ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘๒๑ปีกระทรวงวัฒนธรรม’ ภูมิพลังอนาคตวัฒนธรรม..ทำทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761491

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๒๑ปีกระทรวงวัฒนธรรม’  ภูมิพลังอนาคตวัฒนธรรม..ทำทันที

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๒๑ปีกระทรวงวัฒนธรรม’ ภูมิพลังอนาคตวัฒนธรรม..ทำทันที

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รมว.วธและผู้บริหารกระทรวงวธ.

วันสถาปนากระทรวงวัฒนธรรม วันที่ ๓ ตุลาคมที่ผ่านมานั้น ทั่วไปคงรับรู้ว่าครบ ๒๑ ปีแล้วตามพ.ร.บ.ใหม่ พ.ศ.๒๕๔๕ ล่าสุด แต่เรื่องราวของกระทรวงวัฒนธรรมนี้ ได้ตั้งมาแล้วเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๕ ที่กำหนดอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับการวัฒนธรรมแห่งชาติ ให้มีสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงกรมการวัฒนธรรม กรมการศาสนา กรมศิลปากร และแบ่งส่วนราชการบริหารส่วนภูมิภาควัฒนธรรมจังหวัด และวัฒนธรรมอำเภอ โดย จอมพล ป.พิบูลสงครามนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมด้วย ต่อมา พ.ศ.๒๕๐๑ กระทรวงนี้ถูกยุบเลิกตามพ.ร.บ. ทำให้ลดขนาดลงมาเป็น “กองวัฒนธรรม” และยังมีกรมการศาสนา กรมศิลปากรอยู่ ซึ่งต่างโอนย้ายไปสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หลังสุดกระทรวงวัฒนธรรมได้กลับมาเป็นกระทรวงขึ้นใหม่อีกตามพ.ร.บ.เมื่อวันที่๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๕ ให้กระทรวงวัฒนธรรมมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรมโดยมีส่วนราชการตามมาตรา ๓๗ ไว้ดังนี้ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมการศาสนา กรมศิลปากร สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (พ.ศ.๒๕๕๒ ได้ปรับเป็นกรมส่งเสริมวัฒนธรรม) สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และองค์การมหาชนขึ้นตรงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม คือ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์และศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ๔ ด้วยภารกิจด้านวัฒนธรรมที่สืบเนื่องมาแต่ พ.ศ.๒๔๙๕ จนมาเป็นกระทรวงวัฒนธรรมแห่งใหม่ ๒๑ ปี นี้ นายเสริมศักดิ์พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) ได้มอบนโยบาย “วัฒนธรรมนำเศรษฐกิจ” พร้อมสืบสาน รักษา ต่อยอด โดยขับเคลื่อนงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมสู่ก้าวที่มั่นคงด้วยพลังสร้างสรรค์ ในโครงการถอดบทเรียนการขับเคลื่อนงานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม เพื่อรองรับ THACCA (ThailandCreative Content Agency) และการขับเคลื่อนSoft Power สร้างเสน่ห์วิถีไทย ครองใจคนทั้งโลกโดยจะขับเคลื่อน ๑๐ นโยบาย ดังนี้ ๑.สำรวจ รวบรวมข้อมูลทุนทางวัฒนธรรม ที่มีศักยภาพ เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดใน ๑๐ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และผลักดันนโยบาย ๑ ครอบครัว๑ ซอฟต์ พาวเวอร์ ๒.สำรวจและพัฒนาแรงงานด้านวัฒนธรรม ให้มีทักษะสูง รองรับความต้องการของตลาด ๓.บริหารจัดการพื้นที่และเครือข่ายทางวัฒนธรรม ตั้งแต่ระดับชุมชน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด เพื่อพัฒนาศักยภาพเป็นพื้นที่สร้างสรรค์และพลังทางวัฒนธรรม ๔.ยกระดับงานวัฒนธรรมเดิมให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ๕.ส่งเสริมเทศกาลประเพณีของชาติและเทศกาลอื่นๆด้านวัฒนธรรม ให้เป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ๖.ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้มีความทันสมัยและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ๗.สร้างโอกาสให้เข้าถึงแหล่งทุน และเพิ่มช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ จากการจำหน่ายสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม ๘.นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ ในการต่อยอดงานวัฒนธรรม ๙.อนุรักษ์ สืบสาน และส่งเสริม งานวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่สำคัญของชาติให้คงคุณค่าและเนื้อหาสาระของวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ๑๐.เปิดพื้นที่สำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้ได้รับโอกาสในการเรียนรู้และแสดงออก นำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมอธิบายถึงแนวทางการดำเนินงาน ของสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม “๑๐ เปิดวัฒนธรรม สร้างพลังแห่งอนาคต” พร้อมกับผู้บริหารส่วนราชการในสังกัดและองค์การมหาชนที่ต่างให้แนวทางตามนโยบายเพื่อดำเนินงานในส่วนที่รับผิดชอบ ท่ามกลางผู้บริหาร ข้าราชการ วัฒนธรรมจังหวัดและเครือข่ายต่างๆ ที่พร้อมกันขานรับกันกึกก้องว่ากระทรวงวัฒนธรรม วันนี้เป็น “วัฒนธรรมทำทันที”

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม

นายประสพ เรียงเงิน ผอ.ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

นายประสพ เรียงเงิน ผอ.ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.ศูนย์คุณธรรม

นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.ศูนย์คุณธรรม

น.ส.ชลิดา เอื้อบำรุงจิต ผอ.หอภาพยนตร์

น.ส.ชลิดา เอื้อบำรุงจิต ผอ.หอภาพยนตร์

นางนิภา โสภาสัมฤทธิ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตย์พัฒนศิลป์

นางนิภา โสภาสัมฤทธิ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตย์พัฒนศิลป์

นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัด ก.วัฒนธรรม

นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัด ก.วัฒนธรรม

นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา

นายธนกร ศรีสุขใส ผจก.กองทุนพัฒนาสื่อฯ

นายธนกร ศรีสุขใส ผจก.กองทุนพัฒนาสื่อฯ

นายพนมบุตร จันทรโชติ 
 อธิบดีกรมศิลปากร

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร

ผู้แทน-ผอ.ศมส.

ผู้แทน-ผอ.ศมส.

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘เหล่าตั๊กลัก-อัมพวา’ ตลาดน้ำเก่ายลวิถีชุมชนริมน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759957

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เหล่าตั๊กลัก-อัมพวา’ ตลาดน้ำเก่ายลวิถีชุมชนริมน้ำ

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เหล่าตั๊กลัก-อัมพวา’ ตลาดน้ำเก่ายลวิถีชุมชนริมน้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จาก โครงการ ๑๐ ตลาดบก ๖ ตลาดน้ำของ กระทรวงวัฒนธรรม โดย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรปลัดกระทรวงฯ และผู้บริหารนั้น ได้กลายเป็นแรงกระตุ้นให้ตลาดเก่าที่มีแต่เดิมนั้น กลับมาทำให้เห็นเป็นตัวอย่างของวิถีวัฒนธรรมเพื่อเป็นจุดขายการท่องเที่ยวเสริมกระแสเที่ยวชุมชนยลวิถี และทำให้ตลาดบกตลาดน้ำที่เคยเกิดขึ้นในอดีตกาลนั้นมีความสำคัญเด่นชัดต่อชุมชนมากขึ้น นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้ความสนใจและเชื่อว่าตลาดเหล่านั้นจะสร้างมูลค่าเป็นรายได้กลับคืนมาและมีนักท่องเที่ยวสนใจเที่ยวกันมากขึ้น ดังนั้นในวันที่ ๒๔ กันยายนที่ผ่านมานั้น จึงได้มีพิธีเปิดตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก จังหวัดราชบุรี และตลาดน้ำอัมพวา สมุทรสงคราม ทั้งสองแห่ง ตลาดเหล่าตั๊กลัก นั้นเป็นชุมชนชาวจีนมาตั้งแต่ครั้งการขุดคลองดำเนินสะดวก ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ตั้งแต่พ.ศ.๒๔๐๙-๒๔๑๑ โดยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยงค์ (ช่วง บุนนาค) เป็นแม่กองขุดคลอง เมื่อขุดเสร็จแล้ว จึงมีพิธีเปิดคลองนี้เมื่อวันจันทร์เดือน ๗ ขึ้น ๔ ค่ำ (ตรงกับวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๑๑) ส่วนชาวจีนที่เป็นแรงงานหลักในการขุดคลองนั้นจะได้รับอนุญาตให้มีบ้านเรือนอยู่ริมสองฝั่งคลองเป็นการตอบแทน ตลาดน้ำแห่งนี้เป็นตลาดน้ำริมวิถีชาวจีนคลองดำเนินสะดวกดั้งเดิม ก่อนมีการขยายตัวสร้างตลาดน้ำต่อเชื่อมคลองดำเนินสะดวก โดยย้ายจากบริเวณปากคลองลัดพลีไปยังตลาดน้ำที่สร้างแห่งใหม่ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างหนาแน่นในทุกๆ วันจนตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก ตลาดเก่าดั้งเดิมแห่งนี้ซบเซาลง แต่ด้วยความเป็นบ้านเรือนริมคลองดำเนินสะดวกมาแต่เดิมแบบวิถีชาวจีน จึงยังมีเสน่ห์ให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มพากันย้อนอดีตวิถีชาวจีนริมน้ำแบบเดิม

พิธีเปิดด้วยประเพณีแบบจีน

ด้วยเหตุที่คลองดำเนินสะดวกนี้ถูกขุดให้เป็นคลองที่ต่อเชื่อมระหว่างแม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำแม่กลอง ยาวประมาณ ๓๒ กิโลเมตรจึงทำให้มีเส้นทางสามารถเข้าถึงคลองอัมพวาสมุทรสงครามได้อีกแห่ง ซึ่งมีชุมชน ตลาดน้ำอัมพวา อยู่บริเวณปากคลองอีกแห่งหนึ่ง แม้จะเป็นชุมชนเล็กๆ ตั้งอยู่ริมน้ำ ด้วยเหตุที่เป็นชุมชนที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ในสมัยพระบรมไตรโลกนาถและเกี่ยวข้องกับประวัติมาตลอด จึงเป็นชุมชนสำคัญเดิมนั้นเรียกว่า “บางช้าง” มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสวนไม้ผลและพืชผักจนเรียกขานติดปากว่า “บางช้างสวนนอกบางกอกสวนใน”เป็นสวนผลไม้คู่กันของบางช้างและบางกอกมาแต่สมัยอยุธยา ดังนั้น ชุมชนริมคลองอัมพวาจึงเป็นศูนย์กลางขนาดใหญ่ของความเป็นสวนนอก ที่ต่างนำสินค้าลงเรือมาแลกเปลี่ยนกันภายหลังจึงได้มีการขุดคลองเชื่อมสองแม่น้ำดังกล่าวให้ถึงกันคือคลองดำเนินสะดวกที่ขุดในสมัยรัชกาลที่ ๔ ชุมชนตลาดน้ำอัมพวาแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางค่อนมาทางใต้ของสมุทรสงคราม มีแม่น้ำแม่กลองไหลผ่านทิศตะวันตกในแนวเหนือใต้ โดยคลองอัมพวานั้นได้แยกจากแม่น้ำแม่กลองไหลผ่านกลางชุมชนแล้ว ยังมีคลองแยกมาจากแม่น้ำแม่กลองและเชื่อมกับคลองอัมพวาอีกหลายสายทำให้มีความสะดวกสบายในการคมนาคมทางน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัญจรทางเรือ จนเรียกว่า เวนิสตะวันออกช่วงสุดท้ายต่อจากบางกอกที่ชาวต่างชาติเรียกว่า เวนิสตะวันออก มาก่อน (คือบริเวณบางกอกเขตธนบุรี) ส่วนบริเวณที่อยู่ใต้กรุงศรีอยุธยานั้นคือบริเวณโดยรอบปากอ่าวไทย ซึ่งมีเมืองนนทบุรี,เมืองนครชัยศรี, เมืองราชบุรี, เมืองสมุทรสงคราม, เมืองสมุทรสาคร และเมืองสมุทรปราการ นั้น เรียกว่า “ปักษ์ใต้”ด้วยความที่อัมพวาเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มี ค่ายบางกุ้ง ป้อมเมืองแม่กลองวัดอัมพวันเจติยาราม ที่สร้างขึ้นสืบจากหลวงยกกระบัตร เมืองราชบุรี (ทองด้วง)ที่ได้แต่งงานกับ นาค ธิดาคหบดีมอญตระกูลบางช้าง แห่งอัมพวา เมื่อ พ.ศ.๒๓๑๐มีบุตรชายชื่อ ฉิม เมื่อบิดาคือหลวงยกระบัตร (ทองด้วง) ซึ่งภายหลังเป็น สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริยศึก ได้ปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์จึงทำให้บุคคลในสายตระกูลบางช้าง แห่งอัมพวา พระญาติของ สมเด็จพระอัมรินทราราชชนนี (นาค) นั้นได้เป็นราชนิกุล เรียกกันว่า “ราชนิกุลบางช้าง” ตลาดอัมพวาแห่งนี้จึงเป็น ถิ่นตำรับอาหารในวังกรุงรัตนโกสินทร์…ที่ชวนให้ใครต่อใครไปย้อนอดีตหากินได้ที่นี่

แกงรัญจวนอัมพวา

แกงรัญจวนอัมพวา

เรือนแถวเก่าของชาวจีน สมัยรัชกาลที่ ๔

เรือนแถวเก่าของชาวจีน สมัยรัชกาลที่ ๔

ภาพเก่าตลาดคลองดำเนินสะดวก

ภาพเก่าตลาดคลองดำเนินสะดวก

พิธีเปิดตลาดน้ำอัมพวา

พิธีเปิดตลาดน้ำอัมพวา

ตลาดน้ำอัมพวายามค่ำ

ตลาดน้ำอัมพวายามค่ำ

ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก

ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก

ชาวต่างประเทศนิยมล่องเรือเที่ยว

ชาวต่างประเทศนิยมล่องเรือเที่ยว

ของจิ๋วจากอัมพวา

ของจิ๋วจากอัมพวา

ขนมไทยกับเสียงเพลงอัมพวา

ขนมไทยกับเสียงเพลงอัมพวา

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘เมืองโบราณศรีเทพ’ ภูมิหลังสู่มรดกโลกแห่งใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758541

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เมืองโบราณศรีเทพ’ ภูมิหลังสู่มรดกโลกแห่งใหม่

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เมืองโบราณศรีเทพ’ ภูมิหลังสู่มรดกโลกแห่งใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2566, 07.15 น.

มืองโบราณศรีเทพ

เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน เวลาประมาณ ๑๕.๓๐ น. ในไทยที่ผ่านมา คณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ ๔๕ ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบียได้ประกาศขึ้นทะเบียน “เมืองโบราณศรีเทพ” เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย ซึ่งนับเป็นแห่งที่ ๔ของแหล่งอุทยานประวัติศาสตร์ต่อจากเมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร, นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ซึ่งนับเป็นแหล่งมรดกโลกแหล่งที่ ๗ของประเทศไทย แม้จะทำให้ชาวไทยพากันยินดีและตื่นรู้ถึงความสำคัญของโบราณสถานแห่งนี้กันมากขึ้นและมีการสืบค้นหาความรู้กันอย่างกว้างขวาง ดังนั้น ภูมิหลังของการทำงานในการนำเสนอเมืองโบราณศรีเทพ เป็นมรดกโลกนั้นจึงหาได้ใส่ใจถึงการทำงานของผู้เกี่ยวข้องโดยตรงมากนัก แม้ว่ากรมศิลปากรจะมีการค้นพบขุดแต่งบูรณะโบราณสถานเมืองโบราณศรีเทพมาตั้งแต่พ.ศ.๒๕๒๗ สืบต่อจากการค้นพบของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๘ และหลวงวิจิตรวาทการ อธิบดีกรมศิลปากร ให้ขึ้นทะเบียนเมื่อพ.ศ.๒๔๗๘ แล้วก็ตาม การเป็นรูปร่างของเมืองให้ปรากฏพร้อมกับพบโบราณวัตถุและรู้ถึงสิ่งที่สูญหายไปนั้น จึงมีการทำงานอยู่เงียบๆ มาเนิ่นนานปี จนเมื่อได้มีการเริ่มต้นขึ้นจริงจังเมื่อคณะรัฐมนตรีได้มีมติในวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๒ เห็นชอบต่อเอกสารที่นำเสนอเมืองโบราณศรีเทพ เพื่อบรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น(Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก โดยให้ประธานกรรมการแห่งชาติ ว่าอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกคือ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีขณะนั้น ลงนามในหนังสือถึงศูนย์มรดกโลก และในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ ๔๓ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๒ ที่ประชุมได้ให้การรับรองแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของไทย เมืองโบราณศรีเทพ ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก ในการทำงานนั้น สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สนับสนุนการจ้างที่ปรึกษาจัดทำเอกสารการนำเสนอเมืองโบราณศรีเทพ เป็นมรดกโลก ต่อมาเมื่อ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการนำเสนอเเหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองโบราณศรีเทพ เป็นมรดกโลก   

ประติมากรรมสุริยะเทพ

ต่อมาในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๔ คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษา และลงมติเห็นชอบเอกสารนำเสนอเข้าสู่บัญชีรายชื่อมรดกโลก เมืองโบราณศรีเทพ และเห็นชอบให้ประธานกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ลงนามในเอกสารนำเสนอเมืองโบราณศรีเทพเข้าสู่บัญชีรายชื่อมรดกโลก ต่อศูนย์มรดกโลก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕ประธานกรรมการแห่งชาติฯได้ลงนามในหนังสือถึงศูนย์มรดกโลกจัดส่งเอกสารการนำเสนอเมืองโบราณศรีเทพ ฉบับสมบูรณ์ เข้าสู่บัญชีรายชื่อมรดกโลก ภายหลังจากการที่ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข ๒ ครั้ง

ต่อมาวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๕ Ms.Jigna Desai ผู้เชี่ยวชาญชาวอินเดียจากองค์กรที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรม (ICOMOS) ได้เดินทางมาตรวจประเมินพื้นที่เมืองโบราณศรีเทพ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการนำเสนอเป็นแหล่งมรดกโลก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อมาวันที่๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ICOMOS ได้จัดการประชุมหารือ ICOMOS World Heritage Panelเพื่อประเมินการเสนอขึ้นทะเบียนแหล่งเมืองโบราณศรีเทพเป็นมรดกโลก ผ่านการประชุมทางไกลโดยมีผู้แทนกรมศิลปากร และ สผ. เข้าร่วม และมีข้อเสนอแนะให้เปลี่ยนชื่อแหล่งจาก TheAncient Town of Si Thep เป็นชื่ออื่นที่สามารถสื่อถึงแหล่งที่มีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกันในการนำเสนอ

วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ สภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) มีหนังสือถึงเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ในฐานะผู้แทนถาวรไทยประจำยูเนสโก จัดส่งรายงานความก้าวหน้าการประเมินการนำเสนอเมืองโบราณศรีเทพเป็นมรดกโลก พร้อมขอรับข้อมูลในประเด็นต่างๆ และ สผ.ได้จัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการนำเสนอเมืองโบราณศรีเทพเป็นมรดกโลกตามที่ ICOMOS ร้องขอ ซึ่งการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ ๔๕ นั้นได้ขยายเวลาออกมา โดยมีการพิจารณาการนำเสนอเมืองโบราณศรีเทพ เป็นมรดกโลก ในวาระการประชุมที่ 45COM 8B.41 (ร่าง) ข้อมติเสนอให้ขึ้นทะเบียนเมืองโบราณศรีเทพ เป็นมรดกโลก(Inscribe) พร้อมขอให้ไทยดำเนินการในเรื่องต่างๆ รวม ๑๑ ข้อ จนกระทั่งได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกแห่งใหม่ด้วยการทำงานของคนที่อยู่เบื้องหลังทุกฝ่ายที่ชาวไทยทั้งประเทศต้องขอบคุณและนึกถึงบุคลากรผู้ทำงานให้ประสบความสำเร็จทุกคน

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีไทยแสดงความยินดี

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีไทยแสดงความยินดี

การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก

การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก

ประธานที่ประชุมคณะกรรมการ

ประธานที่ประชุมคณะกรรมการ

ผู้แทนไทยในที่ประชุม

ผู้แทนไทยในที่ประชุม

การแถลงข่าวหลังจากประกาศผล

การแถลงข่าวหลังจากประกาศผล

คณะผู้เกี่ยวข้องในไทยแสดงความยินดี

คณะผู้เกี่ยวข้องในไทยแสดงความยินดี

ความสำเร็จของคนทำงาน

ความสำเร็จของคนทำงาน

การขุดแต่งโบราณสถาน

การขุดแต่งโบราณสถาน

หนังสือข้อมูลเบื้องต้น

หนังสือข้อมูลเบื้องต้น

ภาพสลักในถ้ำเขาถมอรัตน์

ภาพสลักในถ้ำเขาถมอรัตน์

แผ่นดุนทองคำ

แผ่นดุนทองคำ

จารึกศรีเทพ

จารึกศรีเทพ

เขาคลังนอก

เขาคลังนอก

ผังเมืองโบราณศรีเทพ

ผังเมืองโบราณศรีเทพ

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ตลาดน้ำ’ภูมิวิถีชาวบ้านจากประสบการณ์ใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757020

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ตลาดน้ำ’ภูมิวิถีชาวบ้านจากประสบการณ์ใหม่

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ตลาดน้ำ’ภูมิวิถีชาวบ้านจากประสบการณ์ใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตลาดน้ำกลางป่ากวางโจว

จากหลักฐานในจารึกสมัยสุโขทัยนั้น มีความปรากฏว่า “เบื้องตีนนอนสุโขทัยนี้ มีตลาดปสาน มีพระอจนะ มีปราสาท มีป่าหมากพร้าว มีป่าหมากลาง มีไร่นา มีถิ่นฐาน มีบ้านใหญ่บ้านเล็ก”สะท้อนให้เห็นว่าตลาดและป่า เป็นตลาดของชาวบ้านมานานกว่า ๗๐๐ ปี ในสมัยอยุธยาก็ยังนิยมเรียกตลาดว่าป่า เช่น ป่าตะกั่ว ขายลูกแหและสิ่งที่ทำมาจากตะกั่ว ป่าผ้าไหม ขายผ้าไหม ป่าสังคโลก ขายถ้วยชามสังคโลก ป่าฟูก ขายที่นอนหมอนมุ้ง ป่ามะพร้าว ก็ขายมะพร้าว เป็นต้น สะท้อนให้เห็นว่าตลาดอยู่คู่กับคนไทยมานานหลายร้อยปีแล้ว แม้ในยุคต้นรัตนโกสินทร์ก็มีการขุดคูคลองรอบพระนครอยู่หลายแห่ง นอกจากใช้ป้องกันภัยจากผู้รุกรานแล้วก็เป็นเส้นทางน้ำปกติที่ใช้เป็นเส้นทางสัญจรไป-มาหาสู่และค้าขาย จนเป็น “ตลาดน้ำ” และมีตลาดบกริมแม่น้ำเป็นแหล่งซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าสำคัญๆหลายพื้นที่ เกิดเรือนร้านย่านตลาด อยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ใน บางประกอก ท่าเตียน คลองมหานาค คลองผดุงกรุงเกษม ในพระนครและชานพระนคร มีตลาดน้ำวัดไทร ตลาดน้ำคลองดำเนินสะดวก เป็นต้น ด้วยวิถีตลาดค้าขายตามย่านต่างๆ นั้น ทำให้มีการพัฒนาการตามมามากมาย จนกลายเป็นจุดสนใจให้เที่ยวตลาดกันในวิถีชาวบ้าน ที่ต่างมีการสร้างตลาดให้น่าสนใจขึ้นมากมายหลายรูปแบบ

พิธีเปิดตลาดน้ำกลางป่ากวางโจว

โดยเฉพาะการเลือกตลาดในโครงการ “๑๐ ตลาดบก ๖ ตลาดน้ำ”ของกระทรวงวัฒนธรรม ที่ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรปลัดกระทรวง ได้เปิดประสบการณ์ใหม่เรื่องตลาด เป็นการเติมเต็มในวิถีไทยจากการคิดใหม่ของชาวบ้าน ที่มองเห็นความยั่งยืนและน่าสนใจในอนาคตในการเปิดตัวตลาดน้ำครั้งแรกของโครงการที่ผ่านมานั้นนางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้เป็นประธานพิธีเปิด “ตลาดน้ำกรุงเก่าวัดท่าการ้อง” โดยมี พระพิพัฒนศาสนกิจวิธาน เจ้าอาวาสวัดท่าการ้อง อิหม่ามธารีมหาเรือนลาภ อิหม่ามประจำมัสยิดฟารุ๊กอุมาร๊อบนุลคอตต๊อบอัลกอดีรียะห์ นายประทีป การมิตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้บริหารวธ.วัฒนธรรมจังหวัด ๑๗ จังหวัด ในพื้นที่ภาคกลางและผู้นำชุมชนฯ ผู้ขับเคลื่อนตลาดน้ำกรุงเก่าวัดท่าการ้อง ได้ร่วมกันยินดีกับผลงานของตลาดน้ำกรุงเก่าวัดท่าการ้อง ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นตลาดน้ำ-ตลาดบก ที่มีอาหารและสินค้าพื้นถิ่นมากมาย ทำให้เป็นจุดน่าเที่ยวของนักท่องเที่ยวและชาวบ้านทุกวัน อีกตลาดหนึ่งที่ได้เดินทางไปเปิดคือ “ตลาดน้ำกลางป่ากวางโจว” อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี โดยมี นางวันเพ็ญมังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม นางวาสนา ไตรรัตน์ ผู้นำตลาดน้ำกลางป่ากวางโจว วัฒนธรรมจังหวัด ๑๐ จังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคกลาง ได้ร่วมยินดีกับตลาดน้ำกลางป่ากวางโจว ซึ่งเป็นตลาดธรรมชาติที่เกิดขึ้นกลางป่า ที่มีแอ่งน้ำและชายเขา ที่สร้างบรรยายกาศตลาดของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงโดยปรับพื้นที่ให้เป็นสวนดอกไม้และใช้ร่มเงาของทิวไผ่และไม้ไผ่มาทำภาชนะบรรจุอาหาร สร้างบรรยากาศของป่าเขาลำเนาไพรสะท้อนให้เห็นวิถีความเชื่อและการทำมาหากินของกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งแตกต่างจากตลาดน้ำในพื้นที่อื่นๆ

พิธีเปิดตลาดน้ำวัดท่าการ้อง

สำหรับ ๖ ตลาดน้ำ ที่คัดมาเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ในปีนี้มี ๖ แห่งที่น่าสนใจคือ ตลาดน้ำกรุงเก่าวัดท่าการ้อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตลาดน้ำกลางป่ากวางโจว จังหวัดเพชรบุรี ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก จังหวัดราชบุรี ตลาดน้ำคลองแหจังหวัดสงขลา ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ และตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งตลาดน้ำแต่ละแห่งนี้ถือเป็นตลาดยอดนิยมใหม่ที่กระทรวงวัฒนธรรมนำมายกระดับให้รู้จักในวงกว้าง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมในมิติชุมชนยลวิถีไทย ผ่านตลาดบกและตลาดน้ำ ที่ชมชิมอาหารแล้วประทับใจ

นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

ทางเข้าตลาดกลางป่า

ทางเข้าตลาดกลางป่า

ซุ้มไผ่กลางป่ากวางโจว

ซุ้มไผ่กลางป่ากวางโจว

ตลาดน้ำวัดท่าการ้องอยุธยา

ตลาดน้ำวัดท่าการ้องอยุธยา

ตลาดวัดท่าการ้อง

ตลาดวัดท่าการ้อง

ขนมตาลอยุธยา

ขนมตาลอยุธยา

หอยทอดกลางป่า

หอยทอดกลางป่า

อาหารของคนอยุธยา

อาหารของคนอยุธยา

สาวกะเหรี่ยงกับส้มตำ-ยำ

สาวกะเหรี่ยงกับส้มตำ-ยำ

เมนูอาหารกลางป่า

เมนูอาหารกลางป่า

ผัดไทยที่ลือชื่อ

ผัดไทยที่ลือชื่อ

ปลาตะเพียนต้มเค็มอยุธยา

ปลาตะเพียนต้มเค็มอยุธยา

ข้าวแหลกกะเหรี่ยงหากินยาก

ข้าวแหลกกะเหรี่ยงหากินยาก

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘เกร็ดโขน’ ภูมิสร้างสรรค์พลังศรัทธาสู่สายตาโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755557

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เกร็ดโขน’ ภูมิสร้างสรรค์พลังศรัทธาสู่สายตาโลก

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เกร็ดโขน’ ภูมิสร้างสรรค์พลังศรัทธาสู่สายตาโลก

วันอาทิตย์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สาธิตท่าทางโขน

ในเดือนตุลาคม ชาวต่างชาติจะได้เห็น“เกร็ดโขน” (Miscellany of Khon) เดินทางไปอวดสายตาให้รู้จักกันทั่วโลก ด้วยกระทรวงวัฒนธรรม กับ มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าได้ร่วมกันนำองค์ความรู้ โดยผ่านการเสวนาภาพยนตร์สารคดี Miscellany of Khon โดยท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ไปจัดเป็นครั้งแรกในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาใต้ ในวันที่ ๓๑ ตุลาคม-๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ โครงการนี้เป็นโครงการเผยแพร่องค์ความรู้ผ่านเกร็ดโขนงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยสู่ระดับนานาชาติพุทธศักราช ๒๕๖๖ (Miscellany of Khon Project)โดย ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เป็นที่ปรึกษาโครงการ และภัณฑารักษ์ นางยุถิกา อิศรางกูรณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตรจันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางวัลลิยาปังศรีวงศ์ กรรมการมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า นายตีแยรี เบย์ล ผู้ช่วยทูตฝ่ายวัฒนธรรม ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย นายจิตติ ชมพี ผู้อำนวยการโครงการ เรื่องนี้ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้ข้อมูลว่า รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นั้นมีนโยบายส่งเสริมความเป็นไทยผ่านพลังศรัทธา (Soft Power)ในระดับท้องถิ่น ประเทศ และนานาชาติ ซึ่งปีนี้เป็นเรื่องน่ายินดีที่ นายจิตติ ชมพี ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาองค์ความรู้จากศิลปะการแสดงโขนและร่างกายศึกษา (Khon : Embodiment :Human Body, Knowledge Management) หรือ “เกร็ดโขน” นั้น ได้รับเชิญให้เข้าร่วมจัดแสดงผลงาน ณ เมืองลารอแชล และ เมืองลิโมจสาธารณรัฐฝรั่งเศส จากความร่วมมือของภาครัฐทางด้านวัฒนธรรมการแสดงและศิลปะการออกแบบ ประกอบด้วย Maison desÉcritures & Centre Intermondes, Villede La Rochelle, Mille Plateaux CCN LaRochelle, Opéra de Limoges/CentreJean Moulin ณ เมืองซานเตียโกเดกาลิสาธารณรัฐโคลอมเบีย ภายใต้งาน BienalInternational de Danza de Cali : ซึ่งจัดโดยกระทรวงวัฒนธรรมแห่งสาธารณรัฐโคลอมเบีย

หนังสือเกร็ดโขน

ดังนั้น การเข้าร่วมดำเนินโครงการดังกล่าวจึงเป็นการบูรณาการงานการแสดงด้วย นายจิตติ ชมพีศิลปินร่วมสมัย ผู้นี้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ จากผลงานสร้างสรรค์การแสดงในรูปแบบร่วมสมัยที่พัฒนาจากพื้นฐานการแสดงดั้งเดิมร่วมกับนาฏศิลปินชาวไทยที่มีการเขียนบทความวิจัย การรวบรวมเนื้อหาที่ซ่อนเร้นในการแสดงโขนที่สะท้อนให้เห็นคุณค่าทางประเพณีและประวัติศาสตร์ มานำเสนอเป็นรูปแบบของหนังสารคดี ๖ ตอน ซึ่งมีการสร้างและถ่ายทำหนังตอนใหม่เรื่อง “บาก” และถูกฉายรอบปฐมทัศน์ในทวีปยุโรปณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส และในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา หนังสือเกร็ดโขน การจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่าย การแสดงสดและการสาธิตโขนในรูปแบบประเพณี รวมไปถึงการแสดงร่วมสมัย School of Ganeshควบคู่กันไป นับเป็นงานสร้างที่มีศักยภาพและสุนทรียะในองค์ความรู้ เพื่อการเผยแพร่ให้เป็นที่เข้าใจได้ในกลุ่มผู้สนใจนานาชาติ ผ่านพลังงานศรัทธา (Soft Power)อันเป็นนโยบายการทูตวัฒนธรรม (CulturalDiplomacy) จากองค์ความรู้เรื่องโขน ภายใต้กิจกรรมเกร็ดโขน ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมกันดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ให้แพร่หลายในเทศกาลศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ และร่วมเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและโคลอมเบีย ๔๕ ปี ใน พ.ศ.๒๕๖๗ ด้วยนับเป็นงานสร้างสรรค์ที่นำสู่สายตาชาวโลกที่น่าภูมิใจยิ่งของวัฒนธรรมไทย

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน

ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

จิตตี ชมพี ศิลปินร่วมสมัย

จิตตี ชมพี ศิลปินร่วมสมัย

ผู้สนับสนุนและผู้รับผิดชอบโครงการ

ผู้สนับสนุนและผู้รับผิดชอบโครงการ

ศิลปะร่วมสมัย School of Ganesh

ศิลปะร่วมสมัย School of Ganesh

การฝึกเพื่อนำสู่สายตาชาวโลก

การฝึกเพื่อนำสู่สายตาชาวโลก

โขนศิลปะการแสดงของไทย

โขนศิลปะการแสดงของไทย

ภาพยนตร์สารคดีเกร็ดโขน

ภาพยนตร์สารคดีเกร็ดโขน

การสร้างสรรค์ใหม่ของเกร็ดโขน

การสร้างสรรค์ใหม่ของเกร็ดโขน

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘อุดรธานี’ภูมิบ้านเมืองแหล่งท่องเที่ยว ๓ ธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754030

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘อุดรธานี’ภูมิบ้านเมืองแหล่งท่องเที่ยว ๓ ธรรม

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘อุดรธานี’ภูมิบ้านเมืองแหล่งท่องเที่ยว ๓ ธรรม

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วิหารพระพุทธไสยาสน์วัดป่าภูก้อน

เมื่อวันที่ ๒๔-๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมาชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว (ช.ส.ท.) โดย คุณวรางคณา สุเมธวัน ประธาน ช.ส.ท. ได้เชื้อชวนให้ไปค้นหาดินแดน ๓ ธรรม คือ แหล่งธรรมชาติ แหล่งวัฒนธรรม และแหล่งธรรมะ ก็น่าจะเป็นเมืองเดียวที่น่าสนใจ คือเมืองอุดรธานีเมืองที่สืบสมัยมาจากชุมชนเดิมคือ บ้านเดื่อหมากแข้ง ซึ่งตั้งเป็นชุมชนขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๖ ก็เหตุการณ์ ร.ศ.112 นั่นแหละที่เกิดกรณีฝรั่งเศสจะรุกเอาดินแดนเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๓๗ จนสยามนั้นต้องยอมคืนดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้ไป ครั้งนั้น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้สำเร็จราชการมณฑล ได้ย้ายกองบัญชาการมณฑลลาวพวน ซึ่งเดิมตั้งอยู่เมืองหนองคาย ริมฝั่งแม่น้ำโขงนั้น มาตั้งอยู่ริมหนองนาเกลือบ้านเดื่อหมากแข้ง ปัจจุบันเมืองอุดรธานีนี้เป็นแหล่งธรรมชาติ ด้วยมีป่าเขาลำเนาไพร จึงมีวนอุทยานภูฝอยลม ที่อำเภอหนองแสง กิจกรรมที่โดดเด่นจึงเป็นการเที่ยวพักผ่อนนอนเต็นท์ การเดินป่า และสัมผัสธรรมชาติจากผืนป่าที่สมบูรณ์โดยมี พิพิธภัณฑ์ล้านปี และ สวนรวมพรรณไม้ ๖๐ พรรษา มหาราชินี  

ส่วนการเที่ยวชุมชนคนอยู่ป่านั้น บ้านคีรีวงกต ที่อำเภอนายูง จัดกิจกรรมจัดรถอีแต๊ก (รถไถทำไร่) พาลุยไปตามลำธารผ่านเรือกสวนไร่พืชและธรรมชาติกลางหุบเขา ให้เรียนรู้วิถีคนอยู่ป่าหาพืชไร่หน่อไม้ไก่ป่า ด้วยการหลามข้าวเผาปลาทำอาหารอีสานที่มีส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา ข้าวเหนียวนึ่งซึ่งเป็นกิจกรรมธรรมชาติที่หาได้ยาก ส่วนแหล่งวัฒนธรรม นั้นมีอยู่หลายแห่ง ที่น่าสนใจรู้จักกันดี คือ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งอยู่เชิงเขาภูพาน ครอบคลุมพื้นที่ ๓,๔๓๐ ไร่ เป็นแหล่งโบราณคดีที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการของมนุษย์ที่อาศัยธรรมชาติทำกิจกรรมความเชื่อของตนมาก่อนประวัติศาสตร์เมื่อราว ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว มีภาพเขียนสีปรากฏมากกว่า๓๐ แห่ง จึงมีโขดหิน เพิงผาหน้าถ้ำถูกดัดแปลงให้เป็นสถานที่การนับถือผี นับถือพระ เป็นศาสนสถานร่วมยุคสมัยทวารวดี-ยุคสมัยลพบุรี จนถึงร่องรอยการนับถือพุทธศาสนาในวัฒนธรรมล้านช้างตามลำดับ จากการกัดกร่อนจนเกิดเพิงหินในลักษณะต่างๆ และสร้างหอนางอุสาขึ้นนั้น ได้มีการนำนิทานพื้นบ้านเรื่อง “อุสา-บารส” มาเล่าขานให้สนุกสนาน อีกแห่งคือชุมชนบ้านเชียง เป็นแหล่งโบราณคดีที่มีความสำคัญของโลก ที่มีการพัฒนาการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่บ้าน รู้จักปลูกข้าวและเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่เริ่มแรก คือ เมื่อประมาณ ๕,๖๐๐ ปีมาแล้ว รวมทั้งมีการจัดระบบ เช่น การฝังศพเป็นประเพณีสืบทอดกันมาหลายสมัย นับเป็นหลักฐานสำคัญในการศึกษาเรื่องการจัดระบบสังคมสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และมีหลักฐานภาชนะเขียนลายที่แสดงถึงความเจริญใน “การผลิตภาชนะดินเผาด้วยฝีมือระดับสูง” และมีการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ทำด้วยโลหะ โดยเป็นการประดิษฐ์คิดค้นที่มีวิธีการเป็นของวัฒนธรรมบ้านเชียงเอง มิได้รับอิทธิพลจากจีนหรืออินเดียตามที่เคยเข้าใจ ปัจจุบันมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง จัดแสดงโบราณวัตถุจากการศึกษาทางด้านโบราณคดีที่บ้านเชียง และ พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี จากอาคารราชินูของโรงเรียนราชินูทิศ ได้ปรับปรุงมาเป็น พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการพัฒนาการของเมืองอุดรธานีและคนสำคัญ

สุดท้ายเป็น แหล่งธรรมะ มีความโดดเด่นด้านกรรมฐานด้วยมีพระอาจารย์สายกรรมฐาน ที่สืบต่อจาก พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโลเถระ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ จึงมีพระอริยสงฆ์สายพระกรรมฐานหรือพระป่าหลายรูปและวัดสำคัญเกิดขึ้นที่เป็นกำลังหลักสำคัญของพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนวัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) พระกรรมฐานผู้มีคุณูปการต่อประเทศชาติ สงเคราะห์ทั้งทางโลกและทางธรรม ที่มีพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระอาจารย์จันทร์ศรี จันททีโป แห่ง วัดโพธิสมภรณ์ และวัดสวยงามหนึ่งเดียว คือวัดป่าภูก้อน อ.นายูง ที่มีพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ และ วัดสันติวนาราม พุทธอุทยานวัดป่าดงไร่ที่มี “พระอุโบสถกลางน้ำทรงดอกบัว” หนึ่งเดียวในสยาม แม้จะยังไม่หมดครบถ้วน..ก็รู้สึกอิ่มบุญจากแหล่งธรรม ๓ แห่ง พร้อมกับอาหารญวนรสชาติ..เมืองอุดรธานี ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

พระธรรมวิสุทธิมงคล-หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

พระธรรมวิสุทธิมงคล-หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

คณะฯ เที่ยวอุดรแหล่ง ๓ ธรรม

คณะฯ เที่ยวอุดรแหล่ง ๓ ธรรม

อาหารพื้นบ้านในป่า

อาหารพื้นบ้านในป่า

อนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม

อนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม

แหล่งโบราณคดีภูพระบาท

แหล่งโบราณคดีภูพระบาท

รถอีแต๊กลุยลำธารที่เขาวงกตคีรี

รถอีแต๊กลุยลำธารที่เขาวงกตคีรี

ภาพเขียนสีภูพระบาท

ภาพเขียนสีภูพระบาท

ภาชนะลายเขียนสีบ้านเชียง

ภาชนะลายเขียนสีบ้านเชียง

เพิงผาบนภูพระบาท

เพิงผาบนภูพระบาท

พิพิธภัณฑ์อุดรธานี

พิพิธภัณฑ์อุดรธานี

พิพิธภัณฑ์บ้านเชียง

พิพิธภัณฑ์บ้านเชียง

พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์

พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์

พระพุทธรูปสลักบนหิน

พระพุทธรูปสลักบนหิน

ผืนป่าจากภูฝอยลม

ผืนป่าจากภูฝอยลม

โบสถ์ดอกบัววัดสันติวนาราม

โบสถ์ดอกบัววัดสันติวนาราม

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ศิลปินแห่งชาติ’ ภูมิช่างศิลปะผูสืบสานของแผ่นดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752554

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ศิลปินแห่งชาติ’ ภูมิช่างศิลปะผูสืบสานของแผ่นดิน

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ศิลปินแห่งชาติ’ ภูมิช่างศิลปะผูสืบสานของแผ่นดิน

วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การยกย่องบุคคลเป็นศิลปินแห่งชาตินั้นเริ่มในสมัย นายชวน หลีกภัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ.๒๕๒๖-๒๕๒๙) โดยมีนายสัมพันธ์ ทองสมัคร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบ ด้วยดูแลสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งมี ดร.เอกวิทย์ ณ ถลาง เป็นเลขาธิการ ทำให้มีคณะร่วมกันทำงานศึกษาและสรุปเป็นวัตถุประสงค์โครงการศิลปินแห่งชาติไว้ว่า ๑.จัดทำทำเนียบศิลปินทุกแขนงทั่วประเทศ ๒.สรรหาศิลปินเพื่อประกาศยกย่องเกียรติคุณขึ้นเป็นศิลปินแห่งชาติ ๓.จัดตั้้งกองทุน(มูลนิธิ) สวัสดิการเพื่อศิลปิน ๔.สนับสนุนศิลปินได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงาน ๕.อนุรักษ์และส่งเสริมให้มีการสืบทอดความรู้ความสามารถของศิลปิน ในที่สุดโครงการศิลปินแห่งชาตินี้ได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๘ ซึ่งมีมติว่าให้ วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ วันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นวันศิลปินแห่งชาติทุกปีระยะแรกมีการจัดสรรเงินเดือนให้ ๘,๐๐๐ บาทสำหรับศิลปิน ภายหลังทบวงมหาวิทยาลัยมีโครงการครูแผ่นดินศิลปินของชาติซึ่งแปรญัตติได้เงินมาสนับสนุนโครงการกว่า ๒๐ ล้านบาทเพื่อสร้างชุดตำราแผ่นดินศิลปินของชาติใช้ในการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย ก็มีอุบัติเหตุทางการเมืองทำให้เงินจำนวนนี้ต้องโอนมาเติมกองทุนทำให้ศิลปินมีเงินเพิ่มขึ้นจากเดิม..ซึ่งเป็นภาระการหาเงินเป็นกองทุนมาตามลำดับ จนได้มีคณะกรรมการกองทุนนี้โดยตรง..ตามคำจำกัดความที่เขียนไว้ว่า “ศิลปิน หมายถึง นายช่างผู้มีผลงานศิลปะ เป็นที่ยกย่องระดับชาติ เป็นผู้สืบสานศิลปะจากบรรพบุรุษในอดีตถ่ายทอดมาสู่ปัจจุบัน และให้รุ่งโรจน์ต่อ สืบต่อไปในภายหน้า..” กำหนดไว้อย่างนี้ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงการคัดเลือกให้มีการชี้วัดมาตรฐานศรัทธาในอนาคตว่าศิลปินแห่งชาติควรจะเป็นอย่างไรนั้น ได้มีการสัมมนาบทบาทและการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องมาวันนี้ ดังนั้น ในการประกาศศิลปินแห่งชาติเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖ หลังการประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๖ โดยมี นายวิษณุ เครืองามรองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นประธานนั้น นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รองประธานกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงแถลงผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ว่าได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ จำนวน ๑๒ ราย นั้นคือ สาขาทัศนศิลป์ ได้แก่ ศ.เกียรติคุณพิษณุศุภนิมิตร (ภาพพิมพ์), นายเจตกำจร พรหมโยธี(สถาปัตยกรรมผังเมือง), นายดิเรก สิทธิการ(งานสลักดุนเครื่องเงินและโลหะ), นายฤกษ์ฤทธิ์แก้ววิเชียร (สถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์)

สาขาวรรณศิลป์ ได้แก่ ศ.เกริก ยุ้นพันธ์,นายบุญเตือน ศรีวรพจน์ สาขาศิลปะการแสดงได้แก่ นางนพรัตน์ ศุภาการ หวังในธรรม (ละครรำ), นายสมชาย ทับพร (ดนตรีไทย-ขับร้อง), นางราตรี ศรีวิไล บงสิทธิพร(หมอลำประยุกต์), นายธงไชย แมคอินไตย์ (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง), นายสมเถา สุจริตกุล(ดนตรีสากล-ประพันธ์เพลงร่วมสมัย), นายประดิษฐประสาททอง (ละครร่วมสมัย) ผู้ที่ได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ จะได้รับสวัสดิการประกอบด้วยค่าตอบแทนรายเดือน เดือนละ๒๕,๐๐๐ บาท ตลอดที่มีชีวิตอยู่ ค่ารักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลโดยอนุโลม เว้นแต่มีสิทธิเบิกจากหน่วยงานอื่นให้เบิกจากหน่วยงานนั้นก่อน ถ้าเบิกจากหน่วยงานนั้นได้ต่ำกว่าสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ให้มีสิทธิเบิกในส่วนที่ยังขาดอยู่ได้อีกภายในวงเงินไม่เกิน๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปีงบประมาณ  เงินช่วยเหลือประสบสาธารณภัยเท่าที่เสียหายจริง รายละไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาทต่อครั้ง ค่าของเยี่ยมในยามเจ็บป่วยหรือในโอกาสสำคัญเท่าที่จ่ายจริง รายละไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท ต่อครั้ง กรณีเสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือบำเพ็ญกุศลศพรายละ ๒๐,๐๐๐ บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริง รายละไม่เกิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท เป็นต้น ตั้งแต่เริ่มโครงการศิลปินแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ได้มีศิลปินแห่งชาติได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๘-๒๕๖๔ แล้วจำนวน ๓๔๒ คน และในปี พ.ศ.๒๕๖๕ จำนวน ๑๒ คน รวมทั้งสิ้น๓๕๔ คน แบ่งเป็นสาขาทัศนศิลป์ ๑๐๕ คน วรรณศิลป์ ๖๑ คน และศิลปะการแสดง ๑๘๘ คนซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ๑๗๕ คน และยังมีชีวิตอยู่๑๗๙ คน ซึ่งมีรายละเอียดประวัติและผลงานของศิลปินแห่งชาติที่ www.culture.go.th หรือ www.facebook.com/DCP.culture

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘เมืองศรีเทพ เพชรบูรณ์’ ภูมิมรดกประวัตศาสตร์แห่งใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/751090

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เมืองศรีเทพ เพชรบูรณ์’ ภูมิมรดกประวัตศาสตร์แห่งใหม่

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เมืองศรีเทพ เพชรบูรณ์’ ภูมิมรดกประวัตศาสตร์แห่งใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปรางค์ศรีเทพ

ในการจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อให้สถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศที่เป็นคณะกรรมการมรดกโลก เพื่อประเมินและเปรียบเทียบแหล่งประวัติศาสตร์ในประเทศไทยที่เป็นมรดกโลก และอยู่ระหว่างการขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งใหม่นั้น อาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ ๑๐-๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เป็นประธานในกิจกรรมดังกล่าว โดยมี นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตรจันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ร่วมกับคณะทูตานุทูตและผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศที่เป็นคณะกรรมการมรดกโลกจาก ๗ ประเทศ คือ อาร์เจนตินา เบลเยียม อียิปต์ อินเดียอิตาลี เม็กซิโก และไนจีเรีย..และสื่อมวลชน ได้ร่วมกันเรียนรู้และชมแหล่งมรดกโลกในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อเปรียบเทียบกับอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ได้เสนอเพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโกที่เสนอเอกสารให้ได้รับการประเมินและผ่านการตรวจสอบความครบถ้วน ซึ่งจะมีการอนุมัติ ขั้นสุดท้ายในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ ๔๕ ที่จะประชุมในวันที่ ๑๐-๒๕ กันยายน ๒๕๖๖ ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

เอกสารเฉพาะกิจ

กรมศิลปากรและคณะทำงานที่เกี่ยวข้องนั้นได้ร่วมกันนำคณะทูตานุทูตและผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศที่เป็นคณะกรรมการมรดกโลกได้ชมโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร อาคารเครื่องทอง ในพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา โบราณสถาน วัดราชบูรณะที่พบเครื่องทองอยุธยา โบราณสถานของวัดไชยวัฒนาราม และโบราณสถาน ปรางค์ศรีเทพเขาคลังใน และ เขาคลังนอก ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เปรียบเทียบความสำคัญและสร้างความเข้าใจในแหล่งโบราณสถานของเมืองศรีเทพแห่งนี้ โดยมีวิทยากรในพื้นที่ให้ความรู้ที่เป็นเนื้อหาวิชาการเกี่ยวกับข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ให้เกิดความเชื่อมโยงกับแหล่งประวัติศาสตร์ที่มีอยู่ในประเทศไทย เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการศิลปะในดินแดนไทย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการขึ้นทะเบียนเมืองโบราณศรีเทพให้เป็นมรดกโลก และยังเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวต่างประเทศต่อไป

ผังเมืองนอกเมืองในของศรีเทพ

ปัจจุบันนี้แหล่งมรดกโลกในไทยที่คัดเลือกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) มีทั้งสิ้น ๖ แห่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ๓ แห่ง คือ พ.ศ. ๒๕๓๔ ประกาศให้นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร พ.ศ.๒๕๓๔ ประกาศให้เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวารศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร พ.ศ. ๒๕๓๕ ประกาศให้แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ส่วนมรดกโลกทางธรรมชาติ มี ๓ แห่ง คือ พ.ศ.๒๕๓๔ ประกาศให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ครอบคลุมจังหวัดอุทัยธานี ตาก และกาญจนบุรี ทางตะวันตกของประเทศชายแดนประเทศพม่า พ.ศ. ๒๕๔๘ ประกาศให้ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ครอบคลุม ๖ จังหวัด คือ นครราชสีมา สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และบุรีรัมย์ พ.ศ.๒๕๖๔ ประกาศให้กลุ่มป่าแก่งกระจานครอบคลุมราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้ ยังได้ขึ้นบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกในอนาคต ทั้งสิ้น๗ แห่ง และหนึ่งนั้นคือ เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยรัฐบาลได้ลงนามในเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการมรดกโลกที่ประเทศฝรั่งเศส เพื่อประกอบการพิจารณาใน พ.ศ.๒๕๖๕ โดยนำเสนอ๓ แหล่ง ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ได้แก่ โบราณสถานเขาคลังนอก โบราณสถานเขาถมอรัตน์และเมืองโบราณศรีเทพ รวมพื้นที่ ๘.๖ ตารางกิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันนั้นเป็นแหล่งโบราณสถานที่กรมศิลปากรได้ทุ่มเทการศึกษาและบูรณะจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีอีกแห่งหนึ่งที่น่าจะได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลกต่อไป

ข้อมูลจุดเด่นของเมืองศรีเทพ

ข้อมูลจุดเด่นของเมืองศรีเทพ

วัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดไชยวัฒนาราม

วัดไชยวัฒนาราม

รูปปูนปั้้นรอบเขาคลังใน

รูปปูนปั้้นรอบเขาคลังใน

รูปแบบศึกษาเจดีย์เขาคลังนอก

รูปแบบศึกษาเจดีย์เขาคลังนอก

รมว.วัฒนธรรม กับคณะทูต ๗ ประเทศ

รมว.วัฒนธรรม กับคณะทูต ๗ ประเทศ

ภาพจำหลักทับหลังปรางค์องค์เล็ก

ภาพจำหลักทับหลังปรางค์องค์เล็ก

เครื่องทองอยุธยา

เครื่องทองอยุธยา

คณะทูตชมเมืองศรีเทพ

คณะทูตชมเมืองศรีเทพ

เขาคลังในเมืองศรีเทพ

เขาคลังในเมืองศรีเทพ

เขาคลังนอกเมืองศรีเทพ

เขาคลังนอกเมืองศรีเทพ

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘กอกใหม่ ท่าชัยอินดี้’ภูมิถนนคนเดินแห่งศรีสัชนาลัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/749687

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘กอกใหม่ ท่าชัยอินดี้’ภูมิถนนคนเดินแห่งศรีสัชนาลัย

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘กอกใหม่ ท่าชัยอินดี้’ภูมิถนนคนเดินแห่งศรีสัชนาลัย

วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

จากสถานการณ์ โควิด-19 ที่ผ่านมานั้นได้ทำให้กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหลายพื้นที่ได้ซบเซาและหยุดลงครั้นเมื่อมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาบ้างแล้ว การฟื้นฟูและจัดกิจกรรมขึ้นใหม่ให้กลับคืนมาเป็นถนนคนเดินหรือถนนสายวัฒนธรรมนั้น จึงได้มีการฟื้นฟูให้บรรยากาศนั้นกลับคืนมา นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้เดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดงานถนนคนเดิน “กอกใหม่ท่าชัยอินดี้” เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ จากการบูรณาการร่วมกันของผู้บริหารของจังหวัดสุโขทัย อำเภอศรีสัชนาลัย เทศบาลเมือง คณะกรรมการกอกใหม่ท่าชัยอินดี้ และเครือข่ายทางวัฒนธรรมทุกระดับ ซึ่งมีร้านค้าและนักท่องเที่ยว ร่วมกันแต่งกายด้วยผ้าพื้นเมืองและผ้าไทย เดินเที่ยวงานณ บริเวณซอยกอกใหม่ ตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัยจังหวัดสุโขทัย โดยการนำของ นายสมพงค์ ชมชัยนายอำเภอศรีสัชนาลัยและเครือข่ายประชาคมซึ่งมีการจัดกิจกรรมถนนคนเดิน “กอกใหม่ท่าชัยอินดี้” มาเมื่อ ๔ ปี ในทุกวันเสาร์แรกของเดือนเป็นถนนคนเดินหรือตลาดต้องชม ที่ได้รับรางวัลตลาดอาหารริมบาทวิถี Street Food GoodHealth จึงมีความยินดีที่ได้พลิกฟื้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ชุมชนท่าชัยอำเภอศรีสัชนาลัย ให้เป็นที่รู้จักของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้สนับสนุนตามโครงการชุมชนวัฒนธรรมไทยเสริมสร้างเศรษฐกิจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ มีร้านค้าร่วมโครงการกว่า ๑๐๐ ร้านค้าจำหน่ายอาหารพื้นถิ่น สินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนสินค้าวินเทจ ผักปลอดสารพิษ อาหารปลอดภัยกิจกรรมประกอบด้วย การประกวดร้านค้าที่ได้มาตรฐานอยู่ในเกณฑ์ที่สาธารณสุขกำหนดและการแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงดนตรีไทยของนักเรียน นอกจากเป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนแล้ว ยังสร้างการมีส่วนร่วมในอนุรักษ์บ้านเรือนไม้เก่า ตลอดสองข้างทางภายในซอยกอกใหม่ ให้คงอยู่เป็นสัญลักษณ์ความเป็นวิถีของชุมชนที่บอกเล่าอดีตอันยาวนานของชุมชนท่าชัยด้วย

นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

ชุมชนท่าชัย ของเมืองศรีสัชนาลัยแห่งนี้เป็นชุมชนโบราณที่ตั้งอยู่ลุ่มแม่น้ำยมตอนล่าง สืบค้นประวัติศาสตร์ มีชื่อกล่าวอยู่ในบันทึกของจีน เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ว่า “เมืองเฉิงเหลียง”ก็คือ เมืองเชลียง หรือเขตแดนเชลียง  ซึ่งต่อมาพื้นที่แห่งนี้ได้ถูกแบ่งเป็นตำบลท่าชัย อยู่ฝั่งด้านตะวันออกของแม่น้ำยม และตำบลศรีสัชนาลัย อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำยม ปัจจุบันสองตำบลนี้คือ เทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย ในอดีตประมาณว่าเมืองเชลียงแต่เดิมนั้นได้สร้างเป็นแนวกำแพงเป็นแบบคันดินทอดยาวขนานไปกับลำน้ำยม โดยเริ่มตั้งแต่วัดมหาธาตุเชลียง ขนานกับแม่น้ำยม ผ่านไปทางเขาพนมเพลิง ซึ่งยังมีแนวคันดินอยู่ให้เห็นเป็นระยะๆต่อมาได้มีการสร้างเมืองศรีสัชนาลัยขึ้น จึงเลือกเอาพื้นที่ราบเชิงเขามาสร้างเป็นเมืองใหม่ โดยมีการสร้างกำแพงเมืองจากศิลาแลง ที่มีแหล่งอยู่บริเวณนั้น ลักษณะของเมืองที่สร้างจึงมีรูปหลายเหลี่ยมไปตามเส้นทางของแม่น้ำยม จึงสร้างกำแพงเมืองศรีสัชนาลัยนั้นปะปนไปตามแนวกำแพงหรือคันดินของเมืองเชลียงเดิมนั้นด้วย

บทบาทของชุมชนท่าชัย ในอดีตยังมีการใช้แม่น้ำยมเป็นเส้นทางสัญจรและขนส่งสินค้าไปยังชุมชนต่างๆ ที่อยู่ริมน้ำ ท่าชัยจึงเป็นจุดขึ้นลงสินค้าและตลาดริมน้ำขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญที่นับว่าเป็นย่านเศรษฐกิจมาแต่โบราณ ด้วยมีกลุ่มชาติพันธุ์มาอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะชาวไทลื้อชาวจีน เป็นต้น จึงทำให้ท่าชัยเป็นชุมชนตลาดที่มีวิถีวัฒนธรรม ไปตามชาติพันธุ์ของตน เป็นจุดกลางที่ใช้เชื่อมโยงไปเที่ยวยังแหล่งโบราณสถานก่อนสมัยสุโขทัย-และสถานที่ประวัติศาสตร์ร่วมสมัยกับสุโขทัย คือ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยวัดมหาธาตุเมืองเชลียง หรือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุที่รู้จักกันในชื่อวัดพระปรางค์ วัดชมชื่น วัดเจ้าจันทร์แก่งหลวง และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอศรีสัชนาลัย-และอำเภอสวรรคโลก ได้แก่ อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย เขื่อนท่าแพ ในปัจจุบัน และเมืองสุโขทัย ราชธานีแห่งแรกของคนไทยด้วย

นายสมพงษ์ ชมชัย นายอำเภอศรีสัชนาลัย

นายสมพงษ์ ชมชัย นายอำเภอศรีสัชนาลัย

กำแพงศิลาแลงเมืองเชลียงเดิม

กำแพงศิลาแลงเมืองเชลียงเดิม

ก๋วยเตี๋ยวสูตรเดิม

ก๋วยเตี๋ยวสูตรเดิม

วัดมหาธาตุเชลียง

วัดมหาธาตุเชลียง

แม่น้ำยมที่ตั้้งเมืองเชลียงเดิม

แม่น้ำยมที่ตั้้งเมืองเชลียงเดิม

ถนนคนเดินกอกใหม่ท่าชัยอินดี้

ถนนคนเดินกอกใหม่ท่าชัยอินดี้


เตี๋ยวไทยใบตอง

เตี๋ยวไทยใบตอง

ตักบาตรยามเช้า

ตักบาตรยามเช้า

ดนตรีไทยจากนักเรียน

ดนตรีไทยจากนักเรียน

ดนตรีจากคนรุ่นใหม่

ดนตรีจากคนรุ่นใหม่

จัดพื้นที่ถ่ายภาพและการแสดง

จัดพื้นที่ถ่ายภาพและการแสดง

เครื่องเงินศรีสัชนาลัย

เครื่องเงินศรีสัชนาลัย

เครือข่ายวัฒนธรรมท่าชัย

เครือข่ายวัฒนธรรมท่าชัย

ขนมไทยโบราณ

ขนมไทยโบราณ

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘สุราษฎร์ธานี’ ภูมิมหกรรมวิถีถิ่น วิถีไทยภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/748166

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘สุราษฎร์ธานี’ ภูมิมหกรรมวิถีถิ่น วิถีไทยภาคใต้

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘สุราษฎร์ธานี’ ภูมิมหกรรมวิถีถิ่น วิถีไทยภาคใต้

วันอาทิตย์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เครือข่ายอนุรักษ์ฯ จากจังหวัดภาคใต้

ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่ายตั้งแต่กระทรวงวัฒนธรรม จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสภาวัฒนธรรม ศิลปินพื้นบ้าน และเครือข่ายนั้นงาน “มหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ วิถีถิ่น วิถีไทยภาคใต้” ที่จัดขึ้นในภาคใต้ที่จ.สุราษฎร์ธานีจึงประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี งานนี้ นายอิทธิพลคุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๖กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ ร่วมกับ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นางโชติกา อัครกิจโสภากุลรองปลัด วธ. ผู้บริหาร ศิลปินแห่งชาติเป็นต้น ซึ่งจัดขึ้น ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี

การเรียนรู้จากโบราณสถานสำคัญ

ซึ่งพื้นที่ของสุราษฎร์ธานีนั้นเป็นแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดีสำคัญ จึงมีความหลากหลายต่อการถอดบทเรียนและสร้างชุดความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม เรียนรู้วิถีถิ่น วิถีใต้ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์  สืบสาน ต่อยอดให้กับท้องถิ่นชุมชนทางภาคใต้ ดังนั้น งานนี้จึงมีการสร้างเครือข่ายต่างๆ ได้แก่ การสร้าง “SEED THAILANDโดยการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเยาวชนรุ่นใหม่เสริมสร้างครอบครัวคุณธรรม ระดับภาค รุ่นที่ ๔ ให้กับเยาวชน กลุ่มจังหวัดภาคใต้ เมื่อ ๒๖-๒๙ กรกฎาคม ณ โรงแรมวังใต้ เรื่องนี้นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดการอบรมและมุ่งหวังที่จะปลูกฝังให้เยาวชนนั้นได้ตระหนักถึงความรักครอบครัวและใช้คุณธรรมร่วมกันดูแลศิลปวัฒนธรรมใกล้ตัวในอนาคตต่อไปด้วย ซึ่งเห็นได้จาก ชุมชนบางใบไม้ที่ประสบความสำเร็จและสร้างความร่วมมือของคนในชุมชนจนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์จากชุมชนสร้างงานสร้างอาชีพที่น่าสนใจ มีผลิตภัณฑ์“PROW THAI” จากมะพร้าวเกษตรอินทรีย์สู่ตลาด และการอบรมเครือข่ายอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม(อส.มศ.) ได้แก่ พระสังฆาธิการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดและอำเภอ ซึ่งต่างให้ความร่วมมือกับกรมศิลปากร และเครือข่ายฯ ๗ จังหวัดภาคใต้ในจังหวัดต่างๆคือ นครศรีธรรมราช ชุมพร ภูเก็ต ระนองพังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาอบรมเชิงปฏิบัติการให้เครือข่ายอนุรักษ์ ดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมเขตภาคใต้ตอนบนขึ้น ณ โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมกับนำศึกษาดูงานเพื่อขยายการปกป้องแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ เพื่อนำไปต่อยอดในการส่งเสริมให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต

การแสดงศิลปินแห่งชาติโนราห์

การศึกษาดูงานโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีนั้นได้ใช้พื้นที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานีณ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมศิลปะศรีวิชัยที่สมบูรณ์ที่สุดที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน และวัดโพธาราม แหล่งที่มีการขุดพบพานทองคำ เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายนที่ผ่านมา โดย สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ได้ดำเนินโครงการขุดค้นทางโบราณคดีมาตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ นอกจากนี้ ไชยายังเป็นชุมชนที่สร้าง ตำรับมวยไชยา และบ้านเกิดปราชญทางธรรมคือ ท่านพุทธทาส ที่ทุกคนนับถือศรัทธาอีกด้วย นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ได้ให้ความสำคัญกับพื้นที่ภาคใต้แห่งนี้ ด้วยเป็นสถานที่มีแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติที่เก่าแก่และสำคัญที่สุด จึงให้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมเพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชุมชน ช่วยกันปกป้องคุ้มครอง อนุรักษ์และรักษาไว้ให้มีความยั่งยืน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อเครือข่ายชุมชนสังคมและประเทศชาติ ซึ่งปัจจุบันกรมศิลปากรนั้นได้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ในการอนุรักษ์โบราณสถานและการจัดการโบราณวัตถุ ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ดังนั้น การสร้างความรู้ความเข้าใจกับภาครัฐภาค เอกชนและประชาชน เกี่ยวกับการอนุรักษ์โบราณสถานที่ถูกต้องเหมาะสมจึงเป็นการร่วมกันอนุรักษ์โบราณสถานอันเป็นสาธารณสมบัติของชาติให้ดำรงอยู่สืบไป

การอบรมเครือข่ายอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรม

การอบรมเครือข่ายอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรม

พระบรมธาตุไชยา

พระบรมธาตุไชยา

พิธีเปิดเยาวชน SEED THAILAND

พิธีเปิดเยาวชน SEED THAILAND

ชมแหล่งที่ขุดพบพานทองคำ

ชมแหล่งที่ขุดพบพานทองคำ

เยาวชนรุ่นใหม่ภาคใต้

เยาวชนรุ่นใหม่ภาคใต้

เยาวชนจังหวัดภาคใต้

เยาวชนจังหวัดภาคใต้

พิธีเปิดมหกรรมวัฒนธรรมวิถีถิ่น วิถีไทย ภาคใต้

พิธีเปิดมหกรรมวัฒนธรรมวิถีถิ่น วิถีไทย ภาคใต้

พานทองคำที่สมบูรณ์ที่สุด

พานทองคำที่สมบูรณ์ที่สุด

พานทองคำที่พบใหม่

พานทองคำที่พบใหม่

นักโบราณคดีให้ความรู้สื่อมวลชน

นักโบราณคดีให้ความรู้สื่อมวลชน

ดูงานชุมชนบางใบไม้

ดูงานชุมชนบางใบไม้