‘SUPER JUNIOR’ แหวกแนวเพลง ชูละตินป๊อป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/334397

‘SUPER JUNIOR’ แหวกแนวเพลง ชูละตินป๊อป

‘SUPER JUNIOR’ แหวกแนวเพลง ชูละตินป๊อป

วันจันทร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ตำราเรียนของ K-POP ‘SUPER JUNIOR’ (ซูเปอร์ จูเนียร์) กลับมาอีกครั้งพร้อมอัลบั้มรีแพ็กเกจชุดที่ 8 ‘REPLAY’ (รีเพลย์) อัลบั้มเวอร์ชั่นสุดท้ายที่ทำให้ไตรภาคอัลบั้ม “PLAY-PAUSE-REPLAY” (เพลย์-พอส-รีเพลย์) สมบูรณ์แบบ หลังจากที่ “SUPERJUNIOR” ได้ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 8 ‘PLAY’ ออกมาเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ปีที่แล้ว เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบเดบิวต์12 ปี ต่อด้วยอัลบั้มเวอร์ชั่น “PLAY” PAUSE Ver.ในวันที่ 28 พ.ย. ที่เพิ่มเพลงใหม่ “Shadowless” ของยูนิต SUPER JUNIOR-K.R.Y. เข้าไป โดยในอัลบั้มใหม่นี้หนุ่มๆ “SUPER JUNIOR” ได้ท้าทายด้วยคอนเซ็ปต์แนวใหม่ที่ตรงกันข้ามกับสไตล์เพลง และเวทีที่ “SUPER JUNIOR” เคยโชว์ให้เห็นในช่วงที่ผ่านมาแบบ 180 องศา

สำหรับเพลงเปิดตัว “Lo Siento” (โล ซีเอนโต) เป็นเพลงแนวละติน ป๊อป ที่หนุ่มๆ “SUPER JUNIOR”ได้ลองทำเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดบิวต์มา 14 ปีโดยเพลงนี้ จะมีทำนองที่ติดหู ในจังหวะแบบทรอปิคอล อีกทั้งยังเรียกคืนความสดชื่นด้วยแนวเพลงแบบละติน ป๊อป นอกจากนี้การผสมผสานจังหวะของซาวนด์ Rhodes อิเล็กทรอนิกส์เปียโน ในซาวนด์กีตาร์หลากหลายแบบ ก็สามารถสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี ด้านมิวสิกวีดีโอเพลงนี้ ก็นำเสนอเรื่องราวตามเนื้อร้องที่มีความเย้ายวนเชิญชวนให้คนสองคนที่ตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกพบ ได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างช้าๆ ไม่เร่งรีบ อีกทั้งยังดึงดูดทุกสายตาด้วยภาพที่สวยงามเชิงความรู้สึก และความเข้ากันได้อย่างลงตัวของป้ายนีออนสวย ๆ กับสีสันฉูดฉาด ซึ่ง 2 สมาชิกอย่าง ฮีชอล และ อึนฮยอก ได้มีส่วนร่วมในการทำท่อนแร็พของเพลงนี้ด้วยตัวเอง และที่สำคัญมีศิลปินหญิงเดี่ยวเลสลีย์ เกรซ ที่ประสบความสำเร็จจากการเดบิวต์บนชาร์ตละตินของบิลบอร์ดมาร่วมร้องด้วย

‘แบงค์ ธิติ’ รับมือ 4 ป๋าต่างวัย ผจญภัยเมืองกีวี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/334472

'แบงค์ ธิติ' รับมือ 4 ป๋าต่างวัย ผจญภัยเมืองกีวี่

‘แบงค์ ธิติ’ รับมือ 4 ป๋าต่างวัย ผจญภัยเมืองกีวี่

วันจันทร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ไม่อยากให้พลาดแม้สักตอนเดียว กับรายการใหม่ของ ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 อย่าง “ป๋าซ่าพาซิ่ง Grandpas Over Flowers” ที่พา 4 ปู่ สุดซ่าแห่งวงการบันเทิง ป๋าหนิง-นิรุตติ์ ศิริจรรยา, ป๋าตุ่ม-ชลิต เฟื่องอารมย์, ป๋าแอนนา ชวนชื่น, ป๋าอุดม ชวนชื่น และ 1 หลาน แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์ ไปตะลุยโลกกว้างที่ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งปักหลักที่พิกัด ทุกวันจันทร์ 2 ทุ่มครึ่ง เริ่มเปิดตัวคืนนี้ (23 เม.ย.) เป็นตอนแรก… โดย “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” ได้โอกาสสัมภาษณ์พิเศษ ป๋าตุ่ม, ป๋าแอนนา และ หลานแบงค์ มานำร่อง ก่อนชมของจริงกันคืนนี้

เปิดความซ่า?

แบงค์ : ป๋าซ่าพาซิ่ง เป็นรายการเรียลิตี้รูปแบบใหม่ครับที่จับคน 2 เจเนอเรชั่น ไปท่องเที่ยวด้วยกัน โดยทริปนี้เราไปที่นิวซีแลนด์ มีผม(แบงค์ ) อาหนิง, พ่อดม, อาตุ่ม และน้าแอนนา ซึ่งเป็นการทำงานที่ไม่มีสคริปต์อะไรเลยครับ ด้นสด

ตุ่ม : เราไปทำกิจกรรมร่วมกัน โดยมีโจทย์คืออยู่ด้วยกัน 15 วันทั้งที่ยังไม่เคยร่วมงานกันมาก่อน เจอหน้าแบงค์ครั้งแรก ถามพี่หนิงคนนี้ใครอ่ะ พี่หนิงบอก “กูก็ไม่รู้เหมือนกัน” (หัวเราะ) คือเขาดังคนละรุ่นกับเรา

แรกพบของแบงค์?

แบงค์ : ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกับใครครับ คิดว่าจะได้ไปเที่ยวกับสาวๆ สุดท้ายก็เป็นแก๊งนี้ครับ (ดีใจหรือว่าเฟล?) โห…ขอไม่ตอบละกันฮะ(หัวเราะ)

ตุ่ม : ดูหน้ามันก่อนเดินทาง เราก็รู้แล้วว่ามันไม่อยากไปกับเรา

แบงค์ : แต่ว่าหลังเดินทางเสร็จก็โอเคเลยครับ(หัวเราะ)

ความรู้สึกฝั่งป๋า?

ตุ่ม : แต่พวกผมรู้แล้วครับว่าใครจะพาเราไป ถามความรู้สึกคือเราดีใจแน่นอน เพราะได้เงิน(หัวเราะร่วน) และได้ไปเที่ยวฟรี แค่นั้นพอแล้ว

แอนนา : ทีแรกคิดว่าเป็นแบงค์ วงแคลช แล้วก็คิดว่ารายการยังนี้ยังมีในโลกอีกเหรอ

แบงค์ : ไปเที่ยวก็ไปเที่ยวฟรี อยู่ดีกินดี แถมได้เงินอีกโอ้..สบาย

ตุ่ม : แต่เราไม่รู้ว่าจะต้องไปเที่ยวไหนกันบ้างนะ รู้แค่ว่า1 เราจะต้องไปนิวซีแลนด์ 15 วัน คุณเตรียมของไว้ให้ดี

แอนนา: บอกแค่ว่าไปนิวซีแลนด์เกาะเหนือ เกาะใต้ แต่เรามองไม่เห็นภาพว่าต้องไปไหนกัน

พอได้เริ่มต้นเส้นทาง?

แอนนา : พอไปแล้วเรามีอะไรที่ประทับใจหลายๆ ที่ แทบทุกที่เลยดีกว่า โดยเฉพาะเมืองผลไม้ ป้าโจ ใจดีมาก โดยเฉพาะกับคนไทย แกใจดีมาก

แบงค์ : เราเลยได้กินฟรีจนอิ่มเลย(หัวเราะ)

แอนนา : คือเราบอกมีแรงกินไปเลย มีทั้งผลไม้แปรรูป มีทั้งผลไม้สด กีวี่ เชอรี่ อันนี้เราไม่ได้อวยเขานะ แต่เขารักคนไทย ถ้าเป็นทัวร์ประเทศอื่น เขาไม่ให้เข้าไปในสวนเขานะ แต่เป็นคนไทย เขาเปิดเลยเข้าไปเลย

ตุ่ม : เพราะอะไรรู้ไหม เพราะคนไทยบ้าซื้อไง คนไทยนี่ไปไหนใครซื้ออะไร ฉันซื้อมั่ง

แอนนา : คือเรายังมีความอายไง เรายังมียาง(อาย)กันอยู่ เรากินฟรีแล้ว เราก็ซื้อของฝาก ทั้งแปรรูป ทั้งสด แล้วที่ซื้อก็ส่วนซื้อ ที่ให้ก็ส่วนให้ แล้วเขาให้ผลไม้เราเป็นลังๆ นะ เอาไปกินที่โรงแรม แต่ที่เราซื้อก็เป็นลังเหมือนกัน(หัวเราะ) แล้วไอศกรีมสดเขานี่ชั้นหนึ่งเลย อยากจะกินรสอะไร ก็หยิบผลไม้มาสดๆเลย แล้วเอาไปปั่นเป็นไอศกรีม ใส่ถ้วยโฟม โอ้โห…

ตุ่ม : คนแก่น่ะความจำจะดี แต่เราวัยรุ่นจำไม่ค่อยได้นะ(หัวเราะ)

แบงค์ : จริงครับ ผมก็หลงๆ ลืมๆ แล้วเหมือนกัน สู้ไม่ได้เลย แต่น้าแอนนาจำได้ทุกรายละเอียดเลย

ตุ่ม : ทุกวินาทีเลยว่าทำอะไรมั่ง

แอนนา : กุหลาบบ้านเขาไม่ใช่ดอกแค่นี้นะ(ทำมือประกอบ)แต่กุหลาบบ้านเขาดอกใหญ่มากกก เราไม่ได้มาบิ้วท์ให้เกินความจริงนะ แต่ไม่ใช่มีแค่สีเดียว เป็นสวนเลย มีหลากหลายสีให้เลือก

ตุ่ม : แต่เราสายเกษตร เราไปดูต้นเชอรี่ แต่มันยังไม่แก่เท่านั้นเอง

แอนนา : เชอรี่เราก็เก็บกินสดๆ แต่กินฟรีเราก็กินไม่ได้เยอะนะ กินได้ไม่มาก คนหนึ่งไม่เกิน 3 โลก็อิ่มแล้ว

ตุ่ม : เรียกว่ามีหลากหลายกิจกรรมที่เราไม่เคยทำ ไม่เคยเห็น แล้วได้ไปสัมผัส ได้สนุกกัน

แบงค์ : ด้วยชื่อรายการป๋าซ่าพาซิ่ง ก็พากันไปซิ่งซะหน่อยครับ

แอนนา : มีนั่งเรือ นั่งรถแบบเฉียดตายกันน่าดู แบงค์เขาขึ้นสกายไดร์ฟ เราก็ขึ้นไปเดินดูอยู่ในตู้กระจก แค่นั้นเหงื่อก็ออกง่ามนิ้วแล้ว น่ากลัวมาก เห็นแล้วหวิวเลย แล้วนั่งเรือก็น่ากลัวมาก แล่นลอดสะพานแบบพื้นที่มีแค่เท่าเรือ แล้วไม่ได้ค่อยๆ แล่นนะ แล่นแบบความเร็วสูงถ้าสะกิดนิดเดียว ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเรา

ตุ่ม : แต่มีเหตุที่ไม่ประทับใจอันหนึ่ง หลอกเรานั่งเรือไปดูปลาวาฬ 4 ชั่วโมงแล้วไม่เจอ เจอแต่ปลาโลมาเยอะมาก

แอนนา : แล้วก็มีเกาะอยู่กลางเกาะ เป็นเกาะของนกนางนวล เขาทำรังกันสนุกสนาน จู๋จี๋ดู๋ดี๋กัน สงสัยจะเป็นฤดูวางไข่ ผสมพันธุ์อะไรเขาไม่รู้

แบงค์ : (หัวเราะร่วนขึ้นมา) จำได้ไงครับเนี่ย ตอนไปนี่น้าแอนนาโดนแซวว่าไม่มีสาระเลย แต่ตอนกลับมานี่สาระเยอะมากครับ

เม้าท์ถึงคนที่ไม่อยู่?

ตุ่ม : เป็นคนดี ทุกคนน่ารักหมด(หัวเราะ)

แอนนา : ที่ชอบที่สุดคือจะมีแหม่ม มานั่งใส่ชุดทูพีช

ตุ่ม : ป๋าดมเขาพยายามจะลงบ่อที่มีฝรั่งใส่บิกินี่ เขาบอกขาวโบ๊ะขนาดนี้ กินหลอดนีออนเป็นอาหารเรอะ

แอนนา : เพราะฉะนั้นไม่อยากให้พลาดเลยครับ กับทุกตอนที่ออกอากาศ

แบงค์ : เรียกว่าครบรสครับ รวมถึงดราม่าด้วย

ตุ่ม : ดราม่าต้องไปรอดูเอง เพราะเล่าแล้วไม่มันส์

แอนนา : มันมีที่มาครับ แล้วงานนี้ถึงขั้นน้ำตาไหลเป็นเผาเต่า

ตุ่ม : ถึงขั้นทำตลกร้องไห้ได้ คิดดู แล้วร้องกันหมดนะ มีคนเดียวที่ไม่ร้อง เป็นใคร ต้องไปดูในรายการ

แบงค์ : ถึงแม้ว่าตอนแรกผมจะหวั่นการทำงานที่ไม่มีสคริปต์ แต่พอได้ทำแล้วกลับได้เห็นข้อดี คือเราได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องมาคอยพะวงว่าไดอะร็อคต่อไปคืออะไร

ตุ่ม : ถ้าถามว่าประทับใจอะไร ต้องบอกว่าทุกตอน เพราะแต่ละวันเหตุการณ์ไม่ซ้ำ

แบงค์ : ด้วยความที่เราไม่มีสคริปต์ เมื่อเจอเหตุการณ์อะไร เราก็ต้องหาทางแก้ปัญหากันเอง แล้วทุกคนคาแร็กเตอร์ต่างกัน มีทั้งแนวเฮฮา แนวอาจารย์ฝ่ายปกครอง แล้วก็แนวครูสอนภาษาอังกฤษซึ่งทุกคนหวังดีกับเราครับ เพราะฉะนั้นอาจารย์ที่ดุๆ นักเรียนก็จะรัก(เข็ดไหม?) ไม่เลยครับ อยากไปด้วยกันอีกครับ นี่ก็กำลังรอซีซั่น 2 อยู่ครับไปไหนก็ได้ ขอไปไกลๆ ครับ และสำหรับซีซั่นแรก “ป๋าซ่าพาซิ่ง” ก็อยากให้ติดตามกันครับ ทุกวันจันทร์ 2 ทุ่มครึ่ง ทางช่อง TRUE4U 24และ TrueID ครับ

และไม่ใช่แค่ได้สนุกกับรายการเท่านั้น เพราะล่าสุด ทรูโฟร์ยู โชว์ป๋า!! จัดกิจกรรมแจกตั๋วเครื่องบินให้แฟนๆ ไปเที่ยวนิวซีแลนด์ตามรอย“ป๋าซ่าพาซิ่ง” เพียงติดตามชมรายการ และร่วมภารกิจประจำตอนทางเฟซบุ๊คทรูโฟร์ยู ผู้ได้ไมล์สูงสุด รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์ (นิวซีแลนด์) จำนวน 3 รางวัล รางวัลละ 3 ที่นั่ง รวม 9 ที่นั่งมูลค่าที่นั่งละ 131,930 บาท รวมมูลค่า 1,187,370 บาท ร่วมสนุกทางเฟซบุ๊คทรูโฟร์ยู ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 16 กรกฎาคม 2561 ประกาศผลผู้โชคดีทางเฟซบุ๊คทรูโฟร์ยู วันที่ 2 สิงหาคมนี้จ้า…

ปริมวาไล

‘ก้อย รัชวิน’เริงร่าริมสระแจกความสดใส เซ็กซี่เบาๆในชุดว่ายน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/334399

'ก้อย รัชวิน'เริงร่าริมสระแจกความสดใส เซ็กซี่เบาๆในชุดว่ายน้ำ

‘ก้อย รัชวิน’เริงร่าริมสระแจกความสดใส เซ็กซี่เบาๆในชุดว่ายน้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561, 16.36 น.

22 เม.ย.61 อากาศร้อนจนสาวๆ หลายคนต้องหนีไปตากอากาศรับลมทะเลกันที่ต่างจังหวัด หนึ่งในนั้นคือดาราสาว “ก้อย รัชวิน” หวานใจของ หนุ่ม “ตูน บอดี้สแลม” ที่ล่าสุดได้เดินทางไปพักผ่อนที่เกาะสมุย โดยเจ้าตัวไม่พลาดที่จะสลัดผ้าสวมชุดว่ายน้ำ เล่นน้ำคลายร้อนกันสักหน่อย พร้อมโพสต์รูปแจกความสดใสให้ได้ชมผ่านอินสตาแกรม งานนี้ต้องบอกเลยว่าหุ่นสาวก้อยเป๊ะและเซ็กซี่เขย่าหัวใจไม่เบาเลยทีเดียว

ดาราพาเที่ยว : ‘ปั้น’ธนพล พีชะพัฒน์ กับทริปควงแม่ท่องญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/334280

ดาราพาเที่ยว : ‘ปั้น’ธนพล พีชะพัฒน์  กับทริปควงแม่ท่องญี่ปุ่น

ดาราพาเที่ยว : ‘ปั้น’ธนพล พีชะพัฒน์ กับทริปควงแม่ท่องญี่ปุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทำงานมาเหนื่อยก็ต้องหามุมชาร์ตแบตบ้างพอมีวันว่างจากงานแสดงและธุรกิจส่วนตัวที่ปลุกปั้นขึ้นมาเองอย่าง “ไก่ทอดอร่อยเหาะ” หนุ่ม “ปั้น” ธนพล พีชะพัฒน์ ก็ขอจัดทริปสร้างสุขให้กับ คุณแม่ ด้วยการควงกันไปเที่ยวสองต่อสอง…

พาแม่ตะลุยญี่ปุ่นครั้งแรก “คุณแม่ป่วยไม่ค่อยสบาย ผมก็อยากจะพาท่านไปพักผ่อน ก็เลยพาไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันสองคนเพราะคนอื่นไม่ว่าง และว่างไม่ตรงกันสักทีผมอยากให้แม่ได้พักก็เลยตกลงไปกัน ก็เริ่มจากการเปิดอินเตอร์เนตหาข้อมูลว่าอยากจะไปที่ไหนยังไง สรุปเป็นที่ญี่ปุ่น พอไปถึงก็จัดการเองทุกอย่างครับ เป็นทริป 4 คืน 5 วัน ช่วงเวลาสั้นๆก็นั่งรถไฟฟ้าลงใต้ดินไปโน่นไปนี่ ตามจุดแลนด์มาร์คสำคัญๆ เพราะเราทั้งคู่ก็ไม่เคยไปญี่ปุ่นด้วยกัน ตอนนั้นอากาศเย็นมาก ไปช่วงฤดูหนาวแม่ชอบครับ แฮปปี้ แต่ก็เหนื่อยบ้าง เพราะผมก็พาท่านเดินเยอะเหมือนกัน ถ้าไม่บอกให้พักผมก็เดินตลอดน่ะ ก็อย่างที่บอกไปญี่ปุ่นก็ต้องเดินถูกต้องไหมครับ (หัวเราะร่วน) ซึ่งครั้งนี้ก็ไปที่ โอซาก้า ไปวัดที่เขาดังๆ ไปกินปลาดิบ แต่วันนั้นคุณแม่เป็นหวัดนิดหน่อยเพราะอากาศเย็นถามว่าคุณแม่จะเข็ดไหม ผมว่าก็แอบเข็ดนะ (หัวเราะร่วน) เพราะคุณแม่ไม่ชอบเดิน พอเดินหนักๆ แล้วมันปวดเมื่อย คือถ้าแม่ไม่ได้บอกพักก็พาเดินตลอดครับ (หัวเราะร่วน) คืออยากให้ไปเปิดมุมมอง ตัดขาดจากโลกที่บ้านซึมซับและพักผ่อนเต็มที่ครับ”

เรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่น “การไปเที่ยวแต่ละที่ ทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ ญี่ปุ่นเองก็เหมือนกัน ทำให้เราได้เห็นวัฒนธรรมเขา การใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่น เราจะเห็นว่าคนญี่ปุ่นเร่งรีบมากนะ จะมาเดินก๊อกแก๊กๆ เขาเดินชนเลยนะ ผมเคยยืนถ่ายรูปให้แม่อยู่ แล้วเดินถอยหลังๆ แล้วคนเขาก็สวนมา ซึ่งทางหลบก็มีนะ เขาก็เลือกที่จะไม่หลบ เหมือนเขามาถูกเลนของเขา ก็เดินแล้วก็ชนกับเรา ผมเลยขอโทษครับๆ ซึ่งเราก็แบบโอ้โห ประเทศเขาค่อนข้างอยู่ในกฎระเบียบ เราก็ต้องอยู่ในกฎระเบียบของเขาจะถ่ายจะทำอะไรก็ต้องระวังเลยคราวนี้”

ทริปครอบครัวในความทรงจำ “ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปเลยครับ เพราะค่อนข้างยุ่งๆ กันครับมันยากมากๆ ที่จะไปกันแบบครบทุกคน แล้วทุกวันนี้ เรื่องการเที่ยวนี่แทบจะไม่ค่อยมีในหัวเท่าไหร่ แต่สมัยก่อนจะมีบ่อย คุณพ่อพาไปน้ำตก แล้วเหมือนตอนนี้พี่ชายมีลูกแล้ว หน้าที่เขาก็จะเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ว เมื่อก่อนก็จะไปกัน 5 คน พอเที่ยวเสร็จปุ๊บก็ดูหนังกันแต่พอตอนนี้กลายเป็นว่ามีน้องมีเด็ก พอจะไปไหนก็ต้องรอน้องหลับก่อน ก็จะเป็นอะไรแบบนี้ก็เลยจะไม่ค่อยเจอกันเท่าไหร่ แต่จะเจอกันที่บ้านอยู่บ้านกินข้าวกัน”

สไตล์เที่ยวที่ชอบกับสถานที่ที่ไป “เที่ยวจริงๆ ก็ต้องมีแก๊งเพื่อนไปด้วยถึงจะสนุก ถ้าขึ้นเขาก็คงต้องขึ้นไปถ่ายรูปสวยๆ ไม่ใช่แนวปีนเขาแน่นอน (หัวเราะร่วน) น้ำตกก็โอเคถ่ายรูปก็สวยครับ เพราะส่วนตัวชอบถ่ายรูปแคนดิด เก็บภาพต่างๆ ซึ่งถ้ามีโอกาสได้ไปที่แบบเป็นธรรมชาติผมจะชอบ อย่างในประเทศก็จะมีเขาใหญ่ มีหัวหิน แต่ยังไม่ได้ไปลุยแบบแอดเวนเจอร์หนักๆ ยังไม่เคย ก็อยากหาเวลาว่างไปอยู่ครับ”

อย่ามั่วแต่ทำงานจนลืมให้รางวัลตัวเอง กับการออกไปเห็นโลกใหม่ๆ ด้วยการเที่ยวนะคะ เพราะยังมีธรรมชาติสวยๆ รอให้เราเก็บภาพและสัมผัสความสวยงามอีกเพียบ

หยินหยาง

‘พอร์โต้ ชิโน่’ ปลื้มกระแสตอบรับดีเยี่ยม!!! คอนเสิร์ต ‘Chang Music Connection : ยกทีมเพื่อนซี้ ปาร์ตี้สงกรานต์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/334265

‘พอร์โต้ ชิโน่’ ปลื้มกระแสตอบรับดีเยี่ยม!!!  คอนเสิร์ต ‘Chang Music Connection : ยกทีมเพื่อนซี้ ปาร์ตี้สงกรานต์’

‘พอร์โต้ ชิโน่’ ปลื้มกระแสตอบรับดีเยี่ยม!!! คอนเสิร์ต ‘Chang Music Connection : ยกทีมเพื่อนซี้ ปาร์ตี้สงกรานต์’

วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแบบสนุกสุดเหวี่ยงและสุดแสนประทับใจ! สำหรับคอนเสิร์ต“Chang Music Connection @ Porto Chino: ยกทีมเพื่อนซี้ ปาร์ตี้สงกรานต์” ซึ่งศูนย์การค้าพอร์โต้ ชิโน่(Porto Chino)ที่สุดของไลฟ์สไตล์มอลล์สมุทรสาครร่วมกับเครื่องดื่มตราช้าง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสุดชุ่มฉ่ำด้วยระบบแสง สีเสียงสุดอลังการ พร้อมสาดความสนุกกับกองทัพศิลปินชื่อดังที่ยกขบวนกันมาสาดความมันส์ สร้างสีสันแบบต่อเนื่อง ให้แฟนเพลงทั้งร้องทั้งแดนซ์กระจายตลอดงาน 3 วันมีผู้เข้าร่วมงานทะลุ 30,000 กว่าคนกันเลยทีเดียวเชียว!

งานนี้ขาโยกทยอย Check-in! ความมันส์กันตั้งแต่วันแรกกับแร็ปเปอร์ตัวพ่อ โจอี้บอยแอนด์เดอะแก๊งค์ สิงห์เหนือเสือใต้ DJ สไปด้ามังกี้ไม่ว่าจะเป็นเพลงยกมือขึ้นที่เรียกเสียงกรี๊ดสนั่น!พร้อม Put your hands up ไปพร้อมกันแท็กทีมต่อด้วยหนุ่มวง 25Hours ด้วยเพลงฟ้าเป็นใจ เที่ยงคืนสิบห้านาที คนข้างๆ

เสริมทัพความมันส์วันที่สองกับ 2 คู่ซี้ขาร็อก เริ่มด้วย กวาง AB NORMAL มาพร้อมเพลงอย่าทำให้ฉันรักเธอ เวอร์ชั่นขาร็อก ตามด้วยเพลง I’m Sorry โปรดส่งใครมารักชั้นที ปิดท้ายด้วย หนุ่ม-วงกะลามาโชว์เสียงทรงพลังในเพลงซึ้งๆ แอบเป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าเธอหลายใจส่งท้ายความสนุกสนานวันที่สามด้วยวงดนตรีร็อกชื่อดัง ลาบานูน ที่ขนเพลงฮิตโดนใจอาทิ ยาม เท่าเดิม เชือกวิเศษ และเพิ่มดีกรีความสนุกด้วยวง LOMOSONIC สร้างความบันเทิงเขย่าฟลอร์ทำเอาแฟนเพลงออกสเต็ปโชว์ลีลาแดนซ์แบบเต็มเหนี่ยวกันเลยทีเดียว

กว่าจะได้ชัก(wow) 4 สาวยอมเข้าคอร์ส..ละลายพฤติกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/334266

กว่าจะได้ชัก(wow) 4 สาวยอมเข้าคอร์ส..ละลายพฤติกรรม

กว่าจะได้ชัก(wow) 4 สาวยอมเข้าคอร์ส..ละลายพฤติกรรม

วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แค่ชื่อเพลงก็สะดุดหูชวนคิดไกลไปไหนต่อไหน แต่แท้ที่จริงชื่อเพลงชัก(wow)ก็เป็นการเล่นคำเอาภาษาไทยและภาษาอังกฤษมาผสมกันให้ออกมาเป็นชื่อเพลงเก๋ๆ เท่านั้น สำหรับผลงานการรวมตัวเฉพาะกิจของ 4 สาวศิลปินเดี่ยวสายลูกทุ่งค่าย Mellow Me(เมโล่ว์ มี) “เก้า พิชชี่-แบง พริกลาว-บอลลูน เสียงทอง-ซิน ซินเดอเรลล่า” ในวันนี้ 4 สาวออกมาเล่าถึงการรวมตัวและการทำงานครั้งนี้ให้ฟังว่า

“ตอนที่ได้เห็นเนื้อเพลงๆ นี้พวกเราก็ร้องว้าวแล้วค่ะตื่นเต้นมากกับการทำงานครั้งนี้ แต่ก็มีบางคนแอบคิดหนักอยู่เหมือนกัน อย่างแบงกับบอลลูน เพราะเราสองคนจะถนัดเพลงช้ามากกว่า มาเพลงนี้เรียกว่าฉีกแนวของเราสองคนออกไปมาก ก็ต้องมีการรวมตัวนัดกันมาละลายพฤติกรรมพอสมควรค่ะ ทั้งไปเรียนเต้น ฟิตติ้งเสื้อผ้า ดีไซน์การร้อง แบ่งท่อนด้วยกันให้เพลงออกมาดีและลงตัวที่สุด แรกๆ ก็เขินๆ เกร็งๆ แต่ต่างคนก็ช่วยกันให้กำลังใจกันทำให้ผ่านไปได้และพอผลงานเสร็จออกมาก็ชื่นใจมากเลยค่ะ เป็นการทำงานที่ได้รับประสบการณ์ใหม่หลายอย่าง สนุกและมีความสุขมากจริงๆ ตอนนี้มิวสิกฯก็มีให้ชมกันแล้วด้วย อยากให้ตามไปดูกันนะคะกับท่าเต้นท่อนฮุคของเพลงนี้ จะได้มาสนุกกับเพลงชัก (wow) ด้วยกันค่ะ”

‘โก้ มิสเตอร์แซกแมน’ สานต่อความสำเร็จ เทศกาลดนตรีแจ๊สประจำปีของไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/334264

‘โก้ มิสเตอร์แซกแมน’ สานต่อความสำเร็จ  เทศกาลดนตรีแจ๊สประจำปีของไทย

‘โก้ มิสเตอร์แซกแมน’ สานต่อความสำเร็จ เทศกาลดนตรีแจ๊สประจำปีของไทย

วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท ฮิตแมน จำกัด เทศบาลเมืองหัวหิน และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าสานต่อความสำเร็จของเทศกาลดนตรีแจ๊ส สุดยิ่งใหญ่ประจำปีของประเทศไทย “Hua Hin International JazzFestival 2018 : Open To The New Shades” หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ล่าสุดจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ ล็อบบี้ เลานจ์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 23 โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณพงษ์พันธ์วิเชียรสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ / คุณไพลิน กองพันธ์รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน / คุณธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย / คุณวิชาติ จิราธิยุตกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตแมน จำกัด และ คุณเศกพล อุ่นสำราญ หรือ โก้ มิสเตอร์แซกแมนร่วมกันแถลงข่าวพูดคุยถึงการจัดงานในครั้งนี้นอกจากนี้ภายในงานยังมีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในวงการเพลงแจ๊สมาร่วมงานอย่างคับคั่ง

โดยปีนี้ “Hua Hin International Jazz Festival 2018 : Open To The New Shades” จัดขึ้นวันที่ 18-19 พฤษภาคม 2561 ณ ชายหาดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ (บริเวณด้านหน้าโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท แอนด์ วิลลา หัวหิน) และยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด Open To The New Shades พร้อมกันนี้ได้เชิญสุดยอดศิลปินแจ๊สชื่อดังจากทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น. ภายในงานมี 2 เวทีให้เลือกชม ต้อนรับการเข้าชมงานกับเวที Open Stage เวทีที่รวมศิลปินดาวรุ่งน้องใหม่ และเวที
Beach Stage พบกับกองทัพศิลปินแจ๊ส ที่คุณจะเพลิดเพลินกับเสียงเพลงและบรรยากาศติดชายทะเลหัวหิน โดยทุกท่านสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อตอกย้ำความเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวระดับนานาชาติอย่างแท้จริง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.huahininterjazz.com หรือ Facebook Hua Hin International Jazz Festival

Star Retro : ส่องชีวิต ‘บุพเพสันนิวาส’ จุ๊บแจง-วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/334282

Star Retro : ส่องชีวิต ‘บุพเพสันนิวาส’  จุ๊บแจง-วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ

Star Retro : ส่องชีวิต ‘บุพเพสันนิวาส’ จุ๊บแจง-วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ

วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับ “จุ๊บแจง-วิมลพันธ์ชาลีจังหาญ” หรือ “อีจวง” หนึ่งในแก๊งบ่าวเรือนใหญ่ของคุณหญิงจำปา จากละครดังแห่งปี “บุพเพสันนิวาส” ของทาง ช่อง 3 ซึ่งการเดินทางมาถึงวันนี้ของจุ๊บแจงนั้น เรียกว่าไม่ธรรมดา สตาร์เรโทรสัปดาห์นี้จึงพาไปส่องชีวิตที่ผ่านมาของเธอแบบหมดเปลือก

โชคชะตาฟ้าลิขิต

ต้องบอกว่าจุ๊บแจงฟลุคมากค่ะ คนที่อยากจะเข้าสู่วงการบันเทิงบางทีก็ไม่มีโอกาส เราถือว่าเป็นคนที่โชคดีมาก ไม่ได้คิดว่าจะมาอยู่ในวงการบันเทิง เพราะเป็นคนขี้อายมาก (เน้นเสียง) เวลารายงานหน้าชั้นเรียน อายสุดๆ แต่ปรากฏว่าเราเอนทรานซ์ติดพยาบาล เชียงใหม่ แต่ว่าแม่ไม่ให้ไปเชียงใหม่ โอเค..ถ้าแม่ไม่ให้ไปก็จะพยายามเรียนอะไรที่จบเร็วๆ สามปีครึ่ง ก็เลยมาเรียนคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ก็เรียนไปทำงานไป ทำ Backstage ทำเสื้อผ้า ทำพร็อพ อยู่เบื้องหลังทั้งหมด จนกระทั่งวันหนึ่ง อาป้ำ-กฤษณพงษ์ นาคธน มาถ่ายละครที่มหาวิทยาลัย แล้วเห็นเรา ซึ่งตอนนั้นเราผมยาวหัวหยิกๆ เขาก็ถามว่าอยากเล่นละครไหม เราก็บอกไม่อยาก เพราะอยากเรียนให้จบ แต่เพื่อนก็บอกว่า เราเรียนนิเทศฯ ถ้ามีโอกาสได้ทำงานตรงตามที่เรียนถือว่าโชคดีนะ และยังได้ตังค์ด้วย เราก็เลย โอเค ลองดู แล้วก็ได้มาเล่นละครเรื่องแรกคือเรื่อง “1 2 3 ชู๊ต” ช่อง 9 หลังจากนั้นก็มีงานโฆษณา ถ่ายหนังสือ มิวสิกวีดีโอ แล้วก็รับละครเท่าที่จะรับได้ เพราะต้องเรียนด้วย แต่พอเรียนจบก็ทุ่มเททำงานในวงการบันเทิงเต็มที่ ทำมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ 27 ปีแล้ว

ผ่านมาแล้วทุกบทบาท

เมื่อก่อนเป็นนักแสดงกลุ่มนิวคิดส์ จากค่ายไฟว์สตาร์ อาต๋อย-นฤมล นิลวรรณ เป็นผู้จัด แล้วก็มีเป็นนางเอกคู่สอง คู่สาม อย่างเรื่อง “หวานมันส์ ฉันคือเธอ ภาค 2” จุ๊บเป็นลำนำ คู่กับ กวี (เจสัน ยัง) จริงๆ ตอนแรกลืมไปแล้วนะ พอดีกลับมาเจอ เจสัน ยัง ในกองถ่าย“กำไลมาศ” ก็เลยจำกันได้ หลังจากนั้นจุ๊บก็เล่นเป็นตัวร้ายบ้าง หลากหลายบทบาทมาก คนใช้ คนไม่ดี สารพัดเล่นมาเกือบทุกตัว ถามว่าสนุกตัวไหนก็คงเป็นการเล่นร้ายนะ เพราะก็เป็นสีสันของเรื่อง เป็นภาพจำอย่างตอนเล่น “กำไลมาศ” ก็เล่นเป็น เจิม ถือว่าเป็นความสะใจ (หัวเราะ) การที่เราได้บทที่หลากหลายก็ดีใจค่ะ

งานเบื้องหลังที่โชกโชน

ล่าสุดเพิ่งทำคอสตูม เสื้อผ้า สไตลิสต์ ละครเรื่อง “คุณย่าดอตคอม” จริงๆ จุดหักเหที่มาทำเรื่องเสื้อผ้าก็เพราะแม่ก้อย (ทาริกา ธิดาทิตย์) กับ น้องเอิน (นิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล) ตอนนั้นทำละครเรื่อง “แผนร้ายพ่ายรัก” น้องเอินมาทำละครแรกๆ เขาก็อยากได้มุมมองใหม่ๆ ก็เลยเรียกเราไปออกแบบทำสไตลิสต์ให้ เราก็ไปทำให้ช่วงแรก แล้วก็มีเรื่อง “บัวแล้งน้ำ” คือเราก็จะมีทีม จัดเซตทีมเข้าไปทำในแต่ละกองถ่าย ส่วนตัวจุ๊บเองถ้าทำงานเสร็จก็จะไปกองเกือบทุกวัน เพื่ออยากจะไปดูว่ามีปัญหาขาดตกบกพร่องตรงไหนไหม งานที่เราทำไปมีอะไรต้องแก้ไขหรือเปล่า จนผู้จัดบอกว่าไม่ต้องมาก็ได้ เราก็อยากไปน่ะ แล้วนอกจากเป็นคอสตูม หน้าที่ผู้ช่วยผู้กำกับ ก็เคยทำนะคะ เรื่อง “สุริยัน จันทรา” ของอาต้อย-เศรษฐา มี เจิน-วรัญญา
เจริญพรสิริสุข เป็นนางเอก

ถ่ายทอดวิชาความรู้สู่รุ่นหลัง

ถ้าทางมหาวิทยาลัยเชิญมาก็ไปค่ะ ให้ความรู้สอนพิเศษเกี่ยวกับการแสดง วงการบันเทิง แล้วก็สอนการแสดง แล้วแต่สถาบันไหนจะเชิญไป ก็มีสอนที่ มีฟ้า และอีกหลายๆ ที่ ก็ชอบที่จะเป็นครูสอนการแสดงนะ เพราะถือเป็นการเคาะสนิมในตัวเราไปด้วย เหมือนเราจะได้มองดูตัวเราเองด้วย เราก็เลยสนุกมากกว่า แต่อาชีพหลักที่เราอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้เลยก็คืออาชีพนักแสดงนี่แหละ คือเราเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบครอบครัวมีพี่น้อง 6 คนเราเป็นพี่คนโต พอพ่อเสียก็ต้องดูแลน้องๆ ทั้ง 5 คน

อาชีพเสริม เพิ่มเติมรายได้

คือการได้เล่นละคร ผู้จัดหรือใครเขาก็ไม่ได้เรียกเราเล่นทุกเรื่อง ก็เลยเปิดร้านขายเสื้อฟ้าชื่อร้าน “อีโกลด์ ฟลาวเวอร์” มาจากคาแร็กเตอร์ตัวละคร เรื่อง “บ้านไร่ชายทุ่ง” ของช่อง 3 เป็นซิทคอมที่เราเล่นเป็นตัวร้าย สมัยก่อนเปิดที่จตุจักร 1 ปี เพื่อเก็บเงิน แล้วมาเปิดที่ สยามสแควร์ ซ.4 เปิดมา 7-8 ปี แล้วปิดร้านไปทำขายส่งที่ประตูน้ำ ใบหยก ขายส่งได้ประมาณ 5 เดือน ขายดีมากนะ แล้วไฟก็ไหม้ เราก็โยกไปอยู่ที่ ใบหยก 2 พอใบหยก 1 สร้างเสร็จก็กลับเข้ามาใหม่ ตอนนั้นขายดีมาก ลูกค้าต่างชาติเยอะเลย เพราะเสื้อผ้าเราจะสีสันคัลเลอร์ฟูล แล้วจู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองขึ้น เดือนหนึ่งเปิดบิลแค่ 4 บิล อีก 20 กว่าวันเงียบ สต๊อกเสื้อผ้าเต็มเลย เพราะอาทิตย์หนึ่งออกแบบเสื้อผ้า 10 แบบ แบบละ 500 ตัว คละสี คละแบบ ครบไซน์ ก็ถือว่าวิกฤติเลยล่ะ ถ้าเปิดร้านต่อไปเราต้องตายแน่ๆ เลยหยุด หมดสัญญาเช่าก็ไม่ต่อ ของสต๊อกที่มีอยู่เราก็เอามาขายตอนงานช่อง 3 ทีวี 3 สัญจร ตลาดนัด ตามห้างที่เขามีศิลปินดาราให้ไปขายของได้ กระจายไป กว่าจะหมดสต๊อกก็เกือบ 2 ปี

เหมือนทุกอย่างจะดีขึ้น เกิดวิกฤติน้ำท่วมหลังจากเพิ่งเปิดร้านขายของที่เมเจอร์รัชโยธิน ทำให้เศษฐกิจซบเซา ก็เลยปิดร้านไม่ต่อสัญญา แล้วก็มาเปิดบริษัททำอีเว้นท์ ทำรายการทีวี ป้อนช่องเคเบิ้ลต่างๆ ตอนแรกก็คิดว่าทำสักรายการสองรายการ สุดท้ายก็ทำไป 5-6 รายการเลยน่ะ (หัวเราะ) แล้วลูกค้าเต็มตลอด เราเป็นพิธีกรเอง แล้วเอาเพื่อนนักแสดงมาทำพิธีกรด้วย แล้วอยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนระบบ โดนอีกแล้วครับท่าน (หัวเราะ) ชีวิตเป็นอย่างนี้จริงๆ ขึ้น-ลง เราก็เลยรู้สึกว่าเศษฐกิจไม่ได้ดีแล้วล่ะ หยุดพัก

ทุกปัญหามีไว้แก้ไขและเริ่มต้นใหม่

เครียดมากเหมือนกันช่วงนั้น ก็เลย เอาวะ เป็นลูกจ้างเขาอย่างเดียวแล้วกัน ก็รับทำพิธีกร เล่นละคร อย่างเดียวไปเลย หยุดทำธุรกิจตัวเอง ถือว่าที่ผ่านมาเป็นช่วงวิกฤติในชีวิตเรา บางคนก็อาจจะคิดว่าเป็นหนี้ โดนทุกอย่างแบบนี้ คิดสั้น เครียด แต่เราชอบนะ ซึ่งก็ยอมรับแรกๆ เครียด แต่เราก็รู้สึกว่าดวงชะตาเราก็คงเป็นแบบนี้ล่ะมั้ง คนเราถ้ายังไม่สิ้นหนทาง มีมือ มีเท้า เราก็ต้องสู้ดิ้นรนต่อไป ทำให้เราดีที่สุด ทุกวันนี้ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เพียงแต่ว่าก็รอให้เศรษฐกิจดีกว่านี้ ถ้าถามว่าตอนนี้ทำอะไรก็คือ รับทำอีเว้นท์ ทำทุกอย่างที่ใครให้เราทำ ใครจ้างก็ทำ เราไม่ชอบปล่อยโอกาสให้หลุดมือ เราเป็นคนไม่เกี่ยงเงินน้อย ไม่คอยวาสนา เพราะว่าเราคิดว่า คนขยันเท่านั้นที่จะไม่อดตาย แค่นั้นสโลแกนในใจ

แจ้งเกิดใหม่

ถามว่าตลอด 27 ปี มีคนจำเราได้ไหม จำได้นะ ว่าเออคนนี้เล่นละคร แต่สำหรับละคร “บุพเพสันนิวาส” กระแสตอบรับดีมาก จริงๆ บทของ จวง ก็เป็นส่วนเล็กๆ ของเรื่อง ที่เป็นตัวสีสัน เป็นเหมือนผงชูรสที่เขาปรุงให้มีรสชาติ ถามว่าเป็นเรื่องแจ้งเกิดให้เราไหมก็เรียกได้ว่าแจ้งเกิดนะ เพราะว่า เป็นบุพเพสันนิวาส ฟีเวอร์ไปเลย ทั้งประเทศเลย รวมถึงต่างประเทศด้วย เพื่อนจุ๊บที่อยู่ต่างประเทศก็จะอินบ็อกมา ไลน์มา เฟซไทม์มาหา แล้วบอกว่าคนที่โน่นติดมากเลยนะโดยเฉพาะร้านอาหารไทย หรือว่าคนไทย เขาน่ารักนะ คือที่ต่างประเทศเขาจะจับกลุ่มกัน คนไทยด้วยกันไปดูด้วยกันแล้วเขาก็จะมีนัดกันใส่ชุดไทยไปกินข้าวมาเจอกัน คืออาจจะด้วยคิดถึงบ้านก็ส่วนหนึ่ง ก็มีทำมะม่วงน้ำปลาหวานกินกัน เพื่อนที่โน่นเล่าให้ฟัง คือเขาคิดถึงความเป็นไทย

กระแสกับชีวิตประจำวัน

เหมือนเดิมทุกอย่าง ล่าสุดไปที่อยุธยา เด็กเล็กๆ ประมาณ 5-6 ขวบ วิ่งเข้ามาเรียกชื่อเรา พี่จวงๆ เราก็ดีใจนะ เออเขาก็ยังรู้ ส่วนจุ๊บเองก็ทำตัวและรู้สึกเหมือนเดิมทุกอย่างหรืออย่างบางทีเราวิ่งงานรถติด ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไป เขาก็จำเราได้ คนทั่วไปก็จำได้ทักทายกันปกติ เราก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิมทุกอย่าง เดินไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อไปไหนมาไหนทำทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงค่ะ อาจจะมีบางคนพูดว่าตอนนี้ บุพเพฯ ดังมากเลยนะ จุ๊บสบายแล้วสิ โน่นนี่นั่น แต่เราก็อยากจะบอกว่ายังเป็นเหมือนเดิมทุกอย่างนะ แต่เราดีใจที่เราไปไหนคนวิ่งเข้ามาขอถ่ายรูป แฮปปี้ดีใจที่เขาเห็นผลงานเรา รักที่เราเป็นตัวละคร เราก็ปลื้มใจดีใจ ขอบคุณไม่ว่าจะเป็น พี่หน่อง (อรุโณชา ภาณุพันธุ์) พี่ใหม่ (ภวัต พนังคศิริ) ช่อง 3 ก็ให้ความเมตตาเรามาตลอด รวมถึงนักแสดง ทีมงานทุกคน น่ารักให้ความเอ็นดู เคมีลงตัว ลงบล็อก เราโชคดีมากๆ เลยถึงแม้ว่าเราจะเป็นส่วนเล็กของละคร แต่ก็ทำให้เรารู้สึกว่าอิ่มใจ เบิกบาน อย่างวันที่รำแก้บนเรารู้สึกดีใจมาก อย่างที่บอกไม่เคยมีแฟนคลับมาตามเรา มาให้กำลังใจเรามีแฟนคลับถามว่าวันนี้จะไปไหนยังไง ซึ่งเมื่อก่อนไม่มี

ความผูกพันกับอาชีพนักแสดง

เมื่อก่อนละครยังไม่ได้อยู่ในสายเลือดของเรา อย่างที่บอกว่าการเข้าสู่วงการบันเทิงเป็นการจับพลัดจับผลูฟลุคๆ มา ก็เลยเหมือนกับว่า เออทำก็ได้เพราะจะได้ต่อยอด มีงานในวงการบันเทิงทำเบื้องหลัง แต่พอมาเล่นละครไปเรื่อย 4-5 ปี มันเริ่มซึมสู่กระแสเลือด พอไม่ได้เล่นละครแล้วคิดถึง เรามีความรู้สึกว่า เฮ้ยบทแบบนี้มันต้องขยี้แบบนี้ กลายเป็นแบบว่าเรารักมัน รักละคร หลอมรวมเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กลายเป็นอยู่ในสายเลือดเราไปแล้ว ถามเราว่าเรารักอะไร เราก็บอกเลยว่า เรารักที่จะได้เล่นละคร อยากจะเล่น อยากจะทำ พอทำแล้วมีความสุข เรามีความสุขเวลาอยู่ในกองหรือเข้าฉาก เราจะดูตลอดว่าเราจะต้องเล่นแบบไหน แค่ไหน คือละครแต่ละเรื่องก็เหมือนกับกับข้าวหม้อหนึ่งหรือผัดจานหนึ่งที่ผู้จัดก็จะไปเลือกวัตถุดิบในตลาดสดหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วก็หยิบๆ มา แล้วผู้กำกับจะเป็นพ่อครัว แม่ครัว ในการปรุงรส แล้วเราก็เป็นอีกหนึ่งรสชาติที่เขาให้ใส่ลงไปในละครแต่ละเรื่อง

ฝากให้คิดเตือนสติดาวรุ่งดวงใหม่

วงการนี้คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า วงการนี้สวยหรู หอมหวาน มีชื่อเสียง มีคนนับหน้าถือตา มีคนดูแลเทคแคร์เหมือนเป็นเทวดา แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นการที่เราจะอยู่ในวงการบันเทิงให้ยาวนานที่สุด จุ๊บชอบคุยกับดารารุ่นเก่าๆ นะการที่เรายึดมั่นแค่ไม่กี่อย่าง นั่นคือ ตรงต่อเวลามีสัมมาคาระวะ ซื่อสัตย์ต่อตัวเองและเพื่อนร่วมงาน แค่นี้คุณก็สามารถอยู่ในวงการบันเทิงได้อย่างยาวนาน ถ้าเราตั้งใจผู้กำกับเขาเห็นเราตั้งใจแล้วแต่ยังไม่ได้เขาก็อยากจะถ่ายทอดพลังงานต่างๆ ให้ ก็อยากจะฝากน้องๆ รุ่นใหม่ พรสวรรค์ใครมีอยู่แล้วก็ปุ๊บปั๊บเข้ามาได้เลย ก็อยากให้รักษาไว้ให้นานๆ ส่วนคนที่อยากเข้าวงการบันเทิงไม่มีพรสวรรค์แต่มีพรแสวง ก็อยากให้หมั่นฝึกฝนหมั่นดูหนังดูละคร ฝึกที่บ้านกับกระจก เพราะกระจกคือครูที่ดี ค่อยๆ ฝึกฝนให้เราเก่งเก็บชั่วโมงบินให้สูงๆ ได้ แต่ถ้าใครเข้ามาแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจที่เล่นไปไม่กี่เรื่องก็ยังไม่ดังไม่มีคนรู้จัก คนไม่จำ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่จังหวะเวลาและโอกาส ถ้า 3 อย่างนี้มาปุ๊บคลิกเดียวลงตัว กำลังใจเราสร้างได้ด้วยตัวเอง ใจต้องเข้มแข็ง เรื่องต่อไปถ้ามีโอกาสได้เล่นก็ทำการบ้านให้เต็มที่ ถ้าสังเกตดีๆ ในละครบุพเพสันนิวาสฉากไหนที่คนไหนออกมาเขาเล่นขยี้กันเต็มที่เลยนะ ทุกคนขยี้เพราะเป็นซีนของเขา ต้องขายความเป็นเขา เป็นจุดๆ หนึ่งที่สำคัญนั่นก็คือความตั้งใจในการทำงานในหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่

อัพเดทชีวิตครอบครัว

คือตอนเราเด็กๆ ก็จะมีแบบว่า คบกัน บางคนไม่เข้าใจหรอกว่าเรามีภาระครอบครัวทั้งน้อง และหลาน จุ๊บส่งเสียน้องเรียนจบปริญญาตรีครบทั้ง 5 คนล่าสุดรวมถึงหลานสาวที่เป็นลูกของน้องชายที่เสียชีวิตไป เราก็ส่งเสียให้เขาเรียนจนจบปริญญาตรี พอหลานเรียนจบ จุ๊บก็อาจจะแต่งงานประมาณสิ้นปีนี้แหละค่ะ เพราะคนที่เราคบอยู่ก็คบกันมานานแล้วนะ เกือบ 21 ปี เขาทำงานเบื้องหลังนี่แหละค่ะ เขาก็รอเรามาตลอด ไม่ได้เร่งรีบอะไร คิดว่าถ้าทุกอย่างลงตัว ก็คงทำพิธีง่ายๆ ให้ผู้ใหญ่รับรู้ มีพิธีเช้า เลี้ยงเพื่อนๆ พอแล้วล่ะ เพราะเราเป็นคนขี้เกรงใจไง กลัวดูแลแขกที่มาไม่ทั่วถึง แล้วพอแต่งเสร็จถามว่ามีทายาทไหม ไม่มีค่ะ เพราะเลี้ยงน้อง เลี้ยงหลานมาเยอะแล้ว อยากจะแบบว่าแก่ๆ แล้วไปเที่ยวโน่นนั่นนี่ตามประสา ส่วนละครถ้ามีคนจ้างก็ยังเล่นค่ะ

ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว

เป็นคนชอบเที่ยวเชิงบุญค่ะ ไปไหว้พระบ่อยมาก ถ้ามีโอกาสก็จะไปไหว้พระที่พม่า ปีหนึ่งก็หลายครั้งค่ะ ปีนี้ก็ไปที่มัณฑะเลย์ พระธาตุอินแขวน หรืออย่างไปฮ่องกงก็ไปไหว้ครบที่สำคัญๆ และในทุกๆ เดือนก็จะไปเติมน้ำมันตะเกียง ปฏิบัติธรรม ก็จะเป็นอย่างนี้ คือเหมือนเรามาถึงจุดๆ หนึ่งไม่มีใครมาอยู่กับเราจนตาย เราก็ต้องอยู่กับตัวเองให้ได้ แล้วจุ๊บก็เป็นคนที่ทำอะไรด้วยตัวเองได้ ไปไหนด้วยตัวเองคนเดียวได้ เพราะว่าตอนเราเข้าวงการบันเทิงมาแรกๆ ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ มาคอยตามเราที่กองถ่ายนะ เราไม่มีผู้จัดการส่วนตัว ดูแลตัวเอง จัดคิวเอง คุยงานเองทำเองทุกอย่าง เรามีความรู้สึกว่าเราช่วยเหลือตัวเองมาตลอด เราก็เลยแบบว่าอะไรที่เราทำเองได้เราก็ทำ

ฝากผลงานเรื่องต่อไป

มี “ปี่แก้วนางหงส์, ด้วยแรงอธิฐาน, วัยแสบสาแหรกขาด 2” ทางช่อง 3 แล้วก็รับทำเสื้อผ้าคอสตูมเหมือนเดิม อีเว้นงานจ้างพิธีกรต่างๆ รับหมดค่ะ แต่ช่วงนี้อาจจะมีลูกค้ามาซื้อสปอนเซอร์รายการเราเยอะขึ้นเพราะเห็นเราจากละคร ก็ส่งผลให้เรามีงานเพิ่มขึ้นนิดหนึ่งค่ะ (ยิ้ม)

อย่าทำงานเพลินจนลืมแบ่งเวลาเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวนะคะ “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าค่ะ

กุหลาบสีเงิน

‘มิกค์ ทองระย้า’ แอ่วเหนือ สืบสานประเพณีปอยส่างลอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/334276

'มิกค์ ทองระย้า' แอ่วเหนือ  สืบสานประเพณีปอยส่างลอง

‘มิกค์ ทองระย้า’ แอ่วเหนือ สืบสานประเพณีปอยส่างลอง

วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จบลงด้วยความประทับใจสุดๆ กับกิจกรรมเช้านี้เที่ยวข้ามภาค จ.แม่ฮ่องสอน ที่ทาง รายการเช้านี้ที่หมอชิต (เวลา 06.00-07.30 น. ทางช่อง 7HD) ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดขึ้น โดยให้พระเอกช่อง 7 สี มิกค์ ทองระย้า ทำหน้าที่พา 10 ผู้โชคดีที่ร่วมสนุกกิจกรรมได้ไปสัมผัสประเพณีปอยส่างลอง งานนี้ได้ใกล้ชิดพระเอกดัง แถมสัมผัสธรรมชาติและประเพณีสุดดีงาม เรียกว่าคุ้มจริงๆ

ตลอดทริปพระเอกหนุ่มหล่อของเราอาสาพาเที่ยวแบบเป็นกันเอง ทำเอาผู้โชคดียิ้มปลื้มกันเป็นแถวกับความน่ารักที่แสนดีทั้งในจอและนอกจอโดยเริ่มต้นทริปเมืองสามหมอกกันที่ วัดพระธาตุดอยกองมู ชมความงดงามของพระธาตุเจดีย์ทั้งสององค์สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจ.แม่ฮ่องสอน เพื่อความเป็นสิริมงคล และไปจิบกาแฟที่ร้านชื่อเก๋ว่า “ก่อนตะวันลับแนวเหลี่ยมภูผา” ที่อยู่บนดอยกองมู
ที่นี่ได้นั่งดื่มด่ำรสชาติกาแฟ และยังได้ชมวิวพระอาทิตย์ค่อยๆ ลับแนวเหลี่ยมภูผาตามชื่อร้าน และก่อนเข้านอนในค่ำคืนวันแรก ผู้โชคดีทุกคนยังได้มีช่วงเวลาดีๆ กับมิกค์อย่างใกล้ชิดอีกด้วย เรียกว่าฟินกันก่อนเข้านอน

ตื่นเช้าวันรุ่งขึ้น ได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรตอนเช้าที่ สะพานไม้ “ซูตองเป้” ภาษาไทยใหญ่ แปลว่า “ความสำเร็จ”ซึ่งเป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในไทย ถือเป็นสะพานไม้แห่งศรัทธาที่เชื่อว่าใครมาอธิษฐานบนสะพานแห่งนี้จะสำเร็จมาถึงช่วงไฮไลท์กับงานประเพณี “ปอยส่างลอง”ที่หน้าวัดกลางทุ่ง สัมผัสความสนุกสนานของขบวนแห่ครัวหลู่ของชาวไทยใหญ่ที่แม่ฮ่องสอน มิกค์ ทองระย้า พร้อมแฟนๆ รายการ ต่างร่วมสนุก ฟ้อนรำกันอย่างสนุกสนานเต็มอิ่มกับวัฒนธรรมกันแล้ว ได้เวลาเติมพลังกับธรรมชาติที่ภูโคลนกันต่อ แหล่งน้ำแร่และโคลนธรรมชาติที่มาจากสายน้ำแร่ใต้พื้นดิน อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์กับผิวหนัง ซึ่งมีเพียง 3 แห่งในโลกเท่านั้น และหนึ่งในนั้นอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเรียกว่าทริปนี้อัดแน่นด้วยความสุขจริงๆติดตามการร่วมสนุก “เช้านี้เที่ยวข้ามภาค” ครั้งต่อไปได้ทาง Facebook Fanpage : เช้านี้ที่หมอชิต

ดาราแห่ร่วมบุญ ทอดผ้าป่า ‘วัดแม่ลอยไร่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/334278

ดาราแห่ร่วมบุญ ทอดผ้าป่า ‘วัดแม่ลอยไร่’

ดาราแห่ร่วมบุญ ทอดผ้าป่า ‘วัดแม่ลอยไร่’

วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มีบุญมาบอกต่ออยู่เรื่อยๆ สำหรับ “หมอต้องจิตต์ ติดจรวด” หรือ “สมพล รุ่งกิติพงษ์พันธ์” ล่าสุดจัดงานบุญทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล หาปัจจัยซื้อกระจกทองคำประดับวิหาร วัดแม่ลอยไร่ อ.เทิง จ.เชียงราย ขึ้นที่บ้านต้องจิตต์ ศูนย์การค้าเมโทร เวสต์ ทาวน์ ถ.กัลปพฤกษ์ กรุงเทพฯ โดยพิธีเริ่มตั้งแต่ช่วงสาย ภายในงานจัดให้มีการทำบุญสรงน้ำพระพุทธรูป เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย หรือเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน ต่อด้วยถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ 9 รูป ร่วมเป็นเจ้าภาพผ้าป่าสามัคคี และถวายสังฆทานอาหารแห้ง เพื่อนำไปทำโรงทานในโอกาสต่อไป

ซึ่งมีเหล่ากัลยาณมิตรแก๊งบุญ และศิลปินดารา อาทิ ปั๊ป-พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข(ปั๊บ โปเตโต้), ใบเตย-สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ, แพร-ณัฏฐธิดา ดำรงวิเศษพาณิชย์, คริษ-คริษฏา เรดฟอร์ด รวมทั้ง คุณศวิษฐ์ อุทัยเฉลิม, คุณเจติยา วรุตาดาสิริ และ คุณปิยะวัฒน์ ใจเที่ยงธรรม ผู้บริหารและผู้กำกับจากซีรี่ส์ My Dream The Series นายในฝัน ค่าย Playeminent ตบเท้ามาร่วมบุญ เป็นเจ้าภาพผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ สรุปยอดผ้าป่ารวมเป็นเงินทั้งสิ้น 253,987 บาท นอกจากนี้ในช่วงบ่ายหมอต้องจิตต์ยังได้จัดให้มีพิธีลงพระลักษณ์หน้าทอง ที่ได้รับการสืบทอดวิชามาจากบรมครู“หลวงปูกาหลง เขี้ยวแก้ว” อันเป็นพิธีเสริมเมตตาบารมี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ให้แก่ประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจอีกด้วย