#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/584884

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ศรีบูรพา’ สุภาพบุรุษนักหนังสือพิมพ์นักประพันธ์ของแผ่นดิน
วันอาทิตย์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
คณะหนังสือสุภาพบุรุษ
วันที่ ๔ กรกฎาคมนี้ เป็นวันระลึกถึงหนังสือพิมพ์ฉบับแรก ที่หมอบลัดเลย์ จากคณะมิชชันนารีอเมริกันสมัยรัชกาลที่ ๓ ได้ออกหนังสือพิมพ์ฉบับแรกเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๘๗ ชื่อ บางกอกรีคอร์เดอร์ หรือคนไทยเรียกว่า“จดหมายเหตุกรุงเทพ” เสนอข่าวสั้นและประกาศต่างๆ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ข่าวรายปักษ์เล่มแรกของสยาม แม้จะมีอายุอยู่เพียง ๒ ปี ก็ต้องปิดกิจการเพราะขาดทุนด้วยคนไทยยังไม่รู้จักหนังสือพิมพ์ และอ่านหนังสือได้น้อย ต่อมาในปีพ.ศ.๒๔๐๗ หมอบรัดเลย์ได้ออกหนังสือพิมพ์บางกอกรีคอเดอร์อีกครั้ง แม้หมอบลัดเลย์จะถูกฟ้องร้องจนเลิกกิจการไปก็ตาม แต่บทบาทในการเสนอความคิดเห็นและข่าวสารบ้านเมืองนั้นได้จุดประกายให้เกิดกิจการหนังสือพิมพ์ไทยขึ้นตามมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ จนถึงปัจจุบัน ในจำนวนคนหนังสือพิมพ์หลายคนนั้น บุคคลที่รู้จักกันดีและได้รับยกย่องว่าเป็น “สุภาพบุรุษนักหนังสือพิมพ์และสุภาพบุรุษนักประพันธ์” คือ “ศรีบูรพา” ซึ่งเป็นนามปากกาของ นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ ผู้เป็นทั้งนักหนังสือพิมพ์นักประพันธ์ ผู้สร้างอุดมการณ์หนังสือพิมพ์และเป็นต้นแบบของคนหนุ่มสาวชาวธรรมศาสตร์ ซึ่งท่านเป็นเจ้าของวาทะว่า“ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน” บุคคลผู้นี้มีชื่อเสียงและบทบาทสำคัญในวงการหนังสือพิมพ์มาก เป็นประธานกรรมการก่อตั้งสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและรองประธานคณะกรรมการสันติภาพแห่งประเทศไทย
.jpg)

หนังสือสุภาพบุรุษ
“ศรีบูรพา”เริ่มฝึกหัดแต่งหนังสือ และทำหนังสือ โดยใช้พิมพ์ดีด ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนอายุ ๑๗ ปี เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๕ ในปีต่อมาได้เริ่มเขียนบทกวี และเขียนเรื่องจากภาพยนตร์ ส่งไปให้หนังสือพิมพ์ ภาพยนตร์สยาม ในช่วงนั้นใช้นามปากกา เช่น “ดาราลอย” “ส.ป.ด.กุหลาบ” “นางสาวโกสุมภ์” “หนูศรี”“ก.สายประดิษฐ์” “นายบำเรอ” และ “หมอต๋อง”เริ่มต้นใช้นามปากกา “ศรีบูรพา” เป็นครั้งแรกในเขียนงานชื่อ “แถลงการณ์” ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ทศวารบันเทิง จากการเคยเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ที่โรงเรียนรวมการสอนนั้นทำให้เป็นนักประพันธ์ประจำอยู่ในสำนักรวมการแปลของ นายแตงโม จันทวิมพ์ และยังได้ชวนเพื่อนคือ ชะเอม อันตรเสน และ สนิท เจริญรัฐให้มาช่วยกันที่สำนักรวมการแปลด้วย ต่อมาพ.ศ.๒๔๖๗ อายุได้ ๑๙ ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยม ๘ “ศรีบูรพา” ใช้นามจริงกุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นครั้งแรกในการเขียนกลอนหก ชื่อ “ต้องแจวเรือจ้าง” พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ของโรงเรียน ชื่อ แถลงการณ์ศึกษาเทพศิรินทร์ โดยมีหลวงสำเร็จวรรณกิจ (บุญ เสขะนันท์) ซึ่งเป็นครูสอนวิชาภาษาไทยเป็นบรรณาธิการ และทำให้เริ่มใช้นามปากกา “ศรีบูรพา” เขียนบทประพันธ์ขายอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ภายหลัง “ศรีบูรพา”ยึดอาชีพนักหนังสือพิมพ์นักประพันธ์โดยอิสระอย่างเดียว เป็นหนึ่งในคณะสุภาพบุรุษร่วมกับนักเขียนชื่อดังหลายท่าน เช่น ยาขอบ ฮิวเมอริสต์ซึ่งร่วมกันทำหนังสือพิมพ์ชื่อสุภาพบุรุษ รายปักษ์เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๒ ออกจำหน่ายทุกวันที่ ๑ และ ๑๕ ของเดือน กุหลาบ สายประดิษฐ์เป็นบรรณาธิการและเจ้าของ มียอดพิมพ์ครั้งแรก๒,๐๐๐ เล่ม สำหรับผลงานหนังสือ “ศรีบูรพา” นั้นมีจำนวนมากทั้งนิยายเรื่องสั้น เช่น ข้างหลังภาพ-สงครามชีวิต-ลูกผู้ชาย-แสนรักแสนแค้น-ผจญบาป-โลกสันนิวาส-แลไปข้างหน้า (รวมภาคปฐมวัยและภาคปัจฉิมวัย) จนกว่าเราจะพบกันอีก-ขอแรงหน่อยเถอะ-เบื้องหลังการปฏิวัติ ๒๔๗๕-การเมืองของประชาชน-ป่าในชีวิต-เขาถูกบังคับให้เป็นขุนโจร-ข้อคิดจากใจ-สิ่งที่ชีวิตต้องการ-มนุษย์ไม่ได้กินแกลบ-การหนังสือพิมพ์ของฉัน-ชีวิตสอนอะไรแก่ข้าพเจ้า-เรื่องของเขา-สุภาพบุรุษนักประพันธ์-ข้าพเจ้าได้เห็นมา-บันทึกอิสรชน-ไปสหภาพโซเวียต-ลาก่อนรัฐธรรมนูญ-ฯลฯในปี พ.ศ.๒๕๔๘ นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ“ศรีบูรพา” ได้รับการยกย่องประกาศเป็นบุคคลดีเด่นของโลกจากองค์การยูเนสโก และในวาระชาตกาล ๑๐๐ ปี ของกุหลาบ สายประดิษฐ์ นั้นสำนักพิมพ์แม่คำผาง สำนักพิมพ์มิ่งมิตรได้นำผลงานของกุหลาบ สายประดิษฐ์ คือ สุภาพบุรุษนักประพันธ์, เบื้องหลังการปฏิวัติ ๒๔๗๕, บุคคลอนุสรณ์ และข้อคิดจากใจ รวบรวมโดย ชนิดาสายประดิษฐ์ มาจัดพิมพ์เผยแพร่สนใจติดต่อที่โทร.๐๒-๕๕๒๔๐๗๐ ด้วยเป็นเรื่องที่หาอ่านยากไม่เหมือนผลงานนวนิยายที่แพร่หลายทั่วไป
กุหลาบ สายประดิษฐ์
กุหลาบ-ชนิด สายประดิษฐ์
ผลงานของกุหลาบ สายประดิษฐ์
ลายเส้นศรีบูรพา
ลายเส้นศรีบูรพา
สุภาพบุรุษนักประพันธ์
สุภาพบุรุษนักหนังสือพิมพ์


เหตุการณ์จากอนุสาวรีย์
การสร้างอนุสาวรีย์
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกำลังก่อสร้าง
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
มุมสูงของอนุสาวรีย์
ภาพเหตุการณ์
ภาพประติมากรรม
ปีกอนุสาวรีย์
ประติมากรรมแต่ละปีก
แบบส่งประกวด
คณะสร้าง

ตั้้งรูปหล่อโกษาปาน
รูปหล่อ-โกษาปาน-kosapan
หนังสือ ๓๓๓ ปี โกษาปาน
ราชทูตสยามเข้าเฝ้าฯพระเจ้าหลุยส์ ๑๔
ราชทูตสยาม เข้าเฝ้าฯพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔
ราชทูตสยาม
รับราชทูตสยาม
ภาพร่าง โกษาปาน เข้าเฝ้าฯ พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔
ภาพเขียนโกษาปาน
พระวิสุทธสุนทร (ปาน)
พระนารายณ์
บันทึกของโกษาปาน
ถนนสยามเมืองแบรสต์


หอพระวชิรญาณที่เก็บเอกสารเก่า ร.๔-๕
ตราหอพระสมุดวชิรญาณ
ตราพระคเณศ-หอสมุดแห่งชาติ
ตรามังกรเล่นแก้ว-โบราณคดีสโมสร
สารบาญค้นเรื่อง-หนังสือหอสมุดฯ
บัญชีหนังสือตั้้งแต่ พ.ศ.๒๔๔๔
หนังสือภาคหอ-วชิรญาณ
หนังสือภาคหอ-โบราณคดี
หนังสือภาคหอในศูนย์ฯ
ศูนย์หนังสือศิลปากร
ทับหลังปราสาทเขาโล้น
ทับหลังปราสาทหนองหงส์
ภาพเก่าปราสาทหนองหงส์
ภาพเก่าปราสาทเขาโล้น
รมว.วธ-ตรวจทับหลัง
พิธีรับทับหลังกลับคืน
พิธีบวงสรวงรับทับหลัง
พช.พระนคร จัดแสดงให้ชม
ปราสาทหนองหงส์ที่เหลืออยู่
ปราสาทหนองหงส์
ปราสาทหนองหงส์
ปราสาทเขาโล้น
ปราสาทเขาโล้นที่เหลืออยู่


การย้อมผ้าและผึ่งผ้าลายอย่าง
เสื้อผ้าลายอย่างอยุธยา
ช่างแกะแม่พิมพ์ผ้าลาย
ลวดลายผ้าพิมพ์ลาย
ฝึกเขียนลายอย่าง
เรือสินค้าจากอินเดีย
พ่อค้าต่างชาติในอยุธยา
ผ้าลายอย่างอยุธยา
ผ้าลายอย่างอยุธยา
หนังสือผ้าอยุธยา
ดร.สิทธิชัย สมานชาติ
ดร.ดุลย์พิชัย โกมลวานิช
ดร.ดุลย์พิชัย โกมลวานิช
ประชุมคณะกรรมการส่งเสริม มรภ.พระนครศรีอยุธยา
คณะเผยแพร่ฯกรมศิลปากร
ข้อมูลจากการคิดค้น
แหล่งโบราณคดีการถลุงเหล็ก
เหล็กก้อนและตะกรันที่พบ
สร้างแบบเตาทดลอง
รูปแบบเตาโบราณ
ภาชนะดินเผาที่พบ
ทดลองตีเหล็ก
ตัวอย่างเหล็กที่ขุดพบ
ดาบที่ทดลองตีแบบโบราณ



ตำรารักษาโรคระบาด
โรคห่าระบาดผู้คนตายมากมาย
โอสถศาลารักษาโรคห่า
อหิวาตกโรคระบาดในสยาม
หมอยาต้มยารักษาโรค
ศิริราชพยาบาล
ล่วมยาเคลื่อนที่
โรคระบาดในอยุธยา
ระบาดจนคนตายมากมาย
ไวรัสโควิด-๑๙

อาจารย์ภูเดช แสนสา
ชุดนักรบเมืองลอง
อาวุธแบบต่างๆ ของล้านนา
อาวุธในหอศาสตราฯ
อาวุธต่างๆ ในหอศาสตราฯ
แหล่งโบราณคดีเตาถลุงเหล็ก
เตาถลุงเหล็กโบราณ
แหล่งบ่อเหล็กเมืองลอง
เหล็กเมืองลอง
พิธีกรรมบ่อเหล็กลอง
พระขรรค์แห่งล้านนา
ผ้ายันต์และเครื่องราง
นักรบเมืองลอง
นักรบในถิ่นล้านนา
ดาบเหล็กปิวที่งอได้
ดาบรบล้านนา

อ.ก่องแก้ว วีระประจักษ์
จิตรกรรมตำราช้าง
ศาลเจ้าพ่อหอเชือก กรมศิลปากร
ตำราช้างเอกสารโบราณ
ตำราช้างจากสมุดข่อย
ตำราช้างคัดลอก
ตำราช้าง
ช้างหลวงใช้ในราชการ
ช้างสำคัญสมัยพระนารายณ์
ช้างศึก
ช้างมหาราชาอินเดีย
ช้างเป็นสัญลักษณ์สยาม
ช้างในขบวนแห่
ช้างต้นเทียบเกย
ช้างจากทับหลังปราสาท