ย้อนยุค กับ วินเทจคาร์ พาเหรด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/405188?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ย้อนยุค กับ วินเทจคาร์ พาเหรด

17 ธันวาคม 2562 – 23:00 น.
รถโบราณ,วินเทจคาร์ พาเหรด,สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย,การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
เปิดอ่าน 196 ครั้ง

กิจกรรมที่จัดเป็นประเพณีสร้างความประทับใจตลอดเส้นทางกับขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค กว่า 50 คัน

ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ที่ประเทศไทยของเรายังมีการรวมกลุ่มของรถโบราณ และรถคลาสสิคไม่ว่าจะเป็นรถโบราณก่อนยุคสงคราม หรือกลุ่มรถหลังสงครามที่หายาก การสานต่อและอนุรักษ์ทางสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย โรงแรม อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ, อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท, เทศบาลเมืองชะอํา, เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมจัดงาน “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 17”  เมื่อ 13-15 ธันวาคม ที่ผ่านมา

เป็นขบวนคาราวานรถโบราณและรถคลาสสิคกว่า 50 คัน  ประกอบด้วยดาวเด่นอย่าง ALFA ROMEO DUETTO ปี 1966, BENTLEY S2 ปี 1960, MORGAN PLUS4 ปี 1958 ออกเดินทางจากโรงแรม อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โดยเจ้าของรถตกแต่งรถให้เป็นลายจุดเข้ากับแนวคิดงาน สร้างสีสันแห่งความสนุกสนานตลอดเส้นทาง

 ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า สมาคมฯ จัดงาน “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด” ครั้งที่ 17 ด้วยแนวคิด “ภาพจำ…ลายจุด – Visual Memory…Polka Dot” โดยได้ร่วมงานกับโรงแรม อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ และอวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 รวมถึงได้รับการสนับสนุนจาก เทศบาลเมืองชะอํา เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นอย่างดี

จุดหมายแรกคือการมอบเงินสนับสนุนให้มูลนิธิอุทยานพระนครคีรี เพชรบุรี โดยมี กอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นผู้รับมอบ จากนั้นไปรับประทานอาหารกลางวัน ณ บ้านขนมนันทวัน ซึ่งหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ให้การสนับสนุน เดินทางเที่ยวชุมชนย่านเมืองเก่าริมน้ำเพชรบุรี ก่อนมุ่งสู่โรงแรม อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท ซึ่งมีการสังสรรค์พูดคุยกับเจ้าของรถโบราณในหัวข้อ “นี่แหละรถคันรัก”

วันที่สองสมาชิกคาราวานรถโบราณและรถคลาสสิคกว่า 50 คัน มุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟหัวหิน โดยได้รับการต้อนรับจาก นพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน และโศรยา หอมชื่น ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ พร้อมมอบทุนการศึกษาให้นักเรียน โรงเรียนเทศบาลบ้านหัวหิน จากนั้นรับประทานอาหารกลางวัน และพักผ่อนที่บ้านเลขที่ 111 ซึ่งเป็นของ ศิริพงษ์ บูรณะพันธุ์ อุปนายก สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ก่อนจะเดินทางกลับมาร่วมงาน วินเทจคาร์ กาลา ดินเนอร์ ณ ห้องราชพฤกษ์ โรงแรม อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท ที่จะนำรถหายากมาจอดอวดสายตานักท่องเที่ยว ไม่ว่าชาวไทยและชาวต่างชาติ

 

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek

Automatic brakes to become mandatory for new domestic cars from Nov. 2021

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/auto/30379566?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Automatic brakes to become mandatory for new domestic cars from Nov. 2021

Dec 18. 2019
By Syndication Washington Post, The Japan News-Yomiuri 437 Viewed

The Land, Infrastructure, Transport and Tourism Ministry has announced that it will require automatic brakes to be installed on new automobiles produced in Japan in November 2021 and later.

The ministry will make it mandatory to install the automatic brakes on imported new cars from around June 2024. It plans to apply for public comments on the issue and revise related regulations in January 2020.

Newly imposing on automobile manufacturers a qualifying test for automatic brakes that meets stricter standards, the ministry intends to make efforts to reduce accidents mainly caused by elderly drivers.

Mindful of international standards on advanced emergency braking systems taking effect in January next year, the ministry will seek the following functions for automatic brakes:

– When an automobile running at a speed of 40 kph approaches a parked car, it will be prevented from hitting it.

– When an automobile running at a speed of 60 kph approaches from behind another car running at a speed of 20 kph, it will be prevented from hitting it.

– When an automobile running at a speed of 30 kph comes close to pedestrians crossing a road at a speed of 5 kph, it will be prevented from hitting them.

Automatic brake systems detect automobiles and people with a combination of cameras and radar to prevent or reduce collision damage. The percentage of new cars equipped with automatic brakes by domestic manufacturers was 84.6% as of 2018.

มาสด้า ซีเอ็กซ์-8 ขับเองก็ดี ใช้งานครอบครัวก็เด่น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/404401?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

มาสด้า ซีเอ็กซ์-8  ขับเองก็ดี ใช้งานครอบครัวก็เด่น

15 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
มาสด้า ซีเอ็กซ์-8,ยานยนต์
เปิดอ่าน 650 ครั้ง

มาสด้า ซีเอ็กซ์-8  ขับเองก็ดี ใช้งานครอบครัวก็เด่น คอลัมน์…  ยานยนต์

 

 

มาสด้าส่ง “ซีเอ็กซ์-8” เข้ามาสร้างตลาดใหม่ เติมเต็มความต้องการของลูกค้าที่ต้องการรถที่ตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย โดยเปิดตัวมา 2 เครื่องยนต์ ทั้งสกายแอคทีฟ ดีเซล 2.2 ลิตร และเครื่องยนต์เบนซิน สกายแอคทีฟ จี 2.5 ลิตรให้เลือก และมีรูปแบบภายในห้องโดยสารแบบ 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง และมีรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบออลไทม์ให้เลือก แต่รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 6 ที่นั่งมีอยู่เฉพาะในรุ่นท็อป ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเท่านั้น

 

 

 

 

รุ่นย่อยของซีเอ็กซ์-8 ประกอบด้วย เบนซิน 2 รุ่น คือ 2.5 S ราคา 1.599 ล้านบาท 2.5 SP 1.699 ล้านบาท ดีเซล ประกอบด้วย XDL 1.899 ล้านบาท และ XDL EXCLUSIVE 2.069 ล้านบาท

ขนาดตัวถังยาว 4,900 มม. กว้าง 1,840 มม. สูง 1,730 มม. ระยะฐานล้อ 2,930 มม. ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,595/1,600 มม. เบาะนั่งแถวที่ 3 ใช้งานได้จริง นั่งได้สบายทีเดียว ทั้งความกว้างและพื้นที่ขา พื้นที่เข่า และพื้นที่เหนือศีรษะ ซึ่งนี่ก็น่าจะมีผลทำให้มาสด้าสามารถขยายฐานได้ในวงกว้างมากขึ้น

ส่วนเบาะนั่งอื่นๆ นั้น คู่หน้านั่งสบาย กระชับลำตัวเหมาะกับบุคลิกรถที่ให้อารมณ์สปอร์ต เพราะตัวผู้นั่งไม่เลื่อนไหลแม้ขับในเส้นทางคดโค้งไปมา ขณะที่แถวกลางซึ่งคันนี้เป็นแบบกัปตัน ซีท 2 ที่นั่งเล็กกว่าเบาะคู่หน้าเล็กน้อย เหตุผลก็คือต้องรองรับการออกแบบให้พับได้เร่ียบร้อย เมื่อต้องการเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระ

 

 

 

นั่งสบายสู้คู่หน้าไม่ได้ แต่ผมว่าไม่เกี่ยวกับความกว้าง หรือความหนา เพราะถือว่าเบาะคู่นี้กว้างขวางพอควร แต่การออกแบบให้ดูกว้างนั้นไปลดการกระชับลำตัวเหมือนคู่หน้า ทำให้รู้สึกว่านั่งไปนานๆ แล้วตัวเราไม่อยู่ที่เดิม ทำให้ต้องขยับกันใหม่นั่นเองครับ

และที่เบาะหลังมีม่านบังแดดติดตั้งมาให้ด้วย รวมถึงช่องแอร์ สำหรับเบาะนั่งของรุ่นนี้หุ้มหนัง Nappa สีแดง Deep Red กับสีดำ และเจาะรูขนาดเล็กเอาไว้ เพราะมันมีระบบอุ่นเบาะมาให้ด้วย ซึ่งในบ้านเราคงไม่ค่อยได้ใช้
ส่วนภาพรวมในห้องโดยสารโปร่งโล่ง ออกแบบดูเรียบๆ ไม่รกตา จอมอนิเตอร์แบบลอยตัว บางคนบอกว่าเล็กเกินไป แต่ผมว่าแค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว จอแสดงผลการขับขี่ ทีเอฟที แอลอีดี ขนาด 4.6 นิ้ว เห็นข้อมูลได้ชัดเจน
 

 

ส่วนระบบและอุปกรณ์มาตรฐานสำคัญๆ ที่ติดตั้งมา เช่น มาสด้า คอนเนคท์ รองรับการใช้งานระบบต่างๆ รวมถึงแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ ไฟหน้า อแดปทีฟ แอลอีดี ระบบแสดงภาพ 360 องศา ระบบเตือนจุดอับสายตา ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง
ระบบเตือนเมื่อเหนื่อยล้า ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ รักษาระยะห่างจากคันหน้า ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ ระบบช่วยรถหยุดอัตโนมัติขณะถอยหลัง เป็นต้น
รุ่นที่ผมลองวันนี้ก็เป็นตัวท็อป XDL EXCLUSIVE 6 ที่นั่งแบบกัปตัน ซีท โดยเบาะนั่งแถวกลางเป็นแบบ 2 ที่นั่งแยกซ้าย-ขวา โดยมีคอนโซลกลางพร้อมที่วางแก้ว ช่องเสียบยูเอสบี ปุ่มควบคุมอุณหภูมิเบาะติดตั้งมาให้
 

 

 

เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร เทอร์โบ รุ่นปรับปรุงใหม่ ช่วยให้มีกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นจาก 175 แรงม้า เป็น 190 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาทีแรงบิดสูงสุดเพิ่มจาก 420 นิวตันเมตร เป็น 450 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที และเพิ่มกำลังอัดจาก 14:1 เป็น 14.4:1 ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
ช่วงล่างด้านหน้า อิสระแมคเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังอิสระมัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง พวงมาลัยแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรงแบบไฟฟ้า ติดตั้งยางขนาด 225/55 R19
เราลองขับซีเอ็กซ์-8 เส้นทาง เชียงใหม่-เชียงราย ผ่านเส้นทางที่หลากหลาย คือทั้งไฮเวย์ เส้นทางผ่านชนบท หมู่บ้าน และเส้นทางป่าเขา มีผู้ร่วมเดินทาง 4 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระขนาดย่อมๆ คนละใบ
 

 

มาสด้ายังทำได้ดีกับจุดขายหลักก็คืออารมณ์สปอร์ตในการขับขี่ และแม้จะเป็นรถที่ม่ีขนาดใหญ่ แต่ยังมีความสามารถในการยึดเกาะถนนได้ดี เกาะโค้งได้แม่นยำช่วยให้ขับสนุก และเดินทางได้เร็ว พวงมาลัยแม่นยำสูง แม้จะดูว่ามีน้ำหนักเบาไปสักหน่อย ซึ่งคงตั้งมาให้เข้ากับภาพรวมของรถที่เน้นตอบสนองครอบครัวมากขึ้น
ส่วนระบบจี เวคเทอริง คอนโทรล ซึ่งรุ่นนี้ไม่ใช่พลัสเหมือนที่ใส่มาในมาสด้า 3 ใหม่ แต่ทำงานได้ดีพอ จากการขับขี่ในเส้นทางโค้งลัดเลาะไปตามเขา แรงเหวี่ยงที่ชวนปวดหัวมีน้อย และการโยนตัวของตัวถังก็มีน้อย แม้จะเป็นรถในรูปแบบเอสยูวีที่มีความสูงใต้ท้องรถมากกว่ารถยนต์นั่งก็ตาม ช่วยให้ผู้โดยสารนั่งได้สบายยิ่งขึ้น

ส่วนเครื่องยนต์ก็ตอบสนองการเดินทางครั้งนี้ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นทางราบหรือขึ้นเขา-ลงเนินก็ตาม อัตราเร่ง การเรียกกำลังตอบสนองได้ดี แม้จะไม่ถึงขั้นที่เรียกว่าจี๊ดจ๊าด แต่ก็ไม่เอื่อยให้รำคาญ เรียกว่าทำให้ขับสนุกได้ และการเร่งแซงไว้ใจได้
 

 

โดยรวมจัดเป็นรถที่ด่ีอีกคันหนึ่ง ขับแล้วประทับใจ และที่น่าสนใจคือมันเป็นรถที่น่าจะตอบสนองการใช้งานได้หลากหลาย โดยอาจจะใช้ในองค์กร ใช้ในครอบครัว แต่ก็สามารถขับไปไหนมาไหนคนเดียวได้อย่างสะดวกเช่นกันครับ

‘รู้ก่อนซื้อ’ ฮอนด้า ซิตี้ หรือ นิสสัน อัลมิร่า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/404483?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

‘รู้ก่อนซื้อ’  ฮอนด้า ซิตี้ หรือ นิสสัน อัลมิร่า

14 ธันวาคม 2562 – 00:01 น.
รู้ก่อนซื้อ,ฮอนด้า ซิตี้,นิสสัน อัลมิรา
เปิดอ่าน 42,428 ครั้ง

รถนั่งขนาดเล็ก ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ กับกระแสที่ทุกคนสนใจ

คำถามที่ได้รับระหว่างงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ที่ผ่านมา กับการสนใจอยากซื้อรถยนต์ราคาไม่แรง? ให้ของมาคุ้มค่าตัว? แต่อัตราเร่งต้องดีด้วยนะ!!  ยังจะต้องเป็นรถยนต์โฉมใหม่พึ่งเปิดตัวด้วยเท่านั้น! ก็จะมีสองชื่อ สองรุ่น  นั้นคือ ฮอนด้าซิตี้ หรือ นิสสัน อัลมิร่า นั้นเอง

วันนี้ทาง คมชัดลึก ต้องขออนุญาตหยิบมาบอกเล่า  รู้ก่อนซื้อ  ระหว่างรถยนต์สองคันนี้  ฮอนด้า ซิตี้ ที่มียอดจองสูง และ นิสสัน อัลมิร่า ที่สร้างความน่าสนใจตั้งแต่แรกเห็น ใครจะเป็นรถที่ตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อได้มากกว่ากัน  งั้นเสียงระฆังยกที่หนึ่งดัง! ประเดิมแรกเริ่มที่ราคาค่าตัวทั้งคู่เลยละกัน…..

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่

  • รุ่น RS     ราคา 739,000 บาท  ชุดแต่งสไตล์สปอร์ต สีแดงอิกไนต์  เฉพาะรุ่น RS เท่านั้น
  • รุ่น SV     ราคา 665,000 บาท
  • รุ่น V       ราคา 609,000 บาท
  • รุ่น S       ราคา 579,500 บาท

นิสสัน อัลมิรา มีให้เลือกทั้งหมด  5 รุ่น ได้แก่ 

  • รุ่น VL   ราคา 639,000 บาท  
  • รุ่น V      ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น EL    ราคา 559,000 บาท
  • รุ่น E       ราคา 509,000 บาท
  • รุ่น S      ราคา 499,000 บาท

จากราคาจะเห็นจุดเด่นตรงที่  นิสสัน อัลมิรา มีราคาให้เลือกซื้อเริ่มต้นไม่เกินห้าแสนบาทและตัวท็อปสุดก็ราคาต่ำกว่า ฮอนด้า ซิตี้  ชัดเจน และอุปกรณ์ที่ให้เป็นพื้นฐานจากทุกรุ่นย่อยก็ถือว่าครบครันมากกว่าส่วน ฮอนด้า ซิตี้ ถ้าเลือกตัว รุ่น RS  ถึงจะให้ทุกอย่างมาครบแบบไม่ต้องร้องขอ…

 

ยกที่สองมาต่อที่เครื่องยนต์

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร  988ซีซี  3 สูบ 12 วาล์ว มาพร้อมระบบเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที

นิสสัน อัลมิรา เครื่องยนต์  1.0 ลิตร 999ซีซี รหัส HRA0 3 สูบ 12 วาล์ว พร้อมระบบเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร 2,400-4,000 รอบต่อนาที

 

ยกนี้ ฮอนด้า ซิตี้ เหนือกว่าที่แรงม้า 22 แรงม้ามากกว่า นิสสัน อัลมิรา  ชัดเจนและแรงบิดที่มากเร็วกว่าและลากได้ยาวกว่าตั้งแต่  2,000 – 4,500 รอบต่อนาที เชื่อได้ว่าแค่กดคันเร่งลงไปรถก็น่าจะทยานออกตัวได้ดี

ส่วนในเรื่องระบบส่งกำลังใช้ระบบเกียร์แบบ CVT  เหมือนกัน แตกต่างที่ขนาดอัตราทดเฟืองท้าย  ฮอนด้า ซิตี้  4.992 ส่วน นิสสัน อัลมิรา 3.9247 ไว้เมื่อไรทั้งสองค่ายเชิญไปทดสอบ คงจะมีข้อมูลว่าการถ่ายทอดกำลังดีขนาดไหนและความเร็วปลายทั้งสองรุ่นนี้จะใช้รอบเครื่องกันที่เท่าไรบ้าง และขอรวมอัตราประหยัดน้ำมันเฉลี่ย  ฮอนด้า ซิตี้ 23.8 ก.ม./ลิตร ส่วน  นิสสัน อัลมิรา 23.3 ก.ม./ลิตร  และถ้าเทียบกับรูปของ ECO Sticker จะเห็นชัดเจนว่า  ฮอนด้า ซิตี้  มีตัวเลขที่ดีกว่า

ยกที่สาม มาเทียบกันเรื่องขนาดตัว ของใครดีกว่ากัน

ฮอนด้า ซิตี้ 

ความยาว 4,553  กว้าง 1,748 มม. สูง 1,467 มม.  ฐานล้อ 2,589 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 135 มม.

น้ำหนักเปล่าตัวรถ 1,165  กก. (RS)

ความจุถังน้ำมัน   40 ลิตร

รัศมีวงเลี้ยว  5.0 ม.

นิสสัน อัลมิรา 

ความยาว 4,495  กว้าง 1,740 มม. สูง 1,460 มม.  ฐานล้อ 2,620 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 135 มม.

น้ำหนักเปล่าตัวรถ 1,076 กก. (VL)

ความจุถังน้ำมัน   35 ลิตร

รัศมีวงเลี้ยว  5.2 ม.

ยกนี้ยืนแลกหมัดกันเลยทีเดียวจากตัวเลขหลายอย่าง ฮอนด้า ซิตี้  มากกว่าแต่….. ฐานล้อ นิสสัน อัลมิรา กลับมากกว่าถึง 31 มม.  ก็ช่วยให้ภายในยืดขึ้นอีกนิดนึง แต่ นิสสัน อัลมิรา กลับโดนแย็บเป็นชุด ไม่ว่าถังน้ำมันที่มีความจุน้อยกว่าตั้ง 5 ลิตร วงเลี้ยวที่กว้างมากกว่า

และ ฮอนด้า ซิตี้  ยังต้องแบกภาระน้ำหนักตัวที่มากกว่า นิสสัน อัลมิรา  ถึง 89 กิโลกรัม  และถ้าดูเฉพาะตัวเลข นิสสัน อัลมิรา ย่อมปราดเปรียวคล่องตัว และข้อดีที่ดูเสมอกันนั่นคือ ความสามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงผสม E20 ได้ทั้งคู่

 

 

ยกที่สี่ มาเรื่องของดีไซน์ภายนอก

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มาพร้อมภายนอกที่สปอร์ตและสง่างาม  ไฟหน้าใหม่แบบ LED (RS) และมีไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ในรุ่นรองทั้งหมด พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED ไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว พร้อมสัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

นิสสัน อัลมิรา  รูปทรงเรียกศรัทธาจากสาวกนิสสันได้อีกครั้ง และกระจังหน้าแบบ V-Motion ที่เป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้ไปแล้ว  ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ LED  ไฟตัดหมอก และไฟท้ายแบบ LED  ครบ ล้อมีทั้งกระทะเหล็กพร้อมฝาครอบ 15 นิ้ว และล้อล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว

ยกนี้ตัดสินกันยากหน่อยเพราะแล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละบุคคลแต่ถ้ามองถ้าใครอยากนำทั้งสองรุ่นไปแต่งเพิ่มเติม ดูจากทรง นิสสัน อัลมิรา น่าจะดูเป็นวัยรุ่นมากกว่าใส่ล้อใหญ่ลายสวยๆ โหลดเตี้ยนิดหน่อยมีร้องขอชีวิตแน่นอน ส่วน ฮอนด้า ซิตี้  รูปลักษณ์ด้านหน้ามาคล้ายรุ่นพี่ใหญ่ พี่กลาง แต่ออกมาน่าจะคล้ายๆ กัน แต่เส้นสายก็น่าจะแต่งออกมาแนวหรูหราน่าจะเหมาะกับคนที่ไม่ชอบแต่งรถแบบเลอะเทอะมากนัก เอาเป็นว่ายกนี้ให้เสมอดีกว่า

ยกสุดท้าย มาเรื่องของภายในใครเฉียบคมมากกว่า

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ภายในห้องโดยสารให้เบาะหนังกลับตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง ล้อกับสีรถภายนอก สีแดงอิกไนต์ รุ่น RS หรือเบาะหนังและภายในสีทูโทน ไอเวอรี่/ดำ (เฉพาะรุ่น SV) คอนโซลหน้าแบบ Piano Black  มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่

ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ  ลำโพงให้  8 ตัวในรุ่น (RS)  4 ตัวในรุ่นรอง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติทุกรุ่น ยกเว้น รุ่น S

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ภายในได้รับการออกแบบใหม่  ที่นั่งผู้โดยสารเป็นเบาะผ้าสีดำตกแต่งขอบสีเทา มีให้เลือกแบบทูโทนสีดำตัดสีเทา และใช้วัสดุคุณภาพสูง ระบบอินโฟเทนเมนต์ NissanConnect พร้อมหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ AIVI

ช่วยให้ลูกค้าสะดวกสบายด้วยการนำระบบสาระและความบันเทิง ลำโพงให้  6 ตำแหน่ง  (V, VL) ระบบนำทาง ระบบความปลอดภัย ระบบรักษาความปลอดภัยและอื่นๆ ภายใต้แพลตฟอร์มเดียวด้วยการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน พวงมาลัยสปอร์ตมัลติฟังชั่น  เรือนไมล์เปลี่ยนใหม่ แสดงผลคล้ายใน  Nissan  LEAF   และให้ระบบปรับอากาศอัตโนมัติมาด้วย  (V, VL)

สรุปจากที่เทียบหมัดต่อหมัดจะเห็นว่าทั้งคู่มีความใกล้เคียงกันมากในทุกจุด แต่ครั้งนี้ถ้าหาที่ความคุ้มค่าและ แต้มต่ออยู่ที่ราคาเป็นที่ตั้งต้องบอกเลยว่า นิสสัน อัลเมร่า ใหม่  ให้ความคุ้มค่า ห้องโดยสารกว้างขวางตามสไตล์นิสสัน และถ้าต้องให้คะแนนก็คงไม่เป็นเอกฉันท์ เพราะข้อดีของ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มาที่ความประหยัดและการตอบสนองที่ดี ทำให้จุดนี้เหนือกว่า ถึงเวลาที่ท่านผู้อ่านทุกท่านจะต้องช่วยติดสินว่าทุกท่านจะยืนฝั่งไหนดี  ครั้งหน้าเมื่อได้ลองขับจริงทั้งคู่ จะกลับมาบอกเล่าต่อถึงการขับขี่ใครจะโดนน็อคเอ๊าท์กันแน่!!!

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek

โมโตจีพี ขายบัตร 18 ธ.ค. นี้แน่นอน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/404470?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

โมโตจีพี ขายบัตร 18 ธ.ค. นี้แน่นอน

13 ธันวาคม 2562 – 19:30 น.
โมโตจีพี,MotoGP,ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์,ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
เปิดอ่าน 148 ครั้ง

ขยับขึ้นเป็นสนามที่สองรับฤดูร้อนเมืองไทย…กับรายการ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ในปี 2020

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี หรือ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์  จะขยับจากเดือนตุลาคมขึ้นมาเป็นสนามที่สองรับฤดูร้อนเดือนมีนาคมของไทย แต่ยังไม่สรุปว่าจะแข่งขันช่วงเวลากลางคืนดีหรือเป็นช่วงเวลาเดิม

 

ล่าสุด ฝ่ายจัดการแข่งขันเตรียมเปิดจำหน่ายบัตรโมโตจีพีฤดูกาลหน้า ตั้งแต่วันที่ 18 ..นี้ เวลา 16.00 พร้อมรับสิทธิ์ส่วนลดกระหึ่มกว่าเคย จะเริ่มให้ในช่วงเย็นวันพุธที่ 18 ธันวาคม 2562 นี้ โดยฝ่ายจัดการแข่งขันทั้งตัวแทนรัฐบาล ภาครัฐและเอกชน ผู้สนับสนุนเตรียมจับมือกันจัดงานแถลงข่าวการจัดการแข่งขันอย่างสุดยิ่งใหญ่ ณ ลานหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา (อาคาร 25 ชั้น) การกีฬาแห่งประเทศไทย

โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี พร้อมกับเปิดจำหน่ายบัตรโมโตจีพี 2020″ อย่างเป็นทางการวันแรก ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป พร้อมกันทัวประเทศ

นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากการที่ประเทศไทย จะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ในการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี ซึ่งปีหน้าจะเป็นสนามที่ 2 จาก 20 สนาม ระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคม ทำให้มีกระแสแฟนความเร็วชาวไทย อยากจะจับจองเป็นเจ้าของบัตรเข้าชมให้เร็วที่สุด

ฝ่ายจัดการแข่งขันยังพร้อมจำหน่ายบัตรในราคาเดิม เหมือน 2 ปีที่ผ่านมา บัตรเข้าชมแกรนด์สแตนด์ ยังอยู่ที่ 4,000 บาท บัตรไซด์สแตนด์ 2,000 บาท และบัตรรอสซี่ สแตนด์ รวมทั้ง มาร์เกซ สแตนด์ ราคา 4,000 บาทเท่ากัน  บัตรตามราคาดังกล่าวสามารถเข้าชมการแข่งขันได้ทั้ง 3 วันของการแข่งขันวันที่ 20–22 มีนาคม 2563 แฟนความเร็วยังได้รับสิทธิ์รับส่วนลดค่าบัตรจากบรรดาผู้สนับสนุนไม่ว่าจะเป็นบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ,เครื่องดื่มตราช้าง, รถจักรยานยนต์ฮอนด้า, รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

 

บัตรตามราคาดังกล่าวสามารถเข้าชมการแข่งขันได้ทั้ง 3 วันของการแข่งขันวันที่ 20–22 มีนาคม 2563 แฟนความเร็วยังได้รับสิทธิ์รับส่วนลดค่าบัตรจากบรรดาผู้สนับสนุนไม่ว่าจะเป็นบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ,เครื่องดื่มตราช้าง, รถจักรยานยนต์ฮอนด้า, รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

นอกจากนี้ยังมี โปรโมชั่น “บัตรเดี๋ยวนี้” สำหรับผู้ซื้อบัตร ไซด์สแตนด์, รอสซี่ สแตนด์และ มาร์เกซ สแตนด์ ภายในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ รับส่วนลดเพิ่มอีก 15 % ยกเว้นบัตรประเภทแกรนด์แสตนด์ ไม่ร่วมโปรโมชั่น

ทั้งนี้การจำหน่ายบัตรชมการแข่งขันมีหลายช่องทางเช่นเดิม โดยช่องทางแรกสามารถซื้อได้ด้วยตัวเองที่ เคาน์เตอร์เซอร์วิส ออลล์ ทิคเก็ต ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น หรือ ร้านค้าที่มี สัญลักษณ์เคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ   อีกช่องทางที่ได้รับความนิยมคือทางเวบไซด์  www.allticket.com

 

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek

มาแรงฮอนด้าคว้ายอดจองมอเตอร์ไซค์สูงสุด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/404213?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

มาแรงฮอนด้าคว้ายอดจองมอเตอร์ไซค์สูงสุด

12 ธันวาคม 2562 – 16:00 น.
CUB House,เอพีฮอนด้า,มอเตอร์ไซค์,Honda CBR500R,Honda ADV150,มอเตอร์ เอ็กซ์โป,MOTOR EXPO,motor expo2019
เปิดอ่าน 38 ครั้ง

รถสตรีทแอดเวนเจอร์ เอ.ที. ส่วนช่วยให้ฮอนด้าคว้าอันดับหนึ่งแบบไร้คู่แข่ง

ปฎิเสธความร้อนแรงของค่าย เอ.พี. ฮอนด้า ไม่ได้เลย เมื่อสามารถคว้ายอดจองรถมอเตอร์ไซค์เป็นอันดับหนึ่งในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 ที่ผ่านมา ชูโรงด้วย Honda ADV150 รถสตรีทแอดเวนเจอร์ เอ.ที. รุ่นแรกของเมืองไทย

เอ.พี. ฮอนด้า สามารถตอกย้ำในฐานะผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทยอีกครั้งด้วยการประกาศคว้ายอดจองสูงสุด 1,443 คัน ครองอันดับหนึ่งในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ที่ผ่านมาจากทั้ง 26 ผู้ผลิต 26 ผู้ผลิตยอดขายรถจักรยานยนต์รวมทั้งสิ้น 7,251 คัน

โดยโมเดลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Honda ADV150 รถสตรีทแอดเวนเจอร์ เอ.ที. รุ่นแรกของเมืองไทย ที่เปิดตัวไปได้ไม่นาน สามารถคว้ายอดจองได้สูงสุดถึง 532 คัน และกลายเป็นโมเดลสำคัญที่ทำให้ฮอนด้าคว้าอันดับหนึ่งแบบไร้คู่แข่ง ตามมาด้วย Honda Forza ในอันดับที่สองด้วยยอดจอง 212 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในตัวรถพรีเมียมเอ.ที. ของฮอนด้าอย่างชัดเจน

อันดับที่สามตกเป็นของ Honda CBR500R สปอร์ตบิ๊กไบค์ที่กวาดไป 158 คัน ยืนหนึ่งความเป็นบิ๊กไบค์ที่คนไทยให้ความสนใจมากที่สุดในปีนี้ เช่นเดียวกับ Honda CBR650R บิ๊กไบค์ 4 สูบที่คว้ายอดจองตามมาติด ๆ ด้วยตัวเลข 150 คัน

 

 

 

ในขณะเดียวกัน กลุ่มโมเดลระดับตำนานจาก CUB House ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ Monkey Dragon Ball Limited Edition ที่จำหน่ายหมดทั้ง 100 คันภายใน 3 วันนั้น ก็เป็นยอดจองจากในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป มากถึง 45 คัน ส่งผลให้ยอดจองรวมของ Monkey ทั้งรุ่น Limited Edition และ Standard รวมกันนั้นสูงถึง 111 คัน

จากความนิยมในรถทุกประเภทที่คนไทยมีต่อรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ได้ส่งผลให้เอ.พี. ฮอนด้า คว้าอันดับหนึ่งยอดจองสูงสุดในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปครั้งนี้ถึง 1,443 คัน

 

เอ.พี. ฮอนด้า ขอขอบคุณทุกความไว้วางใจของคนไทย ที่มีให้ต่อรถจักรยานยนต์ฮอนด้า และจะมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ต่อไป

 

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek

ยอดจองมาสด้าพุ่ง ยืด 0%ถึงสิ้นปี!!!

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/404163?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ยอดจองมาสด้าพุ่ง ยืด 0%ถึงสิ้นปี!!!

12 ธันวาคม 2562 – 14:00 น.
มาสด้า,มาสด้า3,มาสด้า2,มาสด้า บีที-50 โปร,CX5,Mazda MX-5,MazdaCX8,MazdaCX3
เปิดอ่าน 63 ครั้ง

เอาใจสาวกที่มาไม่ทันในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 ที่ผ่านมา

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งค่ายรถยนต์ ที่บรรดาลูกค้าหงใหลการออกแบบโคโดะดีไซน์ และเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ที่ทางมาสด้าได้ทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกมาเรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย อาทิ มาสด้า 3 ใหม่ และ มาสด้า CX8 ที่ทุกคนต่างรอชมของจริงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป สาวกที่ชื่นชอบต่างหลั่งไหลเข้าชมพร้อมยอดจองสูงถึง 3,998 คัน

มาสด้า เผยความสำเร็จยอดจองรถยนต์ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นถึงความต้องการและกำลังซื้อของลูกค้าที่ยังมีอยู่อีกมาก ส่งสัญญาณถึงทิศทางบวกของเศรษฐกิจไทยในปีหน้า จากยอดจองรถใหม่เกือบ 4 หมื่นคัน

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทยจำกัด กล่าวว่า งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ประสบความสำเร็จทั้งจำนวนผู้เข้าชมงานและจำนวนยอดจอง โดยมาสด้ามียอดจองสูงถึง 3,998 คัน และมาสด้า2 ใหม่ ที่เปิดตัวในงานมียอดจองสูงสุดถึง 2,209 คัน มาสด้า3 ใหม่ มียอดจองรองลงมา 780 คัน ส่วนรถอเนกประสงค์ 3-row crossover SUV มาสด้า CX-8 ใหม่ มียอดจองสูงถึง 442 คัน และรถอเนกประสงค์เอสยูวีอย่าง มาสด้า CX-5 ใหม่ มียอดจอง 245 คัน, มาสด้า CX-3 จำนวน 240 คัน, ปิกอัพมาสด้า BT-50 PRO จำนวน 79 คัน ส่วนรถสปอร์ตโรดสเตอร์มาสด้า MX-5 จำนวน 3 คัน  มาสด้าเองกำลังเร่งส่งมอบรถใหม่ถึงมือลูกค้าให้เร็วที่สุด

บรรยากาศภายในบูธตลอด 12 วัน คึกคักมากกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในเวลาใกล้เคียงกันถึง 4 รุ่น ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ดีไซน์ใหม่ที่โดดเด่น ส่งผลให้ลูกค้าเข้าเยี่ยมชมบูธอย่างเนืองแน่น ลูกค้าต่างชื่นชมในความหรูหราของห้องโดยสารที่อัดแน่นไปด้วยวัสดุคุณภาพสูง อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มอบความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร ส่งผลให้ยอดจองรถมาสด้าในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ปีนี้สูงเกือบ 4,000 คัน

 

 

 

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า จากตัวเลขยอดจองที่เกิดขึ้นทำให้เรายังมองเห็นกำลังซื้อของลูกค้าที่ยังคงมีอยู่อีกมาก สามารถบ่งชี้ได้ว่าสภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยยังมีทิศทางที่สดใส เพียงแต่ผู้บริโภคต้องการความเชื่อมั่นเท่านั้น และแม้จะสิ้นสุดมหกรรมงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ไปแล้ว มาสด้ายินดีที่จะส่งมอบความสุขให้ลูกค้าต่อเนื่องไปจนถึงวันสุดท้ายของปี

ด้วยการขยายระยะเวลาแคมเปญ Mazda Festive Moment กับอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 6 ปี ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance นาน 1 ปี ทุกรุ่น และโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพ Mazda Added Protection สูงสุด 5 ปี ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม นี้ ลูกค้าสามารถทดลองขับขี่และรับความพิเศษนี้ได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek

ปิดม่าน มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/403939?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ปิดม่าน มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019

11 ธันวาคม 2562 – 13:00 น.
รถหรูพรีเมี่ยม,Motor Expo 2019,motor expo,มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36,อีโค คาร์,รถกระบะ
เปิดอ่าน 279 ครั้ง

อีโค คาร์เต็งหนึ่ง ซูเปอร์คาร์ฝืด! ยอดจองลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจ… 

ปิดม่านไปแล้วสำหรับงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 ที่แสดงรถที่นับว่ายิ่งใหญ่ส่งท้ายปียอดขายรถรวมเฉียด 40,000 คันเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 5 หมื่นล้าน  ผู้เข้าชมคึกคักทะลักถึง 1.5 ล้านคน

​​​​​​​

รถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้, นิสสัน อัลเมร่า, ฮอนด้า ซีวิค, มาสด้า 2 และโตโยต้า ยาริส  โดยมีรถอีโค คาร์ นำหัวแถว ส่วนรถหรูพรีเมี่ยม บีเอ็มดับเบิลยู, เมอร์เซเดส-เบนซ์, วอลโว่, ปอร์เช่ และอาวดี้

รถกระบะนิยมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อีซูซึ ดี-แมคซ์, โตโยต้า รีโว่, ฟอร์ด เรนเจอร์, มิตซูบิชิ ไทรทัน และนิสสัน นาวาร่า และสัดส่วนรถเอนกประสงค์หรือ เอสยูวี 5 อันดับแรก ได้แก่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต, เอ็มจี เอชเอส, ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ และโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” ยอดขายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ภายในงานรวมทั้งหมด 44,740 คัน ลดลงจากปีก่อน 16.2 %  มีสาเหตุจากหลายปัจจัย ทั้ง ปัจจัยภายนอกประเทศ เช่น สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สงครามการค้า และปัจจัยภายในประเทศ เช่น การปรับขึ้นอัตราภาษีที่ดิน รวมถึงภาษีรถจักรยานยนต์อัตราใหม่คิดตามค่าการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 มกราคม  2563 ส่งผลให้ประชาชนใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง

ยอดขายรถยนต์จาก 34 ผู้ผลิต มีจำนวนทั้งสิ้น 37,489 คัน ลดลงจากปีก่อน 15.2 % จากข้อมูลของผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” พบว่า รถยนต์ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 6 อันดับแรก ได้แก่ ฮอนด้า,โตโยต้า,มิตซูบิชิ,มาสด้า,เอ็มจี และนิสสัน

 

ปีนี้รถเก๋งได้รับความสนใจสูงสุด มีสัดส่วนยอดขาย 45.5 % มากกว่าปีก่อน (38.9 %) แบ่งเป็นเก๋งซีดาน 29.2 % แฮทช์แบค 12.6 % และเก๋งประเภทอื่น 3.7 % โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้,นิสสัน อัลเมร่า,ฮอนด้า ซีวิค,มาสด้า2 และโตโยต้า ยาริส

รถหรูพรีเมี่ยม มียอดขายรวม 4,181 คัน โดย 5 บแรนด์ ที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู,เมอร์เซเดส-เบนซ์,วอลโว่,ปอร์เช่ และอาวดี้

รถรถเอนกประสงค์หรือ เอสยูวี มีสัดส่วน 33.4 % ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย (34.3 %) 5 อันดับแรก ได้แก่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต, เอ็มจี เอชเอส, ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ และโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

ส่วนรถจักรยานยนต์จาก 26 ผู้ผลิต ยอดขายรวม 7,251 คัน ลดลงจากเป้าที่ตั้งไว้เล็กน้อย  จากข้อมูลของผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อมอเตอร์ไซด์…ชิงบิกไบค์” พบกว่า รถจักรยานยนต์ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ฮอนด้า, ยามาฮ่า, คาวาซากิ, ฮาร์ลีย์ เดวิดสัน และจีพีเอ็กซ์

ราคาเฉลี่ยของรถที่ขายได้ในงาน 1,251,743 บาท และราคาเฉลี่ยของรถจักรยานยนต์ 265,860 บาท เงินหมุนเวียนภายในงานราว 50,000 ล้านบาท ส่วนยอดผู้เข้าชมงาน ยังได้รับความสนใจจากประชาชนตามเป้าที่ตั้งไว้ ผู้เข้าชมงานจำนวน 1,510,307 คน ใกล้เคียงปีก่อน (1,534,961)

 

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

ฮอนด้า คว้าแบรนด์รถที่ลูกค้าเชื่อมั่น 8 ปีซ้อน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/403907?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ฮอนด้า คว้าแบรนด์รถที่ลูกค้าเชื่อมั่น 8 ปีซ้อน

11 ธันวาคม 2562 – 12:00 น.
ฮอนด้า,Honda,ฮอนด้า ออโตโมบิล
เปิดอ่าน 140 ครั้ง

และครั้งแรกกับรางวัลความรับผิดชอบต่อสังคมในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36

ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 หรือ Motor Expo 2019 ทาง ฮอนด้า ออโตโมบิล คว้า 2 รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมครองตำแหน่งแบรนด์รถยนต์ที่ลูกค้าเชื่อมั่นและไว้วางใจกว่า 8 ปีซ้อน พร้อมคว้ารางวัลภาพลักษณ์ดีเด่นประเภทความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นครั้งแรกอีกด้วย

 

ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทยจำกัด นำโดยนายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ และนายณัฏฐ์ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาดและวางแผนกลยุทธ์ ร่วมรับมอบ 2 รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี 2562 (TAQA: Thailand Automotive Quality Award 2019) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 ได้แก่ รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านภาพลักษณ์ดีเด่น ประเภทยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ (Outstanding Brand Image for Trusted Brand)

ซึ่งฮอนด้าได้รับรางวัลนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 – พ.ศ. 2562 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้แก่ฮอนด้า พร้อมด้วยรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านภาพลักษณ์ดีเด่น ประเภทความรับผิดชอบต่อสังคม (Outstanding Brand Image for Good Corporate Social Responsibility) ซึ่งได้รับรางวัลเป็นครั้งแรกในปีนี้ ตอกย้ำพันธกิจหลักของฮอนด้าในการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืนบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคม สานต่อเจตนารมณ์ในการสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป

 

โดยทั้ง 2 รางวัลดังกล่าวที่ฮอนด้าได้รับ นับเป็นบทพิสูจน์และยืนยันถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้าทั่วประเทศมอบให้แก่ฮอนด้า นำมาซึ่งความภาคภูมิใจในฐานะของการเป็นแบรนด์ผู้นำธุรกิจยานยนต์ด้านผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่ให้ความสำคัญในการดูแลและการให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดเสมอมา อีกทั้งเป็นพลังขับเคลื่อนให้ฮอนด้ามุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรม เทคโนโลยี

และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ผสานกับการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืนบนพื้นฐานของการช่วยเหลือและเติบโตเคียงข้างสังคมไทย เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การทำงานของฮอนด้าปี 2030 และเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

เรนเจอร์คว้า กระบะยอดเยี่ยมระดับโลก 2020

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/403654?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เรนเจอร์คว้า กระบะยอดเยี่ยมระดับโลก 2020

9 ธันวาคม 2562 – 21:30 น.
ฟอร์ด,ปลั๊กอิน ไฮบริด,ฟอร์ด เรนเจอร์,เรนเจอร์ แร็พเตอร์,Ford,Ford Transit Custom,Ford Ranger
เปิดอ่าน 1,423 ครั้ง

ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ฟอร์ด เรนเจอร์ได้รับรางวัลชนะเลิศอีกครั้ง หลังจากครั้งล่าสุดเมื่อปี 2546

ขอแสดงความยินดีกับทางค่าย ฟอร์ด ที่สามารถคว้ารางวัลระดับโลก International Pick-up Award รถกระบะยอดเยี่ยมระดับโลกปี 2020 จากรุ่น เรนเจอร์ นับเป็นครั้งที่สองที่ได้รับรางวัล IPUA หลังห่างหายนับสิบปี

ฟอร์ด เรนเจอร์ ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญกับการคว้ารางวัลรถกระบะยอดเยี่ยมระดับโลกแห่งปี 2020 (International Pick-up Award หรือ IPUA) ในพิธีประกาศรางวัล ณ เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้  รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ยังคว้ารางวัลรถตู้ยอดเยี่ยมระดับโลกแห่งปี 2020 (International Van of the Year หรือ IVOTY) โดยฟอร์ดถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ได้รับรางวัล IPUA และ IVOTY ทั้งสองรางวัลในปีเดียวกัน

ถือเป็นความภาคภูมิใจของฟอร์ดในฐานะรถกระบะที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิตรถกระบะระดับโลกของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี โดยครองตำแหน่งเป็นรถกระบะขายดีอันดับหนึ่งในยุโรป ฟอร์ด เรนเจอร์ ได้สร้างความประทับใจให้แก่คณะกรรมการผู้พิจารณารางวัลรถกระบะยอดเยี่ยมระดับโลก ทั้ง 18 คน ด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ ที่ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ได้รับรางวัล IPUA ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุก 2 ปี

 

นอกจากนี้ ไลน์อัพของฟอร์ด เรนเจอร์ ยังรวมถึง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ที่ไม่เคยมีมาก่อน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร โดดเด่นด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์เพื่อนักขับขี่แบบออฟโรดตัวจริง เพื่อการควบคุมรถได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกสภาพถนน

 

มร. ฮานส์ เชป ผู้จัดการทั่วไป รถยนต์เชิงพาณิชย์ ฟอร์ด ยุโรป กล่าวว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นรถยนต์ที่ตอบสนองการใช้งานในยุคนี้ได้อย่างครบครัน ตอบโจทย์ธุรกิจในปัจจุบันที่ต้องการรถเพื่อการใช้งานและบรรทุกหนักได้ในเวลาเดียวกัน นับได้ว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ได้ปฏิวัติมาตรฐานของวงการรถกระบะ ด้วยเทคโนโลยีและสมรรถนะที่เหนือกว่า

 

มร. จาร์ลาธ สวีนี หัวหน้าคณะกรรมการตัดสินรางวัลรถกระบะ และรถตู้ยอดเยี่ยมแห่งปี กล่าวว่า ยินดีกับฟอร์ดสำหรับความสำเร็จอีกครั้งที่คว้าทั้งรางวัลรถกระบะและรถตู้และยอดเยี่ยมระดับโลกแห่งปี 2020 ในปีเดียวกัน ถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่และสมควรได้รับเป็นอย่างยิ่ง รถกระบะขนาด 1 ตันที่ขายดีที่สุดในยุโรป อย่างฟอร์ด เรนเจอร์ ได้รับการคัดเลือกโดยคณะกรรมการให้เป็นรถอันดับหนึ่ง เมื่อจะต้องเลือกรถกระบะยอดเยี่ยมในปี 2020 ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ฟอร์ด เรนเจอร์ได้รับรางวัลชนะเลิศอีกครั้ง หลังจากครั้งล่าสุดเมื่อปี 2546 ซึ่งฟอร์ดได้พัฒนารถรุ่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ฟอร์ด ทรานซิท คัสตอม แบบปลั๊กอิน ไฮบริด (Transit Custom Plug-In Hybrid) และรุ่นทรานซิท คัสตอม อีโคบลู ไฮบริด ใหม่ (Transit Custom EcoBlue Hybrid) ยังได้รับการตัดสินให้ชนะรางวัล IVOTY ประจำปี จากคณะกรรมการซึ่งเป็นสื่อมวลชนผู้เชี่ยวชาญกว่า 25 คนจาก 25 ประเทศในทวีปยุโรป โดยงานประกาศรางวัลจัดขึ้นที่เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส โดยฟอร์ดทรานซิท คัสตอม แบบปลั๊กอิน ไฮบริด (Transit Custom Plug-In Hybrid) และฟอร์ด ทรานซิท คัสตอม อีโคบลู ไฮบริดขนาด 1 ตัน และ 2 ตัน ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศในครั้งนี้ เป็นรถ 3 รุ่นจาก 14 รุ่นรถยนต์ไฟฟ้าของฟอร์ดที่กำลังจะเปิดตัวในยุโรปภายในปี 2563 โดยปัจจุบันฟอร์ดได้รับรางวัล IVOTY มาแล้วถึง 6 ครั้ง

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/