‘ชาโน’ดาราช่อง3สมัครทหารพราน เผยเป็นเกียรติได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/319919

'ชาโน'ดาราช่อง3สมัครทหารพราน เผยเป็นเกียรติได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปชช.

‘ชาโน’ดาราช่อง3สมัครทหารพราน เผยเป็นเกียรติได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปชช.

วันเสาร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 16.07 น.

10 ก.พ.61 ที่กรมทหารพรานที่ 46 บ้านค่าย ม.2 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส นายชาโน แพมเบอร์เกอร์ อายุ 22 ปี ดารานักแสดงชื่อดัง ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน เดินทางลงพื้นที่ จ.นราธิวาส สมัครใจเป็นอาสาสมัครทหารพรานสังกัดกรมทหารพรานที่ 46 สำหรับนายชาโน เคยเป็นทหารพราน กรมทหารพราน 33 ที่ อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อปี 2557 เป็นเวลา 1 ปี โดยขึ้นตรงกับค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จ.พิษณุโลก และได้ทำการควบคุมการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก ทั้งสิตอัพร่างกาย วิ่ง เพื่อเข้าเป็นอาสาสมัครทหารพราน ประจำปี 2561 สังกัดกรมทหารพราน 46 โดยมีผู้สนใจมาสมัครรวมทั้งสิ้น จำนวน 100 คน

นายชาโน แพมเบอร์เกอร์ เปิดเผยว่า หลังจากได้ปลดประจำการออกมาจากการเป็นทหารแล้ว รู้สึกอยากจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะการที่เราได้กลับมาทำงานในพื้นที่ จ.ชายแดนภาคใต้รู้สึกเป็นเกียรติและและภาคถูมิใจอีกครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่รู้สึกดีใจมาก และภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่จะได้ลงมาช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งอันน้อยนิดก็ยังดี ในส่วนของพ่อแม่นั้น แน่นอนย่อมรู้สึกเป็นห่วงซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ตนย่อมเช้าใจความรู้สึกของพ่อแม่ดี แต่อีกส่วนหนึ่งถ้าเป็นสิ่งที่เราชอบ ท่านก็อยากให้เราทำให้เต็มที่ให้ออกมาดีที่สุด

‘ไซอิ๋ว 3’ มาแรงแซงโค้ง!! คนแห่จองยอดทะลัก 50 ล้าน!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/319721′

'ไซอิ๋ว 3' มาแรงแซงโค้ง!! คนแห่จองยอดทะลัก 50 ล้าน!!

‘ไซอิ๋ว 3’ มาแรงแซงโค้ง!! คนแห่จองยอดทะลัก 50 ล้าน!!

วันเสาร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 16.00 น.

ภาพยนตร์จีนมาแรงแห่งปี เปิดศักราชความมันส์กับภาพยนตร์อลังการงานสร้างอย่าง “ไซอิ๋ว 3 ตอนศึกราชาวานรตะลุยเมืองแม่ม่าย” (The Monkey King 3) ที่วันนี้มียอดคนแห่จองก่อนฉายทะลุ 50 ล้านไปแล้ว เป็นอีกครั้งหนึ่งของภาพยนตร์มหากาพย์แห่งตำนานการอัญเชิญพระไตรปิฎกที่ทุกคนต่างรอคอย โดยในภาคนี้นอกจากได้นักแสดงนำชุดเดิมกลับมาร่วมสร้างความสนุกแล้ว ยังได้นักแสดงหญิงที่กำลังได้รับความนิยมอย่าง “จ้าวลี่อิง” เข้าร่วมประชันบทบาทกันอีกด้วย ในประเทศไทยมีกำหนดฉาย 1 มีนาคมนี้ ผลงานกำกับโดย “เจิ้งป๋อไช่”

‘มัดหมี่’ดึง’หมาก-คิม’โชว์ความสวีทในชีวิตจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/319720

'มัดหมี่'ดึง'หมาก-คิม'โชว์ความสวีทในชีวิตจริง

‘มัดหมี่’ดึง’หมาก-คิม’โชว์ความสวีทในชีวิตจริง

วันเสาร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 15.00 น.

งานนี้รับรองได้ว่าถูกใจคนมีรักอย่างแน่นอน เพราะนักร้องสาวเสียงทรงพลัง “มัดหมี่-พิมดาว” จากค่าย Five Four Records (ไฟว์ โฟร์ เรคคอร์ด)ส่งเพลง “My Favorite Star” ที่เจ้าตัวลุงทุนแต่งเองทั้งหมด ออกมาเอาใจแฟนๆ ในช่วง “วาเลนไทน์” นี้โดยเฉพาะ

เท่านั้นยังไม่พอในส่วนของเอ็มวียังได้น้องรักคนสนิท อย่าง “หมาก-ปริญ” และ “คิมเบอร์ลี” มาช่วยถ่ายทอดอารมณ์เพลง โดยยกกองกันไปสวีท เอ้ย!ยกกองไปถ่ายกันที่ “Parco(พาโก้)” เขาใหญ่งานนี้บอกได้คำเดียวว่าสาววก “หมาก-คิม” ฟินกันถ้วนหน้า เพราะพระนางของเราสวีทเว่อร์ๆ ส่งสายตาหวานฉ่ำถ่ายทอดอารมณ์เพลงคนอินเฟได้เป็นอย่างดี

ซึ่ง “สาวมัดหมี่” กล่าวว่า… “ที่เลือกหมาก และคิมมาเป็นคนเล่นเอ็มวีก็เพราะเป็นน้องที่สนิทและน่ารักทั้งคู่ และอีกส่วนหนึ่คือเราองก็เป็นแฟนละครของน้องสอง เราเห็นว่าเวลาเขาอยู่ด้วยกันแล้วน่ารัก ก็น่าจะเหมาะกับเพลง My Favorite Star เพราะเราอยากให้เพลงนี้เป็นตัวแทนของความรัก เป็นเพลงของวาเลนท์ไทน์ซึ่งก็ตัดสินใจไม่ผิดที่เป็นหมากคิมจริงๆ ส่วนตัวคิดว่าคงไม่มีใครเหมาะกับเพลงนี้เท่าคู่นี้ ภาพในเอ็มวีก็จะธรรมชาติมากๆ เราไปถ่ายกันที่พาโก้เขาใหญ่บรรยากาศดีค่ะ และที่สำคัญเลยพระนางของเราน่ารักที่สุด เราไปถ่ายกันในป่าเพราะอยากได้วิวทุ่งหญ้า วิวพระอาทิตย์ วิวภูเขาสวยๆ ทั้งคู่ไม่มีบ่นเลยค่ะ ขอบคุณน้องทั้งสองคนจริงๆ ยังไงก็ฝากติดตามเอ็มวีเพลงนี้ของมัดหมี่ด้วยนะคะ14 กุมภาพันธ์นี้ ทั่วประเทศ”

แฟนคลับ’บาส-สุรเดช’ ฟินเว่อร์เอ็มวี’คนที่ใช่ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรก็ใช่อยู่ดี’ภาพน่ารัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/319719

แฟนคลับ'บาส-สุรเดช' ฟินเว่อร์เอ็มวี'คนที่ใช่ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรก็ใช่อยู่ดี'ภาพน่ารัก

แฟนคลับ’บาส-สุรเดช’ ฟินเว่อร์เอ็มวี’คนที่ใช่ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรก็ใช่อยู่ดี’ภาพน่ารัก

วันเสาร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 14.00 น.

ปล่อยเพลง “คนที่ใช่ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรก็ใช่อยู่ดี” กระแสความฟินของแฟนคลับ บาส-สุรเดช พินิวัตร์ พระเอกน้องใหม่หน้าใสจาก “เดือนเกี้ยวเดือน เดอะซีรีส์” (2Moons The Series) ทำให้ยอดวิว YouTube กระโดดไปครึ่งล้านเพียงไม่กี่วัน จนทำให้ต้องขยับความฟินยกกำลังสองปล่อยมิวสิควีดีโอที่การันตีความน่ารักของหนุ่มบาสให้แฟนคลับชาวซีรี่ส์เลิฟบอยหรือบรรดาแม่ๆ ได้ยิ้มได้ปลื้มต่อไปกันอีก

เพลง คนที่ใช่ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรก็ใช่อยู่ดี เป็นการจับไมค์ร้องเดี่ยวของ บาส-สุรเดช พินิวัตร์ โดยได้ นักร้องมากฝีมือเต้ย- ธัญชนิต  ศรีสมเพ็ชร (AF10) มาเป็นผู้ถ่ายทอดเขียนเนื้อเพลงให้มีความลึกซึ้งมากขึ้นโดยมิวสิควีโอนี้เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ถูกปฏิเสธความรัก เขาพยายามจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่สุดท้ายเขาเพิ่งจะค้นพบว่ามีคนบางคนที่ใส่ใจเขาตลอดและรักในสิ่งที่เขาเป็น โดยมิวสิควีดีโอนี้แฟนคลับจะได้ฟินกับความน่ารักของหนุ่มบาสไปเต็มๆ พร้อมกับภาพที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อนในลุคของนักกีฬาเทควันโด้ นอกจากลุคหล่อๆ นี้ การเคลื่อนไหวของกีฬาประเภทนี้ก็ทำให้มิวสิควีดีโอมีความโรแมนติกไม่เบา

ซึ่งเพลงนี้เป็นโปรเจคพิเศษของ บาส-สุรเดช พินิวัตร์ร่วมกับ Acnoc ที่ต้องการสื่อและเป็นกำลังใจสำหรับหลายๆคนที่อาจจะท้อแท้ ไม่สมหวัง กับความรัก หลายต่อหลายคนพยายามเปลี่ยนตัวเองทำทุกอย่างเพื่อให้เค้าชอบเรา แต่อยากให้ทุกคนลองสังเกตคนรอบตัวดีดี อาจจะมีคนที่รักเราและอยู่ไม่ไกลเลย ที่คอยเอาใจใส่เราอยู่ โดยที่เราไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเลย เชื่อว่าจะโดนใจใครหลายๆ คน

 

รับสมัครคู่สามีภรรยาเข้าครัวลุ้นคว้ารางวัลเรือนแสน!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/319718

รับสมัครคู่สามีภรรยาเข้าครัวลุ้นคว้ารางวัลเรือนแสน!!

รับสมัครคู่สามีภรรยาเข้าครัวลุ้นคว้ารางวัลเรือนแสน!!

วันเสาร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 13.00 น.
บริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด ผุดรายการใหม่แนวComedy Cooking Showชวนคู่สามี ภรรยา มาปรุงอาหารในรูปแบบสุดอบอุ่นชวนฮา โดยมี แหม่ม สุริวิภา กุลตังวัฒนาพิธีกรมากความสามารถทำหน้าที่ดำเนินรายการ งานนี้คู่สามีภรรยาที่รักการทำอาหารไม่ควรพลาด ชวนกันจูงมือมาลุ้นรับรางวัลหนึ่งแสนกลับบ้าน โทรสมัครได้ที่ 081-583-0101หรือ ไอดีไลน์ @mywiferulesดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Official Fanpage: mywiferule

‘ดีเจ.ริว จิตสัมผัส’ พาเติมพลังบุญแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/319717

‘ดีเจ.ริว จิตสัมผัส’ พาเติมพลังบุญแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

‘ดีเจ.ริว จิตสัมผัส’ พาเติมพลังบุญแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

วันเสาร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 10.00 น.

เริ่มต้นปี 2561  “FM ONE 103.5” ก็ไม่พลาดนำเรื่องมงคลมาฝากคุณผู้ฟังกับกิจกรรมอิ่มบุญเติมพลังบวกให้ตัวเอง ณ เกาะฮ่องกง ใน “HONG KONG LIFT YOUR LIFE”  โดย “ดีเจ.ริว จิตสัมผัส”  จากช่วง “ONE ริวเคลียร์” อาสาพาทัวร์หลากหลายสถานที่มงคลสุดอันซีน  จัดเต็มแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ให้คุณได้ประสบการณ์พิเศษไม่ซ้ำใคร  มีเพียง 2 คู่เท่านั้นที่จะเป็นผู้โชคดี  เดินทาง 16-18 มีนาคมนี้

ติดตามรายละเอียด และร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดีได้ทางคลื่น FM ONE 103.5  ช่องทางออนไลน์ facebook.com/fmone1035,IG:fmone1035, http://www.fmone1035.com และ  Application : Independent

‘มาสเตอร์เชฟฯ ซีซั่น 2’ กระแสแรงเกินคาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/319680

‘มาสเตอร์เชฟฯ ซีซั่น 2’  กระแสแรงเกินคาด

‘มาสเตอร์เชฟฯ ซีซั่น 2’ กระแสแรงเกินคาด

วันเสาร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

‘มาสเตอร์เชฟฯ ซีซั่น 2’

กระแสแรงเกินคาด

‘หนุ่ม-กิติกร’ ยิ้มหน้าบาน!!

เรตติ้งกระฉูด

แรงเกินพิกัดสมการรอคอยจริงๆ สำหรับรายการ Masterchef Thailand (มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย) ซีซั่น 2 ของบริษัท เฮลิโคเนีย เอชกรุ๊ป จำกัด แค่เพียงออกอากาศตอนแรกก็สร้างความฮือฮาพูดกันทั้งบ้านทั้งเมือง ทำเอาบิ๊กบอส “หนุ่ม” กิติกร เพ็ญโรจน์ ยิ้มหน้าบานกับเรตติ้งที่พุ่งกระฉูด ซึ่งหนุ่ม กล่าวว่า

“ยอมรับว่าตอนที่รายการยังไม่ได้ออกอากาศก็ลุ้นอยู่เหมือนกันว่าเมื่อรายการออนแอร์แล้วจะเป็นอย่างไรบ้างเพราะตลอดเวลาที่ลงมือทำ มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย ซีซั่น 2 ทีมงานทุกคนก็ทุ่มเททำงานกันอย่างหนักเพื่อให้ซีซั่น 2 มีความสนุก ความแปลก และลุ้นไปกับการแข่งขันมากขึ้น พร้อมทั้งพยายามไม่ให้คนดูสามารถเดาออกเลยว่ารูปแบบรายการจะออกมาเป็นอย่างไรแต่หลังจากที่รายการได้ออกอากาศตอนแรกไปแล้วกระแสตอบรับกลับมาถือว่าดีจริงๆ เป็นการตอบรับที่ดีแรงมากๆ เพราะเรตติ้งเฉลี่ยที่ออกมาสามารถชนะรายการใหญ่อย่างรายการประกวดร้องเพลงของช่องใหญ่ได้ แม้ว่ารายการแข่งขันร้องเพลงจะออกอากาศมานานแล้วก็ตามแต่รายการ มาสเตอร์เชฟฯก็สามารถแซงขึ้นมาได้นับว่าเป็นสิ่งที่ดีและเป็นสิ่งที่คนดูยอมรับและเฝ้าติดตามชมและจากนี้ไปแต่ละตอนที่จะออกอากาศก็จะมีความสนุกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนอกจากนี้คนดูส่วนใหญ่ก็จะชมว่า มาสเตอร์เชฟฯ ซีซั่น 2 สนุกและตื่นเต้นดีดูแล้วรู้สึกลุ้นไปกับผู้เข้าร่วมแข่งขันโดยเฉพาะเรื่องการวิจารณ์ของ 3 กรรมการ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์,ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล,เชฟเอียน-พงษ์ธวัช ว่าผู้แข่งขันแต่ละคนจะโดนอะไรกันบ้างในแต่ละตอน ซึ่งเป็นอีกสีสันหนึ่งของการแข่งขันที่ทำให้คนดูอยากติดตาม”

วิสาขบูชา”พระพรหมบัณฑิต”เล่าเรื่องพระไตรปิฎก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/276202

วิสาขบูชา”พระพรหมบัณฑิต”เล่าเรื่องพระไตรปิฎก

คนในข่าว  :  10 พ.ค. 2560
คนในข่าว, วิสาขบูชา, พระพรหม, บัณฑิต, เล่าเรื่อง, พระไตรปิฎก, พระพรหมบัณฑิต, พุทธโอวาทจากพุทธปัญญา, คมชัดลึก

วิสาขบูชา”พระพรหมบัณฑิต”เล่าเรื่องพระไตรปิฎก

 

ในการประชุมวิชาการของสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติครั้งที่ 3 และพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา วันสําคัญสากลของโลก เมื่อวันที่ 6 – 8 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ในวันแรก ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มีการเปิดตัว พระไตรปิฎกสามนิกาย “พุทธโอวาทจากพุทธปัญญา” ภาคภาษาอังกฤษเล่มแรกในชื่อว่า COMMON BUDDHIST TEXT :GUIDANCE AND INSIGHT FROM THE BUDDHA โดย พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และประธานสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ แถลงข่าวในวันนั้น และยังขยายความให้ “คมชัดลึก” เห็นถึงเบื้องหลังความวิริยะอุตสาหะของคณะผู้เชี่ยวชาญเรื่องพระไตรปิฎกทั้งสามนิกายที่มาร่วมแรงรวมใจกัน ใช้เวลาถึง 7 ปี เพื่อจัดทำพระคัมภีร์พระไตรปิฎกแจกเป็นธรรมทานไปทั่วโลก 10,000 เล่ม ถวายเป็นพุทธบูชาตามรอยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันวิสาขบูชาโลกปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ตรัสรู้ความเป็นจริงมา 2605 ปีแล้ว

พระไตรปิฎกสากลสามนิกายเล่มนี้มีจุดเหมือน จุดต่างและจุดเด่น อย่างไร พระพรหมบัณฑิตกล่าวว่า จุดร่วมของสามนิกายคือ พระรัตนตรัย เหมือนกัน

“มีเนื้อหาทั้งหมด  12 บท 600 หน้า 2 บทแรก เป็นเรื่องของพระพุทธเจ้าแบบเถรวาท มหายาน และวัชรยาน แจกแจงให้เห็นว่ามีอะไรที่เหมือนกัน และต่างกัน เช่นว่า พระพุทธเจ้าในประวัติศาสตร์เป็นอย่างไร แล้วมหายาน และวัชรยาน แต่งเติมเข้ามาอย่างไร โดยมีหลักว่า ถ้าเป็นพระไตรปิฎกเถรวาท ต้องแปลจากบาลีเป็นภาษาอังกฤษ และถ้าเป็นมหายาน ก็แปลจากพระไตรปิฎกจีนเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนพระไตรปิฎกวัชรยานให้แปลจากภาษาทิเบตเป็นภาษาอังกฤษอีก ส่วนอีก 8 บทเป็นเรื่องของพระธรรม และ 2 บทสุดท้ายเป็นเรื่องของพระสงฆ์ รวม 12 บทว่าด้วยเรื่องพระรัตนตรัยทั้งหมด ”

สำหรับความยากของพระไตรปิฎกสากลสามนิกายเล่มนี้ พระพรหมบัณฑิตแจงว่า ต้องรวบรวมผู้เชี่ยวชาญบาลี – อังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญจีน-อังกฤษ และ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องทิเบต – อังกฤษ ให้พร้อมสรรพ

“ในการประชุมวิสาขบูชาโลกที่ผ่านๆ มา เราโชคดี ที่มีผู้เชี่ยวชาญทั้งสามด้านนี้เยอะมากมาให้เลือกสำหรับ 8 บทที่ว่าด้วยพระธรรม ไม่เพียงมีเรื่องอริยสัจสี่เท่านั้น ยังมีเรื่องปฏิจจสมุปบาท เรื่องของ กรรม เรื่อง การกำเนิดของโลก การมีพระเจ้า ไม่มีพระเจ้า และอย่างเรื่อง กรรมฐาน (Meditation ) ก็มีอธิบายในเถรวาทว่าอย่างนี้ ในมหายานว่าอย่างนี้ ในวัชรยานว่าอย่างนี้ จนจบ แล้วก็เริ่มบทฝึกหัดกรรมฐานของแต่ละนิกายจนครบ ซึ่งเมื่อก่อนผู้ศึกษาต้องไปวิ่งอ่านเล่มนั้นเล่มนี้ และไม่ใช่พระไตรปิฎกด้วย แต่นี่เรารวบรวมจากพระไตรปิฎกมาให้เลย และยังมีลงรายละเอียดในเรื่องการสอนกรรมฐาน (Meditation Teaching) ไว้ด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก

“เดิมที ถ้าใครปฏิบัติสายไหนก็จะรู้แต่สายนั้น เช่น เถรวาท เราก็รู้แต่หลักการปฏิบัติของเถรวาท มหายานก็รู้แต่ของมหายาน วัชรยานก็จะรู้แต่เรื่องของวัชรยาน แต่ในเล่มนี้ทุกบทจะมีลักษณะที่อธิบายให้เข้าใจถึงหลักการปฏิบัติกรรมฐานของสามนิกายเลย”

สำหรับเหตุที่ต้องใช้เวลาทำงานถึง 7 ปีกว่าจะสำเร็จลุล่วง ท่านเจ้าคุณอาจารย์อธิบายว่า เพราะมีความละเอียดลออในเรื่องความถูกต้อง

“เราเริ่มการทำงานตั้งแต่ปี 2552 พอทำต้นฉบับเสร็จแล้วก็ส่งให้คนวิจารณ์ ก็เสียค่าเครื่องบินมาประชุม 14 ครั้งในประเทศไทย รีวิวกัน 6 ครั้ง แล้วก็เอาขึ้นเวบไซด์ให้คนวิจารณ์กันทั่วโลกอีก 6 เดือน จากนั้นนำคำวิจารณ์มาปรับปรุงแก้ไขอีกระยะหนึ่ง โดยหัวข้อ เรากล่าวถึงพระรัตนตรัยทุกสายก็จริง แต่เราไม่ได้เน้นความเหมือน ต้องการให้คนอ่าน อ่านดูว่าต่างกันอย่างไร แล้วก็ศึกษาไปจนเข้าใจเองว่า ทำไมจึงต่าง แต่ในความต่างนั้นก็มีจุดร่วมกันที่นำไปสู่ความพ้นทุกข์จากสังสารวัฏ หรือ นิพพานเหมือนกัน จุดร่วมกันอีกอย่างก็คือ คำศัพท์ เราแปลเป็นภาษาอังกฤษให้เหมือนกัน เช่น คำว่า เมตตา ไม่ว่าภาษาบาลี จีน หรือทิเบตว่าอย่างไรในพระไตรปิฎก เราแปลเหมือนกันหมดเลย คือ Loving kindness”

ในส่วนของความต่างที่ท่านเจ้าคุณอาจารย์เล่า มีข้อดีอย่างไรในการศึกษาพระไตรปิฎกสากลฉบับนี้ ท่านอธิบายว่า ความต่างนี้จะช่วยขยายความ ขยายมุมมอง ให้มองลึกลงจะเห็นว่าเป็นพัฒนาการของพระพุทธศาสนา 2600 กว่าปีให้ยืนยาวออกไปก็ได้ โดยมหายาน และวัชรยาน ไปขยายว่าอย่างไร แต่ละเรื่อง เช่น นิพพาน แต่ละนิกายว่าอย่างไร เมื่อศึกษาถึงความต่างก็จะเข้าใจหลักการ และมีวิธีการที่ชัดเจนในการปฏิบัติที่จะนำไปสู่ในปลายทางคือความพ้นทุกข์ หรือ นิพพานได้จริง”

สำหรับภาคภาษาไทย ท่านเจ้าคุณอาจารย์บอกว่า ปีหน้าจะออกมาคู่กันเลย หน้าต่อหน้า ภาษาอังกฤษกับภาษาไทย ส่วนที่่พิมพ์ออกมาในปีนี้เป็นภาษาอังกฤษใช้ทุนกว่า 2,000,000 บาท โดยมี ดร.ศักดิ์ชัย – ดร.สุดาวรรณ เตชะไกรศรี เป็นเจ้าภาพ พิมพ์แจกสำหรับผู้เข้าประชุมวันวิสาขบูชาโลกในประเทศไทย และที่ประเทศศรีลังกา แล้วก็แจกตามสถาบันการศึกษาที่เป็นสมาชิกสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ อีกทั้งแจกจ่ายไปยังสถาบันการศึกษาในไทยด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังจะนำไปไว้ในสนามบิน และในห้องพักของโรงแรมต่างๆ ทั่วโลก

ด้วยความเป็นสากลของพระไตรปิฎกสามนิกายฉบับนี้นี่เองที่ทำให้น่าสนใจ เพราะตอบโจทย์แก้ทุกข์ให้กับชาวโลกได้ ดังที่ท่านเจ้าคุณอาจารย์สรุปว่า อ่านตรงไหนก็จะได้แรงบันดาลใจตรงนั้น

สำหรับชาวไทย ในภาคภาษาไทยโปรดอดใจรอวันวิสาขบูชาปีหน้า

เปิดปูม 2 ทนาย สุดฮอต!!‘สงกานต์ ’-‘เกิดผล ‘

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/276050

เปิดปูม 2 ทนาย สุดฮอต!!‘สงกานต์  ’-‘เกิดผล ‘

คนในข่าว  :  9 พ.ค. 2560
น็อ, สงกานต์ อั, น็อต กราบรถ, -เกิดผล, คมชัดลึก, เปิดปูม 2 ทนายสุดฮ๊อต, สงกานต์-เกิดผล, ทนายสงก, สุดฮ๊อต, สุดฮ๊อตสงกานต์, เปิด, ทนาย, สุดฮอต, กานต์, เกิดผล, เปิดปูม, สุดฮอตสงกานต์,  -เกิดผล, สงกานต์  , สงกานต์  อัจฉริยะทรัพย์, ทนายความ, สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์, คดีหญิงไก่, น้องก้อย, คุณหญิง, หญิงไก่,

เปิดปูม 2 ทนาย สุดฮอต!! -‘สงกานต์  อัจฉริยะทรัพย์’-‘เกิดผล แก้วเกิด’ จากหลายคดีดัง !! ที่สังคมจับตามองเวลานี้

          จากหลายคดีดัง !! ที่สังคมจับตามองเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็น คดีที่มีผลกระทบต่อผู้เสียหายวงกว้าง หรือคดี ‘เซเลป’คนดัง ได้ทำให้ “ทนายความ” เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการเรียกร้องสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายในการดำเนินคดี

         ซึ่งวันนี้..ชื่อของทนายความ ที่กำลัง HOT ON CHART คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขา “สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์” ที่มีผู้ให้คำนิยามตั้งฉายาว่า “เปาบุ้นจิ้นเมืองไทย” ก็เพราะเขาใช้กฎหมายที่ร่ำเรียนมา เปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบในคดีได้เข้าสู่กระบวนการต่อสู้เต็มที่ และบุคลิกที่จริงจัง ดุดันเวลาให้สัมภาษณ์ถึงคดีและกล้าที่จะประกาศตัวออกมาต่อสู้ทางกฎหมาย

        โดยผลงานคดี ที่สร้างชื่อให้ทนายความ วัย 49 ปีคนนี้ เป็นที่ติดอกติดใจของผู้คนให้พูดถึง เริ่มแรกก็ในปี 2551 คดี“เสี่ยอู๊ด” สิทธิกร บุญฉิม นักสร้างพระชื่อดังที่ตกเป็นประเด็นทั้งวงการสังคมและวงการบันเทิง ถูกฟ้องเป็นจำเลยคดีฉ้อโกงประชาชน ที่“เขา” เป็นทนายความ ช่วยผู้เสียหายจากการเช่าพระสมเด็จเหนือหัว รวมตัวแจ้งความดำเนินคดีและใช้สิทธิเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดี

       และเมื่อ “เขา” ได้มาเป็นที่รู้จักในสื่อมวลชนบ้างแล้ว ก็เดินหน้าในการทวงความเป็นธรรม คดีลักษณะหลอกลวงฉ้อโกงอีกหลายเรื่อง และคดีเกี่ยวข้องกับ พระ-สามเณร

      อย่างปี 2557 “เขา” เข้าแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจกองปราบ คดีพระครูเวฬุวัน จันทรังษี อายุ 65 ปี หรือ หลวงปู่พิมพ์ เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน จ.ชัยภูมิ ที่ประกาศละสังขารล่วงหน้า ด้วยการเข้าไปนอนในโลงศพ แต่ภายหลังถูกเกลี้ยกล่อมให้ล้มเลิกการละสังขารดังกล่าว ก่อนจะถูกพาส่ง โรงพยาบาล จนเกิดกระแสวิจารณ์ว่าเข้าข่ายหลอกลวงอวดอุตริมนุสธรรม

      กระทั่งปี 2559 ‘คดีหญิงไก่’ ที่ “เขา” มาช่วยเหลือ ‘น้องก้อย’ เด็กสาวลูกจ้างวัย 19 ปีแจ้งความกลับ ฐานแจ้งความเท็จ หลังจากนางมณฑา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ ที่หลอกลวงเด็กสาวหลายคนและชาวบ้านว่ามีฐานันดรศักดิ์เป็นถึง ‘คุณหญิง’ แล้วพามาทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่จ่ายเงินเดือน ไม่ส่งเรียนตามที่เคยตกลงกับพ่อแม่เด็ก และเมื่อเด็กจะลาออก ก็ถูก ‘หญิงไก่’แจ้งความคดีลักทรัพย์ จนตอนหลังเรื่องมาแดงว่า แท้จริงแค่ คุณหญิงกำมะลอ ซึ่งปัจจุบันหญิงไก่ถูกอัยการฟ้องทั้งคดีค้ามนุษย์และหมิ่นเบื้องสูง

          แล้วยังมีอีกกับ คดีวางมวยทำร้ายกัน ในปี 2559 คดีน็อต-อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล พิธีกรวัยรุ่นเลือดร้อนชื่อกระฉ่อน หลังมีคลิป ชกทำร้าย หนุ่มขี่รถมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชนกับรถมินิคูเปอร์ราคาหลักล้านของพิธีกรหนุ่มที่คิดว่าชนแล้วหนี จนได้มาซึ่งฉายาแซ่บ “ น็อต กราบรถ” ซึ่ง “สงกานต์” ได้เป็นทนายให้กับ บอย หนุ่มมอเตอร์ไซค์ หลังจากที่ถูกดำเนินคดีคู่ด้วยข้อหา ขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ชนและทำให้รถยนต์ผู้อื่นเสียหายฯ โดนโทษปรับไป 400 บาท ส่วนข้อหาชนแล้วหลบหนี พนักงานสอบสวนทำความเห็นเสนอพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง ขณะที่ ‘น็อต’ ก็ถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน ทำร้ายร่างกายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) คดียังรอศาลอาญากรุงเทพใต้ พิจารณา

           แถมต้นปี 2560 สดๆร้อนๆ กับคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ !! น้องปอนด์ นักศึกษาชาย ชั้นปีที่ 4  มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นลูกหลานตำรวจในพื้นที่ ใช้ไขควงแทงศีรษะ คาหอพัก จ.เพชรบุรีจนต่อมาเสียชีวิต ที่ “เขา” ติดตามดูคดีให้ครอบครัวผู้ตายที่ระบุว่า พยานถูกข่มขู่ ซึ่งคดีได้ถูกโอนมาจากพื้นที่เพชรบุรี ให้ตำรวจกองปราบปรามรับมือต่อไป

         แต่ที่ลุ้น…ล่าสุด คือ คดี ผัว-เมีย ชาวกาฬสินธุ์ ที่ศาลตัดสินทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ, บุกรุกป่าสงวน และมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง ซึ่งจำเลยต่อสู้คดีว่าครั้งแรกรับสารภาพเนื่องจากมีปัญหาเรื่องการได้ยิน หูไม่ดี เพราะเคยประสบอุบัติเหตุขับรถมอเตอร์ไซด์ชนมอเตอร์ไซด์ด้วยกัน และมีคนบอกว่าหากรับสารภาพจะได้รับโทษแค่ปรับเท่านั้น และไม่ได้ตัดไม้ตามที่ถูกกล่าวหา ที่ “เขา” เป็นทนายรับว่าความสู้คดีมายาวนาน จนศาลฎีกาเพิ่งมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 2 พ.ค.60 ที่ผ่านมา ให้จำคุกคนละ 5 ปี จากเดิมที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 14 ปี 12 เดือน คดีนี้ถือเป็นอีกคดีดัง ทำให้ชื่อของ “ทนายสงกานต์” เป็นที่เล่าขานรู้จักของสังคมและสื่อโซเชียล ซึ่งคดีนี้เกิดกระแสวิจารณ์ เรียกกันจนติดปากว่า “คดีตายายเก็บเห็ด”

         จากประสบการณ์ การปฏิบัติทางกฎหมายของเขา ยังได้นำมาใช้ประโยชน์ในการจัดทำรายการทีวี “คลายทุกข์ชาวบ้าน” ทางช่องอัมรินทร์ทีวี ให้ความรู้ทางกฎหมายกับสังคมในวงกว้างอีกทางด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ ณ วันนี้ใครๆ จะนึกถึงชื่อ “สงกานต์ อัจฉริยทรัพย์” เป็นอันดับต้นๆ เมื่อต้องการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเพื่อชำระการกระทำทางกฎหมาย

         อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึง “ทนายมหาชน” รุ่นใหม่ ที่พร้อมออกมายืนหยัดในการเรียกร้องความเป็นธรรม จากการถูกละเมิดสิทธิและไม่ได้รับการปฏิบัติทางกฎหมายอย่างสมควรด้วยความเท่าเทียมแล้ว ในช่วงปีที่ผ่านมายังมีชื่อของ “ เกิดผล แก้วเกิด ” ทนายความวัย 42 ปีย่าง 43 ปี ที่เปิดสำนักงานกฎหมายของตัวเอง เพื่อประกอบวิชาชีพทนายความที่ได้ร่ำเรียนนิติศาสตร์ จบมาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราชในช่วงเวลา 4 ปีพร้อมกัน

         ขณะที่ระหว่าง “เขา” ใช้ความรู้ทางกฎหมายเพื่อประกอบอาชีพทนายความอิสระ “เขา” ก็มีโอกาสพิทักษ์ความยุติธรรมให้กับผู้ที่กระทำละเมิด ซึ่งผลงานคดีดังที่เคยเป็นข่าวใหญ่โตในหน้าสื่อ ก็เริ่มต้นที่ “คดีหมูแฮม -กัณฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์” ลูกชายอดีตนางสาวไทย ที่ปี 2550 ขับรถเบนซ์หรู พุ่งชน พนักงานการเงิน ขสมก. และผู้โดยสารที่ยืนบนทางเท้าเสียชีวิต หลังเกิดเหตุรถเมล์ ขับปาดหน้ารถของนายกัณฑ์พิทักษ์ ที่หน้าป้อมตำรวจจราจร ปากซอยสุขุมวิท 26 แยกอารีย์ คลองเตยเหนือ ซึ่ง “เขา” รับเป็นทนายความให้ลูกสาวของพนักงาน ขสมก.ผู้ตาย ร่วมเป็นโจทก์กับอัยการ ฟ้องคดีอาญาและให้ชดใช้ค่าเสียหาย จนคดีตัดสินถึงที่สุดในชั้นศาลฎีกา เมื่อปี 2558 ให้จำคุกนายกัณฑ์พิทักษ์ เป็นเวลา 2 ปี 1 เดือน

          และผลงานก็เป็นที่จับตาอีกครั้ง ในคดีที่ “เขา” เป็นทนายความให้กับญาติผู้เสียชีวิตที่ถูกทำร้ายร่างกายขณะตำรวจไล่จับกุมผู้ลักลอบเล่นพนันไฮโล ย่านห้วยขวางเมื่อปลายปี 2559 แล้วต่อมาเสียชีวิต ซึ่งได้มีการยื่นฟ้องคดีอาญากลับกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ “เขา” ใช้กฎหมายพิสูจน์การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐว่าชอบหรือไม่

           กับการเรียกร้องสิทธิทางกฎหมาย “เขา” ยังให้ความช่วยเหลือทางคดีกับครอบครัว “น้องทราย” นักเรียนชั้น ม.5ใน จ.นครราชสีมา ที่ถูกครูพละขว้างแก้วใส่ จนมีอาการปากเบี้ยว ตาข้างซ้ายเหลือก ปิดเปลือกตาไม่ลง เพราะกล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาท ที่คดีอยู่ในมือของตำรวจ

           ล่าสุด คดีค้ามนุษย์ ใน จ.แม่ฮ่องสอน ที่มีจัดหาเด็กสาวค้ากาม ที่มีการพาดพิงถึงกลุ่มข้าราชการ จนเป็นข่าวโด่งดัง “เขา” ก็ออกมารับหน้าเสื่อให้แม่เด็กสาวผู้เสียหาย นำเรื่องร้องเรียนถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

          ไม่ใช่เพียงแค่การทำหน้าที่เป็นทนายความในคดี…เท่านั้น ที่ “เขา” ตั้งเป้าหมายในชีวิต แต่ “เขา” ยังคงนำกฎหมายที่เรียนรู้และได้ปฏิบัติจริง มาสื่อสารให้สาธารณชนรับรู้ผ่าน ‘เฟซบุ๊ก’ เพื่อเป็นข้อแนะนำให้ผู้เกี่ยวข้องและสังคมได้ตระหนัก เพื่อความเป็นธรรมได้ยุติ ตามหลักการและข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้

         ตราบใดที่…ยังมีการละเมิดสิทธิ เพราะความลำเอียง ไม่เที่ยงธรรม ไร้หลักการ ปฏิบัติอย่าง 2 มาตรฐาน “ วิชาชีพทนายความ” ย่อม เป็นอีกส่วนสำคัญหนึ่ง ที่จะเป็นที่พึ่งให้ประชาชน ได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเหมาะสม เหมือนการสร้างกระบวนการยุติธรรมให้เท่าเทียม เที่ยงธรรมทุกขั้นตอน

         ซึ่ง “ทนายความมหาชน” จะไม่เกิดขึ้นเพียงเท่านี้ แค่ในวันนี้แน่ !! แต่เรายังมองเห็นวันนี้ได้อีกในอนาคต

เอาจริงดิ!!”วีรบุรุษนาแก”ประมุขเพื่อไทย??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/275985

เอาจริงดิ!!”วีรบุรุษนาแก”ประมุขเพื่อไทย??

คนในข่าว  :  9 พ.ค. 2560
คนในข่าว, พลตอเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, เอาจริง, วีรบุรุษนาแกประมุขเพื่อไทย, วีรบุรุษนาแก, คุณหญิงหน่อย

เอาจริงดิ!!”วีรบุรุษนาแก”ประมุขเพื่อไทย??

 

นี่ถ้า “บิ๊กเยิ้ม” ไม่กล่าววาทะ “สื่ออย่างนี้ต้องจับไปยิ่งเป้า” เผลอๆ ชื่อของ “วีรบุรุษนาแก” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส คงเกือบถูกลืมไปแล้ว

ถามทำไมบิ๊กเยิ้ม พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สปท.ต้องพูดแบบนี้ ลองย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นสามสี่วัน จะมีข่าวของวีรบุรุษนาแกคนนี้แหละ ที่ไปโผล่ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ เมื่อวันหยุดแรงงานที่ผ่านมาบอกว่า

“ตั้งเเต่เกิดมาจนกระทั่งปัจจุบันอายุ 69 ปี ผมไม่เคยเห็นกองทัพใช้อาวุธไปในการป้องกันประเทศเลย เอาเเต่ซื้อๆๆ ทำเเต่เพียงยึดอำนาจ คำถามคือเรือดำน้ำจำเป็นจริงๆ หรือ ในขณะที่ภาคส่วนอื่นๆ กำลังประสบกับปัญหาขาดเเคลนเเละมีความจำเป็นในการใช้เงินกว่ามาก”

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส มีชื่อเดิม ว่า เสรี โดยปี 2534 ได้เปลี่ยนชื่อเพราะภรรยามักเจ็บออดๆ แอดๆ จนมีคนแนะนำว่าชื่อภรรยาไม่ถูกโฉลก แต่ถ้าจะเปลี่ยน ต้องให้สามีเปลี่ยนด้วยตามนั้น

ตามประวัติ เขาเกิดเมื่อ 3 กันยายน 2491 มีชื่อเล่นว่า “ตู่” เป็นคนจังหวัดธนบุรี จบมัธยมจากโรงเรียนทวีธาภิเศก และไปต่อโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 8 (ตท.8) รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ฯลฯ และไปจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 24 (นรต.24)

เขาเคยรับราชการอยู่ที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ช่วงปี 2515-2524 ซึ่งเป็น “พื้นที่สีแดง” ที่มีคอมมิวนิสต์ชุกชุมในยุคนั้น ที่สุดทำผลงานปราบคอมฯ จนถูกใจคนไทย ได้รับการยกย่องว่าเป็น “วีรบุรุษนาแก” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ปี 2529 ที่ย้ายมารับตำแหน่งผู้กำกับการจังหวัดชลบุรี ที่นี่เองที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้สร้างวีรกรรมท้าชนกำนันเป๊าะ หรือ สมชาย คุณปลื้ม เจ้าพ่อภาคตะวันออก จนนำมาสู่การจับกุมเจ้าพ่อคนนี้ได้ในเวลาต่อมาจากคดีทุจริตที่ดินเขาไม้แก้ว

เรียกได้ว่า แม้ว่าผลงานทำนองนี้ของเสรีพิศุทธ์ จะมีเพียบ! ทั้งจับบ่อนปอประตูน้ำ, คดีบ่อนลอยฟ้าปิ่นเกล้าที่มีตำรวจอยู่เบื้องหลัง, คดีทุจริตลำไย, ทุจริตทางด่วนบูรพาวิถี ฯลฯ

แต่นั่นก็เป็นดาบสองคม เพราะเขามักได้รับผลกระทบจากการเมืองบ่อยครั้ง ถูกโยกย้ายหลายครา เช่นไปนั่งอยู่ตามกองวิทยาการตำรวจ หรือ ประจำกรมตำรวจ เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยังได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ เช่น ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ปี 2541), จเรตำรวจแห่งชาติคนแรก (ปี 2547)

ระหว่างนั้นก็มีเป๋ไปบ้าง โดยถูกย้ายไปดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษา สบ.10 ในปี 2549 ก่อนจะกลับมารักษาการในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในรัฐบาลไทยยุค “หลังทักษิณ”

โดยนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่งตั้งขึ้นแทน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เมื่อ 1 ตุลาคม 2550 แถมยังไปมีชื่อเข้าเป็น สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. อีกด้วย

ต้นปี 2551 พลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง ผ่านไปไม่ทันถึงวันสงกรานต์ 8 เมษายน 2551 นายกฯ สมัคร สุนทรเวช ออกคำสั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากราชการ ก่อนเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนด้วยซ้ำ!

กระทั้งรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามากู้หน้าให้ ้ด้วยการยกเลิกคำสั่งให้ออกจากราชการของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2553

เป็นอันว่าเวลานั้น ความรับรู้จดจำของคนไทย ที่มีต่อนายตำรวจใหญ่คนนี้ คือ ถ้าจะพูดเรื่องการเมืองแล้ว เขาอยู่ข้างไหนก็ชัดเจนไม่ต้องทวนซ้ำ แถมยังประกาศตัวที่จะลงเล่นการเมืองอย่างไม่กั๊กอีกด้วย

แต่แล้ว ความชัดเจนของนายตำรวจตงฉินคนนี้ ก็เหมือนๆ ว่าจะเปลี่ยนไป โดยช่วงปี 2554 อยู่ๆ ก็มีข่าวว่าเขาจะลงเล่นการเมืองในเสื้อสีแดง พรรคเพื่อไทย (พูดใหม่อีกทีซิ!)

ว่ากันว่า ด้วยเหตุเพราะเขานั้น สนิทกันดีกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตนายเก่า, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็คนกันเอง แถมข้างฝ่ายเจ้าของพรรคตัวจริงก็ถือว่าเป็นรุ่นน้องสองปีที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ตอนนั้นลือกันขนาดว่า มีข้อเสนอเก้าอี้ รมต. ด้วยซ้ำ

สุดท้ายไม่รู้ไปไงมาไง “บิ๊กตู่สายตำรวจ” คนนี้ไปโผล่เป็นผู้สมัครอิสระลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ช่วงปี 2555 ภายใต้สังกัด “กลุ่มพลังกรุงเทพ” แต่ก็พ่ายแพ้ไป

ที่น่าสนใจ ตอนลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. “เสรีพิศุทธ์” มีกุนซือการเมืองชื่อ ประพันธ์ คูณมี อดีตแกนนำพันธมิตรฯ

จนเมื่อบ้านเมืองผ่านมาสุ่ยุครัฐบาล คสช. “บิ๊กตู่คนนี้” ก็ไปโผล่ออกมาจ้อหน้าจอกับเขาบ้าง แต่ดันไปวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล “บิ๊กตู่” อย่างถึงพริกถึงขิง ในรายการ “เสียงเสรี SEREE VOICE” ทุกบ่ายเสาร์ -อาทิตย์ ของ “ฟ้าให้ทีวี” และเป็นช่องแรกที่ถูกคำสั่งมาตรา 44 จอดำในที่สุด

ปี 2557 มีข่าวเล็กๆ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” ประกาศตั้ง “พรรคเสรีรวมไทย” เพื่อให้เป็นพรรคที่ดี มีนักการเมืองเป็นแบบอย่างที่ดี ทำประโยชน์ให้แผ่นดินเกิด

ดังที่ทราบ วีรบุรุษนาแกคนนี้มี “มูลนิธิกลุ่มเพื่อนเสรี” เป็นฐานกำลัง จึงไม่ยากที่จะก่อตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา แต่จะเอาจริงแค่ไหนก็รอดู

ส่วนการทำสงครามข่าวสารทางยูทูป ยังทำเรื่อยๆ  วิพากษ์ทหารเป็นหลัก จนได้รับเชิญไปนั่งทอล์คทางสถานีทะเว็นตี้โฟร์ทีวี(จอแดง) ของตระกูลชินวัตรอยู่บ่อยๆ

นาทีนี้ จึงมีข่าวลือว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นตัวเต็งคนหนึ่งที่จะได้รับไฟเขียวจากคนแดนไกลให้เป็น “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” นัยว่าจะชิงดำกับ “คุณหญิงหน่อย” ด้วย

จากข่าวนี้ ทำเอาในโซเชียลคนเสื้อแดงส่งเสียงเชียร์กันเจี๊ยวจ๊าว..เพราะชื่นชอบในลีลาปะฉะดะกับทหาร

ต้องจับตาดูว่า ระหว่างพรรคใหม่กับพรรคใหญ่…เสรีพิศุทธ์ จะจอดที่ป้ายไหน?