#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/519476

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เพลงสุพรรณบุรี’ ภูมิเบญจภาคีดนตรีแผ่นดิน
วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563, 09.15 น.
แอ๊ด คาราบาว
ด้วยความโดดเด่นในวิถีชีวิตที่มีพ่อเพลงแม่เพลงของเมืองสุพรรณบุรีนั้น องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ร่วมกับพื้นที่ จึงร่วมกันยกระดับการพัฒนาเมืองโดยให้พ่อเพลงแม่เพลงหลายสาขาและดนตรีนั้นเป็นสายธารนำไปสู่การเป็นเมืองดนตรี ที่สร้างการรับรู้เรื่องศิลปะดนตรี เพลงพื้นบ้าน และดนตรีร่วมสมัย ให้เป็น “เบญจภาคีดนตรีสุพรรณ” ซึ่งมีเพลงพื้นบ้าน เพลงลูกทุ่งเพลงไทยเดิม เพลงเพื่อชีวิตและเพลงสตริงป๊อปร็อก เพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สมาชิกเครือข่ายเมืองสรรค์ด้านดนตรีของยูเนสโก (Unesco Creative Cities Neawork) ในปี พ.ศ.๒๕๖๔ อันจะเกิดประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวและชื่อเสียงของประเทศไทย ที่ทำให้เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ทั่วโลกนั้นได้พากันมาร่วมกิจกรรมประชุมเสวนา ศึกษาเรียนรู้ สร้างกระแสการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและเสริมสร้างคุณภาพนำรายได้เข้าประเทศในอนาคต

ครูมนตรี ตราโมท
ดังนั้น การสร้างกระแสการรับรู้ที่มีการสำรวจและรวบรวมข้อมูลด้านดนตรีเพื่อจัดแผนขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีนั้น อพท. จึงเชิญคณะ ชสท. ลงพื้นที่ตามหาภูมิความรู้ในพื้นที่ที่น่าสนใจโดยเฉพาะ เช่น วรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ที่วัดป่าเลไลย์-วัดแค วัฒนธรรมข้าวที่นาเฮียใช้ และแม่เพลงอีแซว บัวผัน จันทร์ศรี ศิลปินแห่งชาติ ผู้สานต่อเพลงพื้นบ้านโบราณ สำหรับด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีนั้น เมืองสุพรรณบุรีเป็นเมืองโบราณ พบหลักฐานทางโบราณคดีมีอายุไม่ต่ำกว่า ๓,๕๐๐-๓,๘๐๐ ปี โบราณวัตถุที่พบมีทั้งยุคหินใหม่ยุคสำริด ยุคเหล็ก เมืองนี้ได้สืบวัฒนธรรมมาตั้งแต่สมัยสุวรรณภูมิ ฟูนัน อมราวดี ทวารวดี และศรีวิชัย เมืองสุพรรณบุรีเดิมนั้นมีชื่อว่า ทวารวดีศรีสุพรรณภูมิ หรือ พันธุมบุรี ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำท่าจีน แถบบริเวณตำบลรั้วใหญ่ ไปจดตำบลพิหารแดง พ.ศ.๑๔๒๐ ตามหลักฐานทางโบราณคดีได้จารึกชื่อไว้ในพงศาวดารเหนือว่าเมืองพันธุมบุรีในยุคทวารวดี ต่อมาพระเจ้ากาแตได้ย้ายเมืองมาตั้งอยู่ที่ฝั่งขวาของแม่น้ำ แล้วโปรดให้มอญน้อยไปสร้างวัดสนามชัย และบูรณะวัดป่าเลไลย์ ชักชวนให้ข้าราชการจำนวน ๒,๐๐๐ คนบวชเป็นพระภิกษุ จึงขนานนามเมืองใหม่ว่า สองพันบุรี ส่วนนาม “สุพรรณภูมิ” นั้นปรากฏในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ระบุว่าเป็นนครรัฐที่มีความสำคัญมาก่อนกรุงศรีอยุธยา เมื่อมีการสถาปนากรุงศรีอยุธยา เมืองสุพรรณบุรี จึงจัดอยู่ในฐานะเมืองลูกหลวง ซึ่งเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญ ในสมัยพระเจ้าอู่ทองนั้น ได้มีการสร้างเมืองมาทางฝั่งใต้หรือทางตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ชื่อเมืองเรียกว่า อู่ทอง สืบสมัยมาถึงขุนหลวงพะงั่วเมืองนี้จึงเรียกว่าชื่อว่า สุพรรณบุรี แต่นั้นมามีทั้งสุพรรณบุรีและเมืองอู่ทอง จึงเป็นศูนย์กลางการที่ติดต่อไปยังเมืองต่างรอบด้าน ได้แก่อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม และกาญจนบุรี ซึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น เมืองสุพรรณบุรีเป็นเมืองหน้าด่านและเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญ ต้องผ่านศึกสงครามหลายต่อหลายครั้ง สภาพเมืองเดิมจึงถูกทำลายเหลือเพียงซากปรักหักพัง จนกระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เมืองสุพรรณบุรี ได้ฟื้นตัวขึ้นใหม่ และตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำท่าจีน(ลำน้ำสุพรรณ) มาจนทุกวันนี้ จากเหตุที่สุพรรณบุรีเป็นเมืองต้นกำเนิดตำนาน “ขุนช้างขุนแผน” ซึ่งเป็นวรรณคดีไทยยอดนิยมมาทุกสมัย จึงทำให้ปรากฏสถานที่ตามท้องเรื่องให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในปัจจุบัน เช่น บ้านรั้วใหญ่ วัดเขาใหญ่ท่าสิบเบี้ย ไร่ฝ้าย วัดป่าเลไลย์ วัดแค อำเภออู่ทองและอำเภอศรีประจันต์ เป็นต้น จากการที่เมืองสุพรรณบุรีแห่งนี้เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์บนพื้นที่ราบภาคกลางมาแต่อดีต มีการทำนาปลูกข้าว ทำไร่ไถนานั้น ทำให้คนสุพรรณเป็นแหล่งเพลงพื้นบ้านมาตั้งแต่ปู่ย่าตาทวดสืบต่อรุ่นกันมาจนปัจจุบัน นับเป็นภูมิสถานของพ่อเพลงแม่เพลงอย่าง ไวพจน์ เพชรสุพรรณ, ขวัญจิตศรีประจันต์ นักร้องลูกทุ่งอย่าง ก้าน แก้วสุพรรณ,สุรพล สมบัติเจริญ, พุ่มพวง ดวงจันทร์นักร้องเพลงเพื่อชีวิตอย่าง แอ๊ด คาราบาว เพลงไทยเดิมอย่าง ครูมนตรี ตราโมท, ครูแจ้งคล้ายศรีทอง และคนอื่นๆ ซึ่งล้วนคนสำคัญของแผ่นดินสุวรรณภูมิทั้งสิ้น
ไวพจน์ เพชรสุพรรณ
บัวผัน จันทร์ศรี
พุ่มพวง ดวงจันทร์
ขุนช้างขุนแผน
บ้านเรือนสุพรรณบุรี
วัดป่าเลไลย์
เพลงรำวงสุพรรณบุรี

ขุนวิจิตรมาตรา
จอมพล ป.พิบูลสงคราม
ฉันท์ ขำวิไล
พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร)
หลวงสารานุประพันธ์
คำร้องเพลงชาติ
ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
เพลงชาติที่แก้ไข
โน้ตเพลงชาติสมัยแรก ขุนวิจิตรมาตรา
โน้ตเพลงสรรเสริญพระบารมี รัชกาลที่ ๕

พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
ชิ้นส่วนปูนปั้้นพญานาค
สถูปประดิษฐานพระแก้วมรกต
วัดพระแก้วเก่า
ภาพเก่าวัดพระแก้ว
ภาพเก่าซากสถูปวัดพระแก้วเก่า
แผ่นป้ายประวัติ
ป้ายวัดพระแก้ว
โบราณสถานวัดพระแก้วเดิม


ผู้บริหารธนารักษ์และผู้นำท้องถิ่น
ชุดแต่งกายพื้นบ้าน
อิฐของเมืองเชียงแสน
วัดพระเจดีย์หลวงกลางเมือง
ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
แม่น้ำโขงหน้าเมืองเชียงแสน
ภาพเมืองเชียงแสนโบราณ
พญาแสนภู-สร้างเชียงแสน
พญาไชยสงคราม-ครองเชียงราย
ป้อมเมืองเชียงแสน
เชิงเทินกำแพงเมืองเก่า

ทอดพระเนตรนิทรรศการฯ
เสด็จเปิดนิทรรศการพิเศษ
ทอดพระเนตรนิทรรศการฯ
สองสมเด็จฯ
ทรงจัดพิพิธภัณฑ์ครั้้งแรก
หอสมุดแห่งชาติสมัยแรก
วันเปิดพิพิธภัณฑ์สสถานแห่งชาติ
ทรงออกแบบงานช่าง
ทรงตรวจโบราณสถาน
ทรงบันทึกท่ารำ
พระรูปหล่อสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ
พระรูปหล่อสมเด็จเจ้าฟ้านริศฯ
หนังสือนิทรรศการพิเศษ
สาส์นสมเด็จ ๒๔๘๐-๘๖
ลายพระหัตถ์สาส์นสมเด็จ
นิทรรศการพิเศษฯ













คณะดูงานโครงการ
คลองขุนศรี
คลองพระยาบรรลือ
คลองพระพิมลราชา
พื้นที่ทำนาจากอดีต
พื้นที่ทำนา
ผู้บริหารท้องถิ่น
แนวกำแพงกั้นริมคลอง
ทุ่งนาที่เก็บเกี่ยวแล้ว
ถนนริมคลอง
คลองขุดในอดีต
ผังคลองขุดทำนา

บายศรีน้อยรับแขกเยือน
ติณณภพ สุพันธะ ผู้ดูแล
สืบสานวัฒนธรรมล้านนา-ล้านช้าง
สาวงามวังน้ำมอก
ศูนย์วัฒนธรรมบ้านวังน้ำมอก
ลำน้ำมอกของหมู่บ้าน
พิธีสู่ขวัญ
บายศรีน้อย
บรรยากาศเรือนพัก
น้ำตกวังน้ำมอก

พ.อ.ที่รัก สร้อยนาค รองผอ.สปช.กร.
เรือนไม้ไผ่ชายแดน
พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา
พื้นที่การเกษตร

หมู่บ้านราษฎรชายแดน
เลี้ยงโคสร้างอาชีพ
สร้างถนนถึงหมู่บ้าน
สระน้ำของหมู่บ้าน
เรือของนปข.รักษาลำนํ้าโขง


พระไภษัชยคุรุพระพุทธเจ้า
พระไภษัชยคุรุ พระกายสีน้ำเงิน ศิลปะทิเบต
พระไภษัชยคุรุ
พระไภษัชยคุรุ-ศิลปะลพบุรี
พระไภษัชยคุรุ-ศิลปะพม่า เชียงรุ้ง
พระไภษัชยคุรุ-ศิลปะญี่ปุ่น
พระไภษัชยคุรุ-ศิลปะเขมรบายน
พระไภษัชยคุรุ-ศิลปะเขมร-บายน
พระไภษัชยคุรุ-ศิลปะเขมรบายน
พระไภษัชยคุรุ วัดโฮรีวจิ-ญี่ปุ่น
พิธีสักการะพระไภษัชยคุรุ