นานๆ จะเห็นลุคนี้ จอย รินลณี อวดลุคชิลริมทะเลสวยเกินต้าน

นานๆ จะเห็นลุคนี้ จอย รินลณี อวดลุคชิลริมทะเลสวยเกินต้าน

นานๆ จะเห็นลุคนี้ จอย รินลณี อวดลุคชิลริมทะเลสวยเกินต้าน

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.36 น.

27 มกราคม 2569 ขึ้นชื่อว่าเป็นนางเอกแถวหน้าของวงการบันเทิงอีกคน สำหรับ “จอย รินลณี ศรีเพ็ญ” ที่แม้ปัจจุบันจะมีอายุ 47 ปีแล้ว แต่ความสวยและออร่ายังเปล่งประกายไม่เปลี่ยน ราวกับถูกสตาฟความหน้าเด็กไว้ตลอดกาล

ล่าสุด จอย รินลณี ทำเอาอินสตาแกรมแทบลุกเป็นไฟ หลังเจ้าตัวโพสต์ภาพขณะนั่งเล่นน้ำชิลๆ ริมทะเล มาในลุคสบายๆ แต่แอบแซ่บเบาๆ ด้วยเสื้อเปิดไหล่ พร้อมแคปชั่นสั้นๆ แต่ได้ใจว่า “Vitamin sea” งานนี้แฟนๆ แห่เข้ามากดไลก์และส่งหัวใจกันอย่างรัวๆ

‘คนบันเทิง’เข้าร่วมงานทำบุญอายุวัฒนมงคล ‘ครูบาโต’เจ้าอาวาสวัดพระบาทปางแฟนเชียงใหม่

'คนบันเทิง'เข้าร่วมงานทำบุญอายุวัฒนมงคล 'ครูบาโต'เจ้าอาวาสวัดพระบาทปางแฟนเชียงใหม่

‘คนบันเทิง’เข้าร่วมงานทำบุญอายุวัฒนมงคล ‘ครูบาโต’เจ้าอาวาสวัดพระบาทปางแฟนเชียงใหม่

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.36 น.

 ถือเป็นอีกหนึ่งงานสำหรับคนบันเทิงสายบุญที่มารวมตัวกันใน งานทำบุญอายุวัฒมงคล ครบรอบคล้ายวันเกิด 50 ปี 30 พรรษา “พระครูพิพัฒน์สุตสุนทร” หรือ “ครูบาโต” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง และเจ้าอาวาสวัดพระบาทปางแฟน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 24-25 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

 โดยในวันที่ 24 มกราคม 2569 บรรยากาศภายในงานเริ่มจากพิธีสวดนพเคราะห์ จุดเทียนหลีกเคราะห์ โดยมี หลวงพ่อบัวลอย วัดน้อยอินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วยพิธีสืบชะตาหลวง ส่วนในช่วงเย็นมีกิจกรรมของ “สภาศิลปินสร้างสรรค์สังคม” นำโดย “ครูเบสญ์” ประธานสภาศิลปินฯ ร่วมกับ วัดพระบาทปางแฟน และองค์กรภาคีเครือข่าย จัดโครงการ “ปันสุข คลายหนาว” และพิธีมอบรางวัล “เยาวชนรักษ์ดี” และ “ทูตรักษ์ดี” ประจำปี 2569 ให้กับเด็กและเยาวชนในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อเป็นต้นแบบที่ดีแก่เด็กและเยาวชนสืบไป โดยได้รับเกียรติจาก นายชาตรี ไมตรีจิตสกุล รองนายกเทศมนตรีตำบลป่าเมี่ยง และ นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มอบรางวัล จากนั้นเปิดแคทวอล์คให้เด็กและเยาวชนที่ได้รับรางวัลเดินแบบ เพื่อเปิดโอกาสและเปิดเวทีให้น้องๆ เยาวชน ได้แสดงความสามารถ

นอกจากนี้ยังมีศิลปิน ดารา นักแสดง อาทิ สองศิลปินสาวจากค่าย Time Lives Music โดย เอ๋-เอลีชา นำเพลงฮิต “countdown เจ็บกว่าเดิม” และ ปิ๊งปิ๊ง รภัทร นำเพลงฮิต “โสดนะจีบได้” ที่มียอดวิวกว่า 3 แสนวิว  รวมทั้ง ครีม ธิชาชา จูงมือลูกสาวคนสวย “น้องซีเหวิน” มามอบบทเพลงสนุกๆ อย่าง “ก็ไม่ตั้งใจน่ารัก” รวมทั้งนักแสดงจากค่าย M Bever Studio นำทีมโดย คุณมาร์-ชญาภา บีเวอร์ นำน้องๆ ในสังกัด อาทิ ณมน พัชรวลัย และ น้องต้นน้ำ ธราธิป มาทำหน้าที่ “พิธีกร” ได้อย่างเยี่ยมยอด, น้องมีน่า จากเวที To Be Number One Idol9 และนักแสดงหนุ่ม “คีธ กรินทร์” จากซีรีส์แนวตั้ง “ปานดวงใจ Signature” มาร่วมสร้างสีสันและความสนุกให้กับพี่น้องชาววัดพระบาทปางแฟน พร้อมบรรยากาศหนาวๆ แบบฟินๆ กันไปเลยจ้า…!!!

วันรุ่งขึ้น 25 มกราคม 2569 เริ่มต้นตอนเช้าด้วย พิธีบวงสรวง “พระแม่ธรณี” ที่เรียกได้ว่าสุดขลังมากๆ จากนั้นเหล่าศิลปินดาราก็ไปร่วม “พิธีสืบชะตาหลวง” เรียกขวัญ(ฮ้องขวัญแบบล้านนา) โดยมี นายนพดล สุยะ ผู้อำนวยการสำนักงานการเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมพิธี และให้เกียรติจุดเทียนมงคลในพิธีสืบชะตา โดยมีศิษยานุศิษย์จากทั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดใกล้เคียง รวมถึงกรุงเทพมหานคร เดินทางมาร่วมพิธีกันอย่างคับคั่ง ทั้งนี้เหล่าศิลปินดาราก็ขออวยพรขอให้ ครูบาโต มีสุขภาพที่แข็งแรง อายุยืนยาว และมีบารมีสูงๆ ขึ้นไปด้วย

ปู กนกวรรณ เคลื่อนไหว อยากรีบออกมาพูดเรื่อง เด๋อ ดอกสะเดา ลั่นแค่โทร.ยังน้ำตาแตก

ปู กนกวรรณ เคลื่อนไหว อยากรีบออกมาพูดเรื่อง เด๋อ ดอกสะเดา ลั่นแค่โทร.ยังน้ำตาแตก

ปู กนกวรรณ เคลื่อนไหว อยากรีบออกมาพูดเรื่อง เด๋อ ดอกสะเดา ลั่นแค่โทร.ยังน้ำตาแตก

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.40 น.

27 มกราคม 2569 หลังจากที่ตลกชื่อดัง เด๋อ ดอกสะเดา ซึ่งป่วยสโตรกซึ่งกำลังเข้ารับการรักษา ด้านภรรยาอย่าง คุณปู กนกวรรณ บุรานนท์ ภรรยาของ เด๋อ ดอกสะเดา ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ถือว่าหมดบุญกันแค่นี้ และขอวีซ่าเตรียมบินไปหาลูกสาวที่ต่างประเทศ พร้อมทั้งยังบอกอีกว่า ถ้าจะไป ขอไปพี่อ้อย พี่ฉอด ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์ วิจารณ์สนั่นโลกโซเชียลว่าเกิดอะไรขึ้น

ล่าสุด ปู กนกวรรณ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “…วันนี้ได้อ่านข้อความพี่นักข่าวท่านนึงเขียนแล้วความว่า…. ปูต้องออกมารีบพูดเรื่องนี้ ไม่งั้นคนจะเดาไปต่างๆนานา…ขอเรียนว่า  ปูพูดมานานแล้วค่ะ กลุ่มเพื่อนปู พี่น้องในวงการทราบเรื่องกันหมดแล้ว  กลุ่มก๊วนของพี่เองก็ทราบเรื่องค่ะ ..ปูก็อยากจะรีบพูดค่ะ  อยากจะพูดวันนี้พรุ่งนี้เลย เพียงแต่ว่ารายการมีคิวอัดวันที่ 10 กุมภาค่ะ  เลยต้องรอ.. …“แค่โทรคุยกับพี่อ้อย  ปูก็น้ำตาแตกแล้วค่ะ”

ความเป็นไทยสู่เวทีโลกร่วมจุดพลังแรงบันดาลใจกับ ‘โอปอล สุชาตา’

ความเป็นไทยสู่เวทีโลกร่วมจุดพลังแรงบันดาลใจกับ ‘โอปอล สุชาตา’

ความเป็นไทยสู่เวทีโลกร่วมจุดพลังแรงบันดาลใจกับ ‘โอปอล สุชาตา’

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.50 น.

ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ องค์กรมิสเวิลด์ เวทีระดับโลกที่สร้างคุณค่าให้กับมนุษยชาติมายาวนานกว่า 7 ทศวรรษ เพื่อบรรจบ “World Class Quality Person” กับ “World Class Leading Brand” ผ่าน “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” Miss World 2025 คนแรกของประเทศไทยในรอบ 72 ปี และทรู เทคคอมปานีระดับเวิลด์คลาสของไทย สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยบนเวทีโลก ร่วมขับเคลื่อนภารกิจ “มงเปลี่ยนโลก” เพื่อจุดพลังสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงได้ตามแนวคิด ‘Beauty with a Purpose’ หรือ ‘งามอย่างมีคุณค่า’ ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพที่อยู่ในตัวตนของคนแต่ละคน “เพราะทุกคนมีมงได้” ร่วมเส้นทางไปกับ “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” ในฐานะ First World Ambassador ของทรู คอร์ปอเรชั่น ที่จะสร้างแรงบันดาลใจ ดึงพลังของเทคโนโลยี เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้น

ความร่วมมือนี้ สะท้อนความตั้งใจของทรูที่เชื่อในพลังของ Technology for Good ว่าเทคโนโลยีที่ดี สามารถส่งต่อคุณค่าได้อย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตและพร้อม empower นำพาทุกคนไปให้ไกลกว่าเดิม True to the World ทั้ง Power Up ปกป้องลูกค้า กับ True5เครือข่ายระดับเวิลด์คลาสรายแรกของไทยที่ปกป้องลูกค้าจากภัยไซเบอร์ด้วย TrueCybersafe Power Up ให้ชีวิตในบ้านสมาร์ทยิ่งกว่า เชื่อมต่อโลกได้ด้วย Passion เร็ว แรง เต็มสปีด ด้วย TrueOnline พร้อม Power Up การเดินทางกับ GO Travel ซิมท่องเที่ยวต่างประเทศที่ดีที่สุดจากเครือข่ายพันธมิตรอันดับหนึ่งทั่วโลก ควบคู่กับการลงมือทำจริงในการพัฒนาเทคโนโลยีที่มุ่งสู่ความยั่งยืน จนได้การยอมรับจากดัชนีความยั่งยืนระดับโลก DJSI 7 ปีซ้อนจาก S&P Global ตอกย้ำความมุ่งมั่นทรูในการเชื่อมต่อทุกโอกาส และพร้อมอยู่เคียงข้างคนในสังคมเพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงไปด้วยกัน เพราะ “ทุกสิ่งเป็นจริงได้ เมื่อมีกันและกัน”

คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “การผนึกกำลังระหว่าง ทรู คอร์ปอเรชั่น และ องค์กรมิสเวิลด์ ซึ่งเป็นสององค์กรระดับโลกที่มีเป้าหมายและวัฒนธรรมร่วมกัน นับเป็นการบรรจบกันของ World Class Quality Person และ World Class Leading Brand ที่จะร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับสังคมและเวทีโลก โดยองค์กรมิสเวิลด์ มีจุดยืนด้านมนุษยธรรมที่เข้มแข็ง เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่สร้างคุณค่าให้มนุษยชาติมาอย่างยาวนาน ขณะที่ทรูในฐานะเทคคอมปานีระดับเวิลด์คลาสของไทย เชื่อในแนวคิด Technology for Good ว่าเทคโนโลยีที่ดีไม่ใช่เพียงความล้ำหน้า แต่ต้องสร้างคุณค่าให้ชีวิตผู้คนอย่างแท้จริง ภารกิจ ‘มงเปลี่ยนโลก” จึงเป็นการจุดประกายความเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเกิดขึ้นได้จริง เริ่มจากตัวเรา และส่งต่อไปสู่สังคมในภาพใหญ่ พร้อมสร้าง ‘True to the World’

ภารกิจนี้ยิ่งมีความหมาย เมื่อประเทศไทยมี ‘โอปอล สุชาตา ช่วงศรี’ Miss World 2025 คนแรกของประเทศ ในฐานะ True’s First World Ambassador เธอไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จบนเวทีโลก แต่ยังสะท้อน “ความเป็นไปได้ใหม่” ของคนไทย ด้วยคุณลักษณะที่ครบทั้งความงาม ความดี ความสามารถ และความมุ่งมั่น พร้อมส่งต่อพลังบวกและสร้างแรงบันดาลใจในระดับนานาชาติ ตามแนวคิด ‘Beauty with a Purpose’ ความสำเร็จของโอปอล จึงร่วมตอกย้ำความเชื่อว่า “ทุกสิ่งเป็นจริงได้ เมื่อมีกันและกัน” พร้อมเชื่อมต่อแรงบันดาลใจให้ ‘ทุกคนมีมงได้’ ในรูปแบบของตัวเอง เพื่อสะท้อนว่าความสำเร็จไม่จำกัดอยู่บนเวทีใดเวทีหนึ่ง แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงของทุกคน”

ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีการสื่อสารดิจิทัลและระบบนิเวศครบวงจร มาร่วมขับเคลื่อนภารกิจ “มงเปลี่ยนโลก” World Premier ด้วยความตั้งใจที่จะยืนเคียงข้าง และพร้อมดูแลคนไทยในทุกช่วงของชีวิต สะท้อนผ่านบทบาทของ “โอปอล สุชาตา” ผู้ถ่ายทอดแรงบันดาลใจและแสดงให้เห็นว่า เมื่อนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างสร้างสรรค์ ย่อมสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย และทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นสำหรับทุกคน ผ่านการยกระดับคุณภาพชีวิตในหลากหลายมิติ ได้แก่

  • Power Up การใช้ชีวิตในทุกวัน ด้วยการปกป้องลูกค้าระดับเวิลด์คลาสผ่าน True5G เครือข่ายแรกของไทยที่มาพร้อม True CyberSafe มาตรฐานความปลอดภัยใหม่ เชื่อมต่อโลกได้อย่างรวดเร็ว แรง และเต็มประสิทธิภาพ
  • Power Up ชีวิตสมาร์ท ยกระดับชีวิตในบ้านให้ฉลาดล้ำยิ่งขึ้นกับ TrueOnline ด้วยความเร็ว แรง เต็มสปีด
  • Power Up การเดินทาง เชื่อมต่อทั่วโลกไร้รอยต่อด้วย GO Travel ซิมเน็ตต่างประเทศ ที่จับมือกับพันธมิตรเครือข่ายอันดับหนึ่งทั่วโลก
  • องค์กรที่ได้การยอมรับในเวทีสากล บทพิสูจน์ผู้นำด้านความยั่งยืนอันดับหนึ่งจากดัชนีความยั่งยืนระดับโลก DJSI ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ปี จาก S&P Global สะท้อนผ่านโครงการเพื่อสังคมที่สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ ทรูปลูกปัญญา สร้างความเท่าเทียมด้านการศึกษาเยาวชนไทย การขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ลดช่องว่างการเข้าถึงการสื่อสารในพื้นที่ห่างไกล เช่นล่าสุด ที่บ้านเลาสูนอก หมู่บ้านเล็กๆ ในอ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เพื่อเชื่อมชีวิตผู้คนในทุกพื้นที่ของประเทศ รวมถึงการช่วยเหลือกลุ่มคนออทิสติก และมูลนิธิถันยรักษ์ ที่รณรงค์ให้ผู้หญิงไทยหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเอง โดยเฉพาะการตรวจคัดกรองและป้องกันภัยเงียบจากมะเร็งเต้านม

ปูพรม Media Ecosystem 360 องศา ดัน “โอปอล สุชาตา” สร้าง Impact จุดพลัง “มงเปลี่ยนโลก”

ทรู ได้ออกแบบกลยุทธ์การสื่อสารและระบบนิเวศสื่อแบบครบวงจร ทั้ง On-ground, Online และ Offline เสริมแกร่ง “โอปอล สุชาตา” True’s First World Ambassador ส่งต่อพลังบวก ความตั้งใจทำความดีสู่ทุกคนในสังคม

  • On-ground เปลี่ยนพนักงานเป็นพลังเล่าเรื่องแบรนด์ คิกออฟจากภายในองค์กรด้วยพลังพนักงานกว่า 5,000 คน ร่วมส่งต่อ “มงเปลี่ยนโลก” ให้คนทรู เป็นเสียงแรกในการเล่าเรื่องราวของ World Ambassador คนแรกของทรู ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน “มงเปลี่ยนโลก” โอกาสกระทบไหล่กับโอปอล สุชาตา สร้าง Engagement ให้เกิดขึ้นจริงกับสื่อ แฟนคลับ และคอมมูนิตี้ กลุ่ม Beauty Pageant และเหล่า Influencers ด้วยโมเม้นต์อันน่าจดจำ
  • Online จุดประกายแรงบันดาลใจให้กลายเป็นกระแสระดับ Mass ด้วย Teaser Campaign ปลุกพลังทุกช่องทางของโซเชียลมีเดีย True5G ที่มีผู้ติดตามรวมกว่า 10 ล้านคน ภายใต้แนวคิด “สัญญาณที่เชื่อมต่อทุกความสำเร็จ” ก่อนอัปเวลสู่ Mass Audience ด้วยภาพยนตร์โฆษณา และ Video Series ต่อเนื่องบนทุกแพลตฟอร์มดิจิทัลและสื่อในเครือทรู พร้อมแจ้งเกิด “Crowning Pose” สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จผ่าน KOL และครีเอเตอร์ และอีกหนึ่งไฮไลท์ เปิด Microsite “ทุกคนมีมงได้” เลือกมงกุฎที่สะท้อนตัวตนและส่งต่อแรงบันดาลใจในแบบของตัวเองให้โลกรู้
  • Offline ทำให้แรงบันดาลใจปรากฏในชีวิตประจำวัน ใช้สื่อ Offline ระดับพรีเมียมในทำเลศักยภาพสูง เช่น จอขนาดใหญ่บริเวณ True Shop Siam ซอย 2 จุดแลนด์มาร์คใจกลางเมือง ครอบคลุมทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมขยายการรับรู้ทั่วประเทศผ่าน True Shop หลายสาขา ส่งโอปอล สุชาตา ขึ้นแท่น True’s First World’s Ambassador ภาพจำในชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ “True to the World” สะท้อนความเชื่อร่วมกันของ ทรู คอร์ปอเรชั่น และ Miss World ว่า “ความสำเร็จ อยู่ที่ใจของคนที่มุ่งมั่น” ซึ่งพลังนี้ มีอยู่ในตัวตนของทุกคน และสามารถนำไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงและคุณค่าให้เกิดขึ้นจริงแก่ประเทศไทยได้

#มงเปลี่ยนโลก #TruetoTheWORLD #BESTwithTRUE5G

หนุ่มฮอต’บอส ชัยกมล’ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์คนแรกเครื่องประดับรักษ์ไทยแบรนด์’LAI THAI’

หนุ่มฮอต'บอส ชัยกมล'ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์คนแรกเครื่องประดับรักษ์ไทยแบรนด์'LAI THAI'

หนุ่มฮอต’บอส ชัยกมล’ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์คนแรกเครื่องประดับรักษ์ไทยแบรนด์’LAI THAI’

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.43 น.

ประกาศอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาในงาน “Grand Opening Presenter of LAITHAI and The 1st Fan-Sign Event” สำหรับการเปิดตัวนักแสดงหนุ่มหล่อสุดฮอต “บอส – ชัยกมล เสริมส่งวิทยะ” ที่ขึ้นแท่นรับตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์คนแรกให้กับแบรนด์เครื่องประดับของไทยที่มีลวดลายเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความอ่อนช้อย สะท้อนถึงความเป็นไทยอย่างชัดเจน ชื่อแบรนด์ว่า “LAI THAI” (ลายไทย) ซึ่งทางแบรนด์มีความตั้งใจในการออกแบบและรังสรรค์ชิ้นงานเครื่องประดับ โดยอาศัยแรงบันดาลใจมาจากผลงานศิลปะลายไทยประยุกต์ โดยในงานมีคุณ “คุณ ปิยนุช เตชะธนะชัย” CEO & Projects Develop Of LT Jewelry ผู้บริหารของแบรนด์ให้เกียรติมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย งานจัดขึ้น ณ Union Co-Event Space Zone A ชั้น G @ Union Mall 

ในงานเริ่มขึ้นด้วยการเปิดตัวเครื่องประดับของแบรนด์ พร้อมด้วยผู้บริหารและพรีเซ็นเตอร์บนเวที พูดถึงที่ไปที่มาของการเลือกลายไทยมาเป็นแบบบนเครื่องประดับ พร้อมทั้งอธิบายถึงเหตุผลที่เลือกนักแสดงหนุ่ม “บอส ชัยกมล” มาเป็นตัวแทนภาพลักษณ์แบรนด์ เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ “LAI THAI” (ลายไทย) ในครั้งนี้ โดยสินค้าเครื่องประดับลายไทยมีความตั้งใจในการเผยแพร่ความเป็นไทยออกไปยังตลาดโลก เน้นที่การใช้ลายไทยมาประยุกต์ผสมผสานความโมเดิร์น เพื่อโชว์ความเป็นไทยในแบบสากล และเข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่หรูเมื่อสวมใส่ สามารถสวมใส่ได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกโอกาส ตรงตามคอนเซป “ความสง่างามอย่างไทยที่เหนือกาลเวลา” สามารถติดตามข่าวสารต่างๆ แบรนด์เพิ่มเติมได้ทาง IG / Tiktok : @laithai18.official และทาง X : LaithaiOfficial

เดือด มัน สะใจ! ‘Rock Mountain 2026’ ปลุกเกาะลับแห่งยักษ์ให้มีชีวิต

เดือด มัน สะใจ! 'Rock Mountain 2026' ปลุกเกาะลับแห่งยักษ์ให้มีชีวิต

เดือด มัน สะใจ! ‘Rock Mountain 2026’ ปลุกเกาะลับแห่งยักษ์ให้มีชีวิต

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.06 น.

จบลงอย่างสวยงาม สำหรับเทศกาลดนตรีที่กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของชาวร็อกอย่าง Chang Music Connection presents Rock Mountain 2026 เทศกาลดนตรีร็อกฤดูหนาว โอบล้อมด้วยภูเขา บนพื้นที่อัฒจันทร์ธรรมชาติ ณ Jolly Land เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อคืนวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา งานนี้ผู้จัด GFest ผู้นำด้านการจัดคอนเสิร์ตและเฟสติวัลสุดพรีเมียม ภายใต้หน่วยงาน GMM SHOW สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยคอนเซปต์สุด ครีเอท เกาะลับแห่งยักษ์ เปลี่ยนพื้นที่หุบเขาให้กลายเป็นดินแดนแห่งการผจญภัยสุดลึกลับ พร้อมเซอร์ไพรส์เหมือนเคยด้วยการไม่เปิดเผย Show time ให้ชาวร็อกนับหมื่นชีวิตต้องลุ้นกันตลอดโชว์ท่ามกลางลมหนาว สร้างความตื่นเต้นทวีคูณเมื่อไม่มีใครรู้ว่าศิลปินคนไหนจะขึ้นมาโชว์บนเวที และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่สร้างสีสันให้งานปีนี้คึกคักเป็นพิเศษ คือภาพของเหล่าแฟนเพลงทุกคนต่างพร้อมใจกันแต่งตัวตามคอนเซปต์ ได้เห็นแฟชั่นชาวร็อกที่ผสมผสานกลิ่นอายการผจญภัย ทั้งชุดเดินป่า, เสื้อคลุมขนสัตว์ รวมไปถึงเพ้นท์หน้าและแต่งตัวเป็นชนเผ่าร็อกแห่งเกาะยักษ์ ซึ่งความทุ่มเทของทุกคนเปลี่ยนให้ Jolly Land กลายเป็นชุมชนนักผจญภัยที่ดูตื่นตาตื่นใจไปทุกพื้นที่ของงาน 

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่งาน แฟนเพลงต่างประทับใจกับโปรดักชันระดับประเทศ ด้วยคอนเซปต์เวที “เกาะลับแห่งยักษ์” ที่มียักษ์เป็นจุดเด่นกลางเวที พร้อมน้ำตกไหลออกจากปากยักษ์ และยังมีน้ำพุ และปะการังโดยรอบ ช่วยสร้างบรรยากาศให้พื้นที่จัดงานกลายเป็นเกาะลับอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นการผสมผสานความลึกลับของธรรมชาติ และงานศิลปะขนาดมหึมา ราวกับทุกคนได้หลุดเข้ามาผจญภัยในดินแดนเหนือจินตนาการ แสง สี เสียง ถูกจัดเต็มเพื่อให้ความรู้สึกถึงการออกตามล่าขุมทรัพย์ทางดนตรีที่ถูกซ่อนไว้ในหุบเขา ทำให้ทุกโชว์บนเวทีปีนี้ดูขลังและทรงพลังมากกว่าที่เคย และเมื่อถึงเวลาเริ่มงาน พลุสีได้ระเบิดขึ้น พร้อมเสียงของยักษ์ที่ส่งสัญญาณให้ผู้ชมเตรียมพร้อมพบกับศิลปินที่ทุกคนรอคอย เริ่มด้วยศิลปินคนแรกที่มีเสียงดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ชัดเจน JOEY PHUWASIT เปิดเกาะลับนี้ด้วยซาวด์อีสานร็อกสุดโจ๊ะ ปลุกพลังนักผจญภัยให้ลุกขึ้นมาเซิ้งตามจังหวะ ต่อด้วย KLEAR สะกดอารมณ์คนทั้งเกาะด้วยเพลงเศร้าที่กรีดลึก สร้างบรรยากาศสุดซึ้งท่ามกลางแสงอาทิตย์กำลังจะตกดิน เพิ่มอารมณ์ความเดือดกับ RETROSPECT ทันทีที่อินโทรดังขึ้น พื้นที่หน้าเวทีก็กลายเป็นทะเลแห่งความบ้าคลั่ง กับพลังเสียงที่ดุดันและปลุกจิตวิญญาณเรโทรเลี่ยนจนเกิดปรากฏการณ์ Mosh Pit ที่กลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของแฟนเพลง จากนั้น SWEET MULLET รับไม้ต่อความระห่ำด้วยดนตรีร็อกหนักหน่วงและท่วงทำนองที่เปี่ยมไปด้วยพลัง สาดความมันใส่คนดูแบบไม่ยั้ง ให้เดือดพล่านถึงขีดสุด และถึงช่วงเวลาศิลปินเซอร์ไพร์ส ที่หลายคนต่างเดาไปหลากหลายว่า ใครจะมาขึ้นเวทีสุดมันนี้ PALMY ปรากฎตัวพร้อมแฟชั่นสุดล้ำ เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนเพลงทั้งฮอลล์ธรรมชาติ เปลี่ยนหุบเขาเป็นลานแดนซ์ พร้อมชวน โจอี้ มาแจมในเพลง ความเจ็บปวด ที่ PALMY จับกีตาร์โชว์อีกด้วย จากนั้นเข้าสู่โหมดร็อกสุดเดือด LITTLE JOHN วงร็อกเลือดใหม่ที่โชว์ สกิลดนตรีได้แน่นปึ้ก พร้อมพลังว๊ากที่สะกดแฟนเพลงให้อยู่หมัดทั้งโชว์ ต่อด้วย POTATO ขนเพลงฮิตระดับตำนานมาให้แฟนเพลงร้องตามดังก้องไปทั่วทั้งเกาะลับ และที่สำคัญได้ชวน เต๋า SWEET MULLET  ออกมาร้องเพลง ยื้อ และ เพียงพอ ด้วยกัน เป็นภาพที่เหล่าแฟนเพลงต่างเฝ้ารอที่จะได้เห็นทั้งคู่โชว์ร่วมกันบนเวทีสักครั้ง!! เดือดกันต่อเนื่อง SILLY FOOLS การกลับมาที่ทุกคนรอคอย สาดดนตรีสุดล้ำที่พิสูจน์ความเก๋าได้อย่างยอดเยี่ยม และได้ชวน โอ๊ค LITTLE JOHN มาฟีทเจอริ่งด้วยกันในเพลง น้ำลาย และ จิ๊จ๊ะ ถือเป็นอีกโชว์ที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชม ถึงเวลาของ THREE MAN DOWN ขวัญใจวัยรุ่นที่มาพร้อมพลังงานล้นเหลือ มัดใจคนดูด้วยโชว์และพลังเสียงร้องที่ไม่เคยทำให้แฟนเพลงผิดหวังท่ามกลางบรรยากาศหนาวเย็นที่ลดลงไปถึง 15 องศาเซลเซียส

สนุกกันต่อเนื่อง เมื่อ TAITOSMITH ออกมาปลุกพลังใจชาวร็อกด้วยเนื้อหาเพลงสะท้อนสังคมและดนตรีที่ดุดัน ที่ตั้งใจทำโชว์ใหม่เพื่องานนี้โดยเฉพาะ และเดินทางมาถึงวงสุดท้ายกับ BIG ASS วงร็อกระดับตำนานที่ปิดจบการผจญภัยบนเกาะยักษ์อย่างยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรี ส่งทุกคนกลับบ้านด้วยความอิ่มเอมใจ

มากกว่าความสนุก คือความรับผิดชอบ “คืนพื้นที่สู่ธรรมชาติ” คือความตั้งใจของ GMM SHOW ที่ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม โดยการแยกขยะภายในงาน ออกเป็นถังขยะเศษอาหาร ถังขยะทั่วไป และถังขยะรีไซเคิล เพื่อความสะดวกเรียบร้อยในการจัดเก็บอย่างสมบูรณ์ โดยทันทีที่การผจญภัยจบลง ทีมงานได้เริ่มปฏิบัติการ เก็บขยะ เคลียร์พื้นที่ทันที เพื่อคืนผืนหญ้าและอากาศบริสุทธิ์ให้กับชาวเขาค้ออย่างยั่งยืน เพื่อส่งมอบคืนพื้นที่ Jolly Land ให้กลับมาสะอาดเหมือนเดิม เป็นการปิดฉากเทศกาลดนตรีที่ร้อนแรงแต่รักษ์โลกอย่างแท้จริง

Chang Music Connection presents Rock Mountain 2026 เทศกาลดนตรีร็อกฤดูหนาว โอบล้อมด้วยภูเขา บนพื้นที่อัฒจันทร์ธรรมชาติ พิสูจน์แล้วว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของชาวร็อกที่ต้องมารวมตัวกันทุกปี ส่วนใครที่พลาดการผจญภัยบนเกาะลับปีนี้ บอกได้คำเดียวว่าน่าเสียดายที่สุด! เตรียมวอร์มร่างกายให้พร้อม แล้วมาลุ้นกันว่าปีหน้า GMM SHOW จะพาเราไปผจญภัยในรูปแบบไหนอีก แล้วพบกันใหม่ …Rock Mountain 2027!!!   

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวคอนเสิร์ตและเฟสติวัลได้ที่ GFest ผู้นำด้านการจัดคอนเสิร์ตและเฟสติวัลสุดพรีเมียม ที่กำลังจะจัดขึ้นต่อจากนี้ได้ก่อนใคร เพียงคลิ๊กเข้าไปอัปเดตทาง FB / IG / TWITTER / TIKTOK : GFEST หรือทาง Line official : @rockmt

#RockMountain2026 #GFEST #GMMShow

‘ชมพู่’เตือนภัยเงียบ! แร่ธาตุขาดแค่ตัวเดียว สุขภาพพังแบบโดมิโน

‘ชมพู่’เตือนภัยเงียบ! แร่ธาตุขาดแค่ตัวเดียว สุขภาพพังแบบโดมิโน

‘ชมพู่’เตือนภัยเงียบ! แร่ธาตุขาดแค่ตัวเดียว สุขภาพพังแบบโดมิโน

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.59 น.

เปิดสัญญาณเตือน ก่อนสุขภาพพังแบบโดมิโน ผลวิจัยชี้! ขาดแร่ธาตุนี้ เสี่ยงซึมเศร้า พังทั้งร่าง ถึงเวลารู้ทันร่างกาย เช็กให้ชัดว่าคุณกำลังขาดแร่ธาตุอยู่หรือเปล่า? กับ “ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์” ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเพื่อการชะลอวัย แร่ธาตุที่หลายคนมองข้าม พร่องเพียงตัวเดียวอาจสะเทือนทั้งระบบในรายการ On The Way With CHOM

ถ้าขาดแร่ธาตุตัวใดตัวหนึ่งไปมีผลให้ร่างกายพังได้ทั้งระบบเลยจริงไหม ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าแร่ธาตุเป็นกลุ่มของสารอาหารที่สำคัญ มีความจำเป็นสำหรับร่างกายของเรา เรียกแร่ธาตุว่าเป็นกลุ่มของไมโครนิวเทรียนท์ก็คือสารอาหารที่ร่างกายต้องการน้อย แต่มากไปด้วยบทบาทสำคัญกับร่างกายของเรา เพราะมันจะทำหน้าที่หลัก ๆ เลยในร่างกายของเรา เป็นโคแฟกเตอร์หรือปัจจัยร่วมในการทำปฏิกิริยาทุกระบบของร่างกายเรา ต้องอาศัยแร่ธาตุเป็นตัวช่วยในปฏิกิริยาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบการผลิตพลังงานของร่างกาย เรื่องของภูมิคุ้มกัน เรื่องของระบบประสาทและสมอง แล้วทุกระบบในร่างกายของเราจำเป็นต้องอาศัยแร่ธาตุ ถ้าเราขาดตัวใดตัวหนึ่งไปมันอาจจะเหมือนกับโดมิโนที่พังไปเลยทั้งระบบ โดยเฉพาะในปัจจุบันเราพูดถึงเรื่องของ longevity เราว่าสุขภาพดีนะ อายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญเลยก็คือเรื่องของพลังงานชีวิต อาจารย์มองว่าสำคัญมากและเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องของ Wellness นะครับ

สัญญาณแรกที่บ่งบอกว่าเราขาดแร่ธาตุคือเรื่องเอนเนอร์จี้ใช่ไหม ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับ ก็จะมีความรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย คือคุณภาพชีวิตจะลดลงแล้ว การกินอยู่หลับนอนออกกำลังกายทุกอย่าง มันก็จะทำให้เราอ่อมอย่างที่เราบอก ก็คือจะหลับก็หลับได้ไม่ดี คุณภาพการนอนหลับไม่ดี อาจจะตื่นกลางดึกบ่อย บางคนนอนไปเป็นตะคริว มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ตื่นมาก็ไม่สดชื่น กิจกรรมระหว่างวันก็จะอ่อนเพลีย เรื้อรังบางคน ภูมิคุ้มกันลด เป็นหวัดบ่อย แล้วก็แผลหายช้า หรืออารมณ์แปรปวน หงุดหงิดง่าย มันเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเลย

ระหว่างขาดแร่ธาตุกับเป็นกับเป็นโรคต่างกันยังไง ?

ดร. เอกราช : โรคคือจะถูกวินิจฉัยเมื่อมันมีอาการแสดงออกมาแล้ว ว่าคุณเป็นโรคต่าง ๆ แล้ว แม้กระทั่งแร่ธาตุบางตัวหรือหลายตัวในปัจจุบันมันสัมพันธ์กับการเกิดโรคเรื้อรัง หรือโรค NCD (โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) ในศาสตร์ของ anti-aging มันจะมีศัพท์อยู่คำหนึ่งเราเรียกว่า Sub – Optimal Health หรืออาจารย์แปลเป็นไทยง่าย ๆ ว่าภาวะพร่องสุขภาพ คำว่าพร่องสุขภาพคือมันยังไม่เกิดโรคนะ เราอาจจะพร่องแร่ธาตุบางตัวไป มันคือการสะสม วันละเล็ก ๆ น้อยขาดไป มันก็จะทำให้หลาย ๆ ระบบของร่างกายมันผิดปกติไป มันก็ทำให้เราเกิดโรคต่าง ๆ ตามมา พูดง่าย ๆ ว่ามันสายไปเสียแล้ว รอให้ขาดไปนาน ๆ หรือบางตัวอย่างนี้ เช่น แมกนีเซียมสัมพันธ์กับการเกิดโรคเรื้อรังเยอะแยะมากมาย หรือ สังกะสี ธาตุเหล็กตัวอื่น ๆ แคลเซียม พวกนี้เป็นแร่ธาตุที่สำคัญ แล้วเราค่อย ๆ ขาดไปสะสมไปมันก็เหมือนกับลักษณะของฆาตกรเงียบที่เราไม่รู้ตัว พอเราพร่องไปบ่อย ๆ มันขาดแล้ว มันก็เหมือนกับภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ใต้ฐานน้ำแข็ง เราอาจจะพร่องแร่ธาตุไปหลายตัวเลยไม่รู้ พอมันโผล่พ้นน้ำมาปุ๊บ อ้าวคุณมีโรคต่าง ๆ แสดงออกมาแล้ว คือเราก็เน้นที่การป้องกันเป็นหลักและเราก็ต้องกินแร่ธาตุต่าง ๆ ให้มันเพียงพอ

อะไรที่ทำให้แร่ธาตุมันพร่องเพราะว่าบางคนก็กินผักและกินหลากหลาย ทำไมถึงยังขาดแร่ธาตุ  ?

ดร. เอกราช : เรื่องของอาหารอันนี้เป็นประเด็นแรกที่สำคัญเลย อาหารอาจจะเป็นส่วนหนึ่งคือกินได้ไม่เพียงพอ บางคนวิถีชีวิตเร่งรีบ กินอาหารแปรรูป ultra-processed food ซึ่งมันก็อาจจะมีแหล่งของแร่ธาตุต่าง ๆ ไม่ได้เต็มที่ อย่างที่ 2 บางคนบอกกินพืชผักเยอะมากมายเลย แต่หารู้ไม่ว่าคุณอาจจะได้รับสารต้านโภชนาการ เราเรียกศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Anti-nutrients ก็คือต้านโภชนาการแล้วคนส่วนใหญ่ไม่รู้ ส่วนใหญ่อยู่ในพืชผักทั้งหลายนี่แหละ ไม่ว่าจะเป็น Phytate (ไฟเตต) และ Oxalate (ออกซาเลต) Tannin (แทนนิน) Phytate (ไฟเตต) เป็นสารต้านโภชนาการที่พบมากในพวกธัญพืชไม่ขัดสี   ในถั่วต่าง ๆ แล้วมันขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียม แมกนีเซียม เหล็กหรือสังกสี โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย

ทานมาก ๆ มีผลต่อการดูดซึมของแร่ธาตุแน่นอน ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับลดการดูดซึมแร่ธาตุ แล้วพืชบางอย่างเขาบอกกินถั่วจะต้องไปแช่ค้างคืนไว้ก่อน 1 ทิวาราตรีกาลนะ อาจจะ 8-12 ชั่วโมง มันก็จะมีผลลดพวกสารเหล่านี้ หรือต้มแล้วเทน้ำทิ้ง แต่บางทีกระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้เราไม่รู้ ก็ทำให้ได้รับสารต้านโภชนาการ ในกลุ่มของไฟเตต ขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก แคลเซียมไปวันละเล็กละน้อยก็ส่งผลแล้วกับสุขภาพร่างกายของเรา หรือออกซาเลตพบมากในผักใบเขียว ผักโขม ผักปวยเล้ง หรือแม้กระทั่งบีทรูทที่เรากิน บางทีกินในรูปแบบของดิบ ๆ กินสดในสลัดทั้งหลาย พวกนี้มันก็จะมีผลในการขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียม

การกินเมนูเดิมซ้ำ ๆ อย่างนี้มันก็จะมีผล ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับ บางทีเรากินแบบซ้ำ ๆ หลักการกินที่ดี กินให้หลากหลาย กินให้หมุนเวียน อย่ากินซ้ำ ต่อให้เมนูเดียวกันเรายังจะต้องปรับเปลี่ยนหลาย ๆ ซอสของวัตถุดิบ แล้วอีกหนึ่งตัวที่เป็นเหมือนกับภัยเงียบที่คนอาจจะไม่รู้ก็คือสารแทนนินที่พบมากในพวกชา กาแฟ หรือฝรั่ง พุทรา ผักกระเฉด ที่เรากินแล้วมีสารมีรสฝาด โดยแทนินจะไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก สังกสี แคลเซียม แมกนีเซียมทั้งหลาย พวกนี้ก็จะทำให้ร่างกายดูดซึมแล้วไปใช้ประโยชน์ลดน้อยลง แล้วถ้าเราได้รับมากเกินไปต่อเนื่องซ้ำ ๆ อย่างนี้ สมมติว่ากินกาแฟเยอะมากวันหนึ่งหลายแก้วเลย มันก็ขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม ก็อาจจะส่งผลทำให้เราเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกบางได้

มีวิธีการกินยังไง ?

ดร. เอกราช : เน้นอย่างนี้ครับ คือคุณภาพและปริมาณ คุณภาพคือสิ่งที่เรากินมันมีช่วงเวลาที่เรากินด้วยนะ ถ้าเรากินหลังมื้ออาหารบางอย่างที่มีแทนนินสูง หรือคาเฟอีนสูง มันมีผลในการขับแคลเซียม ขับปัสสาวะแล้ว เราจะเห็นว่ากินปุ๊บ มันปัสสาวะบ่อย มันก็เพิ่มการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ หรือแร่ธาตุต่าง ๆ ที่สำคัญออกไป แล้วเราก็กินให้ห่างจากมื้ออาหาร แล้วปริมาณที่กินต่อวันอย่างนี้ วันหนึ่งกาแฟก็ไม่เกิน 2-3 แก้วนะเต็มที่เลย แล้วมันมีงานวิจัยว่ามันมีความสัมพันธ์กัน ถ้าเราได้รับเยอะมากก็ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกบาง หรือกระดูกพรุนได้

ยาบางชนิดมีผลต่อการดูดซึมแร่ธาตุใช่ไหม ?

ดร. เอกราช : ถูกต้อง บางคนชอบกินยาลดกรด เพราะกรดมันจะช่วยในการแตกตัวของแร่ธาตุ ทำให้แร่ธาตุมันละลายและดูซึมได้ดี บางคนแบบกินยาลดกรดบ่อย ๆ ก็เสี่ยงต่อการขาดหรือพร่องแร่ธาตุได้ เพราะลดการดูดซึมของแร่ธาตุต่าง ๆ นอกจากยาลดกรดแล้ว ในยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ Antibiotic ก็มีผลในการลดการดูดซึมแคลเซียม ในการลดการดูดซึมธาตุเหล็ก แม้กระทั่งยาระบาย บางคนชอบมาก กินยาระบายจะได้สะดวกง่ายถ่ายคล่อง แต่มันก็มีผลในการระบายพวกแร่ธาตุต่าง ๆ ออกไป แล้วคุณก็จะเสี่ยงต่อการขาดแร่ธาตุโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว

มีโอกาสไหมที่เราจะขาดแร่ธาตุมากขึ้นด้วยปัจจัยเรื่องอายุ ?

ดร. เอกราช : มีโอกาสโดยตรงเลย เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้สูงวัยหรือผู้สูงอายุระบบการย่อยการดูดซึมต่าง ๆ ก็จะเสื่อมน้อยถอยลง ลดลง ก็ทำให้การดูดซึมไม่เหมือนกับวัยรุ่นหนุ่มสาว หรือแม้กระทั่งระบบการเคี้ยวการบดเคี้ยวย่อยต่าง ๆ ได้ไม่ดี แล้วต่อให้กินพอบางทีดูดซึมได้น้อยลง ในขณะเดียวกันบางคนผู้สูงอายุเบื่ออาหาร รับประทานน้อย ๆ ยิ่งเสี่ยงต่อการขาดแร่ธาตุต่าง ๆ นอกจากอายุก็คือใช้ร่างหนักมาก หนักในที่นี้คือไม่ใช่แค่คนออกกำลังกายอย่างหนักอย่างเดียว ทำงานอย่างหนักหน่วง ทำให้พักผ่อนน้อยหรือเครียด ความเครียดบอกเลยว่ามันจะดึงดูดแร่ธาตุไปใช้เพิ่มมากขึ้น

มีเรื่องให้ต้องใช้เยอะ ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับ แล้วยิ่งเครียดมากยิ่งดึงแร่ธาตุต่าง ๆ มาเพื่อเอามาเบรกความเครียด นี่คือสมดุลของร่างกาย มันพยายามที่จะสู้นะ สู้เพื่อตัวเราเอง สู้เพื่อเซลล์ในร่างกาย แต่แค่ว่าเราไม่มีวัตถุดิบหรือวัตถุดิบเราไม่พอ

ผักพืชผักผลไม้แร่ธาตุไม่ได้แน่นเหมือนสมัยก่อน ?

ดร. เอกราช : ใช่ครับ เนื่องจากคุณภาพของดิน แล้วมันตั้งแต่ต้นน้ำเลย คุณภาพของดินเองก็มีผลทำให้แร่ธาตุได้ไม่เต็มที่ กระบวนการขนส่งต่าง ๆ ที่กว่าจะมาถึงมือผู้บริโภค มันก็มีผลทำให้คุณภาพของสารอาหารมันลดน้อยลง ทั้งคุณภาพ ทั้งปริมาณ

ถ้าไม่อยากอ่อม อยาก boost energy ต้องกลุ่มไหนเป็นพิเศษ ?

ดร. เอกราช : กลุ่มของแร่ธาตุที่ boost energy มันหลายตัวมาก มันไม่ใช่ตัวเดียว อาจารย์มักพูดเสมอเลยว่า ไม่มีสารอาหารตัวใดตัวหนึ่งตัวเดียวเป็นพ่อทุกสถาบัน แล้วเรื่องของเอนเนอร์จี้มันประกอบไปด้วยหลาย ๆ แร่ธาตุ ไม่ว่าจะเป็นธาตุเหล็ก เหล็กเราเรียนกันมาแต่เล็กแต่น้อยแล้วว่ามันเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ซึ่งเม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนให้กับเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย นอกเหนือจากนี้เหล็กยังเป็น Cofactor ในการผลิตพลังงานให้กับเซลล์ด้วย แล้วถ้าเราพร่องเหล็กขาดเหล็ก โดยเฉพาะล่าสุดรายงานการศึกษาวิจัยพบว่าคุณผู้หญิงในช่วงที่มีประจำเดือนก็จะเสี่ยงต่อการพร่อง แล้วถ้าเราพร่องไปอาจารย์ไม่มองถึงขาดนะ พอขาดปุ๊บเราซีดแล้ว โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเราจะเห็นทำไมช่วงนี้คุณแบบดูซีด ๆ อ่อนเพลียเหนื่อยง่าย

มันมีอะไรที่จะหยุดยั้งหรือว่าชะลอความเสื่อมได้ไหม ?

ดร. เอกราช : ต้องดูว่าความเสื่อมนั้นมันเกิดขึ้นจากอะไร มันมีอยู่ 2 กรรมในชีวิตเรา คือ 1 กรรมพันธ์ แต่เราสามารถชนะกรรมพันธุ์ได้ด้วยเอพิเจเนติกส์ สิ่งที่เหนือกรรมพันธุ์คือไลฟ์สไตล์ของเรานี่แหละ กับกรรมที่ 2 ก็คือพฤติกรรมของเรา เราต้องไปดูว่าต้นตอของความเสื่อมของเราคือการใช้ชีวิต การกินอาหารที่ไม่ดี กินน้ำตาลที่มากเกิน กิน ultra-processed food เรื่องของความเครียดก็มีผล ยิ่งเครียดมากยิ่งเสื่อมเยอะ แล้วมันเป็นเหมือนวงจรเพราะยิ่งเครียดมากยิ่งดึงแร่ธาตุมาใช้เยอะ มันก็ยิ่งขาด แล้วขาดปุ๊บมันก็จะไปทำส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ให้ระบบร่างกายพังล้มแปรปรวนหมดเลยทุกระบบ หรือแม้กระทั่งการออกกำลังของเรา พอเราบอกเราต้องออกกำลังเป็นประจำ ทั้ง weight training ทั้งคาร์ดิโอ เราหนักมากเกินไปมันก็มีผล หรือเรานอนไม่เพียงพอก็มีผลหมดเลย ทำให้ระบบต่าง ๆ ของเรา เซลล์ของเรามันเสื่อม มันแก่ มันตาย และถ้ามันกลายพันธุ์ขึ้นมาทำให้เราเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง

แร่ธาตุช่วยได้ ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับ เป็นอีกหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญของร่างกายเรา ก็คือกลุ่มของอย่างที่อาจารย์บอกไปคือจริง ๆ แล้วแร่ธาตุในร่างกายมันมีหลายตัวมาก ที่ทำหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี ทองแดง โครเมียมและอีกหลาย ๆ ตัวที่มันทำงานร่วมกันผสานกันเป็นทีมเวิร์ค

พวกนี้จะมาช่วยต้านอนุมูลอิสระใช่ไหม ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับ ทำให้เซลล์ของเรามันเสื่อมแก่ตายแล้วกลายพันธุ์ลดน้อยลง แล้วระบบต้านอนุมอิสระพอคนส่วนใหญ่พูดถึงสารต้านอนุมูลอิสระก็นึกถึงแต่ว่า มี antioxidant อะไรที่แรง ๆ จะได้ต้านอนุมูลอิสระได้ดี จริง ๆ แล้วอนุมูลอิสระเรียกได้ว่าเป็นต้นตอเลย ศัตรูตัวร้ายของความอ่อนเยาว์ ความชรา ความเสื่อมของเซลล์ เพราะว่าทุกวันนี้ทุกลมหายใจของเรามันมีการเผาผลาญหมดเลยตลอด อาจารย์มักที่จะบอกเสมอว่าเราแก่ตั้งแต่เราเกิด พอเราเกิดมาเราก็มีการหายใจ มีการเผาผลาญ มันผลิตอนุมูลอิสระหรือของเสีย เหมือนรถยนต์สตาร์ทติดอยู่ตลอดเวลา ปฏิกิริยาไกลเคชั่นก็เป็นปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดสารเร่งแก่ขึ้นมา โดยเฉพาะน้ำตาลที่เรากินเข้าไปเยอะ ๆ มันก็ล้วนแล้วแต่ผลิตอนุมูลอิสระหมดเลย PM2.5 ที่เราได้รับ มลพิษความเครียดต่าง ๆ อาหารที่เรากินไม่ดีล้วนแล้วแต่เหนี่ยวนำให้เกิดอนุมูลอิสระ แล้วเราก็จะสรรหาสารต้านอนุอิสระต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย แต่หารู้ไม่ว่าพื้นฐานของสารต้านอนุมอิสระจริง ๆ แล้วร่างกายสามารถสร้างสารต้านอนุมูลอิสระได้ในกลุ่มของAntioxidant Enzyme คือร่างกายผลิตเอนไซม์ที่ต่อต้านอนุมูลอิสระได้ แล้วต้องอาศัยแร่ธาตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นซิงค์หรือสังกะสี ทองแดง ซีลีเนียม ธาตุเหล็ก พวกนี้มันเป็นตัวช่วยในการผลิตสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในรูปแบบของเอนไซม์ คือ Antioxidant Enzyme อาจารย์เปรียบเหมือนกับว่าเราพยายามหา Antioxidant อะไรที่มันดี ๆ เลย ก็เหมือนกับต้องการที่จะหาโคมไฟแชนเดอเรียหรือโซฟาหลุยส์มาตกแต่งบ้าน แต่เสาบ้าน ผนังบ้านของเรายังไม่ดี แล้วพื้นฐานของ multimineral เป็นสิ่งที่สำคัญเพราะมันช่วยในการสร้าง Antioxidant Enzyme ไม่ว่าจะเป็น Superoxide Dismutase หรือ SOD (เอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสื่อม) จริง ๆ แล้วร่างกายเราสร้างขึ้นได้เอง แล้วต้องอาศัยแร่ธาตุสังกะสี ทองแดงมาช่วยในการสร้างด้วย

ถ้าวันนี้เราอยู่ในภาวะที่เราพร่องแร่ธาตุมันเหมือนกับเราเหมือนแบตอย่างนี้ถูกไหม ?

ดร. เอกราช : ใช่ครับ เพราะว่า multimineral มันเปรียบเสมือน Cofactor ที่สำคัญเลยที่ทำให้ชีวิตเราไปต่อได้ครับ

คนที่มีภาวะวิตกกังวลหรือว่าเครียดซึมเศร้าเกี่ยวกับเรื่องแร่ธาตุไหม ?

ดร. เอกราช : มีส่วนครับ เพราะแร่ธาตุอาจารย์ต้องบอกก่อนว่าหลาย ๆ การศึกษาวิจัย เขาพบบทบาทของแร่ธาตุมีส่วนในเรื่องของความเครียด ความวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือแม้กระทั่งคิดสั้น มีผลนะครับ มีการศึกษาวิจัยเขาพบหลัก ๆ 4 แร่ธาตุด้วยกัน ตัวแรกเลยก็คือ 1 แมกนีเซียม ตัวที่ 2 ก็คือสังกะสี ตัวที่ 3 ก็คือซีลีเนียม และตัวที่ 4 คือธาตุเหล็ก บางคนนึกว่าเหล็กสร้างแต่เม็ดเลือดนะ มันเรื่องของพลังงานเรื่องของภูมิคุ้มกันและเรื่องของอารมณ์ พวกนี้มีบทบาทสำคัญหมดเลย เขาพบว่าคนที่อารมณ์ซึมเศร้ามักมีระดับของแมกนีเซียมและสังกสีที่ลดลง แล้วเชื่อมโยงมีความสัมพันธ์กับการคิดสั้นด้วยครับ

คนที่เข้าไปปรึกษาเกี่ยวกับภาวะสุขภาพจิต จะมีการให้แร่ธาตุเสริมไปด้วยไหม ?

ดร. เอกราช : ในบ้านเราส่วนใหญ่ยังไม่มีเลย ซึ่งอันนี้อาจารย์บอกเลยว่ามีความสำคัญมาก อาจารย์เคยใฝ่ฝันไว้นะว่าโรงพยาบาลในบ้านเราหรือคลินิกต่าง ๆ ในบ้านเราที่ดูแลสุขภาพคนไข้อยากที่จะให้ใช้พวกกลุ่มของสารอาหารวิตามินและธาตุต่าง ๆ เสริม เราเรียกว่า adjunctive therapy (การบำบัดเสริม) คือเราไม่ได้ให้เลือกนะ เราเปลี่ยนทางเลือกเป็นทางร่วม ร่วมกับการรักษา ดูแลให้ครบทุกมิติ เช่น เราไปดูแลสุขภาพจิต มีอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวล แล้วมีผลนอนไม่หลับ ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้รับยานะ คุณหมอก็ยังให้ยาทานหลักไป แล้วคุณก็ให้แร่ธาตุหรือวิตามินเสริมเข้ามา เพื่อทำให้คนไข้หรือผู้ป่วยเขาหายได้เร็วขึ้น หรือมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดการใช้ยา ลดผลข้างเคียงต่าง ๆ แล้วคุณใช้สารอาหารแหละครับมาเติมเต็ม เพราะหลายสารอาหารมันมีผลในการดูแลสุขภาพโดยเฉพาะสุขภาพจิต เราเรียกว่า Nutritional Psychology (จิตวิทยาโภชนาการ) หรือโภชนาการที่มีผลในเรื่องของภาวะสุขภาพจิตใจของเรา เพราะทุกวันนี้คนเครียดกันเยอะมาก คนวิตกกังวล คนซึมเศร้า แล้วบางคนมีปัญหาคือไม่รู้ตัว อันนี้ที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการที่อาจจะคิดสั้น หรือทำให้คุณภาพชีวิตเขาลดน้อยลง แล้วสารอาหารมันมีผลโดยตรงเลย ถึงเกิดความคิดในเรื่องของอาหารเป็นยา

แร่ธาตุบางตัวเวลากินด้วยกันมันก็ส่งเสริมกันแต่บางตัวกินแล้วมันก็ตบตีกันได้เป็นไปได้ไหม ?

ดร. เอกราช : เป็นไปได้ครับ เป็นปกติเลย เราจะกินแร่ธาตุรวมจากอาหารตามธรรมชาติ ก็คือที่เรากินอยู่ในพืชผักผลไม้ หรือแม้กระทั่งแร่ธาตุกันเองมันจะแก่งแย่งแข่งขันกันดูซึม เพราะมันมีประจุหรือ Valency (ความสามารถในการรวมตัวของธาตุ) เช่น 2 บวกเหมือนกัน แคลเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี มันก็จะตบตีกันในการแก่งแย่งแข่งขัน เราจะกินในรูปแบบของอาหารหรืออาหารเสริมที่เป็นแร่ธาตุรวม มันก็มีผลในการที่จะขัดขวางในการดูดซึม แต่มันยังดีกว่าที่เราไม่ได้กินเลย ทีนี้มันมีวิธีการไหมอาจารย์ที่ให้มันแยกกัน จะได้ไม่ขัดขวางกันอย่างกินแคลเซียมกับเหล็กกลัวมันจะตีกัน สังกะสีกับทองแดงอย่างนี้ เราก็ต้องแยกกันอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง แล้วถ้าเรากินเป็นตัว ๆ เดี่ยว ๆ วันหนึ่งสมมติกิน 8 ตัว 24 ชั่วโมงแล้วต้องปลุกมากินอีกมันก็ไม่ได้ ในแง่ของ practical แล้วปกติตามในวิถีชีวิตใช้ชีวิตจริง เราก็กินอาหารที่มันเป็น Whole food (อาหารที่ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด) ปกติอยู่แล้ว ที่มีแร่ธาตุรวมอยู่ หรือวิตามินเสริมที่มีแร่ธาตุรวมเราก็จะได้ประโยชน์อย่างน้อยถึงมันจะตบตีกันบ้าง แต่เราก็ยังมีมันช่วยในระบบต่าง ๆ ของร่างกายของเรา

การทานอะไรซ้ำ ๆ มันจะขัดขวางแร่ธาตุตัวนั้นซ้ำ ๆ ?

ดร. เอกราช : ใช่ก็จะมีผล แล้วคนส่วนใหญ่ชอบกินอะไรก็ชอบกินแบบเดิม ๆ อาจารย์บอกว่าเดิม ๆ ก็ได้นะ แต่บางทีคุณเปลี่ยนแหล่งของวัตถุดิบ มันก็จะมีความหลากหลาย

สิ่งสำคัญที่อาจารย์อยากจะฝากก็คืออย่ามองข้ามเรื่องแร่ธาตุ ?

ดร. เอกราช : ถูกต้องครับ อันนั้นเป็นสิ่งสำคัญเลย อย่ารอให้เราพร่องเราขาด มันจะทำให้ล้มทั้งระบบได้ เราก็จำเป็นที่จะต้องรีเซ็ตร่างกายด้วย multimineral แร่ธาตุต่าง ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสารอาหารที่สำคัญ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราพร่อง คือเราเน้นจากอาหารก่อน แต่ถ้าเกิดว่าอาหารเรากินไม่พอ กินขาด เราก็จำเป็นที่จะต้องเสริม เติมเข้าไปในส่วนที่เราพร่องเราขาด ก็เหมือนกับการชาร์จแบตให้กับชีวิตเราทำให้ชีวิตเรามีชีวาแล้วก็ทำให้เราสุขภาพดีชีวียืนยาวได้อย่างมีคุณภาพครับ

น้าเน็กเปิดใจครั้งแรก ความลับลูก2 กับเหตุผลที่ต้องปกปิดพื้นที่ส่วนตัว

น้าเน็กเปิดใจครั้งแรก ความลับลูก2 กับเหตุผลที่ต้องปกปิดพื้นที่ส่วนตัว

น้าเน็กเปิดใจครั้งแรก ความลับลูก2 กับเหตุผลที่ต้องปกปิดพื้นที่ส่วนตัว

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.44 น.

“ผมไม่ได้ซุก แค่ไม่ป่าวประกาศ” น้าเน็ก เปิดใจครั้งแรก เผยความลับลูก 2 คน และเหตุผลที่ต้องปกปิดพื้นที่ส่วนตัว

กลายเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อพิธีกรฝีปากกล้า “น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา” ได้ออกมาเปิดเผยแง่มุมความลับของชีวิตในวิดีโอพอดแคสต์รายการ Lesson B ของ โตโต้ คมกฤช ถึงเรื่องราวครอบครัวและลูกทั้ง 2 คนที่หลายคนไม่เคยทราบมาก่อน ซึ่งทางรายการยังบอกด้วยว่าเทปนี้ ” สัมภาษณ์ไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน คุยกันเรื่องบทเรียนชีวิต วางแผนจะลงคลิปมีนาคม แต่เมื่อคืนเห็นข่าวลือ เลยตัดช่วงนี้มาเพื่อให้คนเข้าใจเกี่ยวกับน้า” โดยมีเนื้อหาใจความดังนี้ 

น้าเน็กยอมรับในรายการว่า ปัจจุบันตนมีลูกแล้ว 2 คน คนโตอยู่ในวัยทำงาน และคนเล็กเพิ่งเข้ารับปริญญา โดยเหตุผลที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยพาลูกออกสื่อหรือพูดถึงอย่างเป็นทางการ เพราะต้องการปกป้องพื้นที่ส่วนตัวของลูก

“ผมไม่อยากให้ลูกถูก Label ว่าเป็นลูกน้าเน็ก” พิธีกรรุ่นใหญ่ระบุ พร้อมอธิบายต่อว่า การเป็นลูกคนดังมักมาพร้อมกับภาระทางสังคมที่หนักอึ้ง หากลูกทำดี คนก็มองว่าเพราะบารมีพ่อ หากทำพลาดก็มักจะโดนสังคมซ้ำเติมแรงกว่าปกติ ตนจึงเลือกที่จะไม่ให้ลูกต้องแบกรับชื่อเสียงนี้

น้าเน็ก ให้สัมภาษณ์ รายการ Lesson B ขอบคุณ Tiktok : LessonB

น้าเน็กยืนยันชัดเจนว่าที่ผ่านมาไม่ได้มีการซุกซ่อนลูกแต่อย่างใด ตนยังคงไปรับไปส่งที่โรงเรียน ไปร่วมงานรับปริญญา และใช้ชีวิตปกติเหมือนพ่อคนอื่นๆ ครูและเพื่อนที่โรงเรียนต่างก็ทราบดี เพียงแต่ตนเลือกที่จะไม่นำลูกมา “แห่แหน” ออกสื่อเท่านั้น

ซึ่งทางด้านลูกๆ เองก็มีความสุขกับแนวทางนี้ โดยลูกทั้งสองคนเคยบอกว่า ขอบคุณพ่อที่เลือกทางนี้ เพราะพวกเขาภูมิใจที่ได้ใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป ได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียม และภูมิใจที่มีคนเรียกชื่อเขาจริงๆ ไม่ใช่แค่เรียกว่าเป็นลูกของใคร

ในส่วนของสไตล์การเลี้ยงลูก น้าเน็กใช้หลักการเคารพตัวตนของลูกเป็นหลัก โดยยึดคติว่า “ถ้าเขาไม่เสีย ผมไม่ซ่อม, ถ้าเขาไม่ต้องการคำสั่งสอน ผมไม่สอน” เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้และเติบโตในแบบที่เขาต้องการอย่างแท้จริง โดยไม่มีการกดดันเรื่องการเรียนหรืออาชีพ แต่จะคอยสนับสนุนอยู่ห่างๆ ให้ลูกรู้ว่าพ่อพร้อมอยู่เคียงข้างเสมอ

น้าเน็กทิ้งท้ายถึงความรักที่มีต่อลูกไว้อย่างซึ้งกินใจว่า แม้ลูกจะโตจนเรียนจบและดูแลตัวเองได้แล้ว แต่ในสายตาของพ่อ เขายังคงเห็นลูกเป็นเด็กอายุ 5 ขวบเสมอ ยังอยากจูงมือ อยากเปิดประตูให้ และอยากดูแลในทุกๆ เรื่อง เพราะนั่นคือความสุขของการเป็นพ่อ

การออกมาเปิดใจในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เคลียร์ข้อสงสัยเรื่องครอบครัว แต่ยังได้รับเสียงชื่นชมจากชาวเน็ตถึงทัศนคติการเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ให้เกียรติและเคารพสิทธิส่วนบุคคลของลูกอย่างที่สุด

https://www.tiktok.com/embed/v2/7599691250471570696?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F943276

โซเชียลแตก บลิ๊งค์ไทยขอเลขเด็ดกลางคอนเสิร์ต เจ้าแม่ลิซ่าให้ 2 ตัวตรงเตรียมเกลี้ยงแผง

โซเชียลแตก บลิ๊งค์ไทยขอเลขเด็ดกลางคอนเสิร์ต เจ้าแม่ลิซ่าให้ 2 ตัวตรงเตรียมเกลี้ยงแผง

โซเชียลแตก บลิ๊งค์ไทยขอเลขเด็ดกลางคอนเสิร์ต เจ้าแม่ลิซ่าให้ 2 ตัวตรงเตรียมเกลี้ยงแผง

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.06 น.

27 มกราคม 2569 เรียกได้ว่า บลิ๊งค์ไทย (ชื่อแฟนคลับแบล็กพิงก์) ไม่เคยทำให้ชาวไทยผิดหวังจริงๆ นอกจากจะไปสนุกสนานในคอนเสิร์ต BLACKPINK WORLD TOUR IN HONG KONG ประเทศสุดท้ายของการเดินสายเวิลด์ทัวร์ของสาวๆ วงแบล็กพิงก์ (BLACKPINK) ยังได้เลขเด็ดติดไม้ติดมือมาด้วย

เมื่อแฟนคลับได้ถือป้ายกระดาษพร้อมเขียนข้อความด้วยลายมือด้วยว่า “ลิซ่า ขอหวยหน่อย” ซึ่งหลังจากที่สาวลิซ่า ลลิษา มโนบาล ได้เห็นข้อความนี้จากบนเวทีนั้น สาวลิซ่ามีความงงเล็กน้อย พร้อมกับพูดว่า “ขอหวย” และเต้นชูนิ้วเป็นตัวเลขออกมาเป็นเลข 2 และ 5

ซึ่งหลังจากที่คลิปนี้ได้เผยแพร่ผ่านโลกเอ็กซ์ (X) เรียกได้ว่า แตกแตนเลยทีเดียว เพราะมีแฟนๆ จำนวนมากเข้าไปคอมเมนต์แซวสาวลิซ่า รวมถึงบลิ๊งค์ไทยกันยกใหญ่ พร้อมทั้งคอมเมนต์ฮาต่างๆ นาๆ อาทิเช่น

– ถ้าออกจริงๆ ทำไงล่ะทีนี้  เรียกชื่อเฉยๆไม่ได้แล้วนะ ต้องเรียกเจ้าแม่ 

– จำท่าด้วย คิดเลขด้วย กร๊ากกกก 

– คืนนี้หมดแผงคร๊าาาาาาาาาา><

– ไม่ถูกก็จะซื้อ

– แล้วถ้าถูกขึ้นมานะ กำเนิดเจ้าแม่คนใหม่เลย

ขอบคุณภาพ – คลิป : X @mayl3yuri

ชาอึนอู โพสต์จดหมายเปิดผนึกจากค่ายทหาร ร่ายยาวขอโทษปมเลี่ยงภาษี 20,000 ล้านวอน

ชาอึนอู โพสต์จดหมายเปิดผนึกจากค่ายทหาร ร่ายยาวขอโทษปมเลี่ยงภาษี 20,000 ล้านวอน

ชาอึนอู โพสต์จดหมายเปิดผนึกจากค่ายทหาร ร่ายยาวขอโทษปมเลี่ยงภาษี 20,000 ล้านวอน

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.33 น.

27 มกราคม 2569 สำนักงานสรรพากรเขตโซลได้เริ่มการสอบสวน ‘ชา อึนอู’ (Cha Eun Woo) พระเอกเกาหลีชื่อดัง และสมาชิกวงบอยแบนด์ Astro หลังจากที่ได้ทำหนังสือแจ้งเขาไปว่า เขาจะเผชิญหนี้ภาษีค้างชำระมากกว่า 20,000 ล้านวอน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 426 ล้านบาท เนื่องจากต้องสงสัยว่าเลี้ยงภาษี และ กระทำความผิดอื่นๆ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น  (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ฉาวสนั่น ชาอึนอู พัวพันคดีเลี่ยงภาษี 2 หมื่นล้านวอน แบรนด์เกาหลีแห่ถอดโฆษณา)

ล่าสุด ‘ชา อึนอู’ ได้ออกมาเคลื่อนไหวเป็นครั้งแรก โดยการโพสต์จดหมายเปิดผนึกจากค่ายทหารผ่านอินสตาแกรม “@eunwo.o_c” ที่มีผู้ติดตาม 47.6 ล้านคน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีเนื้อหาทั้งหมดดังนี้

“สวัสดีครับ ผมชาอึนอูครับ

ก่อนอื่นผมต้องก้มศีรษะขอโทษจากใจจริง ที่ทำให้หลายท่านต้องเป็นกังวลและผิดหวังกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผมในช่วงที่ผ่านมาครับ

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมได้กลับมาทบทวนตัวเองอย่างหนักและสำนึกผิดอย่างลึกซึ้งว่า ในฐานะประชาชนชาวเกาหลีคนหนึ่ง ผมได้วางตัวและปฏิบัติตนต่อหน้าที่ในการเสียภาษีอย่างเคร่งครัดและเพียงพอแล้วหรือไม่

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ผมใช้เวลาไตร่ตรองด้วยความรู้สึกหนักอึ้งว่าจะเริ่มต้นพูดอย่างไรดี เพื่อให้ความรู้สึกสำนึกผิดของผมส่งไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบและเจ็บปวดจากการกระทำของผมได้บ้างไม่มากก็น้อย

ผมเคยกังวลว่าหากเขียนอธิบายยืดยาว อาจจะฟังดูเหมือนเป็นการแก้ตัว หรืออาจยิ่งสร้างความรำคาญใจให้แก่ทุกท่าน แต่สุดท้ายผมก็ได้ข้อสรุปว่า สิ่งที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมที่สุด คือการที่ผมต้องออกมาพูดและขอโทษเรื่องนี้ด้วยตัวเองครับ

ขณะนี้ผมกำลังเขียนข้อความนี้หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจประจำวันภายในหน่วยทหาร ปัจจุบันผมกำลังรับราชการทหารอยู่ แต่ขอยืนยันว่านี่ไม่ใช่การตัดสินใจโดยเจตนาเพื่อหลบเลี่ยงกระแสวิพากษ์วิจารณ์แต่อย่างใดครับ เนื่องจากปีที่แล้วผมตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถเลื่อนการเกณฑ์ทหารได้อีกต่อไป ทำให้ต้องเข้ากรมทั้งที่ขั้นตอนการตรวจสอบภาษียังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม ผมตระหนักดีว่าความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นล้วนมาจากความบกพร่องของผมเอง และผมรู้สึกรับผิดชอบอย่างสุดซึ้ง หากผมไม่ได้อยู่ในสถานะทหาร ผมคงจะเดินทางไปพบทุกท่านที่ได้รับความเสียหายเพื่อก้มหัวขอโทษด้วยตัวเองรายบุคคล ผมจึงขอตั้งใจเขียนข้อความนี้เพื่อถ่ายทอดความจริงใจทั้งหมดครับ

ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา ผมซึ่งมีข้อบกพร่องมากกว่าสิ่งที่ทำได้ดี กลับสามารถมายืนอยู่ในจุดที่เกินตัวอย่างชื่อ ชาอึนอู นี้ได้ ก็เพราะความรักและแรงเชียร์ที่ทุกท่านมอบให้อย่างไม่มีเงื่อนไข ด้วยเหตุนี้ ผมจึงรู้สึกผิดจนหาคำบรรยายไม่ได้ ที่แทนที่จะตอบแทนความเชื่อใจ กลับกลายเป็นการสร้างบาดแผลใหญ่และความเหนื่อยหน่ายใจให้กับแฟนๆ ที่เชื่อมั่นและสนับสนุนผม รวมถึงผู้ร่วมงานทุกคนครับ

ผมขอให้คำมั่นว่าจะให้ความร่วมมือกับขั้นตอนทางภาษีที่จะดำเนินการต่อไปในภายภาคหน้าอย่างซื่อสัตย์ และพร้อมน้อมรับผลการตัดสินสุดท้ายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างดุษฎี รวมถึงจะรับผิดชอบต่อผลที่ตามมาอย่างเต็มที่ครับ

นับจากนี้ไป ผมจะเข้มงวดกับตัวเองและหมั่นสำรวจตนเองให้มากยิ่งขึ้น และจะใช้ชีวิตด้วยความรับผิดชอบที่หนักแน่นกว่าเดิม เพื่อตอบแทนความรักที่ได้รับมาตลอดครับ

ผมขอโทษจากใจจริงอีกครั้งที่ทำให้ทุกท่านต้องเป็นกังวลครับ”