โมเมนต์สุดประทับใจ ‘เบิ้ล ปทุมราช’ วิดิโอคอลร้องเพลงส่งกำลังใจแฟนคลับผู้พิการทางสายตา

21 กันยายน 2569 เวลา 17:22 น.

เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศสุดอบอุ่น เมื่อ “เบิ้ล ปทุมราช”ศิลปินหนุ่มลูกทุ่งมากความสามารถ ร่วมส่งต่อความสุขและกำลังใจให้กับ “น้องปลายฟ้า” เด็กหญิงผู้บกพร่องทางการมองเห็นและการเคลื่อนไหวตั้งแต่กำเนิด ที่อำเภอสร้างคอมจังหวัดอุดรธานี ผ่านการวิดีโอคอลและร้องเพลง “ปลายฟ้า” ผลงานของ “เบิ้ล ปทุมราช และ แมน ภิสิทธิ์พงษ์” ให้ฟังกันแบบสด ๆ งานนี้ทำเอาน้องปลายฟ้าและครอบครัวต่างปลื้มใจไปตาม ๆ กันเพราะพูดคุยได้กับศิลปินในดวงใจ

โมเมนต์น่ารักๆครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการลงพื้นที่นำโดยดร.รีเบคก้ารัสเซลล์ เพื่อเยี่ยมเยียนผู้เข้าร่วม “โครงการวีลแชร์พระราชทาน” ซึ่งทางไอ.ซี.ซี. ได้สนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยน้องปลายฟ้าได้รับมอบวีลแชร์ไปเมื่อปี 2568 ซึ่งวีลแชร์ที่น้องได้รับไม่ได้เป็นเพียงรถเข็นทั่วไปแต่สามารถปรับให้เหมาะกับสรีระและความต้องการด้านการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะเพื่อรองรับร่างกายของน้องได้อย่างเหมาะสมช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถพาน้องออกไปสัมผัสบรรยากาศภายนอกและใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้นซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาพิเศษที่น้องได้ออกมาสัมผัสแสงแดดยามเช้าและมองเห็นท้องฟ้าเป็นครั้งแรก

‘บุ๋ม ปนัดดา’ รับรางวัลเกียรติยศ ‘สร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชน’ประจำปี 2569 จาก พม.

21 กันยายน 2569 เวลา 16:56 น.

ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี (บุ๋ม ปนัดดา) เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ รางวัล “สร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชน ประจำปี 2569” ประเภทบุคคล จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ภายในงานมหกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชน (Children and Youth Expo 2026) เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา 

โล่รางวัลดังกล่าวจัดมอบขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติบุคคลที่อุทิศตน มุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคม และเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กและเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา (หรือ นายอัครนันท์ ก๊องก์/ตัวแทนรมว.พม. ตามลงนามในโล่) ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสนี้ 

ทางด้าน “บุ๋ม ปนัดดา” ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว (⁠boompanadda⁠) เพื่อแสดงความขอบคุณต่อกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สำหรับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ ซึ่งมีแฟนคลับและประชาชนร่วมส่งข้อความแสดงความยินดีกับเธออย่างล้นหลาม

ปลื้มใจสุด! ก้านตอง – แพร รับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ

21 กันยายน 2569 เวลา 16:53 น.

ทำเอาแฟนเพลงและคนในวงการบันเทิงร่วมยินดี เมื่อ ศิลปินจีเอ็มเอ็ม มิวสิค ก้านตอง ทุ่งเงิน และ แพร ชนา เข้ารับพระราชทานรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2569 จัดโดย กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย แพร ชนา ได้รับพระราชทานรางวัลประเภทเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ด้านสื่อสารมวลชน และ ก้านตอง ได้รับพระราชทานรางวัลประเภทบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ด้านสื่อสารมวลชน โดยเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความประทับใจจากผู้ที่มาร่วมรับรางวัลในปีนี้

นอกจากนี้ ยังมี มูลนิธิดำรงชัยธรรม ที่ได้รับพระราชทานรางวัลประเภทองค์กร   ที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ด้านการศึกษา กีฬา และนันทนาการ โดยมี คุณประภาวดี ธานีรณานนท์ ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ เข้ารับพระราชทานรางวัล นับเป็นอีกหนึ่งรางวัลที่สะท้อนถึงการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง

ก้านตอง เปิดเผยว่า

“รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ค่ะ ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ เพราะเป็นรางวัลที่มีความหมายและเป็นความภาคภูมิใจของก้านตอง สำหรับก้านตองเองก็จะตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาให้ทุกคนได้ติดตามและมีความสุขไปด้วยกัน ภูมิใจมากค่ะที่ก้านตองได้เป็นตัวอย่างให้กับเยาวชนได้มีแรงบันดาลใจในด้านสื่อสารมวลชนต่อไปค่ะ”

แพร ชนา เปิดเผยว่า

“ขอบคุณทุกคนที่มองเห็นถึงความตั้งใจและสิ่งที่แพรทำมาตลอด รางวัลนี้เป็นอีกหนึ่งกำลังใจ     ที่ทำให้แพรตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีต่อไป และขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่ได้รับรางวัล   ในครั้งนี้ด้วยนะคะ อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าที่จะทำในสิ่งที่รัก และใช้ความสามารถของตัวเองให้เต็มที่ค่ะ”

THE MEW YORK MOMENT! ‘มิว ศุภศิษฏ์’ เดินเกมแฟชั่นกลางนิวยอร์ก กับ 4 แบรนด์ชั้นนำ

21 กันยายน 2569 เวลา 16:50 น.

นิวยอร์กรอบนี้ไม่ได้มีแค่แฟชั่นวีค แต่มี “Mew York Moment” ที่น่าจับตามอง เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ศิลปินหนุ่ม “มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์” บินลัดฟ้าสู่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และใช้เวลาเกือบครึ่งเดือนกับหลากหลายงานด้านแฟชั่น ตั้งแต่ฟร้อนท์โรว์ไปจนถึงการก้าวขึ้นรันเวย์ พร้อมร่วมงานกับ 4 แบรนด์ชั้นนำ เรียกว่าทริปเดียวได้เห็น “มิว” ในหลายแฟชั่นโมเมนต์ แต่ละลุค แต่ละงาน ต่างก็มีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนในแบบของตัวเอง

เปิดทริปด้วย Montblanc แบรนด์ลักชัวรีระดับโลกที่ “มิว” ร่วมงานในฐานะ Friend of the Brand กับอีเวนต์ “100 Years of Leather” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง ท่ามกลางเหล่าคนดังระดับโลกที่มาร่วมค่ำคืนพิเศษนี้ ก่อนสวิตช์มู้ดมาที่ COS กับการร่วมงานกันเป็นครั้งแรกใน New York Fashion Week ปีนี้ ซึ่งแบรนด์ยังคงถ่ายทอดตัวตนผ่านสไตล์โมเดิร์น งานตัดเย็บที่ประณีต และความเรียบเท่อันเป็นเอกลักษณ์ โดยหนุ่ม “มิว” เช็กอินฟร้อนท์โรว์ พร้อมนั่งเคียงข้าง “KUN” ซูเปอร์สตาร์จากประเทศจีน และ Global Brand Ambassador ของ COS กลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่ได้รับความสนใจจากแฟน ๆ ไม่น้อย

แต่ไฮไลต์ของ “มิว” ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะครั้งนี้เขาขยับจากฟร้อนท์โรว์สู่การก้าวขึ้นรันเวย์ New York Fashion Week เป็นครั้งแรก กับ Private Policy แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอเมริกัน ที่มาพร้อมสไตล์สตรีตสปอร์ตสุดเท่ แฝงความดุดันในแบบฉบับของตัวเอง ก่อนที่ “มิว” จะไปต่อกับอีกหนึ่งโชว์ “One Night in Bangkok” อีเวนต์พิเศษที่จัดขึ้นใน New York Fashion Week 2026 เพื่อผลักดันแบรนด์แฟชั่นไทยสู่เวทีระดับโลก โดยครั้งนี้เขาได้ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ให้กับ KH Editions แบรนด์สตรีตแวร์ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งอิสระและความดิบ ผ่านงานดีไซน์นอกกรอบที่ยังคงสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ถือเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นโมเมนต์ที่ช่วยปิดทริปนิวยอร์กครั้งนี้ได้อย่างน่าจดจำ

เมื่อมองภาพรวมตลอดเกือบครึ่งเดือน ตั้งแต่ Montblanc, COS, Private Policy จนถึง One Night in Bangkok ทริปนี้มีครบทั้งแบรนด์ที่ร่วมงานกันมาอย่างต่อเนื่อง การร่วมงานกับพาร์ตเนอร์ใหม่ ไปจนถึงประสบการณ์ครั้งแรกบนรันเวย์ของ NYFW เรียกว่าไฟลต์นี้บินมานิวยอร์ก คุ้มทุกแฟชั่นโมเมนต์จริง ๆ และยังทำให้เราได้เห็นภาพของ “Mew in Fashion” ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

โดยหนุ่ม “มิว ศุภศิษฏ์” เล่าถึงการเดินทางครั้งนี้ว่า “เป็นทริปที่สนุกและได้ประสบการณ์ใหม่เยอะมากครับ แต่ละแบรนด์ก็มีคาแรกเตอร์ และวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะการได้เดินแฟชั่นโชว์ที่ New York Fashion Week เป็นครั้งแรก ทั้งตื่นเต้นและท้าทายมาก ๆ ครับ ดีใจที่ได้รับโอกาสนี้ และหวังว่าจะมีโอกาสได้กลับมาทำงานด้านแฟชั่นในระดับอินเตอร์อีกเรื่อย ๆ ครับ”

และถ้าจะนิยามทริปนิวยอร์กครั้งนี้สั้น ๆ ก็คงเป็นอีกหนึ่ง “The Mew York Moment” ที่พา “มิว” จากฟร้อนท์โรว์สู่รันเวย์ พร้อมขยับบทบาทของตัวเองใน Global Fashion Scene ให้ชัดเจนขึ้นอีกหนึ่งสเต็ป

‘แต้ว–ณฐพร’ เปิดใจ ตื้นตันทั้งน้ำตา 10 ปี ได้กลับมารำที่คำชะโนดอีกครั้ง

21 กันยายน 2569 เวลา 16:47 น.

“อ๊อฟ–พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” พร้อมด้วยนักแสดงสาว “แต้ว–ณฐพร พรประภา” ที่รับบท “เจ้าแม่นาคี” เดินทางไปยังคำชะโนด จังหวัดอุดรธานี เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงและสักการะ “พ่อปู่ศรีสุทโธ” และ “แม่ย่าศรีปทุมมา” เพื่อความเป็นสิริมงคล

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งพิธีสำคัญที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยก่อนพาภาพยนตร์“นาคี 3 ครุฑานาคี” จะออกสู่สายตาผู้ชมทั่วประเทศภายในพิธีเต็มไปด้วยมนต์ขลังฤกษ์ดีตั้งแต่เวลา 13.00 น. “แต้ว–ณฐพร” ที่สวมเครื่องแต่งกายชุดไทยออกมาได้อย่างงดงามก่อนจะเข้าพิธีรำบวงสรวงถวายแด่พ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมาด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อยและสง่างามเรียกว่าสร้างความประทับใจให้กับประชาชนที่มาร่วมพิธีเป็นอย่างมาก

งานนี้เอง “แต้ว–ณฐพร” พร้อมด้วยผู้กำกับ “อ๊อฟ–พงษ์พัฒน์” ผู้บริหารพร้อมทีมงานร่วมตั้งจิตอธิษฐานขอพรให้ภาพยนตร์ “นาคี 3 ครุฑานาคี” ประสบความสำเร็จได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชม  ตลอดพิธีนั้น  นางเอกสาว แต้ว ณฐพร  มีน้ำตาคลอตลอดเวลาด้วยความอิ่มเอมตื้นตันใจ ก่อนที่จะเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงภารกิจครั้งสำคัญนี้พร้อมน้ำตาว่า

“คิดว่ายังไงก็ต้องมาค่ะรู้สึกว่าวันนี้โชคดีที่ทุกคนมารวมตัวกันเพราะวันนี้ถือเป็นฤกษ์ดีวันพระด้วยซึ่งเป็นเวลา 10 ปีจากที่เคยมารำบวงสรวงวันนี้เลยรู้สึกตื่นเต้นมากๆและตื้นตันที่ตรงนี้ยังเป็นเรื่องที่เราศรัทธาในใจเราและเชื่อว่านอกจากเรื่องนาคีท่านก็ยังทำให้แต้วเข้าใจกับเรื่องชีวิตมากขึ้นและยังมีท่านคอยทำให้อุปสรรคต่างๆหายไปแต้วก็ยังเชื่อแบบนั้นอยู่ส่วนเรื่องภาพยนตร์นาคีหลายคนตั้งคำถามว่าเป็นเรื่องราวของยุคไหนอะไรยังไงแต้วบอกเลยว่าต่อให้ไม่เคยดูภาคไหนมาก่อนก็ดูรู้เรื่องแล้วก็จะกลับไปด้วยความประทับใจแน่นอนที่สำคัญแต้วอยากให้ทุกคนเห็นบรรยากาศในกองถ่ายคนทำงานบันเทิงมันต้องให้ใจจริงๆกว่าจะได้แต่ละซีนต้องครีเอทซีจีสร้างโลกให้ทุกคนได้ดูมันมีหัวใจตรงนั้นที่อยากให้ทุกคนไปค้นหาคำตอบเลยอยากให้พี่ๆน้องๆพากันไปดูภาพยนตร์นาคี 3 ครุฑานาคีกันเยอะๆค่ะ”

โดยหลังจากเสร็จพิธีนางเอกสาวพร้อมด้วยผู้กำกับ,ผู้บริหารพร้อมทีมงานได้เดินเท้า  เข้าไปไหว้ศาล พ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา เรียกว่าเจ้าแม่ทำถึงมาก สมกับการรอคอยที่จะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง 

ทั้งสนุก..ทั้งฟิน Makro x Heliconia อุดร Love Like a PRO ที่สุดของความสนุกและความอร่อย

21 กันยายน 2569 เวลา 16:44 น.

ปิดฉากลงด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม สำหรับงาน “Makro x Heliconia อุดร Love Like a PRO” มหกรรมแม็คโครฉลองครบรอบ 37 ปี ที่ผนึกกำลังระหว่าง แม็คโคร ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด พร้อมพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ สร้างปรากฏการณ์ Food & Entertainment ครั้งใหญ่ใจกลางเมืองอุดรธานี

ตลอด 4 วันของการจัดงาน ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม มีประชาชนเข้าร่วมงานรวมกว่า 200,000 คน ทั้งชาวอุดรธานี พี่น้องชาวอีสาน รวมถึงนักท่องเที่ยวจาก สปป.ลาว ที่เดินทางมาร่วมสัมผัสบรรยากาศความสนุกอย่างต่อเนื่อง ต่างตื่นตาตื่นใจไปกับน้ำตกยักษ์สูง 30 เมตร เหล่า Celebrity Chefs กว่า 50 คน เมนูเด็ดจากร้านดัง สินค้าราคาสุดคุ้ม พร้อมชมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังที่มาร่วมสร้างความสนุกกันแบบเต็มอิ่ม เรียกว่าสนุกสนานกันสุดเหวี่ยงจริงๆ แถมยังได้รับความสนใจจากอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ชื่อดังในพื้นที่ ที่เข้าร่วมงานและสร้างสรรค์คอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง ช่วยขยายกระแสความคึกคักของงานไปสู่โลกออนไลน์ สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับจากผู้คนในพื้นที่ จังหวัดใกล้เคียง และประเทศเพื่อนบ้าน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

ความสำเร็จของ “Makro x Heliconia อุดร Love Like a PRO” เกิดขึ้นจากพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งพันธมิตรทางธุรกิจ ภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ตลอดจนประชาชนชาวอุดรธานี และนักท่องเที่ยว ที่ร่วมกันสร้างให้งานครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งอีเวนต์สำคัญที่เติมสีสันให้จังหวัดอุดรธานี พร้อมสร้างประสบการณ์ด้านอาหาร ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ให้กับผู้คนอย่างเต็มรูปแบบ ติดตามกิจกรรมดี ๆ ในมหกรรมแม็คโคร ฉลองครบรอบ 37 ปี เพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Makro – แม็คโคร  

ม่วนคักถึงใจ ! 2 หนุ่มฮอต ‘บอย ศิริชัย’ และ ‘นุ๊ก ธนดล’โชว์พิเศษส่งกำลังใจผู้เข้าแข่งขันตามฝัน ใน ‘บัลลังก์หมอลำ’

21 กันยายน 2569 เวลา 16:41 น.

เวที “บัลลังก์หมอลำ” สัปดาห์นี้คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อ 2 ศิลปินดัง “บอย ศิริชัย-นุ๊ก ธนดล” ร่วมสร้างสีสัน พร้อมเปิดเวทีต้อนรับ 2 ตำนานแม่ครูหมอลำ “แม่ครูบุญช่วง เด่นดวง” และ”คุณแม่ไก่-ปริศนา วงศ์ศิริ”  นั่งแท่นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เสริมทัพกรรมการ คัดผู้เข้าแข่งขันได้ไปต่อชิง “หมอลำบอยกรุ๊ป”

สัปดาห์นี้  “บัลลังก์หมอลำ” ทางช่อง 7HD  พิธีกรสุดหล่อ ยูโร ยศวรรธน์ ดำเนินรายการ เสิร์ฟความม่วนแบบจัดเต็มเช่นเคย ประเดิม วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พบโชว์พิเศษจาก บอย ศิริชัย หัวหน้าคณะหมอลำใจเกินร้อย พร้อมต้อนรับ แม่ครูบุญช่วง เด่นดวง (บุญช่วง ดาเหลา)  ศิลปินมรดกอีสาน สาขาศิลปะการแสดง  และปรมาจารย์ผู้สืบสานและถ่ายทอดศาสตร์แห่งกลอน มาร่วมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เสริมทัพ 3 กรรมการประจำรายการ สุนารี ราชสีมา, เบิ้ล ปทุมราช, แบงค์-รัฐวิชญ์ อนันต์พรสิริ  พร้อมได้รับเกียรติจาก คุณพ่อ ป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม   มาร่วมเป็นแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ชมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

ด้าน 3 ผู้เข้าแข่งขันวันนี้ ต่างพกความฝันและเรื่องราวชีวิตมาพิสูจน์ตัวเองบนเวที เริ่มที่  รบไทย รพไทย จาก จ.ขอนแก่น  หนุ่มที่ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย และมาร่วมแข่งขันครั้งนี้เพื่อทำตามความฝันของคุณยายที่อยากเห็นเขาออกทีวี ต่อด้วย อาร์ท วงศกร  จาก จ.บุรีรัมย์ ผู้รักการร้องเพลงตั้งแต่เด็กตามรอยคุณพ่อที่เป็นนักร้อง และอยากใช้เวทีนี้เป็นโอกาสพิสูจน์ตัวเองในรายการประกวดใหญ่   ปิดท้ายด้วยหนุ่มน้อยวัย 16 ปี  กร ธนากร  จาก จ.ขอนแก่น  ที่ตั้งใจมาหาประสบการณ์บนเวที  เพราะยังไม่เคยออกทีวี พร้อมความฝันอยากพิสูจน์ความสามารถสร้างฐานแฟนเพลง และทำให้ครอบครัวได้เห็นตัวเองผ่านหน้าจอ

ต่อเนื่อง วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พบโชว์พิเศษจากศิลปินหนุ่มฮอตขวัญใจแฟนเพลงทั่วประเทศ นุ๊ก ธนดล ส่งต่อความสุขให้แฟน ๆ พร้อมต้อนรับ คุณแม่ไก่-ปริศนา วงศ์ศิริ  ปูชนียบุคคลแห่งวงการบันเทิงไทย ดาวค้างฟ้า ที่เป็นทั้งราชินีหมอลำระดับตำนาน  เป็นนักแสดงเจ้าบทบาท และวันนี้ให้เกียรติเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมผนึกกำลังกับ 3 กรรมการประจำ สุนารี, เบิ้ล และแบงค์ เพื่อร่วมค้นหาความสามารถของผู้เข้าแข่งขัน งานนี้ นุ๊ก ดูจะไม่ได้แค่มาโชว์ แต่มาปล่อยมุกฮา จะยึดแท่นกรรมการของเบิ้ลซะนี่จะป่วนมันฮาแค่ไหนต้องติดตามในรายการ

สำหรับ 3 หนุ่มผู้เข้าแข่งขันในวันนี้ ต่างมีความสามารถและความตั้งใจมาเต็มที่ เริ่มจาก เวฟ ทัสทัย จาก จ.สกลนครผู้ชื่นชอบการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันเป็นสมาชิกวงหมอลำเสียงแจ๋ว แบ่งเวลาเช้าเรียน ค่ำขึ้นเวทีร้องหมอลำ ต่อด้วย ตี๋ ภัทรพล  จาก จ.อุบลราชธานี ผู้รักการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยผ่านเวทีประกวดร้องเพลงที่ไหนมาก่อน โดย “บัลลังก์หมอลำ” ถือเป็นรายการแรกในชีวิต  และ ปาล์ม ปฏิมากรณ์  จาก จ.นครพนม  ตำรวจอินฟลูเอนเซอร์ เจ้าของคลิปยอดวิวหลักล้าน ที่ตัดสินใจมาสมัคร เพราะความรักในหมอลำ เมื่อเห็นคำว่า “หมอลำ” จึงไม่ลังเลที่จะคว้าโอกาสมาพิสูจน์ตัวเองบนเวที

 ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ และส่งกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนได้เดินตามความฝัน พร้อมชมโชว์พิเศษจากศิลปินรับเชิญในรายการ “บัลลังก์หมอลำ” วันพฤหัสบดีที่ 24 และวันศุกร์ที่ 25 กันยายน เวลา 18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 ชมสดออนไลน์และรับชมย้อนหลังได้ทาง เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน CH7ON พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการได้ที่  Facebook: บัลลังก์หมอลำ  

เกาะติดทุกข่าวสารและความเคลื่อนไหวจากช่อง 7HD ได้ครบทุกช่องทาง ทั้งช่องดิจิทัล “ช่อง 7HD” กดหมายเลข 35 และ Social Media ของสถานีฯ Ch7HD บน Facebook, Instagram, TikTok, X, YouTube และ Threadsพร้อมรับชมรายการและคอนเทนต์ต่าง ๆ ทางเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน CH7ON

RS Multi Media & Entertainment สาดไปสมาชิก คนโสด! ‘Lonely Loud Fest 2’ รวมพลคน ‘โสดแต่ไม่เหงา’ สนุกเต็มฮอลล์!

21 กันยายน 2569 เวลา 16:32 น.

ปิดฉากอย่างประทับใจ สำหรับ “Lonely Loud Fest 2” มิวสิกเฟสติวัลจาก RS Multi Media & Entertainment ที่กลับมาสร้างปรากฏการณ์เอาใจคนรุ่นใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โสดแต่ไม่เหงา” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา  ณ UNION HALL ที่มากับกระแสตอบรับสุดปังจนบัตร Sold Out พร้อมเปิดพื้นที่รวมพลคนขี้เหงา มาปล่อยจอยไปกับเสียงเพลงและศิลปินสุดฮอตแบบเต็มอิ่มตลอดค่ำคืน

ครั้งนี้ Lonely Loud Fest 2 ยังคงต่อยอดความสำเร็จจากครั้งแรก ด้วยความเข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่มอง “ความโสด” ในมุมใหม่ว่าไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า แต่คือการเลือกใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง รักตัวเอง และมีความสุขกับช่วงเวลาที่ได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ จึงกลายเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถมาใช้เวลาร่วมกันได้ ไม่ว่าจะโสด มีคนคุย อยู่ในช่วงพักใจ หรือเพียงอยากมาสนุกกับเพื่อน ๆ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่าย แฟนเพลงทยอยเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนุกไปกับศิลปินทั้ง 2 เวที โดย Mini Stage เปิดพื้นที่ส่งต่อความสนุกกับ MACAW AND THE FLOWERS, THE PUBLISH, CORNBOI และ TELEVISION OFF ที่ขนโชว์หลากหลายสไตล์มาสร้างสีสันและเรียกเสียงเชียร์จากแฟนเพลงอย่างต่อเนื่องก่อนเข้าสู่ความมันแบบเต็มพิกัดบน Main Stage ที่จัดเต็มด้วยไลน์อัปศิลปินระดับท็อป เริ่มจากเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต 4EVE ต่อด้วย BOWKYLION, POLYCAT, NONT TANONT, INK WARUNTORN และปิดท้ายด้วย PUN ที่มาร่วมสร้างโมเมนต์สุดประทับใจ ผ่านเพลงฮิตที่พาทุกคนร้องตาม เต้น และปล่อยพลังความสุขไปพร้อมกัน เรียกได้ว่าครบทุกอารมณ์ตั้งแต่เพลงสนุก เพลงรัก ไปจนถึงเพลงฮีลใจ ตอบโจทย์ Young Audience ได้อย่างลงตัว

นอกจากเสียงเพลงและโชว์จากศิลปินแล้ว ภายในงานยังเต็มไปด้วยสีสันและกิจกรรมที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้สนุก ถ่ายรูป สร้างคอนเทนต์ และใช้เวลาร่วมกับเพื่อน ๆ รวมถึงเปิดโอกาสให้คนที่เดินทางมาคนเดียวได้พบเจอผู้คนใหม่ ๆ และสนุกไปกับบรรยากาศโดยไม่ต้องมี “สถานะ” ก็สามารถมีความสุขได้ ความสำเร็จของ Lonely Loud Fest 2 ทั้งจำนวนผู้เข้าร่วมงานกว่า 7,000 คน และกระแสตอบรับที่ดีจนบัตร Sold Out สะท้อนให้เห็นว่า Music Festival ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับชมคอนเสิร์ต แต่ยังเป็น Community Space ที่เชื่อมโยงดนตรี คอนเทนต์ และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เข้าไว้ด้วยกันนั่นเอง

อัปเดตโมเมนต์ภาพความประทับใจได้ที่ FACEBOOK / X / Instagram / TikTok : RS Multimedia & Entertainment #LonelyLoudFest2 #โสดแต่ไม่เหงา

‘บิวกิ้น’ บุกโตเกียว! พบแฟนๆ ชาวญี่ปุ่นสุดอบอุ่น

21 กันยายน 2569 เวลา 16:30 น.

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สุดประทับใจ สำหรับศิลปินหนุ่ม “BILLKIN” (บิวกิ้น–พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) ที่เดินทางไปพบปะแฟนๆ ชาวญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ในงาน “Grow With The Flow Album – Special Fan Event” ณ Tower Records Shibuya Store กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา

โดยงานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อพบปะแฟนๆที่ให้การสนับสนุน “Grow With The Flow Album [Japan Special Editon] ” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากแฟนๆชาวญี่ปุ่นตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่ายโดยมีแฟนๆเดินทางมายัง Tower Records Shibuya Store เพื่อเข้าคิวรอซื้อ CD+DVD กันอย่างคึกคักก่อนจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสุดพิเศษกับ BILLKIN

ไฮไลต์ของงานคือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ Lucky fans จำนวน 300 คนได้พบกับ BILLKIN แบบใกล้ชิดพร้อมพูดคุยและยังมีการสุ่มแจกลายเซ็นให้กับให้กับแฟนๆผู้โชคดีจำนวน 30 คนท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มความอบอุ่นและความคิดถึงจากแฟนๆชาวญี่ปุ่น

สำหรับ “Grow With The Flow Album [Japan Special Editon]” ยังสามารถหาซื้อได้ทั้งที่หน้าร้านและทางออนไลน์ที่ Music Store ชั้นนำของญี่ปุ่นเช่น Tower Records หรือ HMV รวมถึงช่องทางออนไลน์ของ Universal Music Japan Store

ไทยพีบีเอสประกาศผล ‘ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 2’น้ำชุบหัวข่าเคยปลาย่าง’คว้ารางวัล ‘สุดยอดน้ำพริก’ รับโล่พระราชทานฯ

21 กันยายน 2569 เวลา 16:16 น.

“น้ำชุบหัวข่าเคยปลาย่าง” คว้ารางวัล “สุดยอดน้ำพริก” รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล ปิดฉาก “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 2” ไทยพีบีเอส ประกาศเดินหน้าสู่ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 3” ในปี 2570 ภายใต้โจทย์ “กินข้าวกับน้ำพริก” เพื่อต่อยอดเรื่องราวจากน้ำพริกไปสู่ข้าวปลาอาหารและภูมิปัญญาท้องถิ่นทั่วประเทศ

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดยศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม จัดงาน “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 2” รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 ณ ลานไม้ อาคารเอ ไทยพีบีเอส โดยทีม “น้ำชุบหัวข่าเคยปลาย่าง” คว้ารางวัล “สุดยอดน้ำพริก” รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร. นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย ไทยพีบีเอส นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล กรรมการนโยบาย ด้านกิจการสื่อสารมวลชน และ นายบุญเลิศ คชายุทธเดช กรรมการนโยบาย ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตยฯ พร้อมด้วยนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบ ตัวแทนแม่ครัวและพ่อครัว รวมถึงผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านอาหารจากภูมิภาคต่าง ๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเรื่องราวเกี่ยวกับน้ำพริกไทย ท่ามกลางความสนใจจากแฟนรายการและประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม

ดร. นพ.โกมาตร กล่าวว่า ไทยพีบีเอสได้ริเริ่มโครงการ “ยกพลคนน้ำพริก” เพื่ออนุรักษ์และต่อยอดวัฒนธรรมการกินน้ำพริกของไทย ซึ่งสะท้อนความหลากหลายของวิถีชีวิตและภูมิปัญญาในแต่ละท้องถิ่น ท่ามกลางพฤติกรรมการบริโภคอาหารสำเร็จรูปและอาหารจากระบบอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น จนอาจทำให้ความหลากหลายและอัตลักษณ์ของอาหารท้องถิ่นค่อย ๆ ลดลง

โครงการมุ่งค้นหาและนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาวัตถุดิบและสูตรน้ำพริก รวมถึงเครื่องแนมและพืชพรรณที่เคยถูกมองข้าม ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้แก่ชุมชน อาทิ การนำมะเดื่อ มะหาด และใบยาสูบ มาพัฒนาเป็นน้ำพริก ทำให้วัตถุดิบที่เคยถูกละเลยกลับมามีคุณค่า และกระตุ้นให้คนในพื้นที่หันกลับมาดูแลและขยายพันธุ์ทรัพยากรท้องถิ่นของตนเอง

สำหรับการดำเนินงานในซีซัน 2 มีการพัฒนาสูตรและคุณภาพน้ำพริกให้ดียิ่งขึ้น โดยมุ่งหวังให้การอนุรักษ์ภูมิปัญญาเดินควบคู่กับการต่อยอดเชิงเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนที่มีศักยภาพในตลาด ขณะเดียวกัน ไทยพีบีเอสมีแนวทางผลักดันแบรนด์ “ยกพลคนน้ำพริก” ให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคัดเลือกและพัฒนาน้ำพริกที่มีศักยภาพสู่ระดับประเทศ พร้อมพิจารณาแนวทางการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ทั้งด้านมาตรฐานการผลิต การเก็บรักษา รสชาติ และความเหมาะสมกับผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้น้ำพริกไทยสามารถก้าวสู่ตลาดสากลได้ในอนาคต

ด้าน นางสาวพรรณี รุ่งสว่าง ผู้อำนวยการศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม ไทยพีบีเอส กล่าวถึงรายการ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 2”  ว่า  รายการยังมีการออกอากาศต่ออีก 2 ตอน โดยจะสิ้นสุดในวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม เวลา 14.05 น. ซึ่งจะนำเสนอภาพรวมการเดินทางตลอดซีซัน ไฮไลท์สำคัญตลอดเส้นทางน้ำพริก พร้อมประกาศเดินหน้าสู่ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 3” ในปีหน้า

“สำหรับซีซัน 3 จะเข้มข้นยิ่งขึ้นภายใต้โจทย์ “กินข้าวกับน้ำพริก” ชวนทุกคนร่วมกันนำเรื่องราวของน้ำพริกถ้วยเล็ก ๆ ไปสู่บทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความหมายและเรื่องราวของข้าวปลาอาหารในแต่ละท้องถิ่น โดยหลังจากนี้โครงการจะเดินสายสัญจรไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อรับฟังเสียงของคนในพื้นที่และชวนล้อมวงพูดคุย ก่อนต่อยอดสู่ซีซันใหม่” นางสาวพรรณี กล่าว

นอกจากนี้ ไทยพีบีเอสเตรียมนำเสนอสารคดี “หลังครัวคนน้ำพริก – Cooking with Master” ถ่ายทอดมุมมองและวิธีคิดของพ่อครัวแม่ครัวคนสำคัญ ผู้อยู่เบื้องหลังถ้วยน้ำพริก และผู้ที่นำข้าวปลาอาหารมาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนชุมชน มีกำหนดออกอากาศในเดือนมกราคม 2570 ก่อนเข้าสู่ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 3” ในเดือนพฤษภาคม 2570

สำหรับคณะคอมเมนเตเตอร์รายการ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 2” ประกอบด้วย เชฟวิชิต มุกุระ, ลภัสรดา ทศรัศมิ์ (ป้าจันทร์) ผู้ก่อตั้งสวนศิลป์หนองมน จ.ชลบุรี, จิรณรงค์ วงษ์สุนทร (คุณหมี) นักเล่าเรื่องอาหาร และพิเชษฐ์ เอี่ยมชาวนา (น้าโย่ง เชิญยิ้ม) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ซึ่งร่วมถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับรสชาติ วัตถุดิบ และภูมิปัญญาอาหารไทยตลอดการเดินทางของรายการ

น้าโย่ง เชิญยิ้ม กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นมากกับการแข่งขันในรอบตัดสิน เพราะตลอดการแข่งขันได้รับความรู้เรื่องอาหารและวัตถุดิบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้ได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ และเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นซีซันนี้หรือซีซันหน้า รายการจะยังคงทำให้ผู้ชมได้เรียนรู้เรื่องอาหารที่หลากหลาย

“ตลอด 2 ซีซันที่ผ่านมา เชื่อว่ารายการเข้าไปอยู่ในใจของทุกครัวเรือน ทุกคนแล้ว เพราะเวลาไปไหนมาไหน คนก็เข้ามาทักและพูดคุยกันว่า น้ำพริกของใครอร่อย ต้องขอบคุณทุกคนที่เข้ามาทักทาย เพราะน้ำพริกเพียงหนึ่งครก สามารถสื่อสารเรื่องราวได้มากมาย ทั้งเรื่องที่มา ภูมิปัญญา วัตถุดิบ และวิถีชีวิต จึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษาและน่าติดตาม” น้าโย่ง กล่าว

สำหรับเกณฑ์การตัดสินการแข่งขันในรอบตัดสิน ประกอบด้วย 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ รสชาติ, ศักยภาพในการพัฒนา, การสืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิม, วัตถุดิบและความเข้าใจสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนทางอาหาร

รายการ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 2” ออกอากาศระหว่างเดือนเมษายน–กันยายน 2569 รวม 26 ตอน ก่อนเดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยมีทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ ทีมแม่ครัวลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา จ.สงขลา ชนะเลิศ จาก น้ำชุบหัวข่าเคยปลาย่าง คว้ารางวัลสุดยอดน้ำพริก ขณะที่รองชนะเลิศ ได้แก่ “น้ำชุบมะหาด” “น้ำพริกรากชูอ่ามาก่า” “แจ่วสูบ” “น้ำพริกรากบัวหลวง” และ “น้ำพริกปลาม้า” ได้รับรางวัลขวัญใจมหาชน แต่ละทีมร่วมประชันฝีมือ พร้อมนำเสนอเรื่องราวของน้ำพริกที่สะท้อนภูมิปัญญา วัตถุดิบ และวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่

นอกจากการแข่งขัน ภายในงานยังมีบูธนิทรรศการนำเสนอเรื่องราวและองค์ความรู้เกี่ยวกับอาหารและวัฒนธรรมการกินของไทย รวมถึงบูธน้ำพริกและอาหารจากภูมิภาคต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกซื้อและลิ้มลองผลิตภัณฑ์จากชุมชนตลอดทั้งวัน

ติดตามรายการ “ยกพลคนน้ำพริก” ซีซัน 2 อีก 2 ตอน โดย จะออกอากาศตอนสุดท้ายในวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 14.05 น. ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และทุกช่องทางออนไลน์ พร้อมติดตามเส้นทางต่อไปของ “ยกพลคนน้ำพริก” ในซีซัน 3 ที่จะพาเรื่องราวจากน้ำพริกไปสู่เรื่องราวของข้าวปลาอาหารและภูมิปัญญาท้องถิ่นทั่วประเทศ