#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/568270

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘วันเฉลิมพระนคร’ ภูมิมงคลแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
วันอาทิตย์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2564, 08.15 น.
กรุงรัตนโกสินทร์
ทุกปีนั้นทุกคนรู้ว่าวันสถาปนาเสาหลักเมืองของกรุงรัตนโกสินทร์ คือวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๓๒๕ ซึ่งมีหลักฐานระบุว่า หลักเมืองนั้นมีพิธีตั้งเสาเมื่อ วันอาทิตย์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๖ จุลศักราช ๑๑๔๔ เวลาย่ำรุ่งแล้ว ๕๔ นาฑี ปีขาล จัตวาศก นับเวลาก็ ๒๓๙ ปีแล้ว แต่พอนับวันเฉลิมพระนครหรือกรุงรัตนโกสินทร์ด้วย จึงเกิดสนใจตามรอยต่อว่าวันเฉลิมพระนครนั้นไม่น่าจะเป็นวันเดียวกับวันตั้งเสาหลักเมือง เพราะพระนครนั้นยังไม่ได้ลงหลักปักฐานอะไรนอกจากตั้งหลักเมืองเพียงแห่งเดียว จากความในพงศาวดารระบุว่า พระยาธรรมาธิกรณ์ กับพระยาวิจิตรนาวี เป็นแม่กองนำช่างและไพร่ไปกะพื้นที่จะสร้างพระนครใหม่ ณ บริเวณฝั่งบางกอกตะวันออกไว้ก่อน เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๓๒๕ หลังจากมีการขอใช้ที่ดินแปลงผักของพระยาราชาเศรษฐีและขอให้ย้ายไปอยู่ยังที่ใหม่ทางบางกอกตอนใต้ลงไปคือบริเวณสำเพ็ง ดังนั้น ที่ดินจึงยังไม่สร้างอะไร นอกจากจะสร้างพลับพลาหรือโรงเรือนชั่วคราว

กรุงรัตนโกสินทร์
ต่อมา วันจันทร์ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๘ จุลศักราช ๑๑๔๔ ปีขาล จัตวาศก-วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๓๒๕ จึงตั้งการพิธีปราบดาภิเษกโดยสังเขป นิมนต์ พระราชาคณะสวดพระปริตรพุทธมนต์ครบ ๓ วันแล้วในวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๓๒๕ วันรุ่งขึ้น วันพฤหัสบดี ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๘ จุลศักราช ๑๑๔๔ ปีขาล จัตวาศก-วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๓๒๕ ทำการพระราชพิธีปราบดาภิเษก สถาปนาราชวงศ์จักรี ตั้้งพระราชวงศานุวงศ์ให้มีอิสริยศักดิ์ในราชตระกูล เป็นเจ้าฟ้า๑๙ องค์ ดังนั้้นวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕ จึงเป็นพิธีตั้้งเสาหลักเมืองเท่านั้้น ยังไม่ได้ก่อสร้างพระนคร ต่อมาพ.ศ.๒๓๒๖ พระเจ้าอยู่หัวแผ่นดินต้น คือรัชกาลที่ ๑ จึงโปรดฯให้เริ่มลงมือสร้างพระนครครั้งนั้นทรงโปรดฯ ให้ตั้้งกองสักเลกไพร่หลวงสมกำลังและเลกหัวเมืองทั้้งปวง เกณฑ์ทำอิฐขึ้นใหม่บ้างให้รื้ออิฐกำแพงเมืองกรุงเก่าลงมาบ้าง ลงมือสร้างพระนคร…ฯลฯ สร้างกำแพง ป้อม ประตูรอบพระราชวังสร้างพระปราสาทราชมณเฑียร พระอารามในพระราชวัง สร้างกำแพงและพระราชมณเฑียรของพระราชวังบวรสถานมงคล ใช้เวลากว่า ๓ ปี แล้วจึงมีพิธียกยอดปราสาทพระที่นั่งอัมรินทรภิเษกมหาปราสาทที่สร้างสำเร็จแล้วในวันศุกร์ เดือน ๔ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีมะโรง ฉศก จุลศักราช ๑๑๕๖-วันที่ ๑๗กุมภาพันธ์ ๒๓๒๘ เมื่อพระอารามคือวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระราชวังสร้างเสร็จ จึงมีพิธีอัญเชิญพระแก้วมรกตประดิษฐานในพระอุโบสถ เมื่อวันเสาร์ เดือน ๔ แรม ๑๐ ค่ำ ปีะมะโรง ฉศก-วันที่ ๕ มีนาคม๒๓๒๘ ต่อมาจึงมีการเฉลิมฉลองพระนครและฉลองวัดพระแก้วมรกตครั้้งแรกในเดือน ๖ เดือนมิถุนายน จุลศักราช ๑๑๔๗ ปีมะเส็ง สัปตสก ขณะเดียวกันนั้นได้มีการสร้างเบญจราชกกุธภัณฑ์และเครื่องประกอบพระอิสริยยศสำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพร้อมไปกับการสร้างพระนครนั้้นได้จัดสร้างครบถ้วนตามราชประเพณีแล้ว

กรุงรัตนโกสินทร์เมื่อแรกตั้้ง
ดังนั้้นใน พ.ศ.๒๓๒๘ จุลศักราช ๑๑๔๗ ปีมะเส็งสัปตศก จึงได้มี พระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้เต็มตามแบบแผนราชประเพณี ให้เป็นพระเกียรติยศและเป็นศรีสวัสดิมงคลแก่บ้านเมือง เป็นที่เจริญสุขแก่ไพร่ฟ้าประชาราษฎรทั่วไป…ประมาณว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้กำหนดในเดือนมิถุนายน เช่นเดียวกัน แต่ไม่พบหลักฐานระบุวันพระราชพิธีพบแต่การจัดพระราชพิธีฯเต็มรูปแบบตามอย่างตำราที่สืบทอดมาแต่ครั้้งอยุธยา ด้วยเหตุนี้งานเฉลิมพระนครและฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ครั้้งที่ ๒ เมื่อพ.ศ.๒๓๕๒ จึงเป็นงานใหญ่ที่จัดขึ้นเมื่อ วันศุกร์ เดือน ๖ แรม ๗-ไปจนถึงขึ้น ๒ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๗๑ ให้เป็นการเฉลิมพระนคร-ฉลองพระอาราม ที่พระเชตุพน พระแก้วมรกต พระเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุ ที่สร้างเสร็จแล้ว จึงเป็นงานเฉลิมฉลองสำคัญ มีการตั้้งสวดพระพุทธมนต์ นิมนต์พระสงฆ์วันละ ๒,๐๐๐ รูป มีการแบ่งพระสงฆ์รับพระราชทานฉันและตั้้งโรงฉ้อทาน มีรายละเอียด รายชื่อระบุผู้ปฏิบัติการฉลองจนจบงาน ดังนั้นปี พ.ศ.๒๓๕๒ จึงเป็นการเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครั้งแรก หลังจากที่ตั้งเสาหลักเมือง สร้างพระราชวัง หมู่ปราสาทราชมณเฑียรและพระอาราม ประดิษฐานพระแก้วมรกต สร้างเครื่องเบญจกกุธราชภัณฑ์ และมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามราชประเพณีโบราณ ครบถ้วนทุกประการแล้ว ส่วนจะครบรอบปีอะไรหรือเป็นวันกรุงเทพมหานครวันไหนนั้น ต้องคิดกันใหม่ให้ถูกต้องถูกความ
พระเจ้าแผ่นดินต้น (รัชกาลที่ ๑)
ปราบดาภิเษก รัชกาลที่ ๑
พระบรมมหาราชวัง
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ประตูพระบรมมหาราชวัง
ฉลองพระอาราม
เฉลิมฉลองพระนคร
ตั้งเสาหลักเมือง
เบญจราชกกุธราชภัณฑ์
พระแก้วมรกต
อัญเชิญพระแก้วมรกต
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ราชวงศ์จักรี
ภาพวาดกรุงรัตนโกสินทร์
เมืองบางกอก


ละครชาตรี
ลิเก
นักร้องนักดนตรีไนท์คลับ
บาร์เหล้าในอดีต
โรงละครปริ้นเธียเตอร์
วิกลิเกพระยาเพชรปาณี
โลลิต้า ไนท์คลับแห่งแรก
ลีลาศแบบเดิมที่บางปู
ลิเกเรื่องวงษ์สวรรค์
ละครใน
ละครไทย
ศาลาเฉลิมกรุง

ของพระราชทาน
ห้องสมัยอยุธยา
ศิลปะรัตนโกสินทร์
พระศิลาขาว ศิลปะทวารวดี
พระพุทธรูปปางลีลาสุโขทัย
ฉากเขียนลายกำมะลอ
จารึกสมัยสุโขทัย
จารึกและเทวรูปสำคัญ
จารึกลานทอง
เครื่องเบญจรงค์อยุธยา


ผ้าทอชื้นงาม
กลองสะบัดจากเยาวชน
สาธิตการทอผ้า
พิพิธภัณฑ์ผ้าโกมล
ผ้าแห่งศรัทธา
ผ้าทอโบราณห่อคัมภีร์
เตาเผาโบราณเมืองลอง
ดนตรีของล้านนา
ชุดชนเผ่าพื้นเมือง
จิตรกรรมวัดเวียงต้า
เครื่องประดับ
เหล็กลอง

ขันหมากเบ็ง สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
พระครูโพนสะเม็ก ปราชญ์ พระไตรปิฎก
พระพุทธรูปหินทราย
พิธีเปิดศูนย์บริการท่องเที่ยว
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
สักการะพระพุทธรูปโบราณ
แสดงส่วนภาพเขียนสี
ห้องแสดงของศูนย์บริการฯ
หอนางอุษา
แหล่งโบราณคดีบนภูพระบาท
อาคารนิทรรศการ
อุทยานภูพระบาท

การเสวนาทางวิชาการคัมภีร์มอญ
คัมภีร์มอญทำด้วยแผ่นเงิน แผ่นทอง แผ่นรักมุก
กากะเยียใช้ศึกษาคัมภีร์
การห่อคัมภีร์มอญและผูก
ผวจ.ปทุมธานี สนใจคัมภีร์มอญหายาก
คัมภีร์ที่ห่อเรียบร้อยแล้ว
หอไตรวัดศาลาแดงเหนือ
ผ้าห่อคัมภีร์เก่าที่รักษาไว้
เชิญคัมภีร์มอญขึ้นหอไตร
คัมภีร์มอญพิมพ์เป็นเล่มของเก่า
คัมภีร์มอญที่ชำระและเก็บเป็นระบบ





พระมหาสง่า ธีรสํวโร เจ้าอาวาส
เส้นทางเก่าขึ้นดอยสุเทพ
ทิวทัศน์จากบันได
อาคารสภาพก่อนบูรณะ
อาคารบูรณะใหม่ตามภาพเก่า
ศาลาพระเจ้ากือนาธรรมิกราช
วิหารวัดผาลาด
วิหาร
วัดสวนดอก


สุนิติ จุฑามาศ นักวิชาการ ศมส.
ตลาดค้าขายของอาหรับ
ภาพการค้าขายกับจีน
ภาพภายในเรือสินค้าอาหรับ
ภาพวาดมนุษย์ล่าหัวคน
ภาพวาดเรือสินค้าอาหรับ
มนุษย์ล่าหัวคนปัจจุบัน
เรือซัมบุคในอ่าวเอเดน
เรือเดินทะเลของอาหรับ
เรือที่มีคนจีนทำงาน
เรือนแพริมแม่น้ำ
วิธีวัดระยะของชาวเรืออาหรับ
ค้าทาสในมหาสมุทรอินเดีย

พระแก้วขาว
พระแก้วขาว
จารึกวัดเชียงมั่น
หลักจารึกหน้าโบสถ์เก่า
วัดเชียงมั่นในปัจจุบัน
พญามังราย
ภาพพญามังรายในวิหาร
พระศิลา
ในพระวิหารหลวง
เจดีย์วัดเชียงมั่น