ถ้าเป็นเราตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น คงช็อกค่ะ อยู่กลางทะเลแบบนั้น”

คืนเคานท์ดาวน์ “ช่วงอยู่ที่นั่น ก็กะว่าจะได้ดูพลุสวยๆ ริมทะเลในคืนสิ้นปี แล้วก็วางแผนจะรอดูอยู่ที่โรงแรมแต่ปรากฏว่ามุมตรงโรงแรมไม่เห็นอะไรเลยค่ะ (หัวเราะ) ได้ยินแต่เสียง หันซ้าย หันขวา หมุนรอบตัว หายังไงก็ไม่เห็นเลยกลายเป็นวันสิ้นปีอีกบรรยากาศหนึ่ง คือนั่งกิน นั่งคุยกัน แล้วก็แยกย้ายกลับห้องนอนค่ะ (หัวเราะ)”

ต้องไปพิชิตให้ได้ในสักวัน “อยากไปเชียงดาวค่ะ เพราะหนูเป็นคนชอบท้องฟ้า ชอบดูดาว แล้วเห็นใครๆ เขาก็ไปถ่ายรูปกันสวยๆ ทั้งนั้น แต่ตัวหนูไม่รู้ไปถ่ายเองจะสวยไหมนะคะ (หัวเราะ) แต่แค่ขอได้ไปมองก็พอใจแล้วค่ะ”

“หยินหยาง” ว่าไม่ต้องกลัวรูปไม่สวยหรอกค่ะ เพราะแค่เอ่ยปาก ก็มีคนอยากต่อแถวสมัครเป็นช่างภาพให้ฟรีๆ เพียบเจ้าค่า

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : ‘ซาร่า-อนุสรา’ ฟินสุด ตะลอนสวิตเซอร์แลนด์ครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/395946

ดาราพาเที่ยว : ‘ซาร่า-อนุสรา’ ฟินสุด ตะลอนสวิตเซอร์แลนด์ครั้งแรก

ดาราพาเที่ยว : ‘ซาร่า-อนุสรา’ ฟินสุด ตะลอนสวิตเซอร์แลนด์ครั้งแรก

วันอาทิตย์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กลายเป็นความทรงจำที่ฟินไม่รู้ลืมเมื่อดีเจสาว ซาร่า-อนุสรา แบล็ทเลอร์แห่งคลื่น “กู๊ดไทม์ 98.5 เอฟเอ็ม” ได้ตะลอนเที่ยว ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะตลอดการเดินทางกว่า 2 สัปดาห์ในต่างแดน เธอบอกว่ามีความท้าทายและตื่นเต้นให้ลุ้นอยู่ทุกวัน ดินแดนในฝันแห่งนี้สะกดใจซาร่าให้หลงใหลได้แค่ไหน ตามเธอไปเที่ยวกันค่ะ

ทริปสุดประทับใจ “ไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ค่ะ ไปมาเมื่อปีใหม่นี่เอง เป็นทริปที่ไปกัน 4 คน มีซาร่า พี่สาว และเพื่อนอีก 2 คน ก็แพลนว่าจะไปสองสัปดาห์ เพราะเป็นช่วงข้ามปีพอดี กะว่าไปเคานท์ดาวน์ที่นู่นด้วย แต่ก่อนไปก็จะมีความวุ่นวายนิดหนึ่ง คนนั้นจะไปที่นี่ คนนี้จะไปที่นั่น ก็มีเป้าหมายของตัวเองกัน เพราะแต่ละคนก็เสิร์ชหาในกูเกิ้ลกัน ว่าที่ไหนน่าสนใจ แต่เราก็ไม่ได้ฟิคแพลนกันค่ะ”

จุดหมายแรก “ไปถึง ก็พุ่งไปดูแม่น้ำไรน์กันเลยค่ะ ปรากฏว่ากว่าจะไปถึงตรงนั้น ก็เย็นมากๆ แล้วคือช่วงฤดูหนาวที่นู่นสี่โมง พระอาทิตย์ตกดินแล้วนะคะก็เลยไม่เจอ ไปไม่ถึง โอเคไม่เป็นไร ไม่ได้เฟลเพราะว่าก็มีอย่างอื่นให้ได้ทำ”

ตะลุยพิชิต 4 ยอดเขา “ไปทั้งหมด4 เขาเลยค่ะ (ยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ)นั่นก็คือ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) ยอดเขาทิตลิส (Titlis) ยอดเขาพิลาตุส (MtPilatus) และยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) โดยเริ่มจากพิลาตุส อันนี้นอกแพลนนะคะ คือพอตื่นเช้ามาเห็นว่ามันอยู่ใกล้ๆ ก็เลยไปกัน พอเสร็จจากพิลาตุสอีกวันก็ไปทิตลิส แล้วค่อยไป จุงเฟราถามว่าทำไมถึงกล้าที่จะไปแน่นขนาดนี้เพราะมีคนเคยไปแล้วเขาเป็นลม แต่เราไม่เป็นอะไรเลยนะ มีแค่ตอนลงจากจุงเฟราที่ยืนรอรถนาน แล้วหนาวมาก ขาลงเลยมึนๆ แต่พอได้กินมาม่าร้อนๆก็หาย ที่นั่นมีมาม่าขายด้วยนะคะ แต่แพงมาก (หัวเราะ) และหลังจากนั้นก็ไปแมทเทอร์ฮอร์น เรียกว่าครั้งหน้าไปสวิสก็ไม่ต้องเที่ยวเก็บยอดเขาแล้วล่ะค่ะ (หัวเราะ) ไปครบหมดแล้ว คราวหน้าก็ช็อปปิ้งกระจายไปเลยค่ะ (หัวเราะ)”

ตะลอนทัวร์ทั่วทุกมุมเมือง“ใน 14 วัน เราไปเกือบครบทุกเมืองค่ะเริ่มต้นตั้งแต่ลง Zurich-Interlaken-Lucerne-Basel-Geneva-Lauterbrunen- Montreux เป็นการไปเที่ยวแบบครบที่หลักๆ ก่อน อันไหนไม่ครบ ค่อยไปเก็บตก และมีวันหนึ่งที่อยู่ Basel เขามีรถรางให้นั่งฟรีสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถข้ามไปถึงฝั่งเยอรมนีได้ แต่เป็นเยอรมนีแบบชายแดนนิดหนึ่ง ก็ได้เหยียบๆ เยอรมนีนิดหนึ่งค่ะ”

โมเมนต์ประทับใจ บันทึกไว้ในความทรงจำ “ต้องเป็นที่ Blausee เลยค่ะสวยงามมากๆ วันนั้นเราไปถึง หิมะตกพอดี แล้วแอ่งน้ำที่เป็นแอ่งน้ำสีฟ้า น้ำใสมากๆ พอมีหิมะตกลงมา ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสโนว์โกลบเลยค่ะ สวยมากๆ ทุกคนเห็นรูป พากันถามใหญ่ว่าที่ไหน จะไปมั่ง ก็มีน้องดีเจที่รู้จักคนหนึ่งจะไป เลยบอกเขาว่าไปตรงนี้ให้ได้นะ ตรงนี้สวยมากๆ จริงๆ ค่าเข้าไม่ได้แพง ฟีลตรงนั้นคือแบบ มันเป็นสถานที่จริงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เราเห็นด้วยตาสัมผัสด้วยร่างกายจริงๆ คือปกติก็ไม่ได้เป็นคนที่ชอบเที่ยวธรรมชาติเท่าไหร่ แต่ตรงนี้คือแบบสวยมาก หิมะตกลงไปในน้ำ และเห็นปลาว่าย มีเป็ด มีห่าน คือแบบเหมือนฝันเลย ถึงหิมะจะตกตลอด แต่เราอยู่ตรงนั้นกันประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าซาร่าเฟสไทม์หาคุณแม่ ให้คุณแม่ได้ดูด้วยเลยว่าสวยแค่ไหน เพื่อนๆ ที่ไปก็เฟสไทม์เหมือนกันค่ะ”

ร้านเด็ดเมนูโปรด “ร้านไก่ทอดที่ Basel ค่ะ เป็นร้านที่จำชื่อไม่ได้นะคะ เข้าไปแบบงงๆ เพราะมองเข้าไปมีแต่คนสูงวัยอยู่กัน ไม่มีวัยรุ่นเลย แต่พอเข้าไปสั่งกิน อร่อยมากค่ะ มีเบอร์เกอร์ ไก่ทอดที่ไม่มีความมันเหลืออยู่เลย ไม่รู้ว่าเขาทอดยังไง เป็นเมนูประทับใจค่ะ”

เที่ยวเองหลงเอง “ซาร่าว่าท้าทายตัวเองดีนะคะ เพราะว่าซาร่าไม่ชอบเที่ยวแบบทัวร์ รู้สึกอึดอัด เราไม่ชอบให้คนมาบังคับว่าเราจะต้องตื่นกี่โมง แล้วต้องทำอะไร ฉะนั้นเราจะแพลนเอง เพื่อท้าทายตัวเอง สนุกดีค่ะ อย่างไปญี่ปุ่นรถไฟเขาเยอะมาก มันก็ท้าทายเราว่า เอ๊ะ…เราจะนั่งรถผิดไหม อย่างตอนไปสวิสก็เกิดแฮชแท็ก “สวิสหลงเก่ง” ขึ้นมาเลย เพราะว่าหลงขึ้นรถไฟผิด คือเขาประกาเป็นภาษาเยอรมนี เราก็ฟังไม่ออก อ้าวเลยป้าย ก็ต้องนั่งกลับ กลายเป็นความท้าทายที่สนุก และไม่ได้กลัวที่จะหลงด้วยค่ะ”

เสน่ห์ของสวิตเซอร์แลนด์ “รู้สึกว่าบ้านเขาคือดีมาก (เน้นเสียง) รถรางบริการให้ฟรี น้ำดื่มเปิดก๊อกดื่มได้เลย แต่เรายังไม่กล้ากินนะ เพราะก็มีคนบอกว่าถ้ายังไม่ชินไม่เคยกินมาก่อน อาจจะ
ท้องเสียได้ เราก็เลยไม่กล้า และอย่างหนึ่งที่ดีมากๆ เลยคือ ไม่มีใครทิ้งขยะแบบไม่เป็นที่เป็นทางเลย ในแม่น้ำก็ไม่มีขยะเลยสะอาดจริงๆ แล้วก็เวลาที่ไปไหนก็ตามถ้าเขาเลี้ยงสัตว์มีสุนัข เขาสามารถพาเข้าไปได้ทุกที่เลย ไม่ว่าจะขึ้นรถเมล์รถราง รถไฟ ซึ่งก็มีการจ่ายค่ารถแบบครึ่งราคา เขาเวลคัมค่ะ อย่างร้านอาหารเราก็สามารถพาเข้าไปนั่งได้เลย แล้วมันทำให้คนสวิสเองเป็นคนที่มีวินัย ซาร่าสังเกตเห็นนะว่าถ้าสุนัขเขาฉี่หรืออึเขาต้องเก็บ ฉะนั้นเขาก็ต้องมีการฝึกสุนัขเขาเองให้เป็นที่เป็นทางนี่เป็นสิ่งที่ฝึกได้นะ ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย อย่างตอนที่ขึ้นไปจุงเฟรา ก็มีคนพาสุนัขขึ้นไปด้วย 3-4 ตัว คือทุกที่เขาให้เข้าหมดเลยค่ะ”

ทริปต่อไป “พอดีว่าน้องชายไปเรียนดอกเตอร์ที่ญี่ปุ่น เขาอยู่ฟุกุโอกะ แล้วแม่ก็ยังไม่เคยไปญี่ปุ่น ก็เลยแพลนว่าอยากจะพาแม่ไปดูหิมะ เพราะตอนเราไปสวิส เราไปเห็นมาแล้ว แต่แม่ไม่ได้ไปเห็นด้วย ครั้งนี้ก็เลยจะรีบพาคุณแม่ไปดูที่Takayama (ทาคายาม่า) กับ Shirakawa-go(ชิราคาวาโกะ) ซึ่งน่าจะยังมีหิมะอยู่นะคะ ช่วงกุมภาพันธ์นี้ ก็เลยว่าจะวาร์ปไป แล้วให้น้องชายมาหาที่โอซากา เป็นทริปครอบครัวเล็กๆ ไม่ต้องแพลนอะไรมากค่ะ”

มีแก๊งเพื่อนสาวตะลุยทุกที่ไปไหนไปกันแบบนี้ เชื่อว่าอีกไม่นานสาว “ซาร่า” ต้องมีทริปสนุกๆ มาฝากเราอีกแน่นอนค่ะ

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : ‘เปรี้ยว-ทัศนียา’ ท้าหนาว ทริปเอ้าท์ติ้งเกาหลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/394423

ดาราพาเที่ยว : ‘เปรี้ยว-ทัศนียา’ ท้าหนาว ทริปเอ้าท์ติ้งเกาหลี

ดาราพาเที่ยว : ‘เปรี้ยว-ทัศนียา’ ท้าหนาว ทริปเอ้าท์ติ้งเกาหลี

วันอาทิตย์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดาราพาเที่ยวสัปดาห์นี้ ได้นางเอกสาวจากละคร “สารวัตรใหญ่” (ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ หลังข่าวค่ำ ช่อง 7HD) เปรี้ยว-ทัศนียา การสมนุช มาเป็นไกด์สาว พาไปตามรอยทริปเอ้าท์ติ้งตะลุยหนาวกันที่เกาหลี จะสนุกสนาน สั่นสู้กับอุณหภูมิติดลบแค่ไหน ตามเธอบินไปโซลกันค่ะ

วางแพลน : ทริปนี้เริ่มจากเป็นทริปเอ้าท์ติ้งของพี่ๆ ในบ้านค่ะ (พี่น้องร่วมสังกัด) มีพี่เบลล่า (เบลล่า-ราณี), บัว (บัว-นลินทิพย์), พี่ที่เป็นช่างแต่งหน้า,พี่แพรวผู้จัดการ แล้วก็มีน้องๆ ที่เป็นเด็กใหม่ในบ้าน ไปเที่ยวกัน เราวางแพลนไว้เป็นเดือน ว่าปีนี้จะไปไหนกันดี สุดท้ายก็มาลงที่เกาหลีเหมือนเดิม เพราะว่าเดินทางง่าย และอาหารการกินก็สะดวก ทุกคนชอบ บ้านเมืองเขาก็โอเค ภาษาก็น่าฟัง คนก็น่ารัก ถือว่าเป็นครั้งที่ 2 สำหรับการไปเอ้าท์ติ้งที่เกาหลีด้วยกัน แต่ถ้าไปเที่ยวเอง เปรี้ยวไปเกาหลีเป็นครั้งที่ 5-6 แล้วค่ะ (หัวเราะ)

ตารางทัวร์ : ส่วนมากจะอยู่โซลค่ะแต่ก็มีออกนอกเมืองบ้าง ไปเล่นสกีกัน เป็นลานสกีที่อยู่นอกเมือง อากาศหนาวมาก -14 องศา เสื้อกันหนาวที่ทุกคนเอาไปได้แค่ใช้ถ่ายรูปค่ะ แล้วก็ต้องซื้อผ้านวมมาห่มกัน เครื่องสำอางที่เราใช้ที่ไทย ที่ทำให้หน้าโกรลๆ ฉ่ำๆ ก็ใช้ที่โน่นไม่ได้ หนูถึงขั้นต้องซื้อออยมาฉีดหน้าค่ะ เพราะหน้าแห้งมาก แล้วรูปเซตเกาหลีทริปนี้ เรียกว่ายิ้มไม่ออก (หัวเราะ) เพราะว่าหนาวมาก

เมนูที่ติดใจ : จิมดักค่ะ ที่เป็นวุ้นเส้นน้ำดำๆ รสชาติดีมาก รู้สึกอร่อย ไก่ก็ให้เยอะเส้นก็ดี เหมือนวุ้นเส้น แต่เส้นเขาจะหนาหนึบกว่า ชอบมาก

สถานที่ประทับใจ : เปรี้ยวชอบโดยรวมของเกาหลีอยู่แล้วค่ะ แต่ก่อนหน้านี้ เอ้าท์ติ้งครั้งแรก เคยได้ไปปั่นจักรยานปั่นกันเอง 4 คน ปล่อยตัวออกจากสถานีทีละคัน แล้ววิวสวยมากกกก เราเพิ่งรู้ว่าถ้าเป็นตอนกลางคืน เวลาผ่านอุโมงค์ของเขา จะมีไฟเล็กๆ ติดอยู่ น่ารักมากค่ะ วิวดี เห็นภูเขา เห็นน้ำนิ่งๆ ใสๆ สวยมาก เป็นพื้นที่นอกเมืองโซล แล้วปั่นกันไกลนะคะ 3-5 กิโลเมตร แต่อากาศเย็นกำลังดี ระหว่างทางก็มีอะไรให้เราได้ชม เลยไม่เหนื่อยค่ะ

เที่ยวทะลุปรุโปร่ง : เกาหลีถือเป็นประเทศที่ไปบ่อยที่สุดแล้วค่ะ หนูเคยไปทั้งแบบไปเอง และก็ไปทัวร์ คือไปเองก็สะดวกสบาย เพราะเขาจะมีบัตร T-Money ที่สามารถใช้ได้ทุกอย่างเลย จ่ายตังค์ค่าของในมินิมาร์ท จ่ายค่าแท็กซี่ รถไฟ รถเมล์ ได้หมด ก็เลยรู้สึกสะดวก เหมาะแก่การไปพักผ่อนไปเที่ยว ยิ่งเราไปบ่อย เราก็ยิ่งรู้มากขึ้น พอไปก็จะชิล แล้วหนูเป็นคนชอบดูซีรี่ส์ด้วย ติดซีรี่ส์มากๆ ตอนนี้กำลังย้อนดู The Heirs คิดถึง ลี มิน โฮ ค่ะ ปีนี้เขาจะออกจากกรมแล้ว ก็เลยจะอินกับภาษาเกาหลี พอก้าวเท้าถึงเกาหลี ได้ยินคนพูดภาษาเกาหลีก็จะฟินค่ะ

เรื่องช็อปปิ้งก็ไม่แพ้ใคร : จริงๆ แล้วทุกคนช็อปเท่าๆ กัน แต่มันมีเสื้อนวมตัวยาว ที่คนเกาหลีชอบใส่กัน แล้วมันลดราคาค่ะ กลายเป็นทุกคนที่ไป มุ่งไปซื้อเสื้อนวมตัวนี้กันค่ะ เพราะมันหนาวมาก แล้วช็อปกันแบบกระเป๋าปิดไม่ได้ (หัวเราะ) น้ำหนักเกินกันทุกคน ต้องชิปปิ้งเสื้อผ้ากลับ (หัวเราะ) เพราะว่าที่พวกหนูไปกัน เหมือนเป็นไพรเวททัวร์ แล้วเขาจะจำกัดน้ำหนัก ให้แค่คนละ 20 โล แล้วไปหน้าหนาวที่หนาวมากๆ แค่เสื้อผ้าก็เต็มแล้วค่ะ

เพื่อนร่วมทริป : เปรี้ยวเคยไปกับคนที่คิดว่าเราสนิทกัน แต่ว่าบางทีมันยังไม่มากพอ ที่เราจะไปเที่ยวด้วยกัน แต่สำหรับทริปเอ้าท์ติ้งนี้ ที่ทุกคนสนิทกันมากๆ กลายเป็นว่าทุกคนช่วยเหลือซึ่งกันและกันมีอะไรก็ช่วยกัน มันอุ่นใจ ไม่ว่าเราจะเดินกับใคร ก็คุยกันเป็นเรื่องเดียวไปหมด ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น และได้คุยสิ่งที่ปกติเราเจอกันแต่ไม่ค่อยได้คุยกัน เพราะอย่างพี่เบลเองก็ทำงานหนักมากในปีที่ผ่านมา พอเขามีเวลาว่าง เขาก็มาเอ้าท์ติ้งกับพวกเรา ก็ทำให้รู้สึกว่าเป็นแฟมิลี่ทริปค่ะ ได้พูดจาแลกเปลี่ยนการทำงานการใช้ชีวิตกันจริงๆ เพราะเราได้นอนด้วยกัน ได้กินข้าวด้วยกัน 3-4 วัน ตัวติดกันตลอด

ประสบการณ์จากการท่องเที่ยว : ให้อะไรหลายๆ อย่างกับเราค่ะ บางทีเราอยากไปเพราะเราเหนื่อยกับการทำงาน อยากไปพัก พอได้ไปเที่ยว เราก็จะได้ความสุขได้ความสงบ บางทีตรงไหนที่คนไทยเยอะๆ หนูก็จะไม่ค่อยไป เพราะเราอยากไปเจอที่ใหม่ๆ ที่ที่ไม่มีใครรู้จักเรา ไม่ต้องรู้เรื่องอะไร ไม่ต้องคิดอะไร ชอบที่จะไปเรื่อยๆ เห็นอะไรใหม่ๆ…ทุกปีหนูก็เลยบอกตัวเองว่า หนูจะต้องไปเที่ยวเมืองนอก ที่ไหนก็ได้ แล้วแต่ว่าปีนั้นๆ อยากไปไหน เพราะอยากไปเห็นอะไรใหม่ๆ ปิดหูปิดตาแล้วไปเปิดตาที่อื่น ชอบมากค่ะ ส่วนเที่ยวไทยเราไปได้บ่อยๆ อยู่แล้ว

จุดหมายที่อยากพุ่งไป : อยากไปออสเตรียค่ะ เขาบอกว่าวิวสวยมาก เลยเป็นประเทศที่มาร์คไว้ว่าต้องไปให้ได้ (อยากไปดูแสงเหนือกับเขาบ้างไหม?) อยากนะคะ แต่มีรุ่นพี่ที่ไปมาแล้ว เขาบอกว่ามันสวยมากนะคะ แต่ในระหว่างนั้นมันน่าเบื่อมาก ที่ต้องไปรอว่าเมื่อไหร่จะได้เห็น และมันก็เหนื่อยมากกับการเดินทาง ความหนาว เปรี้ยวก็เลยรู้สึกว่าต้องใช้ความพยายามมากเกินไป เราขอไปพักผ่อนแบบสบายๆ ดีกว่าค่ะ

ทริปครอบครัว : ถ้าเป็นครอบครัวจะปีละครั้งค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะเที่ยวในประเทศมากกว่า เพราะว่ามีคุณตา-คุณยายที่จะไม่ค่อยชอบเดินทางนานๆ ค่ะ

ฝากติดตามละคร “สารวัตรใหญ่” : ฝากด้วยนะคะ ตอนเปิดตัวเรตติ้งสูงมากค่ะ 6.9 ซึ่งนานมาแล้ว ที่ละครเปรี้ยวจะเปิดตัวแล้วสูงขนาดนี้ ดีใจมากค่ะ อาจจะด้วยออกอากาศต่อเนื่องจาก “จ้าวสมิง” ที่เพิ่งจบ แล้วเป็นละครบู๊ด้วย ผู้ชมช่อง 7 ก็คงอยากดูด้วยว่าเรื่องนี้นำมาสร้างใหม่จะเป็นยังไง เพราะเวอร์ชั่นที่แล้ว ฉายแค่6 ตอน แล้วต้องตัดจบไป เขาก็เลยคงอยากรู้ว่าจะเป็นยังไงนะ พอเนื้อหาสนุกทุกคนก็เลยยิ่งติดตามชมกันค่ะ ต้องขอบคุณทุกคนมากๆ ค่ะ

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : ‘ดิม แทททูคัลเลอร์’ ปักหมุดโดนใจ แม่กำปอง เชียงใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/392938

ดาราพาเที่ยว : ‘ดิม แทททูคัลเลอร์’ ปักหมุดโดนใจ แม่กำปอง เชียงใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ไม่รู้ติดใจอะไร ดิม-หรินทร์ สุธรรมจรัส หรือ ดิม วงแทททูคัลเลอร์(Tattoo Colour) ถึงไปเยือน หมู่บ้านแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ มาแล้วกว่า 20 ครั้ง ซึ่งการไปแต่ละครั้งเขาบอกว่าช่วยสร้างความทรงจำและให้พลังงานบวกกับตนเองได้อย่างมหาศาล หมู่บ้านนี้มีอะไรน่าดึงดูด ตามหนุ่ม “ดิม” ไปเยือนกันค่ะ

ปักหมุดไว้เลย “ผมชอบมากหมู่บ้านแม่กำปอง อยู่ที่ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ซึ่งผมไปบ่อยมาก ไปมาประมาณ 20 ครั้งได้แล้วมั้ง เวลาพาเพื่อนไป ก็จะงงว่าพาเขามาทำไม เพราะในนั้นไม่มีอะไรให้ทำ แต่จะมีน้ำตกไหลกลางหมู่บ้าน พอประมาณบ่ายสอง อากาศก็จะเย็นลงประมาณ 20 องศา ผมไปอยู่โฮมสเตย์ ค่าใช้จ่ายตกคนละ 500 บาท ซึ่งห้องดมากชะโงกหัวออกไปหน้าต่างก็จะเจอกับน้ำตกทันทีเลย เป็นโฮมสเตย์ที่อยู่ในหมู่บ้านนั่นแหละ แล้วน้ำตกนี่ก็จะใส่กิ๊ก ไม่มีขยะสักชิ้นเลย พอตกดึกอากาศก็จะลดลงอีกประมาณ17-18 องศา ส่วนใหญ่ไปผมก็จะไปดื่มกับเพื่อนๆ ชิลๆ กันไป ไม่ได้ไปไหนหรอก นอนก็จะได้ยินเสียงน้ำตกอยู่ตลอดเวลา”

กิจกรรมแก้เบื่อ “มีกิจกรรมAdventures ให้เล่นด้วย อย่างเล่นโหนสลิง แต่ผมไปส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำอะไร คือผมไม่ค่อยชอบความวุ่นวาย ฉะนั้นการได้อยู่กับธรรมชาติอยู่กับความเงียบ มันทำให้เราสงบ ได้คิด ทำอะไรก็ทำช้าๆ ไม่ต้องรีบร้อน”

เมนูแนะนำ “ข้าวซอยป้าหอม ตรงทางไปดอยสะเก็ด อร่อยมาก ต้องแวะ ไปลองครับ น้ำน้อยๆ เผ็ดนิดหนึ่ง ถึงเครื่องแน่นอน แล้วป้าเขาก็จะทำทีละชามสดๆ ให้เรากิน ห้ามพลาดเลยนะผมแนะนำ”

ไปเมื่อไหร่ก็ได้ใกล้บ้าน “สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมชอบมาที่นี่ ก็เพราะว่าไม่ไกลจากบ้านผม ในตัวเมืองเชียงใหม่มาก ประมาณ 70 กิโลเมตร ก็ถึงแล้วแป๊บเดียวจริงๆ ขับรถ 50 นาทีถึง ทางขึ้นก็ไม่ได้ชันอะไร คนที่ขับรถไม่เก่งก็แนะนำที่นี่ได้ครับ ใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่ด้วย แล้วลงมาอีกนิดหนึ่งก็ดอยสะเก็ด เที่ยวต่อได้อีก สบายเลย”

สุขใจในที่ใหม่ๆ “สำหรับผมการท่องเที่ยวก็คือการหาที่แปลกใหม่ที่ที่ทำให้เรามีความสุขกับตรงนั้นที่เป็นปลายทาง เราได้ไปอยู่ตรงนั้นแล้วเรามีความสุข มันไม่ต้องทำอะไร ยิ่งเป็นแบบ One stop service เช่น ทริปเที่ยวทะเล แค่มีบ้านติดทะเลก็จบ ผมไม่ได้ต้องขับรถออกไปที่ไหน อาจจะแค่เดินเล่นชายหาดตรงนั้นก็โอเคแล้ว”

อยากไปจัง “ผมอยากไป ไต้หวัน เพราะเห็นมีคนบอกว่าอากาศดี อาหารอร่อย ผมเป็นคนชอบทานอาหารก็เลยอยากจะไปลองสักครั้งครับ”

เที่ยวตามใจแฟน “แฟนชอบไปเที่ยวฮ่องกงผมก็จะแบบ อื้ม…ไปก็ได้แต่คือผมชอบอยู่ป่าอยู่เขามากกว่า (หัวเราะ)เพราะการได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติมันดีต่อร่างกายและจิตใจเรานะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไปกับแฟนไม่ได้ไม่สนุกนะ ไปได้และสนุกกันคนละแบบ อย่างเวลาไปเที่ยวแฟนก็จะช็อปปิ้งเครื่องสำอาง ผมก็จะช็อปปิ้งของกิน เดินไป กินไป เราก็มีความชอบของเรา เขาก็มีเหมือนกัน แต่ก็ไปกันได้ เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบอย่างสบายใจ มีความสุขกันคนละแบบ”

เรียกว่าถึงเป็นแฟนกันก็ไม่จำเป็นต้องเที่ยวเหมือนกันเสมอใช่ไหมจ๊ะหนุ่มดิม ต่างคนต่างมีสไตล์ แต่ทั้งคู่ก็เที่ยวด้วยกันอย่างแฮปปี้เข้าใจกันและกัน ฉะนั้นบางครั้งการท่องเที่ยวก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ ความรัก ที่ยั่งยืนของคู่รักได้เช่นเดียวกัน

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : ป่าตอง ภูเก็ต เส้นทางไร้ขีดจำกัดของ ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/389908

ดาราพาเที่ยว : ป่าตอง ภูเก็ต เส้นทางไร้ขีดจำกัดของ ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

ดาราพาเที่ยว : ป่าตอง ภูเก็ต เส้นทางไร้ขีดจำกัดของ ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

วันอาทิตย์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ทุกวันนี้เห็นหนุ่มณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ใช้จักรยานในการเดินทางไปไหน-มาไหนอยู่บ่อยๆ หรือแม้กระทั่งไปถ่ายละคร เขาก็ยังปั่นไปมาแล้ว ฉะนั้นเส้นทางเที่ยวก็เช่นเดียวกัน เขาเลือกใช้จักรยานนำทางเพื่อสัมผัสความสวยงามของสถานที่ต่างๆ โดยหนุ่มณัฏฐ์เล่าให้ฟังในงานมหกรรมการปั่นจักรยานนานาชาติ Bangkok Bank CycleFest 2018 ถึงความท้าทายในการปั่นแต่ละครั้ง

เส้นทางที่ท้าทาย “ถ้าในเมืองไทยที่ผมชอบมากเป็นการส่วนตัว ผมชอบภูเก็ตครับ เพราะภูเก็ตเป็นเกาะที่มีภูมิประเทศค่อนข้างหลากหลาย คือจะมีทั้งทางชัน ทางภูเขา แล้วก็ทางราบ ทางที่เป็น Rollingขึ้นๆ ลงๆ ไม่ได้แบบชันมาก วิวสวย เวลาปั่นเราปั่นเลียบทาง ปั่นขึ้นไปบนเขา ล่าสุดก็ปั่นเข้าไปที่เขาป่าตอง โอ้โห…สวยมากๆ แต่เส้นทางก็โหดมากเหมือนกัน เพราะมันชันสุดๆ แต่เหมือนเป็นการเหมือนเอาชนะตัวเองด้วย ไปที่เดียวแล้วครบทุกรสมีความหลากหลาย เราไมได้ไปเจอแค่ทางราบอย่างเดียว”

ทำไมต้องปั่นทางโหดๆ “ผมดูสารคดีเยอะมากนะ ถามว่ามันจำเป็นไหมที่ต้องทรมานตัวเองขนาดนั้น เขาบอกว่าจริงๆ แล้วมันก็จำเป็น เพราะว่ามันจะทำให้เราแข็งแรงขึ้นในส่วนหนึ่ง หรือบางทีการที่เราคิดว่า เฮ้ย…ไม่ไหวๆ แต่ความเป็นจริงแล้ว เฮ้ย…ร่างกายเราก็ไหวนะ มันเป็นจิตวิทยา จิตใต้สำนึกที่ร่างกายเราบอกว่า พอแล้ว สารมันหลั่งออกมาทำให้เรารู้สึกปวดเจ็บหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมว่าร่างกายเราทนได้นะ มันสามารถ PUSH (ผลักดัน) ได้อีก ถ้าคุณอยากจะเก่งขึ้น อยากจะไปในที่ที่คุณเคยไปไม่ได้ มันจะมีวิธีเดียวก็คือ คุณก็ต้องซ้อม suffering สำหรับนักปั่นแล้วมันคือความทรมานตัวเองอย่างที่บอก แล้วทุกอย่างก็อยู่ที่ใจล้วนๆ เลย มีข้อแม้แค่ว่าคุณไม่ได้มีโรคหัวใจหรือเป็นอะไรที่อันตรายอยู่นะครับ ผมก็อยากแนะนำว่า PUSH ไปเถอะ ดันตัวเองออกไปให้ได้ มันอาจจะเกินลิมิตของเรา แต่ว่านั่นแหละคือจุดประสงค์ของการปั่นจักรยาน การก้าวข้ามจุดลิมิตของตัวเองได้”

สมใจอยาก บรรลุเป้าหมาย “คือส่วนตัวผมเป็นคนชอบทะเล เพราะฉะนั้นจะมีความลึกๆ ในตัวเรา ที่เราค่อนข้างชอบภูเขาด้วย สำหรับนักปั่นแล้ว มันคือ torturing suffering การทรมานตัวเองขั้นสูงสุด(หัวเราะ) การขึ้นเขา คือการเอาชนะตัวเองจริงๆ คือการสู้กับแรงโน้มถ่วง แล้วก็น้ำหนักตัวเองยังไงก็ต้องไปให้ได้ ไปให้สุด มีความที่อยากจะเอาชนะ ที่ไหนที่เรารู้สึกว่า เมื่อก่อนเราขึ้นไม่ได้ เราจะพยายามขึ้นไปให้ได้ ทริปนี้ก็เช่นกันครับ ผมพยายามปั่นแบบไม่เอาขาแตะพื้น ค่อยๆ เลื้อยไป คือถ้าพอเราเป็นนักปั่นแล้ว จะมีความรู้สึกว่า อย่าให้ขาแตะพื้นนะ ไม่ยอม มันไม่ใช่ความเท่หรืออะไรนะ แต่มันเป็นความอยากเอาชนะตัวเอง อีกนิดหนึ่ง อดทนไว้ ซึ่งถ้าเรายอมแพ้กลางทางปุ๊บ มันรู้สึกแบบ เฮ้ย…อีกนิดเดียวเอง สู้ๆ หน่อย สุดท้ายทริปนี้ผมก็ปั่นไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ โดยที่ขาไม่แตะพื้นเลยครับ”

หายเหนื่อย “ปั่นไป ถ่ายไป วิวสวยมาก ผมชอบตรงหาดป่าตอง อากาศกำลังดี ผมไปพักอยู่หลายวันเหมือนกัน และได้ไปตรงแหลมพรหมเทพด้วย ตรงนี้ก็สวยมากๆ คือเส้นทางที่ผมปั่นต้องปั่นขึ้นจากทางเขาป่าตอง เพื่อขึ้นไปบนแหลมพรหมเทพแล้วพอลง ก็ลงอีกทางหนึ่ง ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงไม่นานครับ ผมจะพยายามเลี่ยงช่วงเที่ยง บ่าย ช่วงที่แดดจัดๆ เพราะโดนว่า ไปถ่ายละครแล้วหน้าเป็นกระ (หัวเราะ) เลยต้องดูแลนิดหนึ่ง เพราะเราก็ใช้หน้าตาทำมาหากินด้วย (หัวเราะร่วน)”

ทริปที่อยากไปพิชิต “ผมอยากไปอัมสเตอร์ดัม เพราะว่าที่นั่นถือเป็นเมืองหลวงของจักรยานโดยแท้ ผมอยากให้กรุงเทพฯ เป็นแบบนั้น เป็นเมืองจักรยาน คนขี่จักรยานไปไหนมาไหน ผมว่าดีซะอีกลดมลภาวะต่างๆ รวมทั้งไม่ต้องมานั่งปวดหัวเรื่องรถติด ก็อยากจะไปสักครั้ง เพราะยังไม่เคยไปเลยเรียกว่าเป็นเมืองที่ต้องไปขี่จักรยานสักครั้ง”

เทคนิคดูแลตัวเองก่อนปั่นจักรยาน “แม้ว่าบางครั้งอุปกรณ์ต่างๆ จะแพง แต่ผมมองว่าเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพของเรานะ ครีมกันแดดใดๆปอกแขน ปอกขา แต่จริงๆตอนนี้ชอบนะ ผิวสีแทน (หัวเราะ) เมื่อก่อนผมสำอางมาก โอ้โห…โปะแล้วโปะอีก ทาครีมสารพัด เพราะผมโตมาในบ้านที่มีแต่ผู้หญิง เราก็รู้สึกว่าเราก็ต้องดูแลตัวเอง เป็นผู้ชายสำอาง ไม่ชอบแดด พอได้มาปั่นจักรยานปุ๊บ ไม่สนใจเลย (หัวเราะ) สนุกดีครับ ลุยเต็มที่ อย่างบางทีผมจะติดจักรยานไปในรถด้วยเสมอ แม้จะค่อนข้างยุ่งยากนิดหนึ่งในการเดินทาง แต่ผมว่าคุ้มนะ กับการที่เราได้ออกไปขี่ ไปเจอที่ใหม่ๆ ได้ไปลองในพื้นที่ใหม่ เพราะอยู่ในกรุงเทพฯ ผมก็จะปั่นที่สกายเลนเพราะเซฟตี้ดี แล้วช่วงนี้ผมก็มีถ่ายละครหลายเรื่อง ก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ ด้วยเช่นกัน ถ้าเกิดอันตรายมา ก็อาจจะส่งผลกระทบกับงานได้ เคยล้มนะ แล้วผู้จัดการก็บอกว่า จะเป็นนักแข่งจักรยานหรือเป็นนักแสดง ผมก็เลย ครับๆ จะระมัดระวังให้มากๆ (หัวเราะ)”

ผลงานแน่นเอี้ยด “ตอนนี้มีละครอยู่ 4 เรื่องครับ กับช่องวัน 31 มี “นางสาวไม่จำกัดนามสกุล” ที่ออนแอร์อยู่ แล้วก็มี “ลูกกรุง” กำลังจะเปิดกล้อง เป็นละครเพลง และกำลังถ่ายเรื่อง
“อกเกือบหัก แอบรักคุณสามี” ของพี่แอน ทองประสม และ “สงครามนักปั้นสอง” ครับ ฝากติดตามกันด้วยนะครับ”

โอ้โห!! งานแน่นขนาดนี้ ยังจัดสรรเวลาให้การปั่นได้เป็นอย่างดี แต่อย่าหักโหม จนลืมให้เวลาพักผ่อนกับตัวเองด้วยนะคะ

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : หวานหวาน-อรุณณภา พาณิชจรูญ ปั่นจักรยานสัมผัสความงามเมืองโคจิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/388470

ดาราพาเที่ยว : หวานหวาน-อรุณณภา พาณิชจรูญ ปั่นจักรยานสัมผัสความงามเมืองโคจิ

ดาราพาเที่ยว : หวานหวาน-อรุณณภา พาณิชจรูญ ปั่นจักรยานสัมผัสความงามเมืองโคจิ

วันอาทิตย์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

หวานหวาน-อรุณณภา พาณิชจรูญ เป็นนักแสดงสาวสวยที่หลงรักการปั่นจักรยานเอามากๆ โดยเธอผ่านงานปั่นมาแล้วมากมาย ทั้งในและต่างประเทศ ฉะนั้นความประทับใจในเส้นทางแต่ละที่จึงล้วนไม่ธรรมดา เรียกได้ว่ามีเรื่องราวให้จดจำเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมเลือนล่าสุดมีโอกาสเจอสาวหวานหวานในงานมหกรรมการปั่นจักรยานนานาชาติ Bangkok Bank CycleFest 2018 จึงถือโอกาสขอเปิดทริปโปรดของเธอ มาให้แฟนๆ ได้ตามรอยกัน

ญี่ปุ่นเที่ยวแรก “หลายคนอาจจะคิดว่าหวานไปเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วหลายครั้ง แต่เอาจริงๆ ก่อนหน้านี้หวานยังไม่เคยไปเลยนะคะ ซึ่งหวานอยากไปมากๆ แต่แค่ยังไม่มีโอกาสสักที เรารู้สึกว่าอากาศดี อาหารก็ชอบ บวกกับมีเพื่อนญี่ปุ่นด้วย เขานิสัยดี น่ารัก แล้วก็มีความมุ้งมิ้งตะมุตะมิ พอโอกาสมาถึงเลยได้ไปสมใจค่ะ หวานไปที่จังหวัดโคจิ อาจจะมีคนสงสัยว่าทำไมไม่เริ่มที่โตเกียว หรือฮอกไกโด หวานว่าเมืองไหนก็มีเสน่ห์ต่างกันค่ะ อย่างวันนี้หวานไปเมืองนี้ ครั้งหน้าหวานก็อาจจะได้ไปอีกเมืองก็ได้ ครั้งนี้ก็ถือว่าเราได้ไปเปิดหูเปิดตา และได้สัมผัสญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกก็ทั้งดีใจและประทับใจค่ะ”

ปั่นไปเที่ยวไป “ครั้งนั้นหวานได้มีโอกาสไปงานจักรยานที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งจัดสองปีครั้ง ชื่อ Shimanami Cycling Festival หวานประทับใจตรงที่ว่าเส้นทางสวยงามมาก วันหนึ่งเราได้ไปเมืองที่เป็นประมง พอปั่นเสร็จ เราก็ได้ทานปลาสดๆ ด้วย วันต่อมาก็ไปขึ้นเขา ซึ่งเส้นทางปั่นค่อนข้างโหดเหมือนกัน จะเหมาะสำหรับคนที่ชอบ Challenge พอขึ้นไปข้างบน ก็มีกิมมิกซ์แบบว่าไปกินไอติมซอฟต์เซิร์ฟท์ ซึ่งอยู่บนยอดเขา หรืออีกวันหนึ่งก็ไปปั่นเลียบริมชายหาดทะเลแปซิฟิก เป็นถนนใหญ่ของเขา เรียกว่าตะลอนไปเกือบครบทุกมุมของเมือง สนุกมากค่ะ เหมือนเป็นแรลลี่ แบบมีปั๊มตราตามจุดต่างๆ เป็นการท่องเที่ยวที่คุ้มค่าและประทับใจมากๆ แล้วหลังจากนั้นก็ไปปั่นที่โตเกียวด้วย เซลฟี่กับ Tokyo Tower และ Tokyo Sky Tree และไปกินไอติมออแกนิกส์ สนุกสนานแฮปปี้ทุกพื้นที่ค่ะ”

ไกลแค่ไหนก็สู้ “หวานไปมาหลายประเทศแล้ว รวมทั้งประเทศไทยด้วย ซึ่งการปั่นแต่ละที่ จะมีเสน่ห์แตกต่างกัน อย่างเมืองไทยถ้าให้พรั่งพรูออกมาเขียนหนังสือได้เป็นเล่มเลยค่ะ (ยิ้ม) ไปเยอะมากดอยช้าง ดอยตุง แม่สลอง แรกๆ จะปั่นในกรุงเทพฯ ถ้าขึ้นเขาทีก็ไปเขาใหญ่ เขาเขียว ก็จะเป็นอะไรที่ฟินมาก อากาศดีค่ะ อย่างทางเหนือ ขึ้นเขาแล้วมันเย็นกว่าข้างล่างจริงๆ ค่ะ อย่างดอยสุเทพขุนช้าง ไปดูดอกซากุระ เรียกว่าจักรยานพาไปได้ทุกที่ แถมยังได้อาหารตาที่อิ่มเอมใจมากๆ ค่ะ”

ทุกโมเม้นท์จำได้ขึ้นใจ “หวานเคยอ่านเจอ คือมีทฤษฎีหนึ่งเขาบอกว่า การที่เราปั่นจักรยานก่อนอ่านหนังสือ หรือทำอะไรก็ตามที่ต้องใช้สมาธิ ร่างกายจะจดจำได้ดีขึ้น และยังมีผลงานวิจัยด้วยนะคะว่าเด็กที่ปั่นจักรยานก่อนเข้าเรียน จะมีความจำที่ดีขึ้น เพราะว่าสมองได้เข้าสู่การควงเป็นวงกลม มันคือการปรับทุกอย่าง ปรับร่างกาย เหมือนร่างกายจะโฟกัสมากขึ้นหวานรู้สึกว่าเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่หวานไปด้วยการปั่นจักรยาน หวานจะจำได้มากกว่าการไปโดยรถ เราจำโมเม้นท์และเล่าเรื่องได้มากกว่า ซึ่งการนั่งรถไปก็ดีแต่ฟีลลิ่งจะต่างกันค่ะ”

ทริปปั่นครั้งต่อไป “ปั่นมาแล้วก็หลายประเทศนะคะ ที่สิงคโปร์ก็ประทับใจ แฮปปี้สุด เกาหลีใต้ ก็ไปตรงกับวันชาติเกาหลีพอดีด้วย คนเกาหลีออกต่างจังหวัด ในเมืองเป็นของเรา ถนนโล่งมาก มีคนเกาหลีแต่งตัวด้วยชุดประจำชาติเดินเต็มเมืองเลยค่ะ แล้วหวานก็ได้ปั่นขึ้นN Seoul Tower ด้วย ฟินมาก หรืออย่าง ฮ่องกง มาเลเซีย เซี่ยงไฮ้ อิตาลี ฝรั่งเศส อเมริกา ทุกประเทศดีหมดค่ะ ประทับใจ แต่ที่กำลังจะได้ไปอีกคือ อิตาลี เป็นงานปั่นจักรยานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิตาลี น่าจะมีประมาณ 15,000-30,000 คน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยไปแล้วครั้งหนึ่งที่ Marosticaเป็นเมืองเล็กๆ ที่น่ารักมาก ตรงกลางปราสาทเป็นหมากรุก ตัวเท่าคนจริง ทุกปีเหมือนจะมีเป็นละครเวทีแล้วจะมีคนแต่งตัวเป็นแบบในหมากรุกมาเล่นกันจริงๆ เราเริ่มจุดสตาร์ทกันตรงนั้น แล้วก็ปั่นขึ้นเขาด้วยอุณหภูมิ 1.5 องศา พูดไม่ได้เลย และเข้าใจเลยว่าทำไมจักรยานเกียร์ไฟฟ้าถึงมี เพราะมือมันแข็งมากบิดไม่ได้ไม่รู้ตัวชาไปหมด แต่มันส์สนุกดีค่ะ ครั้งนี้ก็พยายามเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด พกผ้าชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติคือ ถ้าคุณหนาวทำให้อุ่นถ้าคุณร้อนก็จะระบายความเย็น เป็นผ้าปรับอุณหภูมิสำหรับนักกีฬา แล้วก็มีปลอกแขน ปลอกขา เสื้อกันลมค่ะ”

ดูแลตัวเองก่อนออกเดินทาง “ตอนนี้หวานโฟกัสเรื่องผม เพราะว่าพอโฟกัสเรื่องผิวแล้วลืมผม ทำให้ผมแย่มาก ฉะนั้นตอนนี้หลักๆ เลยคือ วิตามินบำรุงผม สเปรย์ฉีดผม ที่ช่วยป้องกันความร้อน แล้วก็เป็นเซรั่มค่ะ ทุกเช้าเราออกซ้อมตากแดดเยอะมาก ส่วนหน้าก็ดูแลเป็นปกติอยู่แล้ว กันแดด และเร็วๆ นี้หวานหวานจะมีผลิตภัณฑ์หนึ่งเป็น Recovery sunburn มาร์คที่ช่วยเรื่องบำรุงผิว ซึ่งอยู่ในขั้นทดลองอยู่ค่ะ ขอเทสต์ด้วยตัวเองก่อน แล้วจะมาอัพเดทให้ทราบกันค่ะ”

เห็นหลงใหลการปั่นจักรยานขนาดนี้ งานละครของเธอก็ยังมีรับเชิญให้ติดตามเป็นระยะนะคะ เธอบอกรักทั้งสองทาง แค่เอนเอียงไปทางงานปั่นมากกว่าเท่านั้นเองค่า

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : ‘เต๋า-เศรษฐพงศ์’ตะลอนทัวร์อังกฤษกับคนที่รัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/387036

ดาราพาเที่ยว : ‘เต๋า-เศรษฐพงศ์’ตะลอนทัวร์อังกฤษกับคนที่รัก

ดาราพาเที่ยว : ‘เต๋า-เศรษฐพงศ์’ตะลอนทัวร์อังกฤษกับคนที่รัก

วันอาทิตย์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

พระเอกหนุ่มหล่อหน้าใสปิ๊ง เต๋า-เศรษฐพงศ์ เพียงพอ ผู้มีผลงานออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง และหลากหลายบทบาท ล่าสุดได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี กับบทเลขาฯหนุ่มจอมกะล่อนในละครเรื่อง ยุทธการปราบนางมาร ทางช่องจีเอ็มเอ็ม 25 เรียกว่าเล่นบทไหนก็กระชากใจแฟนคลับกันทุกเรื่อง แต่ถึงงานจะยุ่ง คิวถ่ายละครแน่นเอี๊ยด หนุ่มเต๋าก็ยังหาเวลาออกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้ตัวเองอยู่เสมอ และการไปครั้งนี้ก็เรียกว่าคุ้มสุดๆ เพราะไปแบบยกครัว ทั้งพ่อแม่พี่น้อง รวมทั้งแฟนคลับ

เมื่อคิดที่จะเริ่มออกเดินทาง “ช่วงนี้ผมค่อนข้างทำงานเยอะครับ แต่ถ้ามีโอกาสและวันที่ว่างก็จะไปเที่ยวทะเล เพราะชอบอาหารมากๆ อย่างเช่น กุ้งเผา ปูนึ่ง ปูไข่ ไปนั่งกินลมชมวิวอยู่กับตัวเอง
มีกีตาร์สักตัว ดีดริมทะเล ฟังเสียงคลื่น แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว ฉะนั้นผมเลยอยากที่ไปทะเลสักที่ที่เงียบสงบ และได้พักผ่อนจริงๆ ก็ยังหาโอกาสอยู่ เพราะช่วงนี้ทำงานทุกวันอย่างที่บอก (ยิ้ม)”

ทริปในความทรงจำ “ทริปที่ได้ไปดูทีมที่ชอบอย่าง แมนยูฯ ลงแข่งขันในสนามจริงๆ ครับ คือผมเป็นคนที่ชอบดูบอลมาก และมีความอยากไปดูสด ฉะนั้นเมื่อต้นปีที่แล้ว ผมมีโอกาสได้ไปดูซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่สอง คือเป็นทริปที่แฟนคลับจัด เป็นทริปเที่ยวด้วย ดูฟุตบอลด้วย เราก็ไปพร้อมกันทั้งแฟนคลับและครอบครัว ผมก็เลยได้เที่ยวพร้อมดูบอลสมใจครับ (หัวเราะ) และช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมรับปริญญาด้วย เราก็เลยหอบชุดไปถ่ายรูปที่นู่นเลย สวยดีครับ ได้วิวสวยๆ ได้ใส่ชุดรับปริญญาถ่ายกับวิวที่นู่น แต่หลักๆ ก็คือไปดูบอลแหละ”

ฟินไม่รู้ลืม “ด้วยความที่ผมชอบดูบอลเป็นการส่วนตัว พอได้ไปสัมผัสบรรยากาศในสนามจริงๆ สนุกมาก ประทับใจเลยล่ะ และครั้งที่สองนี้ผมก็ได้มุมที่ดีกว่าเดิมด้วย เห็นชัดแจ๋วเลย มีไปเดินทัวร์ในสนามดูนู่นนี่นั่นด้วย ก็เป็นอย่างที่เราวาดฝันไว้ ถ้ามีโอกาสอยากจะไปหลายๆ รอบเลยด้วยซ้ำ ไปทุกปีก็ดีครับ (หัวเราะ)”

ที่ที่อยากไป “อเมริกายังไม่เคยไปผมอยากจะไปดูบ้านเมืองเขา ส่วนเมืองไทยก็อยากจะไปทางภาคเหนือครับ เพราะไม่ค่อยได้ขึ้นเหนือเท่าไหร่ อยากลองไปสัมผัสวิวภูเขาดูบ้าง”

สิ่งที่ได้จากการท่องเที่ยว “ผมว่ามันก็ให้พลังงานเรานะ เป็นการเติมพลังในการทำงาน ได้ไปเจอประสบการณ์ใหม่ๆ ได้กินอาหารอร่อยๆ ผมว่าแค่นี้ก็สร้างพลังบวกให้เรามหาศาลแล้วล่ะ แค่มีเวลา
และหาจังหวะเพื่อพาตัวเองออกไปทำในสิ่งที่เราชอบและอยากจะทำจริงๆ”

ช่างเป็นหนุ่มที่น่าอิจฉา เพราะไม่ว่าชีวิตการงานและชีวิตส่วนตัวก็บริหารได้อย่างลงตัว แถมยังได้ไปเที่ยวในสถานที่ที่ชอบกับคนที่รัก เรียกว่าได้พลังงานกลับมาเต็มเปี่ยม พร้อมลุยงานเต็มที่เลยใช่ไหมคะหนุ่มเต๋า