EU ไฟเขียวเปิดรับนักท่องเที่ยวหากฉีดวัคซีนครบแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653439

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 18:30 น.

EU ไฟเขียวเปิดรับนักท่องเที่ยวหากฉีดวัคซีนครบแล้วสหภาพยุโรปเปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัวหากฉีดวัคซีนใดก็ได้ใน 5 ยี่ห้อนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าประเทศสมาชิกสภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงที่จะเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ครบโดสแล้ว โดยสามารถเดินทางเข้าประเทศในสหภาพยุโรปได้ตั้งแต่เดือนส.ค.

การผ่อนปรนข้อจำกัดในการเดินทางข้ามประเทศครั้งนี้จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศนอกสมาชิกสหภาพยุโรปที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ครบโดสแล้วสามารถเดินทางเข้ามายังสหภาพยุโรปได้โดยไม่ต้องกักตัวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตามมีข้อจำกัดว่าวัคซีนต้านโควิด-19 ที่ฉีดจะต้องได้รับการรับรองจากองค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) หรือองค์การอนามัยโลก (WHO) เท่านั้น

ซึ่งได้แก่ แอสตราเซเนกา (AstraZeneca), จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson), โมเดอร์นา (Moderna), ไฟเซอร์ (Pfizer-BioNTech) และซิโนฟาร์ม (Sinopharm) และต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทาง

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำหรือมีอัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 14 วันไม่เกิน 75 คนต่อประชากร 100,000 คนสามารถเดินทางเข้าสหภาพยุโรปได้โดยไม่ต้องกักตัวแม้จะยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็ตาม

โดยจะพิจารณาประกอบกับการตรวจเชิงรุกในประเทศ และการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ที่น่ากังวลร่วมด้วย ซึ่งจะกำหนดรายชื่อประเทศเสี่ยงต่ำภายในสัปดาห์นี้หรือไม่เกินสัปดาห์หน้า

Photo by PATRICIA DE MELO MOREIRA / AFP

เจ้าชายวิลเลียมรับการฉัดวัคซีนเข็มแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653442

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 17:05 น.

เจ้าชายวิลเลียมรับการฉัดวัคซีนเข็มแรกเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ ทรงเข้ารับการฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 เข็มแรก

เจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ ทรงเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ว่า พระองค์ทรงเข้ารับการฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 เข็มแรกเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งโพสต์ภาพขณะรับการฉีดวัคซีนที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ

“เราฉีดวัคซีน Covid-19 เข็มแรกเมื่อวันอังคาร” เจ้าชายวิลเลียมทวีต “สำหรับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานในโครงการฉีดวัคซีน ขอบคุณสำหรับทุกๆ สิ่งที่พวกคุณทำและกำลังจะทำต่อ”

เจ้าชายวิลเลียมทรงติดเชื้อโคโรนาไวรัสเมื่อเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งใกล้เคียงกับที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระบิดาทรงติด Covid-19 แต่เจ้าชายวิลเลียมไม่เปิดเผยการประชวรจนกระทั่งเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความตื่นตกใจ

ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงเข้ารับการฉีดวัคซีนแล้วเช่นกัน โดยสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ตรัสว่า การฉีดรวดเร็วมากและไม่เจ็บ รวมทั้งทรงเชิญชวนให้ชาวอังกฤษเข้ารับการฉีดวัคซีน

On Tuesday I received my first dose of the COVID-19 vaccine. To all those working on the vaccine rollout – thank you for everything you’ve done and continue to do. pic.twitter.com/8QP6ao5fEb— The Duke and Duchess of Cambridge (@KensingtonRoyal) May 20, 2021

มาลาวีเผาวัคซีนหมดอายุเกือบ 20,000 โดสเพราะฉีดไม่ทัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653414

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 16:30 น.

มาลาวีเผาวัคซีนหมดอายุเกือบ 20,000 โดสเพราะฉีดไม่ทันมาลาวีเผาทำลายวัคซีน Covid-19 หมดอายุเกือบ 20,000 โดส เพราะฉีดไม่ทัน เนื่องจากตอนได้รับมาเหลืออายุการใช้งานเพียง 18 วัน

ทางการมาลาวีเผาทำลายวัคซีนต้าน Covid-19 19,610 โดสของ AstraZeneca ที่หมดอายุ แม้จะได้รับคำยืนยันจากสหภาพแอฟริกา (AU) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าวัคซีนล็อตดังกล่าวยังสามารถใช้ได้ไปจนถึงกลางเดือน ก.ค.

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.มาลาวีได้รับวัคซีน 102,000 โดสภายใต้โครงการความริเริ่มระหว่าง AU และ WHO โดยฉลากระบุว่าหมดอายุในวันที่ 13 เม.ย. เท่ากับว่ามาลาวีมีเวลาเพียง 18 วันในการใช้วัคซีน ซึ่งขณะนั้นมาลาวีใช้วัคซีนจำนวนนี้ไปราว 80%

จอห์น เอนเคนกาซอง ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแอฟริกา (Africa CDC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ AU เผยว่า จากการวิเคราะห์เพิ่มเติมโดยสถาบันเซรุ่มของอินเดีย (SII) พบว่าวัคซีนดังกล่าวยังสามารถใช้ได้จนถึงวันที่ 13 ก.ค. และเรียกร้องไม่ให้มาลาวีทำลายวัคซีนที่ได้รับบริจาค

อย่างไรก็ดี รัฐบาลมาลาวียืนยันว่าจะไม่ฉีดวัคซีนหมดอายุให้ประชาชน โดย คุมบิซ ชาพอนดา รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขมาลาวีเผยว่า “ในนามของรัฐบาล ฉันขอยืนยันต่อชาวมาลาวีว่าจะไม่มีการฉีดวัคซีนที่หมดอายุแล้ว”

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังโทษว่าเป็นเพราะการโฆษณาชวนเชื่อที่ทำให้ชาวมาลาวีลังเลที่จะฉีดวัคซีนของ AstraZeneca ทำให้ฉีดวัคซีนไม่ทันจนหมดอายุ

ทั้งนี้ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาหน่วยงานกำกับดูแลยาของอินเดียอนุญาตให้ใช้วัคซีน AstraZeneca ที่ผลิตจากสถาบันเซรุ่มของอินเดียได้นานถึง 9 เดือนนับจากวันที่ผลิต จากเดิมที่ประกาศให้ใช้ได้ 6 เดือน

มาดูภาพแรกบนดาวอังคารจากยานสำรวจของจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653412

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 15:00 น.

มาดูภาพแรกบนดาวอังคารจากยานสำรวจของจีนจีนเผยภาพแรกจากยานหุ่นยนต์สำรวจหลังลงจอดบนดาวอังคารสำเร็จเมื่อสัปดาห์ก่อน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 พ.ค. หุ่นยนต์สำรวจดาวอังคาร “จู้หรง” ของจีนที่ลงจอดดาวอังคารไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ส่งภาพถ่ายจากดาวอังคารชุดแรกกลับมายังโลกได้สำเร็จ

ภาพถ่ายดังกล่าวเผยแพร่โดยสำนักงานจัดการอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) ซึ่งได้มาจากกล้องที่ติดอยู่บนตัวยานซึ่งมีทั้งภาพถ่ายสีและภาพขาวดำ แสดงให้เห็นส่วนหนึ่งของยานที่กำลังลงจอดอยู่บนบริเวณที่เรียกว่า “ยูโทเปีย พลานิเทีย” บนดาวอังคาร โดยหลังจากนี้จู้หรงจะปฏิบัติภารกิจสำรวจดาวอังคารเป็นเวลาประมาณ 90 วัน

ทั้งนี้ หุ่นสำรวจจู้หรงเดินทางไปกับยานสำรวจเทียนเหวิน-1 ซึ่งเป็นภารกิจเดินทางสู่ดาวอังคารครั้งแรกของจีน โดยลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารสำเร็จเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมาบริเวณที่เรียกว่ายูโทเปีย พลานิเทีย ซึ่งเป็นที่ราบขนาดใหญ่บนซีกโลกเหนือของดาวอังคาร ทำให้จีนเป็นประเทศที่สองของโลกรองจากสหรัฐที่นำหุ่นสำรวจลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารได้สำเร็จ

Photo by CNS/CNSA / AFP

เจ้าของแอพ TikTok วางมือลาออกจากตำแหน่งซีอีโอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653398

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 14:00 น.

เจ้าของแอพ TikTok วางมือลาออกจากตำแหน่งซีอีโอผู้ก่อตั้ง ByteDance เจ้าของแอพ TikTok ประกาศวางมือจากตำแหน่งซีอีโอ

จางอี้หมิง ผู้ก่อตั้งบริษัท ByteDance เจ้าของแอพพลิเคชั่น TikTok ประกาศในบันทึกภายในของบริษัทว่า จะลาออกจากตำแหน่งซีอีโอของบริษัท เนื่องจากมองว่าตัวเองยังขาดทักษะด้านการบริหาร และชอบอ่านหนังสือและปล่อยความคิดไปตามอารมณ์มากกว่าการบริหารบริษัทเทคขนาดใหญ่ 

“ผมรู้สึกว่าผมไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวังไว้ในด้านของโอกาสเชิงกลยุทธ์ใหม่ๆ การบริหารองค์กร และความรับผิดชอบต่อสังคม” จางระบุในบันทึกภายใน “หลังจากคิดเรื่องนี้มาหลายเดือน ผมได้ข้อสรุปว่าการเปลี่ยนผ่านบทบาทหน้าที่ของซีอีโอ รวมทั้งความรับผิดชอบประจำวันที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะทำให้ผมโฟกัสกับโครงการต่างๆ ในระยะยาวได้มากกว่า” 

เหลียงรู่โป ผู้ร่วมก่อตั้ง ByteDance และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งเป็นเพื่อนร่วมห้องเรียนของจาง จะรับตำแหน่งซีอีโอคนต่อไปในช่วงสิ้นปีนี้ โดยจางจะยังดำรงตำแหน่งประธานบริษัท และทั้งคู่จะทำงานร่วมกันตลอด 6 เดือนข้างหน้าเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่น

ข่าวการวางมือของจางเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทางการจีนกำลังเข้ามาควบคุมบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่รวมทั้ง ByteDance อย่างเข้มงวด และยังเป็นช่วงที่ ByteDance เตรียมจะเปิดขายหุ้นครั้งแรกแก่บุคคลทั่วไป (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐหรือฮ่องกงด้วย

Photo by STR / AFP

ชาวออสเตรเลียกว่าครึ่งเชื่อ Elon Musk เป็นผู้สร้าง Bitcoin #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653393

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 12:30 น.

ชาวออสเตรเลียกว่าครึ่งเชื่อ Elon Musk เป็นผู้สร้าง Bitcoinผลสำรวจชี้ชาวออสเตรเลีย 56% เชื่อว่า Elon Musk เป็นผู้ก่อตั้งเหรียญ Bitcoin

The Australian รายงานว่าเว็บไซต์ Finder ของออสเตรเลียได้ทำการสำรวจชาวออสตรเลีย 1,004 คนเกี่ยวกับความรู้เรื่องสกุลเงินดิจิทัลซึ่งจากผลการสำรวจพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามกว่าครึ่งหนึ่งเชื่อว่า Elon Musk เป็นผู้สร้างเหรียญ Bitcoin

โดยผลการสำรวจชี้ว่าชาวออสเตรเลียจำนวน 56% ไม่รู้จัก Satoshi Nakamoto ชายลึกลับผู้สร้าง Bitcoin และเชื่อว่า Elon Musk ซีอีโอ Tesla และผู้ก่อตั้ง Space เป็นผู้สร้างสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก

นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากยังไม่ทราบว่าปริมาณของ Bitcoin มีจำกัดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้น ขณะที่ประชาชน 44% คิดว่า Bitcoin มีจำนวนไม่จำกัดเช่นเดียวกับเงินตราหรือเงินกระดาษ (Fiat money)

การสำรวจยังพบว่าชาวออสเตรเลียจำนวนมากลงทุนในสกุลงินดิจิทัลหรือสนใจที่จะลงทุน โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 25% ได้ถือครองหรือวาางแผนที่จะถือครองเหรียญดิจิทัลภายในสิ้นปี 2021

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีความตั้งในที่จะลงทุนในคริปโตอย่างมาก แต่ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากถึง 20% กลับไม่ทราบว่าจะต้องซื้อมันอย่างไร

ทั้งนี้ แบบสำรวจดังกล่าวของ Finder มาพร้อมกับการเปิดให้บริการซื้อขาย Bitcoin ผ่านแอปพลิเคชันโดย Fred Schebesta ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของบริทกล่าวว่าบริการนี้จะช่วยให้ชาวออสเตรเลียเข้าถึงการลงทุนคริปโตได้ง่ายขึ้นหรือสามารถซื้อ Bitcoin ได้ภายใน 3 นาทีด้วยแอพตัวนี้

Schebesta ยังเชื่อว่าราคาของ Bitcoin ที่ดิ่งลงอย่างรุนแรงในขณะนี้เป็นเพียงแค่ระยะสั้นเท่านั้น และคาดว่าราคาของมันจะแตะ 250,000 เหรียญสหรัฐภายในปี 2021

ใครคือผู้สร้างตัวจริง?

นับตั้งแต่ Bitcoin ได้เปิดตัวภายใต้ผู้ก่อตั้งที่อ้างว่าเป็นชาวญี่ปุ่นชื่อ Satochi Nakamoto ซึ่งชื่อของเขาเป็นที่กล่าวถึงและเป้าหมายการค้นหามาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตามมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าภาษาอังกฤษของเขาอยู่ในระดับดีเยี่ยม อีกทั้งในขณะนั้นยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ Bitcoin ในภาษาญี่ปุ่นเลย ทำให้คนกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าเขาไม่น่าจะใช่คนญี่ปุ่น หรือแม้แต่ตัวจริงๆ ของผู้คิดค้น Bitcoin

สื่อมวลชนและนักวิชาการพยายามแกะรอยตัวตนและที่อยู่ของเขาเรื่อยมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งยังชี้ตัวผิดพลาดมาโดยตลอด

นอกจากนี้มีข้อสังเกตว่า Satochi Nakamoto ใช้คำสบถในภาษาอังกฤษแบบที่ใช้กันในสหราชอาณาจักรหรือในกลุ่มประเทศเครือจักรภพ เช่น ออสเตรเลีย

ทั้งนี้ เมื่อปี 2015 Craig Steve Wright นักธุรกิจชาวออสเตรเลียออกมาเปิดเผยตัวว่าเขาคือผู้บุกเบิก Bitcoin ตัวจริงภายใต้นามแฝงว่า Satochi Nakamoto โดยเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสำนักข่าวบีบีซี นิตยสารรดิอีโคโนมิสต์ และนิตยสารจีคิว โดยเจ้าตัวเผยว่าไม่ประสงค์ที่จะเปิดเผยตัวตนแต่ที่ต้องทำเพื่อยุติการเผยแพร่ข้อมูลที่สับสน แต่จนถึงปัจจุบันคนจำนวนหนึ่งก็ยังสงสัยและไม่ยืนยันว่าเขาคือผู้สร้าง Bitcoin ตัวจริง

Photo by Justin TALLIS / AFP

ความหวังมนุษยชาติ! นักวิทย์พบยารักษาโควิดประสิทธิภาพ 99.9% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653386

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 11:15 น.

ความหวังมนุษยชาติ! นักวิทย์พบยารักษาโควิดประสิทธิภาพ 99.9%ทีมนักวิทยาศาสตร์คิดค้นยารักษา Covid-19 ตัวใหม่ฆ่าไวรัสได้ 99.9% ใช้ได้กับทุกสายพันธุ์

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันสุขภาพเมนซีส์แห่งรัฐควีนส์แลนด์ มหาวิทยาลัยกริฟฟิธของออสเตรเลีย (MHIQ) และสถาบันวิจัยซิตีออฟโฮปในสหรัฐ คิดค้นยาต้านไวรัสตัวใหม่ที่สามารถลดปริมาณเชื้อไวรัสในปอดได้ถึง 99.9% จุดประกายความหวังเป็นยาต้าน Covid-19 ตัวใหม่

โดยปกติแล้วยาต้านไวรัสตัวอื่นๆ อาทิ ทามิฟลู (Tamiflu) ซานามิเวียร์ (zanamivir) และเรมเดซิเวียร์ (remdesivir) จะช่วยลดอาการและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น แต่ยาตัวใหม่นี้จะตรงเข้าค้นหาและทำลายสารพันธุกรรมของไวรัสโดยตรง ทำให้ไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้  

ผลการวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Molecular Therapy ระบุว่า ยาตัวใหม่ใช้เทคโนโลยียับยั้งการทำงานของยีนโดยการแทรกแซงอาร์เอ็นเอ (RNA) ที่เรียกว่า siRNA โจมตีดีเอ็นเอของไวรัสโดยตรง ซึ่งทำให้ไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ และยังใช้อนุภาคนาโนไขมันที่ออกแบบโดยทั้งสองสถาบันส่ง siRNA ลงไปที่ปอดซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดการติดเชื้อโดยตรง 

นอกจากนี้ ยังระบุอีกว่า เมื่อทดสอบในหนูทดลองที่ติดเชื้อ SARS-Cov-2 ที่ทำให้เกิดโรค Covid-19 พบว่าทำให้หนูมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหนูที่รอดชีวิตซึ่งตรวจไม่พบเชื้อไวรัสในปอดเลย  

ไนเจล แม็คมิลลัน หนึ่งในทีมวิจัยจาก MHIQ เผยว่า “ยาที่ใช้เทคโนโลยี siRNA ลดปริมาณไวรัสได้ถึง 99.9% และอนุภาคนาโนนี้สามารถกระจายในเซลล์ปอดเป็นวงกว้างและกำจัดยีนของไวรัส” และยาดังกล่าวมีเป้าหมายแบบจำเพาะเจาะจงเฉพาะกับไวรัสก่อโรค Covid-19 เท่านั้น จึงไม่มีผลต่อเซลล์ชนิดอื่นๆ ในร่างกาย เนื่องจากทางผู้พัฒนาออกแบบชุดคำสั่งที่จำเพาะอย่างยิ่งด้วยหลักการทางพันธุกรรม ให้ยาค้นหาและทำลายเซลล์หรืออนุภาคไวรัสชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น 

ด้าน เควิน มอร์ริส จากสถาบันซิตีออฟโฮปเผยว่า “ยานี้ถูกออกแบบให้ใช้ได้ผลกับทั้งเชื้อไวรัส SARS-CoV-1 ที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ส และ SARS-CoV-2 และสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่อาจอุบัติขึ้นในอนาคต เนื่องจากถูกออกแบบให้โจมตีดีเอ็นเอของไวรัสในจุดที่มีความคงตัวและการเปลี่ยนแปลงต่ำ” 

ความสำเร็จนี้จุดประกายความหวังในการพัฒนายารักษาผู้ป่วย Covid-19 และการติดเชื้อโคโรนาไวรัสอื่นๆ ในอนาคต ทั้งยังสะดวกในการใช้งาน เพราะเก็บได้ในอุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียสได้ 12 เดือน และในอุณหภูมิห้องได้ราว 1 เดือน

Photo by Handout / National Institute of Allergy and Infectious Diseases / AFP

สกัดโควิด! ญี่ปุ่นห้ามต่างชาติจากไทยและอีก 6 ชาติเข้าประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653382

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 10:36 น.

สกัดโควิด! ญี่ปุ่นห้ามต่างชาติจากไทยและอีก 6 ชาติเข้าประเทศมาตรการสกัดโควิด-19 ห้ามนักเดินทางต่างชาติจาก 7 ประเทศเดินทางเข้าญี่ปุ่น

สำนักข่าวเกียวโดรายงานเมื่อวันที่ 19 พ.ค. รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศมาตรการห้ามชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศไทย กัมพูชา ศรีลังกา มองโกเลีย ติมอร์ตะวันออก เซเซลล์ และเซนต์ลูเซีย เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19

โดยชาวต่างชาติที่เดินทางไปยังประเทศดังกล่าวภายใน 14 วันก่อนเดินทางมาถึงญี่ปุ่นจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ เว้นแต่จะมีเหตุผลพิเศษ

ส่งผลให้ขณะนี้ญี่ปุ่นใช้มาตรการดังกล่าวต่อประเทศต่างๆ เพิ่มเป็น 159 ประเทศทั่วโลก

ทั้งนี้ มาตรการการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้กับชาวต่างชาติในวันพรุ่งนี้ (21 พ.ค.) โดยไม่มีผลบังคับใช้กับพลเมืองญี่ปุ่น

Photo by Yuichi Yamazaki / POOL / AFP

Japan to bar entry of foreigners from Thailand, 6 other nations #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40001088

Japan to bar entry of foreigners from Thailand, 6 other nations


Japan will temporarily bar the entry of foreign nationals who recently visited Thailand or six other nations hit by Covid-19, Japanese media reported.

Japan to bar entry of foreigners from Thailand, 6 other nations

The six are Cambodia, East Timor, Mongolia, the Seychelles, Sri Lanka and Saint Lucia.

The number of countries and regions under such Japanese restrictions now total 159.

Foreign nationals who have been to any of these countries within 14 days of arrival in Japan will not be allowed to enter, with the exception of permanent residents, their families and others with special circumstances.

Japanese citizens are not included.

The government added Sri Lanka to the list because it poses a high risk of becoming a gateway for the highly contagious Indian variant.

Foreigners, even those residing in Japan, will be denied entry if they travelled recently to India, Pakistan, Nepal, the Maldives and Bangladesh.

Japanese citizens who have been to these countries will need to undergo quarantine for six days at a designated facility and take tests to check for any Covid-19 infection.

More details can be viewed here: https://www.mofa.go.jp/ca/fna/page4e_001053.html

Published : May 20, 2021

By : THE NATION

India has deadliest day for any country since pandemic began #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40001078

India has deadliest day for any country since pandemic began


NEW DELHI – For a doctor, it was another 18-hour day trying to rescue patients who could not be saved. For a crematorium official, it was one more procession of victims. For the family of a young academic, it was a time to mourn their second loss to the virus this month.

India has deadliest day for any country since pandemic began

India reported more than 4,500 deaths from covid-19 on Wednesday for the prior 24 hours, the highest single-day death toll in any country since the pandemic began and a grim marker of the scale of the outbreak ravaging this nation of 1.3 billion people.

The previous high for daily fatalities in the pandemic – 4,400 – occurred in the United States on Jan. 20, according to data from The Washington Post.

While the official statistics on covid-19 deaths in India are devastating, they do not capture the full scope of the calamity. Crematorium figures, obituaries and death certificates have repeatedly indicated higher numbers of deaths in this wave of infections than are reflected in the data from local and national authorities.

Deaths from covid-19, the illness caused by the novel coronavirus, lag infections by several weeks, and there are now signs that after an exponential rise, the surge in India appears to be moderating. The country has reported fewer than 300,000 new infections each day this week, still a large number but lower than the record-shattering figure of more than 414,000 daily cases recorded earlier this month.

In New Delhi, India’s capital, the number of new cases has fallen sharply after more than a month of lockdown measures. The slowing growth rate has helped ease the immense pressure on the city’s hospitals, which were turning away patients and grappling with shortages of oxygen earlier in May.

Yet the situation remains dire, notably in rural areas where the majority of Indians live and where health care is scarce. In India’s vast hinterland, scores of people are dying with covid-19 symptoms without being tested. Hundreds of bodies have been found floating in the Ganges River or buried in shallow graves near its banks.

Sanjeev Goyal, a civil servant at India’s Defense Ministry, lost his 23-year-old wife Nidhi Goyal, a teacher, to the virus in April. The family found her a hospital bed in Delhi after a frantic search, but when her condition turned critical, no ventilator was available, Goyal said. She was six months pregnant.

Goyal returned to his small ancestral village in the state of Bihar to immerse his wife’s ashes according to tradition. The number of people complaining of fever, coughs and sore throats in the village is now on the rise, he said. But officially there are no coronavirus cases because “not even a single person has been tested.”

He blames the Delhi authorities for forcing him to search for a ventilator and criticized a lack of preparation by the government for the second wave. “I will carry this pain for the rest of my life that I couldn’t see her face properly one last time,” said Goyal.

Indian Prime Minister Narendra Modi last addressed the nation on the coronavirus crisis on April 20. In recent days, he has talked about the need to help rural and remote areas combat the pandemic.

“The challenge is huge, but our morale is even bigger,” he told local officials on Tuesday. “With spirit and resolve, we will take the country out of this crisis.”

As India seeks to contain the current deadly wave of cases, it is also grappling with a faltering vaccination program. The number of doses administered in the country has tumbled over the past six weeks amid supply shortages and an abrupt change in procurement policy.

Epidemiologists believe that while the rate of growth of new cases appears to be decreasing, the actual toll of the current wave is far larger than official statistics indicate. Experts say the true number of deaths could be anywhere from two to eight times the government figures.

Shahid Jameel, a virologist and professor at Ashoka University, noted recently that under normal circumstances, India’s death rate is about 27,600 a day. If the official figures of about 4,000 covid-19 deaths a day were accurate, he said, they would represent a 15% increase – not enough to overwhelm crematoriums or to generate the harrowing scenes witnessed across the country in recent weeks.

The country would not “see this kind of mayhem” unless the number of bodies at crematoriums had doubled, Jameel told the Indian Express newspaper.

The country’s death toll reflects not just the rampant spread of the virus but also the strain on a chronically weak health-care system. Covid-19 patients have died at home because hospitals were full, as well as inside hospitals because ventilators were unavailable. Hospitals often have run out of supplemental oxygen, with fatal consequences.

India’s Health Ministry reports the prior day’s fatalities each morning. For some, Tuesday’s more than 4,500 deaths were part of a now familiar routine.

Mayur Rathod, a doctor overseeing the treatment of covid-19 patients at Saroj Hospital in Delhi, began the day at 8 a.m. He often does not stop until the wee hours of the next morning. He updates the availability of hospital beds every two hours, checks stocks of supplemental oxygen and medicines, and submits death reports to a government website. The hospital reported three deaths on Tuesday and seven on Monday.

“We are mentally exhausted,” Rathod said. “It is depressing to see patients dying in front of our eyes.”

About 500 miles away in the central Indian city of Bhopal, Mamtesh Sharma, an official at one of the city’s crematoriums, began the grim process of performing the final rites for dozens of covid-19 patients. For more than a month, he has spent 14 hours a day surrounded by the dead.

On Tuesday, his crematorium handled more than 30 covid-19 victims, including a prominent doctor and a wealthy businessman. In normal times, such funerals would draw crowds of friends and relatives. Instead, four people accompanied the bodies and left quickly, Sharma said. What he has seen in the past five weeks will haunt him for the rest of his life, he said.

Back in Delhi, later in the afternoon, about a dozen people gathered at a cemetery to bury Nabila Sadiq, a beloved 38-year-old professor of women’s studies at Jamia Millia Islamia University. Sadiq wrote on Twitter about her illness, which she said began with “chills and a choked throat” on April 25. Early this month, her condition worsened. “Any icu bed leads? For myself,” she wrote.

Sadiq’s 76-year-old mother was also hospitalized with covid-19, said Farid Khan, a businessman who assisted the family in its search for medical care. Her mother died 10 days ago, and Sadiq died late Monday, Khan said. She is survived by her father and brother.

The situation in India is “unimaginable,” Khan said. “Just pray for whatever we can salvage.”

Published : May 20, 2021

By : The Washington Post · Joanna Slater