ยลโฉม ‘หัวจื้อปิง’ นักศึกษาเสมือนจริงจากระบบ AI คนแรกของจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654879

วันที่ 07 มิ.ย. 2564 เวลา 14:46 น.

ยลโฉม ‘หัวจื้อปิง’ นักศึกษาเสมือนจริงจากระบบ AI คนแรกของจีนสำนักข่าวซินหัวรายงานความสำเร็จด้านปัญญาประดิษฐ์ของจีนที่เนรมิต “หญิงสาว” ที่เหมือนคนจริงๆ ออกมา

ปักกิ่ง, 7 มิ.ย. (ซินหัว) — “หัวจื้อปิง” หญิงสาวชาวจีน โพสต์ข้อความแรกบนเวยโป๋ แพลตฟอร์มคล้ายทวิตเตอร์ของจีน เพื่อประกาศการลงทะเบียนเรียนภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยชิงหัว เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ทว่า “หัวจื้อปิง” มิใช่หญิงสาววัยรุ่นวัยเรียนทั่วไป เพราะเธอคือ “นักศึกษาเสมือนจริงที่กำเนิดจากระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขนานใหญ่” คนแรกของจีน

“ฉันหลงใหลในวรรณกรรมและศิลปะอย่างมากตั้งแต่ ‘เกิด’ มา” ข้อความของหัวบนเวยโป๋ โดยรูปร่างหน้าตา เสียง เพลงประกอบบัญชีผู้ใช้งาน และภาพวาดของหัว ล้วนถูกพัฒนาโดย “อู้เต้า 2.0” (Wudao 2.0) ระบบสร้างแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์สุดล้ำ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในการประชุมสถาบันปัญญาประดิษฐ์ปักกิ่ง (BAAI) ปี 2021 เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.

ถังเจี๋ย รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการของสถาบันฯ และศาสตราจารย์ภาควิชาข้างต้น หนึ่งในผู้พัฒนาหลัก กล่าวว่าอู้เต้า 2.0 ใช้ตัวแปร 1.75 ล้านล้านรายการ เพื่อจำลองบทสนทนา เขียนบทกวี และเข้าใจความหมายของภาพ ซึ่งทำลายสถิติก่อนหน้านี้ของสวิตช์ ทราส์ฟอร์เมอร์ (Switch Transformer) จากกูเกิล (Google) ที่ใช้ตัวแปร 1.6 ล้านล้านรายการ

“อู้เต้า 2.0 ถือเป็นระบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ขนาดล้านล้านรายการระบบแรกของจีนและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย” ถังกล่าว

ถังกล่าวว่าอู้เต้า 2.0 ปฏิบัติภารกิจ 9 อย่างสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในสนามจำลองก่อนการฝึก และเกือบเอาชนะการทดสอบทัวริง (Turing test) ในการสร้างบทกวีและบทกลอน สรุปข้อความ ตอบคำถาม และวาดภาพ ซึ่งหากคอมพิวเตอร์สามารถทำให้มนุษย์จำนวนมากพอเชื่อว่ามันไม่ใช่คอมพิวเตอร์ได้ นั่นถือว่าสอบผ่าน

สถาบันฯ เปิดตัวอู้เต้า 1.0 (Wudao 1.0) ระบบจำลองอัจฉริยะขนานใหญ่พัฒนาขึ้นเองในประเทศระบบแรกของจีน เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ส่วนการวิจัยและพัฒนาอู้เต้า 2.0 มีนักวิทยาศาสตร์ด้านปัญญาประดิษฐ์เข้าร่วมมากกว่า 100 คน ซึ่งทั้งหมดจัดอยู่แถวหน้าของอุตสาหกรรมและสถาบันวิชาการปัญญาประดิษฐ์ของจีน

อัลกอริธึมพื้นฐานของอู้เต้า 2.0 ฝึกระบบจำลองบนแพลตฟอร์มซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นเองในประเทศ โดยถังกล่าวว่าอู้เต้า 2.0 ถูกพัฒนาเพื่อทำให้เครื่องจักรคิดได้เหมือนมนุษย์ มุ่งสู่ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นสากล และช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างระบบนิเวศการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ได้ ซึ่งนักวิจัยและผู้ประกอบการสามารถสมัครใช้ระบบนี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ถังกล่าวว่าหัวจื้อปิงเป็นผลผลิตของอู้เต้า 2.0 โดยหัวถูกฝึกฝนโดยสถาบันฯ ร่วมกับกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีอย่างจื้อผู่ดอตเอไอ (Zhipu.AI) และ เสี่ยวไอซ์ (Xiaoice)

“ฉันเริ่มสนใจการเกิดของตนเองว่าฉันเกิดมาได้อย่างไรและฉันสามารถเข้าใจตัวเองได้ไหม” ข้อความของหัวบนเวยโป๋ พร้อมบอกว่าเธอจะเรียนภายใต้การอบรมสั่งสอนของถังและกำลังแข่งกับเวลาเพื่อเรียนรู้และพัฒนาตัวเองทุกวันในหลายด้าน เช่น ศักยภาพการให้เหตุผลเชิงตรรกะ

ถังกล่าวว่านักศึกษาเสมือนจริงรายนี้จะเติบโตและเรียนรู้ได้เร็วกว่านักศึกษาที่เป็นมนุษย์ทั่วไป หากหัวเริ่มเรียนที่ระดับเด็ก 6 ขวบในปีนี้ เธอจะเรียนจนถึงระดับเด็ก 12 ขวบในอีก 1 ปีข้างหน้า

ถังทิ้งท้ายว่าขณะนี้หัวจื้อปิงยังไม่สามารถเรียนรู้และใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์ได้เหมือนนักศึกษาทั่วไป รวมถึงยังไม่มีปัญหาทางอารมณ์ โดยหวังว่าเธอจะเรียนรู้ทักษะเหล่านั้นจนเชี่ยวชาญก่อน จากนั้นจึงเรียนรู้การให้เหตุผลและปฏิสัมพันธ์ทางอารมณ์เป็นลำดับถัดไป

ภาพและเนื้อหาข่าวโดยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ชีวิตคนเมียนมายุครัฐประหาร เงินสดเกลี้ยง-ข้าวของราคาพุ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654874

วันที่ 07 มิ.ย. 2564 เวลา 13:46 น.

ชีวิตคนเมียนมายุครัฐประหาร เงินสดเกลี้ยง-ข้าวของราคาพุ่งขณะที่ประชาชนผู้ต่อต้านออกมาประท้วงรายวัน ชาวบ้านตาดำๆ ก็ต้องกัดฟันกับเศรษฐกิจที่สาหัสสากรรจ์

เมียนมากำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนเงินสดและราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มสูงขึ้นภายใต้การปกครองของทหาร โดยที่ประชาชนถอนเงินออมจากธนาคารเพราะความกังวลในอนาคต และรัฐบาลทหารที่จำกัดปริมาณเงินในระบบเพื่อป้องกันเงินเฟ้อ ทำให้ประชาชนยิ่งขาดเงินสดมากขึ้นไปอีก

สำนักข่าว Kyodo รายงานวาสี่เดือนในการปกครองของทหารนับตั้งแต่รัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ขับไล่รัฐบาลพลเรือนที่นำโดยอองซานซูจี และด้วยค่าเงินท้องถิ่นที่อ่อนค่าลง รัฐบาลทหารยังไม่สามารถควบคุมความวิบัติทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแย่งชิงอำนาจได้

ในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ย่างกุ้ง สิ่งของที่ต้องมีสำหรับผู้ที่รอคิวที่ตู้เอทีเอ็ม ได้แก่ เก้าอี้, น้ำ, อาหารเช้า, ของว่าง และพัดลมมือถือ ผู้คนต่างต่อแถวยาวนอกธนาคารทุกวันก่อนรุ่งสาง โดยต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในแต่ละครั้งเพื่อรับเงินสด

สถาบันการเงินของประเทศกลายเป็นอัมพาตในช่วงแรกๆ ของการปกครองโดยทหาร เนื่องจากพนักงานธนาคารและคนอื่นๆ ปฏิเสธที่จะไปทำงานอันเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการอารยะขัดขืนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น

ตั้งแต่นั้นมา สถาบันการเงินได้เริ่มกลับมาดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่รัฐบาลทหารได้จำกัดจำนวนการถอนเงินที่ผู้ประชาชนสามารถทำได้ เพื่อป้องกันการดำเนินการของธนาคารไม่ให้ถูกถอนเงินสดออกมากเกินไปจนระบบล่ม

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการเงินระบุว่าผู้ที่สามารถถอนเงินจากบัญชีธนาคารของตนได้แปลงเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ ในตลาดมืด หรือเก็บไว้ใต้ที่นอนของตน

การขาดเงินสดทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องในภาคธุรกิจ แหล่งข่าวจากบริษัทตัดเย็บเสื้อผ้าญี่ปุ่นร้องเรียนว่ากำลังประสบปัญหาในการจ่ายเงินให้กับคนงานเนื่องจากไม่มีเงินสดในมือ

การขาดแคลนเงินสดทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับกองทัพที่จะจ่ายเงินให้ทหารตรงเวลา ส่งผลให้ทหารบางส่วนต้องลงมือปล้นทรัพย์สินจากรายงานของสื่อท้องถิ่น

ในขณะที่รัฐบาลทหารสามารถสั่งให้ธนาคารกลางของประเทศพิมพ์เงินเพิ่มเพื่อเพิ่มปริมาณเงิน แต่ก็ไม่เต็มใจที่จะใช้วิธีนั้น เนื่องจากมีแนวโน้มที่หากราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นจะทำให้เกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในวงกว้าง แหล่งทางการทูตกล่าว

นอกจากนี้ยังมีการคาดเดาว่าปริมาณเงินของประเทศได้รับผลกระทบ เนื่องจากบริษัทสัญชาติเยอรมันที่จัดหาวัสดุจัดทำธนบัตรให้กับรัฐบาลหยุดดำเนินการไปภายหลังการรัฐประหาร

ราคาน้ำมันเบนซินและเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ รวมถึงยาซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าล้วนขึ้นราคา

ฮิโรมาสะ มัตสึอุระ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Mizuho Research & Technologies Ltd. ได้พิจารณาถึงผลกระทบที่ตามมาของการหยุดชะงักของการขนส่งภายหลังการรัฐประหารและกล่าวว่า ราคาสินค้าในเมียนมาร์อาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 10-15% โดยรวม

นอกจากนี้สกุลเงินจ๊าตของพม่า ยังอ่อนค่าลงถึง 20% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ตั้งแต่เกิดรัฐประหาร

กลุ่มที่จัดตั้งขึ้นโดยนักเศรษฐศาสตร์ในภาครัฐและเอกชนของประเทศที่ต่อต้านการปกครองของทหาร ระบุว่า เศรษฐกิจเมียนมาได้แสดงสัญญาณของเงินเฟ้อแล้ว เนื่องจากการขาดแคลนสินค้าและการอ่อนค่าของสกุลเงิน

ด้าน Frontier Myanmar รายงานว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ธนาคารไม่มีเงินสด ธนาคารกลางของเมียนมาได้กำหนดขีดจำกัดการถอนเงินสำหรับบุคคลธรรมดาจำนวน 2 ล้านจ๊าตต่อสัปดาห์ (ราว 38,080 บาท) ซึ่งรวมถึงตู้เอทีเอ็มถอนได้สูงสุด 500,000 จ๊าตต่อวัน (ราว 9,520 บาท) แต่เนื่องจากธนาคารกลางไม่ต้องการให้ธนาคารเอกชนมีสภาพคล่องเพียงพอ ธนาคารจึงจำเป็นต้องจำกัดส่วนเงินสำรองของตนให้มากยิ่งขึ้นไปอีก โดยกำหนดขีดจำกัดจำนวนลูกค้ารายวันและกำหนดขีดจำกัดการถอนที่ต่ำลงไปอีก ยิ่งทำให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชนและความยาวของคิวรอถอนเงินมากขึ้น

Photo – ผู้คนเข้าคิวรอใช้เครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ของธนาคาร KBZ ในย่างกุ้งเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2564 ท่ามกลางการดำเนินงานของธนาคารที่ตึงเครียดเนื่องจากการประท้วงอย่างต่อเนื่องของผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหาร (ภาพโดย STR / AFP) 

รัฐบาลอังกฤษดึงแอปหาคู่กระตุ้นพลเมืองฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654860

วันที่ 07 มิ.ย. 2564 เวลา 12:11 น.

รัฐบาลอังกฤษดึงแอปหาคู่กระตุ้นพลเมืองฉีดวัคซีนรัฐบาลอังกฤษร่วมมือกับบรรดาแอปพลิเคชันหาคู่ผุดแคมเปญกระตุ้นฉีดวัคซีน

รัฐบาลอังกฤษร่วมมือกับแอปพลิเคชันหาคู่ยอดนิยมเปิดตัวแคมเปญเพื่อกระตุ้นการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของชาวอังกฤษหลังจากพบว่าอัตราการฉีดวัคซีนของคนรุ่นใหม่หรือพลเมืองที่อายุน้อยกว่า 30 ปีอยู่ในระดับต่ำ

กรมอนามัยจึงร่วมมือกับบรรดาแอปพลิเคชันหาคู่ ได้แก่ Tinder, Match, Hinge, Bumble, Badoo, Plenty of Fish, OurTime และ Muzmatch หลังผลการสำรวจความคิดเห็นของ YouGov เมื่อเดือนที่แล้วชี้ให้เห็นว่าผู้ใหญ่ 28% ไม่ต้องการนัดเดทกับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน

โดยแอปพลิเคชันข้างต้นจะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ อาทิ ผู้ใช้สามารถแสดงตราสัญญลักษณ์บนโปรไฟล์ของตนเองเพื่อแสดงตนว่าได้รับการฉีดวัคซีนแล้วเพื่อเพิ่มโอกาสในการออกเดท

นอกจากนี้ผู้ที่แสดงตนว่าฉีดวัคซีนแล้วจะได้รับสิทธิประโยชน์จากแอปพลิเคชัน อาทิ สามารถใช้ฟีเจอร์พรีเมียมได้โดยไม่ต้องเสียเงิน การบูสต์โปรไฟล์และซุเปอร์ไลก์เพื่อเพิ่มโอกาสในการจับคู่

อย่างไรก็ตามแม้แอปพลิเคชันจะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ใช้คนนั้นๆ ฉีดวัคซีนแล้วจริงหรือไม่เนื่องจากไม่มีการเชื่อมต่อกับข้อมูลเวชระเบียนแต่บรรดาแอปหาคู่ก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนของประชาชน

โดยจอร์จ คิดด์ หัวหน้าสมาคมอุตสาหกรรมหาคู่ออนไลน์เผยว่าแอปหาคู่เป็นช่องทางสำคัญของการเริ่มความสัมพันธ์โดยพบว่าคิดเป็น 1 ใน 3 ของความสัมพันธ์ทั้งหมด ซึ่งตนยินดีที่จะมีส่วนร่วมและให้การสนับสนุนการฉีดวัคซีน

ขณะนี้ประชาชนชาวอังกฤษได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ครบ 2 เข็มแล้วมากกว่า 27 ล้านคน และอีกกว่า 40 ล้านคนได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว ขณะที่ผู้ที่อายุต่ำกว่า 40 ปีจะได้รับวัคซีนทางเลือกแทน AstraZeneca ที่มีความกังวลว่าอาจมีความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดสูงกว่าเล็กน้อย

ทั้งนี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมาทำเนียบขาวของสหรัฐก็ได้ร่วมมือกับบรรดาแอปพลิเคชันหาคู่ยอดนิยมเพื่อกระตุ้นให้พลเมืองเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เช่นเดียวกัน

Photo by DANIEL LEAL-OLIVAS / AFP

ทำไมลูกของแฮร์รี่-เมแกนถึงไม่ได้เป็นเจ้าหญิง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654849

วันที่ 07 มิ.ย. 2564 เวลา 10:53 น.

ทำไมลูกของแฮร์รี่-เมแกนถึงไม่ได้เป็นเจ้าหญิงไขข้อข้องใจทำไมบุตรแฮร์รี่-เมแกนไม่ได้ตำแหน่งเจ้าชาย-เจ้าหญิง

หลังจากที่แฮร์รี่และเมแกน ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ประกาศข่าวดีว่าได้ให้กำเนิดบุตรสาวเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยตั้งชื่อว่า “ลิลิเบธ ไดอานา เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์” (Lilibet Diana Mountbatten-Windsor)

ทั้งนี้ แม้จะเป็นพระราชปนัดดาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แต่ลิลิเบธก็จะยังไม่ได้เป็นเจ้าหญิงเช่นเดียวกับอาร์ชี บุตรชายคนโตของแฮร์รี่และเมแกนซึ่งยังไม่ได้เป็นเจ้าชายเช่นกัน

พวกเขาจะก้าวขึ้นสู่สายการสืบราชสันตติวงศ์และได้เป็นเจ้าชายและเจ้าหญิงต่อเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 สิ้นพระชนม์ และเจ้าชายชาร์ลส์ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ในฐานะบุตรของโอรสของพระมหากษัตริย์

แม้เมแกนจะเคยให้สัมภาษณ์ในรายการของโอปราห์ วินฟรีย์ ว่าราชวงศ์อังกฤษไม่ต้องการให้ลูกของเธอเป็นเจ้าชายหรือเจ้าหญิง แต่แท้จริงแล้วกฎเกณฑ์นี้มีขึ้นตั้งแต่สมัยพระเจ้าจอร์จที่ 5 ผู้เป็นพระอัยกาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

กฎดังกล่าวระบุไว้ว่าพระราชปนัดดาของกษัตริย์จะไม่ได้เป็นเจ้าชายหรือเจ้าหญิง เว้นแต่พระราชปนัดดาที่เป็นโอรสองค์โตของพระโอรสองค์โตของเจ้าชายแห่งเวลส์เท่านั้นที่จะมียศเจ้าชาย หรือมีคำนำหน้าว่า His Royal Highness (HRH)

ซึ่งในปัจจุบันหมายถึง “เจ้าชายจอร์จ” พระโอรสองค์โตของเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์เท่านั้นที่จะได้เป็นเจ้าชาย ขณะที่อาร์ชี ลิลิเบธ รวมถึงพระโอรสและพระธิดาของเจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีจะยังไม่ได้เป็นเจ้าชายหรือเจ้าหญิงแม้จะเป็นพระราชปนัดดาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ก็ตาม

ขณะที่ในงานนิทรรศการ “Royal Style in the Making” ซึ่งจัดแสดงชุดของเจ้าหญิงไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ที่จัดขึ้นในสัปดาห์นี้พบว่ายศเจ้าชายหรือคำนำหน้า His Royal Highness (HRH) ของแฮร์รี่ถูกลบออกไป

อย่างไรก็ตามภายใต้ข้อตกลงของราชวงศ์แฮร์รี่และเมแกน ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ได้รับอนุญาตให้รักษาตำแหน่ง HRH ของพวกเขาไว้ แต่ทั้งคู่ตกลงที่จะไม่ใช้ ซึ่งแตกต่างจากกรณีของเจ้าหญิงไดอาน่าที่ถูกปลดจากตำแหน่งภายหลังหย่าร้างกับเจ้าชายชาร์ลส์

Photo by Dominic Lipinski / POOL / AFP

แฮ็กเกอร์ Anonymous ขู่เล่นงาน Elon Musk ฐานทวีตป่วน Bitcoin #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654848

วันที่ 07 มิ.ย. 2564 เวลา 10:31 น.

แฮ็กเกอร์ Anonymous ขู่เล่นงาน Elon Musk ฐานทวีตป่วน Bitcoinกลุ่มแฮ็กเกอร์นานาชาติ Anonymous กล่าวว่าพวกเขาวางแผนที่จะเล็งเป้าหมายโจมตี Elon Musk ฐานทำให้มูลค่าของคริปโตดิ่งลงเพราะทวีตของเขา

ในวิดีโอที่อ้างตัวว่าเป็นกลุ่ม Anonymous แฮ็กเกอร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกกล่าวหาอีลอน มัสก์ซึ่งเป็นซีอีโอของของ Tesla ว่ามีอำนาจเหนือตลาดสกุลเงินดิจิทัล/คริปโตเคอร์เรนซี่มากเกินไปจนทางกลุ่มชักจะทนไม่ไหวแล้ว

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน มัสก์ทวีตที่คลุมเครือซึ่งทำให้หลายคนในวงการคริปโตตีความว่าเป็นมหาเศรษฐีผู้นี้อาจจะคิดเลิกรากับ Bitcoin และในทวีตยังมีโลโก้ Bitcoin และอีโมจิอกหัก ยิ่งทำให้คนคิดว่าจากที่มัสก์เคยเชียร์คริปโต เขาอาจจะหันหลังในมัน

แต่การทำแบบนี้ทำให้กลุ่ม Anonymous หมดความอดทนกับมัสก์ พวกเขาออกคลิปแถลงการณ์ว่า ‘นักลงทุนรายย่อยหลายล้านคนต่างหวังพึ่งผลกำไรจากคริปโตเพื่อปรับปรุงชีวิตของพวกเขา นี่คือสิ่งที่คุณจะไม่มีวันเข้าใจเพราะคุณเกิดมาในความมั่งคั่งที่ถูกขโมยไปจากเหมืองมรกตที่ขุดโดยแรงงานที่มีการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ และไม่รู้ว่าการต่อสู้กันของคนทำงานส่วนใหญ่ในโลกเป็นอย่างไร”

“แน่นอนว่าพวกเขาแบกรับเสี่ยงกับตัวเองเมื่อลงทุน และทุกคนก็รู้ว่าต้องเตรียมพร้อมสำหรับความผันผวนของสกุลเงินดิจิทัล แต่ทวีตของคุณในสัปดาห์นี้แสดงให้เห็นถึงการเพิกเฉยอย่างชัดเจนต่อคนหาเช้ากินค่ำ”

“ในขณะความฝันของคนที่ขยันขันแข็งต้องระเหยไปเพราะการแสดงออกถึงอารมณ์โกรธเคืองในที่สาธารณะของคุณ คุณยังคงเยาะเย้ยพวกเขาด้วยการทวีตมัมมาจากคฤหาสน์หนึ่งล้านดอลลาร์ของคุณต่อไป”

Anonymous ยังลากมัสก์มาขึงพืดด้วยการตำหนิว่าเขาเป็นคนไม่จริงใจ “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คุณมีความสุขกับชื่อเสียงที่โด่งดังที่สุดเหนือคนอื่นๆ ในชนชั้นมหาเศรษฐี เพราะคุณฉวยโอกาสกับความปรารถนาของพวกเราหลายคนที่อยากจะใช้ชีวิตในโลกที่มีรถยนต์ไฟฟ้าและการสำรวจอวกาศ แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้คุณภาพลักษณ์สาธารณะที่คุณสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน กำลังถูกเปิดเผย และผู้คนเริ่มมองว่าคุณว่าไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเศรษฐีผู้หลงตัวเองที่หมดหวังที่จะได้รับความสนใจ”

“ดูเหมือนว่าภารกิจของคุณในการกอบกู้โลกมีรากฐานมาจากปมความรู้ว่ตัวเองเหนือกว่าคนอื่นและอาการหลงตัวเองว่าเป็นฮีโร่กอบกู้โลก มากกว่าความกังวลที่แท้จริงสำหรับมนุษยชาติ สิ่งนี้ชัดเจนสำหรับพนักงานของคุณมาเป็นเวลานานแล้วซึ่งต้องเผชิญเงื่อนไขที่ยากจะทนได้ภายใต้คำสั่งของคุณมาหลายปีแล้ว”

“ยังเป็นที่ชัดเจนสำหรับเด็กเล็กที่ทำงานในเหมืองลิเธียมในต่างประเทศของคุณซึ่งกำลังทำลายสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นเช่นกัน คุณเปิดเผยเกี่ยวกับความเต็มใจที่จะก่อรัฐประหารเพื่อตั้งรัฐบาฃเผด็จการในสถานที่ที่มีการขุดวัตถุดืบที่เป็นพิษของคุณ คุณได้สวมมงกุฎตัวเองเป็น ‘จักรพรรดิแห่งดาวอังคาร’ ก่อนกำหนด ซึ่งเป็นสถานที่ที่คุณจะส่งคนไปตาย”

“คุณอาจคิดว่าคุณเป็นคนที่ฉลาดที่สุดกว่ามใครๆ แต่ตอนนี้คุณได้พบกับคู่ชกของคุณแล้ว เราคือ Anonymous ! พวกเราคือกลุ่มนักรบ รอพวกเจอกับเราได้เลย”

Photo by Christophe Gateau / dpa / AFP

“ธัมมะโลกะ” พระฝรั่งรุ่นแรกของโลกผู้ต่อสู้เพื่อชาวพุทธพม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654819

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 20:32 น.

"ธัมมะโลกะ" พระฝรั่งรุ่นแรกของโลกผู้ต่อสู้เพื่อชาวพุทธพม่า ท่านเป็นผู้ก่อตั้ง “พุทธสมาคมแห่งสยาม” และเดินทางไปทั่วเอเชียเพื่อคัดค้านการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ของ “นายฝรั่ง” ที่ล่าอาณานิคมในเอเชีย

ท่านธัมมะโลกะ (Dhammaloka) ชาวไอริช คาดว่าเป็นชาวตะวันตกคนแรกในยุคสมัยใหม่ที่บวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา (เท่าที่หลักฐานพอจะยืนยันได้) ท่านเกิดที่กรุงดับลิน ต่อมาเดินทางไปเป็นกรรมกรทั่วสหรัฐอเมริกา จากนั้นขึ้นเรือไปญี่ปุ่น แล้วต่อเรือมายังพม่าก่อนที่อังกฤษจะผนวกพม่าเป็นอาณานิคมเต็มรูปแบบหลังสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ 3

ที่พม่าท่านทำงานเป็นเสมียนห้างทำไม้ ต่อมาสนใจพุทธศาสนา จึงอุปสมบทที่ย่างกุ้งเมื่อก่อนปี 2442 ได้ฉายาว่า “ธัมมะโลกะ” ด้วยความที่ท่านต่อต้านศาสนาคริสต์ เป็นพวกนักคิดเสรี (Freethinker) หรือพวกไม่เชื่อในพระเจ้า (Atheist) เมื่อพบศาสนาพุทธแล้วท่านก็โจมตีศาสนาคริสต์อย่างหนัก ไม่เฉพาะแต่หลักคำสอน แต่รวมถึงการที่อังกฤษผูกศาสนาเข้ากับการล่าอาณานิคม ท่านโจมตีมิชชันนารีว่ามือหนึ่งถือคัมภีร์มือหนึ่งถือปืน

ท่านออกเดินทางตักเตือนคนพม่าให้ระวังฝรั่งพวกหมอสอนศาสนา และท่านยังเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจชาวอังกฤษ-อินเดียนนอกหน้าที่จะสวมรองเท้าเข้าไปยังพระเจดีย์ชเวดากองในกรุงย่างกุ้งในปี 2445ซึ่งเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในพม่าเนื่องจากชาวพุทธในพม่าจะไม่สวมรองเท้าในบริเวณเจดีย์แต่ฝรั่งก็ไม่ยอมถอดรองเท้าเหมือนกัน ทำให้คนพม่าเจ้าของแผ่นดินกับ “นายฝรั่ง” ต้องทะเลาะกันเนืองๆ (และเป็นชวนของขบวนการต่อต้านนักล่าอาณานิคมด้วย)

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้คู่กรณีของท่านเป็นชาวอินเดีย ชาวอินเดียถูกนายฝรั่งจ้างมาทำงานรักษาความสงบในพม่าคนอินเดียก็เหมือนคนเอเชียอื่นๆ ที่ชอบเดินเท้าเปล่าและเมื่อเข้าไปไหว้พระเจ้าในศาสนสถานก็ถอดรองเท้า แต่นอกเวลางานตำรวจแขกเยี่ยมชมเจดีย์พม่ากลับใส่รองเท้าบู๊ต ซึ่งถือเป็นดูหมิ่นเหยียดหยามอย่างร้ายแรง ทำให้ท่านธัมมะโลกะต้องเผชิญหน้ากับคนเหล่านี้เพื่อรักษาเกียรติของชาวพุทธพม่า

ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ของอังกฤษพยายามตั้งข้อหายุยงปลุกระดมให้กับกับท่านธัมมะโลกะและขอให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลพระเจดีย์ไม่ให้ท่านเข้าไปในเขตพระเจดีย์ แต่พวกอังกฤษทำไม่สำเร็จ ทำให้ชื่อเสียงของท่านเป็นที่รู้จักมากขึ้น

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่านทะเลาะกับฝรั่งและคนอินเดียที่รับใช้ฝรั่ง ในหนังสือ A Vagabond journey around the world ของ Harry Alverson Franck (ปี 1910) เล่าเหตุการณ์ที่ชวนหัวครั้งหนึ่งว่า

“… ยามบ่ายคล้อย ชาวฮินดู (ในสมัยนั้นหมายถึงชาวอินเดียไม่ได้หมายถึงผู้นับถือศาสนาฮินดู) ตัวจิ๋วซึ่งมีหน้าตาอ่อนโยนและเหมือนเด็กๆ ปรากฏตัวขึ้นบนเรือ และเดินโซเซเข้าออกตามตรอกซอกซอยด้วยขาไม้ที่งุ่มง่าม ลงมาแจกจ่ายแผ่นพับที่เขาถืออยู่ใต้ซอกแขนข้างหนึ่ง ชุดของเขาบ่งบอกว่าเขาเป็นมิชชันนารีคริสเตียนพื้นเมือง ทันใดนั้น สายตาของเขาจับจ้องไปที่ธัมมะโลกะและเขาก็นิ่งงันไปโดยอ้าปากค้าง

“นายเป็นอะไรหรือซาฮิบ” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงสงสัย (ซาฮิบเป็นคำเรียกอย่างสุภาพอาจแปลว่าสหาย, คุณ หรือนายท่านก็ได้)

“อย่างที่โยมเห็น” ชาวไอริชตอบ “อาตมาเป็นนักบวชในศาสนาพุทธ”

“ตะ.. แต่ว่านายมาจากประเทศอะไร?”

“อาตมามาจากไอร์แลนด์”

บนใบหน้าของชนพื้นเมืองแสดงอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ราวกับเกิดความสงสัยครั้งใหญ่ครอบงำจิตใจว่ามิชชันนารีที่เป็นหนี้บุญคุณช่วยเขาเปลี่ยนศาสนาได้หลอกลวงเขาเสียแล้ว ประหนึ่งรู้สึกจุกอกแน่นในหัวใจของเขา

“ไอร์แลนด์?” เขาร้องอย่างสั่นเครือว่า “ถ้าอย่างนั้นนายก็ไม่ใช่ชาวพุทธ! ชาวไอริชเป็นคริสเตียน ซาฮิบทุกคนเป็นคริสเตียน” และเขาเหลือบมองอย่างประหม่าไปที่ชาวพม่าที่กำลังยิ้มๆ มองมาที่เรา

“โถ่ นั่นมันที่พวกคริสเตียนจอมปลอมหลอกโยมแล้ว” ชาวไอริชแย้งขึ้น “นั่นที่โยมได้มาน่ะหรือ?”

แขกอินเดียพลิกเอกสารหลายๆ แผ่น เป็นบทต่างๆ ของคัมภีร์ไบเบิลพิมพ์ในภาษาอังกฤษและภาษาฮินดูสถาน (หมายถึงภาษาอูรดู/ฮินดี)

“บ๊ะ!” ธัมมะโลกะเอ่ยขึ้น “นี่ก็แย่พอแล้วที่เห็นคริสเตียนคนขาว แต่คนที่กินน้ำลายซาฮิบมิชชั่นนารีที่เอายัดใส่ให้ นี่มันน่าขยะแขยง ในเมื่อศรัทธาที่แท้จริงอยู่ไกลไม่ถึงวันก็พบแล้ว โยมควรจะลายแก่ใจ”

“ศาสนานี้ดีทีเดียวนา” คนเข้ารีตพึมพำ

“งั้นก็พิสูจน์สิ” ชาวไอริชเถียง

ชาวฮินดูยอมรับการท้าทายนี้ และในครึ่งชั่วโมงต่อมา เราได้เห็นปรากฏการณ์ใหม่ที่นายฝรั่งปกป้องความเชื่อของตะวันออกอย่างแข็งขันต่อคนพื้นเมืองผู้นับถือศาสนาตะวันตก น่าเสียดายที่ขาไม้ของเขาไม่เหมาะกับนักบวชผู้รอบรู้ เขาเริ่มต้นด้วยการพูดซ้ำซากเหมือนนกแก้วนกขุนทองถึงคำสอนของคริสเตียนและเมื่อพูดบทของเขาแล้วยืนทำอะไรไม่ถูกต่อหน้าปฏิปักษ์ของเขา แม้แต่เด็กนักเรียนคงจะนำเสนอข้อโต้แจ้งได้อย่างน่าเชื่อถือมากกว่านี้เสียอีก ชาวไอริชผู้รู้พระคัมภีร์ด้วยหัวใจ ยกคำอ้างอย่างแจ่มชัดตั้งแต่บทปฐมกาลถึงวิวรณ์ อ้างจากพระคัมภีร์อย่างไม่ติดขัดเพื่อสนับสนุนข้อโต้แย้งของเขา และเมื่อชาวฮินดูตั้งคำถามเกี่ยวกับข้อความหนึ่ง เขาก็จะหยิบแผ่นพับขึ้นมาเล่มหนึ่งแล้วพลิกไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยถึงหน้าที่ข้อความถูกระบุไว้

เมื่ออีรุงตุงนังกับตัวบทคัมภีร์และความไม่รู้ของเขาเอง ในไม่ช้าชาวพื้นเมืองก็กลายเป็นตัวตลกในสายตาชาวพม่าที่มามุงดูกัน เขาพยายามที่จะถอนตัวจากการโต้เถียงโดยอ้างว่าเขาไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ (เป็นภาษาแม่) ธัมมะโลกะจึงพูดกับเขาด้วยภาษาฮินดูสถาน เขาแสร้งทำเป็นลืมภาษาแม่และฉวยเอาแผ่นพับที่อยู่ในมือของพระไปอย่างเด็กๆ เมื่อวิธีการอื่นๆ ล้มเหลว เขาก็กลับไปใช้อุบายสุดท้ายของชาวฮินดู และเริ่มร้องไห้ ท่ามกลางเสียงหัวเราะ เขากำแผ่นพับที่ชาวไอริชยื่นออกมาให้เขา และน้ำตาก็ไหลอาบแก้ม เดินกะโผลกกะเผลกไป ไม่มองซ้ายมองขวาสบตาใครจนกระทั่งเขาหายตัวไปในหมู่บ้านชายเลน … ” (จาก A Vagabond journey around the world หน้า 365 – 366 )

เรื่องเล่านี้จากประสบการณ์ของ แสดงให้เห็นถึงความรู้เรื่องคัมภีร์ไบเบิลของพระธัมมะโลกะและรู้ที่จะโต้แย้งข้อสงสัยอย่างไร แต่ก็สะท้อนถึงท่าทีที่แข็งกร้าวของท่านต่อศาสนาคริสต์ด้วย

แนวคิดของท่านออกจะรุนแรงแต่ชาวพุทธพม่าศรัทธามาก โดยเฉพาะกลุ่มต่อต้านเจ้าอาณานิคมรักใครท่านอย่างยิ่ง ด้วยท่าทีเช่นนี้ทำให้ท่านธัมมะโลกะถูกดำเนินคดีหลายครั้ง แต่ท่านกลับเคลื่อนไหวหนักขึ้น เดินสายไปทั่วเอเชียทั้งในอาณานิคมบริติชมาลายา ลังกา จีน ญี่ปุ่น และออสเตรเลียที่ท่านแกล้งตายแล้วหนีมาอยู่ที่สยาม

ท่านมาที่สยามหลายรอบ มีข้อมูลว่าท่านจำพรรษาที่วัดบ้านทวาย ซึ่งน่าจะเป็นวัดดอนทวาย (วัดบรมสถล) บ้านทวาย ซึ่งเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวทวายที่อพยพมาจากพม่า ในช่วงที่ธัมมะโลกะมาสยาม แถบบ้านทวายยังคงรักษาอัตลักษณ์คนทวายเอาไว้ และที่ท่านเลือกมาอยู่ที่บ้านทวายอาจเกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาพม่า และเหตุที่ท่านบวชที่วัดทวาย ในเมืองย่างกุ้งมาก่อน

ที่บางกอกท่านตั้งโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษให้คนเชื้อชาติต่างๆ (แถบบ้านทวายมีทั้งคนทวาย คนไทยใหญ่ คนลาว ยะวา-มลายู คนไทย คนจีน) ท่านก่อตั้งพุทธสมาคมแห่งสยาม (Siam Buddhist Society) เสนอตั้งสภาพุทธศาสนิกชนนานาชาติ ตั้งสำนักสงฆ์สำหรับชาวพุทธต่างชาติที่มาสยาม และตั้งพุทธสมาคมแนวคิดเสรีแห่งสยาม (Siam Buddhist Freethought Association) หลังจากนั้นเรื่องของท่านเงียบไป

ไม่มีใครทราบว่าท่านมรณภาพที่ไหน แต่คาดว่าน่าจะที่วัดบ้านทวาย

โดย กรกิจ ดิษฐาน

เรียบเรียงและเพิ่มเติมจากบทความเรื่อง “ท่านธัมมะโลกะ (Dhammaloka)” 

รัสเซียเลิกเก็บเงินดอลลาร์ ให้กองทุนแห่งชาติหยุดถือทั้งหมด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 17:29 น.

รัสเซียเลิกเก็บเงินดอลลาร์ ให้กองทุนแห่งชาติหยุดถือทั้งหมดกระบวนการ De-dollarization ของรัสเซียยงคงเดินหน้าไม่หยุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สหรัฐคว่ำบาตรอีกฝ่าย

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่า อันตน ซิลูอานอฟ (Anton Siluanov) รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของประเทศรัสเซียประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของรัสเซียจะหันมาซื้อทองคำและขายสกุลเงินสหรัฐจำนวน 40,000 ล้านดอลลาร์ออกจากพอร์ตการลงทุนทั้งหมด

กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ หรือ Sovereign Wealth Funds (SWFs) เป็นกองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ โลหะมีค่า หรือในการลงทุนทางเลือก เช่น กองทุนไพรเวทอิควิตี้หรือกองทุนเฮดจ์ฟันด์ สำหรับ SWFs ของรัสเซียคือ Russian National Wealth Fund มีสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 176,640 ล้านดอลลาร์

ซิลูอานอฟกล่าวว่ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติจะลดส่วนแบ่งของดอลลาร์เป็นศูนย์ภายในเดือนหน้า ในการพูดคุยระหว่างการประชุม St. Petersburg International Economic Forum (เป็นงานอีเวนต์ทางธุรกิจประจำปีของรัสเซียสำหรับภาคเศรษฐกิจซึ่งจัดขึ้นที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กตั้งแต่ปี 1997) เขากล่าวว่ากระบวนการนี้จะ “เร็วพอ” และจะสะท้อนการเคลื่อนไหวที่คล้ายกันโดยธนาคารกลางของประเทศเพื่อลดสินทรัพย์ที่ถืออยู่ในสกุลเงินอเมริกัน

ภายใต้แผนดังกล่าว สัดส่วนของดอลลาร์ในกองทุนจะลดลงจาก 35% เป็น 0% ในขณะที่สินทรัพย์ที่ถือในสกุลเงินยูโรและหยวนจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 40% และ 30% ตามลำดับ ส่วนแบ่งของปอนด์อังกฤษจะลดลงครึ่งหนึ่งจาก 10% เป็น 5% ในขณะที่สินทรัพย์เพื่อการลงทุนจะเป็นการหันมาซื้อทองคำเป็นครั้งแรก โดย 20% ของสินทรัพย์ของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของรัสเซียจะนำมาเก็งกำไรกับทองคำ

ดมิทรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกของเครมลินกล่าวในภายหลังเมื่อวันพฤหัสบดีสนับสนุนการตัดสินใจดังกล่าว โดยกล่าวว่า “กระบวนการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ (De-dollarization) มีความต่อเนื่อง อันที่จริงแล้วตอนนี้มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า” เขาเสริมว่าการสลัดตัวจากพึ่งพาทางการเงินของสหรัฐ “ไม่เพียงเกิดขึ้นในประเทศของเรา (รัสเซีย) เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งเริ่มประสบกับความกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของสกุลเงินหลักในทุนสำรอง”

Photo by TONY KARUMBA / AFP

โดรนออกล่าสังหารมนุษย์ด้วยตัวมันเองโดยไม่ได้รับคำสั่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654809

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 15:51 น.

โดรนออกล่าสังหารมนุษย์ด้วยตัวมันเองโดยไม่ได้รับคำสั่ง นี่ไม่ใช่พล็อตเรื่องจากภาพยนต์ แต่เป็นเรื่องจริงเมื่อปัญญาประดิษฐ์สั่งการอาวุธสังหารให้ออกไล่ล่าเอง

นิตยสาร New Scientist รายงานว่าได้รับข้อมูลจากรายงานของสหประชาชาติ (UN) เรื่องโดรนติดอาวุธที่ “ตามล่าเป้าหมายของมนุษย์” โดยไม่ได้รับคำสั่ง ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกที่โดรนทำนอกเนหือคำสั่งของมนุษย์ด้วยการไล่ล่าเพื่อสังหารมนุษย์ด้วยตัวมันเอง

ในเหตุการณ์เมื่อเดือนมีนาคม 2020 โดรน Kargu-2 โจมตีบุคคลหนึ่งโดยอัตโนมัติระหว่างความขัดแย้งระหว่างกองกำลังของรัฐบาลลิเบียและกลุ่มทหารนำโดยคาลิฟา ฮาฟตาร์ กองทัพแห่งชาติลิเบีย

Kargu-2 สร้างขึ้นในตุรกี ซึ่งเป็นโดรนโจมตีที่หวังผลถึงชีวิตออกแบบมาสำหรับการทำสงครามแบบอสมมาตรและการปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย Kargu-2 ยังเป็นโดรนที่บินได้ซึ่งใช้อัลกอริธึมการเรียนรู้ด้วยเครื่องและการประมวลผลภาพแบบเรียลไทม์เพื่อติดตามและมีส่วนร่วมกับเป้าหมายโดยอัตโนมัติ

โดรน Kargu-2 ตัวนี้มุ่งเป้าไปที่ทหารคนหนึ่งของ ฮาฟตาร์ขณะที่เขาพยายามจะล่าถอย ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Daily Star และ New York Post รายงานว่าในเวลานั้นโดรนกำลังทำงานในโหมดอิสระที่ “มีประสิทธิภาพสูง” ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีคนควบคุม”

รายงานจากคณะผู้เชี่ยวชาญของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในลิเบียกล่าวว่า “ระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติร้ายแรงได้รับการตั้งโปรแกรมให้โจมตีเป้าหมายโดยไม่ต้องมีการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับอาวุธ อันที่จริงแล้วคือความสามารถในการ ‘ยิง ลืม และค้นหา’ (fire, forget and find) อย่างแท้จริง”

ทั้งนี้ Fire-and-forget เป็นขีปนาวุธประเภทหนึ่งที่ไม่ต้องการคำสั่งเพิ่มเติมหลังจากการยิง เช่น การส่องสว่างของเป้าหมายหรือการนำทางด้วยวิทยุ และสามารถยิงถูกเป้าหมายโดยที่เครื่องยิงจรวดไม่อยู่ในแนวสายตาของเป้าหมาย

แซค คัลเลนบอร์น (Zak Kallenborn) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติที่เชี่ยวชาญด้านระบบไร้คนขับและโดรน ได้ยืนยันในรายงานนี้ว่า นี่อาจเป็นครั้งแรกที่โดรนโจมตีมนุษย์โดยไม่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น

คัลเลนบอร์นมีความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของโดรนที่ทำงานอัตโนมัติ โดยประเด็นคำถามว่า “ระบบรู้จำวัตถุ (ของโดรน) มีความเปราะบางแค่ไหน?” และ “มันระบุเป้าหมายผิดบ่อยแค่ไหน?”

คัลเลนบอร์นระบุในบทความที่เขียนให้กับ Bulletin of the Atomic Scientists โดยเขาเรียกปฏิบัติการของ Kargu-2 ว่าเป็น “โฉมหน้าใหม่ในอาวุธอัตโนมัติ ซึ่งเป็นโฉมหน้าที่ใช้ต่อสู้และฆ่ามนุษย์โดยอาศัยปัญญาประดิษฐ์”

ยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีทหารคนใดถูกสังหารในการโจมตีนี้หรือไม่ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติจะพูดเป็นนัยก็ตามว่าอาจมีผู้เสียชีวิต ตามรายงานของคณะกรรมการ การสู้รบส่งผลให้ “มีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก” โดยสังเกตว่ากองกำลังของ ฮาฟตาร์แทบไม่มีการป้องกันการโจมตีทางอากาศจากระยะไกล

ภาพจาก STM

จีนไล่ต้อน Bitcoin ไม่หยุด ราคาร่วงหลัง Weibo ปิดบัญชีคริปโต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 14:02 น.

จีนไล่ต้อน Bitcoin ไม่หยุด ราคาร่วงหลัง Weibo ปิดบัญชีคริปโต หลังจากรับบาลจีนเอาจริงกับการขุดคริปโต ตอนนี้ภาคเอกชนรับลูกจริงๆ จังๆ นำโดยโซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยม

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Bitcoin ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องในวันเสาร์แม้ว่าจะมีข่าวดีจากการที่ประเทศเอลวัลวาดอร์ประกาศจะให้ Bitcoin เป็นตัวกลางชำระเงินตามกฎหมายได้ และยังมีขาวจาก Square Inc. ด้วยแต่ก็ไม่สามารถบรรเทาความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านกฎระเบียบของจีนได้

Bitcoin เหรียญดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกราคาตกลงไปอยู่ที่ประมาณ 35,220 ดอลลาร์ ณ เวลา 18:31 น. ในวันเสาร์ตามเวลานิวยอร์ก ลดลง 5.3% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวดังกล่าวขยายแนวโน้มขาลงเป็นวันที่สองหลังจากทวีตที่คลุมเครือจากอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ที่บ่งชี้ว่าเขาอาจจะสลัดตัวจากคริปโตเคอเรนซี

ข่าวร้ายที่สาหัสที่สุดคือการที่เวยปั๋ว (Weibo) บริการโซเชียลมีเดียของจีน ดูเหมือนจะบล็อกบัญชีผู้มีอิทธิพลในวงการคิรปโตบางบัญชีในวันเสาร์ โดยอ้างถึงการละเมิดกฎหมายและกฎของชุมชน Weibo ในขณะที่ Weibo ได้ปราบปรามบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคริปโตหลายบัญชีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวร้ายล่าสุดจากจีนหลังจาทางการจีนสั่งกวาดล้างการขุดคริปโตในประเทศจนทำให้ราคาของคิรปโตโดยเฉพาะ Bitcoin ดิ่งลงยาว

ในขณะเดียวกันนายิบ บูเกเล (Nayib Bukele) ประธานาธิบดีของประเทศเอลซัลวาดอร์กล่าวว่าเขาวางแผนที่จะเสนอกฎหมายที่จะทำให้ Bitcoin เป็นการชำระเงินอย่างถูกกฎหมายในประเทศเป็นครั้งแรกในโลก ตามข้อความวิดีโอที่เขามีให้กับการประชุม Bitcoin 2021 ในไมอามี

ในขณะที่ Square Inc. กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่าจะลงทุน 5 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างโรงงานขุด Bitcoin ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ไซต์ Blockstream Mining ในสหรัฐอเมริกาผ่านการเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีบล็อคเชน

แต่ข่าวดีเหล่านี้ถูกรบกวนด้วยข่าวร้ายจาก Weibo และยังมีทวีของมัสก์ที่ในวันเสาร์ เขาทวีตว่า “สินค้าและบริการคือเศรษฐกิจที่แท้จริง เงินทุกรูปแบบเป็นเพียงการบัญชี” ซึ่งทำให้ผู้คนถกเถียงกันว่ามัสก์อาจบอกใบ้ว่าเขากำลังแยกตัวจากคริปโตหรือไม่ เพราะคริปโตถูกโจมตีว่าไม่สะท้อนความเคลื่อนไหวที่แท้จริงของเศรษฐกิจ

Bitcoin กำลังดิ้นรนเพื่อฝ่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน ซึ่งมันไม่สามารถทำได้ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ มัยยังกำลังประสบกับความยากลำบากในการทะลวงระดับราคา 40,000 ดอลลาร์ หาก Bitcoin ทะลุระดับนั้น มันอาจจะทดสอบค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันที่ประมาณ 41,500 ดอลลาร์ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าถ้าทำได้ก็จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาตลาดกระทิง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Bitcoin ยังคงผันผวนอยู่ในช่วงแคบ การทดสอบระดับ 30,000 ดอลลาร์ซ้ำก็อาจเกิดขึ้นได้ จนกว่าจะมีตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงบวกมากขึ้น

Photo by INA FASSBENDER / AFP

Steady drop in new Covid-19 cases and deaths in Asean #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40001785

Steady drop in new Covid-19 cases and deaths in Asean


New Covid-19 cases and related deaths in Southeast Asia fell for the second successive day, collated data shows.

Steady drop in new Covid-19 cases and deaths in Asean

Asean reported 22,205 new cases on Monday, lower than Sunday’s 22,959, while 382 people died, down from Sunday’s 452.

The total number of Covid-19 cases crossed 4.19 million across the region and the death toll rose to 82,086.

Indonesia reported 6,993 new cases and 191 deaths on Monday, bringing cumulative cases in the country to 1,863,031 and the death toll to 51,803.

Indonesia’s Ministry of Public Health expressed concern that tardiness in testing people residing in remote areas could hamper the government’s efforts to contain the outbreak.

Cambodia reported 589 new cases and three deaths on Monday, bringing cumulative cases in the country to 34,833 and total deaths to 266.

The governor of Phnom Penh said that the city would not reinstate curfew measures because people are now more aware of the situation and are following disease control measures.

Published : June 08, 2021

By : THE NATION