สวยสดใน สุขภาพดี ก่อนวัยทอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 17:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/418239

สวยสดใน สุขภาพดี ก่อนวัยทอง

โดย…อณุสรา  ทองอุไร ภาพ… คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การมีชีวิตยืนยาวและสุขภาพดีนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา หากแต่สภาพสังคมปัจจุบันนั้นมีปัจจัยหลายอย่างที่อาจไม่เอื้ออำนวยเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงเมื่อก้าวเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนหรือวัยทองนั้น ความแข็งแรงของร่างกายจะลดลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการรู้จักดูแลเอาใจใส่สุขภาพของตัวเองตลอดจนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอทั้งในช่วงก่อนและหลังวัยหมดประจำเดือน จึงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนควรทำความเข้าใจและให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า การวิจัยขององค์การอนามัยโลก พบว่าปัจจุบันผู้หญิงไทยจะมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 79 ปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่าในอนาคตผู้หญิงไทยยังสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขและแข็งแรงได้อีกหลายปีในช่วงหลังวัยหมดประจำเดือนเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป การที่ผู้หญิงมีสุขภาพที่ดีนั้น ย่อมช่วยให้ร่างกายสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเมื่อก้าวเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนและดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข

วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน เป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของฮอร์โมนในร่างกายผู้หญิงเมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงภาวะวัยทอง และช่วงภาวะหลังวัยทอง ตั้งแต่อายุ 50-60 ปี ผู้หญิงเมื่อเข้าสู่วัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือนนั้น อาจทำให้มีอาการต่างๆ เช่น ร้อนวูบ เหงื่อออกตอนกลางคืน ซึมเศร้า นอนหลับไม่สนิท ไปจนถึงปัญหาสุขภาพ เช่น โรคกระดูกพรุน หรือภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบตัน ความจำเสื่อม อันเนื่องจากร่างกายมีฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง

ความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น อยู่กับสภาพร่างกายและสุขภาพของแต่ละคนด้วย การปฏิบัติตัวเมื่อเกิดอาการเนื่องมาจากภาวะหมดประจำเดือน แนะนำให้คนไข้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต อย่างเช่น เรื่องการรับประทานอาหาร หรือออกกำลังกาย และทำกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด รวมทั้งการควบคุมน้ำหนัก และเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก ไปจนถึงการให้ฮอร์โมนทดแทนในรายที่มีอาการค่อนข้างรุนแรง

หมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอยู่เสมอ และไปตรวจเช็กร่างกายเมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น มีการตรวจเต้านมและมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำ ตรวจเช็กสุขภาพ หู ตา ฟัน และผิวหนังอยู่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการผมร่วงหรือผิวหนังแห้งคันผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของความบกพร่องของฮอร์โมนเพศหญิง เพื่อทำรักษาอาการต่างๆ ได้ทันท่วงที

การหลีกเลี่ยงความเครียดยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้หญิงก้าวผ่านช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของร่างกายทั้งก่อนและหลังหมดประจำเดือนได้อีกด้วย จิตใจเป็นสิ่งที่ทรงพลังและมีอิทธิพลอย่างมากต่อร่างกาย ถ้าหากปล่อยให้จิตใจมีความคิดเชิงลบ หรือมีความวิตกกังวัลอยู่บ่อยๆ แล้วย่อมสามารถทำให้ร่างกายมีปัญหาสุขภาพตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน

แนะนำให้นั่งสมาธิ หรือคิดเชิงบวก และเขียนบันทึกความทรงจำในช่วงเวลาดีๆ เอาไว้ ตลอดจนหาเวลาเพื่อไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนและคนในครอบครัวอยู่เสมอ พฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ผู้หญิงใช้ชีวิตหลังวัยทองได้อย่างมีความสุขและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างดีอีกด้วย

การนอนหลับให้สนิทนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนที่ร่างกายของคนเราจะเริ่มผลิตฮอร์โมนที่ช่วยต่อต้านความแก่ชราได้อย่างเต็มที่ แน่นอนว่าการนอนหลับให้สนิทนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงในช่วงวัยหมดประจำเดือน

“ไม่แนะนำให้ใช้ยานอนหลับสำหรับคนที่มีอาการนอนหลับยาก เนื่องจากว่าการใช้ยานอนหลับจะไปยับยั้งการผลิตฮอร์โมนสำคัญๆ ของร่างกาย แนะนำให้ใช้วิธีธรรมชาติ เช่น การดื่มชาคาโมมายด์ ชาสมุนไพรอุ่นๆ หรือใช้น้ำมันหอมละเหยกลิ่นที่ชอบนวดผ่อนคลายก่อนนอน”

ผู้หญิงส่วนใหญ่มักมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะวัยทอง และการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อของวัยก่อนและหลังหมดประจำเดือน การดูและตัวเองให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอทั้งด้านร่างกายและจิตใจ การคิดบวก การได้รับการสนับสนุนที่ดีจากคนรอบข้าง ตลอดจนการหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และไปตรวจเช็กร่างกายอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้ที่จะช่วยให้พวกเธอก้าวผ่านวัยทองได้อย่างมีความสุข

 

3 เหตุผลดีๆ ที่ควรปั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 17:46 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/418235

3 เหตุผลดีๆ ที่ควรปั่น

โดย…วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ… คลังภาพโพสต์ทูเดย์

หลายคนสงสัยว่า ทำไมเทรนด์ปั่นจักรยานถึงฮิตติดลมไปทั่วโลก มีคนช่วยหาเหตุผลดีๆ ที่ควรปั่น หนึ่งในนั้นคือเหตุผลด้านพลังงานช่วยโลก ลองอ่านดูและจะให้ดีก็ลองทำตามด้วยนะ

1.ปั่นเพื่อลดการใช้พลังงาน

การปั่นจักรยานนั้นเป็นที่ยอมรับว่า ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ยิ่งมีการใช้จักรยานมากเท่าไร สัดส่วนการใช้รถยนต์ก็ลดลงเท่านั้น และปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศซึ่งเป็นสาเหตุของโลกร้อน ก็ผกผันลดลงตามกัน หากเดินทางไปทำงานด้วยจักรยานมากขึ้น ก็จะลดการพึ่งพาน้ำมันลง สิ่งแวดล้อมก็จะดีขึ้น แถมเป็นการเดินทางที่ประหยัดเงิน หลายประเทศทั่วโลกได้ค้นพบว่า การทำที่จอดรถสำหรับ 1 คัน สามารถจอดรถจักรยานได้มากกว่า 20 คัน การปั่นจึงทำให้เกิดการใช้พื้นที่ที่คุ้มค่ามากขึ้น

2.ปั่นเพื่อสุขภาพ

สามารถช่วยลดน้ำหนักและมีผลดีต่อสุขภาพในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารทุกส่วนของร่างกาย นักปั่นมีต้นขาที่แข็งแรงมาก เพราะใช้ขา ก้น และน่อง ในการขับเคลื่อนจักรยาน ขณะที่ร่างกายส่วนบนใช้ควบคุมทิศทางการขับขี่ กล้ามเนื้อทุกส่วนทำงานอย่างแข็งขัน สัมพันธ์กันอย่างมีจังหวะ ความแข็งแรงนี้ทำให้ร่างกายมีพลังเพิ่มขึ้นด้วย หากปั่นจักรยานไปสักระยะหนึ่งจะพบว่าตัวเองมีแรงมากขึ้น และจากงานวิจัยยังช่วยลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อได้ดีถึง 65%

3.ปั่นสนุกแถมสร้างมิตรเพิ่ม

ผู้ที่ปั่นจักรยานเป็นประจำ พบว่ามักเป็นผู้มีบุคลิกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ด้วยรูปร่างที่ดีขึ้น สุขภาพที่ดีขึ้น ความมั่นใจนี้ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตให้รู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง คนหนุ่มสาวที่มีงานอดิเรกเป็นนักปั่นจักรยานมักทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพสูง เป็นผลจากการออกกำลังกาย มีความเครียดน้อย มีอัธยาศัยที่ดี ซึ่งเป็นผลมาจากการพบปะผู้คนในสังคมใหม่ๆ ได้พบเพื่อนใหม่ๆ โอกาสใหม่ๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนในวงการต่างๆ

เห็นไหม ปั่นสนุกและได้มิตรเพิ่ม สุขภาพก็ดีด้วย สำคัญที่สุดคือคุณได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยประหยัดพลังงานที่โลกนี้มีอยู่จำกัด มีข้อดีเยอะแยะอย่างนี้ ใครที่ยังไม่เคยปั่น ต้องทดลองปั่นดูบ้างแล้ว

 

ขาดวิตามินบี อันตราย!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 17:20 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/418007

ขาดวิตามินบี อันตราย!

โดย…อณุสรา ทองอุไร ภาพ   คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ขาดเธอเหมือนขาดใจ แต่ขาดวิตามินบีสำคัญอย่างไร? มิใช่แค่ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง แต่วิตามินบีเป็นสารอาหารสำคัญต่อร่างกายอย่างมาก เภสัชกรหญิงวิชชุลดา ผรณเกียรติ์ กล่าวว่า วิตามินบีมีความจำเป็นต่อร่างกายมาก เพราะเป็นสารอาหารที่ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ของปฏิกิริยาทางชีวเคมีต่างๆ มากมาย คือ ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นปกติในทุกๆ วัน

หากขาดวิตามินบีจะทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะกับผิวหนัง เส้นผม สายตา ตับ และระบบประสาท สำหรับวิตามินบีนั้น ประกอบด้วยกัน 10 ชนิด และวิตามินบีแต่ละชนิดจะทำงานร่วมกัน เป็นส่วนประกอบสำคัญช่วยในการเผาผลาญอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย เพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้วิตามินบียังมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตและกระบวนการสร้างเม็ดเลือด เพื่อนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ได้อย่างทั่วถึงด้วย ดังนั้นหากขาดวิตามินบีตัวใดตัวหนึ่งจะทำให้เกิดความผิดปกติแก่ร่างกายได้

“ร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินบีขึ้นเองได้ จึงต้องได้รับจากการรับประทานเท่านั้น ซึ่งแหล่งอาหารที่มีปริมาณวิตามินบีสูง ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ ข้าวโอ๊ต ถั่ว รำข้าว ยีสต์ เครื่องในสัตว์ ตับ เนื้อหมู ปลา นมเปรี้ยว และผักใบเขียว เป็นต้น การเลือกรับประทานอาหารตามใจปากโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ และการนิยมรับประทานข้าวขาวขัดสีเป็นหลัก ประกอบกับการหุงต้ม ทำให้วิตามินบีในอาหารสูญเสียไปถึงร้อยละ 10-50 จึงทำให้เรามีโอกาสขาดวิตามินบีมากขึ้น

การรับประทานวิตามินบีเสริมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง วิตามินบีเป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำ ร่างกายจะไม่เก็บสะสม ร่างกายจะใช้และขับออกไปในแต่ละวัน คนปกติควรได้รับวิตามินบีแต่ละชนิดในปริมาณ 25-50 มิลลิกรัม/วัน และควรได้รับวิตามินบีครบถ้วนทั้ง 10 ชนิด ในแต่ละวัน เพื่อช่วยทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ สำคัญที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันทีเมื่อต้องการ”

ถ้าร่างกายขาดวิตามินบีส่งผลเสียระบบต่างๆ ของร่างกายมากมาย ไม่ใช่แค่การบำรุงสมอง ดังนั้นควรเริ่มดูแลตัวเอง ด้วยการใส่ใจในโภชนาการ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

 

ท่าชานุศีรษะพลิกตัวยกขา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/417332

ท่าชานุศีรษะพลิกตัวยกขา

โดย…ภัทราทิพย์ พงษ์พานิช โยคะสุตรา สตูดิโอ http://www.YogaSutraThai.com

ในท่าศีรษะจรดเข่า หรือชานุศีรษาสนะพลิกตัวยกขา (Revolved Head-to-Knee Leg Raise Pose) นี้เป็นท่าพลิกแพลงจากท่าศีรษะจรดเข่าพื้นฐาน

ประโยชน์

– กดนวดบิดกระดูกสันหลัง ทำให้ข้อต่อ กระดูกหลังทุกส่วนได้รับการบริหาร

– บริหารเอวและสีข้าง

– ทำให้สะบักไหล่แข็งแรง

– ช่วยเปิดลำตัวด้านข้าง

– กดนวดอวัยวะภายใน ทำให้ไตทำงานดีขึ้น

– ทำให้เส้นเอ็นใต้ขายืดหยุ่น

วิธีปฏิบัติ

1 นั่งพับขาซ้าย ส้นเท้าชิดต้นขา ขาขวาเหยียดตรงไปด้านหน้า ตั้งปลายเท้า หลังตรง

 

2 หายใจเข้า ชันเข่าขวาขึ้นไม่สูงมาก

 

3 หายใจออก สอดแขนขวาใต้ขาขวา คว่ำมือพับลงด้านข้างชิดสะโพก

 

4 หายใจเข้า มือซ้ายเอื้อมมาจับเท้าขวาด้านนอก

 

 

5 หายใจออก เปิดแขนซ้ายเปิดลำตัวด้านข้าง ให้แขนอยู่หลังศีรษะมือดึงเท้ายกขาขึ้นสูงจากพื้นประมาณ 35 องศาหายใจเข้าออกลึกๆ 3-5ลมหายใจแล้วคลายท่าลดขาลง ทำสลับข้าง

 

สวยแบบมั่นใจ แม้หน้าสด…ก็ยังสวย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:20 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/417330

สวยแบบมั่นใจ แม้หน้าสด...ก็ยังสวย

โดย…แพทย์จีนสุรีย์รัตน์ เกกีงาม (พจ.โจว จิ้ง เหวิน) คลินิกหัวเฉียวไทย-จีน

เรื่องสวยๆ งามๆ กับผู้หญิงเป็นของคู่กัน ตั้งแต่โบราณมีคำพูดว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ซึ่งความมหัศจรรย์จากการเมกอัพสามารถเนรมิตหญิงสาวหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งให้กลายเป็นเจ้าหญิงขึ้นมาได้ทันที

แต่ทว่าปัจจุบันเริ่มมีเสียงโอดครวญมาจากผู้ชายมากขึ้นว่ารับไม่ได้เมื่อเห็นแฟนตัวเองหน้าสด เช่น  ผมแทบช็อกเมื่อเห็นแฟนหน้าสดครั้งแรก เหมือนผมกำลังโดนหลอกลวง หรือมีข่าวจากต่างประเทศที่เจ้าบ่าวแจ้งความเจ้าสาวข้อหาทำร้ายจิตใจ หลังจากได้มีโอกาสเห็น “หน้าสด” ของเจ้าสาวครั้งแรกในคืนแรกของวันแต่งงานและพบว่าไม่สวยอย่างที่คิด ซ้ำร้ายยังน่ากลัวจนนึกว่าเป็นโจรอีกด้วย หรือเป็นตัวของฝ่ายหญิงเองก็แสดงความน้อยใจ เมื่อแฟนเห็นหน้าสดแล้วแต่กลับบอกว่า

“ทำไมเธอโทรมจัง ดูแลตัวเองดีๆ หน่อยสิ”

ทำไมจึงดูหน้าโทรมหรือแก่กว่าอายุ

ปัจจุบันผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในสังคมมากขึ้น ด้วยภาระหน้าที่และวัยที่เปลี่ยนไป อีกทั้งผู้หญิงยังต้องตั้งครรภ์ เลี้ยงดูและให้นมบุตร รวมถึงการมีประจำเดือนทุกๆ เดือน ทำให้ร่างกายของผู้หญิงทรุดโทรมเร็วกว่าผู้ชาย ซึ่งการจะทำให้ความสาว ความสวย ความเปล่งปลั่งของผิวพรรณอยู่กับเราได้ยาวนานขึ้นนั้น ต้องบำรุงที่เลือดลมเป็นสำคัญ เพราะตลอดชีวิตของผู้หญิงเราเกี่ยวข้องกับเลือดเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเลือดลมดีผิวพรรณจะดี เลือดลมไม่ดีผิวพรรณหมองคล้ำ แม้ว่าผู้ชายส่วนใหญ่จะชอบมองผู้หญิงแต่งหน้า แต่ผู้ชายทุกคนก็คาดหวังว่าผู้หญิงของเขาจะต้องสวยแม้ไม่แต่งหน้าด้วยเช่นกัน

เพราะผู้หญิงต้องสวย ดังนั้นผู้หญิงจึงจำเป็นต้องมีการดูแลตัวเองที่มากกว่าและต้องทำเป็นประจำสม่ำเสมอ เมื่อใดที่รู้สึกว่าอ่อนเพลียง่าย นอนไม่หลับ ผิวพรรณแห้งกร้าน ใบหน้าหมองคล้ำ มีริ้วรอย ดูหน้าแก่กว่าวัย มีสิวฝ้า ผมหงอกขาว อาการต่างๆ เหล่านี้บ่งบอกถึงสภาพร่างกายที่กำลังร่วงโรย เราจึงควรรีบดูแลตัวเองและเติมพลังชีวิตให้กับร่างกาย ด้วยการรักษาจากภายใน เช่น การกินยาจีนปรับสมดุล บำรุงเลือดลมและอวัยวะภายในทั้งห้าให้แข็งแรง ซึ่งความงามตามคติแบบชาวตะวันออกคือผู้หญิงจะต้องสวยและมีสุขภาพดีควบคู่กันไป

เมื่อสมดุลร่างกายเป็นปกติ ปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ เช่น นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ปวดประจำเดือน ปากแห้ง อื่นๆ จะค่อยๆ หายไป ความงดงามจากภายในจะสะท้อนออกมาสู่ภายนอกได้เอง เช่น ผิวพรรณที่เรียบเนียนชุ่มชื้น ดวงตาเป็นประกาย ความกระฉับกระเฉง อารมณ์ดีแจ่มใส และครั้งนี้ถึงจะเปลือยหน้าสดก็ยังสวยมั่นใจ เป็น (เธอ) คนเดิมอีกครั้ง ซึ่งผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพและความงามอย่างยั่งยืน ควรมีความตั้งใจและรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะทำให้ได้ผลในระยะยาว

 

อย่าละเลยการเก็บรักษา…อาหารแช่แข็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 19:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/417028

อย่าละเลยการเก็บรักษา...อาหารแช่แข็ง

โดย…ผศ.ดร. ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย :chaleedab@hotmail.com

ปัจจุบันอาหารง่ายๆที่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค อย่างข้าวไข่เจียว ข้าวผัดกะเพราะ ข้าวมันไก่ บะหมี่ ฯลฯ ได้ถูกพัฒนาให้กลายเป็นอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานในรูปแบบอาหารแช่แข็ง เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องต่อคิวซื้อที่ร้านหรือต้องมายุ่งยากในการเตรียมวัตถุดิบสำหรับปรุง อาหารเอง สามารถซื้อหามารับประทานได้ง่ายในทุกเวลาที่ต้องการ เรียกว่าหิวเมื่อไหร่ก็ส่งอาหารเข้าไมโครเวฟรอไม่เกิน 5 นาทีก็พร้อมรับประทาน

หากแต่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อย ยังมีความเข้าใจผิดหรือไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องอาหารแช่แข็ง โดยเฉพาะในประเด็นของการเก็บรักษาอาหารประเภทนี้ที่ต้องใส่ใจในการเก็บเพื่อ ให้สามารถรักษาทั้งรสชาติของอาหาร รวมถึงคุณค่าทางอาหาร ให้เหมือนกับอาหารปรุงสุกใหม่

อาหารแช่แข็งนั้นผ่านการวิจัยค้นคว้าและพัฒนามาเป็นเวลานาน และมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ในการแช่เยือกแข็งอาหารอยู่เสมอ อาหารแช่เยือกแข็งอาหารแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ อาหารพร้อมปรุงและอาหารพร้อมทาน   ด้วยกระบวนการปรุงอาหารเช่นเดียวกันกับการทำอาหารของคุณพ่อบ้านและคุณแม่บ้าน ที่ต้องใช้วัตถุดิบในการปรุงที่มีคุณภาพดี สด สะอาด เพื่อให้ได้อาหารที่มีรสชาติอร่อยถูกปากผู้บริโภค ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการแช่เยือกแข็ง ซึ่งในกระบวนการแช่เยือกแข็งจะใช้ช่วงอุณหภูมิสำหรับเยือกแข็ง ที่ประมาณ -18 ถึง -20 องศาเซลเซียส

กระบวนการนี้จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสารอาหารน้อยมาก การแช่เยือกแข็งนี้ จึงถือเป็นการถนอมอาหารที่ช่วยรักษาความสด เพราะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ยับยั้งปฏิกิริยาทางชีวเคมีของอาหาร ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์และปฏิกิริยาทางเคมีที่เป็นสาเหตุของการเสื่อมเสียของอาหาร ยิ่งเมื่อนำวัตถุดิบที่มีคุณภาพดีมาปรุงเป็นอาหารด้วยแล้ว เมื่อผ่านกระบวนการแช่เยือกแข็ง ก็จะรักษาคุณภาพหรือชะลอการเสื่อมเสียของของอาหาร และกระบวนการนี้จะช่วยรักษาระดับคุณค่าทางอาหารให้ใกล้เคียงกับอาหารปรุงสุกเสร็จใหม่ได้

ที่กล่าวเช่นนี้เพราะกระบวนการนี้เป็นการลดอุณหภูมิของอาหารให้ลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง และนวัตกรรมการแช่เยือกแข็งสมัยใหม่สามารถทำให้อาหารแข็งตัวอย่างรวดเร็วด้วยอุณหภูมิต่ำมาก จึงสามารถเก็บรักษาอาหารไว้ได้เป็นระยะเวลานานโดยที่คุณค่าทางอาหารเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ หรือมีค่าเทียบเคียงกับอาหารก่อนเข้าสู่กระบวนการแช่เยือกแข็ง

เมื่อได้อาหารแช่แข็งที่มีคุณค่าทางอาหารสูงแล้ว กระบวนการสำคัญหลังจากนี้คือการเก็บรักษา โดยในตู้แช่ตามร้านค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปจะตั้งอุณหภูมิในการเก็บรักษาไว้ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส อยู่ที่ประมาณไม่เกิน -18 องศาเซลเซียส เพราะหากอุณหภูมิไม่คงที่ในระหว่างการเก็บรักษาก็จะมีผลต่ออายุการเก็บที่จะลดลงด้วย

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอาจจะส่งผลต่อการละลายของน้ำแข็งและการกลับมาเป็นน้ำแข็งใหม่ ซึ่งส่งผลต่อเนื้อสัมผัสของอาหาร เนื่องจากการละลายของน้ำแข็งและการกลับมาเป็นน้ำแข็งใหม่จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเซลล์อาหาร ทำให้ฉีกขาด ไม่อุ้มน้ำ และมีเนื้อสัมผัสที่เหลว ไม่เหมือนอาหารที่ปรุงสุกใหม่

ดังนั้นการเก็บรักษาอาหารแช่แข็งอย่างถูกวิธีก่อนนำมาอุ่นรับประทานนั้นจึง เป็นเรื่องสำคัญมาก โดยแนะนำว่าหากจะซื้ออาหารแช่แข็งจากร้านไปรับประทาน ควรเตรียมกล่องหรือถุงที่สามารถรักษาความเย็นได้มาด้วย โดยต้องเก็บอาหารไว้ทันทีที่ออกจากตู้ จากนั้นเมื่อกลับถึงบ้านต้องรีบนำเข้าตู้เย็นในช่องแช่แข็งที่ตั้งอุณหภูมิ ไว้ต่ำสุด เพื่อรักษาสภาพอาหารไว้

นอกจากนี้ ควรซื้ออาหารแช่แข็งในปริมาณที่เพียงพอต่อการบริโภค ไม่ควรซื้อกักตุนเอาไว้ทานหลายๆวัน และต้องดูฉลากที่ระบุวันหมดอายุไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้อาหารที่นำมาบริโภคนั้นใหม่ สด และหลีกเลี่ยงการเสื่อมเสียอันเนื่องมาจากการจัดเก็บที่ไม่เหมาะสม

เพียงเท่านี้ผู้บริโภคก็จะได้รับประทานอาหารแช่แข็งแสนอร่อยที่ยังคงคุณค่าทางอาหาร อย่างไรก็ตาม แนะนำให้รับประทานอาหารที่หลากหลาย ทั้งผักสด ผลไม้ รวมถึงอาหารปรุงสุกใหม่ และควรบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

 

เลือกอาหารที่เหมาะสมกับตัวเองออกเพื่อสุขภาพที่ดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/416606

เลือกอาหารที่เหมาะสมกับตัวเองออกเพื่อสุขภาพที่ดี

โดย…โยโมทาโร่

การรับประทานอาหารให้เพียงแค่อิ่มท้องยังไม่ดีพอเท่ากับรับประทานน้อยแต่ได้อาหารที่มีคุณค่า แต่จะดีที่สุดถ้าเราสามารถโปรแกรมอาหารที่เราจะรับประทานในแต่ละวันด้วยวิธีการกำหนดอาหารที่เหมาะสมกับตัวเองออกมา ด้วยวิธีการเลือกสรรการรับประทานอาหารตามจำนวนแคลอรีที่เพียงพอในแต่ละวัน และได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ รวมทั้งออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายในแต่ละวันไปพร้อมๆ กัน

เครื่องมือของการกำหนดอาหาร คือ เพลต เมทตอด (Plate method) หรือการแบ่งสัดส่วนของอาหารบนจานในแต่ละมื้อ ซึ่งเท่ากับว่าคุณอาจจะต้องเตรียมอาหารด้วยตัวคุณเองถึงจะได้ผลดีที่สุด โดยวิธีกำหนดสัดส่วนอาหารบนจานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ แบ่งสัดส่วน 50% ของจานอาหารให้เป็นพื้นที่ของผัก โดยผักนี้จะอยู่ในรูปแบบที่ไม่ได้ผ่านการทอด และใส่กะทิหรือส่วนผสมที่มีไขมันเพิ่มเข้าไป

อีก 25% ยกให้เป็นอาหารจำพวก แป้ง ธัญพืช เช่น ข้าวสวย ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง ข้าวโพด และอีก 25% ให้เป็นอาหารจำพวกแหล่งโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล จากนั้นยังมีจานย่อยให้กับผลไม้อีกเล็กน้อย รวมทั้งนมอีก 1 แก้ว เสริมวิตามินและเกลือแร่ อย่างไรก็ดีเราไม่ควรเคร่งครัดกับการกำหนดอาหารแต่ละมื้อ บางมื้อที่เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องรับประทานแป้งมากกว่าสัดส่วนอื่นๆ มื้อต่อไปคุณก็อาจจะเพิ่มปริมาณผักหรือโปรตีน เป็นการชดเชยให้มากกว่าก็ได้

 

โลหิตจางในเด็ก สัญญาณอันตรายที่ไม่อาจละเลย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 18:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/416530

โลหิตจางในเด็ก สัญญาณอันตรายที่ไม่อาจละเลย

โดย..พุสดี

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเป็นปัญหาสาธารณสุขไทยมาตลอด ในฐานะโรคทางโลหิตวิทยาที่พบบ่อยที่สุด จากงานวิจัยของกรมอนามัยเมื่อปีที่แล้ว พบว่าเด็กไทยทุก 100 คน จะมีผู้ที่โลหิตจางสูงถึง 30 คน ซ้ำร้ายเด็กที่ขาดธาตุเหล็กและโลหิตจาง เมื่อนำไปทดสอบศักยภาพความฉลาดทางสติปัญญาหรือไอคิว พบว่ามีไอคิวที่ต่ำกว่าเด็กที่ไม่มีภาวะโลหิตจาง นั่นหมายความว่ายิ่งปล่อยให้เด็กอยู่ในภาวะขาดธาตุเหล็กนานๆ โดยไม่รู้ตัวยิ่งมีผลเสียต่อสติปัญญาของเด็ก

ศ.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร วิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคเลือดในเด็ก กล่าวว่า ร่างกายคนเรามีธาตุเหล็กอยู่ในเม็ดเลือดแดงในรูปของฮีโมโกลบิน และเก็บสะสมอยู่ที่ตับและม้าม ตั้งแต่ในระยะที่อยู่ในครรภ์มารดา ทารกแรกเกิดมีปริมาณฮีโมโกลบินสูง เมื่อคลอดแล้วทารกจะหยุดสร้างเลือดเป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ แล้วจึงเริ่มสร้างเลือดโดยใช้ธาตุเหล็กที่สะสมไว้ตั้งแต่ขณะที่อยู่ในครรภ์

ธาตุเหล็กจะถูกใช้หมดเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้น ธาตุเหล็กจากน้ำนมแม่จะไม่เพียงพอ ควรให้ยาเสริมธาตุเหล็กแก่ทารกและให้อาหารเสริมที่มีธาตุเหล็กสูงเช่นตับและเลือด ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป เนื่องจากธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก

สำหรับวิธีการป้องกันภาวะโลหิตจางในเด็ก แนะนำคุณพ่อคุณแม่ให้พาลูกไปตรวจเลือดเฉพาะค่า “ฮีโมโกลบิน” เมื่ออายุระหว่าง 6-12 เดือน หากพบว่าโลหิตจางแล้วเริ่มรักษาทันที เพราะหากค้นพบช้า อาจทำให้เด็กเสียโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของสมอง แม้ว่าการเจาะเลือดเด็กอาจจะดูโหดร้ายสำหรับเด็ก แต่ปัจจุบันมีวิธีตรวจที่ง่ายๆ แค่เจาะเลือดปลายนิ้วเพียงหยดเดียวใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที สามารถรู้คำตอบได้ทันที

 

ท่าโยคะ ช่วยบำบัด เส้นตึง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:03 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/416148

ท่าโยคะ ช่วยบำบัด เส้นตึง

คนเมืองยุคนี้มีปัญหาพื้นฐานที่หนีไม่พ้นอาการปวดคอ ปวดหลัง จนบางคนต้องยอมอุทิศวันหยุดของตัวเอง ไปอยู่ในร้านนวดแผนไทย เพื่อคลายความเมื่อยล้า เพื่อตอบโจทย์คนยุคใหม่ สองผู้บริหารดีกรีกูรูโยคะไทยครูเอก-พงศ์พิพัฒน์ เกียรติประพิณ และ ครูบี-กุลรัตน์ ทวีนุช แห่งโยคะแอนด์มี มีท่าโยคะพื้นฐานง่ายๆ อย่างท่าวีราภัทราสนะ หรือท่านักรบที่สามารถฝึกตามได้ง่ายเหมาะสำหรับทุกคนมา

แนะนำ

ประโยชน์ของท่านี้ คือ ช่วยให้หายใจได้ลึกขึ้นช่วยคลายความตึงของบริเวณคอ ไหล่ หลัง ข้อเท้า และเข่า (วิธีทำมีอยู่ในภาพประกอบ) สำหรับใครที่ติดใจ อยากลองฝึกท่าโยคะกลุ่มพื้นฐาน สามารถรับชมคลิปวิดีโอได้ ผ่านทางยูทูบ พิมพ์ yogaandmebkk

 

 

 

 

ท่า Modified Twist Janusrisasana

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/415949

ท่า Modified Twist Janusrisasana

โดย…ภัทราทิพย์ พงษ์พานิช โยคะสุตรา สตูดิโอ http://www.YogaSutraThai.com

ท่าชานุศีรษะ (Janusrisasana) หรือท่าศีรษะจรดเข่า เป็นท่าพื้นฐานของโยคะ ช่วยกดนวดกระตุ้นอวัยวะในช่องท้อง ระบบย่อยและระบบขับถ่ายจะทำงานดีขึ้น ในชุดนี้จะมีการพลิกแพลงท่า ด้วยการจับเท้าบิดตัว ศีรษะลอดใต้ขา และยกขาขึ้นข้างเดียว ประโยชน์ที่มากขึ้น จะเพิ่มการบริหารลำตัวด้านข้าง กล้ามเนื้อไหล่ สะบักและแกนกระดูกสันหลัง ไปถึงหลังส่วนล่าง การยกขาจะไม่ยกสูง ให้ยกต่ำๆ ไว้ จะรู้สึกได้ถึงการดึงกระดูกสันหลังส่วนล่างและกล้ามเนื้อสะโพกได้ดีกว่าการยกขาสูง

วิธีปฏิบัติ

1 นั่งเหยียดขาตรง เท้าชิด หลังตรง ยกแขนซ้ายขึ้น หายใจเข้า

 

2 หายใจออก ยืดก้มตัวไปด้านหน้า วางศอกซ้ายด้านนอกขาขวาข้างเข่า

 

3 พลิกมือซ้ายจับเท้าขวาด้านนอก

 

4 มือขวาอ้อมข้ามศีรษะ ไปจับปลายเท้าขวาด้านบน หายใจเข้า

 

5 หายใจออก มือดึงเท้ายกขาขวาขึ้นเล็กน้อยขาตรง พลิกบิดตัวให้ศีรษะลอดอยู่ใต้แขนขวา เปิดไหล่ขึ้น หายใจเข้าออกขณะค้างท่า 3-5 ลมหายใจ แล้วคลายท่าทำสลับข้าง