เป็นบุญตา! ชมฉลองพระองค์ 3 เหล่า องค์จอมทัพไทย อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/content/784751

เป็นบุญตา! ชมฉลองพระองค์ 3 เหล่า องค์จอมทัพไทย อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

19 พ.ย. 2559 06:05

อีกหนึ่งในความภาคภูมิใจของปวงชนชาวไทย คือ เราได้มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นจอมทัพไทย พระองค์ทรงงานอย่างเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว ในฐานะจอมทัพ ทรงประกอบพระราชกรณียกิจยังพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารเพื่อดูแลเหล่าทหารชายแดน กำลังสำคัญในการปกป้องประเทศชาติ

พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจให้แก่เหล่าทหารหาญ จนสามารถปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองแผ่นดินได้อย่างผาสุก และทรงทำนุบำรุงกองทัพไทยเรื่อยมา

ไทยรัฐออนไลน์ ขอเชิญเชิดชูเกียรติแห่งองค์จอมทัพไทย ด้วยการพาคุณไปชมฉลองพระองค์เครื่องแบบ 3 เหล่าทัพ ซึ่งเป็นสมบัติส่วนพระองค์ เหล่าทหารจากทุกเหล่าทัพต่างเชื่อกันว่าหากมีโอกาสชมชุดเหล่านี้ ก็เปรียบเสมือนได้เข้าเฝ้าใต้เบื้องพระยุคลบาทอย่างใกล้ชิด

อ่านแล้วซาบซึ้งต่อบรรพบุรุษไทย

เราเดินทางไปที่ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ตั้งอยู่ที่บริเวณทางแยกต่างระดับ ช่วงถนนวิภาวดีรังสิตบรรจบกับถนนพหลโยธิน ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี มีพื้นที่ 38 ไร่ 1 งาน 97 ตารางวา ปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบของสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย

ที่นี่สร้างขึ้นในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่บูรพมหากษัตริย์และวีรชนไทยผู้เสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติ เปิดให้เข้าชมได้ฟรี ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยมีเจ้าหน้าที่นำชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 – 15.00 น.

ชุดเครื่องแบบทหารกอง กรม ต่างๆ

ในวันที่เราเดินทางไปเที่ยวชมนั้น เราได้รับเกียรติจาก พันเอกเอกศักดิ์ อ่อนชื่น รองผู้อำนวยการกองประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร เป็นวิทยากรพาชมและบรรยายส่วนต่างๆ ในอนุสรณ์สถานแห่งชาติ

โดยเฉพาะไฮไลต์สำคัญอย่าง ‘พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติจอมทัพไทย’ ที่นำเสนอสาระเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจเกี่ยวกับทหารและกองทัพไทย เพื่อให้ผู้เข้าชมตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อกองทัพไทยผ่านการจัดแสดงต่างๆ

สิ่งจัดแสดงที่สำคัญที่สุดของห้องพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติจอมทัพไทย ประกอบด้วยฉลองพระองค์เครื่องแบบทั้ง 3 เหล่าทัพ และของใช้ส่วนพระองค์ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้ระหว่างบำเพ็ญพระราชกรณียกิจแต่ละวาระ ซึ่งกองบัญชาการกองทัพไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานยืมมาจัดแสดง ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เมื่อ 17 มี.ค. 2552

ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารอากาศ

ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารบก

ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารเรือ

พันเอกเอกศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ฉลองพระองค์เครื่องแบบต่างๆ ในห้องนี้ล้วนเป็นของใช้ส่วนพระองค์ทั้งสิ้น และต่อไปนี้คือ 5 ข้อเกี่ยวกับสิ่งล้ำค่าที่คนไทยควรรู้และควรมาชมเป็นบุญตา ซึ่งรองผู้อำนวยการกองประวัติศาสตร์ฯ ท่านนี้อยากแนะนำให้คนไทยได้รู้จัก

1. ร้านไอดีล ราชวัตร

ชุดฉลองพระองค์เครื่องแบบทั้ง 3 เหล่าทัพ กองทัพแต่ละเหล่าทัพได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระองค์ท่าน ได้แก่ ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารบก ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารอากาศ และ ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารเรือ

ฉลองพระองค์เครื่องแบบกองทัพอากาศ เป็นชุดที่มีขนาดเล็กที่สุด เพราะขณะนั้นพระองค์ยังเจริญพระชนมพรรษาไม่มาก ส่วนฉลองพระองค์กองทัพบกและกองทัพเรือ มีขนาดใกล้เคียงกัน โดยปกติเครื่องแบบของพระองค์ท่านจะตัดที่ร้านตัดชุดเครื่องแบบข้าราชการชื่อ ไอดีล (ราชวัตร) เป็นร้านที่ตัดฉลองพระองค์เครื่องแบบอยู่สม่ำเสมอ

เครื่องแบบทหารเรือสีกากี

2. ใช้ในงานราชพิธีต่างๆ ของกองทัพ

ฉลองพระองค์แต่ละชุดที่จัดแสดงอยู่นี้ พระองค์จะทรงใช้ตามงานพระราชการหรืองานราชพิธีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแต่ละกองทัพ เช่น หากมีงานราชการที่กองทัพบก พระองค์ท่านก็จะทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบกองทัพบก หากมีภารกิจที่กองทัพอากาศ หรือต้องขึ้นเครื่องบินที่กองทัพอากาศ หรือไปเจิมเครื่องบินใหม่ของฝูงบิน ก็จะทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบกองทัพอากาศ และในกรณีที่จะไปในพิธีการของกองทัพเรือ ก็จะทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบของกองทัพเรือ เป็นต้น

เครื่องแบบทหารบก

3. สายยงยศ ‘จอมทัพไทย’ ยศสูงสุด

สายยงยศ ทำจากเชือกนำมาถัก เป็นส่วนประกอบของชุดฉลองพระองค์เครื่องแบบทางทหาร มีไว้เพื่อแสดงพระราชยศสูงสุดของกองทัพไทย นั่นคือ ‘ยศจอมทัพไทย’ เป็นยศที่สูงที่สุดในกองทัพ และมีเพียงพระมหากษัตริย์เท่านั้นที่จะทรงดำรงตำแหน่งนี้ได้เพียงพระองค์เดียว

สายยงยศ สำหรับยศจอมทัพไทย

สายยงยศชุดนี้ ได้รับพระราชทานยืมมาจัดแสดงอยู่ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ โดยไม่มีกำหนดคืน ซึ่งเป็นสายยงยศที่พระองค์ทรงใช้จริง โดยมีความแตกต่างจากสายยงยศของราชองครักษ์ และต่างจากสายยงยศพิเศษต่างๆ กล่าวคือ ลักษณะการถักทอสายยงยศ เป็นการถักเชือกแบบทบสองชั้น หรือเป็นลักษณะเส้นคู่สองเส้น แต่ยศอื่นๆ จะมีเส้นคู่เพียงเส้นเดียว

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องบอกยศอีกอย่างหนึ่งที่มีได้เฉพาะองค์จอมทัพไทย นั่นคือ พระคทาจอมทัพไทย ถือเป็นพระคทาที่แสดงถึงความเป็นจอมทัพที่อยู่เหนือทั้ง 3 เหล่าทัพ

พระคทาจอมทัพไทย

4. ส่วนประกอบของฉลองพระองค์

สำหรับส่วนประกอบของฉลองพระองค์เครื่องแบบแต่ละชุด ได้แก่
– ฉลองพระองค์ด้านนอก
– ฉลองพระองค์ด้านใน
– พระสนับเพลา
– ถุงพระบาท
– ฉลองพระบาท

เครื่องแบบทหารอากาศสีน้ำเงิน

พันเอกเอกศักดิ์ เล่าว่า ชุดที่นำมาจัดแสดงเรียกว่า เครื่องแบบทหารบก เครื่องแบบเรือ เครื่องแบบอากาศ โดยมีเสื้อชั้นนอกแบบคอแบะ ลักษณะเป็นคอปกเหมือนเสื้อสูท ส่วนสีเสื้อก็จะแบ่งสีตามเหล่าทัพ ทัพบกสีเขียว ทัพอากาศสีน้ำเงิน ส่วนทัพเรือสีกากี แต่ถ้าเป็นชุดเต็มยศจะเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเสื้อนอกจะเป็นสีขาว คอปิด แขนยาว มีกระเป๋าเสื้อสองข้าง กระเป๋ามีปก ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามที่ได้รับพระราชทาน

ส่วนชุดปฏิบัติงานทั่วๆ ไป ตัวเสื้อด้านอกมีลักษณะเป็นเสื้อคอพับ ส่วนเสื้อด้านในก็จะเป็นเสื้อเชิ้ต มีเนคไท แล้วก็มีการประดับเครื่องหมาย เครื่องราชต่างๆ ทั้งสองแบบก็จะติดประดับเหมือนกัน

นอกจากนี้ยังมีชุดสีแดงเรียกว่า ‘ชุดราชวัลลภ’ ใช้สำหรับพิธีการเดินสวนสนามในวันราชวัลลภ ก็จะมีเครื่องแบบที่แตกต่างไปอีก เช่น แบบเสื้อก็จะเป็นสีแดงยาว หมวกทรงพู่สีดำ เป็นต้น

ติดเครื่องหมายตามยศ

5. ทรงเป็นแบบอย่างเรื่องความมัธยัสถ์

สิ่งที่น่าสนใจเมื่อได้มาเยี่ยมชมชุดฉลองพระองค์ คือ ฉลองพระองค์แต่ละชุด พระองค์ท่านทรงใช้อย่างคุ้มค่า ไม่ได้มีหลายชุดมากนัก พระองค์ทรงใช้จนเก่าถึงจะเปลี่ยน อีกประการหนึ่งสังเกตจากฉลองพระบาทของพระองค์ท่านที่ทางอนุสรณ์สถานแห่งชาติจัดแสดงไว้ 4-5 คู่ ทุกคู่ผ่านการใช้งาน ผ่านการซ่อมแซมจนเก่ามาก หากเป็นประชาชนทั่วไปบางครั้งลักษณะแบบนี้ก็คงไม่ใช้แล้ว หรือทิ้งไปนานแล้ว แต่พระองค์ก็ยังซ่อมและนำกลับมาใช้อยู่เสมอ พระองค์ทรงเป็นตัวอย่างในเรื่องความมัธยัสถ์ให้ประชาชนในชาติได้เห็น และเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต

ฉลองพระบาทที่พระองค์ท่านทรงสวมใส่จนเก่า

หลังจากได้ชมก็รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ได้เห็นฉลองพระองค์ของในหลวงและได้เรียนรู้เกี่ยวกับคำสอนของท่านในเรื่องต่างๆ ผ่านพระราชกรณียกิจของกองทัพไทย ยิ่งทำให้ภาคภูมิใจว่าเราได้เกิดมาในแผ่นดินอันร่มเย็นเป็นสุขของรัชกาลที่ 9.

ชิล&ชิม..จนอิ่มท้อง ตำรับขนมแปลก..บ้านหนองบัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 พ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/786736

กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผอ.สำนักงาน ททท.สำนักงานระยอง. – ข้าวคลุกพริกเกลือ..สุดยอกเมนูเด็ดเมืองจันท์.

บ่ายวันนั้น บ้านหนองบัว ชุมชนเก่าแก่กว่า 200 ปี ของจันทบุรี คึกคักด้วยผู้คนที่เดินทางมาจากต่างถิ่น เพื่อชิมขนมแปลก…ตามคำร่ำลือของคนที่นี่…

งานชุมชนขนมแปลกจัดขึ้นที่ริมคลองหนองบัว โดยชาวชุมชนร่วมกันเปิดตัวงานเล็กๆให้เป็นที่รู้จัก…ผอ.เกด กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยว สำนักงานระยอง ซึ่งรับผิดชอบจังหวัดระยองและจันทบุรี อาสาพาไปชิมขนมแปลกๆ ที่เชื่อว่าหากินที่ไหนไม่ได้ในโลก

เพิงเล็กๆถูกสร้างขึ้นเป็นร้านขายขนมเต็มพื้นที่สนามกีฬาโถรัตน์ ริมคลองหนองบัว ร้านอาหารตำรับเมืองจันท์ และขนมหลากหลายทยอยกันเปิดร้านต้อนรับนักท่องเที่ยวจากที่ต่างๆที่มาร่วมงาน แต่ก่อนที่จะไปชิมขนมแปลกมารู้จัก “ชุมชนหนองบัว” กันสักนิดก่อนดีกว่า

ชุมชนหนองบัวเป็นชุมชนเก่าแก่อายุกว่า 200 ปีที่มีคนจีนไหหลำ อพยพเข้ามาตั้งรกราก สัญลักษณ์ความเป็นชาวจีนที่ปรากฏให้เห็นจนถึงปัจจุบัน เห็นจะเป็นศาลเจ้าพ่อหนองบัว ซึ่งเป็นที่จัดงานทิ้งกระจาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจันทบุรีทุกปี เช่นเดียวกับโรงเจอายุกว่า 100 ปี ที่สืบทอดประเพณีถือศีลกินผักของชาวจีนมาหลายชั่วอายุ

เหตุที่เรียกว่าบ้านหนองบัวก็เพราะบริเวณหลังศาลเจ้ามีสระน้ำใหญ่เต็มไปด้วยดอกบัวบาน เป็นจุดเด่นและที่มาของชื่อเรียกตำบลนี้ คนเฒ่าคนแก่เล่าว่า สมัยก่อนชาวบ้านจะใช้น้ำจากหนองบัวในการอุปโภคบริโภค และนำสายบัวไปรับประทาน ที่สำคัญถ้ามาจันทบุรีแล้วอยากรู้ว่าเป็นคนหนองบัวหรือไม่ ให้ดูที่นามสกุล เพราะคนที่นี่จะมีนามสกุลที่เกี่ยวข้องกับบัวแทบทั้งตำบล เช่น บัวตูม บัวบาน บัวสุวรรณ์ บัวริมบึง บัวเผื่อน บัววัฒนสินธ์ บัวขาว เขาหนองบัว ประทุมศรีวัฒนา ประทุม หนองบัวล่าง ฯลฯ

เอาล่ะ…รู้จักที่มาที่ไปของชุมชนกันแล้ว ก็ได้เวลาออกไปตะลุยชุมชนหนองบัวกันละ…

งานชุมชนขนมแปลกคราวนี้ เขาขนขนมแปลกๆมาให้ ชิม เริ่มจาก ขนมอี๋ น้ำเยี่ยววัว ที่ทำเป็นแป้งขาวๆราดด้วยน้ำที่หน้าตาเหมือนเยี่ยววัว คือ ออกสีน้ำตาลคลั่กๆ แต่พอชิมแล้ว รสชาติหวานอร่อยไม่เหมือนหน้าตาขนมซักเท่าไหร่…ต่อด้วยแป้งข้าวหมากแบบบ้านๆ ราคาอะเมซซิ่ง ไทยแลนด์ ผอ.เกด ท่านชิมให้ชมเป็นตัวอย่าง กระปุกเล็กๆพอตัดได้ 3-4 คำ ราคาแค่ 5 บาท ประมาณว่าให้เหลือที่ในท้องไปชิมของอย่างอื่นกันต่อได้อีกเยอะ…

เดินเลยโค้งแรกของร้านด้านริมคลองมานิดนึง เห็นคนมุงกันอยู่ที่ร้านเล็กๆ มีป้ายหน้าร้านว่า “ขนมควยลิง” คนขายเป็นคุณยายอายุราว 70 ปลายๆ 2 คน คนหนึ่งปั้นแป้ง อีกคนกำลังนึ่ง ขนมอย่างขะมักเขม้น คนจัดงานบอกว่า ขนมที่ว่าแปลกทั้งชื่อ ทั้งขนมเนี่ย ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า คุณยายคนปั้นแป้ง ชื่อ ยายลิ ปั้นจนเป็นลมไปหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังใจสู้ หน้าตาของขนมเป็นแป้งสีน้ำตาล คลุกด้วยมะพร้าว รสชาติหวานๆ มันๆนุ่มลิ้น ถ้ามีโอกาสก็ลองไปชิมดู แต่สำหรับเราถ้ากลับไปอีกครั้ง จะไปถามคุณยายเจ้าของสูตรว่า ทำไมถึงตั้งชื่อขนมแบบนี้ อาจจะเป็นการทำการตลาดด้วยการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่สนใจในแบบของคุณยายก็เป็นได้…

นอกจากขนมแล้วยังมีอาหารหลากหลายรสชาติที่เป็นตำรับสำรับเมืองจันท์มาออกร้านให้ชิม ช็อป ชม กันอย่างเต็มที่ ทั้งเส้นจันท์ผัดปู ก๋วยเตี๋ยวน้ำกุ้ง ขนมถ้วยน้ำตาลอ้อย รวมไปถึงตังเมน้ำอ้อยที่หากินได้ยากแล้วในยุคนี้ด้วย

ชิมจนอิ่มท้องแล้ว ผอ.เกด อาสาพาเที่ยวชมชุมชนหนองบัว ซึ่งต้องบอกว่า เป็นชุมชนโบราณที่บ้านแต่ละหลังยังคงความเป็นบ้านไม้เรือนแถวแบบโบราณ ซึ่ง ผอ.ททท.ระยอง

บอกว่า ลักษณะของเรือนแถวที่นี่จะสูงโปร่งกว่าย่านท่าหลวง หรือชุมชนริมน้ำจันทบูร แต่ลวดลายฉลุซึ่งประดับตกแต่งไม่สวยงามเท่า สินค้าขึ้นชื่อของบ้านหนองบัวอีกอย่าง คือ กะปิ นอกจากนี้ยังมีน้ำปลา ทำจากปลากั๋งฮื้อ ที่คนไทยเรียกว่า ปลาไส้ตันนั่นเอง หอมอร่อยนำมาปรุงอาหารได้รสชาติดี นอกจากนี้ก็มีพวกกุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง หรือแม้แต่มะนาวดองน้ำผึ้งที่แทบจะหาซื้อได้ยากในกรุงเทพฯก็มีอยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน

ออกจากชุมชนหนองบัว ผอ.ททท.ระยอง นำเสนอ การเดินเล่นย่านชุมชนริมน้ำจันทบูร ที่เธอบอกว่า มีเสน่ห์ไม่แพ้หนองบัว เป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวจีนและญวนอพยพตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาได้พัฒนามาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าของจันทบุรีที่สำคัญแห่งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันคือสถานที่ท่องเที่ยว ที่หากใครที่มาเยือนจังหวัดจันทบุรีแล้วไม่ได้ไปถือว่ามาไม่ถึงเมืองจันท์…

ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ เพราะชุมชนที่นี่มีเสน่ห์ และยังคงความเป็นชุมชนเก่าสมัยรัชกาลที่ 5 ไว้ได้เป็นอย่างดี มีอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมงดงามหลายหลัง ทั้ง บ้านหลวงราชไมตรี บ้านขุนบุรพาภิผล ที่ปัจจุบันเป็นร้านขนมไข่ป้าไต๊ ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในเมืองจันท์ รวมถึงโรงแรมสุดเก๋ แนวเรโทรร่วมสมัยอย่าง…ท่ามาจัน ที่แนะนำให้ลองพักสักครั้ง…เพื่อสัมผัสเสน่ห์จันท์อย่างแท้จริง…

กลับจากจันทบุรีคราวนี้….บอกได้เลยว่า รักเมืองไทยสุดๆ อยากเซลฟี่สวยๆ กินอาหารสดอร่อยๆ เที่ยวทั้งเมืองเก่า ทะเล น้ำตก

ต้องที่นี่…เลย จันทบุรี…อีกเมืองต้องห้ามพลาด………!!

 

จี๊ดสุดต้องที่นี่! ส่อง 8 งานเด็ด พร้อมสินค้าราคาดีล วันหยุดนี้จัดไป!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ย. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/786141

กลับมาเจอกันอีกตามเคยในยามบ่ายวันศุกร์แบบนี้ เราจะพาคุณไปเสาะหาโปรโมชั่นสินค้าราคาน่าคบ งานสินค้าลดราคาสุดจี๊ด พร้อมอัพเดตอีเวนต์และกิจกรรมที่น่าสนใจในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน

สำหรับสัปดาห์นี้ ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ ขอนำชมนิทรรศการใหญ่ที่คนไทยน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่อด้วยงานข้าวบนแผ่นดินพ่อตามรอยพอเพียง ช่วยชาวนาไทยในยุคราคาข้าวตกต่ำ แถมด้วยสินค้าเครื่องดื่มดีๆ จากแบรนด์ดัง และงานอื่นๆ อีกมากมาย

พร้อมแล้ว มาเช็กลิสต์ที่นี่เลยจ้า!

1. นิทรรศการ คิดถึงพ่อของแผ่นดิน

วันนี้ – 5 ธ.ค. 2559 ชวนคนไทยร่วมชมนิทรรศการดีๆ “คิดถึงพ่อของแผ่นดิน” ณ ชั้น 5 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ภายในงานพบกับ นิทรรศการจิตรกรรม แสดงพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพ และพระจริยวัตรอันงดงาม ของเหล่าศิลปินนักวาดภาพชั้นนำของประเทศไทย

นำโดย “สุวิทย์ ใจป้อม” พร้อมด้วย วัฒนา พูลเจริญ, ดินหิน รักพงษ์อโศก, ลาภ อำไพรัตน์, พรชัย สินนท์ภัทร, บรรจบ ปูธิปิน, ชิงชัย อุดมเจริญกิจ, สุรัชต์ สดแสงสุก, นาวี เรืองระเบียบ, สมยศ คำแสง และ ดร.พลเดช วรฉัตร

โดยผลงานที่ผ่านการคัดเลือกมาจัดแสดงรวมกว่า 40 ภาพ ซึ่งเป็นภาพที่หาชมได้ยาก สะท้อนให้เห็นถึง พระราชกรณียกิจ พระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ท่านตลอดระยะเวลาการครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี และมีภาพซึ่งเป็นไฮไลต์ขนาดใหญ่จัดแสดงได้แก่ ภาพผลงาน “พ่อของแผ่นดิน” ขนาด 175 x 225 เซนติเมตร วาดโดยศิลปิน สุวิทย์ ใจป้อม และ ภาพผลงาน “รัชกาลที่ 9 แห่งสยาม” ขนาด 150 x 200 เซนติเมตร วาดโดยศิลปิน พรชัย สินนท์ภัทร สอบถามเพิ่มเติมติดต่อ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทร. 0-2610-8214

2. เมนูพิเศษ สตาร์บัคส์

วันนี้ – 8 ม.ค. 2560 ชวนคอกาแฟมาดื่มด่ำไปกับ “เมนูพิเศษ สตาร์บัคส์” ณ ร้านสตาร์บัคส์ ทุกสาขา พบกับเครื่องดื่มใหม่ประจำเทศกาล ได้แก่ ทีวาน่า เร้ด ริบบิ้น กรีนที, ทอฟฟี่นัท ครันช์ ลาเต้ และ เปปเปอร์มินท์ มอคค่า

นอกจากนี้ยังจะได้พบกับ “Starbucks Drinkware Collection” ออกแบบลวดลายที่เป็นสัญลักษณ์ฤดูหนาว เน้นความเป็นโมเดิร์นทันสมัยและโดดเด่น เช่น ลายสก๊อต ลายเส้น ลายเกล็ดหิมะ ที่มาพร้อมกับรูปสัตว์ที่แสนน่ารักของฤดูกาล เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้

ส่วนเบเกอรี่ แนะนำ ครัวซองต์แครนเบอร์รี่ชิกเก้นสลัดและเชดด้าชีส, ดูโอ คัสตาร์ด ครัฟฟิน, แครนเบอร์รี่ บลิสบาร์, เร้ด เวลเวท เค้ก เป็นต้น

3. KL Fashion Week 2016

วันนี้ ชวนคนไทยร่วมแสดงความยินดีกับดีไซเนอร์ไทยเลือดใหม่ คว้าชัยชนะการแข่งขันจากเวที “KL Fashion Week 2016” ในโครงการ AirAsia Runway Ready Designer Search ที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมให้เยาวชน และดีไซเนอร์หน้าใหม่ในภูมิภาคอาเซียนได้มีโอกาสแสดงฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ในเวทีระดับโลก

โดยโครงการดังกล่าวได้เฟ้นหาดีไซเนอร์จาก 5 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ประเทศละ 3 คน เข้าร่วมประกวดผลงาน

ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศ คือ “อนุรักษ์ ใจดี” เจ้าของผลงาน Frame of Ayuthaya, Thailand ดีไซเนอร์หน้าใหม่ อายุ 22 ปี จากรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่ออกแบบเข้าตากรรมการมากที่สุด ซึ่งจะได้รับรางวัลรวมมูลค่า 3 ล้านบาท และได้ผลิตคอลเลคชั่นเสื้อผ้าเพื่อโชว์ผลงานบนเวที KL Fashion Week 2017

4. ริบลีส์ฯ มอบโปรโมชั่นเด็ด

วันนี้ ชวนคนชอบเที่ยวมาลองเล่นเครื่องเล่นราคาสุดคุ้ม กับโปรโมชั่น “ริบลีส์ฯ ฉลองครบรอบ 5 ปี” ณ ริบลีส์ เวิลด์ พัทยา พบกับการมอบส่วนลดพิเศษสุดๆ เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 5 ปีด้วยเครื่องเล่น Scream in The Dark เพียง 3 เกม ในราคา 511 บาท พร้อมรับส่วนลดเกมต่อไปทันที 51% และรับภาพถ่ายฟรี 1 ภาพ กับสิทธิ์แลกซื้อเครื่องดื่มเป๊ปซี่ 1 แก้ว ในราคาเพียง 5 บาทเท่านั้น สามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ripleysthailand.com หรือ โทร.0-3871-0294

5. ข้าวบนแผ่นดินพ่อ ตามรอยพอเพียง

วันนี้ – 20 พ.ย. 2559 ชวนคนไทยมาช่วยชาวนาในงาน “ข้าวบนแผ่นดินพ่อ ตามรอยพอเพียง” ณ ควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ภายในงานพบกับ ข้าวหอมมะลิชั้นดีของดีจากจังหวัดบุรีรัมย์ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิภูเขาไฟ ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการที่อยู่ในเมล็ดข้าวสูงมาก โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และแคลเซียม ที่สำคัญมีรสชาติหอมนุ่ม

อีกทั้งยังมีข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอรรี่ ข้าวแต๋น น้ำนมข้าว มาจำหน่ายภายในงานอีกด้วย ซึ่งข้าวสารที่นำมาจำหน่ายเป็นข้าวสารที่ทางกลุ่มผู้ค้าเกษตรกร ชาวนา ส่งสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยจะมีตัวแทนจำหน่ายจากเกษตรกรหมุนเวียนการจัดจำหน่ายข้าวสารตลอดการจัดงาน

6. นาฬิกาหรู CITIZEN Eco-Drive

วันนี้ – 30 พ.ย. 2559 ชวนสาวกนาฬิกาหรูตบเท้าเข้าร่วมงาน “CITIZEN Eco-Drive Lounge” ณ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเป็น 1 ใน 9 สนามบินที่มีการจัดแสดงงานนี้ในระดับโลก (ประเทศอื่นๆ ที่จัดงาน ได้แก่ ออสเตรเลีย, จีน, สิงคโปร์, ดูไบ, บราซิล, เยอรมนี และฮ่องกง)

ภายในงานพบกับ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี  Eco-Drive ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ตอกย้ำ 40 ปีแห่งนาฬิกาหรูเกรดพรีเมียม สะท้อนแนวคิด “BETTER STARTS NOW” เสนอเทคโนโลยีพลังงานแสง เอกสิทธิ์เฉพาะของซิติเซ็น ที่ทำให้ตลอดอายุการใช้งานโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ และเป็นผลิตภัณฑ์ Eco Mark ที่ได้รับการรับรองเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมนาฬิกา พร้อมเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ “Eco-Drive One” นาฬิกาพลังงานแสงเรือนบางที่สุดในโลก และ นาฬิการุ่น L AMBILUNA สำหรับสุภาพสตรีที่มาพร้อมเสน่ห์ลึกลับจากดวงจันทร์

7. 77Experience กินดี อยู่ดี สวยดี ดูดี

วันนี้ ชวนคนไทยไปร่วมช็อปสินค้าในร้านค้ารูปแบบใหม่ “OTOP Select โชคดีทวีสุข” ณ ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ โดยมีร้านค้าต้นแบบชื่อว่า 77Experience กินดี อยู่ดี สวยดี ดูดี พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรมาจากทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด The Creative Smile ภายในร้านพบกับสินค้าคุณภาพดีที่คัดสรรจากโอทอปของไทย มีทั้งเสื้อผ้า ขนม สินค้าเพื่อสุขภาพ ของที่ระลึก สินค้าแฮนด์เมด เป็นต้น

8. อาดิดาส คอลเลคชั่น โคปา 17 เรด ลิมิต

วันนี้ สาวกรองเท้าอาดิดาสห้ามพลาดสินค้าใหม่ป้ายแดง “คอลเลคชั่น โคปา 17 เรด ลิมิต” ณ อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์ และร้านค้าที่ร่วมจำหน่าย และร้านอาริ

– รองเท้าฟุตบอลคอลเลคชั่น โคปา 17 เรด ลิมิต (COPA 17 Red Limit) มีจุดเด่นในเรื่องของการออกแบบที่แสดงออกถึงนวัตกรรมรองเท้าอันทันสมัย ใช้หนังจิงโจ้พรีเมียมด้านบนเพื่อสมรรถนะในการควบคุมบอลที่ดีเยี่ยม พร้อมลิ้นรองเท้าแบบกระชับ และแผ่นพื้นรองเท้าที่ทำจากวัสดุออร์โธลีธ (Ortholite sockliner) ให้ความกระชับและความสบายขณะสวมใส่ มีน้ำหนักเบา ให้ความมั่นคงพร้อมส่วนปลายโค้งมนเพื่อลดแรงกระแทกขณะลงน้ำหนักบนสนาม

– โคปา 17 เรด ลิมิต รุ่นเคจ (Cage) ได้นำวัสดุกำมะหยี่มาใช้บริเวณนิ้วเท้าหรือแถบข้างหน้าเพื่อลดรอยขีดข่วนหรือการถลอก ช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น โดยรุ่นสเตเดียม (Stadium) ราคา 7,990 บาท ส่วนรุ่นเคจ (Cage) ราคา 5,990 บาท ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ adidas.com/football หรือ facebook.com/adidasfootball หรือ http://www.facebook.com/adidasTH.

 

ปีนี้งดรื่นเริง! 7 งานลอยกระทง ปรับรูปแบบงาน พร้อมใจรวมพลังแสดงอาลัย!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 พ.ย. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/780451

ประเพณีลอยกระทงในปีนี้ คงเงียบเหงาจนผิดหูผิดตา เพราะทุกภาคส่วนพร้อมใจกันออกมาประกาศ งดจัดแสดงมหรสพ การแสดงดนตรี การจุดพลุ จุดประทัด และการแสดงรื่นเริงต่างๆ แม้จะดูโศกเศร้า แต่หลายแห่งก็ถือโอกาสนี้ เปลี่ยนความเศร้าเป็นพลัง หันมาจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวมงานลอยกระทงที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ 7 งาน ที่ออกประกาศงดจัดงานรื่นเริง เหลือไว้เพียงการลอยกระทงตามประเพณีนิยม แล้วเพิ่มเติมกิจกรรมอื่นๆ เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยได้ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้…

1. จุดตะคัน หลอมดวงใจ น้อมอาลัยพระภูมิพล จ.สุโขทัย

ประเพณีลอยกระทงที่เก่าแก่และงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย คงหนีไม่พ้น ‘ลอยกระทงสุโขทัย’ เพราะเขาจัดได้ยิ่งใหญ่อลังการท่ามกลางโบราณสถานอายุหลายร้อยปี บางคนมักจะไปร่วมงานเป็นประจำ

แต่ปีนี้ ทางจังหวัดได้ออกประกาศ “งดจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ปี 2559” ประชาชนสามารถลอยกระทงสืบทอดตามประเพณีได้ แต่งดกิจกรรมบันเทิงรื่นเริง และมีการปรับเปลี่ยนเป็นกิจกรรม “จุดตะคัน หลอมดวงใจ น้อมอาลัย พระภูมิพล” โดยจะจัดขึ้น ณ บริเวณลานหน้าวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตั้งแต่วันที่ 10-14 พฤศจิกายน 2559 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป สำหรับกิจกรรมในงาน ได้แก่

– นิทรรศการสุโขทัยใต้ร่มพระบารมี ตามรอยการเสด็จพระราชดำเนินเยือนเมืองสุโขทัย 7 ครั้งของพ่อหลวง
– ตลาดปสาน สาธิตวิธีการทำกระทงกาบกล้วยและใบตองแบบโบราณ
– จัดแสดงโคมชักโคมแขวน อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสุโขทัยที่หาชมได้ยาก
– ถนนสังคโลก สาธิตและจำหน่ายสินค้างานหัตถกรรมเลื่องชื่อ เช่น เครื่องสังคโลก พระพิมพ์ เครื่องเงินทองโบราณ ผ้าทอหาดเสี้ยว
– กิจกรรมไฮไลต์ คือ การร่วมกันจุดตะคัน 9,999 ดวง 89 ดวงใจ เป็นสัญลักษณ์ต่างๆ แสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

2. ประเพณีเดือนยี่เป็ง จ.เชียงใหม่

อีกแห่งหนึ่งที่มีการจัดงานลอยกระทงอย่างยิ่งใหญ่ และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ก็คือ ประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ โดยปีนี้ทางจังหวัดได้มีการทบทวนการจัดงานประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ 2559 มีข้อสรุปให้มีการจัดงานยี่เป็งตามปกติ โดยปรับรูปแบบของตัวงานกิจกรรมยังคงเหมือนเดิม โดยให้ตัดส่วนงานบันเทิงและกิจกรรมรื่นเริงออกไป

ปรับเปลี่ยนมาจัดงาน “ประเพณีเดือนยี่เป็ง น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 พฤศจิกายน 2559 ไม่มีการประกวดนางนพมาศ งดการแสดงคอนเสิร์ตและวงดนตรีต่างๆ

กิจกรรมภายในงาน ได้แก่ กิจกรรมต๋ามผางปะตี๊ดส่องฟ้าฮักษาเมือง เพื่อเป็นพุทธบูชาและแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกันถึง 49,999 อัน ในวันที่ 12 พฤศจิกายน ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ และบริเวณรอบคูเมืองด้านใน

ส่วนวันที่ 13 พฤศจิกายน จะมีพิธีเปิดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2559 ณ ข่วงประตูท่าแพ พบการประกวดกระทงฝีมือใบตอง ประกวดกระทงลอยน้ำประดับเมือง บริเวณรอบคูเมือง งดการประกวดกระทงเล็ก แต่มีการประกวดกระทงใหญ่ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานถ้วยรางวัลติดต่อกันมาถึง 5 ปี ในวันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2559 ณ ข่วงประตูท่าแพ

3. ร้อยดวงใจ ลอยเรือไฟ ถวายพ่อหลวง จ.นครพนม

การไหลเรือไฟที่อลังการที่สุด คงต้องไปชมที่ จ.นครพนม โดยปกติจะมีการไหลเรือไฟในประเพณีการลอยกระทง พร้อมกับการจัดงานกาชาดประจำปี แต่ปีนี้งดจุดพลุ ให้เหลือเพียงการลอยกระทง การไหลเรือไฟ และงานกาชาด และเปลี่ยนมาจัดกิจกรรม “ร้อยดวงใจ ลอยเรือไฟ ถวายพ่อหลวง” ในวันที่ 13-20 พฤศจิกายน 2559

ภายในงานมีกิจกรรม ได้แก่ จัดบูรณาการการลอยเรือไฟ ไม่จุดพลุ การลอยกระทง และแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยการแปรอักษรคำว่านครพนมและเลข 9 พร้อมกับจุดเทียน ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงพระราชนิพนธ์ ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 เวลา 17.00 น. ที่ลานพญาศรีสัตตนาคาราช และถนนนิตโย

ส่วนวันที่ 15-20 พฤศจิกายน 2559 ชมประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ณ ถนนสุนทรวิจิตร การออกสลากกาชาด ประจำปี 2559 ชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติและการแสดงสินค้า OTOP

4. อนุรักษ์ลอยกระทงสายไหลประทีป จ.ตาก

ส่วนประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป จ.ตาก ปีนี้กำหนดให้ยกเลิกการจัดงานฯ ทางจังหวัดตากและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะจัดให้มีการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ เพื่อให้ประเพณีการลอยกระทงเป็นการสืบสานอนุรักษ์ตามธรรมเนียมเท่านั้น (งดกิจกรรมรื่นเริง)

อีกทั้งได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นงาน “อนุรักษ์ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง ประจำปี 2559” ณ ริมสายธารลานกระทงสาย เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน 2559

ภายในงานมีกิจกรรม ได้แก่ ขบวน “ประทีปทองส่องธารา เลิศราชาแห่งมหานที” (ขบวนกระทงยุคโบราณ ประทีปกาบกล้วย), ขบวน “บูรพประทีป” (ขบวนกระทงยุคกลาง ประทีปพลับพลึง ใบตองและวัสดุอื่นๆ), ขบวน “ประทีป 1,000 ดวง” (ขบวนกระทงยุคปัจจุบัน กระทงกะลา) และขบวน “สืบสานประเพณีของพสกนิกรจังหวัดตาก” (ร่วมถือเทียนและรูปพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช)

จากนั้นมีการกล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ, ประชาชนยืนสงบนิ่ง แสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, พสกนิกรร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี (โดยวงซิมโฟนิคแบนด์โรงเรียนผดุงปัญญา), เพลงรูปที่มีทุกบ้าน, เพลงต้นไม้ของพ่อ, ร่วมกันจุดประทีปทองส่องธาราร้อยดวงใจ

5. 76 ล้านดวงใจ อาลัยพ่อ พัทยา จ.ชลบุรี

ส่วนทางเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ก็มีการแจ้งยกเลิกการจัดงานประเพณีลอยกระทงพัทยา ประจำปี 2559 เช่นกัน โดยปรับเปลี่ยนมาเป็นการจัดงาน “76 ล้านดวงใจ อาลัยพ่อ” เพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

งานจัดในวันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2559 ณ บริเวณงานตลอดแนวชายหาดพัทยา เวลา 18.00 น. ทั้งนี้จะมีการปิดการจราจร ตลอดแนวถนนเลียบชายหาดพัทยาในวันดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ขอร่วมมือผู้เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำ ไม่สวมหมวก แว่นตาดำ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำรวม พร้อมนำเทียนสีขาว หรือภาพบรมฉายาลักษณ์ เข้าร่วมในพิธี

กิจกรรมภายในงาน ได้แก่ แปรอักษรเลข 9 กลางอ่าวทะเล, จัดแสดงภาพวาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์, ร่วมร้องเพลงชาติไทย, กล่าวรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณฯ, ร่วมกันร้องเพลงต้นไม้ของพ่อ, ผู้แทนอ่านบทกวีราชาแห่งราชัน, ชมลำล่องของศิลปินแห่งชาติ หมอลำฉวีวรรณ ดำเนิน และอาจารย์อ้น แคนเขียว บนเรือไฟ, ผู้ว่าฯ กล่าวแสดงความอาลัย และร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 9 นาที

6. ลอยกระทงรำลึก พระราชาแห่งสายน้ำ จ.สมุทรปราการ

มาถึงย่านปริมณฑลกันบ้าง โดยทางจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดกิจกรรม “ลอยกระทงรำลึก พระราชาแห่งสายน้ำ” ณ เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 เวลา 09.00 -24.00 น.

เชิญชวนให้บุคลากร นักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาวจังหวัดสมุทรปราการ มาร่วมกันแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพระองค์ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระบิดาแห่งการจัดการทรัพยากรน้ำ”

โดยมีกิจกรรมแสดงความอาลัย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้แก่
– ร่วมแปรอักษรเลข ๙ ณ ลานสนามไชย พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท เมืองโบราณ
– ขับร้องบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยศิลปิน กัน เดอะสตาร์, ลูกหว้า พิจิกา
– จุดเทียน ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ณ ลานพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เมืองโบราณ
– ชาวจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมลอยกระทง จำนวน 999 ใบ ณ ท่าน้ำมหาวิหารวชิรธรรมพุทธาวาสแห่งอนันตจักรวาล

7. ลอยกระทง ณ สวนสาธารณะ 28 แห่งในกรุงเทพฯ 

มาปิดท้ายที่กรุงเทพมหานคร โดยทางกทม. แจ้งว่า ประเพณีวันลอยกระทงปีนี้ ให้งดการแสดงรื่นเริง และกิจกรรมบันเทิงทุกชนิด งดการจุดพลุจุดประทัด แต่ยังคงให้ประชาชนสามารถไปลอยกระทงเพื่ออนุรักษ์ประเพณีได้ตามปกติ โดยเปิดสวนสาธารณะ 28 แห่ง เพื่อรองรับประชาชนที่จะมาลอยกระทง ตั้งแต่เวลา 05.00-24.00 น. ได้แก่

1. สวนลุมพินี                         15. สวนวารีภิรมย์
2. สวนจตุจักร                        16. สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ (ฝั่งพระนคร)
3. สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)  17. สวนสันติภาพ
4. สวนพระนคร                       18. สวนกีฬารามอินทรา
5. สวนสราญรมย์                     19. สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน
6. สวนรมณีนาถ                      20. สวน 50 พรรษา มหาจักรีสิรินธร
7. สวนสันติชัยปราการ               21. สวนวนธรรม
8. สวนนาคราภิรมย์                  22. สวนทวีวนารมย์
9. สวนธนบุรีรมย์                     23. สวนเบญจกิติ
10. สวนเสรีไทย (บึงกุ่ม)            24. สวนหลวงพระราม 8
11. สวนนวมินทร์ภิรมย์              25. สวนสาธารณะบึงน้ำลาดพร้าว 71
12. สวนหนองจอก                   26. สวนสิรินธราพฤกษาพรรณ
13. อุทยานเบญจสิริ                  27. สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (บางกอกน้อย)
14. สวนน้ำบึงกระเทียม              28. สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (สาทร)

ทั้งนี้ มีสวนสาธารณะที่ไม่เปิดให้เข้าลอยกระทง 2 แห่ง คือ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และสวนหลวง ร.9

 

โครงการ พีที เติมพลังสัมมาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ 13 พ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/781081

ปวงข้าพระพุทธเจ้า­­ ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์

และ บริษัทพีทีจีเอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก

ตลอดรัชสมัยที่ทรงครองราชย์พระองค์เสด็จเยี่ยมราษฎรทั่วทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ทอดพระเนตรเห็นความ ทุกข์ยากของราษฎรในพื้นที่ยากจน ห่างไกลและทุรกันดาร พระองค์จึงมีพระราชประสงค์ที่จะช่วยเหลือ ราษฎรของพระองค์ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นประกอบอาชีพสุจริตหาเลี้ยงครอบครัวตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดย ทรงจัดทำโครงการในพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ อย่างยั่งยืน

เป็นที่ทราบกันดีว่า นอกจาก โครงการในพระราชดำริที่มี มากกว่า 4,000 โครงการ ยังมีโครงการอื่นๆอีกมากมาย ที่พัฒนาด้านการเกษตรสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข ส่งเสริมอาชีพ พัฒนาแหล่งน้ำ คมนาคม สื่อสารและ สวัสดิการสังคม

วันนี้ขอนำ โครงการ “พระดาบส” ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆ โครงการที่พระองค์ท่านทรงทำเพื่อพสกนิกรผู้ยากจนและด้อยโอกาสทางการศึกษา ทรงก่อตั้งโรงเรียนพระดาบสขึ้นเพื่อรับ นักเรียนเข้าเรียนวิชาชีพ 8 สาขาอาชีพ คือวิชาชีพช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างซ่อม บำรุง การเกษตรพอเพียง ช่างไม้เครื่องเรือน ช่างเชื่อม และวิชาชีพเคหบริบาล

นักเรียนที่เข้ามาเรียนเป็นผู้ยากไร้และด้อยโอกาสทางการศึกษา ไม่สามารถเข้าศึกษาในโรงเรียนหรือสถาบันวิชาชีพทั้งภาครัฐและเอกชนได้ เพราะต้องใช้เงินและเวลาในการศึกษามากพอสมควร แต่ที่โรงเรียนพระดาบสนักเรียนทุกคนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังมีหอพัก อาหาร 3 มื้อ และเสื้อผ้าของใช้ที่จำเป็นให้ตลอดระยะเวลาที่ศึกษาจนจบหลักสูตร ดังนั้นค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนแต่ละคนจึงค่อนข้างสูง นอกจากนี้ นักเรียนทุกคนยังต้องฝึกปฏิบัติจากวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ที่เป็นของจริง ดังนั้นสื่ออุปกรณ์การสอนจึงต้องมีคุณภาพและเพียงพอต่อจำนวนนักเรียนในการฝึกปฏิบัติ สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เงินจำนวนมากในการจัดซื้อเช่นกัน

ดร.สมยศ เจตน์เจริญรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส กล่าวว่าโอกาสคนเราไม่เท่ากัน หลายคนไม่มีโอกาสเรียนต่อ ในหลวง รัชกาลที่ 9 จึงได้พระราชทานโอกาสครั้งที่สองแก่คนเหล่านั้น ด้วยการสร้างโรงเรียนพระดาบสตามแบบโบราณคือจะมีฤาษีเป็นผู้ให้ความรู้ สั่งสอนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ในขณะเดียวกัน ศิษย์ก็ปรนนิบัติดูแลผู้สอนโรงเรียนพระดาบสนำแนวทางนี้มาใช้ โดยการสอนให้ศิษย์มีวิชาติดตัว โดยผู้สอนไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ เพียงขอแค่ศิษย์ ทำเป็น คิดเป็น และรับผิดชอบ

เด็กทุกคนที่จบจากโรงเรียนแห่งนี้ แม้จะไม่มีวุฒิการศึกษาตามหลักสูตรเหมือนกับคนที่เรียนตามโรงเรียนอาชีวะ แต่มีความรู้ ความชำนาญในสาขาที่เรียน ถึงจะเรียนเพียงหนึ่งปี แต่มุ่งสอนการปฏิบัติจริง ทำให้คนมีอาชีพได้

โรงเรียนพระดาบส เปิดสอนมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 40 ปี ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้กิจการของโรงเรียนดำเนินไปตามวัตถุ ประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ สามารถผลิตลูกพระดาบสที่มีคุณภาพออกไปประกอบสัมมาอาชีพได้อย่างภาคภูมิ

บริษัทพีทีจีเอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ให้การสนับสนุนโรงเรียนพระดาบสอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 ซึ่งผมได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับ โครงการ “พีทีเติมพลังสัมมาชีพ” มาบอกกล่าวผ่านคอลัมน์นี้มาอย่างต่อเนื่องปี พ.ศ.2556 เป็นปีแรก บริษัทพีทีจีเอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ได้มอบเงินทุนการศึกษาแก่ศิษย์พระดาบสจำนวน 150 คน ให้เรียนวิชาชีพต่างๆจนจบหลักสูตรครบทุกคน ปีที่ 2 ให้การสนับสนุนจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่มีคุณภาพทั้ง 8 สาขาวิชาชีพปีที่ 3 เป็นการต่อยอดการเรียนรู้ให้แก่ศิษย์พระดาบส เพื่อนำความรู้ไปประกอบสัมมาชีพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นการสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวที่มั่นคง

นั่นหมายความว่า โครงการที่บริษัทพีทีจีเอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) จัดทำขึ้นเป็นโครงการที่ให้ความช่วยเหลือโรงเรียนพระดาบส เริ่มตั้งแต่นักเรียนเข้าเรียน ฝึกปฏิบัติงานจนเรียนจบและออกไปประกอบอาชีพ นับเป็นการช่วยเหลือที่ครบสมบูรณ์แบบ

ปีนี้ คุณพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทพีทีจีเอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ยังมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำ โครงการ “พีทีเติมพลังสัมมาชีพ” ต่อเนื่องอีก เพื่อสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในการช่วย เหลือผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ให้ สามารถร่ำเรียนวิชาชีพเพื่อนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวได้

ทุกท่านที่เติมน้ำมันรถ ณ สถานีบริการน้ำมันพีที 1,250 สถานีทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1-30 พฤศจิกายนนี้ จะได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโรงเรียนพระดาบส โดยพีทีจะหักกำไร 5 สตางค์จากการเติมน้ำมันทุก 1 ลิตร เพื่อสมทบทุนเข้าโรงเรียนพระดาบสเป็นปีที่ 4

นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะได้ทำความดีร่วมกัน ในการวางรากฐานการศึกษาให้แก่ศิษย์พระดาบสที่ยากไร้และด้อยโอกาสทางการศึกษา

เป็นการสนับสนุนโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

…..สวัสดี

********************

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์

 

ดาลัด – โฮจิมินห์ ทริปง่ายเที่ยวครบกับเงินไม่ถึงหมื่น (2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 12 พ.ย. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/778111

หลังจาก แบกกล้องเที่ยวได้นำท่านผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ไปเที่ยวที่ ดาลัด – โฮจิมินห์ ทริปง่ายเที่ยวครบกับเงินไม่ถึงหมื่น (1) กันมาแล้ว แต่บอกเลยว่ายังไม่จบเท่านั้น เพราะความสนุกยังมีอีกมาก ตามกันมาเลยครับ

วันที่สี่ ดาลัด-มุยเน่

วันนี้เสียค่าตั๋วไปมุยเน่อีก คนละ (204฿) ล้อหมุนตอน 8 โมงเช้า ระยะทางประมาณ 180 ก.ม. (ประมาณ 4 ชม.ครึ่ง) ระหว่างทางจะเห็นไร่แก้วมังกร ไร่กาแฟ วิวทิวทัศน์เป็นหุบเขาสลับซับซ้อน มีหมอกบางๆ สวยมาก มาถึงที่พักแล้วติดต่อซื้อ half day private trip จะมีรถ jeep มารับถึงที่โรงแรมเลย จะพาเราไปเที่ยวตามนี้

1. Fairy Stream แฟรี่สตรีม จะเป็นทางน้ำที่ไหลลงสู่ทะเล ถอดรองเท้าและเดินลุยน้ำไปตามทางเรื่อยๆ จุดเด่นจะอยู่ตรงที่มีทรายที่ต่อกันแข็งคล้ายหิน เหมือนแคนยอนเล็กๆ บางคนบอก เหมือนเสาดินนาน้อยเมืองไทยเรานี่แหละ

2. Fishing Village หมู่บ้านชาวประมง จุดเด่นของที่นี่ คือเรือที่รูปทรงคล้ายกะลามะพร้าวหงาย ใช้ล่องทะเลไป และหาปลา

3. White sand dune ทะเลทรายขาว ที่นี่จะมี ATV ให้เช่าพาไปส่งคนละ 200.000 vnd ถ้าอยากขับเองคนละ 300.000vnd ขับได้ 15 นาที ราคาสูงใช้ได้เลย แต่มาแล้วนี่ ก็ยอมจ่ายจ้า

4. Red sand dune ทะเลทรายแดง จะมี Sand Board ให้เล่น ราคาน่าจะอยู่ประมาณ 30.000 vnd ซึ่งพอเราเดินเข้าทะเลทราย ก็จะมีเด็กชาวบ้านๆ เอาบอร์ดมายื่นให้เช่ากันไป จบทริป 18.30 น.

วันที่ห้า มุยเน่ – โฮจิมินห์

เช้าตรู่รถมารับที่หน้าโรงแรม หลับเพลินๆ แป๊บเดียวถึงโฮจิมินห์ซิตี้แล้วจ้า รับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อย จากนั้นเดินหาป้ายรถเมล์ดูรอบรถที่ไป สนามบิน รถเมล์ 109 มีทุกครึ่งชั่วโมง ราคาจะต่างกับขามา 20.000vnd (34฿) จากนั้นก็ขึ้นเครื่องกลับบ้านเรา

สรุปทริปฟินเว่อร์

ค่าใช้จ่ายต่อคน ทั้งหมดตลอดทริป 6,086฿ บาท (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) จริงๆ ถ้าประหยัดเรื่องกิน ไม่กินแหลกแบบพวกผมก็จะใช้เงินแค่ไม่เท่าไรเองครับ 4-5 พัน ก็พอแล้วครับ เที่ยวเวียดนามเองแบบง่ายๆ ใครสนใจก็เก็บกระเป๋าไปเลยครับ!

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.baagklong.com
www.facebook.com/baagklong

 

หนาวนี้ไปไหน! ส่อง ‘ภูทับเบิก’ และ 4 แหล่งชมทะเลหมอกอากาศเย็นฉ่ำปลายปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 พ.ย. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/774652

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศอย่างเป็นทางการว่า ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวเต็มตัวแล้วจ้า! งานนี้หลายคนเริ่มเอ่ยปากชวนเพื่อนแบกเป้ แพลนซื้อตั๋ว เพื่อออกเดินทางไปสัมผัสอากาศเย็นๆ ตามยอดดอยทางภาคเหนือและภาคอีสาน

สำหรับขาเที่ยวที่ชอบเดินทางไปชมทะเลหมอกหน้าหนาว วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวมเอาแหล่งท่องเที่ยวที่คาดว่าจะได้เห็นหมอกหยอกดวงอาทิตย์ในเวลาเช้าตรู่ มาฝากกัน พร้อมอัพเดตอุณหภูมิที่ลดต่ำของแต่ละแห่งมาให้ดูด้วย เผื่อจะได้เตรียมเครื่องกันหนาวไปเที่ยวได้เพียงพอ

ส่วนจะมีที่ไหนบ้าง ตามมาส่องทางนี้เลย

1. ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

สถานที่แรกที่นักเดินทางนึกถึงก่อนใคร คงหนีไม่พ้น ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ เพราะใกล้กรุงเทพฯ พอประมาณ แถมมีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถชมทะเลหมอกได้หลายครั้งในแต่ละปี ทั้งหมอกฝนและหมอกหนาว พอมาถึงช่วงปลายปีแบบนี้ ขาเที่ยวเลยพร้อมใจกันปักหมุดไว้ที่ ภูทับเบิก อีกครั้ง โดยวันที่ 7 พ.ย. 2559 เช็กอุณหภูมิช่วงกลางวัน พบว่าอยู่ที่ประมาณ 16-18 องศาเซลเซียส ถ้าในช่วงเช้าตรู่และช่วงค่ำน่าจะลดต่ำกว่านี้อีก

สภาพอากาศโดยทั่วไปของภูทับเบิก มีอากาศเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปีอยู่แล้ว ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ ยิ่งเข้าหน้าหนาวแบบนี้อากาศก็ยิ่งดีไปกันใหญ่ โดยเฉพาะที่จุดชมวิว คุณจะได้ชมทะเลหมอกในช่วงเวลาเช้าตรู่ และทัศนียภาพธรรมชาติแสนสดชื่น ขุนเขาเรียงสลับซับซ้อนสวยงาม แถมยังได้ชมไร่กะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมที่นี่จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

2. กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

ถัดมาที่แหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ในใจนักเดินทาง นั่นคือ กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ จากรายงานสภาพอากาศช่วงต้นเดือน พ.ย. 2559 พบว่า จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน วัดอุณหภูมิได้ประมาณ 10 องศาเซลเซียส เริ่มมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสอากาศหนาว เดินชมธรรมชาติอย่างเนืองแน่น สามารถเห็นทะเลหมอกได้ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่จนถึงช่วงสาย

ส่วนจุดอื่นๆ บนยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ พบว่าสามารถวัดอุณหภูมิได้ประมาณ 6-10 องศาเซลเซียส ซึ่งดอยอินทนนท์แห่งนี้ถือเป็นดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,599 เมตร จึงทำให้มีสภาพอากาศเย็นตลอดปี ส่วนแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ นอกจากเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานแล้ว ก็ยังมีน้ำตกแม่ยะ โครงการหลวง และพระมหาธาตุเจดีย์ สนใจอยากไปเที่ยว สอบถามเส้นทางก่อนได้ โทร. 0-5326-8550 ส่วนใครอยากไปเที่ยวจุดอื่นๆ ในเชียงใหม่ แนะนำให้ลองแวะไปเที่ยวที่ ม่อนแจ่ม ดอยอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นต้น

3. ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย

ถัดมาอีกหนึ่งแห่งไม่ไกลจากเชียงใหม่ ก็คือ ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหน้าหนาวที่ติดอันดับหนึ่งในใจของนักท่องเที่ยว สามารถไปสัมผัสอากาศหนาวได้อย่างฉ่ำปอด อีกทั้งบนดอยแม่สลองยังมีกิจกรรมมากมาย เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติ เส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์ชาวจีนยูนนาน เรียนรู้วิธีชงชาและวัฒนธรรมชาวจีนยูนนาน ชิมอาหารขึ้นชื่ออย่าง ขาหมูหมั่นโถว เที่ยวไร่ชา เที่ยวสิงห์ปาร์ค นอกจากนี้ ยังสามารถเดินทางต่อ เพื่อไปชมทะเลหมอกที่ ‘ภูชี้ฟ้า’ ได้อีกด้วย และล่าสุดจากการเช็กสภาพภูมิอากาศช่วงต้นเดือน พ.ย. 2559 พบว่า เชียงรายมีอุณหภูมิประมาณ 20-26 องศาเซลเซียส

4. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระบุรี

ส่วนใครอยากไปเที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพฯ แค่ 2 ชั่วโมงเศษๆ ต้องไปที่นี่เลย อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผืนป่าที่ครอบคลุมถึง 4 จังหวัด ยิ่งช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ อากาศยิ่งดีมากไปอีก เหมาะกับการไปเดินเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ส่องสัตว์ยามค่ำ หรือจะไปนอนกางเต็นท์นับดาวในคืนวันฟ้าเปิด แค่คิดก็ชิลแล้ว อีกทั้งยังมีแหล่งน้ำตกน่าเที่ยวอีกมากมาย เช่น น้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัต หอส่องสัตว์ ใครอยากไปเที่ยวเขาใหญ่ ติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ที่ โทร. 0-3736-5033

นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงอีกมากมาย เช่น ปาลิโอ เขาใหญ่ ตั้งอยู่บนถนนธนะรัชต์ หลักกิโลเมตรที่ 17 ช็อป ชิม แชะ ชิลๆ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองสไตล์อิตาลี มีทั้งร้านกาแฟ โซนตลาด โซนช็อปปิ้งเสื้อผ้า ของที่ระลึก และที่พัก ถัดไปไม่ไกลก็มีฟาร์มเห็ด หรือถ้าเลยออกไปอีกหน่อย แนะนำให้ไปเที่ยวปากช่อง มีทั้งฟาร์มแกะ ไร่องุ่น กระจายตัวกันอยู่หลายแห่ง เลือกแวะเที่ยวได้ตามใจชอบ ส่วนอุณหภูมิช่วงนี้อยู่ที่ 21-24 องศาเซลเซียส รับรองว่าได้ฟินไปกับอากาศเย็นๆ แน่นอน

5. อุทยานแห่งชาติภูเรือ จ.เลย

อีกแห่งหนึ่งที่หน้าหนาวนี้ ขาเที่ยวไม่ควรพลาด ก็คือ อุทยานแห่งชาติภูเรือ จ.เลย โดยมีรายงานสภาพอากาศในช่วงต้นเดือน พ.ย. 2559 ระบุว่า สภาพอากาศทั่วไปของ จ.เลย หนาวเย็นลงมาก โดยอุทยานแห่งชาติภูเรือ วัดอุณหภูมิได้ประมาณ 11 – 14 องศาเซลเซียส (ยอดภูเรืออยู่ที่ 11 องศาฯ) ส่วนที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง วัดอุณหภูมิได้ 13.5 องศาเซลเซียส และอุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีอุณหภูมิประมาณ 16.5 องศาเซลเซียส

สำหรับอุทยานแห่งชาติภูเรือ พบว่าช่วงนี้อากาศหนาวเย็นในตอนเช้ามืด ตอนเช้ามีหมอกมาก สามารถพบเห็นทะเลหมอกได้แล้วที่บริเวณจุดชมวิว เริ่มมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสอากาศหนาวอย่างหนาแน่น ถัดจากช่วงนี้ คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้นกว่า 200 คน

นอกจากนี้ จ.เลย กำลังจะมีการจัดงาน เทศกาลต้นคริสต์มาส ครั้งที่ 5 ในระหว่างวันที่ 26 พ.ย. 2559 ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2560 ที่บริเวณลานคริสต์มาส ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติภูเรือ ภายใต้แนวคิดน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระองค์ได้ทรงพระราชทานแนวคิดแก่เกษตรกร ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ให้ปรับเปลี่ยนจากการทำไร่เลื่อนลอยและการปลูกฝิ่น มาเป็นการปลูกไม้ดอกเมืองหนาว

ภายในงานจะมีต้นคริสต์มาสนำมาจัดแสดงกว่า 30,000 ต้น มีการจำหน่ายสินค้าโอทอป ของที่ระลึก การจัดแสดงงานศิลปะปูนปั้น เช่น ตุ๊กตาปูนปั้น มีถนนอาหาร และจะมีการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ที่มาภาพบางส่วน : FB ภูเรือ จังหวัดเลย

 

เปิดพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ชื่นชมที่ประทับทรงงานในหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 พ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/780146

ณ ดินแดนที่เสมือนทิพย์วิมานในเทพนิยาย และสวรรค์บนพื้นพิภพยามเช้าในฤดูหนาว กลุ่มสายหมอกจะลอยพาดผ่านยอดดอยพระตำหนัก หมู่มวล ดอกไม้นานาพันธุ์จะคลี่กลีบงามรับสายหมอก และท่ามกลางแสงแห่งตะวัน ดอกกุหลาบหลากสีต่างเบ่งบานสดใส ดูแล้วงดงาม ยากยิ่งจะพบได้จากที่แห่งใดในผืนแผ่นดินไทย

ทิพย์วิมานแห่งนี้คือ “พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นบนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2504 เพื่อใช้เป็นที่ประทับในโอกาสเสด็จฯแปรพระราชฐานประทับแรม ณ เชียงใหม่ เพื่อทรงงานและเยี่ยมเยือนราษฎรในเขตภาคเหนือ ตลอดจนรับรองพระราชอาคันตุกะที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทย

“พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์” ตั้งอยู่บนระดับความสูงจากน้ำทะเล 1,373.197 เมตร เนื้อที่โดยรอบพระตำหนักกินบริเวณ 400 ไร่ เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม 200 ไร่ การที่ทรงเลือกสร้างที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ภูมิประเทศสวยงาม อีกทั้งเป็นเมืองหลวงมาก่อน ยังดำรงรักษาจารีตขนบธรรมเนียมประเพณีดีงามไว้

“พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์” มีลักษณะสถาปัตยกรรมโดดเด่นแบบไทยประยุกต์ สร้างขึ้นในลักษณะแผนผังแบบเรือนไทยภาคกลาง ที่เรียกว่าเรือนหมู่ ก่ออิฐถือปูน ยกพื้นสูงหลังคาทรงไทย ภายในประกอบด้วยท้องพระโรง, ห้องเสวย, ห้องบรรทม, ห้องสรง และห้องรับรองสำหรับพระราชอาคันตุกะ ยังมีเฉลียงใหญ่และพลับพลาหอนก เป็นที่ประทับทอดพระเนตรทัศนียภาพของเมืองเชียงใหม่ ชั้นบนเป็นที่ประทับ ชั้นล่างเป็นที่อยู่ของมหาดเล็กและคุณข้าหลวง ออกแบบแปลนโดย “หม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากร” สถาปนิกพิเศษ กรมศิลปากร การก่อสร้างพระตำหนักใช้เวลา 5 เดือน จากนั้นทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ “หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี” เป็นทั้งสถาปนิก และมัณฑนากรออกแบบตกแต่งภายในพระตำหนัก ทั้งในส่วนที่ประทับและส่วนรับรองพระราชอาคันตุกะ ได้ใช้พระตำหนักในการรับรองพระราชอาคันตุกะครั้งแรก คือ สมเด็จพระเจ้าเฟรดเดริคที่ 9 และสมเด็จพระราชินีอินกริด แห่งเดนมาร์ก เมื่อเดือนมกราคม 2505 หลังจากนั้น ก็มีพระราชอาคันตุกะจากประเทศต่างๆมาประทับที่พระตำหนักภูพิงค์ต่อเนื่อง

อีกหนึ่งจุดเด่นของการเยี่ยมชม “พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์” คือ การชื่นชมดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ที่บานสะพรั่งรอรับนักท่องเที่ยว ที่นี่เป็นแหล่งรวมของพันธุ์กุหลาบมากกว่า 263 พันธุ์ มีทั้งพันธุ์เก่าที่เผยแพร่มานาน และพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งนำออกเผยแพร่ ตลอดจนพันธุ์กุหลาบพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ กุหลาบดอกเดี่ยว, กุหลาบพวง, กุหลาบพวงดอกใหญ่, กุหลาบหนู และกุหลาบเลื้อย

พระตำหนักแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเชียงใหม่ เพราะอากาศเย็นสบายตลอดปี และบานสะพรั่งด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ แต่ยังเป็นสถานที่ที่พวกเราคนไทยจะได้มีโอกาสเข้าชมที่ประทับทรงงานเพื่อประชาชนของในหลวง รัชกาลที่ 9 พร้อมศึกษาประวัติศาสตร์การเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยกับพระราชอาคันตุกะทั่วโลก.

 

สุดสัปดาห์นี้ ไปช็อปกัน! เจาะ 9 งานโปรโมชั่นลดแรง ไม่ไปไม่ได้แล้ว!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 พ.ย. 2559 14:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/779377

ขยับเข้าสู่กลางเดือนกันแล้ว แม้ในกรุงเทพฯ ฝนยังไม่ทิ้งฟ้า แต่แว่วมาว่าคนต่างจังหวัดได้รับลมหนาวชิลๆ ไปแล้วนะจ๊ะ ไม่ต้องอิจฉา แค่แพลนวันว่างสุดสัปดาห์นี้ไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้างก็คงดีไม่น้อย ส่วนใครที่ยังไม่อยากเดินทางไปไกลๆ วันหยุดนี้ มาเดินเที่ยว ชม ชิม ช็อป ในงานสินค้าลดราคากันดีกว่า

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้ยังคงเกาะกระแสงานสินค้าลดราคาดีๆ มาฝากกันเช่นเคย ส่วนจะมีอะไรบ้าง ตามมาเช็กลิสต์ได้เลยจ้า

1. คอลเลกชั่นพิเศษ เอนชานเต็ด การ์เด้น

วันนี้ ชวนสาวๆ มาช็อปเสื้อผ้าคอลเลกชั่นพิเศษ “เอบี บาย แอนเจลิส บาเลก นิวยอร์ก’ (AB By Angelys Balek New York)” ณ ห้างเซน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2 และศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ชั้น G

พบกับแฟชั่นสตรีสุดเก๋ ‘เอบี บาย แอนเจลิส บาเลก นิวยอร์ก’ (AB By Angelys Balek New York) ภายใต้งานดีไซน์ของ ‘แองจี้-สุนทรีย์ บาเลก’ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ฝีมือเฉียบประจำแบรนด์ ผู้สร้างสรรค์ลวดลายภาพวาดอันงดงาม ถ่ายทอดลงบนงานดีไซน์เสื้อผ้าสุดล้ำสมัย เหมาะกับหญิงสาวที่ชื่นชอบในความทันสมัยและหลงใหลในงานศิลปะ ด้วยคอลเลกชั่นพิเศษต้อนรับฤดูการแห่งการพักผ่อน ที่มีชื่อว่า ‘เอนชานเต็ด การ์เด้น’ (Enchanted Garden)

เน้นการออกแบบโครงร่างและแพทเทิร์น ที่เพิ่มความเย้ายวนตามส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวมากขึ้นเป็นพิเศษ รวมถึงการเพิ่มเทคนิคงานปักรูปแบบใหม่ การจับเดรปโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ และการตัดผ้าที่เน้นโครงร่างตามดอกไม้ โดยผสานกลิ่นอายของรูปทรงเรขาคณิตเอาไว้ เพื่อเป็นการเพิ่มความแปลกใหม่ ใช้ผ้าคุณภาพเยี่ยมอย่าง ผ้าใยสังเคราะห์ และผ้าใยธรรมชาติ ที่สั่งตรงจากประเทศอิตาลี

2. ราโด ไฮเปอร์โครม

วันนี้ ชวนสาวกนาฬิกามาช็อป “ราโด ไฮเปอร์โครม (Rado HyperChrome) ผ่ามิติความซับซ้อนสู่มนตราความเรียบง่ายแต่โดดเด่นเหนือใคร” ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ พบกับ จ้าวแห่งนวัตกรรมเวลาอันโดดเด่นทางด้านดีไซน์และวัสดุศาสตร์ ต้อนรับลมหนาวปีนี้ด้วยการเผยโฉมคอลเลกชั่นใหม่ “ไฮเปอร์โครม” (HyperChrome) ผลงานอันทรงเสน่ห์ที่โด่งดังในดีไซน์เรียบเก๋ สามารถสวมใส่ในทุกโอกาส กับ 3 เรือนเวลาใหม่ล่าสุด

ผลิตจากวัสดุไฮเทค เซรามิก (High-Tech Ceramic) อันถือเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงของแบรนด์ที่ได้คิดค้นและริเริ่มใช้ก่อนใคร ด้วยน้ำหนักที่เบา ตอบโจทย์ความต้องการของผู้สวมใส่ทั้งด้านความสวยงาม คงทน แวววาวเสมือนใหม่อยู่เสมอ ซึ่ง ราโด ไฮเปอร์โครม จะช่วยเติมเต็มบรรยากาศเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้สมบูรณ์แบบ ในฐานะของขวัญอันเลอค่าเหนือกาลเวลาสำหรับคนที่คุณรัก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร. 0-2610-0200

3. เซ็นทรัลรักษ์โลก

วันนี้ ชวนสาวกคนรักษ์โลก มาร่วมช็อปสินค้าที่ผลิตด้วยวิธีการอนุรักษ์กับ “สินค้ารักษ์โลก” ณ แผนกโฮม ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา เช่น ผ้าพันคอ จากแบรนด์ JUTATIP ที่ผลิตจากผ้าคอตตอน 100% ทอมือย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติ อีกทั้ง ยังได้การรองรับจากกระทรวงอุตสาหกรรมว่าเป็น Green Product ที่จะต้องมีคุณสมบัติที่ประกอบไปด้วยหลักการ 4R คือ 1. การลดของเสีย (Reduce) 2. การใช้ซ้ำ (Reuse) 3. การนำมาปรับใช้ใหม่ (Recycle) และ 4. การซ่อมบำรุง (Repair)

– ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ผลิตจากไม้คอร์ก จากแบรนด์ ML LIVING เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะไม้คอร์กนั้น คือเปลือกไม้ชั้นนอกของต้นโอ๊กชนิดหนึ่ง ที่เรานำมาแปรรูปโดยใช้เปลือกไม้ชนิดพิเศษนี้โดยไม่ต้องโค่นต้นไม้ แถมยังมีคุณสมบัติเบา ทน กันน้ำ และยืดหยุ่นอีกด้วย

– ของใช้ในบ้าน จากแบรนด์ VARNI เช่น ตะกร้าสานต้นกระจูด มีลวดลายสวยงาม มีคุณสมบัติเหนียวใช้งานได้ทนทาน และเมื่อหักงอสามารถกลับคืนสภาพเดิมได้ ทั้งยังสามารถนำไปทำผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น กระเป๋า, เสื่อ หรือกล่องใส่กระดาษทิชชู่ดีไซน์เก๋ๆ

– ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษรีไซเคิลจากแบรนด์ ELEMEMTS ตะกร้าใส่ของที่ด้านในบุด้วยผ้าคุณภาพดี ดีไซน์สวย และช่วยลดปริมาณขยะได้อีกด้วย

4. ตลาดนัดข้าวสารเพื่อชาวนาไทย

วันนี้-13 พ.ย. 2559 ชวนคนไทยช่วยชาวนา โดยไปร่วมงาน “ตลาดนัดข้าวสารเพื่อชาวนาไทย” ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 หน้าร้าน Jaspal ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ภายในงานพบกับ การตั้งบูธขายข้าวจากชาวนาไทยตรงสู่มือผู้บริโภค โดยมีสินค้าคุณภาพมากมาย และยังได้ช่วยเหลือชาวนาให้ผ่านวิกฤติราคาข้าวตก และผู้บริโภคก็ได้ข้าวคุณภาพดีในราคาย่อมเยา

5. Living Lifestyle ลด 80%

วันนี้-27 พ.ย. 2559 ชวนคนรักบ้าน มาช็อปสินค้าในงาน “Living Lifestyle” ณ แผนกเครื่องนอน แผนกเครื่องแก้ว-เครื่องครัว ตั้งฮั่วเส็งทุกสาขา ภายในงานพบกับสินค้าแต่งบ้านหลากหลายดีไซน์ ครบครันประโยชน์ใช้สอย มีทั้งเครื่องนอน เครื่องครัว ของแต่งบ้านต่างๆ ในราคาสุดคุ้ม ขนมาลดสูงสุดถึง 80%

6. STORAGE SALE

วันนี้-13 พ.ย. 2559 ชวนชาวไอทีมาช็อปสินค้าไอทีสุดล้ำในงาน JET COMPUTER PLUS “STORAGE SALE” ณ ชั้น 3 ห้ัอง 3P37 IT MALL ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ ภายในงานพบกับสินค้าไอทีลดราคาสุดกระชากใจ เช่น คอมพิวเตอร์ RAM NAS ตัวสำรองข้อมูลต่างๆ

7. ย้อนวันวานตลาดน้ำย้อนยุค

วันนี้-20 พ.ย. 2559 ชวนมาช็อปของกินในบรรยากาศยุคอดีต ในงาน “ย้อนวันวานตลาดน้ำย้อนยุค” ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เจเจมอลล์ จตุจักร ภายในงานพบกับสินค้าต่างๆ มากมาย มีทั้ง อาหาร ขนมพื้นเมือง อาทิเช่น ขนมไข่ปลา ปลาช่อนแม่ลา ไก่ย่างเขาสวนกวาง รวมถึงเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง ฯลฯ

8.การแข่งขันการบิน AIR RACE 1 World Cup

นับถอยหลังสู่การเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของน่านฟ้าเมืองไทยกับปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อสุดยอดความมันส์ของกีฬามอเตอร์สปอร์ตที่เร็วสุดที่สุดในโลกจะอุบัติขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเซีย กับ AIR RACE 1 THAILAND Presented by Chang เป็นการทดสอบสนามเพื่อเตรียมความพร้อม ในการจัดการแข่งขัน AIR RACE 1 World Cup ในปี 2560 จัดโดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทัพเรือ และมี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดงาน พบกองทัพกิจกรรมที่จะระเบิดความมันส์เร้าใจเต็มงาน ในวันที่ 19-20 พฤศจิกายนนี้ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา (ระยอง-พัทยา)

ห้ามพลาด! ร่วมเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ครั้งแรกในเอเชียกับ AIR RACE 1 THAILAND Presented by Chang ผู้ที่สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่หน้างานในราคา 300 บาท สำหรับนักเรียนและนักศึกษาเข้าชมฟรี พบกันวันที่ 19-20 พฤศจิกายนนี้ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา (ระยอง-พัทยา) ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง 063-268-5532

9.อาดิดาสจับมือพาร์ลีย์ ฟอร์ ดิ โอเชี่ยนส์ (Parley for the Oceans)

อาดิดาสร่วมกับ พาร์ลีย์ ฟอร์ ดิ โอเชี่ยนส์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์กีฬาที่ผลิตจากการรีไซเคิลขยะพลาสติกในท้องทะเล ประกอบไปด้วย adidas x Parley ชุดเหย้าของสโมสรเรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดกีฬาฟุตบอลครั้งแรกของการร่วมมือระหว่างอาดิดาสและพาร์ลีย์ พร้อมด้วย รองเท้าวิ่งอัลตร้า บูสต์ อันเคจ พาร์ลีย์ (UltraBOOST Uncaged Parley) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผลิตถึง 7,000 คู่ โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ชิ้นนี้ใช้วัสดุรีไซเคิลขยะพลาสติกในท้องทะเลและสิ่งพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อทรัพยากรน้ำ จาก Parley Ocean Plastic® ซึ่งรวบรวมมาได้จากบริเวณแนวชายฝั่งของมัลดีฟส์ เพื่อมุ่งหวั่งในการคงภาพลักษณ์ถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรมหาสมุทรที่ยั่งยืน
   
ผลิตภัณฑ์ชุดกีฬาฟุตบอล adidas x Parley นั้น นักฟุตบอลของทีมเรอัล มาดริด ได้ใส่ลงสนามไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่วนทีมบาเยิร์น มิวนิค จะสวมใส่ลงเตะในวันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งผลิตภัณฑ์สุดพรีเมี่ยมนี้ได้รับการผลิตโดยใช้วัสดุและสิ่งพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อทรัพยากรน้ำโดยที่ชุดสีขาวของทีมเรอัลมาดริดและชุดสีแดงของทีมบาเยิร์นมิวนิคมีโลโก้สโมสรและโลโก้สปอนเซอร์ที่มีสีเดียวกับชุดอีกด้วย
  
ส่วนรองเท้าวิ่ง อัลตร้า บูสต์ อันเคจ พาร์ลีย์ (UltraBOOST  Uncaged Parley) ผลิตเพียง 7,000 คู่ ซึ่งวัสดุด้านบนมีส่วนผสมหลักจาก Parley Ocean Plastic® รองเท้าแต่ละคู่นั้นใช้วัสดุรีไซเคิลจากขวดพลาสติค 11 ขวด ส่วนอื่นๆ ทั้งเชือกรองเท้า ส้นรองเท้า พื้นรองเท้า ต่างใช้วัสดุรีไซเคิลจากท้องทะเลทั้งหมด นอกจากนั้น ลวดลายของรองเท้ายังได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากคลื่นน้ำทะเลอีกด้วย

สง่างามแสนรู้! ขบวนช้างมงคลงางาม 11 เชือก แสดงความอาลัยในหลวงร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/content/777191

สง่างามแสนรู้! ขบวนช้างมงคลงางาม 11 เชือก แสดงความอาลัยในหลวงร.9

8 พ.ย. 2559 14:20

งดงามเป็นที่สุด ขบวนช้างมูลนิธิพระคชบาล จากวังช้างอยุธยา แล เพนียด ต.สวนพริก อ. พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางทำพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยรถบรรทุก 12 ล้อ จำนวน 3 คัน ณ พระบรมมหาราชวัง …

แม้บรรยากาศจะครึ้มฟ้าครึ้มฝน แต่กลุ่มคนดูแลช้างกว่า 200 คน และช้างพลายงางาม 11 เชือก ต่างมาด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาต่อช้างไทย ทั้งช้างและเจ้าหน้าที่แต่งองค์ทรงเครื่องด้วยคชาภรณ์เครื่องช้างศึกอย่างเต็มยศแบบสมัยโบราณ ซึ่งมีการแปรขบวนพาเหรดแสดงท่าทางลีลาประกอบเสียงกลองและยืนแสดงความอาลัยและหมอบกราบ สร้างความประทับใจตื่นตาตื่นใจกับประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพเป็นอย่างมาก

ไทยรัฐออนไลน์ นำภาพมาให้ได้ชมกัน