ปล่อยกาย เที่ยวเมืองน่ารัก‘น่าน’ ไง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/352959

ปล่อยกาย เที่ยวเมืองน่ารัก‘น่าน’ ไง

ปล่อยกาย เที่ยวเมืองน่ารัก‘น่าน’ ไง

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นำร่องการท่องเที่ยวแบบใหม่สไตล์ “7Greens” (Green Heart/Green Logistics /Green Attraction/Green Activity/Green Community/ Green Service/Green Plus) โดยกูรูท่องเที่ยว จ๊อบ-นิธิ สมุทรโคจร ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นแกนนำในการรณรงค์ท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม จัดแคมเปญพิเศษ “สมุดโคจร 7 Greens Turismo” ปล่อยกายสโลว์ไลฟ์เที่ยวน่านหน้าฝน พร้อมควงหนุ่ม ป๊อก-โฆษวิส ปิยะสกุลแก้ว และเหล่าบล๊อกเกอร์ ไปลงพื้นเพื่อรณรงค์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ลดปัญหาที่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมให้เกิดเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็น ปั่นจักรยานสัมผัสวิถี ชุมชนบ้านดอยไชย ทานข้าวซอยริมน้ำ ชมจักรยานโบราณกว่าร้อยปีที่ “เฮือนรถถีบ”เรียนรู้กิจกรรม DIY อย่างการทำตุ๊กตาจากหยวกกล้วยที่ “บ้านสวัสดีก้า” สัมผัสที่พักใกล้ชิดธรรมชาติ “บ่อเกลือ วิว รีสอร์ท” แวะจิบกาแฟที่ “ภูมิใจ๋คอฟฟี่ ฟาร์ม” พร้อมทดลองคั่วกาแฟโบราณ จากนั้นไปทานอาหารท่ามกลางลำธารสวยที่ “อาโป เดอ มาง”เรียนรู้วิถีแห่งโกโก้ ชิลกับบรรยากาศที่พักสุดสวย “Cocoa ValleyResort” พลาดไม่ได้กับร้านกาแฟท่ามกลางทุ่งนา “บ้านไทลื้อ” โดยแฟนๆ สามารถสัมผัสบรรยากาศของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้อีกทางในรายการ“สมุดโคจร On The Way” ทุกวันเสาร์ ช่อง 28 หรือติดตามข่าวสารได้ทาง Facebook:สมุดโคจร 7 Greens Turismo

‘STEP ONE’ สุดปลื้ม เข้าค่ายใหญ่ ‘TMG RECORD’ พร้อมลุยซิงเกิ้ล ‘แสนดี’ กระแทกใจคนไร้คู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/353011

‘STEP ONE’ สุดปลื้ม เข้าค่ายใหญ่ ‘TMG RECORD’  พร้อมลุยซิงเกิ้ล ‘แสนดี’ กระแทกใจคนไร้คู่

‘STEP ONE’ สุดปลื้ม เข้าค่ายใหญ่ ‘TMG RECORD’ พร้อมลุยซิงเกิ้ล ‘แสนดี’ กระแทกใจคนไร้คู่

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

 

ออกอาการปลื้มสุดๆ สำหรับ วงร็อกน้องใหม่ STEP ONE (สเต็ปวัน)ที่เคยฝากผลงานให้แฟนเพลงผ่านสายตามาบ้างแล้ว กับเพลง สำคัญแต่สำรอง ได้รับกระแสตอบรับจากแฟนเพลงค่อนข้างดี และวันนี้พวกเขาได้ก้าวเข้ามาอยู่บ้านหลังใหญ่ค่าย TMG RECORD ซึ่งเป็นค่ายเพลงทางภาคใต้ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ทั้งยังทยอยปล่อยเพลงกันต่อเนื่องทุกสัปดาห์ วันนี้ หนึ่ง-พัฒนพงศ์ หวานชื่น (ร้องนำ), ณัฐ-ณัฐวุฒิ พรหมสุข (กีตาร์), ฉุย-สมทิศน์ชุมสม (เบส),เพชร-ธีรชาติ อารีทาน (กลอง) น้องใหม่มากความสามารถ วง STEP ONE (สเต็ปวัน)ที่มาจากการรวมตัวของ 4 หนุ่มคนดนตรี พร้อมแล้วกับซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด แสนดี ซึ่ง หนึ่ง-ร้องนำ ได้พูดถึงการทำงานครั้งนี้ ว่า

“ก่อนอื่นอยากขอบคุณแฟนเพลงทุกๆ คนสำหรับกระแสตอบรับเพลง สำคัญแต่สำรอง ของพวกเรา จนทำให้วันนี้พวกเราได้มีเพลงใหม่ แสนดี ออกมาให้ได้ชมกัน ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงที่เนื้อหาค่อนข้างเหงา ผสมกับดนตรีเศร้าๆ เพลงนี้เน้นแนวดนตรีที่ฟังง่ายในแบบฉบับของ STEP ONE ครับ การทำงานก็ถือว่าผ่านไปด้วยดีทุกๆ อย่าง มีอุปสรรคบ้างในวันที่ถ่ายทำมิวสิกวีดีโอเนื่องจากฝนตกตลอด แต่ทีมงานทุกคนยังเต็มที่มากๆ ผมในฐานะตัวแทนวง STEP ONE อยากขอบคุณ พี่วัฒน์ จันผา ซึ่งเป็นบุคคลที่คอยผลักดันพวกเรามาโดยตลอด จนวันนี้ผมได้ก้าวเข้ามาอยู่ในบ้านที่อบอุ่นหลังนี้ TMG RECORD ขอบคุณสำหรับโอกาสที่ พี่เทพ(พรเทพ ราโชกาญจน์) มอบให้พวกเรา ที่สำคัญอยากขอบคุณแฟนเพลง แฟนคลับ ทุกคนที่ติดตามคอยให้กำลังใจพวกเรามาตลอด และสามารถเข้าไปชมเพลงของพวกเรา ได้ที่YOUTUBE : TMG RECORD CHANNEL ครับ”

ดาราพาเที่ยว : ‘อั๊ต-อัษฎา’ ดื่มด่ำธรรมชาติ แวะเติมพลังที่เดนมาร์ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/352960

ดาราพาเที่ยว : ‘อั๊ต-อัษฎา’ ดื่มด่ำธรรมชาติ แวะเติมพลังที่เดนมาร์ก

ดาราพาเที่ยว : ‘อั๊ต-อัษฎา’ ดื่มด่ำธรรมชาติ แวะเติมพลังที่เดนมาร์ก

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โดนใจคนชอบธรรมชาติอย่าง อั๊ต-อัษฎา พานิชกุล เข้าอย่างจัง กับ ทริปเดนมาร์ก ที่ผ่านมา เพราะแม้จะไปมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ก็ยังทวีความประทับใจ และได้พลังงานกลับมาแบบเต็มปอดในทุกครั้ง ล่าสุดเห็นว่าได้ไปสัมผัสธรรมชาติในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของเดนมาร์ก จนทำเอาตื่นตาตื่นใจไม่อยากกลับขออยู่เป็นแรมเดือนเลยทีเดียว!!

สไตล์การเที่ยว “ผมชอบทุกอย่างที่เป็นธรรมชาตินะแต่ว่าถ้าให้จัดอันดับก็คงเป็นทะเล เพราะชอบอยู่กับน้ำ แล้วต่อมาก็คือ ภูเขา ชอบเดิน เทคกิ้ง อยู่กับธรรมชาติ”

เสน่ห์ดึงดูดให้ไปเดนมาร์กรอบที่สาม “ธรรมชาติของบ้านเมืองเขา คือแต่ละครั้งที่ไป บอกเลยนะว่าค่อนข้างแพงมาก แต่ผมมีเพื่อนสนิทสมัยเรียนอยู่ที่ โคเปนเฮเกน ตอนที่ไป ก็เลยไปอยู่กับเพื่อนแล้วบ้านเพื่อนอยู่ติดแถบแม่น้ำ ก็มีโอกาสได้นั่งเรือข้ามฝั่งจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง คล้ายๆ เรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบ้านเรานี่แหละครับ แต่มันก็ได้บรรยากาศแตกต่างไปอีกแบบหนึ่ง สดชื่นมาก”

เริ่มออกเดินทาง “ผมขับรถออกจากตัวเมืองไปประมาณชั่วโมงครึ่ง ไปสัมผัสธรรมชาติรอบชานเมืองคือผมเป็นคนที่ชอบบรรยากาศของต่างจังหวัดเมืองนอก ไม่ว่าจะยุโรป หรืออเมริกา มีความสุขมากๆ ไม่ว่าจะอากาศ สิ่งแวดล้อมต่างๆ เพราะไม่เหมือนเราอยู่ในกรุงเทพฯ หรืออยู่ในที่ที่แออัด พอเราได้ไปอยู่ที่โล่งๆ ก็จะรู้สึกดี อย่างเมืองไทยเราเหมือนกัน เวลาไปต่างจังหวัด มันจะรู้สึกโล่งๆ แต่ทริปนี้ผมไปเป็นช่วงซัมเมอร์บ้านเขา อากาศก็ดี เห็นอะไรก็ดูสวยไปหมด สายตาเราโฟกัสไปได้ไกลเลยนะ อินฟินิตี้เลยล่ะ เห็นสีเขียว ต้นไม้ ทำให้เรามีความสุขมาก (ลากเสียงยาว) คือพื้นฐานของมนุษย์เราอยู่กับธรรมชาติ แต่พอนับวันเราอยู่แต่กับโลกแห่งเทคโนโลยี ความพัฒนาต่างๆ ตึก คอนโดฯ เราอยู่ใกล้ชิดสิ่งเหล่านี้ การที่มนุษย์เราได้กลับไปสัมผัสกับสิ่งที่เราควรจะสัมผัสด้วย นั่นคือธรรมชาติ มันก็เลยประทับใจ กับช่วงเวลาเพียงแค่สองอาทิตย์ แต่ว่าเรามีความสงบ ได้ชาร์จแบตเติมพลังงานให้ตัวเองในระดับหนึ่ง เพราะจริงๆ ผมอยากอยู่สักเดือนหนึ่ง (หัวเราะร่วน)”

หลีกหนีความจำเจ “การที่เรามีเพื่อนที่อยู่ประเทศไหนก็ตาม มันเป็นความโชคดีมากๆ นะผมว่า เพราะทำให้เราได้หลีกหนีบรรยากาศการนอนโรงแรม เหมือนได้มาใช้ชีวิตจริงๆ ในประเทศนั้นๆ อย่างทริปนี้ผมก็ได้นอนบ้านเพื่อน”

เรียนรู้สิ่งรอบตัวที่ก่อเกิดจากทริป “เราได้อยู่กับตัวเอง อยู่กับสิ่งแวดล้อมมันทำให้เราเข้าใจว่าสิ่งที่สำคัญในชีวิต ณ ตอนนั้น ถ้าเราได้ซึมซับมันอย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่อยู่กับเทคโนโลยีหรืออะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้ลดสมาธิลงการสัมผัสความสงบสุข ณ ตรงนั้นไว้นานๆ”

ทริปนี้ขาดไม่ได้ “โทรศัพท์มือถือ แต่เราก็จะมีการจัดการไว้ว่าวันนี้จะอยู่กับมือถืออย่างไร ส่วนเรื่องการดูแลตัวเองแน่นอนครีมกันแดด เพราะผิวผมจะแห้งง่าย ก็ต้องพกไว้ประจำ”

แนะนำคนเที่ยวเดนมาร์ก “ผมเป็นคนชอบศิลปะ ฉะนั้นก็เลยอยากจะแนะนำพิพิธภัณฑ์ Louisiana ที่นั่นสวยมากนะครับ อยากให้ลองไปดูกัน แต่ต่างจังหวัดเขาก็จะมีพวกพิพิธภัณฑ์เล็กๆ เหมือนกันนะ เราก็สามารถไปเยี่ยมชมได้โดยที่ไม่ต้องเข้าเมืองไปดูที่ใหญ่ๆ ก็ได้ ถ้าสนใจก็น่าลองไปดูกันครับ”

ที่ที่อยากไปสักครั้ง “อยากไปดูพีระมิดในประเทศอียิปต์ครับ คืออยากไปตั้งแต่สมัยเด็กๆ วัยรุ่นแล้ว เราก็ได้แต่วาดภาพไว้แบบ โอ้โห..มันมหัศจรรย์มากนะ ที่เขาสร้างพีระมิดขึ้นมา เขาสร้างยังไง ในยุคที่ไม่ได้มีเทคโนโลยีเหมือนทุกวันนี้ แล้วเขาสามารถทำและสร้างมันขึ้นมาได้ มันสุดยอดจริงๆ สักวันหนึ่งต้องไปดูให้เห็นกับตาให้ได้ครับ”

ใครที่แพลนเที่ยวฝั่งยุโรปแล้วยังไม่รู้จะไปที่ไหน เดนมาร์ก นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ตามรอยทริปของหนุ่มอั๊ตกันได้เลยค่ะ

หยินหยาง

Star Retro : ‘นภ พรชำนิ’ ย้ายหนี… 10 ปีความวุ่นวาย กลับไทยอีกที ขอทำดี ด้วยธุรกิจยกระดับจิตใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/352994

Star Retro : ‘นภ พรชำนิ’ ย้ายหนี... 10 ปีความวุ่นวาย  กลับไทยอีกที ขอทำดี ด้วยธุรกิจยกระดับจิตใจ

Star Retro : ‘นภ พรชำนิ’ ย้ายหนี… 10 ปีความวุ่นวาย กลับไทยอีกที ขอทำดี ด้วยธุรกิจยกระดับจิตใจ

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เชื่อว่าหลายคนตกหลุมรัก “นภ พรชำนิ” ในฐานะนักร้องหนุ่มเจ้าของเพลงรักโรแมนติก ที่ไม่ว่าจะทำเพลงไหนก็ซาบซึ้งประทับใจ แต่อีกหนึ่งบทบาท ณ วันนี้ที่เขาทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ ไม่แพ้การทำเพลง ก็คือบริษัท ไลฟ์อีส (LIFEiS) ที่ทำร่วมกับพี่ชายสุดที่รัก “บอย โกสิยพงษ์” ด้วยหวังขับเคลื่อน ความรัก ความหวัง ให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นในสังคมไทย เรียกว่าเป็นงานใหม่ที่ทั้งท้าทายและน่าตื่นเต้น… เมื่อมีโอกาสพิเศษ ได้นั่งร่วมโต๊ะกับ CEO นภ พรชำนิ “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” จึงไม่พลาดอัพเดทชีวิตของเขามาฝากกันแบบหมดเปลือก

เหตุที่ย้ายไปอยู่อเมริการ่วม 10 ปี

หลังจากบ้านเมืองเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตอนนั้นผมหนีเลย ผมอยู่ไม่ได้ เพราะผมเป็นคน Sensitive ก็เลยตัดสินใจกับคุณเพลิน (ภรรยา) ไปอยู่ที่อเมริกา จนทุกอย่างสงบลง ตอนแรกผมหมดความหวังกับประเทศเราไปเลยนะ ดูแล้วไม่มีทางที่จะออกมาจากหมอกควันนั้นได้

กลับสู่บ้านเกิดอีกครั้ง

ช่วงเวลาหนึ่งก็ทำให้ผมมีความหวังขึ้นมา คิดว่าเราน่าจะเริ่มต้นทำอะไรได้บ้าง ก็เลยเกิดเป็น ไลฟ์อีส (LIFEiS) ทำโดยไม่รู้ว่าในอนาคตจะเป็นยังไง ทำโดยไม่แน่ใจด้วยว่าความคิดนี้ของเรา จะถูกอะไรมาบดบังไหม เหมือนอย่างที่เพลงเราเคยถูกบดบัง ด้วยการทะเลาะเบาะแว้งตอนนั้นผมทำอัลบั้มเพลงเพื่อชีวิตขึ้นมา เพื่อที่จะให้คนได้ฟัง และน่าจะเกิดประโยชน์ต่อคนฟังแน่ๆ ตั้งแต่เพลงแรกจนเพลงสุดท้าย มันคือความสำคัญของมนุษย์ ในเชิงบวกนะ อัลบั้มนั้นเป็นอัลบั้มที่ผมเชื่อว่าเพราะที่สุดเท่าที่เคยทำมาเลย แต่ก็ต้องถูกบดบังไปด้วยการทะเลาะเบาะแว้งของคนในสังคมบ้านเรา ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วพี่บอย (บอย โกสิยพงษ์) กับผมมองว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นได้เลย ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลย เรื่องราวแบบนั้น แต่พอมาถึงวันนี้ก็เป็นข้อคิดและมองไปในทางที่ดีว่าสิ่งเหล่านั้นแหละทำให้เกิด ไลฟ์อีส (LIFEiS) ขึ้น

อะไรคือ ไลฟ์อีส (LIFEiS)

ผมกับพี่บอย(บอย โกสิยพงษ์) ทำงานเพื่อที่จะบอกว่า โลกนี้ยังมีความหวังดีต่อกันและกันอยู่เสมอไลฟ์อีส ก็แตกย่อยมากจาก “เลิฟอีส” (LOVEiS) ซึ่งไลฟ์อีส มองง่ายๆ ว่า ไม่ว่าจะกิจกรรมใดๆ ก็ตาม นอกจาก Entertainment แล้ว กิจกรรมนั้นจะทำเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ต่อตัวคุณเอง ต่อคนรอบข้าง เพื่อให้เกิดความเข้าใจความเป็นมนุษย์ และเข้าใจในศักยภาพของตัวเองว่าคุณสามารถสร้างประโยชน์ให้กับตัวเองและคนอื่นได้ ฉะนั้นจากเลิฟก็เลยกลายเป็นไลฟ์ ชีวิตเรามีความหมายที่อยู่เพื่อกันและกันครับ

เริ่มก่อร่างสร้างไลฟ์อีส

ไลฟ์อีส ก่อตั้งโดยผมและพี่บอย ซึ่งผมรับหน้าที่เป็น CEO แล้วก็มีทีมงานที่เป็นเบื้องหลัง คอยประชุมไอเดียกันทุกๆ เดือน ผมก็จะเป็นคนขับเคลื่อนทุกกิจกรรม เรามั่นใจว่าเรามี social business ที่ทำอยู่แล้วเต็มไปหมดช้างเผือกที่เก่งๆ ทั่วประเทศเต็มไปหมด ไลฟ์อีส เป็นแค่ตัวกลางที่จะเชื่อมภาคสังคมและภาคธุรกิจเข้าด้วยกันให้เกิดการผ่อนถ่ายทรัพยากร ให้เกิดการมองเห็นทั้งสองฝั่งว่า มีฝั่งนี้ด้วย เกิดเป็นผลผลิตใหม่ๆ ที่เชื่อมสองฝั่งเข้าด้วยกัน ไลฟ์อีส ก็จะเอาองค์ความรู้เหล่านี้เข้าไปเติมให้ โดยตัวของมันเอง พี่บอยบอกว่า “เขาไม่เชื่อเรื่องความมืดเชื่อว่าความมืดไม่มีอยู่จริง ความมืดมันแค่อยู่ห่างไกลจากแสงสว่างเท่านั้น เพราะฉะนั้นความไม่รู้เช่นกัน เราก็แค่เอาความรู้ความเข้าใจไปใส่ให้เขา แล้วเขาจะรู้ทันที” ไลฟ์อีส ถือว่าเป็นแค่คอนเซ็ปต์ของการมองโลกในแบบที่เราจะอยู่เพื่อเกื้อกูลกันและกัน จากองค์ความรู้ที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน วันใดวันหนึ่งก็ต้องได้ร่วมงานกันอยู่แล้ว

เราเริ่มก่อตั้งมาประมาณ 6-7 เดือนแล้วครับ ผมเองก็เพิ่งย้ายกลับมาจากอเมริกา ก็เลยเริ่มสร้างทีม เราจะต้องเริ่มผลิต Product อย่าง LOVEiS เราผลิตศิลปิน ด้วยการนำความรู้ ความสามารถของเราตลอด 25 ปีในเบเกอรี่มิวสิก ในการสร้าง Content ผ่านศิลปิน ผ่านอัลบั้มเพลง ฉะนั้น LIFEiS ก็เช่นกัน เราสร้างคอนเทนท์สร้างอีเว้นท์ สร้างผลงานผ่าน “ฮีโร่” ซึ่งเราคิดว่าคนคนนั้นมีคุณค่าต่อสังคม ผ่าน 3 คอนเซ็ปต์ ที่เราแบ่งไว้คือ 1.Life stage ออกแบบให้สอดรับกับทุกช่วงวัยในชีวิต 2.Life Supplement การเติมวิตามินบำรุงจิตใจให้ตรงตามแต่ละช่วงวัย 3.Lifestyle การให้กิจกรรมนั้นๆ เป็นส่วนหนึ่งของวิถีการดำรงชีวิต โดยแต่ละช่วงวัยก็แบ่งออกเป็น วัยเด็กเล็ก, ประถมฯ, ม.ต้น, ม.ปลาย, นักศึกษา วัยแต่งงานและวัยเกษียณ ซึ่งแต่ละช่วงอายุก็จะมีผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์คอยดูแลให้คำปรึกษา เช่น “เพลิน ประทุมมาศ” ภรรยาของผม ที่ศึกษาด้านเด็กเล็กก็เข้ามาดูแลในส่วนของศักยภาพเด็ก พัฒนาการต่างๆ ของเด็ก เป็นต้น

แรงบันดาลใจในการทำ ไลฟ์อีส

มาจาก “เลิฟอีส” (LOVE iS) ครับ คือเราก็ไม่เคยเห็นต้นแบบ อะไรแบบนี้จากที่ไหนเลยนะ ผมนั่งดูวีดีโอ TED Talks มันมีประโยชน์ก็จริง แต่มันแค่อินสปาย มันยังไม่ experiential events มันยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงความคิดคนแบบจริงๆ ตรงนี้แหละที่ไลฟ์อีสจะทำจริงๆ เราไม่ใช่แค่อินสปาย เราจะต้องคอนเนคกับคน แล้วเราจะต้องรู้ว่า You can do it, you can changeคุณสามารถพัฒนาตัวเอง เราเชื่อมั่นว่า experiential events ของเราเกิดจากการบ่มเพาะของคนคนนั้นเอง แล้วเอฟเฟกท์ต่อคนนั้น ก็จะเกิดขึ้นด้วยตัวของเขาเอง เราจะไม่ไป Putting แต่เป็นการ Training คือการเติมเต็ม และติดตามผล ผมจะไม่ดึงไลฟ์อิสไปในเชิงแก้ปัญหาครับ

โครงการที่ไลฟ์อีสทำอยู่ ณ ปัจจุบัน

“โครงการข้าวเพลงรัก” จังหวัดสุพรรณบุรีแล้วก็ “โครงการปลูกขอนแก่น” ที่จังหวัดขอนแก่น เป็นการปลูกต้นไม้รอบบึงของแก่น ประมาณ 2 ล้านต้น โดยคนขอนแก่นเอง ไลฟ์อีส ก็จะเข้าไปช่วย รวมหน่วยงานราชการต่างๆ กรมป่าไม้ เทศบาล โรงเรียน คนขอนแก่นที่เป็นแฟนเพลงของพวกเรา มาปลูก ทำอุโมงค์ต้นไม้ คืองานนี้เริ่มต้นจากแนวความคิดของ ไลฟ์อีส จริงๆณ ตอนนี้โครงการของเราที่เห็นเป็นรูปเป็นร่างเลยมีสองอันนี้ และกำลังเริ่มอีกเพียบเลย เพราะว่าเราเพิ่งเริ่มเปิดตัวกัน แล้วต่อไปก็จะเริ่มกระจายสารเหล่านี้ออกไป ว่าเรายังมีสิ่งที่ ไลฟ์อีส ทำอยู่นะ ที่เป็นรูทีน แล้วเราก็ยินดีต้อนรับที่จะ Plug-in กับสิ่งที่คุณทำอยู่ที่จังหวัดของคุณ ถ้าไลฟ์อีสเข้าช่วยได้ เรายินดีช่วยหมด ไม่ว่าจะภาครัฐ หรือเอกชน ประชาชนก็ตาม ช่วยหมด ผมมั่นใจว่าถ้าเมื่อไหร่มันไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง มันสำเร็จแน่นอน และสำเร็จอย่างยั่งยืน เพราะคนในสังคมจะเป็นคนดูแลเองเพราะฉะนั้นคนที่ทำงานเพื่อพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน คิดถึงคนอื่นก่อน ซึ่งก็ใช้เงินไม่เยอะ กำไรตกอยู่กับคนชุมชน ไลฟ์อีส จะเชื่อมโยงให้เขาเติบโตได้อย่างมั่นคง และถาวรด้วยตัวของเขาเอง คนเหล่านี้ก็จะไม่ใช่มูลนิธิ เขาจะผันตัวเองไปเป็น social business ที่ดูแลเรื่องการกำจัดวัชพืช เป็นหน่วยงานย่อยที่ดูแลกันเอง นี่ก็เป็นการสานต่อแนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ ๙ อย่างหนึ่งครับ เมื่อกลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว ถ้าเราได้ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาทำให้ชาวนาที่มีพื้นที่อยู่แล้ว มันก็จะทำให้มีเศรษฐกิจที่พอเพียงและเฟื่องฟู และกำไรด้วย และผมยินดีมาก ถ้าจะมีใครคิดทำแบบเรา ยินดีให้ทุกคนและทุกหน่วยงานใช้แพลตฟอร์มของ ไลฟ์อีส ไปช่วยกันทำให้สังคมเราดีขึ้นครับ

แล้ว นภ พรชำนิ ได้อะไรจากตรงนี้

ได้ทำครับ (หัวเราะร่วน) ผมมั่นใจว่าแนวความคิดอันนี้ มันจะเกิดเป็นผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องไปไม่รู้จบ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น เราก็ต้องการผู้สนับสนุนเสมอ ไม่ต่างกัน เราทำอัลบั้มเพลงออกมา ถ้าไม่มีคุณภาพ ก็ไม่มีคนฟัง ไม่มีคนสนับสนุน ไม่มีคนซื้อตั๋วมาดูคอนเสิร์ต แต่ของผมเป็นยิ่งกว่าอัลบั้ม เป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อคนมากมาย ทำไมจะไม่มีคนซัพพอร์ต ผมมั่นใจว่ามีแต่ได้กับได้ รวมทั้งคนที่ทำงานในกลุ่มของไลฟ์อีสด้วย ทุกคนก็ได้ใช้ความรู้ความสามารถในการเติมพลังชีวิตให้กับทุกคนได้อย่างตรงเป้าหมาย แล้วก็ได้ค่าจ้างด้วย ทำกันเป็นระบบบริษัท ที่มีเงินทุน มีเงินเดือนเช่นกับบริษัททั่วๆ ไปครับ

ไลฟ์อีส ต่างจากมูลนิธิอย่างไร

แตกต่างอย่างสิ้นเชิงเลยครับ คือมูลนิธิมีเป็นหมื่น เป็นแสน ซึ่งเขาก็มีจุดประสงค์ในการทำแต่ละอย่าง ไม่เหมือนกัน ซึ่งไลฟ์อีสจะเป็นลักษณะการสร้างโปรแกรมในการพัฒนาแบบยั่งยืน ไม่ได้เปิดรับบริจาค แต่เรากำลังสร้างโปรแกรมที่เป็นประโยชน์ต่อคน เพื่อการเชื่อมโยงระหว่างคนในสังคมกับองค์ความรู้ แล้วทำให้เกิดประโยชน์กับทุกๆ คน

แม้ไม่ตรงสายที่เรียน แต่ก็จะลงมือทำ

ผมเองจบวิศวะมา แต่ก็ถูกบังคับให้ไปร้องเพลง แล้วก็ทำเพลงมาเรื่อยๆ แต่จุดมุ่งหมายในชีวิตผมจริงๆ เลยคือ ผมอยากทำงานเพื่อสังคม และเกิดประโยชน์ต่อสังคม ผมเชื่อว่าเพลงเป็นประโยชน์ต่อสังคมอยู่แล้วล่ะ แต่มัน Indirect ไปนิดหนึ่ง รอคนฟังเข้าใจอาจจะช้าไปสักหน่อยแต่ไลฟ์อีสก็ไม่ต่างจากเพลงที่ผมร้องเลย แต่มันเป็น Practice คือทำเลย จริงๆ วันนี้ผมประกาศไปว่า ลุย! ผมเชื่อว่าแฟนเพลงของผมในหลักประมาณ 4-5 หมื่นคนนี่ เขาลุยกับผมแน่นอน “พี่นภอยากให้ช่วยอะไรบอกมา”เราไม่ต้องรออะไรเลย เราสามารถทำได้เลย แล้วก็สามารถทำเป็นรูปเป็นร่างได้ เล็ก ย่อม กลาง ใหญ่ จิ๋ว ได้หมดแล้ว แต่โปรแกรมที่เราจะเอาเข้าไปใช้ ต้องเป็นโปรแกรมที่เกิดประโยชน์ต่อคนจริงๆ แล้วต้องไม่ขาดทุน ต้องตอบโจทย์ทุกคนต้องวินวินหมด ทุกอย่างเกิดจากแรงกายแรงใจ คนในสังคมมาช่วยกันทำ มันเลยเกิดเป็นสังคมที่เกื้อกูลกัน แล้วมันก็จะกลับมาตามความเชื่อของไลฟ์อีส

เล็งเป้าหมายเริ่มต้นที่คู่รัก

โปรแกรมที่เราจะ Launch อันแรกก็คือ โปรแกรมที่เกี่ยวกับคู่รักครับ ช่วงอายุกลางๆ เรียนจบแล้วจะแต่งงาน ตรงนี้จริงๆ แล้วเป็นจุดเริ่มต้นของสถาบันครอบครัวเลย นี่แหละคือโปรดักช์แรกสุดที่ไลฟ์อีสจะนำเสนอ ด้วยการที่เราจะจัดโชว์ขึ้นมาหนึ่งโชว์ ชื่อว่า “STAYING IN LOVE” ติวเรื่องเลิฟ เสิร์ฟพร้อมเพลงรัก เป็นโชว์ Love Mentor-tainment เต็มรูปแบบครั้งแรกของเมืองไทย และการเข้าชมก็จะเป็นการเข้าชมแบบเป็นคู่ ขายบัตรเป็นคู่ นั่งคู่กัน จะเป็นคู่แต่งงานแฟนกัน หรืออะไรก็แล้วแต่ ขอให้มาดูเป็นคู่ โชว์นี้จะบอกเลยว่า คุณน่ะตกหลุมรักกันง่ายเหลือเกิน แต่การที่คุณจะตกหลุมรักคนคนเดิมให้นานๆ มันไม่ง่ายอย่างนั้นนะ แต่มันจะง่ายนิดเดียวถ้าคุณมาเข้าคอร์สนี้กับเรา

รูปแบบโชว์ “STAYING IN LOVE”

STAYING IN LOVE จะแบ่งเป็น 3 พาร์ท คือ พาร์ทที่ 1 เรื่องอดีต ที่ผ่านมาเป็นยังไง ความคาดหวังที่เรามีต่อกันและกันคืออะไร พาร์ทที่ 2 คือช่วงปัจจุบัน เรียกว่าช่วง Love Tank ก็คือการเติมความรักให้เต็มคนเราไม่รู้หรอกว่าตัวเองมีภาษารักที่ต่างกัน ภาษารักก็คือการเติมความรักให้กัน อย่างผมกับเพลินก็จะต่างกันการเติมเต็มความรักของผมที่เพลินเขารู้สึกว่าผมรักเขาก็คือ “การกอด การหอมแก้ม” แต่ของผมกลับไม่เหมือนเขานะ ผมจะรู้สึกก็ตอนที่ “เขาดูแลเทคแคร์ผม” เพราะธรรมชาติผม ไม่ใช่คนที่ชอบกอด แต่ผมก็เติมรักให้เขาด้วยการกอด หอมแก้ม เขาทุกเช้า มันก็ทำให้ Love Tank ของเราเต็มตลอด ไม่ต้องไปเติมจากที่อื่น ถ้าคู่รักของเรารู้ภาษารักของคู่เราเอง ทำไมเราจะไม่เติมให้กันล่ะ เพราะเรารักกันอยู่แล้ว นี่คือช่องว่างของคู่รักที่หลายคนอาจจะไม่รู้ ก็เลยพยายามไปหาเติมจากที่อื่นอยู่ตลอดเวลา วนเป็นงูกินหาง ตรงนี้จะตอบโจทย์ว่าปัจจุบันจะไม่ต้องไปเติมที่ไหน และสุดท้ายพาร์ทที่ 3 เรื่องของอนาคต เหมือนอย่างคู่ผม คือผมอยากทำไลฟ์อีส ผมไม่ได้อยากเป็นนักธุรกิจ ผมอยากทำอะไรเพื่อช่วยสังคม เพลินเองเขาชอบเที่ยว เราก็ลองหาทริปที่ช่วยสังคมและได้เที่ยวไปด้วย ก็เลยทำไลฟ์อีส ที่ได้เที่ยวด้วย และทำงานเพื่อสังคมด้วย สิ่งนี้ก็จะทำให้คนสองคนเข้าใจทั้งอดีต ปัจจุบัน และ อนาคต ของกันและกัน ไม่ต้องเกิดภาวะเลิกรากันครับฝากด้วยนะครับ สำหรับ STAYING IN LOVE เราจะจัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 25-26 สิงหาคมนี้ ที่ โรงละครM Theater เริ่มขายบัตรวันที่ 28 ก.ค.นี้ ทาง ThaiTicketMajor ซึ่งการจัดครั้งนี้ก็ตั้งใจว่าจะมีผลในระยะยาว อยากให้คนดูได้รับประโยชน์จากโชว์นี้ ผมค่อนข้างมั่นใจว่าทุกโปรแกรมที่เราดีไซน์ มันคือประโยชน์ที่จะเกิดกับผู้ที่มาร่วมงานกับเราจริงๆ เราจะเรียกว่า Experiential events คือถ้ามาร่วมอีเว้นท์กับเรา มันจะเปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนทัศนคติที่คุณมีไปตลอดชีวิตของคุณเลย แต่ไม่ใช่ล้างสมองนะ (หัวเราะ) ผมเองเป็นคนทำยังตื่นเต้นเลย ว่า โชว์วันนั้นมันก็ต้องเปลี่ยนมุมมองผมอีก เพราะว่าเอฟเฟกท์ที่เกิดขึ้นกับแต่ละคน มันจะต้องมากกว่าที่ผมคิดตอนนี้แน่ๆ

ไม่ได้วางไมค์

ผมยังคงร้องอยู่ครับ แต่ก็ผันมาเป็นโปรดิวเซอร์ เพลงมากขึ้น ผลิตศิลปินรุ่นน้อง และตอนนี้ก็มีหน้าที่รับผิดชอบในการ สร้างค่ายเพลงแจ๊ส ซึ่งบุคลากรทางด้านเพลงแจ๊สของประเทศไทย ก็ไม่ต่างจาก ไลฟ์อีส ผมบอกเลยว่า ศิลปินเพลงแจ๊สคือ “อัศวินทางดนตรี” ที่ถูกจับไปเล่นอยู่ใต้บันไดเลื่อน ล็อบบี้โรงแรม งานแต่งงาน อะไรก็ไม่รู้ ซึ่งจริงๆ เขาคือนักรบตัวจริง ผมมีหน้าที่ไปดึงอัศวินเหล่านี้กลับมาสร้างแรงบันดาลใจ ผลงานที่เป็นแจ๊ส ขับเคลื่อน Music Business, Music Entrainment ไปให้แบบถูกทาง เด็กรุ่นใหม่ ถ้าให้เลือกได้ ผมอยากให้ลองฟังเพลงแจ๊ส ซึ่งทุกวันนี้ยังไม่มีเพลงไทยที่เป็นแจ๊สแบบเข้มข้นให้เด็กฟัง นั่นก็เพราะทุกคนคิดว่าเด็กวัยรุ่นไม่ชอบ แต่พี่บอยกับผมไม่ได้คิดแบบนั้น เราจะทำให้เด็กเล็กฟังเราจะปลูกฝังเขาตั้งแต่เด็กเลย เราจะทำเพลง Jazz For Kids คล้ายกับ ไลฟ์อีส เด็กประมาณ ป.1-6 เป็นช่วงที่จะเรียนรู้ถึงศักยภาพ สติปัญญาของตัวเอง ความคิดสร้างสรรค์ก็ดี การมองโลกเชิงมิติสัมพันธ์ก็ดี เกิดขึ้นมาจากการฟังล้วนๆ คือเด็กได้ยินเสียงพ่อแม่ตั้งแต่อยู่ในท้องอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเด็กได้รับการฟังเพลงแจ๊ส ซึ่งผมว่าแจ๊สเป็นสไตล์เพลงที่เพราะมากนะ ถ้าเด็กเขาได้ฟัง เขาน่าจะสามารถควบคุมอารมณ์ของเขาเองได้ตั้งแต่เด็ก เขาจะไม่พลุ่งพล่าน เขาจะมีระเบียบวินัย เขาจะนั่งเรียนอย่างสงบเลย ไม่ยุกยิก อันนี้ก็ได้รับการศึกษามาแล้วนะว่าถ้าเด็กได้รับการฟังเพลงแจ๊ส สมองเขาก็จะพร้อมในการเรียนรู้ทุกอย่าง และมีวุฒิภาวะทางด้านอารมณ์ การตัดสินใจ จะไม่ตัดสินใจผิดๆ เพราะเขามีความมั่นใจในตัวเอง เพลงจะช่วยได้ ผมก็เลยรับหน้าที่ดูค่ายแจ๊ส ของเลิฟอีส ทำให้กลายเป็นพื้นฐานของการฟังเพลงของเด็กเล็ก จุดมุ่งหมายก็ไม่ใช่ทางธุรกิจ เป็นการสร้าง Jazz Community พ่อแม่ลูกมานั่งฟังแจ๊สกัน จัดเป็น Festivalขยายการฟังเพลงแจ๊ส แล้วคุณจะรู้ว่าการฟังเพลงแจ๊สทำให้เบิกบาน ซึ่งการที่จะทำให้ Jazz Community เติบโตได้ก็ต้องสอนให้เขารู้จักแจ๊สก่อน ทำงานเหมือนไลฟ์อีสเลยครับ

ชีวิตส่วนตัว

ผมแต่งงานมา 12 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีลูกครับ ซึ่งผมก็แล้วแต่คุณเพลิน (ภรรยา) คือเราทำงานกันหนักมาก ช่วงที่ผ่านมา เดินทางไปอเมริกา กลับมาเมืองไทยเยอะมาก แต่คนส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่าผมทำงานหนักมากเราทุ่มเทกายและใจเพื่องานส่วนรวมจริงๆ อยู่ที่อเมริกาก็ดึงคนไทยมารวมตัวกัน ทำสำเร็จได้ที่ซานฟรานซิสโก ดีมากเลย สนุกมาก ไปๆ มาๆ อยู่มา 10 ปี คือจริงๆ ผมควรจะมีลูกไปตั้งนานแล้วล่ะ ดูลูกพี่บอยสิจะ 20 แล้ว ผมยังไม่มีเลย คือก่อนหน้านี้เราตั้งใจเลยว่าจะยังไม่มีทายาท เพราะถ้ามีนี่ อดทำงานแน่(หัวเราะ) แต่ ณ วันนี้ก็โอเค ทุกอย่างดำเนินไปได้ดีละครับ เพลินก็อยากจะมีลูกละซึ่งเขาบอกว่าอยากจะมีปีหน้า ผมก็ตามใจเขาครับ

แพลนโปรเจกท์ต่อไป

ผมคิดเล่นๆ กับพี่บอยนะว่า น่าจะมีท่องเที่ยวแบบรักสุขภาพ ไปญี่ปุ่นกัน กินไม่อั้นเลยนะ เต็มที่เลยแต่ไปกับนักโภชนาการด้วย กินเสร็จไปเบิร์นแคลอรี่กันแบ่งเป็นทีมหนึ่งไปปีนเขา เก็บวัชพืช ทีมหนึ่งไปเก็บขยะ เราดีไซน์ Tourism แบบนั้น ให้คนได้ไปช่วยสังคมด้วย เที่ยวด้วย เบิร์นแคลอรี่ด้วย กินด้วย คิดดู มันจะไม่ Successได้ยังไง ใครๆ ก็อยากสนุก ไปเป็นครอบครัวเป็นแคมปิ้งพวกนี้แหละจะเป็นโปรดักช์ย่อยที่ต้องคิดกัน เพราะแต่ละโปรดักช์ อย่าง Staying in love มูลค่ามันมหาศาลถ้าพูดในเรื่องของความต้องการทาง Business มันเติบโตได้เอง Staying in love ที่เป็นคู่รัก Staying in loveที่เป็นพ่อแม่ลูก Staying in love คนทำงาน Staying inlove คนในโรงเรียน Staying in love ในอะไรเต็มไปหมดคือรูปแบบโปรแกรมของบริษัทก็จะไม่ตายตัวว่าเป็นแค่โชว์ ทริปทัวร์ หรืออะไรก็แล้วแต่ มันคือ flexible(เฟลคซิเบิล) มาก แต่ผลประโยชน์จริงๆ คือกลับไปอยู่ที่ทุกคน ไม่ได้อยู่ในกระเป๋าตังค์ผม ซึ่งเรื่องกำไรผมไม่ได้สนใจเลย แต่ต้องไม่ขาดทุน และมีกำไรมา launch (เดินหน้า) ต่อนั่นคือปัจจัยสำคัญที่ผมเชื่อมั่นว่า เราขอแค่ไม่ขาดทุน แล้วมันก็จะเกิดเป็นประโยชน์ต่อโลกมนุษย์อย่างไม่รู้จบครับ

ยิ่งนั่งคุย ยิ่งตกหลุมรักผู้ชายอบอุ่นคนนี้มากยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพราะความหล่อ ความสุภาพ หรือน้ำเสียงของเขา แต่เพราะ นภ พรชำนิ ไม่เคยหยุดที่จะผลิตผลงานสร้างสรรค์ออกสู่สังคม ทุกโปรเจกท์ของเขาในอนาคต เชื่อว่าสังคมไทยจะถูกยกระดับ พัฒนาคน และแน่นอน..ปีหน้าเราคงได้พบกับ “นภ จูเนียร์” กันค่ะ

กุหลาบสีเงิน

Musketeers Event ชวนปลุกพลัง ส่งความหวังใน Play for Pray Concert

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/353014

Musketeers Event ชวนปลุกพลัง ส่งความหวังใน Play for Pray Concert

Musketeers Event ชวนปลุกพลัง ส่งความหวังใน Play for Pray Concert

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท มัสคีเทียร์ อีเว้นท์ จำกัด บริษัทออการ์ไนซ์ฯคอนเสิร์ต Play for Pray Concert ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561 ณ โรงภาพยนตร์สกาล่า การรวมตัวครั้งสำคัญ ของศิลปินคุณภาพ ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา, ว่าน- ธนกฤต, อิ้งค์-วรันธร, แหนม-รณเดช และ เอิ๊ต-ภัทรวี มุ่งสร้างกุศลครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อการทำนุบำรุงศาสนาและเสริมจริยธรรมทางปัญญา

โดย นายวีระชัย นิชาภัทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท มัสคีเทียร์ อีเว้นท์ จำกัด ได้กล่าวถึงการจัดงานคอนเสิร์ต พลังแห่งศรัทธา ครั้งนี้ ว่า“ถือเป็นโอกาสอันดีในการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์งานคอนเสิร์ตครั้งสำคัญ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา พร้อมกันได้ต่อยอดให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมในศรัทธาครั้งนี้กับคอนเสิร์ตการกุศล Play for Pray Concert โดยได้รับเกียรติจากศิลปินคุณภาพมาร่วมโครงการนี้ และยังถือเป็นศิลปินที่มีความดีและมีจริยธรรมที่ดีในการประพฤติปฏิบัติชอบ และเป็นศิลปินที่มีศรัทธาในธรรม พร้อมร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ร่วมกันผ่านบทเพลงแห่งความหวังเพื่อหัวใจศรัทธาเดียวกัน สำหรับท่านใดสนใจอยากมีส่วนร่วมในคอนเสิร์ตครั้งสำคัญครั้งนี้ กับ Play for Pray Concert ในวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคมนี้ เวลา 17.00 น. (ประตูเปิด 16.00 น.)บัตรราคา 3,500 บาท / 2,500 บาท และ 1,500 บาท เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา หรือติดตามรายละเอียดข้อมูลทาง Facebook fanpage: Play for Pray ห้ามพลาด!

ฝรั่ง“แดเนียล”พาสาว“จ๊ะจ๋า พริมรตา” สัมผัสความเป็นกุลสตรีสองยุค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/352929

ฝรั่ง“แดเนียล”พาสาว“จ๊ะจ๋า พริมรตา”  สัมผัสความเป็นกุลสตรีสองยุค

ฝรั่ง“แดเนียล”พาสาว“จ๊ะจ๋า พริมรตา” สัมผัสความเป็นกุลสตรีสองยุค

วันเสาร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 10.53 น.

ฝรั่ง“แดเนียล”พาสาว“จ๊ะจ๋า พริมรตา”

สัมผัสความเป็นกุลสตรีสองยุค

ณ จังหวัดสมุทรสาคร

เที่ยวภาคกลางสไตล์ผู้หญิงๆ กับฝรั่งยิ้มกว้าง “แดเนียล เฟรเซอร์” พาแขกรับเชิญสาวสวย “จ๊ะจ๋า พริมรตา เดชอุดม” สัมผัสวิถีกุลสตรีไทยสมัยเก่า และสมัยใหม่ เรียนรู้เรื่องราวศิลปะบนถ้วยชามเบญจรงค์ลวดลายอันวิจิตรงดงาม เข้าครัวทำขนมจาก และทานเค้กที่คาเฟ่โทนขาวละมุน The While Oven

รายการหลงรักยิ้ม ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ (ททท.) จัดเส้นทางท่องเที่ยวสุดพิเศษเอาใจสาวๆ พาเที่ยวภาคกลาง จ.สมุทรสาคร โดยพิธีกร “แดเนียล” ควงสาวสวย “จ๊ะจ๋า พริมรตา” ไปสัมผัสเครื่องเบญจรงค์ และลองวาดลวดลายสุดอลังการ ที่บ้านดอนไก่ดี แหล่งผลิตเครื่องเบญจรงค์สุดยิ่งใหญ่ส่งขายทั้งไทย และต่างประเทศ จากนั้นไปสัมผัสวิถีคนกับต้นจาก ที่ชุมชนบ้านบ่อ ชุมชนที่มากไปด้วยต้นจาก จึงได้มีการทำหลังคาตับจาก และทำขนมจาก ที่พิเศษกว่าขนมจากทั่วไป คือการใส่ลูกจากเนื้อแน่นๆ ลงไปด้วยนั่นเอง จากนั้นไปสัมผัสบรรยากาศคาเฟ่โทนขาวละมุนสุดเรียบหรู The While Oven กับเค้กหลากหลายเมนู และอาหารสไตล์ฟิวชั่นน่าตาหน้าทาน

เที่ยวภาคกลาง จังหวัดสมุทรสาคร กับฝรั่งยิ้มกว้าง “แดเนียล เฟรเซอร์” ในรายการหลงรักยิ้ม มาพร้อมแขกรับเชิญสาวสวย “จ๊ะจ๋า พริมรตา เดชอุดม” วันเสาร์ ที่ 21 กรกฎาคม 2561 เวลา 16.30 น. ทางช่อง 28 (3SD) Facebook: https://www.facebook.com/longrukyim/

ท้าGen Yบุกตะลุยภาคกลาง“วันธรรมดา” กับ สมุดโคจร On The Way

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/352927

ท้าGen Yบุกตะลุยภาคกลาง“วันธรรมดา” กับ สมุดโคจร On The Way

ท้าGen Yบุกตะลุยภาคกลาง“วันธรรมดา” กับ สมุดโคจร On The Way

วันเสาร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 10.52 น.

 

เตรียมตัวแพ็คกระเป๋าออกเดินทางแบบลุยๆ สัมผัสการเที่ยววันธรรมดาที่แสนจะไม่ธรรมดา แถมยังเดินทางสะดวกไม่ต้องทนรถติด พานั่งรถไฟด่วนพิเศษอุตราวิถีจากเชียงใหม่เที่ยวกรุงเทพมหานคร ตื่นตาตื่นใจกับสถานที่สุดฮิต พร้อมทำภารกิจสุดท้าทายเพื่อชิงเงินรางวัลขวัญถุงมูลค่ากว่า 40,000 บาท

รายการสมุดโคจร On The Way ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลางจัดทริปท่องเที่ยวเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่ม Gen Y หันมาลองเที่ยวในวันธรรมดา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สมุดโคจร เที่ยววันธรรมดา” พาเดินทางโดยใช้บริการขนส่งสาธารณะในการท่องเที่ยวอย่างรถไฟ เที่ยวข้ามภาคจากจังหวัดเชียงใหม่มายังกรุงเทพมหานคร โดยมีกูรูท่องเที่ยว จ๊อบ – นิธิ สมุทรโคจร พิธีกรรายการสมุดโคจร On The Way  พร้อมทั้งนักแสดงหนุ่มมาดกวนจอมทะเล้น อย่าง เจมส์ – กิจเกษม แมคแฟดเดน , เลโอ โซสเซย์ และเหล่าเน็ตไอดอล Gen Y สุดน่ารักจากเชียงใหม่ ร่วมประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร อาทิ เสาชิงช้า ,นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ,อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ,ถนนราชดำเนิน ,ช่างชุ่ย ,ตลาดนางเลิ้ง ,ล้ง1919 เป็นต้น พร้อมร่วมกันปฏิบัติภารกิจสุดท้าทาย ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ทีม โดยมีหัวหน้าทีมอย่างเจมส์ กิจเกษม และเลโอ โซสเซย์ พากันออกเดินทาง ใช้บริการขนส่งสาธารณะอย่าง รถตุ๊กตุ๊ก ,BTS  และเรือ ทำภารกิจถ่ายรูปตามสถานที่ดังกล่าวแล้วนำมาโพสต์ลงเฟสบุ๊คทีมละ 20 รูป  หากทีมใดได้ยอดไลค์เยอะที่สุดเป็นผู้คว้าชัยชนะไปในภารกิจนี้

ร่วมเป็นกำลังใจให้ทั้งสองทีมในภารกิจสุดท้าทาย  “สมุดโคจร เที่ยววันธรรมดา ท้าข้ามภาค”  ไปพร้อมกันในรายการ สมุดโคจร On The Way วันเสาร์ ที่ 21 และ 28 กรกฎาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 17:00 น. เป็นต้นไป ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 28 (3SD) หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/samudkojorn/

‘ปอ-อรรณพ’ ยิ้ม ‘ไม่เล็กนะครับ’ กระแสดี แฮปปี้กับครอบครัว ‘TCM’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/352865

‘ปอ-อรรณพ’ ยิ้ม ‘ไม่เล็กนะครับ’  กระแสดี แฮปปี้กับครอบครัว ‘TCM’

‘ปอ-อรรณพ’ ยิ้ม ‘ไม่เล็กนะครับ’ กระแสดี แฮปปี้กับครอบครัว ‘TCM’

วันเสาร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังจากที่พ่อหนุ่มเอวพิฆาต “ปอ-อรรณพ TCM”ปล่อยSingle แรกในรอบ 3 ปีกับบ้านใหม่ “SRP TCM” กับซิงเกิ้ลโจ๊ะสุดพลัง “ไม่เล็กนะครับ”เพลงที่ว่าด้วยเรื่องของขนาด ของหัวใจ ไซส์ของความรัก มาได้สักระยะนึง หนุ่มปอก็ยิ้มรับกับกระแส ที่แฟน ๆ ให้การต้อนรับเกินความคาดหมาย ยัน…แฮปปี้กับบ้านหลังใหม่ ที่ตอนนี้เป็นศิลปินชายคนเดียวในค่าย พร้อมทำหน้าที่พี่แนะนำให้กำลังใจน้องๆ ในเรื่องงาน โดยเจ้าพ่อสายเด้งเผยว่า

“ตอนนี้เรื่องเพลง ไม่เล็กนะครับ กระแสตอบรับกลับมาดีเกินคาด มีคนชูนิ้วก้อย มีคนเต้นคัฟเวอร์ (ยิ้ม) ก็ดีใจนะครับกับงานที่เราตั้งใจทำออกมาให้แฟนๆ ผู้ฟังได้มีความสุข ส่วนบ้านหลังใหม่ ครอบครัว TCM ก็แฮปปี้ดีมากครับ ต้องขอบพระคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสผม และดูแลเป็นอย่างดี ในค่ายนี้ผมเป็นศิลปินผู้ชายคนเดียว ที่เหมือนพี่คนโต เป็นไข่ในหิน (หัวเราะ) ที่เหลือก็เป็นน้องๆ สาวๆ มีน้อง ครีม รุ้ง มายด์ TCM ซึ่งเป็นน้องใหม่ก็อยู่กันเป็นครอบครัว เวลาไปงานด้วยกันผมก็ให้คำปรึกษากับน้องๆ แนะนำกันเรื่องงาน เพราะตอนใหม่ๆ ผมก็ลุย ก็สู้กันมาหนักเลยเอาประสบการณ์มาแชร์น้องๆ และให้กำลังใจกันไป ออ แต่ต่อไปพี่ใหญ่น่าจะเป็นพี่ แพรว TCM (แพรว-จีรวัลย์) แล้วล่ะ เพราะเป็นศิลปินคนล่าสุดของ TCM โตสุด (หัวเราะ) ตอนนี้นอกจากงานเพลง ผมก็มีละครที่กำลังถ่ายทำเรื่อง รักจังเอย และมีพิธีกรรายการ ชีพจรลงพุง อยู่ก็ฝากติดตามงานของผมด้วยนะครับ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ในเฟซบุ๊ค และยูทูบ ชาแนล SRP TCM ได้เลยครับ หรือว่าจะจ้างงานก็ติดต่อมาได้เลยยินดีรับใช้ครับผมๆ”

โอตะแน่นทุกพื้นที่ กับโมเม้นเปิดตัว ‘BNK48 รุ่น 2’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/352846

โอตะแน่นทุกพื้นที่ กับโมเม้นเปิดตัว 'BNK48 รุ่น 2'

โอตะแน่นทุกพื้นที่ กับโมเม้นเปิดตัว ‘BNK48 รุ่น 2’

วันเสาร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

2 ปีที่ผ่านมา สาวๆ “BNK48” กลายเป็นเกิร์ลกรุ๊ปอันดับหนึ่งของไทย ที่มีแฟนคลับ แฟนเพลง รวมทั้งสาวกโอตะติดตามชื่นชมมากที่สุดเป็นประวัติกาล และล่าสุด BNK48 รุ่น 1 ทั้ง 26 ชีวิต ก็พร้อมแล้วที่จะต้อนรับ สมาชิกน้องใหม่ “BNK48 2nd Generation the Debut” จำนวน 27 คน รวมถึงเผยรายชื่อผู้ที่คว้าตำแหน่ง BNK48 เซ็นบัตสึ ทั้ง 16 คน ในรุ่นที่ 2 เพื่อเป็นการเริ่มต้น “ฤดูใหม่” ไปด้วยกัน

ซึ่งในงานเปิดตัว “BNK48 2nd Generationthe Debut” ณ บริเวณ ควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เมื่อวันก่อน เริ่มต้นด้วยการโชว์เพลง Aitakatta และ BNK48 จากสาวๆ รุ่นที่ 2 ทั้ง 27 คน พร้อมแนะนำตัวให้เหล่าแฟนคลับได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการทีละคน ก่อนจะเผยซิงเกิ้ลล่าสุด เพลง “ฤดูใหม่Tsugino Season” ที่ร้องโดย 16 เซ็นบัตสึ ให้ได้ชมกันเป็นครั้งแรก!!

ซึ่งนับเป็นการตอกย้ำความสำเร็จไปอีกขั้น สำหรับการเติบโตของกลุ่มศิลปินสาวไอดอลกรุ๊ป BNK48 ภายใต้บริษัท บีเอ็นเค โฟร์ตี้เอท ออฟฟิศจำกัด (BNK48Office) โดยการนำทัพของ จิรัฐ บวรวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารต้นสังกัดศิลปิน BNK48 ที่เตรียมพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถของทั้ง 27 สาว BNK48 รุ่น2 ว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติในการก้าวเข้ามาเป็นศิลปินตัวจริง ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างเข้มข้น จากจำนวนผู้เข้าสมัครกว่า 1 หมื่นคน!! ทั่วประเทศ พร้อมกับ ตัวแทนรุ่นพี่ BNK48 รุ่นที่ 1 อย่าง เฌอปราง, ปัญ และ อิสึตะ รินะ กัปตันและรองกัปตันทีม BIII ก็ได้มามอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีให้กับน้องๆ ครูๆ ทุกท่านด้วย

สำหรับเหล่าโอตะ ข่าวอัพเดทที่รอกัน ก็คือ งานจับมือBNK 3rd Single “Shonichiวันแรก” (มีรุ่น 2 ร่วมจับมือด้วย) จะมีขึ้นในวันที่ 18-19 ส.ค. 2561 นี้ พร้อมเพิ่มรอบเธียร์เตอร์อีก 2 รอบ คือวันศุกร์ 1 ทุ่ม และวันอาทิตย์ บ่ายโมง ซึ่งมีทั้งรุ่นที่ 1และรุ่นที่ 2 ร่วมแสดง รวมเป็น 5 รอบต่อสัปดาห์ โดยจะเริ่มต้น Digital Live Studio สำหรับรุ่นที่ 2 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเตรียมพบกันที่งาน Nippon Haku Bangkok ที่สยามพารากอน ในวันที่ 2 ก.ย.2561 และปิดท้ายด้วยการเผยซิงเกิ้ลที่ 4 ที่มีชื่อว่า KimiWa Melody ซึ่งเป็นเพลงฉลองครบรอบ 10 ปีของวง ABK48 นั่นเอง ซึ่งงานแถลงข่าวในวันนี้… ถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลเด็ดกันแบบครบถ้วน ให้กับเหล่าสาวก BNK48 ทั้งรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ได้
คอยติดตามกันแบบห้ามกะพริบตา!!

ยิ่งใหญ่ อลังการ สมการรอคอย 789(0)’S The Gallery Concert

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/352864

ยิ่งใหญ่ อลังการ สมการรอคอย  789(0)’S The Gallery Concert

ยิ่งใหญ่ อลังการ สมการรอคอย 789(0)’S The Gallery Concert

วันเสาร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ 789 (0)’s The Gallery Concert คอนเสิร์ตแห่งความทรงจำ 789(0)’S The Gallery Concert พบกับตำนานแห่งเสียงเพลงในอดีตจากยุค 70 พบกับ “จี๊ด-สุนทร วงรอยัลสไปร์ท, แดง-นราธิป วงชาตรี, จิ๊บ-วสุ”

ยุค 80 พบกับ “ตั๊ก-ศิริพร, ตุ๊ก-วิยะดา, ชมพู-ปิง ฟรุตตี้, เบิร์ดกับฮาร์ท และยุค 90 พบกับ “กบ-ทรงสิทธิ์ และมอส-ปฏิภาณ” โดย 789(0)’S the Gallery Concert จัดโดยผู้บริหารบริษัท ทรีแดนซ์พับลิชชิ่ง จำกัด และธนาคารออมสินทั้งนี้คุณนลัท สุริโย ผู้บริหารบริษัท ทรีแดนซ์ พับลิชชิ่ง จำกัด เปิดเผยว่า “789 (0)’s The Gallery Concert ถือว่าเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ของปี เป็นอีกหนึ่งงานที่มีหลายคนเรียกร้องให้จัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วย โดยคอนเสิร์ตครั้งนี้ถือว่าเหมือนได้พาท่านผู้ชมไปย้อนอดีตแห่งความทรงจำของเสียงเพลง ตั้งแต่ยุค70 , 80 และ 90 งานนี้ไม่ใช่ได้สัมผัสกับบทเพลงที่ไพเราะเพียงอย่างเดียว แต่ผู้ชมจะได้สัมผัสกับแฟชั่นในยุคสมัยก่อนด้วย เช่น เสื้อสีสันสดใส กางเกงขาบาน” และผู้ชมที่ไปชม ต่างพากันชื่นชมว่าไม่ผิดหวังจริงๆ ที่มาชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เพราะได้ย้อนอดีตบทเพลงต่างๆ ได้ฟังเพลงเพราะๆได้เจอกับศิลปินในดวงใจหลายคน และปิดท้ายได้เต้นกันแบบสนุกๆ มาก อยากให้จัดคอนเสิร์ตแบบนี้อีก