เปิดแนวคิด 3 ผู้บริหารธุรกิจ 3 เจเนอเรชัน สร้างธุรกิจยั่งยืน เริ่มต้นที่ Mindset

เปิดแนวคิด 3 ผู้บริหารธุรกิจ 3 เจเนอเรชัน สร้างธุรกิจยั่งยืน เริ่มต้นที่ Mindset

เปิดแนวคิด 3 ผู้บริหารธุรกิจ 3 เจเนอเรชัน สร้างธุรกิจยั่งยืน เริ่มต้นที่ Mindset

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 07.00 น.

เมื่อกล่าวถึงความยั่งยืน คนส่วนมากจะนึกถึงสิ่งแวดล้อม โลก สังคม แต่มักจะมีอีกด้านหนึ่งที่คนทั่วไปไม่ค่อยนึกถึงคือ ความยั่งยืนของธุรกิจ ที่จะนำมาซึ่งความยั่งยืนในมิติของเศรษฐกิจ เพราะหากธุรกิจไม่สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง ย่อมไม่สามารถดูแลพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า หรือแม้แต่ยื่นมือไปช่วยเหลือสังคม สิ่งแวดล้อมได้  ปีนี้ Sustainability Expo 2025 งานมหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ชวนผู้นำธุรกิจของไทยที่ประสบความสำเร็จมาเผยความลับขั้นแรกของการสร้างธุรกิจอย่างยั่งยืน นั่นก็คือ Mindset หรือทัศนคติของผู้ประกอบการ

3 ผู้บริหารธุรกิจ 3 เจเนอเรชัน ที่มาขึ้นเวทีในครั้งนี้ ได้แก่ ธีระพงษ์ ระบือธรรม ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง หงษ์ไทย ยาดมสมุนไพรที่คนไทยและต่างชาติรู้จักกันดี  กศม ชูดอกไม้ เจ้าของ Fishmonger และผู้ร่วมก่อตั้งlantaplathai.com ร้านอาหารและเว็บไซต์แหล่งรวมอาหารทะเลสดจากประมงพื้นบ้าน และ ทัพไทย ฤทธาพรม ซีอีโอและผู้รวมก่อตั้ง Haab, Layers, Haroy และ YogurBara Thailand แบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารและขนมที่คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวชื่นชอบ โดยมี สินธ์โต วาณิชย์กิตติ์  Head, SME Future Readiness, Brandi and Companies เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

ธีระพงษ์ ระบือธรรม ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง หงษ์ไทย

เป้าหมายต้องชัดเจน

เป้าหมายและความมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจ คือรากฐานสำคัญอันดับแรก  ผู้ประกอบการที่จะประสบความสำเร็จและสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน ต้องยึดมั่นในเป้าหมายของตัวเองอย่างมั่นคง

ทัพไทยแชร์มุมมองว่าความยากของการเริ่มต้นธุรกิจคือ การตกหลุมพราง เพราะในการทำธุรกิจจริง ตอนเริ่มลงทุน จะยังไม่เห็นผล และดูเหมือนว่าลงทุนเท่าไหร่ก็ยิ่งขาดทุน ตรงจุดนี้หลายคนมักท้อ คิดว่าคงไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง และตัดสินใจไม่ไปต่อ นี่คือการ “ตกหลุมพราง” ใหญ่

“ผมเริ่มลงทุนน้อยๆ ก่อนแล้วดูว่ามีแนวโน้มจะขึ้นไหม  ต้องทำแผนปานกลางและทำให้เล็กที่สุด พอเห็นแนวโน้มที่ดี จึงค่อยเดินหน้า ลงทุนเพิ่ม ต้องกล้าที่จะลองผิดลองถูก เวลาไม่ประสบความสำเร็จให้มองเป็นเรื่องเล็ก เวลาประสบความสำเร็จค่อยมองเป็นเรื่องใหญ่และเดินหน้าต่อ” ทัพไทย กล่าว

การมีเป้าหมายชัดเจน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถหาพนักงานที่มีคุณภาพ มีศักยภาพที่จะขับเคลื่อนธุรกิจไปในทิศทางที่ตามต้องการ ทัพไทยจึงเน้นการค้นหาพนักงานที่ “ใช่” สำหรับธุรกิจอาหารที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ พนักงานที่คัดเลือกมาจึงเป็นคนที่มีจิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ช่วยกันคิดช่วยกันทำ ช่วยกันขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว

ส่วนยาดมสมุนไพรหงษ์ไทย กว่าจะมาเป็นไอเทมฮิตในหมู่วัยรุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ธีระพงษ์ เล่าว่า เส้นทางธุรกิจของเขาเริ่มตั้งแต่ 10 ขวบ เพราะเหตุผลเดียว คือ ความกตัญญู หรือความแน่วแน่ที่จะดูแลทุกคนในครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี  เขาออกมาเริ่มทำงานตั้งแต่จบ ป. 6 เริ่มจากความไม่รู้ และเต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก เรียนรู้แบบธรรมชาติ  แม้จะยากลำบากและเปลี่ยนเส้นทางธุรกิจมาหลายครั้งกว่าจะมาลงตัวที่ยาดมสมุนไพร แต่เป้าหมายยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

“ความกตัญญู เป็นบ่อเกิดของการทำธุรกิจในทุกๆ เรื่อง เพราะเมื่อคุณรู้บุญคุณคน คุณจะต่อยอดรายละเอียดไปทั้งระบบ เรารักลูกน้อง ลูกน้องจะดีกับเรา เรารักคู่ค้า อย่าเอาเปรียบเขา เขาจะเชื่อมั่น ขนาดสั่งของล่วงหน้าเครดิตเป็นสิบล้านต่อเจ้า สั่งล่วงหน้าได้ เพราะเราไม่เคยเอาเปรียบใคร” ธีระพงษ์ กล่าว

กศม ชูดอกไม้ เจ้าของ Fishmonger และผู้ร่วมก่อตั้งlantaplathai.com 

เริ่มต้นที่ความชอบ

ความชอบ เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นโอกาส และหาทางพัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้า มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่นที่ กศม ได้สร้างเว็บไซต์ศูนย์กลางการจำหน่ายอาหารทะเลจากประมงพื้นบ้านเพราะเสียดายปลาที่ชาวประมงจับได้แต่ตลาดไม่รู้จักและไม่อยากซื้อ และต้องการสร้างช่องทางให้คนทั่วไปได้รู้จักและหันมาซื้อปลาเหล่านี้  ก่อนจะก้าวสู่ธุรกิจร้านอาหารที่เป็นที่ชื่นชอบของคนจำนวนมาก

“ตอนที่ตั้งลันตาปลาไทยในปีแรก ก็ขายไม่ออก แต่เราไม่ท้อ เพราะเราชอบ เราหาความรู้เพิ่มเติมทำให้รู้ลึกขึ้น ถ้าเป็นสิ่งที่เราชอบ เราสามารถทำซ้ำไปได้เรื่อยๆ  มีความสุขไปเรื่อยๆ  บางคนบอกว่าเมื่อประสบความสำเร็จแล้วจะมีความสุข แต่สำหรับผม มีความสุขไปเรื่อยๆ แล้วจะประสบความสำเร็จดีกว่า” กศม กล่าว

ทัพไทย ฤทธาพรม ซีอีโอและผู้รวมก่อตั้ง Haab, Layers, Haroy และ YogurBara Thailand 

คิดให้รอบ ทำน้อยแต่ยั่งยืน

อีกหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อเนื่องได้อย่างยั่งยืน คือ การคิดเป็นระบบและรอบด้านตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งสร้างความยั่งยืนไม่เพียงสำหรับธุรกิจ แต่ครอบคลุมทุกหน่วยตลอดห่วงโซ่อุปทาน ชุมชน และสังคมยังเกิดความยั่งยืนด้วย

กศม ยกตัวอย่างเรื่องปลาไทยว่า การประมงพื้นบ้านที่ไม่ได้ใช้อวนลาก และเลือกจับเฉพาะปลาหรือสัตว์น้ำที่โตเต็มที่ แม้จะจับได้ปริมาณน้อย แต่จะมีผลที่ยั่งยืนกว่า เพราะผู้บริโภคจะได้ปลาที่มีคุณภาพ ท้องทะเลยังคงอุดมสมบูรณ์ เพราะไม่ได้มีการจับสัตว์น้ำแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ชาวประมงยังคงทำอาชีพได้อีกนาน มีรายได้เลี้ยงครอบครัว ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง ธุรกิจเองก็เติบโตเพราะมีของที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการ เรียกว่าทุกคนได้รับประโยชน์กันทั้งหมด “แม้ปริมาณจะน้อย แต่แลกกับคุณภาพ และความยั่งยืน” กศม   กล่าว

งาน Sustainability Expo 2025 หรือ SX2025  ต้นแบบงานมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีที่ทั้งอาเซียนและทั่วโลกต้องจับตา เป็นการรวมพลังครั้งสำคัญที่จะชวนคุณมาร่วมเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นไปในทศวรรษแห่งการลงมือทำ ด้วยการปรับตัวอย่างชาญฉลาด ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน-วันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ภายใต้แนวคิดหลักการจัดงาน “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability)

งาน Sustainability Expo ริเริ่มขึ้นในปี 2020  ภายใต้ความร่วมมือของ 5 องค์กรธุรกิจ ซึ่ง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นแม่งาน ผนึกกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มสู่มหกรรมด้านความยั่งยืนระดับภูมิภาค ร่วมขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้เป็นปีที่ 6 โดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการตามพระราชปณิธานการสืบสาน รักษา ต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางการจัดงานร่วมกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) ที่ทุกภาคส่วนจะมาร่วมมือกันบูรณาการ เพื่อสร้างแนวทางในการปรับใช้ได้จริงให้ครอบคลุมทุกระดับของการดำรงชีวิตได้อย่างความสมดุลเป็นรูปธรรม

มาร่วมเรียนรู้และรับแรงบันดาลใจจากงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 (SX2025) ชั้น G  ได้จนถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2458 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ติดตามข่าวสารและกิจกรรม SX ได้ทาง FB : SUSTAINABILITY EXPO , www.sustainabilityexpo.com

เพื่อสังคม ‘PLUSGlass’ ส่งเสริมความรู้สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตเยาวชนในชุมชน

เพื่อสังคม ‘PLUSGlass’ ส่งเสริมความรู้สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตเยาวชนในชุมชน

เพื่อสังคม ‘PLUSGlass’ ส่งเสริมความรู้สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตเยาวชนในชุมชน

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท บีเจซี กลาส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์แก้ว ในกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี นำโดย สุชาดา สิงห์เส ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด ร่วมกับ บริษัท โรแยล พลัส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำผลไม้ นำโดย กิตติ วชิรจิรากร รองกรรมการผู้อำนวยการ จัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้ชื่อ “PLUSGlass” ที่โรงเรียนแพรกหนามแดง จังหวัดสมุทรสงคราม

กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการ เปิดโอกาสให้เยาวชนในชุมชนเข้าถึงองค์ความรู้และทักษะที่หลากหลาย ทั้งด้านสิ่งแวด ล้อม ความปลอดภัย และสุขอนามัย ผ่านกิจกรรมที่ทั้งสนุกและได้ประโยชน์ เช่น การเรียนรู้การจัดการขยะอย่างถูกวิธี การดูแลตนเองเมื่ออยู่ใกล้แหล่งน้ำ การระบายสีขวดแก้วเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกการรีไซเคิล ตลอดจนการมอบทุนการศึกษา ตู้น้ำดื่มเพื่อสุขอนามัยที่ดี และการจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน

“PLUSGlass” ไม่เพียงสะท้อนพันธกิจด้านความยั่งยืนของ บีเจซี กลาส และโรแยล พลัส แต่ยังเป็นตัวอย่างของการขับเคลื่อน ความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วม (Equity & Inclusion) โดยเปิดพื้นที่ให้เยาวชนทุกคนได้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน ตอกย้ำเจตนารมณ์ของ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ที่ให้ความสำคัญกับ DEI ควบคู่กับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมั่นคงและยั่งยืน

‘มินนี่ i-dle’ ส่งต่อพลังคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ

‘มินนี่ i-dle’ ส่งต่อพลังคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ

‘มินนี่ i-dle’ ส่งต่อพลังคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เปิดตัว น้องมินนี่ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ มินนี่ สมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี i-dle นักร้องสาวชาวไทยที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการอุปการะเด็ก ผ่านคลิปวิดีโอใหม่ล่าสุด หลังจากที่ได้เข้ามาอุปการะน้องวันนา  ในโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิต  พร้อมเชิญชวนมาสัมผัสกับพลังงานแห่งการให้ ผ่านการช่วยเหลือน้องๆ ที่ยังขาดแคลนให้ได้มีโอกาส มีชีวิตที่ดี และทำตามความฝันของตัวเอง

มินนี่ i-dle สมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี

เหตุผลของคำว่า “ให้” ยังคงยิ่งใหญ่ และสร้างพลังการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้ไม่ตกยุคสมัย แม้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร รูปแบบการให้ ก็เปลี่ยนไปตามไลฟ์สไตล์และวิถีคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกด้านจิตอาสา  การส่งต่อสิ่งของ หรือร่วมบริจาคเงินผ่านช่องทางออนไลน์ แม้รูปแบบการบริจาคอาจจะแตกต่างกัน แต่เป้าหมายหลักยังคงเป็นเหตุผลของคำว่า “ให้” เพื่อเพิ่มโอกาส สร้างความเท่าเทียมให้สังคมไทยเดินหน้าอย่างยั่งยืน

น้องวันนา เด็กในความอุปการะของ มินนี่ i-dle

มีการเผยผลสำรวจ กรณีศึกษาจากต่างประเทศของ Foundation Source ในปี 2024 พบว่า 87% ของ Millennialsหรือคน Gen Y อายุระหว่าง 28-45 ปี และ 71% ของ Gen Z อายุระหว่าง 13 – 28 ปี ในสหรัฐฯ นิยมการบริจาคมากขึ้น โดยทั้งสองกลุ่มยังมีส่วนร่วมในกิจกรรมการกุศลอื่น ๆ เช่น การบริจาคสิ่งของ (80%) การอาสาสมัคร (54%) และการช่วยระดมทุน (30%) ผลการศึกษาดังกล่าว สะท้อนมุมมองด้านการบริจาคไว้อย่างน่าสนใจ โดยพบว่า คนทั้งสองกลุ่มอายุนี้ มีบทบาทสำคัญอย่างมาก และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก โดยใช้เทคโนโลยีและโซเชียล มีเดีย แพลตฟอร์มออนไลน์ เป็นช่องทางหลักในการบริจาคหรือระดมทุน และเป็นที่น่าสังเกตอีกว่า พวกเขามีแนวโน้มที่จะบริจาคให้กับองค์กรที่มีความโปร่งใส และเห็นผลลัพธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและรวดเร็วจากการสนับสนุนของพวกเขาด้วย

รสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย

นางรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่สอดคล้องกับผลสำรวจข้างต้น เกี่ยวกับการเริ่มปลูกฝังสังคมแห่งการให้ กับโครงการที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ว่า “ในฐานะที่เราเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก ครอบครัว และชุมชนมายาวนาน หนึ่งในโครงการที่เป็นพันธกิจหลักของเรา นั่นคือ โครงการอุปการะเด็ก ภายใต้บทบาทของการพัฒนาเด็ก ให้ได้รับการดูแล เตรียมความพร้อมและสนับสนุนโอกาสด้านการศึกษา ซึ่งโครงการนี้ จะเป็นการแก้ปัญหาความยากจนตั้งแต่ต้นตอ พร้อมปูรากฐานที่ดีให้กับเด็ก โดยเราทำงานแบบมีส่วนร่วมกับครอบครัวเด็ก ชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น เพื่อช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านการศึกษา สุขอนามัย แหล่งอาหาร การส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัว และชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ทั้งนี้ อีกหนึ่งพลังของการให้ที่อยู่กับโครงการอุปการะเด็กมาโดยตลอด และเป็นพลังที่ปฏิเสธไม่ได้ในยุคปัจจุบัน ก็คือ พลังแห่งการให้ ของกลุ่มคนรุ่นใหม่

มีข้อมูลด้านสถิติ จากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ระบุว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา (2567) พบว่า กลุ่มช่วงอายุ 25-40 ปี มีแนวโน้มบริจาคผ่านสื่อดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะช่องทาง Social media และ website   อันเป็นที่น่าสังเกตได้ถึงเหตุผลของการบริจาค เนื่องด้วยช่องทาง Social Media สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลายและทั่วถึงมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทำให้สามารถรับรู้และเข้าใจถึงรูปแบบการทำงานด้านพัฒนาของมูลนิธิฯ ได้มากขึ้น และสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้รวดเร็ว โดยแคมเปญของเราที่กลุ่มคนในช่วงวัยนี้ เข้าร่วมบริจาคมากที่สุด ได้แก่ โครงการอุปการะเด็ก , โครงการบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน และโครงการมื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม ตามลำดับ

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า เหตุผลของคนรุ่นใหม่ ไม่ได้เพียงแค่มีบทบาทในการเป็นผู้ให้ แล้วจบเท่านั้น  แต่ยังเป็นการให้เพื่อต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงของผู้รับอย่างเป็นรูปธรรม และพวกเขาต้องการเป็นส่วนหนึ่ง ที่ช่วยให้สังคมเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ซึ่งก็สอดคล้องไปกับผลสำรวจของผู้คนในต่างประเทศ”

ด้วยเหตุผลเหล่านี้นี่เอง มูลนิธิศุภนิมิตฯ จึงได้เปิดตัว น้องมินนี่ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ มินนี่ สมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี i-dle เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการอุปการะเด็ก ผ่านคลิปวิดีโอใหม่ล่าสุด

“สำหรับน้องมินนี่ เบื้องหน้าที่เราเห็น เธอคือหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่เป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนกล้าที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตัวเองเพื่อเดิมตามความฝัน แต่อีกมุมหนึ่ง ที่น้อยคนจะรู้ คือ เธอเป็นหนึ่งในผู้อุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่ร่วมช่วยเหลือเด็กยากไร้อย่างเต็มความสามารถ ซึ่งน้องมินนี่ก็ยินดีมาก ๆ ที่ได้มาเป็นกระบอกเสียง ส่งต่อเรื่องราวการให้กับคนรุ่นใหม่ได้มีช่วงเวลาดีๆ แบบที่เธอเคยได้รับ และมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยเหลือให้เด็กๆ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี”  ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตฯ กล่าว

ด้าน น้องมินนี่ i-dle ได้พูดถึงความรู้สึกว่า “ตื่นเต้นมาก  มันเป็นความฝันของมินนี่ตั้งแต่เด็กๆ เลย ตอนที่อยู่โรงเรียนจะมีโครงการให้แต่ละห้องเรียนช่วยกันสนับสนุนน้อง 1 คน  ตอนนั้นมันเป็นความทรงจำที่ดี ทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าโตขึ้น มีโอกาส มีรายได้เพียงพอ ก็อยากดูแลน้องสักคนหนึ่ง มาวันนี้ เราอยู่ในจุดที่สามารถแบ่งปันให้น้องๆ ได้ รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมากๆ ที่เราได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่ง ช่วยให้น้องได้มีโอกาสที่ดีเหมือนกับเรา ตอนนี้มินนี่ดูแลน้องคนหนึ่งอยู่ น้องฝันอยากเป็นหมอ แต่ความเป็นอยู่ไม่เอื้อให้น้องทำตามความฝันได้เลย มินนี่อยากให้ฝันน้องเป็นจริง อยากให้น้องได้มีการศึกษาที่ดีไปเรื่อยๆ ผ่านโครงการอุปการะเด็ก ที่เราได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง

มินนี่รู้สึกว่า มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ และมินนี่ก็อยากจะเชิญชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน ที่สนใจ แล้วก็อยากมาสัมผัสกับพลังงานแห่งการให้ ผ่านการช่วยเหลือน้อง ๆ ที่ยังขาดแคลนให้เขาได้มีโอกาส มีชีวิตที่ดี ทำตามความฝันของตัวเอง ก็สามารถร่วมบริจาคได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เหมือนที่มินนี่ทำอยู่นะคะ เพียงร่วมอุปการะเด็กอย่างต่อเนื่อง 700 บาท/ เดือน เท่านั้นค่ะ หวังว่าพวกเราจะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตของน้อง ๆ หลาย ๆ คน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกันนะคะ”

รับชมคลิปวิดีโอชุดพิเศษความในใจของน้องมินนี่ กับโครงการอุปการะเด็ก ได้ที่ https://give.worldvision.or.th/lfWMZ7 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและอัปเดตความเคลื่อนไหวได้ที่ www.worldvision.or.th

หรือติดตามความเคลื่อนไหวของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ที่ FB: https://www.facebook.com/worldvisionthailand ,IG: https://www.instagram.com/worldvision_thailand Youtube: https://www.youtube.com/@worldvisionthailand-wvft

พรีโม จับมือ มูลนิธิ The Voice เสียงจากเรา จัดโครงการ ‘พรีโม คุณไม่ใช้ น้อลลขอ’ ช่วยเหลือสุนัข-แมว ไร้บ้านและพิการ

พรีโม จับมือ มูลนิธิ The Voice เสียงจากเรา จัดโครงการ  ‘พรีโม คุณไม่ใช้ น้อลลขอ’ ช่วยเหลือสุนัข-แมว ไร้บ้านและพิการ

พรีโม จับมือ มูลนิธิ The Voice เสียงจากเรา จัดโครงการ ‘พรีโม คุณไม่ใช้ น้อลลขอ’ ช่วยเหลือสุนัข-แมว ไร้บ้านและพิการ

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พรีโม ร่วมกับ มูลนิธิ The Voice (เสียงจากเรา) จัดโครงการ “พรีโม คุณไม่ใช้ น้อลลขอ” เดินหน้าสนับสนุนสร้างสังคมที่ดีทั้งคนและสัตว์ เพื่อช่วยเหลือสุนัข-แมวที่ไร้บ้าน และพิการ ที่อยู่ในการดูแลของมูลนิธิต่างๆ

สุรินทร์ สหชาติโภคานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) 

สุรินทร์ สหชาติโภคานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI ผู้นำในธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ กล่าวว่า บริษัทฯ เดินหน้าตามกลยุทธ์ Happy Maker For All เป็นผู้สร้างความสุขให้ลูกบ้าน และสังคม เพราะเราเชื่อว่าความสุขเริ่มจากการแบ่งปัน โดย พรีโม ดูแลบริหารโครงการ Pet Friendly จำนวน 2,000 ยูนิต เห็นถึงโอกาสแม้เพียงสิ่งเล็กน้อยก็สามารถสร้างรอยยิ้ม และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้น้อง สุนัข-แมว ไร้บ้านหรือพิการให้ดีขึ้นได้ จึงได้ร่วมมือกับมูลนิธิ The Voice (เสียงจากเรา) จัดโครงการ “พรีโม พี่ไม่ใช้ น้อลลขอ” เพื่อส่งต่อความอบอุ่นแก่เพื่อนร่วมโลกตัวน้อยที่รอความดูแล

ด้าน ปีณิตา ศิลปสุวรรณ ผู้บริหารสายงานธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ หรือ Living Service บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จุดประสงค์ของโครงการ “พรีโม พี่ไม่ใช้ น้อลลขอ” เป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการให้บริการ Pet Friendly Service โดยให้ลูกบ้าน ผู้บริหารและพนักงานของ พรีโม ได้ร่วมกันแบ่งปันสิ่งของจำเป็นสำหรับน้องสุนัข และแมว เช่น อาหารสัตว์ ยา ขนม ตุ๊กตา ผ้าห่ม เบาะนอน และสายจูง ซึ่งทุกสิ่งเหล่านี้จะถูกนำไปจัดสรรและแจกจ่ายตามความเหมาะสมให้แก่น้องๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิฯ

พรีโมขอขอบคุณลูกบ้าน ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ที่ได้ส่งมอบสิ่งของที่จำเป็นเหล่านี้ให้แก่น้องสุนัข-แมวไร้บ้าน และพิการ โดยสิ่งของที่ได้รับบริจาคมาจากโครงการ “พรีโม พี่ไม่ใช้ น้อลลขอ” ทั้งหมดจะถูกส่งมอบความช่วยเหลือไปยัง มูลนิธิ The Voice (เสียงจากเรา) โดยมี เก๋-ชลลดา เมฆราตรี ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ The Voice เสียงจากเรา เป็นผู้รับมอบ ขณะเดียวกันยังได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจที่เห็นความสำคัญของการช่วยเหลือสุนัข-แมว ไร้บ้านหรือพิการ ได้แก่ บริษัท เพ็ท พอว์ จำกัด และ บริษัท เว็ทซินโนว่า จำกัด ที่ร่วมสนับสนุนการบริจาคอาหาร ขนม และอุปกรณ์ของใช้ สำหรับสัตว์ที่จำเป็นเพิ่มเติมให้แก่โครงการฯ ซึ่งมุ่งสร้างการตระหนักรู้ในการดูแลสัตว์เลี้ยง เพราะสัตว์ทุกชีวิตควรได้รับความรักและคุณภาพชีวิตที่ดี ตลอดจนเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมที่ พรีโม ตั้งใจสานต่อ เพื่อสร้างสังคมที่อบอุ่นและน่าอยู่สำหรับทั้งคนและสัตว์

สำหรับ มูลนิธิ The Voice (เสียงจากเรา) เป็นองค์กรการกุศลที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการช่วยเหลือสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง เจ็บป่วย หรือได้รับความทุกข์ทรมานจากการถูกทำร้ายตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดย มูลนิธิ The Voice (เสียงจากเรา) ไม่ได้เพียงแค่ดูแลเรื่องปัจจัยพื้นฐาน เช่น อาหาร ยารักษาโรค หรือที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็น “กระบอกเสียงแทนสัตว์” ที่ไม่สามารถพูดหรือเล่าความเจ็บปวดของตนเองออกมาได้ พวกเขาเป็นเสมือนตัวแทนที่สะท้อนให้สังคมได้เห็นถึงปัญหาการถูกละเลย การทารุณกรรม และความไม่เท่าเทียมที่สัตว์เหล่านี้เผชิญอยู่

สุดท้ายนี้ โครงการ “พรีโม พี่ไม่ใช้ น้อลลขอ” ไม่ได้เป็นเพียงการส่งมอบของใช้หรือสิ่งจำเป็นให้สัตว์จรเท่านั้น แต่ยังเป็น “พลังเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่” ที่ช่วยให้น้อง ๆ ได้อิ่มท้อง รับความอบอุ่น และมีความหวังถึงบ้านใหม่ที่ปลอดภัยในอนาคต ของทุกชิ้นที่ถูกบริจาค ไม่ว่าจะเป็นอาหาร อุปกรณ์ทำแผล ยา หรือของเล็กๆ น้อยๆ ล้วนมีคุณค่า เพราะได้เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม แววตาที่สดใส และโอกาสในชีวิตใหม่ที่ดีกว่าสำหรับน้องๆ เหล่านี้

ร้อยดวงใจไทยทั่วหล้า น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราช บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดเดือนตุลาคม 2568

ร้อยดวงใจไทยทั่วหล้า น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราช บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดเดือนตุลาคม 2568

ร้อยดวงใจไทยทั่วหล้า น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราช บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดเดือนตุลาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรชาวไทย ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ  2 มหาราช บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 วันที่ 23 ตุลาคม และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคม ตลอดเดือนตุลาคม 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย   หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ในเดือนตุลาคม มีวันสำคัญของพระมหากษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ 2 พระองค์ คือ “วันปิยมหาราช” 23 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงวางรากฐานและพัฒนาสยามประเทศไปสู่ความเป็นสมัยใหม่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง “สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม” และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2436 นับเป็นจุดเริ่มต้นของ “สภากาชาดไทย”จวบจนปัจจุบัน และ“วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกษัตริย์ผู้เป็นที่รัก เทิดทูน และเป็นศูนย์รวมใจของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ  ทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ และประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ทรงสนับสนุนส่งเสริมงานด้านการบริการโลหิตมาอย่างต่อเนื่อง โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคาร “รังสิตานุสรณ์” เพื่อเป็นอาคารที่ทำการบริการโลหิต และเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2512 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “อาคารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ” เพื่อใช้เป็นอาคารที่ทำการบริการโลหิตหลังใหม่ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ของทั้ง 2 พระองค์ ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ อันเป็นคุณประโยชน์อเนกอนันต์แก่อาณาประชาราษฎร์

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ ร่วมแสดงความจงรักภักดี บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ในโครงการ“น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราช” พระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศกำลังพระวรกายเพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทย และร่วมสืบสานพระราชปณิธานการทำความดีเพื่อแผ่นดินไทย ตลอดเดือนตุลาคม 2568 บริจาคโลหิต ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์  หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) : สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม บางแค เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ สาขางามวงศ์วาน ท่าพระ บางแค บางกะปิ  ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง)  ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จ.ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ

TTA ผนึกกำลัง SCGP คืนคุณค่ากระดาษเก่าผ่านโครงการ ‘แยก เปลี่ยน โลก’

TTA ผนึกกำลัง SCGP คืนคุณค่ากระดาษเก่าผ่านโครงการ ‘แยก เปลี่ยน โลก’

TTA ผนึกกำลัง SCGP คืนคุณค่ากระดาษเก่าผ่านโครงการ ‘แยก เปลี่ยน โลก’

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA นำโดยคุณสมชาย อภิญญานุกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล ขับเคลื่อนนโยบายความยั่งยืนขององค์กรผ่านแคมเปญ “แยก เปลี่ยน โลก” ร่วมกับ โครงการ “Old For New” by SCGP RECYCLE  ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการคัดแยกกระดาษใช้แล้วในสำนักงาน และเปลี่ยนให้กลายเป็นทรัพยากรที่นำกลับมาใช้ได้อย่างคุ้มค่า โดยนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล 100% ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)        

ปัจจุบัน ปริมาณขยะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากสามารถคัดแยกวัสดุที่ยังมีคุณค่าได้อย่างถูกต้อง จะช่วยให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งกำลังได้รับความสำคัญจากองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งนี้ หากวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น กระดาษเก่าหรือบรรจุภัณฑ์กระดาษ ปะปนกับขยะเปียก วัสดุดังกล่าวจะไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ และสุดท้ายจำเป็นต้องกำจัดด้วยการฝังกลบหรือเผาทำลาย ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนในระยะยาว

โครงการ “แยก เปลี่ยน โลก” จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับคุณค่าของการคัดแยกกระดาษและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสนับสนุนเป้าหมายการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการก้าวสู่ Net Zero Emissions ในอนาคต ภายใต้โครงการนี้ พนักงาน TTA จะร่วมกันคัดแยกกระดาษเหลือใช้ภายในองค์กรออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ กระดาษขาวดำ กระดาษลัง และกระดาษรวม ก่อนจะถูกรวบรวมและส่งต่อให้กับ SCGP RECYCLE ผ่านโครงการ “Old For New” เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง จากนั้นจะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในรูปแบบกระดาษสำหรับสำนักงาน หรือแปรรูปเป็นชั้นวางหนังสือจากกระดาษลังเพื่อมอบให้แก่ห้องสมุดโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล

สำหรับปี 2568 TTA ตั้งเป้าหมายรวบรวมกระดาษเหลือใช้จำนวน 5,000 กิโลกรัม ซึ่งจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 28.4 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ TTA ในการจัดการทรัพยากรที่ใช้แล้วอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการนำเทคโนโลยีและกระบวนการรีไซเคิลมาสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมส่งคืนคุณค่าเหล่านี้กลับสู่สังคม เพราะ TTA เชื่อมั่นว่า การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่เริ่มต้นจากภายในองค์กร จะสามารถต่อยอดเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนในอนาคต

อินโดรามา เวนเจอร์ส ตอกย้ำการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในงาน SX 2025

อินโดรามา เวนเจอร์ส ตอกย้ำการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในงาน SX 2025

อินโดรามา เวนเจอร์ส ตอกย้ำการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในงาน SX 2025

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน นำเสนอนวัตกรรมล่าสุดและกลยุทธ์การสร้างคุณค่าในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “Sustainable Value Creation” หรือการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน ภายในงาน Sustainability Expo (SX) 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยบูธของอินโดรามา เวนเจอร์ส ตั้งอยู่ในฮอลล์ 2 โซน Better Living ถ่ายทอดเส้นทางความยั่งยืนของบริษัทฯ ผ่านกลยุทธ์และผลลัพธ์ที่วัดผลได้ใน 6 โซนอินเทอร์แอคทีฟ ตามกรอบการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนทั้ง 6 ด้าน

นายยาช โลเฮีย ประธานบริหารด้านปิโตรเคมี และประธานคณะกรรมการด้านการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า “สำหรับอินโดรามา เวนเจอร์ส การสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมโยงการเติบโตทางธุรกิจกับผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่วัดผลได้ ภายใต้กรอบการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนทั้ง 6 ด้าน (Six Capitals) เรามุ่งเน้นที่จะสร้างความยืดหยุ่นทางการเงิน ความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน นวัตกรรม พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ การพัฒนาบุคลากร และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อส่งมอบคุณค่าระยะยาวแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งนี้ งาน SX 2025 เปิดโอกาสให้เราได้แสดงให้เห็นว่ากรอบการทำงานนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งแก่ธุรกิจหลักของเรา พร้อมยกระดับบทบาทของเราให้เป็นผู้นำในการกำหนดอนาคตของวัสดุที่ยั่งยืนและเคมีภัณฑ์ที่ขาดไม่ได้”

ยาช โลเฮีย ประธานบริหารด้านปิโตรเคมี และประธานคณะกรรมการด้านการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล อินโดรามา เวนเจอร์ส

ภายในงาน SX 2025 บูธของอินโดรามา เวนเจอร์ส ถ่ายทอดแนวคิดนี้ออกมาอย่างชัดเจน ผ่านการจัดแสดงแบบอินเทอร์แอคทีฟบนพื้นฐานของกรอบการทำงาน Six Capitals ของบริษัทฯ เพื่อการสร้างคุณค่าในระยะยาว เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เห็นชัดว่าบริษัทฯ มีการถ่ายทอดกลยุทธ์เหล่านี้ไปสู่ผลลัพธ์ที่วัดผลได้ โดยบูธถูกแบ่งออกเป็น 6 โซน ดังนี้

ด้านการเงิน (Financial Capital) – แสดงถึงการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางการเงินและความยั่งยืน โดยระดมเงินทุนด้านความยั่งยืนกว่า 2.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ระหว่างปี 2561–2567 เพื่อนำไปลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง การดำเนินงานทั่วโลก และโครงการริเริ่มด้านความยั่งยืน

ด้านการผลิต (Manufactured Capital) – ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน กำลังการรีไซเคิล และการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและของเสีย โดยในปี 2567 เพียงปีเดียว บริษัทฯ สามารถรีไซเคิลขวด PET ไปแล้ว 26.4 พันล้านขวด ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกกว่า 2.6 ล้านตัน และกำลังดำเนินการตามแผนเพื่อขยายกำลังการรีไซเคิลต่อปีให้ถึง 1.5 ล้านตัน ภายในปี 2573

ด้านทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) – นำเสนอโปรแกรมการพัฒนาบุคลากรของบริษัทฯ สำหรับพนักงานกว่า 25,000 คนทั่วโลก เพื่อเสริมสร้างองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยบุคลากรและเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

ด้านสังคมและความสัมพันธ์ (Social & Relationship Capital) – นำเสนอโครงการให้ความรู้ด้านการรีไซเคิล เช่น โครงการ Waste Hero ซึ่งได้ให้ความรู้แก่ผู้คนกว่า 1.1 ล้านคน ครอบคลุม 1,360 โรงเรียนและมหาวิทยาลัย รวมทั้งความร่วมมือระดับโลกกับภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

ด้านทรัพย์สินทางด้านปัญญา (Intellectual Capital) – จัดแสดงนวัตกรรมที่ก้าวล้ำ อาทิ ขวดสปาร์กลิ้งไวน์ PET ที่รีไซเคิลได้ทั้งหมดเป็นครั้งแรกของโลก ขวด bio-PET เส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ยั่งยืน และสารลดแรงตึงผิวชีวภาพ ซึ่งเป็นผลมาจากความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา สิทธิบัตร และการพัฒนากระบวนการผลิต

ด้านธรรมชาติ (Natural Capital) – นำเสนอโครงการริเริ่มเพื่อการลดการใช้น้ำและพลังงาน และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน รวมถึงหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂ ) ได้กว่า 3.6 ล้านตัน ตั้งแต่ปี 2554 ผ่านการใช้ประโยชน์จากการใช้พลังงานหมุนเวียน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส ยังได้จัดงานแถลงข่าว โดยมี ดร.แอนโทนี วาตานาเบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน ร่วมแบ่งปันความก้าวหน้าของบริษัทฯ ด้านต้นทุนทางปัญญา โครงการวิจัยและพัฒนาหลากหลายโครงการ การลงทุนในโซลูชันที่ยั่งยืนและเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงการพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์โดยใช้กรอบการจำแนกผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Product Classification – SPC) ด้วยการลงทุนกว่า 33 ล้านเหรียญสหรัฐในงานวิจัยและพัฒนา และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวน 483 รายการ อินโดรามา เวนเจอร์ส ยังคงขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชันที่มีคาร์บอนต่ำ สามารถนำไปรีไซเคิลได้ และชีวภาพ ครอบคลุมทั้ง PET เส้นใย และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ เพื่อส่งมอบการสร้างคุณค่าและความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจ IVL 2.0 ของบริษัทฯ ที่มุ่งเสริมความแข็งแกร่งทางการตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง

“ด้วยแผนปฏิบัติการด้านความยั่งยืนระยะเวลา 3 ปี ‘Innovate to 2028’ เรากำลังปรับเปลี่ยนกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเรา ขยายขีดความสามารถด้านการรีไซเคิล และเร่งการพัฒนานวัตกรรม เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสู่อนาคตที่หมุนเวียนมากขึ้นและคาร์บอนต่ำลง เราจะยังคงลงทุนในการวิจัยและพัฒนา รวมถึงความร่วมมือทางเทคนิค เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งในด้านประสิทธิภาพและความยั่งยืน เพิ่มความพร้อมด้านกฎระเบียบ และเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน” ดร.แอนโทนี วาตานาเบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน กล่าว

อินโดรามา เวนเจอร์ส ขอต้อนรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พันธมิตร และผู้เข้าชมงาน ให้มาร่วมสำรวจบูธที่งาน SX 2025 และสัมผัสประสบการณ์ด้วยตนเองถึงการสร้างสรรค์เคมีภัณฑ์ใหม่ๆ การขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มผลิตภัณฑ์ และการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนเพื่อสังคมและโลกของบริษัทฯ

เอ็นไอเอประกาศเชิดชูเกียรตินวัตกร องค์กรนวัตกรรมไทย ผ่านรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ

เอ็นไอเอประกาศเชิดชูเกียรตินวัตกร องค์กรนวัตกรรมไทย ผ่านรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ

เอ็นไอเอประกาศเชิดชูเกียรตินวัตกร องค์กรนวัตกรรมไทย ผ่านรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จัดพิธีมอบรางวัลนวัตกรรมเนื่องใน ‘วันนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2568’ ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ตุลาคมของทุกปี เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งทรงมีพระอัจฉริยภาพยิ่งด้านนวัตกรรมจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ‘แกล้งดิน’ ในฐานะ ‘พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย’ พร้อมประกาศผลสุดยอดผลงานนวัตกรรมไทยจาก ‘รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ’ซึ่งเป็นรางวัลที่เชิดชูเกียรตินวัตกรและองค์กรนวัตกรรมไทยผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่โดดเด่น และเป็นประโยชน์ต่อองค์กร สังคม และประเทศ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทย และรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ซึ่งเป็นรางวัลนวัตกรรมที่ NIA ได้ร่วมดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ประธานกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า “วันนวัตกรรมแห่งชาติ ถือเป็นงานสำคัญที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถด้านนวัตกรรมของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะ ‘พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย’ ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า ‘ทุนมนุษย์’ เป็นรากฐานสำคัญของประเทศในการริเริ่มสร้างสรรค์ให้เกิดนวัตกรรม NIA จึงมุ่งพัฒนาคนไทยในทุกช่วงวัยให้มีความสามารถในการแข่งขันและวางรากฐานสู่การพัฒนาประเทศ โดยอาศัย ‘เทคโนโลยี’ และ ‘นวัตกรรม’ เข้ามาช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อเร่งให้ประเทศไทยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจในเวทีโลก ตลอดจนส่งเสริมการสร้างผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมทุกระดับ ตั้งแต่เยาวชน สตาร์ตอัป เอสเอ็มอี จนถึงบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ โดยมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมมาแก้ไขปัญหาของประชาชน

สำหรับการจัดงาน ‘วันนวัตกรรมแห่งชาติ’ ครั้งนี้ จะเป็นหนึ่งในกลไกของ NIA ที่จะสร้างความตระหนัก และกระตุ้นให้เกิดการสร้างนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศได้อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม และเป็นเวทีสำคัญที่แสดงถึงศักยภาพด้านนวัตกรรมจากฝีมือคนไทยให้เห็นว่าประเทศไทยสามารถสร้างและพัฒนานวัตกรรมที่ทัดเทียมกับนานาประเทศชั้นนำด้านนวัตกรรมได้ สุดท้ายนี้ NIA พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็น ‘ชาตินวัตกรรม’ อย่างแท้จริง”

ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ถือเป็นรางวัลนวัตกรรมอันทรงเกียรติสูงสุดในแวดวงนวัตกรรมไทยสำหรับคนไทยที่ริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่มีความโดดเด่น และเกิดคุณค่าชัดเจนต่อประเทศชาติ ซึ่งจะสร้างให้เกิดความตื่นตัวและความภูมิใจด้านนวัตกรรมในทุกภาคส่วนของสังคมไทย รวมถึงเสริมสร้างให้เกิดภาพลักษณ์สู่การเป็น ‘ชาตินวัตกรรม’ ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 และเห็นได้ว่านวัตกรรมของคนไทยมีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด สอดรับกับบริบทโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยที่ผ่านมามีผลงานส่งเข้าประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติกว่า 6,299 ผลงาน ได้รับการเชิดชูเกียรติกว่า 330 ผลงาน ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมแก่ประเทศ มูลค่ากว่า 137,000 ล้านบาท หรือปีละกว่า 6,523 ล้านบาท  ทั้งนี้ NIA เชื่อมั่นว่าการจัดงาน ‘วันนวัตกรรมแห่งชาติ’ จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดการคิดค้น พัฒนา และต่อยอดนวัตกรรมของคนไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งเป็นเวทีในการสื่อสารและสร้างการรับรู้ถึงพลังการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าด้วยนวัตกรรมจากทุกภาคส่วน” ดร. กริชผกา กล่าวทิ้งท้าย

อาสาสมัครกรุงศรี ร่วมสืบสานอนุรักษ์โบราณสถาน จ.อยุธยา

อาสาสมัครกรุงศรี ร่วมสืบสานอนุรักษ์โบราณสถาน จ.อยุธยา

อาสาสมัครกรุงศรี ร่วมสืบสานอนุรักษ์โบราณสถาน จ.อยุธยา

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฮิโรชิ คุริฮาระ รอง ปธ.คณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร และ ปธ.โครงการปฏิรูปองค์กร ธ.กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) นำทีมจิตอาสา ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารชาวญี่ปุ่นพร้อมสมาชิกครอบครัว และพนักงานธนาคาร ร่วมกิจ กรรมอนุรักษ์โบราณสถานจังหวัดบ้านเกิดและพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ ณ วัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของชาติให้คงอยู่สืบไป

คุณแหน : 4 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 4 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 4 ตุลาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง เป็น นายทหารราชองครักษ์พิเศษ หลังจากเกษียณอายุราชการ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ พล.ท.บุญสิน และครอบครัวเป็นล้นพ้น…

 ll เรื่องดีงามอีกเรื่อง…เมื่อวันที่ 2 ต.ค.มีรายงานข่าวจาก กองบัญชาการกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ได้เซ็นหนังสือ คำสั่งกองทัพบก(เฉพาะ) ที่ 1519/68 เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษา ผบ.ทบ.เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรบุคคลอันทรคุณค่าของ กองทัพบก จากกำลังพลที่มีความรู้ และประสบการณ์ที่เหมาะสม ซึ่งเกษียณราชการแล้ว ให้เกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของผู้บังคับบัญชา จึงให้แต่งตั้ง ที่ปรึกษาเป็นการเฉพาะสำหรับ ผบ.ทบ.ดังนี้ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง นายทหารนอกราชการ เป็น ที่ปรึกษา ผบ.ทบ. หน้าที่ รับผิดชอบ 1.ให้คำปรึกษา คำแนะนำ และข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการบริหาร ด้านความมั่นคง ตลอดจนด้านการป้องกันประเทศ และกิจการอื่นๆ ให้แก่ ผบ.ทบ. 2. ปฏิบัติงานเป็นการเฉพาะเรื่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือ หรือสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ ให้กับ ผบ.ทบ. ตามที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 1 ต.ค.68…

ll พล.อ.สวัสดิ์ รัตนา นายกสมาคมศิษย์เก่าบวรนิเวศ จัดการแข่งขันโบว์ลิ่งสามัคคี ครบรอบ 90 ปี สมาคมศิษย์เก่าบวรนิเวศ 18 พ.ย.ณ Blu-O Rhythm Bowl, Major ปิ่นเกล้า เพื่อจัดหาทุนปรับปรุงพัฒนาสมาคม และช่วยรร.วัดบวรนิเวศฯต่อไป…

ll บุญลาภ ภูสุวรรณ แห่ง สำนักข่าวออนไลน์ ไทยพับลิก้า ฝากขอบคุณผู้ร่วมงานเสวนาฯ ที่ร่วมบริจาคให้มูลนิธิ รพ.สวนดอก ได้ยอดเงินรวม 190,000.-บาท(หนึ่งแสนเก้าหมื่นบาท)…ขออนุโมทนาบุญด้วย…

ll สวด สิทธิพงษ์ เต็งไตรรัตน์ บิดา ดุสิต เต็งไตรรัตน์ วัดสวนตาล จ.น่าน 3 – 5 ต.ค. 20.00 น. .. ประชุมเพลิง 6 ต.ค. 13.00 น. …

ll สรุปกิจกรรม รับน้องขึ้นดอย ของ มช.ปี 2568 ในวันที่ 21 พย. เวลา 09.00 น.มีพิธีมอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น Mass Comm , เวลา 18.00 น. มีงาน Reunion CMU , ส่วนกิจกรรมรับน้องขึ้นดอย จัด 22 พ.ย.เวลา 04.00 น…ลูกช้างชรา แต่แข้งขายังแข็งแรง เก็บแรงสะสมพลังไปร่วมงานกันให้คึกคักหนักแน่น ดังแผ่นศิลา…

ll ดีใจด้วยกับ ศิษย์เก่าดีเด่น คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปี 2568 ได้แก่ ดร.ชลวิทย์ สุขอุดม ,เครือมาส สุริยา ,ดร.สุวดี พันธุ์พานิช ,อาภากร ว่องเขตกร ,ก่อเธียร อรุณไพโรจน์ ,สรวิชญ์ บุญจันทร์คง

ll สมาคมภริยาอัยการ ขอแสดงความยินดี แด่ อิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด คนที่ 20 และ มาดามเกษร นายกสมาคมภริยาอัยการ คนใหม่ โดยมี มนต์ทิพย์ รุจิกัณหะ รับหน้าที่ ที่ปรึกษา ฝ่ายประชาสัมพันธ์…

ll ยินดีอีกเรื่อง ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เมื่อต้นเดือนนี้ มีชื่อของ คภิณ (บรูซ) นันทะสุขเกษม บุตรชายของชาญยุทธ (เฮียยุทธ พระราม) รวมอยู่ด้วย…คภิณ เป็นบัณฑิตคณะ วิศวะฯ ภาคคอมพิวเตอร์ เกียรตินิยมอันดับ 1 …ยอดเยี่ยมจริงๆ !!…

บารอนเนส