รีบฟังก่อนโดนลบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/333125

รีบฟังก่อนโดนลบ

รีบฟังก่อนโดนลบ

วันจันทร์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.
แค่ชื่อก็เรียกความสนใจแล้ว กับเพลงใหม่ของ4 หนุ่มวง Gliss ที่โด่งดังมาจากเพลง “ถอย” จนยอดวิวทะลุมากกว่า 200 ล้านวิวในยูทูบ เป็นเพลงที่ได้รัการค้นหามากที่สุด ติดท็อปชาร์ตอันดับหนึ่งเพลงยอดนิยม บนชาร์ต JOOXถึง 7 สัปดาห์ติดต่อกัน และวันนี้พวกเขากลับมาพร้อมซิงเกิ้ลใหม่ “รีบฟังก่อนโดนลบ” เนื้อหาของเพลงพูดถึงคนคนหนึ่งที่ตกอยู่ในสถานการณ์คลุมเครือกับคนรัก เลยเขียนเพลงนี้เพื่อที่จะบอกความรู้สึกที่มีลงไปในบทเพลง หวังจะให้คนรักได้รับรู้และขอโอกาสให้คนรักลองทบทวนก่อนที่จะลบเขาออกจากความทรงจำ…ฟังและชม MV ได้ที่ Youtube: BH BrickHouse

แมน-มณีวรรณ ชวนเด้งเด้าหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/333120

แมน-มณีวรรณ ชวนเด้งเด้าหน้า

แมน-มณีวรรณ ชวนเด้งเด้าหน้า

วันจันทร์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.
จากเจ้าพ่อเพลงเศร้า เจ้าของผลงานเพลงอกหักสุดฮิตอย่างเอาหยังเฮ็ดใจ, เหตุผลน้ำเน่า, ที่แท้อ้ายแคร์เจ้า วันนี้ขวัญใจมหาชนคนหน้าฮ้าน แมน-มณีวรรณ อาร์สยาม (ยิ่งคุณ ประจันทอน) กลับขอเปลี่ยนแนว ส่งเพลงใหม่ล่าสุด “หม่องแซ่บ” เอาใจผู้บ่าวผู้สาวขาแนว อินดี้ขาเลาะ กะเทยชะนีได้โยกย้ายส่ายสะโพกกันให้แซ่บคักๆ หน้าฮ้าน เพราะผสมผสานแนวดนตรีทั้งโคราชซิ่ง เซิ้ง และหมอลำให้สนุกสนาน พร้อมสีสันการใช้คำโดนใจวัยรุ่น ทั้งเด้ง ทั้งเด้า เร้าใจแบบที่ไม่เคยร้องมาก่อน งานนี้พิสูจน์ฝีมือที่เปลี่ยนไปได้ที่ YouTube Rsiammusic

ซีนโหด‘คมแฝก’รวมนักแสดงบู๊สะเทินนํ้าสะเทินบก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/333130

ซีนโหด‘คมแฝก’รวมนักแสดงบู๊สะเทินนํ้าสะเทินบก

ซีนโหด‘คมแฝก’รวมนักแสดงบู๊สะเทินนํ้าสะเทินบก

วันจันทร์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ลัดเลาะเข้ากองถ่ายคราวนี้ ต้องเรียกว่าเป็น ฉากโหด ฉากหนึ่งของละคร “คมแฝก” (จันทร์-อังคาร 2 ทุ่ม 20 ช่อง 3)เพราะเป็นตอนที่ อัญชัน (คิมเบอร์ลี่)รู้ความจริงว่า แสน (ก๊อต-จิรายุ) ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของตนเอง หนำซ้ำ พ่อของแสน ยังฆ่าพ่อและแม่เธอตายอีก อัญชันจึงหนีไปอยู่กับ กัลป์ (หมาก-ปริญ) พอแสนจับตัวอัญชันได้ ก็เกิดความแค้น จับเธอ พร้อมด้วย กระรอก (พลอย-ภัทรากร) น้องสาวของกัลป์และแม่ของกัลป์ใส่กรงถ่วงน้ำ!! ด้านกัลป์และ องอาจ(หมอก้อง-สรวิชญ์) จึงบุกมาช่วย ทำให้เกิดการต่อสู้กัน คราวนี้ถึงที เพลิง (อเล็กซ์ เรนเดลล์) จะต้องรับบทหนัก เพราะต้องแกล้งทำเป็นคนชั่ว อยู่ฝ่ายของแสน หันกลับมาทำร้ายเพื่อนอย่างกัลป์ และองอาจ การต่อสู้จึงเรียกว่า ครบเครื่องคิวโหด อีกทั้งนักแสดงนำต่างก็เข้าฉากกันพร้อมหน้า

โดยทีมงานยกกองไปปักหลักถ่ายทำที่ เขาใหญ่ ที่มีด้านหลังเป็นภูเขา และด้านหน้าเป็นธารน้ำตก เพราะกรงขัง ที่ขังคิมเบอร์ลี่ และ พลอย-ภัทรากร นั้น จะต้องถูกหย่อนลงไปในน้ำด้วย วันที่ถ่ายทำ อากาศเย็นมาก ทำให้สาวๆ ที่ต้องลงน้ำเตรียมทำใจกันไว้เลย เนื่องจากน้ำเย็นเจี๊ยบ!!และด้วยน้ำหนักตัวของนักแสดงที่มีอยู่ถึงสามคนในกรง ทางผู้จัด นก-ฉัตรชัย และผู้กำกับ ต้อม-ปิยะพันธุ์ จึงต้องเตรียมเครนขนาดใหญ่ เอาไว้ยกกรงขึ้น-ลง ตามจังหวะการถ่ายทำ เรียกว่า เตรียมการเซตทีมเบื้องหลังไว้ล่วงหน้าหนึ่งวันทีเดียว

ที่โหดกว่านั้น คือจะต้องมีกล้องใต้น้ำ ตามลงไปถ่ายทำด้านล่างด้วย แล้วจังหวะการหายใจของนักแสดงแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน เลยทำให้มีการสำลักน้ำกันไปบ้างแต่เพื่อความสมจริง ทำให้ทุกคนร่วมมือทำงานด้วยความเต็มใจ ด้านล่างก็ต้องดำน้ำกันไป ด้านบนก็ต้องต่อสู้กัน งานนี้หมาก ต้องคุกเข่าร้องขอให้ก๊อต ไว้ชีวิตคนรัก แม่และน้องตัวเอง หลังจากนั้น ก็มีการปะทะฝีมือการต่อสู้กันไม่หยุด ก๊อตกับหมากต่อสู้กันด้วยไม้คมแฝก ส่วนอเล็กซ์ก็ใช้มีดเป็นอาวุธ โดยมีก๊อต บังคับให้อเล็กซ์ฆ่าหมากให้ได้ ส่วนหมอก้องทำหน้าที่ช่วยเหลือพวกสาวๆ ขึ้นจากน้ำ ขอบอกเลยว่า ฉากนี้ฉากเดียว ถ่ายทำกันตั้งแต่เช้าจรดเย็นจะบู๊ขนาดไหน และจะเอาชีวิตรอดมาได้อย่างไร อังคารนี้(17 เม.ย.) ลุ้นกันในละคร “คมแฝก”

‘อ้อม พิยดา’โชว์เซ็กซี่เบาๆชุดว่ายน้ำ ทริปพาครอบครัวเที่ยวทะเลสุขสัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/333169

‘อ้อม พิยดา’โชว์เซ็กซี่เบาๆชุดว่ายน้ำ ทริปพาครอบครัวเที่ยวทะเลสุขสัน

วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561, 16.04 น.

15 เม.ย.61 ถึงแม้จะเป็นคุณแม่แล้วแต่ก็สวยแซ่บอยู่ สำหรับดาราสาว “อ้อม พิยดา” ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้พาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนรับลมทะเลที่เกาะเต่า โดยเจ้าตัวได้งัดชุดว่ายน้ำออกมาใส่เผยความเซ็กซี่เบาๆ พร้อมโพสต์ภาพให้ได้ชมผ่านอินสตาแกรมอีกด้วย

‘บุพเพสันนิวาส’ช่วยคนในชาติรู้จักประเพณีดีงาม แนะรัฐสานต่อหนุนวัฒนธรรมไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/333082

‘บุพเพสันนิวาส’ช่วยคนในชาติรู้จักประเพณีดีงาม แนะรัฐสานต่อหนุนวัฒนธรรมไทย

‘บุพเพสันนิวาส’ช่วยคนในชาติรู้จักประเพณีดีงาม แนะรัฐสานต่อหนุนวัฒนธรรมไทย

วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561, 08.44 น.

‘บุพเพสันนิวาส’ช่วยคนในชาติรู้จักประเพณีดีงาม แนะรัฐสานต่อหนุนวัฒนธรรมไทย

15 เม.ย.61 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจหัวข้อ “ละครบุพเพสันนิวาส ในทัศนะประชาชน” โดยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่ติดตามชมละครเรื่องดังกล่าวทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,272 คน ระหว่างวันที่ 10-14 เมษายน 2561 ภายหลังกระแสของละคร “บุพเพสันนิวาส” เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง ได้รับเสียงตอบรับที่ดีทั้งเสียงชื่นชม และเรตติ้ง เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อละครเรื่องดังกล่าว  สรุปผลได้ ดังนี้

1. ประชาชนคิดอย่างไร? กับ “ละครบุพเพสันนิวาส”

อันดับ 1 เป็นละครที่ดี สนุกสนาน ให้ทั้งข้อคิดและความบันเทิง 48.50%

อันดับ 2 ทำให้รู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ วัฒนธรรมอันดีงาม 44.86%

อันดับ 3 นักแสดงดี เหมาะสมทุกตัวละคร ลงตัว 22.02%

อันดับ 4 เป็นปรากฏการณ์ของวงการบันเทิงไทย ได้รับความนิยมสูง 16.84%

อันดับ 5 ปลุกกระแสการแต่งชุดไทย คนสนใจวัฒนธรรมไทยมากขึ้น   13.60%

2. สิ่งที่ประชาชนชอบมากที่สุด จาก “ละครบุพเพสันนิวาส” คือ

อันดับ 1 พระเอก นางเอก ตัวละครทุกตัว 47.32%

อันดับ 2 บทประพันธ์และบทโทรทัศน์ดี เล่าเรื่องสนุก เดินเรื่องได้ดี 40.35%

อันดับ 3 การแต่งกาย เสื้อผ้า คำพูด คำศัพท์โบราณ 26.26%

อันดับ 4 ฉาก สถานที่ถ่ายทำ ภาพซีจี 15.18%

อันดับ 5 เพลงประกอบละคร 9.65%

3. สิ่งที่ประชาชนไม่ชอบมากที่สุด จาก “ละครบุพเพสันนิวาส” คือ

อันดับ 1 กระแสโจมตี ดราม่าต่าง ๆ 37.13%

อันดับ 2 การจ้องจับผิดละคร 23.35%

อันดับ 3 การนำตัวละครไปแอบอ้าง ใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด 21.56%

อันดับ 4 การปรับเนื้อหาบางส่วนทำให้ไม่ตรงกับประวัติศาสตร์ 12.57%

อันดับ 5 เดินเรื่องเร็ว จบไว 10.78%

4.  “ละครบุพเพสันนิวาส” มีผลต่อตัวประชาชนเองอย่างไร?

อันดับ 1 ได้คลายเครียด สนุกสนาน 35.00%

อันดับ 2 อยากทำตามละคร เช่น แต่งชุดไทย กินอาหาร เที่ยวสถานที่ต่างๆ พูดคำโบราณ 29.21%

อันดับ 3 ทำให้สนใจอยากรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์มากขึ้น หาหนังสือมาอ่าน 26.42%

อันดับ 4 กลับบ้านเร็วขึ้น มีเวลาร่วมกันกับครอบครัว 18.15%

อันดับ 5 มีมุมมองที่ดีต่อละครไทยมากขึ้น อยากดูละครไทย  16.65%

5. สิ่งที่สังคม ประเทศชาติ ได้รับประโยชน์จาก “ละครบุพเพสันนิวาส” คือ

อันดับ 1 เป็นการสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามให้คนรู้จักมากขึ้น 39.75%

อันดับ 2 กระตุ้นการท่องเที่ยว มีการตามรอยสถานที่ในละคร 30.39%

อันดับ 3 คนให้ความสนใจแต่งกายชุดไทย อนุรักษ์ความเป็นไทย 22.15%

อันดับ 4 กระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการหมุนเวียนรายได้ 17.60%

อันดับ 5 คนไทยหันกลับมาดูละครไทย สนับสนุนดารานักแสดง 16.02%

6. ประชาชนอยากให้หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องสานต่อเรื่องนี้อย่างไร

อันดับ 1 รัฐบาลให้การส่งเสริมสนับสนุนวัฒนธรรมประเพณีไทย 30.77%

อันดับ 2 ทำนุบำรุงดูแลโบราณสถานให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ 28.85%

อันดับ 3 รณรงค์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้คนไทยแต่งกายชุดไทย  22.44%

อันดับ 4 ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวตามรอยละคร 18.59%

อันดับ 5 สนับสนุนให้มีการผลิตละครอิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณีไทยอย่างต่อเนื่อง  12.54%

‘สวี่ เว่ยโจว’ บินตรงเจอแฟนๆชาวไทยชวนสนุกในคอนเสิร์ต ‘Timmy Xu’s 2018 Light Tour Concert in Bangkok’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/332985

‘สวี่ เว่ยโจว’ บินตรงเจอแฟนๆชาวไทยชวนสนุกในคอนเสิร์ต  ‘Timmy Xu’s 2018 Light Tour Concert in Bangkok’

‘สวี่ เว่ยโจว’ บินตรงเจอแฟนๆชาวไทยชวนสนุกในคอนเสิร์ต ‘Timmy Xu’s 2018 Light Tour Concert in Bangkok’

วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บินตรงจัดงานแถลงข่าวให้แฟนๆ ได้ใกล้ชิดสำหรับนักร้อง นักแสดงหนุ่ม “สวี่ เว่ยโจว”หรือที่แฟนๆ เรียกกันว่า “โจวโจว” แมวน้อยขี้อ้อน กับงานคอนเสิร์ตเดี่ยวตามคำเรียกร้อง “Timmy Xu’s 2018 Light Tour Concert in Bangkok” โดยผู้จัดเจ้าเดิมอย่าง SNP Media Hub หลังจากเคยสร้างความประทับใจให้แฟนๆทั้งร้องทั้งเต้นแบบจัดเต็มในคอนเสิร์ตเดี่ยวในประเทศไทยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งงานแถลงข่าวได้จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 เมษายน 2561 ณ ลานเอเทรียม ชั้น1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ท่ามกลางสื่อมวลชนและแฟนคลับที่เดินทางมาให้กำลังใจอย่างอบอุ่น

โจวโจวปรากฏตัว สวัสดีทักทายสื่อมวลชนและแฟนๆ ด้วยรอยยิ้ม เรียกเสียงกรี๊ดสนั่น จากนั้นก็เริ่มพูดคุยถึงการเดินทางมายังเมืองไทยหลังจากที่ไม่ได้มานานถึง 2 ปี อย่างเป็นกันเอง รวมถึงความพิเศษในคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ด้วย

ไม่ได้มาเมืองไทยนานถึง 2 ปี พอมาถึงเมืองไทยรู้สึกอย่างไรบ้าง?

“รู้สึกดีใจมากๆ ไม่คิดว่าแฟนๆ ชาวไทยจะให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ผมรู้สึกอบอุ่นมาก เพราะผมคิดว่าคงถูกลืมไปแล้ว ผมขอบคุณมากๆทุกๆ กำลังใจที่ให้มา ผมรู้สึกถึงความอบอุ่น และความเป็นกันเองของคนไทยทุกคนเลยครับ”

ความประทับใจแรกที่เดินทางมาถึงเมืองไทย แฟนๆ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นที่สนามบิน เป็นอย่างไรบ้าง?

“ผมรู้สึกประทับใจมาก เพราะแฟนๆ ชาวไทยทุกคนมารยาทดีอันดับหนึ่งเลย มารยาทดีมากๆ ดูแล และไม่รบกวนคนข้างๆ ผมรู้สึกอบอุ่นและรู้สึกถึงความรักที่ทุกคนส่งถึงผม รู้สึกดีใจมากครับ”

ทำไมถึงเลือกประเทศไทยในการออกมาจัดเอเชียทัวร์ ครั้งที่ 2?

“ผมเลือกประเทศไทยเพราะผมชอบเมืองไทยมากๆ อยู่แล้วและคราวที่แล้วกับคอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทยประสบผลสำเร็จ ผมรู้สึกประทับใจมากจากแฟนๆ ทุกคนที่ให้กำลังใจผมมา ผมจึงเลือกเมืองไทยเป็นที่ที่ผมต้องมาแน่ๆ ผมอยากจะนำสิ่งดีๆ เพลงใหม่ๆ เพลงพิเศษๆ มาให้ทุกคน ทุกคนจะได้เจออะไรใหม่ๆ ผมตั้งใจเต็มที่ อยากให้ทุกคนมาเจอกันในวันที่ 26 พฤษภาคม ผมจะรอทุกคนนะครับ”

ครั้งนี้กดดันไหม เพราะครั้งที่แล้วประสบความสำเร็จมาก?

“ผมรู้สึกกดดันเหมือนกันนะครับ ผมไม่ได้คิดว่าผมประสบความสำเร็จมาก แต่ผมคิดว่าตัวเองโชคดีมากๆ ที่มีคนรักและให้กำลังใจเยอะขนาดนี้ ซึ่งผมจะนำความโชคดีนี้มาพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิมนำสิ่งดีๆ ผลงานใหม่ๆ มามอบให้กับแฟนๆ ชาวไทยได้ฟัง ได้ดูกันครับ”

เตรียมความพร้อมสำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้มากน้อยขนาดไหน?

“อันนี้ขออุบไว้ก่อน ต้องมาดูครับ อยากให้ทุกคนมาดูดีกว่า พูดไปก็เท่านั้นครับ”

อยากให้ฝากถึงคอนเสิร์ตนี้หน่อย?

“คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นคอนเสิร์ตครั้งที่ 2ที่เกิดขึ้นที่ประเทศไทย ผมเต็มที่ที่สุดแล้ว ครั้งนี้จะฟินกว่าครั้งที่แล้วแน่ๆ เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนมากันเยอะๆ วันที่ 26 พฤษภาคม ผมรับประกันว่าจะเป็นคอนเสิร์ตที่สนุกแน่นอน ทุกคนต้องมากันนะครับ”

จากนั้นแฟนๆ ที่เข้าร่วมงานแสดงข่าวได้ทำโปรเจกท์พิเศษเพื่อแสดงถึงความรักและเป็นการต้อนรับหนุ่มโจวโจว ซึ่งก็สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับหนุ่มโจวโจวเป็นอย่างมากสำหรับความรักและความอบอุ่นที่แฟนๆ มอบให้สำหรับคอนเสิร์ต “Timmy Xu’s 2018 Light Tour Concertin Bangkok”  จะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม2561 ที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี และได้มีการเปิดจำหน่ายบัตรไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 31มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยมีราคาบัตรตั้งแต่ 6,000(VIP) บาท  4,800 บาท 3,800 และ 2,800 บาทสามารถซื้อบัตรได้ทาง www.snpmediahub.comเหล่าบรรดาแฟนคลับของหนุ่มโจวโจวเตรียมตัวให้พร้อม “เรารู้ทุกคนคิดถึงแมวตัวนี้” แล้วมาเจอกันบอกได้คำเดียวว่าห้ามพลาด!

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ที่ www.facebook.com/snpmediahub #2018TimmyLighttourinBKK #TimmyXu #XuWeizhou

‘นิว-วงศกร’ยกครัวเที่ยวทะเลหลีเป๊ะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/332972

‘นิว-วงศกร’ยกครัวเที่ยวทะเลหลีเป๊ะ

‘นิว-วงศกร’ยกครัวเที่ยวทะเลหลีเป๊ะ

วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สมเป็นลูกชายที่รัก เพราะแค่คุณแม่เอ่ยปากอยากไปเที่ยว นิว-วงศกร ปรมัตถากร ก็พร้อมที่จะจองตั๋วจัดกระเป๋าพาคุณแม่และครอบครัวไปพักผ่อนเติมพลังกันทันที โดยเฉพาะทริปหลีเป๊ะ ที่หนุ่มนิวบอกว่ามีความสุขมากๆ เพราะนอกจากจะได้เที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติที่นั่นแล้ว ยังได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด แถมยังได้เรียนรู้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างน่าประทับใจ

สไตล์เที่ยวที่นิวชอบ “ผมเป็นคนชอบเที่ยวทุกที่นะ เวลาเราไปก็ไปเจออะไรที่ใหม่ๆ ตื่นเต้น ดูอะเมซิ่ง อย่างที่ หลีเป๊ะ ที่ไปมา ที่นั่น
ก็มีกิจกรรมให้ทำเยอะแยะมากมาย ผมชอบทะเลและเป็นทริปที่ไปกับคุณพ่อ-คุณแม่ ด้วย เลยรู้สึกว่าเป็นทริปประทับใจมากๆ เป็นช่วง
วันเกิดคุณแม่พอดี ก็ถือโอกาสพาคุณแม่ไปเที่ยวฉลองวันเกิดครับ”

ดำน้ำดูปะการังที่หลีเป๊ะ “คุณแม่บอกว่าให้พาแม่ไปตอนนี้แหละ เพราะอีกหน่อยแม่จะดำน้ำไม่ไหวแล้ว (หัวเราะ) เที่ยวไม่ไหวแล้ว อายุ 60 กว่าปีแล้ว คือจริงๆ ทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นข้าราชการที่เกษียณแล้วครับ ตอนนี้ก็เลยจะชอบเที่ยวกันทุกอาทิตย์เลยทริปนี้ผมว่างด้วย ก็เลยไปด้วยกัน”

ตกหลุมรัก “ผมเป็นคนชอบทะเล ชอบดำน้ำอยู่แล้วครับ พอมาที่นี่กิจกรรมครบครันก็เลยสนุก และอีกอย่างที่นี่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เขามีนโยบายสนับสนุนคนท้องถิ่นโดยให้ไกด์เป็นคนท้องถิ่น เรือที่เข้าเกาะก็เป็นเรือคนท้องถิ่น เพื่อที่จะให้คนท้องถิ่นมีอาชีพซึ่งถ้าไม่รักษาตรงนี้ไว้ คนท้องถิ่นที่อยู่บนเกาะหลีเป๊ะเอง ก็จะไม่มีอาชีพ นี่แหละคือสิ่งหนึ่งที่ผมชอบ คนที่นั่นเขาจะมีความรักและหวงแหนในธรรมชาติ หนึ่งเลยเป็นอาชีพ เขาก็ต้องรักษาไว้ เหมือนเขาเป็นเจ้าของเอง เป็นบ้านเกิดเขา คือไม่ได้หวงว่าจะไม่ให้ใครเข้ามานะ เขาหวงที่จะรักษาไว้ให้อยู่นานๆ เพื่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานเขามีอาชีพต่อไป พอนักท่องเที่ยวไปเที่ยว แล้วเห็นและพูดว่า สวยจังเลย เขาจะมีความสุขมาก เขาดีใจและสุขใจที่คนมาที่นี่แล้วชอบและรักที่นี่ เออ..ก็เป็นสิ่งที่ดีที่เราปลูกฝั่งให้คนท้องถิ่นเขารู้จักรักถิ่นฐานของตัวเอง อนุรักษ์ไว้ก็ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายนะ ทั้งเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ และการท่องเที่ยว หรือพอถึงช่วงที่เป็นฤดูปลาวางไข่ เขาก็จะปิดเกาะเพื่อพักฟื้น ไกด์ท้องถิ่นเหล่านี้ก็จะมาทำหน้าที่เก็บขยะ ฟื้นฟู ซ่อมแซม ดูแลปะการัง ให้สมบูรณ์และพร้อมกับฤดูกาลต่อไป ผมเลยรู้สึกว่าเออครบวงจรดีนะ ได้เที่ยวด้วย ได้รายได้ ได้อนุรักษ์ และได้ทำทุกอย่างด้วย มันคือการท่องเที่ยวแบบผสมผสานที่ลงตัว ผมรู้สึกว่านี่เป็นแนวคิดที่ดีนะ น่าจะไปทำสถานที่อื่นๆ ด้วย”

ทัวร์บุญอิ่มใจ “ถ้าทัวร์บุญก็จะเป็นที่จังหวัดเชียงใหม่ครับ เป็นทริปไหว้พระ ขอพร ทำบุญ แล้วก็ช่วงที่ผมไปเป็นช่วงวันหยุด คนเยอะมาก แต่ก็น่าชื่นใจแทนคนท้องถิ่นนะ เพราะคนเยอะ แต่ถ้าเราได้ไปช่วงที่คนไม่เยอะน่าจะดีกว่านี้ (หัวเราะ) ถามว่าสวยไหม ก็สวย แต่ถ่ายรูปมามุมไหนก็ติดคน ก็เลยเฟลนิดหน่อย”

แพลนต่อไป ตามใจคุณแม่ “คุณแม่บอกว่าเกาะไม้ท่อน ที่ภูเก็ต แล้วก็ที่ตราด มีหลายเกาะที่สวยงาม เป็นเกาะที่คนไม่ค่อยไปกัน เป็นเกาะปิด ไปก็ต้องไปอยู่ที่พัก เหมือนนอนติดเกาะ ตัดขาดจากโลกภายนอก แต่จริงๆ ผมว่าทุกที่น่าไปพักผ่อนหมดแหละ ไม่จำเป็นต้องทะเลก็ได้ ในกรุงเทพฯ ก็ได้ อาจจะเป็นสวนสาธารณะ มีที่ให้เรานั่งชิล ได้ใช้ความคิดกับตัวเอง ส่วนทริปต่างประเทศสิ้นปีนี้ก็มีแพลนแล้วครับ คือช่วงนี้คุณแม่กับคุณพ่อเขาอยากเที่ยวหลายที่มากนะ ผมก็เลยให้เขาเที่ยวเต็มที่เลย คือคุณพ่อคุณแม่ผมตอนที่เขาทำงานเพื่อเลี้ยงลูกๆ 3 คน เขาก็จะไม่มีเวลาเที่ยวเลย เขาทุ่มเทให้กับลูก ฉะนั้นช่วงนี้อยากไปไหนก็เลยพาไป ตามใจทุกอย่าง ไปทุกที่ที่อยากไปและไปไหว”

ฝากถึงนักท่องเที่ยว “ผมอยากให้ทุกคนรู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของสถานที่นั้นๆ ที่เราไปเที่ยว คือล่าสุดผมเห็นที่พระนครศรีอยุธยาที่ไปเที่ยววัดแล้วทำให้เกิดความเสียหาย ผมรู้ว่าอยากไปเที่ยว ถ่ายรูป อยากมีรูปสวยๆ ผมก็อยากให้ทุกคนรู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของสถานที่นั้นๆ ด้วย ไม่ใช่ไปแล้วเอารูปสวยๆ พอ อยากให้เป็นเจ้าของ แล้วรักษามันไว้ด้วย เหมือนของทุกอย่างในประเทศเป็นสมบัติส่วนรวม เราก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของด้วย ก็ต้องช่วยกันดูแลรักษา พอเรารู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของแล้ว เราก็จะมีความหวงแหน มีความระมัดระวัง อยากเก็บไว้ให้ลูกหลาน คือถ้าเรารู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของมันเมื่อไหร่เราก็จะดูแลและรักษามัน ไม่อยากให้คิดว่าเป็นของเราคนเดียว อยากให้ช่วยกันรักษาครับ”

ผลงานอัพเดท “มีละครเรื่อง “สกาวเดือน” ออกอากาศอยู่ทางช่อง 7 และ เรื่อง “บ่วงสไบ” กับมีภาพยนตร์ที่กำลังถ่ายทำ เป็นหนังผี ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของผมด้วย ก็ฝากติดตามกันด้วยนะครับ”

เรียกว่าทุ่มเทเพื่อครอบครัวได้อย่างน่าชื่นชม เพราะต่อให้งานแน่นขนาดนี้ยังเจียดเวลาพาแม่ไปเที่ยวได้ตลอด บอกเลยว่าทำหน้าที่ลูกที่ดีได้ไม่ขาดตกบกพร่องจริงๆ

‘แบงค์ ธิติ-SWEAT16!’ ชวนเที่ยวเกียวโต

โยชิโมโต้ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (ไทยแลนด์)หนึ่งในเครือของ โยชิโมโต้ โคเกียว บริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีมากว่า 100 ปี จัดหนัก จัดเต็มให้ไปเที่ยว เกียวโต จังหวัดสุดฮอตของประเทศญี่ปุ่น กับ 3 สถานที่ชวนว้าว! ที่เริ่ดไปด้วยประสบการณ์น่าสัมผัส โดยงานนี้ วิม มโนพิโมกษ์ บิ๊กบอส โยชิโมโต้ฯ ล็อกพิกัด จัดงานดีงาม เตรียมนำศิลปินและนักแสดงชื่อดัง ลัดฟ้าไปตะลุยบันทึกภาพความสนุกสุดฟิน นำทีมโดย ม่านมุก, พิม, มิ้น เกิร์ลไอดอลกรุ๊ป วง SWEAT16! (สเวทซิกซ์ทีน) พร้อมนักแสดงหนุ่มชื่อดัง แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์ เริ่มด้วยในเขตอุเคียว เมืองเกียวโต กับวัดไดคาคุจิที่มีอายุกว่า 1,000 ปี กล่าวขานกันว่าเป็นบ้านเกิดของ อิเคบาเนะ หรือศิลปะการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น ตามติดมาด้วยการไปชิมชาเขียว ที่ขึ้นชื่อในเรื่องคุณภาพและรสชาติดั้งเดิมที่เมืองอุจิ พร้อมไปลิ้มรสบรรยากาศ Kyoto’s Spicy Street Gekikara (เกคิคาระ) หรือ ถนนสายเผ็ด แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในเมืองที่เล็กที่สุดในจังหวัดเกียวโต แต่ฮอตฮิตสำหรับคนชอบชิม ใครอยากร่วมทริปติดตามได้ที่ http://www.facebook.com/Yoshimoto.Thailand/

หยินหยาง

Star Retro : ปราปต์-ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง กับปรากฏการณ์ใหม่ของชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/332988

Star Retro : ปราปต์-ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง กับปรากฏการณ์ใหม่ของชีวิต

Star Retro : ปราปต์-ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง กับปรากฏการณ์ใหม่ของชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมากว่า 20 ปี “ปราปต์-ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง” ผ่านงานมาครบทุกรูปแบบแต่ที่ทำเอาเซอร์ไพรส์สุดๆ ก็คงเป็นละครเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” กับบทบาทของ “สมเด็จพระนารายณ์มหาราช” เพราะคนดูพูดถึงอย่างล้นหลาม นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกใหม่ในชีวิต ที่เจ้าตัวไม่คาดคิดมาก่อนความโด่งดังและชื่อเสียงที่เข้ามา จะนำพาชีวิตปราปต์เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง วันนี้มีมาเล่าให้เหล่าออเจ้าฟังกัน

ฟีดแบ๊ก “บุพเพสันนิวาส” ดีเกินคาด

เซอร์ไพรส์มากครับ เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ใช่แค่ในวงการละคร วงการบันเทิงบ้านเรา แต่เป็นปรากฏการณ์ในชีวิตผมด้วย ก็ทำงานในวงการมายาวนานกว่า 20 ปีแล้ว ในแต่ละเรื่องที่เราทำงานมา เราก็มีความตั้งใจเต็มที่กับทุกเรื่อง แต่ละเรื่องเป็นงานที่ดีๆ ทั้งนั้น ถ้าจะเปรียบเทียบนะ เราอยู่บนเวที สปอตไลท์จะส่องสาดไปสาดมา คนก็จะเห็นเราแวบๆ อ๋อ…คนนี้เหรอจำได้ แต่ยังไม่ชัดเจนเหมือนตอนนี้ เพราะครั้งนี้มันเหมือนสปอตไลท์พุ่งตรงมาที่เรา แล้วก็แช่ไว้ที่เรานานๆ ให้คนได้จำภาพ จดจำงาน หรือสิ่งที่เราทำ ก็เลยกลายเป็นปรากฏการณ์แห่งความทรงจำที่เซอร์ไพรส์มากๆ สำหรับการทำงาน หรือถ้าจะให้เปรียบเทียบก็เหมือนกับเรามักจะพูดเล่นกับคนหลายๆ คนทั่วไปว่า “ปุจฉา อะไรเอ่ย เกิดปั๊บแก่ปุ๊บเลย” คนก็ตอบว่าอะไรเหรอ งงๆ เราก็ตอบ ฉันน่ะสิหลายๆ คนก็ยกให้เป็นฉากที่ดีที่สุดในตอนที่โผล่มาแค่สองซีนแรก แล้วคนก็จำเรา

ครั้งแรกที่ได้รับการติดต่อ

ไม่ลังเลใดๆ เลยครับ รับเลย ตอนแรกที่เขาติดต่อมา ซึ่งเราเคยร่วมงานกับพี่ใหม่-ภวัต (ผู้กำกับ) อยู่แล้ว พี่ใหม่ได้เห็นในสิ่งที่เราเป็น แล้วพี่ใหม่ก็ชวนว่าให้มาเล่นในละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส เราก็บอก เล่นครับตอนนั้นยังไม่รู้หรอกว่าเล่นเป็นใคร อะไรยังไง จนกระทั่งรู้ว่าได้เล่นเป็นบท สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ก็ตื้นตันใจมากๆ นาทีแรกที่พี่ใหม่บอกว่าเล่นเป็น สมเด็จพระนารายณ์มหาราช น้ำตาคลอเลย เราปลื้มใจ ดีใจภูมิใจมากเลยคือคนเป็นนักแสดง การที่เราตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเดียว โดยที่ตั้งใจทำไปเถอะ ทำไปเรื่อยๆ แล้วพอวันหนึ่งมีคนมองเห็นว่าเรามีอะไรอยู่ภายใน จริงๆ ทุกคนจะจำภาพเราก็คือ ถ้าไม่เป็นนักรบ ดุดัน มุทะลุ ตัวร้าย โจร นี่คือภาพจำของคนดูแฟนละคร ฉะนั้นเวลาที่มีคนติดต่องานเราหรือมองเห็นเราก็จะมีความทรงจำกับเรา ก็จะเป็นภาพแบบนั้นตาม ซึ่งเราก็คิดว่าก็เป็นผลจากผลงานที่เราเล่น เราแสดงออกไป ให้คนดูรู้สึกและจดจำในแบบนั้น เขาเกลียดเรา เขามองอย่างนั้น คือตอนเล่นก็เล่นไปตามบทบาทที่ได้รับมาให้เต็มที่ ซึ่งก็ช่วยไม่ได้ที่คนจะจำภาพแบบนั้นเราไปแล้ว เราไม่ติดอะไร ดีด้วยซ้ำไปคนจำตัวละครได้มากกว่าเรา

โอกาสพิสูจน์ความสามารถ

พี่ใหม่เป็นคนที่มองเข้าไปลึกๆ ในความเป็นเรา มากกว่าที่เป็นภาพจำอย่างที่บอกข้างต้น พี่ใหม่อยากเห็นเราเปลี่ยน ซึ่งก็เปลี่ยนเลยนะ เปลี่ยนชนิดที่ตอนแรกเลย พอคนรู้ว่าผมจะมาเล่นเป็น สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ไม่มีใครเชื่อ มีแต่คนอึ้ง เหรอๆ คนนี้เหรอ จนสุดท้ายพอมันออกมา แค่ภาพนิ่งหรืออะไรต่างๆ นานา ทุกคนก็มีเหวอกัน เราดีใจนะที่ทำให้หลายๆ คนเห็นเราตอนนี้เป็นภาพของ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทุกคนจำภาพนี้ทุกคนไม่ได้แคลงใจ ไม่ได้มีความรู้สึกติดค้างอะไร กับสิ่งที่เราได้เล่นเป็นพระองค์ท่าน ทุกคนยอมรับ เชื่อสนิทใจว่านี่คือ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่เขาเชื่อ ที่เขาอยากเห็น แล้วเขาก็ได้รับรู้เข้าไปในจิตใจของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ท่านทรงคิดอะไร เราก็เลยจะบอกว่านี่แหละคือความภาคภูมิใจ ความสุขของเราที่เราได้รับโอกาสจากพี่ใหม่, พี่หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์ และช่อง 3

สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อรับเล่น

เราขอกับพระองค์ท่าน เพราะท่านก็อยู่ทุกที่ในผืนแผ่นดินนี้แหละ และท่านก็อยู่ทุกที่ที่เราจะคิดถึงท่าน เราก็ตั้งจิตบอกกับท่านว่า ถ้าท่านเลือกเราให้เป็นท่านก็ขอให้ทุกอย่างราบรื่น และผ่านพ้นอุปสรรคจนกระทั่งตอนทำงานเสร็จ ถามว่าระหว่างทางมีอุปสรรคไหมมี เพราะทุกอย่างมีอุปสรรคเสมอ แต่เราก็ผ่านไปได้หมด และผ่านไปได้ด้วยดี อย่างที่เราอธิษฐานกับพระองค์ท่านก็คือ ถ้าท่านยอมรับให้เราเป็นท่าน ก็ขอให้พระองค์ท่านได้ให้คนรุ่นหลังเรียนรู้ประวัติศาสตร์ แล้วก็อยากให้เขาเข้าถึงจิตใจของท่านว่าท่านคิดอะไรหรืออยากจะให้เป็น
ไปแบบไหน อยากให้คนเขาเข้าใจแบบไหน ขอให้เล่าผ่านตัวเราได้เลย

เก็บทุกเม็ดของการแสดงในซีนตัวเอง

เรื่องราวของสมเด็จพระนารายณ์ก็จะเป็นเรื่องในประวัติศาสตร์ที่ทุกคนก็จดจำกันได้ในบันทึกประวัติศาสตร์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเวลาออกมา ทุกคนก็จะเฝ้ามองดูซึ่งคราวนี้ทุกคนเฝ้ามองดูแล้ว ความเป็นกษัตริย์ของพระนารายณ์ในเรื่องบุพเพสันนิวาส เหมือนเป็นกษัตริย์ที่จับต้องได้ เป็นอะไรที่คนดูรู้สึกว่าเข้าไปถึงจิตใจของท่านจะไม่เหมือนกับสมมุติเทพในเรื่องอื่นๆ ก็จะทำกันในรูปแบบของความเป็นฮีโร่ ในเรื่องนี้คนดูจะได้เข้าถึงจิตใจของพระองค์ท่าน เหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ เหมือนอยู่ตรงนั้น เวลาที่ท่านไม่เข้าใจก็จะไม่เข้าใจว่าทำไมหูเบา ทำไมถึงได้ฟังความข้างเดียว ทำไมถึงไม่นั่นไม่นี่ จังหวะที่เกิดการทะเลาะกันแล้วหลังจากนั้นท่านต้องอยู่คนเดียว ท่านก็แสดงให้เห็นว่าท่านหนักใจแค่ไหน ท่านต้องแบกรับภาระเรื่องราวมากมายแค่ไหน จะแสดงออกก็แสดงออกไม่ได้ ใครจะเข้ามาด่าชี้หน้า ร้องไห้ใส่ ใครจะทำอะไรก็ตาม ท่านเป็นกษัตริย์ท่านต้องแบกรับอารมณ์ทุกอย่างไว้ นิ่งให้มากที่สุด เรามาเล่นตรงนี้เราจะเข้าใจพระองค์ท่านเลยว่า จะให้ท่านมาฟูมฟาย ระเบิดอารมณ์ นั่งอธิบายทุกคำพูด ทุกเหตุผลที่คิดก็ไม่ได้ ถ้ามัวแต่มานั่งคิดอย่างนั้นแล้วจะนำพาประเทศชาติที่ใหญ่โตขนาดนั้น ต้องปกครองคนเท่าไหร่ บ้านเมืองใหญ่โตแค่ไหนแล้วแบกรับอยู่แค่ไหน ถ้าจะมานั่งคิดนู่นคิดนี่ ไม่มีแนวทาง ไม่มีความมุ่งมั่นที่จะทำอะไร ไม่มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน ไม่มีความเข้มแข็งพอจะแบกรับภาระหนักนั้นไว้ได้อย่างไร นั่นแหละคือสิ่งที่ละครเรื่องนี้ทำให้คนดูได้สัมผัสและใกล้ชิดพระองค์ ได้เหมือนกับเข้าไปอยู่ในจิตใจของพระองค์ ซึ่งเราถือว่าเป็นงานที่ยากมากในการใช้วิชาชีพทางการแสดง

ชีวิตก่อนเข้าวงการบันเทิง

ชีวิตผมมี 2 ช่วงนะ เคยเข้ามาตอนเด็กๆ ตอนอายุ 17-18 เข้ามาประมาณ 2-3 ปี สัมผัสทั้งถ่ายแบบเดินแบบ ถ่ายมิวสิกวีดีโอ เกือบจะได้ทำเพลงกับแกรมมี่ เล่นภาพยนตร์ไปเรื่องหนึ่ง แต่ด้วยความที่เราเด็กตอนนั้นจริงๆ แล้วคือทุกวันนี้ผมก็ยังเป็นอยู่นะ ผมเป็นคนที่เป็นตัวของตัวเองสูง และที่คนเขานิยามให้ 2 คำซึ่งคาบเกี่ยวกันมากคือ “โอ้โหพี่คนนี้แ-งติสท์สั-” กับอีกคำหนึ่งก็คือ “ติสท์จริงๆ นะไอ้สั-” แล้วแต่จะเรียกเลย ผมเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เด็กๆ ผมก็เลยรู้สึกว่า วงการนี้ไม่น่าเหมาะกับเรา เพราะเราไม่ชอบ ทั้งๆ ที่จะไปได้ดีนะ เกือบจะได้ทำเทปกับแกรมมี่อยู่แล้ว ออดิชั่นผ่านแล้ว ผู้บริหารเลือกเราแล้ว แต่ผมไม่เอา ด้วยอารมณ์ในวัยเด็กของเราตอนนั้น วัยรุ่น ความรู้สึกไม่เอา ไม่ใช่ที่ทางของเรา เท่านั้นแหละ แล้วก็เดินหันหลังให้เฉยๆ หายไปเลย 10 กว่าปี

โชคชะตาดึงกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

การดำรงชีวิต ตกงาน (หัวเราะร่วน) ช่วงฟองสบู่แตกประมาณปี 2540-2541 ผมตกงานครับ แล้วลูกค้าเก่าๆ ของเราที่ทำงานประจำที่เป็นคนวิ่งหาโฆษณาลงแมกกาซีน แล้วก็มีเจ้าหนึ่ง Panasonic เขาก็ถามว่าช่วงนี้ทำอะไรอยู่ ผมก็บอกตรงๆ ตกงานครับ เขาก็บอกว่ามาถ่ายโฆษณาให้พี่หน่อยสิ ผมก็บอกเอาสิได้ตังค์ด้วยก็ไปถ่ายโฆษณา ตอนนั้นจำได้ว่าเขาให้ 30,000 บาทไม่ต้องแคสไม่ต้องอะไร ก็ถือว่าเยอะนะช่วงนั้น ตอนที่ถ่ายโฆษณานั้นมี 3 คน มี “อมิตา ทาทา ยัง” แล้วก็“โอเด็ต” (เฮนเรียต แจ็คโคมิน) และ ผม นี่คืองานชิ้นแรกที่กลับมา หลังจากนั้นก็มีงานโฆษณา แต่ผมไม่ชอบแคส แล้วจะทำอะไรล่ะ ไปเดินผ่านกล้องเฉยๆ ก็ได้นะขอให้ได้ตังค์ ก็เอาหมด ห้าพัน หมื่นหนึ่ง ก็ไป ขอแค่ไม่ต้องแคส จนวันหนึ่งเราก็บอกกับโมเดลลิ่งไปว่า ผมอยากไปเล่นละครหรือไปเล่นหนังอะไรก็ได้ อยากแสดงความสามารถ เอาล่ะ ผมอยากแสดงแล้ว อยากกลับเข้ามาทำงานด้านการแสดงจริงๆ จังๆ แล้วเขาก็ส่งผมไปเล่นละครเรื่องแรกคือ “ตาเบบูญ่า” ไปเล่นเป็นเอกซ์ตร้า ในกองถ่าย แต่พอดีว่าพี่ซูโม่แห้ว (บำเพ็ญ ชำนิบรรณการ) ผู้กำกับตอนนั้น เขาเห็นเรา เขาก็ส่ายหน้า แล้วก็เดินหนีเราไป เราก็คิดว่าเราไม่ได้แล้วล่ะ กลับบ้านเลย พอถึงบ้านปุ๊บ ทีมงานโทร.ตามว่า เฮ้ย..ไปไหน พี่แห้วถามหา อ้าว..ก็ส่ายหน้าใส่ผมก็ต้องกลับสิ ไม่เอาผมแล้ว เขาบอกไม่ใช่ พี่แห้วบอกให้กลับมาก่อน เราก็กลับไป เขาก็เอาบทมาโยนใส่หน้า เป็นพระเอกตัวรองๆ คู่กับ “ทราย เจริญปุระ”เป็นคู่หมั้นคู่หมาย และเป็นคนที่เดินเรื่องแล้วก็เป็นคีย์ของเรื่องพอสมควร ก็เลยได้เริ่มจากเรื่องนั้น และกลับมาแล้ว ก็ยาวเลย ทั้งหนังและละคร กลายเป็นว่าเราก็ไม่ได้ทำมาหากินอย่างอื่นแล้วครับ

รู้จักการใช้ชีวิตที่เติบโตขึ้น

เราผ่านการไปดำเนินชีวิตแบบสู้ชีวิตมาแล้ว ความติสท์เหลือเกิน ก็ยังคงเป็นอยู่ แต่ก็มีน้อยลง ในแง่ที่ว่าเรารู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร เพราะเราก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว เราก็เปลี่ยนตัวเอง แล้วก็ทำให้เรามีความรู้สึกว่าประสบการณ์ในการใช้ชีวิตนอกวงการมันก็สอนเรามา แล้วมันก็เลยทำให้เรา และอารมณ์ของการที่จะเอาตัวเองเป็นใหญ่น้อยลง ได้ใช้ชีวิตเป็นมากขึ้น แล้วก็มีความนิ่งมากขึ้น คงเป็นผลจากการที่เราได้กลับมาในวัยที่โตเต็มตัวแล้ว เพราะฉะนั้นการใช้ชีวิตในวงการ ก็เลยเป็นการใช้ชีวิตแบบคนที่เข้าใจชีวิต ไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่เข้ามา เพราะฉะนั้นถ้าคนถามว่า ที่ผ่านมางานก็เยอะมากเลย แต่ทำไมเราไม่มีกระแส ไม่มีเรื่องราว เราก็บอกว่า ก็เราเป็นคนทำงานไง ที่ผ่านมาคนรู้จักเราจากละครเรื่องนู่นเรื่องนี้แล้วพูดถึงตัวละครเรา เขาจำได้หมด แต่พอบอกชื่อจริงเรา “ปราปต์ปฎล” ใครวะ? ซึ่งผมไม่น้อยใจเลยนะ เพราะเขาพูดถึงตัวละคร ถูกต้องแล้ว เราจึงตั้ง Positionตัวเราเองแล้วว่า เราเข้ามาทำงาน เป็นนักแสดง ไม่ได้มาเป็นดารา เรามีงานแสดงให้คนได้ชื่นชม แล้วเขาพอใจ ชื่นชมกับงานที่เราทำออกไปแค่นั้นพอแล้ว แต่พอมาถึงทุกวันนี้ด้วยกระแสหลายๆ อย่างเข้ามา เพราะฉะนั้นก็ถือว่าเป็นวาสนาของเราที่ได้เล่นละครเรื่องนี้ บทนี้ จนกลายเป็นว่าเราก็ถูกจับตามองนิดหนึ่งว่า อ๋อ..คนนี้เหรอ ชื่ออะไรเขาก็เลยไปค้นหาประวัติ คราวนี้แหละจากที่ไม่รู้จัก “ปราปต์ปฎล”ก็รู้จัก เฮ้ยเคยผ่านงานเรื่องนี้มาแล้ว เราก็เคยดูนะ เรื่องนี้ก็ดูชอบนะ แต่ทำไมเราไม่จำเขาเลย เราไม่รู้ว่าเขาเป็นใครเลย เคยสงสัยมานานว่าคนนี้ใคร ตอนนี้ก็รู้จักแล้ว (ยิ้ม)

คนปิดทองหลังพระ

ผมทำงานด้านอาสามาร่วม 20 ปี แล้วครับ ทำมาตลอด แต่ว่าการทำงานของผมไม่ได้ต้องไปป่าวประกาศว่าเราทำนะ ผมก็ดำเนินตามคำสอนของในหลวงรัชกาลที่๙ คือ ปิดทองหลังพระ ทำไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นทุกคนจะรู้ว่าช่วงงานพระราชพิธีของในหลวงรัชกาลที่๙ ผมก็ทำ แต่ไม่ได้ออกสื่อผมไม่ออกสื่อและไม่คุย เพราะว่าถ้าไปออกสื่อเล่าเรื่องงานอาสาที่ทำ ถ้าจะคุยต้องมีคอนเทนต์คุยกับผมว่าตรงนี้สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วๆ ไปหรือเยาวชนมองเห็นว่าการทำงานอาสามีประโยชน์ต่อสังคม แล้วเขาอยากทำบ้าง ถ้าเป็นคอนเทนต์แบบนี้โอเค แต่ถ้าเป็นคอนเทนต์เพื่อมาสรรเสริญผมผมไม่ไป ไม่ออก

เกือบเป็นนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติ

ผมเป็นคนที่เล่นฟุตบอลอยู่ตลอดเวลา กีฬาที่รักที่สุดก็คือฟุตบอล ครั้งหนึ่งในวัยเด็กที่เป็นนักกีฬาฟุตบอล เกือบจะติดทีมชาตินะ ก็ไม่แน่ถ้าเล่นต่อ เพื่อนหลายคนที่เล่นด้วยกันติดทีมชาติ แล้วก็ในรุ่นเดียวกันก็เป็นโค้ช เป็นผู้บริหารทีมฟุตบอลอยู่เยอะแยะ แต่ผมในวัยนั้นเลือกที่จะเลิกเล่นแล้วก็หันมาทำงาน พอเข้าวงการมาถ้ามีเวลาหรือนักแสดงเขาเตะฟุตบอลกันผมก็ไปเตะตลอด ส่วนใหญ่ชอบเตะกับพวกพี่ๆ นอกวงการบันเทิง กับดาราก็มีเตะในกรณีพิเศษ

อาชีพที่รักและทำอย่างมีความสุข

ผมรักอาชีพนักแสดงนี้ จนไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรได้ดีไปกว่านี้แล้ว เพราะฉะนั้นก็จะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าคนเขาจะไม่จ้างเรา และจริงๆ มีงานเบื้องหลังที่ผมควรจะต้องกำกับได้นานแล้ว แต่ผมก็ยังมีความสุขกับงานแสดงเบื้องหน้าอยู่ถามว่าอยากไหมก็อยาก และคงวนเวียนอยู่วงการนี้แหละ แต่ตอนนี้ผมมีความสุขกับชีวิตของการเป็นนักแสดงอยู่ ควบคู่ไปกับการทำงานอาสา หลักๆ ในชีวิตที่โฟกัสเลยก็คือ งานแสดง กับ งานอาสา

แนะนำน้องๆ ดาวดวงใหม่ที่รอวันแจ้งเกิด

ขอให้ทุกคนเชื่อว่าถ้าเข้ามาในวงการบันเทิงนี้แล้วเข้ามาด้วยความจริงใจ เข้ามาด้วยความรัก ในอาชีพนี้แล้วก็มีความรับผิดชอบต่อสังคม รับผิดชอบต่องานรับผิดชอบชีวิตเราเพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อสังคมคุณจะอยู่ในวงการบันเทิงนี้อย่างยาวนาน และสื่อมวลชนกับเราเป็นเรื่องที่ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันถ้าเขาขอความร่วมมืออะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโปรดจงให้ความร่วมมือเขาเต็มที่ แต่ถ้าเรื่องอะไรที่เรามองและพิจารณาดูแล้วว่าไม่มีประโยชน์ ไม่มีอะไรที่เป็นสาระกับเยาวชนก็ช่วยกันกลั่นกรอง อย่าไปสนุกกับกระแส และอย่าไปหลงระเริงกับชื่อเสียง เพราะว่าทุกอย่างคือสิ่งที่มาแล้วเดี๋ยวก็จะหายไป คนเข้ามา คนออกไป ชื่อเสียงก็เหมือนกันก็จะมาๆ ไปๆ วนเวียนอยู่ตรงนี้ ไม่มีอะไรแน่นอนแต่สิ่งที่จะทำให้คุณยืนอยู่ไม่ว่าจะวงการไหนก็แล้วแต่คือความจริงใจ ความรักในอาชีพที่ตัวเองทำ และความรับผิดชอบต่ออาชีพ ต่อสังคม ต่อคนรอบข้าง แล้วก็เป็นคนดี รับผิดชอบสังคม เห็นชีวิตของคนอื่นมีคุณค่าและมีประโยชน์ อย่าน้อยกว่าชีวิตตัวเอง

และวันนี้เราก็ได้เข้าใจความเป็น “ปราปต์” ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง มากยิ่งขึ้น!!

กุหลาบสีเงิน

การแข่งขันศิลปะการเต้นระดับนานาชาติ ยกระดับมาตรฐานการเต้นของประเทศไทยสู่ระดับสากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/332984

การแข่งขันศิลปะการเต้นระดับนานาชาติ  ยกระดับมาตรฐานการเต้นของประเทศไทยสู่ระดับสากล

การแข่งขันศิลปะการเต้นระดับนานาชาติ ยกระดับมาตรฐานการเต้นของประเทศไทยสู่ระดับสากล

วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท โซนาต้า แดนซ์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของรายการแข่งขันศิลปะการเต้นนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย AGP Regional Ballet Competition2018-Bangkok อย่างเป็นทางการ โดยมีคณะกรรมการระดับมืออาชีพร่วมในการตัดสินครั้งนี้ ได้แก่ “Mr.So Han Wah” ผู้บริหารรายการแข่งขัน Asian Grand Prix International BalletCompetition, Ms. Anna Serafinas former ballet Mistress of the Hong Kong Ballet และ Ms.SarawaneeTanatani Pontus Lidberg Dance Artist

โดยได้จัดการแข่งขันแบบเต็มวันโดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันจากประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชีย แข่งขันกันมากว่า 80 รายการ เพื่อค้นหาผู้มีความสามารถและเป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าสู่การแข่งขันในรอบ Final ของรายการที่ฮ่องกงในวันที่ 13-17 สิงหาคม 2561 โดยมีผู้ที่เป็นตัวแทนจากประเทศไทยมากถึง 24 คน และมีผู้ได้รับทุนการศึกษาเพิ่มเติมจากโรงเรียนสอนเต้นชั้นนำของโลกมากถึง 26 รายการซึ่งบ่งบอกถึง
ความสามารถและศักยภาพของเด็กไทยว่าไม่แพ้ชาติใดในโลกรายการการแข่งขันศิลปะการเต้นระดับนานาชาติ Asian Grand Prix International Ballet Competition เป็นการแข่งขันศิลปะการเต้นบัลเลต์จัดการแข่งขันมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ปี ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ได้รับการยกย่องและประสบความสำเร็จอย่างมากในระดับภูมิภาคเอเชียเป็น1ในเวทีการประกวดที่ได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานสากลจากฮ่องกง และเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กับเยาวชนนักเต้นมากขึ้นร่วมเป็นกำลังใจให้กับตัวแทนจากประเทศไทยได้ที่ https://www.asiangrandprix.org และ https://www.agpbangkok.com

มานพ โตการค้า บิ๊กบอสไอพีเอ็ม บวงสรวงละคร เทพบุตรผ้าขาวม้า เทพธิดาผ้าซิ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/332982

มานพ โตการค้า บิ๊กบอสไอพีเอ็ม บวงสรวงละคร เทพบุตรผ้าขาวม้า เทพธิดาผ้าซิ่น

มานพ โตการค้า บิ๊กบอสไอพีเอ็ม บวงสรวงละคร เทพบุตรผ้าขาวม้า เทพธิดาผ้าซิ่น

วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มานพ โตการค้า บิ๊กบอสใหญ่บริษัท ไอพีเอ็มทีวี จำกัด นำทีมคณะผู้ผลิต อาทิ พัชราพรรณ ชูชัย ผู้อำนวยการผลิต, ชายแฮ็คส์-สุทธา ทวีศรีธนโชค ควบคุมการผลิต, ฐากร เจี่ยเพิ่มพูน ผู้จัดละคร, กฤตธน การะเกตุ ผู้กำกับฯ, วลงกรณ์ จับใจ ผู้เขียนบทโทรทัศน์ พร้อมด้วยนักแสดง และทีมงาน จัดพิธีบวงสรวงละครส่งเสริมหัตถศิลป์ไทยเรื่อง“เทพบุตรผ้าขาวม้า เทพธิดาผ้าซิ่น” อย่างยิ่งใหญ่อลังการ โดยมีพระนางทั้ง 4 คู่ นำทีมนักแสดง ไม่ว่าจะเป็น ธีร์วศิษฐ์ เรือนสอน (อ๊อฟ), วิสุตาภัทร อุบลรัศมี (จิ๊กซอว์), ภูริวัช สิงคลีบุตร (วิน), นลิน รุ่งรัศมี (หนิง), นรภัทร อินทิพย์ (เป๊ก),ปุณฐิภาภัคร์ สุวรรณราช (ตุ๊กตา), ศุภกิจ โพธิ์ศรีดา (บอย),ธิดารัตน์ มากศรี (แอน) ร่วมด้วยนักแสดงที่เข้าร่วมพิธีอีกคับคั่ง โดยภายในงานมีพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง และละครเรื่องนี้จะเดินเครื่องถ่ายทำภายในต้นเดือนพฤษภาคมที่จังหวัดขอนแก่นเป็นคิวแรก แฟนๆ ละครอดใจรอนิดนึงนะจ๊ะ!!!