Smoke on the water

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/travel/Smoke-on-the-water-30289368.html

AROUND THAILAND

The riverside community of Ladchado, Ayutthaya Province makes the beginning of the Buddhist Lent on July 19

The riverside community of Ladchado, Ayutthaya Province makes the beginning of the Buddhist Lent on July 19

Like many things in Ladchado, the candle festival is celebrated on the water with hundreds of small sampans and other boats decorated with flowers and colourful parasols bobbing in the water

Smoke on the water

The riverside community of Ladchado, Ayutthaya Province makes the beginning of the Buddhist Lent on July 19 with a Candle Festival. Like many things in Ladchado, the candle festival is celebrated on the water with hundreds of small sampans and other boats decorated with flowers and colourful parasols bobbing in the water as they emerge from the far side of the canal. Tucked away in Phak Hai district, Ladchado is about 40 kilometres west of downtown Ayutthaya.

Dancing with the ghosts

The spirit world will again be shaking up souls in Loei province and the dead will be walking the earth – and having a fun time doing it – as the Phi Ta Khon Festival returns to Dan Sai district from July 6 to 8.Villagers create demon masks from coconut shells and bamboo baskets for this unique annual event, then on the morning of July 7 don the horrific masks along with shocking outfits and roam the streets. The hotels are fully booked months in advance, so bring your own sleeping bag and sleep under the stars at the local temple. E-mail: tatloei@tat.or.th or visit FacebookTAT Loei Office.

Conference calls

Fully equipped with both the space and the amenities for meetings and events, Novotel Bangkok Sukhumvit 20 is set to be one of the largest MICE hotels in the downtown area. The versatile Benjasiri Grand Ballroom can hold up to 1,000 participants for a cocktail event and the six meeting rooms will be in service from next month. Equipped with full facilities and quality services the new meeting rooms are ideal for breakout sessions, smaller meetings, seminars or small press conferences ranging from as few as 10 participants up to 150 attendees, Call (02) 009 4908 or email: h9343-sm4@accor.com. For more information, log on to http://www.NovotelBangkokSukhumvit20.com

South with a Smile

Thai Smile has just launched a promotional fare on its new route from Bangkok (Suvarnabhumi Airport) to Penang in Malaysia. The Penang promotion, which starts at Bt2,580, covers the one-way fare inclusive of airport taxes and fees. Bookings are open until October 29 for the travel period July 16 to October 29. Book online at http://www.ThaiSmileAir.com, call the Smile Service Centre at 1181 and (02)118 8888 or contact Smile travel agents.

ตำหนักพระแม่กวนอิม ด้วยรักและศรัทธา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 กรกฎาคม 2559 เวลา 12:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/440944

ตำหนักพระแม่กวนอิม ด้วยรักและศรัทธา

โดย…สืบสิน ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ในวันที่ฝนไม่ตั้งเค้า การนอนจับเจ่าอยู่กับบ้านดูเหมือนจะไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก สู้ออกไปหาสิ่งที่ทำให้ใจเบิกบานทำกันดีกว่าครับ

วันนี้ผมรู้สึกสงบและเป็นสุขยิ่ง เลยอยากหาสถานที่ที่เติมความอบอุ่นใจขึ้นมาเลยแวะมาที่ตำหนักพระแม่กวนอิม ตรงโชคชัย 4 สถานที่อันสงบที่นำพามาซึ่งความรักและศรัทธา

ตำหนักเจ้ามากวนอิมแห่งนี้ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2526 โดยพระอาจารย์ใหญ่กวงเซง เป็นศาสนสถานฝ่ายมหายาน การปฏิบัติของผู้ถือศีลในวัด มีกฎระเบียบเคร่งครัดมาก ผู้ที่มาบวชต้องฉันอาหารเจตลอดชีวิตและสึกไม่ได้ ต้องตั้งใจแน่วแน่ที่จะสละชีวิตทางโลก เข้าหาทางธรรมเพื่อศึกษาและมุ่งในการปฏิบัติธรรม

 

สถาปัตยกรรมของตำหนักพระแม่กวนอิม สร้างเป็นแบบจีน บริเวณลานด้านหน้าตำหนัก มีอาคารสุขาวดี เก๋งเทพเจ้าฟ้าดิน และเสามังกร ที่เก๋งใหญ่ประดิษฐานพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ ทรงประทับบนเสี่ยมชู้ (คางคก) และเจ้าชายอั้งไฮ้ยี้โพธิสัตว์ ภายในตำหนักประดิษฐานเทวรูปตามคติจีนและพระพุทธรูปจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีโรงเจและตึกวิปัสสนาสำหรับประกอบพิธีของผู้ที่มาปฏิบัติธรรม

มีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่นับถือบูชาเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งนอกจากเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อันเป็นความเชื่อเฉพาะบุคคลแล้ว องค์เจ้าแม่กวนอิมยังมีแง่งามทางศิลปะที่ชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง นั่นจึงเป็นที่มาของการเดินทางไปสักการะชื่นชมองค์เจ้าแม่กวนอิมที่ “ตำหนักพระแม่กวนอิม” กันเป็นประจำ

มาถึงตำหนักแห่งนี้เราจะได้เห็นเจดีย์งดงามและสุดอลังการตั้งเด่นเป็นสง่า มีชื่อว่า “พระมหาเจดีย์พระพุทธเจ้าหมื่นพระองค์” เป็นพระมหาเจดีย์ที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความสูงถึง 21 ชั้น ตามประวัติเล่าว่า เมื่อหลายพันปีก่อนองค์พระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ (อวโลกิเตศวร) ได้เคยเสด็จมาตั้งโพธิจิตที่จะสร้างพระมหาเจดีย์พระพุทธเจ้าหมื่นพระองค์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า

 

ส่วนสาเหตุที่พระองค์ทรงเลือกสถานที่แห่งนี้ เนื่องจากเป็น เล่งเถ๊า แปลว่า หัวมังกร ที่มีมังกรเฝ้าอารักขาอยู่ และตรงจุดที่สร้างพระมหาเจดีย์เป็นส่วนหัวของพญามังกร ดังนั้นเมื่อปี 2531 จึงได้เริ่มก่อสร้างพระมหาเจดีย์แห่งนี้ด้วยแรงแห่งศรัทธาของพุทธศาสนิกชน จนในที่สุดก็แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2543

สำหรับพระมหาเจดีย์ฯ แต่ละชั้นจะมีรูปวาดจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวต่างๆ ทางพุทธศาสนา เช่น ที่ชั้นบนสุดเป็นประวัติของพระพุทธเจ้า ประวัติเจ้าแม่กวนอิม ชั้นถัดๆ ลงมาเป็นประวัติเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าหลายๆ เรื่องหลายรูปแบบ ประวัติพระพิฆเนศ และรูปปั้นเคารพต่างๆ เป็นต้น

 

นอกจากนี้ ภายในตำหนักแห่งนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมพันเนตรพันกรพันองค์ ซึ่งมีความสูงถึง 8.30 เมตร แกะสลักด้วยไม้จันทน์หอมจากประเทศจีน ปิดด้วยทองคำแท้ มีพระพักตร์ 20 หน้า ประดิษฐานรายรอบ 4 ทิศ ของพระมหาเจดีย์

ส่วนด้านบนสุดของพระมหาเจดีย์หากมองจากด้านนอกจะเห็น “ลูกแก้วสารพัดนึก” ติดกระจกรอบด้านสีทองอร่าม นอกจากนี้ทั้งพระมหาเจดีย์ยังมีพระพุทธรูปพระพุทธเจ้ารวมหนึ่งหมื่นพระองค์ ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อ “พระมหาเจดีย์พระพุทธเจ้าหมื่นพระองค์” โดยรูปปั้นรูปสลักทั้งหมดนั้นเป็นสีขาวดูสวยงามเป็นสง่าและสะอาดตาเป็นอย่างยิ่ง รูปปั้นรูปสลักต่างๆ นี้บ้างสลักจากหินอ่อนบ้างสลักจากหินแกรนิต อาทิ รูปปั้นพระแม่กวนอิม 108 ปาง ทำจากหินอ่อน รูปปั้น 18 อรหันต์ รูปปั้น 8 เซียน รูปปั้นเทพเจ้า 4 ทิศ รูปปั้นเง็กเซียนฮ่องเต้ รูปปั้นเทพเจ้า 9 พระองค์ และรูปปั้นพระแม่กวนอิม เทพและเซียนต่างๆ อีกมากมายจนนับไม่ถ้วน

 

ในส่วนของชั้นใต้ดินยังเป็นสถานที่ไหว้พระประจำปีเกิด 12 ราศี เพื่อเสริมดวงในปีเกิดของตนเอง นอกจากนี้ชั้นใต้ดินยังเป็นที่เก็บรวบรวมสิ่งของอีกมากมายที่มีผู้มาบริจาคและทิ้งเอาไว้ เช่น จานชาม รูปปั้น รูปสลักต่างๆ เป็นต้น ซึ่งหากใครมาในช่วงนี้ ทางตำหนักพระแม่กวนอิมจะเปิดให้เข้าได้ในชั้นที่ 2 และชั้นใต้ดินเท่านั้น และจะเปิดให้เข้าได้ทุกชั้นในงานเปิดป้ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ส่วนใครที่อยากสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ที่บริเวณชั้น 3 ของตำหนักพระแม่กวนอิมแห่งนี้ มีห้องสวดมนต์ที่จุผู้คนที่มักจะมาหาความสุขสงบใจได้เกือบ 200 คน และยังมีรูปปั้นพระแม่กวนอิมทั้งเล็กใหญ่นับพันองค์ด้วย

 

ถัดมาเป็น “วิหารแปดเซียน” หรือ “วิหารมังกร” สูง 5 ชั้น เหตุที่เรียกว่าวิหารมังกรนั้นเพราะด้านบนสุดในชั้นที่ 5 บนหลังคาที่ปกคลุมสถานที่ประดิษฐานรูปเคารพ 8เซียน ซึ่งหล่อด้วยเรซิ่นทาสีทอง มีมังกรอันประณีตสวยงามถึง 108 ตัว ฝาผนังภายในมีรูปวาดพระพุทธเจ้า 3 พระองค์ ได้แก่ พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน และพระพุทธเจ้าในอดีต 2 พระองค์ และยังมีพระแม่กวนอิมประทับสิงห์และเจ้าแม่กวนอิมประทับช้างด้วย

สถานที่แห่งนี้จึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและศรัทธาของผู้คนที่นับถือเจ้าแม่กวนอิมได้อย่างชัดเจนตำหนักพระแม่กวนอิม ถนนโชคชัย 4 ซอย 39 เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-21.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-539-6228

 

 

 

 

นันทา จักรยาน ภาพถ่าย การเดินทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 กรกฎาคม 2559 เวลา 10:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/440821

นันทา จักรยาน ภาพถ่าย การเดินทาง

โดย…นิทรา ราตรี ภาพ… วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความหลังและความรักปรุงแต่งให้โรงแรม นันทา (Nandha : Sleep Eat Ride) มีคาแรกเตอร์เฉพาะ ทั้งจักรยานวินเทจ กล้องถ่ายรูปโบราณ และรูปถ่ายนานา ที่บ่งบอกได้ว่านี่เป็นโรงแรมของนักปั่น นักถ่ายรูป นักเดินทาง และนักสะสมประสบการณ์ตัวยง

อนุตร โชติกะพุกกณะ ลูกชายของคุณแม่นันทาเล่าให้ฟังว่า ตนชอบปั่นจักรยาน ส่วนพี่ชายเป็นช่างภาพ จึงได้นำความหลงใหลและของสะสมมารวมกัน จากนั้นดีไซน์ให้พวกมันเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม นันทาจึงไม่เป็นเพียงที่พักแต่ยังเป็นจุดนัดพบของผู้รักในสิ่งเดียวกันในบรรยากาศที่ใช่

 

โรงแรมมี 27 ห้อง 3 แบบ ได้แก่ ห้องคลาสสิก ออกแบบสไตล์ชิโนโปรตุกีส ห้องวินเทจ มีกลิ่นอายจากผนังไม้เลียนแบบบ้านโบราณ และจักรยานไปรษณีย์เก่าทำเป็นโต๊ะมินิบาร์ แบบสุดท้ายเป็นห้องสวีท 2 ชั้น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมครัวขนาดเล็ก โต๊ะรับประทานอาหาร และห้องนั่งเล่นส่วนกลาง นอกจากนี้ทุกห้องยังมีการนำจักรยานเข้ามาใช้อย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นกระดิ่งจักรยานแทนกริ่งหน้าประตูห้อง แพดเดิ้ลจักรยานนำมาใช้เป็นที่แขวนเสื้อ และแฮนด์จักรยานใช้เป็นที่วางผ้าเช็ดตัวในห้องน้ำ นักปั่นสามารถนำจักรยานขึ้นมาไว้ในห้องพักหรือฝากไว้ในที่จอดได้อย่างสบายใจ

สำหรับอาหารและเครื่องดื่มมีให้บริการที่ร้านพาสชั่น คาเฟ่ โดดเด่นด้วยเครื่องทำกาแฟแบบเอสเพรสโซ่ รุ่น มิราจ และเมนู ไนโตร โคลด์ บลูด์ คอฟฟี่ (Nitro Cold Brewed Coffee) ที่ใช้เครื่องอัดไนโตรผสมคาร์บอนไดออกไซด์ทำให้กาแฟเกิดฟองและความซ่าซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของวัฒนธรรมกาแฟ ส่วนอาหารมาในคอนเซ็ปต์ ออล เดย์ เบรกฟาสต์ ให้อร่อยกับอาหารเช้าได้ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น.

 

ผู้สร้างนันทาหวังว่าสถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางของจักรยาน การถ่ายภาพ ศิลปะ กาแฟ การเดินทาง หรืออะไรก็แล้วที่เป็นพาสชั่นขับเคลื่อนชีวิต ซึ่งอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดดีๆ ที่จะขับเคลื่อนคนในวงกว้างต่อไป

Price: ห้องคลาสสิกและวินเทจ 2,200 บ. ห้องสวีท 4,500 บ. (ไม่รวมอาหารเช้า)

Place: ซ. สุขุมวิท 33 แยก 5 เดินจากบีทีเอสพร้อมพงษ์ประมาณ 10 นาที โทร. 02-260-3517 เฟสบุ๊ก Nandha Hotel

Promotion: ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว ห้องคลาสสิกและวินเทจ 1,800 บ. ห้องสวีท 4,050 บ. (ไม่รวมอาหารเช้า) ตั้งแต่วันนี้ – 31 ก.ค. 59

 

 

เช็กอิน ‘สามที่สุด’ นครพนม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 กรกฎาคม 2559 เวลา 10:36 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/440819

เช็กอิน ‘สามที่สุด’ นครพนม

โดย…กาญจน์ อายุ

นครพนมออกสโลแกน “มานครพนม ชมสามที่สุด เพื่อสุขที่สุด” ตามแนวคิดการท่องเที่ยวด้วยตัวเลข อย่างปีนี้มาในธีมสามที่สุด ประกอบด้วย พระธาตุพนม ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด สะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 สวยที่สุด และทิวทัศน์ริมฝั่งโขงงามที่สุด ซึ่งว่ากันว่าถ้าเก็บครบ 3 จุด คุณจะกลายเป็นคนที่มีความ “สุขที่สุด” ในนครพนม

ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เป็นพระธาตุประจำปีวอกและประจำวันอาทิตย์ ถือเป็นพระธาตุหลักของพระธาตุบริวารประจำวันเกิดต่างๆ ซึ่งปีที่ผ่านมาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดโครงการสักการะพระธาตุประจำวันเกิด ประสบความสำเร็จด้านการท่องเที่ยวมาก

ชาวนครพนมตักบาตรหน้าวัดมหาธาตุ

 

เท้าความกลับไปเมื่อปี 2518 พระธาตุพนมถูกฟ้าผ่าพังทลาย จากนั้นได้บูรณะขึ้นใหม่ ภายในองค์พระธาตุพนมบรรจุพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) และส่วนยอดขององค์พระธาตุประดับฉัตรทองคำ เชื่อว่าผู้ที่สักการะจะได้รับอานิสงส์มีบุญบารมีและมีคนเคารพนับถือ

วัดพระธาตุเรณู อ.เรณูนคร ประจำวันจันทร์ เชื่อว่าผู้ที่สักการะจะมีรูปงามผ่องใส วัดพระธาตุศรีคูณ อ.นาแก ประจำวันอังคาร เชื่อกันว่าคนที่เกิดวันอังคารเป็นคนที่มีเสน่ห์ ผู้ที่ได้กราบไหว้จะประสบแต่ชัยชนะ เป็นนักประสานสิบทิศ โอภาปราศรัยดี ค้าขายคล่อง พูดจามีคนเชื่อถือ วัดพระธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก ประจำวันพุธ เชื่อว่ามีอานิสงส์ให้ชีวิตประสบชัยชนะ วัดพระธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า ประจำวันพฤหัสบดี บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตสารีริกธาตุครบ 7 องค์ ผู้ที่ได้สักการะจะส่งผลให้การปฏิบัติงานสัมฤทธิผล วัดพระธาตุอุเทน อ.ท่าอุเทน ประจำวันศุกร์ เชื่อกันว่าผู้ที่เกิดวันนี้เป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ รักอิสระ รักสวยรักงาม ผู้ที่สักการะจะได้รับอานิสงส์ให้ชีวิตมีความรุ่งโรจน์เสมือนพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ (อุเทน แปลว่า พระอาทิตย์) และวัดมหาธาตุ ริมฝั่งโขง อ.เมือง ประจำวันเสาร์ ภายในบรรจุพระอรหันตธาตุ เชื่อว่าผู้สักการะจะได้รับอานิสงส์ให้มีบุญวาสนาเป็นเจ้าคนนายคน

เณรออกบิณฑบาตขณะพระอาทิตย์ขึ้นริมโขง

 

ปีนี้ทางจังหวัดได้กำหนดให้พระธาตุพนมเป็นไฮไลต์ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ที่สุด และเพิ่มความพิเศษด้วยพิธีรำบูชาองค์พระธาตุทุกวันเสาร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน โดยแต่ละ อบต. จะเป็นแม่งานหมุนเวียนกันไป จัดงานตามกำลังซึ่งแต่ละครั้งเหมือนกับว่ายกกันมาทั้งตำบล ไม่ว่าจะแสง สี เสียงชุดใหญ่ ขบวนนางรำกว่าร้อยชีวิตที่ต้องใช้คำว่าแย่งกันมารำบูชาองค์พระธาตุ

พิธีรำบูชาองค์พระธาตุจัดขึ้นหน้าประตูทางเข้าวัด เปิดให้ทุกคนชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากชาวนครพนมจะมีส่วนร่วมแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้ร่วมชมวัฒนธรรมท้องถิ่น ได้สักการะพระธาตุพนมในเวลาองค์พระธาตุกำลังเปลี่ยนสีทองและเปล่งแสงเรืองรองท่ามกลางโลกสีครามยามโพล้เพล้

พุทธศาสนิกชนสวดมนต์พร้อมกันเนื่องในวันบูชาพระธาตุ

 

สวยที่สุด

ผู้ว่าฯ สมชาย วิทย์ดำรงค์ นิยามคำว่าสวยและงามต่างกัน ท่านกล่าวว่า ความสวยคือสิ่งที่ประดิษฐ์หรือสร้างขึ้น แต่ความงามคือสิ่งที่เป็นธรรมชาติของสิ่งนั้น จุดที่สวยที่สุดในจังหวัดจึงตกเป็นของสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ที่เชื่อมระหว่างนครพนมกับแขวงคำม่วน (สปป.ลาว)

ถ้าเปรียบเป็นนางงามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ก็คงจะชนะช่วงตอบคำถาม ด้วยความหมายและความสำคัญของหนทางที่ไม่ได้เป็นแค่สะพาน แต่เป็นตัวกลางเชื่อมการค้าระหว่างประเทศ จากไทยสู่ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ โดยทางหลวงหมายเลข 13 เชื่อมต่อกับแขวงบริคำไชย นครหลวงเวียงจันทน์ แขวงสะหวันนะเขต แขวงสาละวัน แขวงจำปาสัก ใน สปป. ลาว และทางหลวงหมายเลข 12 เชื่อมต่อจากคำม่วนไปยังจังหวัดห่าติ๋ญ ฮานอย และกว๋างบิ่ญ ในเวียดนาม

จุดธูปบูชาพระธาตุท่าอุเทน

 

สะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ทำให้แขวงคำม่วนกลายเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ ขนาดที่รัฐบาลลาวได้ประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจจำเพาะท่าแขกและเขตศรษฐกิจจำเพาะภูเขียวเพื่อส่งเสริมการลงทุน ในด้านการท่องเที่ยว ไทยไม่ได้รับเพียงประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและเวียดนามเท่านั้น แต่ยังหมายถึงชาวจีนที่สามารถโรดทริปข้ามประเทศมาได้สบายและกำลังบูมอยู่ในขณะนี้

สำหรับตำแหน่งสวยที่สุดที่ได้มานั้น ทำให้สะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งมีทั้งร้านอาหาร ร้านค้า จุดถ่ายภาพ แลนด์มาร์คคำว่า สุขที่สุด @ นครพนม และเป็นจุดชมแม่น้ำโขงที่สวยงามเพราะไม่มีชุมชน ไม่พลุกพล่าน ทำให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศได้เต็มที่

พานดอกไม้ไหว้พระธาตุ

 

งามที่สุด

แม่น้ำโขงไม่ได้เป็นแค่เส้นเลือดใหญ่ แต่ยังเป็นสายใยเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-ลาวฉันพี่น้อง ทำให้ชีวิตคนสองฝั่งผสมกลมกลืนจนแยกไม่ออกว่าคนไหนเขาคนไหนเรา

ทิวทัศน์ริมฝั่งโขงถูกกำหนดให้งามที่สุดในนครพนม ข้อนี้ไม่น่ามีใครครหาเพราะทิวทัศน์ของแม่น้ำและภูเขาฝั่ง สปป.ลาว เป็นภาพที่งามโดยไม่ต้องปรุงแต่งใดๆ จุดชมวิวมุมสูงมีให้บริการอยู่ที่แลนด์มาร์คพญานาค (กำลังก่อสร้าง) ด้านบนเป็นดาดฟ้าให้รับลมชมวิวแม่น้ำโขงได้เกือบ 360 องศา โดยฝั่งนครพนมจะเห็นเลนจักรยานสีเขียวเลียบแม่น้ำ วัดมหาธาตุ และชุมชน คนเก่าแก่ละแวกนั้นเล่าให้ฟัง แต่ก่อนบ้านเรือนริมน้ำจะเป็นเรือนแถวไม้เหมือนเชียงคาน แต่ตอนนี้กลายเป็นตึกแถวตึกปูนเกือบทั้งหมด ทว่าสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือแม่น้ำโขงและทิวภูเขาฝั่งตรงข้ามที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาตลอดชีวิต ส่วนอีกฝั่งเป็นธรรมชาติของฝั่งลาวที่ยังเห็นป่าครึ้มเกือบไม่มีที่ว่างให้ตึกรามบ้านช่องเหมือนฝั่งไทย

เด็กๆ ไหว้พระธาตุศรีคูณพระธาตุประจำวันอังคาร

 

อย่างไรก็ตาม คนนครพนมก็ยังคงรักษาวิถีชีวิตบางอย่างไว้ อย่างทุกเช้าชาวบ้านจะเตรียมข้าวเหนียวใส่กระติ๊บมารอตักบาตรที่เส้นริมโขง พอรุ่งสางพระสงฆ์กว่า 20 รูป จะเดินมารับบิณฑบาตเป็นแนวแถวยาว ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ดวงอาทิตย์จะไต่ระดับโผล่ขึ้นมาจากฝั่งลาว

ช่วงเวลานั้นอยากจะยกให้เป็นความสงบที่สุด เพราะแม้ทุกอย่างจะเคลื่อนไหวทั้งคน ฝูงนก สายลม หรือแม้แต่ดวงอาทิตย์ แต่กลับไม่มีสุรเสียงอื่นใดนอกจากเสียงธรรมชาติและบทให้พรจากพระสงฆ์ นั่นทำให้ตระหนักว่าสุดท้ายแล้วความเป็นที่สุดไม่หยุดแค่เลขสาม ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด สวยที่สุด และงามที่สุด คงเป็นเพียงกุศโลบาย เพื่อให้เกิดความรู้สึกต่างๆ นานา ทั้งสุขที่สุด รักที่สุด ประทับใจที่สุด และความรู้สึกอะไรก็แล้วแต่ที่มันเอ่อท่วมท้นจนอยากยกให้เป็น “ที่สุด” แม้ในช่วงขณะหนึ่งก็ตาม

จุดชมวิวแม่น้ำโขงและฝั่ง สปป.ลาว

 

รำบูชาพระธาตุพนม

 

ยายโชว์การแสดงพื้นบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว

 

จุดถ่ายภาพในโครงการสุขที่สุด@นครพนม

 

สวยที่สุด สะพานมิตรไทย-ลาว แห่งที่ 3

 

พระธาตุเรณู

 

เที่ยวสนุกสุดคุ้ม! แพคเก็จห้องพักดี๊ดีที่ Santorini Park ‘Stay’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 มิถุนายน 2559 เวลา 17:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/440566

เที่ยวสนุกสุดคุ้ม! แพคเก็จห้องพักดี๊ดีที่ Santorini Park 'Stay'

พบกับแพคเก็จห้องพักสุดชิค เข้าสวนน้ำ Santorini Park ได้ทุกวัน ที่งานไทยเที่ยวไทยวันนี้-3 ก.ค.นี้

วันนี้เงินเดือนออกแล้ว…. มีข่าวดีมาบอกคนชอบเที่ยวแบบสุดคุ้ม

“โปรโมชั่นแพคเก็จห้องพักดี๊..ดี ได้พักในห้องสุด Chic แล้วยังสามารถเข้าสวนน้ำสุดมันส์ สุดพีค แบบเล่นได้ทุกวัน..ให้คุณได้ Play ‘n Stay แบบไม่ซ้ำใคร!
พบกับ Santorini Park ‘Stay’ @ชะอำ แบบใกล้ชิดได้ในวันนี้ – 3 กรกฎาคม 2559 ที่งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 39 ณ ไบเทค บางนา #บูทหมายเลข I16-I17 นะคะ :)”

พัก เที่ยว เพลิน พีค ครบในที่เดียว – Play and Stay

จะดีแค่ไหนถ้ามีสักค่ำคืนที่คุณจะได้แหงนหน้านอนนับดาว ท่ามกลางสถาปัตยกรรมสีฟ้าขาวเจิดจ้า ของเกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ โดยมีม้าหมุนที่งดงามราวกับหลุดมาจากเทพนิยายเป็นฉากหลัง ก่อนที่จะผลอยหลับไปบนเตียงสองชั้นนุ่มๆ ในห้องพักที่ตกแต่งในสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนสุดเก๋ เพราะเหนื่อยอ่อนจากความสนุกสนานสุดมันส์ไปกับสวนน้ำขนาดยักษ์เมื่อช่วงเย็น ที่มอบประสบการณ์สุดแสนประทับใจจนคุณต้องเก็บไปนอนฝัน โดยหวังว่าจะตื่นมาพบกับความพิเศษสำหรับวันพักผ่อน ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเพียงฝันกลางวันที่เกินเอื้อมถึง แต่คุณสามารถแวะมาสัมผัสด้วยตัวเองได้ที่ ซานโตรินี พาร์ค ‘สเตย์’

 

ล่าสุดซานโตรินี พาร์คยังจะมอบประสบการณ์การพักผ่อนแสนพิเศษให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัวด้วยซานโตรินี พาร์ค ‘สเตย์’ ที่พักบูทีค เบด แอนด์ เบรคฟาสต์ ในสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน จำนวน 34 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องจะรอต้อนรับผู้เข้าพักด้วยบรรยากาศแสนอบอุ่น และไม่เหมือนใคร อาทิเช่น หมอนลายขวางแสนน่ารัก เตียงสองชั้นที่ดูขี้เล่นแต่นอนสบาย บีนแบ็กที่สามารถทิ้งตัวลงไปได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการตกแต่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจอย่างแท้จริง

 

นอกเหนือไปจากบรรยากาศแสนอบอุ่นภายในห้องพักแล้ว ซานโตรินี พาร์ค ‘สเตย์’ ยังตระเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้รอต้อนรับทุกคนในยามเช้าด้วยบริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารหลายสไตล์ ‘The Breakfast Bar’ ซึ่งสามารถเลือกได้ตามใจชอบว่าอยากจะเติมพลังรับอรุณด้วยอาหารเช้าเมนูไหน

ที่สำคัญผู้เข้าพักยังสามารถใช้บริการสวนสนุก (Santorini Park) และสวนน้ำ (Santorini Park Waterventures) ที่เพิ่งเปิดตัวโซนใหม่ โดยได้เพิ่ม 3สุดยอดเครื่องเล่นสุดมันส์ สุดพีค ชนิด จัดหนัก จัดเต็ม พีคแล้วพีคขึ้นไปอีก คือTornado, Crazy River และ Stingray Curved Surf ได้อีกด้วย ทำให้ซานโตรินี พาร์ค ‘สเตย์’ เป็นโรงแรมที่จะมอบประสบการณ์ครบทุกความต้องการในที่เดียว ทั้งพักผ่อน ท่องเที่ยว และความสนุกสนานเต็มพิกัด เพื่อเติมเต็มความสุขในวันพักผ่อนของทุกคน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/santoriniparkstay

 

หอมละมุน ที่พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 มิถุนายน 2559 เวลา 09:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/439549

หอมละมุน ที่พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้

โดย…ลาริมาร์ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์-สุนันท์ ล้อสมทรัพย์

เมื่อเอ่ยชื่อ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ (The Museum of Floral Culture) หลายคนอาจคิดว่าเป็นที่จัดแสดงดอกไม้นานาชนิด มาเพื่อเก็บภาพแชะสองแชะแล้วก็กลับบ้าน แต่แท้จริงแล้วสถานที่แห่งนี้ต้องการสร้างความตราตรึงและความละเอียดอ่อนมากกว่าการมาถ่ายรูปแล้วก็กลับบ้าน

พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจของสกุล อินทกุล เพื่อรวบรวมความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมดอกไม้ และเป็นสถานที่จัดแสดงดอกไม้ในแง่มุมที่หลากหลายของไทยและต่างประเทศผ่านหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับดอกไม้จากอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยใช้บ้านไม้สักเก่าสไตล์โคโลเนียลอายุกว่าร้อยปี สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 ในซอยองครักษ์ 13 ถนนสามเสน ซอย 28 เป็นแหล่งรวบรวม เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อ 12 ส.ค. 2555 นับเป็นพิพิธภัณฑ์ที่คนรักดอกไม้ควรหาเวลาไปแวะชม

พื้นที่ทั้งหมดของพิพิธภัณฑ์ดอกไม้ แบ่งออกเป็น 3 พื้นที่หลัก เริ่มจากความร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่น้อยใหญ่นอกบ้านที่ได้รับกาดูแลรักษา และจัดแต่งอย่างดี มีทางเดินด้านข้างนำไปสู่หลังบ้าน ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ในบางโอกาสใช้สำหรับจัดนิทรรศการกลางแจ้ง ด้านหลังมีศาลาไทยสำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการสอนจัดดอกไม้ซึ่งจัดเป็นประจำทุกเดือน

ด้านหน้าบ้านจัดไว้อย่างเป็นระเบียบตกแต่งด้วยดอกไม้สีสดสวยไว้สำหรับต้อนรับผู้มาเยือน ระเบียงของบ้านจัดให้เป็นที่นั่งจิบชาในบรรยากาศสบายๆ ซึ่งชาที่เตรียมไว้เป็นชาดอกไม้ เช่น ชากุหลาบ ชาหอมหมื่นลี้ ชาเขียวมะลิ เป็นต้น เมื่อเข้าสู่ส่วนของการนำชมภายในพิพิธภัณฑ์ โดยมีการจัดให้เข้าชมเป็นรอบ แต่ละรอบใช้เวลา 45 นาที โดยมีผู้บรรยายนำชมภายในอาคารและบริเวณสวน ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่นำชมในห้องต่างๆ ทางพิพิธภัณฑ์ขอความร่วมมือห้ามถ่ายภาพ

 

การจัดแสดงแบ่งออกเป็น 7 ห้อง ห้องที่หนึ่งคือ หอภาพดุสิต จัดแสดงภาพถ่ายที่สืบค้นมาจากหอสมุดแห่งชาติ เป็นภาพงานดอกไม้ไทยโบราณ อาทิ เครื่องแขวน พานพุ่ม พวงระย้า ตาข่ายดอกไม้ มาลัยเถา กรวยอุปัชฌาย์ ห้องที่สองชื่อ โลกแห่งวัฒนธรรมดอกไม้ มีแผนที่โลกแสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมดอกไม้ปรากฏอยู่ที่ใดบ้าง มีตำราการจัดดอกไม้เก่าแก่ของญี่ปุ่น ตำราลับแห่งการจัดดอกไม้แบบโชกะของอิเคโนโบะ หนังสือม้วนโบราณอายุราวปี ค.ศ. 1756 ซึ่งเทียบความเก่าแก่เท่ากับในรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ นอกจากนี้ ห้องนี้ยังรวมภาพถ่ายเกี่ยวกับวัฒนธรรมดอกไม้ประเทศต่างๆ เช่น อินเดีย บาหลี เมียนมา ลาว เนปาล ทิเบต ฮาวาย อียิปต์ กรีซ อังกฤษ และฝรั่งเศส เป็นต้น

 

ถัดมาเป็นห้องที่สามในชื่ออุโบสถดอกไม้ จัดแสดงเกี่ยวกับประเพณีการแห่ต้นดอกไม้ของ ต.แสงภา อ.นาแห้ว จ.เลย ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ยาวนานกว่า 400 ปี ห้องที่สี่ และห้องที่ห้า เรียกว่าหอมรดกวัฒนธรรมดอกไม้ จัดแสดงการจัดดอกไม้แบบไทยๆ เช่น งานใบตอง มาลัย บายศรี การตกแต่งขันหมากในงานแต่งงาน ตลอดจนพานพุ่มดอกไม้

 

ครบถ้วนห้องด้านล่างของบ้านแล้ว ก็ขึ้นบันไดไปยังชั้นสองซึ่งเป็นห้องจัดแสดงลำดับที่หก ชื่อว่า ปากกา ดินสอ ความเป็นไปได้ เป็นห้องที่รวบรวมภาพร่างผลงานการจัดดอกไม้ของผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบประยุกต์ ร่วมสมัย และแบบไทยแท้ แต่ที่โดดเด่นเป็นไฮไลต์ก็เห็นจะเป็นตัวอย่างการจัดดอกไม้ในงานพระราชทานเลี้ยงในพระบรมมหาราชวัง ในงานเฉลิมฉลองครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2549 ซึ่งมีตัวแทนจากราชวงศ์ทั่วโลกเข้าร่วมด้วย

 

ปิดท้ายการเข้าชมนิทรรศการที่ ห้องที่เจ็ด เป็นห้องนิทรรศการหมุนเวียน ซึ่งพิพิธภัณฑ์จะจัดแสดงเรื่องราวที่น่าสนใจตามความเหมาะสมและตามวาระโอกาส ใครอยากลองไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมดอกไม้ หรืออยากเข้าร่วมเวิร์กช็อปสอนจัดดอกไม้ที่พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ (The Museum of Floral Culture) ก็ติดต่อไปที่ 315 ซอยองครักษ์ 13 ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ เปิดให้ชมทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) เวลา 10.00-18.00 น. บัตรเข้าชมราคา 150 บาท ข้อมูลเพิ่มเติมโทร.02-669-3633 หรือเฟซบุ๊ก : facebook.com/TheMuseumofFloralCulture

 

มานะไทย สุรินทร์ ภูเก็ต เสน่ห์ไทยสมัยนิยม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 มิถุนายน 2559 เวลา 09:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/439486

มานะไทย สุรินทร์ ภูเก็ต เสน่ห์ไทยสมัยนิยม

โดย…นิทรา ราตรี

ความเป็นไทยถูกดีไซน์ใหม่ที่ มานะไทยสุรินทร์ ภูเก็ต บูติกโฮเต็ลขนาดกลางบนหาดสุรินทร์ เกาะภูเก็ต โดดเด่นเรื่องการประยุกต์ความเป็นไทยให้ดูทันสมัยสมดั่งชื่อ มานะไทย ที่พยายามสอดแทรกความเป็นท้องถิ่นเข้าไปในทุกองค์ประกอบ

เริ่มที่ล็อบบี้แบบไทยร่วมสมัย หลังคาสูงโปร่ง ผนังทำด้วยไม้ฝาบ้านแบบเรือนไทย โซฟาถูกดีไซน์ขึ้นมาใหม่โดยได้รับแรงบันดาลใจจากกรงนกกีฬาพื้นบ้าน และองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนความเป็นท้องถิ่นได้ดีที่สุดคือ พนักงาน ภาษาไทยสำเนียงใต้และรอยยิ้มละไมเป็นสิ่งที่ทำให้เข้าถึงเนื้อแท้ของคนไทยปักต์ใต้ได้ดีที่สุด

 

โรงแรมมี 66 ห้อง 6 ประเภท ได้แก่ ดีลักซ์ ห้องเริ่มต้นที่ขนาด 25 ตร.ม. ดีลักซ์ริมสระน้ำ สามารถลงเล่นน้ำได้เพียงไม่กี่ก้าวจากห้องพัก ห้องสุรินทร์ มีสระว่ายน้ำส่วนตัวห้องครอบครัว ภายในได้แบ่งพื้นที่ของเด็กๆ และพ่อแม่เป็นสัดส่วน และห้องแบบสองชั้น (Duplex Suite) ขนาดใหญ่ที่สุด 70 ตร.ม. แบ่งห้องนั่งเล่นและห้องนอนแยกจากกัน รวมถึงมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางประหนึ่งบ้านตากอากาศส่วนตัว โดยทุกห้องเป็นโทนสีขาวตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์ไทยประยุกต์ ใช้เทคโนโลยีทันสมัย และมีกระจกบานใหญ่เปิดเข้าหาท้องทะเล

นอกจากนี้ ห้องอาหารยังคงคอนเซ็ปต์ด้วยเมนูอาหารไทยภายในห้องอาหาร ผัดไทย ซึ่งเป็นห้องอาหารซิกเนเจอร์ของมานะไทยกรุ๊ป เสิร์ฟผัดไทยนานาชนิด และอาหารไทยรสชาติดั้งเดิม ซึ่งทุกเช้าจะเสิร์ฟขนมจีนน้ำยาบ๊ะกุ๊ดเต๋ และไข่เจียวผักบุ้ง สมกับเป็นมื้อเช้าของคนไทย

 

องค์ประกอบอื่นๆ ได้แก่ สระว่ายน้ำ2 สระ พูลบาร์ ฟิตเนส สปา คิดส์คลับ ห้องสมุด กิจกรรมชายหาด และห้องประชุมขนาด 12 คน รวมถึงบริการจัดงานแต่งงานแบบเทรเลอร์เมด

หาดสุรินทร์ขึ้นชื่อว่าอยู่ใจกลางเมือง ใกล้แหล่งช็อปปิ้ง ทว่ายังมีชายหาดที่สวยงามแอบซ่อนอยู่ เช่นเดียวกับลักษณะของโรงแรมที่แม้ว่าจะรายล้อมด้วยสถานบันเทิงและแสงสีของเมืองท่องเที่ยว แต่ภายในโรงแรมยังคงเงียบสงบเสมือนเป็นอีกโลกส่วนตัว

 

Price : ดีลักซ์ 1,830 บาท ห้องสุรินทร์ 2,884 บาท ห้องครอบครัว 3,390 บาท ห้องพักสองชั้น 4,255 บาท

Place : ตั้งอยู่บนหาดสุรินทร์ เกาะภูเก็ต ห่างจากสนามบินภูเก็ต 30 นาที โทร. 02-658-5865 เว็บไซต์www.manathai.com/ phuket

Promotion : แพ็กเกจไทยเรสสิเด้นท์ เฉพาะคนไทยและชาวต่างชาติ ที่มีถิ่นพำนักในไทย ราคาเริ่มต้น 4,300 บาท สำหรับการเข้าพัก 3 วัน 2 คืน พร้อมอาหารเช้า รถรับส่งสนามบิน ส่วนลดอาหารและเครื่องดื่ม 20% และเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีพัก กับครอบครัวฟรี ตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 2559

 

 

ไปดูลิงที่เกาะเกล็ดแก้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 มิถุนายน 2559 เวลา 09:36 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/439484

ไปดูลิงที่เกาะเกล็ดแก้ว

โดย…เสกสรร โรจนเมธากุล

กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักเที่ยว เมื่อบนเกาะเป็ด หรือเกาะเกล็ดแก้ว เกาะเล็กๆ ในอ่าวพื้นที่โรงเรียนชุมพลทหารเรือ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีลิงแสมนับพันตัวอาศัยอยู่ ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวต่างชาติได้เหมาเรือเร็วจากเมืองพัทยา รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วไปมาให้อาหารลิงแสมกันเป็นจำนวนมาก ทั้งผลไม้ รวมถึงน้ำอัดลมและชา จนทำให้ลิงส่วนหนึ่งสามารถเปิดขวดน้ำได้เอง และเกิดการจดจำเมื่อเห็นเรือมายังเกาะ ลิงจะกรูกันมายืนออที่ริมหาดหรือว่ายน้ำเข้าหาเรือ แถมยังปีนป่ายไปบนตัวนักท่องเที่ยวเพื่อขออาหาร ทำให้เป็นที่สนุกสนานในการถ่ายภาพ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมและเพื่อนอีกสองคนได้ไปเที่ยวที่เกาะแห่งนี้ โดยที่เราไม่ได้นำอาหารใดๆ ไปเลย ลิงจำนวนหนึ่งได้กระโดดขึ้นมาเกาะบนตัวของเรา พยายามเปิดกระเป๋าสัมภาระ ซึ่งทำให้เราเข้าใจว่า มันคงเคยชินที่มีคนนำอาหารมาให้ ตลอดเวลากว่าครึ่งชั่วโมงที่เราอยู่บนเกาะ ลิงแทบจะไม่ผละจากเราเลย จนเจ้าหน้าที่ทหารเรือนำขวดน้ำไปป้อนให้ ลิงบางส่วนจึงเบนความสนใจไปจากเราได้บ้าง โดยทางทหารเรือนั้นยังมีภารกิจช่วยดูแลอนุรักษ์ลิงแสม ดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และจัดให้เกาะนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แต่อยากจะฝากไว้สักหน่อยว่า ถ้าจะไปดูลิงที่เกาะนี้ อย่าไปมือเปล่าก็แล้วกันนะครับ

 

 

แหล่งรวม ‘เทพ’ ราชประสงค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 มิถุนายน 2559 เวลา 11:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/438304

แหล่งรวม 'เทพ' ราชประสงค์

โดย…กาญจนา อายุ วัฒน์ธนชัย ภาพ : คลังภาพโพสต์ทูเดย์, สุนันทา หามนตรี

หลายครั้งที่คุณเดินผ่านย่านราชประสงค์โดยที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังผ่าน 7 เทพ ทั้งเซ็นทรัลเวิลด์ บิ๊กซี เกษร พลาซ่า อัมรินทร์ พลาซ่า ซึ่งสามารถวาดเป็นเส้นทางศักดิ์สิทธิ์สถิต 7 เทพ จำนวน 7 จุด อย่างที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดโครงการ Walking Bangkok โดยเริ่มเดินจากเซ็นทรัลเวิลด์ไปจบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามรอยแหล่งรวมเทพราชประสงค์

ธานัท ภุมรัช นักประชาสัมพันธ์ กองการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ได้ให้ข้อมูลทั้ง 7 จุด ปักหมุดแรกที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ (จุดที่ 1) ด้านหน้าห้างเป็นที่ประดิษฐานเทพ 2 องค์ คือ พระตรีมูรติและพระพิฆเนศ เขาเล่าว่า บริเวณนั้นเคยเป็นวังเพชรบูรณ์เก่าตั้งแต่สมัยปี 2500 ซึ่งพระตรีมูรติประดิษฐานอยู่แล้วตั้งแต่ตอนนั้น ผ่านสงครามมหาเอเชียบูรพาและเหตุการณ์ต่างๆ มาเกือบ 60 ปี มีความเชื่อว่า พระตรีมูรติจะป้องกันไม่ให้โลกเกิดไปบรรลัยกัลป์ และเป็นเทพแห่งความรักที่คนมักไปขอพรด้วยดอกกุหลาบสีแดง องค์ที่อยู่เคียงกันคือ พระพิฆเนศ เทพแห่งความสำเร็จ เทพแห่งปัญญา คนมักไปขอพรให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและการเรียน

จุดที่ 2 พระแม่อุมาเทวีหน้าห้างบิ๊กซี

 

จากนั้นเดินข้ามสะพานไปฝั่งบิ๊กซี (จุดที่ 2) ที่ด้านหน้าห้างเป็นที่ประดิษฐานพระแม่อุมาเทวี พระชายาของพระศิวะ ทางฮินดูเชื่อว่า เป็นเทพที่ให้กำลังสนับสนุนเพศชายดังที่สนับสนุนพระศิวะมาตลอด และเป็นปางประทานพรเพื่อให้พรแก่ผู้มาขอดังที่เคยให้แก่เทวดา มนุษย์ และพญามาร เดินตรงไปทางเกษร พลาซ่า (จุดที่ 3) บนชั้น 3 เป็นที่ประดิษฐานพระแม่รัศมี เทพธิดาแห่งน้ำและชายาของพระนารายณ์ มีบทบาทสำคัญในการดูแลปรนนิบัติพระนารายณ์เป็นอย่างดี อย่างบนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ผู้หญิงที่บีบนวดพระนารายณ์อยู่นั้นก็คือพระรัศมีนั่นเอง เชื่อว่าจะให้ความอุดมสมบูรณ์ ทำการค้าราบรื่น ไหว้ด้วยดอกบัวหรือดอกดาวเรืองก็ได้

จุดที่ 3 พระแม่รัศมีบนเกษร พลาซ่า

 

เดินเรื่อยไปตามถนนสุขุมวิทไปหยุดที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ (จุดที่ 4) ด้านหน้ามีรูปปั้นนารายณ์ทรงครุฑ พิเศษตรงที่เป็นศิลปะแบบขอม มีเทริดมงกุฎแบบกษัตริย์ขอม คนส่วนใหญ่ไปขอพรให้มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัย เพราะพระนารายณ์เป็นผู้ดูแลทุกข์สุขของราษฎรเป็นอย่างดี หลังจากนั้นเดินข้ามสะพายลอยไปฝั่งอัมรินทร์ พลาซ่า (จุดที่ 5) เป็นที่ประดิษฐานของท้าวสักกเทวราช หรือพระอินทร์ ผู้มีอำนาจดูแลหมู่มวลมนุษย์ มีฤทธิ์มาก มีตรีศูลเป็นอาวุธ และมีดวงตาทั่วร่างกว่าพันดวง คนส่วนใหญ่จะไปขอพรด้านการเลื่อนตำแหน่งและการทำงานราชการ

จุดที่ 4 พระนารายณ์ทรงครุฑหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนฯ

 

ห่างออกไปไม่กี่ก้าวหน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ (จุดที่ 6) เป็นที่ตั้งศาลพระพรหมเอราวัณ สร้างโดยช่างกรมศิลป์ เก่าแก่เป็นอันดับสองรองจากพระตรีมูรติ พระพรหมมี 4 พักตร์ แต่ละพักตร์ให้พรต่างกัน เช่น ด้านที่ถือลูกประคำให้พรเกี่ยวกับการมีสมาธิ และด้านที่ถือพระคัมภีร์ให้พรเกี่ยวกับการศึกษา ทั้งนี้ภาพรวมของพระพรหมจะเป็นผู้สร้าง ดังนั้นผู้ที่เพิ่งเปิดกิจการมักจะมาขอพรให้ค้าขายรุ่งเรือง

จุดที่ 5 พระสักกเทวราชหน้าอัมรินทร์ พลาซ่า

 

จุดสุดท้ายให้ข้ามถนนไปยังฝั่งโรงพยาบาลตำรวจ แล้วเดินตรงไปเข้าประตูสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จุดที่ 7) เป็นที่ประดิษฐานพระนารายณ์ทรงประทับอยู่บนเกษียรสมุทร (อยู่ถัดจากอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 4 เข้าไป) เชื่อว่าจะรักษาดูแลและให้ความสงบร่มเย็น ดังที่เป็นเทพแห่งการดูแลรักษามวลมนุษย์ นอกจากนี้การจุดธูปไหว้เทพฮินดูจะจุดธูปกี่ดอกก็ได้แต่ขอเป็นเลขคี่ เช่น สาม ห้า เจ็ด หรือเก้า แต่ด้วยคนไทยมองว่าเลขเก้าเป็นเลขมงคลจึงมักไหว้ด้วยธูปเก้าดอก

จุดที่ 6 ศาลพระพรหมหน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ

 

ธานัท ยังกล่าวด้วยว่า เทพแต่ละองค์ในแต่ละแห่งจะไม่หันหน้าประชันกัน เพื่อไม่ให้เทพสู้กัน แต่จะเกื้อกูลส่งเสริมให้ย่านการค้าย่านราชประสงค์รุ่งเรือง ส่วนคนทั่วไปสามารถเดินทางไปไหว้ตามจุดต่างๆ และไปขอพรตามความเชื่อของเทพแต่ละองค์ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะครอบคลุมทุกความปรารถนา

จุดที่ 7 พระนารายณ์ประทับบนเกษียรสมุทรในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

ที่พักที่รัก ซัมแวร์ เกาะสีชัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 มิถุนายน 2559 เวลา 10:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/438183

ที่พักที่รัก ซัมแวร์ เกาะสีชัง

โดย…นิทรา ราตรี

สถานที่บางแห่งอาจธรรมดา แต่ทว่าเป็นซัมแวร์ของบางคน อย่างเกาะสีชัง จ.ชลบุรี ที่ถูกขนานนามว่า เกาะแห่งรัก ได้กลายเป็นสถานที่พิเศษของ คุณเล็ก-ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ กรรมการบริหารในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ และเป็นแรงบันดาลใจให้สร้าง ซัมแวร์ เกาะสีชัง (Somewhere Koh Sichang By Cape & kantary Hotels) ที่พักสำหรับใครก็ตามที่รักและอยากพักใจ

ซัมแวร์ เป็นรีสอร์ทขนาดเล็กจำนวน 20 ห้อง มี 2 รูปแบบ ห้องสแตนดาร์ด กว้าง 28 ตร.ม. มีทั้งชั้นล่างใกล้สระว่ายน้ำและชั้นบนเห็นวิวทะเล ส่วนห้องสตูดิโอ สวีท กว้าง 33 ตร.ม. พิเศษที่มีระเบียงกว้างสามารถทำอาหารบนเตาบาร์บีคิวและจัดปาร์ตี้เล็กๆ ได้เป็นส่วนตัว โดยทุกห้องจะมีชุดโซฟาให้เอกเขนก มีโต๊ะทำงาน มินิบาร์ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบ

 

พื้นที่รีสอร์ทมีเพียง 1.2 ไร่ แต่สามารถจัดองค์ประกอบได้ลงตัว ทั้งอาคารที่พัก สระว่ายน้ำขนาด 10 เมตร สระเด็ก 4 เมตร ห้องอาหาร และเดอะ เวอแรนดาห์ ที่สามารถปรับใช้เป็นห้องประชุมขนาด 40 คนได้พอดี ทั้งหมดดีไซน์คุมโทนฟ้า-ขาว ใช้เฟอร์นิเจอร์สีเอิร์ทโทน และตกแต่งสไตล์แคริบเบียน

นอกจากนี้ แผนในอนาคตจะมีจักรยานให้ใช้บริการ เพิ่มโปรแกรมเที่ยวเกาะไผ่โดยเรือพันวาปริ๊นเซส 2 และบริการเรือสปีดโบ๊ตจากศรีราชามายังเกาะสีชัง ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าเรือธรรมดาครึ่งหนึ่ง สำหรับเกาะสีชังมีสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่ง ทั้งพิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ รอยพระพุทธบาท และจุดชมพระอาทิตย์ตกช่องอิศริยาภรณ์

 

สถานที่บางแห่งดูธรรมดาแต่ย่อมมีความพิเศษ เพียงได้หยุด ได้เห็น และสัมผัสสิ่งที่เป็นก็จะได้ดื่มด่ำกับความพิเศษในความธรรมดา

Price: ห้องพักราคา 2,500 บ. พร้อมอาหารเช้า

Place: เกาะสีชัง อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กม. จ. ชลบุรี โทร. 0-2253-3791-7 ต่อ 123

Promotion: แพ็กเกจประชุมราคาเริ่มต้นคืนละ 1,530 บ. ในวันธรรมดา) และ 1,880 บ. ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 59 เยี่ยมชมเว็บไซต์ capekantaryhotels.com/meetingpackage