เทเลนอร์อุ้มดีแทคทุ่มงบลุย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มกราคม 2559 เวลา 08:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/409128

เทเลนอร์อุ้มดีแทคทุ่มงบลุย

เทเลนอร์ยันลงทุนไทยต่อเนื่องกว่า 2 หมื่นล้าน ชี้ถึงไม่ชนะประมูล แต่มีคลื่นมากพอ

นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า แม้จะไม่ชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ แต่เทเลนอร์ ประเทศนอร์เวย์ ก็จะไม่ทิ้งดีแทคในไทยแน่นอน และพร้อมสนับสนุนเต็มที่ในทุกด้านตามที่ดีแทคต้องการ และยืนยันไม่ย้ายการลงทุนไปเมียนมา แม้การใช้งานออนไลน์จะโตขึ้นอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน

“ผมค่อนข้างประหลาดใจในเรื่องราคาประมูลที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเรามีเป้าชัดเจนว่าควรจะลงทุนคลื่นความถี่ที่่ราคาเท่าไร เพราะเราไม่ได้มองตลาดแค่ในระยะสั้น ซึ่งยังมีคลื่นอื่นที่ยังไม่ได้ใช้ทั้ง 700 เมก 2300 เมก และ 2600 เมกะเฮิรตซ์ ที่เป็นโอกาสให้เทเลนอร์เข้าไปประมูล สิ่งที่ผมอยากขอร้องทางภาครัฐ และ กสทช. คือ อยากให้มีแผนที่ชัดเจนเกี่ยวกับการนำคลื่นมาประมูล เพื่อที่จะได้วางแผนในระยะยาวได้ชัดเจนกว่านี้ และยังยืนยันว่าเทเลนอร์จะดูแลตลาดประเทศไทยต่อไป ไม่มีการย้ายฐานลงทุนไปประเทศอื่นๆ ตามข่าวลือแน่นอน” นายซิคเว่ กล่าว

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า ดีแทคเริ่มแผนลงทุนโครงข่ายไปยังพื้นที่หัวเมืองใหญ่ในจังหวัดต่างๆ มากขึ้น ด้วยงบกว่า 2 หมื่นล้านบาท ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา

“เพื่อให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตของลูกค้าดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดีแทคจะใช้งบสำหรับติดตั้งโครงข่ายไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา หรือกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ทำโครงข่ายเพียงอย่างเดียว ไม่รวมงบตลาดที่จะมีรูปแบบการแข่งขันแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และตั้งเป้าลูกค้าใช้งาน 4จี ภายในสิ้นปีนี้ไว้ที่ 4.5 ล้านบาท” นายนอร์ลิ่ง กล่าว

ทั้งนี้ นายซิคเว่ได้กล่าวถึงคู่แข่งรายใหม่ที่เข้ามาในตลาดนี้ ว่า การเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีทั้งเรื่องของโครงข่าย การตลาด แบรนดิ้ง และลูกค้า ไม่ใช่ว่าคนที่เข้ามาจะชนะได้ทันที แต่ดีแทคก็ยินดีที่จะเปิดกว้างให้มีรายใหม่เข้ามาในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งปัจจุบันดีแทคมีส่วนแบ่งตลาดด้านผลประกอบการในไตรมาส 3 ของปี 2558 อยู่ที่ 28% และยังคงรักษาตำแหน่งเบอร์ 2 ในตลาดนี้ได้ ต้องรอดูผลสรุปของไตรมาส 4 ที่จะสรุปอีกครั้งในเดือน ก.พ. 2559 ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด

 

ทีวีดิจิทัลส่อจอดำอีก5รายปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มกราคม 2559 เวลา 07:38 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/409122

ทีวีดิจิทัลส่อจอดำอีก5รายปีนี้

บิ๊ก กสทช.ระบุมีผู้ประมูลช่องทีวีดิจิทัลอีก 5 ราย เสี่ยงจอดำ เร่งหาช่องช่วยเหลือ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัล มาหารือถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของทีวีดิจิทัล และหาช่องทางช่วยเหลือตามอำนาจของ กสทช. แต่กรณีใดที่เกินอำนาจ กสทช. จะเสนอต่อรัฐบาล ส่วนจะใช้มาตรา 44 รัฐธรรมนูญชั่วคราว หรือเร่งรัดการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยทั้งหมดจะส่งข้อเสนอได้ภายในเดือน มี.ค.นี้

“ปีนี้จะเข้าไปพิจารณาในรายละเอียดแบบลงลึกของธุรกิจทีวีดิจิทัลว่ามีปัญหาใดที่ กสทช.จะเข้าไปแก้ไขได้บ้าง ถ้าอยู่ในอำนาจ กสทช.จะแก้ไขให้ แต่ถ้าเกินอำนาจก็จะเสนอรัฐบาล โดยจะรวบรวมปัญหา ข้อเสนอแนะให้รัฐบาลภายในเดือน มี.ค. ซึ่งต้องมีข้อสรุปก่อนจะชำระเงินค่าประมูลงวดที่ 3 ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ และจากการสอบถามวงการทีวีดิจิทัล พบว่ามีช่องราว 5 ช่องที่จะเดินตามรอยช่องไทยทีวีและโลก้า ที่ไม่มีเงินจ่ายและอาจต้องจอดำ ซึ่งทำให้ กสทช.ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อให้ธุรกิจทีวีดิจิทัลอยู่รอดได้” นายฐากร กล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่น่าเป็นห่วงในปี 2559 คือ กลุ่ม 5 ช่องที่เรตติ้งอยู่อันดับสุดท้าย เพราะเป็นกลุ่มที่มีโฆษณาเข้าน้อย แต่มีการซื้อตัวพนักงานมาในราคาที่ค่อนข้างสูง

ก่อนหน้านี้ กสทช.สำรวจข้อมูลสภาพตลาดกิจการโทรทัศน์ภาค พื้นดินในระบบดิจิทัล พบว่า มูลค่าตลาดกิจการในช่วงเดือน ม.ค.-พ.ย. ช่องรายการเดิมและช่องรายการใหม่มีมูลค่ารวม 72,587 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าของกลุ่มช่องรายการ เดิม 53,175 ล้านบาท ช่องรายการใหม่ 19,412 ล้านบาท

 

เจ๋ง!เด็กไทย4ขวบวาดผีตาโบ๋ขายในสติกเกอร์ไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มกราคม 2559 เวลา 18:38 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/409106

เจ๋ง!เด็กไทย4ขวบวาดผีตาโบ๋ขายในสติกเกอร์ไลน์

เด็กไทย4ขวบวาดภาพผีตาโบ๋ออกขายในสติกเกอร์ไลน์ไม่ถึงเดือนมียอดโหลดจากคนทั่วโลก

เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ภาพ “ผีตาโบ๋”ฝีมือการวาดของน้องโมโน หรือ ด.ญ.กัญญาภัค  แสงสิทธิ์ อายุ 4 ปี นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนศรีวิสุทธิ์ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น เป็นจุดเริ่มต้นจากการใช้จินตนาการการวาดลายพร้อมระบายสีแล้วนำมาอวดคนในบ้าน

ต่อมา นายธีรพงษ์  แสงสิทธิ์ พ่อน้องโมโน มีความคิดว่า จะนำผลงานของลูกออกเผยแพร่ ซึ่งขณะนั้นการเล่นไลน์กำลังเป็นที่นิยม จึงศึกษารายละเอียดข้อกำหนดของไลน์ ก่อนส่งให้บริษัทไลน์ที่ประเทศญี่ปุ่นพิจารณา เมื่อช่วงต้นเดือนธ.ค.58 จนได้รับการอนุมัติ และเริ่มเข้าสู่ระบบการซื้อขายครั้งแรก เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.58 ภายใต้ชื่อสติกเกอร์ไลน์ Phi ta bo (ผีตาโบ๋)

นายธีรพงษ์ กล่าวว่า น้องโมโนชื่นชอบการขีดเขียนวาดรูปและระบายสีเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ 1-2 ขวบ สังเกตว่าชอบดูการ์ตูน วาดรูปเอง ลงสีเอง วาดตามผนังบ้าน วาดลงกระดาษตามประสาของเด็ก แต่ก็ไม่ได้สวยอะไรมากมาย กระทั่งวันหนึ่งเขาวาดรูปอย่างเช่นเคยตามปกติ แล้วหยิบกระดาษแผ่นนั้น เดินมาบอกว่ารูปที่วาดคือ “ผีตาโบ๋” เมื่อนำมาดูจึงเห็นว่าน่าสนใจ จึงเริ่มช่วยลงลวดลายให้คมชัด และสีที่ดูเป็นระเบียบไม่เลอะออกนอกขอบ และได้มีส่วนช่วยแต่งให้ดูสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

สำหรับสติกเกอร์ไลน์ “ผีตาโบ๋” ของน้องโมโนมีลวดลายทั้งหมด 40 แบบตามหลักเกณฑ์ของบริษัท ไลน์ ออกจำหน่ายออนไลน์ทั่วโลก ปัจจุบันได้รับความสนใจจากชาวเน็ตทั่วโลก ทั้งจากอเมริกา ญี่ปุ่น แคนนาดา ลาวและมากที่สุดคือคนไลน์เข้ามาซื้อ โดยมีค่าใช้จ่ายเพียง 30 บาทเท่านั้น ซึ่งความโดเด่นอยู่ที่การอธิบายเป็นเรื่องราวในภาษาอังกฤษว่า “ผีตาโบ๋” เป็นผีไทยดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนเรื่องรายได้นั้น หากจำนวนผู้ซื้อครบ 1 หมื่นเยน หรือประมาณ 3 พันบาท บริษัทไลน์จะแจ้งให้ทราบและมีรายได้เข้ามาในบัญชี ขณะนี้ได้รับความสนใจพอสมควร

“สิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุด ไม่ใช่จากรายได้ที่ได้ แต่กับเป็นความภาคภูมิใจในความสามารถของลูกที่พยายามส่งเสริมพัฒนาการเค้าอย่างต่อเนื่อง”พ่อน้องโมโน กล่าว

 

ล้ำ!”ili”เครื่องแปลภาษาที่แท้จริง พูดปุ๊ปแปลปั๊บ-ไม่พึ่งเน็ต (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 มกราคม 2559 เวลา 15:43 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/408858

ล้ำ!"ili"เครื่องแปลภาษาที่แท้จริง พูดปุ๊ปแปลปั๊บ-ไม่พึ่งเน็ต (ชมคลิป)

“ili”เครื่องแปลภาษาที่แท้จริงโดยนักพัฒนาญี่ปุ่น พูดปุ๊ปแปลปั๊บ-ไม่ต้องพึ่งเน็ต

Logbar บริษัทของญี่ปุ่นได้เปิดตัวอุปกรณ์แปลภาษาสุดล้ำ “ili Wearable Translator” ใช้สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกับชาวต่างชาติได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านแอพลิเคชั่นใดๆ

การทำงานถือว่าง่ายมากๆ เพียงแค่กดปุ่มตัวเครื่องและพูดเท่านั้น เครื่องก็จะประมวลผลและส่งเสียงอีกภาษาออกมา โดยรุ่นแรกจะรองรับเฉพาะภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น และจีน ส่วนรุ่นที่สองรองรับภาษาฝรั่งเศส เกาหลี และไทย ส่วนรุ่นที่สามมีทั้งภาษาสเปน อิตาลี และอาหรับ

อุปกรณ์ขนาดพกพาดังกล่าวจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงมิถุนายน 2016 นี้

ในคลิปวีดีโอโปรโมทนี้จะให้ชายหนุ่มชาวฝรั่งใช้เครื่องแปลภาษาเพื่อขอจูบชาวเมืองในญี่ปุ่น

ที่มา gottabemobile

ในที่สุด! Netflixเปิดให้บริการในไทยแล้ว เริ่มต้น280บ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 มกราคม 2559 เวลา 11:36 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/408739

ในที่สุด! Netflixเปิดให้บริการในไทยแล้ว เริ่มต้น280บ.

Netflixเปิดให้บริการดูซีรีส์-หนังใหม่ออนไลน์ในไทยแล้ว เริ่มต้นเดือนละ280บ.-ดูฟรีเดือนแรก

Netflix (เน็ตฟลิกซ์) ผู้ให้บริการวีดีโอสตรีมมิ่งรายใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งรวบรวมภาพยนตร์และซีรีย์ดังฝั่งอเมริกาไว้ครบเครื่อง ขณะนี้ได้เปิดบริการเพิ่มอีก 130 ประเทศรวมถึงประเทศไทยแล้ว ทำให้คอหนังชาวไทยไม่ต้องมุด VPN เพื่อใช้บริการอีกต่อไป และสามารถเข้าชมได้ผ่านแอพลิเคชั่นทันที

Netflix แพ็คเก็จให้เลือก 3 ราคา ดังนี้
280 บาท – ดูภาพยนตร์ความคมชัดระดับ SD จาก 1 อุปกรณ์
350 บาท – ดูภาพยนตร์ความคมชัดระดับ HD สามารถดูได้จาก 2 อุปกรณ์พร้อมกัน
420 บาท – ดูภาพยนต์ความชัดระดับ Ultra HD สามารถดูได้จาก 4 อุปกรณ์พร้อมกัน

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะสามารถตัดผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และ Paypal ได้ตามปกติ โดยสามารถคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.netflix.com/th/ หรือโหลดแอพฯ ได้ผ่านทาง Google Pay/ App Store ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถดูฟรีเดือนแรก

อนึ่ง เบื้องต้นยังไม่มีคำบรรยายภาษาไทย

ทีวีดิจิทัลวิ่งสู้ฟัด ชูละคร-ออนไลน์หารายได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 มกราคม 2559 เวลา 09:51 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/408729

ทีวีดิจิทัลวิ่งสู้ฟัด ชูละคร-ออนไลน์หารายได้

ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา ถือว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลทุกรายสู้กันสุดชีวิต

เพราะนอกจากจะเจอความไม่พร้อมจากการเปลี่ยนผ่านการออกอากาศในระบบอะนาล็อกสู่ระบบดิจิทัล ที่ยังมีความบกพร่องในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายการส่งสัญญาณ การแจกแลกติดตั้งคูปองกล่องเซตท็อปบ็อกซ์  การโฆษณาประชาสัมพันธ์ หรือปัจจัยควบคุมไม่ได้จากเศรษฐกิจชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังกัดฟันเดินหน้าต่อ แม้ว่าตอนนี้มีบางราย เช่นกลุ่มทีวีพูล ถอดใจไปแล้ว 2 ช่อง และในเดือน ก.พ.ที่จะถึงนี้ ทุกรายต้องจ่ายเงินค่าใบอนุญาตงวดที่ 3 ดังนั้นปีนี้จึงเป็นการวัดโมเดลธุรกิจของทีวีดิจิทัล ว่าค่ายไหนจะพบทางรอดหรือร่วง จะไปทางแมสละครตบจูบ วาไรตี้ เกมโชว์ ปั้นข่าวสาระบันเทิงขึ้นมาเป็นรายได้อีกขา หรือเจาะเซ็กเมนต์ เช่น ช่องกีฬา ช่องเพลง

มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจทีวีดิจิทัลในปี 2559 หลายช่องยังคงต้องทำงานหนัก เนื่องจากการแข่งขันจะมีความดุเดือดมากขึ้น ซึ่งหลายช่องหันมาชูคอนเทนต์เรื่องละครเป็นจุดขาย ตามด้วยรายการวาไรตี้ ส่วนคอนเทนต์ข่าวมองว่ายังคงแข่งขันรุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากแนวโน้มของคอนเทนต์ละครที่จะแข่งขันรุนแรงมากขึ้น ปีนี้จึงจะเห็นละครรีเมกของทีวีดิจิทัลแต่ละช่องมากขึ้น ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลหันมาให้ความสนใจกับการผลิตคอนเทนต์ละครออกอากาศ เพราะมั่นใจว่าคนไทยยังคงให้ความสนใจคอนเทนต์ละครมากกว่าคอนเทนต์อื่นๆ

ด้วยเหตุนี้แต่ละช่องเลยพยายามสร้างดาราตัวแม่ขึ้นมาเป็นจุดขายให้กับช่อง แต่งบประมาณในการลงทุนไม่น่าจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลยังคงต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ เพราะโฆษณายังเข้าไม่มาก เพราะเจ้าของสินค้ายังระมัดระวังการใช้งบต่อเนื่องจากปีที่แล้ว

จากสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้รูปแบบของการทำการตลาดของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลและผู้ประกอบการสินค้าจะมีการเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมจะซื้อสื่อโฆษณาหลักเพียงอย่างเดียว แต่ปี 2559 จะมีไทอินสินค้าหรือโฆษณาแฝงในละคร และรายการวาไรตี้มากขึ้น ส่วนรูปแบบการขายโฆษณาก็จะขายพ่วงมากขึ้น

อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจะเห็นในปีนี้ คือ ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะหันมาหารายได้จากจอที่ 2 หรือเซคันสกรีนมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ดูรายการทีวีผ่านหน้าจอทีวีลดลง ด้วยเหตุนี้ในปี 2559 น่าจะเห็นผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลออกมาทำกิจกรรมการตลาดผ่านหน้าจอมือถือ หรือแอพพลิเคชั่น มากขึ้น หารายได้เสริมผ่านคอนเทนต์ละครทุกรูปแบบ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจมากขึ้น

มานะ กล่าวว่า  ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่น่าเป็นห่วงในปี 2559  คือ กลุ่ม 5 ช่องที่เรตติ้งอยู่อันดับสุดท้าย เป็นกลุ่มที่มีโฆษณาเข้าน้อย เมื่อมีรายได้เข้าน้อยผู้ประกอบการก็จะหันมาประหยัดค่าใช้จ่าย  และถ้าไม่ไหวจริงๆ อาจมีการเลิกจ้างพนักงานบางส่วน  เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการซื้อตัวพนักงานมาในราคาที่ค่อนข้างสูง

ด้าน สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3  กล่าวว่า พฤติกรรมการรับชมรายการทีวีของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไป คือหันมาดูผ่านช่องทางออนไลน์เยอะขึ้น  จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องเร่งปรับตัวตามให้ทัน

นอกจากนี้  การที่คอนเทนต์รายการต่างๆ ของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลไม่ค่อยมีความแตกต่างกัน ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 ยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว เชื่อว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะต้องทำการตลาดแบบวิ่งสู้ฟัด  เนื่องจากงบโฆษณาในปี 2559 น่าจะยังไม่แตกต่างจากปี 2558 เห็นได้จากงบโฆษณาเดือน ธ.ค. ยังลดลง เพราะหลายสินค้ายังระวังการใช้งบ

แม้ว่าครึ่งปีแรกสถานการณ์ของทีวีดิจิทัลและอุตสาหกรรมโฆษณาจะยังอยู่ในทิศทางที่ชะลอตัว แต่ธุรกิจทีวีดิจิทัลคงแข่งขันในเรื่องของคอนเทนต์รายการ  และด้วยความที่คอนเทนต์ส่วนใหญ่จะมีความเหมือนกัน จึงทำให้ผู้ชนะและอยู่ต่อไปได้ต้องเป็นช่องที่แข็งแกร่งเท่านั้น

ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ยังคงรุมเร้า ส่งผลให้ปี 2559 ยังคงเป็นปีที่ยากลำบากในการทำธุรกิจ  โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกซึ่งเอกชนมองว่าเป็นช่วงที่น่าเป็นห่วง ขณะที่ทีวีดิจิทัล หากใครผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ ก็น่าจะพบทางที่ไปต่อจนครบสัญญาสัมปทาน 15 ปี

 

ลือ!’ทวิตเตอร์’เตรียมให้ทวีตเพิ่มได้สูงสุดเป็น10,000ตัวอักษร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 มกราคม 2559 เวลา 13:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/408568

ลือ!'ทวิตเตอร์'เตรียมให้ทวีตเพิ่มได้สูงสุดเป็น10,000ตัวอักษร

‘ทวิตเตอร์’เตรียมขยายข้อจำกัด เปิดให้ผู้ใช้ทวีตข้อความจาก 140 เพิ่มเป็น 10,000 ตัวอักษร

เว็บไซต์ข่าวไอที Re/code รายงานว่ามีแหล่งข่าวภายในออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า ขณะนี้ทางแอพลิเคชั่นสื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง’ทวิตเตอร์’กำลังเตรียมขยายข้อจำกัดในการใช้งาน จากเดิมที่ผู้ใช้จะสามารถทวีตข้อความได้ไม่เกิน 140 ตัวอักษร จะเพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 10,000 ตัวอักษรเพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้ใช้ตามยุคสมัย จากแรกเริ่มเดมทีที่ต้องให้ทวิตเตอร์ทำงานเหมือนข้อความ SMS

ทั้งนี้ Jack Dorsey ซีอีโอทวิตเตอร์เผยว่ากำลังมีแนวคิดขยายข้อจำกัดเรื่องตัวอักษรจริงเนื่องจากหลังจากสังเกตพฤติกรรมพบว่าหลายคนต้องพิมพ์ข้อความใส่รูปภาพแล้วโพสต์ลงไปแทน โดยทวิตเตอร์รูปแบบใหม่คาดว่าจะแสดงข้อความแค่ 140 ตัวอักษรบนฟีดเหมือนเดิม แต่จะสามารถกดปุ่มอ่านต่อเพิ่มเติมได้

ที่มา mashable

 

ทริคง่าย!กำจัดแอพที่ลบไม่ได้ใน’ไอโฟน’ให้พ้นจากหน้าโฮม (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 มกราคม 2559 เวลา 18:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/408473

ทริคง่าย!กำจัดแอพที่ลบไม่ได้ใน'ไอโฟน'ให้พ้นจากหน้าโฮม (คลิป)

ชมคลิปทริคง่ายๆกำจัดแอพฯที่ลบไม่ได้ใน’ไอโฟน/ไอแพด’ให้ออกไปจากหน้าโฮม

อาจมีผู้ใช้มือถือไอโฟนบางคนที่รู้สึกรำคาญใจเล็กๆ ที่ต้องเห็นแอพลิเคชั่นบางตัวที่เราไม่จำเป็นต้องใช้ปรากฏอยู่แต่ไม่สามารถลบออกจากหน้าโฮมได้ ล่าสุดมีสาวกไอทีจากต่างประเทศได้พบทริคที่สามารถกำจัดแอพฯ เหล่านั้นให้พ้นหูพ้นตาเราไปจากหน้าโฮมได้สำเร็จแล้ว ด้วยวิธีที่ง่ายมากๆ

ขั้นตอนมีเพียงแค่ลากแอพฯ ที่เราไม่ต้องให้ปรากฏอยู่บนหน้าโฮมเข้ามาในโฟลเดอร์ใดโฟลเดอร์หนึ่ง แล้วใช้นิ้วลากแอพฯ นั้นไปที่อีก 2 หน้า และเมื่อถึงหน้าที่ 3 ของโฟลเดอร์แล้ว ให้ใช้นิ้วกดค้างที่แอพฯ แล้วกดปุ่มโฮม จากนั้นแอพฯ นั้นก็จะหายไปที่มุมซ้ายบน ไม่ปรากฏให้เราเห็นที่หน้าโฮมอีกต่อไป อย่างไรก็ตามยังสามารถเรียกใช้แอพฯ นี้ได้เสมอผ่านการค้นหาแอพฯ ในเครื่อง

คลิปวีดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยบัญชี videosdebarraquito ผ่านทางยูทูปเมื่อวันที่ 2 ม.ค.

ที่มา metro, independent, https://www.youtube.com/watch?v=TpeP42GH0OY

 

>>>