หนังสือเด่น : พระราชินีศรีแผ่นดิน หนังสือที่เป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292451

หนังสือเด่น : พระราชินีศรีแผ่นดิน หนังสือที่เป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

หนังสือเด่น : พระราชินีศรีแผ่นดิน หนังสือที่เป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“การที่ข้าพเจ้ามีกำลังใจ กำลังกายปฏิบัติหน้าที่รับใช้บ้านเมือง ก็ด้วยนึกถึงคำของพ่อที่สั่งสอนไว้ตั้งแต่เกิด และเมื่อแต่งงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงสอนตลอดมาว่า แผ่นดินนี้มีบุญคุณแก่ชีวิตพวกเรามากมายนัก เพราะฉะนั้นชีวิตที่เกิดมาอย่าให้ว่างเปล่า จงคอยตอบแทนให้รู้สึกเสมอว่า เป็นหนี้บุญคุณ”

ข้อความข้างต้น นำมาจากพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2522 ซึ่งสำนักพิมพ์สถาพร นำมาบันทึกไว้ในหนังสือชื่อ “พระราชินีศรีแผ่นดิน” เขียนโดย “สุวิสุทธิ์” ที่ผู้เขียนบอกเอาไว้ว่า เป็นเรื่องราวตั้งแต่แรกเป็นคุณหญิงน้อย จวบจนได้รับการสถาปนาเป็นมารดาของแผ่นดิน

พระราชินีศรีแผ่นดิน เป็นหนังสือที่มีคุณค่าอีกเล่มหนึ่งที่คนไทยควรได้อ่าน และรับรู้เรื่องราวที่จะไม่วันมีเลือนหายไปจากจิตและวิญญาณของคนไทยทุกคน

“สุวิสุทธิ์” กล่าวไว้ในคำนำว่า มิได้ต้องการจะบอกเล่าแต่เฉพาะในเรื่องของพระราชประวัติของพระองค์ท่านเท่านั้น แต่ยังมุ่งถ่ายทอดเรื่องราวบางส่วนอันเป็นประวัติศาสตร์ที่น่ารู้ เอาไว้ให้คนไทยทุกคนได้รับรู้ อาทิ เรื่องราว “ความรัก” และความผูกพันของ “พระคู่ขวัญ”ของทั้งสองพระองค์ ที่นอกจากจะเป็นครรลองความรักอันงดงาม ที่ชายหญิงต่างดำเนินชีวิตไปตามวิถีทางอันเหมาะสมและดีงามตามหน้าที่ของตนแล้ว ทั้งสองพระองค์ยังเกื้อหนุนกันในพระราชกรณียกิจต่างๆ และทรงเผื่อแผ่ความรักความปรารถนาดีมาสู่ปวงชนทั้งผืนแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งโลกในทุกวันนี้

พระราชินีศรีแผ่นดิน เป็นหนังสือที่คนไทยทุกคนควรอ่าน หรือมีไว้ประดับบ้านเพื่อเป็นสิริมงคลสำหรับตนเองและครอบครัว

การ์ตูนผีที่สอดแทรกคุณธรรม

พร้อมข้อมูลหลอนที่ถูกกล่าวขวัญ

“ชมรมนักล่าผี” เป็นหนังสือการ์ตูน จัดพิมพ์สี่สี เรื่องราวของเด็กๆ ญี่ปุ่นที่ทำงานด้านการปราบผี ไม่ว่าจะเป็น ผีในโรงเรียน ผีห้องสมุด และผีในอินเตอร์เนต แม้ผู้เขียนจะสร้างความสนุกสนาน ตื่นเต้นหวาดเสียวให้กับเด็กๆ นักอ่านแล้ว เขายังสอดแทรกคุณธรรมในด้านบาปบุญและการทำความดีให้กับเด็กๆ ได้ตระหนักอีกด้วย เขียนโดย “Lee Yong-gu” แปลเป็นไทยโดย “ธนวดี บุญล้วน” จำหน่ายเล่มละ 165 บาท หนังสือเล่มนี้ นอกจากจะเป็นการ์ตูนที่เป็นเรื่องเป็นราวแล้ว ยังมีการจัดหาข้อมูลอันเป็นเกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับความน่ากลัวของเรื่องผีเอาไว้ให้อ่านด้วย อาทิ เรื่องของแมวดำ เรื่องของ คู่แฝดปีศาจ และเรื่องของ ห้องดนตรีหลอน

หลากหลายเรื่องน่ารู้ของนกนานาชนิด

การผจญภัยพร้อมสาระเกี่ยวกับชีวิตสัตว์โลก

“Gomdori co” ผู้แต่งเรื่อง “การเอาชีวิตรอดในอาณาจักรนก” ในรูปแบบของหนังสือการ์ตูน ได้นำเสนอ สาระเกี่ยวกับนกสัตว์โลกอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่สนใจของเด็ก โดยผูกเรื่องให้ เด็กน้อยสองคนไปพบหา และผจญกับนกนานาชนิดในเกาะที่โดดเดี่ยวไร้ผู้คน เขาทั้งสองต้องหาทางเอาตัวรอดจากอันตรายจากนกต่างๆ ซึ่งมีอุปนิสัยและวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน กว่าจะรอดพ้นจากอันตราย ทำให้เขาได้พบว่า ธรรมชาติของนกแต่ละชนิดนั้นมีนิสัยใจคออย่างไรบ้าง หนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่จะได้เพียงความสนุกอย่างเดียว แต่ยังได้เรียนรู้ถึงธรรมชาติของสัตว์โลกประเภทนกอย่าลงไม่น่าเบื่ออีกด้วย จำหน่ายเล่มละ 165 บาท “วลี จิตสำรัสรัตน์” แปลเป็นภาษาไทย

จอมนางเคียงหทัยดวงใจจักรพรรดิ

เรื่องของรักมั่นนิรันดร เล่มจบบริบูรณ์

“จอมนางเคียงหทัยดวงใจจักรพรรดิ เล่ม 2” เขียนโดย “ธารธารา” หลังจากปล่อยนิยายเรื่องนี้ ออกสู่แผงหนังสือจนเป็นที่ติดอกติดใจของนักอ่านนวนิยายโรแมนติกที่แฝงเอาไว้ด้วยกลอุบาย และเล่ห์ร้ายของสาวน้อยและชายหนุ่ม ซึ่งเรื่องราวในเล่มแรกยังไม่จบสมบูรณ์ ดังนั้น เล่มที่สอง อันเป็นเล่มจบบริบูรณ์จึงติดตามออกมา เนื้อหาในเล่มนี้ยังคงดำเนินไปอย่างออกรสออกชาติของ องค์หญิงผู้เลอโฉมที่ปิดบังความจริงของตนเอง เพื่อให้สะดุดตาขององค์ชายหนุ่มๆ แต่ก็ยังไม่พ้นความอยากรู้อยากเห็น ของฮ่องเต้หนุ่ม และในเล่มนี้ทุกอย่างก็จะจบลงว่า ฮ่องเต้หนุ่มจะพิสูจน์ความจริงได้โดยวิธีใด

ที่สุดแห่งวิทยาศาสตร์มหัศจรรย์

เสริมความรู้ด้านวิชาการให้กับเด็กๆ

“คุกกี้รันวิทย์ ที่สุดวิทย์มหัศจรรย์” การ์ตูนสี่สี ที่สอดแทรกสาระทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กเล็กในรูปแบบของนิทานภาพการ์ตูนสี่สี บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นวิชาวิทยาศาสตร์ซึ่งเด็กๆ นอกจากจะได้รับรู้จากโรงเรียนมาแล้ว สามารถตอกย้ำและมองเห็นผลอื่นๆ จากวิชาวิทยาศาสตร์ที่สร้างความน่ารู้ และน่าแปลกใจให้เด็กเกิดความผูกพันกับวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อจะได้ลงลึกเรียนรู้ให้มากขึ้น หนังสือในชุดนี้ จึงถูกจัดให้เป็น หนังสือการ์ตูนความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เด็กๆ อ่านแล้วไม่เกิดความเบื่อหน่ายเหมือนได้อ่านจากตำราเรียน จำหน่ายเล่มละ 146 บาท เขียนโดย “Lee Tee Yong” แปลโดย “วันวิสาร์ ปัญญางาม”

หนังสือเด่น : บรรพชาปวัตน์(คำกลอน) วัฒนธรรมการบวชแห่งพุทธศาสนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289549

หนังสือเด่น : บรรพชาปวัตน์(คำกลอน) วัฒนธรรมการบวชแห่งพุทธศาสนา

หนังสือเด่น : บรรพชาปวัตน์(คำกลอน) วัฒนธรรมการบวชแห่งพุทธศาสนา

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บรรพชาปวัตน์ คำกลอน เขียนโดย นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย เป็นหนังสือที่บอกเล่า วัฒนธรรม ประเพณีของคนไทยที่นับถือพุทธศาสนา ซึ่งมีความเชื่อว่า การได้สืบทอดประเพณีการบวชให้แก่ลูกหลาน นอกจากจะเป็นการจรรโลงพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นกุศลกรรมที่ส่งให้ผู้สืบทอดได้รับอานิสงส์ “แห่งคุณความดี” ส่งให้ก้าวไปสู่โลกแห่งสวรรค์ในภายภาคหน้าอีกด้วย

หนังสือเล่มนี้ ถูกเขียนเป็น คำกลอน (กลอนแปด) มีด้วยกันทั้งสิ้น 454 บท กล่าวถึง เรื่องราว ประเพณีการบวชพระของพุทธศาสนิกชน โดยผู้เขียนผูกเรื่องราวให้ง่ายต่อการเข้าใจ และจดจำ โดยจัดทำเป็นลักษณะของนิยาย กล่าวคือ มีตัวละคร มีการดำเนินที่ติดต่อเชื่อมโยงกันไปในวิถีชีวิต โดยกำหนดให้ตัวเอกของเรื่อง ชื่อ นายเพียร ที่เริ่มต้นชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยการถูกพ่อแม่ส่งให้เข้าเรียนหนังสือกับพระในวัด เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ ซึ่งในสมัยโบราณถือว่า วัดคือ แหล่งเรียนรู้วิชาการให้กับกุลบุตร เพื่อการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในภายหน้า และเด็กชายเพียร เมื่อถูกส่งเข้าร่ำเรียนอยู่ในวัด จนเติบโต ก็ออกมาช่วยพ่อแม่ทำนา ในประเพณีของชาวไทยที่อยู่ชนบท และพออายุถึงเกณฑ์บวชเป็นพระเขาก็สละเรื่องทางโลกเข้าสู่แวดวงธรรมจักร และในหนังสือเล่มนี้จะบอกเล่าถึงพิธีการ การปฏิบัติในกิจวัตรของพระภิกษุที่อยู่ในวัด และประเพณีการจัดงานบวชให้ลูกหลานอย่างละเอียด ตลอดรวมไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพระบวชใหม่และลูกศิษย์วัดที่อาศัยอยู่ในวัดอย่างละเอียด

สรุปว่าเป็นหนังสือที่ ถ่ายทอด ประเพณี ภูมิปัญญา แนวคิด และวิถีชีวิตของคนไทยในอดีตที่ยังคงให้ความสำคัญของวัดเป็นที่ตั้ง ทำให้ได้เห็นภาพ และรับรู้ถึงโลกในขอบเขตวัดที่แตกต่างไปจากโลกที่อยู่นอกวัด

หนังสือเล่มนี้ ได้รับรางวัล ในฐานะหนังสือดีเด่นของมูลนิธิจอห์นเอฟ เคนเนดี เมื่อราวปี 2514 ที่เนื้อหาซึ่งปรากฏ ยังคงถูกนำมาใช้ปฏิบัติกับพุทธศาสนิกชนอยู่ในเวลานี้

หนังสือเล่มนี้นอกจากจะได้ทราบ ประเพณีในการบวชของชาวพุทธแล้ว ยังได้พบกับความไพเราะของบทกลอนที่ผู้เขียน เขียนไว้ได้อย่างไพเราะด้วยศัพท์ที่ไม่วิลิศมาหรามากมาย จึงอ่านได้สบายๆ โดยไม่ต้องแปลไทยให้เป็นไทย
อีกทอดหนึ่ง

เป็นหนังสือที่เหมาะกับชาวไทย โดยเฉพาะการได้เรียนรู้เพื่อสืบทอดและรักษาวัฒนธรรมประเพณีทางพุทธศาสนาในเรื่องของการบวชพระเป็นอย่างยิ่ง

เผยความลี้ลับของอาคมที่โลกคาดไม่ถึง

เรื่องราวที่มหัศจรรย์แห่งศาสตร์โบราณ

“มหากาพย์แห่งเหมาซาน” เขียนโดย “ต้าลี่จินกังจ่าง” แปลเป็นไทยโดย “หลินหยาง” จำหน่ายเล่มละ 290 บาท วางตลาดเล่มที่ 8 ซึ่งเป็นตอนจบของเรื่องราวอันเป็นศาสตร์ที่ลี้ลับของคนจีนโบราณที่ทุกวันนี้ แม้จะพิสูจน์ให้ประจักษ์ไม่ได้ แต่ทุกคนก็ยังให้ความเชื่อถือ เนื้อหาของหนังสือเรื่องนี้ กล่าวถึงเหตุการณ์ในประเทศจีนยุคปฏิวัติวัฒนธรรม ของท่านประธานเหมา ทำให้ชายหนุ่มคนหนึ่งได้พบกับคัมภีร์ไสยเวทย์ของคนจีนโบราณที่เมื่อเขานำออกมาใช้ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงมากมาย เป็นนิยายที่ให้ความตื่นเต้น และข้อกังขาในเรื่องของความเชื่อระหว่างไสยศาสตร์โบราณกับความเป็นวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน

ลอบฆ่าไม่สำเร็จ จึงต้องมีแผนต่อเนื่อง

แต่ความลับไม่มีในโลกนี้ ทุกอย่างเริ่มกระจ่าง

“เหยี่ยวมาร สยบสิบทิศ ภาค 3” ซึ่งเป็นภาคจบที่สมบูรณ์ของนิยายจีนกำลังภายในในชุด เหยี่ยวมารสะท้านสิบทิศ จากการประพันธ์ของ “หวงอี้” แปลเป็นไทยโดย “น.นพรัตน์” ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงเล่มที่ 18 เหตุการณ์ยังคงดำเนิน ชิงไหวชิงพริบ และสวมหน้ากากเข้าหากันอยู่ตลอดเวลา แบบใครจะเผลอตัวไม่ได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งในเล่มที่ 17 จบลงเมื่อ เถียนสั้งเอียน ใช้กลอุบายลอบฆ่า หลงอิง ไม่สำเร็จในคราวที่เชิญให้มาร่วมวงสุรา เป็นเหตุทำให้ความบาดหมางของทั้งสองฝ่ายแผ่กว้างขึ้น เรื่องราวที่คาดว่าจะจบลงด้วยดีกลับบานปลายออกไปแบบคาดไม่ถึง ทำให้ตัวละครอีกหลายตัวพลอยได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปอีกยาว จำหน่ายเล่มละ 170 บาท

‘ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง’ความฝันของคนโลกใหม่

ขอเพียงความสุขสบายจากความเพ้อฝันที่เคยพบในนิยาย

“ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง” เขียนโดย “เยี่ยกวน” แปลเป็นไทยโดย “น.นพรัตน์” เป็นนิยายจีนโบราณอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียน เสียดสีความรู้สึกของคนยุคใหม่กับคนยุคโบราณที่มีความคิดเพียงแค่มองทุกอย่างเพียงฉาบฉวย เนื้อหากล่าวถึงเซลล์แมนในยุคปัจจุบันคนหนึ่งหลงเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งอดีต ซึ่งแทนที่เขาจะตื่นเต้นแปลกประหลาด แต่เขากลับรู้สึกทุกอย่างเหมือนเป็นเรื่องเล่นๆที่เคยอ่านจากนิยายเพ้อฝันหลายๆเล่ม ทำให้เขาคาดหวังจะอาศัยความเป็นอ๋องมาสร้างความสุขสบายให้กับตัวเองในพระราชวัง แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เรื่องราวทุกอย่างในนิยายเรื่องนี้จึงขัดกันไปหมดระหว่างความคิดเพ้อฝันกับความเป็นจริงที่ได้พบเห็น ตอนนี้ วางตลาดถึงเล่ม 11 แล้ว

นิยายอิงประวัติศาสตร์จีนยุคเปลี่ยนการปกครอง

จากระบบฮ่องเต้ เป็นเจ้าชีวิต เข้าสู่ยุคสาธารณรัฐ

“จิ่วถู” นับเป็นนักเขียนนิยายจีนกำลังภายในคนหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับของนักอ่านรุ่นใหม่ ซึ่งเคยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์มาแล้วหลายเรื่อง อาทิ ยุทธการล่าบัลลังก์,ขุนโจรคู่บัลลังก์ และเทพบุตรคู่บัลลังก์ ซึ่งหลังจากที่ประสบความสำเร็จในนิยายรูปแบบโบราณแล้ว เขาได้มาแต่งนิยายอิงประวัติศาสตร์ของจีนอีกเรื่องหนึ่ง คือ “ไฟรักไฟสงคราม”เป็นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ใหม่ขึ้นมาจากยุคเดิม คือ เป็นเรื่องในยุคที่จีนเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบฮ่องเต้ มาสู่ระบบสาธารณรัฐ ในนิยายเรื่องนี้ทำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ต้องเสียเลือดเนื้อของคนจีนมากมาย และมีเหตุการณ์ที่ชวนให้น่าติดตามอย่างมาก เพราะเป็นเรื่องราวที่ยังสืบทอดมาถึงวันนี้ แปลเป็นไทยโดย “จีรกิตติ์ ลิ่มธันยพงพงศ์” ราคาเล่มละ 290 วางตลาดถึงเล่มที่ 5 แล้ว

หนังสือเด่น : รู้ทันสมองขี้โม้ หลอกสมองให้ลองคิดกลับด้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/290731

หนังสือเด่น : รู้ทันสมองขี้โม้ หลอกสมองให้ลองคิดกลับด้าน

หนังสือเด่น : รู้ทันสมองขี้โม้ หลอกสมองให้ลองคิดกลับด้าน

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คุณ“ฟุมิโอะ นิชิดะ” เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสมอง ปัจจุบันเขาเป็นที่ปรึกษาธุรกิจให้บริษัทชั้นนำในญี่ปุ่น และเป็นผู้พัฒนาสภาพจิตใจของนักกีฬาที่มีชื่อเสียงหลายคน ตอนนี้เขามาเขียนหนังสือชื่อว่า“หลอกสมองให้ลองคิดกลับด้าน” แปลไทยโดย “สกล โสภิตอาชาศักดิ์”

การได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ทำให้เราได้ความรู้ใหม่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่สมองคิดออกมานั้น พบว่า 99% (ที่สมองคิดออกมานั้น) ล้วนเป็นภาพลวงตาทั้งนั้น พูดภาษาชาวบ้านก็คือ มันเป็นเรื่องที่ไม่จริง เป็นเรื่องสมมุติทั้งนั้น ปัญหาต่างๆ ที่สมองบอกกับเราเกี่ยวกับความล้มเหลวในการสร้างสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การประสบภาวะว่างงาน การไม่มีเงินเก็บ การแบกความกดดันกับงานและครอบครัว ล้วนเป็นภาพลวงให้เราเชื่อทั้งนั้น ของจริงไม่ใช่เป็นแบบนั้น

ฟุมิโอะ นิชิดะ ยังบอกต่อไปอีกว่า มนุษย์บนโลกมีสองประเภท คือคนที่สร้าง “ภาพลวงเชิงลบ” และคนที่สร้าง “ภาพลวงเชิงบวก” เขาย้ำว่า คนเราส่วนใหญ่ถูกกับดักของ “ภาพลวงเชิงลบ” ทำให้หลายสิ่งในชีวิตไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น และหลายคนก็เชื่อไปแล้วว่าคงจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ทั้งที่จริงแล้วมันเปลี่ยนได้ถ้าเราอยากจะเปลี่ยน ดังนั้น เมื่อเรารู้ยังงี้แล้ว เราก็สามารถเลือกได้ว่าจะทำให้ภาพลวงนั้นเป็น “เชิงลบ” หรือ “เชิงบวก” หากเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์แล้ว ก็เหมือนกับการถอดเอาหน่วยความจำเชิงลบออก แล้วใส่หน่วยความจำเชิงบวกเข้าไปแทน ซึ่งบุคคลที่ประสบความสำเร็จนั้นมีภาพลวงที่ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นภาพลวงในปัจจุบันหรืออนาคต แต่พวกเขาสามารถสั่งสมองให้คิดเชิงบวกจนนำไปสู่การลงมือจนพบกับความสำเร็จได้

แล้วเราจะเชื่อ นายคนที่เขียนหนังสือนี้ได้อย่างไร ก่อนอื่นก็ต้องยอมรับไปกับค่านิยมของสังคมที่นับถือเรื่องของงานวิจัย นายคนนี้เขาคลุกคลีอยู่กับงานวิจัยเรื่องสมองมากว่า 45 ปีแล้ว แม้ไม่เชื่อสนิทใจนัก ก็ต้องเชื่อในปริมาณที่มากกว่านั่นแหละ

เพราะฉะนั้นการได้อ่านหนังสือเล่มนี้จนจบ ทำให้เราเข้าใจในเรื่องของสมองออกมาในอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถนำมาสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์กับวิถีการดำเนินชีวิตของเราให้เกิดความสำเร็จในชีวิตได้ในทุกแง่มุม เพราะอ่านแล้วเราพบว่าการทำความเข้าใจสมองนั้นไม่ใช่เรื่องยาก และยังสามารถฝึกฝนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมได้อีกด้วย หนังสือเล่มนี้พิมพ์ขายในราคา 325 บาท มีความหนา 270 กว่าหน้า นับว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างสูง แต่อ่านแล้ว นำมาซึ่งผลสำเร็จให้กับตัวเรา มันก็น่าลงทุน

มาร์กี้พร้อมแฟนหนุ่ม ทายาทจิราธิวัฒน์

เปิดทุกช่องหัวใจก่อนจะเข้าพิธีวิวาห์ปลายปีนี้

“นิตยสารสุดสัปดาห์” ฉบับ 1 ก.ย.2560 ขึ้นปก มาร์กี้-ราศรี ว่าที่เจ้าสาวคนสวยสไตล์สาวปารีเซียง พร้อมเผยโลกสีชมพูเกี่ยวกับความรักสุดอินเลิฟที่กำลังเตรียมตัวเข้าพิธีแต่งงานปลายปีนี้กับหนุ่มหล่อทายาทธุรกิจดัง ป๊อก-ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ เจาะทุกเรื่องราวหวานๆ ของทั้งคู่ที่บอกได้เลยว่า โรแมนติกเป็นที่สุด นอกจากนี้ ยังมีบทสัมภาษณ์ของ 5 คนดัง ที่รวมพลกลับมาปังกว่าเดิม ได้แก่ เชียร์-ฑิฆัมพร, โอม Cocktail, กระติ๊บ-ชวัลกร, ใบเฟิร์น-อัญชสา และ อัค-อัครัฐ มาเผยถึงการกลับมาบนเส้นทางบันเทิงที่ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างล้มหลาม จำหน่ายเล่มละ 90 บาท

สหภาพยุโรป (อียู) เริ่มบังคับใช้ระเบียบที่ห้ามการจำหน่ายเครื่องดูดฝุ่นประสิทธิภาพต่ำที่ส่งเสียงดังและปล่อยความร้อนออกมามากกว่าดูดฝุ่นเข้าไป คาดมาตรการนี้จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้อย่างมหาศาล ระเบียบดังกล่าวจะห้ามการจำหน่ายเครื่องดูดฝุ่นที่มีค่ากำลังไฟเกิน 900 วัตต์ และส่งเสียงดังเกิน 80 เดซิเบล ส่วนห้างร้านที่ยังมีเครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้เหลืออยู่ในคลังสินค้าก็ยังสามารถจำหน่ายได้ต่อไปจนกว่าสินค้าจะหมด ด้านกลุ่มผู้ต่อต้านมาตรการของอียูแย้งว่า เครื่องดูดฝุ่นที่มีค่ากำลังไฟต่ำจะใช้ทำความสะอาดบ้านได้ไม่ดีพอ แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานระบุว่า เครื่องดูดฝุ่นที่มีค่ากำลังไฟต่ำนั้นมีประสิทธิภาพดีไม่ต่างไปจากเครื่องที่มีค่ากำลังไฟสูง พร้อมชี้ว่า บริษัทผู้ผลิตบางรายจงใจทำให้เครื่องดูดฝุ่นมีค่ากำลังไฟเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองลูกค้าที่ชอบซื้อเครื่องดูดฝุ่นกำลังไฟสูงเพราะคิดว่าจะมีประสิทธิภาพในการดูดฝุ่นดีขึ้น

ได้ทั้งความรู้และความสนุกจากงานวรรณคดี

ไม่ใช่ตำรา แต่เป็นการบันทึกเรื่องราวที่น่าสนใจ

“วรรณคดีอภิธาน” เป็นหนังสือที่รวบรวมคำศัพท์ คำนาม ที่มีอยู่ในหนังสือวรรณคดีหลายๆ เล่ม ที่หลายคนอยากจะรู้ถึงรายละเอียดให้ถ่องแท้ และมีเรื่องราวบางช่วงบางตอนใน วรรณคดีต่างๆ มาเขียนให้ได้รับรู้กัน รวมทั้งบอกเรื่องย่อให้รู้โดยไม่ต้องไปหาอ่านจากต้นฉบับเดิมที่ต้องใช้เวลามาก รวมความแล้ว หนังสือเล่มนี้คือ ตำราด้านภาษาไทย ที่เกี่ยวข้องกับงานวรรณกรรมที่เป็นวรรณคดีของชาติ นั่นเอง แต่ผู้เขียน คือ “ส.พลายน้อย” กลับบอกว่า หนังสือเล่มนี้ไม่ใช้ตำรา แต่เป็นเพียงการบันทึกเรื่องราวต่างๆในวรรณคดีให้ได้อ่านกันแบบง่ายๆ เข้าใจเร็ว เท่านั้นนั่นเอง จำหน่ายเล่มละ 300 บาท จึงทำภาพของหนังสือเล่มนี้ อ่านแล้วไม่เครียดแต่เพิ่มความสนุกได้มากขึ้น

เปิดภาพและเปิดใจเคน-แอน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เผยความสัมพันธ์สามเพื่อนซี้ในแวดวงบันเทิงวัยรุ่น

“นิตยสารแพรว” ฉบับ 25 สิงหาคม 2560 ดึงคู่พระ-นาง ในดวงใจแฟนละคร เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ และ แอน ทองประสม มาถ่ายแฟชั่นในสไตล์สวยเท่ พร้อมภาพน่ารักที่แฟนคลับรอคอย พร้อมบทสัมภาษณ์สุดพิเศษที่ให้แฟนๆ หายคิดถึง โดยเพื่อนรักทั้งสองคนมาพูดคุยถึงความหลังครั้งเก่าในการทำงานร่วมกัน รวมถึงบอกเล่าถึงในชีวิตปัจจุบันที่แต่ละคนเติบโตขึ้นว่าเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวของ 3 เพื่อนซี้คนดัง มาเผยเรื่องราวความสัมพันธ์สุดน่ารัก ได้แก่ อั้ม-พัชรา & ป๊อบ-วราวุธ, ตือ-สมบัษร & มงคล บัวรุ่ง, โอ๊ต-ปราโมทย์ & อาร์ต-มารุต บอกเลยว่าครบรสความสนุกแน่นอน เล่มละ 100 บาท

ไลฟ์สไตล์สำหรับผู้แสวงหาธรรมะยุคใหม่

ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือปัญหาไม่มีอะไรถาวร

“ข้ามห้วงมหรรณพ” นิตยสารธรรมะและไลฟ์สไตล์สำหรับผู้แสวงหาธรรมะยุคใหม่ จัดจำหน่ายเล่มละ 100 บาท เล่มล่าสุด นำเสนอเรื่องราวของ “ขันติ” หัวใจสำคัญของการนำไปสู่ความสำเร็จในการกระทำทุกวิธีทาง ไม่ว่าจะเป็นในทางโลกหรือทางธรรม โดยผู้เขียนหลายคน ได้นำเอาประสบการณ์ชีวิต ที่นำเอาขันติไปใช้จนสามารถฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็สามารถผ่านได้ มาบอกเล่าให้ฟัง พร้อมชี้เคล็ดลับในการนำเอาขันติมาไว้ในตัวเองว่าจะต้องทำอย่างไร แม้ว่าหลายคนจะพบกับความสำเร็จในชีวิตอยู่แล้ว แต่ความสำเร็จนั้นก็มิได้อยู่คงทนถาวร ขันติจึงเป็นทุกสิ่งทุกอย่างทั้งการสร้าง และการรักษาที่ทุกคนต้องเข้าใจและยึดมั่น

หนังสือเด่น : จิตลวงร่าง ใครคือนาย ใครคือบ่าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/288258

หนังสือเด่น : จิตลวงร่าง ใครคือนาย ใครคือบ่าว

หนังสือเด่น : จิตลวงร่าง ใครคือนาย ใครคือบ่าว

วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มีนิยายจากจินตนาการของผู้ประพันธ์หลายเรื่องที่เป็นตัวชี้นำอนาคต บอกถึงเหตุการณ์ในอนาคตทั้งๆ ที่ปัจจุบันไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดสิ่งนั้นขึ้นได้บนโลกใบนี้

จิตลวงร่าง หรือ LOCK IN เป็นนิยายอีกเรื่องหนึ่งที่ ดำเนินเรื่องเหมือนกับจะเตือนให้มวลมนุษย์บนโลกใบนี้ตระหนักถึงภัยอันตรายที่ “ไม่มีมนุษย์คนใดบนโลกใบนี้จะคาดคิดถึง” เขียนโดย “จอห์น สกัลซี” เจ้าของรางวัล ฮูโก และถูกนำมาแปลเป็นไทยโดย “วีระวัฒน์ เตชะกิจจาทร”

เป็นเรื่องราวที่กล่าวถึง…ในยุคที่โลกต้องรับมือกับโรคระบาดสายพันธุ์ใหม่ ส่งผลให้ผู้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ผู้ที่รอดชีวิตมาได้กลับกลายเป็นอัมพาต แม้ยังมีความรับรู้ทางจิต แต่ร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ พวกเขาถูกกังขัง (Lock In) ไว้ในร่างของตนเอง โดยเชื้อโรคนี้ถูกขนานนามว่า “โรคเฮเดน” กลุ่มผู้ติดเชื้อดิ้นรนเพื่อที่จะได้กลับมามีชีวิตจริงๆ อีกครั้ง ด้วยการนำเทคโนโลยีใช้สมองเข้าไปควบคุมหุ่นยนต์เพื่อใช้ชีวิตปกติแทน แต่นั่นก็ไม่ทำให้กลุ่มผู้ติดเชื้อรู้สึกพอใจ พวกเขาค้นพบว่ามนุษย์ที่หายป่วยจากโรคเฮเดนได้โดยไม่พิการนั้น ต้องถูกปรับแต่งสมองที่เรียกว่า “อินทิเกรเตอร์” (Integrator) โดยให้กลุ่มเฮเดนเข้าไปยึดคุมร่างได้ ซ้ำร้ายยิ่งกว่าคือมนุษย์เหล่านั้นก็เต็มใจให้กลุ่มเฮเดนใช้ร่างกายเพื่อแลกกับค่าตอบแทน จนเกิดคดีฆาตกรรมขึ้น โดยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือ เจ้าของร่างกายนั้นจริงๆ หรือเจ้าของชั่วคราวกันแน่…

เนื้อหา แม้ว่าจะฟังเหมือนกับว่า ไม่น่าจะเป็นจริงได้ แต่จินตนาการที่ล้ำโลกนั้น ในตอนแรกก็ไม่มีใครจะเชื่อว่าจะเป็นไปได้ ทุกวันนี้เราต้องยอมรับว่า โลกเปลี่ยนแปลงได้ทั้งด้วยเทคโนโลยี และด้วยธรรมชาติที่กลายพันธุ์ ดังนั้น เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ จึงไม่ใช่หนังสือที่ อ่านเพื่อความตื่นเต้น สยดสยองเท่านั้น แต่ยังให้ข้อคิดหลายสิ่งหลายอย่างที่มนุษย์ไม่ควรมองข้าม

และเพื่อให้ข้อมูลจากหนังสือเล่มนี้มีน้ำหนักมากขึ้น ผู้จัดทำยังได้มีบทวิเคราะห์เกี่ยวกับโรค เฮเดน มาให้รับทราบ โดยยืนยันว่า โรคเฮเดน เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ และเคยระบาดออกไปยัง นิวยอร์ก โตรอนโต อัมสเตอร์ดัม โตเกียว และปักกิ่ง ซึ่งหากจะบอกแบบรับฟังง่าย พอฟังแล้วก็รู้เลย ก็คือ โรคเฮเดน เป็นกลุ่มโรคเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดอยู่ทั่วโลกในเวลานี้ นั่นเอง

ฟังแล้ว รับรู้ ทำให้ อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว มันไม่ใช่แค่ความสนุกตื่นเต้นอย่างเดียว มันเป็นความน่ากลัวอย่างมหันต์อีกด้วย

ไขความลับของสมอง

ด้วยแบบทดสอบอัจฉริยะ

“ไขความลับของสมองด้วย Emergenetics “EG Brain” แบบทดสอบอัจฉริยะ” เขียนและเรียบเรียงโดย “ดร.นรินทร์ หวังศรีวัฒนกุล”เนื้อหา อธิบายถึงความลึกซึ้งของการทำงานของสมองมนุษย์ โดยแบ่งคนออกเป็น 4 แบบ ดังนี้ 1) Analytical, Structural, Conceptual และ Social ซึ่งจะช่วยให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจในพฤติกรรมทั้งของตนเองและของผู้อื่นได้อย่างแม่นยำ ทำให้เข้าใจการพัฒนาตนเองและผู้อื่นได้อย่างเป็นระบบก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตส่วนตัว ครอบครัว และหน้าที่การงานได้เป็นอย่างดี ด้วยความเชื่อที่ว่า โอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของความเป็นมนุษย์คือ “โอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน” ซึ่งหลักการในหนังสือเล่มนี้ เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจผู้อื่นอย่างแท้จริง ขอเพียงแต่ได้ศึกษาทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และนำไปลงมือปฏิบัติ จำหน่ายเล่มละ 195 บาท

หนังสือชุด ‘คุณธรรมจำไว้นะ’

ปลูกฝังในเรื่องของความซื่อสัตย์ให้เด็กๆ

หนังสือชุด “คุณธรรมจำไว้นะ” ของสำนักพิมพ์ทองเกษม เป็นนิทานภาพ 3 ภาษา รวมทั้งชุดมี 5 เล่ม ซึ่ง “ตุ๊ต๊ะซื่อสัตย์จังนะ” เป็นตอนที่เน้นการปลูกฝังในเรื่องของความซื่อสัตย์ เนื้อหาครอบคลุมทั้งภาษาไทย ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ เด็กๆ จะได้เรียนรู้ สนุกสนาน เพลิดเพลิน และส่งเสริมคุณธรรมที่ดีงามควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะทางภาษา ซึ่งจะช่วยบ่มเพาะ ปลูกฝัง และช่วยส่งเสริมพฤติกรรมเรื่องของความซื่อสัตย์ให้กับเด็กๆ เป็นรากฐานที่ดีงามของพฤติกรรมที่ทุกคนพึงมีและพึงปฏิบัติในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ไปพร้อมๆ ตัวละครขวัญใจเด็กๆ “ตุ๊ต๊ะ” และ ”น้องจีจี้” กับเรื่องราวที่ไม่คาดฝันเมื่อตุ๊ต๊ะพบกระเป๋าสตางค์ของผู้อื่นหล่นอยู่บนพื้นที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์

เจาะลึกทุกเรื่องราวปาล์มมี่-อีฟ ปานเจริญ

เริ่มกิจกรรม สัปดาห์หนุ่มสาวน่ากอด

“นิตยสารสุดสัปดาห์” ฉบับ 16 ส.ค.2560 ขึ้นปก ปาล์มมี่-อีฟ ปานเจริญ ถ่ายแฟชั่นเซตสไตล์ฮิปปี้สวยเก๋ พร้อมสัมภาษณ์เจาะลึกทุกเรื่องราว ทั้งผลงานล่าสุดและเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีสกู๊ปพิเศษของ ริท-เรืองฤทธิ์ ที่มาถอดเสื้อกาวน์ถ่ายแฟชั่นสุดเท่ พักยกลุคคุณหมอ มาถ่ายแบบลุคคูลๆ พร้อมอัพเดทเรื่องราวชีวิตและเส้นทางกว่าจะพบกับความสำเร็จในวันนี้แบบจัดเต็ม และเริ่มกิจกรรม “สุดสัปดาห์หนุ่มสาวน่ากอด 2017” กับการร่วมโหวต ดาราที่ชื่นชอบ จากคอลัมน์ I’m So lucky ราคาเล่มละ 90 บาท

ความรักของชายรักชายในกลุ่มมาเฟีย

จะครองความสมดุลเอาไว้ได้หรือไม่

“เล่ห์มาเฟีย” เขียนโดย “สมปลิง” เป็นนิยายรักระหว่าง ชายรักชาย ของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นมาเฟีย ซึ่งมีชีวิตอยู่บนความเลวร้าย แต่เมื่อแก๊งมาเฟียสองแก๊งเมื่อเกิดความรักระหว่างกันขึ้น ความผูกพันที่ผูกเอาไว้ด้วยหัวใจรักจึงแน่นแฟ้น แต่แล้ววันหนึ่งรักของอีกฝ่ายก็หันเหเมื่อหันกลับไปมองเพศตรงข้ามทุกอย่างจึงหักสะบั้น แต่ด้วยความรักที่ต่างคนต่างมีหัวใจให้กันอย่างแน่นแฟ้น การหาทางแก้ไขข้อผิดพลาดที่อีกฝ่ายหนึ่งถลำตัวลึกลงไปจึงถูกนำมาใช้ด้วยวิธีต่างๆ แล้วทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่ ต้องอ่านเอาเอง ราคาเล่มละ 210 บาท

หนังสือเด่น : นาคี ๒ ความน่าสนใจที่มากกว่าเนื้อเรื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286966

หนังสือเด่น : นาคี ๒  ความน่าสนใจที่มากกว่าเนื้อเรื่อง

หนังสือเด่น : นาคี ๒ ความน่าสนใจที่มากกว่าเนื้อเรื่อง

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นิยายเรื่อง นาคี ๒ เป็นนิยายที่ถูกเขียนขึ้นมา ด้วยแรงเรียกร้องของคนที่ดูละครเรื่อง นาคี ในตอนแรกจบลงไป จึงทำให้ผู้จัดทำละครต้องหาทางให้ละครเรื่อง นาคี ในตอนที่สอง ออกมาอีกครั้งหนึ่ง และก็ประสบความสำเร็จ เมื่อผู้เขียนนิยายเรื่อง นาคี คือ “ตรีอภิรุม” ได้ยอมเขียนเรื่องราวของนาคี ที่ต่อเนื่องจากภาคแรกขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า นาคี ๒ ดังนั้น หากจะประเมินเจตนารมณ์ในการเขียนครั้งนี้ น่าจะบอกไปได้ว่า “เขียนเพื่อนำไปทำเป็นละคร”เพราะฉะนั้น เนื้อหาโดยละเอียดที่จะต้องใช้โวหารในหลายๆ แบบ อาทิ พรรณนาโวหาร,บรรยายโวหาร,สาธกโวหาร,เทศนาโวหาร และอุปมาโวหาร ซึ่งเป็นหัวใจของการเขียนนิยายจึงขาดความเอาใจใส่ไป คงต้องการเนื้อเรื่องให้สืบเนื่องกับภาคแรกเท่านั้น

นาคี ๒ เขียนขึ้นในปีนี้ ซึ่งห่างจากการเขียนครั้งแรกถึง 35 ปี ทำให้เกิดความน่าสนใจในหลายๆ สิ่งขึ้นมา อาทิ ความเหลื่อมล้ำของยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงกันอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ เช่น การมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ซึ่งในตอนแรกยังไม่เคยมีมาก่อน จึงทำให้ท้าทายคนอ่านได้ว่า ผู้เขียนจะสามารถนำความล้าสมัยมาร่วมสมัยได้อย่างไร

และที่น่าจับตามองมากที่สุดคือ “ตรีอภิรุม” หรือ มีจริงว่า “เทพ ชุมสาย ณ อยุธยา” เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2473 นับมาอายุมาถึงวันนี้ ก็ได้ 87 ปีแล้ว

คนอายุ 87 ปี ยังสามารถเชื่อมต่อเรื่องราว เขียนเป็นนิยาย ให้มีความยาวถึง 228 หน้า ออกมาได้อย่างกลมกลืน เป็นเรื่องที่นักอ่านควรให้ความสนใจ

และเมื่ออ่านจบแล้ว ต้องยกนิ้วให้กับผู้เขียนว่า เก็บรายละเอียดหัวใจของเรื่องได้เอาได้อย่างกับการเขียนห่างกันไม่เกิน ห้าปี ในส่วนของพฤติกรรมของตัวละครก็ทำได้ร่วมสมัย โดยเฉพาะน่าจะมองได้ว่า ด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการให้เอาไปสร้างเป็นละคร ผู้เขียนได้กำหนดบุคลิกตัวละคร บทตลก เฮฮา เอาไว้ให้ผู้จัดเรียบร้อยแล้ว

ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า ไม่ทราบว่า ผู้จัดละครจะนำเอาไปใช้หรือเปล่าเท่านั้นเอง

รวมรูปแบบการทำนิตยสารยุคใหม่

หลอมรวมสื่อสิ่งพิมพ์เข้ากับดิจิทัล

หนังสือเรื่อง “การออกแบบและผลิตนิตยสาร : จากสื่อสิ่งพิมพ์สู่สื่อดิจิทัล” เป็นหนังสือที่ได้รวบรวมข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการออกแบบและผลิตนิตยสารในรูปแบบสิ่งพิมพ์นิตยสารและนิตยสารดิจิทัล ซึ่งกำลังเป็นสิ่งท้าทายร่วมสมัยของคนรักการทำนิตยสาร นักเขียน นักออกแบบ นักเทคโนโลยีสารสนเทศ นักวางแผนโฆษณา เจ้าของผลิตภัณฑ์ โดยเนื้อหาได้อาศัยข้อมูลและข้อเสนอแนะจากผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับนิตยสารหลายท่าน มีการเปรียบเทียบข้อมูลของการทำนิตยสารในรูปสิ่งพิมพ์และดิจิทัล รวมไปถึงขั้นตอนการจัดทำ การออกแบบ การผลิต การเผยแพร่นิตยสาร และทิศทางของนิตยสารไทยในศตวรรษที่ 21 จำหน่ายเล่มละ 190 บาท

เรื่องผียังขายได้ ทั้งๆ ที่กลัวแต่ก็ชอบอ่าน

การ์ตูนผีสำหรับเด็กที่แฝงด้วยคุณธรรม

“ผีออนไลน์” เป็นการ์ตูนสี่สี เขียนโดย Cho Jin-yeon วาดภาพโดย Kim Da-yong แปลเป็นไทยโดย นริศร์ จิตปัญโญรส”
จำหน่ายเล่มละ 175 บาท เนื้อหาจะแบ่งเป็นตอนสั้นๆ เป็นผีในสถานที่ต่างๆ กัน เช่น เรื่องหลอนในโรงพยาบาล เรื่องหลอนในอ่างเก็บน้ำ และเรื่องของ วีดีโอหลอน โดยทุกเรื่องจะสร้างความน่ากลัวให้กับเด็กๆ แต่ก็จะแฝงคุณธรรมเพื่อให้เด็กได้ตระหนัก อาทิ ให้เด็กตระหนักถึงการสร้างความดี และยึดมั่นในศีลธรรมคุณธรรม และนอกจากจะได้รับความสนุกสนานแล้ว ยังทำให้ได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมประเพณีความเชื่อของคนโบราณในสถานที่ต่างๆ ว่า แต่ละแห่งจะมีสิ่งแปลกปลอมแอบแฝงอยู่

จอมนางจารชน หน่วย 11 ชุด 4 เล่มจบ

เรื่องของจารชนสาวยุคปัจจุบันย้อนกลับสู่อดีต

เรื่องราวของการย้อนเวลากลับเข้าสู่อดีตกาลของนิยายจีนระยะหลังๆมานี้ ถูกเขียนขึ้นบ่อยครั้ง “จอมนางจารชน หน่วย 11” เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เขียนโดย “เชียวเชียงตงเอ๋อร์” แปลเป็นไทยโดย “ลี หลินลี่” เนื้อหากล่าวถึงจารชนสาวในโลกปัจจุบัน ย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งอดีตกาล เข้าสู่ดินแดนเยี่ยนเปย ที่เธอต้องพบกับจอมอหังการแห่งแผ่นดินซีเหมิงซึ่งครอบครองความเป็นใหญ่อยู่ในแผ่นดิน และเมื่อเธอบังเอิญต้องไปเป็นฝ่ายตรงข้ามกับผู้มีอิทธิพล การตามล้างตามล่าเธอในนามของ เทพีแห่งสงครามจึงเกิดขึ้นด้วยทุกกลยุทธ์ มีด้วยกันทั้งชุด 4 เล่มจบ วางแผงแล้วทั้งชุด

ความรักของคนต่างวัยที่ไม่แยกเพศ

อายุเป็นเพียงตัวเลขไม่ใช่กำแพงกั้น

“มหารัก” เขียนโดย “DARIN” เป็นนิยายของคนต่างวัย ของชายสูงอายุกับหนุ่มน้อยวัยเด็ก ทั้งคู่คบกันโดยไม่มีกำแพงแห่งอายุมาปิดกั้น เพราะทั้งสองเข้ากันได้ดี แม้ว่าคนหนึ่งจะเจ้าเล่ห์ แต่อีกคนก็จะรู้ทัน จึงทำให้การคบหากันสนุกสนานตื่นเต้น มีการแกล้งและขัดกันอยู่ตลอดเวลา แต่พฤติกรรมทั้งหลายทั้งปวงกลับกลายเป็นตัวเชื่อมโยงให้ความผูกพันของทั้งสองแนบแน่นยิ่งขึ้น นิยายเรื่องนี้ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของนิยายรักเพศเดียวกัน จำหน่ายเล่มละ 280 บาท

หนังสือเด่น : ทุนนิยมในศตวรรษที่ 21 ชนวนที่อาจจะกระทบกับระบบการปกครองในอนาคต(อันใกล้นี้)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285840

หนังสือเด่น : ทุนนิยมในศตวรรษที่ 21 ชนวนที่อาจจะกระทบกับระบบการปกครองในอนาคต(อันใกล้นี้)

หนังสือเด่น : ทุนนิยมในศตวรรษที่ 21 ชนวนที่อาจจะกระทบกับระบบการปกครองในอนาคต(อันใกล้นี้)

วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ศ.ดร.โทมัส พิเก็ตตี” ได้ชื่อว่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์อายุน้อยยอดเยี่ยมแห่งฝรั่งเศส จบปริญญาเอกด้านคณิตศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ เมื่ออายุเพียง 22 ปี และเคยเป็นอาจารย์สอนเศรษฐศาสตร์ที่ MIT ที่อเมริกา แล้วกลับไปเป็นนักวิจัยที่บ้านเกิดในฝรั่งเศส หลังจากที่เขาทำงานวิจัยเกี่ยวกับงานด้านเศรษฐศาสตร์อยู่เกือบยี่สิบปี มีคำพูดที่น่าคิดประโยคหนึ่งที่เขาบอกว่า “ยิ่งสอนไป ยิ่งทำงานวิจัยไป ยิ่งรู้สึกว่าตัวเอง เท้าไม่ติดดินมากขึ้นเรื่อยๆ อยู่แต่ในโลกของทฤษฎีและสูตร ซึ่งพอคิดให้ลึกๆ แล้วก็ใช้ไม่ได้จริงและไม่สัมพันธ์กับโลกที่เราทุกคนอยู่กันจริงๆ ดังนั้นจึงไม่น่าจะเป็นประโยชน์จริงๆ”

ที่เขาพูดข้อความนี้ขึ้นมา เนื่องจากผลจากการที่เขาและทีมงานร่วมออกทำงานวิจัย เรื่อง ทุนนิยมตะวันตกที่หลายประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหญ่ดำเนินการกันอยู่ อาทิ อเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอิตาลี โดยเขาได้ใช้เวลาสะสมและเก็บข้อมูลจริง มานานนับเป็นเวลาถึง 15 ปี จึงได้พบว่า ระบบทุนนิยมตะวันตก ในเวลานี้กลายเป็น กลุ่มคนเพียงกระจุกเดียวที่มีอำนาจ ซึ่งทำให้เกิดช่องว่าระหว่างคนจนและคนรวยกว้างห่างออกจากกันมากขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงกระทบไปถึงบริษทอื่นอันจะทำให้เกิดความจัดแย้งกันมากขึ้น ไมว่าจะเป็นคนจน คนรวย คนเมือง คนชนบท คนใช้แรงงาน นายจ้าง ซึ่งความห่างกันของฐานะชนชั้น โดยเอาระบบทุนนิยมมาเป็นตัวนำ แน่นอนว่า วันหนึ่งในอนาคต ความขัดแย้ง จะรุนแรงมากขึ้น ซึ่งไม่มีใครกล้ารับรองได้ว่า เมื่อถึงวันอิ่มตัวของความขัดแย้ง วันนั้นอะไรจะเกิดขึ้นกับ ระดับชนชั้น และอะไรจะเกิดขึ้นกับระบบการปกครอง ที่ยึดถือความเป็นประชาธิปไตยเป็นบรรทัดฐาน

หนังสือชื่อ “ทุนนิยมในศตวรรษที่ 21” จากงานเขียนของ “โทมัส พิเก็ตตี” ในชื่อเดิมว่า CAPITAL IN THE TWENTY-FIRST CENTURY” โดยการแปลของ “นรินทร์ องค์อินทรี” มีความหนา 735 หน้า ราคาขาย 900 บาท คือเรื่องราวที่จะทำให้ทุกคนได้มองเห็นถึง ผลดีและผลร้าย ของระบบทุนนิยมตะวันตก ซึ่งกำลังระบาดอยู่ทั่วโลกในเวลานี้ โดยไม่มีรัฐบาลประเทศใด มองถึงผลร้ายที่จะเกิดขึ้น และไม่มีรัฐบาลประเทศใดที่จะหาทาง ขยับช่องว่างระหว่างความเหลื่อมล้ำของคนรวยกับคนจนให้แคบเข้า เลยยิ่งเพิ่มความน่าเป็นห่วงให้เกิดมากขึ้นยิ่ง อนาคตอันใกล้ คนรวยจะมีเพียงกลุ่มเดียวที่ผูกขาดตกทอดเป็นมรดกต่อๆ ถึงลูกหลาน โดยคนจนไม่มีสิทธิ์ที่จะก้าวเข้าไปถึงคนกลุ่มนั้นได้เลย เพราะความห่างกันของช่องว่างนั่นเอง

หนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่หนังสือนิยาย หรือหนังสืออ่านเล่นเพื่อสร้างความตื่นเต้น สนุกสนาน น่ากลัว ที่ชวนให้ติดตาม แต่สำหรับคนที่อ่านและเข้าใจกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย(และทั่วโลก)ในเวลานี้ คุณจะพบว่า เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้มันน่าสะพรึงกลัว น่าตื่นเต้น และหวาดเสียวกว่าหนังสือนิยายนับหมื่นนับแสนเท่าทีเดียวครับ

‘หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์เล่ม 8’

ความยากลำบากเมื่อลูกถูกนำไปเป็นตัวประกัน

“หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์เล่ม 8” ผลงานของ “เจี่ยงเซิ่งหนาน” แปลเป็นไทยโดย “ดารินทร์ทิพย์” จำหน่ายเล่มละ 275 บาท ดำเนินมาถึงเล่มที่ 8 แล้ว ในเล่มนี้ เป็นตอนที่ ลูกของ หมี่เยเวี่ย ถูกกีดกันให้ออกห่างจากราชบัลลังก์ด้วยความอิจฉา และเกรงกลัวของนางสนมบางคนว่าเธอกับทายาทจะสร้างความเป็นใหญ่ในแผ่นดิน จึงได้นำลูกของเธอไปเป็นตัวประกันยังรัฐเยียน โดยหวังว่า ด้วยความยากลำบากในการเดินทางอันแสนไกลที่ต้องผ่านดินแดนอันมีอากาศที่หนาวเหน็บและกันดาน อาจจะทำชีวิตต้องจบสิ้นลงกลางทาง แล้วแผนการนี้จะเป็นไปตามคาดหรือไม่

ทำไมคนหัวดีจึงเข้ากับคนอื่นๆไม่ได้

บทวิเคราะห์เพื่อสร้างความสมดุลให้ชีวิต

“ยิ่งเรียนสูง เรียนเก่ง ยิ่งต้องเร่งปรับตัว” เขียนโดย “KATO TOSHINORI” แปลเป็นไทยโดย “อังคณา รัตนจันทร์” จำหน่าย
เล่มละ 195 บาท เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาวิเคราะห์ให้คนอ่านได้รู้ถึงสาเหตุว่า ทำไมคนหัวดีจึงใช้ชีวิตไม่เก่ง เข้ากับคนอื่นไม่ได้ ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จะเป็นการแนะนำเพื่อให้คนหัวดีรู้จักการพัฒนาสมองในส่วนที่มีความบกพร่องทางสังคมให้สมดุลเพื่อเสริมสร้างสิ่งที่ขาดหายไปให้เต็มทุกส่วน ข้อมูลในการวิเคราะห์ในหนังสือเล่มนี้ไม่เคยถูกเปิดเผยที่ไหนมาก่อน เหมาะทั้งตัวเอง หรือผู้ปกครองที่มีลูกหลานหัวดี แต่ขาดการเข้าสังคมที่ราบรื่น

จอมนางเคียงหทัยดวงใจจักรพรรดิ

นิยายจีนสัญชาติไทยกับงานเขียนร่วมสมัย

“จอมนางเคียงหทัยดวงใจจักรพรรดิ” เขียนโดย นักเขียนสัญชาติไทย “ธารธารา” ที่เธอบอกว่า สนใจงานเขียนนิยายประเภทจีนกำลังภายในมานาน จึงอยากจะนำเสนอเรื่องราวของจีนยุคโบราณมาเขียนบ้างโดยใช้สำนวนการเขียนที่ทำให้ผู้อ่าน อ่านแล้วเข้าใจง่ายด้วยภาษาและสำนวนแบบใหม่ร่วมสมัย ไม่สับสนวุ่นวาย โดยเนื้อหากล่าวถึง หญิงงามนางหนึ่งที่ถูกส่งตัวให้เข้าไปเป็นสนมของฮ่องเต้ แต่ด้วยความไม่อยากจะไปแย่งชิงต่อสู้กับความอิจฉาแก่งแย่งกันของบรรดาสนมต่างๆ ที่ต้องการเป็น อันดับหนึ่งกับองค์ฮ่องเต้ เธอจึงทำหน้าตาของเธอให้ไม่สดสวย จนฮ่องเต้ไปโปรด แต่แล้ววันหนึ่งฮ่องเต้ก็อดสงสัยไม่ได้ถึงเบื้องหลังของเธอจึงเฝ้าจับตามอง เรื่องราวจึงดำเนินไปอย่างเฝ้าจับผิดและพิสูจน์ความจริง ความยาวสองเล่มจบออกวางตลาดแล้ว จำน่ายเล่มละ 280 บาท

เผยความน่ารักของลูกรับวันแม่

หลากหลายบรรดาลูกดารานักแสดง

นิตยสารสุดสัปดาห์ฉบับ 1 ส.ค.2560 จัดเต็มความน่ารักและอบอุ่นรับวันแม่ ชวน แม่โบว์-แวนด้า สหวงษ์ และ น้องมะลิ-พาขวัญ สหวงษ์ ขึ้นปกโชว์ความน่ารักฉบับแม่ลูกปนความแสนซนของลูก พร้อมจัดเต็มเรื่องเล่าน่ารักๆ กว่าจะมีมะลิน้อย และความรักของพ่อปอและแม่โบว์ที่ต้องอมยิ้มในความน่ารักไปด้วยกัน นอกจากนี้ ยังมีหลากเรื่องราวของเหล่าบรรดาคุณแม่คนดังที่มาถ่ายทอดมุมมองของความเป็นคุณแม่ ไม่ว่าจะเป็น คุณแม่กระแต-ศุภักษร กับน้องเจ้าขา, คุณแม่ต่าย-ชุติมา กับน้องพิพิม, คุณแม่เบนซ์-พรชิตา กับน้องปริม และ คุณแม่เอลซี่ กับน้องบีลีฟ และยังมีอีกบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจจาก แตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์ เมื่อสวมบทบาทใหม่ในฐานะแม่บุญธรรมน้องอีสเตอร์ ที่ทำให้เราได้รู้ว่าความคิดและชีวิตของเธอคนนี้เปลี่ยนไปอย่างไร

หนังสือเด่น : โลกหน้ามีจริงหรือเปล่า? แล้วคุณล่ะ! จะว่ายังไง?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284576

หนังสือเด่น : โลกหน้ามีจริงหรือเปล่า? แล้วคุณล่ะ! จะว่ายังไง?

หนังสือเด่น : โลกหน้ามีจริงหรือเปล่า? แล้วคุณล่ะ! จะว่ายังไง?

วันอาทิตย์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ชาติหน้า” หรือที่คนปัจจุบันนี้มักจะใช้คำว่า “โลกหน้า” ดูเป็นความสงสัยกันมาตั้งแต่พุทธกาล ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ว่า “มันมีจริงหรือ” แต่คำตอบที่ฟันธง ลงไปว่า จริงหรือ ไม่จริง ยังไม่มีบทพิสูจน์ แต่ที่มีแน่ๆ คือ คำว่า โลกหน้า ถูกเขียนไว้เป็นตัวอักษรในคัมภีร์พระไตรปิฎก

“การพิสูจน์โลกหน้าในพระไตรปิฎก” เป็นหนังสือที่เขียนโดย “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สยาม ราชวัตร” เป็นการนำเสนอหลักฐานการโต้แย้งทางความคิดในสมัยพระพุทธกาลทั้งการปฏิเสธและการยืนยันโลกหน้า ระหว่าง “พระเจ้าปายาสิ” กับ “พระกุมารกัสสปะ” พร้อมทั้งวิเคราะห์ว่าทั้งสองบุคคลมีแนวความคิดอย่างไร มีเหตุผลสนับสนุนความคิดของตนอย่างไร ใช้วิธีการพิสูจน์อย่างไร โดยเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ สามารถนำไปประยุกต์ประกอบการเรียนการสอนโลกหน้าตามแนวพระพุทธศาสนาเพื่อสร้างความเข้าใจโลกหน้าอย่างเป็นสัมมาทิฏฐิ

ว่ากันไปแล้ว “โลกหน้า” เป็นคำสอนทางพระพุทธศาสนาในคัมภีร์พระไตรปิฎก เชื่อมโยงกับหลักธรรม กล่าวว่าเป็นสถานที่ให้ผลกรรมระยะยาว หมายถึงการเกิดในภพภูมิใหม่นั่นเอง การไม่เชื่อโลกหน้าก็เท่ากับว่าปฏิเสธเรื่องกรรม แม้คำสอนโลกหน้าจะมีหลักฐานตามตัวอักษรจริงในพระไตรปิฎก แต่ผู้คนในยุคปัจจุบันท่ามกลางกระแสเหตุผลแบบวิทยาศาสตร์ที่ทุกอย่างต้องประจักษ์ด้วยประสาทสัมผัส ก็เคลือบแคลงสงสัยว่ามีอยู่จริงหรือไม่ จากหนังสือเล่มนี้ ยืนยันได้ว่า ไม่ใช่เฉพาะปัจจุบันเท่านั้นที่ผู้คนสงสัย แม้ในสมัยพุทธกาลก็มีคนสงสัยเช่นเดียวกันถึงกับมีการพิสูจน์โลกหน้าหลากหลายวิธีการเพื่อแสดงข้อประจักษ์ต่อสังคม

หากวันนี้ เกิดว่า คนส่วนใหญ่เชื่อกันว่า โลกหน้ามีจริง ที่ทุกชีวิตที่ได้สิ้นอายุขัยไปแล้วในโลกนี้ ก็จะต้องเวียนว่ายมาเกิดอีกในโลกหน้า เราจะสรุปได้เลยหรือว่า “มันจะทำให้คนวันนี้ กลายเป็นคนดี หรือ มีแต่คนทำแต่กรรมดี” และโลกจะสงบ ราบรื่นปราศจากทุกข์ กระนั้นหรือ? มันอาจทำให้เกิดข้อกังขาขึ้นมาอีกว่า ถ้างั้น การที่มนุษย์ต้องเวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่รู้จักจบสิ้น เพื่อมาชดใช้กรรมก็ไม่อาจจะกล่าวเช่นนั้นได้ เพราะเมื่อทุกคน ทุกชาติ ทำแต่ความดีกันตลอดแล้ว ทำไม เราจะต้องมาชดใช้กรรมอีก

ความเชื่อในสิ่งที่ยังไม่สามารถสรุปให้ลงตัวได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ย่อมเป็นที่กังขาตลอดไป อ่านหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ แม้ทุกอย่างจะคลายความกระจ่างลงไปได้ แต่ก็ยังมีความไม่กระจ่างที่มีมิได้ถูกลบเลือน

แต่ถึงกระนั้น หลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นข้อมูลในหนังสือเล่มนี้ก็ทำให้เราเกิดประกายไฟบางอย่างที่ชวนให้ต้องเก็บมาคิด ลองไปหามาอ่านกันดูนะครับ

เปิดตัวผู้หญิงดังจากหลายวงการไฮโซ

จากดารา/นางแบบ/นักธุรกิจ และคุณหนู

นิตยสารแพรว ดึงนางเอกสุดฮอต แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ ขึ้นปกลุคสวยหรูดูแพงกับแฟชั่นเซตพร้อมเผยเรื่องราวของการก้าวสู่ความสำเร็จในวันนี้ และแนะนำ 5 เทคนิค สู่ความสำเร็จในแบบของสาวแต้ว นอกจากนี้ ยังมีการสัมภาษณ์ 3 พี่น้องบอสหญิงใหญ่แห่งกลุ่มเซ็นทรัล เผยเรื่องราวของการทำงานและวันสบายๆ ที่หลายคนยังไม่เคยรู้ และยังมีเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ที่จะช่วยสร้างพลังในการทำความฝันให้สำเร็จ จากหญิงเก่งหลายคนในหลากหลายแง่มุม อาทิ กุ้ง-กุสุมา ชาวดอน นางแบบไทยชื่อดังที่ได้โกอินเตอร์, Pum Lefebure (คุณปุ้ม) เจ้าของบริษัทออกแบบระดับโลก, รรินทร์ ทองมา เจ้าของธุรกิจรองเท้า 100 ล้าน เป็นต้น ราคาเล่มละ 100 บาท

ปรีชาวิทรรศน์เปิดสามมุมมองที่สำคัญ

สังคม/การศึกษา และมนุษยศาสตร์

“ปรีชาวิทรรศน์ : มุมมองมนุษยศาสตร์ สังคม และการศึกษา” เขียนโดย “ศ.กิตติคุณปรีชา ช้างขวัญยืน” ราชบัณฑิต” จำหน่าย
เล่มละ 160 บาท เป็นหนังสือที่รวบรวมข้อเขียนแสดงทรรศนะในมุมมองต่างๆ ของผู้เขียน โดยแต่ละเรื่องเป็นมุมมองซึ่งประกอบด้วย “วิทรรศน์” ความกระจ่างชัดความรอบรู้ที่น่าศึกษาและน่าสนใจใน 3 มุมมอง คือ มุมมองมนุษยศาสตร์ เป็นวิชาเกี่ยวกับคุณค่า ที่อาจช่วยพัฒนาประเทศได้ มุมมองสังคม ที่มีความรู้ เพื่อจะให้เกิดปัญญาในการแก้ปัญหาและพัฒนา
ความรู้จะทำให้ใช้เหตุผลลดอคติ ลดการตัดสินตามความเชื่อหรือความอยากลง และมุมมองการศึกษา สำหรับคนเป็นครูบาอาจารย์ ให้เชื่อมั่นในความรู้ ในวิธีการหาความรู้ และในตน อันเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยที่สร้างองค์ความรู้

รักแท้ไม่ยอมแพ้ทุกอุปสรรค

ซีรี่ส์รักสี่เหล่าทัพจากละครทีวี.

“ราชนาวี ที่รัก” เป็นนวนิยายที่ถูกสร้างขึ้นเป็นละครทีวี. ภายใต้ชื่อ ชุดว่า ภารกิจรัก อันประกอบด้วย ความรักของทหารสี่เหล่าทัพ ราชนาวีที่รัก เขียนโดย “เฟื่องนคร” เป็นเรื่องราวของ คุณหนูไฮโซ ซึ่งเป็นนักเขียนที่โด่งดัง ที่เป็นของหมายปองของหนุ่มน้อยและหนุ่มใหญ่ แต่เธอกลับไปปรารถนา ชายอื่นใดด้วย หัวใจรัก ผูกติดกับอดีต กับเด็กเพื่อนบ้านที่ผูกพันกันมาตั้งแต่เล็ก เธอจึงออกจากความหรูหรา ค้นหา ภาพรักจากอดีต และเธอก็ได้เจอกับเขา ในเครื่องแบบนายทหารเรือที่แตกต่างกับเธออย่างสุดขั้ว แต่ด้วยความรัก เขาและเธอต้องฝ่าอุปสรรคทุกอย่างให้ได้ จำหน่ายเล่มละ 365 บาท

นิยายจีนโบราณในยุคสังคมรุ่นใหม่

ให้ทั้งความสนุกพิสดาร และคิดไม่ถึง

“จอมโจรกู้แผ่นดิน” เขียนโดย “หลิงเป้าจือ”แปลเป็นไทยโดย “เป่าเป้ย” เป็นนิยายพงศาวดารจีนยุคใหม่ที่นำเรื่องราวในอดีตกาลมาจินตนาการให้เข้าสู่ร่วมยุคสมัย เนื้อหาจะจบภายในเล่ม สำหรับในเรื่องนี้ เป็นการกล่าวถึงแผ่นดินจีนในยุคที่ขาดฮ่องเต้ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนไปทั่ว จนกระทั่งเกิดโจรพิสดารที่ มุ่งแต่เรื่อง ซกมก ทั้งด้านความคิดและกามารมณ์ ได้ไปปลุกชีพของ คนโบราณในยุคพันปีขึ้นมา ซึ่งเขาคือผู้ที่จะนำพาเอาองค์ฮ่องเต้มาด้วย สุดท้ายแผ่นดินก็สมปรารถนา แต่ผู้ค้นพบกลับไม่สมหวังเมื่อพบว่า คนซึ่งเขาคิดว่าจะเป็นหญิงเพื่อการเสพย์สมกลายเป็นผู้ชายทั้งแท่งที่วุ่นวายโกลาหลไปหมด จำหน่ายเล่มละ 195 บาท

หนังสือเด่น : เทพบุตรมาเฟีย คำตอบของนวนิยายยุคใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283290

หนังสือเด่น : เทพบุตรมาเฟีย คำตอบของนวนิยายยุคใหม่

หนังสือเด่น : เทพบุตรมาเฟีย คำตอบของนวนิยายยุคใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ความวิตกของคนทำหนังสือ ในเวลานี้ที่กำลังทำการวิเคราะห์วิจัยกันอยู่คือ ปริมาณของคนอ่านหนังสือลดน้อยลงไป จึงทำให้มีข่าวการปิดหัวหนังสือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ผลที่ได้พบ ไม่ได้หมายความว่า คนอ่านหนังสือจะลดน้อยลงไปด้วย เพียงแต่ไปขยายตัวมากขึ้นทางสื่อ อินเตอร์เนต ที่เรียกกันว่า สื่อออนไลน์

ดังนั้น ภาวะวิกฤติในเรื่องของการอ่าน จึงไม่ได้กระทบไปถึง “คนเขียน” แต่กระทบไปที่ “สิ่งพิมพ์”เพียงอย่างเดียว

ดังนั้น ทางออกของนักเขียนตอนนี้ คือ การปรับตัวเองให้เข้ากับยุคสมัย และเพิ่มแนวหรือรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปตามค่านิยมของยุคสมัยด้วย

ดังจะเห็นได้จาก นักประพันธ์ของจีน ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้นิยายจีน จะพบว่า นักเขียนจีน รุ่นใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีหลายคนได้รับการกล่าวขาน และความนิยม ที่เริ่มจากสื่อทางอินเตอร์เนต แล้วก็ถูกนำมา จัดพิมพ์เป็นหนังสืออีกทอดหนึ่ง

“ม่ออู่” คือ หนึ่งในผู้ที่ผมกล่าวถึง เขาเขียนนิยายเรื่อง “เทพบุตรเดินดิน” ที่มียอดคนเข้าชมกว่า 10 ล้านครั้ง จากนั้นผลงานของเขาก็ได้รับการจัดพิมพ์เป็นหนังสือ แพร่หลายไปอีกหลายประเทศ ซึ่งก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กับทางสื่อออนไลน์ จนกระทั่ง เขาต้องเขียน เทพบุตรเดินดิน ภาค 2 ขึ้นมาอีกครั้ง และครั้งนี้ ยอดผู้เข้าอ่านทางออนไลน์ก็ยังติดอยู่ระดับ สิบล้านเหมือนเดิม และถูกทำเป็นหนังสือ ก็มีคนติดตามเช่นเดิม โดยใช้ชื่อว่า “เทพบุตรมาเฟีย”

เทพบุตรมาเฟีย มีความยาวขนาด 7 เล่มจบ ล่าสุดวางตลาดอยู่ตอนนี้คือเล่มที่ 7 เป็น เล่มจบสมบูรณ์ ใครที่อยากจะลองดูแนวการปรับการเขียนนิยายในรูปแบบที่ให้ถูกใจคนยุคสังคมก้มหน้าก็ลองไปหาซื้อมาอ่านกันได้ ทั้ง 7 เล่มบนแผงหนังสือ

ในภาคที่หนึ่ง เนื้อเรียกว่าเกือบจะไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ตามมาตรฐานของ หลักการเขียนนิยาย แต่ในความไม่เหมือนกลับมีความแตกต่างที่ “ไร้สาระ แต่มีเสน่ห์” ชวนให้ติดตาม จนต้องเกิด ภาคที่สอง

พอมาถึงภาคสอง เขาเพิ่มสาระ ที่เป็นแนวสูตรของนิยายเข้ามาให้แน่นนิดหน่อย แต่ก็ยังต้องแฝง ความไร้สาระที่มีเสน่ห์ตามค่านิยมของคนรุ่นใหม่เข้าไปให้คนมองเห็นเป็นยุคสมัยของคนปัจจุบัน ที่ “ไร้สาระแต่เต็มไปด้วยหลักการให้คนได้เก็บมาคิด”

เทพบุตรมาเฟีย เป็นชีวิตในแวดวงของกลุ่มคนมีอิทธิพลที่เชื่อมโยงเรื่องราวกันตั้งแต่ประเทศจีน ไทย เขมร พม่า ลาว เชื่อมเป็นเนื้อเดียวกันหมด อ่านแล้วบอกไม่ถูกว่าเป็นนิยายหรือเรื่องจริง

ใครที่เป็นนักเขียนลองไปหามาอ่าน และใครที่เป็นนักอ่านก็คงถูกใจกับแนวทางที่ป้ำๆ เป๋อๆ แบบนี้

การ์ตูนชาวเกย์ เรตติ้งสำหรับ สิบแปดบวก

เขียนและวาดภาพจากประสบการณ์ของตัวเอง

“BANGKOK G STORY” เป็นหนังสือการ์ตูนสี่สี ที่ขึ้นปกเอาไว้ว่า เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 บวก เขียนและวาดภาพโดย “สราวุธ อินทรพรหม” ที่นำมาจากเรื่องและประสบการณ์จริงของตัวเอง โดยบอกเล่าในรูปแบบของนิยาย เริ่มตั้งแต่ การเริ่มเข้าสู่แวดวงของชาวเกย์ ที่ได้พบกับพฤติการณ์ทุกอย่าง ที่พวกเขาทำกันเป็นกิจกรรม โดยควบคู่ไปกับเรื่องราวชีวิตของครอบครัวตนเองที่ต้องผิดหวังกับสิ่งที่คาดเอาไว้ หนังสือเล่มนี้นอกจากจะมีภาพและเนื้อเรื่องที่ไม่เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า สิบแปดปีแล้ว ยังมีเรื่องที่หลายๆ คนอยากรู้ว่า ปัญหาและการเข้าสู่แวดวงของชาวเกย์นั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร จำหน่ายเล่มละ 195 บาท

การ์ตูนเพื่อการพัฒนาความจำสำหรับเด็ก

กลยุทธ์แบบธรรมชาติที่ไม่ต้องจดหรือท่องจำ

“อัจฉริยะนักจำ” เขียนโดย “Eran Katz” หนังสือที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาความจำ และการรู้จัก จดจำเรื่องราวต่างๆ แบบเป็นธรรมชาติเป็น ซึ่งเหมาะสำหรับเด็กในระดับชั้นประถมถึงมัธยม โดยนำเสนอเป็นแบบการ์ตูน ที่เข้าใจง่าย อ่านสนุกเพราะผูกเรื่องราวให้เป็นเป็นเรื่องที่ มีตัวละครที่เกี่ยวโยงถึงกันและกัน หนังสือเล่มนี้จะทำให้ รู้วิธีการจำโดยไม่ต้องจด ใช้เพียงแค่จินตนาการ ที่ทำให้เกิดการเชื่อมโยงถึงกันและกัน สามารถติดตัวไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างนี้ จำหน่ายเล่มละ 199 บาท

หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกแผ่นดิน เล่มเจ็ด

ความเข้มข้นของแผนรวมแผ่นดินเริ่มปรากฏ

“หมี่เยวี่ย” เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์จีนคนหนึ่งที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้หญิงที่มีอิทธิพลมากที่สุดในแผ่นดินจีนยุค ชุนซิวจ้านกั๋ว ซึ่งต่อสู้จากชนชั้นชาวบ้านธรรมดา ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์แห่งจอมจักรพรรดิ นิยายอิงประวัติศาสตร์ เรื่องนี้ เขียนโดย “เจี่ยงเซิ่งหนาน” แปลเป็นไทยโดย “ศิรินทิพย์” จำหน่ายเล่มละ 275 บาท ตอนนี้วางตลาดเป็นเล่มที่ 7 ซึ่งเป็นช่วงชีวิตของเธอ ที่ได้รับการแต่งตั้งสถาปนาเข้าสู่แวดวงของบัลลังก์จีน เธอต้องพบกับการชื่นชม และการเกลียดชังของคนสองฝ่าย ที่เธอจะต้องพยายามใช้กลยุทธ์ทุกรูปแบบเพื่อการอยู่รอดและก้าวขึ้นไปข้างหน้าต่อไป

ความรักของคนบ้านนาในสายตาของคนยุคใหม่

สะท้อนภาพความรักที่ยึดถือประเพณีกับคนยุคไอที

“รักนี้เกิดที่บ้านนา” เขียนโดย “Mr.April” เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตำบลสมมุติของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อทายาทของเศรษฐีปลอมตัวเป็นช่างภาพอ้างว่าต้องการมาถ่ายภาพทำสารคดี และที่นี่เองเขาได้พบกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ยังยึดติดกับความเชื่อแต่ดั้งเดิม ซึ่งเมื่อเขาได้ก้าวเข้าไปพบกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เคยคิดว่ามันจะมีอยู่ ทำให้ตัวเองต้องตกไปในหลุมรักของสาวบ้านนา แล้วเรื่องราวความรักของคนเมืองที่ทันสมัยกับสาวน้อยแห่งบ้านนาก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาท่ามกลางอุปสรรคนานาชนิด จำหน่ายเล่มละ 280 บาท

หนังสือเด่น : แสนยานุภาพและบทบาทของกองทัพจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282111

หนังสือเด่น : แสนยานุภาพและบทบาทของกองทัพจีน

หนังสือเด่น : แสนยานุภาพและบทบาทของกองทัพจีน

วันอาทิตย์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น

“ความลับหลังม่านไม้ไผ่” ที่มีความหมายถึงเรื่องราวต่างๆ ในแผ่นดินจีน แม้ทุกวันนี้จะถูกเปิดเผยออกมาสู่โลกภายนอกมากมาย แต่ดูเหมือนก็ยังมี เรื่องราวที่ยังไม่กระจ่าง และยังเป็นความต้องการอยากรู้อยากเห็นของคนนอกแผ่นดินจีนอีกไม่น้อย

“กรงเล็บมังกรแสนยานุภาพและบทบาทของกองทัพจีน” เขียนโดย “ศ.ดร.จุลชีพ ชินวรรโณ” จำหน่ายในราคา 200 บาท เป็นเรื่องราวในสถานการณ์ปัจจุบันที่สถานภาพของจีนเปลี่ยนแปลงไปมากมายมหาศาลเมื่อเปรียบเทียบกับ 40 กว่าปีที่แล้วที่จีนกับไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน

ในหนังสือเล่มนี้ ทำให้เราทราบว่าสาธารณรัฐประชาชนจีน กำลังทวีบทบาททั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร จีนเป็นรัฐที่เข้มแข็งทางการเมือง เนื่องจากมีผู้นำที่เข้มแข็งคือ “สีจิ้นผิง” เศรษฐกิจของจีนยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา มีเงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศมากที่สุดกว่า 3,200 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนความเข้มแข็งทางการทหารก็ได้พัฒนากองทัพให้ทันสมัย โดยปฏิรูปโครงสร้างกองทัพอย่างยิ่งใหญ่มโหฬารเมื่อเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา

ข้อมูลต่างๆ ใน “กรงเล็บมังกร แสนยานุภาพและบทบาทของกองทัพจีน” เล่มนี้ มาจากงานวิจัย เชิงประยุกต์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับจีน โดยเฉพาะด้านกองทัพจีน ทั้งในเรื่องของโครงสร้าง พัฒนาการ สู่ความทันสมัย ทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ และทางขีปนาวุธนิวเคลียร์ รวมทั้งวิเคราะห์บทบาทของกองทัพจีนต่อกิจการต่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ และแสนยานุภาพของกองทัพจีนต่อความมั่นคงในเอเชีย เพื่อท้าทายความเคลื่อนไหวของเรือสหรัฐอเมริกา ที่ชอบอ้างเสรีภาพในการเดินเรือ ซึ่งอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างมหาอำนาจของโลก

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน ผู้เขียนได้ อ้างถึงแนวทางที่เราเคยคิดกันว่า จะเป็นเพียง “เฝ้ามอง ไม่ตระหนก มั่นคงในจุดยืน เผชิญสถานการณ์อย่างสงบ ไม่แสวงหาความเป็นใหญ่” เมื่อมาถึงวันนี้ เราคงต้อง เพิ่มความรู้สึกบางอย่างให้ปรากฏถึงการต้องแสดงบทบ้างในยุคของจีนยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่ลืมหูลืมตา

หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงแค่จะให้เรารู้ความลับหลังม่านไม้ไผ่เท่านั้น แต่ยังทำให้เราต้องตระหนักด้วยว่าจะทำตัวอย่างไรกับสิ่งที่กำลังอยู่หลังม่านไม้ไผ่ที่โลกทุกภาคส่วนกำลังจับตามอง

ความรักของ‘ซอมบี้’กับหญิงที่หลงรัก

จะเป็นไปได้แค่ไหนกับคนสองโลก

“รักเปื่อย” (ฉบับปรับปรุงใหม่) เขียนโดย “คงเดช จาตุรันต์รัศมี” คือเรื่องของผู้ชายติ๋มๆ ที่มีโลกส่วนตัวสูง และโลกของเขาก็คือการทำฟิกเกอร์โมเดล ที่เปรียบเสมือนการสร้างโลกส่วนตัวขึ้นมา แต่แล้ววันหนึ่งโลกใบเล็กของเขาก็ถูกสั่นคลอนด้วยผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาตกหลุมรัก แต่โชคชะตาเล่นตลกให้เขาต้องประสบอุบัติเหตุตายหลังจากช่วยเหลือคนรักไว้ได้ เบื้องหลังความตายเขากลายเป็นซอมบี้ที่อยู่ใต้ดิน เขาหาหนทางกลับขึ้นมาบนโลกอีกครั้งเพื่อบอกรัก แม้นั่นจะต้องแลกมาด้วยร่างกายที่จะเน่าเปื่อยเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิมก็ตาม ประเด็นของเรื่องจึงอยู่ที่ว่าเขาสามารถสานสัมพันธ์กับคนรักหลังความตายได้หรือไม่ จำหน่ายเล่มละ 359 บาท

ความรักของคนวัยแรกรุ่น

เส้นทางที่เลือกได้ระหว่างทุกข์หรือสุข

“มหารัก” เป็นเรื่องความรักของคนในวัยศึกษา เขียนโดย “Darin” กล่าวถึงความรักของเด็กวัยรุ่น ที่มองความรักอย่างบริสุทธิ์ ยังต้องการความสุข และความสมหวังที่หัวใจปรารถนา เมื่อทั้งสองได้มาเจอกัน สัมพันธภาพแห่งความรักก็เกิดขึ้น ในนิยายรักเรื่องนี้ ทำให้ผู้อ่านได้เห็นว่า ความสุขเป็นความปรารถนาของคนทุกคน และความรักเป็นความฝันของคนวัยหนุ่ม-สาว ซึ่งความสัมพันธ์อันเกิดจากความรักจะสุขหรือทุกข์ย่อมขึ้นอยู่กับมุมมองของคนแต่ละคน ที่ทุกคนสามารถเลือกที่จะให้มันเกิดขึ้นมาอย่างที่ตัวเองต้องการได้ หนังสือเรื่องนี้ เป็นนิยายขนาดยาว ซึ่งตอนนี้วางตลาดเป็นเล่มที่สองแล้ว ในราคาจำหน่ายเล่มละ 280 บาท

4.0 ยุคที่คนไทยสามารถสร้างตัวด้วยโลกออนไลน์

ความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิด

ผลจากการประกาศให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 ยุคแห่งการเติบโตด้วยเทคโนโลยี ทำให้การเติบโตของโลกออนไลน์กระจายสู่สังคมไปทั่วประเทศ นิตยสาร “สารคดี” ได้นำเสนอเรื่องราวของ โลกออนไลน์ ที่เปลี่ยนให้คนมากมายก้าวเข้าสู่ความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึง โลกออนไลน์กลายเป็นช่องทางสำคัญของอาชีพในยุคปัจจุบันที่สร้างความสำเร็จให้กับคนมากมาย หนังสือเล่มนี้จะบอกเล่าให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงบุคคลหลายสาขาอาชีพที่กลายเป็นผู้โด่งดังบนโลกออนไลน์ ที่เปลี่ยนแปลงคำนิยามของคำว่าอาชีพให้กลับจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างที่คาดคิดไม่ถึง จำหน่ายเล่มละ 120 บาท

เปิดใจ 7 ยอดนักกีฬาสุดหล่อ พร้อมภาพถ่าย

ให้ข้อคิดดีๆกับเยาวชนที่มีใจรักทางกีฬาทุกแขนง

นิตยสารสุดสัปดาห์ฉบับเดือนกรกฎาคม นำ 7 นักกีฬาสุดหล่อจาก Project S The Series ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร, สกาย-วงศ์รวี นทีธร, แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์, โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์, นน-ชานน สันตินธรกุล, เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม และ เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธ์ภิญโญ รวมตัวขึ้นปก พร้อมเผยเรื่องราวเกี่ยวกับกีฬาที่โยงใยถึงเรื่องราวในชีวิตของแต่ละคนมาฝากให้เป็นข้อคิดดีๆ กับคนอ่าน นอกจากนี้ ยังมีสกู๊ปเขย่าหัวใจสาวๆ ตามกระแสกีฬากันต่อกับ 6 นักกีฬาหล่อ บอกต่อด้วย จากหลากสาขา นอกจากเรื่องของกีฬาแล้ว ยังมีเรื่องราวของวงดนตรีร็อกสัญชาติไทย Slot Machine มาเผยเส้นทางสายดนตรีที่ผ่านมา กว่าจะสู่ความสำเร็จในวันนี้กับการได้โกอินเตอร์สู่เวทีสากล อีกด้วย

หนังสือเด่น : อย่าให้ยาฆ่าคุณ เรื่องที่ควรรู้สำหรับทุกคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280859

หนังสือเด่น : อย่าให้ยาฆ่าคุณ เรื่องที่ควรรู้สำหรับทุกคน

หนังสือเด่น : อย่าให้ยาฆ่าคุณ เรื่องที่ควรรู้สำหรับทุกคน

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“KONDO MAKOTO” เป็นนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง และสุขภาพองค์รวมของวงการแพทย์มานานกว่า 40 ปี เขาได้ชื่อว่า เป็นคุณหมอคุณธรรมแห่งยุคปัจจุบัน ที่ให้ความรู้แก่คนรุ่นใหม่ ซึ่งสวนกระแสกับแนวคิดเดิมๆ แต่ทุกความรู้ที่เขาเอ่ยถึง เป็นงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับมาแล้วทั้งสิ้น

อย่าให้ยาฆ่าคุณ ชื่อ ก็บอกชัดๆอยู่แล้ว ในทำนองต้องการบอกเล่าให้ผู้ที่ มีความคิดว่า ยา คือ ผลผลิตที่ใช้เพื่อการรักษาโรค และทำให้สุขภาพดีขึ้นได้เข้าใจในทางตรงกันข้าม โดยเขาได้นำเอาความรู้เกี่ยวกับการใช้ยา 47 เรื่องมา บอกให้ทราบถึงผลดี และผลเสีย และความจำเป็นในการใช้ยา ซึ่งผู้เขียน ยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ “ไม่จำเป็น” และเป็นความ “เข้าใจผิด” ของคนที่คิดว่ายาคือพระเจ้า

มีหลายบท หลายตอน ที่เขาย้ำว่า ความเชื่อที่เราเคยรับรู้มานั้น เป็นเรื่อง โกหกทั้งเพ และขอให้เลิกล้มความเชื่อเหล่านั้นไปเสีย อย่าใส่ใจว่า มันจะช่วยอะไรคุณได้

นอกจากความเข้าใจในเรื่องของการใช้ยาเพื่อการรักษาโรคแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังบอกถึงองค์รวมของการรักษาสุขภาพให้ดี ปราศจากโรค โดยไม่ต้องพึ่งยาที่ทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติได้ โดยไม่มีผลข้างเคียงต่อสุขภาพแต่อย่างใด

มีหลายคำพูดที่ หมอคนโด บอกให้คนฟังถึงกับตะลึง ในความเข้าใจเดิมๆ ที่เคยยึดถือมาโดยตลอด ตัวอย่างเช่น…

“เคล็ดลับที่ผมจะบอกไม่มีอะไรหรอกครับ เพียงไม่กินยา ไม่กินอาหารเสริม ไม่ไปหาหมอ และไม่ตรวจสุขภาพ แล้วกินเนื้อสัตว์และผักให้มาก เพลิดเพลินกับแอลกอฮอล์และของหวานตามสบาย หมั่นพูด หมั่นคุย ทำกิจกรรมบ่อยๆ ขอเพียงอย่าสูบบุหรี่ อย่าโหยหาอดีต อย่ากังวลเรื่องอนาคต ให้ความสำคัญกับปัจจุบัน นี่คือสิ่งสำคัญสำหรับการมีสุขภาพดี”

อ่านจบแล้วต้องยอมรับจริงๆ ครับว่า นายแพทย์ท่านนี้ มีความคิดสวนกระแสความเชื่อของคนส่วนใหญ่ในสังคมจริงๆ หากมีการแพร่หลายอออกสู่สังคมมากๆ และมีผลปรากฏออกมาอย่างเป็นรูปธรรม เห็นทีว่าอาชีพหมอ และโรงพยาบาลหรูๆ คงต้องเปลี่ยนไปเป็นอพาร์ทเม้นท์ เสียแล้ว

 

 

เทพยุทธ์ เซียน GLORY

แนวใหม่ของนวนิยายยุคปัจจุบัน

“เทพยุทธ์ เซียน GLORY” เขียนโดย “หูเตียหลาน” แปลเป็นไทยโดย “อนุรักษ์ กิจไพบูลย์ทวี” เป็นนิยายรูปแบบใหม่ที่ผสมกันระหว่าง แนว E-Sport และแนวแฟนตาซี ที่มีเนื้อหาหลายหลากผสมร่วมกัน ซึ่งให้ทั้งความตื่นเต้น ในเชิงกำลังภายใน และแนวการแข่งขันที่ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว นิยายเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ชาวจีน ซึ่งขณะนี้กำลังได้รับความนิยมจากนักอ่านชาวไทยด้วยเช่นเดียวกัน ออกวางแผงมาจนถึงเล่มที่ 5 แล้ว ในราคา 375 บาท

หนุ่มยุคใหม่หลงเข้าสู่อดีตยุคหมิง

เรื่องราวกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด

“ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง” เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ของจีนในยุคสมัยราชวงศ์หมิง เขียนโดย “เยี่ยกวน”แปลเป็นไทยโดย “น.นพรัตน์” เป็นเรื่องร่วมสมัยระหว่างยุคใหม่กับยุคโบราณ เมื่อเซลส์แมนหนุ่ม หลงเข้าไปสู่ในช่วงเวลาของราชวงศ์หมิง ทำให้เขาได้พบกับสิ่งที่คาดไม่ถึง โดยคิดว่า เมื่อมาถึงแล้วก็จะทำตัวให้สุขสบาย สมกับที่ได้เป็นอ๋อง โดยจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับด้านอื่นๆ แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อชีวิตของเขาต้องพบกับความแก่งแย่ง และการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด นิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องยาว ที่ผ่านมาถึงเล่มที่ 7 แล้ว จำหน่ายเล่มละ 230 บาท

สารานุกรมภาพของโลกและจักรวาล

สำหรับเด็กเพื่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

“โลกและอวกาศ” เป็นหนังสือสารานุกรมภาพ ปกแข็งพิมพ์ด้วยการกระดาษอาร์ตอย่างดีสี่สีสวยงาม จำหน่ายเล่มละ 395 บาท เนื้อหาต้องการจะบอกให้เยาวชนได้รับรู้ถึงปรากฏการณ์ต่างๆ บนโลกใบนี้ รวมไปถึงจักรวาลและดวงดาวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกันอยู่ โดยการนำเสนอจะเรียกร้องความสนใจของเด็กๆ ด้วยการ ตั้งประโยคขึ้นเป็นปริศนาคำทายเพื่อเร้าความสนใจของเด็ก จากนั้นก็จะเฉลยคำตอบพร้อมทั้งตัวอย่างอื่นๆ ที่เชื่อมโยงผูกพันถึงกัน เพื่อให้เด็กได้รับรู้ถึงความเป็นมาของโลก และจักรวาล นอกจากการใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายสำหรับเด็กๆ แล้ว ผู้เขียนยังมีกิจกรรม หรือเกมต่างๆ เพื่อให้เด็กใช้สมองในการเข้าร่วมเล่นเกมอีกด้วย

การผูกคำให้เป็นประโยคเพื่องานเขียน

คู่มือสำหรับผู้มีใจรักในการเขียนหนังสือ

“คำ เครื่องมือช่วยการเขียน” เป็นหนังสือคู่มือสำหรับผู้มีใจรักในการเขียนหนังสือ แต่งโดย “รงค์ ประพันธ์พงศ์” ที่ผู้ประพันธ์เปิดใจว่า การใช้คำในภาษาไทยมีรูปแบบ และการใช้ที่เป็นระบบ ซึ่งผู้ที่รักงานเขียนควรจะต้องศึกษา และรับรู้ ในการนำไปใช้ สำหรับผูกคำให้เป็นรูปประโยค ซึ่งเป็นเรื่องที่จะทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก และเมื่อวันใดที่เรารู้จักใช้คำเพื่อนำไปสร้างประโยคแล้ว จะทำให้เกิดคุณค่าต่างๆ ตามมา ในรูปแบบของงานเขียนทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทความการเขียนสารคดี และการเขียนเพื่อการสื่อสารอื่นๆ จำหน่ายเล่มละ 100 บาท