งานวัดภูเขาทอง 2567 เปิด-ปิดกี่โมง เดินทางไปยังไง MRT ไหนใกล้สุด?

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2825107

งานวัดภูเขาทอง 2567 เปิด-ปิดกี่โมง เดินทางไปยังไง MRT ไหนใกล้สุด?

12 พ.ย. 2567 17:49 น.

งานวัดภูเขาทอง 2567 เปิด-ปิดกี่โมง เดินทางไปยังไง MRT ไหนใกล้สุด?

งานวัดภูเขาทอง 2567 เริ่มขึ้นแล้ว ร่วมประเพณีห่มผ้าแดงและนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ประจำปี 2567 จัดงานสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ตลอด 10 วัน 10 คืน กลายเป็นพิกัดเที่ยวในกรุงเทพฯ สุดฮิตในขณะนี้

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปเที่ยวชมงานวัดภูเขาทอง 2567 แล้วอยากรู้ว่าไปยังไง ต้องเดินทางด้วย MRT สถานีใดจึงจะใกล้ที่สุด พร้อมทั้งรายละเอียดอื่นๆ ไทยรัฐออนไลน์รวมทุกเรื่องน่ารู้มาฝากกัน

งานวัดภูเขาทอง 2567 จัดงานยิ่งใหญ่ 10 วัน 10 คืน

งานวัดภูเขาทอง 2567 คือ งานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่มีพิธีสำคัญอย่าง “พิธีห่มผ้าแดง” เพื่อให้ประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญในการแห่ผ้าแดงห่มพระบรมบรรพต หรือที่เรียกว่า “ภูเขาทอง” ซึ่งเป็นพิธีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน

ทั้งนี้ วัดภูเขาทอง มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร” เป็นวัดโบราณที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และพระราชทานชื่อใหม่ดังที่ใช้กันในปัจจุบัน

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะ “พระบรมบรรพต” หรือที่เรียกกันว่า “ภูเขาทอง” มีลักษณะเป็นเจดีย์สีทองบนภูเขาจำลอง และมาสร้างแล้วเสร็จในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โดยภายในภูเขาทองที่มีความสูง 77 เมตร เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้านั่นเอง

สำหรับงานวัดภูเขาทอง 2567 ถือว่ากลับมาจัดอีกครั้งในรอบ 4 ปี ภายในงานก็ยังจัดกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย รวมถึงโซนงานวัด เครื่องเล่นงานวัด ชิงช้าสวรรค์ อาหารพื้นบ้าน ขนมโบราณ เครื่องดื่มต่างๆ วงดนตรีลูกทุ่ง กิจกรรมแต่งชุดไทย และกิจกรรมลอยกระทงประทีปในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง 2567 โดยปีนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตลอด 10 วัน 10 คืน

ที่มาของภาพ : เพจเฟซบุ๊กวัดสระเกศ ภูเขาทอง กรุงเทพ ฯ watsaket

งานวัดภูเขาทอง 2567 จัดที่ไหน?

งานวัดภูเขาทอง 2567 จัดขึ้นที่วัดสระเกศ ถ.จักรพรรดิพงษ์ ริมคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ โดยงานเริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 8-17 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งพิธีห่มผ้าแดงได้ผ่านพ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

งานวัดภูเขาทอง 2567 เปิด-ปิดกี่โมง?

งานวัดภูเขาทอง 2567 เริ่มเปิดงานตั้งแต่เวลา 07.00 น. และปิดงานในเวลา 24.00 น. (เที่ยงคืน)

ในช่วงกลางวันสามารถไปไหว้พระและขึ้นไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุได้ มีร้านค้า ร้านอาหาร และเครื่องดื่มต่างๆ เปิดจำหน่ายแล้ว แต่ความคึกคักจะเริ่มในช่วงเย็นเป็นต้นไป เพราะมีกิจกรรม โชว์ และการแสดงต่างๆ มากมายให้ได้เพลิดเพลินตลอดทั้ง 10 วัน 10 คืน

ที่มาของภาพ : เพจเฟซบุ๊กวัดสระเกศ ภูเขาทอง กรุงเทพฯ watsaket

งานวัดภูเขาทอง 2567 ไปยังไง นั่ง MRT ไปได้ไหม?

สำหรับใครที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวงานวัดภูเขาทอง ประจำปี 2567 สามารถนั่ง MRT ไปลงที่สถานีสามยอด ทางออก 1 (Exit 1) แล้วเลี้ยวซ้าย หลังจากนั้นให้เดินตรงไปตาม ถ.เจริญกรุง และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ถ.บริพัตร เดินตรงไปเรื่อยๆ ราว 1.4 กิโลเมตร ก็จะถึงงานวัดภูเขาทอง วัดสระเกศฯ

ส่วนใครที่ไม่ต้องการเดิน ก็สามารถต่อรถโดยสารประจำทางสาย 8, 37 และ 48 หรือจะนั่งรถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างแทนก็ได้เช่นกัน

งานวัดภูเขาทอง 2567 ไปยังไง? รวมสายรถประจำทางและเรือโดยสารที่สามารถเดินทางไปได้

งานวัดภูเขาทอง 2567 จอดรถที่ไหนได้บ้าง?

เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวและประชาชนให้ความสนใจมาร่วมงานวัดภูเขาทอง 2567 เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงค่ำของทุกวัน จึงไม่แนะนำให้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว แต่หากจำเป็นต้องนำรถยนต์ส่วนตัวมา สามารถไปจอดบริเวณคลองถมเซ็นเตอร์ หรือบริเวณ ถ.ดำรงรักษ์ แล้วเดินเท้าต่อมายังบริเวณงานวัดภูเขาทอง

ที่มาของภาพ : เพจเฟซบุ๊กวัดสระเกศ ภูเขาทอง กรุงเทพฯ watsaket

เปิดไฮไลต์ และกำหนดการ “งานกาชาด 2567” กรุงเทพฯ ชวนคนไทยช็อปปิ้ง ทำบุญ เริ่ม 11 ธ.ค. 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2826390

เปิดไฮไลต์ และกำหนดการ "งานกาชาด 2567" กรุงเทพฯ ชวนคนไทยช็อปปิ้ง ทำบุญ เริ่ม 11 ธ.ค. 2567

19 พ.ย. 2567 14:46 น.

เปิดไฮไลต์ และกำหนดการ “งานกาชาด 2567” กรุงเทพฯ ชวนคนไทยช็อปปิ้ง ทำบุญ เริ่ม 11 ธ.ค. 2567

งานกาชาด ปี 2567 นี้ งานบุญประจำปีแบบจัดเต็ม 12 วัน 12 คืน ที่จะชวนนักท่องเที่ยวมาช็อป ชิม พร้อมทำบุญในรวดเดียว โดยจะเกิดขึ้นในวันที่ 11-22 ธันวาคม 2567 ณ สวนลุมพินี เวลา 11.00 น. – 22.00 น.

“งานกาชาด” ถือเป็นอีกหนึ่งงานประจำปี และเทศกาลท่องเที่ยวที่คนไทยรู้จักมาอย่างเนิ่นนาน โดยได้จัดงานมาแล้วเป็นปีที่ 102 และพร้อมจุดประสงค์ในการแบ่งปัน ทำบุญ และบริจาคข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงการนำเงินทุนสนับสนุนไปบำรุงสภากาชาดไทย เพื่อผู้ป่วยที่ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส ผ่านกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน เรียกได้ว่ามางานเดียวนักท่องเที่ยว สามารถเที่ยว ช็อป ชิม และทำบุญ แบบครบวงจร

ปีนี้ทางสภากาชาดมีการออกแบบคอนเซ็ปต์งานในรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการเปลี่ยนโฉมสวนลุมพินีเดิมให้มีแสงสีเสียงแบบตระการตา ภายใต้แนวคิด “ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

กิจกรรมในงานกาชาด 2567

  • กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ “ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร” ด้วยระบบแสงสีเสียงตระการตา
  • กิจกรรมจับฉลาก ลุ้นเสี่ยงโชคได้บุญ เสี่ยงทายได้กุศล
  • อิ่มอร่อยกับร้านอาหารสภากาชาดไทย และสตรีทฟู้ดชื่อดังกว่า 100 ร้านค้า
  • พบกับกิจกรรมสนุกๆ เกมการละเล่น การแสดง และความบันเทิงอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ หากนักท่องเที่ยวในจังหวัดอื่นๆ หรือไม่สะดวกในวันเวลาดังกล่าว ก็สามารถ “เที่ยวงานกาชาด 2567 นี้ได้ผ่านทางออนไลน์” ในเว็บไซต์ iredcross ที่จะมีกิจกรรมช็อปปิ้งที่รวมร้านค้ามากมาย และเกมสนุกสุดมันส์ พร้อมกับกิจกรรมชิงรางวัลมากมาย รวมถึงสามารถทำบุญได้ตลอดงาน

งานกาชาด 2567 จัดขึ้นที่สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 11-22 ธันวาคม 2567 เวลา 11.00 น. – 22.00 น. เป็นต้นไป และวันสุดท้ายของงานจะจบภายในเวลา 23.00 น.

ข้อมูล : งานกาชาด Red Cross Fair

ชวนคนไทยสัมผัสวัฒนธรรมล้านนากับ 10 พิกัดเที่ยวงานยี่เป็ง จ.เชียงใหม่

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2825164

ชวนคนไทยสัมผัสวัฒนธรรมล้านนากับ 10 พิกัดเที่ยวงานยี่เป็ง จ.เชียงใหม่

12 พ.ย. 2567 14:10 น.

ชวนคนไทยสัมผัสวัฒนธรรมล้านนากับ 10 พิกัดเที่ยวงานยี่เป็ง จ.เชียงใหม่

เปิดพื้นที่จัดงานยี่เป็ง จ.เชียงใหม่ ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสกับแสงไฟและวัฒนธรรมล้านนาโบราณ พร้อมปลุกเศรษฐกิจชาวเชียงใหม่ให้กลับมาฟื้นฟูอีกครั้งในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวท้ายปี

ชวนนักท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมอันสวยงามจากทางเชียงใหม่กับ “ประเพณียี่เป็ง” ซึ่งตรงกับวันลอยกระทงของภาคกลาง ยี่เป็ง หรือประเพณีเดือนยี่ เป็นหนึ่งในประเพณีโบราณที่ถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๔ โดยคำว่า “ยี่” แปลว่า สอง ส่วน เป็ง แปลว่า เพ็ญ หรือ คืนพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งหมายถึงประเพณีในวันเพ็ญเดือนสองของชาวล้านนา

ความพิเศษของประเพณียี่เป็งนี้ นักท่องเที่ยวจะได้บรรยากาศที่สวยงาม เคล้าแสงไฟจากการประดับโคมไฟ และการจุดผางประทีป ตามวัดและบ้านเรือนต่างๆ ก่อให้เกิดเป็นภาพงดงามซึ่งหนึ่งปีจะมีโอกาสได้เห็นกันในช่วงประเพณีนี้เท่านั้น

ปี 2567 นี้ ประเพณียี่เป็งของจังหวัดเชียงใหม่พร้อมแล้ว ที่จะกลับมาอีกครั้งให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม และสัมผัสกับแสง สี ไฟ อันงดงาม บน 10 พื้นที่จัดงานภายในจังหวัด ที่จะมาชวนทุกคนร่วมสืบสานประเพณี และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจเชียงใหม่ไปด้วยกัน

จุดท่องเที่ยวงานประเพณียี่เป็ง 2567 เชียงใหม่

  • ข่วงประตูท่าแพ – ประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ 2567 โดยเทศบาลนครเชียงใหม่ จัดขึ้นวันที่ 14 – 17 พฤศจิกายน 2567
  • หนองบัวพระเจ้าหลวง อ.ดอยสะเก็ด – เทศกาลโคมล้านนา ปู่จาผางประทีปหนองบัวพระเจ้าหลวง จัดขึ้นวันที่ 15-18 พฤศจิกายน 2567
  • ลานองค์การบริหารส่วนตำบลสันกำแพง – งานยี่เป็งและตลาดนัดสีเขียว จัดขึ้นวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567
  • ลานวัดสบสอย ริมน้ำปิง – งานประเพณียี่เป็งล้านนาแห่งลุ่มน้ำปิง จัดขึ้นวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2567
  • ลานวัดฉิมพลีวัน สันผักหวาน – งานลอยกระทงเทศบาลตำบลสันผักหวาน จัดขึ้นวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567
  • สนามกีฬาเทศบาลอมก๋อย – งานอนุรักษ์ยี่เป็งในวิถีชุมชน จัดขึ้นวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2567
  • สนามกีฬาอำเภอพร้าว – งานสืบสานยี่เป็งลอยกระทง จัดขึ้นวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567
  • บริเวณหลังสถานีตำรวจแม่แจ่ม – งานลอยกระทง (ยี่เป็งเมืองแจ่ม) จัดขึ้นวันที่ 12-15 พฤศจิกายน 2567
  • ลานตลาดน้ำใจ อ.ฝาง – งานลอยกระทงเมืองฝาง จัดขึ้นวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2567
  • โครงการบ้านโบราณเชียงใหม่ ถนนเจริญประเทศ – งาน “ลอยกระทง สายน้ำแห่งวัฒนธรรม” จัดขึ้นวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567

นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถลิสต์และเดินทางไปร่วมกิจกรรมได้ทั้ง 10 จุดข้างต้น เพื่อสัมผัสบรรยากาศสุดอบอุ่น และวัฒนธรรมที่สวยงาม ที่จะเติมเต็มจังหวัดเชียงใหม่ให้กลับมาคึกคักและเต็มไปด้วยรอยยิ้มอีกครั้งในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้

ภาพ : istock

ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน สร้างเทรนด์ใหม่เที่ยวสนุกไม่ทำร้ายโลก

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2824703

ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน สร้างเทรนด์ใหม่เที่ยวสนุกไม่ทำร้ายโลก

10 พ.ย. 2567 06:35 น.

ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน สร้างเทรนด์ใหม่เที่ยวสนุกไม่ทำร้ายโลก

ยังคงเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์คนดีคนเดิม สำหรับ “ไผ่ พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์” ทายาทสุดหล่อของตระกูลธุรกิจในเครือเกษมกิจ และเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ แต่เพิ่มเติมคือ การกระโดดเข้ามาเต็มตัวช่วยบริหารธุรกิจของครอบครัว “จอห์น เกรย์ ซีแคนู” (John Gray’s Sea Canoe) บริษัทนำเที่ยวด้วยเรือแคนูระดับโลก เพื่อสร้างสรรค์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ และปลุกกระแสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยเรือแคนู ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่หัวใจสีเขียว “คุณไผ่” เปิดใจกับทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐถึงความตั้งใจในการสร้างสรรค์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่ทั้งเที่ยวสนุก เต็มไปด้วยประสบการณ์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ทำร้ายโลกด้วย

“ผมมีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า การดำเนินธุรกิจการท่องเที่ยวยุคใหม่ไม่ได้คำนึงถึงแค่การสร้างผลกำไร แต่ต้องสร้างผลดีให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมด้วย สิ่งที่เป็นหัวใจสำหรับ “จอห์น เกรย์ ซี แคนู” คือการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติโดยไม่แทรกแซง เส้นทางการพายเรือแคนูของเราสอดแทรกไปด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติในแถบอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นและแปลกตามากแห่งหนึ่งในเมืองไทย ขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยรายละเอียดของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างกลมกลืน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ที่ทั้งสนุกและต้องไม่ทำร้ายโลก ซึ่งบ่อยครั้งหากโชคดี นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสเจอสัตว์ป่าและสัตว์ทะเลหายาก เช่น ปลากระเบน, ปลาตีน, ปลาดาว, ปลิงทะเล, นกเงือก, เหยี่ยวแดง, นกนางแอ่น และลิงแสม”

นอกจากการพานักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสความมหัศจรรย์แห่งท้องทะเลอย่างใกล้ชิดและให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติแล้ว “คุณไผ่” บอกเล่าว่า “จอห์น เกรย์ ซี แคนู” ให้ความสำคัญกับแนวคิดการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการเชิญชวนนักท่องเที่ยว เก็บขยะทะเลไปพร้อมๆกันในทุกทริปของการเดินทาง รวมถึงการจัดกิจกรรมชักชวนผู้มีความสนใจมาร่วมเก็บขยะทะเล อาทิ กิจกรรมเก็บขยะในทะเลและขยะบนชายหาด กิจกรรมปลูกป่าโกงกาง โดยเป็นตัวตั้งตัวตีในการชักชวนผู้คนจากหลากหลายที่มา ทั้งนักท่องเที่ยว, นักศึกษามหาวิทยาลัย, กลุ่มบริษัทนำเที่ยว ไปจนถึงกลุ่มนักกิจกรรมในพื้นที่ มาร่วมกันพายเรือสำรวจและเก็บขยะตามเกาะแก่งต่างๆภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาอย่างต่อเนื่อง เรายังเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อมของชุมชน โดยเฉพาะการรักษาความสะอาดในบริเวณใกล้เคียงท่าเรืออ่าวปอ และเก็บขยะชายหาดในพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ด้วยศักยภาพและความพร้อมของทีมงานที่เรามีอยู่ ทำให้มองไปไกลว่า เราน่าจะสามารถเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมในแถบอ่าวพังงา เพื่อรวมพลังกันคนละไม้ละมือช่วยให้ทะเลของบ้านเรายังคงความสวยงามแบบนี้ต่อไปในวันข้างหน้า ตามแนวคิดที่ว่า เพื่อให้โลกนี้ดีกว่าที่เคยเป็น บางครั้งเราต้องช่วยเก็บกวาดสิ่งที่คนอื่นทิ้งไว้

ย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจ “จอห์น เกรย์ ซี แคนู” จนกลายเป็นผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม “คุณไผ่” บอกเล่าว่า “จอห์น เกรย์ ซี แคนู” ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทย เมื่อปี 2544 โดย “มร.จอห์น เกรย์” ชายอเมริกันร่างใหญ่ใจดี ร่วมกับคุณพ่อ (ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์) “มร.จอห์น เกรย์” เป็นผู้หลงใหลในการผจญภัยและรักการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แถมยังเป็นนักสำรวจถ้ำมืออาชีพ เขาสร้างธุรกิจ โดยถือคติ “We Don’t Do Anything Normal” คือเรื่องธรรมดาเราไม่ทำ เขาเป็นคนแรกๆ ที่บุกเบิกเส้นทางการพายเรืออันน่าตื่นตาตื่นใจในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ตั้งแต่การเข้าสำรวจในปี 2532 จากคำบอกเล่าของเพื่อนชาวประมงและชาวบ้าน ขณะเดียวกันก็ออกแบบและสั่งผลิตเรือแคนูขึ้นเป็นพิเศษจากอเมริกา เพื่อให้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าเรือแคนูทั่วไป โดยใช้วัสดุชั้นดีไม่รั่วหรือฉีกขาดง่าย ตัวเรือมีขนาดกว้างขวางมากขึ้น และท้องเรือถูกออกแบบเป็นพิเศษให้สามารถล้อไปตามคลื่นทะเล จึงมีความคล่องตัวสูงและสร้างสมดุลได้ดี ทำให้เรือไม่พลิกคว่ำยามกระทบคลื่น

เมื่อมาถึงยุคของผู้บริหารรุ่นใหม่ “คุณไผ่” ตั้งใจรักษาดีเอ็นเอ ของ “จอห์น เกรย์ ซี แคนู” ที่เป็นมากกว่าแค่บริษัทนำเที่ยวด้วยเรือแคนู โดยมุ่งหวังจะสร้างสรรค์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่เชื่อมทุกคนสู่โลกของธรรมชาติในแบบที่ไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อน ขณะเดียวกันก็ปลูกจิตสำนึกให้ผู้คนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติ

หนึ่งในโปรแกรมท่องเที่ยวยอดนิยมของ “จอห์น เกรย์ ซี แคนู” ต้องยกให้ “จอห์น เกรย์ ซี แคนู : Hong by Starlight” ใช้เวลา 8 ชั่วโมง เที่ยวสนุกครบรสจบในวันเดียว ถามว่าอะไรคือความพิเศษของทริปนี้ พวกเราจะได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของเกาะห้องพังงาแบบเอกซ์คลูซีฟสุดๆ โดยทีมไกด์ท้องถิ่นมากประสบการณ์จะทำหน้าที่พายเรือแคนูส่วนตัวพาพวกเราผ่านถ้ำลอดเข้าไปสำรวจความงดงามของ “เกาะห้องพังงา” เนื่องจากเป็นเกาะหินปูนที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากเกาะอื่นๆ และมีหน้าผาหินปูนโอบรอบทะเลด้านในเหมือนห้องใหญ่ จึงคงความบริสุทธิ์งดงามของธรรมชาติไว้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

หลังทานอาหารเช้าเรียบร้อย “คุณไผ่” นำชาวคณะออกเดินทางจากโรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ไปยังท่าเรืออ่าวปอ เพื่อขึ้นเรือโดยสารลำใหญ่ของ “จอห์น เกรย์ ซี แคนู” ที่แสนสะดวกสบายและปลอดภัย พาทุกคนออกเดินทางสู่ท้องทะเลกว้างใหญ่ พร้อมให้ความรู้เรื่องระบบนิเวศ, การกำเนิดของเกาะแก่งและถ้ำหินปูนของอ่าวพังงา รวมถึงแนวทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยจุดหมายปลายทางของทริปนี้อยู่ที่ “เกาะพนัก” และ “เกาะห้องพังงา” ซึ่งมีทะเลสาบลากูนสีเขียวมรกต และหน้าผาหินปูนโอบล้อมรอบทะเลด้านใน เป็นจุดไฮไลต์สร้างความประทับใจ ขอชมเลยกับบริการแสนอบอุ่นและสุภาพของทีมไกด์ท้องถิ่นฝีพายเรือแคนู รวมถึงฝีมือปรุงอาหารไทยรสเลิศของพ่อครัวใหญ่ใจดีที่เสิร์ฟไม่อั้นตลอดทาง และความเป็นมืออาชีพของพนักงาน “จอห์น เกรย์ ซี แคนู” ทุกคน

ถือเป็นการเปิดโลกการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติโดยไม่ทำร้ายกัน ทำให้มนุษย์ตัวเล็กๆอย่างพวกเราต้องน้อมคารวะในความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ทริปนี้ได้เจอครบทั้งลิงแสม, นกเงือก และเหยี่ยวแดง ช่างโชคดีจริงๆ!! แถมจัดเซอร์ไพรส์ทำกระทง DIY ให้ได้อธิษฐานในถ้ำ ก่อนจะช่วยกันเก็บกระทงกลับบ้าน ไม่ทิ้งไว้เป็นขยะทะเล…สัญญาว่าจะกลับไปอีกแน่นอน.

วันเพ็ญเดือนสิบสองนี้ เตรียมตัวเที่ยวงาน “สีสันแห่งสายน้ำ” อีเวนต์ใหญ่รับเทศกาลลอยกระทง 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2825550

วันเพ็ญเดือนสิบสองนี้ เตรียมตัวเที่ยวงาน “สีสันแห่งสายน้ำ" อีเวนต์ใหญ่รับเทศกาลลอยกระทง 2567

14 พ.ย. 2567 14:09 น.

วันเพ็ญเดือนสิบสองนี้ เตรียมตัวเที่ยวงาน “สีสันแห่งสายน้ำ” อีเวนต์ใหญ่รับเทศกาลลอยกระทง 2567

เปิดกำหนดการ งานเทศกาลสีสันแห่งสายน้ำ อีเวนต์ลอยกระทงใหญ่ ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งกิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 13-16 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณคลองผดุงกรุงเกษม (ย่านหัวลำโพง) กรุงเทพมหานคร เวลา 16.00-22.00 น. เป็นต้นไป

สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง ปี 2567 ที่ถูกจัดขึ้นโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งในปีนี้มาภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์ สีสันแห่งศรัทธา” Amazing Night of Lights: Loi Krathong Festival เพื่อมุ่งเน้นนำเสนอไปที่ประเพณีลอยกระทงอันทรงคุณค่าที่สะท้อน Soft Power ความเป็นไทยอย่างสร้างสรรค์ และกิจกรรมบนรากฐานวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง

ภายในงานนี้ยังมีการผสานความทันสมัยของสื่อผสม และเทคโนโลยีเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะสามารถได้รับประสบการณ์สุดพิเศษ (Amazing Experience) ที่เน้นย้ำความสุข และคุณค่าอย่างวิถีไทย รวมถึงยังมีการรณรงค์นำส่งคุณค่าและประสบการณ์ของประเพณีลอยกระทงแบบใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมภายในงาน “สีสันแห่งสายน้ำ” เทศกาลลอยกระทง 2567

1. กิจกรรมเฉลิมฉลองประเพณีลอยกระทง พบกับขบวนแห่ประเพณีลอยกระทง และนางนพมาศทางน้ำซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เพื่อนำเสนอภาพลักษณ์อันสง่างามของประเพณีลอยกระทงของไทย ผสมผสานกับความสวยงามของวัฒนธรรมท้องถิ่นต่าง ๆ สร้างความตื่นตาตื่นใจ และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทย โดยปีนี้นางนพมาศได้แก่ อุรัสยา เสปอร์บันด์

2. การแสดงกระทงประดับไฟสวยงาม 5 พื้นที่เอกลักษณ์ ที่แสดงถึงความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมผ่านสื่อสัญลักษณ์แลนด์มาร์คที่เป็นเอกลักษณ์ 5 พื้นที่ ในประเทศไทย ได้แก่

  • ประเพณียี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่
  • ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1000 ดวง จังหวัดตาก
  • ประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย
  • ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม
  • ประเพณีสมมาน้ำคืนเพ็ง เส็งประทีป จังหวัดร้อยเอ็ด

3. การตกแต่งประดับไฟแสงสีด้วย Light Installation, Mapping ฯลฯ ทั่วบริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม (ย่านหัวลำโพง)

4. กิจกรรมสาธิตและ DIY การทำกระทง อาทิ โคมล้านนา กระทงกะลามะพร้าว กระทงใบลาน กระทงกาบกล้วย กระทงรวงข้าว โดยผลิตจากวัสดุธรรมชาติเพื่อเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

5. การแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงร่วมสมัยของประเทศไทยที่น่าสนใจในภูมิภาคต่าง ๆ ที่ถูกขนมาไว้รวมกันที่งานแห่งนี้ ประกอบไปด้วย การแสดงบันเทิงเริงระบำ, การแสดงเพชรจรัสแสง x กุมารน้อยหอยสังข์, การแสดงความรุ่งเรืองของวิถีชีวิตสายน้ำ, การแสดงชุดผ้าขาวม้าพาเพลิน การแสดงกลองยาวศิลป์อีสาน, การแสดงฟ้อนโคมล้านนา ฟ้อนนกกิงกะหร่าและเต้นโต พร้อมวงดนตรีพื้นถิ่น และพื้นบ้านอีกมากมาย

6. กิจกรรมลอยกระทงด้วยการใช้เทคนิค และนวัตกรรมลอยกระทงสมัยใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตอบโจทย์กับเทรนด์ของโลกยุคใหม่ เช่น กิจกรรมลอยกระทง Interactive การลอยกระทง Online Metaverse เป็นต้น

7. กิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากชุมชนท่องเที่ยว เช่น สาธิตการสานปลาตะเพียนใบลาน การทำพัดสาน เป็นต้น

8. กิจกรรมประกวดนางนพมาศ

9. กิจกรรมประกวดกระทงสร้างสรรค์รักษ์โลก การประกวดกระทงแบ่งเป็นประเภท On Ground และ Online เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์กระทงที่ใช้วัสดุธรรมชาติและย่อยสลายได้

10. โซนสาธิตอาหารไทยโบราณที่หาชิมได้ยาก และซุ้มจำหน่ายอาหารไทย

11. โซนเวทีการแสดงดนตรีจากศิลปิน

เทศกาลงานพลุพัทยา 2567 วันไหน หาดไหน ไฮไลต์เด็ดที่ไม่ควรพลาด

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2824286

เทศกาลงานพลุพัทยา 2567 วันไหน หาดไหน ไฮไลต์เด็ดที่ไม่ควรพลาด

7 พ.ย. 2567 15:34 น.

เทศกาลงานพลุพัทยา 2567 วันไหน หาดไหน ไฮไลต์เด็ดที่ไม่ควรพลาด

กลับมาอีกครั้งกับ “งานพลุพัทยา 2567” ที่ในปีนี้จัดเต็มความยิ่งใหญ่เช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นการประชันพลุจากหลายๆ ประเทศ การแสดงคอนเสิร์ต รวมไปถึงร้านอาหารสตรีทฟู้ดที่จัดเต็มตั้งร้านกันอย่างคึกคัก สำหรับเทศกาลพลุพัทยา 2567 จัดวันไหน หาดไหน มีอะไรน่าสนใจ ติดตามได้ที่นี่

งานพลุพัทยา 2567 จัดวันไหน หาดไหน

งานพลุพัทยาจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งงานพลุพัทยา 2567 นี้จะจัดขึ้นทั้งหมด 2 วัน ระหว่างวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2567 ตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงค่ำ โดยจะจัดขึ้นบริเวณชายหาดพัทยากลาง

เปิดไฮไลท์ “งานพลุพัทยา 2567” มีอะไรน่าสนใจบ้าง

งานพลุพัทยา หรือเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2567 (Pattaya Fireworks Festival 2024) มาพร้อมกับไฮไลต์เด็ดอย่างการแสดงพลุ จัดเต็มแสง สี เสียงจากทั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี ฮ่องกง อังกฤษ เซอร์เบียร์และฟิลิปปินส์ พร้อมติดตั้งจอแสดงพลุทั้งหมด 15 จุด ตลอดแนวชายหาด ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามอย่างเต็มตา

นอกจากนี้ยังมีการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง การเดินช็อปปิ้งของที่ระลึก รวมถึงสตรีทฟู้ดอาหารไทย และเมนูเด็ดอื่นๆ เรียกได้ว่าจัดเต็มทั้งความสนุก

งานพลุพัทยา 2567 คอนเสิร์ตและตารางงานแสดง

งานพลุพัทยา 2567 กำหนดการทั้ง 2 วัน สามารถเช็กรายละเอียดได้ ดังนี้

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567

  • 19.15 น. การแสดงไฮไลท์
  • 19.30 น. พิธีเปิด
  • 19.45 น. พลุจากประเทศเซอร์เบีย
  • 20.05 น. พลุจากประเทศฮ่องกง
  • 20.25 น. คอนเสิร์ต Sawan
  • 21.25 น. พลุจากประเทศเยอรมนี
  • 21.45 น. พลุจากประเทศอังกฤษ
  • 22.05 น. พลุจากประเทศฟิลิปปินส์
  • 22.25 น. คอนเสิร์ต Zom Marie
  • 23.30 น. เสร็จสิ้นกิจกรรม

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 

  • 19.30 น. การแสดงไฮไลท์
  • 19.45 น. พลุจากประเทศฮ่องกง
  • 20.05 น. พลุจากประเทศเซอร์เบีย
  • 20.25 น. คอนเสิร์ต Bossanovy
  • 21.25 น. พลุจากประเทศเยอรมนี
  • 21.45 น. พลุจากประเทศฟิลิปปินส์
  • 22.05 น. พลุจากประเทศอังกฤษ
  • 22.25 น. คอนเสิร์ต Slapkiss
  • 23.30 น. เสร็จสิ้นกิจกรรม

เปิดเส้นทางงานพลุพัทยา 2567 ควรเลี่ยงเส้นไหน

การจัดงานพลุพัทยาทั้ง 2 วัน จะมีการปิดการจราจรถนนสายชายหาดตั้งแต่วงเวียนโลมา ตามถนนเลียบชายหาด จนถึงแยกวัดชัยมงคล และถนนพัทยากลาง จากแยกท็อป ถึงแยกนิภาลอดจ์ ตั้งแต่เวลา 15.00-24.00 น. และห้ามจอดรถในถนนเลียบชายหาดพัทยา ตั้งแต่เวลา 05.00-24.00 น.

งานพลุพัทยา 2567 จอดรถที่ไหนดี

นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมชมพลุ สามารถจอดรถได้ในพื้นที่บริเวณรอบๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าโลตัส พัทยาเหนือ, ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21,ศูนย์การค้าไมค์ช้อปปิ้งมอลล์, ศูนย์การค้ารอยัลการ์เด้น พลาซ่า, โรงเรียนเมืองพัทยา 8, ลานจอดรถวัดชัยมงคล หรือศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช ทั้งนี้ อัตราค่าบริการจอดรถแตกต่างกันตามแต่ละสถานที่

งานพลุพัทยา 2567 ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นประจำปี นอกจากจะจัดเต็มแสง สี เสียง และความสนุกสนานแล้ว ในขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมืองพัทยาอีกด้วย

ที่มา : เฟซบุ๊ก Pattaya Fireworks Festival

รวมงานเทศกาล และกิจกรรมไฮไลต์เดือนพฤศจิกายน 2567 ชวนนักเดินทางเที่ยวกระหน่ำรับปลายปี

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2824078

รวมงานเทศกาล และกิจกรรมไฮไลต์เดือนพฤศจิกายน 2567 ชวนนักเดินทางเที่ยวกระหน่ำรับปลายปี

7 พ.ย. 2567 10:00 น.

รวมงานเทศกาล และกิจกรรมไฮไลต์เดือนพฤศจิกายน 2567 ชวนนักเดินทางเที่ยวกระหน่ำรับปลายปี

เปิดกำหนดการอีเวนต์ และงานเทศกาลในเดือนพฤศจิกายน ที่เป็นเดือนแห่งฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวแบบเต็มตัวสำหรับโค้งสุดท้ายปลายปีเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเดือนที่มีกิจกรรม อีเวนต์ เทศกาล และงานประเพณีที่น่าสนใจอยู่มากมายให้นักท่องเที่ยว และนักเดินทางได้คอยติดตาม และไปร่วมกิจกรรมกันอยู่อย่างล้นหลามทั่วประเทศ

โดยเดือนพฤศจิกายนปี 2567 นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ออกแคมเปญ Thailand Winter Festivals 2024 ที่ยกระดับ และประชาสัมพันธ์งานเทศกาล และอีเวนต์มากมาย มาคอยเปิดรับนักท่องเที่ยวในช่วงปลายปี เพื่อยกระดับประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ World Class Event Hub

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยตารางงานกิจกรรม และปฏิทินท่องเที่ยวไทยในเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่จะชวนคนไทย และนักท่องเที่ยวมาเช็กวันว่าง และเตรียมออกเดินทางไปท่องเที่ยวส่งท้ายปีกับกิจกรรมดังต่อไปนี้

งานเทศกาล และกิจกรรมท่องเที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2567

  • เทศกาลเที่ยวพิมาย 2567

วันที่ 6-10 พฤศจิกายน 2567 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย, บริเวณลำน้ำจักราช และหน้าทางเข้าปราสาทหินพิมาย จ.นครราชสีมา

  • เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ Maemoh Fest 20TH

วันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2567 ณ สวนพฤกษชาติ กฟผ. แม่เมาะ จ.ลำปาง

  • อีสานวินเทอร์วันเดอร์แลนด์

วันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2567 ณ ลานทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี

  • Awakening Bangkok 2024

วันที่ 8-17 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณย่านพระนคร, ปากคลองตลาด กรุงเทพฯ

  • NaSatta Light Festival WINTER ILLUMINATION 2025

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 – 27 เมษายน 2568 ณ สัทธา อุทยานไทย จ.ราชบุรี

  • Chonburi Coffee on The Beach 2024

วันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2567 ณ ชายหาดพัทยา (ตรงข้าม Hard Rock Hotel Pattaya) จ.ชลบุรี

  • Rolling Loud Thailand 2024

วันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2567 ณ Legend Siam พัทยา จ.ชลบุรี

  • Chang Classic Car Revival 2024

วันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2567 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

  • งานเลี้ยงโต๊ะจีนลิง ปี 2567 จ.ลพบุรี

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 ณ พระปรางค์สามยอด และสวนลิงโพธิ์เก้าต้น จ.ลพบุรี

  • งานเทศกาลพลุนานาชาติ พัทยา

วันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณเลียบหาดพัทยา จ.ชลบุรี

งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว และงานกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี 2567 วันที่ 29 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2567 ณ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว และลานข้างองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี

ภาพ : istock

ข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

งานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 จัดวันไหน เที่ยวงานวัดสุดยิ่งใหญ่ 9 วัน 9 คืน

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2824009

งานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 จัดวันไหน เที่ยวงานวัดสุดยิ่งใหญ่ 9 วัน 9 คืน

6 พ.ย. 2567 11:51 น.

งานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 จัดวันไหน เที่ยวงานวัดสุดยิ่งใหญ่ 9 วัน 9 คืน

งานองค์พระปฐมเจดีย์ ถือเป็นงานวัดสุดยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในแต่ละปีก็จะมีการจัดงานรื่นเริง คอนเสิร์ตจากศิลปินดัง ร้านค้าและร้านอาหารชื่อดัง พุทธศาสนิกชนสามารถเดินทางมากราบไหว้นมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ เสริมสิริมงคล พร้อมกับช็อป ชิม และสนุกไปแสง สี เสียงได้ตลอด 9 วัน 9 คืน

ประวัติองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม

องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำขนาดใหญ่ ด้านในเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระโคตมพุทธเจ้า เดิมทีเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร สมัยราชวงศ์สุพรรณภูมิ เรียกกันว่า “พระธมเจดีย์”

เมื่อเข้าสู่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ได้ทำการบูรณะและสร้างเจดีย์ใหม่ครอบอันเดิม จากนั้นพระราชทานนามใหม่ว่า “พระปฐมเจดีย์” และจัดงานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อให้ผู้ที่เคารพศรัทธาได้มากราบไหว้บูชาพระบรมสารีริกธาตุ ปิดทองพระร่วงโรจนฤทธิ์ สั่งสมบุญบารมี เสริมมงคลเป็นประจำทุกปี

งานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 จัดวันไหนบ้าง เปิดตั้งแต่กี่โมง

งานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 จัดทั้งหมด 9 วัน 9 คืน เริ่มตั้งแต่วันที่ 12-20 พฤศจิกายน ณ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม อย่างไรก็ดี ร้านค้าและร้านอาหารจะเริ่มตั้งแผง เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาช็อป พร้อมทำบุญกันได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานจริง 7 วัน และยาวไปจนถึงหลังจบงานอีก 7 วัน

ส่วนใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปงานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 ร้านค้าภายในงานจะเริ่มทยอยเปิดตั้งแต่ช่วงสายๆ ไปจนถึงช่วงค่ำ หากใครที่ชอบเดินชิลๆ เลี่ยงความแออัด แนะนำให้เดินทางมาช่วงสาย หรือเที่ยงแทน

งานพระปฐมเจดีย์ 2567 มีอะไรน่าสนใจบ้าง

งานพระปฐมเจดีย์ 2567 จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง และกิจกรรมที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกช็อปสินค้าและอาหารจากร้านดังบริเวณโดยรอบองค์พระปฐมเจดีย์ การร่วมกิจกรรมการกุศล การนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ปิดทองพระร่วงโรจนฤทธิ์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองนครปฐม เพื่อเสริมสิริมงคล ตลอดจนงานแสดงรื่นเริง ดังนี้

  • วันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 รำวงชาวบ้าน อ๊อด โฟร์เอส
  • วันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต เฟิร์ส พรชิตา
  • วันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต ดอกแค ท็อปไลน์ & เอฟ อิ่มบุญ
  • วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต นุ่น ซุปเปอร์วาเลนไทน์ & แบงค์ วงเส้นเล็ก
  • วันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต รัชนก ศรีโลพันธุ์ & จอมขวัญ กัลยา
  • วันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต เจน ซุปเปอร์วาเลนไทน์ & ญานิ ท็อปไลน์
  • วันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต กุหลาบ ร้อยรัศมี แนนซี่ ท็อปไลน์ & ณัฐ ซุปเปอร์แมนแบ็คอัพ
  • วันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต โบว์ ซุปเปอร์วาเลนไทน์ & โก๋อาร์ม ศุภวุฒิ
  • วันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต โชค โชคมงคล ไหทองคำ & พอลล่า ไหทองคำ & นีน่า ไหทองคำ

วิธีเดินทางไปยังงานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 

การเดินทางไปยังงานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้ 

  • รถตู้ประจำทาง ท่ารถตู้สถานีหมอชิต 2, ท่ารถสายใต้, ท่ารถสายใต้เก่า, ท่ารถตู้เดอะมอลล์งามวงศ์วาน, ท่ารถตู้เซ็นทรัลเวสต์เกต และท่ารถ BTS บางหว้า
  • รถยนต์ส่วนตัว สามารถปักหมุดตามพิกัด Google Maps https://maps.app.goo.gl/simjVJtbSjw4pkAK9 สามารถจอดรถได้ที่บริเวณวัดพระปฐมเจดีย์ หรือพื้นที่ใกล้เคียง
  • รถไฟจากสถานีใกล้บ้าน เช็กตารางและเวลาเดินรถได้ที่เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย
  • รถไฟทางไกล (Feeder) เช็กตารางและเวลาเดินรถได้ที่เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย

งานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลประจำปีที่หลายคนรอคอย เพราะนอกจากจะได้ทำบุญ เสริมสิริมงคลแล้ว ยังสามารถเดินช็อป ชิม ชิล รวมไปถึงชมคอนเสิร์ตได้ตลอดทั้ง 9 วัน 9 คืน

ประติมากรรมผักผลไม้พองลมสุดอลังการ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2824232

ประติมากรรมผักผลไม้พองลมสุดอลังการ

8 พ.ย. 2567 07:10 น.

ประติมากรรมผักผลไม้พองลมสุดอลังการ

เพื่อทำให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสกับงานศิลปะใกล้ชิดยิ่งขึ้น ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2024” ด้วยการนำเสนอประติมากรรมพองลมสุดอลังการ (Inflatable Art) ในชื่อ Breathing (บรีธธิง) ชุดผักผลไม้หลากสีสันและดอกบัวที่กำลังเบ่งบาน สร้างสรรค์โดยศิลปินร่วมสมัยระดับโลก ชเว จอง ฮวา (Choi Jeong Hwa) จากเกาหลีใต้ ติดตั้ง ณ ชั้น 3 โซน Balcony on 3rd ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันนี้-25 ก.พ.68

สำหรับผลงาน Breathing เป็นหนึ่งในผลงานที่สอดรับกับจุดมุ่งหมายของเซ็นทรัลเวิลด์ในการสร้างประสบการณ์ศิลปะที่เข้าถึงง่าย เชื่อมโยงชีวิตประจำวันของผู้คน และยังสะท้อนเจตนารมณ์ของการจัดงานของบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2024 ภายใต้แนวคิด “รักษา กายา Nurture Gaia” ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความงดงามของธรรมชาติ และการตั้งคำถามถึงประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ควรหันมาใส่ใจ โดยผลงานของ “ชเว จอง ฮวา” ศิลปินชาวเกาหลีใต้ เป็นที่รู้จักจากการสร้างประติมากรรมลมขนาดใหญ่ที่ได้แรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน จึงได้นำเสนอผลงานพองลมสุดแปลกตาของพืชผล ได้แก่ ผักกาด แครอท ส้ม หัวไชเท้า ฟักทอง และดอกบัว งานของ “ชเว” มักเต็มไปด้วยสีสันสดใส สะท้อนถึงความเป็นชีวิตชีวาของเมืองหลวงและความงามจากความวุ่นวายของสภาพแวดล้อมในเขตเมือง ทำให้การทำงานศิลปะของเขามีความขี้เล่นสนุกสนาน นอกจากนี้ เซ็นทรัลเวิลด์ยังได้นำประติมากรรม “เดอะ เฮด” (The Head) รูปปั้นศีรษะหญิงชาวอินเดียประดับดอกไม้บนมวยผม สูง 4 เมตร ผลงานของ “ราวินเดอร์ เรดดี้” เพื่อเล่าเรื่องในพื้นที่ใหม่ ณ สนามหญ้าหลังศาลาสำราญย์มุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดย The Head เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ THE SCULPTURE AT CENTRALWORLD ที่รับมอบจากหอการค้าอินเดีย-ไทย เมื่อปี 2010 เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 62 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อินเดีย

เที่ยวสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ หนึ่งเดียวในไทยกับประเพณีจุดไฟตูมกา จ.ยโสธร

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2823853

เที่ยวสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ หนึ่งเดียวในไทยกับประเพณีจุดไฟตูมกา จ.ยโสธร

5 พ.ย. 2567 17:30 น.

เที่ยวสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ หนึ่งเดียวในไทยกับประเพณีจุดไฟตูมกา จ.ยโสธร

ชวนสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยววัฒนธรรมโบราณ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันเอกลักษณ์ที่เป็นมรดกภูมิปัญญาของจังหวัดยโสธร หนึ่งเดียวในประเทศไทย กับ “ประเพณีจุดไฟตูมกา”

ชวนสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดเอกลักษณ์จากทางภาคอีสานของประเทศไทยที่ไม่เหมือนใคร อย่าง “งานประเพณีจุดไฟตูมกา” จ.ยโสธร งานประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์แห่งเดียวในโลกที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง วัฒนธรรม และความสนุกแบบไม่ซ้ำจำเจที่อยากชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสความตื่นตาตื่นใจในวันที่ 6-10 พฤศจิกายน 2567 นี้ ณ หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองยโสธร

ประเพณีจุดไฟตูมกา จากข้อมูลของเว็บไซต์มรดกภูมิปัญญาของชาติ กล่าวไว้ว่า งานประเพณีนี้ คือ งานประเพณีออกพรรษายโสธร ประเพณีที่ชาวบ้านทุ่งแต้ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาในวันออกพรรษา ตามความเชื่อทางศาสนาพุทธประวัติที่กล่าวว่า “ในพรรษาที่ 7 นับแต่ปีที่ตรัสรู้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อเทศนาโปรดพระพุทธมารดาอยู่หนึ่งพรรษาและได้เสด็จกลับลงมายังโลกมนุษย์ในวันออกพรรษา ดังนั้น ในวันออกพรรษาชาวบ้านทุ่งแต้จึงได้เตรียมสิ่งของเพื่อนำมาถวายเป็นพุทธบูชา ประกอบด้วย ดอกไม้ ธูป เทียน มานข้าว (ข้าวที่กำลังตั้งท้อง) ไฟตูมกาที่ชาวบ้านเปรียบเหมือนดอกไม้ที่สูงค่า”

ความพิเศษของประเพณีจุดไฟตูมกา คือ การนำผลไม้ท้องถิ่นอย่างผลตูมกา ผลไม้ป่าลักษณะคล้ายส้ม เปลือกบางและโปร่งแสง นำมาปอกขูดเอาเปลือกสีเขียวออก คว้านเอาเนื้อและเมล็ดข้างในออก ใช้มีดปลายแหลมแกะลวดลายให้สวยงามตามต้องการ จากนั้นนำเทียนมาวางข้างใน สำหรับจุดไฟเพื่อนำไปแขวนถวายเป็นพุทธบูชา แสงไฟที่ลอดออกมาตามช่องลายที่แกะสลัก เกิดการเรืองแสงสวยงาม ตามความเชื่อทางศาสนาพุทธจะเชื่อว่า ไฟที่ส่องแสงออกมานั้นจะเปรียบดังแสงสว่างส่องทางสู่ปัญญา

นอกจากนี้ ประเพณีจุดไฟตูมกา เป็นงานประเพณีระดับจังหวัดของยโสธร โดยมีการจัดกิจกรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองยโสธร ในช่วงวันออกพรรษา ประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น การประกวดต้นไฟตูม การสาธิตการทำไฟตูมกา การประกวดสิ่งประดิษฐ์จากไฟตูมกา การฟ้อนไฟตูมกา การจุดไฟตูมกา เพื่อเป็นพุทธบูชา เป็นต้น

โดยปีนี้มีการนำเสนอบรรยากาศโดยรอบให้เต็มไปด้วยสีสันอย่างมีชีวิตชีวากับบรรยากาศย้อนยุคสุดคลาสสิก พร้อมทั้งร้านอาหารพื้นบ้าน และร้านอาหารขึ้นชื่ออร่อย ๆ อีกมากมาย นักท่องเที่ยวท่านใดที่กำลังหาประสบการณ์งานเทศกาลประเพณีดี ๆ และแปลกใหม่ ประเพณีจุดไฟตูมกา จึงเป็นหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตคนภาคอีสานอย่างแท้จริง

ข้อมูล : NATIONAL ASSEMBLY LIBRARY OF THAILAND