ปิดม่าน มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/403939?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ปิดม่าน มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019

11 ธันวาคม 2562 – 13:00 น.
รถหรูพรีเมี่ยม,Motor Expo 2019,motor expo,มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36,อีโค คาร์,รถกระบะ
เปิดอ่าน 279 ครั้ง

อีโค คาร์เต็งหนึ่ง ซูเปอร์คาร์ฝืด! ยอดจองลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจ… 

ปิดม่านไปแล้วสำหรับงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 ที่แสดงรถที่นับว่ายิ่งใหญ่ส่งท้ายปียอดขายรถรวมเฉียด 40,000 คันเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 5 หมื่นล้าน  ผู้เข้าชมคึกคักทะลักถึง 1.5 ล้านคน

​​​​​​​

รถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้, นิสสัน อัลเมร่า, ฮอนด้า ซีวิค, มาสด้า 2 และโตโยต้า ยาริส  โดยมีรถอีโค คาร์ นำหัวแถว ส่วนรถหรูพรีเมี่ยม บีเอ็มดับเบิลยู, เมอร์เซเดส-เบนซ์, วอลโว่, ปอร์เช่ และอาวดี้

รถกระบะนิยมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อีซูซึ ดี-แมคซ์, โตโยต้า รีโว่, ฟอร์ด เรนเจอร์, มิตซูบิชิ ไทรทัน และนิสสัน นาวาร่า และสัดส่วนรถเอนกประสงค์หรือ เอสยูวี 5 อันดับแรก ได้แก่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต, เอ็มจี เอชเอส, ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ และโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” ยอดขายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ภายในงานรวมทั้งหมด 44,740 คัน ลดลงจากปีก่อน 16.2 %  มีสาเหตุจากหลายปัจจัย ทั้ง ปัจจัยภายนอกประเทศ เช่น สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สงครามการค้า และปัจจัยภายในประเทศ เช่น การปรับขึ้นอัตราภาษีที่ดิน รวมถึงภาษีรถจักรยานยนต์อัตราใหม่คิดตามค่าการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 มกราคม  2563 ส่งผลให้ประชาชนใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง

ยอดขายรถยนต์จาก 34 ผู้ผลิต มีจำนวนทั้งสิ้น 37,489 คัน ลดลงจากปีก่อน 15.2 % จากข้อมูลของผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” พบว่า รถยนต์ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 6 อันดับแรก ได้แก่ ฮอนด้า,โตโยต้า,มิตซูบิชิ,มาสด้า,เอ็มจี และนิสสัน

 

ปีนี้รถเก๋งได้รับความสนใจสูงสุด มีสัดส่วนยอดขาย 45.5 % มากกว่าปีก่อน (38.9 %) แบ่งเป็นเก๋งซีดาน 29.2 % แฮทช์แบค 12.6 % และเก๋งประเภทอื่น 3.7 % โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้,นิสสัน อัลเมร่า,ฮอนด้า ซีวิค,มาสด้า2 และโตโยต้า ยาริส

รถหรูพรีเมี่ยม มียอดขายรวม 4,181 คัน โดย 5 บแรนด์ ที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู,เมอร์เซเดส-เบนซ์,วอลโว่,ปอร์เช่ และอาวดี้

รถรถเอนกประสงค์หรือ เอสยูวี มีสัดส่วน 33.4 % ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย (34.3 %) 5 อันดับแรก ได้แก่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต, เอ็มจี เอชเอส, ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ และโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

ส่วนรถจักรยานยนต์จาก 26 ผู้ผลิต ยอดขายรวม 7,251 คัน ลดลงจากเป้าที่ตั้งไว้เล็กน้อย  จากข้อมูลของผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อมอเตอร์ไซด์…ชิงบิกไบค์” พบกว่า รถจักรยานยนต์ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ฮอนด้า, ยามาฮ่า, คาวาซากิ, ฮาร์ลีย์ เดวิดสัน และจีพีเอ็กซ์

ราคาเฉลี่ยของรถที่ขายได้ในงาน 1,251,743 บาท และราคาเฉลี่ยของรถจักรยานยนต์ 265,860 บาท เงินหมุนเวียนภายในงานราว 50,000 ล้านบาท ส่วนยอดผู้เข้าชมงาน ยังได้รับความสนใจจากประชาชนตามเป้าที่ตั้งไว้ ผู้เข้าชมงานจำนวน 1,510,307 คน ใกล้เคียงปีก่อน (1,534,961)

 

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

ฮอนด้า คว้าแบรนด์รถที่ลูกค้าเชื่อมั่น 8 ปีซ้อน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/403907?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ฮอนด้า คว้าแบรนด์รถที่ลูกค้าเชื่อมั่น 8 ปีซ้อน

11 ธันวาคม 2562 – 12:00 น.
ฮอนด้า,Honda,ฮอนด้า ออโตโมบิล
เปิดอ่าน 140 ครั้ง

และครั้งแรกกับรางวัลความรับผิดชอบต่อสังคมในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36

ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 หรือ Motor Expo 2019 ทาง ฮอนด้า ออโตโมบิล คว้า 2 รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมครองตำแหน่งแบรนด์รถยนต์ที่ลูกค้าเชื่อมั่นและไว้วางใจกว่า 8 ปีซ้อน พร้อมคว้ารางวัลภาพลักษณ์ดีเด่นประเภทความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นครั้งแรกอีกด้วย

 

ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทยจำกัด นำโดยนายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ และนายณัฏฐ์ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาดและวางแผนกลยุทธ์ ร่วมรับมอบ 2 รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี 2562 (TAQA: Thailand Automotive Quality Award 2019) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 ได้แก่ รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านภาพลักษณ์ดีเด่น ประเภทยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ (Outstanding Brand Image for Trusted Brand)

ซึ่งฮอนด้าได้รับรางวัลนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 – พ.ศ. 2562 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้แก่ฮอนด้า พร้อมด้วยรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านภาพลักษณ์ดีเด่น ประเภทความรับผิดชอบต่อสังคม (Outstanding Brand Image for Good Corporate Social Responsibility) ซึ่งได้รับรางวัลเป็นครั้งแรกในปีนี้ ตอกย้ำพันธกิจหลักของฮอนด้าในการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืนบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคม สานต่อเจตนารมณ์ในการสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป

 

โดยทั้ง 2 รางวัลดังกล่าวที่ฮอนด้าได้รับ นับเป็นบทพิสูจน์และยืนยันถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้าทั่วประเทศมอบให้แก่ฮอนด้า นำมาซึ่งความภาคภูมิใจในฐานะของการเป็นแบรนด์ผู้นำธุรกิจยานยนต์ด้านผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่ให้ความสำคัญในการดูแลและการให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดเสมอมา อีกทั้งเป็นพลังขับเคลื่อนให้ฮอนด้ามุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรม เทคโนโลยี

และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ผสานกับการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืนบนพื้นฐานของการช่วยเหลือและเติบโตเคียงข้างสังคมไทย เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การทำงานของฮอนด้าปี 2030 และเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

เรนเจอร์คว้า กระบะยอดเยี่ยมระดับโลก 2020

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/403654?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เรนเจอร์คว้า กระบะยอดเยี่ยมระดับโลก 2020

9 ธันวาคม 2562 – 21:30 น.
ฟอร์ด,ปลั๊กอิน ไฮบริด,ฟอร์ด เรนเจอร์,เรนเจอร์ แร็พเตอร์,Ford,Ford Transit Custom,Ford Ranger
เปิดอ่าน 1,423 ครั้ง

ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ฟอร์ด เรนเจอร์ได้รับรางวัลชนะเลิศอีกครั้ง หลังจากครั้งล่าสุดเมื่อปี 2546

ขอแสดงความยินดีกับทางค่าย ฟอร์ด ที่สามารถคว้ารางวัลระดับโลก International Pick-up Award รถกระบะยอดเยี่ยมระดับโลกปี 2020 จากรุ่น เรนเจอร์ นับเป็นครั้งที่สองที่ได้รับรางวัล IPUA หลังห่างหายนับสิบปี

ฟอร์ด เรนเจอร์ ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญกับการคว้ารางวัลรถกระบะยอดเยี่ยมระดับโลกแห่งปี 2020 (International Pick-up Award หรือ IPUA) ในพิธีประกาศรางวัล ณ เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้  รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ยังคว้ารางวัลรถตู้ยอดเยี่ยมระดับโลกแห่งปี 2020 (International Van of the Year หรือ IVOTY) โดยฟอร์ดถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ได้รับรางวัล IPUA และ IVOTY ทั้งสองรางวัลในปีเดียวกัน

ถือเป็นความภาคภูมิใจของฟอร์ดในฐานะรถกระบะที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิตรถกระบะระดับโลกของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี โดยครองตำแหน่งเป็นรถกระบะขายดีอันดับหนึ่งในยุโรป ฟอร์ด เรนเจอร์ ได้สร้างความประทับใจให้แก่คณะกรรมการผู้พิจารณารางวัลรถกระบะยอดเยี่ยมระดับโลก ทั้ง 18 คน ด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ ที่ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ได้รับรางวัล IPUA ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุก 2 ปี

 

นอกจากนี้ ไลน์อัพของฟอร์ด เรนเจอร์ ยังรวมถึง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ที่ไม่เคยมีมาก่อน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร โดดเด่นด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์เพื่อนักขับขี่แบบออฟโรดตัวจริง เพื่อการควบคุมรถได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกสภาพถนน

 

มร. ฮานส์ เชป ผู้จัดการทั่วไป รถยนต์เชิงพาณิชย์ ฟอร์ด ยุโรป กล่าวว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นรถยนต์ที่ตอบสนองการใช้งานในยุคนี้ได้อย่างครบครัน ตอบโจทย์ธุรกิจในปัจจุบันที่ต้องการรถเพื่อการใช้งานและบรรทุกหนักได้ในเวลาเดียวกัน นับได้ว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ได้ปฏิวัติมาตรฐานของวงการรถกระบะ ด้วยเทคโนโลยีและสมรรถนะที่เหนือกว่า

 

มร. จาร์ลาธ สวีนี หัวหน้าคณะกรรมการตัดสินรางวัลรถกระบะ และรถตู้ยอดเยี่ยมแห่งปี กล่าวว่า ยินดีกับฟอร์ดสำหรับความสำเร็จอีกครั้งที่คว้าทั้งรางวัลรถกระบะและรถตู้และยอดเยี่ยมระดับโลกแห่งปี 2020 ในปีเดียวกัน ถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่และสมควรได้รับเป็นอย่างยิ่ง รถกระบะขนาด 1 ตันที่ขายดีที่สุดในยุโรป อย่างฟอร์ด เรนเจอร์ ได้รับการคัดเลือกโดยคณะกรรมการให้เป็นรถอันดับหนึ่ง เมื่อจะต้องเลือกรถกระบะยอดเยี่ยมในปี 2020 ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ฟอร์ด เรนเจอร์ได้รับรางวัลชนะเลิศอีกครั้ง หลังจากครั้งล่าสุดเมื่อปี 2546 ซึ่งฟอร์ดได้พัฒนารถรุ่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ฟอร์ด ทรานซิท คัสตอม แบบปลั๊กอิน ไฮบริด (Transit Custom Plug-In Hybrid) และรุ่นทรานซิท คัสตอม อีโคบลู ไฮบริด ใหม่ (Transit Custom EcoBlue Hybrid) ยังได้รับการตัดสินให้ชนะรางวัล IVOTY ประจำปี จากคณะกรรมการซึ่งเป็นสื่อมวลชนผู้เชี่ยวชาญกว่า 25 คนจาก 25 ประเทศในทวีปยุโรป โดยงานประกาศรางวัลจัดขึ้นที่เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส โดยฟอร์ดทรานซิท คัสตอม แบบปลั๊กอิน ไฮบริด (Transit Custom Plug-In Hybrid) และฟอร์ด ทรานซิท คัสตอม อีโคบลู ไฮบริดขนาด 1 ตัน และ 2 ตัน ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศในครั้งนี้ เป็นรถ 3 รุ่นจาก 14 รุ่นรถยนต์ไฟฟ้าของฟอร์ดที่กำลังจะเปิดตัวในยุโรปภายในปี 2563 โดยปัจจุบันฟอร์ดได้รับรางวัล IVOTY มาแล้วถึง 6 ครั้ง

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

จากตำนานสู่กระบะในไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/403321?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

จากตำนานสู่กระบะในไทย

8 ธันวาคม 2562 – 09:00 น.
เชฟโรเลต,กระบะเชฟโรเลต,โคโลราโด แพนเธอร์,โคโลราโด อาร์เอส สตรีท
เปิดอ่าน 113 ครั้ง

 รถกระบะต้นแบบของเชฟโรเลตในมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 สองรุ่น โคโลราโด แพนเธอร์ และโคโลราโด อาร์เอส สตรีท

โค้งสุดท้ายสำหรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 บรรดาค่ายรถต่างๆ มีการนำรถของตัวเองมาตกแต่งพิเศษให้ลูกค้าที่ชื่นชอบมีทางเลือกให้ดูถึงการนำไปตกแต่งให้สวยงามมากขึ้น และทาง เชฟโรเลต ได้นำเสนอออกมาน่าสนใจถึงสองรุ่นสองคันพร้อมตั้งชื่อได้ดุดันได้แก่ โคโลราโด แพนเธอร์ และโคโลราโด อาร์เอส สตรีท โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานของตัวเอง

รถกระบะต้นแบบของเชฟโรเลตที่นำมาแสดงในมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 ได้แก่ โคโลราโด แพนเธอร์ และโคโลราโด อาร์เอส สตรีท ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแสดงถึงศักยภาพในการออกแบบของจีเอ็ม ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และการที่รถกระบะโคโลราโดเป็นรถที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าและสามารถปรับแต่งได้ตามสไตล์ของผู้ขับขี่ เชฟโรเลต ประเทศไทย ร่วมกับทีมออกแบบของจีเอ็ม ประเทศออสเตรเลีย สร้างรถต้นแบบสองคันนี้ขึ้นมา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานรถแข่งของเชฟโรเลต และประวัติศาสตร์อันยาวนานด้านการแต่งรถต้นแบบ รวมถึงความนิยมการแต่งรถกระบะในประเทศไทย

ตำนานรถกระบะแข่งของเชฟโรเลต เชฟโรเลตมีบทบาทในวงการรถแข่งมากว่า 100 ปี โดยในปัจจุบันเชฟโรเลตได้เข้าร่วม
การแข่งรถหลายรายการ เช่น การแข่งขันรถกระบะรายการ NASCAR Gander Outdoor Truck และ รายการแข่งรถออฟโรดในทะเลทราย Best of the Desert

ประวัติรถกระบะต้นแบบของเชฟโรเลต

ตั้งแต่ยุค 1950 เป็นต้นมา เชฟโรเลตได้สร้างสรรค์รถต้นแบบหลายร้อยคันเพื่อนาไปพัฒนาแนวทางการออกแบบรถรุ่นต่อไปในอนาคต ในอีกทางหนึ่ง รถต้นแบบถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่า รถรุ่นที่วางจำหน่ายอยู่สามารถนำไปเสริมเติมแต่งได้อย่างไรบ้าง

รถกระบะต้นแบบ อาร์เอส สตรีท

รถกระบะต้นแบบตัวเตี้ยคันนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการแข่งขัน NASCAR อันเลื่องชื่อ สะกดทุกสายตาด้วยสติ๊กเกอร์โลโก้เชฟโรเลตรอบคัน ช่วงล่างโหลดเตี้ย ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว เบาะแบบรถแข่งพร้อมรางเบาะของ RECARO ชุดพวงมาลัยแบบรถแข่ง หัวเกียร์แบบสปอร์ต แป้นเบรกและคลัทช์ พร้อมมาตรวัดแบบรถแข่ง และดิสก์เบรกหน้า-หลังของ Brembo

รถกระบะต้นแบบ แพนเธอร์

โคโลราโด แพนเธอร์ เป็นรถกระบะยกสูงเปี่ยมด้วยสมรรถนะ รถคันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขันรถกระบะออฟโรดรายการ Baja พร้อมอุปกรณ์เสริมแบบจัดเต็ม ได้แก่ เหล็กกันกระแทกตัวถังด้านล่าง รอกมอเตอร์ของ Warn® พร้อมติดตั้งแผงรอกบนรถ ติดตั้งชุดลากพ่วงพร้อมใช้งาน เทคโนโลยีเคลือบพื้นกระบะ แผงไฟแบบ LED บันไดข้าง ล้อแบบออฟโรดขับเคลื่อน 4 ล้อ ยางลุยโคลนรุ่น KM3 จาก BF Goodrich และชุดช่วงล่าง Old Man Emu พร้อมติดตั้งฝาครอบกระโปรงหน้าเพิ่มความดุดันไปอีกขั้น

 

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม5

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/403051?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม5

7 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม5,ยานยนต์
เปิดอ่าน 128 ครั้ง

บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม5 คอลัมน์…  ยานยนต์  โดย… สินธุ์ชัย ภมรพล

บีเอ็มดับเบิลยู “เอ็ม” เป็นรถในฝันของหลายๆ คน ด้วยชื่เสียงและสมรรถนะอันล้ำลึกของมันและที่สำคัญเป็นตัวโหดที่สามารถขับขี่ได้ทุกวัน เช่นเดียวกับรถทั่วไป

ปัจจุบันตระกูลเอ็มในบ้านเรามีให้เลือกหลากหลายตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นเอ็ม 2 เอ็ม 3 เอ็ม 4 เอ็ม 5 เอ็ม 7 ไปจนถึงตระกูลเอสยูวี อย่าง เอ็กซ์ 3 เอ็ม เอ็กซ์ 4 เอ็ม เป็นต้น

ส่วนคันเหลืองสดๆ ที่ทุกท่านเห็นอยู่นี้คือเอ็ม 5 เจ้าของค่าตัว 13.299 ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 2 ในโชว์รูมบีเอ็มดับเบิลยู รองจากเอ็ม 760 แอลไอ เอ็กซ์ไดรฟ์

สีเหลืองสดสะดุดตากับตัวตัวหนังสือสีดำตัวใหญ่ๆ TOWN TAXI ไม่ได้เป็นสีที่แท้จริงของมันนะครับ เป็นสติกเกอร์ แต่มันติดพันในกิจกรรมในแทร๊ก จึงไม่ได้ลอกสติกเกอร์เผยสีแท้จริงออกมา รถในตระกูลเอ็มสร้างมาให้ดูกลมกลืนกับรถที่ไม่ใช่เอ็ม จะมีบ้างบางจุดที่แตกต่างกัน
เอ็ม 5 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 8 สูบ ทวินเพาเวอร์ เทอร์โบ ขนาด 4,395 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 600 แรงม้าที่ 5,600-6,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,800-5,600 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุดล็อกเอาไว้ที่ 250 กม./ชม.

เครื่องยนต์พร้อมตอบสนองในทุกจังหวะที่ต้องการ ทั้งการออกตัว การเร่งไม่มีอาการอิดออดในทุกย่านความเร็ว แต่ที่ชอบมากว่าคือความลงตัว เพราะเครื่องยนต์แรงๆ เชื่อว่าใครก็ทำได้ไม่ยากนัก แต่แรงแล้วโครงสร้างอื่นๆ รองรับได้หรือไม่ แต่สำหรับเอ็ม 5 ต้องบอกว่ามันมีความลงตัวสูง ช่วงล่างรองรับการขับขี่ได้ในทุกรูปแบบ แม้แต่ช่วงที่ผมลองจะเจอกับสายฝนแทบจะตลอดเวลาแต่ทำให้รู้สึกมั่นใจในการขับขี่ควบคุม ตลอดเส้นทางก็แค่กุมพวงมาลัยเบาๆ แบบผ่อนคลาย เจอทางตรงก็ตรงไป เจอทางโค้งก็เข้าและออกได้อย่างเนียนๆ

จังหวะการเปลี่ยนความเร็วเป็นเรื่องที่เด่นของเอ็ม 5 และอย่างที่บอกแล้วว่า มองข้ามเครื่องยนต์ไปได้เลย ไม่มีอะไรติดค้างกับมัน แต่ผมหมายถึงการตอบสนองของตัวรถด้านอื่นๆ ในจังหวะเปลี่ยนความเร็วไม่ว่าจะเปลี่ยนขึ้น หรือความเร็วลดลงจากการถอนคันเร่งหรือใช้เบรกก็ตาม

เพราะแม้ว่าเราจะกดคันเร่งลงไปแบบรุนแรงจนรู้สึกได้ถึงแรงกระชากชนิดที่ใครไม่แข็งแรงอาจหน้ามืดได้ แต่รถไม่มีอาการวอกแวกส่อแววสูญเสียการทรงตัว ท้ายดิ้นท้ายปัดแต่อย่างใด ต้องชื่นชมการออกแบบช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน M xDrive ซ่ึ่งเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ซึ่งจะบริหารการส่งกำลังไปยังล้อต่างๆ ตามความเหมาะสม แต่โดยหลักๆ จะเน้นการส่งไปยังล้อหลัง
หรือช่วงการเบรกลดความเร็วอย่างรวดเร็ว จากความเร็วสูงๆ รถก็มีอาการนิ่งๆ ไม่มีอะไรให้ต้องรู้สึกกังวล จุดต่างของรถอยู่ที่ตรงนี้ครับ ย้ำอีกครั้งว่าเครื่องยนต์แรงๆ คงทำกันได้ไม่ยาก แต่การทำให้ขับสนุกและควบคุมได้ง่าย ไม่ใช่เรื่องง่าย

การทรงตัวที่ดีของรถยังน่าจะเป็นผลมาจากหลักอากาศพลศาสตร์ที่ทำได้ดี ซึ่งส่วนหนึ่งแสดงออกมาทางเสียงลมที่ปะทะตัวถัง ซึ่งมีเข้ามาน้อยมาก แม้แต่ด้านบนที่เป็นหลังคาซันรูฟซึ่งจะเป็นจุดที่เสียงเล็ดลอดเข้ามาได้ง่ายที่สุดก็ยังเงียบน่าพอใจที่ความเร็วสูงจะมีเสียงจากยางซึ่งเป็นยางสปอร์ต ด้านหน้า 275/35 R20 ด้านหลัง 285/35 R20 บ้าง แต่ไม่มากนัก การเก็บเสียงทำได้ดี
การขับขี่อย่างที่ผมบอกว่าแค่กระโดดขึ้นรถแล้วขับไปเลยก็สนุกแล้ว แต่ว่าจริงๆ แล้ว บีเอ็มดับเบิลยูเอาใจลูกค้าให้เลือกระบบขับขี่ได้อีก รวมถึงการกำหนดเอง ซึ่งจะมีปุ่มให้เลือกตั้งการตอบสนองของเครื่องยนต์ ช่วงล่าง และน้ำหนักพวงมาลัย ที่ข้างๆ คันเกียร์ ตั้งแล้วก็ขับไปตามนั้น หรือว่ารู้สึกว่าลงตัวแล้วก็กดปุ่มแดงๆ 2 ปุ่ม ที่พวงมาลัย ที่เขียนว่า M1 กับ M2 ใหัมันบันทึกรูปแบบที่เราตั้งไว้ก็ได้ เมื่อขับครั้งต่อไปก็แค่กดปุ่มเท่านั้นเอง

เกี่ยวกับการขับขี่อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบใจก็คือระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้าที่เรียกกันว่าเฮดอัพดิสเพลย์ เพราะนอกจากจะมีเรื่องของความเร็วหรือว่าระบบนำทางแล้วยังแสดงตำแหน่งเกียร์ และรอบการทำงานของเครื่องยนต์ด้วย ซึ่งผู้ขับรถแรงๆ บางทีเขาก็อยากรู้รอบมากกว่าความเร็วครับ และด้วยการเป็นรถแรงๆ การที่มันแสดงบนกระจกหน้าทำให้ผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากถนนเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ยิ่งขึ้น
อยู่กันหลายวันต้องบอกว่าเอ็ม 5 สี่ห้าวันหาเรื่องติยาก สรุปง่ายสั้นๆ ว่าใครมีกำลังซื้อเลือกเอาไปใช้ ไม่ผิดหวังครับ

V60 กระแสดีเกินคาด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/402979?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

V60 กระแสดีเกินคาด

6 ธันวาคม 2562 – 06:00 น.
Volvo V60,วอลโว่,มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36,motorExpo2019,Plug-in Hybrid
เปิดอ่าน 166 ครั้ง

หลังจากที่วอลโว่ได้เปิดตัว The All-New Volvo V60 ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 

เข้าสู่ครึ่งทางของงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 ที่เรียกยอดขายของแต่ละค่ายจะอยู่หรือจะไปแต่หนึ่งในค่ายรถจากยุโรปอย่าง วอลโว่ เองกลับได้การตอบรับที่ดีจากลูกค้า ที่สนใจอยากได้รถดีๆ ราคาสมเหตุสมผล ไฮไลค์ที่น่าสนใจนั่นคือรถเพื่อครอบครัวที่ซ่อนเขี้ยวเล็บอย่าง Volvo V60 ขุมพลังเครื่องยนต์ T8 Twin Engine Plug-in Hybrid Sporty Premium Estate ที่พกนวัตกรรมและเทคโนโลยีความปลอดภัยมาล้นคัน

วอลโว่ เปิดตัวสุดยอดยนตกรรมระดับอัลตร้าลักชัวรี่รุ่นล่าสุดที่ทุกคนรอคอย “All-New Volvo V60 T8 Twin Engine Plug-in Hybrid Sporty Premium Estate”  หลังแอบเปิดให้บรรดาลูกค้าตัวจริงได้ชมได้จองก่อนงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 Thailand International Motor Expo 2019

ถือฤกษ์ดีอวดโฉมเป็นทางการ โดยเปิดราคารุ่นเริ่มต้นเพียง 2.29 ล้านบาท สำหรับ รุ่น Momentum แต่กำลังเครื่องยนต์มากถึง 407 แรงม้า  อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.6 วินาที โดยปล่อยไอเสียเพียง 42 กรัม/กม. เท่านั้น  และราคา 2.69 ล้านบาท สำหรับการตกแต่งรุ่น Inscription เต็มรูปแบบ กับระบบส่งกำลังเครื่องยนต์แบบ T8 Twin-Engine Plug in Hybrid เช่นเดียวกัน  ล่าสุดส่งมอบรถยนต์รุ่นนี้ล็อตแรกได้ตั้งแต่วันนี้! รถยนต์รุ่นนี้ล็อตปี 2019 ได้หมดไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนการเปิดตัว”!

The All-New Volvo V60 T8 Twin Engine Plug-in Hybrid Sporty Premium Estate

ระบบส่งกำลัง

กำลังเครื่องยนต์ (แรงม้าจากเครื่องยนต์): 320 แรงม้าที่ 5,700 รอบต่อนาที แรงบิด: 400 นิวตันเมตรที่ 2,200 – 5,400 รอบต่อนาที

มอเตอร์ไฟฟ้า

ระบบการขับขี่: ERAD กำลังเครื่องยนต์: 87 แรงม้า แรงบิด: 240 นิวตันเมตร

มอเตอร์เครื่องยนต์และไฟฟ้า

กำลังเครื่องยนต์: 407 แรงม้า (รวมสูงสุด) แรงบิด (สูงสุด) : 640 นิวตันเมตร

ระบบเกียร์: อัตโนมัติ 8 สปีด อัตโนมัติ พร้อมเกียร์ทรอนิก

สมรรถนะ:

อัตราเร่งความเร็ว 0-100 กม./ช.ม.: 4.6 วินาที ความเร็วสูงสุด: 250 กม./ช.ม.

อัตราการใช้น้ำมันโดยเฉลี่ย

แบบรวม: 1.8 ลิตร/ 100 กม. (55.6 กม./ ลิตร)

มาพร้อมระบบการขับขี่ที่สะดวกสบายและปลอดภัย ที่ขึ้นชื่อผนวกกับเทคโนโลยีที่ชาญ-ฉลาดด้วยระบบความปลอดภัยที่เป็นเอกลักษณ์ของวอลโว่ หรือ Intellisafe ที่ควบรวมระบบความปลอดภัยทั้งป้องกันและปกป้อง  ระบบซิตี้ เซฟตี้ (City Safety) มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ตรวจจับรถยนต์ คนเดินถนน หรือแม้แต่สัตว์ขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันการชน นวัตกรรมอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้-ขับขี่สามารถลดหรือหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุที่มักเกิดขึ้นบนท้องถนนในเมืองเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ (ป้องกันรถก่อนการปะทะด้วยความเร็วต่ำกว่า 30 กม./ ช.ม.) หรือรถติด เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยตลอดการเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืน

 

ระบบ Pilot Assist ระบบช่วยในการขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ระบบนี้ช่วยในการบังคับและควบคุมพวงมาลัย และจะปรับตำแหน่งของรถให้วิ่งอยู่กึ่งกลางของเลนบนท้องถนน ซึ่งฟังก์ชันดังกล่าวจะทำงานที่อัตราความเร็วสูงสุดที่ 130 กม./ ช.ม. พร้อมระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติสำหรับการจอดแบบขนานและแบบตั้งฉากด้วยกล้องช่วยจอด 360° (360° Parking Camera)

ระบบ Sensus Navigation ระบบนำทาง พร้อมข้อมูลการจราจร ผ่านการควบคุมด้วยระบบเสียงสำหรับแผนการเดินทางและเส้นทาง พร้อมคำนวนเส้นทางแบบขั้นสูงตามข้อมูลการจราจรปัจจุบัน พร้อมมอบ

ระบบกรองอากาศ Clean Zone ที่ดักละอองฝุ่น เกสรดอกไม้ อันเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ ภายในห้องโดยสาร

ระบบเสียงจาก Harman Kardon  มาพร้อมกับแอมพลิฟายเออร์ 600 วัตต์ และลำโพง 14 ตัว รวมซับวูฟเฟอร์ รอบห้องโดยสาร

สเตอริโอรอบทิศทางที่ให้คุณภาพเสียงที่ใสกังวาน

พื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง ปรับเปลี่ยนเพิ่มได้ถึง 1,440 ลิตร หลังคาแบบ Panoramic Sunroof รุ่นใหม่ ที่ให้มาก่อนใครเพื่อน!!

Volvo V60 มีให้เลือก 5 โทนสี ได้แก่

Birch Light Metallic (โทนสีใหม่)

Pebble Grey Metallic (โทนสีใหม่)

Crystal White Premium Metallic

Bright Silver Metallic

และ Onyx Black Metallic

พร้อมเบาะหุ้มหนังสีชาร์โคลเสริมการตกแต่งในสไตล์ Iron Ore Decor สำหรับรถยนต์วอลโว่รุ่น Momentum

และเบาะหุ้มหนังสีชาร์โคลเสริมการตกแต่งในสไตล์ดริฟต์วู้ด (Drift Wood Decor) สำหรับรถยนต์วอลโว่ V60 รุ่น Inscription

 

ล้อและยาง

19 นิ้ว ในรุ่น Inscription:  ล้อแบบ 5 – Multi Spoke Black Diamond Cut (235/ 40 R19 Continental W)

18 นิ้ว ในรุ่น Momentum: ล้อแบบ 5 – Y Spoke Black Diamond Cut (235/ 45 R18: Continental W)

 

ราคาเริ่มต้นรุ่น All-New Volvo V60

T8 Twin Engine AWD Momentum           2,290,000 บาท

T8 Twin Engine AWD Inscription             2,690,000 บาท

สิทธิพิเศษเฉพาะในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36

ฟรีอัพเกรดรุ่นรถ สำหรับรุ่น Momentum เป็น R-Design หรือจาก R-Design เป็น Inscription ทันที สำหรับรุ่นรถ Volvo XC60 และ XC90  พร้อมมอบบริการ Volvo Premium Service Program VPSP เพื่อการซ่อมบำรุงเพิ่มเติมเป็น 10 ปี รวมสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้ามูลค่า 670,000 บาท

รถยนต์วอลโว่ XC40 รับสิทธิพิเศษ อัพเกรดบริการบำรุงรักษาเพิ่มเติมเป็น 10 ปี เมื่อซื้อ Volvo Premium Service Program (VPSP) ในราคาพร้อมส่วนลด 50% สิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับมูลค่ารวม 185,000 บาท

รถยนต์วอลโว่รุ่น S90 รับสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้า มูลค่ารวมสูงสุด 400,000 บาท

ข้อเสนอนี้เฉพาะรถยนต์วอลโว่รุ่น XC40, XC60, XC90 และ S90 รุ่นและสีที่มีจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 30 ธันวาคม 2562 และจัดส่งมอบรถตามกำหนดเท่านั้น

พบ Volvo V60 ได้ที่บูธหมายเลข A08 ภายในมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2562

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

ลองของจริง! ซูเปอร์คาร์จากม้าลำพอง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/402584?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ลองของจริง! ซูเปอร์คาร์จากม้าลำพอง

4 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน,ซูเปอร์คาร์,812 ซูเปอร์ฟาสต์,Ferrari,Ferrari Portofino,812 SUPERFAST
เปิดอ่าน 263 ครั้ง

กับสองซูเปอร์คาร์ 812 ซูเปอร์ฟาสต์ และ พอร์โตฟิโน กับกิจกรรมสุดพิเศษ Esperienza Ferrari 2019

ชื่อว่า ม้าลำพอง ฉายาของ Ferrari ที่เล่าขานในวงการรถซูเปอร์คาร์ในบ้านตั้งให้มายาวนาน การจะได้ลองขับรถซูเปอร์คาร์จากค่ายนี้ซักรุ่นนึงถือว่ายากมาก หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย และเมื่อโอกาสนั้นมาถึงมีหรือจะยอมพลาด!!! 

ทุกๆ ปี ทาง คาวาลลิโน มอเตอร์  ผู้นำเข้ารถยนต์เฟอร์รารี่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จะต้องจัดกิจกรรมสุดพิเศษ Esperienza Ferrari 2019 ให้เหล่าสาวกของค่ายนี้ได้ไปสัมผัสและร่วมทดสอบสมรรถนะรถรุ่นใหม่ๆ กันเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ให้ลองขับ เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน และ 812 ซูเปอร์ฟาสต์  ไกลถึงภูเก็ต และยังมีการนำ Ferrari Instructors บินตรงจากอิตาลีมาสอนวิธีการขับและแนะนำเทคนิคการขับเฟอร์รารี่อย่างใกล้ชิด จนถือว่า Esperienza Ferrari 2019 ในปีนี้ให้ประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมได้เลย

แน่นอนก่อนจะไปลองของกันแบบจริงจัง ก็ต้องเล่าถึงความแรงของซูเปอร์คาร์ทั้งสองคันเริ่มต้นที่ 812 ซูเปอร์ฟาสต์  ที่ถือว่าสุดในทริปนี้ ที่ขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด V12 เครื่อง N/A ให้กำลังสูงสุดถึง 800 แรงม้า โดยการวางเครื่องยนต์เป็นแบบกลางกึ่งหน้าหรือ Mid-Front Engine อย่าเข้าใจว่าเป็นเครื่องวางหน้าธรรมดานะครับ เพราะเลย์เอาท์นี้ เครื่องยนต์จะถอยมาอยู่หลังล้อหน้าเพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดีและใช้ระบบขับเคลื่อนที่ล้อหลัง เพิ่มความเกาะถนนมากยิ่งขึ้นและช่วยให้งานออกแบบตัวรถเฟอร์รารี่คันนี้ดูลู่ลมตามหลักแอร์โร่ยิ่งขึ้น ทำให้สามารถทำความเร็ว 0-100 ในเวลา 2.9 วินาที และ 0-200 กม. / ชม ในเวลาเพียง 7.9 วินาที เท่านั้น

โดย 812 ซูเปอร์ฟาสต์ ทำความเร็วได้ถึง 340 กม. / ชม ได้ไม่ยาก แต่บ้านเราคงไม่มีถนนให้วิ่งได้ถึง ว่าแล้วก็กดปุ่มสตาร์ทรถ ที่ถูดจัดเรียงอยู่บนพวงมาลัย แต่พิเศษของ เฟอร์รารี่  คือการกดต้องแชร์ 3 วินาที ด้วยนะครับ เสียงเครื่องยนต์จะคำราณชนิดที่คนรอบข้างหันมอง… หลังจากนั้นเพียงกดแป้น Paddle Shift ด้านขวาจะเข้าเกียร์ 1 แต่ตัวรถจะยังไม่ออกตัวจนกว่าจะกดคันเร่งลงไป รถถึงจะเคลื่อนที่ออกทันที  ยิ่งใช้ให้เป็นระบบออโต้ แค่ความเร็ว 60 กิโลเมตร เกียร์ถูกเปลี่ยนไปอยู่ที่เกียร์ 7 เรียบร้อย ลักษณะแบบนี้ทำให้รถสามารถประหยัดน้ำมัน ได้ดี

แต่เมื่อไรเราเลือกเป็นระบบแมนนวล ที่ต้องไล่กด แป้น Paddle Shift เองนั้นรถจะตอบสนองทันควัน และเสียงคำราณของเครื่องยนต์จะดังก้องพร้อมจะทะยานตลอดเวลา เผลอกดคันเร่งนิดเดียวมีพุ่งไปข้างอย่างรวดเร็ว และตรงแป้นพวงมาลัยที่มีลักษณะแบบรถแข่งที่มีปุ่มกดมากมาย ครั้งแรกอาจจะงงๆ ไปบ้าง แต่พอลองใช้สักพัก เราจะปรับตัวได้ไม่ยาก อย่างที่บอกเล่าว่ารถคันนี้มีม้ามหาศาลแต่ก็ใช่ว่าจะควบคุมยากแต่ต้องได้ความคุ้นเคยจะสามารถควบคุมรถคันนี้ได้ง่าย

แต่ในความเร็วที่รถทั่วๆ ไปนะครับ แต่เมื่อไรที่คุณอยากทำความเร็วระดับ 7.9 วินาที และทำท็อปสปีดแค่ไม่ถึงหนึ่งนาที คุณจะแตะไปแล้วถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฉนั้นท่านเจ้าของรถต้องเรียนรู้ในการควบคุม 812 ซูเปอร์ฟาสต์ ให้มาก แล้วคุณจะสนุกกับการขับรถแบบไม่มีอุปกรณ์อัดอากาศคันนี้ให้แรงดึงมหาศาลทุหคั้งที่เข็มวัดรอบตวัดแตะเรดไลน์ พร้อมกับชิฟไลค์ตรงพวงมาลัยจะแจ้งเตือนให้คุณเปลี่ยนเกียร์ได้แล้ว…และการได้ลองขับเส้นทางจากพังงา มุ่งหน้าสู่ภูเก็ต เพื่อไปล่องเรือต่อที่ ภูเก็ต ยอร์ช เฮเว่น มารีน่า ระยะทางร่วม 60 กิโลเมตร ก็เพียงพอให้เราได้รู้จัก ซูเปอร์คาร์ คันนี้ได้ลึกซึ้งจนต้องแอบอิจฉาผู้ที่ได้ครอบครองรถรุ่นนี้จริงๆ

แต่ภาระกิจเรายังไม่สิ้นสุดเพราะยังเหลือการขับ เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน น้องเล็กที่ใครๆ ก็สัมผัสได้ เมื่อปีก่อนทางเราได้รับเกียรติจากทาง มร.ดีเทอร์  เนชเทล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเฟอร์รารี่ ภูมิภาคตะวันออกและตะวันออกกลาง มาเล่าเรื่องราวถึง เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน คันนี้ว่าเป็นซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์แบบ V8 GT ว่าเป็นรถที่น่าสนใจและมีความเป็นเอกลักษณ์พิเศษ เรียกได้ว่าเป็นรถสปอร์ตแบบ “2 in 1” แบบได้ทั้ง fastback coupe และเป็นได้ทั้งรถเปิดประทุน

ขุมพลัง พอร์โตฟิโน เป็นเครื่อง V8 ความจุ 3,855cc ให้กำลังสูงสุดถึง 600 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิด 760 นิวตันเมตร ที่ 3,000-5,280 รอบต่อนาที จับคู่เกียร์ดูอัลคลัทช์ 7 สปีด อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 3.5 วินาที ความเร็วสูงสุดมากกว่า 320 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.5 ต่อ 100 กม. ปล่อย CO2 245 กรัม/กม. และยังเปิดปิดหลังคาได้รวดเร็วเพียงกดปุ่มเท่านั้น

ซึ่งเป็นหลังคาแข็งแบบ Retractable กางออกและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า ภายใน 14 วินาที เท่านั้น และเราต้องขอลองขับกินลมแบบเปิดหลังคากันซิครับ เมื่อปีที่แล้วเราก็ได้สัมผัส เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน Esperienza Ferrari 2018 มาครั้งนึงแล้ว แต่ครั้งนี้แตกต่างเพราะเราได้ลองขับโดยใช้ความเร็วที่มากขึ้นพร้อมลองเปิดหลังคาแข็งขับด้วย  เบื้องต้นต้องบอกว่าการเข้ามานั่งขับครั้งแรกปรับตัวไม่ยากเพราะเราได้ผ่านประสบการณ์จาก 812 ซูเปอร์ฟาสต์ มาแล้ว

พอลองนั่งประจำที่ หลายๆ อย่างให้ความเหมือนกัน ทำให้การปรับตัวนั้นไม่ยากครับ ในช่วงบ่ายก็ได้ลองขับระยะทางหลากหลายทั้งถนนสี่เลน จนขับเข้าถนนสองเลนสวน ด้วยความที่เป็นรถสไตล์ GT ความรู้สึกในการขับจึงดูง่ายรถเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็ว และความที่มีเทอร์โบความรู้สึกในการขับความเร็วปกติเช่นนี้ดูมีความกระชุ่มกระชวยมากกว่า กดคันเร่งแต่ละครั้งเป็นดึงหลังติดเบาะ เรื่องเร่งแซงจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องสนใจ 

ละการเปิดหลังคาเช่นนี้เสียงเครื่องยนต์เสียงท่อไอเสียที่คำราณทุกครั้งที่เร่งเครื่องเสียงลมที่ปะทะกระจกและเสียงลมที่ผ่านตัวรถบวกรวมกัน แล้วชั่งได้อารมณ์ในการขับรถซูเปอร์คาร์อย่าง เฟอร์รารี่  มากยิ่งเป็นสีแดง Rosso Corsa  ร้อนแรงมากๆ เวลาวิ่งตัดกับบรรยากาศของทะเลสีฟ้าและทิวทัศน์สองข้างถนนที่ตัดกับสีเขียวชั่งดูโดดเด่นมากๆ และ เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน คือ จุดเริ่มต้นของผู้ที่อยากครอบครองรถซูเปอร์คาร์สักคัน

หรือใครที่เคยลองซูเปอร์คาร์มาแล้วหลากหลายยี่ห้อ สุดท้ายถ้าลอง 812 ซูเปอร์ฟาสต์ สักครั้ง นี่จะเป็นรถที่ให้คำตอบนับนานวันรถรุ่นนี้จะเป็นของสะสมเพราะนี่คือเครื่องยนต์ V12 N/A  รุ่นสุดท้าย

ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบรถซูเปอร์คาร์และสามารถเป็นเจ้าของรถเหล่านี้ได้ เชื่อว่ายังไงเสียคุณก็ต้องมีม้าลำพองจอดอยู่ในโรงจอดรถของคุณแน่นอน!!! ครั้งนี้ก็ต้องขอขอบคุณทาง คาวาลลิโน มอเตอร์ ที่เชื้อเชิญให้เราได้รู้จักกับ Ferrari มากยิ่งขึ้น

ราคาจำหน่าย 

  • Ferrari Portofino           ราคาเริ่มต้น 19.6 ล้านบาท
  • Ferrari 812 Superfast    ราคาเริ่มต้น 29 ล้านบาท

 

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

ฮอนด้า ดีจัดต้องบัด NOW!

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/402353?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ฮอนด้า ดีจัดต้องบัด NOW!

3 ธันวาคม 2562 – 07:00 น.
ฮอนด้า,HONDA,ฮอนด้า ซิตี้,้honda city,ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก,Thailand International Motor Expo 2019
เปิดอ่าน 2,396 ครั้ง

ฮอนด้าจัดเต็มข้อเสนอสุดพิเศษส่งท้ายปี กับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36  “ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่” และ “ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่” 

ส่งท้ายปลายปีกับโปรแรงหวังฐานลูกค้าใหม่ที่จะมาพร้อมกับการเปิดตัว ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เจเนอเรชันที่ 5  ซิตี้คาร์ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากพร้อมเสียงสะท้อนจากสาวกมากกมาย และเร้าใจไปกับ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ ที่สร้างกระแสกับสไตล์สปอร์ตมาพร้อมชุดแต่งเรียกกระแสลูกค้าที่กำลังหาทางเลือก!!! พร้อมด้วยยนตรกรรมฮอนด้ารุ่นอื่นๆ รวม 9 รุ่น ที่เสนอแคมเปญสุดพิเศษ “ฮอนด้า ดีจัดต้องบัด NOW!” รับฟรีจักรยานพับโมดูโล และโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) พร้อมด้วยหลากหลายข้อเสนอเพื่อให้เป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น

ยนตรกรรมไฮไลต์ที่ฮอนด้านำมาจัดแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เจเนอเรชันที่ 5 ที่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย มาตรฐานใหม่ของรถซิตี้คาร์ในไทย การออกแบบที่สปอร์ตหรูหราทั้งภายนอกและภายใน เสริมความสปอร์ตอีกขั้นในรุ่น RS ด้วยชุดแต่งรอบคัน ห้องโดยสารที่กว้าในทุกมิติ ราคาขายที่ปรับลดลงในทุกเกรดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

ขุมพลังเทอร์โบใหม่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ที่ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร อัตราการประหยัดน้ำมัน
ที่ดีเยี่ยมสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร

อีกหนึ่งไฮไลต์ คือ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ สปอร์ตพรีเมียมแฮทช์แบ็ก 5  ประตู โดดเด่นด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS พร้อมด้วยท่อไอเสียแบบคู่ตรงกลาง มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะฮอนด้า เซนส์ซิ่ง Honda SENSING เร้าใจด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ให้สมรรถนะการขับขี่เทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร

เพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียม พร้อมด้วยฮอนด้า คอนเนค Honda CONNECT นวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ รวมทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียมอื่นๆ โดยรุ่น HATCHBACK TURBO RS ราคา 1,229,000 บาท

 

โดยยนตรกรรมแต่ละรุ่นมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่แตกต่างกัน เพื่อให้ลูกค้า
เป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายขึ้น ดังนี้

• ข้อเสนอพิเศษสำหรับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ รับสิทธิ์ในแคมเปญ “Double Smile” รับสิทธิ์ดาวน์ 0 บาท หรือเลือกผ่อนสบายเริ่มต้นที่ 5,500 บาท เมื่อใช้บริการสินเชื่อกับฮอนด้า ลีสซิ่ง พร้อมรับนาฬิกา Fitbit Smart Tracker รุ่น Charge3 สี Graphite/Black มูลค่า 6,490 บาท เมื่อจองรถตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 และรับรถยนต์ภายในวันที่ 31 มกราคม 2563

• ข้อเสนอพิเศษสำหรับ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ ลูกค้าทั่วไปรับดอกเบี้ย 2.29% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อนชำระค่างวดตั้งแต่ 12 – 48 เดือน หรือเลือกรับสิทธิ์ในแคมเปญ “Double Smile”
รับสิทธิ์ดาวน์ 0 บาท หรือเลือกผ่อนสบายเริ่มต้นที่ 13,000 บาท เมื่อใช้บริการสินเชื่อกับฮอนด้า ลีสซิ่ง ทั้งนี้ สำหรับพนักงานบริษัทเอกชนทั่วไป รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษลดลงจากดอกเบี้ยปกติ
อีก 0.15% ลูกค้าปัจจุบัน (Honda Loyalty) รับดอกเบี้ยพิเศษลดลงสูงสุด 0.30% อีกทั้งรับโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กม. เมื่อจองรถตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 – 11 ธันวาคม 2562 และรับรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562

 

ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 (The 36th Thailand International Motor Expo 2019) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 11 ธันวาคม 2562 และรับรถยนต์ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 ได้แก่

• แคมเปญ “Honda ดีจัดต้องบัด NOW!” สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่
1 พฤศจิกายน 2562 – 11 ธันวาคม 2562 และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 –
31 ธันวาคม 2562 รับจักรยานพับโมดูโล (Modulo Foldable Bicycle) มูลค่า 7,990 บาท
ณ ผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าที่ลูกค้ารับรถยนต์

• รับโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการ รับสิทธิพิเศษขยาย
การรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมงอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อนต่อจากการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 3 ปี หรือ 100,000 กม. สิ้นสุด รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทรถยนต์ฮอนด้า (A14) พร้อมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษและทดลองขับรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการได้ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 (The 36th Thailand International Motor Expo 2019)
ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562

รายละเอียดข้อเสนอเพิ่มเติมสำหรับรถยนต์ฮอนด้าแต่ละรุ่น

เมื่อจองรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 11 ธันวาคม 2562 และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 โดยทำสัญญาเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ มีรายละเอียดดังนี้

• ฮอนด้า แจ๊ซ และฮอนด้า เอชอาร์วี รับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

• ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ รุ่นเทอร์โบ รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อนชำระค่างวดตั้งแต่ 12 – 48 เดือน อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อนพร้อมด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง (Honda 24hr Roadside Assistance)

• ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ รับดอกเบี้ยพิเศษ 2.29% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อนชำระค่างวดตั้งแต่ 12 – 48 เดือน อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อนพร้อมด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง (Honda 24hr Roadside Assistance) รวมทั้งรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด
ทั้งระบบ 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง

• ฮอนด้า ซีอาร์วี (เครื่องยนต์เบนซิน) มาพร้อมแคมเปญดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อนชำระค่างวดตั้งแต่ 12 – 48 เดือน พร้อมรับฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงและค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

• ฮอนด้า ซีอาร์วี (เครื่องยนต์ดีเซล) มาพร้อมแคมเปญดอกเบี้ยพิเศษ 0.89% หรือดอกเบี้ย 2.39%
เมื่อดาวน์ 25% และผ่อนชำระค่างวดตั้งแต่ 12 – 48 เดือน พร้อมรับฟรีประกันภัย 1 ปีและฟรีแพ็กเกจ
เช็กระยะค่าแรงและค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

• ฮอนด้า ซีวิค รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อนชำระค่างวดตั้งแต่ 12 – 48 เดือน พร้อมรับฟรีประกันภัย 1 ปี อีกทั้งรับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่ารวม 10,000 บาท

• ฮอนด้า โมบิลิโอ รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อนชำระค่างวดตั้งแต่ 12 – 48 เดือน พร้อมรับฟรีประกันภัย 2 ปี

• ฮอนด้า บีอาร์วี ใหม่ รับดอกเบี้ย 2.39% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อนชำระค่างวดตั้งแต่ 12 – 48 เดือน พร้อมรับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่ารวม 10,000 บาท อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) 

• แคมเปญ “Double Smile” เมื่อใช้บริการสินเชื่อกับฮอนด้า ลีสซิ่ง รับสิทธิ์ดาวน์ 0 บาท หรือเลือกผ่อนสบาย เริ่มต้นที่ 3,500 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี สำหรับบริโอ้  บริโอ้ อเมซ  และแจ๊ซ หรือรับสิทธิ์ดาวน์ 0 บาท หรือเลือกผ่อนสบาย เริ่มต้นที่ 8,000 บาท สำหรับบีอาร์-วี ใหม่  เอชอาร์-วี  และซีวิค
อีกทั้งรับสิทธิ์ดาวน์ 0 บาท หรือเลือกผ่อนสบาย เริ่มต้นที่ 13,000 บาท สำหรับแอคคอร์ด ใหม่ และ
ซีอาร์-วี

• แคมเปญ “ฮอนด้า ช่วยผ่อน เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ โดยฮอนด้าจะช่วยผ่อนนาน 12 เดือน ได้แก่ บีอาร์-วี ใหม่ ช่วยผ่อนเดือนละ 1,000 บาท แจ๊ซและโมบิลิโอ ช่วยผ่อนเดือนละ 1,500 บาท บริโอ้และบริโอ้ อเมซ ช่วยผ่อนเดือนละ 2,500 บาท และซีอาร์-วี ช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท

พร้อมด้วยหลากหลายข้อเสนอเพื่อให้เป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น  ณ บูทฮอนด้า (A14) อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562

 

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

เบนซ์ ยกขบวนโชว์รถหรู

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/402352?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เบนซ์ ยกขบวนโชว์รถหรู

3 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
เบนซ์,Mercedes-AMG GLC 43,เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี,AMG,Mercedes-Benz,ปลั๊กอินไฮบริด
เปิดอ่าน 363 ครั้ง

เปิดตัวยนตรกรรม  5 รุ่นล่าสุด ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 36 

 

มาแล้ว กับขบวนทัพรถหรูค่ายดาวสามแฉกจัดหนักถึง 29 รุ่น และเปิดตัว 5 รุ่นใหม่โดยเน้นเซ็กเมนต์เอสยูวี และปลั๊กอินไฮบริด ภายใต้แบรนด์ EQ โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพของแบตเตอรี่  ลิเธียม-ไอออนชนิดใหม่ที่สามารถประจุไฟฟ้าได้มากกว่าเดิมในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปครั้งที่ 36 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี

ในบริเวณบูธ   เมอร์เซเดสเบนซ์ ได้แบ่งโซนการจัดแสดงรถยนต์ออกเป็น 4 โซน ครอบคลุมรถยนต์ภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์   ทั้งในกลุ่ม Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car และ SUV รวมถึงแบรนด์รถยนต์หรูระดับอัลตร้า ลักชัวรีอย่าง เมอร์เซเดส-มายบัค แบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง   เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และแบรนด์เทคโนโลยีกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดอย่าง EQ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับยนตกรรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกกลุ่มได้อย่างใกล้ชิด


ในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ โชว์รถยนต์ในกลุ่มเอสยูวี และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ GLC, GLC Coupé, GLE, G-Class และล่าสุด Mercedes-Benz GLS และ Mercedes-AMG GLC จึงทำให้ในปัจจุบัน บริษัทฯ นำเสนอรถยนต์ในกลุ่มนี้ทั้งสิ้น 6 รุ่นด้วยกัน โดย Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium ถือเป็นเจเนอเรชันที่ 3 ของยนตรกรรมเอสยูวีขนาด 7 ที่นั่งที่มอบความหรูหรา

และสะดวกสบายเทียบเท่ารถยนต์ในตระกูล S-Class ด้วยฐานล้อที่ยาวขึ้น 60 ม.ม. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าทำให้มีพื้นที่ในห้องโดยสารมากขึ้นโดยเฉพาะบริเวณที่นั่งแถวที่ 2   และ Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic รุ่นประกอบในประเทศ   ยนตรกรรมเอสยูวี 7 นั่งระดับ E-Class ที่พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ แต่ยังคงความหรูหรา

และยนตกรรมไฮไลท์จาก เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ประกอบด้วยครอสโอเวอร์สไตล์คูเป้ พันธุ์แรงสองรุ่นล่าสุด อย่าง Mercedes-AMG GLC 63 S 4MATIC+ Coupé รถยนต์เอสยูวีรุ่นแรกในตระกูล 63 ที่เปิดตัวในประเทศไทย มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบคู่แบบ Biturbo ด้วยเทคนิคการติดตั้งแบบ Hot inside V ผสานกับระบบเกียร์แบบสปอร์ต AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sports Transmission ที่ช่วยให้การตอบสนองของรถในระหว่างที่มีการเปลี่ยนเกียร์รวดเร็ว และราบรื่นยิ่งขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

และ Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé รุ่นประกอบในประเทศ โฉมใหม่ ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ AMG Performance 4MATIC ระบบส่งกำลังแบบ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G และเครื่องยนต์แบบ V6 เทอร์โบคู่ แบบ Biturbo ที่มีจุดเด่นในเรื่องระบบแรงดันเสริมท่อสำหรับนำอากาศของชุดเทอร์โบ boost pressure ส่งผลให้สามารถเพิ่มแรงม้า และแรงบิดให้กับเครื่องยนต์รุ่นนี้ได้อย่างทรงพลัง

โดยทั้งสี่รุ่นนี้มาพร้อมระบบมัลติมีเดียแบบ “MBUX” Mercedes-Benz User Experience ที่ช่วยยกระดับความสะดวกสบายขณะขับขี่ด้วยการเชื่อมโยงผู้ขับขี่เข้ากับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดเสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวผ่านระบบการสั่งการด้วยเสียง

นอกจากนี้เรายังได้เปิดตัวรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ภายใต้แบรนด์ EQ รุ่นล่าสุด “The new Mercedes-Benz E 300 e” มาพร้อมกับแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนชนิดใหม่ที่สามารถประจุไฟฟ้าได้มากกว่าเดิม ส่งผลให้ระยะทางสูงสุดสำหรับการขับขี่โดยใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าถึง 60%

โดยทั้ง 5 รุ่นนี้  มีให้ชมคันจริงในงานมหกรรมยานยนต์ หรือมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 36 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคมนี้ ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

มิตซูบิชิ ยกทัพอัดโปรแรง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/402155?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

มิตซูบิชิ ยกทัพอัดโปรแรง

วันที่ 2 ธันวาคม 2562 – 11:00 น.
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส,มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต,เอ็กซ์แพนเดอร์,แอททราจ,มิราจ,ซิตี้คาร์,กระบะ
เปิดอ่าน 29 ครั้ง

ชูรถซิตี้คาร์ รถกระบะ รถอเนกประสงค์ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36  

มิตซูบิชิ เปิดบูธครบทุกรุ่นภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 นำโดยรถซิตี้คาร์ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ เช่นเดียวกับ มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ใหม่ พร้อมด้วย มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มิตซูบิชิ ไทรทัน และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ‘โปรแรงแห่งปี’

มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ “พลังจากข้างใน ไปให้สุด” เน้นย้ำตำแหน่งผู้นำรถซิตี้คาร์ที่มีอุปกรณ์ครบครันที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน รถซิตี้คาร์ใหม่ทั้งสองรุ่นนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับยนตรกรรมมิตซูบิชิให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์ Advanced ‘Dynamic Shield’ เอกลักษณ์การออกแบบระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส

มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสีขาวใหม่ White Diamond พร้อมกระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าตกแต่งด้วยเส้นสีแดง กันชนหน้าใหม่ ไฟหน้าแบบ Bi-LED พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ ชุดไฟตัดหมอก ไฟท้ายแบบ LED และ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 15 นิ้ว พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ซึ่งได้รับการปรับโฉมดังกล่าวเช่นกันแล้ว ยังมาพร้อมกับ 2 สีใหม่ ได้แก่ สีขาว White Diamond และ สีเหลือง Sand Yellow พร้อมสปอยเลอร์หลังดีไซน์สปอร์ต

ภายในห้องโดยสารของรถซิตี้คาร์ใหม่ทั้งสองรุ่นได้รับการยกระดับใหม่ ได้แก่ จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ High Contrast การตกแต่งด้วยลายคาร์บอนดีไซน์ใหม่ เบาะนั่งวัสดุหนังสังเคราะห์ดีไซน์ใหม่ สำหรับ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ เบาะนั่งวัสดุหนังสังเคราะห์และผ้าดีไซน์ใหม่สำหรับ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ เหนือระดับไปอีกขั้นด้วยแผงควบคุมเปิด-ปิดกระจกข้างตกแต่งด้วยลายคาร์บอนดีไซน์ใหม่ พร้อมวัสดุบุนุ่มบริเวณแผงประตู โดยรถซิตี้คาร์ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมกับหน้าจอระบบสัมผัส Smartphone – Link Display Audio (SDA) ขนาด 7 นิ้ว รองรับแอปเปิล คาร์เพลย์ และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และการเชื่อมต่อบลูทูธ

พร้อมกันนี้บูธมิตซูบิชิ ยังจัดแสดง มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ใหม่ แก่สาธารณะเป็นครั้งแรก โดยผู้ที่ชื่นชอบรถกระบะจะได้สัมผัสกับความ ‘เหนือชั้น สายพันธุ์สปอร์ต’ มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ใหม่ แกร่งโฉบเฉี่ยวเต็มขั้นด้วยชุดตกแต่งกันชนหน้าสีดำแบบสปอร์ต พร้อมไฟหน้า กระจังหน้า กันชนหน้า ตลอดจนเส้นสายดีไซน์ไดนามิกชิลด์ด้านหน้าพร้อมหลังคาสีดำและล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว

มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ใหม่ ยังโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยด้วยดีไซน์ของมือเปิดกระบะท้ายและกันชนหลังสีดำ พร้อมสัญลักษณ์ ‘ATHLETE’ บนฝากระบะท้าย พร้อมชุดพื้นปูกระบะที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรถรุ่นนี้ แกร่งขึ้นไปอีกขั้นด้วยกรอบกระจกมองข้างและสไตล์ลิ่งบาร์สีดำ พร้อมบันไดข้าง รวมถึงสัญลักษณ์ ‘ATHLETE’ บนแถบกราฟฟิกข้างตัวรถ ภายในห้องโดยสารเหนือระดับด้วยการตกแต่งในสไตล์ทูโทนสีส้มและสีดำดีไซน์ใหม่

และเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของยนตรกรรมมิตซูบิชิ ได้ง่ายขึ้น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มอบข้อเสนอพิเศษ ‘โปรแรงแห่งปี’ เมื่อทำการจอง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มิตซูบิชิ ไทรทัน และ ไทรทัน    แอทลีท ใหม่ และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 และ ออกรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563 พบกับข้อเสนอพิเศษ ‘โปรแรงแห่งปี’ ได้เช่นกันที่โชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

‘โปรแรงแห่งปี’ สำหรับ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ได้แก่ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 2 ปี ฟรีรับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน ปี พร้อมแพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน ปี และรับฟรีอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงระบบดิจิตอล (HDMI WiFi Dongle) หรือ ลูกค้าสามารถพิจารณาแพคเกจดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% เป็นทางเลือกได้เช่นกัน

มิตซูบิชิ ไทรทัน มอบข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี ฟรีรับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน ปี พร้อมกันนี้ลูกค้า มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่น D/Cab 4WD 2.4 GT Premium 6AT สามารถเลือกรับข้อเสนอ มิตซูบิชิช่วยออก’ รวมมูลค่าสูงสุด 88,000 บาท 

ลูกค้า มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ สามารถเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% หรือ แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน ปี พร้อมกันนี้ ‘โปรแรงแห่งปี’ ยังมอบข้อเสนอฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี ฟรีรับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน ปี

สัมผัสกับรถยนต์มิตซูบิชิ ครบทุกรุ่นได้ที่บูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย A07 งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 (มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019) วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1 – 3 เมืองทองธานี

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/