หนังสือเด่น : หนังสือที่ตั้งเป้าเพื่อสู้กับความเปลี่ยนแปลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/318360

หนังสือเด่น : หนังสือที่ตั้งเป้าเพื่อสู้กับความเปลี่ยนแปลง

หนังสือเด่น : หนังสือที่ตั้งเป้าเพื่อสู้กับความเปลี่ยนแปลง

วันอาทิตย์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“รีวอนบก” เป็นศาสตราจารย์ชาวเกาหลี สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโซลของเกาหลี ในสาขาวิศวกรรมโยธา (การก่อสร้าง) และไปเรียนต่อที่เยอรมนีจนได้รับปริญญาด้านการก่อสร้างมาจากมหาวิทยาลัยในประเทศเยอรมนี เขาเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในทุกวันนี้ ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งทุกอย่างต้องตามให้ทันไม่ว่าจะเป็น ค่านิยมของสังคม การงานอาชีพ และการดำรงชีวิต

แม้ว่า รีวอนบก จะมีความสามารถทางด้านการก่อสร้าง แต่เขากลับได้รับชื่อเสียง และความนิยมอย่างสูง ทางด้านการประพันธ์ เมื่อเขาหันมาเขียนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ด้วยการ จัดรูปแบบให้เป็นภาพ ในลักษณะของการ์ตูน ที่เต็มไปด้วยสีสันงดงาม โดยเขาให้เหตุผลในความเห็นเรื่องสีที่สวยงามว่า “เพื่อให้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์เกิดภาพที่สวยงามขึ้นในจิตสำนึกของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเห็นความเด่นชัดแห่งภาพอดีต ทำให้หนังสือการ์ตูนในชุดการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของเขาแต่ละเล่มได้รับความนิยมมากกว่า 12 ล้านเล่ม และถูกนำไปแปลเป็นภาพต่างๆ อีกหลายภาษา

ในประเทศไทย “ธนบดี บุญล้วน” นำมาแปลเป็นภาษาไทย จำหน่ายเล่มละ 295 บาท พิมพ์ด้วยกระดาษอย่างดี ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายเรื่อง อันเป็นประวัติของหลายประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์,ญี่ปุ่น และ อิตาลี เป็นต้น

ทุกเรื่องทุกเล่ม จะดำเนินเรื่อง ในทำนองเดียวกัน คือ เริ่มต้นแห่งประวัติของความเป็นประเทศ ที่ให้ความรู้ทุกด้าน ทั้งด้านประชากร การปกครอง ความเปลี่ยนแปลง จนมาถึงความเป็นอยู่ในปัจจุบัน ที่ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างที่เปลี่ยนมาหลายร้อยหลายพันปี

การจัดทำในรูปแบบของการ์ตูน “รีวอนบก” กล่าวว่า ทำให้เข้าใจง่ายในการทำความเข้าใจ และเป็นแรงดึงดูดให้เกิดความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นคนในวัยไหนๆ เพราะค่านิยมของคนที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลสมัย ซึ่งไม่ชอบความสับสนวุ่นวาย ที่ต้องใช้เวลาคิดนานๆ การจัดทำให้ออกมาเป็นภาพจึงเข้าได้ได้ง่าย และเร็ว เหมาะกับการดำรงชีวิตของคนวันนี้

หนังสือในชุดนี้ จึงเป็นการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดของ สื่อสิ่งพิมพ์อีกรูปแบบหนึ่งท่ามกลางนิสัยของคนยุคดิจิตัล ที่ชอบความเร็ว ชอบความสะดวก และชอบความสวยงามที่ต้องมีจุดสะดุดตา

วรัทยา นิลคูหา กับ ชุดโทนสีทองที่ดูแพง

พร้อมสองสาว‘โมและเม’ผู้เขย่าวงการกอล์ฟ

“นิตยสารแพรว” จับ วรัทยา นิลคูหา ถ่ายภาพชุดที่สวยหรูดูแพงในลุคโทนสีทองได้รูปตามสัดส่วนทองคำ พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลตัวเองที่ทำให้สวยทั้งภายในและภายนอก นอกจากนี้ ยังมี 5 หนุ่มสุดฮอต ที่แพรวเหมามัดรวมกันในแฟชั่นเซตพิเศษพร้อมข้อความจากใจที่น่ารักน่าหยิก อาทิ ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร, กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง, นนกุล-ชานน สันติธรกุล, เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม และ สกาย-วงศ์รวี นทีธร และยังมีเรื่องราวของสองพี่น้องชาวไทย โม-โมรียาและ เม-เอรียา จุฑานุกาล ผู้เขย่าวงการกอล์ฟและได้รับเสียงปรบมือจากสื่อทั่วโลกกับแนวคิดพร้อมแรงบันดาลใจดีๆ ที่จะช่วยสร้างพลังในการทำความฝันให้สำเร็จ

เรียนรู้คุณธรรมจากกฎ10ข้อของพงไพร

ผ่านการผจญภัยของเด็กชาวป่า‘อารันดู’

“นิทานคุณธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกัน” เป็นหนังสือภาพสีสวยสด จากการเขียนของ “Begona Ibarola” แปลเป็นไทยโดย “รัศมี กฤษณมิษ” โดยมีเป้าหมายเพื่อสอนความมีคุณธรรมให้แก่เด็ก อันจะเป็นพื้นฐานเพื่อความเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต โดยผ่านเรื่องราวการผจญภัย ของเด็กน้อยชาวป่าที่หลงเข้าไปอยู่ในป่า และต้องใช้ความสามารถในการดำรงชีวิตให้อยู่รอด ด้วยการใช้หลัก 10 ประการแห่งความมีคุณธรรม ที่ต้องมีกับสรรพสัตว์ และสิ่งต่างๆ รอบด้าน หนังสือเล่มนี้นอกจากจะอ่านสนุก และปลูกจิตสำนึกแล้ว ยังมีแบบฝึกกิจกรรมให้เล่นสนุกๆ ด้วย จำหน่ายเล่มละ 295 บาท

เผยความอัศจรรย์ของมวลปักษา

ทำไมเหล่าวิหคจึงสำคัญนักกับโลกใบนี้

“นิตยสาร NATIONAL GEOGRAPHIC” ฉบับภาษาไทย นำเสนอเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ของ เหล่านกหลากหลายชนิดบนโลกใบนี้ ด้วยการนำเสนอภาพของนกแต่ละชนิด อาทิ นกแก้ว นกฮูก นกกก ที่สวยงามพร้อมเรื่องราว ซึ่งเขียนโดย โจนาทาน แฟรมเชน จากฝีมือการถ่ายภาพของ โจเอล ซาร์โทรี ที่กล่าวถึง ความสำคัญของเหล่านกชนิดต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อโลก ในด้านสิ่งแวดล้อม โดยระบุว่า หากโลกใบนี้ ขาดเหล่ามวลปักษาต่างๆ ที่บินกันว่อนบนท้องฟ้าแล้ว โลกอันแสนสวยอาจจะดำรงอยู่ไม่ได้ทีเดียว นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ วิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยความดีกับความชั่วเป็นต้น ราคาเล่มละ 120 บาท

ชุดฝึกการทำงานตั้งแต่วัยเรียนของเด็กๆ

การเรียนรู้เพื่อให้คิดได้อย่างเป็นระบบ

“ฝึกคิดเป็นเหตุเป็นผล” เป็นหนังสือสำหรับเด็กๆ เพื่อให้เด็กได้ซึมซับ แนวความคิดอย่างเป็นระบบในการทำงาน ที่มีทั้งการคิดอย่างเป็นระบบ ความมีเหตุผลเพื่อนำมาใช้กับปัญหา โดยผ่านแบบฝึกหัดที่ผู้เขียนจัดให้เด็กๆ ได้อ่านและได้ฝึกหัด อันจะเป็นการทำให้เกิดความเข้าใจที่ง่าย และเป็นการบริหารสมองให้กระฉับกระเฉง เขียนโดยนักเขียนชาวญี่ปุ่น และ “อังคณา รัตนจันทร์” นำมาถ่ายทอดแปลเป็นภาษาไทย จำหน่ายเล่มละ 245 บาท ภายในเล่มประกอบด้วย เกมการทายปัญหา จากต้นไม้แห่งตรรกะ แบบฝึกหัดให้เด็กร่วมกันคิดร่วมกันทำ ที่ชวนให้ต้องติดตาม

หนังสือเด่น : วัตถุเสพย์ติดที่ให้ประกายแห่งความคิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/316939

หนังสือเด่น : วัตถุเสพย์ติดที่ให้ประกายแห่งความคิด

หนังสือเด่น : วัตถุเสพย์ติดที่ให้ประกายแห่งความคิด

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ท่ามกลางความสั่นสะเทือนของโลกสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะหนังสือ ที่เกี่ยวกับเริงรมย์ ทำให้ผมอยากเข้าไปรับรู้ถึงงานเขียนของ นักเขียน หรือ ผู้ผลิตในต่างประเทศบ้างว่า เขาจะหาทางออกเพื่อหนีวิกฤตินี้ได้อย่างไร

สิ่งหนึ่งที่ผมต้องเอามาเป็นโจทย์เพื่อค้นหาคำตอบคือ หนังสือนิยาย “ห้าสหายผจญภัย” ที่ถ้าอ่านเพียงชื่อเรื่อง ก็น่าจะอนุมานได้ว่าเป็น นิยายสำหรับเด็กและเยาวชน แต่ทำไมออกมาวางตลาดอยู่แผงหนังสือในขณะนี้ ถึง 21 ความกังขาคือ เด็กในยุคนี้ คือตัวแปรที่ทำให้โลกสิ่งพิมพ์เกิดความสั่นสะเทือน แต่กลับขายได้ ในราคาขายเล่มละ 185 บาท ความหนา 176 หน้า

เขามีอะไรดี??นั่นคือ สิ่งซึ่งต้องพิสูจน์ เพื่อให้ออกมาเป็นคำตอบ

ห้าสหายผจญภัย เขียนโดย Enid Blyton แปลเป็นไทยโดย “ กัณหา แก้วไทย” ภาพประกอบวาดโดย Art Jeeno ตัวละครในเรื่องเป็นการผจญภัยของ เด็ก 4 คน หมา 1 ตัว และ ลิงอีก 1 ตัว จัดเรื่องเป็น ตอนๆ ไป เช่น เล่มแรก เป็นตอน เกาะมหาสมบัติ เล่มสอง เป็นตอน ผจญภัยในเส้นทางลับ และเล่มสุดท้าย ที่ 21 เป็นตอน ปริศนาบนหอคอย

หนังสือในชุดนี้ ออกจำหน่ายตั้งแต่เมื่อ ปี 1950 แต่มีคนอ่านเรื่อยมาตลอด จนถูกพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก ต้องแสดงว่า เป็นหนังสือที่มีเสน่ห์ในตัวของมันเอง กาลเวลาไม่ใช่เรื่องสำคัญ

เอนิด ไบลตัน วางตัวละครทั้ง 5 ไว้ด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เพื่อต้องการให้แต่ละคนมีศักยภาพในการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันไป อย่างคนแรก เป็นคนเก่ง ฉลาด สมองดี คนที่สอง มีไหวพริบดี อารมณ์สนุกสนาน จึงเป็นน้ำจิ้มของเรื่องให้ไม่จืดชืด คนที่สามเป็นผู้หญิง มีอารมณ์อ่อนไหว มีแนวคิดแปลกๆ และชอบที่จะช่วยเหลือคนรอบข้าง และคนสุดท้ายเป็นผู้หญิงในลักษณะทอมบอย เป็นคนค่อนข้างจะบ้าบิ่น เอาไหนเอากัน อารมณ์ร้อน แต่ มีความซื่อสัตย์เป็นเลิศ กับอีกหนึ่งสหายคือ หมาน้อยแสนรู้ที่ช่วยคนได้ทุกเรื่อง ถือเป็นน้ำจิ้มอีกถ้วยหนึ่งที่ทำให้อ่านสนุก และต้องลุ้น

จากการอ่านมาถึง เล่มที่ 8 ได้พบว่า ทำไมหนังสือชุดนี้จึงขายได้ คำตอบคือ การลงตัวของตัวละคร แต่ละคนที่วางเอาไว้ให้ผูกพันต่อกันในคนละแบบ และทุกคนเป็นตัวของตัวเอง เมื่อเจอปัญหาทางออกจึงไม่เหมือนกัน พฤติกรรมในเรื่องไม่จำเจ ต้องคอยลุ้นตามพวกเขาไปพร้อมๆ กันด้วย และนั่นคือ หัวใจสำคัญของงานเขียน ที่ “คุณทำให้คนอ่านร่วมความรู้สึก ร่วมการผจญภัยไปกับพวกเขาด้วย” เพราะฉะนั่น ไม่ว่าจะไปไหนก็ต้องไปด้วยกัน

นิทานภาคเหนือจากจิตรกรรมบนข้างฝา

ให้ความสนุกและปลุกจิตการอนุรักษ์เยาวชน

“ผ่อผนัง ฟังนิทาน” หนังสือภาพประกอบสี่สีที่รวบรวมเรื่องราวนิทานพื้นบ้านทางภาคเหนือ เขียนเรื่องและภาพโดย “อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย” จำหน่ายเล่มละ 150 บาท โดยผู้เขียนอธิบายให้ทราบ คำว่า “ผ่อ” ในภาษาเหนือ หมายถึง ดู ผ่อผนัง ฟังนิทาน จึงเป็นการดูภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เล่าเรื่องราวของนิทาน ที่ปรากฏในจิตรกรรมฝาผนังในวัดต่างๆ ของจังหวัดภาคเหนือ ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ มีอยู่ 6 เรื่อง คือ หงส์หิน แม่กาเผือก แสงเมือง ก่ำก๋าดำ เมืองลับแล และ สังข์ทอง นำเสนอในรูปแบบของนิทานที่มีความโดดเด่นของภาพประกอบเป็นภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง เพื่อให้เยาวชนไทยได้รู้จักและรู้ถึงคุณค่าที่ควรช่วยกันอนุรักษ์ให้คงอยู่ต่อไป

เปลี่ยนบ้านให้มีชีวิตด้วยแนวคิดชิวๆ

ครบทุกองค์ประกอบ อาหาร ตกแต่งและสร้างสรรค์

“780 ไอเดีย ครบเครื่องเรื่องงานบ้าน” จำหน่ายเล่มละ 365 บาท เป็นหนังสือที่เสมือนคู่มือสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านที่จะสร้างบ้านให้เป็นสวรรค์ด้วยวิธีง่ายๆ และประหยัด โดยผู้เขียน จะแนะนำให้รู้ถึง ประโยชน์ วิธีทำ และการลงทุน ที่ถือเป็นปัจจัยแห่งชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาหาร การตกแต่งบ้าน และการสร้างสรรค์ชิ้นงานด้วยวิธีประหยัดที่มากประโยชน์ด้วยตัวเอง โดยมีทั้งคำอธิบายที่ฟังเข้าใจง่ายๆ และภาพประกอบเพื่อการเรียนรู้ในการสร้างสรรค์งานต่างๆ ที่ถูกกล่าวถึง ที่เหมาะกับทุกคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลูกบ้าน แม่บ้าน และพ่อบ้าน และสร้างเสน่ห์ให้คนที่มาเยือนด้วยการลงทุนที่แสนประหยัด

เปิดโลกมหัศจรรย์ของนางเงือก

การผจญภัยท่ามกลางขุมทรัพย์ของพรายทะเล

“ไขปริศนาเมืองเอลฟ์” เป็นนิยายสำหรับเด็กและเยาวชนในแนวแฟนตาซี เขียนโดย “Pier Dawn” แปลเป็นไทย โดย “สุมาลี” จำหน่ายเล่มละ 295 บาท เนื้อหากล่าวถึงการผจญภัยของ เงือกสองตนที่เพิ่งจะโตเต็มวัย โดยทั้งคู่ต้องพบกับเหตุการณ์ที่ต้องเสี่ยงถึงชีวิต เมื่อตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับอาวุธโบราณที่ถูกเล่าขานมาจากอดีต ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนจากโลกสวยกลายเป็นการต้องหาทางเอาตัวรอดและหาทางคลี่คลายสิ่งที่ได้พบเห็นอันเป็นขุมทรัพย์แห่งพรายทะเลให้กลับคือมาสู่โลกของพวกเธอ นิยายเรื่องนี้ ทำให้ผู้อ่านได้เห็นภาพจินตนาการในโลกของนางเงือกที่ถูกเล่าขานกันมานานนับเป็นพันปี

เสริมความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับหนูน้อย

คัดสรรเรื่องราวออกมาให้รู้ในทุกๆด้านที่ปรากฏ

“เก่งวิทย์ด้วยตัวเอง จนคุณครูตกใจ” จัดได้ว่าเป็นหนังสือชุด ที่ต้องการปลูกฝังให้เด็กในวัยประถม ได้รับรู้เรื่องราวของความเป็นวิทยาศาสตร์ตั้งแต่พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันที่พบเห็นได้ทุกๆ วัน โดยผู้เขียนจะแยกแยะหัวเรื่องออกมาเป็นตอนๆ ไป เช่น ตอนที่ว่าด้วย พืช ตอนที่ว่าด้วยไฟฟ้า ตอนที่ว่าด้วยจักรวาล อย่างในเล่มนี้เป็นตอนที่ว่าด้วย ความร้อน โดยผู้เขียนจะอธิบายด้วยเรื่องและภาพการ์ตูนให้เด็กได้รับรู้ถึง คำว่าความร้อน ประโยชน์ และผู้ค้นพบ ซึ่งเด็กๆ จะได้รับทั้งความสนุกและได้ความรู้สอดแทรกอย่างไม่รู้ตัว จำหน่ายเล่มละ 265 บาท แปลเป็นไทยโดย “วันวิสาข์ ปัญญางาม”

หนังสือเด่น : ตามรอยพุทธประวัติ ตั้งใจเขียนเพราะไม่รู้จะตายเมื่อไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/315525

หนังสือเด่น : ตามรอยพุทธประวัติ  ตั้งใจเขียนเพราะไม่รู้จะตายเมื่อไร

หนังสือเด่น : ตามรอยพุทธประวัติ ตั้งใจเขียนเพราะไม่รู้จะตายเมื่อไร

วันอาทิตย์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักปราชญ์กล่าวไว้ว่า “ความตายตามมาทุกย่างก้าว ตื่นเช้าสิจึงรู้ว่ายัง” เป็นประโยคที่ “ส.พลายน้อย” ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณกรรม เก็บตรึงเอาไว้ในใจตลอดเวลา เพื่อเป็นการเตือนสติตนเองให้ตระหนักถึงกฎแห่งธรรมชาติ และด้วยเหตุนี้เอง “ส.พลายน้อย” จึงได้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ท่ามกลาง ความไม่แน่ใจว่าจะ เขียนได้จบครบถ้วนตามที่ตัวเอง วางโครงเรื่องเอาไว้หรือไม่

วันนี้หนังสือเล่มนี้ สำเร็จ ออกมาวางแผงเป็นที่เรียบร้อย จึงสามารถพูดได้ว่า หนังสือเล่มนี้ เขียนขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับความตาย ที่ไม่รู้ว่า
จะมาเยือนในวันใด โดยตั้งชื่อเรื่องว่า “ตามรอยพุทธประวัติ” จัดรูปเล่มแข็งแรง มั่นคง เพื่อจะได้เก็บเอาไว้อ่าน (หรือค้นคว้า) ได้นานๆ มีความหนา
479 หน้า ปกแข็ง ขายแค่ราคา 400 บาท เท่านั้น

ยอมรับว่า แม้เรื่องราวจะไม่พิสดารเท่ากับ ภาพยนตร์พุทธประวัติ ตามที่อินเดีย ทำออกมาเป็นซีรี่ส์เผยแพร่ แต่ก็นับว่า มีความสมบูรณ์อยู่ในตัว 90% ขึ้นไป โดย ส.พลายน้อย ออกตัวเอาไว้ว่า “เขียนแบบเร่งรีบ เพราะเกรงว่าจะมีเหตุให้เขียนไม่จบ ฉะนั้นบางเรื่องบางตอนที่หาข้อมูลได้ไม่จุใจก็เว้นไว้ ด้วยหวังว่าถ้ามีเรี่ยวแรงต่อไปก็จะเขียนต่อไปอีกเล่มหนึ่ง เพื่อว่าผู้ที่ต้องการทราบจะได้ประโยชน์บ้าง”

ตามรอยพุทธประวัติ เป็นการรวบรวมเรื่องราว เกี่ยวกับ พระพุทธเจ้า จากหนังสือหลายเล่มมา เรียงร้อยให้ต่อเนื่องกันเพื่อสะดวกในความเข้าใจ ระหว่างช่วงของกาลเวลาแต่ละอย่างในวิถีแห่งพุทธองค์ แต่จากคำบอกเล่าของผู้เขียน คงจะยึดถือ ข้อมูลจากหนังสือ พระไตรปิฏก 80 เล่ม ที่ตนเองได้อ่านมา เมื่อ อายุ 60 ปี เป็นสำคัญ จากนั้นก็เสริมเติมแต่งจาก ข้อมูลในหนังสืออื่นๆ ที่แปลกแยกออกไป

จากเนื้อหาที่เริ่มต้น ด้วยการ แสดงภาพแผนที่ของดินแดนแห่งชมพูทวีปในพุทธกาล เปรียบเทียบกับประเทศอินเดียในสมัยนี้ สร้างความสว่างเป็นอันดับแรกที่เรามองอินเดียสว่างมากขึ้น จากนั้นก็เริ่มเรื่องตั้งแต่กล่าวถึง นครกบิลพัสดุ์ และ เชื้อสายที่เกี่ยวข้องกับพุทธองค์ เป็นการเกริ่นกล่าวให้ทราบถึง ญาติโก โหติกา กันก่อนจะเริ่มในเรื่องของพฤติกรรม ที่มีมากกว่า 40 บริบท ทั้งกิจกรรม การใช้ชีวิต บุคลากรที่เข้ามาเกี่ยวข้อง และเหตุการณ์ที่มีทั้งด้านดี ด้านร้าย ไปสิ้นสุดเอาไว้ถึงบริบทแห่งพระนิพพาน ปิดฉากด้วย การกล่าวถึง พระบรมสาริกธาตุของพระองค์ ว่ามีทั้งหมดกี่ส่วน แต่ละส่วนถูกนำไปไว้ที่ไหนบ้าง

ใครที่ดูพุทธประวัติในภาพยนตร์มาแล้ว เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จะกระจ่างชัดยิ่งขึ้น แต่ใครที่อ่านหนังสือเล่มนี้ก่อน แล้วไปดูภาพยนตร์อินเดียพุทธประวัติ จะยิ่งสนุกและเข้าใจมากขึ้นอีกสามส่วนครับ

อนุสาร อสท พาขึ้นเขาแล้วลงทะเล

เรียกน้ำลายของนักเดินทางเพื่อหาความสุข

“นิตยสาร อสท” ฉบับเดือนมกราคม รับศักราชใหม่ เอาใจคนท่องเที่ยว และอยากจะเห็นโลกกว้าง โดยเฉพาะบนแผ่นดินไทย นำเสนอเรื่องราว พร้อมภาพที่ สวยงาม ชัดเจน ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก เห็นแล้ว น้ำลายไหลอยากไปสัมผัสกับของจริง ภายในเล่มประกอบด้วยเรื่องราวต่างๆ อาทิ “อ่างขาง เรื่องราวที่ไม่เลือนราง” “แม่เมย-ม่อนคลุย ส่วนเสี้ยวของขุนเขา เรื่องราวสายหมอก” “เส้นทางเหนือฝัน ชมตะวัน หยิบหมอก หยอกดาว เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง” แล้วพาลงไปชมทะเลที่ เกาะพงัน และยังมีเรื่องของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำหน่ายเล่มละ 85 บาท

เขาเป็นใครเธอไม่เคยรู้จัก

แต่กลับนำความยุ่งยากและว้าวุ่นมาสู่เธอ

“เล่ห์หวานรัก” เขียนโดย “กรรัมภา” เป็นนิยายแนวสืบสวน ซึ่งเชื่อมโยงถึง องค์กร The Dark Phanthom ที่นักสืบสาวต้องคลี่คลาย โดยไม่รู้เลยว่าตัวเอง กลายเป็นเหยื่อล่อที่สำคัญชิ้นหนึ่ง ซึ่งเธอไม่สามารถรู้ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังว่า มีความเป็นมาอย่างไร เรื่องเปิดขึ้นเมื่อ นักสืบสาวต้องถูกบังคับให้ช่วยเหลือชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งได้รับบาดเจ็บมาโดยที่ไม่รู้จักหัวนอนหลายตีน แล้วจู่ๆเมื่อเธอเริ่มพอใจในตัวเขา เขาก็หายไป จากนั้นเหตุการณ์แปลกๆ ก็ประดังเข้ามาหาเธออย่างไม่มีสิ้นสุด จำหน่ายเล่มละ 430 บาท

เยาวเมียยอดรัก อะไรจะยุ่งปานนี้

เมื่อเมียสาวกำมะลอกลายเป็นที่รักตัวจริง

“เยาวเมียยอดรัก” นิยายรักสับสน เขียนโดย “พลิ้วอ่อน”เป็นเรื่องราววุ่นๆ ในทางโลกของ หญิงอ่อนวัยกับหนุ่มแก่โลก เมื่อฝ่ายหญิงต้องการหาเงินปลดหนี้ ส่วนฝ่ายชายหวังมรดกของเมีย จึงยินยอมแต่งงานกันแบบหลอกๆ เมื่อครบกำหนดหกเดือนแล้ว ต่างคนก็ต่างจะแยกทางกันไป ไม่มีอะไรผูกพัน แต่ทว่าช่วยที่เวลาที่ต้องคบกันทำให้หัวใจของคนทั้งสองติดกันมากขึ้นจนเกือบจะฉีกสัญญา แต่แล้ว เมียเก่าก็โผล่ออกมาทวงสิทธิ์ คราวนี้อะไรๆ มันก็เลยกระจ่างขึ้น ทั้งตัวจริงของชายหนุ่มและหญิงสาว จำหน่ายเล่มละ 350 บาทวุ่นแท้ๆ

เรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการเข้าสอบ

เน้นจุดที่พบบ่อยในข้อสอบของ EP

“ฟิตอังกฤษ พิชิต EP” เขียนโดย “ดร.พี่นุ้ย (สมิตา หมวดทอง)” เป็นตำราภาษาอังกฤษ เพื่อการนำไปใช้ในการสอบเข้าเรียนในหลักสูตร EP (English Program) โดยเน้น เนื้อหาที่พบบ่อยๆ ในข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ ที่ครอบคลุมในเรื่อง ไวยากรณ์ การสนทนา การอ่าน และคำศัพท์ ทุกเนื้อหาจะเรียบเรียงออกมาให้กระชับ สั้น เพื่อง่ายต่อการจดจำ และทำความเข้าใจด้วยระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีช่วงเวลาในการท่องตำราในระยะสั้นๆ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดยังสามารถนำเอาใช้ในการวัดผลของโอเนตได้ด้วย ราคาเล่มละ 250 บาท

หนังสือเด่น : ฝุ่นละอองในบรรยากาศ อันตรายที่ทุกคนยังไม่นึกถึงกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/314092

หนังสือเด่น : ฝุ่นละอองในบรรยากาศ อันตรายที่ทุกคนยังไม่นึกถึงกัน

หนังสือเด่น : ฝุ่นละอองในบรรยากาศ อันตรายที่ทุกคนยังไม่นึกถึงกัน

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหามลพิษทางอากาศ เนื่องจากมีปริมาณฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนอยู่ในชั้นบรรยากาศเกินค่ากำหนดมาตรฐาน ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ วันนี้จึงส่งผลให้กลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ ในด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และที่สำคัญคือ สุขภาพของประชาชน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม จะต้องไม่นิ่งเฉยต่อการจะแก้ไขปัญหานี้ให้บรรเทาเบาบางลงไป

แต่โจทย์ที่ ทำให้เกิดเป็นปัญหาขึ้นมา น่าจะอยู่ที่ ทุกภาคส่วน หรือบางภาคส่วนยังไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ถึงคำว่า ฝุ่นละออง คืออะไร และมีโทษกับทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ได้อย่างไร

หนังสือ “ฝุ่นละอองในบรรยากาศ” จะเป็นข้อมูลเชิงลึก ที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ เกี่ยวกับเรื่องฝุ่นละอองในบรรยากาศ ปรากฏการณ์ต่างๆ ของฝุ่นละอองในบรรยากาศ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของฝุ่นละออง ที่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในประเทศไทย รวมไปถึงผลกระทบของฝุ่นละออง ซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจในปัจจุบัน และที่สำคัญ ในสาระของหนังสือเล่มนี้ คือ นำเสนองานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องฝุ่นละอองที่ทำให้คนบนโลกนี้ตาสว่าง

“ฝุ่นละอองในบรรยากาศ” เขียนโดย “วิลาวรรณ์ คำหาญ” จำหน่ายเล่มละ 290 บาท จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่สามารถอ่านได้ตั้งแต่ เยาวชน จนถึงผู้สูงวัย และทั้งเด็กนักเรียน ตลอดไปจนถึงผู้บริหารทุกองค์กร

รูปแบบของหนังสือเล่มนี้ ค่อนข้างออกมาในแบบตำราวิชาการ ที่มีภาพประกอบที่เป็นทั้งภาพถ่าย กราฟแสดงความเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝุ่นละอองทั่วโลก และในประเทศไทย ซึ่งเมื่อเปิดอ่านในตอนแรก หน้าตาอาจจะทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายนิดหน่อย แต่เมื่อได้สัมผัสกับ สำนวนการใช้ภาษาแล้ว ขอบอกว่า “รับได้”

ผู้ศรัทธาต่อพระเจ้า มักจะกล่าวอยู่เสมอว่า “พระเจ้าจะช่วยคนทุกคน ถ้าคนเหล่านั้นช่วยเหลือตัวเองก่อน” หนังสือเล่มนี้ คือ การทำให้พระเจ้าได้รับรู้ว่า เราพยายามที่จะเรียนรู้ถึงปัญหาเพื่อช่วยเหลือตัวเองแล้ว เพียงแต่หากพระเจ้ามีเมตตา พระเจ้าก็เพียงเป็นผู้สนับสนุนให้ทุกอย่างจบสิ้นปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จก็แล้วกัน

เขียนถึงตรงนี้ทำให้คิดได้ว่า “โลกใบนี้จะเป็นสุข สงบ ทั้งมนุษย์ ทั้งพระเจ้าต้องร่วมด้วยช่วยกันครับ”…เป็นงั้นไป

ประสบการณ์ของการทำดีที่ผ่านมา ทิ้งเงินเดือน 9 หมื่น มารับแค่ 9 พัน

“ทำดีที่สุด…ในจุดที่เป็น กับ ดร.สุทธิพล” เป็นหนังสือที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์ ในชีวิตเริ่มตั้งแต่ด้านการศึกษาในฐานะนักเรียนทุนอานันทมหิดล ที่ตัดสินใจนำความรู้ความสามารถจากการศึกษาต่อในต่างประเทศ กลับมารับใช้บ้านเมือง และการตัดสินใจทิ้งเงินเดือน 9 หมื่นบาท ในบริษัทเอกชน มารับเงินเดือน 9 พันบาท ในหน่วยงานราชการ เมื่อปี พ.ศ. 2536-2537 เขียนโดย “ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ” เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เล่าถึง ประสบการณ์การทำงานในด้านการบริหาร และด้านกฎหมาย ในองค์กรระดับชาติหลายหน่วยงาน อาทิ ศาลยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จำหน่ายเล่มละ 350 บาท

 

ไม่ต้องชอบขี้หน้า ก็ทำงานด้วยกันได้ ความมีมนุษยสัมพันธ์ กับคนทั่วๆไป

“ไม่ต้องชอบขี้หน้า ก็ทำงานด้วยกันได้” เขียนโดย “HIROMI YAMASAKI” แปลไทยโดย “สกล โสภิตอาชาศักดิ์” เป็นเรื่องของการทำความรู้จักกับ ความมีมนุษยสัมพันธ์ กับคนทั่วๆ ไป โดยเฉพาะกับคนที่เราไม่ชอบ หลายคนเคยประสบปัญหาต่างๆ อาทิ มีคนที่ไม่ว่าอย่างไรก็เข้ากันไม่ได้อยู่ในทีม, อยากย้ายงานเพราะเหนื่อยกับความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน, ถูกหัวหน้าโกรธแบบไม่มีเหตุผลอยู่บ่อยๆ, หนังสือเล่มนี้จะทำให้เราพบกับวิธีการทำงานที่จะทำให้ทุกๆ อย่างดำเนินต่อไปได้ง่ายขึ้น และลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น พร้อมที่จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจการทำงานกับคนหลากหลายรูปแบบด้วยการวิเคราะห์พฤติกรรมทั้งตัวเราและบุคคลอื่นๆ รวมถึงแบบทดสอบสำหรับสำรวจรูปแบบความรู้สึก ราคา 260 บาท

 

รับปีใหม่กับบ้านอารมณ์แบบไทยๆ พร้อมไอเดียการรีโนเวตบ้านที่อยู่อาศัย

นิตยสาร “my home” ฉบับเดือน มกราคม 2561 มาพร้อมไอเดียแต่งบ้านอารมณ์ไทยๆ พร้อมสกู๊ปพิเศษน่าสนใจมากมาย อาทิ เพราะความฝัน ไม่มีวันหยุด : พบกับเรื่องราวของ คุณเบส-วิโรจน์ ฉิมมี เจ้าของฟาร์มสเตย์ในจังหวัดระนอง บ้านไร่ ไออรุณ มาเปิดใจเล่าถึงเรื่องราว และไอเดียต่างๆ กับความสำเร็จในชีวิตโดยการรีโนเวตบ้าน ให้กลายเป็นฟาร์มสเตย์ ในสไตล์คนรักธรรมชาติ,ไอเดียการรีโนเวตบ้านจากชั้น 5 ของตึกแถวย่านกลางเมือง ให้กลายเป็นบ้านใหม่ ได้ทั้งพื้นที่ใหญ่กว่าเดิม พร้อมปรับฟังก์ชั่นให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ และ การแต่งบ้าน อารมณ์ไทยๆ ด้วยไอเดียการใช้ภูมิปัญญาพื้นถิ่น

 

การ์ตูน แก๊งซ่า ท้าคณิตศาสตร์ ปลูกฝังให้เด็กรักการคำนวณ

“แก๊งซ่า ท้าคณิตศาสตร์ “เป็นหนังสือการ์ตูนสี่สี สำหรับเด็ก ที่ดำเนินเนื้อหาในรูปแบบของเรื่องราว ของกลุ่มเด็กที่ไม่ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ อยากทำตัวเป็นเด็กป๊อป แต่แล้ววันหนึ่งพวกเขาก็ได้พบว่า ในความต้องการและพรสวรรค์ที่เขามีอยู่นั้น มันสามารถเข้าร่วมกับบรรดาเด็กเรียนที่มีชื่อเสียงทางด้านการคิดคำนวณได้อย่างไม่แพ้ใครเลยทีเดียว เป็นเรื่องการต่อสู้แข่งขันกันระหว่างวิชาคณิตศาสตร์ของเด็ก เพื่อปลูกฝังให้เด็กเข้าใจถึงเรื่องราวของวิชาคณิตศาสตร์ที่เด็กๆ คิดว่าเป็นเรื่องยาก แต่ในความเป็นจริงไม่ยากเลยสำหรับคนที่เข้าใจ จำหน่ายเล่มละ 165 บาท

หนังสือเด่น : อย่าปล่อยให้หนังสือขาดหายไปจากบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/312716

หนังสือเด่น : อย่าปล่อยให้หนังสือขาดหายไปจากบ้าน

หนังสือเด่น : อย่าปล่อยให้หนังสือขาดหายไปจากบ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สัปดาห์นี้ขอคิดเรื่องความนิยมในการอ่านหนังสือจากสื่อสิ่งพิมพ์ที่คนส่วนใหญ่คาดคะเนว่า จะมีผู้อ่านน้อยลงไปเรื่อยๆ สักวันเถอะ

ที่เป็นห่วงไม่ใช่กลัวว่าคนจะเลิกอ่าน เลิกหาความรู้ แต่ห่วงว่า หากทุกคนหันไปอ่านสาระต่างๆ จากสื่ออิเล็กทรอนิกส์กันเป็นประจำแล้ว ผลเสียในเรื่องสุขภาพโดยเฉพาะเกี่ยวกับสายตา เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด

เมื่อมาได้เห็นและได้สัมผัสกับหนังสือในชุดพัฒนาการเด็กเล็ก ในเครือของ สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ทำให้เกิดความหวังขึ้นมาได้บ้างว่า “เส้นทางนี้คือทางออกจากความวิตกของคนที่เป็นห่วงใยในสุขภาพและพัฒนาการของเด็กๆ ได้”

หนังสือในชุดพัฒนาการเด็กเล็กๆ นี้ มีครบทุกหมวดสาระที่เป็นการสร้างและปูพื้นฐานให้กับเด็กๆ ในด้านวิชาการ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญที่ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต

หนังสือในชุดพัฒนาการเด็กเล็กๆ นี้ เขาจะระบุออกมาเลยว่าเหมาะสำหรับเด็กอายุเท่าไร ถึงเท่าไร และการจัดทำรูปแบบเขาก็จะจัดตามแนวทางจิตวิทยาสำหรับเด็ก ที่แต่ละวัยจะมีความต้องการแตกต่างกันไป

ต้องยอมรับว่า เด็กทุกคนที่ต้องเติบโตในอนาคตจำเป็นต้องสะสมความรู้ หากไม่มีหนังสือเหล่านี้คอยป้อนความรู้ไว้ให้ เด็กๆ ที่เหมือนผ้าขาว ก็จะเป็นผ้าขาวเพียงสีเดียวตลอดไป ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อสื่อสิ่งพิมพ์หมดไปจากสังคม อะไรจะเกิดขึ้นกับลูกหลานในวันนี้

คำตอบที่ทุกคนตอบได้ในทันทีคือใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวแทน แต่มันจะคุ้มกับเรื่องของสุขภาพ โดยเฉพาะเกี่ยวกับสายตาที่เด็กเหล่านี้จะได้รับเมื่อเติบโตขึ้นไปหรือ

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ผู้ใหญ่ในวันนี้ควรต้องเป็นผู้จัดระเบียบชีวิตให้กับเด็กๆ เพื่อป้องกันอันตรายจากสภาวะของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

หากไม่อ่าน ไม่แสวงหา ก็คือคนโง่ในอนาคต หากอ่านจากสื่อที่จะกลายเป็นอันตรายสะสมในร่างกายไปเรื่อยๆ ก็เท่ากับทำร้ายตัวเอง กว่าจะเอาความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในวิถีชืวิต ชีวิตเราก็หมดคุณค่าไปแล้ว

เพราะฉะนั้นทางออกในเรื่องของการอ่าน เมื่อตอนนี้ ยังมีหนทางให้เดินอยู่บ้าง คงต้องเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะต้องจัดเตรียมหาทางแก้ไข โดยการหาซื้อหนังสือประเภทนี้มาวางไว้ในบ้าน แล้วส่งเสริมให้เด็กได้อ่านได้สัมผัสกับสื่อสิ่งพิมพ์บ้าง แทนที่จะต้องไปกันอยู่หน้าจอเพ่งสายตาสู่กับแสงที่เปล่งออกมาทุกนาที ทุกเวลา สายตาของเด็กๆ ไม่ไหวหรอกครับ

การค้นหาศิลปะที่หายไปให้กลับคืนมา

เกเบรียล อัลลอน ยอมรับหินกว่าที่เคยเจอมา

“THE HERIST ซ้อนกลโจรกรรม” เป็นนิยายแนวสืบสวนสอบสวน ในชุดของนักสืบ เกเบรียล อัลลอน ที่ฉากหน้าของเขาคือ นักอนุรักษ์งานศิลปะ เขียนโดย “Daniel Silva” อดีตนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ที่หันมาเอาดีในอาชีพนักประพันธ์ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก เมื่อหนังสือของเขาหลายเล่มกลายเป็นหนังสือติดอันดับขายดีในอเมริกา สำหรับในเรื่องนี้ เป็นเรื่องราวของ งานศิลปะชิ้นหนึ่งของโลกที่หายไป เมื่อทางการต้องการค้นหาเอากลับมาไว้ในพิพิธภัณฑ์ เกเบรียล จึงต้องออกโรงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขากลับต้องพบกับความซับซ้อนที่เขาเองก็คิดไม่ถึง ราคาเล่มละ 385 บาท

เปิดตำนานปีศาจจากรุ่นสู่รุ่น

เรื่องเล่าสุดหลอนจากอินเทอร์เน็ต

“ผีอินเทอร์เน็ต”เป็นหนังสือการ์ตูนสี่สี ที่กล่าวถึงเรื่องราวของภูตผีปีศาจที่กล่าวขานอยู่ในตำนาน ซึ่งมีอยู่ทั่วโลก โดยในเล่มนี้จะประกอบด้วยผีแต่ละชนิดหลากหลาย อาทิ ผีนักพนัน มือมือขวา ผีที่มีดวงตาสีเหลือง และผีหลากหลายจากหลายๆ ประเทศ ทุกเรื่องจะถูกดึงจากตำนานมาสู่หน้าจอ อินเทอร์เน็ต ที่มีอยู่ในบ้านเรือนของคนทุกครอบครัวในยุคนี้ นอกจากจะสร้างความสยดสยองให้กับผู้รับรู้แล้ว ยังได้รับคติสอนใจที่แทรกอยู่ในตำนานของแต่ละเรื่องด้วย จำหน่ายเล่มละ 175 บาท

ปลูกฝังเรื่องวิทยาศาสตร์ให้กับเด็ก

เสริมสร้างความเข้าใจร่วมเล่นกับกิจกรรมแสนสนุก

“เก่งวิทย์ ด้วยตัวเอง จนคุณครูตกใจ”เป็นหนังสือที่ปลูกฝังให้เด็กรักและเข้าใจในเรื่องราวของวิทยาศาสตร์ โดยเนื้อหาจะสอดคล้องกับการเรียนรู้ตามแนวทาง STEM ที่ใช้อยู่ในโรงเรียน ในหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วย หลักการของวิชาวิทยาศาสตร์ในแต่ละเรื่อง และเพิ่มกิจกรรมให้ผู้อ่านได้ร่วมทำงานไปกับบทเรียนในหนังสือ ซึ่งให้ทั้งความสนุกสนาน และเพิ่มความรู้ เจาะลึกให้เด็กได้เข้าใจในเรื่องของ กรด และ เบส แบบง่ายๆ ได้รับรู้ถึงประโยชน์ และโทษ ที่ทุกคนต้องรับรู้ จำหน่ายเล่มละ 265 บาท

ตราบใดที่ม่านของชีวิตยังเปิดอยู่

ทุกชีวิตต้องดำเนินต่อไปไม่มีวันสิ้นสุด

“ม่านชีวิต” เป็นนิยายดราม่า เขียนโดย “ธนายุทธ สีห์ขจร” เป็นนิยายขนาดสั้นที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากรางวัลประภัรสร เสวิกุล ครั้งที่ 1 เนื้อหากล่าวถึง วงจรชีวิตของ ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งมีอาชีพเป็นพนักงานล้างห้องน้ำ เธอได้พบกับเรื่องราวต่างๆ ที่หลายคนคาดไม่ถึง ท่ามกลางความสกปรกที่คนส่วนใหญ่ทนไม่ได้ แต่เธอต้องผ่านมันให้ได้เพื่อการอยู่รอดของตัวเอง ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอสะท้อนให้เห็นว่า ทุกชีวิตย่อมมีม่านบังอยู่ และเมื่อวันที่ม่านถูกเปิดออกหลายสิ่งหลายอย่างก็ผ่านเข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ราคา 195 บาท

หนังสือเด่น : โลกใบนี้มีสองเพศที่เท่าเทียมกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311854

หนังสือเด่น : โลกใบนี้มีสองเพศที่เท่าเทียมกัน

หนังสือเด่น : โลกใบนี้มีสองเพศที่เท่าเทียมกัน

วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นับเป็นร้อยเป็นพันปีมาแล้ว ที่เพศหญิงมักจะถูกมองว่ามีประสิทธิภาพอ่อนด้อยกว่าเพศชาย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจาก กติกาของสังคม ที่ฝ่ายเพศชายเป็นฝ่ายตั้งขึ้น จนทำให้เพศหญิง ไม่สามารถแสดงออกถึง “ความสามารถ” ของตนเองออกมา จนกลายเป็นคำกล่าวขานของสังคมในยุคปัจจุบันว่า เพศหญิงถูกกดขี่ ถูกจัดกรอบ ให้อยู่ภายในวงแคบๆ ที่ไม่สามารถแสดงความรู้ความสามารถหรือต่อสู้เพื่อประกาศศักยภาพของตนเองได้เลย (เพราะต้องอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของเพศชาย) ดูๆ แล้วก็เหมือนกับเพศชายกดเพศหญิงเอาไว้ไม่ให้แสดง “สิ่งที่ดี” ออกมาสู่สังคมเลย ซึ่งถือเป็น “ความเห็นแก่ตัว” ของเพศชายอย่างชัดเจน….แต่ถ้ามองให้ลึกๆ ลงไปมากกว่า “ตาที่เห็น” อาจจะพบว่า กติกาที่เพศชายตั้งขึ้นเพื่อให้เพศหญิงไม่ต้องทำอะไรเลย อาจจะเป็นเพราะ “ความรัก ความห่วงใยที่เพศชายให้กับเพศหญิง” ก็มีส่วนที่จะเป็นไปได้

“ร้อยเรื่องเล่าของสตรีเปลี่ยนโลก” เล่มนี้ คือ เรื่องราวของเพศหญิง ที่หลุดออกมาจากกรอบของกติกาที่เพศชายจัดวางเอาไว้ แล้วสร้างปรากฏการณ์ให้เพศชายมองเห็นว่า “เพศหญิง” ไม่ใช่ “ตัวอ่อนแอ”เหมือนอย่างที่ใครๆ คิด

คนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ นำเอาเรื่องราวของความสำเร็จของเพศหญิงที่กระโดดตัวออกมาจากกรอบของสังคมที่ถูกวางเอาไว้ แล้วมาใฝ่หาความฝันจากสัญชาตญาณของตัวเอง จนกลายเป็น เรื่องราวที่ประกาศให้โลกรู้ว่า “โลกใบนี้ไม่ใช่เป็นของเพศชาย”เพียงเพศเดียว

ในเล่มมีเรื่องราวของสตรีที่ประสบความสำเร็จที่ถูกรวบรวมเอาไว้ทั้งหมด 100 คน มีทั้ง ผู้หญิงในอดีต อย่างคลีโอพัตรา จนมาถึงผู้หญิงในปัจจุบัน จากผลงานความสำเร็จที่แตกต่างกันไป อาทิ เป็นนักปกครอง เป็นนักกีฬา เป็นนักรบ เป็นนักค้นคว้า เป็นศิลปิน และเป็นนักต่อสู้ในหลายๆ สายงาน

ผู้เขียนที่ได้รวบรวมเรื่องราวของผู้หญิงเหล่านี้นำมาบันทึกเอาไว้ให้โลกรู้ มีด้วยกันสองคน(แน่นอนต้องเป็นผู้หญิง) คนหนึ่งเป็นนักข่าว อีกคนหนึ่งเป็นนักกิจกรรมเพื่อสังคม ที่ได้รับรางวัลจากสังคมโลก ด้วยวิธีการนำเสนอแบบ เขียนให้อ่านง่ายๆ เข้าใจได้อย่างรวดเร็วในเวลาเพียงหนึ่งหน้ากระดาษ ที่กะทัดรัด แต่สมบูรณ์ด้วยเนื้อหา

เป็นหนังสือที่เหมาะกับคนทุกคนที่ต้องการจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง หรือกำลังท้อถอยกับความได้เปรียบเสียเปรียบของสังคมจนไม่อยากทำอะไรที่เป็นของตัวเอง

ในเมืองไทย สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ นำเอามาแปลออกจำหน่าย จากสำนวนการแปลของ สตรีผู้สู้ชีวิตสามคนคือ ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา จีระแพทย์, สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท และ พลอยแสง เอกญาติ

เป็นอีกเล่มหนึ่งของหนังสือที่น่าอ่าน แม้ไม่อยากอ่านก็ควรต้องอ่านครับ

เรื่องเล่าที่มีอยู่ในเมืองไทย เขียนโดยคนไทย

ให้ทั้งความรู้และความภาคภูมิใจกับคนรุ่นหลัง

“เล่าเรื่องเมืองไทย” เขียนโดย “พลเรือเอกทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์” เป็นการรวบรวมเรื่องราวต่างๆของไทย ที่น่าจดจำและทำให้หวนรำลึกถึงมาไว้ในเล่มเดียวกัน โดยทุกเรื่องล้วนให้ความรู้ และความแปลกตา แก่นักอ่าน อาทิ เรื่องจังหวัดของไทยที่หายไป, เรื่องชายชาติช้างงาผู้กล้าหาญ พระยอดเมืองขวาง เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเมืองไทย เรื่อง รหัสนาวาโฮ เรื่องเล่าชาวเรือ เรื่องเจ้าขุนมูลนาย เรื่อง ป้อม คลองคู ประตูเมือง เรื่อง เครื่องเจ้านาย เรื่องหมวกอุศเรน เรื่องพระราชวังเดิมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของกองทัพเรือ เป็นต้น แต่ละเรื่อง ส่วนใหญ่ผู้เขียนจะนำภาพประกอบมาพิมพ์ไว้ให้ได้เห็นกันด้วย จัดพิมพ์โดยกองบัญชาการกองทัพไทย ออกมาถึงเล่มที่สามแล้ว

เรื่องราวในความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค

ตำนานและสถานที่ ในสายตาของคนไทย

“ตำนานพญานาค และคำชะโนด ปากทางสู่เมืองบาดาล”เขียนโดย “อาจารย์โชติ ศรีสุวรรณ และ ดร.เกริก ท่วมกลาง” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานความเชื่อของพญานาค ที่แบ่งออกเป็นสองภาค โดยภาคแรกกล่าวถึง เรื่องราวในความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค ของคนไทย คนอินเดีย และคนกัมพูชา ตลอดรวมไปถึงชาวเอเชียอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ความเชื่อ ประเพณี ชีวิตประจำวัน ศาสนาและวัฒนธรรม ในส่วนที่สองจะบอกเล่าถึงเรื่องราวของเกาะคำชะโนดในจังหวัดหนองคาย ที่เชื่อกันว่า เป็นปากทางเข้าออกของชาวพญานาค จำหน่ายเล่มละ 200 บาท

รวมเรื่องประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวรรณคดี

อ่านง่ายเข้าใจแจ้ง ไม่หนักเหมือนเป็นวิชาการจ๋า

“เกร็ดภาษาหนังสือไทย” เป็นการเล่าเรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เกี่ยวกับภาษาไทย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ด้วยภาษาสำนวนที่อ่านง่าย มีทั้งคำสุภาษิต คำพังเพย และความเรียงที่สอดใส่อารมณ์ของผู้เขียนเข้าไปเพื่อให้อ่านเข้าใจง่าย ไม่เหมือนกับเป็นหนังสือวิชาการ แต่เป็นหนังสือที่ให้ทั้งความสนุก ความเพลิดเพลินและความรู้จากอดีตถึงปัจจุบัน รวบรวมมาเขียนโดย “ส.พลายน้อย” ที่ประกอบด้วย เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทางโบราณคดี และทางวรรณคดี จำหน่ายเล่มละ 320 บาท

ทุกคนหายไปอย่างไม่ทิ้งร่องรอย

มีเพียงคำว่า‘ชายคนนั้นที่ชั้นล่าง’

“ชายคนนั้นที่ชั้นล่าง” เขียนโดย “หลิงจิง” แปลเป็นไทยโดย “ศุณิษา เทพธารากุลการ” จำหน่ายเล่มละ 185 บาท เป็นนิยายแนวสืบสวนสอบสวน ในชุด ชมรมหลอนล่าผี ที่กล่าวถึง การหายตัวของผู้หญิงที่อยู่บ้านตามลำพัง โดยผู้หญิงแต่ละรายที่หายออกไปจากบ้าน แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามออกตามหาอย่างจริงจัง แต่ก้อไม่มีใครได้กลับมาสักคน ทุกคนที่หายไป จะส่งสัญญาณให้ทราบแต่เพียงว่า เธอเห็นผู้ชายคนนั้นที่ชั้นล่าง เมื่อข้อมูลทุกครั้ง มีแต่เพียงประโยคเดียว แล้วเรื่องจะกระจ่างได้โดยมีวิธีการอย่างไร

หนังสือเด่น : ปิดหนังสือเป็นเรื่องปกติ ที่ยังเปิดอยู่ จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310555

หนังสือเด่น : ปิดหนังสือเป็นเรื่องปกติ  ที่ยังเปิดอยู่ จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติ

หนังสือเด่น : ปิดหนังสือเป็นเรื่องปกติ ที่ยังเปิดอยู่ จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติ

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การปิดตัวของ นิตยสารคู่สร้างคู่สม มีการกล่าวขานกันในแวดวงนักอ่าน มีทั้ง เห็นใจ เสียใจ เสียดาย และอื่นตามที่แต่ละคนเกิดความรู้สึก

ว่ากันไปแล้ว  ในพ.ศ.  นี้ การปิดกิจการหนังสือ ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา (ที่อยู่ในความคาดคิดของนักวิจัยมาหลายปีแล้ว) นับตั้งแต่สื่อออนไลน์เข้ามามีอิทธิพลแย่งลูกค้าอย่างรวดเร็ว จึงกลายเป็นคำตอบให้กับนักวิจัยว่า สื่อสิ่งพิมพ์จะต้องได้รับความกระทบกระเทือนกับวิกฤตการณ์ในส่วนนี้

เนื่องจากสื่อสิ่งพิมพ์มีการผลิตที่เป็นกระบวนการขนาดใหญ่ ไม่ใช่มีเพียงแค่นักเขียน และโรงพิมพ์เท่านั้น แต่ต้องมีฝ่ายผลิต ฝ่ายจำหน่าย ฝ่ายโฆษณา และฝ่ายบริหาร รวมกันแล้ว  ถือว่า การจัดทำหนังสือออกมาจำหน่ายได้ ไม่ใช่ใช้คนเพียงคนสองคน และไม่ใช่ใช้เงินเพียงแค่ค่าพิมพ์เท่านั้น

และแน่นอน รายได้ที่ได้รับจากการผลิตจึงต้องคุ้มกับรายจ่ายที่ต้องเสียไป เป็นรายได้ที่เกิดจาก ยอดการจำหน่าย ที่ไม่ใช่รายได้สุทธิจากราคาที่ตั้งไว้บนปก เช่นราคาหนังสือ สามสิบบาท ต้องถูกหักค่าสายส่ง ถูกหักเป็นค่าพิมพ์ ถูกหักเป็นค่าเขียน รวมแล้ว ถ้าหนังสือราคาขายเล่มละสามสิบบาท เมื่อขายได้ จะเกิดรายได้สุทธิ ไม่เกินสิบบาท บางแห่งยังไม่คุ้มค่ากระบวนการผลิตด้วยซ้ำไป แต่ที่อยู่ได้ก็อาศัยค่าโฆษณามาเป็นตัวช่วย

หนังสือที่ไม่ค่อยมีโฆษณาจึงเดือดร้อนก่อนเป็นลำดับแรก ต้องแก้ตัวการขึ้นราคาให้คุ้มพอที่จะมีกำไร หากเพิ่มราคาแล้ว  ยังมีคนติดตามซื้อถือว่าหนังสือมีคุณภาพ มีแรงจูงใจ ส่วนหนังสือที่ขาดแรงจูงใจก็อยู่ไม่ได้

ในส่วนของโฆษณา ก็เริ่มมีการเข้มงวดมากขึ้น หนังสือเล่มไหนพอรู้ว่ามีคนอ่านน้อยก็ถอนโฆษณา เลยกลายเป็นการซ้ำเติมยิ่งไปใหญ่

ว่าไปแล้ว เรื่องโฆษณาที่บริษัท ตัดสินจากปริมาณการตอบสนองของลูกค้าโดยดูจากยอดการขาย ที่จริงก็ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะ คนอ่านน้อย แต่ต้องดูบริษัทจากภาคเศรษฐกิจด้วย เมื่อเศรษฐกิจของคนในสังคมไม่ดีกำลังซื้อก็ลดน้อยลงไม่ใช่เพราะไม่มีคนอ่านหนังสือ

ในความเป็นจริง สื่อสิ่งพิมพ์จะมีปริมาณคนอ่านต่อตัวสื่อมากกว่า สื่อออนไลน์  กล่าวคือสื่อสิ่งพิมพ์เล่มเดียว แต่คนอ่านไม่ใช่คนเดียว หนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะ  ไม่ใช่คนที่เป็นเจ้าของโต๊ะเท่านั้นที่อ่าน แต่มีคนอีกมากมายที่มาหยิบอ่านด้วย แต่สื่อออนไลน์ที่วางอยู่บนโต๊ะมีเพียงเจ้าของ รหัสเท่านั้นที่เปิดอ่านได้ ฉะนั้นการกระจายคนอ่านสื่อสิ่งพิมพ์จะได้โอกาสมากกว่าสื่อออนไลน์

ด้วยกระบวนการต่างๆ นี้เองจึงทำให้หนังสือต้องทยอยปิดอยู่เรื่อยๆ ซึ่งผมถือว่า เป็นเรื่องปกติธรรมดาของกระแสความนิยมยุคนี้ แต่สื่อที่ยังไม่ปิดสิน่าจับตามองถึงความผิดปกติของเขาว่า เขามีอะไรดี เขาอยู่ได้อย่างไร

เท่าที่ผมได้รับข่าวสารจากหัวหนังสือซึ่งส่งข่าวคราวมาในหน้าวรรณกรรมนี้เป็นประจำพบว่า หนังสือที่น่าจับตามองเพราะยังคงอยู่ได้ยังมีอีกมากมาย อาทิ นิตยสารสารคดี นิตยสาร อสท, นิตยสารแพรว นิตยสารสุดสัปดาห์ นิตยสารเนชั่นแนลจีโอกราฟิก นิตยาสารมาร์เก็ตเทียร์ นิตยสารโฮม นิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ เป็นต้น

สื่อสิ่งพิมพ์ที่ยังไม่ปิดตัวเหล่านี้ต่างหากครับที่ไม่ธรรมดาและน่าติดตามอ่านว่า เขามีดีอย่างไร

ถ่ายทอดเบื้องหลังซีรี่ส์ดัง‘ศรีอโยธยา’

พร้อมความงามรับหน้าหนาวด้วยแฟชั่นหรู

“นิตยสารแพรว” ต้อนรับเดือนสุดท้ายของปีด้วยการดึงทัพนักแสดงนำจากภาพยนตร์ซีรี่ส์ชุดอิงประวัติศาสตร์  “ศรีอโยธยา” มาถ่ายทอดเรื่องราวเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ไทย พร้อมบทสัมภาษณ์ความในใจของนักแสดงและเบื้องหลังการถ่ายทำ อาทิ สินจัย เปล่งพานิช, ธีรภัทร์ สัจจกุล, วรนุช ภิรมย์ภักดี, เขมนิจ จามิกรณ์, อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และ จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร นอกจากความอลังการของภาพยนตร์ชุดอิงประวัติศาสตร์  ยังมีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับความสวยความงามอย่าง Luxury beauty essential สำหรับหนาวนี้ที่สาวๆ ต้องมีไว้สำหรับบำรุงผิว พร้อมกับแฟชั่นสุดชิคที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าต่างออกมาครีเอทลุคกันอย่างสนุกสนานและการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับไปปาร์ตี้ส่งท้ายปี จำหน่ายเล่มละ 100 บาท

ย้อนอดีตสู่เหตุการณ์ต้นรัตนโกสินทร์

ค้นหานิยามของคำว่าชายชาตรีที่สมบูรณ์แบบ

“ชาตรี นฤมิต” เป็นนิยายย้อนยุค ที่เกิดขึ้นในช่วงสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ เขียนโดย “หัสวีร์” จำหน่ายเล่มละ 300 บาท เป็นเรื่องที่ผู้เขียนต้องการค้นหาคำว่า ชายชาตรีในยุค รัชกาลที่ 1 ที่จัดว่ามีความเพียบพร้อมต่อคำว่า ชายชาตรี เรื่องราวนอกจากจะกล่าวถึงสภาพบรรยากาศย้อนยุดเมื่อสองร้อยปีที่ผ่านมา ยังแทรกประวัติศาสตร์ ที่เกิดขึ้นจริงในยุคนั้นออกมาให้คนยุคใหม่ได้เห็นภาพ ซึ่งผู้เขียนยืนยันว่า เป็นความจริง เนื่องจากได้ค้นคว้าหาหลักฐานมาจากพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นรูปแบบ นิยายเรื่องนี้จึงเป็นได้ทั้งการบันทึกประวัติศาสตร์ และความบันเทิงจากการอ่าน

รวบยอดเรื่องของ‘ตลกร้าย’ที่เน้นความหม่นหมอง

จำหน่ายคราวเดียวกัน ทั้งหมด13เล่ม ในราคาสบายกระเป๋า

สำนักพิมพ์นานมี นานมีบุ๊คส์ ออกจำหน่ายนิยายสำหรับเยาวชน ผจญภัย ในชุด อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย เขียนโดย “LEMONY SNICKET” แปลเป็นไทยโดย “อาริตา พงศ์ธรานนท์” โดยวางตลาดพร้อมกันครั้งเดียว 13 เล่ม จำหน่ายในราคาเล่มละ 185 บาท ซึ่งหนังสือในชุดนี้ได้รับการกล่าวขานจากนักอ่านต่างประเทศว่า ถือว่า เป็นเรื่องตลกร้าย ที่ใครๆ ก็ไม่ให้เกิดขึ้น โดยเนื้อหาหลักเป็นเรื่อง ความโชคร้ายของสามพี่น้องตระกูลโบดแลร์ ที่ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า และเขาทั้งสามต้องเจอกับความโชคร้ายในชีวิตไม่หยุดไม่หย่อน ให้ทั้งความสนุก ชวนให้คิด และหาคำตอบ ที่อยากได้รับว่าเมื่อไรพวกเขาจะสุดสิ้นจากความหม่นหมองทั้งหลายในชีวิตเสียที

กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมคืนสนอง

ซีรี่ส์สืบสวนแนวอาชญาวิทยาขายดีของจีน

“เจาะจิตฆาตกร” นิยายในรูปแบบการสืบสวนแนวอาชญาวิทยา ของนักเขียนชาวจีน “เหลยหมี่” ซึ่งออกวางตลาด ในเล่มที่สี่ ชื่อตอนว่า “(ฆาต)กรรมตามสนอง แปลเป็นไทยโดย “อัญชลี เตชะธิติกุล” เป็นเรื่องของ ชายนิรนาม ภายใต้ชื่อว่า “แสงแห่งนคร” ที่ทนมองถึงสภาพเลวร้ายในสังคม ที่ไร้ความยุติธรรมไม่ได้ จึงต้องใช้ศาลเตี้ยของตัวเองเป็นการตัดสินโทษผู้กระทำความชั่วร้าย แต่ยังดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมโดยไม่ถูกกฎหมายลงโทษ ในเล่มนี้ มีพฤติกรรมที่แสงแห่งนคร ได้เข้าไปจัดการในหลายรูปแบบ อาทิ ครูที่ลงโทษนักเรียนจนเด็กต้องฆ่าตัวตาย ลูกทรพีที่ไล่แม่ออกจากบ้านเมื่อแม่ไม่มีเงินให้ใช้ และเรื่องของคนที่ทำความดีแต่กลับถูกใส่ร้ายจากสังคมคนชั่วที่มีมากกว่า เรื่องราวทุกอย่างจึงเป็นเสมือการคืนสนองกรรมเวรที่คนชั่วทำไว้ให้คืนกลับสู่ตัวเอง ราคาเล่มละ 395 บาท

หนังสือเด่น : ท็อดฮันเตอร์ มูน เสน่ห์แห่งกาลเวลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309198

หนังสือเด่น : ท็อดฮันเตอร์ มูน  เสน่ห์แห่งกาลเวลา

หนังสือเด่น : ท็อดฮันเตอร์ มูน เสน่ห์แห่งกาลเวลา

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“แองจี เสจ” (Angie Sage) เป็นนักเขียนสตรีชาวอังกฤษ ที่มีผลงานได้รับความนิยมอย่างสูง จากนิยาย ชุด เซ็ปติมัส ฮิป ที่แพร่หลายไปหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะใน อังกฤษ อเมริกา และ ฝรั่งเศส นอกจากนิยายในชุดดังกล่าวแล้ว นิยายเรื่องอื่นๆ ของเธอที่ทยอยออกมาสู่ท้องตลาดต่างได้รับความนิยมดีทุกเล่ม โดยมีเนื้อหาในทำนอง เทพนิยายการผจญภัย ที่อาศัยเสน่ห์ของตัวละคร และสถานที่โรแมนติกที่เชื่อมโยงกับอดีต เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน ด้วยเหตุนี้เอง ผลงานทุกเล่มของเธอจึงได้รับการยอมรับให้เป็น วรรณกรรมสำหรับเยาวชน ที่ให้ทั้งความสนุกสนาน จินตนาการ และคุณธรรม

“ท็อดฮันเตอร์ มูน” เล่มนี้เป็นตอนที่สาม ภายใต้ชื่อเรื่องว่า ผู้ล่าดาว เป็นนิยายสำหรับเยาวชนอีกชุดหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ชุดแรกของเธอ ในประเทศไทย สำนักพิมพ์ นานมีบุ๊คส์ นำมาจัดพิมพ์ โดยให้ “พลอยโจนส์”แปลเป็นภาษาไทย เรื่องราว กล่าวถึง อลิซ ท็อดฮันเตอร์ มูน ที่ได้เข้ามาอยู่ในประสาท ซึ่งเต็มไปด้วยมนตรา ภายใต้การดูแลของ อาจารย์ผู้เรืองเวทย์ เซ็ปติมัส ฮิป

แองจี เสจ บรรยายภาพของปราสาทโบราณได้อย่างมองเห็นภาพเหมือนฉายด้วยภาพยนตร์ ทำให้เรื่องราวต่างๆ ในการผจญกับเวทมนตร์ต่างๆ พลอยตื่นเต้น และมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

หนังสือเล่มนี้ ไม่เพียงให้ความสนุกสนานที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องเท่านั้น แต่อาศัยการบรรยายที่ทำให้เห็นสภาพแวดล้อมของปราสาทโบราณในอังกฤษ ทำให้ผู้อ่านพลอยหลงใหลไปกับบรรยายกาศที่มีทั้งความสวย ความงาม และความลี้ลับ ชวนให้ค้นหามากยิ่งขึ้น

เสน่ห์ในการบรรยายให้เห็นถึงสภาพภูมิประเทศในอาณาจักรโบราณของอังกฤษ ที่ทำให้หลายคนอยากไปสัมผัสนี้ เกิดขึ้นจากการที่ แองจี เสจ มีบ้านพักอาศัยอยู่ในแหล่งโบราณของประเทศอังกฤษ ที่บ้านของเธอ มีภาพวาดเก่าในช่วงเวลา 480 ปี ติดอยู่ในบ้านด้วย จึงทำให้เธอได้รับจินตนาการต่างๆ แต่งออกมาเป็นนิยายได้อย่างกลมกลืนที่สุด

วรรณกรรมเยาวชน ของนักเขียนชาวอังกฤษผู้นี้ จึงเป็นเสมือนการได้เรียนรู้ ประวัติศาสตร์ของอังกฤษ ได้เดินทางท่องเที่ยวไปในยุคโบราณของชาวอังกฤษยุคหลายร้อยปีมาแล้ว และได้รับรู้ถึงความเชื่อเกี่ยวกับเวทมนตร์คาถา ในยุคที่อังกฤษยังเต็มไปด้วย เหล่าพ่อมด และผู้มากด้วยคาถาอาคม

เป็นหนังสือที่พ่อแม่ สามารถนำมาเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กรักการอ่านได้เป็นอย่างดีครับ

ทำนายดวงชะตาชีวิตตลอดปี 2561

แยกคำพยากรณ์ออกเป็นเล่มละหนึ่งราศี

สำนักพิมพ์ “โฮโรไลฟ์ พับลิชชิ่ง” ต้อนรับศักราชใหม่ ด้วยการพยากรณ์ดวงชะตาในปี 2561 พร้อมเผยสุดยอดเคล็ดลับเสริมดวงรวยรับปีจอ “พยากรณ์ไพ่ยิปซี ดวงชะตา ปี 2561” โดย “อาจารย์คฑา ชินบัญชร” ทำนายและรวบรวมคำพยากรณ์ของราศีต่างๆ ตลอด 12 เดือน ประจำปี 2561 โดยจัดทำเป็นเล่มละ1 ราศี ราคาขายเล่มละ 45 บาท เนื้อหา พูดถึงดวงชะตาเพื่อรับทราบถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีเกณฑ์เกิดขึ้นกับดวงชะตา คำพยากรณ์และคำแนะนำต่างๆ เพื่อเป็นแนวทาง ของการเรียนรู้ชีวิตและให้คำแนะนำต่างๆ โดยคำพยากรณ์แต่ละราศี ถูกรวบรวมเป็นบทสรุปดวงการงาน การเงิน ความรัก การทำบุญเสริมดวงประจำปี 2561 ที่ทุกคนสามารถเสริมสร้างกำลังใจที่ดีให้กับชีวิตและดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคง

หนึ่งในห้าของนิยายจีนทางออนไลน์

เรื่องราวของ แฟนตาซีผสมผสาน E-Sport

“เทพยุทธ์เซียน GLORY” เล่ม 10 ออกวางตลาดแล้ว เขียนโดย “หู เตี่ย หลาน” แปลเป็นไทยโดย “อนุรักษ์ กิจไพบูลย์ทวี” จำหน่ายเล่มละ 375 บาท เป็นนิยายแนวใหม่ที่มีเรื่องราวหลายแนว คือ เป็นทั้ง E-Sport ผสมแนวแฟนตาซี สนุกสนานไปกับการแข่งขัน ที่ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมกลยุทธ์ และ เรื่องราวที่เหลือเชื่อ ยากที่หลายคนจะนึกถึง แต่ทุกอย่างจะดูสมจริงไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นิยายเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงที่ติด ท็อป 5 ของนิยายจีนที่เผยแพร่ทางอินเตอร์เนต ซึ่งนอกจากจัดทำเป็นหนังสือแล้วยังมีการนำไปทำเป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นเผยแพร่อีกด้วย

มองภาพผู้คนชาวแอฟริกาจากสายตาของหมอ

ณ ศูนย์การแพทย์คิลิมันจาโร ประเทศแทนซาเนีย

“TANZANIA, HERE I AM หมอๆ ตะลุยโลก” เป็นหนังสือ ที่เล่าเรื่องราวการเดินทางของตัวเองผ่านโลกออนไลน์จนกลายมาเป็นหนังสือขายดี หลายเล่ม ในเล่มนี้ เป็นการกล่าวถึงการไปเยือน แอฟริกา โดยการเขียนของคุณหมอหนุ่มนักเดินทาง “หมอโจ้–อรรควิชญ์ หาญนวโชค” เนื้อหากล่าวถึงการได้ไปเป็นหมอที่นั่น และรู้จักกับโรคภัยต่างๆ มากขึ้น ทำให้ได้รู้เรื่องของสภาพโรงพยาบาลใหญ่, สภาพอากาศ, ผู้คนชาวแอฟริกา, ความงดงามของภูเขา ณ ศูนย์การแพทย์คิลิมันจาโร ประเทศแทนซาเนีย และฝันที่สอง คือการได้เดินขึ้นภูเขาคิลิมันจาโร ได้ไปยืนบน Uhuru Peak จุดที่สูงที่สุดของแอฟริกา จำหน่ายในราคา 325 บาท (288 หน้า)

Black Clover พฤติกรรมแก๊งค์วัยรุ่นที่ต้องเป็นหนึ่ง

จากการ์ตูนสู่ตัวอักษรฉายความละเอียดให้กระจ่างยิ่งขึ้น

“Black Clover” งานเขียนของ “Yuki Tabata-Johnny Cnda”แปลเป็นไทยโดย “ลูกหมูสีชมพู” เป็นนิยายสำหรับบรรดาวัยรุ่นที่ชอบการผจญภัย ที่รวบรวมพฤติกรรมของบรรดาแก๊งค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มกระทิง กลุ่มอรุณรุ่งสีทอง กลุ่มราชาสิงโตแดง โดยทุกกลุ่มต่างต้องการความเป็นหนึ่งในยุทธจักร นิยายเรื่องนี้เคยถูกทำเป็นหนังสือการ์ตูน และได้รับความนิยมมาแล้ว เมื่อถูกพิมพ์ออกมาเป็นตัวอักษร ทำให้ได้ความละเอียดมากขึ้นจากการบรรยายของผู้แต่งใครที่เคยชื่นชอบการ์ตูนเรื่องนี้มาแล้ว จะยิ่งได้รับความสนุกมากขึ้น ในเล่มที่กำลังวางตลาดในเวลานี้ เนื้อหาเท่ากับฉบับการ์ตูนถึงเล่มที่ 22 แล้ว

หนังสือเด่น : ไขความลับของคำว่า‘ปรัชญา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307892

หนังสือเด่น : ไขความลับของคำว่า‘ปรัชญา’

หนังสือเด่น : ไขความลับของคำว่า‘ปรัชญา’

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ปรัชญา” เป็นคำที่มีมนต์ขลัง ซึ่งใครๆ ที่ได้ยินได้ฟังก็มักจะรู้สึกถึงคุณค่าที่แฝงอยู่ในคำนั้น แต่มีคนเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่เข้าใจว่า ปรัชญาที่แท้จริง คืออะไร และนักปรัชญา ที่เราๆ ท่านๆ เคยได้ยินชื่อเสียงกันมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นโสเกรติส,อริสโตเติล ล้วนแล้วมีความสำคัญอย่างไร

“กุญแจปรัชญา” เป็นหนังสือ ที่ถ่ายทอดเนื้อหาสาระ การคิดด้านปรัชญา ด้วยภาษาและถ้อยคำที่กระชับ ไม่ยากแก่ผู้เริ่มสนใจศึกษาด้านปรัชญาตะวันตก ด้วยการจัดวางเนื้อหา อย่างเป็นลำดับขั้นตอนแนะนำให้ได้รู้จักกับปรัชญาตะวันตก ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่กลุ่มนักปรัชญาโสเกรตีส ถึงแนวคิดหลังโครงสร้างสังคมนิยม และกระแสหลังสมัยนิยม ที่เขียนขึ้นโดย “เดฟ โรบินสัน” ภาพประกอบโดย “จูดี้ โกรฟส์” แปลเป็นไทยโดย “ธีรวัฒน์ อธิการโกวิทย์ และ ธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์”

หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเป็นแบบการ์ตูนกราฟิก ที่ทำให้ให้อ่านง่าย เข้าใจง่าย ทำให้เราเข้าใจถึงพื้นฐานการเข้าถึงแก่นปรัชญา คือทำความรู้จักบรรดากระแสความรู้ทั้งเก่าใหม่อันซับซ้อน เพื่อจับประเด็นโต้แย้งสำคัญ เพราะการศึกษาด้านปรัชญาเปรียบเหมือนเขาวงกต ที่ผู้เรียนต้องเสาะหาหนทางสู่ภูมิปัญญา หากผู้ที่ไม่ได้ฝึกฝนด้านปรัชญามาโดยตรง หนังสือ “กุญแจปรัชญา” เล่มนี้ จะเป็นตัวช่วยอย่างดีที่จะคลายรหัสความรู้ในเรื่องของปรัชญาที่ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ หนังสือเล่มนี้ยังเล่าเรื่องราวทางความคิดที่ร้อยเรียงด้วยเนื้อหาที่สัมพันธ์กับพัฒนาการ ของปรัชญาสกุลต่างๆ ที่เหล่านักปรัชญานำเสนอออกมาในแต่ละยุคสมัย ในแต่ละช่วงเวลา หรือในแต่ละกระแสธารความคิด ซึ่งเป็นความพยายามของผู้เขียนที่ต้องการถ่ายทอดการเรียนรู้เกี่ยวกับพันธกิจของปรัชญา เพื่อให้เห็นทั้งพัฒนาการของความคิดอย่างเป็นระบบ และกระบวนการทางปรัชญาที่ฝึกฝนให้เราคิด เข้าใจ และตระหนักต่อสรรพสิ่งตรงเส้นขอบฟ้าของความรักในปัญญา

“พันธกิจของปรัชญา” จึงเป็นหนทางที่ไม่มีจุดสิ้นสุด มีจุดเริ่ม แต่ไม่มีจุดสิ้นสุด เป็นความคิดที่ดำเนินอยู่บนเส้นทางอันไม่รู้จบ ไม่มีวันสิ้นสุด และยังคงดำเนินต่อไปตราบเท่าที่มนุษย์ยังไม่สิ้นคิด

หนังสือเล่มนี้จะทำให้ทุกคนได้เข้าใจว่า คนทุกคนล้วนเป็นนักปรัชญาได้ทั้งสิ้น หากว่าระบบความคิดของเราเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ และมีจุดเชื่อมโยงระหว่างจุดหนึ่งไปถึงจุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ต่อกันอย่างมีเหตุมีผล

คนที่ไม่รู้จักปรัชญาเลย และคนที่กำลังเรียนวิชาปรัชญาอยู่ในระดับปริญญาตรีหรือถึงปริญญาเอก แต่ยังมึนๆ ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้หนังสือเล่มนี้อาจช่วยท่านได้

‘ครุศึกษาและการพัฒนาวิชาชีพครู’ เครื่องทดสอบความสามารถของครู

“ครุศึกษาและการพัฒนาวิชาชีพครู” รวบรวม เรียบเรียงโดย “ไพฑูรย์ สินลารัตน์ และนักรบ หมื้แสน” จำหน่ายเล่มละ 250 บาท เป็นหนังสือที่บอกเล่าถึงการเขียนตำราทางวิชาการ ด้านการศึกษา ตลอดจนการทำวิจัย เพื่อเผยแพร่สารประโยชน์ของงานไปสู่วงกว้างและยังเป็นเครื่องทดสอบความสามารถทางวิชาการของอาจารย์และนักศึกษาว่ามีศักยภาพในระดับใด มีความรู้ลึกซึ้งและเข้าใจอย่างถ่องแท้หรือไม่สามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นรู้ได้มากเท่าใด คือเขียนแล้วคนอ่านรู้เรื่องหรือไม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือต้องการให้เป็นหนังสืออ่านประกอบของผู้เรียนในหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูของวิทยาลัยครุศาสตร์ รวมไปถึงเหมาะกับผู้เรียนเพื่อเป็นครูของครูในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ทั่วไปได้อย่างดี

ความรักและความผูกพันของเด็กหนุ่มสาว เขาจะแก้ปัญหาอย่างไรกับอาการป่วยที่เธอประสบ

หนังสือ “I want to eat your pancreas” (ตับอ่อนเธอนั้นขอฉันเถอะนะ) นิยายที่เขียนโดย “ซูมิโนะ โยรุ”แปลไทยโดย “ธีราภา ธีรรัตนสถิต” เป็นเรื่องราวของของเด็กหนุ่มนักเรียนมัธยมปลาย ผู้ที่ไม่ค่อยสนใจสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากการอ่านหนังสือ และยามาอุจิ ซากุระ เด็กสาวร่วมชั้นเรียนเดียวกัน วันหนึ่ง เขาได้พบไดอารี่เล่มหนึ่ง ซึ่งเขียนถึงบันทึกการเจ็บป่วยของ ยามาอุจิ ซากุระ ที่เขียนไว้เป็นความลับ พร้อมมีข้อความสะเทือนใจ ที่ทำให้รู้ว่า…ซากุระกำลังป่วยด้วยโรคมะเร็งในตับ และเธอก็ได้พยายามใช้ชีวิตในแบบคนปกติอย่างเข้มแข็ง โลกของหญิงสาวที่กำลังต่อสู้กับความทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วยด้วยความจริงที่โหดร้าย แต่อีกด้านยังคงมีมิตรภาพ ความรัก และคุณค่าแห่งการมีชีวิตอยู่เคียงข้างเธอ จัดจำหน่ายราคา 345 บาท

รับปีใหม่ด้วย 10 หนุ่มหล่อน่ากอด พร้อมเจาะลึกสาวเปรี้ยวกับชีวิตที่ผ่านมา

“นิตยสารสุดสัปดาห์” ฉบับล่าสุดเดือนธันวาคม ขึ้นปก 10 หนุ่มหล่อ ที่ได้รับผลโหวตจากแฟนสุดสัปดาห์ให้เป็นหนุ่ม น่ากอดประจำปี 2017 ได้แก่ เจมส์ มาร์, เต้ย-พงศกร, บอย-ปกรณ์, เกรท-วรินทร,กัปตัน-ชลธร, ไมค์-ภัทรเดช, ฌอห์ณ จินดาโชติ, ต่อ-ธนภพ, ป้อง-ณวัฒน์ และ โตโน่-ภาคิน โดยมาในลุค Morning Kiss พร้อมบทสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวประทับใจที่สุดของปี 2017 นอกจากนี้ ยังมีสัมภาษณ์เจาะลึกเรื่องราวของสาวเปรี้ยว วุ้นเส้น-วิริฒิพา มาอัพเดทชีวิตที่ผ่านมาและเผยถึงตัวตนที่ใครหลายคนยังไม่รู้ และข้อคิดดีๆ ในการใช้ชีวิตของเธอ พร้อมภาพและแฟชั่นของความสวยความงามครบถ้วน จำหน่ายเล่มละ 90 บาท

นำเสนอข้อมูลเพื่อการพัฒนาลูก วิธีเลี้ยงลูกให้โตอย่างมีคุณค่าในทุกด้าน

นิตยสาร Amarin Baby & Kids คู่มือสร้างลูกฉลาด ดี มีสุข รวบรวมสุดยอดทักษะพัฒนาลูกเก่ง ดีรอบด้าน และทักษะสำคัญที่เด็กๆ ควรมีมาไว้อย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงในงานพัฒนาลูก โดยได้สาวน้อยวัยใส น้องวันใหม่ ฉัตรบริรักษ์ มาขึ้นปกและถ่ายแฟชั่นร่วมกับเพื่อนๆ โชว์ความน่ารักสดใสทั้งปกหน้าและปกหลัง และยังมีเรื่องราวสาระความรู้มากมาย ทั้งทักษะการดูแลลูกให้แข็งแรง ปราศจากโรคภัย กลยุทธ์การพัฒนาสมอง การสร้างอีคิว ทักษะด้านศีลธรรมอันดี ทักษะสังคม และวินัยเชิงบวกที่สำคัญของเด็ก ตลอดจนเรื่องของความปลอดภัย การเอาตัวรอดในสังคม ที่มีทั้งคุณหมอและนักวิชาการเสนอเทคนิคที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที เพื่อให้ลูกเติบโตได้อย่างสมบูรณ์พร้อมเต็มที่ และก้าวไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ในอนาคต

หนังสือเด่น : ผลงานเล่มสุดท้ายของ‘หวงอี้’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306638

หนังสือเด่น : ผลงานเล่มสุดท้ายของ‘หวงอี้’

หนังสือเด่น : ผลงานเล่มสุดท้ายของ‘หวงอี้’

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“เหยี่ยวมาร สยบสิบทิศ ภาค 3 เล่มที่ 22” นิยายจีนกำลังภายในของ “หวงอี้” ได้สิ้นสุดลง เมื่อผู้จัดพิมพ์ เขียนบอกไว้บนหน้าปก ว่า “ฉบับสุดท้าย”

เป็นฉบับสุดท้ายที่ไม่ใช่ตอนจบสมบูรณ์ของนิยายในชุด “ไตรภาคถังรุ่งเรือง” ที่ผู้เขียนบอกว่า ในภาค 3 นี้จะเป็นภาคที่จบแบบสมบูรณ์ของตัวละครทุกตัวในเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ยุคราชวงศ์ถัง ทั้งนี้เนื่องจาก “หวงอี้” ต้องเสียชีวิตไปก่อนที่เขาจะเขียนถึงตอนจบสมบูรณ์ของเรื่องตามที่เขาตั้งใจเอาไว้

จึงทำให้ “เหยี่ยวมาร สยบสิบทิศ ภาค 3 เล่มที่ 22” กลายเป็น ผลผลิตที่มีคุณค่า ที่สุดในชีวิตของ “หวงอี้” ในความรู้สึกของนักอ่านที่เป็น แฟนพันธุ์แท้ของเขา

สำหรับการนำมาจัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่ ต้องยอมรับว่า กองบรรณาธิการเข้าใจถึงความรู้สึกของนักอ่านที่ติดตามอ่านเขามาโดยตลอดตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคที่สาม จะขาดความสมบูรณ์ ผู้จัดพิมพ์จึงทำบทส่งท้าย เป็นภาคผนวกไว้ท้ายเล่ม โดยเอาลายมือจากงานเขียนของหวงอี้ มาลงให้อ่านเป็นบทสรุปให้เป็นเล่มที่ 23 ที่นับได้ว่า เป็นเล่มจบสมบูรณ์ของ นิยายในชุด ไตรภาคถังรุ่งเรือง จบสมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ของ “หวงอี้” ซึ่งนับได้ว่า เป็นการปิดเรื่อง ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งๆ ที่ยังไม่สมบูรณ์

ใครที่ไม่ได้ติดตามผลงานในชุดนี้ของ “หวงอี้” มาตั้งแต่ต้น แต่อยากรู้เรื่องราวแบบ คัดย่อของ นิยายไตรภาคชุดนี้ ลองซื้อเล่มสุดท้ายเล่มนี้มาอ่าน ก็พอจะทำให้เข้าใจอะไรต่ออะไรในเรื่องนี้ พอที่จะไปคุยกับคนที่เขาอ่านมาตั้งแต่ต้นได้เหมือนกัน

พูดกันง่ายๆ กลายเป็นว่า “เหยี่ยวมาร สยบสิบทิศ ภาค 3 เล่มที่ 22” เล่มนี้ กลายเป็นหนังสือที่ไม่ธรรมดา และน่าจะเป็นฉบับที่มีคุณค่า ของนักสะสมได้อย่างมีนัยยะอีกเล่มหนึ่งเหมือนกัน

ในยุคที่การอ่าน ถูกแพร่ระบาดไปในสื่อที่หลากหลายกันด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ในเวลานี้ บางครั้งการสะสมสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อเก็บเอาไว้เป็นของที่ระลึกดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ดี และมีค่าที่สุดของวงการนักสะสมตัวอักษรนะครับ

 

วิธีฝึกให้สมองสมบูรณ์ตลอดเวลา

34 วิธีทำให้สมองไม่เสื่อมไปตามกาลเวลา

ใครๆ ที่เคยรับรู้มาโดยตลอดว่า สมองของเรามีสองซึกคือ ซีกซ้ายและซีกขวา เพื่อใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน ทั้งๆ ที่รู้ แต่มีน้อยคนที่จะ ปกป้อง หรือ บำรุง ให้สมองทั้งสองซีกมีความสมบูรณ์ตลอดไป เพราะในความเป็นจริงนั้น การที่คนเราใช้สองในทุกๆ วินาทีตลอดชีวิตนั้น ย่อมทำให้พลังของสมองเกิดความเสื่อมล้า ได้เช่นเดียวกับเครื่องจักรเหมือนกัน “ปรับสมองไม่ให้เสื่อม” หนังสือที่เขียนขึ้นโดย “Kato Toshinori” นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมอง คือ
วิธีฝึกสมองให้มีชีวิตชีวาอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้คุณค่าในการมองเห็น การเข้าใจ และการจดจำไม่เกิดความเสื่อมถอยลงไป แปลเป็นไทย โดย “กิ่งดาว ไตรยสุนันท์” ราคาขาย
เล่มละ 225 บาท

ชี้แนะให้รู้ว่าเพื่อนร่วมงานของคุณเป็นเช่นไร

เมื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมของมนุษย์กับลิง 4 สายพันธุ์

“เพื่อนร่วมงานของคุณเป็นลิงแบบไหน” เขียนโดย “Team Gather Project” แปลเป็นไทยโดย “จิดาภา กัมพลกัญจนา” เป็นเรื่องราวที่บอกเล่าถึงพฤติกรรมของลิง 4 สายพันธุ์ คือ ลิงอุรังอุตัง, ลิงชิมแปนซี, ลิงกอริลลา และลิงโบโนโบ มาเปรียบเทียบกับพฤติกรรมของมนุษย์ แล้ววิเคราะห์ให้ทราบว่า คนใกล้ตัวของเรามีพฤติกรรมของชีวิตมาจากลิงสายพันธุ์ใด เนื้อหาเหมือนจะเป็นเรื่องเสียดสีระหว่างคนกับลิง แต่ในทางวิทยาศาสตร์สาระของเรื่องราวทั้งหมดจะเกิดประโยชน์กับการนำมาใช้ในสังคมมนุษย์เป็นอย่างมาก เนื้อหานอกจากจะบอกเล่าพฤติกรรมต่างๆ แล้วยังมีแบบทดสอบเพื่อนำไปประเมินกับคนได้ด้วย จำหน่ายเล่มละ 195 บาท

จะจัดการกับความทรงจำในชีวิตอย่างไร

เรื่องราวที่อยากบอกว่าอดีตควรจดจำหรือไม่

“YESTERDAY” เป็นเรื่องราวของความทรงจำที่เกิดขึ้นกับคนทุกคน เพียงแต่ว่า ใครบางคนอยากจะลืมความทรงจำที่เคยขึ้นมาแล้ว แต่บางคนก็อยากเก็บความทรงจำนั้นไว้ให้อยู่กับตัวเองตลอดเวลา “ชวัล” คือ นักเขียนอีกคนหนึ่งที่ มีความคิดเห็นในเรื่องของความทรงจำที่อยากให้คนทั้งหลายได้รู้คิดตัดสินใจว่า ควรจะเก็บมันเอาไว้ หรือควรจะปล่อยให้หายไปจากชีวิต หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องสั้นๆ หลายสิบเรื่องที่จะชี้ให้คนอ่านได้ตระหนักว่า เราควรจะเก็บหรือไม่เก็บความทรงจำที่เคยเกิดขึ้นเอาไว้หรือไม่ และ ความทรงจำทุกอย่างมีอะไรที่ควรค่าแก่การเก็บรักษาหรือไม่ อ่านแล้วอาจทำให้หลายคนเข้าใจ เรื่องของ เมื่อวานนี้เป็นเรื่องที่ควรทำอย่างไรในวันนี้ หรือวันข้างหน้า จำหน่ายเล่มละ 179 บาท

ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง ภาค 2 เล่ม 3

ลุ้นระลึกกับการตายของพระเอกในเรื่อง

“ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง ภาค 2 เล่ม 3 “ออกวางตลาดแล้ว ในเล่มนี้จะเปิดเบื้องหลังให้ทราบถึงการตายของพระเอกในเรื่อง คือ หยางหลิง ที่ถูกภูเขาทั้งลูกถล่มทับไปพร้อมๆ กับกองทัพนับพันคน โดยในเล่มที่สอง เมื่อหยางหลิงถูกระเบิดถล่มภูเขาให้ลงมาทับขณะที่กำลังจะเกินทางกลับเมืองหลวง ทำให้ฮ่องเต้ และทุกคนในเมืองหลวงต่างตกใจ ระส่ำระสายไปโดยถ้วนหน้า และสร้างความโกลาหลให้เกิดขึ้นทั้งในวัง และนอกวัง จนเหตุการณ์บานปลายไปถึงขึ้นจะก่อการกบฏ แล้วความจริง การตายของหยางหลิงก็ถูกเปิดเผยขึ้นมาให้กระจ่าง ซึ่งนักอ่านที่ติดตามต้องลุ้นระทึกว่า แล้วเขาจะแก้ไขเหตุการณ์จลาจลที่เกิดขึ้นได้อย่างไร