หนังสือเด่น : บันทึกปิ่น มีอะไรมากกว่าที่คาดคิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305269

หนังสือเด่น : บันทึกปิ่น มีอะไรมากกว่าที่คาดคิด

หนังสือเด่น : บันทึกปิ่น มีอะไรมากกว่าที่คาดคิด

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในช่วงสมัยแห่งราชวงศ์ต้าถัง ชื่อเสียงของสตรีนางหนึ่งนามว่า “หวงจื่อเสีย” ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่ง เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ที่เธอต้องพยายามดิ้นรน หาทางออกเพื่อไม่ให้ความผิดของเธอต้องลามและเดือดร้อนไปทั้งวงศ์ตระกูล

วันนี้ “เช่อเช่อชิงหาน” นักเขียนชาวจีน ได้เขียนเรื่องราวของเธอออกมาในรูปแบบของ นิยาย โดยใช้ชื่อว่า “บันทึกปิ่น” เป็นเรื่องราวที่ เมื่อเผยแพร่สู่นักอ่าน กลายเป็นที่สนใจอย่างมากทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ และไต้หวันจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ทีวี และตอนนี้ สำนักพิมพ์ สยามอินเตอร์ ได้ให้ “อรจิรา” แปลนิยายเรื่องนี้ออกมาเป็นภาไทย วางตลาดเล่มที่ 1 ดูเชิงว่าจะได้รับความนิยมเช่นเดียวกับในประเทศจีนหรือไม่

บันทึกปิ่น โดยภาพรวม เป็นเรื่องราวของ “หวงจื่อเสีย” ที่ต้องคดีว่า เข้าไปพัวพันกับการฆ่าบุคคลสำคัญในเชื้อพระวงศ์แห่งต้าถัง จึงสร้างความเดือดร้อนให้เกิดกับเธอเอง และลุกลามต่อไปถึงระดับต้อง ล้างแค้นฆ่าล้างตระกูลกันทีเดียว

แต่เพราะ หวงจื่อเสีย ไม่ใช่หญิงสาวที่ สวยแต่โง่ เธอทั้งฉลาดและงดงาม ดังนั้น เธอจึงไม่ปล่อยให้อันตรายที่เธอไม่ได้สร้างขึ้นมาเกิดขึ้นกับตัวเธอเองแน่นอน ด้วยความสามารถแห่งปัญญา และเลือดแห่งนักสู้เธอต้องค้นหาสืบสวนเรื่องราวทุกอย่างให้กระจ่างขึ้นมาให้ได้ เรื่องราวที่สนุกชวนให้ติดตามจึงอยู่ที่ประเด็นนี้

ตอนแรกอ่านแล้วคิดว่าจะเป็นเรื่องราวการสืบสวนสอบสวนที่ต้องเครียดและซับซ้อนซ่อนเงื่อนจนอาจจะเกิดอาการงง แต่เมื่ออ่านไปได้สิบหน้ากว่าๆพบว่า นิยายเรื่องนี้ แฝงอารมณ์ขัน และอารมณ์โรแมนติกเอาไว้เต็มอัตภาพทีเดียว จึงทำให้ อารมณ์ของการอ่าน ไม่เครียด แต่ผ่อนคลาย และอดยิ้มไปกับลูกเล่นของตัวละครแต่ละตัวไม่ได้ โดยเฉพาะฉากหวานแหว๋วแทบอยากจะออกไปหาซื้อเวอร์ชั่นที่เป็นภาพยนตร์มาดูให้เต็มตา

ด้วยรูปเล่มที่มีความหนาประมาณ สองร้อยแปดสิบหน้า ทำให้การใช้เวลาอ่านไม่ต้องนานมากนัก จึงทำให้รู้สึกว่าเป็นหนังสือที่ สมดุลระหว่าง ราคา และ ระยะ เวลาอ่าน แต่พออ่านจบแล้ว อดนึกไม่ได้ว่า มันเล่มเล็กไปหน่อย อ่านไม่จุใจ….ก็เป็นแบบนี้แหละครับ อะไรที่มันสนุก มันอยากติดตาม และรู้สึกว่า มัน จบเร็วเหลือเกิน แต่อะไรที่อยากให้จบเร็วๆ แม้เรื่องราวจะนิดหน่อยก็ดูเหมือนว่าจะยาวเหลือเกินไม่รู้จักจบจักสิ้นเสียที

เขียนออกมาอย่างนี้ก็เพื่อจะถามว่า แล้วเล่มสองจะออกมาเมื่อไรครับ

สาวสวยกับดอกไม้งาม ใน‘แพรว’

พร้อมเรื่องราวของเครือข่ายสตรีอาเซียน

“นิตยสารแพรว” ขึ้นปกอั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ ในลุคสวยดูแพงกับดอกไม้งามระดับลักชัวรี่สุดอลัง โดยดึงอินสไปเรชั่นความงามมาประชันกับความปังระดับขุ่นแม่อั้ม ด้วยฝีมือเนรมิตสวนดอกไม้สไตล์ยุโรปของเอก-สันติพงษ์ คงรักษ์ เจ้าของบริษัทกรุงชิง ผู้เชี่ยวชาญการจัดแต่งสวนดอกไม้ประดิษฐ์ พร้อมด้วย บาว-ณัฎฐวรณัน ปัญชาน์สุพิชญา ที่ช่วยคัดสรรดอกกุหลาบสวยๆ มาเสริมทัพ นอกจากความสวยงามของแฟชั่นแล้ว ยังมีเรื่องเกี่ยวกับเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน (ASEAN WOMEN Entrepreneurs Network) หรือ AWEN เพื่อสร้างเครือข่ายและความเข้มแข็งทางทักษะการทำธุรกิจให้ผู้หญิง อีกด้วย

เรียนรู้จุลินทรีย์ตัวเล็กในโลกใบใหญ่

ด้วยรูปแบบการนำเสนอในรูปเล่มการ์ตูน

“แจ๋วแหววกับเดอะแก๊งชีวภาพ 2 : จุลินทรีย์ตัวเล็กในโลกใบใหญ่” เขียนโดย “พันธุ์วงค์ คุณธนะวัฒน์”เป็นหนังสือการ์ตูนวิทยาศาสตร์ สี่สี ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ชีวภาพ แบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 แมตช์หยุดโลก ต้นคิด VS แจ๋วแหวว ตอนที่ 2 อีโคไลตัวร้ายกับนายเพนิซิลลิน และตอนที่ 3 รัสเซียนรูเล็ต ที่สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับจุลชีววิทยา ครอบคลุมสาระความหมายและชนิดของจุลินทรีย์ อาทิ แบคทีเรีย ยีสต์ และเชื้อรา นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความสำคัญของจุลินทรีย์ โทษที่เกิดจากจุลินทรีย์ จุลินทรีย์ก่อโรค ความพยายามของมนุษย์ในการควบคุมจุลินทรีย์ ยาปฏิชีวนะ และการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ เป็นต้น จำหน่ายเล่มละ 220 บาท

พบกับสัตว์โลกชื่อยากกว่า 100 ชนิด

ฝึกให้เด็กรู้จักและเรียกชื่อที่ถูกต้อง

หนังสือ” สัตว์โลก A-Z” เป็นหนังสือภาพสี่สีสำหรับเด็กเล็กอายุตั้งแต่สามขวบขึ้นไป เขียนโดย “คริสโตเฟอร์ไรท์” นักเขียน นักพูด สายเลือด อังกฤษ-ไทย ที่จัดทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการนำเสนอให้เด็กๆ ได้รู้จักชื่อของสัตว์โลกมากกว่า 100 ชนิด ที่มักจะออกเสียงกันไม่ค่อยถูกในภาษาอังกฤษ ด้วยการจัดลำดับเริ่มต้นตั้งแต่ พยัญชนะ A ไปจนถึง Z พร้อมทั้งเน้นการออกเสียงที่ถูกต้องเอาไว้ให้ฟังอย่างชัดเจน ด้วยภาพวาดสี่สีสะดุดตาสำหรับเด็กๆ โดยมีชื่อกำกับสองภาษาคือไทยและอังกฤษ จึงเหมาะสำหรับคนไทยที่ต้องการออกเสียงให้ตรงกับภาษาอังกฤษ และเหมาะกับคนที่ใช้ภาษาอังกฤษต้องการจะออกเสียงให้ตรงกับภาษาไทย จำหน่ายเล่มละ 195 บาท

เรื่องและภาพของเจ้าเวหาเมื่อ 162 ล้านปี

ลึกแต่ไม่ลับว่าทำไมคนสิงคโปร์จึงมีความสุข

“เนชั่นแนล จีโอกราฟิก” ฉบับภาษาไทย เดือนพฤศจิกายน 2560 เต็มอิ่มกับสาระการค้นพบใหม่ๆ ของ เทอโรซอร์ ผู้ครองท้องฟ้าเป็นเวลา 162 ล้านปี และเผยความลี้ลับสุดพิสดารของสัตว์เลื้อยคลานบินได้ในมหายุคมีโซโซอิก, ภารกิจพิทักษ์ปากแม่น้ำโอกาวางโกแห่งแอฟริกา โครงการสำรวจที่เผยให้เห็นภัยคุกคามดินดอนสามเหลี่ยมอันยิ่งใหญ่, เจาะเคล็ดลับของดินแดนแห่งความสุขของ 3 ประเทศนี้ ได้แก่ เดนมาร์ก, คอสตาริกา และเรื่องราวที่คนหลายประเทศอยากรู้ว่า อะไรทำให้ผู้คนในประเทศสิงคโปร์มีความสุข พร้อมแถมแผ่นพับ กว่าจะมาเป็น เทอโรซอร์ ยักษ์ใหญ่ครองเวหา แบบครบถ้วนสมบูรณ์และสวยงาม ควรแก่การเก็บไว้เพื่อการเรียนรู้ได้อย่างดี

หนังสือเด่น : ภาพอาชญากรรมในอเมริกา สะท้อนออกมาในรูปนิยายสืบสวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/303967

หนังสือเด่น : ภาพอาชญากรรมในอเมริกา สะท้อนออกมาในรูปนิยายสืบสวน

หนังสือเด่น : ภาพอาชญากรรมในอเมริกา สะท้อนออกมาในรูปนิยายสืบสวน

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ดับกระหายก่อนภัยเลือด” งานเขียนของนักเขียนรุ่นใหม่ของอเมริกา แต่เรื่องหลายเรื่องของเขาได้รับความนิยม และถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ เขาเป็นนักเขียนที่ดำเนินเรื่องได้เนียนสนิทเหมือนวิถีชีวิตของคนในชีวิตประจำวัน จึงทำให้อ่านแล้วลืมตัวคิดว่าเป็นชีวิตจริงๆ ในนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องของนักสืบเอกชนที่ไม่ได้เก่งกาจเหมือนพวกนักสืบฮีโร่ดังๆ แต่เป็นนักสืบธรรมดาๆ ที่อาศัยคุณสมบัติของตัวเองประกอบอาชีพตามที่ตัวเองชอบ จึงทำให้เขาต้องพบกับความยากลำบากในการสืบหางานที่มีผู้ว่าจ้าง การดำเนินเรื่องเป็นไปเหมือนกับเรากำลังมองถึงการทำงานของคนคนหนึ่งที่ทำไปด้วยกลไกแห่งสายงาน

โครงเรื่องก็ง่ายๆ เมื่อนักการเมืองกลุ่มหนึ่งมาว่าจ้างนักสืบเอกชนคนหนึ่งให้เขาไปสืบหาสาวใช้ในสำนักงานที่หยิบเอาเอกสารสำคัญของสำนักงานไปแล้วลาออกไปจากการทำงาน ซึ่งก็น่าจะไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไร เพียงแค่ตามไปที่บ้าน แล้วทวงคืนเอกสารนั้นมาก็สำเร็จ รับเงินจากผู้ว่าจ้าง เป็นงานธรรมดาๆ

แต่จุดเด่นของนิยายเรื่องนี้อยู่ที่ผู้เขียน บรรยายให้เห็นถึง วิสัยการทำงานของอาชีพนักสืบที่ไม่โด่ง ไม่มีอิทธิฤทธิ์อะไรมากมาย ทำงานไปตามหน้าที่ ซึ่งน่าจะเป็นงานเขียนที่ไม่น่าสนุกชวนให้ติดตามแต่อย่างไร ทว่าจุดเด่นที่นักเขียนผู้นี้นำออกมาเสนอ กลับกลายเป็น บรรยากาศของสังคมระดับล่างของคนอเมริกัน ซึ่งมีชีวิตเลวร้ายไม่แตกต่างไปจาก แหล่งสลัมของประเทศที่ไม่มีการพัฒนา

อ่านนิยายเรื่องนี้ทำให้คิดว่าอยากให้คนที่บ้าต่างประเทศ ยกย่อง หรือ เทิดทูนต่างประเทศได้มองว่า ในความรู้สึกที่ตัวเองหลงใหลชื่นชมนั้น แท้จริงอีกด้านหนึ่งมันก็เลวร้ายไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ เหมือนกัน บางอย่างอาจจะเลวร้ายกว่าด้วยซ้ำไป

สำหรับการดำเนินเรื่องเพื่อการสืบเสาะหาผู้ขโมยเอกสารไป ก็ไม่ได้มีอะไรที่ต้องคิดให้สับสนวุ่นวาย เริ่มจากจุดธรรมดาๆ แต่ผู้เขียนเก่งที่พยายามทำให้เรื่องธรรมดาๆ นั้นค่อยๆ วกเข้าสู่วังวนที่ซับซ้อนซึ่งคิดไม่ถึง

สรุปคือเป็นเรื่องของการสืบสวนที่ธรรมดาๆ แต่สิ่งที่เขาพบเห็นไม่ใช่เรื่องธรรมดาๆ จึงทำให้ต้องลุ้นเพื่อการติดตาม

สำหรับบริบทอื่นๆ ที่นำมาประกอบเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดกับคนอื่นที่เป็นธรรมดาอีกอย่างหนึ่งก็คือ ตัวละครทุกตัว ไม่ใช่ตัวละครจาก การสร้างสรรค์ของนักเขียนนิยาย แต่เป็นปุถุชนในสังคมที่มีชีวิตธรรมดาๆ ที่วนเวียนอยู่กับอารมณ์ขัน ผิดหวัง ความอยากในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ซึ่งทุกอย่างถูกนำมาผูกพันให้กลายเป็นเรื่องที่คนอ่านๆ แล้วติดตามไปอย่างไม่รู้ตัว

“ดับกระหายก่อนภัยเลือด” แปลเป็นไทยโดย “จาตนิน”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ทวิตข้อความเมื่อวันศุกร์ เปลี่ยนใจขอชะลอการตัดสินใจอนุญาตให้นักล่าสัตว์ชาวอเมริกัน นำงาช้างจากแซมเบียและซิมบับเว เข้าประเทศได้ โดยขอพิจารณาข้อมูลต่างๆ ให้รอบด้านเสียก่อน หลังจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศว่าจะเปิดทางให้นักล่าสัตว์ชาวอเมริกัน นำงาช้างจากแซมเบียและซิมบับเว เข้าประเทศได้ ทำให้นักล่าสัตว์อเมริกันล่าสัตว์ใน 2 ประเทศนี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการยกเลิกคำสั่งห้ามในยุคของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ออกคำสั่งไว้ในปี 2557 การตัดสินใจดังกล่าว สร้างความโกรธแค้นต่อกลุ่มผู้อนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งรวมทั้งเชลซี คลินตัน บุตรสาวของอดีตประธานาธิบดีบิล และนางฮิลลารี คลินตัน ที่เธอเป็นผู้สนับสนุนการอนุรักษ์ช้างมายาวนาน ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า ประชากรช้างแอฟริกากำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง รายงานเมื่อปีที่แล้ว พบว่า ลดลงประมาณร้อยละ 30 ระหว่างปี 2550-2557 เหตุผลอันดับต้นๆ เกิดจากการล่า โดยในปี 2559 มีประชากรช้างเหลือเพียง 350,000 ตัวในป่า จากที่เคยมีอยู่หลายล้านตัวในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

ความรักระหว่างสงครามที่ต้องพลัดพราก

ตราบลมหายใจสุดท้าย ให้มาพบกันอีกครั้ง

“ตราบลมหายใจสุดท้าย” เขียนโดย “ณารา” เป็นนิยายรักโรแมนติกที่อิงกับเรื่องราวของสงครามในรูปลักษณ์ของ สงครามกับความรัก โดยผู้เขียนใช้วิธีการดำเนินเรื่องด้วยการ สร้างภาพที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีตให้ปรากฏในความรู้สึกของคนปัจจุบันด้วยการบอกเล่าของเจ้าของเรื่อง หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเสมือนบรรยากาศสองแห่งจากอดีตและปัจจุบัน โดยมีเรื่องของสงครามในช่วงสงครามโลก มาผูกพันกับชีวิตปัจจุบันของผู้อาวุโสสองท่านที่พลัดพรากจากกันเพราะเหตุการณ์สงคราม เรื่องราวดำเนินขึ้นในต่างประเทศตลอดเรื่อง โดยมีตัวละครเป็นคนยุโรปทั้งสิ้น ยกเว้นตัวนางเอกเท่านั้นที่เป็นคนไทยไปทำงานเป็นพยาบาลในต่างแดน จำหน่ายเล่มละ 310 บาท

‘เงาแต้มรัก’ตีแผ่ปัญหาชีวิตครอบครัว

อุปสรรคผ่านพ้นได้ด้วยหัวใจรักความเข้าใจ

“เงาแต้มรัก” เขียนโดย “ลิซ” เป็นนิยายอีกเรื่องหนึ่งที่ผ่านเข้ารอบ พล็อตดีเด่น เพื่อนำไปสร้างเป็นละครทีวี. เนื้อหากล่าวถึง เรื่องราวอันเต็มไปด้วยปัญหาภายในครอบครัวของตัวละครเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ต้องพบกับเรื่องราวนานาประการทั้งเกิดจากความไม่เข้าใจกัน ความขัดสนในปัจจัยของชีวิต และเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในสังคมครอบครัว เป็นหนังสือที่ผู้เขียนต้องการบอกเล่าให้ทุกคนตระหนักถึงทุกปัญหาในครอบครัวที่แม้จะเป็นครอบครัวที่ไม่น่าจะเกิดปัญหา แต่ก็หลีกไม่พ้นกับสัจจะความจริงของการอยู่ร่วมกัน โดยผู้เขียนได้หาทางออกในปัญหาทุกเรื่องให้ทุกคนได้รับรู้ว่า ความรักและความเข้าใจต่อกันเท่านั้นที่จะนำพาให้ปัญหาหลุดพ้นไปจากชีวิต จำหน่ายเล่มละ 310 บาท

สโนไวท์ยุคใหม่ที่ไม่ใช่เจ้าหญิงในเทพนิยาย

ความลับในอดีตที่มีเงาคอยติดตามอยู่ตลอดเวลา

“ดำดั่งไม้มะเกลือ” เขียนโดย “ SALLA SIMUKKA” แปลเป็นไทยโดย “กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ” เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อของเธอแปลว่า สโนว์ไวท์ เจ้าหญิงผู้เลอโฉมในเทพนิยาย แต่ชีวิตของเธอแตกต่างกับเทพนิยายโดยสิ้นเชิง เพราะชีวิตของเธอไม่มีใครคอยกลั่นแกล้ง แต่เธอต้องเผชิญกับเงามืดที่มองไม่เห็นของใครคนหนึ่งที่ติดตามเธออยู่ตลอดเวลา เพราะเขาคนนั้นล่วงรู้ถึงความลับในอดีตของตัวเธอที่แม้แต่เธอเองก็ยังไม่เคยรับรู้ และเพื่อให้ความลับของเธอกระจ่างเธอจึงต้องกระโจนเข้าสู่อันตรายที่จะเกิดขึ้นเพื่อทราบอดีตของเธอ จำหน่ายเล่มละ 145 บาท

แพทย์ยังคงค้นหาสาเหตุที่ ลูอิส มานูเอล กอนซาเลซ มีน้ำหนักตัวมากผิดปกติ โดยเด็กทารกจากเม็กซิโกคนนี้ มีน้ำหนักตัว 28 กิโลกรัมแล้วด้วยวัยเพียง 10 เดือน สร้างความกังวลให้แก่พ่อแม่ของหนูน้อยอย่างมาก อิซาเบล ปันโตฮา แม่ของลูอิส เล่าว่า ตอนอายุ 4 เดือน ลูอิสก็หนัก 15 ถึง 18 กก. แล้ว ด้าน มาริโอ กอนซาเลซ พ่อของลูอิส เล่าว่าตอนอยู่โรงพยาบาล น้ำหนักตัวที่มากของลูกชายทำให้รถเข็นถึงกับพัง แม้จะเป็นรถเข็นที่ทำมาเพื่อเด็กที่มีน้ำหนักเกินอยู่แล้ว คำอธิบายอย่างหนึ่งของความผิดปกตินี้คือ อาจเกิดมาจากกลุ่มอาการพราเดอร์-วิลลี (Prader-Willi Syndrome) ซึ่งทำให้รู้สึกอยากกินอย่างไม่รู้จักพอ มาริโอ เล่าต่อว่า เวลามีคนมาที่นี่ และอุ้มลูกของเขา คนที่ไม่เคยอุ้มลูกผมมาก่อน เชื่อไหม พวกเขาตกใจกับน้ำหนักตัวมาก เมื่อพวกเขาอุ้มขึ้น ก็จะหันมาถามภรรยาของเขาว่า เธออุ้มไหวได้อย่างไร อย่างไรก็ดี ขณะนี้ทางครอบครัวกำลังรอผลตรวจทางการแพทย์เพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติ

‘เหยี่ยวมารสยบสิบทิศ’ ภาคสาม เล่ม 19 ยังไม่จบ

สุดท้ายเรื่องราวจะถูกวางเอาไว้ในประวัติศาสตร์

“เหยี่ยวมารสยบสิบทิศ” จัดเป็นผลงานเด่นของ “หวงอี้” ที่มีผู้ติดตามมาอย่างต่อเนื่องถึงสามภาค โดยแต่ละภาคมีความยาวมากกว่าสิบเล่ม และในภาคที่สามที่ผู้เขียนบอกว่าเป็นภาคจบสมบูรณ์ของตัวละครในชุดนี้ ก็มาถึงเล่ม 19 แล้วที่ออกวางตลาด และยังดำเนินต่อไป นิยายเรื่องนี้ หวงอี้ บอกว่า ตอนจบของเรื่อง ไม่ได้สรุปสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพียงแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตจะถูกปล่อยวางเอาไว้ในพื้นที่แห่งประวัติศาสตร์เพื่อให้คนยุคใหม่จับตามองว่า มันจะหวนกลับมายังปัจจุบันได้หรือไม่ นิยายเรื่องนี้ แปลเป็นไทยโดย “น.นพรัตน์” จำหน่ายเล่มละ 170 บาท

หนังสือเด่น : นิทานไม่มีวันตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302580

หนังสือเด่น : นิทานไม่มีวันตาย

หนังสือเด่น : นิทานไม่มีวันตาย

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นิทาน เป็นที่ยอมรับกันว่า มันเป็นเรื่องราวที่มีพลังอย่างหนึ่งที่สามารถสะกดให้คนที่ได้ยินได้ฟังต้องให้ความสนใจ และคนส่วนใหญ่มักจะเก็บเรื่องราวจากนิทานนั้นๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินชีวิต

ทั้งนี้เนื่องจาก เรื่องราวที่ปรากฏออกมาเป็นนิทาน จะสอดแทรกสาระความรู้ แง่คิดคุณธรรม ไปพร้อมๆ กับความสนุกสนานเพลิดเพลิน ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เรื่องราวของนิทาน ถูกเผยแพร่ไปโดยสื่อทุกแขนงที่มีศักยภาพที่สามารถถ่ายทอดจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการบอกเล่าด้วยปากเปล่า การจดจารเอาไปเป็นตัวอักษร การนำไปทำให้เกิดเป็นภาพด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เรื่องราวของนิทานที่ถูกนำเสนอออกมา จะเป็นจินตนาการที่ไร้ขอบเขต ไม่ว่าเรื่องนั้นจะมีอยู่จริงหรือเป็นไปได้จริงหรือไม่ แต่พลังในนิทานสามารถทำให้คนคล้อยตามไปได้ด้วยเรื่องราวที่ สนุกสนาน เรียกร้องและดึงดูดให้คนฟังต้องติดตามไปอย่างใจจดใจจ่อ และกระหายที่จะรับรู้ นิทานจึงเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทุกเพศทุกวัยเสมอมา จวบจนปัจจุบัน ในช่วงเวลานับเป็นพันปีมาแล้ว

ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา เป็นผู้หนึ่งที่ยอมรับถึงพลังแห่งนิทาน ซึ่งได้พบกับการพิสูจน์มาแล้วว่า นิทานนั้นมีคุณค่าต่อทุกชีวิตมากเพียงใด ดังจะเห็นได้จากทุกวันนี้ แม้ ดร.อาจอง จะมีภารกิจมากน้อยขนาดไหน แต่เขาก็ยังอาศัยพลังของนิทาน นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับเยาวชน ด้วยหวังที่จะให้พลังในนิทานกระตุ้นให้เยาวชนของชาติเกิดข้อคิด และคุณธรรมที่ดีฝังใจต่อไปเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในภายหน้า

หนังสือ “นิทานสีขาว ชุดนิทานพัฒนาชีวิต 4” เกิดขึ้น จากการที่ ดร.อาจอง นำเอาไปเล่าให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนสัตยาไสได้ฟังทุกๆ เช้าก่อนเข้าเรียน เพราะท่านเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่านิทานสามารถพัฒนาจิตใจของเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี และมีส่วนช่วยให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจมั่นคงและเปี่ยมด้วยคุณธรรม ไม่เพียงแค่เผยแพร่ในกลุ่มเด็กเท่านั้น แม้แต่เมื่อใดที่ท่านต้องไปบรรยายตามสถานที่ต่างๆ ก็มักจะพกพานิทานเหล่านี้ไปฝากผู้ฟังด้วยเสมอ และทุกหนแห่งทุกสถานที่ ไม่มีใครรังเกียจที่จะฟังนิทาน

เรื่องราวต่างๆ ในหนังสือเล่มนี้ ประกอบด้วยนิทานทั้งหมด มากกว่า 25 เรื่อง อาทิ เรื่อง ตะเกียงนำทางของชายตาบอด, เรื่องเสือซุ่มกับต้นไม้ติดหนึบ, เรื่อง ซัมมูกับวัวบ้า, เรื่องมหาดเล็กคนโปรดกับช่างตัดพระเกศาขี้อิจฉา เป็นต้น โดยทุกเรื่องของนิทาน จะแฝงไปด้วยความสนุกชวนให้ใคร่รู้ใคร่ติดตาม และทุกเรื่องจะให้คติสอนใจ แฝงคุณธรรม ที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินชีวิตได้

หนังสือเล่มนี้จำหน่ายในราคา 245 บาท สามารถหาซื้อเอาไปอ่านให้ลูกหลานฟัง หรือ นำไปให้ลูกหลานอ่านเพื่อพัฒนาจิตวิญญาณ และที่สำคัญคือเป็นการปลูกฝังการอ่านให้เกิดขึ้นกับเด็กไทยอีกด้วย

พาท่อง‘ภูเขาเถื่อน’ในปากีสถาน

ภาพและเรื่องที่ชวนให้ต้องติดตาม

“A Long Way There 13 วัน ปลายทางอยู่ที่เขา ระหว่างเราอยู่ที่ใจ” จำหน่ายในราคา 315 บาท เป็นเรื่องราวจากการเดินทางของ “ภควัต ทองเจริญ” และ “ปริชญา สุทธิเวทย์” คู่รักหนุ่มสาวที่หลงใหลการผจญภัย ที่ออกเดินทางไปยังภูเขา K2 ในเทือกเขาคาราโครัม ประเทศปากีสถาน ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นยอดเขาที่อันตรายและเข้าถึงยากที่สุดในโลก เนื้อเรื่องเล่าถึง ยอดเขาที่สูงกว่า 8,000 เมตร เหนือธารน้ำแข็งเบื้องล่างและสภาพอากาศที่แปรปรวน จนได้ฉายาว่า The Savage Mountian หรือ ภูเขาเถื่อน ความลำบากเริ่มตั้งแต่การต้องใช้เวลานั่งเครื่องบินถึง 5 ชั่วโมง นั่งรถ 30 ชั่วโมง และเดินเท้าอีก 5 วัน จึงจะพบเป้าหมาย

สายสัมพันธ์อันอบอุ่นของลูกกับพ่อ

ในวันที่เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตจะมาถึง

หนังสือ “จดหมายถึงผู้ชายคนแรก”(I miss you, Dad) เขียนโดย “รณิดา บุญฤทธิ์” เป็นเรื่องราวของ สายสัมพันธ์อันอบอุ่นที่ล้อมตัวเธอและพ่อเอาไว้ โดยเฉพาะในเวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต เมื่อพ่อของเธอกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ที่บางช่วงเวลาก็ทำให้ใครๆ เกิดรอยยิ้ม และบางช่วงก็ทำให้ขอบตารื้นตาม เป็นเรื่องราวสุดประทับใจระหว่างพ่อลูกที่สอนให้หลายๆ คน ได้เห็นคุณค่าของชีวิตในแง่มุมต่างๆ ในวันที่กำลังได้ออกเดินทางของทุกชีวิต สิ่งมีค่าไม่ใช่เงินทองที่หามาอย่างยากลำบากหากเป็นการได้จับมือทำความรู้จักกับความตายด้วยความรู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุดราคา 220 บาท

ความรักเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อไร

เรื่องของธรรมชาติที่คนอยากรู้ทั้งๆ ที่รู้แล้ว

“Oneday” (วันเดย์) ความรักเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อไร? เขียนโดย “อาณดา” เป็นเรื่องราวกุ๊กกิ๊กของคนสองคนที่บังเอิญได้ทำความรู้จักกัน ทำให้เกิดความรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่วิ่งวนเวียนในหัวใจ ว้าวุ่น กระวนกระวาย อยากใกล้ชิด อยากสานสัมพันธ์ วันเวลาเดินไปข้างหน้าเกี่ยวรัดความผูกพันไว้แนบแน่น เวลายังคงเดินต่อไป ไม่มีใครตอบได้ว่าความสุขในวันนี้จะมั่นคงนิรันดร์ หรือเกลียวขาดสะบั้นไปในวันไหน ในวันหนึ่ง เขาต้องเจอหลายๆ เรื่อง ต้องรู้สึกหลากหลายความรู้สึก แต่ละเรื่องที่ต้องเจอก็หนัก เบา ต่างกันออกไป ไม่มีใครสามารถจดจำเรื่องทุกเรื่องไว้ในสมองได้หมด จำหน่ายในราคาเล่มละ 179 บาท

‘สายลับ’หรือ‘เหยื่อ’ที่ถูกยัดเยียดจากผู้มีอำนาจ

เรื่องของสาวระบำเปลื้องผ้าที่หลายคนยังกังขา

“สายลับ” งานเขียนของ “เปาโล คูเอลญ” ที่นำเรื่องราวในชีวิตจริงของสาวระบำเปลื้องผ้าที่โด่งดังมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง มาเรียบเรียงเขียนในรูปแบบของนิยาย ซึ่งทำให้อ่านง่ายต่อการลำดับพฤติกรรมและช่วงเวลาที่เกิดขึ้นติดต่อกัน แปลเป็นไทยโดย “ติกชปัญญ์ มณีนุ่ม” กล่าวถึงสาวสวยนามว่า มาตาฮารี ที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการแสดง ระบำเปลื้องผ้า ซึ่งโด่งดังมากในช่วงก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เธอกลายเป็นที่หมายปองของผู้มีอำนาจทางการเมือง และการทหารที่จะคว้าเธอขึ้นเตียง แต่สุดท้ายชีวิตของเธอต้องจบสิ้นลงด้วยการถูกตัดสินว่าเธอเป็นสายลับสงคราม(สองหน้า) ทั้งๆ ที่ เธอไม่เคยคิดเลยว่าเธอเป็น จำหน่ายเล่มละ 158 บาท

หนังสือเด่น : โลกนี้ไม่ต่างจากละคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301161

หนังสือเด่น : โลกนี้ไม่ต่างจากละคร

หนังสือเด่น : โลกนี้ไม่ต่างจากละคร

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ใครที่ชอบอ่านหนังสือนิยายประเภทเนื้อหาแรงๆ เรื่องเข้มๆ เห็นชื่อหนังสือเล่มนี้ คงมีความรู้สึกว่า เป็นนิยายที่น่าจะจืดสนิท หรือมิฉะนั้นก็คงคิดว่าไม่ใช่นิยาย แต่อาจจะเป็นเรื่องราวการทำธุรกิจเพื่อให้ประสบความสำเร็จในชีวิต

“ซันฟลาวเวอร์คาเฟ่ หัวใจไม่ยอมแพ้”เขียนโดย “ Milly Johnson” ชื่อของเธอ ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไรนักในเมืองไทย แต่ในอังกฤษ เรื่องก่อนหน้านี้ ได้รับความนิยมจากนักอ่านมากทีเดียว ด้วยเหตุผลว่า เธอเขียนนิยายได้เหมือนชีวิตจริงที่มีความเป็นไปได้สูง และเข้าใจหาพล็อตที่ชวนให้ติดตาม อ่านแล้ว เหมือนได้เห็นชีวิตจริงของคนรู้จักใกล้ๆ บ้าน ที่ต้องเผชิญกับปัญหานานัปการที่ เราต้องพลอยลุ้นตามไปด้วย “งามพรรณ เวชชาชีวะ”แปล เป็นภาษาไทย

ตัวละครสัมผัสได้แบบใกล้ชิด เพราะไม่ใช่ เจ้าชายที่นั่งอยู่บนกองมรดกหมื่นล้านแสนล้าน หรือเจ้าของที่นาที่มีผลผลิตสุดอลังการ แต่ตัวละครนำในเรื่อง เป็นเพียงผู้หญิงที่ทำงานหาเลี้ยงชีพไปเดือนต่อเดือน ที่ต้องพบกับปัญหาชีวิต ซึ่งตัวเองคิดไม่ถึง แน่นอนว่า ปัญหาที่ต้องพบคือ ความรัก ความสมหวัง การหลอกลวง และการดิ้นรน

ผู้หญิงคนหนึ่ง หลงรักและเทิดทูนเจ้านาย ยอมทำงานทุกอย่างให้ด้วยหัวใจ เพียงเพื่อให้คนที่ตัวเองรัก พบกับความหวัง และจริงใจต่อตน แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้รู้ว่า ทุกอย่างที่เธอเห็นไม่ใช่ความจริงที่เกิดจากหัวใจของชายที่เธอเทิดทูน จากความรักกลายเป็นความแค้น เธอจึงหาทางที่จะแก้แค้น ด้วยการร่วมมือกับภรรยาของเขา เพื่อทำลายเขาให้หายแค้น แล้วแผนการดำเนินการแก้แค้นก็เกิดขึ้น

ในขณะเดียวกันก็เกิดพฤติกรรมของผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ ต้องพบว่า ผู้ชายที่เธอรัก ซึ่งอยู่ด้วยกันมานานนับสิบปี เอาเงินที่เธอเก็บสะสมไว้เพื่อทำ “อุ้มบุญ” ต้องมาถูกเบิกเอาไปใช้เสียการพนันหมดสิ้น ความแค้นจึงเกิดขึ้น

เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนในสังคมวันนี้ ซึ่งเกิดกับคนในระดับกลางๆ ที่หาเดือนกินเดือน ความสนุกชวนให้ติดตามคือ รูปแบบของการแก้แค้นที่เธอคิดขึ้นมา มันไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่เป็นเรื่องทุกคนทำได้ แต่จะทำสำเร็จหรือไม่ คือ ความน่าสนใจของนิยายเรื่องนี้เป็นการถ่ายทอดชีวิตที่มีอยู่จริงให้ออกมาเป็นรูปนิยายที่น่าสนใจมากครับ

‘อสท’ พาเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์แผ่นดินงาม

พร้อมเทียบเคียงแผ่นดินงามในประเทศไทย

“อนุสาร อสท” นิตยสารเพื่อการท่องเที่ยว เปิดหูเปิดตา ด้วยภาพและเรื่องในพื้นที่ทั่วโลก ฉบับล่าสุด เปิดการท่องเที่ยวด้วยศรัทธาที่มีอยู่ในใจของทุกคน ด้วยการพาเที่ยวชมสวิตเซอร์แลนด์แผ่นดินงาม เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้วยเรื่องราวที่น่ารู้ นับตั้งแต่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ยังทรงพระเยาว์ พร้อมภาพเก่าและใหม่ที่สวยงาม นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของความงดงามจากสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทย อาทิ เบิ่งเวียง เคียงโขง เสน่ห์แห่งแผ่นดินสองล้าน สองเวียง, ดอกไม้แห่งกาลเวลา เขาค้อ ภูหินร่องกล้า, บางปูร้อยเรื่องมลายู บนแผ่นดินปลายด้ามขวาน เป็นต้น

เผยโฉมเหล่านักแสดงสาวสุดฮอต

ได้รับการโหวตให้เป็นสาวน่ากอดแห่งปี

นิตยสารสุดสัปดาห์ฉบับ พฤศจิกายน 2560 จัดเต็มความสวยหวานกับ “สุดสัปดาห์สาวน่ากอด 2017” เผยโฉมเหล่านักแสดงสาวสุดฮอตที่ได้รับการโหวตให้เป็นสาวน่ากอดแห่งปี รวมตัวมาขึ้นปกและถ่ายแฟชั่นในลุคสวยละมุนสะกดทุกสายตา ได้แก่ แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์, เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ, เชียร์-ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์, ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์, มะปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล, ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์, เก้า-สุภัสสรา ธนชาต, ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ และ ฝน-ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล พร้อมสัมภาษณ์บอกเล่าเรื่องราวสุดประทับใจของแต่ละคน ที่เกิดขึ้นในปีนี้

การต่อสู้ของพ่อมดสองสายเลือด

บทสรุปที่นักอ่านต้องคาดไม่ถึง

“สายเลือดปีศาจ เล่ม 3 พ่อมดพ่าย” เขียนโดย “SALLY GREEN” แปลเป็นไทยโดย “พลอย โจนส์” เป็นเรื่องราวของ พ่อมดสองสายเลือดที่ต้องเข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพื่อความเป็นหนึ่งใน จักรวาลพ่อมด มาถึงเล่มที่สามแล้ว เนื้อหายังคงชวนให้ติดตาม เมื่อฝ่ายล่า และฝ่ายถูกตามล่า ยังคงต้องพลิกเพลงกลยุทธ์ทุกอย่างเพื่อหาทางได้เปรียบกับฝ่ายตรงข้าม นิยายเรื่องนี้เป็นภาคสุดท้ายของอาณาจักรพ่อมดที่จะต้องดับสูญไปจากโลกปัจจุบัน ซึ่งแม้ว่า ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าจะบอกให้รู้ถึงผลลัพธ์ที่ต้องเกิดขึ้น แต่คำตอบสุดท่ายกลับไม่เป็นอย่างที่คิด จำหน่ายเล่มละ 235 บาท

‘แพรว’บันทึก เก้าสิ่งที่พ่อรัก

ถ่ายทอดถึงทุกคนในประเทศไทย

“นิตยสารแพรว” เล่มล่าสุด มีเรื่องราวที่น่าสนใจ และ น่าเก็บรักษาเอาไว้ในจิตวิญญาณของคนไทยทุกคน ถึงเรื่องราวของสิ่งของ 9 อย่างที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงชื่นชอบ เพื่อให้ปวงชนชาวไทยทุกคนได้ตระหนักถึง พระราชอัจฉริยภาพของพระองค์ และความประทับใจที่พระองค์มีต่อสิ่งของที่รัก โดยมีทั้งเรื่องราว เหตุผล และภาพสี่สีสวยงามน่าเก็บเอาไว้เป็นอนุสรณ์ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจ จากบุคคลในหลายๆ อาชีพที่เปิดเผยถึงเรื่องราวต่างๆ ซึ่งเป็นแนวทางของนิตยสารแพรว อย่างครบครัน ไม่เปลี่ยนแปลง

หนังสือเด่น : ทศชาติ ราชธรรม ชุดหนังสือที่น่าสนใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299865

หนังสือเด่น : ทศชาติ ราชธรรม ชุดหนังสือที่น่าสนใจ

หนังสือเด่น : ทศชาติ ราชธรรม ชุดหนังสือที่น่าสนใจ

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หนังสือภาพวิจิตร พิมพ์สี่สี เรื่อง พระมหาชนก เป็นหนึ่งในเรื่องราวของ ทศชาติชาดก ที่สำนักพิมพ์ทองเกษม ในกลุ่มบริษัทนานมี จัดทำเทิดพระเกียรติ ชุด “ทศชาติ ราชธรรม” เป็นเรื่องราวของ 10 พระชาติสุดท้ายก่อนที่พระโพธิสัตว์จะมาประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ก่อเกิดพระพุทธศาสนา ด้วยมุ่งหวังให้คนไทยได้เรียนรู้เรื่องราวทศชาติชาดก ที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งความดีและทศพิธราชธรรมอันประเสริฐ ซึ่งพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยและผู้ที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในแผ่นดินไทยมาโดยตลอด พร้อมทั้งดำเนินรอยตามพระราชปณิธาน “สร้างคนดีให้บ้านเมือง” ของในหลวง ร.9

หนังสือภาพเทิดพระเกียรติ ชุด “ทศชาติ ราชธรรม” 1 ชุด มี 10 เล่ม ทุกเล่มมีเนื้อหากระชับอ่านเข้าใจง่าย เรียบเรียงโดยอาจารย์ปรีดา ปัญญาจันทร์ นักเขียนหนังสือเด็กที่มีชื่อเสียง แต่ละเล่มโดดเด่นด้วยภาพประกอบฝีมือของ 10 ศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ มาถ่ายทอดอัตลักษณ์ของงานจิตรกรรมเฉพาะตนลงในชาดกแต่ละเรื่อง

พระมหาชนก เล่มนี้เป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึง วิริยะ บารมี ความพากเพียร ความกล้าหาญ ความพยายาม ไม่ย่อท้อ ที่นำมาแห่งความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและประกอบกิจการงาน วาดภาพโดย ธีระวัฒน์ คะนะมะ

พระมหาชนก หนึ่งในหนังสือชุด “ทศชาติ ราชธรรม” จัดทำเป็น Box Set 1 ชุดมี 10 เล่ม ปกอ่อน ราคาชุดละ 1,999 บาท และปกแข็งราคาชุดละ 2,999 บาท โดยจะมอบรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายร่วมสมทบทุนโรงเรียนพระดาบส

สำหรับเรื่องราวทั้งสิบเรื่องในเซ็ตบ็อกซ์นี้ประกอบด้วยเรื่อง พระเตมีย์ -เนกขัมมบารมี การละเว้นจากการทำบาป รักษาศีล ประพฤติในธรรม,สุวรรณสาม – เมตตาบารมี ความรัก ความอ่อนโยน ความปรารถนาดี และการให้อภัยผู้อื่น,พระเนมิราช – อธิษฐานบารมี ความมุ่งมั่น ตั้งใจ ในการสั่งสมความดี เสียสละ,พระมโหสถ – ปัญญาบารมี การรู้ทั่ว รู้ถึงเหตุ รู้ถึงผล รู้ดีรู้ชั่ว และใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาอย่างเที่ยงธรรม,พระภูริทัตต์ – ศีลบารมี การควบคุมความประพฤติทั้งกายและวาจาให้ตั้งมั่นอยู่ในความดีงาม,พระจันทกุมาร – ขันติบารมี ความอดทนอดกลั้นต่อสิ่งที่ไม่พอใจ,พระพรหมนารท – อุเบกขาบารมี การดำรงตนอยู่บนความถูกต้อง มีใจเที่ยงธรรม,พระวิทูรบัณฑิต – สัจจบารมี การตั้งมั่นอยู่ในความสัตย์จริง พูดจริงทำจริง มีความจริงใจ มีความซื่อตรง,พระเวสสันดร – ทานบารมี การให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยไม่หวังผลตอบแทน

ทุกเล่มในชุดนี้พิมพ์ด้วยกระดาษหนาอย่างดี ทนทานเพื่อเก็บเอาไว้ให้ลูกหลานอ่านเรียนรู้ได้นานๆ

เจาะลึกตัวตนที่แท้จริงผลิตโชค อายนบุตร

วิถีชีวิตแสนเรียบง่ายของ เชอรี่-เข็มอัปสร

นิตยสารแพรว ฉบับล่าสุด ดึงหนุ่มฮอตแห่งปี เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร มาขึ้นปกในธีมสุดคูลกับนักมวยหน้าหวานกระชากใจเหล่านุชทั้งหลาย นอกจากจะดูแปลกตากว่าที่ผ่านมาแล้ว ยังมีเรื่องพิเศษสกู๊ปสัมภาษณ์ เจาะลึกตัวตนที่แท้จริง ซึ่งไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน หรือมีชื่อเสียงมากขึ้นอย่างไร แต่หนุ่มคนนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวดีๆ สร้างแรงบันดาลใจจาก เชอรี่- เข็มอัปสร กับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวในมุมมองดื่มด่ำกับธรรมชาติ พบวิถีชีวิตแสนเรียบง่าย ให้พบความสุขเล็กๆ ที่คนรักการเดินทางต้องหลงรัก

เทคนิคการเลี้ยงลูกให้เป็นไปได้ดั่งใจ

จากคุณแม่ดีเด่น และนักกีฬาดังแห่งยุค

นิตยสาร Amarin Baby & Kids ฉบับที่ 4 นี้ ได้รวมเนื้อหาการนำเสนอเทคนิค ขั้นตอน และวิธีการ เพื่อสร้างความสามารถด้านต่างๆ ให้ลูกน้อย ในด้านต่างๆ อาทิ การเป็นเด็กสองภาษา เก่งดนตรี เก่งกีฬา และการแสดงออก ด้วยบทจากการสัมภาษณ์โดยได้คุณแม่คนเก่ง โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล คุณแม่แห่งปี 2017 นอกจากนี้ ยังนำเสนอภาพความน่ารักของแม่ลูกขวัญใจแฟนคลับแล้ว ยังมีสัมภาษณ์พิเศษจากครอบครัวนักกีฬาชื่อดัง ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มาเผยเทคนิคสำคัญในการสร้างสรรค์ทักษะด้านกีฬาให้กับลูก และยังมีเรื่องราวจากคนดังอีกหลายท่าน

เจาะลึกเกาหลี ทุกด้านทุกมุม

จากประเทศล้าหลังกลายเป็นเสือแห่งเอเชีย

หนังสือ “แรงขับเคลื่อนในการพัฒนาเศรษฐกิจของสาธารณรัฐเกาหลี” เป็นงานเขียนของ “มุน ฮวีซัง” แปลเป็นไทยโดย “กมล บุษบรรณ์” จำหน่ายราคา 150 บาท เป็นเรื่องราวที่บอกเล่าให้ทราบถึงการพัฒนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากประเทศที่ล้าหลัง ให้เป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของเอเชียและเศรษฐกิจโลก ด้วยกลไกของกลยุทธ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ ตลอดจนบทบาทของกระแสวัฒนธรรม ภาพยนตร์และละคร ที่มีส่วนสำคัญให้เกาหลีใต้เป็นที่รู้จักของนานาชาติ พร้อมทั้งบทสรุปเกี่ยวกับจุดเด่น จุดด้อยของเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ ที่จะช่วยให้ผู้อ่านเห็นกรอบของการวิเคราะห์ในการพัฒนาเศรษฐกิจที่เหมาะสมอีกด้วย

ภารกิจใหญ่หลวงที่มาพร้อมพลังธรรมชาติ

ปณิธานที่พร้อมจะป้องกันภัยให้สัตว์โลก

“สิงสารารัก” เขียนโดย “เรณี” เป็นนิยายที่เป็นหนึ่งในการเข้ารอบการประกวด พล็อตเรื่องดีเด่นที่ ทีวี.ช่อง 3 จะนำไปสร้างเป็นละคร เป็นเรื่องราวของ สัตว์แพทย์สาวที่ถูกหมายปองชีวิตจนทำให้เธอต้องหนีกระเซอะกระเซิงไปอยู่ท่ามกลางสรรพสัตว์นานาชนิด พร้อมได้รับพลังลี้ลับจากธรรมชาติที่ไม่เหมือนใครในการติดต่อกับสัตว์โลกนานาชนิด และเมื่อเรื่องราวของเธอกระจายไปถึงนักฆ่าที่ตามล้างเธอมาตั้งแต่อดีตพวกมันจึงต้องทุ่มทุกอย่างเพื่อกำจัดเธอ แต่ครั้งนี้เธอไม่หนีอีกแล้ว ด้วยความตั้งใจอันแน่นแน่ว่าเธอจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องภัยให้กับสรรพสัตว์บนโลกใบนี้ ราคาเล่มละ 270 บาท

หนังสือเด่น : เมื่อตามแล้วต้องตามให้จบจึงจะรู้ว่าดียังไง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298762

หนังสือเด่น : เมื่อตามแล้วต้องตามให้จบจึงจะรู้ว่าดียังไง

หนังสือเด่น : เมื่อตามแล้วต้องตามให้จบจึงจะรู้ว่าดียังไง

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ว่าจะยังไม่อ่านในตอนนี้ เพราะเห็นว่า“ยังมีเรื่องอื่นๆ” ที่น่าสนใจน่าอ่านมากกว่า แต่เมื่อได้เห็น นิยายเรื่อง “ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง”ออกภาค 2 มาวางตลาด ทำให้ผมต้องหันกลับไปค้นหา “ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง” ในภาคแรก ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 12 เล่มจบ ออกมาอ่านว่ามันดีอย่างไรจึงมีภาคสองออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นนี้

ผลงานของ “เยี่ยกวน” เท่าที่ผมอ่าน “พยัคฆราชซ่อนเล็บ” ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาก็ต้องยอมรับว่า เยี่ยกวน เขียนหนังสืออิงประวัติศาสตร์ของจีนที่อ่านง่ายกว่านักเขียนคนอื่นๆ เนื่องจากเขาจะวางลำดับการต่อเนื่องของเรื่องที่อ่านเข้าใจได้ง่าย จึงทำให้อ่านได้แบบเพลินๆ ก็ยังเข้าใจ ไม่ต้องตั้งอกตั้งใจอ่านเพราะนิยายอิงประวัติศาสตร์จีนส่วนใหญ่เนื้อหาจะกว้างและใหญ่มาก มีตัวละครมากมาย มีพฤติกรรมหลากหลาย ซ้อนกันไปซ้อนกันมา หากอ่านแบบไม่ตั้งสติให้มั่นคง ก็จะทำให้ยากต่อการเข้าใจที่ต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดความสับสน และตรงจุดนี้แหละคือ ข้ออ้างของนักอ่านหลายคนที่ไม่อยากอ่านนิยายจีน เพราะ ยุ่งสมอง ขึ้เกียจคิด และต้องอินไปในขณะที่อ่าน

แต่งานของ “เยี่ยกวน” จะอ่านง่ายกว่าคนอื่นๆ อาจจะเป็นเพราะ เยี่ยกวน จับอารมณ์ของคนอ่านได้มั้งว่า เขียนยุ่งจะอ่านยาก เขาเลย ใช้วิธีสังเคราะห์เรื่องราวไม่ให้สับสน ซับซ้อนจนเกินไป หากเหตุการณ์ใดที่ต้องซับซ้อนเขาจะใช้วิธี ค่อยๆทำให้กระจ่างไปทีละเล็กทีละน้อย

ใน ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง จำนวน 12 เล่มนี้ก็เช่นเดียวกัน ด้วย ความยาว 12 ตอน ที่ เยี่ยกวนจับเอาประเด็นของการเปิดโฉมฮ่องเต้หนุ่มที่ได้ชื่อในประวัติศาสตร์ว่าเป็นฮ่องเต้เจ้าสำราญ ไม่ได้เรื่องในด้านการปกครอง มาเปิดพฤติกรรมให้คนอ่านได้รับรู้ถึงการดำเนินชีวิตของฮ่องเต้หนุ่มว่ามีปัญหาและอุปสรรคอยู่ตรงไหน โดยตัวละครเอกในเรื่องนี้ เยี่ยกวน ใช้จินตนาการว่าเป็นคนยุคปัจจุบันที่หลงเข้าไปสู่อดีตเมื่อเกือบพันปี เขาเป็นคนหนุ่มที่มีหน้าที่เป็นแค่คนขายประกันไม่ใช้เก่งกาจในเรื่องบู๊แต่อย่างใด แต่ เยี่ยกวน เก่งตรงที่เขาดำเนินเรื่องให้ฮ่องเต้เจ้าสำราญ ใช้ประโยชน์จากนักขายพื้นๆ คนนี้กอบกู้ชื่อเสียง และการดำเนินนโยบายในการปกครองประเทศได้อย่างสนิทใจ

อ่านนิยายเรื่องนี้แล้ว บอกตรงๆ ว่า เอามาประยุกต์เข้ากับการเมืองของไทยในยุคนี้ได้อย่างสนิทเป๊ะเลยครับ…มิน่าเล่าจึงต้องมีภาคสอง สงสัยคนจีนก็คงชอบเพราะเรื่องราวในยุคโบราณมันมากระทบกับเรื่องราวในปัจจุบันได้เปี๊ยบเลยนี่เอง

ความรักของอสูรที่ต้องคำสาป

เพื่อรัก เพื่อการเกิดใหม่ หรือเพื่อให้พ้นคำสาป

“ก็อบลิน” เป็นนิยายในแนวแฟนตาซี โรแมนติกของเกาหลี ที่เป็นละครทีวี. ซึ่งมีผู้ชมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ประพันธ์เรื่องโดย “Kim Eun-Sook” แปลเป็นไทยโดย “บุปผาหิมะ”มีด้วยกันสองเล่มจบ จำหน่ายเล่มละ 230 บาท เป็นเรื่องราวของยอดคนในอดีตกาลที่ต้องคำสาปให้เกิดมาในยุคปัจจุบัน มีชีวิตเป็นอมตะโดยไม่ดับสูญ จนกว่าจะเจอเจ้าสาวที่มาแก้คำสาป ชีวิตจึงจะพ้นจากความทุกข์ที่ต้องอยู่บนโลกใบนี้ นับเป็นเวลากว่าพันปีที่เขาต้องทนทุกข์และในวันนี้เมื่อเขาได้พบกับหญิงสาวที่เป็นคู่ครองของเขา ก็ต้องพบกับอุปสรรคของอสูรที่พยายามจะกีดกันไม่ให้เขาและเธอพบรักกัน กว่าทุกอย่างจะลงเอยต้องเผชิญกับอุปสรรคนานัปการ

เล่นกับเกมส์รักไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

ภารกิจพิชิตรัก เรื่องวุ่นๆ ของสองหนุ่มที่ไม่คาดคิด

“ภารกิจพิชิตรัก” เขียนโดย “Darin” เป็นเรื่องราววุ่นๆของเด็กวัยกระทงที่มองเห็นความรักเป็นเรื่องที่ต้องทดลอง ทำให้ สองหนุ่ม หุ่นคุณหนูหน้าใสเพื่อนรักสุดเลิฟ จับมือแข่งขันกันว่า ในซีซั่นนี้จะต้องหาคนรักอะโนเนะให้ได้ การแข่งขันเพื่อพิสูจน์ว่าใครจะเจ๋งกว่ากันจึงเริ่มต้น ด้วยการเข้าสู่วงจรรักในสถาบันที่ได้ชื่อว่ามีเด็กสาวที่น่ารักมากมาย แต่เมื่อทั้งสองได้เข้าไปสัมผัสกลับได้พบว่า เรื่องของการค้นหารักไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด แม้ตัวเองจะเพอร์เฟกท์แค่ไหนก็ตาม ทำให้เขาต้องพบกับสิ่งต่างๆ ที่ไม่คาดคิด กว่าจะจบลงได้ ทำให้คนที่ติดตามแทบไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาใน
รูปแบบที่คาดไม่ถึง สองเล่มจบ ราคาเล่มละ 250 บาท

หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์เล่มจบ

ปิดฉากข้อถกเถียงของสุสานดินเผาที่ประเทศจีน

“หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์” เป็นเรื่องราวของสตรีในประวัติศาสตร์จีนเมื่อพันปีก่อนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิงชาวบ้านธรรมดาที่สามารถรวบรวมแผ่นดินที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นหนึ่งในยุคฉิน เรื่องราวการต่อสู้ของเธอกลายเป็นตำนานของวีรสตรีที่หาใครเทียมทานยากจนกลายเป็นเรื่องที่ถูกบันทึกและกล่าวขานมาถึงทุกวันนี้ และว่ากันว่าด้วยการล้วงลึกของผู้เขียนนิยายเรื่องนี้ทำให้ประวัติศาสตร์สุสานทหารม้าดินเอาที่เพิ่งจะค้นพบและมีผู้เข้าใจว่าเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคของจิ้นซีฮ่องเต้ แท้จริงแล้วเรื่องราวนี้เกิดขึ้นในยุคของเธอนี้เอง เล่มที่ 11 คือตอนจบสมบูรณ์ของนิยายเรื่องนี้ ที่เขียนโดย “เจี่ยงเซิ่นหนาน” แปลเป็นไทยโดย “ดารินทร์ทิพย์” จำหน่ายเล่มละ 275 บาท

การต่อสู้ยังไม่ถึงเวลาสิ้นสุด

เซียน GLORY ยังคงเดินหน้าต่อไป

นวนิยาย แนวสปอร์ตผสมแฟนตาซี “เทพยุทธ์เซียน GLORY” เล่มที่ 9 ออกวางตลาดอย่างต่อเนื่องทันใจผู้อ่านที่ติดตามมาโดยตลอด เขียนโดย “หูเตี๋ยหลาน”
โดยมี “อนุรักษ์ กิจไพบูลย์ทวี”แปลออกมาเป็นภาษาไทย เนื้อหายังคงชวนให้ติดตามอย่างคาดเดาไม่ออกว่า เซียนแต่ละคน เทพแต่ละสำนักจะใช้กลยุทธ์ใดมาพิชิตศึกในการแข่งขันเพื่อให้เข้าป้ายในฐานะผู้เป็นหนึ่งในการแข่งขัน จึงทำให้คนอ่านส่วนใหญ่ต้องติดตามจนกว่าจะได้พบกับความกระจ่าง จำหน่ายเล่มละ 375 บาท

หนังสือเด่น : ประชาธิปก ประชาธิปไตย ข้อคิดเตือนใจของคนไทยในวันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297519

หนังสือเด่น : ประชาธิปก ประชาธิปไตย ข้อคิดเตือนใจของคนไทยในวันนี้

หนังสือเด่น : ประชาธิปก ประชาธิปไตย ข้อคิดเตือนใจของคนไทยในวันนี้

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภาพที่ปรากฏอยู่ในสังคมไทยเวลานี้ ดูเหมือนว่า คนไทย กำลังมีความพยายามที่จะ “เปลี่ยนผ่าน” ในความเป็นประชาธิปไตยกันอีกครั้งหนึ่งในประเทศไทย ที่ต้องบอกว่า กำลังจะเปลี่ยนผ่าน อีกครั้งหนึ่ง เพราะเราเคยมีอดีตในการเปลี่ยนผ่านความเป็นประชาธิปไตยมาแล้วครั้งหนึ่ง ในสมัยรัชกาลที่ 7

หนังสือ “ประชาธิปก ประชาธิปไตย” เล่มนี้ อาจจะทำให้เราเข้าใจได้ดีขึ้นว่า เหตุใดการเปลี่ยนผ่านตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา จึงมีทั้งช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และเกิดการต่อไม่ติดมากหลายครั้ง ผู้เขียนคือ “ม.ร.ว.พฤทธิสาณ ชุมพล” ได้อธิบายให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ว่าทรงมีอะไรเป็นฐานคิด จึงได้รับสั่ง หรือไม่รับสั่งอะไร ทรงทำอะไร หรือไม่ทรงทำอะไรเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตย ทั้งในช่วงก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 นับว่าเป็นสิ่งซึ่งไม่เคยมีการทำอย่างครอบคลุมเท่านี้มาก่อน งานวิเคราะห์นี้จึงช่วยให้เข้าใจได้ดีขึ้นว่า เหตุใดการเดินทางสู่ประชาธิปไตยในไทยจึงลุ่มๆ ดอนๆ

เนื้อหาตลอดทั้งเล่ม เป็นการนำบทความซึ่งผู้เขียนได้เคยเขียนเผยแพร่ไว้มาเรียบเรียงใหม่ เริ่มจากการเล่าพระราชประวัติและนำเสนอพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ ในรัชกาลไว้ในเชิงบูรณาการ เพื่อเป็นฐานความรู้นำท่านผู้อ่านเข้าสู่ส่วนหลักของหนังสือ ซึ่งเกี่ยวกับพระราชปณิธาน พระราชดำริ และพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการปฏิรูประบอบการปกครองเป็นการเฉพาะ หนังสือเล่มนี้จะทำให้ผู้อ่านได้เข้าถึงและเข้าใจองค์ประชาธิปกได้ชัดเจนขึ้นและเข้าใจประวัติศาสตร์ของการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยในสมัยนั้นได้ดีขึ้น ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในการที่จะเป็นเครื่องเตือนสติสำหรับความพยายามในปัจจุบันที่กำลังคิดจะทำอะไรกันอยู่

เข้าใจโรคเบาหวาน ด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุด

มีทั้งเรื่องและภาพให้ความสะดวกกับการอ่าน

“เบาหวาน ฉบับเข้าใจง่าย” เป็นเรื่องราวที่ผู้เขียน ตั้งเป้าหมายที่ต้องการให้คนอ่านได้รู้จักโรคเบาหวานแบบง่ายและเข้าใจได้กระจ่างที่สุด แม้จะเรียนสูง เรียนต่ำ หรือ เด็กและผู้ใหญ่ เพราะผู้เขียนมีทั้งคำอธิบายที่เป็นทั้งภาพวาด และคำบรรยายที่ใช้ถ้อยคำง่ายๆ ไม่ติดรูปแบบของวิชาการ ในเล่มจะบอกให้ทราบถึงวิธีป้องกัน รู้จักการควบคุมการกินอาหาร บอกวิธีการออกกำลังกายเพื่อสลายเบาหวานแบบถุกวิธี เขียนโดย “Kasuga Masato” โดยมี “ขวัญนุช คำเนือง”แปลออกมาเป็นภาษาไทย จำหน่ายเล่มละ 195 บาท รวมความแล้วหนังสือเล่มนี้จึงเป็นเสมือน หมอประจำตัวคอยเตือนให้เราระวังโรคเบาหวานมาเยี่ยมเยือนที่อยู่ติดตัวมากที่สุด

กำลังภายในผสมผสานกับการแข่งขัน

จินตนาการใหม่ในโลกอินเทอร์เนต

“เทพยุทธ์เซียน GLORY” เขียนโดย “หูเตี๋ยหลาน” แปลเป็นไทยโดย “อนุรักษ์ กิจไพบูลย์ทวี” จำหน่ายเล่มละ 375 บาท เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับเกม GLORY จินตนาการผสมผสานกับศาสตร์กำลังภายในของจีน แนวของเรื่องจึงเป็นไปในกึ่ง สปอร์ตกับกึ่งกำลังภายใน ซึ่งเป็นจินตนาการใหม่ในโลกอินเทอร์เนตที่กำลังเป็นที่นิยมของชาวจีนในเวลานี้ ตอนนี้ออกมาวางตลาดถึงเล่มที่ 8 แล้ว เนื้อเรื่องยังคงเข้มข้นชวนให้นักอ่านที่ติดตามอ่านมาแล้วต้องอ่านต่อเนื่อง สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านมาก่อน หาซื้อกันตั้งแต่เล่มหนึ่งได้ที่ร้านหนังสือ

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก‘ชีพนี้เพื่อชาติ’

ความหวังของหัวใจ เพื่อชาติและคนที่รัก

“ยืดฟ้าหาพิกัดรัก” เขียนโดย “ทองหลาง” เป็นนิยายรัก และปลุกกระตุ้นให้คนคำนึงถึงชาติ ที่เป็นความรักที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ความรักที่มีต่อคนรัก เรื่องราวของนายทหารอากาศที่ต้องมีภารกิจป้องชาติบ้านเมืองให้พ้นจากภัยพิบัติของผู้ไม่หวังดี ในเวลาเดียวกันเขาก็ตั้งปนิธานรักให้ไว้สำหรับคนรักที่ต้องเฝ้าคอยการกลับมาของเขาเบื้องหลัง เรื่องจึงดำเนินไปด้วย อาการที่ต้องลุ้นเป็นกำลังใจให้กับนายทหารหนุ่ม พร้อมๆ กับความสุขของคนที่ทำเพื่อชาติ จำหน่ายเล่มละ 365 บาท

หนังสือแนวพัฒนาตนเองที่ให้ข้อมูลเฉียบขาด

สมองมีไว้เพื่อคิด ไม่ใช่มีไว้เพื่อเก็บความคิด

“บริหารชีวิต พิชิตความสำเร็จ” เขียนโดย “David Allen” แปลเป็นไทยโดย “อาวีกาญจน์-ปฏิพล” เนื้อหาจะเป็นศาสตร์ในการทำใจให้ปล่อยวางกับความเครียดทั้งหลายทั้งปวงที่ประดังเข้ามาสู่ชีวิต เพื่อให้จิตสงบ พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมีสติเพื่อพบกับความสำเร็จในชีวิตอย่างมีสติมั่นคง เป็นหนังสือที่ นิตยสารสาร ไทม์ ให้คำนิยมว่า เป็นหนังสือแนวพัฒนาตนเองที่ให้ข้อมูลเฉียบขาดมากที่สุดในทศวรรษนี้ โดยผู้เขียนให้คำจำกัดความเอาไว้ว่า สมองของเรามีไว้เพื่อคิด ไม่ใช่มีไว้เพื่อเก็บความคิดให้มันหนักกะโหลก ซี่งคนส่วนใหญ่ในต่างประเทศจะยอมในศักยภาพของ อันเลน ผู้เขียนว่า เขาเป็นคนหนึ่งที่มีอิทธิพลสูงทางด้าน นักคิด จำหน่ายเล่มละ 450 บาท

หนังสือเด่น : รู้จักคนรุ่นใหม่ ‘เจเนอเรชันแอลฟา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296314

หนังสือเด่น : รู้จักคนรุ่นใหม่ ‘เจเนอเรชันแอลฟา’

หนังสือเด่น : รู้จักคนรุ่นใหม่ ‘เจเนอเรชันแอลฟา’

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในขณะที่สังคมไทยกำลังเพ่งมอง และให้ความสำคัญกับ สภาพสังคมผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้น แต่มีน้อยคนที่จับตามองถึง สถานภาพของประชากรในสังคมอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกกันว่า กลุ่มคนในเจเนอเรชันแอลฟา ซึ่งเป็นกลุ่มชนใหม่ ของสังคมไทยศตวรรษที่ 21

เจเนอเรชันแอลฟา คือ เด็กที่เกิดระหว่าง ค.ศ.2010-2025 หรือ พ.ศ. 2553-2568 เป็นเจเนอเรชันใหม่ของสังคม ในศตวรรษที่ 21 ที่จะได้รับประสบการณ์ร่วมไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีที่มีความเจริญก้าวหน้า ดังนั้นการจัดประสบการณ์และการศึกษาของเด็กในเจเนอเรชันนี้ จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปในศตวรรษที่ 21 แบบรู้เท่าทัน

หนังสือ “เจเนอเรชันแอลฟา : เจเนอเรชันใหม่ในสังคมไทยศตวรรษที่ 21” เขียนโดย “พัชราภา ตันติชูเวช” คือ หนังสือที่ได้พูดถึงการจัดประสบการณ์การเลี้ยงดูเด็ก การจัดกระบวนการทางการศึกษาให้เหมาะสมกับเด็กในเจเนอเรชันนี้ ไว้อย่างละเอียดและชัดเจน โดยผู้เขียนได้ปูพื้นฐานให้ผู้อ่านได้รู้จักเจเนอเรชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเบบี้บูมเมอร์ เจเนอเรชันเอ็กซ์ เจเนอเรชันวาย เจเนอเรชันซี เพื่อให้เห็นภาพของการเปลี่ยนผ่านของคนในแต่ละเจเนอเรชัน ก่อนที่จะมาพบกับคนรุ่นใหม่ล่าสุด

ผู้เขียนกล่าวว่า การเลี้ยงดูเด็กในเจเนอเรชันแอลฟานั้น พ่อแม่ ถือเป็นบุคคลที่มีความสำคัญยิ่ง บทบาทของแม่ในยุคนี้จึงมีความแตกต่างไปจากเดิม บทบาทสำคัญคือการให้ความรัก การให้เวลา ทั้งในเชิงปริมาณ และคุณภาพ การเล่นกับลูกเป็นบทบาทสำคัญที่ส่งผลให้เกิดความผูกพัน ความไว้ใจ ก่อให้เกิดฐานของพีระมิดที่แข็งแรง โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีแรกของเด็ก แม้เด็กยุคนี้จะเกิดมาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ไม่มีเทคโนโลยีใดจะมาทดแทนการแสดงออกทางความรักและปริมาณเวลาที่พ่อแม่มีให้กับลูกได้ ผู้เขียนได้แบ่งประเภทของพ่อแม่ในแบบต่างๆ ที่มีการเลี้ยงดูที่ต่างกันไป ซึ่งจะสะท้อนภาพให้เห็นกลับมาที่ลูก อย่างเด่นชัด พร้อมนำเสนอวิธี เทคนิคการเลี้ยงดูเชิงบวกเพื่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัวไว้อีกด้วยนอกจากนี้โรงเรียนก็ต้องปรับเปลี่ยนบทบาทด้วย เพราะในศตวรรษที่ 21 นั้น ความรู้หาได้รอบตัว ความรู้อยู่เพียงปลายนิ้ว อยากรู้อะไรก็สามารถค้นหาได้จากแท็บเลต สมาร์ทโฟน แล้วการเรียนการสอนในเจเนอเรชันแอลฟาควรเป็นอย่างไร? หนังสือเล่มนี้จะบอกให้รับทราบไว้ทั้งหมด

หนังสือ “เจเนอเรชันแอลฟา : เจเนอเรชันใหม่ในสังคมไทยศตวรรษที่ 21” จึงเป็นหนังสือที่ พ่อแม่ หรือ ผู้ปกครองทั้งหลายควรได้รับรู้เป็นอย่างยิ่ง ราคาจำหน่ายเล่มละ 130 บาท จากสำนักพิมพ์จุฬาฯ

ร่วมค้นหาคำตอบ… ปัญหาของความรัก

การค้นหาคำตอบโดยการค้นหาที่สมุหฐาน

หนังสือ “รักของเราไม่เท่ากัน #ทวิตรัก” เขียนโดย ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ เนื้อเรื่อง เป็นเรื่องใน วงสนทนาปัญหาความรักที่มีจุดเริ่มต้นแลกเปลี่ยนทัศนะกันผ่านทวิตเตอร์ ตามมาด้วยเฟซบุ๊ก และขยายกว้างไปถึงการจัดเวทีพูดคุยกับผู้คนในหลายวาระตลอดร่วม 10 ปีที่ผ่านมา การพูดคุยเรื่องความรักในแบบ #ทวิตรัก ผู้แต่งได้ตอบปัญหาเกี่ยวกับความรักมากมาย พร้อมเปิดรับกับคำถามใหม่ๆ ที่มาพร้อมสถานการณ์ความรักที่เข้มข้นและซับซ้อนที่หลายๆ คนสงสัยและค้นหาคำตอบกันอยู่ทุกวัน ความรัก… ความสัมพันธ์… ที่หลายๆ คนพบเจอกันอยู่มากมาย แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถไขปัญหาหัวใจโดยย้อนเข้าไปสู่ต้นตอของปัญหานั้นได้อย่างแท้จริง จำหน่ายในราคาเล่มละ ราคา 230 บาท (220 หน้า)

ร็อกเกอร์หนุ่มถ่ายแบบกับเด็กน้อยผู้น่ารัก

พร้อมเปิดคอนโด 30 ล้าน ‘ใหม่ เจริญปุระ’

นิตยสารแพรว ดึงหนุ่มหล่อร็อกเกอร์และหนูน้อยน่ารักโคจรมาขึ้นปกร่วมกันเป็นครั้งแรก ระหว่าง โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ในฐานะทูตขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกและ น้องมะลิ-พาขวัญ สหวงษ์ จับคู่ทวีความน่ารักกับการถ่ายแฟชั่นร่วมกับน้องหมา 4 สายพันธุ์ เผยเบื้องหลังการถ่ายแฟชั่นที่สนุกปนฮากับการร่วมงานกับน้องมะลิ ซึ่งด้านแม่โบว์ก็มาช่วยเสริมถึงความน่ารักแสนซนของลูกสาวคนนี้ และพิเศษสุด! ครั้งแรกกับการเปิดคอนโดริมทะเลร่วม 30 ล้านของดีว่า ใหม่ เจริญปุระ เผยทุกมุมมองอาณาจักรส่วนตัวและไลฟ์สไตล์ยามพักผ่อนแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ราคาเล่มละ 100 บาท

สิ่งประดิษฐ์ ชีวิตเปลี่ยนที่โลกยอมรับ

36 งานที่เหมือนธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา

“สิ่งประดิษฐ์ ชีวิตเปลี่ยน” เป็นหนังสือที่รวบรวมและจัดลำดับสิ่งประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติ ที่ดูเหมือนธรรมดา แต่ไม่ธรรมดาไว้ถึง 36 ชิ้น ทุกชิ้นล้วนมีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์มาจนถึงปัจจุบัน เพื่อเปิดมุมมองของผู้อ่านผ่านสิ่งของรอบตัว เขียนโดย “ทอม พิลบิน” แปลเป็นไทยโดย “ญาณิณี พจน์วิบูลย์ศิริ” โดยกล่าวถึงประวัติย่อของอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะทำให้ได้เห็นถึงสติปัญญาของเหล่านักคิด นักประดิษฐ์ทั้งที่มีชื่อเสียงและนิรนามทั้งหลาย ตลอดช่วงประวัติศาสตร์อันยาวนาน ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตมนุษย์เมื่อมีสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้เข้ามาในชีวิต จำหน่ายเล่มละ 200 บาท

กระตุ้นกำลังใจด้วยนิทานสำหรับเด็ก

ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำข้อสอบให้ได้ผล

“ไม่ยากถ้าอยากทำข้อสอบได้” เป็นหนังสือการ์ตูนสำหรับเด็กเล็กที่ผู้เขียนต้องการสร้างขวัญและกำลังใจให้เด็กรับรู้ว่าการทำข้อสอบ หรือการแก้ไขอุปสรรคปัญหานั้นไม่ใช่เรื่องยาก โดยเขียนเป็นนิทานผูกกันเป็นเรื่องเป็นราวว่า มีเด็กหญิงคนหนึ่งเป็นโรคกลัวการสอบ เพราะสอบครั้งไรก็ได้คะแนนต่ำทุกครั้ง จนมาเจอกับเด็กลึกลับผู้หนึ่งที่สอนชี้แนะวิธีการที่ล้ำลึกให้เธอรับรู้ ทำให้เธอเกิดกำลังใจ และสามารถเอาชนะความกลัวในเรื่องการสอบได้ เขียนโดย Mo Yun – sook แปลเป็นไทยโดย พิริยาพร ค้าเจริญดี ราคาเล่มละ 148 บาท

หนังสือเด่น : ที่ตายก็ตายไป!! ที่อยู่ก็สู้กันไป??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295030

หนังสือเด่น : ที่ตายก็ตายไป!! ที่อยู่ก็สู้กันไป??

หนังสือเด่น : ที่ตายก็ตายไป!! ที่อยู่ก็สู้กันไป??

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพียงไม่กี่ปีที่สื่อ อีเล็กทรอนิกส์ เข้ามาครอบครองความนิยมของคนในสังคมอย่างอึกทึกครึกโครม บรรดาสื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งหนังสือรายประจำ หนังสือเล่ม ต่างพบกับปัญหา ขาดแคลนลูกค้า จนทำให้เกิดวิกฤติขึ้นในสังคมสื่อสิ่งพิมพ์ ทำให้พวกที่มีสายป่านไม่ยาว หรือมีรายได้ไม่เหลือเฟือ ต่างพากันล้มหายตายจาก เพราะทนต่อสภาพขาดทุนไม่ไหว แม้จะพยายามตื้อมาในเวลาที่สมควรอย่างสุดฝีมือแล้วก็ตาม แต่ความนิยมของสื่ออีเล็กทรอนิกส์ยังไม่เสื่อมคลาย

ในสถานภาพของสื่อสิ่งพิมพ์ จึงเกิดสภาพในแบบที่ว่า ใครยังสามารถมีลมหายใจอยู่บ้างก็อยู่กันไปด้วยความหวังว่า ฟ้าจะแจ่มในอีกครั้งหนึ่ง เมื่อยามที่เมฆฝนผ่านไปแล้ว ส่วนที่สายป่านไม่ยาว ดิ้นรนจนหนทางแคบยิ่งขึ้นก็ยอมปิดตัว แม้จะเสียดายอย่างแสนสาหัส แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

ในท่ามกลางความเศร้าโศก ก็ยังมีความรื่นเริงอยู่เหมือนกัน เมื่อ นิตยสารแพรว ฉบับล่าสุด ประจำวันที่ 10 กันยายน เป็นฉบับครบรอบ 38 ปี แห่งการครอบครองความนิยมประเภทนิตยสารสไตล์นางแบบ และแฟชั่น เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

นิตยสารแพรว ฉลองการก้าวสู่ปีที่ 39 ด้วยการดึงนางแบบสุดพิเศษประชันโฉมกันเบาๆ กับ มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 และ เป่าเปา-พอลลีน่า ชี ซุป’ตาร์ตัวจิ๋วขวัญใจมหาชน โคจรมาขึ้นปกแพรวร่วมกันในธีม Beauty Queen รับโปรเจกท์ แพรว Iconic Beauty 2017 เนื้อหานอกจากจะจัดเต็มความสวยงามและน่ารักกับภาพแฟชั่นของทั้งคู่ที่ใครเห็นต้องหลงรักแล้ว ยังมีบทสัมภาษณ์จาก มารีญา มาเล่าเรื่องราวอัพเดตชีวิตหลังรับตำแหน่ง และชีวิตในวัยเด็กที่กว่าจะสู่เส้นทางความสำเร็จของวงการนางงามในวันนี้ ส่วนด้านเป่าเปาก็มีคุณแม่ กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ มาให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด พร้อมเผยเรื่องราวน่ารักของเจ๊เปาบางพลีที่แฟนคลับต้องอมยิ้มไปตามๆ กัน สำหรับสาวกบิวตี้ ฉบับนี้ได้เวลาบทสรุปของผลิตภัณฑ์ความงามที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นกับ โปรเจกท์ แพรว Iconic Beauty 2017 ใครอยากรู้ว่าแบรนด์ไหนเลิศที่สุดลองไปหามีอัพเดตกันเอาเอง

ท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ชีวิต

อีกมิติหนึ่งของการเดินทางรอบโลก

“เป็นเด็กดีนะ” หนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวของการเดินทาง ในอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่เน้น บรรยากาศรอบด้านของธรรมชาติและวัตถุ แต่ลงลึกถึงเรื่องราวชีวิตของผู้คนที่ผู้เขียนได้พานพบและประสบมา เขียนโดย “ต้าปิง” แปลเป็นไทยโดย “ศุณิษา เทพธารากุลการ” จำหน่ายเล่มละ 395 บาท โดยมีเรื่องราวชีวิตของคนที่น่าสนใจ และน่าศึกษาทั้งหมด 12 เรื่อง ล้วนให้แง่คิดในการครองชีพ แง่คิดในด้านของความรัก ความผูกพัน ซึ่งเรื่องทุกเรื่อง อ่านแล้ว แทบไม่น่าเชื่อว่า ชีวิตของคนอีกหลายคนบนโลกใบนี้ยังมีอะไรที่คนส่วนใหญ่ไม่คาดคิด และนึกไม่ถึงอีกมากมาย หนังสือเล่มนี้มียอดขายภายในหกเดือนถึงแปดแสนเล่ม

แนะสถานที่ท่องเที่ยวยามฤดูฝน

ที่ราบลุ่มชุ่มน้ำรอบเมืองไทย

“นิตยสาร อสท.” หนังสือที่แนะนำสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทยในเชิงท่องเที่ยว ฉบับรองรับหน้าฝนที่แผ่นดินเต็มไปด้วยน้ำ ด้วยเรื่องของที่ราบลุ่มชุ่มน้ำ ซึ่งนอกจากจะได้พบกับพันธุ์ไม้ที่เขียวขจี อากาศที่เย็นชุ่มฉ่ำแล้ว ยังได้พบกับสรรพชีวิตที่เริงรื่นอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สดชื่นนี้ด้วย สำหรับเรื่องราวต่างๆ มีหลายแห่ง หลายสภาพ อาทิ ป่าห้วยขาแข้ง สิบสานตำนานไพรที่น่าอนุรักษ์, เรื่องล้ำน้ำเจิ่งนองริมทุ่งน้ำสามร้อยยอด, เรื่องของพรุโต๊ะแดง ลมหายใจแห่งชีวิตชาวใต้, เรื่อง ห้วยแร้งที่ตอนนี้ไม่แร้งดั่งชื่อ และเรื่อง คลองแดน แผ่นดินที่มีน้ำแบ่งขวาง แต่ผู้คนมิได้แบ่งแยกตามสายน้ำ นอกจากนี้ ยังครบถ้วนไปด้วยคอลัมน์ประจำ พร้อมภาพถ่ายที่สดสวย ดูงามทั้งเล่ม จำหน่าย 85 บาท

รู้จักเอาตัวรอดเมื่อเกิดภัยพิบัติ

ด้วยวัสดุจากธรรมชาติรอบๆตัว

“เอาชีวิตรอดในธรรมชาติ” เขียนโดย “RINPEI KAZAMA” แปลไทย โดย “อังคณา รัตนจันทร์” เป็นการ์ตูนภาพ สำหรับเด็กวัยรุ่น เนื้อหากล่าวถึง การใช้ไหวพริบเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิด อาทิ เกิดภัยพิบัติ ไฟฟ้าดับ น้ำท่วม หลงป่า โดยผู้ที่พบกับภัยต่างๆ สามารถเรียนรู้หาทางเอาตัวรอดได้จากธรรมชาติรอบๆ ตัว ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก ในระดับหนึ่งของการเอาชีวิตรอด นำเสนอวิธีคิด วิธีทำ ด้วยภาพวาดที่ทำได้เอง จำหน่ายเล่มละ 175 บาท

ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋องเล่ม 12 สิ้นสุดการเดินทาง

ขุนนางบู๊บุ๋นกว่าพันคนถูกสังหารเพื่อปราบโจรว่อโค้ว

แล้วการเดินทางย้อนอดีตของ เชลล์แมนยุคปัจจุบันที่หลงเข้าสู่กาลเวลาในอดีตกาลก็ถึงวันที่สิ้นสุด ในเล่มที่ 12 ซึ่งเป็นตอนที่จบภาคของ นิยายอิงประวัติศาสตร์ของจีน เรื่อง “ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง” เขียนโดย เยี่ยกวน แปลเป็นไทยโดย “น.นพรัตน์” ในเล่มจบนี้ เริ่มเรื่องตั้งแต่เมื่อขุนนางบู๊บุ๋นกว่าพันคนถูกสังหารเพื่อปราบโจรว่อโค้ว ทำให้เกิดความวุ่นวายไปทั่ว ทุกชีวิตต่างหาทางเอาตัวรอดด้วยรูปแบบต่างๆ ผลงานในชุดนี้นับได้ว่าเป็นผลงานที่มีคนอ่านนิยมไม่น้อยกว่า เรื่อง พยัคฆราชซ่อนเล็บ ที่เคยโด่งดังมาแล้ว จำหน่ายเล่มละ 230 บาท สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยอ่านเลยตั้งแต่เล่มแรก สามารถหาซื้อได้ครบชุดตามร้านหนังสือทั่วไป

หนังสือเด่น : ข้อคิดสะกิดใจในเรื่องภาษาไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/293767

หนังสือเด่น : ข้อคิดสะกิดใจในเรื่องภาษาไทย

หนังสือเด่น : ข้อคิดสะกิดใจในเรื่องภาษาไทย

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภาษา เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่แต่ละชาติจะต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจ มาเป็นส่วนประกอบในการสื่อสารด้วย ในบริบทที่แตกต่างกัน เราอาจจะเข้าใจในภาษาที่แตกต่างกันไปด้วย อย่าง เราฟังภาษาลาว เราจะรู้สึกว่า ตลก ชวนให้คิดไปในทางขบขัน ทั้งนี้เพราะภาษาลาวเป็นภาษาคำโดดที่ทุกคำย่อมมีความหมายในการนำไปใช้ ซึ่งก็เช่นเดียวกัน ภาษาไทย เมื่อถูกนำไปใช้ในต่างบริบท ก็ย่อมสร้างความขบขัน และประหลาดใจกับคนต่างเชื้อชาติได้เช่นเดียวกัน

หนังสือ “เรื่องเล่าเก็บตกจากห้องเรียนภาษาไทย” เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับภาษาไทยที่อ่านสบายๆ คลายเครียด แต่ในขณะเดียวกันก็ให้สาระความรู้เกี่ยวกับภาษาไทย รวมถึงข้อคิดสะกิดใจ ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ จากผู้แต่งซึ่งเป็นครูสอนภาษาไทยระดับอุดมศึกษา โดยเรื่องเล่านี้เป็นเรื่องเล่าที่เกิดในห้องเรียน จึงมักมีเรื่องราวแปลกๆ หรือเป็นเรื่องชวนขำขันที่เกิดขึ้นในห้องเสมอ

ผู้เขียนคือ “ไขสิริ ปราโมช ณ อยุธยา”เล่าให้ฟังว่า มีเรื่องของความไม่เข้าใจกับผู้ใช้ภาษาอยู่ทุกแห่งทุกที่ อย่างเช่น เรื่องนี้เกิดขึ้นในห้องเรียนวิชาภาษาไทยของนิสิตชั้นปีที่ 2 เมื่อผู้สอนให้นิสิตใช้คำว่า ผัด-ผลัด ด้วยการให้นำไปประกอบกกับวลีที่ว่า วันประกันพรุ่ง หลายคนใช้ผิดเป็น “ผลัดวันประกันพรุ่ง”
ซึ่งที่ถูกต้องใช้ว่า “ผัดวันประกันพรุ่ง” และได้บอกนิสิตทุกคนให้จำไว้ว่า ผัด หมายถึง เลื่อนเวลา และ “ผลัด” หมายถึง เปลี่ยน จึงทำให้เป็นอารมณ์ขันเกี่ยวกับการนำไปใช้ในเรื่องของอาหารว่า “ผัดวันประกันพรุ่ง จะอร่อยแค่ไหน”

หรือจะเป็นเรื่อง “สำนวนเด็กไทยในต่างประเทศ กับคำว่า…จ้องห้อง-คับรถ” ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ในห้องเรียนที่วัดไทยในลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้เขียนเคยไปสอนภาษาไทยให้นักเรียนไทยที่นั่น เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อผู้เขียน ซึ่งมีภารกิจอื่นต้องไปทำในฐานะครูใหญ่ ทำให้ต้องทิ้งห้องเรียนไปและมีนักเรียนคนหนึ่ง พูดขึ้นว่า “ครูไปเถอะหนูจะจ้องห้องให้” ซึ่งการที่นักเรียนใช้คำผิดความหมายนี้ ทำให้ เห็นว่า ภาษาไทยมีคำหลายคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน และใช้ในบริบทที่แตกต่างกัน ภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ ก็มีลักษณะนี้เช่นกัน เช่น ภาษาไทยมีคำว่า มอง ดู เฝ้า จ้อง มองดู ดูแล จ้องมอง เฝ้ามอง เฝ้าดู ซึ่งคนไทยสามารถเลือกใช้ในบริบทที่ตนต้องการ และสำหรับประโยคที่นักเรียนพูด “หนูจะจ้องห้องให้” นี้ คนไทยทุกคนทราบว่าที่ถูกต้องต้องใช้ว่า “หนูจะเฝ้าห้องให้” ส่วนคำว่า “คับรถ” เรื่องนี้เกิดขึ้นในขณะที่สอนเรื่องวรรณยุกต์ เพราะภาษาอังกฤษไม่มีวรรณยุกต์ เช่น คำว่า “Man” จะออกเสียง แมน แม่น หรือแม้น ความหมายก็ไม่เปลี่ยน แต่ในภาษาไทย เปลี่ยนไปถึง 3 ความหมาย นักเรียนที่อเมริกาต้องการจะพูดว่า “พ่อขับรถ” แต่พูดเป็น “พ่อคับรถ” จึงกลายเป็นเรื่อง เฮฮาไปในหมู่ของคนไทย

นี่เป็นเพียงบางส่วนของเรื่องเล่าเก็บตกจากห้องเรียนภาษาไทยที่นำมายกตัวอย่างให้เห็น ในเล่มยังมีอีกหลายเรื่องที่ให้ ข้อคิดสะกิดใจเกี่ยวกับภาษาไทย ที่คนซึ่งสนใจภาษาไทยควรรับรู้

เปิดใจหนุ่มหล่อในวงการบันเทิง

จัดเต็มเรื่องของ เจ้านาย วรรธนะสิน

“นิตยสารสุดสัปดาห์” จัดเต็มความหล่อน่ารัก ของ เจ้านาย-จิณเจษฎ์ วรรธนะสิน ที่สร้างกระแส “คนละชั้น” ฟีเวอร์ จากเพลงล่าสุดที่ทำให้ใครหลายคนยิ่งหลงรัก พร้อมภาพแฟชั่นสุดคูล และสกู๊ปพิเศษเจาะลึกทุกเรื่องราวชีวิตของหนุ่มฮอตคนนี้ ทั้งการเริ่มต้นของการเป็นศิลปินเต็มตัวครั้งแรก เรื่องราวน่ารักๆ ในครอบครัว กิจกรรมที่ชื่นชอบ และการเผยคุณสมบัติสะใภ้ที่รีเควสต์โดยแม่ปิ่น นอกจากนี้ยังมีสัมภาษณ์ที่น่าสนใจสำหรับคอละคร กับ 6 พระรองงานดี ฝีมือน่าจับตา รวบรวมมาให้สาวๆ ทำความรู้จักพวกเขาให้มากขึ้น อาทิ หน่อง-ภัทร์ ฉัตรบริรักษ์, โก้-วศิน หนุ่มหน้าใสปากแดงสุดฮอตจากละคร ราชนาวีที่รัก เป็นต้น ราคา 90 บาท

เรื่องของสาวน้อยคลั่งคำทำนาย

ฝากชีวิตไว้กับทุกอาจารย์เจ้าสำนัก

“ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋” นิยายร่วมสมัยเขียนโดย “ปราปต์” เป็นเรื่องของสาวน้อยตัวคนเดียวที่ คลั่งไคล้กับความเชื่อเกี่ยวกับการทำนายดวงชะตา โชคลาภและความรัก เธอไม่ยอมที่จะพลาดหากได้ข่าวว่ามีอาจารย์สำนักใดที่ทายอนาคตได้อย่างแม่นยำ แม้เธอจะต้องโกหกเจ้านายต่างๆ นานา เพื่อทิ้งงานไปหาหมอดู แต่ทุกครั้งเธอก็หลุดพ้นจากความผิดไปได้ทุกทีจนกระทั่ง เมื่อถึงเวลาที่สุกงอมเธอต้องถูกยื่นคำขาดให้ตัดสินใจเลือกบางอย่างที่เธอไม่ประสงค์ ทำให้เธอต้องหันหน้าไปพึ่งพากิ๊กเก่า แล้วทางออกของเธอจะสำเร็จหรือไม่ต้องติดตาม ราคาเล่มละ 340 บาท

รวบรวมสาระจากรายการ กระจกหกด้าน

7 หมวด 60 หัวข้อเรื่อง เพื่อการเรียนรู้ ค้นหา

“กระจกหกด้าน” เรียบเรียงโดย “จุฬาพิช มณีวงศ์” ขนาดจำนวนหน้า 461 หน้า เป็นหนังสือที่นำเนื้อหามาจากสารคดีทางโทรทัศน์ ที่ออกอากาศมานานตลอด 35 ปี ด้วยลีลาการเขียนบทที่เป็นแบบเฉพาะคือสั้น กะทัดรัด เข้าใจง่าย เพื่อนำไปใช้เป็นคู่มือ ในการแสวงหาความรู้สำหรับทุกคน มีการแบ่งหมวดหมู่เพื่อง่ายต่อการค้นหาและติดตาม คัดเลือกสรรหามาเล่าเป็น 7 หมวด 60 หัวข้อเรื่อง ครอบคลุมศิลปะ-วัฒนธรรมประเพณี, ชีวิตความเป็นอยู่และภูมิปัญญาไทย, พืชนานาพรรณ, สรรพสัตว์, ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม, การท่องเที่ยวไปจนถึงเทคโนโลยีวิทยาการ และกิจกรรมนานาชาติ อาคารสถาปัตยกรรม สถานที่ทางประวัติศาสตร์ทั้งของเก่าที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสิ่งใหม่ร่วมสมัย จำหน่ายเล่มละ 260 บาท

คนท่องยุทธภพ ไหนเลยจะไม่โดนดาบ

หนึ่งหญิงหนึ่งชายเพื่อแสวงหาของวิเศษ

“คนท่องยุทธภพ ไหนเลยจะไม่โดนดาบ” เขียนโดย “เอ๋อหย่า” แปลเป็นไทยโดย “ลี หลินลี่” จำหน่ายเล่มละ 300 บาท ออกวางตลาดแล้ว 2 เล่มคือ เล่ม 1 และเล่ม 2 เป็นเรื่องราว เหยียนเสี่ยวเตา สาวน้อยเจ้าปัญญา เจ้าของสมญา มีดน้อยแซ่เหยียน และคุณชายรอง ของสำนักค่ายพรรคอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน เมื่อทั้งสองโคจรมาพบกันด้วยเจตนาที่ตรงกันคือ ท่องหาของวิเศษในยุทธภพ ทำให้เขาต้องผจญกับเหตุการณ์หลายอย่างทั้งที่คาดไว้แล้ว และคาดไม่ถึง ซึ่งทำให้เกิดความจริงที่ว่า เมื่อออกท่องยุทธภพใครเล่าจะไม่โดนดาบ สองเล่มจบ