Hollywood stars : 8 กรกฎาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/350217

Hollywood stars : 8 กรกฎาคม 2561

Hollywood stars : 8 กรกฎาคม 2561

วันอาทิตย์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

O พระเอกรุ่นใหญ่ เควิน สเปซีย์ ถูกตำรวจเมืองผู้ดีสอบสวนหนักเกี่ยวกับคดีคุกคามทางเพศ ซึ่งมีเหยื่อโผล่มาเพิ่มขึ้นจาก 3 ราย มาเป็น 6 รายแต่ตำรวจไม่สามาถเปิดเผยรายชื่อของเหยื่อได้จนกว่าศาลจะสั่งฟ้อง ก่อนหน้านี้กาย เพียร์ซ ซึ่งร่วมงานกับสเปซีย์ ในหนังเรื่อง L.A Confidentailเมื่อปี 1997 ก็เพิ่งให้สัมภาษณ์ว่า ตอนอยู่ในกองถ่าย สเปซีย์มือไม้เป็นปลาหมึกน่าดู แต่เป็นโชคดีที่ตอนนั้นเขาอายุ 25 แล้วไม่ใช่เด็กอายุ 14 ก็เลยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

O สการ์เล็ต โยแฮนสัน ตกเป็นเป้าโจมตีอีกครั้ง หลังสื่อดังThe Hollywood Reporter รายงานข่าวว่าเธอเตรียมรับบทเป็นผู้ชายข้ามเพศDante Gill ซึ่งมีตัวตนอยู่จริง ในหนังเรื่องใหม่ Rub&Tug ของผู้กำกับรูเพิร์ท แซนเดอร์ส เพราะหลายคนคิดว่า ควรให้ผู้ชายข้ามเพศจริงๆมารับบทนี้น่าจะเหมาะสมกว่า แต่ดูเหมือนว่า สการ์เล็ต จะไม่แคร์กับเสียงวิจารณ์สักเท่าไร นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ สการ์เล็ต ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมกับบทบาทที่ได้รับ เพราะเมื่อปีก่อน เธอก็โดนโจมตีอย่างหนักกับการเล่นเป็นสาวเอเชียในหนัง Ghost in the Shell ทั้งที่มีนักแสดงหญิงเอเชียมากมายที่สามารถรับบทนี้ได้ เป็นการตอกย้ำว่า วงการฮอลลีวู้ดมีการกีดกันทางเชื้อชาติอย่างเห็นได้ชัด

O แอชลีย์ จัดด์ ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อได้รับรู้ชะตากรรมของผู้หญิงในศูนย์ช่วยเหลือขององค์การสหประชาชาติที่ซูดานใต้ ซึ่งเจ้าตัวเพิ่งเดินทางไปครั้งแรก เพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังใจให้ผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อทางเพศ โดยไม่สามารถป้องกันตัวหรือเรียกร้องอะไรได้ กว่าร้อยละ 65 ของผู้หญิงในซูดานใต้ ซึ่งมีปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศ ถูกทำร้ายร่างกายหรือคุกคามทางเพศตลอดชีวิต ขณะที่กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติก็พยายามต่อสู้กับความรุนแรงทางเพศ รวมถึงลดปัญหาการถูกบังคับให้แต่งงานตั้งแต่ยังเด็ก แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปได้

O ข่าวดีของนางเอกมากฝีมือ เฟเลซิตี้ โจนส์ จากหนัง Rogue One : A Star Wars Story ที่เข้าพิธีวิวาห์หวานกับผู้กำกับ ชาร์ลส์ การ์ด ไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แว่วว่าเพื่อนพี่น้องนักแสดง ทั้ง เอ็ดดี้ เรดเมนย์ ที่ร่วมงานกันในหนัง The Theory of Everything และ ทอม แฮงค์ ก็ไม่พลาดไปร่วมเป็นสักขีพยานรักของทั้งคู่ที่โบสถ์เก่าแก่ของเมืองผู้ดีด้วย ที่ผ่านมา เฟเลซิตี้ พยายามให้เรื่องรักเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ก็มีข่าวหลุดออกมาว่า เธอหมั้นหมายกับการ์ดเมื่อกลางปีที่แล้ว ก่อนจะตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในที่สุด

O ปิดท้ายที่ชีวิตรักของนักแสดงสาว เคลีย์ คัวโค จากซีรี่ส์ดัง The Big Bang Theory กับหนุ่มรุ่นน้อง คาร์ล คุก ลูกชายมหาเศรษฐี สกอต คุก ก็ลงตัวสุดๆ จนตัดสินใจแต่งงานกันเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว และเพราะฝ่ายชายเป็นนักขี่ม้ามืออาชีพ ก็เลยขอจัดพิธีสาบานรักกันในคอกม้าซะเลย คัวโคกับ คุก ปลูกต้นรักกันมา 2 ปี ก่อนฝ่ายชายจะคุกเข่าขอดาราสาวแต่งงานเมื่อปลายปีที่แล้ว และลงเอยเป็นสามีภรรยาอย่างเป็นทางการในที่สุด

Star Retro : ‘ทอมมี่ แทงค์’ เชฟไทยระดับโลก เลือกชีวิตบั้นปลาย.. สร้างหนัง ทำรายการทีวี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/350224

Star Retro :  ‘ทอมมี่ แทงค์’ เชฟไทยระดับโลก  เลือกชีวิตบั้นปลาย.. สร้างหนัง ทำรายการทีวี

Star Retro : ‘ทอมมี่ แทงค์’ เชฟไทยระดับโลก เลือกชีวิตบั้นปลาย.. สร้างหนัง ทำรายการทีวี

วันอาทิตย์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เคยสงสัยกันไหมคะ อาหารไทย กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกได้อย่างไร? ใครคือผู้นำพา และต่อยอดจนทุกวันนี้ร้านอาหารไทย ผุดขึ้นทั่วทุกมุมโลก เป็นที่นิยมของชนทุกชาติทุกภาษา คำถามนี้อาจต้องใช้หลายปัจจัย ก่อร้างสร้างคำตอบขึ้นมา แต่ถ้าถามกับคนอเมริกันในยุค30 ปีที่ผ่านมา ชื่อหนึ่งที่ผุดในความคิดพวกเขาแทบจะทันที คือ Tommy Tang (ทอมมี่ แทงค์) เชฟคนดัง หนึ่งในผู้บุกเบิกเปิดโลกอาหารไทยสู่สากล ผ่านรายการทีวีฮอลลีวู้ด จนเป็นที่เลื่องลือ!!

ประวัติโดยย่อของ ทอมมี่ แทงค์ นั้น เขาเกิดที่กรุงเทพฯ แต่ด้วยความที่ครอบครัวลำบาก จึงต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่ ป.4 เพื่อทำงานช่วยเหลือครอบครัว เคยทำงานมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น คนงานก่อสร้าง นักมวย ช่างเชื่อม หรือแม้กระทั่งครูสอนเทนนิส และเขาก็ยังเคยช่วยเหลือพ่อของเขาที่ร้านอาหาร ในช่วงสงครามเวียดนาม ทอมมี่ แทงค์ ได้พบเจอชาวอเมริกันมากมาย และนี่เป็นจุดเริ่มต้นในความทะเยอทะยานที่เขาอยากจะไปแสวงหาโชคในต่างแดน จึงตัดสินใจเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเสี่ยงโชค โดยทำงานเป็นผู้จัดการวงดนตรีร็อก และ Music Producer และในที่สุด ทอมมี่ แทงค์ ก็ค้นพบสิ่งที่เป็นคำตอบสำหรับชีวิตเขา นั่นก็คือ อาหาร!

ทอมมี่ แทงค์ ทำงานเป็นผู้จัดการและเชฟของร้านอาหารไทยเล็กๆ ที่แทบจะไม่มีคนรู้จักในฮอลลีวู้ด และในเวลาเพียง 1 ปี ด้วยความสามารถที่เป็นเอกลักษณ์ อาหารไทยก็เป็นที่รู้จักและนิยม โดยมีเหล่า Celebrity อาทิจอนนี่ เดปป์, โรเบิร์ต เดนิโร, ทอม ครูซ, โรบิน วิลเลียม, แจ๊คสัน บราวน์ ฯลฯ ที่พากันติดใจอาหารไทยฝีมือทอมมี่ แทงค์ ในปี 1982 ทอมมี่ แทงค์ และภรรยา ตัดสินใจเปิดร้านอาหารของตัวเอง ที่ West Hollywood และต่อมาปี 1986 เขาก็ตัดสินใจเปิดร้านอาหารอีกแห่งที่มหานครนิวยอร์ก ทำให้เขาเป็นเชฟคนแรกที่มีร้านอาหารอยู่ทั้งสองฝั่งของประเทศสหรัฐอเมริกาและยังถูกขนานนามว่าเป็น “GODFATHER” ของอาหารตะวันออกเฉียงใต้

ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ทอมมี่ แทงค์ เขียนตำราการทำอาหารไว้ 2 เล่มคือ “Modern Thai Cooking” และ “Noodles & Rice and Something Nice” ในช่วงปี 1991 และในปี 1996 เขาได้มีรายการอาหารทางโทรทัศน์ออกอากาศทั่ว 50 รัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นรายการสอนทำอาหารกึ่งแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของไทย

แต่ ณ วันนี้ เชฟทอมมี่ กลับบอกลางานทุกอย่างในอเมริกา ปิดร้าน ขายบ้าน ถอนหุ้นจากธุรกิจทั้งหมด และกลับมาบ้านเกิด มุ่งมั่นทำรายการ เชฟทัวร์ ครัวติดดิน STREET CHEFS (ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 13.00 น. ช่อง 7 HD กด 35) เพื่อช่วยเหลือพ่อค้า แม่ค้า ที่ด้อยโอกาสทางการโปรโมท รวมถึงรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์หนังต่างชาติ ที่เข้ามาถ่ายทำในไทย ควบคู่กับใช้เวลาส่วนใหญ่ในการหาเงินทุนเข้ามูลนิธิ Tsunami Children ที่เขาก่อตั้งขึ้น เพื่อช่วยเหลือเด็กไทยจากเหตุการณ์สึนามิ

อะไรทำให้เขาเลือกเส้นทางนี้ และประวัติชีวิตที่โชกโชนนี้มีที่มาอย่างไร วันนี้เรามีความในใจจาก ทอมมี่แทงค์ มาฝากกันค่ะ

เมื่อได้โอกาสโลดแล่นในทีวีอเมริกา

หลังจากที่ผมเปิดร้านที่นิวยอร์ก เขียนหนังสือ ทำอิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ต เอาน้ำปลาเข้าไปขายตลาดฝรั่ง ก็เลยมีน้ำปลายี่ห้อของเราเอง ทอมมี่ แทงค์ และเกิดเป็นสินค้าอีกหลายอย่าง จนอาหารไทยเริ่มบูมขึ้นเรื่อยๆ รายการทีวีที่นั่นก็ต้องการอาหารไทย ผมก็ปฏิเสธเขามาตลอด เพราะไม่มีเวลา กลางคืนต้องไปเป็น ผู้จัดการวงร็อกแอนด์โรลล์ กลางวันต้องมาทำอาหาร ร้านเปิด 11 โมงปิด 4 ทุ่ม หลัง 4 ทุ่มก็ต้องไปไนท์คลับ ไปดูวงว่าเป็นยังไงมั่ง กว่าจะนอน ตี 4 แบบนี้ทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งเขามากินที่ร้าน แล้วไปดูผมสอนทำอาหาร เขาก็บอกว่า PBS อยากโปรดิวซ์รายการทำอาหารไทย เราก็บอกว่ายูอยากจะทำจริงๆ ใช่ไหม ถ้าจะทำอาหารไทย ผมคนเดียวเท่านั้น ตอนนั้นโคตรโม้เลย(หัวเราะ) คือเรามีความเชื่อมั่น ถามว่าเราเป็นเชฟที่ทำเก่งหรือเปล่า ดีหรือเปล่า เปล่าครับเราไม่ใช่เดอะเบสท์ เราแค่ทำได้ อาหารทุกอย่างเราทำได้ ตอนนั้นเชฟอาหารไทย ก็มีพอสมควร แต่ถ้าถามว่าร้านไหนมีชื่อเสียงที่สุดในอเมริกา ก็ต้อง “ทอมมี่ แทงค์” โดยของเราเป็นร้านอาหารไทยแบบ MODERN THAI CUISINE เนื่องจากว่าเราทำอาหารในอเมริกา เราจะผัดแล้วโปะหน้าเฉยๆ มันไม่ได้ เพราะว่าคู่แข่งเราเก่งๆ ทั้งนั้น เราก็เอาการตกแต่งอาหารแบบโมเดิร์นมาใช้ ถ้าไปเจอในหนังสือหรืออะไรเราจะตกแต่งไม่เหมือนชาวบ้านเขา เราทำแบบง่ายๆ ที่สุด ใช้สีสันของอาหารเป็นพระเอก จานเราใช้สีขาวทั้งหมด ทอมมี่ แทงค์ เป็นร้านอาหารประยุกต์ ผสมผสานอาหาร อิตาเลียน อินเดีย ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส หลายๆ ประเทศมารวมเป็นของเรา แต่เราจะใช้วัตถุดิบที่มาจากประเทศไทย 80-90 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคนไหนบอกไม่ใช่ไทยนะ มาเรียงความกันเลย ใครใช้ไทยมากกว่าร้านที่บอกว่าไทยแท้ ใช้น้อยกว่าผมอีก สมัยนั้นก็จะบอก ทอมมี่ แทงค์ ไม่ใช่ไทย แต่ตอนนี้ก๊อบปี้กันหมดเลยทำให้ทุกๆ ชาติเอาอาหารไทยของเราเข้าไปผสมผสานมีน้ำมะนาว มีโหระพา เพราะมันทำให้อาหารเขามีรสชาติดีขึ้น ในบางช่วงของรายการ TOMMY TANG MODERNTHAI CUISINE เราก็จะให้ความรู้ด้วย ว่าน้ำปลาทำมาจากอะไร ถ้าเขารู้ว่าน้ำปลาใช้แทนเกลือได้ และอร่อยกว่า เขาก็อาจจะลองดู คือเราแฝงการโปรโมทสินค้าไทย อันดับหนึ่งเลยเราจะทำยังไงให้ยอดอิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ตสินค้าไทยสูงขึ้น ก็ด้วยการแนะนำทางทีวีนั่นเอง

รูปแบบรายการ

เราก็จะท่องเที่ยวประเทศไทยก่อนเลย ไปตามที่ต่างๆ ที่เป็นจุดสนใจ แล้วกลายเป็นว่าเราได้โปรโมทการท่องเที่ยวประเทศไทยไปในตัว นี่คือสิ่งที่เราทำแฝงไว้ ยิ่งตอนนั้นประเทศไทยกำลังแย่ ตอนทำรายการใหม่ๆ ประเทศไทยหนี้สินเพียบ เราก็อยากจะพยายามโปรโมทประเทศไทยให้คนเข้ามาเที่ยวเยอะๆ ผมยกกองถ่ายจากที่โน่นมาหมดเลย ก็ได้รับความสะดวกจากททท. ที่ช่วยเหลือในด้านที่พัก และรถราต่างๆ

โด่งดังตั้งแต่ซีซั่นแรก

พอรายการออกอากาศปุ๊บ ก็ถือว่าโชคดี ที่มีคนรู้จัก กระแสตอบรับดี เนื่องจากว่าเราทำอะไรก็แล้วแต่ เรามีการโปรโมทก่อน โหมโรงก่อนเลยเป็นเดือนๆ ก็ออกทีวีแมกกาซีน ทุกอย่าง ผมไปออกรายการได้ทุกช่องทั่วทั้งประเทศอเมริกา ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทย ที่ช่องไหนช่องนั้น ที่นั่นคุณสามารถซื้อเวลา ถ้าเขาไม่ขายให้ ฟ้องร้องได้เลย เพราะผิดกฎหมาย แล้วบางคนบอกว่าให้สูตรอาหารเขาออกทีวีแบบนี้ เขาก็ไม่มากินร้านอาหารไทยสิ คนพวกนี้คิดสั้นครับ คุณดูรายการอาหารฝรั่งเศส คุณซื้อหนังสืออาหารฝรั่งเศส แล้วคุณจะทำออกมาได้เหมือนอย่างนั้นไหมไม่มีทาง ยังไงก็แล้วแต่ เขาก็ยังต้องการออกไปกินข้าวข้างนอก เนื่องจากว่านั่นคือวิถีชีวิตของคนอเมริกัน ซึ่งคนในประเทศไทยจะไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นทีวีจึงเป็น The BestMarketing และ The Best Promotion ของที่นั่นครับ

ผลงาน 8 ซีซั่น 100 กว่าตอน

ผมทำรายการอยู่ 8 ปี ออกไปทั้งหมด 8 ซีซั่น 100 กว่าตอน นอกจากเราจะได้โปรโมทการท่องเที่ยวแล้ว ผมเองก็ได้ค่าตัวเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะลูกผมก็ต้องกินต้องใช้ครับ(หัวเราะ) คือเป็นธรรมเนียมของเขาว่าทุกคนต้องมีค่าตัว เวลาผมไปออกรายการที่ไหนถึงแม้เขาจะโปรโมทผมนะ เขาก็ต้องจ่ายเงินผม และจากรายการนั้น ทำให้ร้านอาหารไทยในอเมริกา และแคนาดาผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด คึกคักมาก ตอนที่ผมเริ่มทำ ร้านมีไม่ถึงพันแห่ง พอรายการนี้ออกไป ดับเบิ้ลทันที สินค้าไทยเอ็กซ์พอร์ตไปอเมริกาสูงขึ้นไม่รู้เท่าไหร่ ท่องเที่ยวประเทศไทยก็สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

จุดเปลี่ยนของชีวิต

ผมเริ่มจากชีวิตชนชั้นกลาง แล้วกลายเป็นคนไม่มีบ้าน อยู่ข้างทางรถไฟ พี่น้องก็ต้องแยกย้ายกันไปผมจบ ป.4 แต่ว่าผมพูดภาษาอังกฤษเป็น ผมได้เปรียบคนที่จะไปอเมริกา โดยที่ผมไม่ได้ไปเรียนที่ไหน อาศัยเรียนด้วยตัวเอง กล้าพูดกล้าคุยกับต่างชาติ เรียนรู้การออกเสียง และเราจะต้องเรียนรู้ชีวิตของคนอเมริกันซึ่งผมโชคดีที่ได้เป็น Bus Monitor คอยตรวจบัตร หรือคนไทยเรียก กระเป๋ารถ ให้กับโรงเรียนอินเตอร์เนชั่นแนลสคูล ซอยร่วมฤดี เราก็ได้ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยแล้วตอนนั้นเป็นสมัยสงคราม คนอเมริกันตั้งฐานทัพที่นี่เขาก็ต้องจ้างคนที่พูดภาษาอังกฤษ แล้วเราพูดได้ 2 คำYes or No อาศัยเส้นเข้าไป เพราะเผอิญเพื่อนเป็นหัวหน้า เขาก็เลยช่วยให้ผมได้งาน ตรงนั้นคือจุดเริ่มต้น เปลี่ยนชีวิตของผมครับ ผมถึงได้รู้ว่าคนเราทุกคน มีสิทธิ์เท่ากันหมด ถ้าเรามีโอกาส และผมก็ได้โอกาสจากเพื่อนคนนี้ที่มอบให้ เราเข้าไปตรงนั้น เงินเดือน 500 บาทเท่แล้วนะ ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด แต่ก็มีคนดูถูกนะครับ คนจบมหา’ลัยดังๆ มาทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์กันทั้งนั้นเลย เพราะอยากจะไปจีบแหม่ม เราไม่เคยสนใจเลยสำหรับเรานั่นคืองาน พอโดนดูถูก ว่าเข้ามาได้ยังไง ก็ได้โอกาสฝึก ซื้อหนังสือภาษาอังกฤษเล่มแรก คือ ดิกชั่นนารี มาเป็นคัมภีร์ติดตัว เจอศัพท์อะไรก็จำมาเปิดหาคำแปล ดูหนังในโรง ก็ใช้ปากกาจดศัพท์ใส่แขนตัวเอง ออกมาเหมือนสักยันต์เลย ทำบ่อยๆ เข้า ก็กลายเป็นความเคยชิน ฟังได้ พูดได้ ที่นี้เราต้องเขียนแล้ว ก็ได้แหม่มมาช่วยสอนให้ตอนเช้าเราก็ฝึกเขียนบทความใส่กระดาษให้เขา ตอนเย็นเขาแก้กลับมาให้เรา ทำอยู่อย่างนั้น 9 เดือนครับ เขาเรียนของเขา เราก็เรียนไปกับเขา ไม่ได้จีบกันนะครับ แต่ทำไปทำมาก็เป็นแฟนกันโดยอัตโนมัติ พอโต ก็แยกย้ายกันไป พอผมออกจากโรงเรียนอินเตอร์เนชั่นแนล ผมก็ไปสมัครเป็นโอเปอเรเตอร์ โรงแรมวินเซอร์ ทำ 5 ทุ่มถึง 7 โมงเช้าหลังจากนั้นผมเข้าโรงแรมนารายน ทำถึงบ่าย 3 ทำงานทุกวัน จนผมได้จังหวะไปทำงานที่อเมริกา

สัมผัสชีวิตแวดวงฮอลลีวู้ด

สังคมฮอลลีวู้ด ผมรู้จักตั้งแต่ลูกจ้างร้านอาหาร จันดารา คือถนนแถวนั้นเป็นหัวใจของการทำแผ่นเสียง ทำเพลง ทีวี.หนัง ผมก็เป็นผู้จัดการดนตรีกิ๊กๆ ก๊อกๆ คนนั้นคนนี้ก็ชวนเข้าไปในสตูดิโอ เราก็ไปนั่งฟังเพลงเขาอัดกัน ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นที่รู้จักนักดนตรี ส่วนนักแสดง เขามาทานข้าวที่ร้าน ก็จะคุ้นเคยกันดี พอเขารู้ว่าผมจะเปิดร้านเอง เขาก็มากัน เปิดร้านวันแรก ฝนก็ตก แต่คนมายืนเข้าแถวรอยาวเป็นบล็อกเลย คนแรกที่เหยียบเข้ามาในร้าน คือ แจ๊คสัน บราวน์ เพราะเขาเป็นคนแรกที่ชวนผมไปสตูดิโอ ฟังเขาอัดเพลง ผมโชคดี เนื่องจากเราพูดภาษาอังกฤษได้ แล้วคนอเมริกันกลัวคนเก่ง ถ้าเราเก่งเขาจะไม่เห็นสีผิวเราแล้ว จะไม่มีการเหยียดสีผิว เพราะฉะนั้นเวลาเราอยู่ที่นั่น เราจะต้องรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง รู้อเมริกันฟุตบอล รู้เบสบอล กอล์ฟ บาสเกตบอล การที่จะมีเพื่อนคนอเมริกัน เราต้องรู้เรื่องพวกนี้ ซึ่งผมเป็นคนอ่านหนังสือพิมพ์อยู่แล้ว เราฟัง เราดูรายการทอล์กโชว์ คือเราจะต้องเข้าถึงวัฒนธรรมของเขาให้ได้ สิ่งนั้นเลยทำให้เรามีโอกาสมากกว่าคนอื่นๆ

โบกมือลาชื่อเสียงเงินทอง

ในที่สุดมันก็ถึงจุดของมัน เปิดร้านทำโน่นทำนี่ไม่ได้หยุด เดินทาง 7-8 เดือนต่อปี ทั้งทำรายการทีวี โปรโมทหนังสือ ทั้งโปรโมทสินค้า อาศัยอยู่โรงแรมมากกว่าอยู่บ้าน ตอนหลังผมเลยตัดสินใจปิดหมด เพราะลูกๆ เข้าสู่วัยรุ่น ผมอยากให้เวลากับพวกเขา ก็เลยหยุดทั้งหมด แล้วมาอยู่กับพวกเขา

ชีวิตครอบครัวในปัจจุบัน

ผมมีลูก 2 คน มีหลาน 2 คน ส่วนภรรยา(ชาวอเมริกัน) แยกทางกันไปตอนที่ลูกๆ เรียนจบหมดแล้วครับทุกวันนี้กับภรรยาก็เป็นเพื่อนสนิทกัน เขาอยากได้อะไรผมให้หมด บ้าน รถ เงินในแบงก์ บริษัท เพราะเรายังไงก็หากินได้ เราต้องการตัวเปล่า กระเป๋าใบเดียวเท่านั้น กลับมาอยู่เมืองไทย แต่ก็ตกลงกันว่าทุก 3 เดือน ผมก็จะกลับไปหาเขาสักเดือน ลูกๆ ก็รับได้ แต่ว่าต้องแบ่งกัน เพราะลูกสาวผมคนหนึ่งอยู่ลองแอนเจลิส อีกคนอยู่นิวยอร์กก็จะสลับกัน เพื่อเขาจะได้ไม่น้อยใจ

อาชีพใหม่ ในวัยบั้นปลาย

การทำอาหาร เรียกว่าเป็นชีวิตจิตใจของผมแต่พออยู่ได้สักพัก เพื่อนก็บินมาหา บอกว่าต้องการมาทำหนังที่ประเทศไทย เขาก็ติดต่อโปรดักชั่นไทย และรู้ว่าผมอยู่ที่นี่ ก็เลยขอให้ช่วย พอเราได้ทำ มันก็ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ครับ เข้าไปเป็นโคโปรดิวเซอร์ให้กับหนังต่างประเทศที่ถ่ายทำในไทย เรื่องแรก Kickboxer: Vengeance เรื่องที่ 2 Kickboxer: Retaliation เรื่องที่ 3 ยังไม่รู้ชื่ออะไรครับ ทุกเรื่องเขาได้กำไรก่อนที่จะออกฉายแล้ว เพราะเขาได้เงินมาก่อนแล้ว ก่อนที่เราจะทำหนัง เราจะต้องขายหนังได้ก่อน แล้วเขาจะรู้ว่าจะขายให้ใคร ซึ่งตอนนี้มันง่ายขึ้น เพราะมีทั้ง NETFLIX มี AMAZON มีGOOGLE เราไม่ต้องเข้าโรงเลยทริคของเราคือการพรีเซลส์ เพราะฉะนั้นเราก็จะไม่เจ็บตัวในทุกครั้งที่รับงาน

ก้าวผ่านความตาย

วันหนึ่งผมถ่ายรายการ แล้วเกิดหน้ามืด ซึ่งผมเองมีโรคประจำตัว คือโรคหัวใจทำบอลลูนใส่ไว้อยู่ 2 เส้น พอมีอาการตรงนั้นขึ้นมา ก็ไปหาหมอหัวใจประจำตัว คุณหมอก็ให้ใส่ชุดวอร์มเดินสายพาน เดินไปได้นิดเดียว สั่งหยุดทันที เพราะกราฟแสดงผลไม่ดี ก็ให้ไปเอกซเรย์ และเผอิญหมอผ่าตัดอยู่ด้วย ก็มานั่งคุยกัน เขาบอก “คุณควรตายไปแล้วนะ” เราสนิทกันนะครับ ก็จะพูดกันตรงๆเขาบอก หัวใจผม ไม่มีเลือดผ่าน แต่มีเส้นฝอยหนึ่ง ที่ไม่ได้มีความหมายเลย ช่วยผมไว้ ไม่ให้ผมตาย ผมก็ถามแล้วทำยังไงต่อ งานผมยังไม่เสร็จ เขาบอกต้องแอดมิท และเช็คเลือดเพราะผมกินยาทำให้เลือดจางอยู่ ต้องใช้เวลา 5-7 วันถึงจะผ่าตัดได้ และทำดีวีดีส่งไปให้หมอผมที่อเมริกาหมอที่นั่นดู บอกผมบินกลับไปไม่ได้แน่นอน จะตายบนเครื่องบิน เพราะแรงกดอากาศ ก็เลยให้ผ่าตัดที่ไทย แต่ก่อนผ่าตัด ก็ขอหมอกลับไปถ่ายรายการต่อ หมอส่ายหัวเลยแต่ผมก็ต้องไป ก็ถ่ายจนเสร็จ จากนั้น 5 วัน ก็กลับมาแอดมิท ผ่าตัด หมอใหญ่ก็วางตารางให้ ผ่าตัดทีละเส้น ภายใน 3 ปี แต่ผมบอกไม่เอา ผ่าทีเดียวหมดเลย 4 เส้น หมอบอก “คุณจะบ้าเหรอ” แต่ก็ทำ เพราะเราต้องการแบบนั้น หมอใช้เวลานานที่สุดที่เคยผ่าตัด ร่วม 7 ชั่วโมง เสร็จปุ๊บพักฟื้น ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ผมกลับมาเป็นปกติ ในที่สุดเราก็รอดมา และตอนนั้นก็เลยไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้น จนกระทั่งหนังมากระตุ้นเรา

จับมือมีเดีย สตูดิโอ ผลิตรายการ เชฟทัวร์ ครัวติดดิน

ที่จริงแล้วมีหลายช่อง ที่อยากจะให้ผมทำ แต่ผมเฉยๆ เพราะผมพอใจอยู่กับการไม่ได้ทำอะไร เพราะทำหนัง 2 ปีเรื่อง ผมก็อยู่ได้แล้ว แต่รายการนี้ผมอยากทำ เพราะอยากช่วยคนจน อยากทำให้อาหารสตรีทฟู้ด เขามีโอกาสได้แจ้งเกิด มีที่ทางเป็นของตนเอง แล้วพอไอเดียนี่เป็นรูปร่าง คุณแหม่ม (พิไลวรรณ บุญล้น) เซย์เยส ก็ทำให้ผมได้กลับมาสู่งานด้านรายการทีวีอีกครั้ง เราทำรายการทีวี เราก็คิดว่าเราอยากจะให้คนที่ดูเราได้สิ่งดีๆ รายการทีวีเรามีแต่ให้ ถ้าร้านเขาดี เราก็ช่วยโปรโมท เพราะฉะนั้นเราจะเสาะหาร้านดีๆ ที่ไม่มีคนรู้จัก ด้อยการโปรโมท ราคาสบายกระเป๋า รสชาติโอเค ให้มีโอกาสได้แนะนำร้านผ่านสื่อ และก็ต้องขอบคุณมีเดีย สตูดิโอ และ ช่อง 7 ที่ให้โอกาสเราได้ทำตรงนี้ ผมคิดว่าถ้าเขายังสนับสนุนเรา คนอีกล้านๆ คนที่ดูรายการเราจะได้แรงบันดาลใจ จุดประกายให้กับชีวิตเขา หันกลับมามีเส้นทางอาชีพที่ดีก็เป็นได้ และโปรเจกท์ต่อไป เราอาจจะเปิดที่สอน เกี่ยวกับการเปิดร้านสตรีทฟู้ดด้วยครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องให้รายการได้ออนแอร์ต่อด้วยนะครับ(หัวเราะ)

ส่งต่อความสุขถึงผู้อื่น

คนเราเกิดมากินได้แค่ 2-3 มื้อต่อวัน เตียงนอน ต่อให้ดีแค่ไหน ก็ได้แค่นอน รถ ต่อให้ดีสวยหรูแค่ไหนมันก็พาเราจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งเท่านั้นเอง คนเรามีแค่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ต่อให้เป็นมหาเศรษฐี เรามาตัวเปล่า เราก็กลับไปตัวเปล่า ถ้าเรามีโอกาสที่จะช่วยคน เราต้องช่วย ผมช่วยอเมริกา เพราะที่นั่นทำให้ผมมีชีวิตขึ้นมา อยู่ดีกินดี สบายใจ พอผมมี ถึงได้กลับมาช่วยประเทศไทย เราเป็นคนไทย เราก็ต้องรักประเทศไทย และช่วยเหลือกัน ผมถึงก่อตั้งมูลนิธิ Tsunami Children เพื่อหาทุนจากเมืองนอกมาช่วยเด็กไทย ก่อนหน้านี้ก็ก่อตั้งกลุ่มช่วยเหลือเรื่องเอดส์เป็นสิ่งที่เราทำได้ เพื่อตอบแทนแผ่นดินเกิดครับ

ความโชกโชนในเส้นทางชีวิตของ ทอมมี่ แทงค์ อาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเดินตาม แต่เชื่อว่าเรื่องของเขาจะช่วยจุดประกายความคิดให้กับคนที่มีฝันอีกหลายๆ คนให้ลงมือทำ มากกว่าที่จะฝันถึง เพราะสุดท้ายแล้วโอกาสจะมีมาหรือไม่นั้น ไม่สำคัญไปกว่าการที่เรา เลือกที่จะลงมือทำ!!

กุหลาบสีเงิน

ดาราพาเที่ยว : ‘กัน-รัชชานนท์’ แท็กทีมเพื่อนซี้ ตระเวนญี่ปุ่นเหนือจรดใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/350204

ดาราพาเที่ยว :  'กัน-รัชชานนท์' แท็กทีมเพื่อนซี้ ตระเวนญี่ปุ่นเหนือจรดใต้

ดาราพาเที่ยว : ‘กัน-รัชชานนท์’ แท็กทีมเพื่อนซี้ ตระเวนญี่ปุ่นเหนือจรดใต้

วันอาทิตย์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยสำหรับทริปนี้ของหนุ่มหล่อหน้าใส กัน-รัชชานนท์ เรือนเพ็ชร์ เพราะได้ตระเวนเที่ยวประเทศญี่ปุ่นอย่างจุใจจากเหนือจรดใต้ พร้อมกับเพื่อนซี้สมัยมัธยมแบบครบแก๊ง เรียกว่าทำเอาหนุ่ม “กัน” หลงใหลญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบเท่า การเดินทาง
ทริปนี้พวกเขาเจอสิ่งแปลกใหม่อะไรบ้าง ตามไปฟังกันค่ะ

ท่องแดนอาทิตย์อุทัยจากเหนือจรดใต้ “คือผมกับเพื่อนช่วยกันวางแพลนก็จะสร้างกลุ่มขึ้นมาว่าปีนี้เราจะไปญี่ปุ่นกันนะ คือผมกับเพื่อนคนนี้ไปญี่ปุ่นกันมาประมาณ 3-4 ทริปแล้วครับ คราวนี้เลยแบบว่ามีเท่าไหร่ก็ใส่เข้าไปให้หมด ทั้งเงินและแรงกายแรงใจครับ (หัวเราะ) ไปกันตั้งแต่เหนือจรดใต้ของญี่ปุ่นเลยครับ ผมอยู่ตั้งแต่ฮอกไกโด โตเกียว แล้วก็ไปโอซาก้า ช่วงนั้นพวกเราปิดเทอมตรงกันพอดี แล้วก็เลือกช่วงคริสต์มาส เพราะอากาศหนาว เวลาใส่เสื้อผ้ากันหนาว เราก็จะได้ถ่ายรูปกันสวยๆ ก็ฟินดีครับ ไปกันประมาณเกือบสองอาทิตย์ 7-8 คน เหมารถไฟเต็มที่เลย”

แพลนการเดินทาง “จริงๆ แล้วผมยังไม่เคยไปภาคเหนือของญี่ปุ่น รู้แค่ว่าภาคเหนือเป็นภาคที่น่าจะไปเล่นสกีสักครั้งนะ เพราะผมเองก็ชอบเล่นสกีอยู่ด้วย บวกกับเป็นภาคที่อากาศหนาวสุด ผมเองก็ชอบอากาศหนาวด้วย ผมก็เลยวางแผนว่า รอบนี้ผมต้องไปภาคเหนือด้วยให้ได้ก็สร้างกลุ่มชวนๆ กัน ตกลงไปกัน แล้วผมก็ได้รู้จักกับพี่คนหนึ่งที่รู้ภาษาญี่ปุ่น แล้วเพื่อนอีกคนก็เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นทริปนี้ก็เลยจะสบาย ไม่ลำบาก พอวางแพลนได้ ก็จองตั๋วบินตรงไปเลยครับ เพราะไม่อยากเสียเวลาเที่ยว”

ถึงปุ๊บเที่ยวปั๊บ “พวกเราเดินทางกันตอนกลางคืน ถึงญี่ปุ่นก็เช้าพอดี ฝากกระเป๋ากับที่พักแล้วก็ลุยเที่ยวเลย ภาคเหนือ ก็ไปที่ที่เขานิยมไปกันอย่าง เมืองโอตารุ (Otaru) แล้วที่นั่นก็จะมีขาย กล่องดนตรี เสียงไขลาน ซึ่งจะมีขายเฉพาะที่นั่นผมก็ไป แต่ด้วยความที่ทางภาคเหนือของเขาสถานที่แต่ละที่ไกลกันมาก เราต้องนั่งรถไฟไปกัน ก็ไปได้แค่ 2 เมือง ไป-กลับก็ 8 ชั่วโมง เพราะระยะทางห่างไกลกันมาก ฉะนั้นก็เลยต้องไปหลายวัน บางสถานที่ไกลมากจริงๆ จากตัวเมืองที่ผมอยู่ แล้วก็ย้ายเที่ยวไปเรื่อยๆ โอซาก้า โตเกียว ตามลำดับ”

ประสบการณ์ตื่นเต้น “เพื่อนหลงลงผิดสถานี แต่โชคดีเรามีอินเตอร์เนต เช่าไวไฟไปกันครับ คือ ผมว่าอินเตอร์เนตเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการเดินทางเลยนะ เพราะถ้าไม่มีอินเตอร์เนตก็จะงงๆ กว่าจะหากันเจอ ติดต่อสื่อสารกันลำบาก แล้วนอกจากการสื่อสารกันแล้ว ในเรื่องของการเที่ยว เราก็ต้องใช้แผนที่ในการเดินทาง ฉะนั้นก็ต้องช่วยกันดู ศึกษาเส้นทางจากอินเตอร์เนตนี่แหละครับ”

ตะลุยช็อป ตระเวนกิน“ทริปนี้จะหมดไปกับการช็อปปิ้งมากสุดนะ (หัวเราะร่วน) อย่างสวนสนุก ร้านของเล่นต่างๆ คือญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องของเล่นอยู่แล้ว แก๊งผมที่ไปก็ชอบโมเดลเหมือนกันหมดเลย ถ้าเราหยุดซื้อของร้านไหน ร้านนั้นรวยเลยครับ เหมากันทั้งร้านก็ว่าได้ (หัวเราะ) แล้วอีกอย่างอาหารการกินผมเป็นคนที่ชอบซูชิก็ตระเวนกินไปทุกร้าน สนุกครับ ชอบ”

ความทรงจำที่แสนประทับใจ “การได้เที่ยวกับเพื่อนซี้สมัยเรียนมัธยม ผมรู้จักเพื่อนแก๊งนี้ตั้งแต่ ม.1 แล้วผมเคยพูดกับเพื่อนเล่นๆ ไว้ตอน ม.1 ว่าถ้ามีโอกาสอยากไปญี่ปุ่น หรือประเทศไหนก็ได้ที่พวกเราไปด้วยกัน แล้วนี่ก็เป็นทริปแรกที่เราไปกันครบถ้วน เลยรู้สึกว่าดีใจมากๆ สิ่งที่เราพูดกันเล่นๆ ในสมัยนั้นผ่านมาแล้ว 6-7 ปี เราจะได้ไปด้วยกันจริงๆ เพราะเราก็พูดกันขำๆ ไม่ได้จริงจัง”

สิ่งที่ได้จากทริปนี้ “มิตรภาพระหว่างเพื่อน ความสนุกสนาน ทำให้เราสนิทกันมากขึ้น มองตาแล้วรู้ใจได้เลยว่าเราอยากทำอะไร คิดอะไร แล้วด้วยความที่พวกเราก็จะมีอะไรที่เหมือนๆ กัน ชอบสิ่งเดียวกัน ซูชิ ก็กินคล้ายๆ กัน ฉะนั้นก็จะเป็นเรื่องง่ายมากเวลาหาร้านอาหาร การไปเล่นสกี หรือการไปช็อปปิ้ง เราจะมีจุดหมายปลายทางที่เหมือนกัน ฉะนั้นก็จะไม่มีปัญหาขัดแย้งกัน ไปไหนก็ไปด้วยกันยกแก๊งเลย”

ทริปต่อไป “ก็ต้องดูว่าเพื่อนๆ แต่ละคนว่างหรือเปล่า เพราะผมนี่เป็นคนที่ชอบประเทศญี่ปุ่นมากๆ อยู่แล้วไปทุกปีเลย โดยเฉพาะโอซาก้า เพราะชอบแฮร์รี่ พอตเตอร์มาก ผมจะไปทุกๆ ปีเลยภาคอื่นไม่ไปได้ แต่โอซาก้า ต้องไปให้ได้แน่นอน สวนสนุกเอย อะไรเอย ไปซื้อของ ผมสะสมแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นกิจวัตรครับ”

ต้องไปให้ได้สักครั้ง “อังกฤษครับเพราะมี Warner Bros.Studioสตูดิโอถ่ายทำแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ใหญ่มาก ผมอยากจะไปถ่ายรูป แล้วก็เข้าไปในปราสาท อยากเห็นโมเดลที่เขาตั้งอยู่ข้างใน ตอนนี้ก็มีแพลนกับเพื่อนมหาวิทยาลัยไว้แล้วล่ะ ไว้เรียนจบก็น่าจะไปกันสักทริป ส่วนทริปครอบครัวก็มีพาไปเที่ยวญี่ปุ่นนี่แหละครับ คุณพ่อชอบกินซูชิเหมือนผม ก็เลยจัดทริปพาไปที่โอซาก้า เพราะคุณพ่อชอบญี่ปุ่นไปง่ายวัฒนธรรมต่างๆ คนอาหาร การกิน ถูกปาก โดนใจครับ แต่ถ้าเป็นที่เที่ยวในประเทศผมชอบทะเล อากาศดี ลมเย็น แล้วก็ชอบไปเล่น บานาน่าโบ๊ท หรือ เจ๊ตสกี ครับ”

ฝากผลงานการแสดง “ตอนนี้มีละคร ตี๋ใหญ่ 2 ดับ เครื่อง ชนกำลังออนแอร์ทางช่อง MONO29 ครับทุกวันอาทิตย์ บ่าย 3 โมง ฝากติดตามชมด้วยนะครับ รับรองว่าสนุกทุกตอนแน่นอน”

เพราะการเดินทางทำให้เราได้เรียนรู้โลกกว้าง และเข้าใจเพื่อนมนุษย์มากยิ่งขึ้น อย่าลืมออกไปสัมผัสกับประสบการณ์ที่ท้าทาย พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเองในสถานที่ใหม่ๆ

หยินหยาง

‘ฌอห์ณ จินดาโชติ’ ชวนเที่ยวกระบี่ ชมงานศิลปะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/350198

‘ฌอห์ณ จินดาโชติ’  ชวนเที่ยวกระบี่ ชมงานศิลปะ

‘ฌอห์ณ จินดาโชติ’ ชวนเที่ยวกระบี่ ชมงานศิลปะ

วันอาทิตย์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหนุ่มติสท์ มาดเซอร์ ที่ชื่นชอบงานศิลป์ ดูได้จากผลงานภาพถ่ายของเขาที่นับว่ามีฝีมือไม่เบา จนเข้าตา สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ชวน “ฌอห์ณ จินดาโชติ”เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่เชิญชวนเข้าร่วมชมงานศิลปกรรรมร่วมสมัยนานาชาติครั้งแรกของประเทศไทย จากศิลปินระดับโลกกว่า 50 ชีวิต ร่วมสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก เนรมิตทั้ง เมืองกระบี่ ให้เป็น “เมืองศิลปะระดับโลก” ในงาน “Thailand Biennale, Krabi 2018” ภายใต้แนวคิด “EDGE OF THE WONDERLAND” โดยเน้นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ชมที่จะได้สัมผัสกับธรรมชาติอันงดงามของกระบี่พร้อมกับการชมงานศิลปะไปพร้อมๆ กันโดยงานจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561-28 กุมภาพันธ์ 2562

‘จอร์จ-ฐปนัท’ ปลื้ม!! มีส่วนชวนเยาวชนไทยร่วมกันมี ‘จิตสำนึกรักเมืองไทย ปีที่ 10’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/350215

‘จอร์จ-ฐปนัท’ ปลื้ม!!   มีส่วนชวนเยาวชนไทยร่วมกันมี   ‘จิตสำนึกรักเมืองไทย ปีที่ 10’

‘จอร์จ-ฐปนัท’ ปลื้ม!! มีส่วนชวนเยาวชนไทยร่วมกันมี ‘จิตสำนึกรักเมืองไทย ปีที่ 10’

วันอาทิตย์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ในโครงการ“จิตสำนึกรักเมืองไทยปีที่ 10” ที่จัดโดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อสร้างจิตสำนึกของเยาวชนให้ ร่วมคิด ร่วมทำ รวมพลังสร้างสรรค์เพื่อสังคมไทย ผ่านกิจกรรมประกวดโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์ระดับเยาวชนในหัวข้อ “ร่วมคิด ร่วมทำ รวมพลังสร้างสรรค์เพื่อสังคมไทย”

โดยหนึ่งในนักแสดงที่มีส่วนร่วมในการเชิญชวนครั้งนี้ “จอร์จ-ฐปนัทสัตยานุรักษ์” ก็ขอมีส่วนร่วมชวนเยาวชนไทยหันมามีจิตสำนึกรักเมืองไทยโดย “โครงการจิตสำนึกรักเมืองไทยปีที่ 10” จะต้องนำเสนอโครงการที่ทำขึ้นเพื่อสาธารณประโยชน์มีเนื้อหาตามแนวคิดหลักของโครงการคือการร่วมกันสร้างจิตสำนึกในการพัฒนาท้องถิ่นหรือชุมชนอย่างสร้างสรรค์และทำได้จริงในระยะเวลาที่กำหนดคือ 30 วัน สมัครได้ตั้งแต่วันนี้-15 กรกฎาคม 2561 โดยจะประกาศผลโครงการที่ผ่านการคัดเลือกได้รับทุนดำเนินโครงการวันที่1 สิงหาคม 2561 ทาง Websiteและ FacebookPage จิตสำนึกรักเมืองไทย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Facebook : จิตสำนึกรักเมืองไทย

‘ตือ-สมบัษร’ แชร์ 6 เคล็ดลับวิชา ครีเอทอีเว้นท์อย่างไรให้ปัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/350216

‘ตือ-สมบัษร’ แชร์ 6 เคล็ดลับวิชา ครีเอทอีเว้นท์อย่างไรให้ปัง

‘ตือ-สมบัษร’ แชร์ 6 เคล็ดลับวิชา ครีเอทอีเว้นท์อย่างไรให้ปัง

วันอาทิตย์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้จากประสบการณ์ตรง เมื่อออร์แกไนเซอร์มือทอง ตือ-สมบัษร ถิระสาโรช ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสมองและสายตา “ไอ-ดี” (I-Dee) มาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษแชร์ประสบการณ์ทำงาน ในหัวข้อ “Behind the Scenes ครีเอทอีเว้นท์อย่างไร ให้เป็นกระแส สวยปัง และยังสร้างยอดขาย” ให้แก่นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ภายใต้โครงการ“ไอ-ดี แชร์ ไอเดีย สร้างแรงบันดาลใจสู่รั้วมหาวิทยาลัย ปีที่ 2” สำหรับ 6 เคล็ดลับวิชาในแบบฉบับเฉพาะของ ตือ-สมบัษรถิระสาโรช มีดังนี้

1.Attitude ทัศนคติ คือ จุดเริ่มต้นของความสำเร็จของทุกงาน ทุกอาชีพ รวมไปถึงความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า 2.Shock & Fresh ต้องรู้จักฉวยโอกาสหยิบเรื่องฮอตสุด ช็อกสุด ขึ้นมาเป็นไอเดียในการทำอีเว้นท์ให้เร็วที่สุด3.Direct to Target เรียนรู้การอ่านนิสัยคนจากบุคลิก เข้าให้ถึงพฤติกรรมเชิงลึก เพื่อเลือกวิธีสื่อสารที่ตรงที่สุด 4.Happy &Selling สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า และสร้างอีเว้นท์ที่ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องกระตุ้นการซื้อได้ด้วย 5.Where do ideas come from? ไอเดียอยู่รอบตัว แค่คิดให้ใหม่ ให้สนุกเช่น ความผิดที่ผิดทาง การแกล้งคน การเลือกคู่ชกที่ดี ฯลฯ 6.Just Beginning เริ่มเลย อย่ารอ ปลดปล่อยความกลัว มั่นใจ แล้วท่องไว้พูดจากสมอง จริงใจ ไม่โกหก

‘เทย่า โรเจอร์’พาสาวโอเวอร์ไซด์กินลมชมวิว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/350201

‘เทย่า โรเจอร์’พาสาวโอเวอร์ไซด์กินลมชมวิว

‘เทย่า โรเจอร์’พาสาวโอเวอร์ไซด์กินลมชมวิว

วันอาทิตย์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับแคมเปญที่สาวๆโอเวอร์ไซด์รอคอย “Oversized Fabulous & Confident Season 2 Episode Oversized Yacht Party” จัดโดยผู้บริหารสาว วอแว-เบญญาพัฒน์ เครือนาคพันธ์ เจ้าของเฟซบุ๊คแฟนเพจ Oversized โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญสุดฮอต “เทย่า โรเจอร์” และ 2 ดีเจสาวสุดชิค“ดีเจพานิ และ ดีเจเมย์ ฮาส” คลื่น MET 107 ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด และร่วมค้นหาความชอบให้กับสาวๆ Oversized พร้อมพาสาวๆ ไปโลดแล่น โชว์บิกินี เที่ยวแบบชิคๆ กินลมชมวิว ถ่ายรูปสวยๆ ดำน้ำตกปลาบนเรือยอชต์ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิว ณ OCEAN ESCAPE CHARTER Pattaya และการเฟ้นหาสาว “Oversized of Confident”ผู้ที่มีความโดดเด่นและมั่นใจที่สุดในแคมเปญนี้ ได้แก่ แอ้ม-น.ส.กนกวรรณ อินทนิล ที่มัดใจ “เทย่า โรเจอร์” และ 2 ดีเจสาว“ดีเจพานิ และ ดีเจเมย์ ฮาส” ได้อยู่หมัด

‘แพนเค้ก-เป้ นำทีม เชียร์-ฌอห์ณ-บิ๊ก-เก่ง-แพรว’ สวมบท ‘ทูตรักการอ่าน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/350213

‘แพนเค้ก-เป้ นำทีม  เชียร์-ฌอห์ณ-บิ๊ก-เก่ง-แพรว’  สวมบท ‘ทูตรักการอ่าน’

‘แพนเค้ก-เป้ นำทีม เชียร์-ฌอห์ณ-บิ๊ก-เก่ง-แพรว’ สวมบท ‘ทูตรักการอ่าน’

วันอาทิตย์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) สำหรับ โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข”ที่ผสานความร่วมมือกับ บริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) พร้อมเครือข่ายพันธมิตร โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการเพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านหนังสือให้มากขึ้น อันจะเป็นพื้นฐานที่จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการในการศึกษาเล่าเรียน คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาต่างๆ ทั้งในการทำงาน การดำเนินชีวิต และเติบโตขึ้นเป็นประชากรที่มีคุณภาพของประเทศ

งานนี้ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิรินำทีมนักแสดง อาทิ เชียร์-ทิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ฌอห์ณ จินดาโชติบิ๊ก-ทองภูมิ สิริพิพัฒน์ เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ และแพรว-เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค เป็นต้น มาร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ให้มีใจในการรักการอ่านด้วยการลงพื้นที่โรดโชว์ 8 โรงเรียนเป้าหมาย 4 ภาคทั่วประเทศ กับกิจกรรม School Road Show ภายใต้โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ตลอดเดือนสิงหาคมโดยกิจกรรม School Road Show ในครั้งนี้ลงพื้นที่8 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนสาธิตชุมชนสมเด็จย่าจังหวัดเชียงใหม่, โรงเรียนสาธิตประสานมิตร กรุงเทพฯ,โรงเรียนวัดบางคูวัด จังหวัดปทุมธานี, โรงเรียนวัดเทพนิมิตรจังหวัดภูเก็ต, โรงเรียนวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท, โรงเรียนวัดสะพานหิน จังหวัดตราด, โรงเรียนนาเกษม จังหวัดอุบลราชธานี, โรงเรียนอนุบาลยโสธร จังหวัดยโสธร สามารถติดตามรายละเอียด โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข”ได้ทาง http://www.TheHappyRead.com

‘ทิชา-ท็อป’ นำทีมตะลุยลอสแอนเจลิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/350200

‘ทิชา-ท็อป’ นำทีมตะลุยลอสแอนเจลิส

‘ทิชา-ท็อป’ นำทีมตะลุยลอสแอนเจลิส

วันอาทิตย์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พาผู้โชคดีเหินฟ้าไปตะลุยโลกฮอลลีวู้ด ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกาไปเป็นที่เรียบร้อย กับกิจกรรม “MONO29 World Trip 2018 : Hollywood LosAngeles” จากช่องโมโน ทเวนตี้ไนน์ โดยมี“ทิชา-พชรวรรณ  วาดรักชิต” และ “ท็อป-ทศพล หมายสุข” สองนักแสดงและพิธีกร จากรายการ Entertainment Now อาสานำทีมเที่ยวตลอดทริป เมื่อวันที่ 16-22มิถุนายน ที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเช็คอินเข้าพักที่โรงแรมสุดหรูเชอราตัน แกรนด์ ลอสแอนเจลิส ไปเยือน หอดูดาวกริฟฟิท สัมผัสกับ Hollywood Walk of Fame ต่อด้วยแหล่งช็อป และชิม The Original Farmers Market  และ The Grove ตะลุยสตูดิโอดัง ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอส์ ฮอลลีวู้ด  ทัวร์ วอร์เนอร์ บราเธอร์สสตูดิโอ จบท้ายทริปด้วยการพาไปเที่ยวย่านหรู เบฟเวอร์ลี่ ฮิลล์ สัมผัสบรรยากาศ ซานตา โมนิก้า เมืองริมชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก พร้อมดื่มด่ำกับมื้อเย็นที่ร้านบับบ้า กัมพ์ ร้านอาหารทะเลสไตล์อเมริกันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ฟอร์เรสท์กัมพ์ ว้าว!!

ทัพดารา พาเหรดเป็นพ่อค้าแม่ค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/350045

ทัพดารา พาเหรดเป็นพ่อค้าแม่ค้า

ทัพดารา พาเหรดเป็นพ่อค้าแม่ค้า

วันเสาร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สายช็อปฟินเฟร่อ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมากับงาน “SEASON MARKET By M.A.I. Organizer @ สยามสแควร์ ซอย 5 ” ตลาดนัดสุดอลังการ ช็อปปิ้ง สินค้าดีคุณภาพในราคาสบายกระเป๋า สินค้า DIY แฮนด์เมดสุดเจ๋งและบูธดาราคนดัง สินค้าจากร้านดังใน IG สุดฮอตมากมาย พร้อมไฮไลท์พิเศษกรี๊ดสนั่นกับฟรีคอนเสิร์ต ซีซันไฟฟ์ (Season Five) กลุ่มนักร้องอารมณ์ดี เจ้าของเพลงฮิต “วู่วาม” โดยงานดีสุดปังนี้ต้องยกนิ้ว “ไหม-จีรนันท์ ห้องแซง” ผู้บริหาร M.A.I.Organizerผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานแสดงสินค้ามามากกว่า 5 ปี มีลูกค้าตอบรับร่วมจัดแสดงสินค้าอย่างต่อเนื่อง และเร็วๆ นี้ M.A.I.Organizer (Line ID : @maiorganizer/เฟซบุ๊ค M.A.I_Organizer/IG : mai_Organizer) เตรียมจัดงาน MOM’DAY ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม-10 สิงหาคมนี้ณ ศูนย์การค้าสีลมคอมเพล็กซ์