ดราม่าไม่จบ!! กระทะ “วู้ดดี้”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/277040

ดราม่าไม่จบ!! กระทะ “วู้ดดี้”

คนในข่าว  :  15 พ.ค. 2560
คนในข่าว, โคเรียคิง, ดราม่าไม่จบกระทะ, ดราม่า, กระทะ, วู้ด, ดราม่าไม่จบ, วู้ดดี้, วูดดี้, ส้ม-ณัชพร สายบัว, ทอล์กโชว์, ตื่นมาคุย, ดังแล้วจะแยกไปรวย

ตอนแรกนึกว่าขำๆ เรื่อง “วาระแห่งชาติ-วาระกระทะเกาหลี”

 

ปรากฏว่า เรื่องนี้กลายเป็นวาระแห่งชาติไปแล้วจริงๆ เมื่อจนถึงวันนี้ การแสเรื่องกระทะโคเรียคิงขายเกินราคา ยังไม่จบ!

แถมไม่ใช่แค่เม้าท์มอยกันในหมูชาวเน็ตเท่านั้น แต่ลามไปถึงนักวิชาการ นักธุรกิจ องค์กรต่างๆ ที่ดาหน้าออกมาร่วมด้วยช่วยกระทืบ…เอ๊ย! ช่วยค้นหาความจริงเกี่ยวกับกระทะใบนี้กันอย่างคึกคัก

งานนี้ ทำเอาสื่อหลายสำนักถึงกับโอดแทน “วูดดี้” วุฒิธร มิลินทจินดา ว่าเจ้าตัวจะต้องหาเวลาไปสะเดาะเคราะห์แก้ปีชงเสียหน่อย ค่าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์กระทะนี้จนคนไทยเข้าใจว่าวู้ดดี้นี่แหละเป็นเจ้าของกระทะตัวจริง

ล่าสุด “วู้ดดี้” โพสต์ความในใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า

“อยากจะบอกว่ารักทุกคนเหลือเกิน ขอบคุณทุกๆกำลังใจที่ส่งมา ขอบคุณทุกๆคนที่เดินเข้ามากอด ใครที่ท้อ ใครที่เหนื่อยอยู่ คิดเสียว่าวด.กำลังกอดคุณแน่นๆนะ … แล้วมันจะผ่านไป .. แล้วมันจะผ่านไป.. แล้วมันจะผ่านไป.. คุณจะผ่านไปได้เสมอ! I Love You”

วู้ดดี้คนนี้ ถึงจะดังมาก จนคนน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก แต่เอาเข้าจริงๆ เขาเป็นใครมาจากไหนและทำอะไรมาบ้าง

วุฒิธร มิลินทจินดา เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2519 เป็นคนกรุงเทพฯ เราเรียกเขาว่า “วู้ดดี้” แต่ชื่อเล่นจริงๆ ของเขาคนนี้คือ ‘อ้าย” (แอร๊ย!!)

“วู้ดดี้” เป็นบุตรคนโต ในจำนวนพี่น้อง 2 คน ของ เปี่ยมศักดิ์ มิลินทจินดา เอกอัครราชทูตไทยประจำอาเซียนคนแรก และ ตาบทิพย์ มิลินทจินดา อดีตอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย และยังมีศักดิ์เป็นหลานอาของวรายุฑ มิลินทจินดา ผู้จัดละครโทรทัศน์ของช่อง 3

ในวัยเด็กวู้ดดี้เริ่มเรียนที่ประเทศสิงคโปร์ แล้วกลับมาเรียนต่อที่โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี ได้ 2 ปี ก็ตามคุณพ่อไปเรียนเกรด 6-1 ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แล้วกลับมาเรียน ม.6 โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี อีกครั้ง

จากนั้นจบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2540 และมาจบปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2546

จนเมื่อปี 2554 สำเร็จการศึกษาจากสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 1 (รับหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์รุ่น)

ชีวิตช่วงหนึ่งที่นิวยอร์ก มีโอกาสได้คลุกคลีในแวดวงบันเทิงจนพบว่าเป็นทางถนัด ทั้งที่เดิมทีใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักการทูตตามอย่างบิดา

มุมนี้ ไทยรัฐออนไลน์เคยเล่าว่า วู้ดดี้เคยเข้ากลุ่มแสดงวัยรุ่น City Kids ซึ่งมี เดมี มัวร์ และ วูปปี้ โกลด์เบิร์ก เป็นประธาน มีโอกาสได้เล่นละครบรอดเวย์ และเคยเป็นตัวแทนของรัฐนิวยอร์ก ไปแข่งโต้วาทีที่วอชิงตัน ดี.ซี. และยังเป็นนักร้องใน คณะนิวยอร์ก ซิตี้ คอรัส อีกด้วย

แถมยังเคยหารายได้เสริมเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารบ้าง เป็นพนักงานส่งแซนด์วิชตามสั่งบ้าง ขณะที่กลับมาเมืองไทยแล้ว ในช่วงปิดเทอมก็ยังทำงานการตลาดที่ บริษัท พรีเมียร์ แดรี่ฟู้ดส์ ทำงานเป็นไกด์บนเรืออันดามันปริ้นเซส

ขณะที่เรียนอยู่ที่ธรรมศาสตร์ เขายังเป็นนักร้องวง ที.ยู.แบนด์ ทั้งยังเคยเล่นละครเวทีเรื่อง แฮมเล็ต และยังเคยเป็นที่ปรึกษาด้าน Content Marketing คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดอีกด้วย

ต่อมา จากการชักชวนของเพื่อน เขาได้เข้ามาเป็นวีเจทางช่องเอ็มทีวีไทยแลนด์ และเป็นพิธีกรอยู่หลายรายการ จนปี 2547 วู้ดดี้ได้ก่อตั้งบริษัท ดับเบิ้ลยู เน็ตเวิร์ค จำกัด และในปี 2552 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท วู้ดดี้เวิลด์ จำกัด ผลิตรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียง เช่น รายการวู้ดดี้ เกิดมาคุย และรายการเช้าดูวู้ดดี้ ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี

ชีวิตก่อนจะรุ่งจนรุ่งสุดๆ วู้ดดี้ ดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริษัท ดับเบิ้ลยู เน็ตเวิร์ค จำกัด โดยมี “ส้ม-ณัชพร สายบัว” อดีตผู้จัดการส่วนตัว ที่ผันมาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ โดยเธอเป็นกรรมการผู้จัดการ ผลิตรายการลุ่มๆดอนๆ และที่สุด ต้องทุบหม้อข้าวเดินหน้าลุยรายการที่เป็นโปรเจกท์สุดท้าย คือ “ทอล์กโชว์” วู้ดดี้ “เกิดมาคุย”

ปรากฏว่า ดังเป็นพลุแตก!! ออกอากาศครั้งแรก 20 มกราคม 2551 อยู่ยั้งยืนยงยาวนานถึง 9 ปี โดยได้แตกแขนงรายการอื่นๆ เพิ่ม เช่น “เช้าดูวู้ดดี้” ที่ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “ตื่นมาคุย” รวยกันจนต้องรำแก้บนถวาย

มาถึงต้นปี 2560 รายการ “วู้ดดี้เกิดมาคุย” ลาจอไป ตามมาด้วยการถอนหุ้น ออกจาก บริษัท ดับเบิ้ลยู เน็ตเวิร์ค จำกัด จนถูกเม้าท์ ว่าวู้ดดี้ “ดังแล้วจะแยกไปรวย” แต่ ส้ม ณัชพร ได้ออกมาโพสต์สยบข่าวเม้าท์นี้เรียบร้อยแล้วว่าจากกันด้วยดี

ตามมาด้วยงานคอนเสิร์ตเกาหลี ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ที่วู้ดดี้และ กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ พิธีกรคู่ในคอนเสิร์ตเปิดศูนย์การค้าโชว์ดีซี ที่มีศิลปินชื่อดังจากเกาหลีมากันเพียบ แต่ปรากฏว่าหลังจากจบงาน พิธีกรคู่ดังก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำตัวไม่เหมาะสม ว่าแล้วก็ตั้งแฮชแทค #พิธีกรยอดแย่แห่งปี 2017 ไปด้วย จนสองพิธีกรต้องออกมาขอโทษรัวๆ

ยังมี งานคอนเสิร์ต S2O ฉลองเทศกาลสงกรานต์ย่านอาร์ซีเอ ที่เจ้าตัวเป็นผู้จัดขึ้น แต่ลำโพงทำงานดีมากจนไปทำกระจกในคอนโดย่าน RCA ร้าวกระจาย จนเจ้าตัวและทีมงานต้องออกมารับผิดชอบรัวๆ

พองานกระจกผ่านไป งานกระทะก็ตามมา กับปัญหาดราม่า “โคเรียคิง” ที่แม้เจ้าตัวจะแจงรัวๆ (อีกครั้ง) ไปแล้วเสร็จสรรพ แต่เรื่องก็ยังไม่จบง่ายๆ จนถึงวันนี้

เจอไปขนาดนี้ ก็ไม่รู้เจ้าตัวจะต้องไปแก้ชง..รัวๆ ตามคำแนะนำหรือไม่นะเออ

ฉาว!! ฝั่งซ้าย เน็ตไอดอลสาว ดังจากช่องทีวีไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/276929

ฉาว!! ฝั่งซ้าย เน็ตไอดอลสาว ดังจากช่องทีวีไทย

คนในข่าว  :  14 พ.ค. 2560

ดังจากช่องทีวีไทย, ฝั่ง, ซ้าย, เน็ต, ไอดอล, ช่อง, ทีวี, ฝั่งซ้าย, เน็ตไอดอลสาว, ดังจากช่องทีวีไทย , โทละโข่ง, พูทอง วงสะหวัน, พูทอง, จบข่าว, แก้ข่าว, ลูกหมี, หมีน้อย

ฉาว!! ฝั่งซ้าย เน็ตไอดอลสาว ดังจากช่องทีวีไทย

           สังคมโซเชียลลาว มีเรื่อง “ฉาว” ให้ผู้คนร่ำลือกันสนั่นเฟซบุ๊ค เมื่อเพจ “โทละโข่ง” พาดหัวข่าว “เมียจับได้! ผัวเล่นชู้กับเน็ตไอดอลสาว เตรียมขึ้นศาล”

         โดยอ้างถึงเรื่องเล่าจาก “เพื่อนผู้หญิง” ที่ถูกสาวเน็ตไอดอลแย่งสามีไป พร้อมกับนำภาพผู้ชายถ่ายคู่หญิงสาว แม้จะเบลอหน้าไว้ แต่คนลาวก็ทราบว่า เธอผู้นั้นคือใคร?

ฉาว!! ฝั่งซ้าย เน็ตไอดอลสาว ดังจากช่องทีวีไทย 

          มาถึงวันที่ 13 พ.ค.2560 มีผู้ใช้เฟซบุ๊ค “พูทอง วงสะหวัน” ได้โพสต์ข้อความว่า “ข้าพเจ้าผู้เป็นเมียขอออกมาแก้ข่าวเรื่องผัวของข้าพเจ้า…” สรุปว่า เธอให้ลบโพสต์นั้นทิ้ง และเธอได้บอกว่า ทางครอบครัวรับรู้ข้อมูลที่เป็นจริงแล้ว

         หมายความว่า “พูทอง” รับรู้พฤติกรรมสามีที่คบหากับหญิงอื่น และเธอก็ยอมรับได้ เพื่อให้สามีสบายใจ และเวลาออกไปนอกบ้าน จะได้ไม่มีใครถามเรื่องข่าวฉาวอีก

ฉาว!! ฝั่งซ้าย เน็ตไอดอลสาว ดังจากช่องทีวีไทย 

ถัดมาวันเดียวกัน ผู้ใช้เฟขบุ๊ค Khonmisay Phasaysisounone ได้ขึ้นสเตตัสสั้นๆ ว่า “จบข่าว” และนำโพสต์ของพูทอง มาแปะไว้ด้วย

           ที่ตลกร้าย วันถัดมา พูทองได้โพสเฟซบุ๊คบอกว่า สามีขโมยมือถือไปเข้ารหัสเฟซบุ๊คของเธอเพื่อ “แก้ข่าว” ทำเอาคนลาวพากันวิจารณ์กันลั่นว่า เรื่องนี้จะจบอย่างไร?

Khonmisay Phasaysisounone หรือคอนมีไซ พะไซสีสวนออน หรือที่สื่อไทยเรียกว่า “ลูกหมี” เป็นเน็ตไอดอลสาวลาว ที่มาโด่งดังทางฝั่งไทย เมื่อเร็วๆนี้

ฉาว!! ฝั่งซ้าย เน็ตไอดอลสาว ดังจากช่องทีวีไทย 

           “ลูกหมี” หรือ “หมีน้อย” ได้เป็น 1 ใน 7 ปริศนาทางรายการ I can see your voice ออกอากาศช่องเวิร์กพอยท์ วันนั้น เธอได้โชว์พลังเสียงในเพลง “เมียเก่า” ทำให้ผู้ชมในห้องส่ง รวมถึงแขกรับเชิญคือ หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ ต่างตกตะลึงในเสียงอันไพเราะของลูกหมี

ฉาว!! ฝั่งซ้าย เน็ตไอดอลสาว ดังจากช่องทีวีไทย 

            ตอนนั้น คนลาวต่างชื่นชมยินดีที่ “ลูกหมี” สร้างชื่อเสียงในประเทศเพื่อนบ้าน เรียกว่า เธอดังข้ามโขงชั่วข้ามคืน

          จริงๆแล้ว “หมีน้อย” หรือ “ลูกหมี” คือเน็ตไอดอล ที่ยึดธุรกิจเกี่ยวกับความสวยความงาม โดยเฉพาะช่วงที่เธอ “เสริมอึ๋ม” ได้แพร่ภาพการทำศัลยกรรม สร้างความฮือฮาในโซเชียลลาว

ฉาว!! ฝั่งซ้าย เน็ตไอดอลสาว ดังจากช่องทีวีไทย 

            กรณี “เมียหลวง-เมียน้อย” ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายในโซเชียลลาว เพราะสังคมลาว ค่อนข้างได้ชื่อว่า เคร่งครัดเรื่องศีลธรรมจรรยา แต่ช่วงหลัง สังคมเสื่อมทรามลง มีคดีหย่าร้างมากขึ้น

ฉาว!! ฝั่งซ้าย เน็ตไอดอลสาว ดังจากช่องทีวีไทย 

วอนลุงตู่.. ฟัง “รังสิมา” สักครั้ง ช่วยพยาบาลเถิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/276892

วอนลุงตู่.. ฟัง “รังสิมา” สักครั้ง ช่วยพยาบาลเถิด

คนในข่าว  :  14 พ.ค. 2560
ท่านประธาน, รังสิมา, สักครั้ง, ช่วย, พยาบาล, เถิด, วอนลุงตู่, ช่วยพยาบาลเถิด, รังสิมา รอดรัศมี, ท่านประธานไม่แข็ง, ฟังรังสิมาอีกสักครั้งนะคะ, สถานีอนามัย, รองนายกรัฐมนตรี, สตรอง, นายกฯ ตู่

จากกรณีพยาบาลขู่ลาออกทั้งประเทศ ทำให้ชื่อของ “รังสิมา รอดรัศมี” กลับมาอีกครั้ง หลังจากเงียบหายไปนาน…

          และเมื่อเอ่ยชื่อนี้ นามนี้ครั้งใด มักนึกถึงนักการเมืองหญิงจากลุ่มน้ำแม่กลอง ผู้เป็นดาวเด่นสภาฝีปากกล้าคนหนึ่งที่ไม่เกรงกลัวใคร เจ้าของถ้อยวลี “ท่านประธานไม่แข็ง” ที่เคยปะทะคารมกับนักการเมืองรุ่นใหญ่ประจำสภามาแล้วหลายคน

         ล่าสุดกลับมาอีกครั้งกับประโยคที่นายกตู่ฯ ต้องอึ้ง

         “ฟังรังสิมาอีกสักครั้งนะคะ”

          “ท่านนายกฯ ต้องให้ขวัญกำลังใจและให้ความสำคัญกับพยาบาลให้มากกว่าที่ท่านกำลังคิด ไม่อย่างงั้น ผลิตเท่าไหร่ก็สมองไหลไปอยู่เอกชน หรือไม่ก็ไปทำอาชีพอื่นหมดผลกระทบก็จะเกิดกับคนไข้และพี่น้องประชาชน ได้โปรดทบทวนการบรรจุให้กับพยาบาลที่ยังไม่ได้บรรจุเถอะค่ะ ก่อนที่จะไม่มีพยาบาลอยู่ในสถานพยาบาลของรัฐเชื่อรังสิมาสักครั้งนะคะ”

          นี่คือ ข้อความที่อดีตพยาบาลโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊คส่วนตัว

         สำหรับ “รังสิมา รอดรัศมี” หรือ เจ๊โอ๋ เป็น อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม 4 สมัย พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนางพยาบาลโรงพยาบาลอัมพวา เข้าสู่การเมืองครั้งแรกในปี 2539 ด้วยวัย 34 ปี เนื่องจากรับไม่ได้กับการทุจริตในแวดวงสาธารณสุขผ่านการสัมภาษณ์จาก ชวน หลีกภัย โดยตรง ด้วยคำตอบที่ว่า

         “…ลูกปืนหนูยังไม่กลัวเลย นับประสาอะไรจะมากลัวเรื่องชู้สาว…” หลังจากที่ ชวน หลีกภัย ถามว่า “ถ้าถูกโจมตีเรื่องชู้สาวจะทนได้หรือไม่? โดยมี อลงกรณ์ พลบุตร ช่วยดูแลเป็นพี่เลี้ยงมาตลอด แต่พอลงสนามจริง ก็แพ้ไปทั้งสองครั้ง กระทั่งปี 2544 จึงได้เป็นส.ส.สมัยแรก จากนั้นประกาศความเป็น “เด็กนายชวน” มาตลอด หนักแน่นไม่เปลี่ยนใจย้ายพรรค

          จากคำตอบของเธอที่ให้กับ ชวน หลีกภัย ไม่ผิดจากความจริงนัก โดยเธอยอมรับว่าไม่ง่าย ต้องผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมาแล้วหลายครั้ง ทั้ง ฝ่าดงกระสุน รวมถึงอุบัติเหตุเนื่องจากต้องไปร่วมงานชาวบ้านในพื้นที่ จนครั้งหนึ่ง ประธานงานเผาศพ เกือบเป็นศพเสียเอง เมื่อต้องซิ่งรถจากกรุงเทพฯ หลังประชุมพรรคเสร็จเพื่อกลับให้ทันงานในพื้นที่จนรถพลิกคว่ำ แต่ก็ไม่เคยหยุดโดยเคยทำสถิติไปร่วมงานศพสูงสุดมากถึง 33 ราย ภายในวันเดียว

          ส่วนในด้านความอดทนนั้น มาจากวิชาชีพ “พยาบาล” ล้วน เพราะก่อนหน้ามาเป็นสส.ต้องนั่งรถลงเรือเข้าไปดูแลชาวบ้านตามสวนอยู่แล้ว หลังจากเรียนจบจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขต หาดใหญ่ (มอ.) แล้ว ทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลรามาธิบดีอยู่ 3 ปี (2523-2526) ก่อนบรรจุเป็น “ พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลอัมพวา” ในปี 2528 และ กรรมการสภาพยาบาล ปี 2537-2541

         กว่า 20 ปี ในชุดขาวนอกจากความอดทนและใกล้ชิดกับชาวบ้านเป็นทุนเดิมแล้ว ยังได้เห็นกรณีการทุจริตในท้องถิ่น จนไม่อาจทนได้ เพื่อนเห็นแววความกล้าและสนใจการเมืองจึงชักชวน และพาไปพบ ชวน หลีกภัย ถึงเมืองตรัง ก่อนแจ้งเกิดในการอภิปรายกรณีทุจริตงบน้ำท่วมปี 2554 รายนี้

           ถึงแม้ถูกแซวว่า “พูดเหน่อ” ก็ไม่เสียความมั่นใจ“คนพูดไม่เหน่อ แต่คนฟังต่างหากที่เหน่อ” เธอว่า

          “รังสิมา” เป็นพยาบาลวิชาชีพตัวจริง เริ่มต้นมาจากสอบชิงทุนผู้ช่วยพยาบาลรามาธิบดีมาตั้งแต่อายุ 17 ปี และรับรู้ความลำบากของนางฟ้าในชุดขาวเป็นอย่างดี อย่าง โรงพยาบาลอัมพวา ก็พัฒนากันมาตั้งแต่สมัยเป็น “สถานีอนามัย” ที่ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีไฟฟ้า ต้องใช้วิทยุสื่อสารและปั่นไฟใช้เอง ส่วนพยาบาลเองไม่ใช่อยู่เฝ้าสถานีอนามัยอย่างเดียว ต้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชาวบ้านตลอด

          ส่วนเส้นทาง ส.ส.ฝีปากกล้า ฉายแววมาตั้งแต่แรก และเป็นคู่ปรับ ประธานสภาฯ ทุกครั้งที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น อุทัย พิมพ์ใจชน, โภคิน พลกุล, ยงยุทธ ติยะไพรัช, ชัย ชิดชอบ มาจนถึง สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ล้วนเจอรังสิมาทั้งสิ้น

         รวมถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สมัยเป็น “รองนายกรัฐมนตรี” ก็เจอรังสิมาเช่นเดียวกัน โดยถูกเธอยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบจริยธรรม มาแล้ว กรณีคุกคามทางเพศที่ชี้หน้า ตะคอกใส่ในสภาผู้แทนราษฎรและบานปลายถึงเรื่องเมากลางสภา

         ในเรื่องความแกร่งนั้น รังสิมา “สตรอง” ไม่แพ้ใคร เมื่อครั้งที่อภิปรายกรณีการปล่อยให้มีการทุจริตงบประมาณช่วยเหลือน้ำท่วมของ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีส.ส.พรรคเพื่อไทยประท้วงและบอกว่า “ถ้าผมฝันว่า ได้นอนกับคุณรังสิมาบ้างจะว่าอย่างไร” จนทำให้เกิดการประท้วงกันวุ่นวาย แต่เธอก็ผ่านมาได้แถมยังมีแนวร่วมจากสตรีหลายกลุ่ม

         ในยุคนกหวีดดังทั้งแผ่นดิน รังสิมา ก็ขึ้นเวที กปปส. ตั้งแต่สามเสนเรื่อยมา กระทั่งยุค “ปิดเทอมใหญ่” ของนักการเมือง เธอก็ยังคงแสดงความคิดความเห็นมาตลอด โดยผ่านเฟซบุ๊คเป็นหลัก กระทั่งล่าสุดหลังผ่าตัดจากอุบัติเหตุใหญ่ไม่นาน ก็ยังคงเกาะติดประเด็นต่อเนื่อง

         แรงดีไม่มีตกเช่นนี้ “นายกฯ ตู่” จะไม่ฟังบ้างเชียวหรือ!!

สัมพันธ์รัก “แม่ซู” กับ “ไท ซี โท”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/276872

สัมพันธ์รัก “แม่ซู” กับ “ไท ซี โท”

คนในข่าว  :  14 พ.ค. 2560
สีสันอาเซียน, สัมพันธ์, สัมพันธ์รัก, แม่ซู, ไท ซี โท, อองซาน ซูจี, สร้างภาพลักษณ์, ซูจี, กองกำลังชาติพันธุ์, อิรวดี, ไท ชี โท, สุนัข, ระวังสุนัขกัด

สัมพันธ์รัก “แม่ซู” กับ “ไท ซี โท” : คอลัมน์ สีสันอาเซียน

 

โปรแกรมทัวร์ยุโรปรอบนี้ของ “อองซาน ซูจี” ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมาร์ เป็นรายการ “สร้างภาพลักษณ์” ให้เมียนมาร์ในยุครัฐบาลพรรคเอ็นแอลดีทั้งสิ้น นับแต่เยือนเบลเยียม, อิตาลี, เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา ที่กรุงวาติกัน และเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ที่พระราชวังบักกิงแฮม

เมื่อต้นปีนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส มีถ้อยแถลงวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติต่อชาวโรฮิงญา ชาวโรฮิงญาถูกทรมาน และสังหารโดยง่ายเพียงเพราะต้องการมีชีวิตอยู่ตามวัฒนธรรม และความเชื่อในศาสนาอิสลาม

“ซูจี” รับรู้ถึงปฏิกิริยาด้านลบจากชาติในยุโรป กรณีการเผาหมู่บ้านและสังหารชาวโรฮิงญา ที่เมืองหม่องดอ รัฐยะไข่

เมื่อไม่นานมานี้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จะสืบสวนข้อกล่าวหาอาชญากรรมของกองกำลังรักษาความมั่นคงของพม่าที่มีต่อชาวโรฮิงญา

ปีที่แล้ว “ซูจี” ก็มาลอนดอน ได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ โดยมีประเด็นปัญหาสิทธิมนุษยชนเป็นวาระสำคัญ ส่วนปีนี้ “ซูจี” มาเยือนลอนดอนอีกได้รับรางวัลเสรีภาพพลเมืองแห่งกรุงลอนดอน ซึ่งทางกรุงลอนดอนมอบให้ในฐานะที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาหลายปีโดยไม่ใช้ความรุนแรง

วันเดียวกันนอกห้องประชุมที่ซูจีรับรางวัลผู้ชุมนุมประท้วงราว 40 คน รวมตัวกันชูป้ายที่มีข้อความเขียนว่า “ปลดปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหมดในพม่า” และ “โปรดหยุดเผาหมู่บ้านโรฮิงญา”

ไม่เพียงชาวโรฮิงญา ยังมีชาวคะฉิ่นพลัดถิ่นมายกป้ายเรียกร้องให้ยุติสงครามในรัฐคะฉิ่น ซึ่งการสู้รบที่ดำเนินมายืดเยื้อยาวนาน ได้เข่นฆ่าพลเรือนไปจำนวนไม่น้อย

ปลายเดือนพฤษภาคมนี้ “ซูจี” จะจัดการประชุมสันติภาพปางโหลง ศตวรรษที่ 21 อีกครั้ง โดยหวังที่จะเห็น “กองกำลังชาติพันธุ์” เข้าร่วมลงนามหยุดยิงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคะฉิ่น, กลุ่มโกก้าง, กลุ่มตะอาง และกลุ่มอาระกัน ที่ไม่ยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจาสันติภาพ

สงครามที่ยืดเยื้อฉุดรั้งคะแนนนิยมในตัวเธอให้ลดลงไปทุกวัน รวมถึงความขัดแย้งระหว่างพุทธชาตินิยมกับชาวมุสลิม ก็มีการเผชิญหน้ากันหลายครั้งในย่างกุ้ง

แต่ก่อนจะมีการประชุมปางโหลง ซูจีเตรียมเดินทางเยือนปักกิ่ง เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดโครงการสาธารณูปโภคเส้นทางสายไหมใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 “1 แถบ 1 เส้นทาง” ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนในกลางเดือนพฤษภาคมนี้

แต่การเดินทางไปราชการในต่างประเทศบ่อยครั้งก็เป็นเรื่องทุกข์ใจของ “แม่ซู” เพราะเธอมีลูกรักรออยู่ที่บ้าน

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักข่าวอิรวดีของเมียนมาร์ ได้เปิดเผยชีวิตมุมอ่อนโยนของซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมาร์ ซึ่งมีสุนัขวัย 7 ปีเป็นขวัญใจประจำบ้าน“อิรวดี” อ้างถึงวารสาร “ดี-เวฟ” ซึ่งเป็นสื่อกระบอกเสียงของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ที่มีข้อเขียนของซูจี เกี่ยวกับสุนัขแสนรู้ เมื่อปีที่แล้วว่า สิ่งที่รบกวนจิตใจเธอเมื่อต้องเดินทางเป็นประจำคือ การต้องทิ้ง “ไท ชี โท” สุนัขตัวโปรดของเธอไว้ที่บ้าน เพราะสุนัขตัวนี้เป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยง และเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ลูกมีต่อแม่

“ไท ชี โท จะกอดขาของดิฉันเมื่อคิดว่าจะถูกทิ้งไว้ที่บ้าน และเมื่อเข้านอนตอนกลางคืน เขาก็จะมานอนเอาตัวพิงขาดิฉันตลอด เหมือนกับเขาคิดว่าขาคู่นี้เป็นสิ่งเดียวที่พรากดิฉันไปจากเขา เขาจึงไม่ยอมคลาดสายตาจากขาดิฉันเลย” ซูจีเล่าถึงความผูกพันระหว่างเธอกับสุนัขคู่ใจในวารสารดี-เวฟ

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 คิม อาริส บุตรชายคนเล็กของซูจี เดินทางไปเยี่ยมเธอในนครย่างกุ้ง หลังจากรัฐบาลทหารเมียนมาร์อนุมัติวีซ่าเข้าประเทศให้เขา และถือเป็นการพบกันครั้งแรกของพวกเขาในรอบกว่า 10 ปี โดยคิมซื้อเจ้าไท ชี โท ที่อายุเพียง 2-3 เดือนในเวลานั้นมาจากร้านขายสัตว์เลี้ยงแห่งหนึ่งในตลาดมิงกะลาบาในนครย่างกุ้ง และนำไปให้ซูจีเลี้ยงตั้งแต่นั้นมา

บรรดาผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ไปพบซูจี หลังได้รับการปล่อยตัวจากรัฐบาลทหารเมื่อปี 2553 ต่างเผยแพร่ชุดภาพถ่ายของซูจีและสัตว์เลี้ยงใหม่ของเธอ ซึ่งชุดภาพถ่ายเหล่านี้ถูกแชร์ไปทั่วสังคมออนไลน์ทำให้ไท ชี โท มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมียนมาร์

ในช่วงเทศกาลตะจาน (สงกรานต์) ประจำปีนี้ของเมียนมาร์ ซูจีได้สร้างซุ้มเล่นน้ำใกล้บ้านพักของเธอในกรุงเนปิดอว์ พร้อมกับตั้งชื่อซุ้มดังกล่าวตามชื่อสุนั6ขคู่ใจของเธอ และเลือกฉลองเทศกาลวันหยุดที่นั่นด้วย ซึ่งหลังจากภาพซุ้มเล่นน้ำแห่งนี้ถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์ ชื่อไท ชี โท ก็กลายเป็นกระแสอีกครั้ง

ไท ชี โท เป็นสุนัขพันธุ์โกลเดน รีทรีฟเวอร์ ซึ่งชอบกินอาหารวันละ 2 มื้อที่ประกอบด้วยข้าว เนื้อ และผัดกะหล่ำสับ นางซูจีเคยบอกว่าเธอจะไม่ตีหรือดุสุนัขของเธอและจะพามันไปกับเธอทุกที่เท่าที่จะทำได้ แต่หากพาไปไม่ได้จริงๆ เธอก็จะจูบลาเจ้าไท ชี โท ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
มีรายงานว่า ซูจีไม่ชอบให้ใครเรียกไท ชี โท ว่า “สุนัข” และยังสั่งลบคำนี้จากป้ายเตือน “ระวังสุนัขกัด” ที่หน้าบ้านพักของเธอ ก่อนเปลี่ยนเป็นป้ายรูปของไท ชี โทแทน

อย่างไรก็ดีไม่มีใครรู้ว่าความหมายที่แท้จริงของชื่อสุนัขตัวนี้คืออะไร?

มาจากดิน ลูกทุ่ง “ลูกชาวนา” ไม่ลืมกำพืดตัวเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/276602

มาจากดิน ลูกทุ่ง “ลูกชาวนา” ไม่ลืมกำพืดตัวเอง

คนในข่าว  :  12 พ.ค. 2560
เบิ้ล, มาจาก, ลูกทุ่ง, ชาวนา, ไม่ลืม, กำพืด, ตัวเอง, มาจากดิน, ลูกชาวนา, ไม่ลืมกำพืดตัวเอง, วันพืชมงคล, ต่าย อรทัย, คนมาจากดิน บ่เคยลืมกลิ่นความจน, ต่าย  อรทัย, เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม, เบิ้ล  ปทุมราช  อาร์สยาม

“วันพืชมงคล” เป็นวันสำคัญที่กำหนดขึ้น เพื่อระลึกถึงความสำคัญของเกษตรกร ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย มีการจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

          และทางราชการยังกำหนดให้ “วันพืชมงคล” เป็น “วันเกษตรกร” อีกด้วย

         เช้าวันนี้(12 พ.ค. 2560 ) “ต่าย อรทัย” นักร้องสาวที่ร้องเพลง “มาจากดิน” ที่มีวรรคทองว่า“คนมาจากดิน บ่เคยลืมกลิ่นความจน” ได้โพสต์เพชบุ๊ค Tai Orathai เกี่ยวกับวันพืขมงคล

มาจากดิน  ลูกทุ่ง "ลูกชาวนา"  ไม่ลืมกำพืดตัวเอง

“ต่าย  อรทัย”

         “..เริ่มเข้าหน้าฝน หลายครอบครัวเตรียมไถหว่าน นาจะหลวยบ้านเกิดของต่ายก็เช่นกัน คุณพ่อ,น้องชาย ไถ่นา หว่านข้าว เอาฤกษ์เอาชัยเป็นมงคล ในวันพืชมงคล ไปเรียบร้อยแล้ว….ผลเสี่ยงทาย วันพืชมงคล ปี 2560….พยากรณ์ว่า น้ำปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี….ก็ขอให้ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน เกษตรกรทั่วทุกที่ ทำการเกษตรได้ผลผลิตที่ดี ขายข้าวได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย อุดมสมบูรณ์ทุกๆอย่างเด้อค่ะ..”

มาจากดิน  ลูกทุ่ง "ลูกชาวนา"  ไม่ลืมกำพืดตัวเอง

           ก่อนหน้านั้น “ต่าย อรทัย” ได้โพสต์ภาพน้องชาย พาแม่ไปซื้อรถไถ ที่ในตัวเมืองอุบลราชธานี

          “ฝนเริ่มมา..ใกล้ฤดูทำนากันแล้ว..น้องชายคนโตอยากได้รถไถ..วันนี้ฤกษ์ดี น้องชายชวนพ่อ แม่ ไปเอาฤกษ์เอาชัยให้เป็นมงคลและคุณครูปุ๊ก เป็นธุระไปดูรายละเอียดให้ ขอบคุณหลายๆเด้อค่ะ..หลานน้อยลมเหนือคือสิม่วนกว่าหมู่..เห็นว่า..ขึ้นเจิมทุกคันเอาโลด”

          ทุกวันนี้ น้องชายของต่าย ทำนาอยู่ที่บ้านคุ้มแสนชะนี ต.พรสวรรค์ อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี

          ด้านนักร้องหน้าใหม่มาแรงจากเพลง “อ้ายมีเหตุผล” นั่นคือ “เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม” เป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยลืม “กำพืด” ตัวเองว่ามาจากครอบครัวชาวนา บ้านโคกพระ ต.นาป่าแซง อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ

มาจากดิน  ลูกทุ่ง "ลูกชาวนา"  ไม่ลืมกำพืดตัวเอง

“เบิ้ล  ปทุมราช  อาร์สยาม”  

        เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2560 “เบิ้ล” ไปแสดงที่งานบั้งไฟ แถวอำนาจเจริญ จึงได้แวะไปช่วยพ่อแม่ทำนาที่บ้านเกิด

         “อยู่กรุงเทพ บนเวที หรืองานต่างๆ ผมเต็มร้อยกับภาพลักษณ์ และงานแสดง และถ้าผมมาบ้านผมก็เต็มร้อยกับตัวเองเช่นกัน ผมคือลูกชาวบ้าน อยู่แบบบ้านๆ กวน จริงใจ ใครจะเตือนผมฟัง แต่บางเรื่องถ้าผมอยู่บ้านตัวเองแล้วมีความสุขผมก็จะหลุดให้สุดๆ

มาจากดิน  ลูกทุ่ง "ลูกชาวนา"  ไม่ลืมกำพืดตัวเอง

          ทุกวันนี้ผมก็ยังกินเหล้าขาว หาตีไก่ ใส่เบ็ดกบ แซวสาว หย่าวหน้าฮ้าน เฮ็ดเวียก เฮ็ดให่นา เป็นคือเก่าครับ หนีแนวอื่นได้ แต่บ่หนีกำพืดจะของ ไผสิว่าผิดข่อยกะสิว่าผิดไปนำ แต่ข่อยฮู้โตจะของกะพอ”

ถูกใจ “ทาสแมว” “ปราง เวชชาชีวะ”บนเส้นทางศิลปะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/276406

ถูกใจ “ทาสแมว” “ปราง เวชชาชีวะ”บนเส้นทางศิลปะ

คนในข่าว  :  11 พ.ค. 2560
Cogn, ถูกใจ, ปราง, เวชชาชีวะ, เส้นทาง, ศิลปะ, ทาสแมว, ปราง เวชชาชีวะ, คนในข่าว, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ, ปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อาสาคนไทย ช่วยน้ำท่วม, I wonder a wonderland, Hangang to Chaophraya III, HALO, VELA Time, VISUAL ART PATHWAY, Kolor Me, Felidae

ครอบครัว “เวชชาชีวะ” เหิรฟ้า เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับ”ปราง” ลูกสาวคนโต เรียนจบป.โท สหรัฐอเมริกา ..”คนในข่าว” เวบไซด์คมชัดลึก มีรายงาน

          ภาพครอบครัว “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยครอบครัว “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ” และ และ”ปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ร่วมแสดงความยินดีกับ “ปราง เวชชาชีวะ” ลูกสาวคนโต สำเร็จการศึกษาระดับมหาบัณฑิตด้านศิลปะ Fine Arts ที่ School of Visual Arts นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา นำมาซึ่งความยินดีถ้วนหน้า

          ไม่เพียงความปลื้มปีติชื่นใจของผู้เป็นพ่อแม่เท่านั้นแต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความรักชอบทางด้านศิลปะของลูกสาวอดีตนายกรัฐมนตรีที่แน่วแน่และเป็นมายาวนาน มีผลงานมาแล้วทั้งนิทรรศการจิตรกรรมสีน้ำมันและหนังสือเล่ม

ถูกใจ "ทาสแมว"  "ปราง เวชชาชีวะ"บนเส้นทางศิลปะ

          ปัจจุบันเป็นทั้งศิลปินอิสระ นักเขียน และนักวาดภาพประกอบ

          ย้อนกลับไปในวัยเรียน ปราง เลือกเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาทัศนศิลป์ จุฬาฯ ด้วยใจรักและจบออกมาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2

          ปราง เวชชาชีวะ วัย 26 ปี ฉายแววศิลปินมาตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ปี 2554 หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ได้เป็นหนึ่งใน 4 ศิลปิน ออกแบบเสื้อยืดให้กับพรรคประชาธิปัตย์ในโครงการ “อาสาคนไทย ช่วยน้ำท่วม” เพื่อจำหน่ายนำรายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ร่วมกับ ชวน หลีกภัย, ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี และ ชลิต นาคพะวัน

ถูกใจ "ทาสแมว"  "ปราง เวชชาชีวะ"บนเส้นทางศิลปะ

          ปี 2556 ก้าวสู่ศิลปินรุ่นใหม่เต็มตัว มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ว่าไม่ธรรมดาและมีแนวทางเฉพาะตัว ด้วยนิทรรศการชื่อ “I wonder a wonderland” นิทรรศการเดีี่ยวครั้งแรกนี้ได้รับการพูดถึงในวงกว้าง โดยนำประสบการณ์การท่องเที่ยวโดยเฉพาะการไปเที่ยวทะเล ความสุข โลกส่วนตัว ความฝันและอิสระจากภาระ ความรับผิดชอบ และหน้าที่การงานอันวุ่นวายต่างๆ มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งาน

          จุดเด่นคือการใช้ “แมว” เป็นตัวละครหลักและเป็นสัญลักษณ์แทนตัวศิลปิน นอกเหนือจากจะโปรดปรานแมวเป็นพิเศษแล้ว ศิลปินยังมีบุคลิกที่คล้ายคลึงกับแมวในส่วนของความรักสันโดษ และรักอิสระ อีกด้วย จนถูกใจบรรดา “ทาสแมว” เป็นพิเศษ

ถูกใจ "ทาสแมว"  "ปราง เวชชาชีวะ"บนเส้นทางศิลปะ

           ในปีเดียวกันนั้น ได้ร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการ “Hangang to Chaophraya III” ที่ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี และ “HALO” นิทรรศการศิลปนิพนธ์กับทางคณะที่หอศิลป์จามจุรี

          ต่อมา ปี 2557 ร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ นิทรรศการจิตรกรรม “VELA (Time)” ร่วมกับ  จักรกฤษณ์ การะเกต และศิลปินรับเชิญอีกหลายคนที่ ห้องนิทรรศการมารศรี วังสวนผักกาด , “VISUAL ART PATHWAY” นิทรรศการกลุ่มที่ หอศิลป์ริมน่าน จ.น่าน, นิทรรศการ “เป็น อยู่ คือ” ที่ พิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Museum) และ “Kolor Me” ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ถูกใจ "ทาสแมว"  "ปราง เวชชาชีวะ"บนเส้นทางศิลปะ

           2558 มีหนังสือเล่มแรกของตัวเองชื่อ “เม้าแมว” กับ สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์ ว่าด้วยเรื่องราวของแมวที่บ้านและวาดภาพประกอบเองทั้งเล่ม โดนใจ “ทาสแมว” เข้าไปอีก โดยมี ป้าเจน-งามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียนรางวัลซีไรต์เป็นผู้ชักชวนเข้าสู่โลกของนักเขียนและเป็นพี่เลี้ยงให้

          สำหรับ “เม้าแมว” เป็นหนังสือบอกเล่าถึงชีวิตของคนคนหนึ่งที่อยู่กับแมวและความสุขจากการเลี้ยงแมว มีคำแนะนำในการเลี้ยงแมวบ้างเล็กน้อย ส่วนใหญ่จะอธิบายนิสัยและพฤติกรรมของแมวพันธุ์สก๊อตติชโฟลด์ (Scottish Fold) 2 ตัวที่เลี้ยงไว้ ชื่อเจ้าทิกกุ และ เจ้ามิ้ง ได้อย่างน่ารักและสนุกสนาน ถือเป็นผลงานส่งท้ายก่อนไปเรียนต่อปริญญาโทด้านศิลปะที่นิวยอร์ก

          ลัดฟ้าไปเรียนที่ School of Visual Arts นิวยอร์ก ก็ได้แสดงผลงานต่อเนื่อง ปี 2559 เปิดแสดงนิทรรศการเดี่ยว “Felidae” ที่หอศิลป์ Sugar Club หนึ่งศูนย์รวมศิลปะในดวงใจศิลปินใฝ่ฝันอยากจัดงานแสดงที่นั่นสักครั้ง ซึ่ง ปราง ได้นำเรื่องราวความน่ารักของแมวลงสู่แผ่นเฟรมอีกครั้ง เน้นไปยังกลุ่ม “ทาสแมว” รวมถึงนิทรรศการ MFA thesis exhibition ในชื่อ “Cognitive Dissidence” เพื่อฉลองวันจบการศึกษา ที่ SVA MFA Fine Arts  ก็ได้นำเรื่องราวของ “แมว” มาสร้างสรรค์อีกครั้ง

ถูกใจ "ทาสแมว"  "ปราง เวชชาชีวะ"บนเส้นทางศิลปะ

         ในฐานะคนเป็นพ่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เฝ้ามองลูกสาวที่ก้าวไปบนถนนสายศิลปะมาตลอด  ถึงแม้เป็นห่วง แต่ก็เปิดกว้างและเคารพต่อการตัดสินใจของลูกสาวเสมอมา เพราะถือว่าต่างทำในสิ่งที่รักและมีคุณค่า เมื่อลูกสาวมีผลงานครั้งใด จึงยกครอบครัวไปให้กำลังใจทุกครั้ง

         ถึงวันนี้แล้ว ถามว่า  “ปลื้ม” แค่ไหน? คงไม่ต้องอธิบาย เพราะรอยยิ้มและแววตา เป็นคำตอบอย่างดี

        สำหรับปราง ตกอยู่ในสายตาสื่อมาตั้งแต่ปี 2551 ในฐานะ ลูกสาวนายกรัฐมนตรี การเข้าเรียนที่จุฬาฯ ในปี 2552 จึงถูกจับตาเป็นพิเศษตั้งแต่เป็นเฟรชชี่ปีหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความรักในศิลปะและมีแนวคิดเป็นของตัวเอง รักสันโดษและอิสระ จึงน่าจะเป็นพลังผลักดันให้เธอทำในสิ่งที่ตัวเองรักอย่างเชื่อมั่น…มาจนถึงทุกวันนี้

        อีกไม่นาน คอศิลปะคนไทยน่าจะได้ชมผลงานของเธออย่างเต็มอิ่มอีกครั้ง ระหว่างนี้ ติดตามผลงานบางส่วนของ ปราง เวชชาชีวะ ได้ที่  https://www.behance.net/prangv_art

       (ขอบคุณภาพจาก Facebook :Prang Vejjajiva และFacebook : Abhisit Vejjajiva)

คนบ้านเดียวกัน”พิเชษฐ์-สุเทพ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/276342

คนบ้านเดียวกัน”พิเชษฐ์-สุเทพ”

คนในข่าว  :  11 พ.ค. 2560
เทพเทือก, คนบ้านเดียวกัน, พิเชษฐ์, สุเทพ, สุราษฎร์ธานี, คนจริง, หัวหน้ามาร์ค, แบบนี้ไม่โอ ไม่โอมากๆ นะน้องมาร์ค

เกมเขย่าขวัญ ปชป.

 พอวี่แววเลือกตั้งเริ่มเห็นเค้าลาง เป็นธรรมดาที่คนการเมืองจะออกเคลื่อนไหว

ล่าสุดกับการออกมาโพสต์เฟซบุคส่วนตัว ของ พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาวุโส พรรคประชาธิปัตย์ ในท่วงทำนองที่ว่า “ผิดจากนี้ไม่เอาดีกว่า”

“…นอกจาก ชวน หลีกภัย ยอมเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ ผมขอยืนยันว่าผมและคนในพรรคจำนวนไม่น้อย ยังสนับสนุน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค ผิดจากนี้ เราขอลาออกจากสมาชิกพรรค เพราะรับไม่ได้หากอุดมการณ์ 71 ปีของพรรคต้องถูกบิดเบือนไป…”

หลายคนอยากรู้ว่า ผิดจากนี้จะเป็นอะไร หรือเป็นใคร คงต้องเล่าเท้าความ แต่ใครที่ติดตามการเมืองจะรู้ว่าคนๆ นั้นที่พิเชษฐ์ไม่โอ…คือใครกันแน่?

ย้อนไปดูประวัติความเป็นมาของ อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์คนนี้กันสักนิด

เขาเกิดเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2487 (73 ปี) หากแต่บางแหล่งระบุว่าวันเกิดที่แม้จริงของเขาคือ วันที่4 เมษายน พ.ศ. 2487 เป็นบุตรของ จรุง และ วันเพ็ญ พันธุ์วิชาติกุล มีภรรยาชื่อ ลลิดา เอกาพันธุ์ มีบุตร 3 คน คือพิมพ์รพี, พิมพ์รำไพ และ ปาฏิหาริย์ พันธุ์วิชาติกุล โดยทั้งหมดทำธุรกิจของครอบครัว

เป็นคนบ้านเดียวกับ สุเทพ เทือกสุวรรณ คือ “สุราษฎร์ธานี”

ทั้งนี้ เจ้าตัวเคยพูดถึงกำเนิดของตัวเองว่า “ผมเกิดที่เดียวกับคุณสุเทพ ที่อำเภอพุนพิน ริมแม่น้ำตาปี สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนคุณสุเทพ 5-6 ปี คิดว่าสะดือยังฝังอยู่ริมแม่น้ำตาปี ห่างกันไม่เยอะ แทบจะเป็นคนบ้านเดียวกัน”

พิเชษฐ์จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร และมาจบปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบแล้วเป็นทนายความอยุ่นานจนนับเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคนหนึ่ง แต่อีกทางหนึ่งเขาก็มีธุรกิจส่วนตัวหลายอย่างในพื้นที่บ้านเกิดแดนสะตอ เช่น โรงแรม มาริไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท, บริษัท กระบี่ ซิตี้ โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ฯลฯ จึงค่อนข้างมีบทบาทสำคัญในสภาหอการค้า

พิเชษฐ์โดดเข้าสู่การเมือง ลงสมัคร ส.ส. ครั้งแรกที่กระบี่ เมื่อปี 2535 ที่คนไทยได้รัฐบาลประชาธิปัตย์ หรือ ชวน 1 โดยพิเชษฐ์ยังได้เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีคลัง เป็นกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาดำเนินการป้องกันและแก้ไขคราบน้ำมันในน่านน้ำไทย เป็นกรรมาธิการการทหาร กรรมการและเลขานุการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร

กระทั่ง ปี 2538 ในยุคมังกรสุพรรณเป็นนายกรัฐมนตรี พิเชษฐ์ยังได้เป็นเลขานุการรัฐมนตรีอุตสาหกรรม เป็นประธานคณะกรรมาธิการการคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2539

จนเมื่อเมืองไทยผ่านยุควิกฤตการณ์ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองในปี 2540 และได้รัฐบาล ชวน 2 ที่มาจากกลุ่มงูเห่า พิเชษฐ์ก็็ยังได้นั่งเก้าอี้ ส.ส. กระบี่ พรรคเดิม แถมคราวนี้ ขึ้นไปถึงเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และเป็นหนึ่งในแกนนำทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ในเวลาต่อมา

ในการเลือกตั้งปี 2544 แม้ว่าการเมืองจะเปลี่ยนขั้วอย่างแรง ให้ ทักษิณ ชินวัตร มาเป็นนายกรัฐมนตรี พิเชษฐ์ก็ยังครองใจคนกระบี่เรื่อยมาจนการเลือกตั้ง 6 กุมภาพันธ์ 2548 เก้าอี้ ส.ส. กระบี่ของเขาไม่เคยหลุดไปให้กับใครที่ไหน หรือแม้ว่าเมืองไทยจะมีนายกฯ คนไหนก็ตาม อยา่งปี 2550 ยุคของ สมัคร สุนทรเวช พรรคพลังประชาชน พิเชษฐ์ก็ยังคงได้ครองเก้าอี้ ส.ส. กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์อยู่ดี

อย่างไรก็ดี ในเส้นทางชีวิตการเมืองของพิเชษฐ์คนนี้ แม้ดูผิวเผินเหมือนจะรายเรียบ ด้วยไม่เคยหลุดไปจากเก้าอี้ ส.ส.กระบี่ แต่ในบทบาทส่วนอื่นๆ ก็ดูจะมีสีสันพอตัว ยิ่งบทบาทในพรรคสะตอ ที่ดูแล้วละม้ายคล้ายคลึงกับลีลาของ “เดอะจ้อน” อลงกรณ์ พลบุตร จนหลายคนบอกกันว่า สองคนนี้แหละ คือ “คนจริง” ที่คนสะตอควรฟัง

อยา่งปี 2556 พิเชษฐออกมาพูดผ่านสื่อในท่วงทำนองที่ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีปัญหาที่ตัวบุคคล มิใช่โครงสร้าง จนเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2557 ก็ได้ตัดสินใจประกาศยุติบทบาททางการเมือง ระบุเหตผลด้านสุขภาพและจะดันบุตรสาวของตน คือ พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ให้สืบสานต่อ

อีกด้านหนึ่งอย่าลืมว่า ช่วงรอยต่อระหว่างปี 2556-2557 กลุ่ม กปปส. ออกมาประท้วงต่อต้านร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรม ก่อนยกระดับเป็นปฏิบัติการ “เป่านกหวีด” ขับไล่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยมีแกนนำเป็นคนประชาธิปัตย์เกือบค่อนพรรค เช่น สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, วิทยา แก้วภราดัย, อิสสระ สมชัย, ถาวร เสนเนียม, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ฯลฯ

ซึ่งฝ่ายพิเชษฐ์คนนี้แหละ ที่แสดงจุดยืนชัดเจนว่า อยู่คนละข้างกับ กปปส. เสมอ โดยโพสต์เฟซบุคว่า

“ไม่มีอะไรที่ผมไม่ชอบคุณสุเทพ เป็นส่วนตัว แต่คนโต ๆ ด้วยกัน ความคิดทางการเมืองอาจต่างกันบ้าง โดยเฉพาะการเอาอนาคตของพรรค ปชป. ไปผูกติดกับงานของ กปปส.เพราะพลาดไป เท่ากับอนาคตของ ปชป.จบลงด้วย”

“ผมไม่เห็นด้วยกับการลาออกทั้งพรรค ออกจากสภาฯ มาสู้ข้างถนน เมื่อเป็นนักการเมือง ต้องสู้ในสภา นักมวยอาชีพต้องไม่ชกนอกเวที”

ขณะที่ในจดหมายชี้แจงการลาออกจากพรรค ยังบอกเลยว่าตนเองนั้นรับไม่ได้กับการเสียชีวิตของพี่น้องประชาชนในม๊อบกปปส.

“ใครก็อย่ามาขอสนับสนุนการเดินทางไปชุมนุมที่กรุงเทพฯ จากผมเด็ดขาด บอกกล่าวไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องมาเสียใจกัน”

พูดง่ายๆ ว่ากับคนบ้านเดียวกันอย่างกำนันสุเทพนั้น ดูจะไม่สามารถร่วมทางกันได้อีกแล้ว อย่างการคัดค้านรัฐธรรมนูญที่เราเพิ่งได้ใช้กันอยู่นี้ก็เช่นเดียวกัน

“ยืนยันว่าไม่เคยเห็นด้วยกับการรัฐประหารยึดอำนาจล้มระบอบประชาธิปไตย และไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้”

มาล่าสุดนี้ หลายคนคงถึงบางอ้อ ว่าทำไมพิเชษฐ์ถึงออกมาโพสต์ท่าทีเป็นห่วงเป็นใย “หัวหน้ามาร์ค” และอนาคตพรรคสะตอ ในห้วงที่ใกล้ถึงวาระที่พรรคจะมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แล้วยังมีความเคลื่อนไหวของ ลุงกำนันแห่งมวลมหาประชาชน ที่พูดว่าเพิ่งเชิญหัวหน้ามาร์คมาแฮฟดินเนอร์กันนะ

บวกกับข่าวลือที่ว่า พรรคจะมีการเสนอชื่อคนที่มาเป็น “เลขาธิการพรรค” ที่อาจเป็นคนจาก กปปส. ซึ่งตำแหน่งนี้รู้กันดีว่า มีบทบาทสูงในการกำกับทิศทางของพรรคขนาดไหน

พิเชษฐ์ ก็เลยอยากจะบอกเต็มทีว่า “แบบนี้ไม่โอ ไม่โอมากๆ นะน้องมาร์ค”

สู่ทางธรรม”แคท รัตกาล”นักร้องสาวพบชีวิตใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/276209

สู่ทางธรรม”แคท รัตกาล”นักร้องสาวพบชีวิตใหม่

คนในข่าว  :  10 พ.ค. 2560
อาร์สยาม, ทางธรรม, นักร้อง, ชีวิต, ใหม่, สู่ทางธรรมแคท, แคท รัตกาล, ธรรมะ, ธาตุ 4 พุทธชาติ แคท รัตกาล, แคท รัตกาล อาร์สยาม, แคท รัตติกาล

สู่ทางธรรม”แคท รัตกาล”นักร้องสาวพบชีวิตใหม่

 

วันวิสาขบูชา เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพานขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งสิ่งที่สำคัญยิ่งในการบังเกิดพระพุทธเจ้าในโลกก็คือ “ธรรมะ” ที่พระองค์ทรงตรัสรู้ อันเป็นหลักในการดำเนินชีวิต

เนื่องในวันอันสำคัญยิ่งของชาวพุทธ อยากแนะนำเรื่องราวดีๆ บนทางที่เลือกแล้วของนักร้องสาวสวย “แคท รัตกาล”

บนไทม์ไลน์ของเฟซบุ๊ก “ธาตุ 4 พุทธชาติ แคท รัตกาล” จะมีภาพของหญิงสาวผมสั้น พร้อมสเตตัสที่ว่าด้วยการแสวงหา และการเรียนรู้บนเส้นทางธรรม

 

สู่ทางธรรม"แคท รัตกาล"นักร้องสาวพบชีวิตใหม่

 

“ทุกคนล้วนมีวิบากกรรมของแต่ละคนที่เคยหลงกระทำไว้ ดูเผินๆก็จะมองไม่ออกว่าใครวิบากกรรมหนักกรรมเบา แล้ววิธีการรับมือของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งนึงที่ทุกคนสัมผัสและรับรู้ได้คือ วิบากกรรมนั้นมันจรมา แล้วมันก้อจรไป .. ของมันเช่นนั้นเอง…เช่นนั้นเองงงงงงง”

“ค่าของ“คน” อยู่ที่มี“จิต”ที่เหนือ“คน”แต่ยิ่งพยายามปฏิบัติ“จิต”ให้เหนือคน กลับไม่เหนือคน แต่พอ“วาง”การพยายามปฏิบัติ“จิต”..กลับเหนือ“คน”… เอ๊ะยังงัย..???”

พูดถึงชื่อ “แคท รัตกาล อาร์สยาม” หรือ พุทธชาติ ยศแก้วอุด แฟนเพลงลูกทุ่งรู้จักกันดี สองปีก่อน เธอให้สัมภาษณ์สื่อหลายสำนัก

 

สู่ทางธรรม"แคท รัตกาล"นักร้องสาวพบชีวิตใหม่

 

“แคท ปฎิบัติธรรมมาหลายปี ทำให้เราเห็นตามที่พระพุทธเจ้าท่านบอก รู้สึกจิตใจเรามีการปลง ไม่ใช่ว่าเราตัดกิเลสนะ แต่เรารู้ว่าเราควรหยุด แต่ติดตรงอาชีพนักร้องเรา เลยตัดสินใจว่าจะหยุดงาน”

ในเวลานั้น “แคท” พยายามจะเคลียร์ให้จบภายในสิ้นปี 2558 “วัดมีที่ให้นอน ซึ่งเราใช้เงินเท่าที่จำเป็น น่าจะอยู่ได้ แต่ยังไม่ต้องโกนหัว กะว่า ปฎิบัติให้ถึงจุดหนึ่งก่อน…

เราทดลองถือศีลแปดมาหลายปีแล้ว เรียกว่าเราปลงกับชีวิตแล้ว ไม่ใช่คนอกหักรักคุด แคทเคยมีแฟน เราหยุดการโหยหาตอนที่เรายังเป็นแคท รัตกาล”

ปลายปีนี้ แคท จึงแขวนไมค์ และปฏิบัติธรรมอยู่บ้านสวนปันสุข วัดคีรีสุบรรพต หรือวัดสามัคคีบุญญาราม จ.ลำปาง

 

สู่ทางธรรม"แคท รัตกาล"นักร้องสาวพบชีวิตใหม่

 

แคท รัตกาล เป็นคนลำปาง จบการศึกษาปริญญาตรีจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์

จากนั้น เธอประกวดมิสมอเตอร์โชว์ปี 2542 ได้ตําแหน่งรองอันดับ 1 ร้องเพลงประกอบละคร ถ่ายมิวสิควิดีโอ เดินแบบ ถ่ายแบบแฟชั่น

ต่อมา หันเข้าสู่วงการเพลงโดยได้เซ็นสัญญาเป็นนักร้องในสังกัดค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ โดยใช้ชื่อในวงการว่า “แคท รัตติกาล” ซึ่งแคทได้มีผลงานกับค่ายเพลงดังกล่าวจำนวน 2 อัลบั้ม เมื่อหมดสัญญากับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้ย้ายมาสังกัดค่ายอาร์สยาม ตามคำชักชวนของ “เหน่ง” จิรวัฒน์ ปานพุ่ม พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น “แคท รัตกาล”

 

สู่ทางธรรม"แคท รัตกาล"นักร้องสาวพบชีวิตใหม่

 

เธอเล่าว่า ตอนเล่นกอล์ฟ และอยากสอบโปรกอล์ฟ เลยต้องการฝึกสมาธิ จึงเริ่มปฏิบัติธรรมตั้งแต่ปี 2548 เมื่อมีโอกาสฟังธรรมมะกับครูบาอาจารย์ต่างๆ พอฟังไปเรื่อยๆ ก็ลดละเรื่องของกิเลสต่างๆ ได้ จนเข้าใจธรรมะมากขึ้น

ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา แคท ประกาศขายห้องชุดผ่านเฟซบุ๊ค “บ้านที่แคทเคยอาศัยมา 10 กว่า ปีท่านใดสนใจ วันนี้ประกาศขายค่ะ คอนโด เลควิว คอนโด เมืองทองธานี

อาคารวิคตอเรีย 1 ถนนบอนด์สตรีท (แจ้งวัฒนะ-ติวานนท์) ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120”

 

สู่ทางธรรม"แคท รัตกาล"นักร้องสาวพบชีวิตใหม่

 

ทุกสเตตัสที่่แคทนำเสนอนั้น เป็นภาษาง่าย และร่วมสมัย “ขอให้ทุกชีวิตจิตวิญญาณ เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ทั้งภาคทิพและภาคหยาบ ทุกชั้นทุกภูมิ มีส่วนในอธิวาสนาบารมีแห่งเหล่าข้าพเจ้าโดยทั่วกัน ไปตลอดกาลเทอญ…อโหสิอโหสิอโหสิ โสสสสสส…”

ติดตามเธอได้ทางเฟซบุ๊ค “ธาตุ 4 พุทธชาติ แคท รัตกาล”

‘แอน ทองประสม’โชว์ความสตรอง ถ่ายแฟชั่นอวดหุ่นเป๊ะปัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/331560

'แอน ทองประสม'โชว์ความสตรอง ถ่ายแฟชั่นอวดหุ่นเป๊ะปัง

‘แอน ทองประสม’โชว์ความสตรอง ถ่ายแฟชั่นอวดหุ่นเป๊ะปัง

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 13.16 น.

6 เม.ย.61 เป็นเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงจริงๆ สำหรับ “แอน ทองประสม” ที่มีความสวยตลอดกาลจริงๆ ดูได้จากหุ่นสุดฟิตเป๊ะ ที่มาจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอของเจ้าตัว ล่าสุด สาวแอนก็ได้ถ่ายแฟชั่นชุดออกกำลังกาย โชว์ความสตรองบวกกับความแซ่บเล็กๆ บอกเลยว่าลงตัวสุดๆ เลยทีเดียว

ฟินมาก! ‘คุณพี่โป๊ป’โชว์เสียงสุดอบอุ่นร้องเพลงออเจ้าเอย (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/331533

ฟินมาก! 'คุณพี่โป๊ป'โชว์เสียงสุดอบอุ่นร้องเพลงออเจ้าเอย (ชมคลิป)

ฟินมาก! ‘คุณพี่โป๊ป’โชว์เสียงสุดอบอุ่นร้องเพลงออเจ้าเอย (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 10.45 น.

6 เม.ย.61 กลายเป็นละครแห่งประวัติศาสตร์วงการบันเทิง สำหรับ บุพเพสันนิวาส ที่คว้าทั้งกระแส ทั้งเรตติ้ง จนกลายเป็นค่านิยมไปทั่วประเทศ รวมทั้งนักแสดงหลายๆ คน ก็ต่างมีแฟนคลับเพิ่มมากขึ้นเลยทีเดียว โดยเฉพาะพระเอกที่ทำเอาสาวๆ หลายคนกรี๊ดสลบ อย่าง “โป๊ป ธนวรรธน์” หรือ คุณพี่เดช

ซึ่งล่าสุด หนุ่มโป๊ปก็ได้เข้าห้องอัดโชว์พลังเสียงร้องเพลง ออเจ้าเอย ซึ่งเวอร์ชั่นแรกขับร้องโดยหนุ่มพีท พล ซึ่งหนุ่มโป๊ปนั้นถ่ายทอดมาได้อย่างไพเราะ น้ำเสียงละมุนละไม อบอุ่น จนสาวๆ ต้องฟังไปยิ้มไปเลยทีเดียว