Catch Your Breath ตาม-(ลมหาย)ใจ-ลูก แคมเปญสร้างความตระหนักรู้ ปลุกพ่อแม่เข้าใจโรค RSV ในเด็ก

18 สิงหาคม 2569 เวลา 14:27 น.

Ogilvy Thailand เปลี่ยนความยากลำบากในการหายใจของเด็กที่ป่วยเป็น RSV ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่พ่อแม่เข้าใจได้อย่างแท้จริง

บ่อยครั้งที่คำเตือนเกี่ยวกับ “โรค RSV” มักถูกมองเป็นเพียงข่าวสารทางการแพทย์ทั่วไป…  

วันนี้ พ่อแม่จำนวนไม่น้อยยังคงเข้าใจผิดว่า RSV เป็นเพียงโรคหวัดธรรมดาตามฤดูกาล ทั้งที่ในความเป็นจริง เด็กถึง 9 ใน 10 คน จะติดเชื้อไวรัสตัวร้ายนี้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 2 ขวบ  

โจทย์สำคัญของการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจในแคมเปญ “Catch Your Breath ตาม-(ลมหาย)ใจ-ลูก” โดย Ogilvy Thailand ร่วมกับ MSD จึงไม่ใช่การป้อนศัพท์เทคนิคทางการแพทย์ แต่คือการเปลี่ยนจากบทสนทนาทั่วไป ไปสู่การทำให้ผู้ใหญ่ที่ร่างกายแข็งแรง ได้สัมผัสถึงสิ่งที่เด็กๆ ต้องเผชิญ เพื่อเปลี่ยนความคุ้นชินให้กลายเป็นความตระหนักรู้ และนำไปสู่การปกป้องอย่างทันท่วงที  

จาก Hard Fact สู่ Heartfelt สิ่งที่ลูกน้อยต้องแบกรับเมื่อป่วย RSV 

เบื้องหลังแนวคิด From Hard Fact to Heartfelt เกิดจากการตั้งคำถามว่า จะทำให้คนที่ไม่เคยสัมผัสผลกระทบจากโรคนี้ เข้าใจความรู้สึกอย่างลึกซึ้งของเด็กได้อย่างไร?” 

ในการค้นหาคำตอบได้นำไปสู่การเปรียบเทียบเชิงวิทยาศาสตร์ที่ทรงพลัง เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นสิ่งสำคัญว่า “ผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อ RSV อัตราการหายใจจะพุ่งสูงเกิน 60 ครั้งต่อนาที” พูดให้เห็นภาพชัดเจนคือ วิ่งมาราธอนเหนื่อยแค่ไหน เด็กที่เป็น RSV หายใจเร็วกว่านักวิ่ง~2 เท่า*

ทีมงานได้ถ่ายทอดแนวคิดนี้ผ่านภาพยนตร์สั้นเชิงทดลอง โดยเชิญ พ่อแม่ 3 คู่ที่ลูกเคยป่วยเป็น RSV จริงๆ มาร่วมทดสอบสมรรถภาพทางกายบนลู่วิ่ง โดยที่พวกเขายังไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริง เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น พ่อแม่เริ่มเหนื่อยหอบ และอัตราการหายใจพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 35 ครั้งต่อนาที ทีมงานจึงเฉลยว่า นั่นเป็นอัตราการหายใจเพียงครึ่งเดียวของสิ่งที่ลูกน้อยของพวกเขาเคยต้องแบกรับขณะติดเชื้อ RSV  

ประสบการณ์ตรงที่พ่อแม่สัมผัสในครั้งนี้ ได้ทลายภาพจำเก่า ๆ และทำให้ตระหนักว่าเสียงหายใจวี้ดหรือสภาวะอกบุ๋มของลูกน้อย ซ่อนความน่ากังวลใจไว้มากเพียงใด 

Little Marathoners และกิมมิกที่ถอดรหัสจากหัวใจของพ่อแม่ 

แคมเปญ Little Marathoners บนป้ายบิลบอร์ด (Billboard) ได้นำเสนอภาพเด็กๆ ที่ป่วย RSV ในบริบทของนักวิ่งมาราธอน เพื่อสะท้อนความจริงอันน่าสะเทือนใจว่า ในขณะที่นักวิ่งลงสนามและผลักดันร่างกายไปจนถึงขีดจำกัดด้วยความสมัครใจ แต่เด็กที่ป่วย RSV กลับต้องเผชิญกับการหายใจที่เร็วระดับเดียวกับผู้ใหญ่ที่เป็นนักวิ่ง

นอกจากนี้ ชื่อแคมเปญภาษาไทยยังได้นำเอาคำว่า “ตามใจลูก” ซึ่งเป็นสำนวนไทยที่คุ้นเคย มาสอดแทรกคำว่า “ลมหาย” เข้าไปตรงกลาง กลายเป็น “ตาม-(ลมหาย)ใจ-ลูก” เป็นการเปลี่ยนนิยามจากความรักในรูปแบบการยอมตามใจ ให้กลายเป็นการเชิญชวนให้พ่อแม่หันมาใส่ใจ และติดตามลมหายใจของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด  

เป้าหมายสูงสุดของการสื่อสารนี้ คือการเปิดมุมมองใหม่ให้เห็นว่า ปอดอันบอบบางของทารกซึ่งยังไม่พัฒนาเต็มที่ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้พลังทั้งหมดที่มีสูดอากาศเข้าปอดต่อเนื่องหลายวัน จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรจะรอให้เกิดขึ้นแล้วค่อยหาทางรักษาที่ปลายทาง  

“แม้พ่อแม่อาจจะรู้อยู่แล้วว่า RSV เป็นอันตราย แต่การรู้ข้อเท็จจริงกับการเข้าใจว่าลูกกำลังเผชิญกับอะไรอยู่นั้น เป็นสองสิ่งที่แตกต่างกันมาก แคมเปญนี้จึงต้องการช่วยเติมเต็มช่องว่าง เพื่อเปลี่ยนจากการตระหนักรู้ให้กลายเป็นการป้องกัน” Farica Agustin Khong, Business Unit Director, MSD (Thailand) กล่าว

“เราไม่ต้องการบอกข้อมูลหรือศัพท์เทคนิคทางการแพทย์ เกี่ยวกับ RSV ให้พ่อแม่ฟังแบบเดิมอีกต่อไป แต่จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสถึงมันจริงๆ เมื่อหมออธิบายว่าเด็กที่ป่วยจะหายใจเร็วขึ้นมาก เราจึงเปลี่ยนสิ่งที่มองไม่เห็นให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เพราะบางครั้งการจะเข้าใจใครสักคนอย่างแท้จริง คุณอาจต้องลอง Catch Their Breath ของเขาดู”  ทสร บุณยเนตร, Chief Creative Officer, Ogilvy Thailand  กล่าว

บทสรุปของแคมเปญนี้ไม่ได้จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความตื่นตระหนก แต่ต้องการส่งต่อพลังแห่งการปกป้องผ่านข้อความ #ภูมิปอดจิ๋วสู้RSV เพื่อย้ำเตือนว่าช่วงฤดูระบาดของ RSV (ก.ค.-พ.ย.) คือเวลาที่ปอดดวงน้อยต้องการเกราะคุ้มกันมากที่สุด การเตรียมภูมิคุ้มกัน RSV ให้เค้าและการปรึกษาแพทย์ จึงเปรียบเสมือนการยื่นมือเข้าไปช่วยรับไม้ต่อ เพื่อไม่ให้เด็ก ๆ ต้องลงแข่งขันในสนามนี้เพียงลำพังตั้งแต่วัยเตาะแตะ  

เมื่อพ่อแม่รับรู้ถึงความหมายในทุกลมหายใจของลูก การป้องกัน RSV จึงไม่ใช่แค่เรื่องของโรคภัย แต่คือภารกิจสำคัญในการปกป้องคนที่รักที่สุดในชีวิต 

ติดตามรับชมโฆษณา Catch Your Breath ตาม-(ลมหาย)ใจ-ลูก ที่จะทำให้พ่อแม่ได้ ‘รู้สึก’ มากกว่า ‘รู้จัก’ พิสูจน์ความรักลูกจริง ด้วยการวิ่งตาม ได้ที่ https://youtu.be/NZ6JEnZ85WM?si=M5MEGnhoRGh69gjK  

RSV

NIA ดัน 5 ข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบาย PPCIL รุ่น 8 สู่การใช้จริง ชู ‘คน-วิจัย-เวลเนส’ กลไกใหม่ขับเคลื่อนประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน

18 สิงหาคม 2569 เวลา 14:23 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าผลักดัน 5 ข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบายจากหลักสูตร PPCIL รุ่นที่ 8 สู่การนำไปใช้ประโยชน์จริง หลังผู้เข้าร่วมหลักสูตรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ผ่านกระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการเข้มข้นต่อเนื่อง 13 สัปดาห์ มุ่งวิเคราะห์ปัญหาเชิงโครงสร้างและออกแบบแนวทางแก้ไขที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาทุนมนุษย์ การยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาวะ (Wellness Economy) หวังสร้างต้นแบบนโยบายที่ต่อยอดสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA  กล่าวว่า ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของหลักสูตรในปีนี้ คือ ข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบายจำนวน 5 เรื่อง ที่วิเคราะห์ปัญหาเชิงโครงสร้าง และออกแบบแนวทางแก้ไขที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง โดยครอบคลุม 3 มิติสำคัญของการพัฒนาประเทศ ได้แก่ การพัฒนาทุนมนุษย์ การยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ และการสร้างเศรษฐกิจสุขภาวะ ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ข้อเสนอทั้ง 5 เรื่อง ประกอบด้วย  3 ข้อเสนอด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) ได้แก่ 1.การส่งเสริมการเกิดและคุณภาพชีวิตครอบครัว 2.การปฏิรูประบบการพัฒนาทักษะแรงงานฐานสมรรถนะ และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางใจเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตเด็กและเยาวชน เพื่อยกระดับคุณภาพคนไทยตลอดช่วงชีวิต และ3.เตรียมกำลังคนที่มีศักยภาพสำหรับอนาคต และ 1 ข้อเสนอด้านการวิจัยและนวัตกรรม (Research & Innovation) มุ่งปลดล็อกระบบนิเวศงานวิจัยไทย เร่งการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากองค์ความรู้ ยกระดับศักยภาพการวิจัยของประเทศ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว  และอีก 1 ข้อเสนอด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาวะ (Wellness Economy) มุ่งยกระดับมาตรฐานและเชื่อมโยงระบบนิเวศ Wellness ของไทย เพื่อสร้างอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาวะระดับนานาชาติ

โดยข้อเสนอทั้ง 5 เรื่องไม่ได้เป็นเพียงผลงานของผู้เข้าร่วมหลักสูตร แต่เป็น ต้นแบบของนโยบาย (Policy Prototype) ที่สามารถต่อยอดผ่านความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อประเทศ NIA จะทำหน้าที่เป็น Platform Builder และ Policy Innovation Platform เชื่อมโยงองค์ความรู้ นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อเร่งให้ข้อเสนอที่มีศักยภาพสามารถต่อยอดสู่การทดลองเชิงนโยบาย (Policy Sandbox) การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และการผลักดันสู่การใช้ประโยชน์จริง

ในส่วนของทีม ที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วม หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านนวัตกรรมสำหรับกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่ภาครัฐและเอกชน (Public and Private Chief Innovation Leadership : PPCIL) รุ่นที่ 8  ประกอบด้วย  ทีม Change COMPETENCY VALUE Ecosystem  ทีม Viking   ทีม Apollo  Thai Wellness, Globally Trusted   ทีม Millennium Falcon   ทีม Voyager โตไปด้วยกัน

NIA

‘ยิ่งปิยา ใบหยก’ ส่งต่อโอกาสและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคม ผ่านโครงการจิตอาสา IBIU Project (I Believe in You)

18 สิงหาคม 2569 เวลา 14:18 น.

โครงการ IBIU Project (I Believe in You) โครงการจิตอาสาเพื่อสังคม ที่ก่อตั้งโดย ยิ่งปิยา ใบหยก บุตรสาวคนโตของ ปิยะเลิศ และ สุนทรี ใบหยก จัดกิจกรรม Charity Lunch “A Surin Passage” ร่วมกับ “เชฟไพโรจน์ ประไพรักษ์” Executive Chef ประจำโรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ (Hua Chang Heritage Hotel ) โดยรังสรรค์มื้ออาหารสุดพิเศษด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นจากจังหวัดสุรินทร์ มาเสิร์ฟเป็นคอร์สอาหาร พร้อมชวนแขกผู้มีเกียรติร่วมส่งต่อโอกาสและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคมต่อไป

ไอจัง – ยิ่งปิยา ใบหยก ผู้ก่อตั้งโครงการ IBIU Project (I Believe in You)

ไอจัง – ยิ่งปิยา ใบหยก ผู้ก่อตั้งโครงการ IBIU Project (I Believe in You) กล่าวว่า IBIU Project หรือ โครงการ  I Believe in You เป็นโครงการจิตอาสาเพื่อสังคม ที่มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเด็กและนักเรียนที่ขาดแคลนหรือด้อยโอกาสทั่วประเทศ โดยมีจุดกำเนิดมาจากการที่ได้ติดตามคุณพ่อคุณแม่ไปทำกิจกรรมช่วยสังคมอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ได้รับรู้ถึงความสุขที่ได้จาก “การให้” เลยชวนเพื่อนๆ มาร่วมกันทำกิจกรรมดีๆ เพื่อช่วยเหลือสังคม

คุณพ่อปิยะเลิศ และคุณแม่สุนทรี ใบหยก มาให้กำลังใจ

“ที่ผ่านมา เราได้จัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การออกแบบและจำหน่ายกระเป๋า เพื่อระดมทุนไปช่วยค่าผ่าตัดรักษาเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ให้กับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม และล่าสุดก็ได้จัดกิจกรรมอาสาพัฒนา ลงพื้นที่ที่โรงเรียนบ้านตะเคียน จังหวัดสุรินทร์ เพื่อไปสอนภาษาอังกฤษ และช่วยเหลือเรื่องปรับปรุงระบบน้ำดื่ม พร้อมมอบอุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นให้กับน้องๆ ทำให้เราได้สัมผัสถึงเสน่ห์ ความอบอุ่น และวิถีชีวิตของชุมชนในสุรินทร์ จนเกิดเป็นกิจกรรม A Surin Passage ส่งต่อคอร์สอาหารกลางวัน ด้วยการนำวัตถุดิบท้องถิ่นจากสุรินทร์มาตีความใหม่ เพื่อแปรเปลี่ยนอาหารมื้อนี้ให้เป็นการร่วมทำบุญ ดังนั้น ทุกจานจึงไม่ใช่เพียงประสบการณ์แห่งรสชาติ แต่ยังเป็นสะพานที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และการแบ่งปัน เพื่อส่งต่อโอกาสและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคม”

เชฟไพโรจน์ ประไพรักษ์

เชฟไพโรจน์ ประไพรักษ์ เล่าต่อถึงความพิเศษของคอร์ส “A Surin Passage” ว่า สิ่งแรกคือการเลือกวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีคุณภาพ เน้นความสะอาด ปลอดภัย นำมาประยุกต์และรังสรรค์เมนูที่ยังคงมีกลิ่นอายของความเป็นอาหารอีสาน ควบคู่กับเอกลักษณ์ของโรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ ที่พิถีพิถันและใส่ใจในรสชาติอาหาร พร้อมเสิร์ฟในสไตล์ไฟน์ไดนิ่ง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบของชุมชน โดยวัตถุดิบหลักครั้งนี้ เราได้นำของดีประจำจังหวัดสุรินทร์ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิปลอดสาร, ไข่มดแดง และปลาร้า มาเป็นส่วนหนึ่งในการรังสรรค์เมนู จนออกมาเป็นมื้อพิเศษ “A Surin Passage” ซึ่งเริ่มด้วย Appetizer ได้แก่ ข้าวตังหน้าตั้ง, กุ้งห่มสไบ, ปากหม้อไส้ไก่, เมี่ยงผักกาดหอม และ ปูห่อ จากนั้นเข้าสู่ Pre Course อันประกอบไปด้วย  ยำไข่มดcดง, ลาบปลาดุกย่าง ข้าวเหนียวสุรินทร์ และ ต้มเปรอะใบย่านาง ส่วน Main Dishes คือ หลนปลาร้าหมูสับ, ไก่บ้านย่างตะไคร้, แกงเป็ดเนื้อปลาช่อน, เนื้อแดดเดียว และข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ก่อนปิดท้ายด้วยของหวาน และผลไม้รวม

ศิลา ศิลาอ่อน,สุภัชชา พูลวรลักษณ์, ยิ่งปิยา ใบหยก และภูเรภัทร์ ศรีโรจนันท์

เทเรซ่า อากีล่าร์ ศรีโรจนันท์,คริสติน่า อากีล่าร์ และ ภูเรภัทร์ ศรีโรจนันท์

ภายในงานได้รับเกียรติจาก อภิชาติ ลีนุตพงษ์, ธนกร ชวตานนท์, อาริย์ณัฎฐา ชวตานนท์, วศธร พลไพศาล,แพทย์หญิง นรีกุล เกตุประภากร, ณวพรรณ พรประภา, พศิน ลาทูรัส, จุฑาภา ลาทูรัส, คริสติน่า อากีล่าร์, เทเรซ่า อากีล่าร์ ศรีโรจนันท์, ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, ธนา ฉัตรบริรักษ์ และวันใหม่ ฉัตรบริรักษ์ ฯลฯ ร่วมกิจกรรมเพื่อการกุศลจาก โครงการ IBIU Project (I Believe in You) ในครั้งนี้

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของโครงการ IBIU Project (I Believe in You) ได้ที่ Facebook : IBIU project และ Instagram : IBIUProject

IBIUProjectยิ่งปิยาใบหยก

ORI ส่ง ‘แอนชิลี’ และ ‘เดียร์น่า’ ปลุกพลัง Your True Color แท็กทีม 30 ORI Challengers ระเบิดความแกร่งในสนาม HYROX Bangkok 2026

18 สิงหาคม 2569 เวลา 14:04 น.

สนาม HYROX Bangkok 2026 กลับมาจุดกระแสความคึกคักให้วงการฟิตเนสเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อเหล่านักกีฬา คนดัง และสายแอ็กทีฟจากหลากหลายวงการมารวมตัวกัน เพื่อท้าทายสมรรถภาพทั้งด้านความเร็ว ความแข็งแรง และความทรหด ผ่านบททดสอบที่เข้มข้นในทุกสเตชั่น ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลัง เสียงเชียร์ และลุคสปอร์ตโดดเด่นสะกดทุกสายตา

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส

หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าจับตามองคือ การลงสนามของ “แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส” Muse คนสำคัญของ ORI (โอริ) แบรนด์พรีเมียมเอธเลเชอร์แวร์ นอกจากนี้ยังมี “เดียร์น่า ฟลีโป” นักแสดงหญิงมากความสามารถ ที่หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายอย่างจริงจัง ก็ลงสนามแข่งเพื่อท้าทายความแกร่งของร่างกายอีกด้วย ทั้งสองสาวเข้าร่วมการแข่งขันในประเภท Doubles พร้อมถ่ายทอดพลังแห่งความมั่นใจผ่านคอนเซ็ปต์ “Your True Color” ที่ชวนทุกคนเลือกสวมสีที่สะท้อนตัวตน ปลดล็อกความมั่นใจ และพร้อมแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ในทุกสนาม

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส จากบทบาท Miss Universe Thailand 2021 สู่ผู้ริเริ่มแคมเปญ #RealSizeBeauty ตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ที่แข็งแกร่ง กล้าเป็นตัวเอง และเชื่อมั่นในความงดงามที่แตกต่าง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “Your True Color” ของ ORI ที่เชื่อว่า สีที่ใช่ไม่จำเป็นต้องเป็นสีที่โดดเด่นที่สุด แต่ต้องเป็นสีที่ปลุกพลังภายใน และทำให้ผู้สวมใส่พร้อมก้าวข้ามทุกขีดจำกัดในแบบของตัวเอง สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ แอนชิลีเติมความร้อนแรงให้สนามด้วย ORI-FLY Liftline Bra สี Burning Lava  สีแดงสดที่สะท้อนพลัง ความมุ่งมั่น และหัวใจของนักสู้ แมตช์กับ ORI-FEEL Curve Shorts สี Horizon Blue ที่สร้างคอนทราสต์ให้ลุคสปอร์ตดูสดใสและโดดเด่น พร้อมรองรับทุกจังหวะการวิ่ง การยก และการเคลื่อนไหวตลอดการแข่งขัน โดย ORI-FLY ผลิตจากผ้าซิกเนเจอร์ที่เบาราวขนนก แต่ยังให้การซัพพอร์ตและกระชับพอดีตัวโดยไม่จำกัดการเคลื่อนไหว พร้อมคุณสมบัติระบายอากาศได้ดี ขณะที่ ORI-FEEL Curve Shorts มอบสัมผัสเบาสบาย พร้อม Gentle Compression และทรง High-rise ที่ช่วยเพิ่มความกระชับมั่นใจ เสริมด้วยดีเทล Ruched Seam ช่วยเก็บทรงให้ดูเรียวรับกับสรีระ โดยทั้งสองไอเทมออกแบบและตัดเย็บในสไตล์ Asian Fit เพื่อให้เข้ากับรูปร่างของผู้หญิงเอเชียโดยเฉพาะ

เดียร์น่า ฟลีโป

และอีกหนึ่งนักแสดงหญิงที่มาร่วมสร้างสีสันในสนาม เดียร์น่า ฟลีโป สาวสวยมากความสามารถชาวไทย-ฝรั่งเศส ที่ปีนี้หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายอย่างจริงจัง การลงสนาม HYROX ครั้งนี้นอกจากเพื่อท้าทายสมรรถภาพและความแกร่งของร่างกายแล้ว เดียร์น่ายังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและพลังในแบบฉบับของตัวเอง พร้อมเลือก ORI-FLY Set Bra และ ORI-FORCE Base Shorts 5″ สี Midnight Plum โทนสีม่วงลึก ด้วยเนื้อผ้าที่ให้ความกระชับ พร้อมความยืดหยุ่นและความคล่องตัวสูง ช่วยให้ทุกการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างคล่องตัว พร้อมให้เธอแสดงศักยภาพบนสนามได้อย่างเต็มที่

ความเคลื่อนไหวของ ORI ในสนามครั้งนี้ยกระดับแนวคิด “Your True Color” สู่การสร้าง Authentic Community ผ่านการคัดเลือกลูกค้าตัวจริงที่ลงแข่งขัน HYROX จำนวน 30 คน มารวมพลังในฐานะ “ORI Challengers” พร้อมดูแลทุกคนอย่างเต็มรูปแบบตลอด Journey ตั้งแต่การฝึกซ้อม การฟื้นฟูร่างกาย เสื้อผ้าที่เสริมสมรรถภาพใช้ในการลงสนามพิสูจน์ขีดจำกัดของตัวเอง

เหล่า ORI Challengers ทั้ง 30 คน ได้เปิดฉากการเตรียมความพร้อมด้วย Exclusive Training Session ณ ENGINE LAB ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของ ขจรศิลป์ วงษ์มา หรือ โค้ชโค้ก แชมป์ HYROX Thailand, Brand Ambassador ของ HYROX และเจ้าของผลงานอันดับ 1 ประเภท Men’s Open จาก HYROX Singapore รวมถึงเจ้าของสถิติ Personal Best ประเภท Men’s Open ของประเทศไทย ถ่ายทอดทั้งเทคนิค ความแข็งแกร่ง และกลยุทธ์สำหรับรับมือทุกด่านสุดโหดในสนาม ก่อนเข้าสู่ Recovery Session ณ RECHILL เพื่อฟื้นฟูร่างกายและเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนวันแข่งขันจริง นอกจากนี้ ORI ยังต่อยอดประสบการณ์การฝึกซ้อมออกไปสู่คอมมูนิตี้ในวงกว้าง ผ่านคอนเทนต์ HYROX Training Session บน Instagram ของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแบ่งปันเทคนิคการออกกำลังกาย การวางแผนฝึกซ้อม และเคล็ดลับยกระดับ Performance เพื่อให้ทุกคนสามารถเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ตลอดเส้นทางตั้งแต่ Training และ Recovery จนถึงวันแข่งขันเหล่า ORI Challengers ยังได้ร่วมทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ORI ผ่านการใช้งานจริง โดยเสียงตอบรับต่างสะท้อนถึงคุณภาพของเนื้อผ้าที่เบา สวมใส่สบาย เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว และดีไซน์ Asian Fit ที่ช่วยเสริมความกระชับมั่นใจ พร้อมรับมือกับทุกด่านและทุกความท้าทายในสนาม

การปรากฏตัวของ ORI ใน HYROX Bangkok 2026 คือการประกาศพลังของคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งและมีเป้าหมายร่วมกัน พร้อมพิสูจน์ว่า เมื่อความมั่นใจ การฝึกซ้อม และชุดที่ตอบโจทย์การเคลื่อนไหวมารวมกัน ทุกคนก็สามารถปลดล็อกศักยภาพ ก้าวข้ามขีดจำกัด และไปได้ไกลกว่าที่เคย ด้วย “Your True Color” คือสีที่ทำให้คุณกล้าเป็นตัวเอง และพร้อมลงสนามอย่างมั่นใจ

เปล่งประกายในแบบที่เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มศักยภาพพร้อม “Stay True” ไปกับ ORI ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน ORI สยามเซ็นเตอร์ ชั้น G, เซ็นทรัล พาร์ค ชั้น 2, เอ็มสเฟียร์ ชั้น 1 และ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3

อัปเดตเทรนด์แฟชั่นและกิจกรรมสำหรับคนรักสุขภาพจาก “ORI” เพิ่มเติมได้ที่

Instagram: @oristaytrue

Facebook: www.facebook.com/oristaytrue

LINE Official Account: @oristaytrue

Tiktok : @oristaytrue

ORIโอริ

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จัด ‘เติมฝันด้วยใจให้น้อง’ มอบอุปกรณ์การเรียน-กีฬา เสริมทักษะเยาวชน จ.สกลนคร

18 สิงหาคม 2569 เวลา 13:59 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ เดินหน้าส่งต่อโอกาสให้เยาวชน ลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร มอบอุปกรณ์การเรียน กีฬา และสิ่งของจำเป็น ผ่าน “โครงการเติมฝันด้วยใจให้น้อง” มุ่งเสริมสร้างทักษะและพัฒนาการของนักเรียน

18 สิงหาคม 2569 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่จังหวัดสกลนครเพื่อส่งมอบสิ่งของให้แก่นักเรียนภายใต้ “โครงการเติมฝันด้วยใจให้น้อง” ณ โรงเรียนโคกเลาะวิทยาคาร และโรงเรียนบ้านนา (คุรุราษฎรอุทิศวิทยายน) อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร โดยมี นายประกอบ ตันมูล ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้แทนรับมอบ ซึ่งทางโรงเรียนได้ติดต่อขอรับการสนับสนุนสิ่งของที่จำเป็นสำหรับนักเรียนและกิจกรรมภายในโรงเรียน ผ่านทางหน้าเพจของมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ทางมูลนิธิฯ จึงได้ประสานความร่วมมือไปยังภาคีเครือข่าย เพื่อรวบรวมสิ่งของที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของเด็ก ๆ โดยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง

สำหรับสิ่งของที่นำมาส่งมอบในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA สนับสนุนอุปกรณ์กีฬา เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายและแข่งขันกีฬา บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า ตุ๊กตา ของเล่นเสริมทักษะ และหนังสือนิทาน เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่สนุกและเหมาะสมกับวัย และบริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด สนับสนุนขนมขบเคี้ยว เพื่อเติมเต็มความสุขให้แก่นักเรียน

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้รับความร่วมมือจาก บริษัท เทพสมบัติ จำกัด (สมบัติทัวร์) ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนการขนส่งสิ่งของลงพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการอำนวยความสะดวกนำส่งสิ่งของไปยังโรงเรียนเป้าหมายอย่างราบรื่น

นางเธียรรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชน สิ่งของทุกชิ้นที่ส่งมอบล้วนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในด้านการศึกษา กีฬา และการพัฒนาทักษะ โครงการนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้สนับสนุนสิ่งของและหน่วยงานที่ช่วยอำนวยความสะดวก จึงขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำให้ความช่วยเหลือครั้งนี้ส่งถึงมือเด็กๆ ได้อย่างเหมาะสม

“มูลนิธิฯ เชื่อเสมอว่าการช่วยเหลือที่ดีเริ่มต้นจากการรับฟังและลงมือทำ เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกัน จึงเกิดเป็นพลังน้ำใจที่ช่วย ‘เติมความฝันให้น้อง ๆ’ ในจังหวัดสกลนคร พร้อมสร้างโอกาสและต่อยอดให้นักเรียนได้เรียนรู้และเติบโตต่อไปได้อย่างดี” ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าว

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์เติมฝันด้วยใจให้น้อง

คุณแหน : 18 สิงหาคม 2569

18 สิงหาคม 2569 เวลา 08:52 น.

กล้าพูดได้เลยว่าเรื่องเช่นนี้ไม่มีใครนอกจาก Super Power จึงสามารถทำได้ มหาอำนาจต่างๆทั่วโลกว่าขณะนี้ SP. มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก – – USA นั่นเอง เล่ามาถึงตรงนี้เพื่อเข้าเหตุการณ์พิสดารเมื่อ ประธานาธิบดีทรัมป์ เดินทางไปประชุมกับกลุ่มนาโต้ที่กรุงอังการา ตอนไปโอเค แต่ตอนขากลับสหรัฐฯที่สนามบิน จู่ๆ ทรัมป์ ก็สั่งเปลี่ยนแผนกระทันหันลอบออกจากเครื่องบินไปขึ้นเครื่องบินทหารพิเศษ C-32Aโดยสตาฟชั้นผู้ใหญ่และคณะสื่อมวลชนใน AIR FORCE ONE (ลำเก่า) ไม่รู้เบาะแสเลยว่า เบื้องหลังเหตุการณ์คือ CIA ได้รับรายงานว่าฝ่ายตรงข้ามส่งสัญญาณให้ลอบสังหาร ทรัมป์ โดยจะใช้ขีปนาวุธมุ่งร้าย เครื่องบินทรัมป์ (AFO ลำเก่า) ส่วนทรัมป์บินไปด้วยเครื่องบินทหารพิเศษ C-32A มุ่งฐานทัพในอังกฤษ เพื่อขึ้นเครื่อง AFO (ลำใหม่ )มุ่งตรงสู่สหรัฐฯ เมื่อคณะทั้งหมดไปถึงวอชิงตันดี.ซี.แล้ว ความจริงจึงปรากฏออกมา ถึงเราไม่บอกผู้อ่านคงตระหนักดีถึงความรู้สึกของสตาฟชั้นผู้ใหญ่และคณะสื่อมวลชนว่า เสียวสันหลังวาบเลย !…ดีว่าเหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี มิฉะนั้นผู้โดยสาร AFO (ลำเก่า) ทั้งหมดคงเป็นเป้านิ่งของฝ่ายตรงข้ามไปแล้ว เรื่องไม่จบแค่นี้ เพราะสมาคมสื่อมวลชนสหรัฐฯเตรียมยกเรื่องดังกล่าวขึ้นร้องเรียนกับ ทรัมป์ ต่อไป…

ถ้าเปรียบเป็นร้านอาหารอร่อยเขาว่ามีแค่ 2 เจ้าเท่านั้น คือเวทีมวยราชดำเนิน กับ ลุมพินี วันนี้ขอรีวิว เวทีราชดำเนิน ก่อน เพราะเป็นเวทีมวยมาตรฐานแห่งแรกของไทยในสมัย ฯพณฯจอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อ 2484 ปัจจุบันผู้คนทุกรูปนามให้ความสนใจทุกอย่างเกี่ยวกับ “มวยไทย” เพราะถูกยกย่องให้เป็น SOFT POWER ระดับแนวหน้าของประเทศทีเดียว หลายทศวรรษที่ผ่านมาผู้บุกเบิกสร้างชื่อเสียงให้สนามแห่งนี้และวงการมวยคืออดีตนายสนามฯ เฉลิมพงษ์ เชี่ยวสกุล เขาทำทุกอย่างในยุค “เปิดตลาด” มวยไทยสู่สายตาชาวโลก ตั้งแต่ใส่สูทเดินทางไปสร้างไมตรีกับโปรโมเตอร์ฝรั่ง, เจรจาเรื่องกฎกติกาข้อบังคับกับฝ่ายหน่วยงานรัฐ และแม้แต่ต้องถกแขนเสื้อเจรจางานกับกลุ่มโปรโมเตอร์ไทย ถึงวันนี้มวยไทยแข็งแรงดีแล้ว ดีกว่าทุกคนคาดหมายไว้ เพราะมวยไทยถูกยกย่องจากชาวโลกให้เป็น “THE NUMBER ONE WORLD’S FIGHTING SPORT” ทราบหรือไม่ว่า วันนี้ฝรั่งจำนวนหลายหมื่นคนยอมทิ้งบ้านเกิดเดินทางมาแออัดหัดมวยไทยในหลายจังหวัด อาทิ ภูเก็ต, สมุย, โคราช, กทม., เชียงใหม่ และต่างชาติบางคนบรรลุความฝันก้าวขึ้นเวทีมวยในฐานะแชมป์มวยไทยได้ค่าตัวครั้งละหลายสิบล้านบาท…

วันที่ 18 ส.ค.วันคล้ายวันสถาปนากรมลดโลก “3 ปีกรมลดโลกร้อน พลิกวิกฤตภูมิอากาศ สร้างโอกาสสู่ Net Zero 2050” งานจัด ณ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีฯเป็นประธานในพิธีทำบุญตอนเช้า เสร็จแล้วเชิญแขกเหรื่อรับประทานอาหารร่วมกัน…

ขอแสดงความยินดีกับ คณะขับร้องประสานเสียง Wattana Girls’ Chorus คว้า 2 รางวัล Silver Medals จาก การแข่งขัน World Choir Games 2026 ระหว่าง 4-12 ส.ค. 69 ณ เมืองเฮลซิงบอร์ก ประเทศสวีเดน ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จและความไพเราะของการแสดงในครั้งนี้ อยู่ภายใต้การควบคุมวงของ ผู้อำนวยเพลง (Conductor) อ.สถิต สุกจงชัยพฤกษ์ และ อ.ณัฐธิตา วงศ์พรหม พร้อมด้วยนักเปียโน (Pianist) โดย อ.สิริ จัง และ อ.พรวรินทร์ กาลศิริศิลป์…งานนี้ ลานทิพย์ ทวาทศิน ผู้จัดการโรงเรียนเดินทางไปด้วย…ขอส่งกำลังใจให้ Wattana Girls’ Chorus สร้างเสียงเพลงและความประทับใจบนเวทีโลกต่อไป !!…

บารอนเนส

Wattana Girls’ Chorusกรมลดโลกร้อนคุณแหนดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิชทรัมป์มวยราชดำเนินมวยลุมพินีมวยไทยลานทิพย์ ทวาทศินอ.ณัฐธิตา วงศ์พรหมอ.พรวรินทร์ กาลศิริศิลป์อ.สิริ จังเฉลิมพงษ์ เชี่ยวสกุล

คุณแหน : 17 สิงหาคม 2569

17 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

คุณแหน

๐๐ ยินดีกับ รศ.พญ. เยาลักษณ์ ชาญศิลป์, วิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล, สุนทร เชาว์กิจค้า, ภัทธิรา หาญสกุล, บุญชัย อัศวอรุโณทัย, ประเทือง มนตรี, ชยาภรณ์ นวมงคล, ฉวีวรรณ ทิมา ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น ที่ปรึกษา คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา..๐๐

๐๐ ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผอ.ใหญ่ ดีป้า พร้อมด้วย ดร.ปรีสาร รักวาทิน ร่วมลงนาม MOU “โครงการความร่วมมือในการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของผู้ประกอบการไทย” กับ ฉี ชิง-ฟู่ ซีอีโอและ กก.ผจก. LH Bank, มาร์ค เฉิน และ ดร.ปองภพ ลีนะวงศ์ เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัล ยกระดับ SMEs ไทยสู่ความยั่งยืน..๐๐

๐๐ บุญธรรม ถาวรทัศนกิจ รอง ผวจ.ฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดกิจกรรม “12 สิงหา แม่พาเที่ยว…ย้อนวันวาน ณ นครเนื่องเขต” ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่นเทศบาลตำบลนครเนื่องเขต อ.เมืองฉะเชิงเทรา..๐๐

๐๐ ดร.มงคล ลีลาธรรม นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ต้อนรับ วรณัฐ สุโฆษสมิต นายกสมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ พร้อมหารือแนวทางบูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริมธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนในตลาดทุนไทย..๐๐

๐๐ ชาว ปธพ. 3 ร่วมยินดีกับ ดร.นพ.ธวัชชัย กมลธรรม ที่ได้เป็น รองอธิการบดี สถาบันพระบรมราชชนก..๐๐

๐๐ ส.พญ.กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล วันเกิดได้ฉลองกับครอบครัวไป 2 มื้อ และได้ทำบุญหลาย รพ. พร้อมร่วมบริจาคเงินช่วยการศึกษาเด็กพิเศษ รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์และช่วยเด็กพิการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ เรียกว่าอิ่มทั้งบุญและอิ่มท้องแน่นๆ..๐๐

๐๐ อนุโมทนาบุญกับ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ที่ได้ส่งมอบเงินร่วมทำบุญในงานศพมารดา ร.อ.หญิงชื่นสุข จันทร์สุวานิชย์ ให้กับ รพ. สมเด็จพระปิ่นเกล้า..๐๐

๐๐ ศิรินิภา เตียงสกุล บริจาคสมทบศูนย์โปรตอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ รพ.จุฬาลงกรณ์..๐๐
๐๐ศศิธร จันทรสมบูรณ์ สุดปลื้มที่วันเกิดปีนี้ครบ 5 รอบ เพื่อนๆ ปธพ. 8 เลี้ยงฉลองให้อย่างอบอุ่น..๐๐

๐๐ มิตรสหายร่วมยินดีกับ เข็มชาติ สังฆะคาม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ ที่ไปเปิด Global house สาขาที่ 100 จ.อุดรธานี..๐๐

๐๐ คมกฤช สัจจาอนันตกุล วันเกิดนอกจากได้ฉลองกับครอบครัวที่บ้านอย่างอบอุ่น และใช้เวลาว่างนั่งออกแบบบ้านตัวเองที่เขาใหญ่..๐๐

๐๐ ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล นำนักเรียน BCC ม.3-4 ร่วมอัปสเกลทักษะแห่งอนาคต ฝึกการคิดวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ และยึดโยงประสบการณ์สู่โลกความเป็นจริงด้วย AI ณ คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล วิทยาเขตศาลายา..๐๐

น้องใหม่

คุณแหน : 15 สิงหาคม 2569

15 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00 น.

     ขอเชิญชมนิทรรศการ “กิตติคุณ กิติยากร” เพื่อน้อมรำลึกถึงราชสกุลกิติยากร และพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร นิทรรศการนี้จัดที่ ชั้น 6 ห้องหนังสือหายาก สำนักวิทยทรัพยากร หรือหอสมุดกลางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.00-19.00 น. วันเสาร์เวลา 09.00-18.00 น. (บุคคลภายนอกจุฬาฯ คิดค่าบริการเข้าหอสมุดเพียง 20 บาท)

     น้ำตาล พ-วงเดือน ยนตรรักษ์ ปลื้มปริ่มอิ่มเอมเปรมกมลเป็นยิ่งนัก เพราะวันแม่แห่งชาติปีนี้ ลูกนัท พณ ยนตรรักษ์ ทำอาหารประเภทเส้น ๆ ของอิตาเลียนเลี้ยงแม่ แต่ก็มิใช่ว่าเลี้ยงเฉพาะคุณแม่เท่านั้น เพราะคุณพ่อ ณัฐ ยนตรรักษ์ ก็ได้อิ่มเอมเกษมสำราญกับอาหารฝีมือลูกชายไปพร้อมกับคุณแม่

     กนกรส พงศทัต สุวรรณสรางค์ สอนลูกสาววัย 16 ปี ฮันนา ธนญา พงศทัต สุวรรณสรางค์ ว่าถึงแม้จะเป็นนักเรียนนอก แต่ก็ต้องไม่ลืมคุณลักษณะของความเป็นไทยแท้ โดยเฉพาะคุณสมบัติที่ดีของกุลสตรีไทย และที่สำคัญคือการอ่อนน้อมถ่อมตน

     แก้ว รศ. น.สพ. ดร. สุดสรร ศิริไวทยพงศ์ เกษียณราชการจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้หนึ่งปีแล้ว แต่ลูกศิษย์ทั้งเก่าเก๊าเก่า และศิษย์หมาด ๆ ยังคงติดต่อกับครูแก้วอย่างคงเส้นคงวาเหมือนเดิม ในขณะที่เจ้าตัวก็บอกว่าแม้จะพ้นจากความเป็นข้าราชการแล้ว แต่ก็ไม่เคยหมดความเป็นครู และยินดีเสมอเมื่อได้ยินข่าวลูกศิษย์ประสบความสำเร็จใจชีวิตและหน้าที่การงาน

     ขออภัยแหล่งข่าวที่ส่งข่าวเรื่องลูกสะใภ้ของตนเองบ้าง ของคนอื่นบ้างตั้งครรภ์ เนื่องจากคอลัมน์นี้ไม่ได้เห็นว่าการตั้งครรภ์ของมนุษย์เป็นเรื่องพิสดารบานบุรี จึงขออนุญาตประกาศ ณ ที่นี้ว่า ขอไม่ลงเรื่องให้นะขอรับ ทราบแล้วเปลี่ยน ส่วนหากมีเรื่องที่เป็นประโยชน์ และน่ายินดีต่อคนหมู่มากก็เต็มใจลงให้เสมอ

    โต อรุชา ลีนุตพงษ์ เจ้าของร้านอาหารชื่อ CIBO อาหารตะวันตกฟิวชันสไตล์โฮมเมด ร้านตั้งอยู่ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ ซอยเกษมสันต์ 2 มาบัดนี้หลายคนที่เคยรู้จักโตเป็นอย่างดีบอกว่า โตแปลงร่าง กลายเป็นโตร่างทอง เพราะเมื่อต้นปีนี้ยังมีร่างกายใหญ่โตมากจนสมชื่อ แต่มาบัดนี้กลับมีรูปร่างบอบบางระหงจนทำให้ต้องโดยพร้อมเพรียงกันว่า โตทำอย่างไรจึงร่างงามเช่นนี้

Victor Lee

ไดกิ้น x แสนสิริ ขับเคลื่อนโมเดล “Sustainable Cooliving Lifecycle” เพื่อเป้าหมายด้านความยั่งยืน

17 สิงหาคม 2569 เวลา 16:42 น.

บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ประกาศความร่วมมือในการสนับสนุน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ในการขับเคลื่อนโมเดล “Sustainable Cooliving Lifecycle” แนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนที่แสนสิริริเริ่มขึ้น เพื่อดูแลคุณภาพการอยู่อาศัยควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของอาคาร โดยไดกิ้นร่วมสนับสนุนด้านเทคโนโลยีระบบปรับอากาศ มาตรฐานการจัดการสารทำความเย็น และองค์ความรู้ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้งานระบบปรับอากาศ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสององค์กรในการยกระดับแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรภายในอาคารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการดูแลเครื่องปรับอากาศและการจัดการสารทำความเย็น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในภาคที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์  สำหรับประเทศไทย เครื่องปรับอากาศเป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ขณะที่การพูดถึงเครื่องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมักมุ่งเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานเป็นหลัก แต่อีกประเด็นสำคัญคือการบริหารจัดการสารทำความเย็นอย่างเหมาะสม เนื่องจากในกระบวนการติดตั้ง บำรุงรักษา หรือรื้อถอนเครื่องปรับอากาศ อาจมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของสารทำความเย็น ซึ่งส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหากไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี  ภายใต้โมเดล Sustainable Cooliving Lifecycle แสนสิริได้นำแนวคิดการดูแลทรัพยากรตลอดวงจรชีวิตอาคารมาประยุกต์ใช้ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการระบบปรับอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม การบำรุงรักษาตามมาตรฐาน การเก็บคืนสารทำความเย็น การฟื้นฟูคุณภาพ และการนำกลับมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปรับอากาศ ไดกิ้นได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าวผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ มาตรฐานการเก็บคืนและบริหารจัดการสารทำความเย็น การสนับสนุนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการให้คำปรึกษาทางเทคนิค เพื่อช่วยให้แนวทางที่แสนสิริพัฒนาขึ้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรม  นายวรุตม์  เลขะจิระกุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายงานโครงการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากเครื่องปรับอากาศ นอกจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงแล้ว การดูแลระบบตลอดอายุการใช้งานก็เป็นอีกส่วนสำคัญ ไดกิ้นจึงมองว่าสิ่งที่เราส่งมอบได้จริงไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงาน แต่ยังรวมถึงกระบวนการดูแลที่ทำให้ทรัพยากรทุกส่วนถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด ความร่วมมือกับแสนสิริในครั้งนี้ ช่วยทำให้แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในระดับที่ผู้อยู่อาศัยสัมผัสได้ โดยที่การใช้ชีวิตประจำวันยังคงสะดวกสบายเหมือนเดิม” ความร่วมมือครั้งนี้ ได้เริ่มดำเนินการในโครงการและอาคารภายใต้การดูแลของกลุ่มแสนสิริ โดยครอบคลุมทั้งการนำระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูงมาใช้งาน การพัฒนาศักยภาพทีมงานด้านการบำรุงรักษา และการดำเนินการเก็บคืนสารทำความเย็นตามมาตรฐานที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร  นายวรุตม์ กล่าวเสริมว่า “ภายใต้ Environmental Vision 2050 ไดกิ้นให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ซึ่งไม่ได้จบในขั้นตอนการผลิตหรือการขาย แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะผู้พัฒนาโครงการและทีมงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและบำรุงรักษา เพราะลำพังผู้ผลิตเพียงรายเดียวไม่สามารถปิดวงจรนี้ได้ โมเดลของแสนสิริจึงเป็นการนำความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของแต่ละฝ่ายมาร่วมมือกัน เพื่อพัฒนาให้เรื่องที่เคยถูกมองว่าทำได้ยาก สามารถเกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม” ไดกิ้นพร้อมเดินหน้าสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจในการพัฒนาโซลูชันด้านอากาศและแนวทางการบริหารจัดการสารทำความเย็นอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ภายใต้แนวคิด “Perfecting the Air” พร้อมสนับสนุนความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ที่มุ่งสร้างอนาคตด้านการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนเช่นเดียวกับแสนสิริ

JobThai เปิด Salary Survey 2026 ไอทีครองแชมป์เงินเดือนสูง–เปิด 5 สายงานดาวรุ่งที่ตลาดยังขาดคน

17 สิงหาคม 2569 เวลา 16:34 น.

ตลาดแรงงานไทยปี 2026 ยังเผชิญความท้าทายรอบด้าน แม้องค์กรจำนวนมากต้องการบุคลากรเพิ่ม แต่คนทำงานกลับรู้สึกว่าการหางานยากขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือน สังคมสูงวัย ต้นทุนพลังงานและการผลิต ตลอดจนเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทั้งนายจ้างและคนทำงานต้องเร่งปรับตัว

นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ JobThai เปิดเผยข้อมูลจากรายงาน “Salary Survey 2026” ซึ่งรวบรวมและวิเคราะห์ประกาศงานทั่วประเทศบนแพลตฟอร์ม JobThai ระหว่างเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 พบว่า ความต้องการบุคลากรในหลายสายงานยังเติบโต โดยเฉพาะงานขาย งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ และงานช่างเทคนิค

“งานขาย” ครองอันดับหนึ่งสายงานที่ตลาดต้องการมากที่สุด ด้วยจำนวนเปิดรับ 109,018 อัตรา เงินเดือนเฉลี่ย 20,295–30,898 บาท ตามด้วยงานผลิต/ควบคุมคุณภาพ 62,652 อัตรา เงินเดือนเฉลี่ย 20,121–27,914 บาท และงานช่างเทคนิค 51,917 อัตรา เงินเดือนเฉลี่ย 15,655–21,117 บาท

สายงานอื่นที่ติด 10 อันดับแรก ได้แก่ งานจัดซื้อ/ธุรการ 34,137 อัตรา งานวิศวกรรม 33,352 อัตรา งานบริการลูกค้า 28,816 อัตรา งานขนส่ง/คลังสินค้า 27,514 อัตรา งานบัญชี 27,187 อัตรา งานการตลาด 21,122 อัตรา งานบริการอาหารและเครื่องดื่ม 17,949 อัตรา

ด้านงานคอมพิวเตอร์/ไอที ถึงแม้ไม่ติดอันดับ 10 สายงานที่มีการเปิดรับสูงสุด แต่เป็นสายงานที่มีเงินเดือนเฉลี่ยสูงสุดที่ 26,896–39,524 บาท สะท้อนว่าองค์กรยังให้ความสำคัญกับบุคลากรด้านเทคโนโลยี ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ โดยเฉพาะงานด้าน AI, Automation, Cloud Infrastructure, Cyber Security, Software Architecture และFull Stack

สำหรับ 5 สายงานที่มีแนวโน้มเงินเดือนเติบโตโดดเด่น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ งานการเงิน/ธนาคาร +7.6% งานประกันภัย +7.5% งานกฎหมาย +6.1% งานเลขานุการ/ผู้ช่วยผู้บริหาร +5.6% และงานอีคอมเมิร์ซ +4.8% โดยค่าตอบแทนปรับเพิ่มชัดเจนในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและผู้บริหารระดับกลางถึงระดับสูง มากกว่าตำแหน่งเริ่มต้น

ตัวอย่างตำแหน่งที่เงินเดือนเติบโต ได้แก่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) งานวางแผนและวิเคราะห์ทางการเงิน (Financial Planning and Analysis) และ Relationship Manager ในธุรกิจการเงิน งาน Claims และ Claim Management ในธุรกิจประกันภัย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้าน Compliance และ Mergers and Acquisitions (M&A) ในสายกฎหมาย

ขณะเดียวกัน บทบาทของเลขานุการและผู้ช่วยผู้บริหารได้ขยายจากงานประสานงานไปสู่การติดตามโครงการ วิเคราะห์ข้อมูล และสนับสนุนการตัดสินใจ ส่วนสายงานอีคอมเมิร์ซต้องการบุคลากรด้าน Operations และ Back Office เพื่อบริหารสินค้า คำสั่งซื้อ และสต็อกที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

นางสาวแสงเดือน เปิดเผยข้อมูลต่อว่า จากรายงานยังพบ 5 สายงานที่ทั้งจำนวนตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นและเงินเดือนเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทุกสายอาชีพ แต่ตลาดยังขาดแคลนบุคลากร ได้แก่ งานกฎหมายมีตำแหน่งเพิ่มขึ้น 58.29% ตามมาด้วยงานช่างเทคนิค 16.71% งานการเงิน/ธนาคาร 4.61% งานก่อสร้างสถาปัตยกรรม 3.74% และงานอีคอมเมิร์ซ 3.50% ตามลำดับ สะท้อนว่ายังคงความต้องการแรงงานและกำลังในการจ้างงาน จึงยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้หางาน

เมื่อพิจารณาตามภูมิภาค กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีเงินเดือนเฉลี่ยสูงสุดที่ 20,938–32,426 บาท รองลงมาคือภาคกลาง 16,500–27,320 บาท ส่วนภาคตะวันออกอยู่ที่ 15,867–30,237 บาท และมีเพดานเงินเดือนสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ เนื่องจากเป็นฐานอุตสาหกรรมการผลิต พลังงาน ปิโตรเคมี และโลจิสติกส์

ซึ่งนิคมอุตสาหกรรม 304 จังหวัดปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ที่มีอัตราเงินเดือนเฉลี่ยสูงที่สุด และพบตำแหน่งที่ให้ค่าตอบแทนสูงถึง 160,000 บาท โดยตลาดต้องการผู้เชี่ยวชาญด้าน Operations, Quality Control และ Supply Chain รวมถึงบุคลากรสายสนับสนุนธุรกิจที่มีทักษะด้านภาษา การเงิน และระบบ ERP

ด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเงินเดือนเฉลี่ย 14,485–25,534 บาท ภาคใต้ มีเงินเดือนเฉลี่ย 14,179–30,200 บาท สะท้อนว่ามีบางอุตสาหกรรมที่สามารถเสนอค่าตอบแทนในระดับสูงได้ แม้เงินเดือนเริ่มต้นจะไม่สูงนัก และภาคเหนือ มีเงินเดือนเฉลี่ย 14,057-25,596 บาท ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับเด็กจบใหม่ งานล่ามและแปลมีเงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยสูงสุดที่ 24,524–35,378 บาท โดยเฉพาะผู้มีทักษะภาษาจีนหรือภาษาญี่ปุ่น ควบคู่กับความเข้าใจด้านธุรกิจและบริบทของอุตสาหกรรม รองลงมาคืองานบริการด้านการแพทย์ 20,288–28,657 บาท งานเลขานุการ/ผู้ช่วยผู้บริหาร 20,190–27,311 บาท งานคอมพิวเตอร์/ไอที 19,500–28,110 บาท และงานวิศวกรรม 19,424–26,818 บาท ตอกย้ำว่าทักษะด้านภาษา เทคโนโลยี วิศวกรรม และวิชาชีพเฉพาะทาง ยังคงช่วยเพิ่มโอกาสและมูลค่าให้แก่ผู้เริ่มต้นทำงาน

ในทางตรงกันข้ามสายงานที่เด็กจบใหม่เงินเดือนเฉลี่ยนเริ่มต้นน้อยที่สุด ได้แก่ งานช่างเทคนิค งานบริการอาหารและเครื่องดื่ม งานการเงิน/ธนาคาร งานขนส่งและคลังสินค้า และงานจัดซื้อ/งานธุรการ แม้ว่างานช่างเทคนิคเด็กจบใหม่เงินเดือนเริ่มต้นอาจไม่สูงนัก แต่เป็นสายงานที่ตลาดต้องการ และมีโอกาสที่ค่าตัวเติบโตตามทักษะและประสบการณ์ได้

นางสาวแสงเดือน กล่าวทิ้งท้ายว่า ตลาดแรงงานปี 2026 และในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วยิ่งขึ้น บุคลากรที่องค์กรต้องการจึงไม่ใช่เพียงผู้มีความรู้เฉพาะด้าน แต่ต้อง “เก่งงานรอบด้านและพร้อมปรับตัว” ทั้งรู้ลึกในงานของตน เปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม

ความสามารถที่จะกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ ได้แก่ ความสามารถด้านภาษา ทักษะการสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น การคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ผู้ที่ผสานทักษะเหล่านี้เข้าด้วยกันได้ จะเป็นบุคลากรที่องค์กรต้องการตัวมากที่สุด

ติดตามรายงาน “Salary Survey 2026” ฉบับเต็ม ได้ที่ https://www.jobthai.com/th/salary-survey-2026