‘ตุรกีดราม่า’ ประเดิมจอช่อง 13

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/342783

‘ตุรกีดราม่า’ ประเดิมจอช่อง 13

‘ตุรกีดราม่า’ ประเดิมจอช่อง 13

วันจันทร์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.
ช่อง 13 ร่วมกับ มีเดียเพล็กซ์ อินเตอร์เนชั่นเนล ผนึกกำลังคัดสรรภาพยนตร์เรื่องดังจากต่างประเทศลงจอ โดยวาง 2 ช่วงเวลาใหม่ ปลุกคืนวันจันทร์ ถึง วันพฤหัสบดี ให้แฟนๆ คอซีรี่ส์ได้เต็มอิ่ม กับ“ตุรกีดราม่า” ครั้งแรกของช่อง 13 ที่นำซีรี่ส์สัญชาติตุรกีมาลงจอ ประเดิมเรื่องแรก คือ “Heartbeat รักครั้งใหม่หัวใจเดิม” ออกอากาศ ทุกคืนวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 21.30 น. เริ่มวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายนนี้ ตามด้วย“ซีรี่ส์เด็ดช่อง 13”  นำเสนอซีรี่ส์ดังจากฝั่งฮอลลีวู้ด“Jekyll and Hyde หมอวิปริตจิตหลุดโลก” ซีรี่ส์สุดคลาสสิกที่ดัดแปลงมาจากนิยาย Strange Case of Dr. Jekyll and Mr. Hyde ของ Robert LouisStevenson (ปี 1886) ลงโปรแกรมทุกคืนวันจันทร์- พฤหัสบดี เวลา 22.30 น. เริ่มจันทร์นี้ (4 มิ.ย.) เช่นกัน

‘เป็ด เชิญยิ้ม’ นำทีมตลกขั้นเทพ โชว์ ‘จำอวดโบราณ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/342785

‘เป็ด เชิญยิ้ม’ นำทีมตลกขั้นเทพ  โชว์ ‘จำอวดโบราณ’

‘เป็ด เชิญยิ้ม’ นำทีมตลกขั้นเทพ โชว์ ‘จำอวดโบราณ’

วันจันทร์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อีกหนึ่งสีสันของ ชรินทร์ อิน คอนเสิร์ต หมายเลข 17 “รักนั้นคือฉันใด” ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 มิ.ย. และ 1 ก.ค.นี้ บ่าย 2 โมง ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย คือการเชื้อเชิญตลกคณะ “เชิญยิ้ม” นำทีมโดย“เป็ด เชิญยิ้ม” มาร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย โดยแฟนเพลงที่ตีตั๋วเข้ามาชมคอนเสิร์ต จะได้ชมการแสดงจำอวดโบราณจาก “เป็ด, โน้ต, เด๋อ, โย่ง, พวง” อย่างจุใจ

เป็ด เผยว่า “ความผูกพันกับคุณอา (ชรินทร์ นันทนาคร) เราผูกพันกันมาเป็นเวลานาน ก่อนหน้านี้เคยขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ของคุณอามาแล้ว น่าจะเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกๆ เลยด้วยซ้ำ ตอนนั้นมาเล่นลิเกบนเวที แล้วหลังจากนั้นไม่ได้มาขึ้นเวทีของ
คุณอาอีกเลย มาทราบตอนหลังว่าคุณอาเกรงใจเรา เพราะรู้ว่าเชิญยิ้มแต่ละคนงานเยอะจนล่าสุดที่เราทำละครเวที คุณอาก็มาร่วมงานด้วย อาไม่มีปฏิเสธเลย จะเล่นกี่รอบอาก็ไม่ปฏิเสธ เราก็เลยพูดเลยว่า คอนเสิร์ตของคุณอาครั้งนี้ ขออนุญาตรวมคณะเชิญยิ้มกลับมาขึ้นเวทีให้อีกสักครั้งได้มั้ย เพราะคอนเสิร์ตคุณอาจัดมาแล้วหลายหน เรามีโอกาสมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น อยากจะมีครั้งที่สองสามสี่ ที่อยากจะมา เพราะบรรยากาศตรงนี้เป็นบรรยากาศเดิมๆ ที่เราเคยเจอ แล้วครั้งนี้พิเศษจริงๆ เป็นการรวมตัวของเชิญยิ้ม โน้ต, เด๋อ,โย่ง, พวง ในรอบหลายปี พอบอกทุกคนตกลงหมด ทุกคนตอบรับทันที ที่รวมตัวกันแบบนี้เพื่อแฟนๆ อาชรินทร์โดยเฉพาะ คอนเสิร์ตของอาเป็นคอนเสิร์ตเพลงลูกกรุง มุขที่จะเล่นบนเวทีต้องสอดคล้อง เราจัดเต็มแน่นอน นำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทยให้ได้มากที่สุด รับรองแฟนเพลงของคุณอาจะสนุกสนานไปกับจำอวดโบราณของพวกเราครับ ตอนนี้เปิดขายบัตรแล้วนะครับที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์”

ได้เวลา ‘เจ้านาย’ ตะลอนทัวร์คอนเสิร์ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/342784

ได้เวลา ‘เจ้านาย’  ตะลอนทัวร์คอนเสิร์ต

ได้เวลา ‘เจ้านาย’ ตะลอนทัวร์คอนเสิร์ต

วันจันทร์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จัดให้สนุกกันแบบทั่วถึงทั่วประเทศ เมื่อค่ายเพลง “เจมีดี” (Jaymidi) ร่วมมือกับ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) จัดแถลงข่าวเปิดตัว “JAONAAY แอบบอกรัก Tour 2018”  ให้ศิลปินเบอร์แรก “เจ้านาย-จิณเจษฎ์ วรรธนะสิน” ที่สร้างปรากฏการณ์สถิติไว้มากมายกับซิงเกิ้ล “คนละชั้น” มาถึงปีนี้กำลังมีผลงานเพลงซิงเกิ้ลล่าสุด “แอบบอกรัก” ที่ปล่อยไปเพียงสัปดาห์เดียว ยอดทะลุ 5 ล้านวิว ได้เตรียมตัวออกเดินทางทัวร์ทั่วประเทศไปพบเจอแฟนเพลง พร้อมโชว์ร้องเพลงให้ได้
ฟังกันถึงที่แบบฟรีๆ เริ่ม 15 กรกฎาคมนี้ ที่ เชียงใหม่ ฮอลล์ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต /วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 โคราช ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา นครราชสีมา/วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 สุราษฎร์ธานี ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซาสุราษฎร์ธานี/วันที่ 13 สิงหาคม 2561 ขอนแก่น ฮอลล์ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ขอนแก่น/วันที่ 18สิงหาคม 2561เวสต์เกต ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต… หรือตามอัพเดทความหล่อ เอ้ย!! โปรแกรมเดินสายทัวร์เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/Jaymidichannel

สัมผัส ‘คําภีร์เพลงรัก [บทใหม่]’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/342788

สัมผัส ‘คําภีร์เพลงรัก [บทใหม่]’

สัมผัส ‘คําภีร์เพลงรัก [บทใหม่]’

วันจันทร์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.
นอกจากจะเป็นหนึ่งในตำนานเพลงเพื่อชีวิตของบ้านเราแล้ว “ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” ยังได้รับการขนานนามว่า เป็นศิลปินเพลงเพื่อชีวิตสายโรแมนติก ที่มีเพลงฮิตเป็นเพลงรักมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “ตลอดเวลา, สุดใจ, เหงา, แค่นั้น” ที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นบทเพลงอมตะของวงการเพลงไทย และวันนี้บทเพลงรักที่อยู่เหนือกาลเวลาของ “พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” จะกลับมาพร้อมกับอรรถรสและสีสันทางดนตรีใหม่ๆ ด้วยโปรเจกท์พิเศษที่ทำให้บรรดาศิลปินรุ่นใหม่ๆ อาทิ แสตมป์, วงแทททู
คัลเลอร์, วงไมลด์, กรีสซี คาเฟ, สิงโต นำโชค และอีกหลายๆ คน นำบทเพลงที่หลายๆ คนคุ้นเคยของ “พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” มาทำใหม่ และรวบรวมไว้ในอัลบั้ม “คำภีร์เพลงรัก[บทใหม่]” ทั้งหมด 11 เพลง โดยวอร์นเนอร์ มิวสิค ซึ่งแฟนเพลงจะได้สัมผัสกับการตีความบทเพลงของ พงษ์สิทธิ์ ด้วยมุมมองทางดนตรีในอีกรูปแบบหนึ่ง เช่น “เสมอ” ที่ถูกนำมาทำใหม่โดย เดอะ พาร์คินสัน, “รอ” ในสไตล์ของ ฮิวโก้, “เหงา”ในแบบ แสตมป์ ซึ่งอัลบั้มจะวางจำหน่ายที่ร้านอมร มูฟวี่เท่านั้น สั่งจองได้ที่เว็บไซต์ www.amornmovie.com หรือ Facebook : AmornMovie

สาวโอเวอร์ไซด์ ได้โอกาสสนุก กับ ‘เทย่า โรเจอร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/342782

สาวโอเวอร์ไซด์ ได้โอกาสสนุก  กับ ‘เทย่า โรเจอร์’

สาวโอเวอร์ไซด์ ได้โอกาสสนุก กับ ‘เทย่า โรเจอร์’

วันจันทร์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.
งานนี้จัดมาเพื่อสาวๆ Oversized โดยเฉพาะ กับแคมเปญ “Oversized Fabulous & Confident Season 2Episode Oversized Yacht Party” ที่จะพาสาวๆ ไปโลดแล่น โชว์บิกินี บนเรือยอชต์ OCEAN ESCAPE CHARTER Pattaya 2 วัน 1 คืน (23-24มิ.ย. 61) ร่วมด้วยแขกรับเชิญสุดฮอต “เทย่า โรเจอร์”และ 2 ดีเจสาวสุดชิค “ดีเจพานิ และ ดีเจเมย์ ฮาส”คลื่น MET 107 ที่จะมาแลกเปลี่ยนความคิด และร่วมค้นหาความชอบให้กับสาวๆ Oversized ที่สำคัญ…ครั้งนี้จะเฟ้นหาสาว Oversized ที่มั่นใจที่สุดในแคมเปญรับของรางวัลมากมาย ติดตามกติกาการร่วมสนุกได้ที่ www.facebook.com/oversizedoverzaa

‘ใบเตย อาร์สยาม’น็อค! หอบหืดกำเริบหลอดลมตีบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/342832

'ใบเตย อาร์สยาม'น็อค! หอบหืดกำเริบหลอดลมตีบ

‘ใบเตย อาร์สยาม’น็อค! หอบหืดกำเริบหลอดลมตีบ

วันอาทิตย์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 15.54 น.

3 มิ.ย.61 เมื่อเวลา 00.30 น.ทีผ่านมา นักร้องลูกทุ่งสาวชื่อดัง ‘ใบเตย อาร์สยาม’ สุธีวัน ทวีสิน ค่ายอาร์เอส มีอาการหอบหืดกำเริบ เนื่องจากนักร้องสาวมีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้อย่างหนัก เป็นไข้หวัดไม่หาย มีอาการหายใจไม่ออก อ่อนเพลีย เหนื่อยไม่มีแรง ครอบครัวเห็นอาการน่าเป็นห่วง เพราะหายใจไม่ได้ จึงตัดสินใจ นำส่งเข้าโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ทันที

ด้านใบเตย อาร์สยาม เผยว่า ” เป็นภูมิแพ้อยู่แล้วและเป็นไข้หวัด อาการยังไม่หายขาด พอตอนกลางคืนจะนอนพัก รู้สึกหายใจไม่ออก ทุกครั้งที่หายใจก็จะมีอาการ ไอ ตามมาด้วย มันอึดอัดมาก คุณหมอที่ดูอาการ บอกหลอดลมตีบ ต้องฉีดยาพ่นขยายหลอดลม เพื่อให้หายใจได้ 3 เวลา เช้า เที่ยง เย็น ที่สำคัญต้องรีบรักษา เพราะตอนนี้ออกกำลังออกแรงไม่ได้เลย แค่ลุกเดินยังเหนื่อยมาก ห่วงงานหลายอย่าง อย่าง งานเพลง ตอนนี้กำลังจะมีซิงเกิลใหม่ ต้องซ้อมเต้นหนัก ก็ยังทำไม่ได้ อีกทั้งละครของทางช่อง 8 เรื่อง ซิ่นลายหงส์ แม้ปิดกล้องไปแล้ว ก็รอคิวออกอากาศอยู่ และแต่ต้องมีคิวโปรโมทด้วย ยังไงจะรีบรักษาตัวเองให้ หายดีเร็วๆนะคะ ขอบคุณกำลังใจที่ส่งมาคะ “ ใบเตย กล่าว

‘ดร.วรรณวิไล’ นักพลังจิต ขึ้นรับรางวัลเกียรติยศ ต้นบุญ ต้นแบบ สุดปลื้ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/342675

‘ดร.วรรณวิไล’ นักพลังจิต  ขึ้นรับรางวัลเกียรติยศ ต้นบุญ ต้นแบบ สุดปลื้ม

‘ดร.วรรณวิไล’ นักพลังจิต ขึ้นรับรางวัลเกียรติยศ ต้นบุญ ต้นแบบ สุดปลื้ม

วันอาทิตย์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดร.วรรณวิไล กันเพ็ชร์ นักพลังจิตบำบัดผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งพลังงานจิตทิพย์ขึ้นรับรางวัลต้นบุญต้นแบบโดยได้รับการพิจารณาจากท่านคณะกรรมการเล็งเห็นคุณงามความดีที่ทำคุณประโยชน์ต่อคนทั่วไป ในด้านการรักษาพลังจิต บำบัดผู้ป่วย พร้อมเพื่อนๆ ในวงการบันเทิง อาทิ โก้-ธีรศักดิ์, ปุ้ย,แมน-วทัญญู มุ่งหมาย, ตฤษ เศรษฐโชค,ทูน หิรัญทรัพย์ รวมถึงคนทั่วไปเข้าร่วมรับรางวัล ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ งานนี้เรียกได้ว่าสร้างความภาคภูมิใจและกำลังใจให้ต่อสู้ พร้อมที่จะดูแลด้านพลังจิตให้กับผู้ป่วยที่เข้ามารับการอบรมเป็นอย่างมาก

Star Retro : เส้นทางชีวิตที่ไกลเกินฝันของ ‘เขตต์ ฐานทัพ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/342683

Star Retro : เส้นทางชีวิตที่ไกลเกินฝันของ  ‘เขตต์ ฐานทัพ’

Star Retro : เส้นทางชีวิตที่ไกลเกินฝันของ ‘เขตต์ ฐานทัพ’

วันอาทิตย์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กว่าครึ่งชีวิตที่โลดแล่นอยู่ในเส้นทางสายบันเทิง “เขตต์ ฐานทัพ” หรือ “ธฤษณุ ธีญานาถธนันชา” จึงทั้งหลงใหลและรักในการแสดง จนอยากที่จะสานต่อไปสู่งานเบื้องหลัง และวันนี้ความฝันของเขา ก็ได้เดินทางมาถึงเป้าหมาย ก้าวสู่บทบาทหน้าที่ใหม่ โดยที่เขาไม่เคยลืมเรื่องราวในอดีต ซึ่งทำให้ชีวิตมาถึงวันนี้

บทบาทหน้าที่

ปัจจุบันผมเป็นผู้จัดการแผนกละคร “บริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด” ทำมาเมื่อสิงหาปีที่แล้วครับ คือเราก็มั่นใจในจุดนึงของเรา ว่าเรามีคุณสมบัติ มีประสบการณ์มากพอ แล้วพอดีนายเรียกมาคุยว่าอยากทำงานไหม เป็นงานดูแลเรื่องละครนี่แหละ เป็นผู้ช่วย “พี่จุ๋ม” (ดร.เยาวลักษณ์ พูลทอง) ดูเรื่องละคร ซึ่งเราก็ยินดี งานที่ทำก็ในทุกๆ ภาคส่วนนะครับ อย่างตอนที่ผมเข้ามา ก็ทันเรื่อง“สกาวเดือน” พอดี เลยมีโอกาสได้ดูแลประมาณครึ่งเรื่อง ดูแลตั้งแต่การคอมเมนท์เรื่องบท ซึ่งก็จะมีบอร์ดผู้บริหารคอมเมนท์ด้วย ไม่ใช่ผมคนเดียว หลายคนจะมองว่าเขตต์เป็นผู้จัดฯ เหรอจริงๆ ไม่ใช่ครับ เรามีทีมที่แข็งแรงมาก พอมาทำงานเบื้องหลังตรงนี้ก็ต้องบอกว่าสนุกนะ จริงๆ มันเป็นความฝัน(ยิ้ม) คือผมเคยฝันว่าอยากจะทำงานเบื้องหลังละครมาเมื่อประมาณ 5 ปีแล้วครับแต่ว่าก็ยังไม่มีโอกาสได้ทำสักที ก็ต้องกราบขอบพระคุณ ดร.เยาวลักษณ์ พูลทอง ที่ให้โอกาสผม

จังหวะและโอกาส

เราอยู่วงการนี้มาตั้ง 20 กว่าปี เล่นละครเกือบ 60 เรื่อง (หัวเราะ) เรายังไม่ได้รับโอกาส ก็ถือว่ามีเดียสตูดิโอเป็นที่แรก ที่ให้โอกาสเราได้มีที่ที่อยู่เบื้องหลัง และได้อยู่ในโพซิชั่นที่ผมพอใจและภูมิใจ ผมเล่นละครมาตั้งแต่อายุ 17-18 ก็นานมากแล้ว ทำธุรกิจอื่น เราก็ทำ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จบ้างไม่ประสบความสำเร็จบ้าง แต่เรื่องที่เรารู้ดีมากที่สุด เป็นครึ่งชีวิตเราแล้วด้วย ก็คือเรื่องละคร จะหนีไปไหนได้ ก็รอว่าเมื่อไหร่จะมีโอกาสได้ทำเท่านั้นเอง แล้วพอมีโอกาส เราก็ต้องทำอย่างเต็มที่ รายละเอียดของงานจริงๆ ที่ทำ คือดูตั้งแต่การคอมเมนท์เรื่องบท ประชุมเรื่องคิวถ่าย เรื่องค่าใช้จ่าย คือทุกอย่าง รวมไปถึงการออกกองถ่าย ผมไปกองสกาวเดือนทุกคิว ตั้งแต่ที่ผมได้รับมอบหมายให้ดูแล แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งในทีมตัดต่อด้วย พอเรามาทำเบื้องหลัง ทำทางด้านการดูแลการผลิตจริงๆ เหมือนโปรดิวเซอร์ งานมันหลากหลายกว่า นักแสดงอยู่เบื้องหน้า งานกำกับจริงๆ ก็ชอบนะ ผู้กำกับอยู่เบื้องหลังก็จริง แต่ว่าคือหลังมอนิเตอร์ แต่หลังของผู้กำกับคือโปรดิวเซอร์ ต้องดูทุกอย่างทุกภาคส่วน ผู้กำกับมีหน้าที่กำกับการแสดง และถ่ายทอดการแสดงของนักแสดงให้ผู้ชมได้รับชม แต่เราคือทีมที่สร้างงานทั้งหมดขึ้นมา เราเลือกแม้กระทั่งตัวผู้กำกับ เราเลือกบทประพันธ์ เราเลือกทุกอย่าง เพราะฉะนั้นงานอย่างพวกเราคืองานวางระบบทุกอย่างของละครหนึ่งเรื่องทั้งหมด แล้วพอจบเรื่องสกาวเดือน เราก็มีเรื่องอื่นต่ออีก คือไม่ได้ว่างเลยครับ ตอนนี้ก็มีเรื่อง “ไฮโซสะออน” แล้วก็ “นักสู้สะท้านฟ้า” เป็นโปรเจกท์พิเศษที่ทำร่วมกับ พอดีคำ

แรงขับเคลื่อนในการผลิตผลงาน

สนุกมาก คือไฟมีเต็มเปี่ยมเลยครับ แล้วยิ่งเจอทีมที่เข้าขากันก็ยิ่งโอเค แฮปปี้มาก มีความสุข เราสามารถนำเสนอได้ว่าเราต้องการอะไร แต่มันก็ต้องแล้วแต่นายเราด้วย (หัวเราะ) ซึ่งคนอาจจะมองว่าสไตล์ผมน่าจะต้องมาสายคอเมดี้ แต่จริงๆ ผมเป็นคนชอบดราม่านะ และผมก็ชอบเล่นละครดราม่าด้วย แต่ทุกวันนี้ละครก็จะปนๆ กันหมด ขึ้นอยู่กับว่าใครผสมสูตรอะไรออกมาได้อร่อยถูกใจผู้ชมมากแค่ไหน ทำให้ทีมละครเราต้องทำงานกันหนักมากขึ้น เพราะคนดูทุกวันนี้มีพัฒนาการมากขึ้น เขาดูละครละเอียดมากขึ้น เราเข้าไปอ่านกระทู้ต่างๆในอินเตอร์เนตหรือในโลกออนไลน์ มีบางคนไดเร็กมาถึงผมเองโดยตรง และจดหมายก็ยังมีมาอยู่ ผมก็อ่านนะซึ่งมันก็เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มีมุมมองที่อาจจะเข้าใจไม่ตรงกัน พอมีคอมเมนท์เข้ามา ที่เขาไม่ถูกใจในบางจุด พอเราปรับปุ๊บแฟนๆ น่ารักมาก เขาก็เข้ามาขอบคุณ คือเหมือนกับว่าทุกวันนี้มันต้องอาศัยซึ่งกันและกัน เราฐานะคนทำงานด้านบันเทิงยังไงเราก็จำเป็นที่จะต้องอาศัยพวกคุณทุกคนที่เป็นแฟนคลับ อาศัยแฟนคลับนักแสดง หรือแฟนคลับช่อง เราอยู่ได้เพราะพวกคุณ เพราะฉะนั้นทุกเสียงของพวกคุณทุกคน สำคัญมาก เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เราภาคภูมิใจ ทำให้เราหายเหนื่อย มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราเศร้าน้ำตาตกก็มี มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราปลาบปลื้มตัวลอย คือมันมีทุกรูปแบบ ดังนั้นการจะเขียนอะไร มันมีผลกับชีวิตคนเยอะเหมือนกัน

บทบาทหน้าจอ

งานแสดงผมก็ยังรับอยู่ ทุกวันนี้ก็ยังมีสัญญาการเป็นนักแสดงกับทางช่อง 7 การที่ผมจะมีงานหรือไม่มีงาน ช่องเป็นคนกำหนด ละครปีนี้ยังไม่มีวาง แต่ว่าปีที่แล้วถ่ายจบไปแล้ว คือ “สมิงจ้าวท่า” ผมเองรักการแสดง แต่ว่างานเบื้องหลังมันเป็นความฝัน มันต้องแยกออกจากกัน ถ้ามีโอกาสได้เล่นละครต่อไปเรื่อยๆก็ยังเป็นสิ่งที่ดี เพราะตัวเองก็มีใจรักในการแสดง มันคือตัวตน งานประจำที่นี่เป็นอะไรที่แบ่งสันปันส่วนไว้แล้ว ว่าผมสามารถรับละครได้ 1 เรื่องในสัปดาห์นึง เราอายุขนาดนี้แล้ว ถ้าหมดสัญญาถามว่าเซ็นต่อไหม เอาเป็นว่าถ้าให้เซ็นก็เซ็นครับ ถึงไล่ก็ไม่ไป (หัวเราะ) ตอนนี้ผมเป็นพนักงานมีเดียสตูดิโอ อยู่ที่ไหนมีความสุขก็อยู่ ช่อง 7 เหมือนบ้านผม อยู่มาตั้งแต่เด็กๆ โตมาได้ถึงทุกวันนี้

คาแร็กเตอร์เวลาทำงาน

ใครๆ เขาบอกว่าเครียดนะ (หัวเราะ) ในพาร์ตที่เป็นนักแสดงจะไม่ค่อยเครียด หรืองานที่เป็นส่วนตัว บริษัทผมเองที่เป็นเจ้าของกิจการเอง ทุกคนก็จะบอกว่าดุ มาทำงานที่นี่ก็พยายามจะไม่ดุ (ยิ้ม) แต่เวลาออกกองมาเจอสถานการณ์ที่มันหน้าสิ่วหน้าขวาน มันก็ขรึมไปเองบ้าง แต่อย่างน้อยก็เป็นผู้ใหญ่พอ ที่จะไม่ลุกขึ้นมาโวยวาย หรือว่าพูดจาด่าทอใคร

ครอบครัวและลูก

ตอนนี้ “ดีจ้า” (ธามัน ธีญานาถธนันชา)ก็สองขวบครึ่งแล้ว ส่งเข้าโรงเรียนแล้ว เพราะว่าพ่อแม่ก็ทำงานทั้งคู่ อยู่บ้านก็มีคุณยายกับพี่เลี้ยง ซึ่งผมก็มองว่าโรงเรียนน่าจะสอนลูกได้ดีกว่า เพราะเขาก็มีหลักวิชาการเครื่องไม้เครื่องมือ มีจิตวิทยา มันก็จะดีมากขึ้น คือพัฒนาการของดีจ้าคือเขาแสบมากขึ้นไม่เหมือนผมหรอก (ยิ้ม) คือเขาจะค่อนข้างกวน จะติดแม่มาก อ้อนพี่เลี้ยง ติดยาย แต่จะไม่ติดผม เพราะว่าผมดุไม่ตามใจเลย ถามว่ารักป๊ะป๋าไหม เขาจะตอบเลยว่าไม่รัก แต่ถ้าไม่มีใครเขาก็เอาเรานะ คือเราจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายเสมอ เขาเลี้ยงไม่ยากครับ ถ้ามีโอกาสก็จะเลี้ยงเขาเอง แต่ส่วนมากจะไม่ค่อยได้เจอ เพราะว่าเมื่อก่อนเราก็ออกบ้านแต่เช้า เขายังไม่ตื่นกลับมาบ้านเขาก็หลับไปแล้ว บางทีก็ไม่ได้เจอ 4-5 วัน แม่เขาก็เหมือนกัน เพียงแต่ว่าเราไม่ตามใจเขามากกว่า เลยทำให้เขาไม่ติดเรา ทุกคนตามใจหมด แล้วผมก็คิดว่าน่าจะมีสักคนนึงที่เป็นมารร้าย เป็นยักษ์บ้างซึ่งก็คงต้องเป็นผมนี่แหละ เขาเป็นเด็กที่เข้าใจนะ แต่เขาจะทำหรือไม่ทำเท่านั้นเอง บางทีที่เราดุหรือว่าเขาก็จะฟัง รู้ว่าเราบ่นเขาก็จะทำหูทวนลมบ้าง เดาะปากเล่นบ้าง แล้วก็เฉไฉชวนคุยเรื่องอื่น คว้ากระติกน้ำดูดน้ำ เป็นเด็กที่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ คิดว่าโตมาก็น่าจะเป็นคนที่เซ็นซิทีฟ(ติดความเป็นนักแสดงมาจากคุณพ่อไหม ?) อาจจะเป็นไปได้ มีบางจังหวะเหมือนกันที่ผมเห็นตัวเอง คือสั่งซ้ายไปขวาสั่งขวาไปซ้ายซึ่งผมเป็นอย่างนั้น

แพลนเปิดอู่อีกครั้ง

โอ้โห…ยากจังเลยครับ ขอเวลาตัดสินใจก่อน อยากมีนะ แต่จริงๆ การมีลูกคนเดียวมันก็ดี มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ สุดท้ายก็แล้วแต่ ถ้าเขาจะมาอีกคนก็มา แต่ถ้าไม่มาก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร “แนท” (ทักษญา ธีญานาถธนันชา /ภรรยา) เขาก็ทำงานเยอะไม่น้อยไปกว่าผมนะ เพราะฉะนั้นก็เป็นห่วงเขาเรื่องสุขภาพ ผู้หญิงลองมีลูกสักคนนึงสุขภาพก็จะถดถอย ก็แล้วแต่จังหวะว่าเขาจะมาหรือเปล่า ตอนนี้ก็สนุกกับการเลี้ยงดีจ้าไป เขาจะมีวีรกรรมมาให้แปลกใจทุกวัน

วางอนาคตลูกไว้อย่างไร

ทำอะไรก็ได้ที่เขามีความสุข แม้กระทั่งโรงเรียนเราก็เลือกโรงเรียนที่จะทำให้เด็กมีความสุข ทำให้เด็กอยากจะไปโรงเรียน ทำให้เด็กมีทัศนคติที่ดีต่อสังคม มีน้ำใจโอบอ้อมอารี รู้จักช่วยเหลือรู้จักแบ่งปัน ผมมองว่าในอนาคตการแข่งขันมันสูง ความรู้เพิ่มเติมสามารถหาได้แต่สิ่งที่เป็นเนื้อแท้ในจิตใจของคน หรือเราอยากจะให้ทายาทของเราคนนึงเป็นคนที่ดีของสังคม เป็นคนที่ช่วยทำให้ประเทศนี้ โลกนี้มันน่าอยู่ขึ้น ผมเลือกแบบนั้นมากกว่า ถ้าคุณเก่งมากๆ แล้วคุณเบียดเบียนคนอื่นผมไม่โอเค เราก็เริ่มจากตัวเราเองก่อน ลูกเรา เราก็พยายามสอนให้เขาเป็นคนดี เอาตัวรอดได้ แต่ไม่เบียดเบียนใคร ส่วนพัฒนาการอื่นที่จะเสริมสร้างเขาให้มีศักยภาพที่ดีโดดเด่นขึ้น เราก็ค่อยสนับสนุน ผมไม่จำกัดว่าเขาจะเป็นอะไร เข้าวงการก็ได้ แต่งานในวงการมันก็เหนื่อยนะ เหตุผลของการเข้าวงการของผม มีเหตุผลเดียวเลย คือเราต้องดูแลตัวเอง ช่วยเหลือครอบครัว แต่พอเริ่มเข้ามา มันคือความรักความผูกพัน เพราะว่าเราอยู่ด้วยกันมานาน และไปอินกับเรื่องของการแสดงละคร ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเขาจะชอบเหมือนผมหรือเปล่า เราก็สร้างทุกอย่างเพื่อสแตนด์บายรอเขาพร้อมเป็นผู้ใหญ่ ก็รับหน้าที่ต่อไป

บอกเล่าถึงวันวาน

การเข้าสู่วงการบันเทิงสำหรับผม ผมถือว่าผมมาไกลเกินความฝันแล้วนะ ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าวันนึงจะมาถึงจุดนี้ เป็นคนที่มีคนรู้จักในหมู่มากถ่ายโฆษณาตอนอายุ 16-17 แต่มาเล่นละครที่เป็นเรื่องยาวเรื่องแรกเลย ตอนอายุ18 เรื่อง “6/16ร้ายบริสุทธิ์” ซึ่งก่อนนั้นก็มีละครแต่ว่าเป็นละครสั้นรับเชิญ ผมเริ่มต้นจากถ่ายนิตยสาร “เธอกับฉัน” ซึ่งตอนนั้นฝึกงานอยู่ ผมเป็นเด็กศิลป์ เรียนอาชีวศึกษาธนบุรีก็ไปฝึกงานที่ศึกษาภัณฑ์ แล้วก็ลงมาจัดตู้ดีสเพลย์เจอพี่ที่เป็นช่างภาพคอลัมน์ของนิตยสารเธอกับฉัน เขาให้นามบัตร และชวนให้ไปถ่ายรูปทิ้งไว้ เราก็ไปไม่ได้คิดอะไรสยามเราก็ไม่เคยเดิน คือสมัยก่อนวัยรุ่นเขาจะไปเดินสยามกัน แต่เราบ้านนอกมาก (ยิ้ม) หลังจากนั้นพี่เขาก็เรียกให้ไปถ่ายแบบครั้งแรก รู้สึกว่าจะได้เงิน 5,000 บาทมั้ง ดีใจมาก ซื้อกางเกงยีนส์ได้ตัวนึง และได้เงินให้แม่ด้วย แล้วเราก็ช่วยคุณแม่เพราะว่าท่านก็เลี้ยงเรามาคนเดียวตั้งแต่เด็กๆ เพราะว่าคุณพ่อเสีย พอถ่ายแบบก็มีไปเทสต์งานโฆษณาถ่ายมิวสิกวีดีโอ เป็นดัชชี่บอยรุ่นแรก และได้มาเล่นหนัง “ตัวเก็งเต็งหนึ่ง,เด็กเสเพล” แล้วก็ได้มาเล่นละครสั้นหลายเรื่องเล่นละครจริงๆ จังๆ ที่มีคนรู้จักในกลุ่มฐานคนดูละครคือ “6/16 ร้ายบริสุทธิ์” ซึ่งเป็นโปรเจกท์แรกที่ทุกวันนี้ก็คือ “น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์” ตอนนั้นก็เริ่มชอบการแสดงแล้วครับ เรารู้อยู่แล้วว่าเราเป็นคนเซ็นซิทีฟเป็นคนมีจินตนาการ เราได้ปลดปล่อยจินตนาการของเรา

จุดพีคอีกครั้ง

เทิร์นนิ่งพอยท์อีกที คือการกลับมาเล่นช่อง 7 หลังจากที่เคยเล่นละครสั้นๆ ก็มาเล่นเรื่อง “รักเต็มร้อย”กับ “นุ่น-วรนุช” ซึ่งเกิดปรากฏการณ์ละครเย็นฟีเวอร์ กลายเป็นคู่ขวัญกัน และมีละครคู่กันต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ก็มีไปเล่นกับนางเอกคนอื่นนะ แต่ถ้าเป็นอัตราส่วนละครในชีวิตที่เล่นมาทั้งหมดเล่นกับนุ่นอยู่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ถือว่ามากที่สุด แต่คนอื่นจะประปราย ผมถือว่าประทับใจทุกเรื่องที่เล่นมา เพราะว่าแต่ละเรื่องจะใช้ศักยภาพในแต่ละแบบแตกต่างกัน แล้วผมเป็นคนที่เล่นละครแต่ละเรื่อง ผมจะสร้างคาแร็กเตอร์ใหม่ให้กับตัวละคร คือไม่พยายามหยิบใช้เหมือนเดิม เราเล่นตั้งแต่เรารู้สึกว่ามันต้องมีแพทเทิร์น จนตอนนี้เราว่ามันไม่มีแล้วปล่อยให้บทนำพาไป

ความแสบซ่าในวันนั้น

ตอนที่เริ่มมีชื่อเสียงกันขึ้นมาใหม่ๆ แก๊งผมมี “จิม-เจจินตัย” ตอนนี้ก็มีลูกสาวกำลังน่ารักมาก เป็นเนตไอดอลดวงใหม่ “อั๋น-ศราวุธ” ก็อยู่เมืองนอกมีลูกสาว 2 คน “แจ้-จตุพล” ซึ่งตอนนี้เป็นคุณพ่อลูก 2 และเป็นเจ้าของร้านอาหารในอเมริกา บอกเลยว่าเพื่อนผมแต่ละคนไม่ธรรมดา (ยิ้ม) อีกคนคือ “พี่เล็ก-ศรัณย์” ซึ่งเสียไปแล้ว เราได้ฉายาเด็กนรก ซึ่งมันมาจากหนังที่เราเล่นด้วยกันของ “พี่มด-นพพร วาทิน”เรื่อง “ตัวเก็งเต็งหนึ่ง” นอกเรื่องแสบมาก ด้วยความซนสมัยนี้เขาต้องเรียกว่าความเกรียน คือความเกรียนมันมีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ช่วงนั้นคำว่าเกรียนมันยังไม่มี แล้วผู้ใหญ่เขาก็พูดว่าพวกเอ็งนี่มันนรกจริงๆมันเลยเป็นที่มาของคำว่าเด็กนรก คือมันก็ต้องมีบ้างตามประสาวัยรุ่น เราไปสร้างปัญหาให้กับทีมงานเล่นไม่รู้เรื่อง ทำให้งานเขาช้า ซึ่งวันนี้มันก็ทำให้เราเข้าใจแล้วว่างานโปรดักชั่นมันเป็นอะไรที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา

วันที่บทบาทหน้าจอต้องเปลี่ยนไป

ไม่ได้รู้สึกยังไงเลยนะ มันเป็นเรื่องจริงของวงการบันเทิงเรามากกว่า มันขึ้นอยู่กับว่าบทนั้นมันเด่นมากแค่ไหน วันนี้ก็ถือว่าเรายังอยู่ในโพซิชั่นที่โอเคในความรู้สึกเรานะ ไม่ได้เป็นนำเดี่ยวในหลังข่าว แต่เราก็เป็นตัว 2 ผมมองว่าตัวละครมันมีความสำคัญกับละครเรื่องนั้นมากแค่ไหน ถ้ามีความสำคัญ เราเล่นได้เราโอเค

ความสำเร็จ ณ วันนี้

ด้วยหนึ่งอย่างคือด้วยกระแสตอบรับ มีคนที่เป็นแฟนละครติดตามผมตั้งแต่สมัยผมเด็กๆ เยอะนะทุกวันนี้เวลาไปไหนมาไหนไปที่ทุรกันดารไกลแค่ไหนทุกคนเขารู้จัก ผมมีความสุข ผมอยากจะกราบขอบคุณทุกคนเลย ที่สนับสนุนให้ผมเป็น “เขตต์ ฐานทัพ” ได้ถึงทุกวันนี้ 20 ปีที่ผ่านมา มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ยังกินก๋วยเตี๋ยวฟรีได้อยู่เลย (ยิ้ม) ขอบคุณที่ยังติดตามผลงาน แล้วก็คอยเป็นกำลังใจในทุกเรื่อง บางทีก็เจอกันตามเฟซบุ๊ค เมื่อก่อนก็จะต้องเขียนจดหมายหากัน แต่ทุกวันนี้มันไดเร็กตรงกันหมดแล้วหลายช่องทาง ก็ขอบคุณจริงๆ ที่ติดตามกันมาอย่างยาวนาน และหวังว่าจะติดตามกันต่อไปเรื่อยๆ เราก็มีเปลี่ยนไปบ้างตามกาลเวลา แต่ก็พยายามดูแลตัวเองถนอมสุขภาพ คงไม่ซ่าเหมือนสมัยเป็นวัยรุ่น ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปพอสมควร แต่ว่าสิ่งที่ไม่เปลี่ยน คือเรายังรักในอาชีพการเป็นนักแสดงอยู่เหมือนเดิมครับ

อีกหนึ่งคนบันเทิงตัวจริงที่ทุ่มทั้งชีวิตและจิตวิญญาณเพื่องานที่รัก และนี่คือ “เขตต์ ฐานทัพ” นักแสดงหนุ่มหน้าเด็กที่กาลเวลาไม่สามารถทำอะไรเขาได้

กุหลาบสีเงิน

ดาราพาเที่ยว : ตาม ‘สงกรานต์’ ขึ้นเชียงดาว สัมผัสไอหมอกถิ่น ‘หมีขาวตั้งแคมป์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/342672

ดาราพาเที่ยว : ตาม ‘สงกรานต์’ ขึ้นเชียงดาว  สัมผัสไอหมอกถิ่น ‘หมีขาวตั้งแคมป์’

ดาราพาเที่ยว : ตาม ‘สงกรานต์’ ขึ้นเชียงดาว สัมผัสไอหมอกถิ่น ‘หมีขาวตั้งแคมป์’

วันอาทิตย์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดาราพาเที่ยวสัปดาห์นี้ ศิลปินหนุ่ม “สงกรานต์”รังสรรค์ ปัญญาเรือน อาสาพาไปตั้งแคมป์กันที่ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่นั่นมีอะไรน่าดึงดูดใจ ตามไปฟังความประทับใจของ “สงกรานต์” กัน

ทริปท่องเที่ยว “จริงๆ ผมเป็นคนไม่ค่อยได้เที่ยว ปีหนึ่งจะประมาณครั้ง 2 ครั้ง หลังปีใหม่กับหลังสงกรานต์ ส่วนใหญ่ก็จะกลับบ้าน ไปทางภาคเหนือ เพราะที่โน่นเพื่อนจะเยอะ ไปหาเพื่อน ขึ้นไปเที่ยวที่เชียงดาว แล้วถ้าอยากไปทะเล ก็จะไปหารุ่นพี่เขาอยู่หาดใหญ่ อยู่ภูเก็ตกันครับ บางทริป แม่ไม่สะดวกไปด้วย ผมก็จะไปกับเพื่อนๆ ขับมอเตอร์ไซค์ไปบางทีกลับบ้านที่โคราช ก็จะขับมอเตอร์ไซค์ไปพักที่เขาใหญ่กัน”

จุดพักที่อยากแนะนำ “เชียงดาวครับ แล้วต้องไปเฉพาะช่วงหน้าหนาวนะครับ ไปพักที่ “หมีขาวตั้งแคมป์” กัน เป็นแคมป์ที่มีเต็นท์อย่างดี ข้างในมีที่นอน 3 ฟุต 2 อัน ด้านบนก็จะเป็นขั้นบันไดแถมปีนี้จะมีเต็นท์หรู ที่มีอ่างจากุซซี่อยู่ในเต็นท์ด้วย(ทำไมต้องไปที่นี่คะ?) เพราะเป็นของผมครับ(หัวเราะ) จริงๆ ของเพื่อนผมครับ ชื่อ “ต้น” และผมก็ได้ไปช่วยเขาด้วย เลยอยากแนะนำ ตื่นมาเช้าๆ เจอทะเลหมอก เจอภูเขา แล้วเราเปิดเฉพาะกลางพฤศจิกายนถึงกลางกุมภาฯ เปิดเฉพาะช่วงไฮซีซั่นอย่างเดียว นอกนั้นเราจะปิดปรับปรุงพื้นที่กัน”

1 ปีที่เปิดนำร่อง “ปีที่แล้วเป็นปีแรกที่เปิด ผลตอบรับดีมากเลยครับ เพราะเข้ามาพักเราจะมีบุฟเฟ่ต์บาร์บีคิวให้ด้วย มีบาร์มีอะไรให้ ห้องน้ำ-ห้องอาบน้ำนี่อย่างดี คุณต้นเขาเป็นคนริเริ่มทุกอย่าง บ้านเพื่อนผมเขาอยู่เชียงดาวอยู่แล้ว เขาก็ไปเช่าที่ทำตรงนี้ขึ้นมา เราเห็นแล้วชอบก็เข้าไปช่วย ถ้าเกิดใครได้ดู ผม cover เพลง “นอกจากชื่อฉัน” ก็จะเห็นว่าผมถ่ายทำในแคมป์นี้เลยครับ”

จุดเด่น “เต็นท์แต่ละเต็นท์ ในหมีขาวตั้งแคมป์จะมีกองไฟของตนเอง ข้างๆ เต็นท์เลยครับ คือถ้าชอบความเป็นส่วนตัว ก็มาปิ้งบาร์บีคิวข้างๆเต็นท์คุณเองได้เลย ตอนนี้มีแค่ 10 เต็นท์ อารมณ์แบบไปเป็นคู่ก็ได้ครับ (ถ้าแฟนๆ อยากเข้าพัก?) เข้าไปดูได้ที่เพจ หมีขาวตั้งแคมป์ เลยครับ

จุดแวะพัก “เชียงดาว จะมีจุดชมวิวสวยๆ เยอะมาก เขาก็จะมี ถ้ำเชียงดาว มีวัดอยู่ในถ้ำ ให้เราไปเที่ยว แล้วไปเชียงดาวรอบนั้น ผมก็เลยไปเชียงรายด้วย ไปดอยช้าง ขับรถไปประมาณ 2 ชั่วโมงกินกาแฟดอยช้างแบบสดๆ จากดอยเลย

การเตรียมตัว “ไม่มีอะไรเลยครับ เก็บตังค์ไปอย่างเดียวเลย (หัวเราะ) อะไรที่ขาดไม่ได้เวลาเดินทางสำหรับผมก็สตางค์นี่แหละครับขาดไม่ได้เลย”

ประสบการณ์ขับมอเตอร์ไซค์เที่ยว “ผมเคยขับไปไกลสุดก็น่าจะเป็นเขาใหญ่นี่แหละครับ คือผมขับจากกรุงเทพฯไปโคราช แล้วก็ขับขึ้นเขาใหญ่ นอนคืนหนึ่ง แล้วก็ขับอ้อมวังน้ำเขียว กลับโคราช จากนั้นก็ยิงตรงตั้งแต่โคราชกลับกรุงเทพฯ ผมว่ารวมๆ น่าจะเหมือนขึ้นเชียงใหม่ (หัวเราะ) เหนื่อยสุดแล้วครับ แล้วรถผมเป็นรถคาเฟ่ เวลาขับต้องยืดๆหน่อยกลับมาปวดหลังดีเลยครับ (เข็ด?) ยังครับ ยังไม่เข็ด ยังจะไปอีก ผมเป็นคนดื้อครับ เวลาไปส่วนมากก็จะไปกัน 5 คัน เพราะในวงมี 5 คน ขับกันคนละคัน

ทริปต่างประเทศ “ผมไม่ค่อยได้ไปบ่อยครับ เที่ยวในไทยยังไม่ครบเลย ประเทศแรกที่เคยไป คือพม่า ไปอยู่ริมๆ ชายแดนบ้านเรานี่แหละครับ ไปลาวแบบนี้ คือไปเล่นดนตรี เล่นคอนเสิร์ต หลายคนชอบถาม ทำไมพี่ไม่ไปตรงนั้น ไม่ไปตรงนี้ ก็ไม่มีคนจ้าง ผมก็ไม่รู้จะไปทำไม(หัวเราะ) แต่ผมเคยได้ไปสวีเดนครั้งหนึ่งครับ เหมือนเขาเชิญให้ไปร่วมงานวัดที่สวีเดน สนุกมากครับ เป็นงานประจำปีที่เขาจัดเพื่อฉลองครบรอบวันที่ รัชกาลที่ 5 เสด็จฯประพาสสวีเดน ผมได้ไปอยู่ 2 อาทิตย์ ทริปนั้นก็มีพี่ ท็อฟฟี่ 3.50 บาท ไปด้วย แล้วที่นั่น 4 ทุ่ม เหมือนบ่าย 3 บ้านเรา ไปตอนซัมเมอร์ของเขา คนก็จะเยอะหน่อย เพราะถ้าฤดูธรรมดาของเขา จะ-25 องศา(หัวเราะ) คนจะไม่ค่อยออกไปไหนกัน”

ความทรงจำสมัยเรียน “ผมจะเป็นวัยรุ่นที่ไม่ค่อยใช้เวลาวัยรุ่นสักเท่าไหร่ เพราะว่าเราต้องเอาตัวรอด ในทุกๆ วันให้ได้ ไม่มีใครช่วยใครได้ เราต้องดูแลตัวเอง เช่าบ้านทำโน่นทำนี่คือวันที่เพื่อนๆ เขาไปเที่ยวกัน ไม่ใช่เขาไม่ชวนนะ เขาชวนตลอดเลย แต่เราไปไม่ได้ เพราะเสียดายเงินจังเลย เที่ยวทีหนึ่งก็ตั้ง 2,000 บาท ผมเลยจะทำงานของผมไป มาถึงทุกวันนี้ผมว่าเขาอิจฉาผมนะ ได้เที่ยวฟรีๆ มีคนจ้างไปอีกต่างหากผมว่าผมได้เที่ยวเยอะกว่าพวกเขาอีก(หัวเราะ)

ผลงาน “MV เพลงล่าสุดของผม เพิ่งปล่อยออกมาครับ ชื่อเพลง “ได้ไหม” เพลงนี้ผมเขียนจากแรงบันดาลใจ ที่มีคนเข้ามาแชร์ประสบการณ์กับผม จริงๆ เพลงนี้เขียนไว้นานแล้ว 2-3 ปีที่แล้ว ก่อนเพลง “รักกินไม่ได้” แต่เพิ่งได้หยิบมาทำ ซาวนด์ดนตรีได้พี่ๆ วง Bedroom Audio เข้ามาช่วย แล้วก็มีพี่ฟั่น (โกมล บุญเพียร) มาร่วมโปรดิวเซอร์ ส่วนของ MV เราได้ทีม Hello Filmmaker เป็นคนทำ เพราะฉะนั้นเชื่อมือได้แน่นอน หลายคนที่ชมแล้ว บอกว่าพระเอกน่าสงสารมากครับ”

ปลายปีนี้ถ้ายังไม่มีที่เที่ยวรับลมหนาว เตรียมจองทริปขึ้นเขา ไปสนุกกับ “สงกรานต์” ที่เชียงดาวได้เลย

อบอุ่น ‘บิณฑ์-เอกพัน บรรลือฤทธิ์’ ฉลองวันเกิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/342673

อบอุ่น ‘บิณฑ์-เอกพัน บรรลือฤทธิ์’ ฉลองวันเกิด

อบอุ่น ‘บิณฑ์-เอกพัน บรรลือฤทธิ์’ ฉลองวันเกิด

วันอาทิตย์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์กุสุมะนารีรัตนาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดพระเอกคู่แฝดนักบุญคนดัง บิณฑ์-เอกพัน บรรลือฤทธิ์ณ อเมซอน เรสเตอรองส์ แอนด์ คาราโอเกะ ลาดกระบัง

โดยมีดารา นักร้อง นักแสดง พร้อมทั้งคนในวงการมาร่วมงานมากมาย อาทิ พรพิมลมั่นฤทัย ผู้จัดสาวใจใหญ่แห่ง ค่ายโคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป ผู้ปลุกปั้นพระเอกแฝดผู้พี่ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ จากภาพยนตร์แอ๊กชั่นฟอร์มโตเรื่อง “ข้ามากับพระ” เมื่อปี พ.ศ.2527 สมบัติ เมทะนี นักแสดงรุ่นใหญ่ที่พระเอกคู่แฝดนับถือเหมือนพ่อ กรุง ศรีวิไล, ทับทิม-อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์, ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล,ปราปต์ปฏล สุวรรณบาง, วทัญญู มุ่งหมาย, รุ่งเพชร แหลมสิงห์, เรียม ดาราน้อย, จิตติมาเจือใจ, โฉมฉาย อรุณฉาย ฯลฯ สำหรับนักร้องที่มาสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับเจ้าของงานมากๆคือ บ่าววี อาร์สยาม เพราะอุตส่าห์บึ่งรถจากระยองมาร้องเพลง “ขอนไม้กับเรือ” ให้ฟังกันแบบสดๆ ก่อนปิดงานมีการแจกเสื้อยืดพร้อมลอตเตอรี่ให้กับแขกที่มาร่วมงานคนละ 1 ชุด รวมทั้งสิ้นประมาณ 300 ชุด สำหรับเค้กวันเกิดแสนสวยมีขนาดใหญ่ถึง 17 ปอนด์ต้องใช้คนหามมาหน้าเวทีถึง 7-8 คน นำทีมหาม โดย ไทด์-เอกพัน ซึ่งเป็นเจ้าของงานวันเกิดเอง