หนังสือเด่น : นิตยสาร ‘จัซ’ (JUZZ Magazine) ลดช่องว่างให้วัยรุ่น-ผู้ใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/257944

วันอาทิตย์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

วัยรุ่น เป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่อยากรู้ อยากลอง เมื่อเจอปัญหาสักเรื่องหากพบทางออกที่ดีก็ดีไป แต่หากโชคร้ายเจอทางตันหรือได้รับคำแนะนำแบบผิดๆ ชีวิตก็อาจจะหักเหไปคนละทิศละทางได้ และดูเหมือนจะเป็นธรรมชาติว่า มุมมองของวัยนี้มักจะเป็นคนละมุมมองกับผู้ใหญ่ที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน แล้วอะไรเล่าจะเป็นตรงกลางของความเข้าใจ?

“นิตยสารจัซ (JUZZ Magazine) เป็นนิตยสารแจกฟรีสำหรับวัยรุ่นตั้งแต่ระดับมัธยมปลาย-มหาวิทยาลัย ที่มีเป้าหมายในการเป็นคู่มือการใช้ชีวิตของวัยรุ่นยุคดิจิทัลในทุกมิติ ภายใต้การบริหารของแม็คเอ็ดดูเคชั่น โดยมี คุณคมพิชญ์ พนาสุภน เป็นบรรณาธิการบริหาร ซึ่งหลังจากดำเนินการมาระยะหนึ่ง ได้คลุกคลีกับทั้งกลุ่มวัยรุ่น ผู้ปกครอง และครู จำนวนมาก ทำให้ได้เห็นวิธีคิดและมุมมองของแต่ละช่วงวัย พบว่าปัญหาความไม่เข้าใจ หรือช่องว่างระหว่างวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ยังเป็นปัญหาสำคัญของสังคมยุคปัจจุบัน ทำให้วัยรุ่นไม่กล้าปรึกษาหรือพูดคุยเรื่องสำคัญๆ กับผู้ใหญ่ แต่เลือกที่จะหันไปปรึกษาเพื่อน หรือสังคมออนไลน์แทน ดังนั้น “ผู้ใหญ่” จำเป็นต้องเปิดใจรับฟังปัญหาของวัยรุ่น เพราะมีประสบการณ์ชีวิตมากกว่า ควรแนะนำวิธีการป้องกันที่ถูกต้องปลอดภัย และช่วยเป็นที่พึ่งที่ปรึกษาได้ ซึ่งหนังสือเล่มนี้จะทำหน้าที่เสมือนผู้ใหญ่ ที่เป็นทั้งเพื่อน เป็นที่ปรึกษา และเป็นเส้นทางในการแก้ไขปัญหา รวมถึงเป็นทางเดินที่มั่นคงปลอดภัยสำหรับ เด็กวัยหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ด้วย

บรรณาธิการบริหารจัซ แมกกาซีน ได้เปิดใจทิ้งท้ายเอาไว้ว่า  “เพราะวัยรุ่นเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่ต้องการที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิด “จัซ”เองแม้จะเป็นเพียงสื่อเล่มเล็กๆ แต่ก็ต้องการเป็นสื่อกลางที่ช่วยลดช่องว่างระหว่างความเข้าใจ ตามเจตนารมณ์ที่เราตั้งใจว่าจะให้ “จัซ” เป็นสื่อกลางที่จะทำให้ ผู้ใหญ่เข้าใจวัยรุ่น-วัยรุ่นเข้าใจตัวเอง-สังคมเข้าใจซึ่งกันและกัน จึงคิดว่ามุมมองวัยรุ่นที่ถูกถ่ายทอดผ่านคอลัมน์ต่างๆ ใน “จัซ” นั้นหากผู้ใหญ่ หรือผู้ปกครองได้มีโอกาสอ่านก็น่าจะนำไปใช้ในการพูดคุยกับลูกหลานในปกครองเพื่อการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดียิ่งขึ้น”

สำหรับผู้ที่สนใจ “จัซ แมกกาซีน” สามารถอ่านได้ทางแอพพลิเคชั่นBooksmile, Ookbee, Meb, AIS Bookstore หรือ 4DBook หรือทาง http://www.juzzmag.com หรือแบบรูปเล่มที่ TK Park, ECC, Tutor Hous

เมื่อเทพเจอเซียนใครจะเป็นคนเข้าสู่หลักชัย

นิยายจีนกำลังภายในที่ผสมกับเกมออนไลน์

“เทพยุทธ์ เซียน Glory” เขียนโดย “หู้เตี๋ยหลาน” แปลเป็นไทยโดย “อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี” เป็นนวนิยายในรูปแบบใหม่ที่ผสมกลมกลืนกันระหว่าง E-Sport และแนวแฟนตาซี ซึ่งมีลีลาการต่อสู้กำลังภายในแฝงอยู่ตลอดทั้งเรื่อง ในเล่มที่ 3 ที่กำลังวางตลาดในเวลานี้ ยังคงแสดงความเป็นเทพระดับอัจฉริยะของ เยี่ยชิว ออกมาปรากฏให้ทุกคนได้เห็นในวงการการแข่งขันเกมที่ต้องสู้กันอย่างเอาเป็นตาย และในตอนนี้ เยี่ยชิวต้องพบกับคู่ปรับที่เขาคาดไม่ถึงว่า จะมีฝีมือร้ายกาจถึงขนาดนี้ จำหน่ายเล่มละ 375 บาท

ลีลาของ‘หวงอี้’ยังเฉียบคมไม่ตกชั้น

เหยี่ยวมารสยบสิบทิศ เข้มข้นยากคาดเดา

“เหยี่ยวมารสยบสิบทิศ” ภาค 3 นิยายจีนกำลังภายใน ภาคสุดท้ายในยุค ไตรถังรุ่งเรือง จากงานประพันธ์ของ “หวงอี้” แปลเป็นไทยโดย “ น.นพรัตน์” มาถึงเล่มที่ 14 ที่ออกวางตลาด ดำเนินเรื่องต่อจาก เล่มที่แล้ว เมื่อ หลงอิง ใช้วิชามาร ชักนำ ผู่ไท่ ฮวงหยวน และอวี้อี้เหวิน มาถึงจุดที่พักในเมืองชายแดน พวกเขาได้พบสาวงาม และในเล่มนี้ได้เกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงอีกมากมาย ที่เขาจะต้องเผชิญ ซึ่ง หวงอี้ ยังคงใช้ลีลา และการดำเนินเรื่องที่ล่อหลอกให้คนอ่านต้องติดตาม โดยคาดเดาไม่ออกว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น และ ทางออกของปัญหา เป็นไปอย่างที่ใครๆ ก็คาดไม่ถึง จำหน่ายเล่มละ 170 บาท

เผยข้อเสียของการบังคับให้เด็กเรียนเกินตัว

การ์ตูนสำหรับเด็กที่ชี้ให้ผู้ใหญ่เห็นปัญหา

“ฉันอยากเรียนเก่ง” หนังสือการ์ตูนสำหรับเด็กที่มีเนื้อหา สนุกสนาน ผจญภัยเพื่อชักนำให้เด็กอยากอ่าน ซึ่งถือเป็นการปลูกฝังนิสัยการอ่านให้กับเด็กๆ เขียนโดย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น และนักวิจัยด้านสมอง ชาวเกาหลี ที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 ของแพทย์ระดับโลก
จากไอบีซี เมื่อ ปี 2006 มีเรื่องย่อ กล่าวถึง อะตอม เด็กชายที่รักกีฬาเทควันโด เข้าชีวิตจิตใจ ต้องถูกบังคับให้หยุดเล่น หยุดซ้อมเทควันโด เนื่องจากมีผลการเรียนที่ตกต่ำจนน่าเป็นห่วง จากนั้นเขาก็ถูกพาไป บังคับให้เรียนพิเศษ กับติวเตอร์นักกวดวิชาชื่อดัง แต่แทนที่อะตอมจะดีขึ้น เขากลับมีผลการเรียนที่ตกต่ำยิ่งขึ้นไปจากเดิม เนื่องจากถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่เต็มใจ แล้วเรื่องจะแก้ไขได้อย่างไร ต้องอ่าน เล่มละ 185 บาท

‘ชิมะโคซาคุ’ภาคหัวหน้าแผนก ปิดฉาก

การ์ตูนที่ตีแผ่ภาคธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่น

“ชิมะโคซาคุ ภาคหัวหน้าแผนก” เป็นการ์ตูนขาวดำ เล่มที่ 17เรื่องราว ปิดฉากลงด้วยดี จากงานเขียนของ “ฮิโระคาเนะ เค็นชิ” เนื้อหากล่าวถึง นาคาซาวะ ที่ถูกเสนอชื่อให้ขึ้นเป็นหัวหน้าแผนก แต่ด้วยเวลาที่กระชั้นชิด ตั้งตัวไม่ทัน ทำให้เขาต้องปฏิเสธ ปัญหาจึงตกลงไปอยู่ที่ คีโนะ กับ โออิสึ ตัวตั้งตัวตีในการดันให้ลูกพี่ที่ตนรักขึ้นดำรงตำแหน่ง แม้ว่า ป๋าดันทั้งสองจะถูกปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง แต่ด้วยชั้นเชิง และความกระล่อนที่หาตัวจับยาก ทำให้เหตุการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น สามารถเกิดขึ้นอย่างที่ใครๆ ก็คิดไม่ถึง จำหน่ายเล่มละ 145 บาท

นักวิจัยจากวิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอน เผยแพร่ผลการศึกษาล่าสุดในวารสารระบาดวิทยา (Journal of Epidemiology) พบว่าการกินผักและผลไม้วันละ 8 ส่วนหรือประมาณ 800 กรัม อาจจะช่วยให้คนเราอายุยืนขึ้น โดยผักและผลไม้ 1 ส่วนเทียบเท่ากับปริมาณ 80 กรัม หรือเท่ากับกล้วยหอม 1 ลูก หรือลูกแพร์ 1 ลูก หรือผักโขม3 ช้อนชาพูน งานวิจัยยังชี้ด้วยว่าการกินผักและผลไม้แม้จะปริมาณเพียงเล็กน้อยก็มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ยิ่งกินมากก็ยิ่งดี โดยการกินผักสีเขียวอย่างผักโขม ผักที่มีสีเหลือง อย่างพริกหยวก ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำดอก ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ ขณะที่การกินผลไม้อย่างแอปเปิล ลูกแพร์ ผลไม้ตระกูลส้ม ผักสลัด และผักกะหล่ำ ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดตีบหรือแตกได้

หนังสือเด่น : จุด (ไม่) จบของการเมืองไทย ฉากการเมืองไทยในห้วงเวลา ’48-’59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/257029

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ที่ผ่านมา ผลพวงและแรงสั่นสะเทือนของวิกฤติการเมืองไทยที่ก่อตัวและดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนำความสูญเสียและความชะงักงันมาสู่ประเทศไทยอย่างรุนแรง ซึ่งเรื่องราวความซับซ้อนซ่อนปมปัญหาที่แฝงอยู่ในวิกฤติคราวนี้เต็มไปด้วยโยงใย และรากแก้วรากแขนงที่หยั่งรากลึกเกินกว่าหลายคนจะคาดถึง

“จุด (ไม่) จบของการเมืองไทย” เป็นหนังสือที่แต่งขึ้นโดย “ฐิติกร สังข์แก้ว สราวุธ ทับทอง อรรถสิทธิ์ พานแก้ว” จัดพิมพ์ขึ้นโดยสถาบันพระปกเกล้า เนื้อหาเป็นคล้ายบทบันทึกดีๆ ที่เก็บช่วงตอนและภาพฉากอันสลับซับซ้อนของการเมืองไทย ในช่วง
ปี พ.ศ. 2548-2559 มาย้อนภาพให้เห็นถึงปรากฏการณ์ทางการเมืองไทยให้ปรากฏเด่นชัดขึ้นมา เพื่อตอกย้ำผู้ที่เคยร่วมอยู่ในวิกฤตการณ์ หรือคนรุ่นหลังที่ยังไม่ซาบซึ้งกับเรื่องราวอันซ่อนเร้นซับซ้อนให้ได้รับรู้กัน และโดยการจัดทำของ สถาบันพระปกเกล้าย่อมเป็นตัวรับประกันในเรื่องของความถูกต้องชัดเจน

ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ได้เก็บภาพประวัติศาสตร์การเมืองระยะใกล้มานำเสนอเป็นฉากๆ จากมุมมองทางวิชาการ แล้วประมวลเข้าไว้เป็นจุดอ้างอิงต่างๆ ที่คนไทยสามารถจะย้อนกลับมาอ่านแล้วระลึกนึกโยงไปถึงภาพเหตุการณ์ และสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้ไม่ยากเลย เพราะความซับซ้อนที่ว่านั้นได้ถูกย่อยมาให้ผู้อ่านขบเคี้ยวได้อย่างสนุกสนาน ตามคอนเซ็ปต์ของหนังสือที่ว่า “กินไม่ต้องบ่อย แต่อร่อยได้นานๆ”

ตลอดทั้งเล่มของหนังสือได้หยิบ “คำการเมือง” ที่เคยเป็นที่สนใจของคนไทย ให้ผุดขึ้นมาแจ่มชัดอีกครั้งหนึ่ง ราวกับว่าเหตุการณ์วิกฤตการเมืองที่สังคมไทยเพิ่งจะผ่านมานั้นยังคงมีชีวิตชีวาโลดแล่นอยู่ในปัจจุบัน

แม้กาลเวลาอาจทำให้ความลืมเลือนกัดกินพื้นที่ความทรงจำร่วมของคนไทยไปบ้างแล้ว และก็คงมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่อยากจะลบเลือนภาพอันสับสนอลหม่านที่เคยเกิดขึ้นในอดีตให้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว แต่หนังสือ จุด (ไม่) จบ : ช่วงฉากการเมืองไทย ’48-’59 จะช่วยปลุกตะกอนความทรงจำในส่วนนี้ให้กลับมาอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อตอกย้ำซ้ำเติมวิกฤติให้รุนแรงไปกว่าเดิม หากเพื่อก้าวผ่านจาก “จุดวิกฤติ” ไปสู่ “จุดหมายปลายทาง” ของสังคมที่เราทุกคนวาดหวัง

ความน่าตื่นตาตื่นใจของหนังสือเล่มนี้ จึงไม่เพียงกระตุ้นตื่นคนไทยให้จดจำและเรียนรู้พิษภัยจากการเมืองที่ต่อสู้กันอย่างรุนแรงเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การประมวลภาพอันซับซ้อนให้อ่านง่ายย่อยง่าย พร้อมเสิร์ฟแก่สายตาผู้อ่านคนไทยทุกผู้ทุกนามอีกด้วย….นี่แหละคือจุดเด่นของหนังสือเล่มนี้

กะเทาะเปลือกเด็กขาดความอบอุ่น

แนะให้ทิ้งความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากชีวิต

“ฉันอยากได้รับความอบอุ่น” เป็นหนังสือการ์ตูนสี่สี เขียนโดย “Heo Yun-mi” แปลเป็นไทยโดย “นริศร์ จิตปัญโญยศ” จำหน่ายเล่มละ 185 บาท เป็นหนังสือที่อ่านสนุกในด้านของความบันเทิง ที่ตัวเอกจะต้องผจญภัยพบกับเรื่องราวที่ชวนให้ติดตาม ซึ่งแฝงข้อคิดดีๆ ให้กับชีวิตของ เด็กที่เกิดความรู้สึกว่าตัวเองขาดความอบอุ่น โดยเนื้อเรื่อง เริ่มเมื่อเด็กชายที่อยู่กับแม่เพียงสองคน ถูกคนรอบข้างตอกย้ำให้รู้ถึงความอาภัพของตนเองแถมยังถูกขู่ว่าตนเองจะถูกยมทูตมาทวงวิญญาณคืนทำให้เด็กชายเกิดความว้าวุ่นกับชีวิตจนอยากจะตาย แต่เมื่อเขาได้ใช้สตินั่งคิดแล้วเขาก็ได้พบทางออก

 

ค้นหาความลับในสมาคมหน้ากาก

เรื่องของนักสืบสาวป้ายแดงที่ต้องพิสูจน์

“ระบำผีเสื้อ”เขียนโดย “จรสจันทร์” เป็นนิยายรักสืบสวนสอบสวนของ หญิงสาวที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่แวดวงนักสืบเป็นครั้งแรก โดยต้องการจะพิสูจน์ความกระจ่างถึงความตายของผู้เป็นพ่อที่เกี่ยวข้องกับสมาคมอันหรูหราในสังคม ซึ่งสมาชิกทุกคนจะสวมหน้ากากเข้าไปสังสรรค์หาความสุข ความบันเทิงแบบไม่ต้องเปิดเผยตัวเอง แต่เบื้องหลังเมื่อเธอได้เข้าไปสัมผัสทำให้เธอพบว่าในสมาคมหน้ากากแห่งนี้เต็มไปด้วยความชั่วร้าย ซึ่งเกี่ยวข้องมาถึงการตายของพ่อเธอด้วย จำหน่ายเล่มละ 280 บาท

 

พิสูจน์ความจริงจากบันทึกเหมาซาน

ความลี้ลับอำนาจเวทมนตร์ของจีนโบราณ

“มหากาพย์แห่งเหมาซาน” เขียนโดย “ต้าลี่จินกังจ่าง” แปลเป็นไทยโดย “หลินหยาง” เป็นเรื่องราวการผจญภัยของชายหนุ่มในช่วงปลายของ เหตุการณ์การปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน โดยตัวละครเด่นของเรื่องเกิดบังเอิญไปได้รับ สมุดบันทึกของวิชาเหมาซาน ซึ่งเป็นหลักการของวิชาและศาสตร์อันลี้ลับของจอมยุทธจีนโบราณ ซึ่งในเล่มที่สองที่กำลังวางตลาดอยู่ในเวลานี้ เป็นเรื่องราวในตอนที่ชายหนุ่มผู้ครอบครองบันทึกแห่งอาคมได้บุกไปยังประเทศอียิปต์เพื่อพิสูจน์ความเป็นไปได้ของศาสตร์แห่งเหมาซาน ทำให้เขาต้องพบกับเรื่องราวลี้ลับมหัศจรรย์ยากที่จะคาดเดาถึง ตั้งแต่เริ่มจนจบ เรื่องราวจึงเต็มไปด้วยคำถามที่ต้องหาคำตอบอยู่ตลอดเวลา จำหน่ายเล่มละ 290 บาท

 

หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์ ในประวัติศาสตร์จีน

เรื่องราวที่พลิกผันความเป็นมาของสุสานทหารม้าดินเผา

“หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์” เขียนโดย “เจี่ยงเซิ่งหนาน”แปลเป็นไทยโดย “ดารินทิพย์” เป็นเรื่องราวของหมี่เยวี่ย เด็กสาวที่ต้องพบกับชีวิตที่ไม่มีใครคาดฝันจากชาวบ้านธรรมดากลายเป็น สตรีที่ทรงอำนาจมากที่สุดในยุคชุนซิวจ้านกั้ว ผู้รวบรวมแผ่นดินฉินให้กลายเป็นหนึ่ง โดยผู้เขียนได้สืบค้นลงลึกตามหลักประวัติศาสตร์อย่างละเอียด ซึ่งได้พบว่า ในยุคของเธอนี่เอง คือ บันทึกแห่งความเป็นจริงของ สุสานทหารม้าดินเอาที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน ที่ใครๆ คิดว่าอยู่ในรัชสมัยของ จิ๋นซีฮ่องเต้ ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดมานานหลายศตวรรษ จำหน่ายเล่มละ 275 บาท

หนังสือเด่น : ดาวซานถี่ อุบัตการณ์สงครามล้างโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256166

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ใครที่ติดตามอ่านนิยายจีนมาอย่างต่อเนื่อง คงจะเห็นเหมือนผมว่า จินตนาการของ นักประพันธ์จีนยุคใหม่ก้าวล้ำวิทยาการเข้าไปสู่ประเทศต้นแบบทางวิทยาการหลายเรื่อง ในทำนองเปลี่ยนแนวคิดให้คนอ่าน สับสนถึงความเป็นไป เป็นมาในวิวัฒนาการของวิชาการ อาทิ จากเรื่อง ปัญจมหาโจรจินตนาการของผู้ประพันธ์ บอกเล่าให้คนอ่านรับรู้ว่า “ระเบิดปรมาณู ที่ อเมริกาใช้ถล่มญี่ปุ่น” นั้นเป็นผลงานของชาวจีน ที่ไปอาศัยอยู่ในอเมริกา เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่า ด้วยลีลาและคุณภาพของนักประพันธ์ทำให้ผู้อ่านไขว้เขวได้ไม่น้อยเหมือนกัน

ในเรื่อง ดาวชานถี่ เล่มนี้ ก็เช่นเดียวกัน จินตนาการของ “หลิวฉือซิน”ผู้ประพันธ์ ก็สร้างเรื่องราว การบุกรุกโลกมนุษย์ของ มนุษย์ต่างดาวให้คนอ่านคล้อยตามได้ถึงความเป็นไปได้ไม่น้อย

หลิวฉือซิน เป็นวิศวกร ที่เรียนจบ และทำงานอยู่ในอาชีพวิศวกร ทางด้านไฟฟ้าและพลังงานมานาน จึงมีความรอบรู้ในแนวทางของวิทยาศาสตร์ที่ค่อนข้างเป็นรูปธรรม การสร้างจินตนาการของเขา จึงอยู่บนพื้นฐานของวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์ที่เป็นความจริง เรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้นมาจึง เต็มไปด้วยเหตุและผลของความเป็นได้ นิยายเรื่องนี้จึงมีพลังที่ทำให้คนอ่านคล้อยตามได้ในทุกวินาที

เรื่องราวกล่าวถึง ดวงดาวในจักรวาลดวงหนึ่งที่เรียกว่า ดาวซานถี่ต้องการจะเข้ามาครอบครองโลกมนุษย์เพราะเห็นว่า เป็นแผ่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ พวกเขาจึงวางแผนที่จะยึดครองโลก โดยอาศัยปัญหาที่เกิดขึ้นในวิถีชีวิตของชาวโลก ด้วยการสร้างค่านินม เชื่อมโยงปัญหา และคลี่คลายปัญหา หลักการเฉพาะของชาวซานถี่ กล่าวคือ สร้างลัทธิซานถี่ให้ฝังอยู่ในจิตวิญญาณของชาวโลก โดยคาดหวังว่า หากพวกเขาสามารถเปลี่ยนค่านิยมของชาวโลกให้อยู่ในกรอบความคิดของ ลัทธิซานถี่แล้ว ทุกอย่างที่จะทำลายยึดครอง หรือสั่งการอะไรก็ย่อมทำได้สำเร็จทั้งสิ้น

จุดเด่นที่สร้างแรงคล้อยตามได้อย่างมีเหตุผลคือ นิยายเรื่องนี้ ใช้ ปัญหามาเป็นตัวนำเรื่อง โดยเริ่มจากประเทศจีนในยุค 1967 เมื่อ พรรคคอมมิวนิสต์ มีการปฏิวัติทางวัฒนธรรม สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในประเทศส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก ด้วยพฤติกรรมที่รุนแรง โหดเหี้ยมกับผู้ต่อต้าน จนกลายเป็นหลุมดำในจิตใจของชาวจีนหลายร้อยล้านคน และด้วยปัญหานี้เอง สิ่งมีชีวิตใน ดาวซานถี่จึงเริ่มสร้างอุบัติการณ์ขึ้นในโลก ท่ามกลางฝูงชนที่ต้องการ สิ่งยึดเหนี่ยวเพื่อหนีปัญหาจากการกระทำของ พวกเรดการ์ด ในการปฏิวัติวัฒนธรรม ซึ่งต้องยอมรับว่า เป็นเหตุเป็นผล ที่จะโน้มน้าวให้คนในสังคมหันมายึดถือ ลัทธิใหม่เพื่อความอยู่รอดของตนเองหนังสือเล่มนี้เพิ่งออกมาเป็นเล่มที่หนึ่ง เรื่องราวต่อไปจะดำเนินเป็นเหตุเป็นผลมากน้อย จนสามารถเป็นพลังจูงใจให้คนเกิดความเชื่อถือได้มากแค่ไหน คงต้องตามอ่านในเล่มต่อๆ ไป แต่ที่แน่ๆ นิยายเรื่องนี้ ได้รับรางวัล ฮูโก ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับนิยายวิทยาศาสตร์ ก็น่าประเมินได้ว่า แกนของเรื่องคงไม่เพ้อฝันจนหลุดโลกไปจากความเป็นจริงแน่นอน

รักเจ็บปวดที่ยากจะลืมเลือน

มีไหมที่วันแห่งความรักจะกลับคืนมา

“ตะวันเร้นรัก” เขียนโดย “ยามาระตี” เป็นนิยายรักโรแมนติก ที่กล่าวถึงเงื่อนงำของความรักที่ฝังใจในความเจ็บปวดจากอดีต จนทำให้ชายหนุ่มไม่ยอมพบกับความรักอีกเลยในชีวิต แม้กับหญิงสาวที่ช่วยชีวิตเขาไว้ ยังถูกตราหน้าว่าทำเพื่อเงิน ทำให้ชีวิตของเขาและเธอกลายเป็นเส้นขนาน แต่ด้วย ความกตัญญูของผู้เป็นแม่ กลับชักพาให้เธอและเขาต้องผูกพันกัน ความรักที่แสนหวานกลายเป็นรักขมที่ระทมทุกข์จากผู้ชายที่ไร้หัวใจรัก แล้วชีวิตรักของ เธอกับเขาจะลงเอยกันได้อย่างไร จะมีวันที่ท้องฟ้าสดใส เมื่อวันแห่งความรักกลับคืนมาไหม ราคาเล่มละ 280 บาท

สอนเด็กให้รู้จักวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล

ชี้ให้เห็นถึงปัญหาในชีวิตประจำวันด้วยการ์ตูน

“เข็มทิศ KID เก่ง” เป็นหนังสือการ์ตูนของเกาหลี เขียนโดย “Bae,II-Yeong” วาดภาพโดย “Park, Geun-Yong” แปลเป็นไทยโดย “เฉลิมพล ผลไม้” จำหน่ายเล่มละ 175 บาท เป็นเรื่องราวที่ต้องการสอนให้เด็กรู้จักคิดและวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล ถึงปัญหา และคำถามที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำตัว อาทิ ฉันเป็นหัวหน้าห้องนะ, ทำอย่างไรฉันจึงจะอึดกว่าคนอื่นๆ หรือ การทำตัวให้ทุกคนยอมรับว่า ฉันนี่แหละเพอร์เฟ็กต์ ทุกเรื่องทุกปัญหาจะบอกถึงทางออกและแนวคิด ที่สืบทอดมาจากนักปราชญ์ที่โลกยกย่อง เพื่อเป็นการปลูกฝังข้อคิดดีๆ ให้ติดอยู่ในตัวเด็ก และเพื่อให้เด็กนำเอาแนวทางแห่งปรัชญาไปใช้ในชีวิตประจำวัน

เทพบุตรเดินดินถึงเทพบุตรมาเฟีย

จากผู้หญิงที่รุมล้อมเข้าสู่ศัตรูคู่แค้น

“เทพบุตรมาเฟีย” งานเขียนของ “ม่ออู่” แปลเป็นไทยโดย “เกาเฟย” เป็นอาชญนิยายที่ต่อมาจากภาคแรกในชื่อ เทพบุตรเดินดินเรื่องราวของ เย่เฟิง บุรุษ ผู้ไม่มีใครรู้หัวนอนปลายเท้า แวดล้อมไปด้วยมวลหมู่ของหญิงสาวที่หลงใหลในเสน่ห์และความประหลาดของเขา ในภาคที่สอง หลังจากที่เขารื้อฟื้นความทรงจำได้แล้ว เขาก็ก้าวเข้าสู่ชีวิตแห่งความเป็นจริง ในดงของมาเฟียที่เต็มไปด้วย ศัตรูคู่แค้นที่ต้องการล้มระบบเจ้าพ่อ และช่วงชิงความเป็นใหญ่ เรื่องราวในภาคที่สองนี้ จึงเป็นการเผยชีวิตในแวดวงมาเฟียที่ต้องห้ำหั่นกันด้วยเล่ห์เหลี่ยม กลโกง และพละกำลังเพื่อความอยู่รอดขององค์กร “ม่ออู่” ยังคงดำเนินเรื่องได้อย่างเข้มข้น ชวนให้ติดตามไม่แพ้ภาคแรก จำหน่ายเล่มละ 280 บาท

เผยภาพและเรื่องครอบครัว ติ๊ก-เจษฎาภรณ์

เป็นครั้งแรกรับวันวาเลนไทน์พร้อมแจกเพชร

นิตยสารแพรว ฉบับ 10 กุมภาพันธ์ 2560 พาสมาชิกบ้านผลดี ยกทีมพ่อแม่ลูก นำทีมโดย พ่อติ๊ก-เจษฎาภรณ์ แม่พีช-สิตมน และน้องเต็นท์ มาเผยความรัก ความอบอุ่นรับวาเลนไทน์ กับการถ่ายแฟชั่นครั้งแรกของบ้านผลดีและสัมภาษณ์ อย่างละเอียดยิบ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวความรักของคู่รักในวงการบันเทิงอีกคู่อย่าง นัท-อั้ม ที่มาแชร์ไลฟ์สไตล์การอ่านในคอลัมน์ “I Read, U Read” พร้อมยังหอบหนังสือดีมาแจกผู้อ่านอีกด้วย เริ่มจากกิจกรรมแจกแหวนเพชรที่ทุกคนรอคอย คูปองแหวนเพชรชิ้นที่ 1 ให้ผู้อ่านสะสมให้ครบ 6 ชิ้น ได้ตั้งแต่ฉบับนี้ ถึง ฉบับ 25 เม.ย. 2560

หนังสือเด่น : ซัมเมอร์ฮิล โรงเรียนทางเลือกในสังคมไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255235

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลายคนในเมืองไทย คงจะเคยได้ยิน โรงเรียนซัมเมอร์ฮิล ที่จังหวัดกาญจนบุรี และหลายคนคงยังไม่กระจ่างชัดกับความหมายของโรงเรียนดังกล่าวอย่างละเอียด ส่วนมากจะเข้าใจวงกว้างว่า เป็นโรงเรียนที่สอนเด็กแบบ ให้เสรีภาพแก่เด็กได้แสดงออกโดยธรรมชาติของตนเอง โดยไม่ต้องมีการบังคับจากหลักสูตรที่เป็นกรอบวางเอาไว้

หนังสือ ชีวิต เสรีภาพ ซัมเมอร์ฮิล เล่มนี้ เป็นเรื่องราวที่ “เอ. เอส. นีล” ได้เขียนความหมายของคำว่า โรงเรียนซัมเมอร์ฮิล เอาไว้อย่างละเอียด เป็นบทความของ “นีล” ที่เคยลงอยู่ในหนังสืออื่นๆ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับเป็นการพูดถึงซัมเมอร์ฮิลโดยเฉพาะ การเลี้ยงดูเด็ก เพศและกามารมณ์ ศาสนาและศีลธรรม ปัญหาของเด็ก ปัญหาของพ่อแม่ และคำถามคำตอบ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดภายในเล่มได้ท้าทายให้เราต้องใช้ความคิดใคร่ครวญ ตรึกตรอง เพราะการที่เขาทำให้เราต้อง “คิด” ในเรื่องที่เขาพูดหรือเขียนได้นั้น เป็นเรื่องที่น่าจะต้องมีความหมาย
มากมายทีเดียว

อ่าน “ซัมเมอร์ฮิล” เล่มนี้แล้วทำให้ เกิดภาพอื่นๆ ที่กว้างขึ้นจากความเข้าใจเดิมๆ ว่า เป็นโรงเรียนที่ให้เสรีภาพอย่างกว้างขวางแก่เด็กๆ ซึ่งผู้ที่ริเริ่มตั้งโรงเรียนนี้ขึ้นมาคือ “เอ.เอส.นีล” เมื่อปี พ.ศ.2464 ซึ่งนีลได้นำเอาความรู้ทางจิตวิทยามาใช้ในการวางแนวทางให้การศึกษา โดยยึดถือหลักให้นักเรียนมีเสรีภาพในการแสดงออกมากที่สุด นีลเน้นความสำคัญของการเล่นว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กเล็กๆ มากยิ่งกว่า “การเรียน” เสียอีก ที่ซัมเมอร์ฮิล ถ้าเด็กคนใดไม่อยากเรียน ก็จะไม่บังคับให้เขาเรียน และที่เขาถือว่าสำคัญมากอีกอย่างก็คือ การยอมรับให้เด็กปกครองตนเอง แทนที่จะให้ครูใหญ่หรือครูเป็นคนคอยบังคับเด็กด้วยการกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ขึ้นมา

หนังสือเล่มนี้แปลเป็นไทยโดย “เตือนตา สุวรรณจินดา, สมบูรณ์ ศุภศิลป์” มีจำนวนหน้า 432 หน้า ราคาขาย 399 บาท

ใครที่ยังไม่เด่นชัดใน นิยามของโรงเรียนซัมเมอร์ฮิล หนังสือเล่มนี้สามารถอธิบายให้เข้าใจได้อย่างง่ายๆ และเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ในสุนทรียรสที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน บนความรักและความเมตตาต่อพฤติกรรมของเด็กๆ ที่มีอยู่ในตัวนีลอย่างเต็มเปี่ยม

‘ซินแส’ชี้ดวงชะตา ปี 2560 จากราศี

คัมภีร์ปีระกา ปรับชะตา-เสริมดวงตามความเชื่อ

“คัมภีร์ปีระกา ปรับชะตา-เสริมดวง ปี 2560” เขียนโดย “ซินแส” จำหน่ายราคา 169 บาท เป็นหนังสือโหราศาสตร์ตามตำราจีน ว่าด้วยการบอกเล่าดวงชะตาใน ปีระกา 2560 ของราศีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ หน้าที่การงาน สุขภาพ โชคลาภ ตลอดรวมไปถึงบอกเล่าวิธีผูกดวงชะตา เสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ตัวเอง นอกจากนี้ภายในเล่มยังแถมยันต์ฮู้ให้มาในเล่ม และ การวิเคราะห์ดวงเมือง โดย “แสงเพชรผ่าดวงเมือง” ซึ่งเป็นการทำนายประเทศไทยว่าในปีนี้ ประเทศไทยจะประสบกับสภาวะอะไรบ้าง จะได้หาทางรับมือ หรือเตรียมความพร้อมที่จะต้องผจญกับความเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้น

ปลูกฝังการเรียนด้านศิลปะผ่านตัวละครเด็ก

พัฒนาทักษะทางภาษาฝึกกล้ามเนื้อมือและสมอง

“แสนดีชอบเรียนศิลปะ” เป็นหนังสือนิทานภาพ 3 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ ของสำนักพิมพ์ทองเกษม ที่จะช่วยพัฒนาสมอง ฝึกกล้ามเนื้อมือให้แข็งแรง สัมพันธ์กับการใช้ตา และสร้างความเพลิดเพลินบันเทิงใจไปพร้อมๆ กับการเพิ่มพูนศักยภาพทางการเรียนรู้ที่สมวัยในรูปแบบของความ สนุกสนาน เพลิดเพลิน ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะทางภาษา ด้วยภาพประกอบสีสันสดใสสวยงามและคำศัพท์น่ารู้ท้ายเล่ม ไปกับแสนดีตัวละครผู้น่ารัก ผ่านกิจกรรมง่ายๆ อย่างการตัด ปะ ฉีก พับกระดาษ วาดรูป ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน ปั้นแป้ง พิมพ์ภาพ และทำงานประดิษฐ์จากวัสดุง่ายๆ ที่หาได้รอบตัว ราคา 95 บาท ผู้แต่ง “นิภาพัชร์ ปิ่นสุวรรณ” ผู้แปล “PreeKo, Li Meng Meng”

‘แพรว’เปิดรัก ซุป’สตาร์รับวันวาเลนไทม์

ตั้งแต่พบรัก อุปสรรค จนมาถึงวันแห่งความสุข

“นิตยสารแพรว”ฉบับเดือนมกราคม ต้อนรับ วันวาเลนไทม์ นำเสนอ เรื่องราว และภาพถ่ายของซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง ขวัญ-อุษามณี กับ กอล์ฟ-พิชญะ เผยเรื่องราวตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อได้พบกัน พร้อมต้องเผชิญกับอุปสรรคนานัปการที่ต้องต่อสู้มาด้วยกันนับเป็นเวลา 10 ปี จนกระทั่ง พบกับความสมหวัง ซึ่งเต็มไปด้วย ความ ตื่นเต้น ระทึก ซึ่งต้องใช้ความอดทนอย่างสูง นอกจากเรื่องราวแล้ว ยังโพสท่าให้ถ่ายแบบในลีลาที่แปลกใหม่ ไม่เคยถ่ายที่ไหนมาก่อน นอกจากยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจอาทิ 2 คอลัมน์ที่ถูกเปิดขึ้นมาใหม่คือ “คิดถึงพ่อ” และ “I read U read” ที่จะทำให้คนไทยหันมาสนใจต่อการอ่านเพิ่มมากขึ้น จำหน่ายเล่มละ 100 บาท

‘สารคดี’เล่าขานเทศกาลชาวจีน

เผยเทศกาลความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น

“นิตยสาร สารคดี” ฉบับต้อนรับเทศกาลตรุษจีน นำเสนอเรื่องราวความอร่อยของประเพณีการทำขนมเพื่องานเทศกาลอย่างละเอียด ชี้ให้เห็นถึงวัฒนธรรมจีนที่ให้ความสำคัญในการกินนับตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงจีนยุคใหม่ ที่สืบทอดหัตถกรรมความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างเหนียวแน่นมั่นคง ทั้งอาหาร คาว และหวาน โดยเฉพาะขนมซึ่งทำเพื่อกินและไหว้อันเป็นการเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิต ซึ่งแต่ละสิ่งละอย่างล้วนเชื่อมโยงถึงความอุดมสมบูรณ์ของชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับ ธรรมชาติ ศาสนา และวิถีการทำมาหากินในอดีต อันเกี่ยวกับงานกสิกรรม นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ เรื่องของกีฬาทางเลือก และเรื่องคนไทยในสายตาอาเซียน จำหน่ายเล่มละ 120 บาท

หนังสือเด่น : เพาะเลี้ยงปลานิลเพื่อการอาชีพ หนังสือเด็กที่เป็นของผู้ใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/254332

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปกติแล้ว หนังสือที่เกี่ยวกับการสอน หรือการสร้าง ความรู้ทางวิชาการ จะปรากฏออกมาในรูปแบบของบทเรียน ที่มีกลิ่นอายของตำรา แต่ปัจจุบันเราจะพบว่า ตำราเรียน ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับนักอ่าน อยากหยิบขึ้นมาศึกษามากขึ้น

หนังสือ การเลี้ยงปลานิล เล่มที่ผมกำลังกล่าวถึงนี้ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนว่า หากจะมองเพียงผิวเผินแค่ปกด้านหน้าและภาพเพียงอย่างเดียว ทุกคนต้องบอกว่า เป็นหนังสือสำหรับเด็กที่ต้องการให้เด็กหยิบอ่าน ทั้งรูปแบบสีสัน และภาพที่ปรากฏให้เห็น

แต่หากเปิดเข้าไปดูภายในเล่มจะพบว่า หนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่หนังสือเฉพาะแต่เด็กเท่านั้น ทว่าเป็นหนังสือสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนที่ต้องการแสวงหาความรู้ทางด้านเกษตรกรรม โดยเนื้อจะกล่าวถึงวิธีการเลี้ยงปลานิลอย่างละเอียด และเข้าใจง่าย มีภาพประกอบ เป็นภาพเขียนสี่สี ให้ดูอย่างละเอียด ซึ่งผู้เขียนมีเป้าหมายให้ผู้ที่อ่านเพื่อนำไปประกอบเป็นอาชีพได้รับรู้ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับธุรกิจอย่างครบวงจร เป็นต้นว่า นอกจากจะบอกถึงวิธีการเลี้ยง ดูแล รักษา และพัฒนาให้ผลผลิตเติบโตแล้ว ยังแนะนำให้รู้ถึงแหล่งการขาย การกระจายสินค้าเพื่อออกสู่ตลาด และที่ขาดไม่ได้คือ บอกถึงวิธีการแปรรูป หรือวิธีการนำเอาปลานิลไปปรุงเป็นอาหารเพื่อการบริโภค หรือเพื่อนำออกจำหน่ายได้อีกด้วย

ทุกข้อมูลในหนังสือเล่มนี้ เป็นไปดังเจตนาของผู้เขียนที่ต้องการเปิดเผยเพื่อการนำเอาไปเป็นอาชีพ ดังนั้น สำนวนภาษา การบอกเล่า จึงเป็นไปในท่วงทำนองที่เข้าใจง่าย ทำเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่สับสนวุ่นวายไปด้วยศัพท์แสงทางวิชาการ

ต้องยอมรับว่า หนังสือในชุด เกษตรกรรมลองทำดู ของสำนักพิมพ์นานมี ชุดนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากเรียนรู้ หรือแม้กระทั่งเป็นหนังสือที่ส่งเสริมการอ่านให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี ด้วยรูปแบบที่สะดุดตาเด็กทุกเพศทุกวัย ในราคาเล่มละ 195 บาท

เรียกว่า เป็นหนังสือสำหรับเด็กที่แฝงวิชาการของผู้ใหญ่เอาไว้อย่างแนบเนียน ว่าอย่างนั้นเถิด

รวมหมอดูทั่วไทย ทำนายดวงเมือง

พร้อมแนะเคล็ดลับการเสริมดวงของทุกราศี

นิตยสารแพรว Fortune 2017 ฉบับพิเศษ ปกพระเอกหนุ่มฮอต เจมส์ มาร์  นักพยากรณ์ชื่อดังทั่วไทย กว่า 50 ทำนายดวงเมืองไทย และต่างประเทศ รวมทั้งชะตาชีวิตในเรื่องความรัก การงาน การเงิน และสุขภาพ พร้อมแนะเคล็ดลับเสริมดวงรับปีไก่  และดูดวงสุดเอ็กซ์คลูซีฟไปกับ 30 หมอดูระดับท็อป และเรื่องราวพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ สกู๊ปพิเศษ Do/Don’t กลเม็ดเคล็ดลับเพื่อชีวิตดี๊ดีในปี 2017 โดยหมอช้าง, Hope & Sucessful พาไหว้พระทั่วไทยรับความเฮงฉลองปีใหม่ พร้อมมีเกมพิเศษลุ้นชิงตั๋วเครื่องไปต่างประเทศ

เปิดโลกไดโนเสาร์ทุกมิติละเอียด

มีข้อมูลเฉพาะกว่า 600 ชนิดทั่วโลก

“สารานุกรม ไดโนเสาร์” เป็นหนังสือที่ค้นคว้า เรื่องราวของ ไดโนเสาร์ในทุกรูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุด ตั้งแต่มีมา เขียนโดย “Dino Don Lessem” แปลเป็นไทยโดย “ดร.วราวุธ สุธีรธร” เนื้อหาในเล่ม จะแยกออกเป็น 4 บท เริ่มจาก บทที่ 1 เป็นการค้นพบไดโนเสาร์ในแต่ละถิ่นที่อยู่ทั่วโลก บทที่ 2 กล่าวถึง ชนิดของไดโนเสาร์กินเนื้อ บทที่ 3 เป็น ไดโนเสาร์กินพืช ซึ่งมีอยู่ 43 ชนิด และบทที่ 4 เป็นพจนานุกรมไดโนเสาร์ ที่เป็นข้อมูลเฉพาะของไดโนเสาร์ทั่วโลกกว่า 600 ชนิด ราคาเล่มละ 595 บาท ปกแข็งพิมพ์สี่สีทั้งเล่ม

ชวนสัมผัสนิยายรักสุดฮิตจากญี่ปุ่น

ระหว่างหนุ่มรักแท้กับสาวลึกลับ

“Tomorrow I will Date with Yesterday’s You” (พรุ่งนี้ผมจะเดตกับเธอคนเมื่อวาน) เป็นหนังสือนิยายขายดีสัญชาติญี่ปุ่น ที่มียอดจำหน่ายมากกว่า 1 ล้านเล่ม และยังต่อยอดผลงานด้วยการพิมพ์ในฉบับการ์ตูน และสร้างเป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่องดัง เขียนโดย“ทะคะฟุมิ นะนะสุกิ (Takafumi Nanatsuki)” แปลไทยโดย “กนกวรรณเกตุชัยมาศ” เป็นเรื่องราวความรักที่เป็นเรื่องมหัศจรรย์ ของนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปะในเกียวโต ที่ตกหลุมรักหญิงสาวคนหนึ่งตั้งแต่แรกเห็นบนขบวนรถไฟเธอเป็นผู้หญิงที่งดงาม มีน้ำใจ และเจือไปด้วยความเศร้า และแฝงความลับซึ่งเกินกว่าจินตนาการมากมาย ทำให้ทั้งสองต้องมาผูกพันกันตามพรหมลิขิตดั่งปาฏิหาริย์ราคา 300 บาท

ความลับของแตงโมที่คนกินยังไม่เคยรู้

ผลไม้ที่คนทั่วโลกให้ความนิยมในการบริโภค

“ความลับของแตงโม”เป็นหนังสือที่เขียนโดย“Jo En-Suhn” แปลเป็นไทยโดย “เอกนครินทร์เมืองเกษม” เนื้อหาทั้งหมด จะกล่าวถึง ทุกส่วนของแตงโม ผลไม้ที่คนทั่วโลกให้ความนิยมในการบริโภคทั้งเพื่อความเอร็ดอร่อยเพื่อดับกระหาย เริ่มตั้งแต่การแนะนำให้รู้จักสายพันธุ์ชนิดต่างๆ วิธีการปลูก และการรักษา ประโยชน์ต่างๆ ของแตงโม ในทุกๆ ส่วนของต้น จำหน่ายเล่มละ 225 บาท เหมาะทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งสามารถนำเอาข้อมูลภายในเล่ม ไปใช้ปลูกแตงโมได้ด้วยตนเอง

หนังสือเด่น : ผู้ปลอมแปลงสิงโต เรื่องสั้นที่แหวกธรรมเนียมจากเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/253416

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในยามที่ ค่านิยมของสังคม เรื่อง การอ่าน จากสิ่งพิมพ์ ถูกแย่งพื้นที่จากสื่อออนไลน์ ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์ เกือบจะทุกประเภทสะเทือนไปด้วยกันทั้งนั้น

ผลงาน การประพันธ์ ที่สัมพันธ์อยู่กับธุรกิจสิ่งพิมพ์ เกือบจะทุกประเภทก็ไม่อาจจะหลุดไปจากปัญหาค่านิยมของคนในสังคมได้

กวีนิพนธ์และเรื่องสั้น ของนักประพันธ์ ซึ่ง ได้รับผลกระทบความนิยม มาก่อนที่จะเกิดสถานการณ์ การรุกรานจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ยิ่งมาผนวกกับกระแสออนไลน์เข้าไปอีก แทบจะหาคำตอบไม่ได้เลยว่า เรื่องสั้น และกวีนิพนธ์ จะหาทางออกเพื่อการอยู่รอดอย่างไร

ทั้งๆ ที่ ผลงานด้านเรื่องสั้นและกวีนิพนธ์ของนักเขียน ปัจจุบันนี้ มีคุณค่าที่ไม่ด้อยน้อยกว่าของเก่าๆ และหลายเรื่อง หลายสำนวน ให้ความลึก ความคม ในมุมมองสมัยใหม่ที่ น่าสนใจอย่างยิ่งทีเดียว

“ผู้ปลอมแปลงสิงโต” คือ หนังสือ ที่รวบรวมเรื่องสั้นของ “เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์” จำหน่ายเล่มละ 295 บาท ที่ก้าวกระโดดจากแท่นพิมพ์ออกมาวางขายบนแผงหนังสือ ด้วย เครดิต ความเชื่อของผู้ประพันธ์ ที่มีผลงาน โดยได้รับรางวัลมาอย่างต่อเนื่อง และ เคยได้ติดอยู่หนึ่งในห้าของ กวีซีไรต์และศิลปินศิลปาธร

ผู้ปลอมแปลงสิงโต เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น 12 เรื่องที่มี สีสันและจินตนาการผสมผสานกับความเป็นจริงในสังคมอย่างลงตัว นับเป็นการปะทะกันระหว่างโลกอุดมคติ โลกมายาคติ และโลกแห่งความเป็นจริง ที่ผู้เขียนเรียงร้อยแง่งามและแง่ทรามของชีวิตได้อย่างถึงแก่น ชี้ให้เห็นปัญหาในสังคมไทยและอาจหมายรวมถึงสังคมโลกในปัจจุบัน ที่จะทำให้ผู้อ่านจุดประกายความคิด สามารถตั้งคำถามถึงความดำมืดของชีวิตและจิตใจในหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นกิเลส ความฉ้อฉล ความเห็นแก่ตัว ความด้อยปัญญา ปิดหูปิดตา หรือนิ่งดูดาย ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา

แม้เรื่องสั้นทุกเรื่องจะแฝงไปด้วยประเด็นที่ว่าด้วยโลกและชีวิตอันหนักหน่วง แต่ผู้เขียนได้นำเสนออย่างสร้างสรรค์ผ่านโครงเรื่องและการดำเนินเรื่องที่แปลกใหม่ แหวกขนบการเล่าเรื่องแบบเดิมๆ อีกทั้งยังยั่วล้อ ความจริง-ความลวง อย่างมีศิลปะ และยังเปี่ยมด้วยอารมณ์ขัน ตรงนี้แหละคือ จุดเด่นที่น่าจับตามองของผู้เขียน เพราะทุกเรื่องสั้นจะเปิดกว้างต่อผู้อ่านทุกกลุ่ม ทั้งผู้ที่ประสงค์จะอ่านเอาเรื่อง และผู้ที่ต้องการอ่านเอารส รวมถึงผู้สนใจวิพากษ์วรรณกรรมในมิติของความหมายที่แฝงซ่อนอยู่ภายใน เพื่อถอดรหัสว่าวรรณกรรมสะท้อนชีวิตและสังคมอย่างไร

ฟื้นตัวจากหนี้พันล้านเพียง 1,262 วัน

ด้วยปณิธานที่ว่า ‘ที่ไหนมีรู ที่นั่นย่อมมีหนู’

“มีรู…มีหนู” เป็นหนังสือที่บันทึกเรื่องราวจากประสบการณ์จริงของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ผู้เขียน ซึ่งบอกเล่าประวัติชีวิตของตนเอง ให้ผู้อ่านได้รับรู้ พร้อมแนวคิดในการดำรงชีวิตที่ประสบมา เขาคือ นักธุรกิจผู้พลิกฟื้นและนำพา “บริษัท ซิโน-ไทยฯ” ให้ผ่านพ้นปัญหา จากภาวะหนี้ท่วมนับพันล้านจากวิกฤติต้มยำกุ้งปี พ.ศ. 2540 ให้ฟื้นตัวกลับมาพบกับความสำเร็จได้ภายในเวลาเพียง 1,262 วัน และก้าวขึ้นสู่ แวดวงการเมืองด้วยตำแหน่ง “หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย” ที่เป็นการก้าวกระโดดแบบไม่มีใครนึกว่าจะรวดเร็วเช่นนี้ โดยผู้เขียน บอกว่า ตนมีชื่อเล่นว่า “หนู” ที่แม้จะมีโอกาสและช่องทางเพียงน้อยนิด ก็พร้อมที่จะเดินหน้าหาทางไป ด้วยปณิธานที่ว่า “มีรู…มีหนู” หรือ “ที่ไหนมีโอกาส ที่นั่นมีอนุทิน” จำหน่ายเล่มละ 249 บาท

รักแท้ ย่อมไม่แพ้ความสวย

ระหว่างหนุ่มรวยกับสาวอวบ

“หัวใจรัก ไม่กำมะลอ” เขียนโดย “ธัญนภา”เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่ถูกบังคับให้ทำตัวเป็นแฟนกับเจ้านาย เพื่อจะหนีปัญหาในเรื่องของครอบครัวของผู้เป็นนาย แต่ด้วยความใกล้ชิด และ ทัศนคติที่ตรงกัน ทำให้ ทั้งคู่เกิดความรักที่แท้จริง แม้จะยังต้องพบกับปัญหาอันเกิดจากการไม่ยอมรับของ ครอบครัวเจ้านาย แต่เขาและเธอก็สามารถผ่านพ้นอุปสรรคและปัญหานั้นไปได้ โดยอาศัย ความเข้าใจที่ดีที่มีต่อกัน ทำให้อุปสรรคที่เกิดขึ้นผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น นิยายเรื่องนี้ผู้เขียนบอกว่า ต้องการให้ผู้อ่าน อ่านแล้วมีความสุขและเกิดความมั่นใจในตัวเอง แม้ตัวเอกจะเป็นสาวอวบที่ไม่สวยเลิศเลอ แต่เธอก็ใช้ความจริงใจให้พบกับความสำเร็จได้ จำหน่ายเล่มละ 280 บาท


ปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านด้วยนิทาน

จัดทำขึ้นเป็น สามภาษาในเล่มเดียวกัน

“ตุ๊ต๊ะอ่านหนังสือแล้วนะ” เป็นนิทานสำหรับเด็ก ในชุด “กิจกรรมทำแล้วดี” จัดทำในรูปแบบ นิทานภาพ 3 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ ชุดหนึ่งมี 5 เล่ม เนื้อหาจะครอบคลุมถึง การส่งเสริมการอ่านสำหรับเด็ก ที่ให้ความ สนุกสนาน เพลิดเพลิน และยังเป็นการส่งเสริมและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับเด็ก ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะทางภาษา โดยสำนักพิมพ์ ทองเกษม ผู้จัดทำบอกว่า เป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับเด็กเล็กในช่วงปฐมวัย ที่มีภาพประกอบสีสันสวยงาม เนื้อเรื่องสนุกสนานชวนติดตาม พร้อมสอดแทรกคุณธรรมเพื่อเพาะบ่มให้เติบโตเป็นเด็กดี โดยเด็กๆ จะจดจำและซึมซับสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวได้โดยง่าย จำหน่ายเล่มละ 95 บาท เขียนเรื่อง โดย “นิภาพัชร์ ปิ่นสุวรรณ”ภาพประกอบโดย “ธันยนันท์ ฉัพพรรณรังสี”

เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ริมฝั่งโขง

เดินตามตะวัน ชมทะเลหมอก สัมผัสหนาว

“นิตยสาร อสท.” ฉบับเดือนมกราคม เปิดศักราชใหม่ รับช่วงอากาศหนาวเย็น เดินตามแสงตะวัน พาขึ้นคอยเพื่อชมพระอาทิตย์ยามเช้า และอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทั้งยามที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยทะเลหมอก และแสงหลากสีตอนตะวันลับฟ้า จากแหล่ง
ท่องเที่ยวยอดนิยมสามแหล่งของคนไทย คือ ภูชี้ฟ้า ภูผาตั้ง และ ภูชี้ดาว ที่เพิ่งจะค้นพบ ด้วยการรายงานให้รู้พร้อมภาพถ่ายสไตล์ อสท.ที่สวยสดงดงาม นอกจากนี้ เพื่อเป็นการต้อนรับ การค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่บนสองฝั่งลำน้ำโขง ที่ผู้เขียนยืนยันว่า สวยกว่า ใหญ่กว่า พิสดารกว่า ผาแต้ม ผาชนะได และ ภูอานม้า ใครที่อยากสัมผัส แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ หาอ่านได้ใน นิตยสาร อสท. ฉบับเดือนนี้ ราคา 85 บาท

นักวิจัยจากคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน พบวิธีการรักษาฟันผุแบบใหม่ โดยใช้ยากระตุ้นให้เนื้อฟันเกิดการเติบโตจนมาอุดรูที่ผุนั้นได้เอง เป็นแนวทางของเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine) ที่มุ่งเน้นการสร้างเซลล์ใหม่มาซ่อมแซมส่วนที่ได้รับความเสียหายจากโรคต่าง ๆ โดยจะมีการใช้ฟองน้ำขนาดเล็กที่ย่อยสลายได้ ชุบยา Tideglusib ซึ่งกระตุ้นให้เซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์สร้างเนื้อฟันเพิ่ม แล้วใส่เข้าไปในโพรงฟันที่ผุ ซึ่งผลการทดลองในหนูพบว่าสามารถซ่อมแซมรูฟันผุที่มีขนาด 0.13 มิลลิเมตรได้ หนึ่งในคณะผู้วิจัยบอกว่า กำลังเร่งพัฒนาให้วิธีการนี้สามารถรักษารูฟันผุที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเริ่มมีการทดลองในมนุษย์แล้ว คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานอีกเพียง 3-5 ปี ก็จะสามารถนำมาใช้กับคนไข้ทั่วไปได้

 

หนังสือเด่น : ยุวกษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง ต้นแบบแห่งคุณงามความดีของชาวไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/252430

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“แม่แบบ” หรือ “เบ้าหลอม” หรือ “ตัวอย่าง” ที่จะเป็นพื้นฐานให้เยาวชนของชาติเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และเป็นอนาคตของชาติ ปัจจัยหนึ่งที่สามารถโน้มน้าวให้เส้นทางชีวิตของเยาวชนก้าวไปสู่ความสำเร็จ เกิดจากการได้เรียนรู้ถึงเรื่องราวชีวิตจากบรรพบุรุษ

หนังสือ “ยุวกษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของชาวไทย” เป็นหนังสือที่ผู้เขียนตั้งใจมอบให้เด็กๆ และผู้ใหญ่ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเยาวชน ได้เห็นแบบอย่างของบุคคลที่ทำงานหนักเพื่อรับใช้ประเทศชาติ และเพื่อความผาสุกของประชาชน ที่สามารถยึดเป็นแบบอย่างแห่งคุณงามความดีได้

นววรรณ วุฒฑะกุล ผู้ประพันธ์ หนังสือเล่มนี้ มีความเห็นว่าการที่เด็กจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีคุณภาพ ต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายประการ ซึ่งส่วนหนึ่งนั้นมาจากความประทับใจอันก่อให้เกิดแรงบันดาลใจจากบุคคลสำคัญ ที่อยากยึดถือเป็นแบบอย่าง ให้นับถือเป็นต้นแบบแห่งคุณงามความดี และหนังสือเล่มนี้จะทำให้เด็กๆ ได้เข้าถึงข้อมูลด้านประวัติศาสตร์เกี่ยวกับบุคคลสำคัญของประเทศในฐานะ “ยุวกษัตริย์”ที่ต้องแบกรับภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงในการดูแล รักษา ปกป้อง คุ้มครองประเทศและประชาชน จึงเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ควรให้การส่งเสริม

เนื้อหาภายในเล่ม กล่าวถึงพระราชกรณียกิจของยุวกษัตริย์ 4 พระองค์ ได้แก่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลและพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงพระคุณอย่างใหญ่หลวงต่ออาณาประชาราษฎร์มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ หรือกล่าวได้ว่าทรงรับผิดชอบต่อหน้าที่ต่อบ้านเมือง ตั้งแต่ทรงเป็นเยาวชน

นอกจากหนังสือเล่มนี้จะเป็นเบ้าหลอมที่มีคุณค่าแก่อนาคตของชาติแล้ว ยังจะเป็นเครื่องเตือนใจให้แก่เด็กและเยาวชน ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทั้ง 4 พระองค์ ซึ่งทรงงานหนักตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และสิ่งที่เด็กๆ จะสามารถทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในตอนนี้ คือ การตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ปฏิบัติตนเป็นคนดีบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคม เพื่อความผาสุกของประเทศชาติ

‘นิทานบนท้องฟ้า’ของขวัญเพื่อเด็ก

แง่คิดเกี่ยวกับการทำงานอย่างมีความสุข

เครือข่ายสานต่อที่พ่อทำ ร่วมฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 ด้วยการเปิดตัว “นิทานบนท้องฟ้า” ซึ่งเป็นนิทานเรื่องที่ 3 จากชุดนิทาน “ตามคำพ่อ” โดยน้อมนำพระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคลเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนไทยอายุ 4-6 ปี และอายุ 7-9 ปี ได้เรียนรู้แง่คิดเกี่ยวกับการทำงานอย่างมีความสุข ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวของตัวการ์ตูนลูกนกตัวน้อยที่ได้เรียนรู้เคล็ดลับการทำงานด้วยความร่าเริง แจ่มใส และเต็มไปด้วยความสุขจากลุงช้างใหญ่อารมณ์ดีผู้ปกครองที่สนใจสามารถดาวน์โหลด ได้ทาง http://www.facebook.com/fulfillingfatherslegacy ตั้งแต่วันนี้

เตือนให้คิด‘อย่าไว้ใจสมองของคุณ’

ย้ำให้ทำ‘ตั้งสติ ให้สตรอง’ก่อนจะลงมือ

“ตั้งสติ ให้สตรอง : อย่าไว้ใจสมองของคุณ” เป็นหนังสือพุทธจิตวิทยา ที่หลอมรวมภูมิปัญญาตะวันออกและศาสตร์ตะวันตกเข้าไว้ด้วยกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเข้มแข็งทางจิตใจ เน้นในเรื่องการทำงานของจิต การมีสติที่ปราดเปรียว การสร้างความคิดที่ก้าวหน้า วิธีผ่อนคลายควบคุมอารมณ์ และการตั้งเข็มทิศสู่ชะตาชีวิตที่เปลี่ยนแปลงได้ โดยบูรณาการความรู้ทางด้านจิตวิทยากับพุทธศาสนา ที่สามารถนำการทำงานของจิต มาประยุกต์เป็นเทคนิคการบำบัดทางจิตด้วยตนเอง ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ หรือปฏิบัติได้จริง เพื่อให้พบกับความสำเร็จและความสุขที่แท้จริง เขียนโดย“ดร.ศักดิ์สิทธิ์ สธนพงศ์” จำหน่ายเล่มละ 220 บาท

ดาวซานถี่ อุบัติการณ์สงครามล้างโลก

นิยายไซไฟเรื่องแรกของจีนที่ได้รางวัลฮูโก

“ดาวซานถี่ อุบัติการณ์สงครามล้างโลก” เขียนโดย “หลิวฉือซิน” แปลเป็นไทยโดย “เรืองชัย รักศรีอักษร” เป็นนิยายสมัยใหม่ แนวไซไฟเรื่องแรกของจีนที่ได้รับรางวัล “ฮูโก อวอร์ด” ในปี 2015 เนื้อหากล่าวถึง การล่าอาณาจักรในจักรวาล เมื่อ ดาวซานถี่ ซึ่งเป็นกลุ่มดาวฤกษ์สามดวงที่อยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์ และต้องพบกับอุบัติการณ์ที่ทำให้ต้องล่มสลายอยู่ตลอดเวลา หากวันใดที่ดวงอาทิตย์โคจรมาใกล้ จึงทำให้ผู้นำของดาวซานถี่ มุ่งเป้าที่จะมายึดโครงโลกมนุษย์เพื่ออพยพหนีภัยจากดาวดวงเดิม ทำให้เกิดเป็นการรุกรานที่ผูกพันกันมายาวนาน โดยมีนักฟิสิกส์สาว ในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมของจีนเป็นตัวเชื่อมโยงทำให้เหตุการณ์ปรากฏขึ้นประจักษ์ต่อชาวโลก จำหน่ายเล่มละ 425 บาท

ค้นหารากศัพท์ในภาษาอังกฤษ

ย้อนอดีตตั้งแต่ 100 ถึง 1,000 ปี

“ทำไมเราเลี้ยง PIG แต่กิน PORK” เป็นหนังสือ เกี่ยวกับรากศัพท์ของภาษาอังกฤษ โดยผู้อ่านจะได้เดินทางย้อนเวลากลับไปเรียนรู้ความเป็นมาของรากศัพท์และประวัติศาสตร์ที่นำมาสู่การเกิดคำศัพท์ต่างๆ บางคำจะย้อนเวลากลับไปแค่หลักร้อยปีแต่คำบางคำผู้เขียนจะพาย้อนเวลากลับไปหลายพันปี หรือพูดง่ายๆ ว่าเราจะได้ไปดูต้นกำเนิดของคำศัพท์ภาษาอังกฤษก่อนที่จะมีประเทศอังกฤษหรือคนอังกฤษเสียอีก “นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา” ผู้เขียนจะใช้รูปแบบเหมือนการสนทนาระหว่างผู้เขียนและผู้อ่านโดยผู้เขียนใช้วิธีการผูกเรื่องราวของคำศัพท์ต่างๆเข้าด้วยกันเมื่อจบแต่ละบทก็จะมีการโยงเรื่องราวไปสู่คำถามในบทต่อไปอย่างต่อเนื่องทำให้เนื้อหาน่าติดตามไปตลอดทั้งเล่มและจำหน่ายเล่มละ 235 บาท

หนังสือเด่น : บันทึกชุด ๗ กษัตริย์ราชภักดิ์ หนังสือเพื่อคนไทยทั้งประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/251485

วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้ที่ได้ไปเห็น พระบรมราชานุสาวรีย์ ของพระมหากษัตริย์ 7 พระองค์ที่อุทยานราชภักดิ์ อำเภอหัวหินมาแล้ว คงจะประทับใจกับ ความสง่างาม และชื่นชมต่อคุณูปการอันยิ่งใหญ่ที่ พระมหากษัตริย์ ทั้ง 7 พระองค์ของไทย มีต่อประเทศชาติ และหลายคนคงอยากจะเก็บ ความทรงจำเหล่านี้เอาไว้กับตัวตลอดไป

วันนี้ สำนักพิมพ์ สถาพรบุ๊คส์ ได้จัดทำหนังสือ ในชุด “๗ กษัตริย์ราชภักดิ์”ออกวางจำหน่าย ด้วยรูปเล่มและการพิมพ์ที่ประณีตสวยงาม กระดาษอย่างดีเหมาะสำหรับเก็บเอาไว้เป็นสมบัติภายในบ้าน หรือห้องสมุด โดยมี รองศาสตราจารย์ประพนธ์ เรือนณรงค์ เป็นบรรณาธิการที่ปรึกษา เรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมด โดย ทีมงานฝ่ายวิชาการของสำนักพิมพ์ สถาพรบุ๊คส์ ซึ่งจัดทำเป็นหนังสือ 2 ภาษา คือ ไทยและอังกฤษ โดยในภาคส่วนของภาษาอังกฤษ ได้คุณพิริยา พงษ์สาริกัน และ คุณ John Viano ร่วมกันแปลเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนภาพประกอบเป็นฝีมือของ คุณเกษมสุข ตันติทวีโชค จำหน่ายในราคาเล่มละ 150 บาท

การนำเสนอเรื่องราวของหนังสือในชุดนี้ จะกล่าวถึงพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ของสมเด็จบูรพกษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช, สมเด็จพระนเรศวรมหาราช,สมเด็จพระนารายณ์มหาราช,สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช,พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

แต่ละเล่มจะมีความหนาประมาณ 50 หน้า เหมาะอย่างยิ่งในการอ่านที่สะดวกรวดเร็ว แต่ได้เนื้อหาครอบคลุมทั้งหมด

อ่านหนังสือในชุดนี้จบแล้ว แล้วเดินทางไปชมพระบรมราชานุสาวรีย์ที่อำเภอหัวหิน หรือไปชมมาแล้ว แล้วกลับมาซื้อหนังสือชุดนี้มาอ่านอีกครั้ง จะได้รับคุณค่าที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับชาวไทย และชาวต่างชาติทุกคนครับ

ยุวกษัตริย์ของชาวไทยที่มีต่อประเทศชาติ

แบบอย่างของบุคคลที่ทำงานหนักเพื่อประชาชน

“ยุวกษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของชาวไทย” เขียนโดย“นววรรณ วุฒฑะกุล” ราคา 199 บาท เป็นข้อมูลด้านประวัติศาสตร์เกี่ยวกับบุคคลสำคัญของประเทศในฐานะ “ยุวกษัตริย์” ที่ต้องแบกรับภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงในการดูแล รักษา ปกป้อง คุ้มครองประเทศ และประชาชนที่ผู้เขียนตั้งใจมอบให้เด็กๆ และผู้ใหญ่ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเยาวชน ได้เห็นแบบอย่างของบุคคลที่ทำงานหนักเพื่อรับใช้ประเทศชาติและเพื่อความผาสุกของประชาชน ได้แก่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลและพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงพระคุณอย่างใหญ่หลวงต่ออาณาประชาราษฎร์มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ หรือกล่าวได้ว่าทรงรับผิดชอบต่อหน้าที่ต่อบ้านเมือง ตั้งแต่ทรงเป็นเยาวชน

เรื่องราวสุดสยองของคนกับผี

ตำนานที่กลายเป็นความจริง

“ซ่อนแอบกับผี” นวนิยายประเภทสืบสวนสยองขวัญจากการเขียนของ “หลิงจิง” นักเขียนสตรีแนวสยองขวัญชื่อดังของไต้หวันเป็นเรื่องของตำนาน เกมเล่นซ่อนหาคนเดียว โดยผู้เล่นจะ นำเอาตุ๊กตายัดนุ่นมาเป็นผู้เล่นร่วม โดยการนำเอานุ่นที่ยัดอยู่ในตุ๊กตาออกแล้วเอาข้าวสาร พร้อมกับเล็บตัวเองใส่เข้าไปแทน แล้วเอามีดไปแทงใส่ตุ๊กตาพร้อมบอกว่า เราจับเธอได้แล้ว ตอนนี้เธอต้องเป็นผี ฉันเป็นคนแอบบ้าง แล้ว จู่ๆ ก็มีคนพบว่า เด็กหญิงคนหนึ่งนอนตายเพราะถูกแทง โดยมี ตุ๊กตาพร้อมมีดในมือวางอยู่ข้างๆ ตำนานที่วัยรุ่นเล่าขานกันมาจึงกลายเป็นความหวาดผวาว่าจะเกิดอะไรขึ้น จำหน่ายเล่มละ 165 บาท แปลเป็นไทยโดย “ศุณิษา เทพธารากุลการ”

รักษ์โลก เสริมเศรษฐกิจ ด้วยพลังโซลาร์

จากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานบริสุทธิ์

“บ้านโซลาร์ อยู่เย็นคุ้มยาว” เขียนโดย “ดร.ยุ้ย” หรือ “ผศ.ดร. เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้เชี่ยวชาญในการนำเอา พลังโซลาร์เซลล์มาใช้ภายในบ้าน ของบริษัทเสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่บอกเล่าเรื่องราว ของโซลาร์เฮ้าส์ ถึงการสร้างพลังโซลาร์บนหลังคาบ้านเพื่อนำเอาพลังงานบริสุทธิ์มาใช้ภายในบ้าน เป็นเรื่องราวของการติดตั้ง และประโยชน์ที่ได้รับจากการติดตั้งบ้าน โซลาร์เซลล์ ซึ่งนอกจากผู้อ่านจะได้รับรู้ถึงคุณประโยชน์ของการนำเอาพลังโซลาร์มาใช้แล้ว ยังนำเสนอให้รู้ถึงการรักษ์โลก รักสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องกับภาวะเศรษฐกิจภายในบ้านได้ด้วย จำหน่ายในราคาเล่มละ 200 บาท

เผยปฐมบทของกลยุทธ์การขาย

และการพัฒนาตนเองเพื่อธุรกิจ

“หยุดพูดแล้วลงมือทำซะ!” เขียนโดย “ไบรอัน เทรซี”แปลเป็นไทยโดย “วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ” จำหน่ายเล่มละ230 บาท เป็นหนังสือที่เปิดเผยให้ทราบถึงกลยุทธ์การพัฒนาตนเอง เพื่อให้ก้าวเข้าไปสู่ความสำเร็จในโลกธุรกิจการค้าขาย โดยผู้เขียนจะย้ำให้ทุกคนตระหนักถึงการลงมือทำว่า ผู้ชนะคือผู้ที่ลงมือทำเท่านั้น ซึ่งเมื่อเราลงมือทำ ความสำเร็จมันก็จะปรากฏขึ้น พร้อมกับทำให้เราได้รับรู้ว่า พรสวรรค์ที่เราได้รับจากพระเจ้านั้น จะเกิดขึ้นกับคนที่ลงมือทำเท่านั้น ไม่ใช่คนที่รอคอยแต่พระเจ้า เพราะช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือช่วงเวลาที่เรากำลังลงมือทำในสิ่งที่เราคิดเอาไว้

หนังสือเด่น : ‘Thai Heart’ บันทึกความทรงจำในหลวงรัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250014

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“Thai Heart” เป็นหนังสือฉบับพิเศษที่แลคตาซอยให้การสนับสนุนการจัดทำโดยร่วมกับนิตยสาร RARE magazine เพื่อร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งความพิเศษของหนังสือเล่มนี้คือความสมบูรณ์ของเนื้อหาซึ่งผู้เขียนได้เรียบเรียงขึ้นมาใหม่ โดยไม่มีโฆษณา พิมพ์ 4 สีสวยงามทั้งเล่ม และหน้าปกได้ออกแบบไม่มีโลโก้ใดๆ เพื่อให้สามารถนำไปเข้ากรอบตั้งโชว์ได้อย่างสวยงาม

เนื้อหาภายในเล่มแบ่งออกเป็น 7 เรื่อง เรื่องที่ 1 King’s Historyมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติตั้งแต่ทรงพระเยาว์ การศึกษา รวมทั้งความสนพระราชหฤทัยของพระองค์ในศาสตร์ต่างๆ เรื่องที่ 2 King’s Project เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจและโครงการสำคัญต่างๆ เรื่องที่ 3 In Remembrance of The King รวบรวมเรื่องราวที่ชวนให้คิดถึงพระองค์ อย่างเรื่องราวความรักที่มีต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เรื่องที่ 4 King’s Speech นำเสนอพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทในการดำเนินชีวิตที่สามารถนำไปใช้ได้จริงผ่านบุคคลต้นแบบ 39 ท่าน เรื่องที่ 5 King’s Talent เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ อาทิ งานประดิษฐ์ ดนตรี กีฬา รวมถึงรางวัลที่พระองค์ทรงได้รับในระดับนานาชาติ เรื่องที่ 6 The Greatest Inspiration รวบรวมผลงานพระบรมฉายาลักษณ์จากศิลปินทุกแขนง โดยได้ขออนุญาตจากศิลปินเจ้าของผลงานโดยตรง และ เรื่องที่ 7 End of An Era มีเนื้อหาที่ร้อยเรียงถึงความจงรักภักดีที่มีต่อในหลวงของปวงชนชาวไทย

หนังสือฉบับพิเศษ “Thai Heart” เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่ไม่เพียงมีคุณค่าทางด้านจิตใจสำหรับคนไทยที่ระลึกถึงกษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักของคนไทยทั้งชาติ แต่หนังสือเล่มนี้ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สำหรับเยาวชนรุ่นหลังที่จะได้ศึกษาและเรียนรู้พระราชจริยวัตรอันงดงามเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ให้คงอยู่สืบไปอีกด้วย

หนังสือเล่มนี้ บริษัท แลคตาซอย ได้ร่วมกับนิตยสาร RARE magazine จัดทำขึ้น เพื่อนำไปแจกให้กับทุกคนที่ไปร่วมงาน ลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ท้องสนามหลวง โดยในชุดแรกได้แจกไปหมดแล้ว สำหรับชุดที่สอง จัดพิมพ์เพิ่ม ซึ่งจะแจกให้อีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคมนี้

บทละครเวทีเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์

เรื่องราวอันดับที่แปด ในอีก 19 ปีต่อมา

“แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เด็กต้องคำสาป” เป็นผลงานชิ้นใหม่ของ J.K.ROWLING เนื้อหาเริ่มขึ้นเมื่อ เวลาผ่านเลยมาจากชุดแรก ถึง 19 ปี โดยแฮรี่ได้เข้าทำงานในกระทรวงเวทมนตร์ มีลูกสามคน ชีวิตของเขาต้องเจอกับเรื่องหนักๆ มากมาย ที่สนุกตื่นเต้นไม่แพ้ในวัยเด็ก หนังสือเล่มนี้ เป็นรูปแบบของ “บทละครเวที” ที่เขียนขึ้นมาเพื่อใช้ในการแสดงละครเวทีในอังกฤษ โดยนักแสดงมืออาชีพ ที่เขียนบทโดย “แจ็ค ทอร์น” นิยายเรื่องนี้ นับเป็นเล่มที่แปดในชุดของแฮร์รี่ พอตเตอร์ จำหน่ายเล่มละ 425 บาท แปลเป็นไทยโดย “สุมาลี”

พระพุทธรูป ตามคติชาวล้านนา

ฐานคิดและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ

“พระพุทธรูป ตามคติชาวล้านนา” เป็นผลงานค้นคว้าของ “ศาสตราจารย์อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว” ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ที่รอบรู้การอ่านตัวอักษรธรรมและอักษรฝักขาม ซึ่งเป็นอักษรที่เคยใช้ในล้านนาโบราณเป็นอย่างดี เนื้อหาเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธรูปเกือบทุกวัดในดินแดนล้านนา (8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน) ที่พบว่าคนล้านนาในทุกท้องถิ่น มีคติหรือมุมมองเกี่ยวกับพระพุทธรูปของตนเอง แตกต่างจากมุมมองของชาวตะวันตกที่ละเลยแนวคิดและความเชื่อของคนในท้องถิ่น ซึ่งสามารถนำไปสู่การเป็นจุดเริ่มต้นการศึกษาฐานคิดและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่แฝงอยู่กับองค์พระพุทธรูปของคนล้านนา จำหน่ายเล่มละ 360 บาท

ฆาตกรรมซ่อนเงื่อนจากปมชีวิต

สู่การขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต

“บัลลังก์พฤกษา” เขียนโดย “ศตรัศมิ์” เป็นอาชญนิยายแนวสืบสวน ที่กล่าวถึง การฆาตกรรมที่เกิดติดต่อกันสามครั้งในช่วงเวลาที่ต่อเนื่อง ทำให้นักพิษวิทยาสาวถูกส่งเข้ามาเพื่อค้นหาข้อมูลทางยาพิษเพื่อนำไปสู่การคลี่คลายปมปัญหา เป็นเหตุทำให้ ชีวิตของสองหนุ่มกับหนึ่งหญิงต้องเข้ามาพัวพัน จนเชื่อมโยงผูกพันไปถึงคดีฆาตกรรมด้วยยาพิษ ซึ่งมีมูลเหตุเชื่อมโยงมาระหว่างคนรักเก่ากับคนรักใหม่ และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอดีต แล้วต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันที่ทุกคนต่างเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมโหดในครั้งนี้ จำหน่ายเล่มละ 340 บาท

นิทานในสวนชุดที่สองเพื่อเด็ก

แรงบันดาลใจจากพระบรมราโชวาท

“นิทานในสวน” ชุดที่ 2 ผลงานของเครือข่ายสานต่อที่พ่อทำ ที่ต้องการให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างเข้าใจโดยเปิดตัว “นิทานในสวน”เล่มที่ 2 จากชุดนิทาน“ตามคำพ่อ” สำหรับเด็กอายุ 4-6 ปี และอายุ 7-9 ปี โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระราชดำรัสที่พระราชทานเนื่องในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ 13 เมื่อวันศุกร์ที่ 13 เมษายน 2516 ผู้ปกครองที่สนใจสามารถดาวน์โหลดสมุดนิทานเรื่อง “นิทานในสวน” ได้ทางแฟนเพจ สานต่อที่พ่อทำwww.facebook.com/fulfillingfatherslegacy

หนังสือเด่น : กลางใจราษฎร์ หกทศวรรษแห่งการทรงงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249105

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เอเซียบุ๊คส ศูนย์จำหน่ายหนังสือจากต่างประเทศ จัดพิมพ์หนังสือที่ทรงคุณค่าของชาวไทย ชื่อ “กลางใจราษฎร์:หกทศวรรษแห่งการทรงงาน” เป็นหนังสือที่นำเสนอเรื่องราวพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ตลอดการครองราชย์กว่า 60 ปี ซึ่งแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษเรื่อง KING BHUMIBOL ADULYADEJ :A Life’s Work ที่มียอดจำหน่ายกว่า 30,000 เล่ม และได้รับการยอมรับจากชาวไทย และชาวต่างชาติว่าเป็นหนังสือที่สมบูรณ์ที่สุดเล่มหนึ่ง ด้วยเนื้อหาที่ครบถ้วน โดยอาศัยการค้นคว้าข้อมูลใหม่และแหล่งข้อมูลนับร้อย อย่างไม่เคยมีปรากฏในเล่มใดมาก่อน เป็นข้อมูลเชิงลึก ตรงไปตรงมา และมีมุมมองที่เป็นสากล เพื่อให้คนไทยกว่า 60 ล้านคน ได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านมากยิ่งขึ้นเมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้

การได้รับทราบข้อมูลจากสายตาของชาวต่างประเทศที่ซาบซึ้ง และประทับใจในพระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นับเป็นความรู้สึกที่เกิดความภาคภูมิใจ และประทับใจจนยากที่จะลืมเลือนไปชั่วกาลนาน เรื่องราวในหนังสือ ทำให้เราได้เห็นและรับรู้ถึงภาพแห่งความสามัคคี ความมีน้ำใจ ที่คนไทยพร้อมใจกันที่จะทำดีเพื่อตามรอยบุคคลคนเดียวกัน อันเป็นบุคคลผู้เป็นที่รัก เคารพ และเทิดทูน  ที่ตระหนักได้ถึง ความเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ  พระผู้ทรงทุ่มเทพระวรกาย  พระสติปัญญาทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างตรากตรำเพื่อประโยชน์สุขแก่ราษฎรของพระองค์ ด้วยเพราะทรงรู้สึกในพระราชหฤทัยว่าคนไทยทุกคนคือลูกเป็นครอบครัวของพระองค์

วันนี้ในสังคมออนไลน์มากมาย ต่างแบ่งปัน เรื่องราว ภาพถ่าย เพื่อเก็บภาพแห่งความประทับใจในชีวิตไว้ในความทรงจำ และสิ่งหนึ่งนอกเหนือจาก การเก็บไว้ในสื่อออนไลน์แล้ว หนังสือ คือ แหล่งที่จะเก็บความทรงจำที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนไทย เพื่อเก็บรวบรวมความทรงจำอันทรงคุณค่า เพื่อจะอยู่ได้เนิ่นนานเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น

หนังสือ “กลางใจราษฎร์ : หกทศวรรษแห่งการทรงงาน” จึงเป็นบันทึกอันทรงคุณค่าของคนไทยกว่า 60 ล้านคน ที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้จะได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นวรรณกรรมประจำเขตพระนคร ในโครงการ 1 เขต 1 วรรณกรรม ที่จัดโดยกรุงเทพมหานคร ซึ่งสามารถใช้เป็นของขวัญเพื่อส่งมอบความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันในช่วงปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ได้อีกด้วย

วิเคราะห์ พระเอก-ผู้ร้าย ในวรรณคดีไทย

สรุปเรื่องราวให้ทราบจาก 22 วรรณคดีไทยชื่อดัง

“ชายในวรรณคดี” เขียนโดย “มาลัย (จุฑารัตน์)” เป็นเรื่องราวที่ดึงเอาบุคลิกของตัวละครฝ่ายชาย จากวรรณคดีของไทย 22 เรื่องมาแยกแยะให้เห็นถึงตัวตนเชิงวิเคราะห์ ในแง่มุมของ “ความดีกับความไม่ดี” โดยผู้เขียนจะนำเอาเรื่องราวของตัวละครแต่ละตัวมาเล่าสรุปให้ฟังเพื่อให้เข้าใจถึงเรื่องราวของเรื่อง เพื่อให้เห็นถึง ส่วนดีและส่วนร้ายของตัวละครแต่ละเรื่อง ซึ่งหลายคนยังแยกไม่ออกว่า ใครควรเป็นผู้ร้าย และใครควรเป็นพระเอก อาทิ จากเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน ที่ใครกันแน่ควรเป็นพระเอก หนังสือเล่มนี้จะเป็น ตัวเร้าให้ผู้อ่านเกิดแรงบันดาลใจที่จะเชื่อมโยงให้เกิดความอยากอ่านอยากเรียนรู้ให้ลึกลงไปถึงวรรณคดีไทยจากต้นฉบับเดิมได้อีกทางหนึ่ง จำหน่ายเล่มละ 360 บาท

มนุษย์เปลี่ยนตัวเองได้ทุกสภาวะของวัย

คำยืนยันจากคณาจารย์ฝ่ายจิตวิทยา จุฬาฯ

“ใช้ชีวิต เรียนรู้ เปลี่ยนแปลง เติบโต” แต่งโดย “คณาจารย์และศิษย์เก่าคณะจิตวิทยา จุฬาฯ” จำหน่ายเล่มละ 150 บาท ประกอบด้วยบทความจากคณาจารย์และศิษย์เก่าคณะจิตวิทยา ที่ยืนยันถึงความสามารถของมนุษย์ในการเรียนรู้ และปรับตัวเพื่อดำรงอยู่ได้ในทุกสถานะ ยืนยันว่ามนุษย์สามารถกลมกลืนไปกับสิ่งที่เป็นอยู่ได้ และยังสามารถปรับเปลี่ยนทั้งตัวเองและสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมได้ ซึ่งโอกาสในการเรียนรู้นั้นไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในช่วงวัยเด็กหรือผู้ใหญ่ตอนต้นเท่านั้น หากเป็นกระบวนการที่สามารถเกิดขึ้นได้ ในทุกช่วงวัย ช่วงเวลา ไม่ว่าจะในวันที่ผิดหวัง หรือกระทั่งในวันที่ล้มเหลว ประกอบด้วยเนื้อหา 3 ส่วน คือ ใช้ชีวิตและเรียนรู้, เรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง, เปลี่ยนแปลงเพื่อเติบโต

เผยธรรมชาติต้องเกิดขึ้น…ตั้งอยู่ ไม่ยอมดับ

ทุกคนกำหนดได้ด้วยเจตนา และความตั้งใจจริง

“เกิดขึ้น…ตั้งอยู่ ไม่ยอมดับ” เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ต้องเกิดขึ้นกับทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ แต่มนุษย์สามารถ กำหนดผลลัพธ์ให้มันจะปรากฏออกมาในลักษณะเช่นไรได้ ด้วยเจตนาและความตั้งใจจริงของคนทุกคน เขียนโดย “รากหญ้า 101” โดยเล่าเป็นเรื่องราวของเหตุการณ์ที่สามารถจะเกิดขึ้นได้ในสังคมปัจจุบัน ซึ่งเป็นสังคมที่เต็มไปด้วย ความวุ่นวาย และปัญหา จากฐานแห่ง ความคิด การศึกษา เศรษฐกิจ และค่านิยม โดยผู้เขียนย้ำว่า กระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้น เริ่มจากความสับสน ที่ทำให้คนเดินหลงทิศทางจนตกลงไปสู่หลุมดำของชีวิต ซึ่งเจตนาที่แท้จริง คือ ต้องการชี้ให้คนทุกรู้จักชีวิตเพื่อสร้างคุณค่าของชีวิตให้เป็นคนดีของชาติในการสืบสานความดีต่อไปในแผ่นดินนี้ได้นานๆ จำหน่ายเล่มละ 120 บาท

มองเห็นชีวิตมนุษย์จากธรรมะ

ผสมผสานจิตวิทยาในสมัยพุทธกาล

“ก้าวทุกวันด้วยจิตวิทยาและธรรมะ” เขียนโดย “รศ.ดร.ดวงมณี จงรักษ์” จำหน่ายเล่มละ 280 บาท เป็นหนังสือกึ่งวิชาการทางจิตวิทยาที่ได้ผสมผสานเรื่องราวในสมัยพุทธกาล เพื่อให้ผู้อ่านได้สัมผัสกับตัวแปรต่างๆ ในทฤษฎีจิตวิทยาซึ่งโยงใยสัมพันธ์กับพฤติกรรมของคนเรา โดยผู้เขียนได้ยกตัวอย่างบุคคลต่างๆ จากเรื่องเล่าในนิทานธรรมะ มาให้รับรู้ถึง “ชีวิตมนุษย์” ว่า เป็นเรื่องที่ซับซ้อน สามารถเรียนรู้ได้ไม่มีวันจบด้วย การลงมือปฏิบัติ เพื่อการดำรงอยู่อย่างมีความสุขในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การจะก้าวถึงขั้นเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเหมือนการทำความเข้าใจบทเรียน เพราะมนุษย์เราทุกคนย่อมมีอคติเข้าข้างตนเอง มองเห็นตนไม่ชัดเจนเสมือนมองตนผ่านหมอกที่เย็นตาและใบหน้า