หนังสือเด่น : ชีวิตในช่วงหมดยุคฮ่องเต้ เรื่องราวที่น่าติดตามไม่แพ้จีนโบราณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

view-source:http://www.naewna.com/lady/248313

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“ไฟรักไฟสงคราม” น่าจะเป็น นิยายอิงประวัติศาสตร์จีน อีกเรื่องหนึ่งที่จะทำให้ ชื่อของ “จิ่วถู” ผู้ประพันธ์ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่า เขาคือ นักเขียนนิยายที่ให้สาระมากพอๆ กับการให้ความบันเทิง

จิ่วถู เคยได้รับการยอมรับจากนิยายอิงประวัติศาสตร์มาแล้ว จาก นิยายอิงประวัติศาสตร์จีนกำลังภายใน หรือ จีนโบราณ ในชุด สุยถัง ซึ่งประกอบด้วยเรื่อง ยุทธการล่าบัลลังก์, เรื่องขุนโจรคู่บัลลังก์ และเรื่อง เทพบุตรคู่บัลลังก์ สำหรับเรื่องล่าสุดเล่มนี้
(ไฟรักไฟสงคราม) เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์เช่นเคย แต่เป็นช่วงของประวัติศาสตร์ในยุคใหม่ เมื่อจีนสิ้นสุดระบบฮ่องเต้ เข้าสู่การปกครองแบบสาธารณรัฐ ซึ่งเหตุการณ์ในประเทศจีนยังวุ่นวาย แตกออกเป็นสองฝ่ายคือ ฝ่ายจีนคอมมิวนิสต์ กับฝ่ายพรรคก๊กมินตั๋ง ที่ยังแย่งพื้นที่และประชาชนกันอยู่ และในช่วงเวลานี้ จีนก็เจอศึกภายนอกที่น่ากลัวระดมเข้ามา นั่นคือ ญี่ปุ่นยกทัพมาบุกดินแดนทางชายทะเล จนพรรคก๊กมินตั๋งที่ครอบครองอยู่ต้องถอยร่นออกไปตั้งมั่นให้ห่างจากชายฝั่งทะเลนับเป็นพันๆ ไมล์ ปล่อยให้ ประชาชนที่ถูกรุกรานจากญี่ปุ่นต้องผจญกรรมภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น เรื่องราวดำเนินไปแบบตัวเอกของเรื่อง เป็นเพียงคนธรรมดาที่ต้องเจอกับชะตากรรมแบบเพื่อการอยู่รอด ด้วยกลวิธีทุกอย่างทั้งการอยู่รอดเพื่อตัวเอง และการปลดปล่อยให้หลุดจากอำนาจของญี่ปุ่น

การเขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์ของ จิ่วถู ยังคงรักษาเอกลักษณ์เด่น แบบดั้งเดิมของเขา คือ ทุกเนื้อหาจะเป็นเรื่องจริงที่สามารถนำเอาไปกล่าวอ้างทางด้านวิชาการได้ โดยเฉพาะในเรื่องนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งจะผ่านมาแค่ 70-80 ปี เท่านั้น ตัวละครหลายตัวจึงยังอาจมีชีวิตอยู่ และเรื่องราวต่างๆ ยังมีหลักฐานที่สามารถสืบค้นหาความจริงได้ในปัจจุบัน จึงเป็นความยาก และต้องเป็นความพิถีพิถันของผู้ประพันธ์ที่จะ “แหกตา”คนอ่าน หรือเบี่ยงเบนความจริงได้ยาก ซึ่ง ประเด็นนี้ “จิ่วถู”สอบผ่าน และเขายังได้คะแนนเพิ่มมากขึ้น เมื่อจินตนาการทางด้านนิยายที่เขาสร้างตัวละครแต่ละตัวขึ้นมา สร้างความสนุกสนาน ประทับใจ
และแฝงให้เห็นถึงอุดมคติของคนจีนที่เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่มีหัวใจรักในมาตุภูมิ ทุกเหตุการณ์ในวิถีชีวิต
ของพวกเขาสร้างความประทับใจกับผู้อ่านได้อย่างน่ายกย่อง(สำหรับคนดี) และน่าสาปแช่ง (สำหรับคนเลว)ที่เป็นอุทาหรณ์ในการดำเนินชีวิตได้ไม่น้อย

ไฟรักไฟสงคราม ที่กำลังวางตลาดอยู่ในเวลานี้เป็นเล่มที่ 1 คาดว่า ในนิยายชุดนี้ น่าจะหลายเล่มจบ ที่เราคงจะต้องติดตามอ่านกันต่อๆ ไป

เรื่องราวในประวัติศาสตร์ของประชาชนชาวจีน เป็นเรื่องราวที่คละเคล้ากับวิถีชีวิตซึ่งเต็มไปด้วย การอยู่รอด ในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เมื่อเราได้รับรู้ถึงภาพรวมในช่วงเวลาเดียวกัน จึงทำให้เกิดเรื่องราวที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

 

เปิดโปงชีวิตในธุรกิจบ่อนกาสิโน

การช่วงชิงอำนาจเพื่อความเป็นหนึ่ง

“กุหลาบจีน” นิยายที่เป็นเรื่องราวตีแผ่วงการธุรกิจบ่อนกาสิโน ในมาเก๊าและฮ่องกง ของ “ประภัสสร เสวิกุล” ศิลปิน
แห่งชาติ ซึ่งถูกจัดพิมพ์ขึ้นมาเป็นครั้งที่สอง โดยมีเนื้อหาที่กล่าวถึง ตัวเอกของเรื่องที่ห้ำหั่นเพื่อแย่งชิงทั้งอำนาจและความรักกันมาตลอดระยะเวลายาวนาน โดยในช่วงแรก ฝ่ายหนึ่งได้ครอบครองอำนาจทั้งด้านการบริหารบ่อน พร้อมๆ กับได้ครอบครองหญิงงาม ซึ่งเป็นที่หมายปองของทั้งสองฝ่าย แต่แล้ววันหนึ่งผู้ครอบครองได้เกิดอุบัติเหตุจนหายไปจากวงการ ผู้ที่พลาดหวังในครั้งแรกจึงหวนกลับมาเพื่อยึดเอาอำนาจและหัวใจคืน ทำให้เหตุการณ์ต้องกลายเป็นการต่อสู้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง กับฝ่ายที่ต้องการเข้ามายึดครองอำนาจอย่างยุ่งเหยิง จำหน่ายเล่มละ 295 บาท

 

 

เปิดใจจินตนาการล้วนๆเพื่อความสนุกสนาน

‘พระพายทายรัก’ใช้เวลาครึ่งปีเสร็จสมบูรณ์

“พระพาย ทายรัก” เป็นเรื่องของความเชื่อของราชตระกูลที่ปลูกฝังกันมาว่า ทายาทของตระกูลจะได้เนื้อคู่ที่ถูกส่งมาจาก
ฟากฟ้า และเมื่อวันนั้นมาถึงปรากฏว่า ทั้งหนุ่มและสาวที่ถือว่าถูกส่งมาจากฟากฟ้ากลายเป็นคู่กัด กันมาตั้งแต่เด็กๆ เรื่องจึงอลเวงแบบไม่น่าเป็นไปได้ โดยผู้เขียนเปิดใจว่า เรื่องทั้งหมดเป็นจินตนาการที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงล้วนๆ ไม่มีอยู่จริง ทั้งตัวละคร สถานที่แม้แต่ คำราชาศัพท์ที่นำมาใช้และจรรยาบรรณทางด้านการแพทย์ก็อาจจะผิดเพี้ยนไปบ้าง จึงขอให้ผู้อ่าน อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อสร้างความสนุกสนานให้กับคนอ่านมากกว่าจะสร้างตำราวิชาการให้คนได้นำไปใช้ จำหน่ายเล่มละ 300 บาท ซึ่งผู้เขียนยืนยันว่า ต้องใช้เวลานานถึงกว่า 6 เดือน จึงสำเร็จสมบูรณ์ออกมาเป็นเล่มในวันนี้

 

 

ภาพและเรื่องที่น่าประทับใจของ‘เลสเตอร์’

สุนทรียภาพทั้ง ‘พลัง’ และ ‘ความงดงาม’

“จิ้งจอก 5000-1” โดย “นันทขว้าง สิรสุนทร” เป็น “งานเขียน” อีกรูปแบบหนึ่ง ที่ให้ความอ่อนนุ่ม แต่เต็มไปด้วยพลังในหลากหลายเรื่องราวที่ผู้เขียนบอกว่า เป็น “สิ่งละอัน พันละน้อย” ซึ่งใช้เมือง “เลสเตอร์” เป็นฉากสำคัญที่ทำให้รู้จัก สิ่งที่น่าสนใจมากมาย ตั้งแต่พลังอันเกิดจากการกีฬา(ฟุตบอล) และความงดงามจากธรรมชาติ และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น ตลอด
รวมไปถึงวัฒนธรรมความเป็นมาของเมืองเก่าแก่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ ทีมฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกที่คนทั้งโลกรู้จัก โดยผู้เขียนใช้ประสบการณ์ที่ได้ไปเยือน เมืองเลสเตอร์ ถึงสามครั้งในฐานะสื่อมวลชน เป็นหนังสือที่ให้อารมณ์อันสมบูรณ์แบบในทุกเรื่องสมกับคำว่า “สิ่งละอันพันละน้อย” จำหน่ายเล่มละ 225 บาท

 

 

รวมพฤติกรรมสิบเอ็ดเรื่องสั้นที่จี๊ดโดนใจ

พร้อมเอกลักษณ์ภาพวาดที่อบอุ่นและอ่อนโยน

“บางทีก็เป็นเห็บหมา บางคราก็เป็นปลาวาฬ” เขียนเรื่องและภาพ โดย “คิ้วต่ำ” เป็นเรื่องราวที่กล่าวถึง ความรัก 11 เรื่องที่มีทั้ง ความสุข ความเศร้า ความเจ็บ ความคัน และเป็นทั้งความจุก(ในอก) กับความจี๊ด (ในหัวใจ) ของคนที่เคยมีความรักมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแฟนเก่าที่จะตัดให้ออกไปจากหัวใจไม่ได้สักที หรือเรื่องการแอบรักเพื่อนสนิทที่ไม่สามารถจะออกปากบอกความในใจให้เธอทราบได้ และเรื่องชีวิตเหงาๆ ของคนที่หัวใจยังโสด นอกจาก “คิ้วต่ำ” จะเป็นผู้เขียนเรื่องราวเหล่านี้แล้ว เขายังเป็นผู้วาดภาพใสๆ น่ารัก เป็นภาพประกอบตลอดเล่มให้ผู้อ่านเก็บเอาไว้เป็นเพื่อนที่แสนดีด้วย จำหน่ายเล่มละ 340 บาท

 

หนังสือเด่น : แฮร์รี่ พอตเตอร์กับแฟนพันธุ์แท้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247397

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นิยายแฟนตาซีเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ จากบทประพันธ์ของ J.K.ROWLING จัดได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ต้องจารึกอยู่ในโลกวรรณกรรม ที่ผลงานครั้งแรกปรากฏออกมาก็มีผู้อ่านติดตามกันทั่วโลก ด้วยยอดขายถล่มทลายและเป็นที่กล่าวขานกันอย่างชื่นชม จนต่อยอดไปทำเป็นภาพยนตร์ก็ยังกลายเป็นปรากฏการณ์ที่เป็นภาพยนตร์ทำเงินแห่งยุคได้เช่นเดียวกับเป็นหนังสือ

หลังจากที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ กลายเป็นที่รู้จักของคนทั้งโลกมาหลายปี ปัจจุบันวรรณกรรมเรื่องนี้ได้ถูกจัดพิมพ์ออกมาวางจำหน่ายอีกครั้ง คงจะเป็นเพราะสัญญาลิขสิทธิ์ในการจัดพิมพ์เผยแพร่สิ้นสุดลงไปแล้ว จึงได้มีผู้มาซื้อลิขสิทธิ์ครั้งใหม่ออกพิมพ์จำหน่ายอีกเพราะคงมั่นใจกับความฮอตฮิตของเรื่องราวที่อ่านสนุกมีจินตนาการล้ำลึก ยิ่งอ่านยิ่งสนุกนั่นเอง

ในกระบวนผู้นำออกมาพิมพ์จำหน่ายอีกครั้งในวันนี้ สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์เจ้าของลิขสิทธิ์ครั้งแรก ก็มีผลงานครั้งใหม่ออกมาพิมพ์จำหน่ายเช่นกัน

เพียงแต่ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ถูกจัดทำรูปแบบขึ้นมาใหม่ เนื้อหาเหมือนเดิม แต่เพิ่มภาพวาดของตัวละคร ให้ปรากฏออกมาเป็นรูปธรรม จากจินตนาการของจิตรกร ชื่อ JIM KAY จึงทำให้เกิดสุนทรียรสเหมาะสำหรับเด็กๆ ที่ยังไม่ค่อยมีจินตนาการมากนัก

ด้วยภาพวาดที่มีสีสันสวยงามทำให้หนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ ในรูปลักษณ์ใหม่นี้ กลายเป็นหนังสือที่มีค่าสำหรับนักสะสมของคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของแฮร์รี่ พอตเตอร์จะเก็บเอาไว้เป็นสมบัติส่วนตัว โดยจะมีการจัดทำในรูปเล่มขนาด 22.6 x 26.7 x 2.7 ( กว้าง x ยาว x หนา) ปกแข็ง สีเทคนิคสดสวย กระดาษอย่างดี ทำให้หนังสือชุดใหม่นี้ดูภูมิฐาน ซึ่งแน่นอนว่าราคาขายก็ต้องภูมิฐานไปด้วย อย่างตอน ศิลาอาถรรพ์ ราคาเล่มละหนึ่งพันแปดร้อย และ ตอนห้องแห่งความลับ ราคา 2,250 บาท ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ อยากเก็บสะสมคงต้องจ่ายเงินแพงหน่อย

ใครที่ยังอยากอ่านอีกครั้งหรือไม่เคยอ่านมาก่อนแต่อยากรู้ว่ามันสนุกอย่างไร คงต้องหาอ่านจาก การพิมพ์แบบปกติที่เป็นแค่ตัวหนังสืออย่างเดียว จะราคาถูกหน่อย ส่วนจินตนาการของตัวละครในเรื่อง ก็ต่างคนต่างจินตนาการกันเอาเองตามคำบรรยายของผู้ประพันธ์ ถือว่าเป็นความสนุกอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน

จากเกมออนไลน์สู่นิยายแฟนตาซี

เรื่องของยอดฝีมือขั้นเทพผู้ลึกลับ

“เทพยุทธ เซียน GLORY” นวนิยายแฟนตาซี ของจีน ประพันธ์โดย “หูเตี๋ยหลาน” แปลเป็นไทยโดย “อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี”จำหน่ายเล่มละ 375 บาท เป็นเรื่องราวของ เกมออนไลน์ที่เป็นยอดนิยมของนักเล่นเกม ซึ่งผู้เล่นสามารถนำไปทำเป็นอาชีพ หรือสร้างรายได้ให้กับตัวเองได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว โดยผู้เขียนได้ผูกเรื่องให้เป็นนิยายแนว แฟนตาซี โดยตัวเอกของเรื่องเป็นนักเล่นเกม กลอรี่ ที่มีฝีมือระดับเทพ ยากจะหาใครต่อกร แต่แล้วจู่ๆ เขาก็ลาออกไปจาก วงการอย่างมีเงื่อนงำ และเมื่อเขามีโอกาสกลับมาอีกครั้ง เรื่องราวของการสัประยุทธ์เพื่อทวงความเป็นธรรมก็ปรากฏออกมาในรูปแบบของนิยายกำลังภายในที่ชวนให้ติดตาม

เมื่อต้องอยู่ร่วมห้องกับหนุ่มหล่อ

หญิงสาวผู้หนีเรื่องของหัวใจไม่พ้น

“เคียงรัก ข้างหัวใจ” เขียนโดย “โอบขวัญ” จำหน่ายเล่มละ 250 บาท เป็นนิยายรักโรแมนติก ของนักประพันธ์สาวที่ต้องมาอยู่ร่วมห้องกับชายหนุ่มสุดหล่อ ผู้มีคารมและฝีปากที่เชือดเฉือนให้เจ็บปวดได้ตลอดเวลา ความอดทนของเธอที่ต้องอยู่ร่วมห้องกับชายผู้มีปัญหาจึงมิอาจยืดเยื้อ แต่เมื่อเธอสามารถแยกออกมาจากเขาได้ กลับพบว่า หัวใจของเธอได้ผูกพันกับชายหนุ่มจนยากที่จะผลักให้เขาออกไปจากชีวิตได้ ทำให้แทนที่เธอจะได้พบกับความสบายอย่างที่ตั้งใจไว้ เธอกลับได้พบปัญหาใหม่เป็นปัญหาหัวใจ ที่ไม่มีใครจะแก้ไขให้เธอได้ ดังนั้นเธอจึงต้องทำทุกวิถีทางที่จะเอาชนะมันให้ได้

พัฒนาชีวิตด้วยเทคนิค PLRT

ถอนรากเหง้าอวิชชาจากอดีตชาติ

“อดีตชาติบำบัด พลิกกรรมเปลี่ยนชีวิต” เขียนโดย “ดร.ทายาท ศรีเปล่ง” เป็นหนังสือที่พูดถึงศาสตร์ในการพัฒนาชีวิต โดย อาศัยหลักการ ที่นำเอาเรื่องราวในอดีตชาติ มาใช้ถอดรหัสในการแก้ไขปัญหาชีวิต ซึ่งเป็นการ ถอนรากเหง้าแห่งอวิชชาที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก วิธีการดังกล่าวนี้ มีมานาน และเป็นที่ยอมรับกันในต่างประเทศอย่างมาก เรียกกันว่า Past Life Regression Therapy หรือ PLRT (ย้อนอดีตชาติบำบัด) ซึ่งผู้เขียนได้ นำมาบูรณาการเข้ากับวิถีพุทธ รวมกับประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้น เป็นการนำเอาพุทธธรรม กับวิถีตะวันตกมาหลอมรวมเพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างจริงจัง จำหน่ายเล่มละ 240 บาท

เหนือกว่าภาพคือมุกของการ์ตูน

มหัศจรรย์หลากความหมายในความฮา

“มุกจนานุกรม ก-ฮ” เป็นการรวบรวมประโยคเด็ดๆจากนักเขียนการ์ตูน ของห้านักเขียน ในการ์ตูน ขายหัวเราะ คือ ต่าย นิค ต้อม เฟน หมู และแก๊งฮาเวนเจอร์ ที่สร้างสรรค์ภาพการ์ตูนให้ผู้อ่านได้รับ เรื่องราวอันประทับใจ ด้วยเหตุผลของพวกเขาที่ เชื่อว่า ภาพหนึ่งภาพสื่อความหมายนับพันคำ แต่เหนือกว่าภาพคือ มุกการ์ตูน ที่ภาพเดียวจะให้ความประทับใจได้ทุกอารมณ์ ทุกภาพและทุกมุกในหนังสือเล่มนี้จึง มีทั้งความหมายที่ยากจะลืม ความฮาที่จะอดยิ้มไม่ได้ และยังมีความประทับใจที่ต้องจดจำไว้ตลอดไปอีกด้วย จำหน่ายเล่มละ185 บาท

หนังสือเด่น : หนังสือที่มีค่า ทั้งความรู้และรายได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246503

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ถ้าจะมองหาหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับภาคเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นปลูกพืช หรือเลี้ยงสัตว์ สำนักพิมพ์ “บ้านและสวน” ผลงานในเครือ ของบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง ถือเป็นแหล่งผลิตที่น่าสนใจที่จะเข้าไปเลือกซื้อหามาอ่านและเก็บเอาไว้เป็นตำราประจำบ้าน เพราะหนังสือของสำนักพิมพ์นี้ จัดพิมพ์เพื่อต้องการให้เก็บเอาไว้ได้นาน แถมยังใช้เป็นของประจำบ้านเพื่อการต้อนรับแขกผู้มาเยือนได้ด้วย เนื่องจากหนังสือส่วนใหญ่จะจัดทำด้วยกระดาษอย่างดี หนาทนทาน มีภาพสวย เนื้อหาเขียนอ่านง่าย รูปภาพที่นำมาประกอบก็ชวนให้สะดุดตาพร้อมที่จะเปิดอ่าน แบบว่า เพียงเห็นแค่ภาพก็เกิดความรู้ความเข้าใจแล้ว

สัปดาห์นี้ผม มีตัวอย่างหนังสือเกี่ยวกับภาคเกษตรกรรม มาแนะนำให้รับทราบกันสี่เล่ม (ที่ผมมีอยู่ในบ้าน) ซึ่งให้คุณค่า ทั้งเป็นความรู้ และการนำเอาไปสร้างงานได้ด้วยตัวเองในยามว่าง ถือว่าเป็นงานอดิเรกในยามว่างได้เป็นอย่างดี

เรื่องแรก ที่ผมชอบหยิบมาอ่านบ่อยที่สุด เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถนำเอามาปฏิบัติได้ คือ เรื่อง ผลไม้ในสวน เป็นหนังสือกล่าวถึงผลไม้ที่พบเห็นอยู่ทุกฤดูกาล อาทิ กระท้อน ชมพู่ น้อยหน่า มะม่วง ลองกอง เงาะ มะพร้าว ทุเรียน เป็นต้นทำให้เกิดอาการอยากปลูก ด้วยการเดินไปหาซื้อกิ่งพันธุ์มาปลูกไว้ในบ้าน หนังสือเล่มนี้ทุกอย่างดีหมด มีตำหนิอยู่หน่อยตรงที่ ใช้ตัวหนังสือเล็กเกินไป (ไม่เห็นใจพวก สว.ที่มีอายุมากๆ บ้างเลย)

เรื่อง การเพาะเลี้ยง แคคตัส หรือที่ชาวบ้านเรียกรวมๆ กันว่า ต้นตะบองเพชรซึ่งมีทั้งภาพและเรื่องมากกว่า 1,000 ชนิด

เรื่อง เฟิร์นก้านดำ เป็นการแนะนำให้รู้จัก และบอกวิธีเลี้ยง ต้นเฟิร์น แบบชนิด ก้านดำ โดยผู้เขียนได้ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้เลี้ยงเฟิร์นก้านดำมากว่า 10 ปี บอกเล่าให้รู้วิธีเลี้ยงเฟิร์นชนิดนี้ มากกว่า 100 ชนิด ซึ่งแม้จะเลี้ยงยาก แต่ผู้เขียนได้บอกเคล็ดลับจากประสบการณ์ให้ทราบแบบ เอาไปแก้ปัญหาที่จะเกิดได้ในระดับหนึ่ง

ส่วนเรื่องของ การเลี้ยงสัตว์ หนังสือ ชื่อ การเลี้ยงนกเขาใหญ่ แม้ผมจะไม่เก็บหลักการและวิธีการไปเพาะเลี้ยง (เพราะไม่อยากเอามันมากักขังไว้ในกรง) แต่เมื่ออ่านแล้วก็ได้รับรู้เรื่องราวชีวิตของเจ้าสัตว์ชนิดนี้ได้เป็นอย่างดีว่า มันสามารถทำเงินให้กับคนที่เลี้ยงอย่างจริงจังได้ไม่น้อยทีเดียว

หนังสือทุกเล่ม ทุกเรื่อง จะมีรูปแบบเดียวกัน คือ บอกถึงประวัติความเป็นมาของพืชและสัตว์นั้นๆ บอกวิธีเลือกสายพันธุ์ บอกวิธีการปลูก บอกวิธีการขยายพันธุ์รวมถึงบอกตลาดเพื่อการสร้างเม็ดเงินให้ทราบอีกด้วย แถมบางอย่างที่นำไปทำเป็นอาหารหรือขนม บางเรื่อง บางเล่ม ก็จะมีสูตรของขนม หรืออาหารแถมไว้ให้ทดลองทำกันด้วย

ในยามที่คนปลดเกษียณจากการทำงานแล้ว แล้วต้องการจะมีงานทำแก้เหงา หนังสือประเภทนี้จะเป็นเพื่อนที่ดี แต่สำหรับคนที่ยังไม่เกษียณ สาระจากหนังสือเหล่านี้สามารถเอาไปสร้างเป็นงานเสริมจากงานประจำ โอกาสในการหาเงินเข้าบ้านก็มีให้เห็นไม่น้อยทีเดียว

ซึ่งผมบอกตรงๆ ว่า งานด้านเกษตรกรรม หากรัก และสนใจที่อยากจะทำ ควรทำตั้งแต่เรายังหนุ่มแน่นครับ เพราะเรามีเวลาที่จะรอคอยความสำเร็จของมันทัน อย่าไปคิดทำเมื่อตอนปลดเกษียณแล้ว เพราะตอนนั้นร่างกายของเรามันเหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว แล้วแถมเวลามันก็เหลือน้อย ประโยชน์มันก็จะได้เพียงเป็นงานอดิเรกแก้เหงา แต่ไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มพูนทรัพย์สินเหมือนเราทำตอนที่ยังหนุ่มแน่นครับ

เดินเรื่องด้วยภาพ ทั้งความสุขและความทุกข์

สร้างอารมณ์สั่นสะเทือนจิตใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เรื่องรัก เรื่องเศร้า เรื่องเล่าชาวนิวยอร์ก หรือHumans of New York Stories เป็นหนังสือในแนวเดินเรื่องด้วยภาพ คือ ใช้รูปภาพเป็นหลัก เพื่อบอกข่าวเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้คนอ่านได้รับรู้ ในทำนองภาพหนึ่งภาพสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้เป็นร้อยเรื่อง ที่จัดทำขึ้นโดย “แบรนดอน สแตนตัน” ช่างภาพหนุ่มธรรมดาๆ ที่สามารถสะท้อนภาพของผู้คนในมหานครนิวยอร์ก ให้คนทั้งโลกรับรู้ถึงความสุข ความทุกข์ของผู้คนในเมืองใหญ่ แปลเป็นไทยโดย “โตมร ศุขปรีชา” จำหน่ายใน ราคา 455 บาท ภาพทั้งหมดที่มีนับเป็นร้อยภาพ สามารถสร้างอารมณ์สั่นสะเทือนจิตใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยทุกเรื่อง ทุกอารมณ์คือสิ่งที่ดำเนินอยู่ในมหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาในทุกวันนี้

เผยหัวใจ5ภาคของการสร้างความพอเพียง

ศาสตร์แห่งการบริหารที่ฉลาดปราดเปรื่อง

“How to be เศรษฐีพอเพียง” เขียนโดย “ดร.อัจฉราโยมสินธุ์” จำหน่ายเล่มละ 225 บาท เป็นเรื่องราวที่น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์และถ่ายทอดออกมาเป็นวิธีการที่สามารถทำตามได้ง่ายๆ โดยเนื้อหาแบ่งเป็น 5 ภาคคือ ภาค 1 อยากเป็นเศรษฐีต้องพอเพียง : เงินที่หามาได้ไม่มีค่าเท่าเงินที่รักษาไว้ได้ ภาค 2 ธรรมะพอเพียง : สติมา สตางค์อยู่ เคล็ดลับที่เลิศที่วิเศษทางการเงิน ภาค 3 สร้างสมดุลทางการเงิน : ปฏิรูปพฤติกรรม 10 นิสัยยอดแย่ทางการเงินวางแผนการเงินแบบ ม้าคึกคัก ภาค 4 เศรษฐีลงทุน เล่นหุ้นอย่างพอเพียง : ลดความเสี่ยงเพิ่มความรวย ภาค 5 เศรษฐีน้อยพอเพียง : 4 เคล็ดลับสร้างเศรษฐีน้อย การปลูกฝังแนวคิดที่ถูกต้องให้เด็กๆ ได้ทำในสิ่งที่ควรทำ เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ทำให้มองเห็นว่าหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นศาสตร์แห่งการบริหารที่ฉลาดปราดเปรื่องที่ผู้คนทั่วโลก ต่างยอมรับ

สร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต

จากนักเขียน-นักพูดที่ประสบความสำเร็จ

“หยุดพูดแล้วลงมือทำซะ!” (Just Shut Up And Do It :7 Steps To Conquer Your Goals) จำหน่ายในราคา230 บาท เป็นเรื่องราวดีๆ ที่จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตให้กับผู้อ่าน จากผลงานของ “ไบรอัน เทรซี” นักเขียน-นักพูดที่ประสบความสำเร็จและรอบรู้ในด้านการพัฒนาตัวเอง แต่งโดย “ไบรอันเทรซี” แปลไทยโดย “วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ” เนื้อหาที่กล่าวถึง เป็นวิธีง่ายๆ ที่เราสามารถฝึกฝนและนำไปใช้งานได้ ที่จะช่วยให้คุณทำตามความหวังและความฝันได้เร็วขึ้น เป็นวิธีที่จะพัฒนาศักยภาพของคุณให้โดดเด่นจนคุณสามารถที่จะบรรลุความสำเร็จ ผ่านสาระ 7 บท คือความสำเร็จ อุปสรรคขัดขวางความสำเร็จ, รับผิดชอบชีวิตตัวเอง, ก้าวที่กล้า, ตัดสินใจว่าอะไรที่คุณต้องการ, ชนะนิสัยผลัดวันประกันพรุ่ง, เรียนรู้ชีวิต และอย่ายอมแพ้

สาระประจำบ้านที่คนไทยทุกคนต้องรู้

กฎหมายประชาชน/กฎหมายใหม่ พ.ศ.2559

คนในประเทศทุกคนจะปฏิเสธความผิด โดยอ้างว่า ไม่รู้กฎหมายไม่ได้ เพราะกฎหมายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กรอบที่ถูกกำหนดสร้างขึ้นเพื่อให้สังคมสงบสุข ด้วยความจำเป็นเช่นนี้“คมกริช วัฒนเสถียร” เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา จึงออกหนังสือ มาวางตลาดเพื่อเผยแพร่ให้คนไทยได้รู้เรื่องกฎหมาย สองเล่ม ในราคาขายที่ไม่สูง ได้แก่ เรื่อง “กฎหมายประชาชน” เล่มละ 180 บาท และเรื่อง “กฎหมายใหม่ พ.ศ.2558-2559” ราคา 200 บาท โดยผู้เขียนบอกว่า การศึกษาเรียนรู้มีความสำคัญต่อชีวิตมาก ซึ่งการศึกษาจะมีทั้งในสถาบันและนอกสถาบัน หนังสือทั้งสองเล่มนี้จัดว่าเป็นการแสวงหาความรู้ในแบบนอกสถาบันที่มีประโยชน์ต่อชีวิตอย่างยิ่ง

หนังสือเด่น : นิทานใต้ใบบัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245442

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

รือข่ายสานต่อที่พ่อทำ ร่วมสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร จัดทำสมุดนิทานที่เป็นมากกว่านิทานการ์ตูนธรรมดา เพราะเป็นนิทานตามคำพ่อ ที่มีแรงบันดาลใจมาจากพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยในวาระต่างๆ โดยได้น้อมนำมาจัดทำเป็นเนื้อหานิทานสำหรับเด็กใน 2 ช่วงอายุ คือ อายุ 4-6 ปี และอายุ7-9 ปี ดำเนินเรื่องผ่านตัวละครและภาพประกอบที่สวยงาม เพื่อปลูกฝังให้เด็กรุ่นใหม่ได้เรียนรู้พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระองค์อย่างเข้าใจและร่วมกัน “สานต่อสิ่งที่พ่อ” ทำไว้ให้ยังคงอยู่ตลอดไป

นิทานชุดตามคำพ่อจัดทำขึ้นทั้งหมด 7 เรื่อง โดยการสร้างสรรค์เนื้อหาจากปลายปากกาของ ดาว “นภพรรณ รักษิตานนท์”หรือที่รู้จักกันในนาม “รักษิตา” และวาดภาพประกอบโดย “ภัทรีดา ประสานทอง” นักวาดภาพประกอบชื่อดัง โดยเครือข่ายฯ จะเผยแพร่นิทานเดือนละ 1 เรื่อง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ถึงเดือนพฤษภาคม 2560 อีกทั้ง พร้อมแถมชุดดินสอสีฟรี โดยในเล่มแรกชื่อเรื่องว่า “นิทานใต้ใบบัว” เด็กๆ จะได้รับความสุขจากการอ่าน ควบคู่ไปกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการระบายสี ตัด แปะ พับ ประดิษฐ์ผลงานศิลปะที่สอดแทรกอยู่ในเนื้อหาของนิทานแต่ละเล่มได้ตามจินตนาการ จำหน่ายเล่มละ 99 บาท

สำหรับมูลนิธิและโรงพยาบาลที่มีความต้องการสมุดนิทานตามคำพ่อ เพื่อนำไปใช้กับผู้ป่วยเด็กที่มารักษาตัวเป็นระยะเวลานาน หรือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือมีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเรียนรู้ที่ทำให้ไม่สามารถออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ทางแฟนเพจสานต่อที่พ่อทำwww.facebook.com/fulfillingfatherslegacy

นิยายรักผจญภัยของคนหนึ่งหน้าสองใจ

ความร่วมมือจากสองนักเขียนชื่อดังแห่งยุค

“ณารา” และ “ อุมาริการ์” จัดว่าเป็นนักประพันธ์นิยายรักโรแมนติกชื่อดังของสำนักพิมพ์ “พิมพ์คำ”ที่มีผลงานออกมาวางตลาดและถูกนำไปทำเป็นละครทีวีหลายเรื่อง กลับมาร่วมกันเขียนเรื่อง ประเภท “คนละเรื่องเดียวกัน” อีกครั้งในชื่อชุดว่า “สุภาพบุรุษจอมโจร”โดยทั้งคู่กำหนดพล็อตเรื่องรวมกันเอาไว้ว่า ตัวเอกของเรื่อง จะเป็นพี่น้องฝาแฝด ที่มีใบหน้าเหมือนกัน แต่มีอุปนิสัยต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือคนหนึ่งเป็น “สุภาพบุรุษ แต่อีกคน เป็นจอมโจร” ทำให้ใครที่ติดตามอย่างต่อเนื่องของทั้งสองเล่มจะได้รับอรรถรสที่แปลกแยกออกไป สำหรับเรื่องของ “ณารา” ชื่อ “ดวงใจขบถ” เป็นเรื่องการกู้ชาติของชาวไทยใหญ่ที่พระเอกในฐานะวีรบุรุษกู้ชาติกับนางเอกคือองค์หญิงน้อยแห่งแคว้น ส่วนของ “อุมาริการ์” มีชื่อว่า “มธุรสโลกันตร์” จำหน่ายเล่มละ 420 บาท

สะท้อนภาพอดีตชาวคนัง

มนุษย์ร่วมชาติที่มีสิทธิ์ไม่เท่าเทียมกัน

“ผีเสื้อและสายรุ้ง” เขียนโดย “ญิบ พันจันทร์” เป็นเรื่องราวที่สะท้อนภาพอดีต ของกลุ่มชนในผืนป่าแห่งเทือกเขาบรรทัด ในเขตจังหวัดตรัง พัทลุง สตูล ราวสามร้อยกว่าคน บรรพบุรุษของพวกเขาอยู่ในป่านี้มานานกว่า 5,000 ปี ปัจจุบัน ชาวป่าเหล่านี้กำลังถูกรุกรานจากคนนอกป่า ทำให้ต้องออกมาหากินนอกป่า โดยที่พวกเขายังไม่มีสิทธิ์ สวัสดิการพื้นฐานใดๆ เช่น ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนไม่ได้เรียน หาหมอไม่ได้ ไร้บ้าน ฯลฯ หนังสือเล่มนี้สามารถสะท้อนชีวิตของชาวเงาะป่าในยุคปัจจุบัน ออกมาให้สังคมได้รับรู้และเข้าใจได้เป็นอย่างดี โดยหวังให้เพื่อนมนุษย์ร่วมชาติ รู้จักให้เกียรติและไม่ดูหมิ่นศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของคนกลุ่มน้อยที่เป็นเพื่อนร่วมแผ่นดินเดียวกับเราที่เรียกตัวเองว่า เผ่าคนัง จำหน่ายเล่มละ 120 บาท

นิยายรักโรแมนติกไขว้ขั้ว

ที่ลืมก็อยากจำ ที่จำก็อยากลืม

“ในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น” เขียนโดย “ศตรัศมิ์” เป็นนิยายรักโรแมนติก ที่มีเนื้อหาในเชิงสืบสวนเพื่อให้เกิดความกระจ่างกับปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องของหญิงสาวชื่อดังในสังคมที่พบอุบัติเหตุ จนลืมความทรงจำในอดีต แม้แต่คู่หมั้นของตัวเองก็จำไม่ได้ เธอจึงต้องกลับไปเมืองเชิงคาน ปฐมบทแห่งความรักเพื่อรื้อฟื้นความหลัง และที่นี่เอง เธอได้พบกับชายหนุ่มอีกคนที่หนีตัวเองมาอยู่ในที่เงียบสงบเพื่อจะให้ลืมความจำ ทำให้หญิงหนึ่งซึ่งต้องการรู้ความหลัง กับชายหนุ่ม ผู้ต้องการลืมความหลัง ทำให้ทั้งคู่พบกับสิ่งที่ตัวเองไม่เคยคาดฝัน ทั้งเรื่องในอดีต และเรื่องในปัจจุบันต่อไปถึงอนาคต จำหน่ายราคาเล่มละ 330 บาท

เมื่อนักวิทยาศาสตร์แห่งการฆ่าออกโรง

หวังเปลี่ยนโฉมพฤติกรรมใหม่มนุษยชาติ

“สายเลือดมรณะ” เป็นนวนิยายผจญภัยระทึกขวัญ ในแนวสืบสวน อีกตอนหนึ่งของ หน่วยสอบสวน ซิกมา บทประพันธ์ของ “เจมส์ โรลลินส์” นักเขียนติดอันดับนิยายขายดีของ หนังสือพิมพ์ นิวยอร์คไทม์ เกือบทุกเรื่อง สำหรับตอนนี้ เป็นเรื่องการเข้าไปช่วยเหลือ ทายาทของประธานาธิบดีสหรัฐที่ถูกลักพาตัวไปขณะเดินทางพักผ่อนอยู่กลางทะเลกว้าง และเรื่องกลับมีเงื่อนงำมากยิ่งขึ้นเมื่อหน่วยสืบพบว่า มันไม่ใช่เป็นการลักพาตัวธรรมดา แต่ทุกอย่างถูกวางแผนเอาไว้อย่างแยบยลเพื่อจะเปลี่ยนโฉมหน้าของสังคมมนุษยชาติยุคใหม่โดยอาชญากรที่มีความเชี่ยวชาญอย่างสูงทางด้านวิทยาศาสตร์การฆ่า จำหน่ายเล่มละ 385 บาท แปลเป็นไทยโดย “ขจรจันทร์”

 

หนังสือเด่น : คำพ่อสอนประมวลพระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/244365

วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หนังสือประมวลพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน“คำพ่อสอน” จัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อพุทธศักราช 2542 เนื่องในโอกาสการจัดงานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออัญเชิญพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนที่ได้พระราชทานในโอกาสต่างๆ มาประมวลไว้ด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนได้น้อมนำ แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนไปประพฤติปฏิบัติอย่างกว้างขวางปัจจุบันได้พิมพ์ออกมาอีกครั้งเป็นครั้งที่ 7 โดยมี ดร.อรสุดา เจริญรัถ รับหน้าที่เป็นบรรณาธิการ

ปัจจุบันปัญหาของเด็กและเยาวชน มีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้น อาจจะด้วยความอ่อนด้อยในการอบรมสั่งสอนของผู้ปกครอง พ่อแม่ หรืออาจจะเป็นด้วย ทุกคนต่างต้องมีภาระหน้าที่ในการทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงขาดเวลาในการอบรมสั่งสอนเด็กๆ ไปบ้าง ทั้งๆ ที่เด็กและเยาวชนเป็นกำลังสำคัญของชาติ การพัฒนาประเทศไม่ว่าด้านใดก็ตามคงจะประสบความสำเร็จไม่ได้ หากขาดทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ซึ่งการพัฒนาทรัพยากรบุคคลนั้น จำเป็นต้องเริ่มต้นจากรากฐานสำคัญตั้งแต่เด็กและเยาวชนเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นด้านโภชนาการ การอบรมเลี้ยงดู กิจกรรม สร้างเสริมพัฒนาการทางด้านสติปัญญา อารมณ์ และจริยธรรม

คำพ่อสอน แสดงให้เห็นถึงพระราชหฤทัยห่วงใยที่ทรงมีต่อเด็กและเยาวชนไทย ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญที่สุดของประเทศ อันเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุดที่จะทำให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชน ซึ่งจะนำไปสู่การประพฤติปฏิบัติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นรูปธรรมต่อไปโดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ พร้อมทั้งจัดลำดับเนื้อหาให้มีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับเด็กและเยาวชนในช่วงวัยต่างๆ เริ่มตั้งแต่วัยเด็ก วัยนักเรียนและนักศึกษา จนกระทั่งเป็นบัณฑิตที่เข้าสู่วัยทำงานมีหน้าที่รับผิดชอบต่อความเจริญมั่นคงของตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติบ้านเมือง

หนังสือประมวลพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน “คำพ่อสอน” จึงเหมาะอย่างยิ่งในการเป็นเส้นนำทางที่จะพาให้เด็กๆ เดินไปได้ถูกทางเพื่ออนาคตในวันข้างหน้า

เผยคำตอบเมื่อเราอายุขึ้นเลขสาม

จากประสบการณ์ที่ยังหาจุดยืนไม่ได้

หนังสือ “วัยว้าวุ่นรุ่น 30” แต่งโดย “ท้อฟฟี่ แบรดชอว์” จำหน่ายในราคาเล่มละ 250 บาท เป็นเรื่องราวปัญหาของเด็กวัยรุ่น เมื่อตัวเองก้าวเข้าสู่ช่วงอายุ 30 ขึ้นไป “ท้อฟฟี่แบรดชอว์” เขียนด้วยประสบการณ์ของตัวเอง ให้เป็นกรณีศึกษา หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่เขาได้เรียนรู้ตอนมีอายุ 30+ จึงเป็นเสมือนเพื่อนร่วมรุ่นของคนวัยนี้ ที่ต้องแบกความคาดหวังและปัญหาไว้มากมาย ไม่ว่าเรื่อง… ควรลาออกหรือไปต่อดี ?, อายุ 30 มาก็หลายปี แต่เงินเก็บหายไปไหน ? หรือ 30 แล้ว ทำไมฉันยังโสด? ฯลฯ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตในวัยนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คุณจะไม่ต้องเผชิญปัญหาและว้าวุ่นตามลำพัง พร้อมเปิดใจเรียนรู้ทุกอย่างที่กำลังเข้ามาด้วยเสียงหัวเราะ

เผยแนวทางการสร้างเมืองให้เจริญ

พ่อค้าผู้บริหารและนักการเมืองควรสนใจ

“ผ่ากลยุทธ์เหนือตลาดโลก” เขียนโดยสองพี่น้อง “PHOLIP และ MOLTON KOTLER” แปลเป็นไทย โดย “รัชยาเรืองศรี” เป็นเรื่องราวที่บอกเล่าให้คนทั้งโลกได้รับรู้ถึงการพัฒนาประเทศให้เกิดความเจริญเท่าเทียมกัน โดยผู้เขียน ชี้ให้เห็นว่า ในการสร้างความเจริญให้แก่ชุมชนต้องไม่มองกันเพียงแค่ เมืองใหญ่ที่มีการพัฒนาแล้วเท่านั้น แต่จะต้องให้ความสนใจกับชุมชน หรือท้องถิ่นที่กำลังพัฒนาเนื่องจาก ในท้องถิ่นดังกล่าวยังขาดความสมบูรณ์ ดังนั้น ในการจะสร้างธุรกิจให้เติบโตนักธุรกิจต้องมองไปที่เมืองซึ่งกำลังพัฒนามากกว่าเมืองที่พัฒนาแล้ว และเช่นเดียวกัน นักการเมือง ผู้บริหารประเทศก็ย่อมต้องให้ความสนใจกับเมืองที่กำลังพัฒนาเป็นพิเศษด้วย จำหน่ายเล่มละ 350 บาท

สาวน้อยผู้เข้าถึงพลังจิตกับวิญญาณ

เธอต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อขอความเป็นธรรม

“รุ่นน้อง” เขียนโดย “วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง” ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง หลังจากที่ได้ออกเรื่อง “รุ่นพี่” ซึ่งได้รับความนิยมพอสมควรไปแล้ว มาในปีนี้จึงได้สร้างงานนิยายต่อเนื่องเล่มที่สองออกมาให้อ่านในชื่อเรื่องว่า “รุ่นน้อง” ซึ่งเป็นเรื่องราวของ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 1 ที่เมื่อได้ไปรู้ถึงเรื่องราวของ ฆาตกรฆ่าเด็กเพื่อกินตับในอดีตเมื่อหลายสิบปีที่ผ่าน ทำให้เธอได้พบกับเรื่องราวเกี่ยวกับพลังจิตและวิญญาณที่เรียกร้องขอความเป็นธรรม เธอจึงได้เข้าไปเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยอาศัยปณิธานอันแน่วแน่ที่จะสร้างความเป็นธรรมให้แก่คนดี เธอต้องพบกับเรื่องราวที่ไม่อยากจะเชื่อมากมาย จำหน่ายเล่มละ 240 บาท

ล้างอิทธิพลมืดในแวดวงตำรวจ

อาชญนิยายดังของนักเขียนชาวจีน

“เจาะจิตฆาตกร” เขียนโดย “เหลยหมี่” แปลเป็นไทยโดย “ประเทืองพร วิรัชภาคี” เป็นอาชญนิยายที่โด่งดังของจีน ซึ่งผู้เขียนได้ถ่ายทอดงานสืบสวนสอบสวนจากวิถีชีวิตจริงในด้านอาชญวิทยาให้ผู้อ่านได้รับรู้อย่างเป็นวิชาการ ในฐานะที่ตนเคยทำงานอยู่ในสายงานนี้มาก่อนจะเข้าสู่วงการนักเขียน เป็นเรื่องราวของนักสืบที่เข้าไปสืบสวนสอบสวนการตายของคนผู้หนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่า เพื่อนสารวัตรของตนเองอยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัย และเมื่อเขาลงลึกเข้าไป ได้พบว่า การตายในครั้งนี้เกิดขึ้นจากกลุ่มอิทธิพลขบวนใหญ่ที่ยากจะเจาะสลายให้กระจ่างได้ แต่ด้วยอุดมการณ์ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เขาจึงยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นในสังคม จำหน่ายเล่มละ 335 บาท

 

หนังสือเด่น : ‘ความชั่วร้ายนำไปสู่ความชั่วร้าย ความบ้าคลั่งนำไปสู่ความบ้าคลั่ง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/243319

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ใครไม่รู้ที่เป็นคนพูดประโยคนี้เป็นคนแรกซึ่งมันไม่ใช่ปรัชญาที่ต้องขบคิดจนปวดขมองแต่มันเป็นกำปั้นทุบดิน ที่เป็นความจริง ซึ่งไม่ต้องใช้สมองมากมายแค่ไหน ใครๆ ก็ย่อมพูดได้ แต่หากมองให้ลึกลงไป หรืออยากจะคิดแม้จะไม่ต้องคิดว่าสิ่งที่ไม่ต้องคิดนี้มันควรให้คิดอย่างไรบ้าง หนังสือเล่มนี้คือ วัสดุตัวอย่างที่จะทำให้เราได้เห็นถึง ความจริงที่ไม่ต้องคิด แต่เราควรต้องคิดเพื่อให้มันเข้าใจกระจ่างมากขึ้น

ปัจจุบันทุกคนเข้าใจถึงขบวนการ “กลุ่มผู้ก่อการร้ายหัวรุนแรง” ที่ทั้งน่าหวาดกลัว และน่าขยะแขยง แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปกว่าสิ่งที่ได้เห็น เราจะได้พบหลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่ข้างหลังของความน่าหวาดกลัว และน่าขยะแขยง และ หนังสือเล่มนี้ คือ การยกก้อนหินขนาดใหญ่ที่วางทับสิ่งของบางสิ่งบางอย่างออกมาให้คนได้รับรู้ว่าใต้หินก้อนโตมีอะไรถูกทับอยู่บ้าง

“ประวัติย่อผู้ก่อการร้าย War on Terror”คือวัสดุที่ถูกหินก้อนโตวางทับอยู่ หากไม่เปิดขึ้นมาย่อมไม่รู้ว่าความจริงมันคืออะไร แตกต่างจาก สิ่งที่แต่ละคนจินตนาการหรือวาดฝันเอาไว้ว่าจะต้องเป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้หรือไม่ ซึ่งผู้เขียนจะเจาะลึกลงไปให้รับรู้ถึงความเป็นจริงของกลุ่มคนที่เรียกว่า กลุ่มอัล-เคดา และกลุ่ม ISIS โดยทำให้เข้าใจถึงอุดมการณ์ ความกดดัน และ ความปรารถนาที่แท้จริงของพวกเขาว่ามันอยู่ที่ตรงไหน ซึ่งสุดท้ายและท้ายสุดมันก็ไปบรรจบกันตรงที่ว่าความชั่วร้ายย่อมนำไปสู่ความชั่วร้ายและความบ้าคลั่งย่อมนำไปสู่ความบ้าคลั่งนั่นเอง

เพียงแต่ว่าความชั่วร้ายและความบ้าคลั่ง มันเริ่มเกิดจากคนกลุ่มหนึ่ง แต่ไปจบลงที่คนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่เป็นเหมือน โจทย์คณิตศาสตร์ที่บอกเรื่องราวเอาไว้อย่างยาวเหยียดสุดท้ายคำตอบออกมาเพียงคำเดียวเท่านั้น

สร้างฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อเด็ก

จากการ์ตูนในสามสาระที่ให้คุณค่า

การ์ตูนในชุด ความรู้วิทยาศาสตร์ของสำนักพิมพ์นานมี ซึ่งแปลมาจากต่างประเทศ จัดเป็นหนังสือที่ต้องการปลูกฝังให้เด็กในวัยเล็กๆ ค่อยๆ เข้าใจพื้นฐานของงานทางด้านวิทยาศาสตร์จากสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัว โดยผู้เขียนจะจัดแยกคุณประโยชน์จากหนังสือในแต่ละเล่มออกมาสามประเภท ที่เด็กๆ อ่านแล้วจะเกิดความรู้ซึมซับเข้าไปในสมองอย่างไม่รู้ตัว คือ หนึ่ง การสร้างเนื้อหาให้เป็นเรื่องราวสนุกสนานผจญภัย สอง สอดแทรกหลักการทางวิทยาศาสตร์เข้าไปในเนื้อหาอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน และ สาม แยกหน้าที่เป็นเนื้อหาทางด้านความรู้โดยเฉพาะออกมาให้เด็กได้รับรู้อย่างจริงจัง จัดจำหน่ายเล่มละ 168 บาท

ปรับเปลี่ยนบ้านในฝันให้ตัวเอง

ด้วยเงินที่มีอยู่ในจำนวนที่จำกัด

“ปรับ/เพื่อ/เปลี่ยน” Renovated Home เป็นหนังสือฉบับเฉพาะกิจ ในกลุ่มของนิตยสาร MY HOME โดยผู้จัดทำได้รวบรวมแบบบ้านต่างๆ ที่มีการจัดตกแต่ง ปรับเปลี่ยน สภาพของบ้านหลังเก่าให้ดูใหม่ มีประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของตัวเอง ที่อยากมีบ้านในฝัน แต่ยังไม่มีเงินเพียงพอต่อการจะไปหาซื้อบ้านหลังใหม่ ซึ่งในหนังสือเล่มนี้จะแนะนำให้คนที่มีบ้านอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น เพียงห้องเล็กที่อยู่ในคอนโดฯหรู บ้านทาวน์เฮ้าส์ที่มีบริเวณจำกัด หรือบ้านที่ถูกออกแบบให้เป็นตึกแถวโดยการแนะนำให้จัดปรับเปลี่ยนจากหนังสือเล่มนี้จะทำให้ฝันของทุกคนเป็นจริง แบบไม่ต้องควักเงินก้อนโต จำหน่ายเล่มละ 225 บาท

ความสำเร็จไม่ใช่อยู่ที่เก่งแค่ไหนแต่ต้องรู้อะไร

กลยุทธ์ของการก้าวเข้าไปสู่ความสำเร็จของชีวิต

“อย่าปล่อยให้ใครฆ่าวาฬของคุณ” เขียนโดย “รวิศหาญอุตสาหะ” เป็นหนังสือที่รวบรวม 36 วิธีคิด หรือกลยุทธ์ที่จะทำให้ทุกคนพบกับความสำเร็จในชีวิต โดยผู้เขียนจะตอบปัญหาให้ผู้อ่านได้เข้าใจว่า ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณเก่งแค่ไหน แต่ความสำเร็จต้องอยู่ที่คุณรู้อะไรต่างหาก ซึ่งผู้เขียนจะชี้ให้เห็นว่า ทำไมคนอีกมากมายยอมทิ้งความฝันของตัวแล้วไปทำเลียนแบบคนอื่น, พร้อมบอกให้รับรู้ถึงข้อที่ควรทำและไม่ควรเพื่อให้ก้าวไปพบกับความสำเร็จที่เราได้วาดวางเอาไว้ รวมถึงการชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จที่คุณสามารถสร้างให้มันเกิดขึ้นได้ภายในช่วงเวลาเพียงสิบวัน โดยกลยุทธ์ทั้ง 36 วิธีนี้จะเป็นเพียงสิ่งง่ายๆ แต่มีพลังส่งผลให้ทุกคนก้าวเข้าไปสู่ความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจ จำหน่ายเล่มละ 265 บาท

เรียนรู้อารมณ์ของสุนัขจากสื่อดวงตา

จากประสบการณ์ของนักวาดการ์ตูน

“มุม-มอง-หมา” หรือ “DOG EYE VIEW” เป็นหนังสือการ์ตูนที่วาดโดย “ไตรภัค สุภวัฒนา” จำหน่ายเล่มละ 159 บาท เป็นเรื่องราวที่ผู้แต่ง อาศัยประสบการณ์ และการสังเกตจากพฤติกรรมของสุนัข ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพการ์ตูน ชี้ให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงอารมณ์ของสุนัขที่แสดงออกมาทางดวงตา อย่างที่คนทั่วไปเข้าใจว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ โดยทุกอารมณ์ของสุนัข ผู้เขียนจะบอกเล่าในรูปแบบของการผูกให้เป็นเรื่องราวเพื่อให้อ่านได้สนุก อาทิ บอกเล่าถึงอารมณ์โกรธ อารมณ์รัก อารมณ์แค้น โดยผู้อ่านจะได้พบกับ ความน่ารักและความร้ายกาจของสุนัขตัวโปรดในบ้านของท่าน

หนังสือเด่น : การวิจัยการสื่อสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/242284

วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ปัจจุบันการแข่งขันยิ่งมากเท่าไร ความรอบรู้ของผู้ที่จะก้าวไปพบกับชัยชนะจะต้องมีมากขึ้นเป็นสิบเท่าของผู้แข่งขัน ยิ่งเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสารก้าวหน้าออกมาอย่างรวดเร็วและสะดวกสบายต่อการกระจายข่าวสารมากขึ้น การเรียนรู้ยิ่งต้องใช้มากขึ้นเท่านั้น

วันนี้หลายคนอาศัย การเรียนรู้จาก โซเชียลมีเดีย แต่นั่นไม่ใช่คำตอบที่จะบอกว่า เขาจะต้องกลายเป็นผู้ได้รับชัยชนะอย่างง่ายดาย เพราะทุกคนสามารถแสวงหาได้ด้วยโอกาสที่เท่าเทียมกัน ดังนั้นการแสวงหาความรู้ที่นอกเหนือจาก โซเชียลมีเดีย จึงยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ต้องการ “การล้ำหน้า” ควรให้ความสนใจเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะคนที่หลุดพ้นวัยของการศึกษาในระบบมาแล้ว หรือ ไม่มีโอกาสจะเข้าศึกษาในระบบ

เป็นที่น่าดีใจว่า ภาควิชาการ ซึ่งมีบุคลากรในการค้นคว้าวิจัยมิได้เก็บความรู้เอาไว้ให้กับผู้ที่เข้าศึกษาภายในสถาบันการศึกษาเท่านั้น แต่ตำราวิชาการเหล่านั้นได้รับการส่งเสริมให้พิมพ์ออกเผยแพร่สู่สังคมนอกสถาบันด้วย

“การวิจัยการสื่อ” หนังสือที่เรากำลังพูดถึงในวันนี้คือ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดชิ้นหนึ่งที่ บ่งบอกให้รู้ว่า นักวิชาการมิได้เก็บความรู้เอาไว้เฉพาะผู้เข้าศึกษาในสถาบันเท่านั้น แต่คนที่ต้องการแสวงหาความรอบรู้ก็สามารถหาหลักการวิชาการมาเสริมสร้างให้กับตัวเองได้เช่นเดียวกับผู้ที่เข้าศึกษาในสถาบันการศึกษา

ยิ่งโดยเฉพาะผู้เขียนที่มีเป้าประสงค์เพื่อให้งานวิชาการเผยแพร่สู่สังคมได้ทุกเพศทุกวัย จะเขียนตำราวิชาการที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น ใช้สำนวนการเขียนและการนำเสนอที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ยิ่งทำให้งานวิชาการเข้าถึงทุกสังคมมากขึ้น

ในหนังสือเล่มนี้จะทำให้คนที่เคยเรียนรู้ถึงงานวิจัยมาบ้างแล้ว หรือยังไม่เคยเรียนรู้งานวิจัยมาก่อนเลย ก็สามารถอ่านและเรียนรู้ได้เข้าใจเช่นเดียวกับคนที่อยู่ในสถาบันการศึกษา ที่จะสามารถเอาวิชาการในเรื่องของ การวิจัยไปส่งเสริมอาชีพและวิถีความเป็นอยู่ได้อย่างสบายๆ

ที่เขาบอกว่า มนุษย์เราไม่มีใครแก่เกินเรียน(รู้) หรือ มนุษย์(ที่ต้องการก้าวหน้า) ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต(อย่าหยุดอยู่กับที่) เป็นเรื่องจริงของสังคมวันนี้ครับ

โรคภูมิแพ้มหันตภัยที่น่ากลัวของวันนี้

พ่อแม่ควรเรียนรู้ก่อนจะสายเกินแก้

“ชัยชนะของเด็กขี้แพ้” เขียนโดย “พญ.ธิดากานต์รุจิพัฒนกุล” จำหน่ายเล่มละ 280 บาท เป็นสาระทางการแพทย์ ที่เขียนขึ้นจากประสบการณ์ตรงของคุณแม่ลูกสองผู้ไม่ย่อท้อต่อทุกอาการแพ้ของลูก ร่วมกับดอกเตอร์ด้านแพทย์แผนไทย ซึ่งคลุกคลีอยู่กับเด็กภูมิแพ้อาหารมาหลายปี ใช้เวลาเคี่ยวกรำกว่า 5 ปีจนได้สุดยอดคัมภีร์ภูมิแพ้อาหารเด็กและยังเป็นหนังสือให้กำลังใจเหล่าคุณพ่อคุณแม่ผู้กล้าที่พร้อมจูงมือพาลูกน้อยเอาชนะทุกการแพ้อีกด้วย เนื่องจากมีรายงานจากสหรัฐอเมริการะบุว่า ประชากรของโลกมากกว่า 12 ล้านคนป่วยเป็นโรคภูมิแพ้อาหาร และมีเด็กกว่า 3 ล้านคน ที่คุณภาพชีวิตประจำวันได้รับผลกระทบจากอาการแพ้อาหาร และมีแนวโน้มว่า จะระบาดมากยิ่งขึ้น แม้กระทั่งในเด็กที่อายุเพียง 1-2 เดือน ที่อาจมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้อีกด้วย

ทำอย่างไรจึงจะหลุดพ้นปัญหาการเงิน

การสร้างพลังความคิดไปสู่ความร่ำรวย

“สูดดมกลิ่นไอ เงินสุดที่รัก” เขียนโดย “ดร.วิศิษฐ์ศรีพิบูลย์” เป็นเรื่องราวที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านที่สนใจในการสร้างพลังความคิดเพื่อดึงดูดและมุ่งมั่นไปสู่ความร่ำรวย ที่กล่าวถึงขั้นตอนของจริงที่ว่าทำอย่างไร? คุณถึงจะประสบความสำเร็จและมีอิสระทางการเงินเสียที โดยแนะนำให้ทราบถึงปัจจัยสำคัญ อาทิ การประกาศเจตจำนงแห่งความรวย,การมองหาสิ่งที่ตัวเองรัก หรือมีความสุขที่ได้ทำ,การลงมือทำ,วางแผนการออมเงินเพื่อการลงทุน เพื่อการออมอย่างถาวรและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเงินไป ลงทุนแบบเสี่ยงน้อย เพราะการลงทุนเป็นหัวใจของความร่ำรวย และการสร้างพลังดึงดูดเงินในโลกของการแข่งขันจำหน่ายเล่มละ 110 บาท

พฤติกรรมไล่ล่าจอมยุทธ์ทั้งสี่ฤดู

แก้ข้อกังขาว่าเขาดีและชั่วอย่างไร

“บู๊ลิ้มสี่ฤดู” นวนิยายกำลังภายในจากบทประพันธ์ของนักเขียนเกาหลี “ฮัมซังอุน” แปลเป็นไทยโดย “วิภาพร พูนสวัสดิ์” ที่แปลกแยกไปจาก นิยายกำลังภายในของจีน โดยผู้เขียนนำเสนอให้ตัวเอกของเรื่อง ซึ่งมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมจอมยุทธ์ต้องถูกตามล่าทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น ฤดูร้อน ฤดูหนาวฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง โดยไม่มีวันว่างเว้น พร้อมกับผูกโยงให้ผู้อ่านติดตามตลอดตั้งแต่เล่มหนึ่งจนถึงเล่มหก เพื่อหาคำตอบและความกระจ่างว่าความผิดของตัวเอกในเรื่องนี้คืออะไร ทำไมจึงไม่เป็นที่ต้องการของสังคมจอมยุทธ์และสุดท้ายเขาจะทำอย่างไร ระหว่าง ความดีกับความชั่ว จำหน่ายเล่มละ 360 บาท

ธรรมชาติเรียกหาจะรออะไร

ยุโรปป่วนเมื่อมีผู้อพยพหลายแสน

“NATIONAL GEOGRAPHIC” ฉบับภาษาไทย ประจำเดือนตุลาคม จำหน่ายเล่มละ 120 บาท นำเสนอเรื่องราวของการท่องเที่ยว เดินทาง และการผจญภัย แบบคนรุ่นใหม่ ด้วยภาพและเรื่องที่สดสวยในรูปแบบเอกลักษณ์ของหนังสือ ในหัวเรื่องว่า ธรรมชาติเรียกหาจะรออะไร ทั้งเรื่องและภาพให้ทั้งความตื่นเต้นและเรียกร้อง นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ โฉมหน้าใหม่ของชาวยุโรป ที่มีสถิติว่ามีผู้อพยพจากภัยสงครามเข้าไปอาศัยหลายแสนคน ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้เกิดกับสังคมในหลายๆ ด้าน, เรื่องความลับของนอแรดว่ามีความสำคัญขนาดไหนจึงมีผู้ไล่ล่าเพื่อเอานอจนทำให้สัตว์ชนิดนี้เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว พร้อมพาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แอฟริกัน-อเมริกัน

หนังสือเด่น : มองอดีตเล็งอนาคต : การปฏิรูปในสมัยรัชกาลที่ 7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/241302

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

มูลนิธิประชาธิปก-รำไพพรรณี ได้จัดทำ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ในรัชสมัยรัชกาลที่ 7 ออกมาชุดหนึ่ง ใช้ชื่อว่า “มองอดีตเล็งอนาคต : การปฏิรูปในสมัยรัชกาลที่ 7”มีด้วยกัน 6 เล่ม ซึ่งทั้ง 6 เล่มถือเป็นงานวิจัยของมูลนิธิ เขียนโดยนักวิชาการที่แตกต่างกันไป มีเนื้อหาในเชิงวิเคราะห์ภูมิหลังและภาพรวมของประวัติศาสตร์ในยุคสมัยของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 โดยการค้นหาจะอยู่ในกรอบของแนวคิดหลักคือ ความต่อเนื่องในการเปลี่ยนแปลงของรัชสมัย, การพัฒนาการในประเทศจากบริบททั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยไม่เน้นในเรื่องของการเมือง แต่มุ่งเน้นในภาคส่วนของ เศรษฐกิจ การศึกษา สังคม และวัฒนธรรม ดังต่อไปนี้

“เรื่องเศรษฐกิจไทยในสมัยรัชกาลที่ 7” เขียนโดย “พอพันธ์ อุยยานนท์”บอกเล่าให้ทราบถึงการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบอนุรักษ์นิยม

“เรื่องการศึกษาในสมัยรัชกาลที่ 7” เขียนโดย “เปรมา สัตยาวุฒิพงศ์” บอกเล่าถึง การดำเนินงานด้านการศึกษาที่สืบต่อเนื่องมาจากการปฏิรูปการศึกษาในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5

“เรื่องการต่างประเทศในสมัยรัชกาลที่ 7” เขียนโดย “ธีระ นุชเปี่ยม” บอกเล่าให้รู้ถึง ตัวตนของคนไทยในสายตาของชาวต่างประเทศ

“เรื่อง ฝรั่งมองไทย ในสมัยรัชกาลที่ 7” เขียนโดย “ธีระนุชเปี่ยม” บอกเล่าถึงการรับรู้ของชาวต่างชาติที่มองเห็นคนไทยในยุคนั้น

“เรื่องประชาธิปกกาลสมัย ในกระแสการประวัติศาสตร์” เขียนโดย “วีรวัลย์ งามสันติกุล” กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงของสยามประเทศในช่วง 9 ปีแรก

“เรื่อง ฝรั่งเศสส่องสังคมสยามในรัชกาลที่ 7” เขียนโดย “ประหยัด นิชลานนท์/รัชาพร ฤทธิจันทร์ เป็นภาพของประเทศสยาม และชาวสยามในสายตาของคนฝรั่งเศส

หนังสือชุดนี้ ทั้ง 6 เล่ม นอกจากจะให้ความรู้ความเข้าใจในช่วงเวลาหนึ่งของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นหนังสือที่ คนไทยทุกคนควรจะได้เรียนรู้เพื่อให้เข้าใจประเทศไทยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ทำปัญหารักให้เป็นความเข้าใจ

จากคำถามของแฟนเพจนับแสน

“ตื่นเถอะค่ะ! ชะนีขา” เขียนโดย“หมอตุ๊ด” หรือ
นายแพทย์อุเทน บุญอรณะ ราคา 99 บาท เป็นเรื่องราวของการตอบข้อข้องใจในปัญหาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ จากแฟนเพจ “หมอตุ๊ด” ที่มีผู้ติดตามกว่า 2 แสนคน เนื้อเรื่องจะมาจากคำถามยอดฮิตที่หลายคนที่มีปัญหาเรื่องรักมักประสบพบเจอแล้วถามมา เพื่อขอคำตอบ อาทิ “ทำไมเขาหายไปคะ?” “เขาชอบหนูจริงๆ หรือเปล่า?” “ทำไมเขาต้องหลอกหนู?” หรือ “ทำยังไงหนูถึงจะลืมเขาสักที?” โดยหมอตุ๊ดจะตอบแบบเล่าเรื่องที่มีทั้ง อรรถรสความบันเทิง อาจมีสำนวนจิกกัดบ้างเล็กน้อย ผสมกับความรู้ทางการแพทย์ที่มีประโยชน์ ตบท้ายด้วยคำแนะนำที่จริงใจ แล้วทุกปัญหารักที่หนักใจ จะกลายเป็นเรื่องฮาๆ เปลี่ยนจากคำว่า “ทำไม” เป็นคำว่า “เข้าใจ”

เปิดเคล็ดลับง่ายๆ ให้เด็กกินอาหารได้อร่อย

จากครอบครัวพุงกะทิที่รักษาห่วงใยสุขภาพ

“ครอบครัวพุงกะทิ” เป็นหนังสือการ์ตูนสำหรับเด็กที่อ่านสนุกให้ความรู้ในเรื่องของการกินและการรักษาสุขภาพ เขียนโดยนักเขียนชาวเกาหลี แปลเป็นไทยโดย “จิราวรรณมาลองฟองท์” จำหน่ายเล่มละ 158 บาท เนื้อหาจะกล่าวถึง การนำเสนอเคล็ดลับให้บรรดาพ่อแม่ที่มีลูกกินอาหารยาก และไม่ชอบกินอาหารที่มีคุณภาพต่อร่างกาย ให้หันมาสนใจกับการกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย ด้วยภาพการ์ตูนพร้อมเรื่องราวที่สนุกสนานให้เด็กต้องติดตามอ่าน และได้ความรู้ ความเข้าใจติดตัวมาว่า อาหารที่อร่อยและมีสุขภาพที่ดีต่อร่างกายนั้นเป็นเช่นไร

พบกับความสำเร็จแม้ชีวิตจะติดอยู่ในกรอบ

ด้วยความมุ่งมั่น อดทนทำให้เธอพบแสงสว่าง

“ชีวิตที่ไม่ได้เลือกของสายสุดา” เขียนโดย “ศรีสมรมณีรัตน์” เป็นเรื่องของหญิงสาวที่ ไม่มีอิสรภาพในการดำรงชีวิต เพราะต้องอยู่ในกรอบและกฎเกณฑ์ที่ผู้ใหญ่วางเอาไว้ให้เธอเดิน ไม่ว่าจะเป็นการ หาคู่ครอง การดำเนินชีวิต แต่ด้วยความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ที่เธอจะก้าวขึ้นไปหาความสุขให้กับตัวเองให้ได้ แม้จะต้องอยู่ภายใต้กรอบที่เข้มงวด และสุดท้ายด้วยความมานะอดทน เธอก็สามารถก้าวพ้นปัญหาต่างๆ ขึ้นไปพบกับความสำเร็จของชีวิตได้ ทั้งในเรื่องของความรัก การดำเนินชีวิต และการวางอนาคตให้กับตัวเอง จำหน่ายเล่มละ 185 บาท

สองพิสดาร ตำนานยุทธ์ เล่มจบ

ปิดตำนานกลียุคที่ทำให้เกิดผู้กล้า

“สองพิสดาร ตำนานยุทธ์” จากบทประพันธ์ของ “เจิ้งฟง” แปลเป็นไทยโดย “กิตติพิรุณ” จำหน่ายเล่มละ220 บาท วางแผงเล่มที่ 6 ซึ่งเป็นเล่มจบบริบูรณ์ของนิยายเรื่องนี้ อันเป็นการปิดตำนานของจอมยุทธ์ผู้กล้าที่เกิดขึ้นมากมายในช่วงที่บ้านเมืองเกิดกลียุค จากนวนิยายจีนกำลังภายในเรื่องนี้ ส่งให้ชื่อเสียงของ เจิ้งฟง ได้รับการขนานนามจากนักอ่าน ว่า เขาคือ กิมย้งหญิง แห่งนวนิยายกำลังภายในของนักอ่านในยุคปัจจุบัน ธีมของเรื่องกล่าวถึง เรื่องราวของเด็กสองคนที่ต้องพบกับความเร้นแค้นของสังคมในช่วงแผ่นดินจีนเกิดกลียุค ที่บ่มเพาะให้เขาทั้งสองกลายเป็นวีรบุรุษคู่หนึ่งในประวัติศาสตร์จอมยุทธ์

หนังสือเด่น : สำเพ็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/240231

วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จากประวัติศาสตร์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นับตั้งแต่จัดตั้งกรุงเทพฯขึ้นเป็นราชธานี ได้มีการจัดระเบียบชุมชน โดยมีการโยกย้ายชาติพันธุ์ต่างๆ ที่อยู่ในเมืองไทยให้มีแหล่งพำนักอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ ชาติพันธุ์ของชนชาติต่างๆ ที่เข้ามาสู่ประเทศไทย ทั้งจากการเกี่ยวข้องของสงคราม การอพยพเข้ามาเองเพื่อแสวงหาชีวิตใหม่ และอีกหลายๆ เหตุผล ประชากร ชาวลาว
ชาวญวน ชาวยุโรป ชาวจีน จึงมีที่อยู่อาศัยอย่างชัดเจน

ในส่วนของ ชาวจีน ได้มีการจัดตั้งชุมชนกันอยู่ใกล้กับวังหลวง โดยมีพื้นที่อยู่ทางตอนใต้ของกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบัน เป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชนชาติจีน ที่เรียกกันว่า เยาวราช “ไชน่าทาวน์ของกรุงเทพฯ” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน

หนังสือเล่มนี้ จะเป็นเรื่องราวที่มาที่ไปของไชน่าทาวน์แห่งนี้ โดยผู้เขียน ค้นหาเรื่องราวมาจากแหล่งต่างๆ พบว่า ก่อนจะมาเป็นชื่อ เยาวราชนั้น ที่นี่ มีชื่อเรียกกันว่า “สำเพ็ง”

ชื่อของ “สำเพ็ง” สันนิษฐานว่ามาจากคำว่า “สามแพร่ง” ที่คนจีนออกเสียงเพี้ยนจนกลายมาเป็น สำเพ็ง ซึ่งสามแพร่ง มีที่ตั้งอยู่ใกล้สามแยกวัดปทุมคงคา (วัดสำเพ็ง) ที่แยกออกไปเป็นตรอกวานิชและถนนทรงวาด (ตรอกวานิชก็คือชื่อใหม่ของตรอกสำเพ็งเดิม) เป็นบริเวณชุมชนที่ชาวจีนย้ายเข้ามาอยู่หลังจากเริ่มตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ และพระบรมมหาราชวังในปี พ.ศ. 2325

สำเพ็งอยู่กับชุมชนจีนมาเป็นเวลากว่า 200 ปี จึงมีชื่อเรียกที่เกี่ยวข้องกับคำว่าสำเพ็ง เช่น งิ้วสำเพ็ง ผู้หญิงสำเพ็ง ตรอกสำเพ็ง จวบจนเมื่อมีการตัดถนนใหม่ผ่านสำเพ็งในช่วงปี พ.ศ.2435-2443 และถนนนี้ได้รับชื่อพระราชทานว่าถนนเยาวราช เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ชื่อเยาวราชจึงเกิดขึ้นมาภายหลัง

หนังสือ “สำเพ็ง ประวัติศาสตร์ชุมชนชาวจีนในกรุงเทพฯ” จึงเป็นหนังสือเด่นอีกเล่มหนึ่งที่น่าสนใจ ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ การศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ การค้าขายและการขนส่งในย่านสำเพ็ง นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมเกร็ดน่ารู้ของสถานที่สำคัญในย่านสำเพ็ง อาทิ วัด มัสยิด โรงพยาบาล ศาลเจ้า โรงเรียน ห้างทอง ร้านขายยา ตลาดเก่า ตึกแถวโบราณ แหล่งขายอาหาร และร้านอาหารขึ้นชื่อ พร้อมรวบรวมภาพประกอบและแผนที่สถานที่สำคัญ เอาไว้ภายในเล่มอีกด้วย

ความลับในบ้านป่ากับเรื่องประหลาด

จากงานปาร์ตี้กลายเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล

“IN A DARK, DARK WOOD รัตติกาลอำมหิต” เป็นนิยาย แนว ฆาตกรรม-ระทึกขวัญ จากงานเขียนของ “ Ruth Ware” แปลไทยและเรียบเรียงโดย “ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ” เป็นเรื่องราวของ “ลีโอนอรา” ที่เธอต้องประหลาดใจ เมื่อเธอได้ไปร่วมงานสละโสดของว่าที่เจ้าสาวในช่วงสุดสัปดาห์ ณ บ้านในป่านอกเมือง ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงาม แต่กลับทำให้เธอรู้สึกถึงความเย็นยะเยือก ลึกลับ และที่ประหลาดคือเธอ ฟื้นขึ้น ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ร่างกายของเธอได้รับบาดเจ็บ และเธอได้รับรู้ว่า..มีคนตาย!!! คำถามไม่ใช่แค่ “เกิดอะไรขึ้น?” แต่เธอกลับมีคำถามเพิ่มเติม “ฉันทำอะไรลงไปกันแน่?” ลีโอนอราต้องย้อนกลับไปปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อหาคำตอบว่า แท้ที่จริงเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ในบ้านหลังนั้นและในป่าอันมืดมิด ราคาเล่มละ 360 บาท

เสน่ห์บ้านทุ่งกับความรักของหนุ่ม-สาว

ชีวิตพลิกผันของสาวไฮโซที่เสี่ยงเพื่ออยู่รอด

“ไม่มีเวลาจะบอกรัก”นวนิยายรักโรแมนติก ในอารมณ์เบาๆ สรวลเสเฮฮาที่แทรกความตื่นเต้นเล็กๆ ของ สาวไฮโซ ผู้ตกยาก เมื่อมาพบกับหนุ่มใสซื่อจากบ้านนอก และเพื่อความอยู่รอดของเธอเอง ทำให้เธอยอมให้ตัวเองเข้าไปผูกพันกับหนทางในชีวิตของเขา เพื่อหวังจะพบกับความสมหวังที่เธอตั้งเป้าหมายเอาไว้ แต่กว่าเรื่องราวจะสิ้นสุดลง เธอและเขาต่างต้องพบกับความตื่นเต้นมากมาย นิยายเรื่องนี้มีฉากส่วนใหญ่ในท้องถิ่นชนบทที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความสดชื่น ไร้มารยาของคนรอบข้าง เขียนโดย “จามรี พรรณชมพู” ผู้ได้ชื่อว่า เป็น ราชินีนวนิยายรักโรแมนติกของไทย ราคาเล่มละ 260 บาท

เปิดใจ คน-งาน-มือ ศิลปะในจิตวิญญาณ

เบื้องหลังและเบื้องหน้าที่หลายคนคิดไม่ถึง

“หนังสือ V.C.P. คน งาน มือ” เป็นบทสัมภาษณ์ผู้รักงานศิลปะด้วยจิตและวิญญาณ แม้คนทั่วไปจะมองว่าเป็นงานที่ไม่สามารถสร้างความเป็นมหาเศรษฐีให้เกิดขึ้นได้ แต่พวกเขาก็มีความสุขต่อการทำงาน ที่แม้จะไม่รวยทรัพย์สิน แต่รวยความสุข หนังสือเล่มนี้ ผู้จัดทำ ได้ตั้งคำถาม เพื่อเผยคำตอบให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงงานหลายอาชีพซึ่งไม่มีใครคิดว่า จะทำเป็นอาชีพได้ ได้แก่ งานออกแบบเครื่องประดับ,งานไม้,งานถักทอ,งานภาพพิมพ์ และงานปั้น โดยทุกอาชีพจะมีภาพประกอบให้เห็นถึงผลงาน แนวคิด และแรงบันดาลใจที่พวกเขาต่างเลือกมาดำเนินอาชีพแบบที่หลายคนไม่คิดว่าจะสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตและครอบครัวได้ จำหน่ายเล่มละ 369 บาท

‘Jo Nesbo’นักเขียนยอดนิยมในอังกฤษ

ทำสถิติผลงาน6เล่มเป็นหนังสือยอดสูงที่สุด

“Jo Nesbo” นักประพันธ์นวนิยายประเภทอาชญากรรม ที่เขียนเรื่องไว้ 6 เรื่อง ทุกเรื่องมียอดการขายสูงสุด ที่ไม่เคยมีนักเขียนคนใดทำมาก่อน ล่าสุด น้ำพุสำนักพิมพ์ ได้นำเอาผลงานเรื่อง “The Redbreast” มาแปลเป็นไทย ในชื่อเรื่องว่า “แฮร์รี โฮล กับคดีฆาตกรรมนกอกแดง” โดย “นันทวัน เติมแสงสิริศักดิ์” จำหน่ายในราคาเล่มละ 295 บาท เนื้อหากล่าวถึง นักสืบ แฮร์รี่ โฮล ที่ต้องพบกับความปวดหัวของฆาตกรรมลึกลับ ที่ใช้วิธีฆ่าเหยื่อแบบโหดเหี้ยมไม่ซ้ำรูปแบบ และเมื่อสืบค้นพบเบาะแสว่า ฆาตกรรม น่าจะเป็นอดีตทหารผ่านศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง แต่เมื่อสืบเข้าไปถึงต้นตอปรากฏว่า ทหารดังกล่าวถูกฆ่าตายไปนานแล้ว เรื่องจึงต้องติดตามกันยุ่งเหยิงมากขึ้น

 

หนังสือเด่น : สามก๊ก (ฉบับการ์ตูน)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/239131

วันอาทิตย์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

วรรณกรรม “สามก๊ก” ได้รับการยกย่องให้เป็นวรรณกรรมชั้นเยี่ยมที่ได้รับความนิยมและแปลเป็นหลายภาษาทั่วโลก โดยมีเนื้อหาเป็นที่ยอมรับของนักอ่านทั่วโลกว่า สะท้อนแนวความคิด วัฒนธรรม และสภาพสังคม รวมไปถึงการมีอิทธิพลต่องานเขียนชิ้นอื่นๆ ของจีนอีกด้วย ซึ่งเหล่านักปราชญ์ต่างให้ความสำคัญในแง่ของงานเขียนที่ดี มีคุณภาพ

สามก๊ก ถูกนำออกมาเผยแพร่ในสื่อแทบจะทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อภาพยนตร์ สื่อวิทยุ สื่อทีวี. และจากการเผยแพร่ในทุกสื่อ ย่อมได้รับการต้อนรับอย่างดีทั้งสิ้น

สำหรับ สามก๊ก ในชุดนี้ ถูกนำเสนอในรูปแบบของภาพการ์ตูน จึงทำให้ง่ายต่อการเข้าใจ และจดจำตัวละครได้แม่นยำกว่าการได้รับรู้เพียงแค่ตัวอักษร โดยผู้เขียนภาพคือ “เฉินเหว่ยตง”นักสร้างสรรค์นวนิยายภาพและทีมงานที่มีชื่อเสียงของประเทศจีนมีการลำดับขั้นตอนชัดเจน ทำให้ผู้อ่าน อ่านได้อย่างเพลิดเพลินไม่ขาดตอน ช่วยเสริมความรู้ด้านประวัติศาสตร์จีนและหลักคุณธรรมจริยธรรมได้เป็นอย่างดี ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

สามก๊ก ชุดภาพการ์ตูน จัดเป็น Box Set ซึ่งมีทั้งหมด 20 เล่มด้วยกัน มีเนื้อหาที่กระชับรัดกุม ไม่มากจนเกินไป และเนื้อหาในแต่ละเล่มถูกแบ่งเป็นตอนเพื่อให้จดจำง่าย ทั้งยังดึงบทบาทของแต่ละตัวละครให้ผู้อ่านเข้าใจอุปนิสัยตัวละครได้อย่างแจ่มแจ้ง อีกด้วย

เรื่องราวของ สามก๊ก เป็นหนึ่งในสี่วรรณกรรมอมตะของจีนที่มีเนื้อหาอิงประวัติศาสตร์ อันเป็นวรรณกรรมเพชรน้ำเอกของโลกของผู้เขียน “หลอกว้านจง” ซึ่งประพันธ์ขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวนประมาณช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 โดยนำเค้าโครงเรื่องเดิมในจดหมายเหตุสามก๊ก ซึ่งเป็นงานเขียนเชิงพงศาวดารของเฉินโซ่ว อดีตขุนนางของจ๊กก๊กมาประพันธ์เพิ่มเติมจนเกิดเป็นวรรณกรรมชั้นเยี่ยมอันโด่งดัง

เป็นวรรณกรรมอีกเรื่องหนึ่งที่ควรเป็นหนังสือประจำบ้าน เพื่อการส่งต่อไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานได้อ่านกัน

เปิดใจ เปิดตัว 8 นักตบหญิงของไทย

พร้อมย้อนตำนานวงดนตรี โมเดิร์นด็อก

นิตยสารสุดสัปดาห์ ฉบับนี้ขึ้นปก 8 นักตบลูกยางสาวทีมชาติไทย นำทีมโดย ปลื้มจิตร์, วิลาวัณย์, อรอุมา, นุศรา, วรรณา, มลิกา, อัจฉราพร, ทัดดาว พร้อมบทสัมภาษณ์ชุดใหญ่เปิดตัวเปิดใจได้รู้จักพวกเธอมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาที่น่าสนใจอีกเพียบ อาทิ เทรนด์แฟชั่น อะไรดี อะไรเด็ด เทรนด์ไหนที่ต้องเก็ตก่อนแต่งตัวออกจากบ้าน, คอลัมน์ Talk-a-tive กับเรื่องราวชีวิตของ คริส-คริสโตเฟอร์ เบญจกุล หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อ 17 ปีก่อน,บทสัมภาษณ์ของหนุ่มหล่อหน้าตี๋ ดีเจวี-ระวีโรจน์ ที่ตอนนี้กำลังเกิดกระแสคู่จิ้นสะเทือนวงการกับ ดีเจเอกกี้-เอกชัย และปิดท้ายด้วยการย้อนตำนานฟื้นความทรงจำอีกครั้งของวงโมเดิร์นด็อก จำหน่ายเล่มละ 80 บาท

แพทย์ทางเลือกทางออกที่สดใส

การยอมรับอันเกิดจากผลที่เห็นทันตา

“แพทย์ทางเลือก” คือการรักษา ดูแลสุขภาพของคนที่นอกเหนือไปจากการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งปัจจุบันได้รับการยอมรับจากคนในสังคมมากขึ้น เนื่องจากได้มีการทดลองใช้ ทดลองปฏิบัติ แล้วได้ผลทัดเทียมกับแพทย์แผนใหม่ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ โดยแพทย์ทางเลือกจะเน้นไปถึงความเป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้สารเคมี หนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมเรื่องราวของแพทย์ทางเลือก โดยทีมงานของกองบรรณาธิการเนชั่นบุ๊คส์ บอกเล่าให้ทราบถึง เรื่องของธรรมชาติบำบัด,สมาธิบำบัด,โยคะบำบัด การฝึกชี่กง และแมคโครไบโอติกส์ และโฮมีโอพาธีย์ จำหน่ายเล่มละ 156 บาท

มารู้จักตัวตนของ ‘มิลเลนเนียล’

เลื่อนๆกดๆผู้กุมสังคมไทยในยุคนี้

“นิตยสารสารคดี” ฉบับล่าสุด นำเสนอเรื่องราวของคนยุคล่าสุด ที่เรียกกันว่า เป็นพวกมิลเลนเนียล ซึ่งหมายถึงบรรดาเยาวชนในยุคดิจิทัลที่มีพฤติกรรม สไลด์ๆ ทัชๆ ที่คนยุคก่อนมีความเห็นว่า เป็นมนุษย์ที่มีพฤติกรรมไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ง่าย ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ชาติ ศาสนา คิดถึงแต่ตัวเองเป็นหลัก เมื่อเกิดความหลงใหลอะไรก็จะเฮกันไป แล้วก็ลืมได้อย่างง่ายดาย โดยผู้เขียนเรื่องราวของ มิลเลนเนียล ในเล่มนี้จะชี้ให้เห็นถึงเบื้องหน้า เบื้องหลัง และเบื้องลึกถึงความเป็นมาอย่างละเอียด นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ มาทำความเข้าใจในเรื่องของต้นไม้ ที่ไม่จำเป็นจะต้องตัดเสมอไป และเปิดใจนักวิเคราะห์ ผู้ชำนาญทางเรื่องของผู้ก่อการร้ายจะมาพูดถึงว่า สิ่งที่เมืองไทยจะต้องทำตอนนี้คืออะไร ราคาจำหน่ายเล่มละ 120 บาท

นิยายรักพล็อตธรรมดาแต่เรื่องสนุก

เปิดใจให้เป็นอัตลักษณ์ของผู้ประพันธ์

“วิวาห์ในม่านรัก” เป็นเรื่องของ หม่อมราชวงศ์หนุ่มที่แต่งงานกับเด็กสาวตามคำขอร้องของหม่อมย่า โดยไม่ได้มีความรักต่อกัน ซึ่งผู้เขียนคือ “ฉัตรเกล้า”เปิดใจให้ทราบว่านิยายรักเรื่องนี้ แม้จะมีพล็อตเรื่องเป็นธรรมดา แต่รับรองว่าการดำเนินเรื่องสนุกครบรส ที่ผู้เขียนยืนยันว่า เป็นจินตนาการที่ผู้เขียน ถ่ายทอดออกมาจากจิตวิญญาณของผู้เขียนที่ลึกซึ้งตัวละครทุกตัวไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตัวละครในหนังสือเท่านั้น แต่ทุกชีวิตผูกพันกับผู้ประพันธ์จนเข้าถึงจิตและวิญญาณ ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่า นิยายเรื่องนี้จะประกาศความเป็นตัวตนของ“ฉัตรเกล้า” ให้ติดอยู่ในความทรงจำของผู้อ่านตลอดไป จำหน่ายเล่มละ 390 บาท