ปั่นแล้วปั๊มแสตมป์! เที่ยวไปถีบไป 4 จุด สนุกไม่มีสะดุดที่เมืองน่าน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/629978

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 มิ.ย. 2559 06:05

 

ช่วงนี้เขากำลังฮิตขึ้นไปปลูกป่ากันที่ จ.น่าน เพื่อแก้ปัญหาภูเขาหัวโล้นกันเยอะ ใครไปร่วมปลูกป่าก็ขอกดไลค์ให้รัวๆ เลยจ้า ว่าแต่…ไหนๆ ไปเมืองน่านแล้วก็ต้องแวะเที่ยวซะหน่อยเนอะ เข้าหน้าฝนพอดี อากาศเป็นใจแบบนี้ ห้ามพลาด!

วันนี้ ท่องเที่ยวไทยรัฐออนไลน์ ชวนคุณไปปั่นจักรยานในรูทเก๋ๆ ของเมืองน่าน โดยกิจกรรมนี้เขามีให้ล่าแต้ม เอ๊ย! ล่าแสตมป์ให้ครบ 4 จุด แล้วเอาไปแลกรับของที่ระลึกได้ด้วยนะเออ

ส่วนจะต้องปั่นเส้นทางไหน? มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง? ตามมาดู…

ปั่นเที่ยวกันจ้าาา…

จากสนามบินน่านนคร เราติดต่อรถเหมาให้มาส่งที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลเมืองน่าน เพราะเราจะเริ่มต้นเส้นทางเที่ยวไปถีบไป ณ เมืองน่าน กันที่นี่ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว บริการจักรยาน พร้อมสมุดคู่มือเส้นทางที่มีหน้าสะสมแสตมป์ เพื่อเอาไปแลกรับของที่ระลึก

ศูนย์บริการฯ เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. แนะนำให้ปั่นชิลๆ ช่วงเช้า แดดไม่ร้อน เราไปช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ฟ้าครึ้มๆ ไม่มีแดด ชิลสุดๆ

แชะภาพรัวๆ จ้า

1. วัดน้ำล้อม พระพุทธรูปไม้ 221 องค์

เราเริ่มออกเดินทาง ปั่นจักรยานไปที่ วัดน้ำล้อม ตั้งอยู่บนถนนวรนคร ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ความโดดเด่นของวัดแห่งนี้คือ มีพระวิหารทรงล้านนาโบราณ ที่ก่อสร้างหลังคาในรูปทรงแม่ไก่ฟักไข่ ภายในประดิษฐาน หลวงพ่อโต (พระพุทธรัตนมงคลมุนี) พระพุทธรูปขนาดใหญ่หน้าตักกว้าง 149 นิ้ว เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก คนน่านและนักท่องเที่ยวนิยมมาไหว้พระขอพร

อีกอย่างที่น่าสนใจคือ ที่นี่มี พิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปไม้เก่าแก่ เก็บรักษาไว้มากถึง 221 องค์ โดยองค์ที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุไม่ต่ำกว่า 280 ปีเลยทีเดียว เป็นโบราณวัตถุทางศาสนาที่เป็นเอกลักษณ์ พบได้เฉพาะที่เมืองน่านเท่านั้น พอชมเสร็จก็เข้าไปรับศีลรับพรจากเจ้าอาวาส พร้อมกับประทับตราแสตมป์เป็นจุดแรก

หลวงพ่อโต วัดน้ำล้อม เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์มากๆ

วัดน้ำล้อม

พระพุทธรูปไม้โบราณอายุ 280 ปี

มีทั้งพระพุทธรูปไม้ หีบโบราณ

ประทับตราจุดแรกแล้วจ้า

2. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จ.น่าน

ไหว้พระขอพร พร้อมเดินเที่ยวชมรอบๆ อยู่พักใหญ่ จากนั้นก็ออกเดินทางกันต่อโดยปั่นจักรยานกลับมาที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฯ ตามเส้นทางเดิม จากถนนวรนคร ตรงมาเจอสี่แยก เลี้ยวซ้ายเข้าถนนมหายศ จากนั้นเลี้ยวซ้ายอีกทีเข้าถนนวรวิชัย จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าไปอีกนิดก็ถึงแล้ว รวมระยะทางประมาณ 1.4 กม.

พอมาถึงก็เข้าไปปั๊มแสตมป์กับเจ้าหน้าที่เป็นจุดที่ 2 พร้อมถือโอกาสนั่งพักผ่อนให้หายเหนื่อย ที่นี่มีร้านกาแฟและร้านขายของที่ระลึกอยู่หลายร้าน บรรยากาศก็ร่มรื่น นั่งผ่อนคลายกล้ามเนื้อขาได้สบายๆ เลย

พักผ่อนที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเมืองน่าน

ร้านกาแฟน่านั่ง มีของที่ระลึกด้วย

ร้านชาเมืองน่าน

3. Mix Academic Cafe

พอหายเมื่อยขบ เราปั่นไปชิมเค้กอร่อยๆ กันที่ร้านกาแฟสุดฮิป แหล่งรวมตัวของนักปั่นจักรยานอย่างร้าน Mix Academic Cafe โดยจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฯ เราเลี้ยวซ้ายออกถนนสันติสุข ตรงไปเรื่อยๆ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนราษฎร์อำนวย ไปอีกนิดแล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยเปรมประชาราษฎร์ 2 ตรงไปเรื่อยๆ ก็ถึงร้านกาแฟ ระยะทาง 850 เมตร

ร้านนี้ตกแต่งร้านแนวลอฟท์ เท่ เก๋ ดูดีเป็นที่สุด หน้าร้านมีจักรยานไว้บริการให้ลูกค้าด้วย สำหรับเมนูเด็ดที่ห้ามพลาดก็คือ เค้กโรลรสชาติต่างๆ เช่น เค้กโรลชาเขียว เค้กโรลสตรอเบอร์รี่ พร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ อีกสารพัดเมนู จุดนี้ก็เข้าไปปั๊มแสตมป์กับเจ้าของร้านหนุ่มหล่อได้เลย

ร้านตกแต่งสไตล์ลอฟท์

ปั๊มแสตมป์กันต่อเนื่อง

หน้าร้านมิกซ์ คาเฟ่ มีบริการจักรยานด้วยนะ

เจ้าของร้าน ชวนให้มาปั่นเที่ยวที่น่านกันนะจ๊ะ

เค้กโรลหน้าตาดี อร่อยด้วย

เครื่องดื่มเก๋ๆ สูตรเฉพาะของร้านนี้

4. โฮงเจ้าฟองคำ (The Noble House)

จากร้านมิกซ์คาเฟ่ เราปั่นย้อนกลับออกมาทางเดิมเล็กน้อย แล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยสุมนเทวราช 2 เพื่อตรงไปยัง โฮงเจ้าฟองคำ ระยะทางประมาณ 450 เมตร

ที่นี่เป็นเรือนไม้ทรงเก่าแก่ อายุกว่า 200 ปี ที่ยังคงลักษณะสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี เมื่อก่อนเป็นคุ้มของเจ้าศรีบุญมา หลานของเจ้ามหาวงศ์ เจ้าผู้ครองนครน่าน ต่อมาลูกหลานของตระกูลได้พัฒนาให้ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องมือเครื่องใช้เก่าแก่ที่หาชมได้ยาก เช่น เครื่องเงิน เครื่องทองเหลืองแกะสลัก พระแสงดาบ

โฮงเจ้าฟองคำ

มีไกด์คอยให้คำบรรยายด้วย

ประทับตราจุดสุดท้ายจ้า…

เก็บสะสมของโบราณต่างๆ

ส่วนใต้ถุนบ้านก็มีการสาธิตการทอผ้าพื้นเมือง พร้อมมีผ้าลวดลายสวยๆ จำหน่ายให้นักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังรับสอนทำขนมไทย และอาหารพื้นเมืองชนิดต่างๆ อีกด้วย แล้วก็ไม่ลืมที่จะประทับตราเป็นจุดสุดท้ายกับเจ้าของบ้าน

จบทริปวันนี้แบบไม่เหนื่อยมาก เอาจริงๆ ก็ไม่ได้ปั่นจนปวดขาขนาดนั้นอะนะ สามารถปั่นเนิบเนิบ เที่ยวชมตามสองข้างทางได้เรื่อยๆ พอถึงจุดประทับตราแต่ละจุดก็ได้เที่ยวและนั่งพัก คลายเมื่อยไปในตัว สรุปว่าทริปนี้คุ้มค่าคุ้มเวลาจ้า! (ไว้คราวหน้ามาเที่ยวน่านกันอีกเนอะ)

แผนที่จากวัดน้ำล้อมกลับมายังฐานที่มั่น

ไปต่อกันที่มิกซ์คาเฟ่

ปั่นไปโฮงเจ้าฟองคำ

สู่ดินแดนแห่งฝันอันเวิ้งว้างกว้างไกลที่ทะเลทรายหมูยเน เวียดนาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/628286

โดย Advertorial 30 พ.ค. 2559 13:45

 

▲ หมูยเน พื้นที่แอ่งทะเลทรายอันเลื่องชื่อของเวียดนาม เป็นที่ตั้งของเมืองตากอากาศริมทะเลชื่อดังและเนินทรายหลากสีสันอันงดงาม พร้อมให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัสและเก็บภาพบรรยากาศอันน่าประทับใจ

ทะเลทรายหมูยเน (Mũi Né) ในอดีตเคยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวลับซึ่งเป็นที่รู้จักดีในหมู่นักเดินทางที่ต้องการไปตั้งแคมป์เพื่อรื่นรมย์กับความเงียบสงบและความงดงามของเนินทรายที่ลื่นไหลไปตามจังหวะของธรรมชาติ และสัมผัสกับชายหาดอันสงบงามที่น้อยคนนักจะล่วงรู้ แต่ปัจจุบันหมูยเนได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในฐานะแหล่งพักผ่อนชายทะเลชั้นนำ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม รีสอร์ต สวนพันธุ์ไม้ที่สวยงาม และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งยังเป็นศูนย์รวมกีฬาทางน้ำชั้นเยี่ยมของประเทศ โดยยังคงมีหมู่บ้านชาวประมงดั้งเดิมตั้งอยู่ในพื้นที่อย่างกลมกลืน

▲ เมืองหมูยเนมีการพัฒนาพื้นที่รอบๆ หมู่บ้านชาวประมงเดิม แต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งรวมโรงแรมและศูนย์กลางของกีฬาทางน้ำซึ่งมีชื่อเสียงในหมู่ผู้รักกีฬาและนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยเส้นทางเลียบหาดที่ทอดตัวยาวกว่า 10 กิโลเมตร

เมืองหมูยเน ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเวียดนามเลียบชายฝั่งทะเลจีนใต้ ภูมิประเทศมีความงดงามด้วยแนวต้นปาล์มเรียงรายริมชายหาดและมีกระแสลมพัดแรงสม่ำเสมอ (ในช่วงฤดูแล้งของเวียดนาม) ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเล่นวินด์เซิร์ฟ ไคท์เซิร์ฟ เรือใบ และกีฬาทางน้ำอื่นๆ ทั้งยังเป็นเมืองเพื่อการพักผ่อนชื่อดังสำหรับผู้ที่ต้องการหนีความวุ่นวายจากเมืองไซ่ง่อน โดยมีบริการโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ จึงนับเป็นเมืองตากอากาศที่สมบูรณ์แบบแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างเดินทางมาเยือน

ด้วยผังเมืองที่เรียบง่าย ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มีวันหลงทางในเมืองหมูยเน สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญจะตั้งอยู่บนถนนเส้นหลักของเมืองตามแนวชายฝั่งทะเล จึงง่ายต่อการเดินชมเมืองอย่างยิ่งเพราะผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับทุกสิ่งทุกอย่างบนเส้นทางเลียบหาดที่ทอดตัวยาวกว่า 10 กิโลเมตรของเมืองนี้ และเมื่อมองออกไปยังเส้นขอบฟ้าบนผืนน้ำสีคราม เราจะเห็นหมู่ไคท์บอร์ดจำนวนมากที่โลดแล่นท้าคลื่นอยู่กลางทะเลด้วยเป็นกีฬายอดนิยมของผู้ที่เดินทางมาเยือนเมืองหมูยเน โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคม – เมษายน ที่ลมพัดแรงเป็นพิเศษ ภายในตัวเมืองยังเต็มไปด้วยบรรยากาศที่หลากหลาย ทั้งมุมพักผ่อนสบายๆของนักเล่นเซิร์ฟบอร์ด ร้านค้าแบรนด์ดัง ร้านอาหารน่ารักๆ และร้านขายสินค้าแนวบูติกที่เก๋ไก๋เป็นจำนวนมาก

▲ เนินทรายสีขาวสะอาดตาภายใต้ท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ถือเป็นทัศนียภาพตามธรรมชาติที่สวยงามเลื่องชื่อของเมืองแห่งนี้

เนินทรายที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองหมูยเนมี 2 แห่ง ได้แก่ เนินทรายแดง (Red Sand Dunes) และเนินทรายขาว (White Sand Dunes) ซึ่งทั้งสองแห่งมีทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตาราวกับไม่ใช่สถานที่จริงบนโลกใบนี้ ทั้งยังใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงจากย่านใจกลางเมือง นับเป็นทั้งโลเกชั่นที่ดีเยี่ยมเพื่อการถ่ายภาพแนวศิลปะและการเดินทางพักผ่อนเพื่อสูดอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์และปลอดความชื้น โดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีครามอันกว้างใหญ่ที่ทอดยาวไกลไม่สิ้นสุด

เนินทรายขาว คือภูมิประเทศแบบทะเลทรายในฝันของหลายๆ คน ด้วยเนินทรายสีขาวสะอาดตาที่ทอดตัวเรียงรายจรดปลายฟ้า ชวนให้เรานึกถึงโลกยุคเก่าที่สะอาดหมดจดไร้สิ่งมีชีวิตใดๆ รวมถึงความสงบและความงดงามแห่งธรรมชาติที่แท้จริง แม้ในปัจจุบันจะมีธุรกิจรถเอทีวีเข้ามาให้บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกีฬาเอ็กซ์ตรีมเป็นจำนวนมาก หากเขตเนินทรายขาวแห่งนี้ยังมีความสงบอยู่มาก เพียงแค่คุณเดินทางลึกเข้าไปอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก็จะได้พบฉากแห่งธรรมชาติอันตระการตาสำหรับการเก็บภาพประทับใจที่หาได้ยากยิ่งบนโลกใบนี้

สำหรับเนินทรายแดงนั้นสามารถเดินทางไปได้ง่ายกว่า โดยใช้เวลาเพียง 20 นาทีจากย่านกลางเมือง อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินสำรวจได้ง่ายกว่าอีกด้วย เนื่องจากเนินทรายในบริเวณนี้มีความชันไม่มากนัก

อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวสำคัญที่พลาดไม่ได้ของเมืองหมูยเน คือ ลำธารแฟรี่สตรีม (Fairy Stream) ที่ถือเป็น “สวรรค์ของนักถ่ายภาพ” แห่งที่สองของเมือง นักเดินทางจะได้พบกับลำธารที่ทอดตัวอยู่ในหุบเขาเบื้องล่าง ขนาบข้างด้วยป่าไม้พุ่มสีเขียวชอุ่มและอีกด้านหนึ่งคือเนินทรายสูงสีแดงเข้ม ภูมิประเทศที่สวยงามอย่างเหลือเชื่อนี้ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้เดินทางมาเก็บภาพและเดินท่องไปตามลำน้ำที่งดงามแปลกตานี้ ราวกับการเดินทางสู่โลกแห่งเทพนิยายอันแสนมหัศจรรย์ของดินแดนตะวันออกกลางในโลกยุคโบราณเลยทีเดียว

วันนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังประเทศเวียดนามได้อย่างสะดวกสบายกับสายการบินเวียตเจ็ต ด้วยเที่ยวบินไป-กลับระหว่างกรุงเทพฯ – กรุงโฮจิมินห์ ถึง 3 เที่ยวต่อวัน และเที่ยวบินไป-กลับกรุงเทพฯ – ฮานอย 2 เที่ยวต่อวัน นอกจากนี้ สายการบินเวียตเจ็ตยังมีเส้นทางบินในประเทศเวียดนามมากกว่า 30 เส้นทาง สำหรับการไปเยือนเมืองหมูยเนนั้น นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถบัสจากกรุงโฮจิมินห์ไปยังเมืองหมูยเนได้อย่างง่ายดาย ซึ่งระยะทางในการเดินทางนั้นประมาณ 200 กิโลฯ จากกรุงโฮจิมินห์

สายการบินเวียตเจ็ต ฉลองกิจกรรม “3D Summer” จัดโปรโมชั่นจองตั๋วโดยสารราคา 0 บาท ซึ่งครอบคลุมเส้นทางบินระหว่างประเทศ ระหว่างเวียดนามสู่ไทย เกาหลีใต้ ไต้หวัน เมียนมา สิงคโปร์ และมาเลเซีย โดยเปิดจองในช่วง Golden hours เวลา 12.00 – 14.00 น. ของวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2559 สำหรับเดินทางในระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2559 (ยกเว้นวันหยุด) โดยสามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิตวีซ่า, มาสเตอร์การ์ด, เจซีบี และอเมริกันเอ็กซ์เพรส สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.vietjetair.com

นอกจากนี้ สายการบินเวียตเจ็ตยังนำเสนอกิจกรรมแสนสนุกอีกหลากหลายรายการ เพื่อร่วมฉลองการเดินทางในช่วงซัมเมอร์นี้แก่ผู้โดยสารทุกท่าน ทั้งเกมเทคโนโลยี 3D ในสนามบิน กิจกรรมร่วมสนุกชิงรางวัล การยกระดับมาตรฐานบริการในเครื่องบิน การประกวดถ่ายรูปแบบ 3D และอื่นๆ อีกมากมาย

▲ สายการบินเวียตเจ็ตบริการผู้โดยสารด้วยเครื่องบิน 36 ลำ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินแอร์บัสรุ่น A320 และ A321 ดำเนินการบิน 250 เที่ยวบินต่อวัน เปิดให้บริการ 50 เส้นทางในเวียดนามและทั่วภูมิภาค รวมถึงเส้นทางสู่จุดหมายปลายทางในประเทศต่างๆ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน และเมียนมา

สายการบินเวียตเจ็ทพร้อมมอบประสบการณ์เที่ยวบินอันน่ารื่นรมย์แก่ผู้โดยสาร ภายใต้การดูแลของลูกเรือที่ทุ่มเทและเปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรีในราคาที่คุ้มค่าสูงสุด!

ล้ำโลกอนาคตใจกลางเมือง! ซูมโซนเจ๋งชัดๆ โฉมใหม่ สยามดิสคัฟเวอรี่เจ๋งไหม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626907

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ค. 2559 06:05

 

เปิดแล้วจ้า!!! สยามดิสคัฟเวอรี่เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือความล้ำสุดๆ บอกเลยว่าที่นี่เป็นเหมือนสนามทดลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์ เหมือนอยู่ในโลกอนาคต สร้างปรากฏการณ์นำแบรนด์ดังมาเปิดตัวครั้งแรกในโลก ครั้งแรกในภูมิภาค และครั้งแรกในประเทศไทยมากมาย ทั้งสินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน สินค้านำเทรนด์ที่ก้าวล้ำทุกกระแสโลก สินค้าและบริการนวัตกรรมล่าสุด สินค้าที่ผลิตสร้างสรรค์จากแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเพื่อความยั่งยืน และสินค้าในรูปแบบคอลลาบอเรชั่นและสินค้าลิมิเต็ดอิดิชั่น…

สัปดาห์นี้ คู่มือคนเมือง ไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสได้ไปเยือนมาแล้ว วันนี้เราจะพาไปซูมกันชัดๆ ว่ารีโนเวตใหม่แล้วจะมีอะไรพิเศษขึ้นมาบ้าง!!

สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม

ออกแบบโดย “เนนโดะ” ทีมออกแบบระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น

40,000 ตารางเมตร กับสินค้าแบรนด์ดัง 5,000 แบรนด์

ทุกพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร ถูกเนรมิตให้ ‘เข้าถึงใจ’ ลูกค้ามากที่สุด โดยนำเสนอจากสินค้าแบรนด์ดังที่มีอยู่มากกว่า 5,000 แบรนด์ ในทุกระดับราคาที่สามารถเข้าถึงได้ โดยแบ่งออกเป็น 5 หมวดหมู่ ได้แก่ สินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน (Everyday Products), สินค้านำเทรนด์ที่ก้าวล้ำทุกกระแสโลก (Trend Products), สินค้าและบริการนวัตกรรมล่าสุด (Innovative Products & Service), สินค้าที่สร้างสรรค์จากแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเพื่อความยั่งยืน, สินค้าคอลลาบอเรชั่น และแอบโซลูทสยาม”

โฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิม ทุ่มงบ 4,000 ล้าน ทันสมัย ล้ำโลกอนาคต

การออกแบบโฉมใหม่ของ “สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม” ได้ทีมออกแบบระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น “เนนโดะ” (Nendo) นำทีมโดย “มร.โอกิ ซาโตะ” ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1ใน 100 ชาวญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับนับถือมากที่สุด โดยนิตยสารนิวส์วีค เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะ หัวหน้าที่ปรึกษางานออกแบบอาคารและงานออกแบบตกแต่งภายใน และเป็นผู้มอบแรงบันดาลใจด้านคอนเซปต์รูปแบบโดยรวมของสยามดิสคัฟเวอรี่

สยามดิสคัฟเวอรี่คอนเซปต์ไฮบริดรีเทล

โดยแรงบันดาลใจการออกแบบดีไซน์สยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่นี้ มาจากคอนเซปต์ไฮบริดรีเทลที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ที่ตื่นเต้น และการมอบพลังอำนาจในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งไม่เพียงแค่สภาพแวดล้อมโดยรวมเท่านั้น แต่รวมถึงพื้นที่ทั้งหมดของสยามดิสคัฟเวอรี่ พร้อมเชื่อมผสานพื้นผิวทั้งหมดให้กลมกลืน ลดรอยต่อบนพื้นและเพดานในพื้นที่ส่วนกลางและร้านค้าต่างๆ โดยทำให้ดูค่อยๆ กลมกลืนกัน สื่อสะท้อนถึงการผสมวัสดุที่แตกต่างกันในห้องทดลอง เป็นไปตามธีมของไลฟ์สไตล์ แล็บ (Lifestyle Lab)”

Lifestyle Lab

นอกจากการออกแบบตกแต่งภายนอกที่น่าอัศจรรย์ มีคาแรกเตอร์โดดเด่นและจดจำได้ง่ายแล้ว งานออกแบบอินทีเรียดีไซน์เดคคอเรชั่นในทุกชั้นทุกมุมของสยามดิสคัฟเวอรี่ มร.โอกิ ซาโตะ เป็นผู้ดูแลให้คำปรึกษาทั้งหมด และนี่คือผลงานการออกแบบดีไซน์ขนาดใหญ่ที่สุดที่เขาเคยทำมา

สแกน 8 ชั้น มีอะไรกันบ้าง!

ชั้น G – Her Lab: แฟชั่นล้ำเทรนด์ และบริการสุดพิเศษสำหรับสุภาพสตรี

เปิดตัว ดิสคัฟเวอรี่แมน

ดิสคัฟเวอรี่แมนในแบบคอลลาบอเรชั่น 25 ตัว

นอกจากชั้นนี้จะตอบโจทย์คุณผู้หญิงแล้ว ยังมีความพิเศษตรง นิทรรศการ ‘ดิสคัฟเวอรี่แมน’ สัญลักษณ์ของสยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่ ตัวแทนนำทุกคนเข้ามาร่วมค้นหาและทดลอง ซึ่งพิเศษมากๆ เพราะมีนักออกแบบชาวไทยและต่างประเทศชื่อดังระดับโลกมาร่วมกันแต่งแต้มสีสัน ดิสคัฟเวอรี่แมน ในแบบคอลลาบอเรชั่น 25 ตัว

ชั้น M – His Lab: ตอบโจทย์ทุกความต้องการของสุภาพบุรุษ

Social Discovery

My Social Discovery

ชั้นนี้เราชื่นชอบเป็นพิเศษ นอกจากตอบโจทย์คุณผู้ชายแล้วยังตอบโจทย์คนชอบอะไรล้ำๆ อีกด้วย กับโซน Social Discovery ซึ่งได้ทีมนักออกแบบและครีเอทีฟระดับโลก Black Egg ทีมนักออกแบบชื่อดังจากนิวยอร์ก นำคอนเซปต์ Storytelling มาผสมผสานกับดิจิตอลเทคโนโลยี ในธีม ‘When Obsession Becomes Identity’ ด้วยแรงบันดาลใจจากความคลั่งไคล้ตัวตนของคนรุ่นใหม่บนโลกโซเชียล มาสร้างสรรค์เป็นนิทรรศการแบบอินเตอร์แอกทีฟสุดล้ำ กับ My Social Discovery ผลงานศิลปะจัดวางในรูปแบบอินเตอร์แอกทีฟ ที่นำรูปภาพทั้งในอดีตและปัจจุบัน จากอินสตาแกรมของผู้เข้าชมมาเรียงร้อยจัดแสดงไทม์ไลน์ชีวิตบนจอภาพนับร้อยจอ

ชั้น 1 – Street Lab: สินค้าแนวสตรีทแฟชั่นที่คัดสรรมาอย่างดี

Storytelling Area1 Design Select “ Run for Another Life”

สาวกสตรีทต้องโปรดปรานกับชั้นนี้ เท่านั้นยังไม่พอเพราะที่นี่มีอะไรสนุกๆ ให้ได้ทดลองอีกด้วย กับ Storytelling Area1 Design Select “Run for Another Life” ประสบการณ์แห่งการออกกำลังกาย กับรองเท้าที่เหมาะกับตัวตนที่บ่งบอกถึงสไตล์ของตนเอง เพื่อร่วมเปลี่ยนพลังแห่งการวิ่งเป็นพลังแห่งการพัฒนา ด้วยการวิ่งทุก 500 เมตร เท่ากับร่วมบริจาค 10 บาท เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้สวนลุมพินี ปอดของคนกรุง
ชั้น 2 – Digital Lab: สินค้าที่เข้าถึงใจคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิตอล

ร้านลอฟท์ (Loft) โฉมใหม่

ขี่มอเตอร์ไซค์ Simulator ไปทุกซอกทุกมุมในสยามดิสคัฟเวอรี่

นอกจากได้ร่วมสนุกกับสินค้าที่เอาใจคนรุ่นใหม่แล้ว พบกับครั้งแรกในโลก–ร้านลอฟท์ (Loft) โฉมใหม่ กับคอนเซปต์การออกแบบใหม่ล่าสุด และพบกับ Community ใจกลางเมืองครั้งแรก สำหรับคนรักการขับขี่มอเตอร์ไซค์ พิเศษสุดๆ ให้คุณได้ทดลองกับประสบการณ์ครั้งแรก การขี่มอเตอร์ไซค์ Simulator ไปทุกซอกทุกมุมในสยามดิสคัฟเวอรี่แห่งนี้ บอกเลยว่าสนุกตื่นเต้นเร้าใจเพราะเราลองมาแล้ว

ชั้น 3 – Creative Lab: มอบแรงบันดาลใจและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

Creative Lab

ชั้นนี้โดดเด่นตรงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยคุณซื้อ Eco Gift Set และนั่งประดิษฐ์เป็นชิ้นสวยงาม คุณสามารถนำ Eco Gift Set กลับบ้านได้ โดยรายได้นำไปร่วมสมทบทุนการปลูกป่ากับมูลนิธิประเทศสีเขียว
ชั้น 4 – Play Lab: มิติใหม่ของความสนุกสนาน และสังคมของคนที่มีไลฟ์สไตล์แบบเดียวกันมาแลกเปลี่ยนและแชร์ประสบการณ์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

A Million Montage of You

นอกจากจะมีสินค้ามากมายเอาใจขาช็อปแล้ว ชั้นนี้คุณจะได้พบกับ A Million Montage of You โฟโต้โมเสก ที่ประกอบภาพจากการถ่ายเซลฟี่เนรมิตเป็นพิกเซลเล็กๆ ฉายบนจอแอลอีดีขนาดยักษ์ เพียงถ่ายภาพเซลฟี่ผ่านโทรศัพท์มือถือภายในโฟโต้บูธที่ติดตั้งในพื้นที่นิทรรศการแล้วเชื่อมต่อกับอินสตาแกรมของคุณเข้ากับจอภาพขนาดยักษ์มันจะมาฉายบนจอขนาดใหญ่บริเวณชั้น 4 เก๋ๆ ชิคๆ ไปอีก

ชั้น 5 – 6 มีไฮไลต์สำคัญ คือ Virgin Active

Virgin Active

พบกับฟิตเนสคลับระดับโลก บอกเลยได้ทั้งสุขภาพและความสนุกแบบสุดๆ อย่างแน่นอน ไม่เชื่อมาลอง

ซูมกันทุกชั้นชัดๆ แบบนี้แล้ว วันหยุดแบบนี้อย่ารอช้า บึ่งรถไปสยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่กันเลยจ้าพ่อแม่พี่น้อง!

เผยโฉมแล้ว..”สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม” ไลฟ์สไตล์ สเปเชี่ยลตี้สโตร์ล้ำสมัยใหญ่สุดในเมืองไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/627828

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 พ.ค. 2559 05:15

 

ยิ่งใหญ่สมการรอคอย “สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม” ไลฟ์สไตล์ สเปเชี่ยลตี้ สโตร์ ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ซึ่งพลิกโฉมให้เป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่เปรียบเสมือนสนามทดลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์ ได้เผยโฉมความล้ำสมัยอย่างเป็นทางการแล้ว โดยบอสใหญ่สยามพิวรรธน์ ชฎาทิพ จูตระกูล จับมือกับ เนนโดะ ทีมออกแบบชื่อดังจากญี่ปุ่น เนรมิตงานแกรนด์โอเพนนิ่งสุดอลังการแบบไม่ซ้ำใคร อัดแน่น ด้วยไอเดียสร้างสรรค์ ผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์แอ็คทีฟ และนวัตกรรมสุดล้ำ โดยร่อนการ์ดเชิญคนทุกวงการกว่า 8000 ใบ ให้ได้มาดื่มด่ำกับผลงานศิลปะ และงานอินสตอลเลชั่นฝีมือศิลปินนักออกแบบระดับโลก ณ ดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า สยามดิสคัฟเวอรี่ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ชฎาทิพ จูตระกูล นำทีมผู้บริหารสยามพิวรรธ์ฉลองโฉมใหม่ “สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทรอเรี่ยม”.

แค่เริ่มงาน เหล่าบรรดาเซเลบริตี้คนดังที่ตบเท้ามาร่วมเฉลิมฉลองโฉมใหม่ของสยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ก็ได้ตื่นตาตื่นใจกับพิธีเปิดอย่างสุดตระการตา ด้วยเทคโนโลยีแสง สี เสียง ระดับอินเตอร์ ด้วยการเปิดตัว “ดิสคัฟเวอรี่แมน” หุ่นคาแรกเตอร์ดีไซน์ไซส์ยักษ์สูงกว่า 5 เมตร สัญลักษณ์ของสยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่ ซึ่ง มร.โอ กิ ซาโตะ หัวหน้าทีมงานจากเนนโดะ ในฐานะหัวหน้าที่ปรึกษางานออกแบบอาคารและงานออกแบบตกแต่งภายในสยามดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งถูกออกแบบให้มีหัวเป็นรูปกล่องสี่เหลี่ยม สื่อถึงความพร้อมในการเปิดรับสิ่งใหม่ ก่อนที่บอสใหญ่สยามพิวรรธ์จะเปิดประตูให้ทุกคนเข้าเยี่ยมชมภายในอย่างเป็นทางการ ซึ่งพร้อมให้เพลิดเพลินไปกับสินค้ากว่า 5,000 แบรนด์ ที่พร้อม “เข้าถึงใจ” เหล่านักช็อป ด้วยปรากฏการณ์ครั้งแรกกับการนำแบรนด์ดังมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลก ครั้งแรกในภูมิภาค ที่ประเทศไทย

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร และอารยา จิตตโรภาส สนุกกับเทคโนโลยีใหม่!!

หลังจากเดินช็อปกันอย่างจุใจ เหล่าคนรุ่นใหม่ไฟแรงยังได้เต็มอิ่มกับนิทรรศการสุดล้ำ จากศิลปินระดับโลก ได้แก่ นิทรรศการ “Social Discovery Interactive” ที่ได้จับมือกับ Black Egg ทีมนักออกแบบชื่อดังจากนิวยอร์ก นำแรงบันดาลใจจากความคลั่งไคล้ตัวตนของคนรุ่นใหม่บนโลกโซเชียล มาสร้างสรรค์เป็นนิทรรศการแบบอินเตอร์แอ็คทีฟ ด้วยอุโมงค์ไทม์ไลน์ชีวิต ที่จะนำรูปถ่ายทั้งในอดีตและปัจจุบันของผู้ใช้อินสตาแกรม มาเรียงร้อยบนจอภาพนับร้อยจอ พร้อมทั้งวิเคราะห์ตัวตนของแต่ละคน ก่อนนำมาทำเป็นโฟโต้โมเสก เป็นพิกเซลเล็กๆฉายบนจอแอลอีดีขนาดยักษ์.

ชื่นชมโฉมใหม่…คณชัย เบญจรงคกุล, โสภิตนภา ชุมภาณี, วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์.

ดวงตาสวรรค์! พระธาตุเขาน้อย อลังการ งดงาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626708

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 พ.ค. 2559 06:05

 

เขาบอกว่ามีงานสวยในมุมมองใหม่ๆ อยากให้ดู แทบไม่ต้องพูดอะไร เพราะรู้ฝีมืออยู่แล้วว่า ถ้าเขา ‘การันตีว่าดี’ มันต้องเพิ่ม ‘ๆ’ กลัดไว้ตรงท้าย พูดง่ายๆ เป็นงานระดับ ดีๆ อย่างไม่ต้องสงสัย

ไล่เปิด ไล่ดู เหมือนต้องมนต์ความงาม สัมผัสมนต์มุมมองสะกด

“ครั้งนี้มีโอกาสได้มา จ.น่าน พวกเราไม่พลาดที่จะมาเที่ยววัดพระธาตุเขาน้อย” เขาบอกว่าจริงๆ แล้ว สามารถขับรถขึ้นไปด้านบนได้เลย แต่เราเลือกที่จะเดินขึ้นบันได สามร้อยสามขั้น เดินไปพักไป จนขึ้นมาถึงด้านบน จุดเด่นของวัดนี้ คือ องค์พระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร ขนาดสูงใหญ่ หันไปทางเมืองน่าน และจุดนี้ สามารถมองเมืองน่านจากมุมสูงได้อย่างชัดเจน

ภายในวัด จะพบกับองค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐปูนสีขาว ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เล่ากันว่าตามประวัติพระธาตุเขาน้อยสร้างโดย มเหสีรองของพญาภูเข็ง เจ้าผู้ครองเมืองน่านในอดีต และได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ในปี 2449 – 2454 โดยช่างชาวพม่า

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้เป็นภาพงดงามจาก Thairath Drone ที่วัดพระธาตุเขาน้อย ตั้งอยู่ที่ ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน มาให้ชมกัน เป็นภาพมุมมองใหม่ๆ ที่ดูแล้วมุมมองเหมือนกับดวงตาสวรรค์ที่มองลงมายังความงดงาม.

“ชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย ภูมิใจความเป็นไทย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/627246

โดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ 29 พ.ค. 2559 05:01

 

ผลงานอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี.

การไปท่องเที่ยวต่างบ้านต่างเมือง ไม่ว่าจะในเมืองไทยเองหรือต่างประเทศ สถานที่หลักๆ ที่ผมชอบไปเที่ยวชมคือตลาดกับพิพิธภัณฑ์ เนื่องจากสถานที่สองประเภทนี้ทำให้เราได้มีโอกาสสัมผัสและรับรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงแนวคิดของผู้คนในท้องถิ่นนั้นๆ

พิพิธภัณฑ์ในเมืองไทยเรามีมากมายหลายแห่ง ทั้งที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานราชการ และของเอกชน อย่างที่ชวนไปเที่ยวชมในคราวนี้เป็น พิพิธภัณฑ์ที่ก่อตั้งโดย คุณบุญชัย เบญจรงคกุล นักธุรกิจด้านโทรคมนาคม และเทคโนโลยีการสื่อสาร ผู้มีใจรักในงานศิลปะ

คุณบุญชัยเล่าให้ฟังว่าถ้าบิดาไม่ห้าม คงเลือกเรียนทางศิลปะ แต่การที่บิดาสนับสนุนให้เรียนด้านธุรกิจก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะแม้จะไม่ได้เรียนด้านศิลปะ แต่คุณบุญชัยก็ได้เป็นผู้สนับสนุนศิลปินชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง

คุณบุญชัยมีความตั้งใจที่จะสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย ฝีมือศิลปินร่วมสมัยไว้ให้คนไทยได้ศึกษา จึงได้ริเริ่มโครงการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2543

ประติมากรรมรูปศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี.

พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย เป็นสถานที่รวบรวมผลงานของศิลปินชาวไทย ซึ่งคุณบุญชัยได้ทยอยเก็บสะสมมาเป็นเวลานานกว่ายี่สิบปี คุณบุญชัยกล่าวว่า ผลงานต่างๆเหล่านี้เกิดจากรากฐานทางวัฒนธรรมอันยาวนานของช่างเขียนช่างปั้นชาวไทย ผสมผสานกับองค์ความรู้ทางศิลปะแบบสากล ที่ได้รับการถ่ายทอดจาก ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ประติมากรชาวเมืองฟอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ซึ่งเข้ามารับราชการเป็นช่างปั้น กรมศิลปากร และเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อให้เกิดเป็นงานศิลปะไทยร่วมสมัย เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

คุณบุญชัย เบญรงคกุล กับประติมากรรมรูปดอกบัว 65 ดอก ผลงานศาสตรเมธีนนทิวรรธ์ จันทนะผะลิน.

เมื่อเข้าไปในบริเวณพิพิธภัณฑ์ ตั้งแต่ด้านหน้าอาคารจะเห็น ประติมากรรมรูปดอกบัว 65 ดอก ผลงานของศาสตรเมธีนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ปี พ.ศ.2549

ภายในอาคารส่วนที่จัดแสดงงานมี 5 ชั้น เมื่อเดินเข้าไปในห้องโถงชั้นแรกจะพบ ประติมากรรมรูปศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หรือที่ชาวศิลปากรเรียกขานท่านด้วยความเคารพรักว่า “อาจารย์ฝรั่ง”

ผลงานศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ.

ประติมากรรมรูปกวาง ผลงานอาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์.

มีห้องนิทรรศการถาวรของศิลปินแห่งชาติสองท่าน คือ ห้องนิทรรศการถาวรแสดงงานประติมากรรมของอาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ปี พ.ศ.2529 และ ห้องนิทรรศการถาวรแสดงงานจิตรกรรมของศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ปี พ.ศ.2541

ผลงานอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์.

ผลงานอาจารย์ทวี รัชนีกร.

ในชั้นที่สองถึงชั้นที่สี่ มีผลงานศิลปะไทยร่วมสมัย ผลงานของศิลปินหลากรุ่นหลายวัยมาจัดแสดง โดยแบ่งเป็นห้องต่างๆ เช่น ห้องรวบรวมผลงานของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี พ.ศ.2544 ผู้มีส่วนร่วมกับคุณบุญชัย ในการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งแต่เริ่มแรก ผลงานของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี พ.ศ.2554 และผลงานของศิลปินแห่งชาติ ศิลปินระดับปรมาจารย์อีกหลายท่าน อาทิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ ศาสตราจารย์ประกิต บัวบุศย์ อาจารย์ทวี รัชนีกร นันทขว้าง อาจารย์อังคาร กัลยาณพงษ์ อาจารย์ช่วง มูลพินิจ ศาสตราจารย์ประหยัด พงษ์ดำ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต

เรือนไทยไม้สักในห้องจัดแสดง เรื่องราวของนางพิมพิลาไลย.

มีผลงานศิลปะเชิงความคิดฝันและจินตนาการ ภายใต้คติความเชื่อของคนไทยในห้องจัดแสดงห้องหนึ่ง มี เรือนไทยสร้างด้วยไม้สัก จัดแสดงงานจิตรกรรมสองยุคสมัย ถ่ายทอดเรื่องราวนางพิมพิลาไลย จากวรรณคดีขุนช้างขุนแผน โดยครูเหม เวชกร และอาจารย์สุขี สมเงิน

ผลงานจิตรกรรมชุดไตรภูมิ.

ที่ห้องจัดแสดงชั้นสี่ มี ผลงานจิตรกรรมชุดไตรภูมิ เป็นภาพขนาดใหญ่ สูง 7 เมตร จำนวน 3 ภาพ โดยศิลปิน 3 ท่าน ได้แก่ อาจารย์สมภพ บุตราช อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร และ อาจารย์ประทีป คชบัว

ชั้นที่ห้าของ พิพิธภัณฑ์จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยระดับสากลจากทวีปต่างๆ ทั้งทวีปยุโรป เอเชีย และอเมริกา ผลงานจิตรกรรมบางชิ้นอายุเกือบสามร้อยปี ห้องจัดแสดงในชั้นนี้ จำลองรูปแบบจากพิพิธภัณฑ์ในยุโรป มีหลังคากระจกโค้งรับแสงธรรมชาติ เมื่อเข้าไปอยู่ในห้องจะรู้สึกเหมือนอยู่ในพิพิธภัณฑ์ในยุโรปจริงๆ

คุณบุญชัยฝากบอกถึงผู้บริหารสถาบันการศึกษา โรงเรียน มหาวิทยาลัยต่างๆ อยากให้พานักเรียน นิสิต นักศึกษา ไปเข้าชมเป็นหมู่คณะ โดยติดต่อประสานงานไปล่วงหน้า ทางพิพิธภัณฑ์จะจัดเจ้าหน้าที่นำชม พร้อมบรรยายข้อมูลให้ฟัง และจะยกเว้นค่าเข้าชมให้เป็นกรณีพิเศษ เพราะอยากสนับสนุนให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสชมผลงานศิลปะ ได้ภาคภูมิใจในฝีมือศิลปินไทย ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และได้รับการยอมรับในระดับสากล

พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย อยู่ริมถนนกำแพงเพชร 6 (Local road) ช่วงระหว่างถนนงามวงศ์วานกับถนนแจ้งวัฒนะ เปิดวันอังคารถึงวันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) วันอังคารถึงวันศุกร์เปิดเวลา 10.00 น. ถึง 17.00 น.วันเสาร์และวันอาทิตย์ เปิดเวลา 11.00 น.ถึง 18.00 น.

อัตราค่าเข้าชมสำหรับผู้ชมทั่วไป ผู้ใหญ่ 250 บาท นักเรียน นิสิต นักศึกษา 100 บาท ไม่เก็บค่าเข้าชมสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี (ต้องไปกับผู้ปกครองเท่านั้น) นักบวชทุกศาสนา ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ทุพพลภาพ ทั้งมีอัตราพิเศษสำหรับครอบครัว หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ที่ติดต่อเข้าชมเป็นหมู่คณะ

ติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2016-5666 ถึง 7 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.mocabangkok.com และเฟซบุ๊ก MOCA Museam of Contemporary Art

กฎกติกาในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ห้ามนำกระเป๋าใบใหญ่เข้าไป ห้ามจับต้องผลงานทางศิลปะที่แสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ห้ามนำปากกาทุกชนิด หรือวัสดุใดๆที่สามารถขีดเขียนได้เข้าไปในพิพิธภัณฑ์ อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ในบางห้อง โดยห้ามใช้แฟลช ห้ามใช้ไม้เซลฟี่ ข้อห้ามต่างๆเหล่านี้มีเพื่อรักษาผลงานทางศิลปะอันทรงคุณค่าให้คงอยู่ไปตราบนานเท่านาน

ขอขอบคุณ คุณบุญชัย เบญจรงคกุล ที่เอื้อเฟื้อภาพถ่ายกับงานประติมากรรมรูปดอกบัว

และขอเชิญชวนผู้สนใจ และมีใจรักศิลปะ ไปชมผลงานศิลปะฝีมือศิลปินชาวไทย จะได้เห็นด้วยตาตัวเอง แล้วเกิดความภาคภูมิใจว่าศิลปินชาวไทยก็มีฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลก

……….สวัสดี
ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์

มหัศจรรย์ผีเสื้อนับแสนที่แก่งกระจาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/625008

โดย แบกกล้องเที่ยว 28 พ.ค. 2559 16:01

 

ทริปนี้เราเดินทางกัน 2 วัน 1 คืน จุดหมายของเราอยู่ที่ บ้านกร่างแคมป์ ครับ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ระหว่างทางแวะซื้อเสบียง น้ำดื่มติดไปด้วย จ่ายค่าเข้าอุทยาน คนละ 100 บาทถ้วน

ขับเข้าไปแค่ 200 เมตรปุ๊บ จะเจออุโมงค์ต้นไม้เก๋ๆ ไว้ให้ถ่ายรูปฮิปๆ ชิคๆ ได้เลย…อุโมงค์ต้นไม้นี้ มียาวเลยนะครับ ประมาณ 2-3 กิโลเมตรแรก มีหลายมุมเลย แต่ช่วงทางโค้ง ทางลงเขา ใช้ความระมัดระวังในการจอดรถด้วยนะครับ แนะนำให้ไปจอดทางตรงแล้ว ค่อยเดินมาถ่ายรูปกัน ระหว่างสองข้างทางเป็นป่าดิบชื้น ถ้ามาช่วงวันธรรมดา รถแทบไม่มีสวนเลนเลย เราอาจเจอสัตว์ป่า เดินข้ามถนน หลายตัวเลยครับ

จากนั้นประมาณสิบกว่ากิโลฯ ก็จะมาถึงที่ทำการอุทยาน ถนนตรงนี้ลาดยางใหม่เอี่ยม ขับสบายมาก ตรงนี้จะเป็นจุดกางเต็นท์ มีห้องน้ำ มีร้านอาหารด้วยครับ เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนนะ จากตรงนี้เราจะเข้าไปดูผีเสื้อกัน ขับตามทางที่จะขึ้นเขาพะเนินทุ่งเลยครับ ทางจะเป็นลูกรัง ถนนไม่ค่อยดีเท่าไร ระยะทางประมาณ 1-2 กิโลเมตร ได้ครับ รถเก๋งขับเข้ามาได้สบาย

แก่งกระจานได้ชื่อว่าเป็นป่าดงดิบผืนกว้างใหญ่ ที่สุดของภาคกลาง ทุกฤดูร้อนเมื่ออากาศร้อนจัดบรรดาเหล่าผีเสื้อนานาชนิด จะพากันมาหากินเกลือตามดินโป่งหรือแหล่งน้ำแฉะๆ มากมาย จนบางครั้งก็อาจพบการอพยพของฝูงผีเสื้อ นับแสนตัวอย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งดูนก ที่สำคัญมีนกหายาก เช่น นกกะลิงเขียดหางหนาม เป็นต้น ที่แคมป์บ้านกร่าง ซึ่งที่นี่เป็นจุดศูนย์รวมของผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์ กว่า 200 ชนิด

จุดแรกที่เราจะไปดูกันคือ ลำธารที่ 1 ตรงนี้พอจะมีผีเสื้ออยู่บ้างครับ จำนวนผีเสื้อแต่ละวันจะไม่เท่ากัน แล้วแต่สภาพอากาศเลย ถ้ารถใครเตี้ย ก็จอดรถไว้ตรงนี้ก็ได้ครับ จะได้ไม่ต้องขับรถข้ามลำธารไป ส่วนรถใครสูงหน่อย ขับข้ามลำธารไปได้เลย จุดที่ผีเสื้อเยอะ จะอยู่ลำธารที่ 2 ห่างจากตรงนี้แค่ 200 เมตร เองครับ เดินตามถนนไปนิดเดียวก็ถึงแล้ว ลำธารที่สอง เป็นจุดที่ผีเสื้อเยอะที่สุดครับ ผึ้งก็เยอะด้วยเช่นกัน พวกผึ้งหรือผีเสื้อมันจะชอบของเค็มนะครับ เช่นเหงื่อจากตัวเรานี่แหละ มันจะคอยมาเกาะ ใครแพ้ผึ้งต้องระมัดระวังมากๆ เลยครับ

ในการไปชมผีเสื้อนั้น ฤดูกาลที่ดีที่สุดคือตั้งแต่ ปลายเดือนมีนาคม ถึง เดือนมิถุนายน ของทุกปี ส่วนช่วงเช้าแสงแดดอ่อนราว 08.00 – 10.00 น. นั้น จะมีผีเสื้อมาก แต่ทางแคมป์จะมีการปิดการท่องเที่ยวและพักแรม เฉพาะบริเวณบ้านกร่างและเขาพะเนินทุ่ง ในระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 31 ตุลาคม ของทุกปี ลองเช็กช่วงเวลากันให้ดีนะครับ จะได้ไม่ผิดหวังในการไปชมสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้เหมือนสวรรค์บนดินขนาดนี้…..

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.itravelhip.com
www.facebook.com/baagklong

กดตังค์รัวๆ! เที่ยวชิล 7 งานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นลดจัดหนัก 90%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626722

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 พ.ค. 2559 13:05

 

สิ้นเดือนแล้วเว้ยเฮ้ย! เอ้ากรี๊ดดด…เรียกว่าเป็นความสุขที่สุดของมนุษย์เงินเดือน เอาล่ะ งั้นไม่รอช้าเนอะ มาต้อนรับสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคมกับงานสินค้าลดราคา งานอีเวนต์แจ่มๆ น่าเดินเที่ยว พร้อมโปรโมชั่นเด็ดที่ลดราคาจัดหนัก 50% – 90%

ส่วนจะมีงานไหนถูกใจคุณบ้าง ตามมาดู

1. แสตมป์นิทรรศน์ 100 ปี

วันนี้ – 31 ธ.ค. 2559 ชวนร่วมชม “แสตมป์นิทรรศน์ 100 ปี สถานีรถไฟกรุงเทพ สนุก ฉุกฉัก ฉุกฉัก หัวลำโพง” ณ พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนใน สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสะพานควาย ในวันพุธถึงวันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์-วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 8.30 – 16.00 น.

ใครชอบแสตมป์ มาทางนี้

ภายในงานพบกับ การจำลองขบวนรถไฟ ที่อยู่อาศัย ตลอดจนวิถีชีวิต เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของรถไฟตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันผ่าน 4 หัวข้อ ได้แก่ หัวลำโพงมีชีวิต เกร็ดน่ารู้คู่รถไฟ ชีวิตคนรถไฟ และไปรษณีย์ขี่รถไฟ แถมมีกิจกรรมให้เด็กๆ สวมบทบุรุษไปรษณีย์ลองส่งจดหมายในสมัยที่ยังไม่มีเลขที่บ้าน การต่อโมเดลรถไฟ รวมถึงซื้อหาแสตมป์สะสม และสินค้าที่ระลึกได้อย่างจุใจ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2271-2439

2. Central Dream Big Princess

วันนี้-12 มิ.ย. 2559 ชวนเด็กๆ มาชมเจ้าหญิงผู้เลอโฉมในงาน “Central Dream Big Princess” ณ ดิ อีเวนต์ ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ภายในงานพบกับ การเนรมิตโลกเทพนิยายดิสนีย์ มีกิจกรรมมากมาย เช่น บูธซินเดอเรลลา ถ่ายรูปและตามหากุญแจเปิดกล่องรองเท้าแก้ว, บูธราพันเซล พบหอคอยราพันเซลจำลองเสมือนจริง, บูธแอเรียล กิจกรรมร้อยลูกปัด ทำเครื่องประดับให้สวยงามตามใจชอบ, การประดิษฐ์กระจกวิเศษแบบ DIY และ Fairy Face Painting จาก Central Kids Club, เปลี่ยนโฉมเด็กน้อยให้กลายเป็นเจ้าหญิงแสนสวยด้วยเวิร์กช็อปทำผมจาก Lesasha

ไปกันนะ

พิเศษ! วันเสาร์ที่ 11 และอาทิตย์ที่ 12 มิ.ย. 59 สัมผัสตัวจริงเสียงจริงของสองเจ้าหญิงดิสนีย์ “ซินเดอเรลลา” และ “ราพันเซล” จากดิสนีย์แลนด์อเมริกา (จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม 100 คน/รอบ) เฉพาะรอบวีไอพี เสาร์ที่ 11 มิ.ย. เวลา 11:00-11:45 น. มาร่วมเป็น 50 คนแรกที่นอกจากจะได้ Meet & Greet กับเจ้าหญิงทั้งสอง และพบนักร้องสาวมากความสามารถ ‘พลอยชมพู-ญานนีน” Brand Ambassador ของดิสนีย์ ประเทศไทย เพียงช็อปฯ สินค้าลิขสิทธิ์จากดิสนีย์ในงาน 5,000 บาทขึ้นไป (พร้อมลงทะเบียนภายในงาน 3-10 มิ.ย.)

3. The Great Singapore Sale

วันที่ 3 มิ.ย. – 14 ส.ค. 2559 ชวนคนไทยไปช็อปสินค้าแบรนด์ดังลดราคาแห่งปีในงาน “The Great Singapore Sale” ณ สิงคโปร์ เพราะสิงคโปร์ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักช็อป โดยเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายนที่เหล่าขาช็อปจะพลาดการมาเยือนประเทศนี้ไม่ได้เด็ดขาดเพราะ Great Singapore Sale ได้กลับมาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหาร เครื่องดื่ม ที่พัก และอื่นๆ อีกมากมาย

เที่ยว ช็อป ฟิน ที่สิงคโปร์

พบกับส่วนลด และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นถนนออชาร์ด, ไชน่าทาวน์, กัมปงแกลม หรือ ลิตเติ้ล อินเดีย พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมายจะทำให้สิงคโปร์เป็นสวรรค์ของนักช็อปอย่างแท้จริง แอบกระซิบบอกสักหน่อยว่างานนี้จัดนานถึง 10 สัปดาห์ ถ้าใครยังช็อปไม่จุใจ ก็สามารถกลับมาที่สิงคโปร์ได้อีกจนถึงกลางเดือนสิงหาคมเลยทีเดียว

4. The Flavours of China

อาหารจีนจานเด็ด

วันนี้ – 5 มิ.ย. 2559 ชวนนักชิมไปชิมอาหารจีนจานเด็ด “The Flavours of China” ณ FoodLoft ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ภายในงานพบกับ กลิ่นอายวัฒนธรรมดินแดนมังกร ผ่านหลากเมนูที่คัดสรรวัตถุดิบและปรุงอย่างพิถีพิถัน รสชาติเป็นเอกลักษณ์ตามแบบต้นตำรับจีนแท้ เช่น ขนมเกล็ดมังกร, ขนมหนวดมังกร, ฮ่อยจ๊อ, ปูจ๋า, เชาปิ่ง หรือขนมเปี๊ยะทอดสูตรโบราณ, ขนมเล็บมือนาง, ติ่มซำแบบฮ่องกง, กระเพาะปลา, เต้าหู้ผัดเสฉวน, หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊ว, ราดหน้าหมูคุโรบูตะ และเมนูของหวานมากมาย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2793-7070

5. ZAAP HARD SALE 90%

สาวๆ มาช็อปถูกๆ ฟินๆ ที่นี่

วันนี้ – 29 พ.ค. 2559 มาพบกับมหกรรมลดราคาสะท้านทุกวงการ “ZAAP HARD SALE” BCC HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ภายในงานพบกับ ร้านค้าแฟชั่นออนไลน์ กว่า 300 ร้านค้าที่นำสินค้ามาลดราคาถึง 50-90% แค่สุดสัปดาห์นี้ 3 วันเท่านั้น

6. SUPER SALE UP TO 70%

ไปช็อปกัน ลดเยอะจริงๆ

วันนี้ – 2 มิ.ย. 2559 ชวนหนุ่มสาวที่ชอบออกกำลังกาย มาช็อปอุปกรณ์กีฬาในงาน “SUPER SALE UP TO 70%” ณ Event Hall ชั้น 1 ศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซา ภายในงานพบกับ เสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์กีฬาลดราคาสูงสุด 70% หลากหลายแบรนด์ดัง

7. มหกรรมสายใย น่าน โขง สาละวิน

การแสดงจาก 3 ประเทศ

วันนี้ – 29 พ.ค. 2558 ชวนไปช็อปสินค้าพื้นเมืองเชื่อมสัมพันธ์ ไทย ลาว เมียนมา ในงาน “มหกรรมสืบสานการค้า เชื่อมโยงสายใยลุ่มน้ำน่าน โขง สาละวิน” ณ หน้าประตูเมือง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ภายในงานพบกันสินค้าท้องถิ่นมากมาย รวมถึงไฮไลต์เด็ดอย่างทุเรียนหลงหลินลับแล และร่วมชมการแสดงทางวัฒนธรรมของทั้ง 3 ประเทศ
ที่มาภาพบางส่วน : zaaphardsalesupersaleamarin

ไปตามกลิ่นกาแฟกรุ่น..ที่…อิตาลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626623

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 พ.ค. 2559 05:01

 

เสน่ห์ของเวนิส.

พูดถึงเรื่องกาแฟต้นตำรับ อิตาลีน่าจะเป็นคำตอบดังๆของคนทั้งโลก เมื่อได้รับคำชวนจาก อโรม่า กรุ๊ป ผู้ประกอบธุรกิจกาแฟคั่วบดไทย ให้ไปท่องอิตาลีสัมผัสวัฒนธรรมกาแฟกับแชมป์อินดี้บาริสต้าจากการแข่งขัน Thailand Indy Barista Championship ครั้งที่ 7 คอกาแฟอย่างเราจึงรีบแพ็กกระเป๋าร่วมทริปนี้ด้วยความยินดี

จากกรุงเทพฯ เราบินตรง สู่มิลาน ใช้เวลาไม่ถึง 11 ชั่วโมง ก็ได้ลงไปสัมผัสอากาศเย็นระดับ 14 องศา ทริปนี้เรามีเจ้าภาพฝ่ายอิตาลีซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์กับอโรม่าดูแลเราเป็นอย่างดี เริ่มจากส่งรถตู้นั่งสบายมารับจากสนามบินมิลาน เพื่อเดินทางต่อไป เมืองซูเซกานา (Suse– gana) ในเขตเตรวิโซ ที่อุดมสมบูรณ์ของอิตาลี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซที่ใหญ่ที่สุดในโลก แบรนด์ WEGA ของบริษัท เวกา มัคคิเน เปร์ คัฟเฟ (WEGA MACCHINE PER CAFFE) และยังเป็นผู้ผลิตเครื่องชงกาแฟสำหรับบาริสต้ามืออาชีพอีกหลายแบรนด์ด้วย

สื่อมวลชนสาวสวยหน้ามหาวิหารดูโอโม.

กอนโดลาแห่งเมืองเวนิส.

ซูเซกานา เป็นเมืองชนบทเล็กๆ แต่มีทุกอย่างครบครัน ทั้งย่านช็อปปิ้งที่เต็มไปด้วยทุกแบรนด์ดังของอิตาลี แฝงตัวอยู่ในอาคารอิฐสวยที่สร้างลดหลั่นกันไปตามพื้นที่สูงต่ำและทางน้ำของเมือง ช่วงที่เราไปเป็นฤดูใบไม้ผลิ มีต้นไม้เขียวชอุ่ม ดอกไม้สะพรั่ง จึงทำให้ซูเซกานากลายเป็นสาวน้อยแรกแย้มที่งดงามยิ่ง

โรงงานผลิตเครื่องชงกาแฟขนาด 20,000 ตารางเมตรของเวกาในเมืองซูเซกานา เป็นโรงงานที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม…เราจึงได้เห็นโรงงานที่สะอาดเอี่ยม พนักงานทุกคนดูมีความสุขในการทำงาน คนอิตาลีให้ความสำคัญในเรื่องของอาหาร และสนุกกับการรับประทาน อย่างมื้อกลางวันง่ายๆในออฟฟิศ เราก็ได้พบกับแซนด์วิชหลากหลายรูปแบบนับสิบชนิด อีกทั้งเขตเตรวิโซนี้ เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของอิตาลี จึงมีไร่องุ่นมากมายและเป็นแหล่งผลิต Prosecco ที่ดีที่สุดของอิตาลี…มื้อกลางวันง่ายๆในออฟฟิศจึงเริ่มด้วย Prosecco กับคานาเป้ ตามด้วยแซนด์วิช ตบท้ายด้วยเอสเปรสโซรสชาติเยี่ยมยอด เพราะชงโดยบาริสต้าระดับอาจารย์ของเวกา ทำให้เข้าใจขึ้นมาทันทีว่า ทำไมคนอิตาเลียนมักพูดว่า เอสเปรสโซคือกาแฟแท้ที่ให้ความรื่นรมย์

เรียกน้ำย่อยด้วยพาร์มาแฮม ซาลามี แกล้มมะกอก.

เอสเปรสโซเข้มข้นที่ FLORIAN Coffee House.

Black Mussel อาหารขึ้นชื่อของอิตาลีที่ห้ามพลาด.

เปาโล นาดาเลด CEO ของเวกา บอกว่า บาริสต้าเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยม แต่การชงเอสเปรสโซที่สมบูรณ์แบบนั้นต้องอาศัยทั้งฝีมือ ความสามารถเฉพาะตัว ประสบการณ์ และที่สำคัญคือแรงบันดาลใจ

มาถึงอิตาลีแล้ว อีกเมืองห้ามพลาดเห็นจะเป็นเมืองแห่งสายน้ำและคลองอันงดงาม นั่นก็คือ เวนิส ที่ทั้ง อาร์โนล์ด ดูปัวส์ และ แอนเดรีย โคลอมโบ ตัวแทนจากเวกาอาสาเป็นผู้นำทางพาเราไปเดินชมเวนิสในมุมที่แตกต่าง คือย่านที่อยู่อาศัยอันสงบเงียบสวยงาม ทุกบ้านมีเรือผูกไว้หน้าบ้าน และทุกเส้นทางที่เราเดินลัดเลาะ ก็พบว่ามีทั้งร้านอาหารและร้านกาแฟน่ารักๆอยู่มากมาย เป็นบทพิสูจน์ว่า คนอิตาเลียนนิยมชื่นชอบการดื่มกินเพียงไร

อาคารเก่าแก่งดงามในโมเดน่า.

ก่อนอาหารกลางวัน เจ้าภาพพาเราไปลิ้มรสเครื่องดื่มสูตรพิเศษเรียกน้ำย่อยของร้าน Harry’s Bar อันโด่งดังของเวนิส เครื่องดื่มอร่อย ของแกล้มเด็ดมาก เป็นโครเกต์และมะกอกเขียวดองลูกอวบเนื้อหอมมันมาก ส่วนอาหารกลางวันก็ไม่ธรรมดาสำหรับผู้มาเยือนอย่างเราๆ เริ่มจากพาร์ม่าแฮมและซาลามี่หลายชนิด ตามด้วยสลัด พาสต้าหอยแมลงภู่สีดำที่เรียกว่า Black Mussel รสเลิศ ตบท้ายด้วยพิซซ่าถาดมหึมา…มันยอดมากจริงๆ

หลังอิ่มหนำสำราญแล้วก็ได้เวลาไปเดินย่อยอาหารด้วยการช็อปปิ้งของที่ระลึก สำหรับที่เวนิส ของที่ระลึกที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้าน มีทั้งหน้ากาก เครื่องแก้ว และเครื่องประดับเรซิ่น ซึ่งมีขายตลอดรายทางทั้งเมือง

เวิ้งอาคารเก่ากลางเมืองมิลานยามค่ำ.

เพดานโค้งสวยที่เมืองโมเดนา ทางผ่านไปเมืองพาร์มา.

ช่วงบ่าย คอกาแฟอย่างเราย่อมไม่พลาดที่จะต้องไปลิ้มรสกาแฟหอมกรุ่นกันที่ร้าน FLORIAN ซึ่งเป็นร้านกาแฟ อันโด่งดังของเวนิส และยังเป็นร้านกาแฟที่เก่าแก่ที่สุดของอิตาลีด้วย เห็นแค่ด้านหน้าร้านก็ว่าสวยดูขลังดูภาคภูมิแล้ว แต่ขอแนะนำว่า แม้อากาศจะดีอย่างไร อย่าเลือกนั่งด้านหน้าร้าน จงเดินเข้าไปด้านใน ที่คุณจะได้พบร้านกาแฟที่เก๋แบ่งเป็นห้องๆ แต่ละห้องตกแต่งอย่างแตกต่าง พร้อมอบเครื่องหอมให้มีกลิ่นอ่อนๆเฉพาะของแต่ละห้องด้วย ถือเป็นความละเมียดละไมอีกอย่างหนึ่งของคนอิตาลี

ว่ากันว่าฟลอเรียนคอฟฟีเฮาส์แห่งนี้ เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าศิลปินคนดังมาตลอดเวลายาวนานเป็นร้อยๆปี ที่สำคัญกาแฟที่นี่รสเลิศสมคำร่ำลือ ชนิดที่ต้องขอดื่มมากกว่า 1 รายการ และพิเศษสุด ห้ามพลาดคือขนมอบและช็อกโกแลต ที่กินแกล้มกาแฟได้อร่อยเด็ดขาดจริงๆ…

นอกจากพาชิมกาแฟกันแบบลึกสุดใจแล้ว ทริปนี้ เจ้าภาพผู้น่ารักของเรายังจัดให้เราได้เข้าชม การแข่งขัน เอสเปรสโซ อิตาเลียโน แชมเปียน (Espresso Italiano Champion) รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่จัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของ WEGA ผู้ชนะจากการแข่งขันครั้งนี้จะได้เข้าชิงชนะเลิศ ณ เวทีใหญ่ในงานแสดงสินค้า ตริเอสต์เอสเปรสโซ ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมปีนี้

ท่าจอดเรือกอนโดลา..

จากซูเซกานา อีกเมืองที่ต้องไม่พลาด คือ พาร์มา (Parma) เห็นชื่อก็คงบอกได้เลยว่า เมืองนี้เป็นต้นกำเนิดของพาร์เมซานชีส และพาร์มาแฮม ที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก ที่เมืองนี้เราได้ไปเยี่ยม OPEM (โอเพม) โรงงานผลิตแคปซูลกาแฟระดับคุณภาพเยี่ยม และเป็นโรงงานระดับแนวหน้าที่ผลิตกาแฟแบบแคปซูลให้กับธุรกิจกาแฟชั้นนำทั่วโลก เรียกว่าถ้าไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจกาแฟชั้นนำระดับสากล คงไม่อาจใช้บริการของ OPEM ได้

จากพาร์มามุ่งหน้าสู่ มิลาน เมืองสุดท้ายของทริปนี้ ที่มีจัตุรัสดังอย่าง “ดูโอโมสแควร์” เป็นไฮไลต์สำคัญ และถ้าไปถึงมิลานแล้ว ห้ามพลาดร้าน PECK ซึ่งมีทั้งชีสต์ ซอสเซจ กาแฟ ชา ไวน์ มะกอก ที่สามารถซื้อกลับบ้านก็ได้ หรือจะนั่งกินที่ร้านเลยแบบเราก็ได้…แน่นอน สำหรับพวกเรา ทั้งรับประทานและซื้อกลับ…ได้ทานของอร่อยแล้วนึกถึงคนที่บ้าน เพื่อนฝูง อยากให้ได้ทานของอร่อยด้วย

6 วันในอิตาลี นอกจากความรื่นรมย์ในชีวิตแล้ว ทริปนี้ยังทำให้เราสัมผัสได้ถึงความทุ่มเทสร้างสรรค์ด้วยหัวใจของคนอิตาเลียน ที่อยู่เบื้องหลังกาแฟเอสเปรสโซถ้วยเล็กๆ

ขอขอบคุณ อโรม่า กรุ๊ป ที่สร้างสรรค์ทริปให้เราได้เสพสุขและดื่มด่ำ เข้าถึงหัวใจแห่งกาแฟคั่วบดอย่างแท้จริง…!!!

อลังการงานเปิด 300 ล้าน แกรนด์โอเพนนิ่ง สยามดิสคัฟเวอรี่ห้างแห่งอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626675

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 พ.ค. 2559 14:16

 

ยิ่งใหญ่สมการรอคอย “สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม” (Siam Discovery – The Exploratorium) ได้ฤกษ์เปิดประตูให้คนรุ่นใหม่หัวใจแรงได้เข้าสู่สนามทดลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์ เผยโฉมใหม่ของ ไลฟ์สไตล์ สเปเชี่ยลตี้ สโตร์ ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ซึ่งไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่การตกแต่งอย่างล้ำสมัย ทั้งภายนอกและภายใน แต่ยังเป็นมากกว่าศูนย์การค้า เพราะกล้าที่จะฉีกกฎวงการค้าปลีกแบบเดิมๆ สู่การเป็น The Biggest Arena of Lifestyle Experiments สนามประลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์…

ทุกตารางเมตรของที่นี่ เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าค้นหา และไอเดียใหม่ๆ เชิญชวนให้ทุกคน ‘มาเล่นสนุกด้วยกัน’ เพื่อเปิดประสบการณ์ และค้นพบตัวตนที่แท้จริง และยังให้ความสำคัญต่อการใส่ใจสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ยังเอาใจเหล่านักช็อปด้วยปรากฏการณ์ ‘ครั้งแรก’ กับการนำแบรนด์ดังมาเปิดตัวครั้งแรกในโลก ครั้งแรกในภูมิภาค และครั้งแรกในเมืองไทย ในโอกาสนี้ ได้ทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท เนรมิตงานแกรนด์โอเพนนิ่งแห่งปี ที่แปลกตาและเต็มไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ ผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์แอ็กทีฟ และนวัตกรรมมากมาย ซึ่งพร้อมจะให้ดื่มด่ำกับผลงานศิลปะ และงานอินสตอลเลชั่นฝีมือศิลปินนักออกแบบระดับโลก ณ ดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า สยามดิสคัฟเวอรี่ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ไทยรัฐออนไลน์ไม่พลาดเก็บภาพบรรยากาศงานแกรนด์โอเพนนิ่งสุดอลังการ ที่คับคั่งไปด้วยบรรดาเซเลบริตี้ทั่วฟ้าเมืองไทยมาฝากกัน ก่อนที่ทุกคนจะสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำ ได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป

สยามดิสคัฟเวอรี่

Social Discovery เพียงแค่ป้อน User Instagram คุณจะมีเวลา 60 วินาทีในการย้อนไปดูภาพต่างๆของตัวเอง

Social Discovery

A Million Montage of You โฟโต้โมเสก ถ่ายเซลฟี่เนรมิตฉายบนจอแอลอีดีขนาดยักษ์

แกรนด์โอเพนนิ่งคนแน่นมาก

ชั่นวางรองเท้างดงาม