ไต้หวันสั่งให้บริษัทในเมียนมาชักธง ป้องกันเข้าใจผิดเป็นจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647905

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 14:15 น.ไต้หวันสั่งให้บริษัทในเมียนมาชักธง ป้องกันเข้าใจผิดเป็นจีนหลังจากที่โรงงานที่เกี่ยวข้องกับชาวจีนในเมียนมาหลายแห่งถูกวางเพลิงเผาเมื่อวันอาทิตย์

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจของไทเป หรือสถานทูตโดยพฤตินัยของไต้หวันในเมียนมาได้แนะนำให้บริษัทของชาวไต้หวันที่ดำเนินธรุกิจในประเทศเมียนมา ปักธงของไต้หวันและแขวนป้ายที่ระบุว่ามาจากไต้หวัน เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนกับจีนหลังจากโรงงานที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากจีนถูกวางเพลิงหลายแห่ง

กระทรวงต่างประเทศของไต้หวันกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่ามีบริษัทของไต้หวันเพียงแห่งเดียวที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงโดยมีพลเมืองไต้หวัน 10 คนติดอยู่ภายในสถานที่เกิดเหตุแต่พวกเขาปลอดภัย

กระทรวงต่างประเทศของไต้หวันยังกล่าวว่าสำนักงานตัวแทนของไต้หวันในประเทศเมียนมาได้ติดต่อกับ บริษัทของไต้หวันหลังจากได้รับรายงานการโจมตีบริษัทที่ลงทุนโดยจีน

สำนักงานของไต้หวันจึง “แนะนำให้นักธุรกิจชาวไต้หวันแขวนป้ายภาษาพม่าที่บอกว่าเป็น “บริษัท ไต้หวัน “ที่โรงงานของตนและแขวนธงชาติของประเทศของไต้หวันและอธิบายให้คนงานในพื้นที่และเพื่อนบ้านทราบว่าเป็นโรงงานของไต้หวัน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้บุคคลภายนอกสับสนและ “คิดผิด”

ด้านสถานทูตของจีนในเมียนมาระบุว่าบุคคลากรจีนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บและติดอยู่ในสถานที่เกิดเหตุลอบวางเพลิงเมื่อวันอาทิตย์ หลังจากมีผู้ลอบโจมตีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าในย่านเขตแลงตายา ในเมืองย่างกุ้งและได้เรียกร้องให้เมียนมาปกป้องทรัพย์สินและประชาชนของจีน

ในส่วนของญี่ปุ่น คัตสึโนบุ คาโตะเลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเมื่อวันจันทร์ที่ว่ารัฐบาลกำลังติดตามการรัฐประหารครั้งล่าสุดของเมียนมาและจะพิจารณาว่าจะตอบสนองต่อการพัฒนาในประเทศเมียนมาอย่างไร

“ในอนาคตญี่ปุ่นจะพิจารณาว่าจะตอบสนองต่อสถานการณ์ในเมียนมาอย่างไรในแง่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและนโยบาย โดยติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ พร้อมทั้งคำนึงถึงการตอบสนองของประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย” คาโตะกล่าวกับผู้สื่อข่าว

ท่าทีของรัฐบาลญี่ปุ่นขึ้นหลังจากเกาหลีใต้กล่าวว่าจะระงับการแลกเปลี่ยนด้านกลาโหมกับเมียนมาและห้ามส่งออกอาวุธไปยังเมียนมา

Photo by MARVIN RECINOS / AFP

จับตา Bitcoin อาจถึง $75,000 อย่างไว หลังพุ่งข้ามปี 1,000% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647903

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 13:49 น.จับตา Bitcoin อาจถึง $75,000 อย่างไว หลังพุ่งข้ามปี 1,000%บิตคอยน์ (Bitcoin) ยังค้างอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเท่าที่คยทำมาแม้ว่าจะมูลค่าจะลดลงเล็กน้อย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าบิตคอยน์ (Bitcoin) ผ่อนคลายลงหลังจากมูลค่าพุ่งขึ้น 61,000 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกจากแรงหนุนของการใช้มาตรการการจ่ายเงินบรรเทาทุกข์บางส่วนในสหรัฐ

สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดมีการซื้อขายที่ประมาณ 60,000 เหรียญสหรัฐในเอเชียในวันจันทร์หลังจากที่มีพุ่งขึ้นมาย 61,742 เหรียญสหรัฐในช่วงสุดสัปดาห์

ทั้งนี้ บิตคอยน์มีมูบลค่าซื้อขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000% ในปีที่ผ่านมา และมูลค่ายิ่งสูงขึ้นจากท่าทีสนใจของสถาบันและองค์กรต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับความต้องการเก็งกำไรตามปกติ

คริส เวสตันหัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Pepperstone Group Ltd. เขียนในบันทึกย่อบิตคอยน์อยู่ในกระแสที่ดีเพราะเทรดเดอร์จับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ และบิตคอยน์จะต้องอยู่เหนือระดับสูงสุดก่อนหน้านี้ที่ 58,000 เหรียญสหรัฐเพื่อเสริมความมั่นใจให้เกิดกระแสกระทิงครั้งใหม่

เจฟฟรีย์ ฮัลลีย์ นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของ Oanda Asia Pacific Pte และแมท มาลีย์ จาก Miller Tabak + Co ต่างมองเห็นศักยภาพในการทำกำไรเพิ่มเติมจากแนวโน้มความเคลื่อนไหวล่าสุด มาลีย์ถึงกับบอกว่ามันสามารถทำมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 75,000 เหรียญสหรัฐอย่างเร็วมาก

ส่วนไมค์ แมคโลกน นักยุทธศาสตร์ด้านข่าวกรองของ Bloomberg กล่าวว่าระดับราคาที่ 100,000 เหรียญสหรัฐอาจเป็นแรงต้านต่อไปของบิตคอยน์

Photo by Ozan KOSE / AFP

หุ้นพุ่ง! Xiaomi รอดหลังศาลสหรัฐสั่งห้ามรัฐบาลแบน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647889

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 11:06 น.หุ้นพุ่ง! Xiaomi รอดหลังศาลสหรัฐสั่งห้ามรัฐบาลแบน หลังจากที่หลายแบรนด์หลายธุรกิจของจีนถูกรัฐบาลสหรัฐสั่งแบนไปในสมัยของทรัมป์ ล่าสุด Xiaomi ได้ข่าวดีเป็นรายแรกของปี

หุ้นของ Xiaomi Corp. พุ่งขึ้นในฮ่องกงหลังผู้พิพากษาสหรัฐสั่งให้ Xiaomi (เสียวหมี่) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนของจีนถูกถอดออกจากบัญชีดำของรัฐบาลชั่วคราว ซึ่งเป็นคำสั่งของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ที่กำหนดมาเพื่อสั่งห้ามชาวอเมริกันลงทุนในบริษัทจีนรายนี้ และยังใช้มาตรการเดียวกันกับบริษัทจีนรายอื่นๆ ด้วย

หุ้นของผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายนี้เพิ่มขึ้นมากถึง 12% ในวันจันทร์ซึ่งเป็นผลกำไรระหว่างวันที่มากที่สุดในรอบเกือบหนึ่งเดือน

ทั้งนี้ 6 วันก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์จะออกจากตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลของเขาได้ทิ้งระเบิดไว้ให้รัฐบาลโจ ไบเดนด้วยการทำให้สงครามการค้ากับจีนรุนแรงขึ้นด้วยการประกาศกำหนดข้อห้ามบริษัทจีนหลายรายรวมถึง Xiaomi และ CNOOC ยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันของรัฐ รวม TikTok โซเชียลมีเดียยอดนิยม

Xiaomi เป็นหนึ่งใน 9 บริษัทที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐจัดอยู่ในประเภท “บริษัททหารของจีนคอมมิวนิสต์” ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงและห้ามอเมริกันลงทุนกับบริษัทประเภทนี้

แต่ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐ รูดอล์ฟ คอนเทรรัส ผู้พิพากษาเขตวอชิงตัน มีคำตัดสินว่าการที่กระทรวงกลาโหมและกระทรวงการคลัง”ใช้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ มิได้ถือว่ามีเหตุผลอันควร” ที่จะสั่งแบน Xiaomi

ผู้พิพากษาจึงออกคำสั่งห้ามเบื้องต้นให้ Xiaomi พ้นจากบัญชีดำและพ้นจากคำสั่งระงับการห้ามนักลงทุนอเมริกันซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทแห่งนี้

ทั้งนี้ ในการยื่นอุทธรณ์เมื่อเดือนมกราคมเพื่อคัดค้านการขึ้นบัญชีดำ Xiaomi (ซึ่งแซงหน้า Apple เมื่อปีที่แล้วจนกลายเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับสามของโลก) ได้กล่าวว่ากาคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐนั้น “ไม่ถูกต้อง” และ “ทำให้บริษัทไม่อาจทำนิติกรรมได้”

Photo by GREG BAKER / AFP

ภาพสะเทือนใจ ผู้ประท้วงถือโล่บังกระสุนข้างร่างสหายที่ถูกยิง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647885

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 10:12 น.ภาพสะเทือนใจ ผู้ประท้วงถือโล่บังกระสุนข้างร่างสหายที่ถูกยิงการต่อต้านเผด็จการทหารที่ย่างกุ้งเมื่อยันอาทิตย์เป็นวันที่นองเลือดที่สุดวันหนึ่ง และสื่อสามารถจับภาพที่น่าสะเทือนใจนี้เอาไว้ได้

สำนักข่าว Kyodo รายงานอ้างข้อมูลกลุ่มสิทธิมนุษยชนว่ากองกำลังความมั่นคงของเมียนมาสังหารผู้คนอย่างน้อย 38 คนระหว่างการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่มีการประกาศกฎอัยการศึกใน 2 เขตในเมืองย่างกุ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

รายงานผู้เสียชีวิตในวันอาทิตย์โดยสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองเท่ากับจำนวนผู้เสียชีวิตในวันที่ 3 มีนาคมซึ่งเป็นวันที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่การรัฐประหารในวันที่ 1 กุมภาพันธ์

ภาพที่ 1

ภาพที่ 1 ช่างภาพที่ทำงานให้กับสำนักข่าว STR / AFP จับภาพผู้ประท้วงขณะที่กำลังจับเสื้อของเพื่อนที่ล้มลงหลังถูกเจ้าหน้าที่ยิงใส่ในระหว่างการปราบปรามโดยกองกำลังความมั่นคงต่อการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารในเขตแลงตายาในเมืองย่างกุ้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2021 ( ภาพโดย STR / AFP)

ภาพที่ 2

ภาพที่ 2 ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่การปะทะซึ่งได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวไปที่ปลอดภัย ระหว่างการปราบปรามโดยกองกำลังความมั่นคงต่อการประท้วงของผู้ประท้วงต่อต้านการรัฐประหาร ในเขตแลงตายาในเมืองย่างกุ้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2021  ( ภาพโดย STR / AFP)

ภาพที่ 3

ภาพที่ 3 อีกหนึ่งประชาชนชาวเมียนมาที่ถูกกองกำลังความมั่นคงทำร้าย (คาดว่าถูกยิง) ระหว่างการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารในเขตแลงตายาในเมืองย่างกุ้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2021 ( ภาพโดย STR / AFP)

ภาพที่ 4

ภาพที่ 4 ภาพเอกซเรย์ของศีรษะ เชล เย วินซึ่งถูกยิงด้วยกระสุนจริงเข้าที่ใบหน้าระหว่างการปราบปรามโดยกองกำลังความมั่นคงต่อผู้ประท้วงต่อต้านการรัฐประหาร ภาพนี้ถ่ายที่เมืองมัณฑะเลย์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2021 ( ภาพโดย STR / AFP)

ภาพที่ 5

ภาพที่ 5 ผู้คนวิ่งผ่านเครื่องกีดขวางชั่วคราวที่ผู้ประท้วงตั้งขึ้นในระหว่างการปราบปรามโดยกองกำลังความมั่นคงในการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารในเขตแลงตายาฝั่งตรงข้ามเมืองย่างกุ้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2021 (ภาพโดย STR / AFP)

ประกาศกฎอัยการศึกหลังปะทะหนักที่ย่างกุ้ง-โรงงานจีนถูกเผา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647884

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 09:58 น.ประกาศกฎอัยการศึกหลังปะทะหนักที่ย่างกุ้ง-โรงงานจีนถูกเผาทหารเมียนมาใช้ไม้แข็ง หลังเกิดความวุ่นวายในบางพื้นที่ของย่างกุ้งอย่างหนักต่อเนื่องจากวันอาทิตย์

รัฐบาลทหารของเมียนมาร์ประกาศ “กฎอัยการศึกเต็มรูปแบบ” เมื่อช่วงดึกของวันที่ 14 มีนาคม (ประมาณ 11.00 น. ตามเวลาไทย) โดยประกาศใช้ในบางพื้นที่ของย่างกุ้งซึ่งเป็นเมืองหลวงการค้าหลังจากการปะทะกันทำให้มีผู้เสียชีวิตมากขึ้นและธุรกิจของจีนถูกวางเพลิงเผา

คำสั่งกฎอัยการศึกมีผลบังคับใช้กับสองเมืองที่มีประชากรหนาแน่นในย่างกุ้ง ได้แก่เขตแลงตายา และเขตชเว ปยี ตา มาตรการนี้ให้อำนาจผู้บัญชาการกองทัพเขตย่างกุ้งสามารถใช้อำนาจได้เพื่อ “ธำรงความปลอดภัย หลักนิติธรรม และสันติภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

สำนักข่าว AFP รายงานว่าในเขตแลงตายาตำรวจและทหารปะทะกันอย่างรุนแรงกับผู้ประท้วงที่ถือไม้และมีดซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังเครื่องกีดขวางชั่วคราว

ผู้ประท้วงใช้ถังขยะที่ถูกตัดออกทำเป็นเกราะป้องกันเพื่อดึงผู้ประท้วงที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อกองกำลังความมั่นคงเปิดฉากยิง แต่แพทย์บอกว่าไม่สามารถเข้าถึงได้ทั้งหมด

“ฉันสามารถยืนยันได้ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย” แพทย์หญิงบอกกับ AFP พร้อมเสริมว่าเธอทำการรักษาประมาณ 50 คนและคาดว่าผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น

กลุ่มตรวจสอบสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองซึ่งตรวจสอบการจับกุมและการเสียชีวิตนับตั้งแต่การรัฐประหารได้รับการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตสูงกว่านี้ บางรายงานระบุว่าอาจถึง 30 คน

นอกจากการปะทะนแล้วยังมีการวางเพลิงโครงงานของชาวจีนในพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่อื่นๆ ด้วย

“เราขอเรียกร้องให้ทางการเมียนมากำหนดมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อยุติการกระทำที่รุนแรงทั้งหมดและสอบสวนและลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมาย” สถานทูตจีนในเมียนมากล่าวในแถลงการณ์เมื่อเย็นวันอาทิตย์

ด้าน Global Times ซึ่งเป็นสื่อแท็บลอยด์ที่ดำเนินการโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนกล่าวในบทบรรณาธิการเมื่อวันจันทร์ว่า “ผู้ที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับจีนและยุยงให้โจมตีโรงงานจีน” ต้องได้รับ “บทลงโทษอย่างรุนแรง”

Photo by STR / AFP

ฝรั่งเศสยังระบาดหนัก ยอดติดโควิดพุ่งเกือบ3หมื่นในวันเดียว! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647878

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 09:02 น.ฝรั่งเศสยังระบาดหนัก ยอดติดโควิดพุ่งเกือบ3หมื่นในวันเดียว!ฝรั่งเศสยังเผชิญโควิดระบาดหนัก แม้เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันแล้ว พบผู้ติดเชื้อใหม่เกือบ 3 หมื่นรายในวันเดียว ขณะที่ผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฝรั่งเศสยังเผชิญตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มสูงขึ้น แม้จะมีการเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19ไปแล้วก็ตาม โดยเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 64 หน่วยงานด้านสาธารณสุขของฝรั่งเศสรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด 19 รายใหม่ 29,759 รายในรอบ 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 4,045,319 ราย

ขณะที่ ผู้เสียชีวิตจากโควิด เพิ่มขึ้น 174 รายในรอบ 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 90,315 ราย

มีผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 24,671 ราย โดยจำนวนผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้นเป็นวันที่สามติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้น 37 รายในรอบ 24 ชั่วโมง แตะ 4,070 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพ.ย. 2563

ขณะที่ รัฐบาลฝรั่งเศสได้เปิดเผยว่า ประชาชนราว 4.85 ล้านคน หรือ 7.2% ของประชากรทั้งหมดในฝรั่งเศส ได้รับการฉีดวัดซีนป้องกันโควิดเข็มแรก และ 2.2 ล้านคนได้รับวัคซีนครบสองเข็มแล้ว

ด้าน Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 120,123,556 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 2,661,035 ราย

สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุดในโลก (30,043,662) รองลงมาคือบราซิล (11,439,250), อินเดีย (11,359,048), รัสเซีย (4,390,608), สหราชอาณาจักร (4,253,820), ฝรั่งเศส (4,045,319), อิตาลี (3,201,838) และสเปน (3,183,704)

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 2 ล้านราย ได้แก่ ตุรกี เยอรมนี โคลอมเบีย อาร์เจนตินา และเม็กซิโก

ส่วนประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 ล้านราย ได้แก่ โปแลนด์ อิหร่าน แอฟริกาใต้ ยูเครน อินโดนีเซีย เปรู สาธารณรัฐเช็ก และเนเธอร์แลนด์

นอกจากนี้ สหรัฐยังเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในโลก (546,605) ตามมาด้วยบราซิล (277,216), เม็กซิโก (194,490), อินเดีย (158,642) สหราชอาณาจักร (125,464) และอิตาลี (101,881)

ภาพ เอเอฟพี

ประท้วงลุกลามใหญ่ เผาโรงงานของจีนในเมียนมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647867

วันที่ 14 มี.ค. 2564 เวลา 22:23 น.ประท้วงลุกลามใหญ่ เผาโรงงานของจีนในเมียนมาจีนเรียกร้องเมียนมายุติความรุนแรงหลังโจมตีโรงงาน โดยแสดงท่าทีผ่านสำนักข่าวของรัฐบาลจีนคือ CGTN

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนเรียกร้องให้เมียนมาหยุดความรุนแรงและปกป้องบริษัทและบุคลากรของจีนหลังจากเกิดเหตุโจมตีโรงงานที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากจีนที่เมียนมา

สำนักข่าว CGTN ที่ดำเนินการโดยรัฐของจีนรายงานเรื่องนี้และระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน แต่ยังไม่มีการยืนยันตัวตนของผู้ลอบวางเพลิง

“จีนเรียกร้องให้เมียนมาใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพเพิ่มเติม เพื่อหยุดการกระทำที่รุนแรง ลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมายและรับรองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบริษัทและบุคลากรของจีนในเมียนมาร์” CGTN กล่าวโดยอ้างคำแถลงของสถานทูตจีน

อย่างไรก็ตาม ตามเพจเฟซบุ๊คของชาวเมียนมาบางแห่งเผยว่ายังไม่สามารถระบุได้ว่าโรงงานที่ถูกเผาเป็นโรงงานของชาวจีนหรือไม่

โดยมีรายงานว่าโรงงานที่ถูกเผาอยู่ในเขตแลงตายา ในเมืองย่างกุ้งซึ่งในระหว่างที่มีรายงานนี้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเมียนมาได้ทำร้ายประชาชนที่ปักหลักต่อต้านอยู่ในบริเวณนั้นจนมีผู้เสียชีวิตป็นจำนวนมาก

ด้านสำนักข่าว Eleven Media Group ในเมียนมารายงานว่า เกิดไฟไหม้โรงงานผลิตเสื้อผ้าหลายแห่งในเขตแลงตายาและเขตชเว ปยี ตา

ในเขตแลงตายาเกิดเพลิงไหม้โรงงานผลิตเสื้อผ้า Wai Kyal โรงงานปุ๋ย Shwe Na Gar รวมถึงโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าอื่นๆ อีกหลายแห่งและโรงเก็บสินค้า ส่วนในเขตชเว ปยี ตาเกิดไฟไหม้ขึ้นที่โรงงานผลิตเสื้อผ้า Myanmar Solar Moda

นอกจากนี้ชาวบ้านยังบอกอีกว่าโรงงานใกล้สะพานเขตชเว ปยี ตาและโรงงานใกล้กับวาตายาก็ถูกไฟไหม้เช่นกัน ในเขตอิเส่งโรงงานผลิตเสื้อผ้าแห่งหนึ่งถูกไฟไหม้และมีการกล่าวกันว่านักดับเพลิงประสบปัญหาในการเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าวเนื่องจากมีสิ่งกีดขวางบนถนนตลอดทาง

ทั้งนี้ หลังการทำรัฐประหารของกองทัพเมียนมา ได้เกิดกระแสต่อต้านประเทศจีนมากขึ้นเรื่องจากชาวเมียนมาเข้าใจว่าจีนอยู่เบื้องหลังหรือสนับสนุนการทำรัฐประหาร และบางส่วนไม่พอใจจีนที่ไม่แสดงท่าทีคัดค้านหรือประณามการทำรัฐประหารในที่ประชุมสมัชชาฯ สหประชาชาติ

Photo by STR / AFP

ย่างกุ้งนองเลือด ทหารบุกยิงประชาชนอาจมีคนตายหลายสิบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647866

วันที่ 14 มี.ค. 2564 เวลา 22:01 น.ย่างกุ้งนองเลือด ทหารบุกยิงประชาชนอาจมีคนตายหลายสิบสถานการณ์ในย่างกุ้งเดือดอย่างมาก มีการนองเลือดเมื่อทหารล้อมยิงประชาชนอาจมีคนตายนับสิบ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด่วนว่า มีผู้ประท้วงชาวเมียนมาอย่างน้อย 14 คนถูกสังหารในเขตแลงตายาของเมืองย่างกุ้ง แต่บางกระแสข่าวเช่นจากเพจเฟซบุ๊คของชาวเมียนมาระบุว่าอาจมีผู้เสียชีวิตถึง 30 คน 

สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างสำนักข่าว Myanmar Now ระบุว่าในขณะที่สื่อในประเทศอื่นๆ ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตสูงกว่านี้

Myanmar Now กล่าวว่าข้อมูลดังกล่าวมาจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยและโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับเขตอุตสาหกรรมที่เกิดการปะทะกัน

ก่อนหน้านี้ ประชาชนในเขตดังกล่าวปักหลักต้านทานทหารและตำรวจ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เปิดฉากยิงผู้ประท้วง สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

ด้านเจ้าหน้าที่พบกับความสูญเสียเช่นกัน สถานีโทรทัศน์ของรัฐ MRTV ระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเมียนมาเสียชีวิต 1 นายและบาดเจ็บอีก 3 คนในระหว่างการประท้วงในวันอาทิตย์

MRTV กล่าวว่าตำรวจได้รับบาดเจ็บในเมืองบาโกหรือพะโค (หงสาวดี) ทางตอนกลางของเมียนมา โดยกล่าวหาว่าผู้ประท้วงขว้างก้อนหินและใช้เครื่องยิงและยังพยายามตรวจสอบว่าผู้ประท้วงใช้ปืนหรือไม่ 

Photo by STR / AFP

Scientific evidence points to safety of Covid-19, says AstraZeneca after blood clot fears #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/news/30403707

Scientific evidence points to safety of Covid-19, says AstraZeneca after blood clot fears

InternationalMar 15. 2021

By The Nation

British biopharmaceutical company AstraZeneca has reassured on the safety of its Covid-19 vaccine, saying its claim was based on clear scientific evidence.

“Safety is of paramount importance and the company is continually monitoring the safety of its vaccine,” the company said in a statement after cases of vaccinated people dying of thromboembolism a few days after injection.

Following recent concern raised around thrombotic events, AstraZeneca said a careful review of all available safety data of more than 17 million people vaccinated in the European Union and UK with Covid-19 vaccine “showed no evidence of an increased risk of pulmonary embolism, deep vein thrombosis [DVT] or thrombocytopenia, in any defined age group, gender, batch or in any particular country”.

So far across the EU and UK, there have been 15 events of DVT and 22 events of pulmonary embolism reported among those given the vaccine, based on the number of cases the company has received as of March 8. This is much lower than would be expected to occur naturally in a general population of this size and is similar across other licensed Covid-19 vaccines, the company said.

The monthly safety report will be made public on the European Medicines Agency website the following week, in line with exceptional transparency measures for Covid-19.

“Furthermore, in clinical trials, even though the number of thrombotic events was small, these were lower in the vaccinated group. There has also been no evidence of increased bleeding in over 60,000 participants enrolled,” the company said.

Ann Taylor, chief medical officer, said: “Around 17 million people in the EU and UK have now received our vaccine, and the number of cases of blood clots reported in this group is lower than the hundreds of cases that would be expected among the general population.

“The nature of the pandemic has led to increased attention in individual cases and we are going beyond the standard practices for safety monitoring of licensed medicines in reporting vaccine events, to ensure public safety.

“In terms of quality, there are also no confirmed issues related to any batch of our vaccine used across Europe, or the rest of the world. “Additional testing has, and is, being conducted by ourselves and independently by European health authorities and none of these re-tests have shown cause for concern.

“During the production of the vaccine, more than 60 quality tests are conducted by AstraZeneca, its partners and by more than 20 independent testing laboratories. All tests need to meet stringent criteria for quality control and this data is submitted to regulators within each country or region for independent review before any batch can be released to countries,” Taylor said.

The company said it was keeping this issue under close review but available evidence does not confirm that the vaccine is the cause. To overcome the pandemic, it is important that people get vaccinated when invited to do so.

Covid-19 vaccine AstraZeneca was co-invented by the University of Oxford and its spin-out company, Vaccitech.

It uses a replication-deficient chimpanzee viral vector based on a weakened version of a common cold virus (adenovirus) that causes infections in chimpanzees and contains the genetic material of the Sars-CoV-2 virus spike protein. After vaccination, the surface spike protein is produced, priming the immune system to attack the Sars-CoV-2 virus if it later infects the body.

The vaccine has been granted a conditional marketing authorisation or emergency use in more than 70 countries across six continents, and with the recent Emergency Use Listing granted by the World Health Organization accelerates the pathway to access in up to 142 countries through the Covax Facility.

London Metropolitan Police under pressure over clashes at Sarah Everard vigil #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/news/30403693

London Metropolitan Police under pressure over clashes at Sarah Everard vigil

InternationalMar 15. 2021

By The Washington Post · Karla Adam

LONDON – It’s an image that has Brits talking, and on Sunday prompted calls for the head of the London Metropolitan Police to resign.

A redheaded woman lies pinned to the ground. She seems to be shouting. Two uniformed police officers are holding her hands behind her back to handcuff her.

The woman was among thousands who attended a vigil Saturday in London’s Clapham Common for Sarah Everard, the 33-year-old marketing executive whose kidnap and killing has stunned the nation.

A police officer has been charged in her death.

Police urged people to stay away from the planned vigil with England still in lockdown. Organizers canceled the event after talks with police about its legality and safety broke down. But people went anyway.

Metropolitan Police Commissioner Cressida Dick, who holds the most powerful policing position in Britain, said Sunday she was not considering stepping down.

“We’re still in a pandemic, unlawful gatherings are unlawful gatherings, officers have to take action if people are putting themselves massively at risk,” she told reporters.

But many continued to question the way the police handled the event, as photos of male officers pinning a woman to the ground – at a vigil for a woman allegedly slain by a police officer – went viral.

Home Office minister Victoria Atkins was quizzed about the sensational images on Sunday morning talk shows.

“You’ll be very familiar with the picture that has been shown absolutely everywhere. What did you think when you saw it?” said the BBC’s Andrew Marr.

“I found it very upsetting, of course,” Atkins said.

Atkins told Sky’s Sophie Ridge show that the photograph was “something that the police will have to explain in their report to the Home Secretary.”

The police on Sunday defended their handling of the memorial.

“We absolutely did not want to be in a position where enforcement action was necessary,” assistant police commissioner Helen Ball said. “But we were placed in this position because of the overriding need to protect people’s safety.”

“Hundreds of people were packed tightly together, posing a very real risk of easily transmitting covid-19,” she said. She said “a small minority of people began chanting at officers, pushing and throwing items.”

Among the thousands who attended the vigil peacefully – Catherine, the Duchess of Cambridge, left flowers – a Washington Post reporter saw a small group of people hurling insults and objects at the police. One person smashed the rear view window of a police van. Many shouted “arrest your own” and “shame on you.”

As scenes of tussles from the vigil circulated online,politicians from across the political spectrum criticized the Metropolitan Police’s handling of the situation.

Home Secretary Priti Patel called the scenes at the vigil “upsetting” and said she had requested a full police report on the day’s developments. London Mayor Sadiq Khan said the police chiefs had failed to provide him with a satisfactory explanation of events and called for an independent investigation.

Police said four people were arrested for “public order offences and for breaches of the Health Protection Regulations.”

Liberal Democrat party leader Ed Davey was among those who called on the police commissioner to resign. Others said what’s needed is a more serious look at how to handle demonstrations during a pandemic.

Jess Phillips, the opposition Labour Party’s point person on domestic violence, said there were “many missed opportunities throughout the day for police to work with organizers to create a completely safe vigil so that people could go and have a moment of sorrow and a moment of resistance.”

Everard’s death has prompted a national outpouring of grief and anger. She was last seen at at 9:30 p.m. on March 3, walking home from a friend’s house in south London. Her body was later found in woods in Kent.

Wayne Couzens, 48, has been charged with kidnap and murder in her death. The Metropolitan Police say he joined the force in 2018; for the past year, his main job was patrolling diplomatic premises, mainly embassies. He previously held posts at Downing Street and the Palace of Westminster.

Women have shared stories online about their experiences feeling scared when walking alone at night, and are asking why more isn’t being done to tackle violence against women.

The redheaded woman in the photo, Patsy Stevenson, said she attended the vigil to support women who “cannot walk down the streets themselves because of the fear of men.”

She called the police actions “disgraceful.”

“Before then, it was just a peaceful protest,” she told the left-wing website Counterfire. “I was arrested by police for standing there. I wasn’t doing anything. They threw me to the floor. They have pictures of me on the floor being arrested. And I’m 5 foot 2 and I weigh nothing.”

Despite the cancellation, she said, people were going to attend, “because people were angry.”