อินเทอร์เน็ตทั่วไทยใน1ปี ฝันไกลเป็นฮับดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 มกราคม 2559 เวลา 11:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/411202

อินเทอร์เน็ตทั่วไทยใน1ปี ฝันไกลเป็นฮับดิจิทัล

ภาครัฐมองว่าการลงทุนในเรื่องนี้เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต เป็นการลงทุนที่จะช่วยสร้างความเท่าเทียม

ในที่สุดการลงทุนขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ก็มีภาพชัดเจนมากขึ้น เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ม.ค. มีมติเห็นชอบให้ตั้งงบกลางปี 5.6 หมื่นล้านบาท มาใช้ในโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศรวม 2 หมื่นล้านบาท

งบประมาณที่ใช้นี้จะมาจากเงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่ 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่เพิ่งประมูลเสร็จสิ้นเมื่อไม่นานมานี้ รวมถึงเงินจากการประมูลทีวีดิจิทัล

นั่นหมายถึงว่า อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ครอบคลุมในทุกหมู่บ้าน ซึ่งจะก่อให้เกิดการตื่นรู้ตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาใช้ทางการค้าขายของชาวบ้านกำลังเปิดกว้างขึ้น

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การพัฒนาโครงข่ายพื้นฐานโทรคมนาคม ที่กระทรวงไอซีทีเสนอต่อ ครม.จะแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 เฟส

เฟสแรกที่จะดำเนินการในปี 2559 จะใช้เวลา 1 ปี ด้วยงบ 1.5 หมื่นล้านบาท มาลงทุนสร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ให้ครอบคลุมหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ โดยใช้การขยายโครงข่ายของบริษัท กสท.โทรคมนาคม และบริษัท ทีโอที เป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นการลงทุนจากภาคเอกชน

เฟสนี้จะขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ครอบคลุมอีก 3 หมื่นหมู่บ้าน หรือคิดเป็นประมาณ 40% ของหมู่บ้านทั้งหมดทั่วประเทศ เพราะการสำรวจพบว่ายังไม่มีการลงทุนในโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบรอด แบนด์ รัฐบาลจะลงทุนให้ได้ประมาณ 43% ของพื้นที่ทั่วประเทศจากปัจจุบันมีเครือข่ายของเอกชนสามารถครอบ คลุมได้ 53% ส่วนอีกประมาณ 7% อาจไม่สามารถลงทุนได้ เพราะเป็นพื้นที่ที่ทุรกันดารมาก

แต่เมื่อลงทุนครบตามแผนเท่ากับว่าประเทศไทยจะมีหมู่บ้านที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต 93% ของหมู่บ้านทั้งหมด ซึ่งมีประมาณ 7 หมื่นแห่งทั่วประเทศ

“รัฐบาลมีความจำเป็นต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาเอกชนอาจยังเห็นว่าในบางพื้นที่ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เนื่องจากประชาชนอาจใช้งานน้อย แต่ เพิ่มโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำ เพราะในอนาคตชุมชนที่ห่างไกลสามารถใช้อินเทอร์เน็ตในการเรียนรู้วิชาการต่างๆ และเพิ่มช่องทางในการขายสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกรได้ด้วย ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสในการระบายสินค้าเกษตรให้เกษตรกรในชนบทอีกหน่อยจะมีช่องทางค้าออนไลน์ด้วย” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

เฟสที่สองจะเป็นการดำเนินการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ (Digital ASEAN Hub) วงเงิน 5,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการดำเนินงานเกี่ยวกับการขยายโครงข่ายเคเบิลในประเทศไปยังระบบเคเบิลใต้น้ำ เพื่อให้สามารถส่งและรับข้อมูลดิจิทัลระหว่างประเทศได้รวดเร็วมากขึ้น เป็นการเพิ่มศักยภาพระบบเคเบิลใต้น้ำของประเทศให้แข่งขันกับมาเลเซียและสิงคโปร์ที่เป็นผู้นำในธุรกิจนี้ของภูมิภาค

แผนการดำเนินงานจะเชื่อมต่อเคเบิลใต้น้ำจาก จ.สงขลา ไปยังระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ และจัดหาวงจรเคเบิลใต้น้ำเชื่อมโยงระหว่างประเทศญี่ปุ่น-สหรัฐ เป็นการเชื่อมต่อฝั่งตะวันตกไปฝั่งตะวันออกจากสหรัฐผ่านประเทศไทยไปฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียนอย่างแท้จริง

“การลงทุนในส่วนนี้จะทำให้เรามีความได้เปรียบในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยหลังจากมีการวางระบบเคเบิลใต้น้ำตามแผนแล้ว จะสามารถลดต้นทุนการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่างประเทศของผู้ให้บริการในประเทศไทย ทำให้ค่าบริการของประชาชนถูกลง และสามารถจูงใจให้บริษัทเอกชนรายใหญ่ของโลก เช่น กูเกิล เฟซบุ๊ก เข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ในอนาคต” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการด้วยว่า ให้มีการพิจารณาเรื่องการใช้เงินลงทุนอย่างรอบคอบ ไม่ให้เกิดความทับซ้อนกับเงินส่วนอื่น โดยเฉพาะกับกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (ยูโซ) โดยอยากให้งบจากกองทุนยูโซถูกใช้ไปในส่วนของการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน เกี่ยวกับการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์

 

สนุก! หวัง “จูคส์” ปลุกฟังเพลงถูกลิขสิทธิ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 มกราคม 2559 เวลา 23:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/411170

สนุก! หวัง "จูคส์" ปลุกฟังเพลงถูกลิขสิทธิ์

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

รูปแบบของการฟังเพลงแบบถูกกฎหมายนั้น ในประเทศไทยยังถือว่าความนิยมในการลักลอบดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์เถื่อนยังมีอยู่มาก ทำให้การฟังเพลงฟรีผ่านเว็บไซต์ยังคงได้รับความนิยมมากกว่าการตัดสินใจซื้อเทปคาสเซตหรือแผ่นซีดี และในยุคออนไลน์แบบนี้ การฟังเพลงผ่านแอพพลิเคชั่น ถือว่าเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงในยุคโมบายเฟิสต์

กฤตธี มโนลีหกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สนุก ออนไลน์ กล่าวว่า สนุก! ได้เปิดให้ดาวน์โหลดและทดลองใช้งานแอพพลิเคชั่น จูคส์ (JOOX) มาแล้วประมาณ 2 เดือน ติดอันดับ 1 บนแอพสโตร์ และอันดับ 5 บนเพลย์สโตร์ เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ข้อมูลจากแกรมมี่บอกว่า การฟังเพลงแบบดิจิทัลช่วยสร้างรายได้ให้ประมาณ 2% และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

“จากปัจจุบันตลาดเพลงดิจิทัลมีมูลค่าสูงกว่า 1,200 ล้านบาท และค่ายเพลงต่างก็ต้องการเข้ามาหารายได้ในตลาดนี้มากขึ้น หากจัดอันดับการใช้งานสูงสุดตามจำนวนประชากรในประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และฮ่องกง คาดว่าเทรนด์การใช้งานแบบออนไลน์ตลาดไทยน่าจะมีการใช้งานมากขึ้น และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีผู้ใช้งานแบบวีไอพีประมาณ 2 แสนราย” กฤตธี กล่าว

จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคที่ซื้อออนไลน์คอนเทนต์ แบ่งเป็น ซื้อเพลง 44% และสตรีมมิ่งเพลงอีก 39% สอดคล้องกับข้อมูลจาก Global Web Index ที่ระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยนิยมฟังเพลงออนไลน์สูงถึง 46.2% และเป็นการฟังผ่านโมบายแอพพลิเคชั่นถึง 28% และตั้งแต่เปิดให้ใช้งานฟรีมาความนิยมฟังเพลงไทยมากถึง 70% อินเทอร์เนชั่นแนล 23% และเพลงเอเชียประมาณ 6% มีเพลงในระบบกว่า 400 ล้านเพลง และมีสกรีนวิว 20 ล้านสกรีนวิวแล้วในเวลาเพียง 2 เดือน ทำให้หลังจากนี้สนุก! จะทำตลาดแบบเชิงรุกมากขึ้น

“ในปีแรกสนุก! วางแผนจะทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้คนที่ไม่เคยใช้งานแอพแนวนี้จะได้รับรู้และเป็นการเรียนรู้ของตลาดมากขึ้น ว่าสามารถฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งได้แบบถูกลิขสิทธิ์ เพื่อเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรม ให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงลิขสิทธิ์ทางปัญญาอย่างเพลงมากขึ้น ลดปัญหาดาวน์โหลดเพลงแบบผิดกฎหมาย และยังรับชมคอนเทนต์วิดีโอได้ด้วย และในอนาคตมีแผนจะเชื่อมโยงการใช้งานผ่านแอพ ที่เป็นบริการในเครือของเทนเซนต์ทั้งหมด” กฤตธี กล่าว

ทั้งนี้ เทรนด์การใช้งานสตรีมมิ่งจะมีโอกาสพัฒนาทางที่ดีขึ้น เพราะการเกิด 4จี จะช่วยให้การฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งจะใช้งานได้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะไม่จำเป็นต้องใช้งานผ่านเครือข่าย ก็เก็บมาไว้ฟังผ่านแอพได้อย่างต่อเนื่อง

“ก่อนหน้านี้เราทดลองระบบกับเอไอเอส ตอนที่ยังไม่มีให้บริการ 4จี ก็ยังมีติดขัดบ้าง แต่ตอนนี้เปิดให้ใช้งาน 4จี แล้ว ใช้งานได้ราบรื่นขึ้นทุกค่าย แม้จะปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ตก็ยังใช้งานได้ แต่ห้ามลบแอพพลิเคชั่น เพราะต้องเปิดใช้งานผ่านแอพ ถือว่าตอบโจทย์คนที่ต้องขึ้นเครื่องบิน และอยากฟังเพลงโดยไม่ต้องใช้งานเครือข่าย ตอบไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่”

อย่างไรก็ตาม การฟังเพลงแบบแอพพลิเคชั่นมีให้บริการแล้วหลายราย เช่น ไลน์มิวสิค ฟังใจและฟังแบบสตรีมมิ่งผ่านยูทูบ แต่สนุก! มองว่ายังเป็นโอกาส เพราะการฟังเพลงแบบออฟไลน์ยังไม่มีให้บริการมากนัก

“หากเป็นการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งเต็มรูปแบบ เชื่อว่าสนุก! เป็นรายเดียวด้วยความเป็นเจ้าตลาดด้านคอนเทนต์ของสนุก! จึงเชื่อว่าจะเติมเต็มประสบการณ์คอนเทนต์ได้ครอบคลุม เพราะผู้ใช้งานสามารถอ่านข่าวเกี่ยวกับวงการเพลง เนื้อร้อง ชมมิวสิควิดีโอผ่านแอพได้ ถือเป็นการดึงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ มาเป็นจุดเด่นอย่างแท้จริง” กฤตธี กล่าวทิ้งท้าย

 

พลิกโอกาสด้วยดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 มกราคม 2559 เวลา 19:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/410758

พลิกโอกาสด้วยดิจิทัล

โดย…ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์

ในรอบปี 2015 ที่ผ่านมา เทคโนโลยีได้ก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตและสังคมไปอย่างคาดไม่ถึง ทั้งในระดับของเทคโนโลยีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในกลุ่ม Wearable Devices ที่สวมใส่พกพาได้ ไปจนถึงระดับนวัตกรรมแห่งอนาคต

รถยนต์บนท้องถนนกำลังจะก้าวไปสู่ยุคของ “ยานยนต์ไร้คนขับ” ที่มีบริษัทเทคโนโลยีเข้ามาเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในวงการรถยนต์สู่อนาคต เช่น กูเกิล อิงค์ ส่วนที่สวีเดน กำลังก้าวไปสู่ “สังคมที่ไม่ใช้เงินสด” เป็นรายแรกของโลก ด้วยการทดลองใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ขณะที่การเดินทางไป “ท่องอวกาศ” ก็ไม่ใช่ความฝันที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป เมื่อบริษัท สเปซเอ็กซ์ ทดลองส่งกระสวยอวกาศพร้อมดาวเทียม 11 ดวงขึ้นสู่วงโคจร และสามารถกลับมาลงจอดในแนวตั้งโดยไม่บุบสลาย

สำหรับในปี 2016 บรรดาผู้นำด้านการวิเคราะห์เทคโนโลยีหลายแห่ง เช่น อินไซด์ บิ๊กดาต้า และการ์ทเนอร์ ต่างก็มีมุมมองถึงอนาคตไอทีที่ต่างกันออกไป แต่ที่แทบจะเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันว่า เทคโนโลยีเหล่านี้คือเทรนด์แห่งอนาคตร่วมกันก็คือ อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (Internet of Things) ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ (Artificial Intelligence and Robot) และอาชญากรรมไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

อินไซด์ บิ๊กดาต้า ระบุว่า “อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์” หรือไอโอที จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของบิ๊กดาต้า และบริษัทต่างๆ ก็จำเป็นต้องเข้าใจว่าไอโอทีไม่ใช่เพียงการทำให้อุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้เท่านั้น แต่ต้องเข้าใจว่าจะทำให้อุปกรณ์นั้นๆ ดึงข้อมูลมาใช้ได้อย่างไร ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น

เว็บไซต์แอดวานซ์ 365 ระบุว่า ไอโอทีจะเปลี่ยนจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ ไปเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะมากขึ้น โดยจะมีการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีเพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์นั้นๆ จะสามารถรองรับข้อมูล ดำเนินการ และวิเคราะห์ออกมาใช้งานได้อย่างเพียงพอ

มหกรรมงานแสดงเทคโนโลยีประจำปี 2016 หรือ ซีอีเอส 2016 ที่ลาสเวกัสปีนี้ ยังได้เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านไอโอที จากเดิมที่มักเป็นเทคโนโลยียานยนต์ต้นแบบ หรือนวัตกรรมแห่งอนาคตที่ยังจับต้องไม่ได้ ได้ถูกพัฒนาให้เข้ามาใกล้กับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น สมาร์ท โฮม ที่ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านไฮเทครับกับการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่มากขึ้น โดยมีค่ายซัมซุงงัดเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มาเชื่อมต่อให้เป็นไอโอทีภายใต้ธีม สมาร์ท ติงส์ ตั้งแต่ทีวีไปจนถึงตู้เย็น

สำหรับ “ปัญญาประดิษฐ์” หรือเอไอ จะเป็นเทรนด์หนึ่งที่มีบทบาทมากขึ้นหลังจากนี้ แต่จะถูกนำมาปรับใช้ให้ใกล้ตัวขึ้นผสมผสานกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ หรือโรบอท ให้ชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น

กูรู พานาวาร์ รองประธานฝ่ายคอกนิทีฟคอมพิวติ้งของ ไอบีเอ็ม รีเสิร์ช กล่าวว่า เอไอจะถูกผสานเข้ากับหุ่นยนต์และอุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้น เช่น ไอบีเอ็มกำลังใช้กลไกเรียนรู้อัลกอริทึม เพื่อเทรนหุ่นยนต์ให้สามารถตอบสนองต่อเสียงและท่าทางของคนได้มากขึ้น โดยบริษัทได้ผลิตเอไอเพื่อให้ติดตั้งในหุ่นยนต์ของบริษัทอื่นๆ เพื่อการใช้งานที่แตกต่างกันได้ อาทิ หุ่นยนต์เพื่อการต้อนรับลูกค้าของบริษัทซอฟต์แบงก์ ในญี่ปุ่น

สุดท้าย ในขณะที่ทั่วโลกมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและทำให้สามารถเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น “อาชญากรรมไซเบอร์” ก็จะเป็นอีกเทรนด์หนึ่งของโลกไอทีปีหน้า ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามมาเช่นกัน โดยเว็บไซต์บีบีซี รายงานอ้างบรรดาบริษัทเทคโนโลยี สำนักงานกฎหมาย สำนักงานบัญชี หน่วยงานดิจิทัล และบริษัทวิจัยต่างๆ ว่า ยิ่งโลกเชื่อมต่อกันและไอโอทีมีบทบาทมากขึ้นเท่าไร ความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้น

ไม่เพียงแต่การแฮ็กข้อมูลผ่านทางไวรัสและมัลแวร์ต่างๆ จะมุ่งเป้าไปยังผู้ใช้งานรายบุคคล แต่บริษัทต่างๆ ได้ตกเป็นเป้าการโจมตีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเครือโรงแรมระดับโลก 4 แห่ง ที่รวมถึงฮิลตัน และ สตาร์วูด ไปจนถึงบริษัทด้านความบันเทิงและผู้ให้บริการต่างๆ ในสหรัฐ แม้แต่การลงมือโจมตีเพื่อตอบโต้ทางการเมืองในหลายๆ ประเทศ ก็มีให้เห็นมากขึ้นเช่นกัน

ในปี 2016 นี้เป็นที่คาดว่าเหล่าแฮ็กเกอร์จะยิ่งพัฒนามัลแวร์ที่มีความร้ายกาจมากยิ่งขึ้นทั้งในแง่ของการทำลายเป้าหมาย และการเจาะเข้าไปล้วงข้อมูลโดยไม่ส่งสัญญาณให้ใครจับได้

“การปล่อยให้ข้อมูลลูกค้าถูกแฮ็กเกอร์ล้วงเอาไปได้ ไม่เป็นผลดีต่อธุรกิจแน่นอน และบริษัทต่างๆ ก็เริ่มหันมาตระหนักในเรื่องนี้มากขึ้น เพราะทั้งส่งผลต่อชื่อเสียงของบริษัท และยังบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของผู้คนที่จะแชร์ข้อมูลระหว่างกันด้วย” รัศมี โนว์ลส์ จากบริษัทความมั่นคงทางไซเบอร์ อาร์เอสเอ กล่าว

สำหรับประเทศไทย หนีไม่พ้นเทรนด์เทคโนโลยีล้ำยุคของปี 2016 เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะบิ๊กดาต้าและไอโอที หลังการประมูล 4จี ที่ได้เงินรวมกว่า 2.2 แสนล้านบาท จะช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบโทรคมนาคมไทยให้รองรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น

ไมเคิล อาราเน็ตตา ผู้จัดการประจำไอดีซี ประเทศไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไอซีทีของไทยจะเป็นการลงทุนด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น หรือการนำดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น ซึ่งแนวโน้มกว่า 50% ขององค์กรชั้นนำในประเทศไทย จะลงทุนใน 3 ด้าน ได้แก่ คลาวด์ บิ๊กดาต้า และโซเชียล ซึ่งจะเป็นแกนหลักสำคัญที่จะส่งต่อไปสู่นวัตกรรมใหม่ ได้แก่ อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (Internet of Things) ค็อกนิทีฟ คอมพิวติ้ง (Cognitive Computing) เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robot Technology)

ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญทางระบบคอมพิวเตอร์และความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ กล่าวว่า อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์นั้นไม่ใช่แค่อุปกรณ์เชื่อมต่อที่เป็นโมบายเพียงอย่างเดียว แต่เหมารวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ แวร์เอเบิ้ล (Things) และการใช้งานนั้นอาจจะเกิดผลกระทบจากการใช้งานจึงต้องระวังภัยกระทบที่อาจเกิดขึ้น (Threats) และการเข้าใช้งานผ่านระบบต่างๆ นั้นต้องมีความน่าเชื่อถือของระบบ (Trust) ประกอบอยู่ด้วย

ขณะที่รัฐบาลไทย ยุคไทยแลนด์ 4.0 เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน จึงประกาศนโยบายพัฒนาซูเปอร์คลัสเตอร์และ 10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต หวังดึงให้เกิดการลงทุนใหม่ไม่ต่ำกว่า 4.5 แสนล้านบาท และหนึ่งในนั้น คืออุตสาหกรรมหุ่นยนต์

พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กล่าวว่า อีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า โลกจะก้าวเข้าสู่โรบอท อินดัสตรี ซึ่งขณะนี้ในหลายประเทศในโลกได้ใช้หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมสูงมากทั้งประเทศสวีเดน เยอรมนี ญี่ปุ่น และสหรัฐ

ขณะที่ สนช.กำลังทำแผนพัฒนาอินโนเวชั่น โรดแมปในประเทศไทยร่วมกับสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อเป็นเข็มทิศนำทางพัฒนาหุ่นยนต์เป็นอุตสาหกรรมใหม่ในระยะยาว รวมทั้ง Internet of Things จะเข้ามามีส่วนช่วยในการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ทั้งเกษตรอัจฉริยะ และสมาร์ทเอสเอ็มอี

สิ่งเหล่านี้จะพลิกโฉมวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยให้มีความสะดวกมากขึ้น ขณะเดียวกันพึงต้องระมัดระวังกับภัยที่จะแฝงมากับเทคโนโลยี

 

ยังไม่หมด!เปิดตัว’เสียวหมี่ เรดหมี่ โน๊ต3 โปร’สเปคแจ่ม-ราคาไม่เกิน7พัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 มกราคม 2559 เวลา 07:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/410666

ยังไม่หมด!เปิดตัว'เสียวหมี่ เรดหมี่ โน๊ต3 โปร'สเปคแจ่ม-ราคาไม่เกิน7พัน

‘เสียวหมี่’เปิดตัวมือถือ’เรดหมี่ โน๊ต 3 โปร’ทรงสวย-สเปคแจ่ม ราคาไม่เกิน7พันบาท

หลังจากเพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กอย่าง’เสี่ยวหมี่ เรดหมี่ 3’ไปหมาดๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ล่าสุดก็ได้เปิดตัวอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนระดับกลางอีกรุ่น’เสียวหมี่ เรดหมี่ โน๊ต 3 โปร’ (Xiaomi Redni Note 3 Pro) ออกมาวางจำหน่ายอีก และแน่นอนว่าครั้งนี้ก็มาพร้อมกับสเปคดีๆ ในราคาที่คุ้มค่าน่าสนใจเหมือนเก่า

เสียวหมี่ เรดหมี่ โน๊ต 3 โปร มาพร้อมตัวเครื่องโลหะ หน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียด1080p, ซีพียู Snapdragon650, แรม 2GB และ 3GB, ความจุ 16GB หรือ 32GB, ฟีเจอร์ระบบสแกนลายนิ้วมือ, กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล, กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล, แบตเตอร์รี่ 4,050 mAh, รองรับระบบชาร์จแบตเร็ว, มีให้เลือก 3 สี คือ เทาดำ เงิน และทอง

สำหรับรุ่นแรม 2GB/ความจุ 16GB จะสนนราคา 999 หยวน (ราว 5,500 บาท) ขณะที่รุ่นแรม 3GB/ความจุ 32GB ยังไม่ได้ประกาศราคาออกมา แต่คาดว่าจะอยู่ที่ 1,199 หยวน (ราว 6,600 บาท)

ที่มา phonearena

 

กมธ.สื่อฯหารือกูเกิ้ลป้องกันใช้เว็บผิดกฎหมาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 มกราคม 2559 เวลา 15:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/410452

กมธ.สื่อฯหารือกูเกิ้ลป้องกันใช้เว็บผิดกฎหมาย

กมธ.สื่อฯหารือกูเกิ้ลป้องกันใช้เว็บผิดกฎหมายเน้นการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีอารยะ

นายอภิชาต จงสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. แถลงว่า ที่ประชุมกมธ.ได้พิจารณาเรื่องแนวทางและมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการใช้สื่อออนไลน์ รวมทั้งส่งเสริมการใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์

ทั้งนี้ กมธ.ได้เชิญผู้แทนจากบริษัทกูเกิ้ล เอเชียแปซิฟิก จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการเสิร์จเอ็นจิ้น ที่ให้ความสำคัญ ด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อตอบสนองผู้ให้บริการโดยตลอด และพัฒนาระบบโปรแกรมเพื่อรองรับผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์​ ให้เข้าถึงประชาชนทุกระดับ  โดยคำนึงถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีอารยะ

อย่างไรก็ตาม กมธ.ได้สอบถามแทนบริษัทกูเกิ้ลฯ เกี่ยวกับมาตรการการป้องกันการเผยแพร่เว็บไซต์ที่ผิดกฎหมายในไทยที่ผ่านขั้นตอนโดยคำสั่งศาลมาแล้ว ซึ่งตัวแทนบริษัททกูเกิ้ลฯแจ้งว่า ที่ผ่านมาได้ประสานงานให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้โดยตลอด เช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตง.)  โดยกรณีที่มีการร้องขอผ่านกระบวนการ ก็จะดำเนินการถอดเว็บที่ผิดกฎหมายนั้นทันที ซึ่งส่วนนี้เองทางบริษัทกูเกิ้ลฯกล่าวว่ามีความเข้าใจในเรื่องนี้ เพราะแต่ละประเทศมีวัฒนธรรมที่ต่างกัน นอกจากนี้ บริษัทกูเกิ้ลฯยังมีมาตรการคัดกรองเว็บไซต์เนื้อหาที่เป็นภัยต่อเด็กและเยาวชน

สำหรับมาตรการส่งเสริมการใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์นั้น นายอภิชาต กล่าวว่า ทางบริษัทกูเกิ้ลฯ สนับสนุนโดยมีโครงการดำเนินงานในกิจกรรมต่างๆร่วมกับสถาบันศึกษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ท างบริษัทกูเกิ้ลฯยังมีข้อกังวงต่อพรบ.คอมพิวเตอร์ ที่ยังคงไม่ชัดเจนว่าเรื่องใดทำได้หรือไม่ได้บ้าง ซึ่งอาจจะกระทบต่อการทำธุรกิจ โดยบริษัทกูเกิ้ลฯจะทำเป็นหนังสือถึงข้อกังวลดังกล่าวให้กมธ. ต่อไป ทั้งนี้ทางกูเกิ้ลเองก็เข้าใจ และให้ความร่วมมือกับประเทศไทยมาโดยตลอดว่าการทำธุรกิจต้องควบคู่กับธรรมาภิบาล

 

ท้าชน!เปิดตัว’เลอโนโว เลม่อน3’สเปคคุ้ม-ราคา4พันต้นๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 มกราคม 2559 เวลา 11:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/410349

ท้าชน!เปิดตัว'เลอโนโว เลม่อน3'สเปคคุ้ม-ราคา4พันต้นๆ

เปิดตัว’เลอโนโว เลม่อน 3’สมาร์ทโฟนสเปคคุ้ม-ราคา4พันกว่าบาท ท้าชน’เสียวหมี่ เรดหมี่ 3′

หลังจากที่ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่อย่าง’เสียวหมี่’เพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนสเปคคุ้มราคาประหยัดอย่างรุ่น’เสียวหมี่ เรดหมี่ 3’ไปหมาดๆ ล่าสุดทางค่ายมือถือ’เลอโนโว’ก็ไม่น้อย ขอส่งสมาร์ทโฟนรุ่น’เลอโนโว เลม่อน 3′ (Lenovo Lemon 3) มาท้าชนด้วยสเปคและราคาจำหน่ายที่แทบเหมือนกันเป๊ะ

‘เลอโนโว เลม่อน 3’จะมาพร้อมตัวเครื่องอลูมิเนียม หน้าจอ 5 นิ้ว ความละเอียด1080p, ซีพียู Snapdragon616, แรม 2GB, พื้นที่ความจำ 16GB (เพิ่มMicroSD Cardได้), กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล, กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล, รองรับ 2 ซิม, แบตเตอร์รี่ 2,750 mAh, ระบบปฏิบัติการ’แอนดรอยด์5.1’

จากสเปคข้างต้นจะเห็นได้ว่าเจ้าเลอโนโว เลม่อน 3 มีจุดแตกต่างจากเสียวหมี่ เรดหมี่ 3 อยู่ด้วยกัน 2 จุดคือ เลม่อน 3 มันมีความละเอียดหน้าจอ1080p ซึ่งสูงกว่าจอของ เรดหมี่ 3 ที่720p, เลม่อน 3 มีความจุแบตเตอร์รี่เพียง 2,750 mAh ขณะที่เรดหมี่ 3 มีขนาด 4,100 mAh

เลอโนโว เลม่อน 3 สนนราคาอยู่ที่ 699 หยวนหรือประมาณ 4,000 บาทเท่านั้น ซึ่งต้องรอดูว่าเมื่อเข้าไทยแล้วราคาจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าใด

ที่มา gsmarena
ดูข่าวเสียวหมี่ เรดหมี่ 3 http://www.posttoday.com/digital/409608

 

ขายแล้ว!’เซนโฟน แม็คซ์’แบตอึดได้ใจ-ราคา6,490บาท (มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 มกราคม 2559 เวลา 11:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/410114

ขายแล้ว!'เซนโฟน แม็คซ์'แบตอึดได้ใจ-ราคา6,490บาท (มีคลิป)

วางจำหน่ายแล้ว’เซนโฟน แม็คซ์’มือถือแบตอึด5,000mAh-ราคา6,490บาท

เคยเปิดตัวกันไปตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ในที่สุดก็ได้ฤกษ์วางจำหน่ายเสียทีกับมือถือ’เซนโฟน แม็คซ์’ (Zenfone Max) สมาร์ทโฟนสเปคคุ้มราคาที่มาพร้อมกับจุดเด่นแบตเตอร์รี่อึดสุดถึง 5,000 mAh สามารถสแตนด์บายได้ยาวนานถึง 38 วันเลยทีเดียว แถมยังสามารถทำหน้าที่เป็นแบตเตอร์รี่สำรองให้อุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกด้วย

เซนโฟน แม็คซ์มีหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด720p, ซีพียู Snapdragon410 64-บิต, แรม 2GB, พื้นที่ความจุ 16GB (เพิ่มMicroSD cardได้สูงสุด 64GB), กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล, กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล, ระบบปฏิบัติการ’แอนดรอยด์5.0′, ระบบ 2 ซิม, มีให้เลือก 2 สี คือ ขาวและดำ

เซนโฟน แม็คซ์เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้ตามร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โดยสนนราคาเพียง 6,490 บาทเท่านั้น

 

“สมประสงค์” มั่นใจว่าที่ซีอีโอใหม่ สานต่ออินทัช-หนุนเอไอเอส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 มกราคม 2559 เวลา 21:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/410072

"สมประสงค์" มั่นใจว่าที่ซีอีโอใหม่ สานต่ออินทัช-หนุนเอไอเอส

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ครบวาระการทำงานของ สมประสงค์ บุญยะชัย ที่อยู่ใต้ชายคากลุ่มอินทัชมานานถึง 24 ปี และดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารมากว่าถึง 7 ปี จนล่าสุดหลังเสร็จสิ้นการประมูลคลื่น ทางคณะกรรมการบริหารจึงเลือก ฟิลิป เชียง ชอง แทน ที่มีประสบการณ์ทำงานในเอทีแอนด์ที เบลล์แล็ปส์ และจีอี แคปปิตอล มากว่า 27 ปี เข้ามานั่งตำแหน่งนี้

ฟิลิป เชียง ชอง แทน รักษาการในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มอินทัช เปิดใจว่า การได้รับคัดเลือกเข้ามาในตำแหน่งนี้ เชื่อว่ามาจากประสบการณ์ทำงานด้านเทคโนโลยี การเงิน และกลยุทธ์ทางการตลาด ทำให้มีความเข้าใจด้านกลไกตลาดและพฤติกรรมของลูกค้า โดยจะเสนอแผนงานให้คณะกรรมการบริหารพิจารณาในวันที่ 20 ม.ค.นี้ โดยจะเน้นการสานต่อแผนงาน 3-5 ปี ที่ สมประสงค์ วางไว้

“จากประสบการณ์ทำงานมายาวนานกว่า 20 ปี ทางด้านไอทีและการเงิน ทำให้ผมมองเห็นเทรนด์ด้านอี-คอมเมิร์ซ อี-เพย์เมนต์ และโลจิสติกส์ที่กำลังมาแรง”

ด้านแผนธุรกิจนั้น ในภาพรวมยังคงเน้นด้านโทรคมนาคม มีเดีย ไอที และคอนเทนต์เป็นหลัก และจะเพิ่มเติมในส่วนของภาคการเงิน ไฟแนนซ์ และลูกค้ารายย่อย เพื่อให้มาเชื่อมโยงกับ 4 ธุรกิจหลักที่ได้วางไว้ รวมทั้งการเริ่มเข้าสู่ธุรกิจโฮมช็อปปิ้งที่เชื่อมโยงกับโมบายและเพย์เมนต์ ซึ่งเป็นโอกาสต่อยอดจากหนึ่งในธุรกิจในเครือ

ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ไม่ชนะการประมูลคลื่น 900 MHz นั้น เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมของกลุ่มอินทัชในระยะสั้น และมั่นใจว่าเอไอเอสจะสามารถรักษาความเป็นผู้นำผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอินทัชพร้อมให้การสนับสุนน

ทางด้าน สมประสงค์ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า แม้สภาพหลังการประมูลคลื่น 4จี ทำให้หุ้นของทุกค่ายลดลง ไม่ใช่แค่อินทัช แต่ยังเชื่อว่าเป็นไปตามสภาวะของตลาดหุ้นทั่วโลกที่ผันผวนในระยะสั้น ไม่ได้เกี่ยวกับบริษัท

“ในอดีตเคยเกิดปัญหาหุ้นตกมาก่อน และผมเคยแก้ปัญหาด้วยการซื้อหุ้นคืน แต่ในครั้งนี้เชื่อว่าตลาดหุ้นจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาเองได้ และไม่ต้องแก้ปัญหาด้วยการซื้อหุ้นอินทัชคืนแล้ว เพราะเป็นปัญหาของสภาพเศรษฐกิจโลก ซึ่งทั้งกลุ่มก็ไม่มีแผนที่จะทำแบบนั้นอีก ผมเชื่อว่าคุณฟิลิปจะมีวิธีแก้ไขปัญหาได้” สมประสงค์ กล่าว

ทั้งนี้ ในเรื่องของแผนลงทุนของบริษัทในเครือ ทางด้านอินทัชไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งยังให้การสนับสนุนบริษัทในเครือ ไม่ว่าจะเป็นเอไอเอสในเรื่องของค่าใบอนุญาตและงบตลาดตามเดิม ในส่วนของไทยคมและอินทัชเองก็จะดำเนินงานตามนโยบายเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง

ขณะที่ลูกค้าของเอไอเอสที่ยังอยู่บนคลื่น 900 MHz อีกราว 12 ล้านเลขหมาย มั่นใจเอไอเอสรู้จักลูกค้าดี และสื่อสารกับลูกค้าโดยเสนอให้รับเครื่องมือถือฟรี ซึ่งทำได้เร็วกว่ารายอื่น เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานในการนำลูกค้าคลื่น 900 MHz กลับมาเป็นลูกค้าเอไอเอสเหมือนเดิมได้

“บริษัทยังไม่มีแผนลดต้นทุนโดยปรับเปลี่ยนทีมงานหรือคัดพนักงานออก แม้จะมีต้นทุนค่าใบอนุญาตจำนวนมาก เพราะทุกคนที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามาล้วนแล้วแต่มีความสามารถและประสบการณ์ทำงานที่ดี”สมประสงค์ กล่าว

 

ซิป้าลุยจัดงานมหกรรมซอฟต์แวร์แห่งภูมิภาคเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 มกราคม 2559 เวลา 14:46 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/409940

ซิป้าลุยจัดงานมหกรรมซอฟต์แวร์แห่งภูมิภาคเอเชีย

ซิป้า พร้อมจัดงานมหกรรมงานแสดงนวัตกรรมซอฟต์แวร์แห่งภูมิภาคเอเชีย ระหว่างวันที่ 21-23 ม.ค.นี้

เวลา 11.00 น. วันที่ 13 ม.ค. นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นประธานแถลงข่าว การจัดงาน “Software Expo Asia: Digital Integration” ระหว่างวันที่ 21-23 มกราคม 2559 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

รมว.ไอซีที กล่าวว่า อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมในการปรับเปลี่ยนการทำงานและบริการภาครัฐสู่ดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วย Digital Integration หรือการบูรณาการด้านดิจิทัล เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพราะลดความซ้ำซ้อน ประหยัดงบประมาณ ที่สำคัญสามารถตอบสนองและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ดังนั้นอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและสนับสนุนอุตสาหกรรมในยุทธศาสตร์ของรัฐบาลทั้ง 6 กลุ่ม เพราะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับประเทศไทยในเวทีโลก
Digital Integration เป็นหนึ่งในแนวคิดเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ทางกระทรวงไอซีทีและซิป้า ได้ร่วมกันส่งเสริมให้แนวคิดและนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นรูปธรรม ผ่านหลายโครงการของสำนักงานและหนึ่งในนั้นคือ งาน “Software Expo Asia: Digital Integration” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว งานนี้ผู้จัดงานมีความตั้งใจอย่างสูงที่จะให้เป็นเวทีแสดงนวัตกรรมระดับภูมิภาค และแสดงให้ผู้ใช้ หรือกลุ่มธุรกิจอื่นๆ เห็นภาพชัดเจนเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาธุรกิจด้านต่างๆ และยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล เป็นเวทีระดับเอเชียที่เป็นความร่วมมือกันสู่เวทีโลกให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการปักธงให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางไอซีทีภูมิภาคได้อย่างมั่นคง

สำหรับไฮไลท์ภายในงาน Software Expo Asia: Digital Integration จะมีโซนนิทรรศการรูปแบบใหม่ Smart Business Model ใน 6 กลุ่มธุรกิจ ที่ใช้ซอฟต์แวร์จับคู่การค้าประสบความสำเร็จมาร่วมจัดแสดง เพื่อให้เห็นภาพว่า การใช้ซอฟแวร์จะเป็นการพัฒนาธุรกิจแบบก้าวกระโดด และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาด และยังขนเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจากผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ของทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 250 บริษัทและหน่วยงานมาร่วมจัดแสดง  มีวิทยากรกูรูชื่อดังจากทั้งไทยและเทศ มาร่วมไขเทคนิคความสำเร็จ อาทิ Amazon Web Services กับระบบการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ สร้างรายได้จำนวนมากในเวลาไม่กี่ปี  Nasscom สมาคมบริการซอฟต์แวร์และบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของอินเดีย คณะผู้บริหารเมืองอินชอน ประเทศเกาหลี ที่จะมาบอกเล่าถึงการสร้างโมเดลต้นแบบของ Smart city ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้สนใจ พร้อมให้คำปรึกษาฟรีสำหรับผู้ที่จะเริ่มดำเนินธุรกิจหรือต่อยอดทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์ “ดินสอมินิ”ที่สร้างขึ้นมาเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่ต้องอยู่เพียงลำพัง และ ดิจิทัล ซีนีมา หนังแอนิเมชั่นจากผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทย 2 เรื่อง คือ พระมหาชนก และ เมืองนิรมิตแห่งจิตตนคร มาจัดแสดงผู้สนใจได้เพลิดเพลิน ซึ่งผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.softwareexpoasia.com

 

คิดได้ไง?เคส’ไอโฟน’ใหม่แปลงร่างเป็นไม้เซลฟี่ได้ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 มกราคม 2559 เวลา 14:22 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/409930

คิดได้ไง?เคส'ไอโฟน'ใหม่แปลงร่างเป็นไม้เซลฟี่ได้ (ชมคลิป)

ชมคลิปเคส’ไอโฟน’สุดเจ๋ง แปลงร่างเป็นไม้เซลฟี่ได้

หลังจากได้เห็นนวัตกรรมโทรทัศน์กระจกที่สามารถมองทะลุจอไปถึงวัตถุด้านหลังในงาน Consumer Electronics Show (CES 2016) งานนี้มารอดูแก็ดเจ็ตกันในงานนี้กันบ้าง เป็นเคสมือถือ’ไอโฟน’สุดเจ๋งที่สามารถแปลงร่างเป็นไม้เซลฟี่ได้ง่ายๆ ไม่ต้องพกอีกหนึ่งอุปกรณ์ให้เกะกะ

ตัวไม้ของเคสมือถือชื่อ STIKBOX ทำจากอะลูมิเนียมที่แข็งแรงมาก สามารถดึงออกมาแปลงร่างเป็นไม้เซลฟี่ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะหักเลย โดยสามารถยืดออกมาได้ 0.75 เมตร น้ำหนักอยู่ที่ 130 กรัม

ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงสมทบทุนใน KickStarter โดยจะมีราคาเริ่มต้นที่ 29 ปอนด์หรือประมาณ 1,550 บาท จะผลิตให้ทั้ง’ไอโฟน6’และ’ซัมซุง กาแล็คซี เอส6′ คาดว่าจะเริ่มจัดส่งในช่วงพฤษภาคมนี้ ผู้สนใจสามารถกดเข้าชมได้ที่ https://www.kickstarter.com/projects/634593202/stikbox-the-first-selfie-stick-case-for-iphone

ที่มา cultofmac