แจก! รางวัลจอมอึด! คนไทยคนแรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/406215?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

แจก! รางวัลจอมอึด! คนไทยคนแรก

24 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
Subaru Global Platform,All New Forester,ซูบารุ,Subaru Forester 20i-L,ไพรมาซี่ เอสยูวี,รถยนต์อเนกประสงค์
เปิดอ่าน 427 ครั้ง

คนไทยคนแรกที่สามารถชนะเลิศการแข่งขันแตะรถชิงรถรายการ The Last Palm Standing มูลค่า 1.33 ล้านบาท

นับเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่ทาง  ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) ได้จัดกิจกรรม แตะรถชิงรถ “The Last Palm Standing – Mediacorp Subaru Car Challenge” เพื่อเพ้นหาคนไทยจอมอึด เป็นตัวแทนรอบสุดท้ายที่สิงคโปร์

สุดท้าย คุณศิริพงษ์ ทุษดี  ก็สามารถแตะรถได้นานที่สุดถึง 76 ชั่วโมง 55 นาที 5 วินาที ท่ามกลางอากาศการแข่งขันที่ร้อนอบอ้าว และความเหนื่อยล้าของร่างกาย เอาชนะผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 400 คนซึ่งเป็นตัวแทนคนอึดจาก 9 ประเทศ

ล่าสุดทาง  ทีซี ซูบารุ ประเทศไทย ได้มอบรางวัลคนอึดเป็น รถยนต์ The All-New Subaru Forester 2.0i-L มูลค่า 1.33 ล้านบาท แก่นายศิริพงษ์ ทุษดี ผู้ชนะการแข่งขันแตะรถชิงรถ “The Last Palm Standing – Mediacorp Subaru Car Challenge” ประเทศสิงคโปร์ ประจำปี 2562 สร้างประวัติศาสตร์คนไทยคนแรกที่ชนะการแข่งขันแตะรถชิงรถ ครั้งนี้อีกด้วย

 

All New Forester เลือกใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด Subaru Global Platform ดูดซับแรงกระแทกและแข็งแรงมากขึ้นถึง 40% มากับเครื่องยนต์แบบ Boxer ขนาด 2.0 ลิตร เบนซิน 4 สูบ วางนอน DOHC 16 วาล์ว ไดเรคอินเจคชั่น ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ  Lineartronic  CVT 7 สปีด  พร้อม ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Symmetrical All-Wheel Drive และฟังก์ชั่นการขับขี่ X Mode  ที่มีโหมดการขับขี่ Snow Dirt เเละ D.Snow Mud

All New Forester  มีให้เลือกทั้งหมด 3รุ่น ได้แก่

Forester 2.0i-L ราคา 1,330,000 บาท

Forester 2.0i-S ราคา 1,380,000 บาท

Forester 2.0i-S ES ราคา 1,450,000 บาท

 

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek

เลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงให้การเกิดอุบัติเหตุ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/406130?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงให้การเกิดอุบัติเหตุ

23 ธันวาคม 2562 – 11:00 น.
กรมการขนส่งทางบก,อุบัติเหตุ,เทศกาลปีใหม่ 2563
เปิดอ่าน 213 ครั้ง

เตรียมความพร้อมก่อนขับรถ เดินทางไกลช่วงเทศกาล ทั้งคนและรถ เพื่อให้เทศกาลปีใหม่ 2563

สัปดาห์สุดท้ายของการทำงานส่งท้ายปีเก่า ถ้าท่านผู้อ่านจะต้องเดินทางกลับบ้านหรือเดินทางท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาว กรมการขนส่งทางบก ได้แนะนำข้อมูลเพื่อตรียมพร้อมทั้งคนและรถ เลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้การเกิดอุบัติเหตุกันครับ

 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เผยว่า ในช่วงเทศกาลของทุกปีมักเป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน กรมการขนส่งทางบก ขอให้ประชาชนเตรียมความพร้อมก่อนขับรถเดินทางไกล

โดยควรพักผ่อนให้เพียงพอ พร้อมกับตรวจเช็กสภาพความพร้อมของรถก่อนเดินทาง ซึ่งสามารถใช้บริการได้  จุดบริการที่มีป้ายสัญลักษณ์ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ระหว่างวันที่ 1 – 31 ธันวาคม 2562 ที่กรมการขนส่งทางบก ภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน ให้บริการตรวจระบบเบรก สภาพยาง อุปกรณ์ปัดน้ำฝน ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง ท่อยาง หม้อน้ำและรอยรั่ว  การทำงานของไฟส่องสว่าง/ไฟสัญญาณต่างๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ด้านพฤติกรรมการขับขี่ขอให้เพิ่มความระมัดมากเป็นพิเศษ กรณีต้องขับรถทางไกลที่มักมีโอกาสที่ผู้ขับขี่จะขับแซงรถคันหน้าหรือเปลี่ยนเลนอยู่ตลอดเวลา ผู้ขับขี่จะต้องแซงทางด้านขวามือเสมอก่อนแซงทุกครั้งต้องให้สัญญาณไฟ และต้องไม่แซงรถคันอื่นครั้งละมากกว่า 1 คัน โดยห้ามแซงในบริเวณที่มีป้ายจราจร ห้ามแซง ทางลาดชัน ขึ้นสะพาน ทางโค้ง วงเวียน ทางร่วมทางแยก ทางรถไฟ และช่วงที่มีหมอก ฝน ฝุ่น หรือควัน  เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการมองเห็นเส้นทางข้างทางไม่ชัดเจน และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น

กรณีที่ต้องขับรถในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งทัศนวิสัยบนท้องถนนส่งผลต่อประสิทธิภาพในการมองเห็นได้ ผู้ขับขี่ควรขับรถให้ช้าลงกว่าปกติ พร้อมกับระมัดระวังถนนลื่น หรือทางโค้งถนนลื่นและทางคดเคี้ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้หากเป็นการขับรถกลางคืนที่ระยะทางไกลเกิน 150 กิโลเมตรขึ้นไป ควรต้องมีผู้ขับรถสลับเปลี่ยนกันขับ หรือควรพักรถและคนขับเป็นระยะๆ เพื่อการควบคุมรถอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันและแก้ไขสถานการณ์หลับในและต้องศึกษาเส้นทางให้ถี่ถ้วนก่อนการเดินทางด้วย

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีประสบปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างข้างทางไม่เพียงพอต้องเปิดใช้สัญญาณไฟให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง โดยเปิดใช้สัญญาณไฟสูงเป็นระยะและหากมีรถวิ่งสวนทางมาให้ปรับมาใช้ไฟต่ำ เพื่อป้องกันแสงไฟแยงตารบกวนผู้ขับขี่รายอื่น และให้ตรวจสอบสัญญาณไฟในรถให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา ต้องไม่ขับรถบนไหล่ทาง หรือว่าแซงในช่องทางด้านซ้าย เพราะว่าอาจจะมีรถจักรยานยนต์ที่วิ่งสวนทางมา หรืออาจจะมีรถที่จอดอยู่ริมข้างทาง หรือรถที่ไม่มีสัญญาณไฟด้วย

ทั้งนี้หากประสบปัญหารถเสียระหว่างทาง สามารถใช้บริการ    จุดบูรณาการร่วม กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โครงการ  “อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน ที่ตั้งจุดบริการทั่วไทย ตลอดเทศกาลปีใหม่ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน กรมการขนส่งทางบก ห่วงใยประชาชนยกระดับความปลอดภัยในการเดินทาง  “ใส่ใจกำลังสาม เดินทางอุ่นใจ ปลอดภัยตลอดปีใหม่” ขอให้ประชาชนร่วมใส่ใจตนเอง ใส่ใจเพื่อนร่วมทาง ไปพร้อมกับกระทรวงคมนาคมที่ร่วมใจจัดเจ้าหน้าที่ตรวจตราดูแลทั้งคน รถ และถนน ให้เทศกาลปีใหม่ 2563 เป็นเทศกาล   แห่งความสุขอย่างแท้จริง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

 

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek

5 ข้อห้ามลืม… ก่อนหยุดยาว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/406126?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

5 ข้อห้ามลืม… ก่อนหยุดยาว

23 ธันวาคม 2562 – 10:00 น.
ปีใหม่,ไปฉลองปีใหม่,เอสโซ่,Esso,น้ำมัน
เปิดอ่าน 413 ครั้ง

ทำได้เองโดยไม่ต้องพึ่งช่าง ทำได้ก็พร้อมเดินทางช่วงหยุดยาวกันแล้ว….

ก่อนจะเริ่มต้นเข้าสู่เทศกาลหยุดยาว และการเดินทางกลับบ้านขอนำ 5 ข้อห้ามลืม!…. มาบอกเล่าทำได้เองโดยไม่ต้องเสียเงิน เพียงปฎิบัติตามนี้ก็สามารถเดินทางไปกลับในช่วงหยุดยาวปีใหม่นี้ได้อย่างสบายใจ สบายกระเป๋า!!!

ช่วงสิ้นปีแบบนี้ หลายๆ คนต้องขับรถเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง หรือขับรถท่องเที่ยวต่างจังหวัดในช่วงวันหยุดยาว เอสโซ่ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยดูแลเครื่องยนต์ของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านด้วย  5 ข้อห้ามลืมที่ปกป้องเครื่องยนต์ พร้อมเดินทางช่วงหยุดยาว

น้ำมันเครื่องอย่าให้พร่อง

พื้นฐานสำคัญที่สุดสำหรับการดูแลเครื่องยนต์คงหนีไม่พ้นน้ำมันเครื่อง โดยน้ำมันเครื่องจะเข้าไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องยนต์ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะที่ผู้ผลิตรถยนต์แนะนำหรืออย่างน้อยทุกๆ 10,000 กิโลเมตรหรือทุกๆ 6 เดือน หากไม่แน่ใจลองเช็คก้านวัดระดับน้ำมันเครื่อง ที่ต้องไม่ต่ำกว่าระดับ MIN ต่ำสุด

ระบบภายในต้องพร้อม

ดูแลระบบสำคัญของรถที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ได้แก่ ระบบระบายความร้อน ที่ต้องทำงานปกติและมีระดับน้ำหล่อเย็นในระดับสูงกว่า MIN เสมอ ระบบกรองอากาศ ที่ต้องคอยเปลี่ยนทำความสะอาดนำฝุ่นละอองออกหรือเปลี่ยนไส้กรอก และระบบกรองน้ำมัน ที่ต้องคอยตรวจสอบว่าไส้กรองทำงานปกติไม่อุดตัน เพื่อคัดกรองสิ่งแปลกปลอมที่อาจมากับน้ำมันก่อนส่งเข้าเครื่องยนต์

ขับรถที่ความเร็วเหมาะสม

ขับรถที่ความเร็วพอเหมาะตามกฎหมายกำหนด ไม่เร่งรอบเครื่องยนต์มากเกินไป การเร่งเครื่องยนต์รอบสูงนอกจากจะเปลืองน้ำมันแล้ว ยังเร่งให้เกิดการสึกหรอต่อระบบภายในเครื่องยนต์ทั้งหมด ส่งผลให้เครื่องหลวม แรงตก และเสื่อมสมรรถนะเร็ว

พักเครื่องยนต์

ร่างกายยังต้องการการพักผ่อนเครื่องยนต์ก็เช่นกัน หากต้องขับรถติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ควรมีช่วงจังหวะให้รถยนต์ได้พักเพื่อลดอุณหภูมิเครื่องยนต์ระหว่างทางบ้าง แต่ไม่ควรดับเครื่องยนต์ทันที ควรลดความเร็วก่อนถึงที่หมาย 5-10 นาทีเพื่อคูลดาวน์เครื่องยนต์ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ที่ติดเทอร์โบ ที่ควรรออุณหภูมิในเทอร์โบลดลงซัก 3-4 นาทีก่อนดับเครื่องยนต์

เลือกใช้น้ำมันคุณภาพ

หากเปรียบรถยนต์เป็นร่างกาย อาหารนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพอย่างปฏิเสธไม่ได้ รถยนต์ก็เช่นกัน หากต้องการให้สุขภาพของเครื่องยนต์ดีต้องเลือกเติมน้ำมันคุณภาพที่ปกป้องเครื่องยนต์อย่างน้ำมัน ‘เอสโซ่ ซีเนอร์จี้ ซูพรีมพลัส’ Esso Synergy Supreme+ มอบการปกป้องเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และทำให้เครื่องยนต์สะอาดมากขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มอัตราเร่ง เครื่องยนต์ตอบสนองดียิ่งขึ้น

 

ข้อมูล  เอสโซ่

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek

 

เปอโยต์ 3008 หนึบแน่น สมอารมณ์ยุโรป #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/405913?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เปอโยต์ 3008 หนึบแน่น สมอารมณ์ยุโรป

22 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
ยานยนต์,เปอโยต์ 3008
เปิดอ่าน 567 ครั้ง

เปอโยต์ 3008 หนึบแน่น สมอารมณ์ยุโรป คอลัมน์… ยานยนต์

เปอโยต์ รถชื่อดังจากฝรั่งเศส เข้ามายังตลาดเมืองไทยมายาวนาน ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็มาก เปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำตลาดหลายครั้งเพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้

ปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงครัั้งสำคัญ เมื่อเปอโยต์ ประเทศไทย ภายใต้กลุุ่ม มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น-เอเชีย หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย กลุ่มธุรกิจรายใหญ่ของไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้แทนจำหน่ายรายใหม่
เปอโยต์ ประเทศไทย ไม่รอช้า เปิดตลาดทันที เอสยูวี กลุ่มรถที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น 2 รุ่น คือ 3008 และ 5008 ซึ่งทั้ง 2 รุ่น สร้างขึ้นจากพื้นฐานเดียวกัน ต่างกันเล็กน้อย เช่น ความยาวที่ 5008 ยาวกว่า 16 มม. และเป็นรถ 7 ที่นั่ง ขณะที่ 3008 เป็นรถ 5 ที่นั่ง

แต่วันนี้เรามาพูดถึง 3008 ซึ่งเป็นรุ่นที่ผมนำมาลองขับอยู่สี่ห้าวัน ทั้งในกรุงเทพฯ และเส้นทางออกต่างจังหวัด ที่ จ.สุพรรณบุรี

3008 มีรูปทรงที่สวยงาม อารมณ์รวมๆ มีทั้งสปอร์ต หรูหรา ผมชอบการออกแบบไฟท้ายที่เป็นแถบ 3 แถบ ดูมีเอกลักษณ์ แปลกตา สวยงาม ซึ่งเปอโยต์บอกว่าได้แนวคิดมาจากกรงเล็บสิงโต

ส่วนหน้าหน้าออกแบบให้ดุดัน ไฟหน้าแอลอีดี สวยงามแปลกตา เปอโยต์บอกอีกว่ามันคล้ายกับเขี้ยวสิงโต ส่วนภายในออกแบบแนว “i-Cockpit” คอนโซลต่างๆ พุ่งเข้าหาตัวตามรูปแบบความนิยมของรถยุโรป และเน้นออกแบบส่วนประกอบต่างๆ ดูล้ำสมัย เช่นชุดสวิตช์เลือกระบบแสดงบนหน้าจอ เช่น เครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ ระบบนำทาง แบบก้านเปียโน (Piano Key Toggle Switches)

มาตรวัดต่างๆ เป็นแบบฟูลดิจิทัล ขนาด 12.3 นิ้ว มีลูกเล่นให้ผู้ขับเลือกการแสดงผลได้ว่าจะเอาเป็นระบบนำทาง ข้อมูลขับขี่ หรือมินิมอล คือ เหลือข้อมูลน้อยที่สุดไม่รบกวนสมาธิ หรือจะเป็นเพอร์ซันนอล ตั้งได้เอง
ขณะที่จอตรงกลางคอนโซลขนาด 8 นิ้ว ระบบสัมผัส ให้ภาพชัดเจน แต่ผมว่าเมื่อมองรวมๆ แล้วมันแย่งความเด่นกันระหว่าง 2 จอ ดูเยอะเกินไป แต่ก็อย่างว่าแหละครับ คนยุคใหม่อาจจะชอบอะไรที่มันดูล้ำสมัยมากๆ ก็ได้
ตัวรถอาจจะไม่ได้ใหญ่นัก แต่การออกแบบเบาะนั่งต่างๆ ทำได้ดี นั่งสบายทุกที่นั่ง โดยเฉพาะเบาะคนขับที่กระชับลำตัว นั่งได้สบาย ควบคุมรถได้ดี และการออกแบบแนวลึกทำให้พื้นที่เหนือศีรษะมีมาก ช่วยให้รู้สึกโปร่งโลก และหากอยากได้โล่งกว่านั้น เปิดหลังคาพาโนราม่า ก็ได้
เครื่องยนต์เบนซิน ทวินสกรอลล์เทอร์โบ 4สูบ ขนาด 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 167 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาทีแรงบิดสูงสุด240 นิวตันเมตรที่ 1,400-4,000 รอบ/นาที และยังคงใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ส่งกำลังยังล้อหน้าที่เป็นล้อขับเคลื่อน

ทีแรกผมก็ไม่ได้คาดหวังกับตัวเครื่องยนต์มากนัก แต่เอาเข้าจริงในการขับขี่พบว่ามันตอบสนองได้ดีเลยแหละครับ เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ที่กระฉับกระเฉง เรียกกำลังมาได้ทันอกทันใจ ช่วยให้รถมีความปราดเปรียว แม้จะนั่งเต็มพื้นที่ 5 คน ก็ตาม
3008 ปราดเปรียว เพราะว่าการเปลี่ยนความเร็วทำได้ดี ซึ่งบ้านเราลักษณะจราจร ทำให้รถต้องเปลี่ยนความเร็วบ่อยครั้งเดี๋ยวช้า เดี่ยวเบรก เดี๋ยวเร่ง ขณะที่การทำงานของเกียร์ก็ตอบสนองได้ดี ลื่นไหล
รถมีแพดเดิลชิฟท์ให้เปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเองที่ด้านหลังพวงมาลัย แต่ไม่ได้ติดอยู่กับตัวพวงมาลัยโดยตรง แต่ติดอยู่กับคอพวงมาลัย ดังนั้นมันไม่หมุนตามพวงมาลัย ซึ่งลดความสะดวกในการเปลี่ยนเกียร์ไปหน่อย แม้วิศวกรหรือใครจะออกมาบอกว่าไม่ควรเปลี่ยนเกียร์ตอนที่กำลังหมุนพวงมาลัยก็เถอะ

พูดถึงพวงมาลัยมีขนาดเล็ก รูปทรงสปอร์ต เป็นทรง 6 เหลี่ยมแบบลบเหลี่ยม ข้อดีก็คือการตัดด้านบน ทำให้มองเห็นมาตรวัด และข้อมูลต่างๆ หน้าจอได้ชัดเจน เพราะพวงมาลัยกลมๆ ทั่วไป อาจจะบังต้องยืดคอขึ้นไปมองหรือไม่ก็หดคอลงมามองลอดพวงมาลัย
พวงมาลัยเล็กๆ ทำให้การตอบสนองของการเลี้ยวฉับไว เพิ่มอารมณ์สปอร์ตได้อีก

การทรงตัวรถทำได้ดี แม้ว่าจะใช้ความเร็วสูงก็ตาม รถนิ่งไว้ใจได้ ขณะที่การขับขี่ในทางโค้งก็ยังไว้ใจได้ว่ารถยังอยู่ในการควบคุม ช่วยให้ 3008 เป็นรถเอสยูวีที่ขับได้สนุก ขับได้อารมณ์สปอร์ต
ขณะที่ผู้นั่งก็น่าจะชอบใจเพราะว่าการดูดซับแรงสั่นสะเทือนทำได้ดีเช่นกัน ส่วนเสียงรบกวนจากภายนอกมีเข้ามาบ้างที่ความเร็วเดินทางและความเร็วสูงครับ แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ครับ

เป็นรถที่มีความแตกต่าง มีเอกลักษณ์ ขับดี เครื่องยนต์ดี เป็นทางเลือกที่คนที่อยากจะได้รถเอสยูวี ไว้ใช้งานสักคันครับ

ดริฟท์ ส่งท้ายปีกุน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/405840?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ดริฟท์ ส่งท้ายปีกุน

21 ธันวาคม 2562 – 09:00 น.
พีทีที สเตชั่น บีอาร์ไอซี ดริฟท์ แอ็ทแท็ค 2019,Drive To Drift,สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต,ดริฟท์ก๊อด,Drift
เปิดอ่าน 162 ครั้ง

ใครจะครอง “ดริฟท์ก๊อด” ประจำปี 2019

อีกหนึ่งรูปแบบของการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต กับการแข่ง ดริฟท์  เพื่อหาที่สุดของประเทศไทยเพื่อครองตำแหน่ง  “ดริฟท์ก๊อด”  ประจำปี 2019 ณ ดริฟท์ แทร็ก สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

การแข่งขัน “พีทีที สเตชั่น บีอาร์ไอซี ดริฟท์ แอ็ทแท็ค 2019” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่5 เตรียมดวลลีลาในสนามสุดท้ายของปี เพื่อตัดสินแชมป์หาดริฟท์ก๊อดของไทย ระหว่างวันที่ 21-22 ธันวาคมที่ ดริฟท์ แทร็ก สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสนามดริฟท์ที่สวยงาม และครบครันที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย

มาพร้อมสุดยอดนักดริฟท์ 53 คนชั้นนำของไทยและเอเชีย นำทีมโดย “พีท” ธนภณ ทองเจือ, “เอ็ม” อรรถพล ประกอบของ, “โจ้” วัทนพร พึ่งเพียร จาก พีทีที และ ดิว เดอะสตาร์ ลงซ้อมวันแรกอย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลุยศึก “พีทีที สเตชั่น บีอาร์ไอซี ดริฟท์ แอ็ทแท็ค 2019” 

ขณะที่ โนมูระ เคน ตำนานนักดริฟท์ระดับโลกชาวญี่ปุ่น  ที่บินตรงมารับหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดกรรมการ และนำทีมลงตรวจสอบสนาม พร้อมวางไลน์สุดท้าทายในการดริฟท์เพื่อแข่งขันสนามสุดท้ายของปีนี้

โดยด้าน “เอส” ชนัฐพนธ์ เกิดเปี่ยม จ่าฝูงบนแชมเปี้ยนชิพจาก พีทีที เพอร์ฟอร์มา อาร์ดีทู ตั้งเป้าทวงตำแหน่ง “ดริฟท์ก๊อด” คืนสู่ประเทศไทยและทีมเมทอย่าง “เก่ง” วุฒิธัช ปานกำเหนิด ที่ลงเตรียมความพร้อมด้วย

“เอส” ชนัฐพนธ์ เกิดเปี่ยม จากพีทีที เพอร์ฟอร์มา อาร์ดีทู ยังรั้งตำแหน่งจ่าฝูงโดยมีคะแนนนำ ชาร์ลส์ อึ๊ง นักดริฟท์ชาวฮ่องกงผู้ครองตำแหน่ง “ดริฟท์ก๊อด” คนปัจจุบันอยู่ 13 คะแนน เปิดเผยระหว่างการลงซ้อมที่ บีอาร์ไอซี ดริฟท์ แทร็ก ว่า “วันนี้ทางฝ่ายจัดการแข่งขันได้กำหนดไลน์ในการซ้อม ถือว่ายากสำหรับนักดริฟท์ทุกคนครับ ส่วนตัวผมเองตอนนี้เรามีคะแนนนำเป็นจ่าฝูงอยู่ เราทำงานอย่างหนักตลอดทั้งปี เพื่อเก็บคะแนนสะสมในการรักษาความได้เปรียบในการลุ้นแชมป์ให้ได้ตลอดทั้งปี การซ้อมในวันแรกเราเน้นไปที่การเซ็ตอัพให้ลงตัวที่สุด การเลือกใช้ยางและวางไลน์ในการดริฟท์ของตัวเอง ผมตั้งเป้าจะทวงตำแหน่งดริฟท์ก๊อดกลับคืนสู่ประเทศไทยให้ได้”

 

การแข่งขัน พีทีที สเตชั่น บีอาร์ไอซี ดริฟท์ แอ็ทแท็ค 2019 จะดวลกันทั้งสิ้น4 คลาส ได้แก่ คลาส ซี ซึ่งเป็นนักแข่งหน้าใหม่ ก้าวแรกของนักดริฟท์เมืองไทย, คลาส บี ที่ถือเป็นลานประลองความสามารถของนักดริฟท์ ที่จะพัฒนาสู่นักดริฟท์ระดับประเทศ ก่อนจะมาพบความมันส์ในคลาส เอ ซึ่งเป็นคลาสสูงสุดของนักดริฟท์ รวมถึงคลาสโอเพ่นเกียร์ ซึ่งจัดชาร์จแบทเทิลด้วยอันดับควอลิฟายท็อป 8 คัน โดยเปิดโอกาสให้นักแข่งใช้เกียร์ได้ทุกรูปแบบ ตัวอย่างเช่น ไอ-แพทเทิ่น ทะลุเข้าวัดแชมป์ในคลาสนี้

ทั้งนี้ การแข่งขัน “พีทีที สเตชั่น บีอาร์ไอซี ดริฟท์ แอ็ทแท็ค 2019″ จะดวลลีลารอบควอลิฟายในวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พี่น้องชาวไทยก็อย่างลืมเข้าไปชมไปเชียร์เพื่อให้คนไทยได้เข้าไปดวลความมันส์ในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม กับการแข่งขันในรอบแบทเทิล ณ สนามบีอาร์ไอซี ดริฟท์ แทร็ก สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

 

ขอบคุณภาพ พี่ปอน์ด เดชะพล โตยิ่งเจริญ

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek

‘อัพทิส’ ต้นแบบยางไร้ลม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/405757?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

‘อัพทิส’ ต้นแบบยางไร้ลม

20 ธันวาคม 2562 – 15:00 น.
มิชลิน อัพทิส,ยางรถยนต์,ยางรั่ว,ยาง,MICHELIN UPTIS,MICHELIN
เปิดอ่าน 591 ครั้ง

อนาคตของความปลอดภัยและการเคารพต่อสิ่งแวดล้อม

อีกหนึ่งนวตกรรมของยางรถยนต์ที่ถือว่าสุดมาก กับยางรถยนต์แห่งปี ที่ทาง มิชลิน คว้าถึง 3 รางวัล จากอุตสาหกรรมยานยนต์กับการพัฒนาเทคโนโลยีและวัสดุใหม่ๆ เพื่อการสัญจรที่ดีทั้งในเชิงความปลอดภัย ประสิทธิภาพ การเข้าถึงได้ง่าย และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

มิชลิน อัพทิส’ MICHELIN UPTIS ต้นแบบยางไร้ลมพร้อมระบบป้องกันการแตกรั่วซึมที่พัฒนาขึ้นโดยมิชลิน รุกคว้ารางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 3 รางวัล อาทิ Golden Steering Wheel Award ประจำปี 2562 จากกลุ่มนิตยสารยานยนต์ Auto Bild ในเยอรมนี, COYOTE Automobile Award ประจำปี 2563 จาก European Community Coyote ในฝรั่งเศส และ AVT ACES* Award ประจำปี 2563 จากนิตยสารสัญชาติอเมริกัน Autonomous Vehicle Technology ในสหรัฐอเมริกา

ฟลอรองต์ เมอเนโกซ์ (Florent Menegaux) ประธานกลุ่มมิชลิน เปิดเผยว่า รางวัลอันทรงเกียรติทั้ง 3 รางวัลเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคนที่มิชลิน เนื่องจากเป็นรางวัลที่ยกย่องนวัตกรรมระดับปฏิวัติวงการของอุตสาหกรรมยางรถยนต์ ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามและทุ่มเทของมิชลินในด้านนวัตกรรมและการสัญจรอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ยาง ‘มิชลิน อัพทิส’ ได้รับรางวัลประเภทนวัตกรรม (Innovation) และยางรถยนต์แห่งปี (Tire of the Year) ด้วยจุดเด่นเรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหนือระดับ

มิชลินเปิดตัวยาง ‘มิชลิน อัพทิส’ ครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาในงาน Movin’On Summit ประจำปี 2562 ซึ่งมุ่งเน้นเรื่องการสัญจรอย่างยั่งยืน โดยยางไร้ลม ‘มิชลิน อัพทิส’ เป็นนวัตกรรมที่โดดเด่นทั้งด้านความปลอดภัยและการเคารพต่อสิ่งแวดล้อม

 

ยางต้นแบบรุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยีนวัตกรรมระดับปฏิวัติวงการซึ่งส่งผลให้ปลอดความเสี่ยงต่อการถูกบาดตำจนยางแตกรั่วซึม ทำให้มีข้อได้เปรียบอย่างมาก โดยช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกปลอดภัย ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเดินรถขนส่งและนักขับรถมืออาชีพมีผลิตภาพทางธุรกิจเพิ่มขึ้น ทั้งยังช่วยลดการใช้วัตถุดิบซึ่งนำไปสู่การลดขยะและส่งเสริมให้เกิดการสัญจรอย่างยั่งยืน

รางวัลที่ได้รับถือเป็นการยกย่องผลงานการวิจัยที่ใช้เวลาศึกษานานเกือบ 10 ปีของทีมงานมิชลิน โดยต้นแบบยาง ‘มิชลิน อัพทิส’ ได้รับสิทธิบัตรด้านการออกแบบโครงสร้างและวัสดุไฮเทคมากกว่า 50 ฉบับ นับเป็นยางที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมิชลินในด้านนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการสัญจรที่ดียิ่งขึ้น แต่ยังไม่มีข้อมูลถึงราคาและการออกมาจำหน่ายจริงเมื่อไรกันแน่!!

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek

ส่งออก BMW ไทยสู่เอเซีย!!! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/405429?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ส่งออก BMW ไทยสู่เอเซีย!!!

19 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย,บีเอ็มดับเบิลยู,BMW,รถBMW,BmwX5,เขตการค้าเสรีอาเซียน,R 1250 GS
เปิดอ่าน 892 ครั้ง

เดินหน้าส่งออกบีเอ็มอับเบิลยู X5 สู่จีน และส่งออกมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ไปยังอินเดีย

นับเป็นอีกก้าว!!! ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์มากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นหนึ่งในโรงงาน  31 แห่ง ใน 15 ประเทศทั่วโลก ของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย จังหวัดระยอง

บีเอ็มดับเบิลยู เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้แก่เครือข่ายการผลิตระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู ผนึกกำลังด้วยการส่งออกรถยนต์บีเอ็มอับเบิลยู X5 ใหม่ไปยังประเทศจีน และส่งออกมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ไปยังประเทศอินเดีย สานความสำเร็จต่อเนื่องพร้อมตอบรับแนวทางการดำเนินงานของโรงงานในเครือข่ายบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปทั่วโลกในการผนึกกำลังการผลิตระหว่างโรงงานต่าง ๆ ในเครือข่ายเพื่อสร้างศักยภาพที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งภายในประเทศและในทุกภูมิภาคทั่วโลก และขับเคลื่อนความสามารถทางการผลิตระหว่างโรงงานในเครือข่ายอย่างเต็มสูบครบทั้งสามแบรนด์

มร. อูเว่ ควาส กรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีโรงงานผลิตและประกอบยานยนต์ในเครือข่ายทั้งหมด 31 แห่ง ใน 15 ประเทศทั่วโลก มุ่งประสานความร่วมมือจากโรงงานแต่ละแห่งเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรและกำลังการผลิต นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงงานในปี 2543 เราได้ใช้เงินลงทุนจำนวน 5.47 พันล้านบาท (ประมาณ 143 ล้านยูโร) ในการก่อสร้างและขยายกระบวนการประกอบ และได้ลงทุนเพิ่มอีก 818.6 ล้านบาท (ประมาณ 21 ล้านยูโร) ในปี 2561 โดยที่ยังคงรักษามาตรฐานระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยูไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และกลยุทธ์ในการบริหารทรัพยากร เช่นเดียวกับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลก

นอกจากการส่งออกบีเอ็มดับเบิลยู X5 ไปยังประเทศจีนแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ยังเดินหน้าเสริมศักยภาพการประกอบมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้เริ่มการส่งออกรถแอดเวนเจอร์ไบค์ใหม่ไปยังประเทศในทวีปเอเชีย ได้แก่ จีนและอินเดีย การร่วมผนึกกำลังกับประเทศอินเดียนั้นอยู่ภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพทางการผลิตระหว่างโรงงานในเครือข่ายบีเอ็มดับเบิลยูให้มีประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความร่วมมือในเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA)

เรายังได้ยกระดับกลยุทธ์การผลิตเพื่อเพิ่มขีดการแข่งขันของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเราได้เสริมความแข็งแกร่งระหว่างประเทศในเครือข่าย สะท้อนถึงกลยุทธ์ ‘Production follows the Market’ ที่ปรับกำลังการผลิตให้เหมาะสมกับข้อกำหนดในแต่ละประเทศ ทำให้สามารถนำเสนอราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น มีความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ มร. อูเว่ กล่าวเสริม

โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ในจังหวัดระยอง ถือเป็นหนึ่งในโรงงานประกอบยานยนต์ที่มีประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นมากที่สุดในเครือข่ายทั่วโลกของบีเอ็มดับเบิลยู รองรับการประกอบยนตรกรรมของทั้งบีเอ็มดับเบิลยูและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั้งหมด 14 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 Gran Turismo บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X1 บีเอ็มดับเบิลยู X3 และ บีเอ็มดับเบิลยู X5

สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F750 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR และ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR โดยมีบุคลากรกว่า 950 คน และยังคงมีแผนในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการถ่ายทอดทักษะความเชี่ยวชาญที่ได้มาตรฐานในระดับโลกเพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และสร้างรายได้เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

นอกเหนือจากความสามารถในด้านการผลิตแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังยึดมั่นในหลักการแห่งความยั่งยืนในทุกมิติของการดำเนินงาน อันเป็นอีกหนึ่งความโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งไม่เพียงกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในกระบวนการการผลิตรถยนต์ที่มีประสิทธิผลมากขึ้น แต่ยังมุ่งเสริมกำลังในเครือข่ายการผลิตเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากร ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ในปี 2561 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้สร้างสติถิใหม่ในการลดอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่อการผลิตรถยนต์ 1 คัน ซึ่งลดลงถึง 2.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็น 0.40 ตัน/คัน โดยใน 5 ปีที่ผ่านมานี้ ตัวเลขดังกล่าวนี้ได้ลดลงถึง 39% สอดคล้องกับอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์รวมจากเครือข่ายการผลิต ที่ลดลง 2.7% เมื่อเทียบกับปีที่ก่อนหน้า แสดงให้เห็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ถึงเจตนารมณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทั้งในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและบริการใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และการพัฒนาเพื่อก้าวไปสู่อนาคตแห่งยนตรกรรมที่มีความยั่งยืน

 

Electrification of mobility can help your children breathe greener air #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/auto/30379786?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Electrification of mobility can help your children breathe greener air

Dec 24. 2019
Ramesh Narasimhan, president of Nissan in Thailand

Ramesh Narasimhan, president of Nissan in Thailand
By Ramesh Narasimhan
Special to the Nation

826 Viewed

Did you know that just one EV is able to reduce 4.5 metric tons of greenhouse gases a year (footnote 1), equal to growing up 205 trees?

As the festive season approaches, I have taken time to pause and reflect on what my New Year’s resolution should be.

As a father of two children, I truly want to be part of creating a greener and a low-carbon society – not just for them but for all of us – a world where everyone, everywhere can breathe clean air without having to worry about the health risks associated with pollution.

But we are sadly a long way from that goal. Sadly, more people are dying from air pollution related disease than from road traffic injuries or malaria (footnote 2).

Some 91 per cent of the world’s population also lives in places where air pollution quality exceeds the World Health Organization’s (WHO) guideline limits, with over 4.2 million deaths globally every year as a result of exposure to outdoor air pollution (footnote 3).

This year alone, Thailand has twice seen the return of PM2.5 fine dust particles in many cities, spiking

to unhealthy levels, and a myriad of solutions are needed for the long-term management of these air pollutants.

Construction of infrastructure and property developments, as well as traffic congestion, are considered to be the root cause of this air pollution – a major environmental health problem affecting not just Thailand but many other low, middle, and high-income countries.

This recurring environmental issue is now being addressed at the national level, with the Thai government agreeing on an action plan to tackle air pollution – but both public and private sectors also need to unite on solutions to ensure long-term improvement.

And I believe that the introduction of the all-new Nissan LEAF, a full-battery Electric Vehicle, together with the upcoming debut of our e-POWER technology, will help millions of people breathe better air.

Why do I say this? Did you know that just one EV can save approximately 4.5 metric tons of greenhouse gases per year? To put this in perspective, one mature tree can offset as much as 22 kilograms of carbon dioxide (CO2) per year, which means that the benefits of one EV is equal to that of 205 trees (footnote 4).

Nissan, with our mission to sell 1 million EVs annually, will jointly save the planet 4.5 million metric tons of greenhouse gases each year by 2022, which translates to some 2.05 billion trees planted.

That is in addition to the 810 million metric tons of greenhouse gases already saved – equal to 369 billion trees – that EVs across the industry have already saved the planet (footnote 5).

This truly shows the huge positive impact EVs can have on reducing air pollution. Nissan, as the global EV leader with more than 430,000 Nissan LEAF sold globally, and our LEAF owners, jointly save 3.8 million barrels of oil every year, or one million metric tons of CO2, thus. In addition, we aim for 90% reduced product CO2 emissions by 2050.

In the past five years, global battery-only electric vehicle sales have increased 23-fold and, last year alone, global cumulative passenger EV sales surpassed 4 million (footnote 6) .

And whereas it took the industry six years to collectively sell the first million electric cars, it now takes only six months on average sell a million zero-emission vehicles (footnote7).

The EV sector’s disruption is in overdrive, with a Deloitte report on EVs projecting that we may reach the tipping point where EVs sales can begin to overtake traditional cars within the next three years.

Another of Nissan’s important steps towards achieving its zero-emission vision lies in Nissan’s e-POWER technology, arriving on Thai roads in the near future. Nissan’s e-POWER electrified powertrain system utilizes a gasoline engine to charge the high-output battery, giving the driver a 100% electric driving experience and leading to better fuel efficiency and lower emissions compared with a traditional internal combustion engine.

I wholeheartedly support Thailand’s electrification goal of 1.2 million EVs on the road by 2036, and Nissan is playing out part here: we expect 25% of all Nissan vehicles sold in the A&O region to be electrified by 2022 . And, at a global level, Nissan has also announced plans to introduce eight new pure electric vehicle models and a goal of selling one million electric vehicles annually by 2022.

So, as we move towards the holiday season, I would like to invite you to join with me in resolving to change our behaviour and committing to doing our part to help create cleaner air in our cities for us, our children, and generations to come.

Ramesh Narasimhan is the president of Nissan in Thailand

1 https://www.epa.gov/greenvehicles/greenhouse-gas-emissions-typical-passenger-vehicle 

2 http://www.healthdata.org/news-release/state-global-air-2019-report

 

3 https://www.who.int/airpollution/en/

4 http://greenyatra.org/plantatree/offset.php

5 https://www.epa.gov/greenvehicles/greenhouse-gas-emissions-typical-passenger-vehicle

6 https://about.bnef.com/blog/cumulative-global-ev-sales-hit-4-million/

7 https://cleantechnica.com/2018/09/03/4-million-electrified-vehicles-sold-globally-5-million-expected-in-6-months-bnef/

Chrysler discounts are biggest in a decade #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/auto/30379688?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Chrysler discounts are biggest in a decade

Dec 21. 2019
Several Dodge Challengers sit on display at Bettenhausen Motor Sales Jeep Chrysler Dodge RAM in Tinley Park, Ill., in September. MUST CREDIT: Bloomberg photo by Daniel Acker

Several Dodge Challengers sit on display at Bettenhausen Motor Sales Jeep Chrysler Dodge RAM in Tinley Park, Ill., in September. MUST CREDIT: Bloomberg photo by Daniel Acker
By Syndication Washington Post, Bloomberg · Gabrielle Coppola

400 Viewed

Fiat Chrysler Automobiles NV is making an all-out push to clear away tens of thousands of vehicles that its dealers haven’t ordered, adding to tensions over a new data-driven production strategy that can lead to swelling inventory.

The Italian-American automaker is offering its most aggressive discounts since the financial crisis to sell certain 2019 model-year cars under its Dodge, Jeep and Ram brands, internal marketing documents show. In a conference call last week, sales staff were asked to work overtime to press the company’s network of 2,400 dealers to take more vehicles and shrink the unassigned inventory to zero before Christmas.

For Fiat Chrysler, now in a merger deal with France’s PSA Group, the sales blitz marks a costly scramble after it accumulated a stock of as many as 70,000 unassigned cars for the month of December. The company says the build-up is the result of a year-old system to streamline manufacturing by using data analytics to forecast demand, which can cause supply to wax and wane. But it’s also leading to internal strains, with some employees expressing frustration that the cars produced don’t match market preferences, according to the conference call and people with knowledge of the matter.

The magnitude of discounts Fiat Chrysler is resorting to in order to coax dealers to take on the vehicles sends a troubling signal for the automaker’s most important region. Spending on incentives impinges on earnings, and the company is almost entirely reliant on the money it’s making in North America. The situation also shows the challenges carmakers face when adopting new technology to overhaul entrenched practices.

In a perfect world, auto companies manufacture only as many cars as the market is willing to absorb, based on dealer orders. If they make too many, they may ply consumers with incentives to move metal, or lay off factory workers and cut production; too few, and they can either raise prices, or ramp up output to meet demand. The problem is that cutting production means a lower return on the billions invested to produce a vehicle, so it’s often cheaper to overproduce and then use incentives to subsidize sales.

Four dealers told Bloomberg last month that they were being prodded to take cars from what they called a sales bank — a stock of vehicles the manufacturer built despite lacking orders for them from retailers. The decades-old practice is frowned upon in the industry because it can obscure supply figures and increase pressure on dealers to take vehicles they don’t want. Inventory numbers reported to third-party researchers only count cars on dealer lots.

Fiat Chrysler disputes that it’s operating a sales bank. It says the car build-up is a temporary side effect of the predictive analytics system, which saved the company 400 million euros ($445 million) through the third quarter, and trimmed 140,000 units from its total inventory. It was put in place by North America Chief Operating Officer Mark Stewart, who joined last year from Amazon.com Inc.

“Our new supply chain management strategy based on predictive analytics continues to work well for us, even as we continue to refine it,” said Niel Golightly, Fiat Chrysler’s global chief communications officer.

The automaker’s shares are up 4.5% this year, trailing a 28% gain for the S&P 500 Index.

Fiat Chrysler’s stock of excess inventory can fluctuate. The company had a supply of 40,000 unassigned cars in the third quarter that eventually was whittled down to 5,000. The number swelled to 60,000 in November, and 70,000 in December, according to a person with knowledge of the matter, who asked not to be named because the figures are private. It was down to 25,800 vehicles this week.

In the internal marketing email last month, the company outlined new incentives to move “bank units.” Fiat Chrysler has been offering employee pricing that it’s touted as the most aggressive since 2008, shaving 5% off what the dealer pays, plus applying additional rebates to certain vehicles.

Employee pricing is “pretty rare” and was a big boost to sales in November, said Josh Towbin, co-owner of Towbin Automotive in Las Vegas. “It’s working for us, we like it a lot,” said Towbin, who added he hasn’t felt pressured to take unassigned cars.

Still, a Dec. 11 conference call with field sales staff revealed representatives in the automaker’s nine sales regions are working overtime, including during the weekend, to urge dealers to take more cars and empty out the bank by the end of this week.

Several staff expressed frustration on the call that the vehicle configurations dictated by the analytics system don’t match market demand, undermining the company’s claims that its supply is based on software that predicts the most-wanted packages. For instance, the inventory includes 2019 heavy-duty Ram Bighorn trucks with 20-inch wheels that cost $1,600, while dealers want trucks with 18-inch wheels that come standard, one sales executive separately told Bloomberg.

Even dealers who do need fresh inventory aren’t willing to take vehicles from the bank because of the undesirable configurations, people said during the call.

“I know that not all the dealers are playing ball,” Mike Koval, U.S. director of Ram brand product marketing, said on the call. Of the 2,400 Fiat Chrysler dealerships in the U.S., more than 60% have refused to take more than five units in December, he said. “I don’t know what the magic formula is, but we need to work together to crack that code.”

Fiat Chrysler put a limit on dealer orders in December to instead work through existing cars in the sales bank, Bloomberg reported last month. Going forward, dealers will again be able to order cars from the plants, in tandem with production dictated by the analytics system, Koval said on the call. However, the surplus of cars is likely to continue.

“As we look forward to Q1 2020, it looks like there’s really no end in sight on this stuff,” he said. “This might be the new normal for a while.”

Tesla bucks China car slump as November registrations soar #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/auto/30379687?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Tesla bucks China car slump as November registrations soar

Dec 21. 2019
File Photo/Getty Images

File Photo/Getty Images
By Syndication Washington Post, Bloomberg · No Author 

466 Viewed

Tesla Inc. bucked the downturn in the world’s biggest electric-vehicle market last month as its new-car registrations in China soared 14-fold, giving the Model 3 maker some momentum as it prepares to begin deliveries from its Shanghai factory.

Registrations of Tesla vehicles climbed to a five-month high of 5,597 in November, compared with 393 a year earlier, according to state-backed China Automotive Information Net, which gathers and reports car-industry data. Tesla shares rose a fifth consecutive day, opening up as much as 2.2% to $413, a new intraday record.

Fears that China, the world’s biggest auto market, would raise tariffs on U.S.-made cars in December probably helped bolster sales, according to Bloomberg Intelligence auto analyst Steve Man. But that threat subsided last week after the U.S. and China agreed to the first phase of a broader trade agreement.

The figures add to the recent optimism that’s helped Tesla’s stock surge. They also stand out because the Chinese electric-car market has been shrinking for five months straight. Still, billionaire Elon Musk’s success in the country will largely hinge on how soon he can get Tesla’s new Shanghai plant, its first outside America, up and running so the company can lower prices and spur demand for its cars.

There’s much at stake for Tesla in China as the country accounts for about half of the world’s electric-vehicle sales and represents the company’s biggest market after the U.S.

Tesla’s China-built Model 3s are set to start at about $50,000, slightly cheaper than imported versions. The company may lower the locally built model’s price by 20% or more next year as it starts using more local components and reduces costs, according to people familiar with the matter.

Last year, sales of Tesla and other American-made vehicles were subject to a 25% punitive tariff that was rolled back at the start of 2019 as China and the U.S. moved closer to a trade agreement.

Registrations are among the few high-frequency indicators of demand for Tesla’s cars in China, as the company doesn’t report monthly sales. But registrations and sales figures don’t always end up matching up.

A Tesla representative in China declined to comment on the CAIN data.