มหกรรม China International Consumer Goods Fair (CICGF) ครั้งที่ 15 เตรียมเปิดฉาก 9 มิ.ย. นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

หนิงโป, จีน–17 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          งานแสดงสินค้าอุปโภคบริโภคนานาชาติจีน หรือ China International Consumer Goods Fair (CICGF) ครั้งที่ 15 จะจัดขึ้นที่เมืองหนิงโป ประเทศจีน ในระหว่างวันที่ 9-12 มิถุนายน 2559

          งาน CICGF ครั้งที่ 15 มีพื้นที่จัดแสดง 100,000 ตร.ม. (บูธมาตรฐาน 4,000 บูธ) ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนจัดแสดงเครื่องใช้ในครัวเรือนและของตกแต่งบ้าน ส่วนจัดแสดงเครื่องใช้สำหรับห้องครัวและห้องน้ำ และส่วนจัดแสดงสินค้านำเข้าและอีคอมเมิร์ซ

          สำหรับในส่วนจัดแสดงเครื่องใช้ในครัวเรือนและของตกแต่งบ้านนั้นประกอบไปด้วย บูธจัดแสดงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้านทั่วไป เครื่องแก้ว ของเล่น ของขวัญ สินค้าสำหรับเทศกาลต่างๆ อุปกรณ์ทำสวนและเฟอร์นิเจอร์ ขณะที่ส่วนจัดแสดงเครื่องใช้สำหรับห้องครัวและห้องน้ำจะประกอบไปด้วย เครื่องใช้สเตนเลส เครื่องเคลือบ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องครัวและครัวเรือน ตู้เก็บของ อุปกรณ์ในห้องน้ำและของใช้ส่วนตัว

          เพื่อประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นของผู้ซื้อและผู้จัดแสดงสินค้า งาน CICGF ครั้งจะมีบริการรถรับส่งระหว่างสนามบินนานาชาติผู่ตง สนาบินนานาชาติหงเฉียว จัตุรัสประชาชนใจกลางนครเซี่ยงไฮ้ และเมืองหนิงโป

          นอกจากงานนี้แล้ว ยังมีงาน China-CEEC (Central and East European Countries) Investment and Trade Expo ประจำปี 2559 ที่จัดขึ้นพร้อมกัน โดยผู้เข้าร่วมงาน CICGF จะได้สัมผัสประสบการณ์การสัมมนาด้านการลงทุน การจัดแสดงสินค้า การประชุมและเสวนา ตลอดจนกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมได้ภายในงานนี้ ซึ่งมีประเทศในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกทั้ง 16 ประเทศเข้าร่วมงาน

          ข้อมูลจากสำนักงานสารนิเทศของรัฐบาลเมืองหนิงโประบุว่า ณ วันที่ 10 พ.ค. มีผู้ซื้อต่างชาติที่ได้ลงทะเบียนกับคณะกรรมการจัดงาน CICGF แล้วทั้งสิ้น 3,061 ราย จาก 52 ประเทศ

          หัวหน้าฝ่ายงานจัดแสดงของ CICGF กล่าวว่า “เราหวังว่าจำนวนผู้เข้าร่วมงาน CICGF  ครั้งที่ 15 นี้จะมากกว่าครั้งไหนๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าร่วมจากฮ่องกง ไทย และเกาหลีใต้ CICGF มุ่งมั่นที่จะเป็นเวทีที่ให้เหล่าหุ้นส่วนทั่วโลกสามารถจับทิศทางตลาดและค้นพบโอกาสทางธุรกิจ”

          ข้อมูลผู้จัดงาน:

          CICGF Trade Dept.

          โทร: +86-574-87178074 

          อีเมล: trade@cicgf.com

          เว็บไซต์ทางการ: http://www.cicgf.com

          เกี่ยวกับ China International Consumer Goods Fair (CICGF)

          CICGF เป็นหนึ่งในสี่งานจัดแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกหลักของจีน จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของจีน (MOFCOM) และรัฐบาลประจำมณฑลเจ้อเจียง งาน CICGF ครั้งที่ 13 ในปี 2557 สามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงาน 2,435 ราย และมีการจัดแสดงสินค้านำเข้าเกือบ 10,000 รายการจาก 33 ประเทศ รวมถึงผู้ซื้อรายสำคัญ 12 ราย อาทิ Lowe’s ของสหรัฐฯ Auchan ของฝรั่งเศส และ Hola ของไต้หวัน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ สร้างวินัยทางการเงินต่อเนื่องผ่านโครงการ “เงินทองต้องวางแผน” ปี 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าโครงการ เงินทองต้องวางแผน ปีที่ 4 ส่งเสริมความรู้ด้านการวางแผนการเงินแก่มนุษย์เงินเดือน ผ่านองค์กรพันธมิตรและสื่ออย่างครบวงจร ปลุกกระแสมนุษย์เงินเดือนให้ตื่นตัวสร้างวินัย      ทางการเงิน คาดปีนี้จะสร้างการรับรู้ด้านการวางแผนทางการเงินสู่ประชาชนกว่า 2.7 ล้านคนทั่วประเทศ

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการให้ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานทางการเงินให้คนไทยทุกกลุ่มทั่วประเทศมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งการส่งเสริมให้ประชาชนเหล่านั้นสามารถดูแลตนเองได้ เป็นการเตรียมความพร้อมทางการเงินให้กับประชาชนเพื่อก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ในอนาคต โดยภาครัฐบาลก็ได้มีการออกมาตรการกระตุ้นการออม เพื่อการเกษียณหลายรูปแบบ อาทิ การจัดตั้งกองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) และกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่อยู่ในระบบการออมเพื่อการเกษียณครอบคลุมประชากรกว่า 20 ล้านคน และมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการกว่า 9 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม เงินออมจากแหล่งต่าง ๆ ข้างต้นนี้   อาจไม่เพียงพอต่อการรองรับเพื่อเป้าหมายเกษียณของแต่ละคน ด้วยเหตุนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงได้จัดทำโครงการ “เงินทองต้องวางแผน” ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้มนุษย์เงินเดือนที่อยู่ในระบบการออมเพื่อการเกษียณกว่า 20 ล้านคน        มีความรู้ความเข้าใจด้านการวางแผนการเงินและการวางแผนเกษียณที่ถูกต้อง สามารถวางแผนการออม รวมทั้ง         เลือกช่องทางและนโยบายการลงทุนที่เหมาะสม อันจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายเกษียณที่แต่ละคนกำหนดไว้

“โครงการเงินทองต้องวางแผน” ปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรต่างๆ ทั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทจดทะเบียน บริษัทเอกชน รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมกันสร้าง “วินัยการออมเพื่อ    การเกษียณ” ภายใต้ Campaign ประชาสัมพันธ์ที่ว่า “เรียนรู้ก่อนสาย เพื่ออนาคตสดใสทางการเงิน” ผ่านการดำเนินงานต่างๆ อาทิ การสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่เข้มแข็ง ทั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน บริษัทจดทะเบียน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน นำองค์ความรู้และสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ไปเผยแพร่ภายในองค์กร โดยเฉพาะกลุ่มสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งตั้งเป้าหมายที่จะเผยแพร่ความรู้ให้ครอบคลุมกว่า 150,000 คน การพัฒนาชุดความรู้ “เงินทองต้องวางแผน” ในรูปแบบ Toolkit และคู่มือ Best Practice เพื่อเป็นเครื่องมือให้กับ บลจ. นำไปให้ความรู้แก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อสร้างความเข้าใจและสามารถจัดทำแผนการออมเพื่อวัยเกษียณ และเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองได้ และการจัดทำเว็บไซต์ “เงินทองต้องวางแผน” ทาง www.set.or.th/education และสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ซึ่งเป็นเครื่องมือหรือคัมภีร์ที่ตอบโจทย์เรื่องการวางแผนทางการเงินเพื่อให้บรรลุเป้าหมายต่างๆ ในชีวิต ตาม Lifestyle ของแต่ละช่วงอายุ โดยตลอดทั้งโครงการได้ตั้งเป้าหมายเข้าถึงองค์กรต่างๆ กว่า 100 องค์กร ครอบคลุมประชาชนกว่า 2.7 ล้านคนทั่วประเทศ” นางเกศรากล่าว

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โครงการ “เงินทองต้องวางแผน” สามารถเผยแพร่การเรียนรู้ผ่านองค์กรต่างๆ กว่า 550 องค์กร ครอบคลุมการเรียนรู้ของประชาชนกว่า 5 ล้านคน และได้รับเสียงตอบรับจากการดำเนินการเป็นอย่างดี สำหรับองค์กรธุรกิจที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และสนใจนำความรู้ไปเผยแพร่กับพนักงานในองค์กรสามารถติดต่อเข้าร่วมโครงการได้ที่ www.set.or.th/education และคลิกมาที่ “เงินทองต้องวางแผน”

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สานโอกาสการลงทุน เพื่อคุณ เพื่อธุรกิจ”

สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร ดาราวรรณ มาลีสี 0 2009 9484 / อารดา กุลตวนิช 0 2009 9483 / กนกวรรณ เข็มมาลัย 0 2009 9478

TCEB ชวนชาวออฟฟิศร่วมค้นหาสถานที่ประชุมในฝันกับแคมเปญออนไลน์ MICE Trip Challenge

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ จัดแคมเปญไวรัลออนไลน์ MICE Trip Challenge เชิญชวนพนักงานออฟฟิศองค์กรภาครัฐและเอกชน และบุคคลทั่วไป ร่วมค้นหาสถานที่ประชุมในฝัน ด้วยการนำเสนอสถานที่จัดกิจกรรมไมซ์ในแบบของตนเองผ่านโซเชียลมีเดียFacebook และ Instagram แล้ว Tag เพื่อบอกต่อ เพียงเท่านี้องค์กรของคุณก็มีสิทธิ์ลุ้นรับโล่รางวัลเกียรติยศและเงินรางวัลจากทีเส็บ 50,000 บาท

 MICE Trip Challenge เป็นกิจกรรมที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากการดำเนินกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ของทีเส็บ เพื่อโปรโมตอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อการประชุม สัมมนา การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และงานจัดแสดงสินค้าและนิทรรศการ หรือไมซ์ (MICE) ในประเทศไทย ผ่านแคมเปญออนไลน์ที่เน้นสร้างการมีส่วนร่วม และกระตุ้นให้เกิดการบอกต่อผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ร่วมกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านบล็อกเกอร์หรือผู้ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เกิดกระแสไวรัล โดยมีเนื้อหากิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไป ได้นำเสนอมุมมองที่แปลกใหม่เกี่ยวกับการจัดงานไมซ์ในประเทศไทย

 คุณสริตา จินตกานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่าแคมเปญMICE Trip Challenge จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการจัดกิจกรรมไมซ์ในประเทศไทยมากขึ้น และประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปรู้จักทีเส็บในฐานะหน่วยงานส่งเสริมการจัดงานไมซ์ในประเทศไทยมากขึ้น นอกจากเมืองหลักๆ ที่เป็น MICE City แล้ว ประเทศไทยยังมีสถานที่ที่มีศักยภาพในการจัดงานไมซ์อีกมาก การเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้นำเสนอและบอกต่อสถานที่ที่อยากไปจัดกิจกรรมประชุมสัมมนา จึงเป็นการเฟ้นหาสถานที่ใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ ซึ่งจะข่วยขยายตลาดการจัดงานไมซ์ออกไปให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

 ทุกคนสามารถร่วมกิจกรรม MICE Trip Challenge ได้ ด้วยการโพสต์ภาพสถานที่ที่อยากให้บริษัทหรือองค์กรของตนพาไปจัดประชุมสัมมนาผ่าน Facebook และInstagram แล้วส่งคำท้าด้วยการ Tag บอกต่อเพื่อนร่วมงานและเจ้านายอย่างน้อย 3 คน ให้ร่วมแชร์สถานที่ที่อยากไป พร้อมติด Hashtag #micetripchallenge #ชื่อบริษัท #สถานที่จัดประชุม #จังหวัด แล้วไปรายงานตัวที่แฟนเพจ MICE in Thailand ภายใต้ Pinned Post กิจกรรม

 สามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 10 มิถุนายน 2559 ดูกฎกติกา และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.micetripchallenge.com

Wi-SUN Alliance เปิดตัวโซลูชั่น Field Area Network รองรับการใช้งานอัจฉริยะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มอร์แกน ฮิลล์, แคลิฟอร์เนีย–17 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          -โซลูชั่น FAN มอบระบบเครือข่ายระยะไกลและปลอดภัยอย่างเหนือชั้น รองรับการใช้งานด้านสมาร์ทซิตี้และสมาร์ทกริด ผ่านมาตรฐานเปิด

          Wi-SUN(TM) Alliance ประกาศเปิดตัวโซลูชั่น Field Area Network (FAN) ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยี Smart Ubiquitous Networks (SUN) ที่รองรับเวนเดอร์หลายราย ให้แก่องค์กรธุรกิจ ผู้ให้บริการ และหน่วยงานเทศบาล ที่ต้องการโซลูชั่นเครือข่ายมาตรฐานเปิดมากประสิทธิภาพสำหรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบมิเตอร์อัจฉริยะ (AMI) ระบบจำหน่ายอัตโนมัติ ไปจนถึงระบบบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ และระบบไฟถนนอัจฉริยะ

          “การเปิดตัวโซลูชั่น Wi-SUN FAN นับว่าเหมาะสมอย่างยิ่งในยุคที่สาธารณูปโภคและเทศบาลทั่วโลกต่างต้องการโซลูชั่นที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานแบบบูรณาการ ซึ่งรองรับระบบสมาร์ทกริดและสมาร์ทซิตี้” ฟิล บีเชอร์ ประธานของ Wi-SUN กล่าว “โซลูชั่น Wi-SUN Alliance FAN มอบประสิทธิภาพที่ตอบรับความต้องการเหล่านี้ รวมทั้งความสามารถในการทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นจากเวนเดอร์เจ้าอื่นๆ”

          บ็อบ ไฮเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายมาตรฐานของ Wi-SUN ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะทำงานมาตรฐาน IEEE 802.15, IEEE 2030.5 ว่าด้วยระบบพลังงานอัจฉริยะ และคณะทำงานมาตรฐาน IEEE 2030 ว่าด้วยระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ กล่าวว่า “ในช่วงเวลาที่ความต้องการเทคโนโลยีสมาร์ทซิตี้และการใช้งานระบบ IoT ที่มีความทนทานและปลอดภัยนั้นกำลังขยายตัวขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนจากโปรโตคอลการสื่อสารที่ใช้มาตรฐานปิด ไปเป็นโซลูชั่นที่ใช้มาตรฐานเปิดซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลก โซลูชั่น Wi-SUN FAN เหมาะสมกับการทำงานเหล่านี้ เนื่องจากรองรับการทำงานร่วมกับเวนเดอร์หลายเจ้า รองรับบริการหลายรูปแบบ ทั้งยังทำงานสอดคล้องกับโปรโตคอลการสื่อสาร IPv6 ที่ปลอดภัย บนเครือข่ายไร้สายแบบเมชตามมาตรฐาน IEEE 802.15.4g”

          โซลูชั่น Wi-SUN Alliance FAN ทำงานสอดคล้องกับมาตรฐานการสื่อสารไร้สายระดับโลก IEEE 802.15.4g(TM) รวมถึงโปรโตคอล IETF IPv6 ซึ่งประกอบด้วยUDP/TCP, ตัวปรับ 6LoWPAN และบีบอัดเฮดเดอร์, การจัดเส้นทางด้วย RPL และระบบความปลอดภัยระดับองค์กร IEEE 802.1x เพื่อให้เครือข่ายสามารถทำงานได้อย่างทนทาน มีประสิทธิภาพสูง ใช้พลังงานต่ำ และครอบคลุมขอบเขตระยะไกล โดยจะมีการจัดตั้งโครงการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานภายในปีนี้ เพื่อรับรองความสามารถในการทำงานร่วมกันกับหลายเวนเดอร์อย่างเต็มรูปแบบ

          เกี่ยวกับ Smart Ubiquitous Networks (SUN)

          โซลูชั่น Wi-SUN Alliance SUN นำเสนอการเชื่อมต่อไร้สายแบบเมชที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย ใช้ต้นทุนต่ำ และประหยัดพลังงาน รองรับการทำงานครอบคลุมหลากหลายสภาพภูมิประเทศ ทั้งในเขตเมืองหนาแน่นและพื้นที่ชนบท และแทบไม่จำเป็นต้องวางโครงสร้างพื้นฐานเพิ่ม โดยแทนที่จะใช้เครือข่ายสำหรับการใช้งานภายในอาคาร ชุดโซลูชั่นของ Wi-SUN นี้สามารถตอบรับกับความต้องการได้อย่างเฉพาะจุด ในการใช้งานที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสาธารณูปโภค ระบบสมาร์ทซิตี้ ไปจนถึงการบริหารจัดการและควบคุมโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์ทั้งที่มีทรัพยากรมหาศาลและที่มีทรัพยากรจำกัด

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Wi-SUN FAN สามารถรับชมได้ที่: http://www.wi-sun.org/index.php/fan-resources

          เกี่ยวกับ Wi-SUN Alliance

          Wi-SUN Alliance เป็นสมาคมไม่แสวงผลกำไร อันประกอบไปด้วยบริษัทที่ร่วมเป็นสมาชิกกว่า 100 ราย ซึ่งล้วนเป็นผู้นำระดับโลกในแวดวงการผลิตสินค้าและเซมิคอนดักเตอร์ สาธารณูปโภค หน่วยงานรัฐบาล และสถาบันการศึกษา สมาคมอุทิศตนให้กับการส่งเสริมการใช้โซลูชั่นเครือข่ายไร้สายที่สอดคล้องกับมาตรฐานการสื่อสาร IEEE 802.15.4g และมาตรฐานสากลแบบเปิดทั่วโลก สำหรับการใช้งานในด้านสมาร์ทยูทิลิตี้ สมาร์ทซิตี้ และ IoT ที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีField Area Networking (FAN) อันแข็งแกร่ง ทั้งนี้ Wi-SUN Alliance เปิดโอกาสให้ผู้ถือผลประโยชน์ทั้งหมดในอุตสาหกรรมสามารถร่วมเป็นสมาชิก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ www.wi-sun.org

          โครงการ Wi-SUN CERTIFIED(TM) ได้รับการเปิดตัวในเดือนมกราคม 2557 ปัจจุบันทางโครงการได้ให้การรับรองผลิตภัณฑ์ในตลาดไปแล้วเกือบ 100 รายการ และยังคงให้การรับรองคุณภาพและความสามารถในการทำงานร่วมกันอันเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โครงการนี้ช่วยทำให้มั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก Wi-SUN จะมอบประสบการณ์การใช้งานที่เป็นเลิศ โดยโครงการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ของ Wi-SUN Alliance เปิดโอกาสให้สามารถต่อยอดการใช้งานผลิตภัณฑ์และบริการที่รองรับการทำงานร่วมกัน ครอบคลุมตลาดต่างๆ ทั้งตลาดใหม่และตลาดเดิม

          Wi-SUN Alliance และโลโก้ของ Wi-SUN Alliance เป็นเครื่องหมายการค้าของ Wi-SUN Alliance

Fragrance Du Bois เดินหน้าเปิดป๊อปอัพสโตร์ที่สิงคโปร์ 4 พ.ค. – 6 มิ.ย. นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–17 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          จากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส Fragrance Du Bois มีความยินดีที่จะประกาศแผนขยายกิจการครั้งล่าสุด โดยตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. – 6 มิ.ย. นี้ น้ำหอมแบรนด์หรูสัญชาติฝรั่งเศสจะวางจำหน่าย ณ ห้างสรรพสินค้า TANGS VivoCity อันเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20160505/8521602892-a

          ป๊อปอัพสโตร์แห่งใหม่ล่าสุดของ Fragrance Du Bois TANGS VivoCity

          ป๊อปอัพสโตร์นี้ได้รับการออกแบบขึ้นมา เพื่อดึงดูดผู้คนในพื้นที่, ชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยว มอบประสบการณ์การช็อปปิ้งที่ไม่ซ้ำใครในห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งได้รับรางวัลการันตีของสิงคโปร์ อีกทั้งยังมอบโอกาสสุดพิเศษให้แก่ลูกค้า รวมถึงผู้ที่คลั่งไคล้ความหอมได้สัมผัสกับประสบการณ์ความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ก่อนใคร นอกจากนี้ Fragrance Du Bois ยังจะนำน้ำหอมจากน้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์แท้ 100% จากธรรมชาติอันเก่าแก่และทรงคุณค่ามาจัดแสดงด้วย

          รูปแบบบูติคที่หรูหราของ Fragrance Du Bois จากทั่วโลกได้รับการจำลองมาไว้บนพื้นที่ 379 ตารางฟุตซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเข้าหลักของห้างสรรพสินค้า นำเสนอซึ่งการเข้าถึงนวัตกรรมของแบรนด์และมรดกอันปราณีต ป๊อปอัพสโตร์ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราด้วยขวดน้ำหอมที่หุ้มด้วยอัญมณีจากชวารอฟสกี้ ประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์สีดำและทอง ปลุกบรรยากาศอันหรูหรารัญจวนใจให้แก่ลูกค้า

          ทั้งนี้ ป๊อปอัพสโตร์ดังกล่าวไม่เพียงแต่นำเสนอน้ำหอมจากน้ำมันกฤษณาระดับตำนานของแบรนด์เท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำหอมยังจะได้สัมผัสกับแบรนด์น้ำหอมลือชื่ออื่นๆ ด้วย อาทิ Xerjoff, Parfums de Marly, Jovoy, Sospiro, Alexandre. J, Illuminum, House of Sillage, Isabey และ Sue Wong โดยแบรนด์เหล่านี้จัดจำหน่ายให้กับ Fragrance Du Bois เพียงรายเดียวในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียง ใต้

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20160505/8521602892-b

          ขวดน้ำหอม Fragrance Du Bois ประดับคริสตัลสวารอฟสกีสุดหรู และฝาครอบทรงระฆังคว่ำอันเป็นเอกลักษณ์ ณ TANGS VivoCity

          อนึ่ง ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา Fragrance Du Bois ได้รับโอกาสให้นำเสนอผลิตภัณฑ์ชั้นเยี่ยม ณ TANGSใน Tangs Plaza ห้างสรรพสินค้าในย่านช้อปปิ้งชั้นนำของสิงคโปร์ บนถนนออร์ชาร์ด โดย Fragrance Du Bois ก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับความเคลื่อนไหวดังกล่าวที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2558

          นิโคลา พาร์คเกอร์ ผู้อำนวยการแบรนด์ Fragrance Du Bois กล่าวว่า “การได้กลับมาเยือน TANGSหนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของสิงคโปร์ ส่งผลให้แบรนด์ Fragrance Du Bois เป็นที่จดจำมากยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้เราได้สื่อสารกับลูกค้าถึงปรัชญาของแบรนด์ด้วย เพราะการทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าเราแตกต่างไปจากบรรดาน้ำหอมอื่นๆ อย่างไรนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญทีเดียว นอกจากนี้เราปรารถนาให้ทุกคนได้เข้าใจและชื่นชมคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยอันเก่าแก่ลึกลับซึ่งเป็นส่วนสำคัญของผลิตภัณฑ์และที่มาของแบรนด์Fragrance Du Bois”

          “จำเป็นต้องใช้การกระตุ้นสักนิดหน่อยให้ชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่หันมาสนใจแบรนด์ในตลาดที่แสนจะมีความเฉพาะตัวดูบ้าง” เธอกล่าว “เราสังเกตเห็นความต้องการร้านน้ำหอมเล็กๆ ที่มีความเฉพาะตัวในตลาดแห่งนี้มากยิ่งขึ้น เพราะรสนิยมของผู้บริโภคนั้นมีความซับซ้อน พวกเขาอยากได้อะไรที่มากกว่า เพื่อให้ดูโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ เราเองทั้งยินดีและถ่อมตัวต่อผลตอบรับในเชิงบวกนี้ และตั้งตารอชมผลสำเร็จที่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง”

          Fragrance Du Bois เลือกใช้แต่ส่วนผสมชั้นเลิศที่ผลิตขึ้นอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ Fragrance Du Bois วางจำหน่ายในกรุงปารีส สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ กรุงเทพฯ และดูไบ อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการเจรจากับห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงทั่วโลกเพื่อจำหน่ายและจัดแสดงผลิตภัณฑ์ และคาดว่าจะขยายกิจการไปยังกรุงโดฮา เจนีวา และลอนดอน ในอีกไม่กี่เดือนนี้

          Fragrance Du Bois จะเริ่มจำหน่ายสินค้าที่ Tangs VivoCity, 1 Harbourfront Walk, #01-187, Singapore 098585 ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. – 6 มิ.ย. นี้

          หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

          ซาแมนธา ธาม

          ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด

          อีเมล: samantha.tham@asiaplantationcapital.com

          มือถือ: +65-9144-0933

          ซาอาฮิรา มูฮัมหมัด

          ผู้บริหารอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด

          อีเมล: zaahira@asiaplantationcapital.com

          สำนักงาน: +60-122-035-344

          เกี่ยวกับ  Fragrance Du Bois

          Fragrance Du Bois เป็นแบรนด์น้ำหอมสุดหรูที่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยถือกำเนิดขึ้นจากแก่นแท้ของธรรมชาติและรังสรรค์โดยเหล่านักผสมน้ำหอมรุ่นที่ห้า ผู้สานต่อการผลิตน้ำหอมแบบฉบับเมืองกราสส์ของฝรั่งเศสที่สืบทอดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความบริสุทธิ์งดงามของธรรมชาติ

น้ำหอมทุกขวดของ Fragrances Du Bois สร้างสรรค์ขึ้นจากน้ำมันกฤษณาอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ที่เหนือชั้นกว่าด้วยความหรูหราทั้งในแง่ของความโดดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว น้ำมันกฤษณาที่ใช้ในน้ำหอมของเราล้วนผลิตขึ้นจากแหล่งปลูกต้นกฤษณาของเราเอง ซึ่งรับประกันว่าผลิตตามหลักจรรยาบรรณและหลักความยั่งยืน

          ปัจจุบัน Fragrance Du Bois มีวางจำหน่ายในปารีส สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ กรุงเทพฯ ดูไบ และมีแผนขยายธุรกิจไปยังโดฮา เจนีวา และลอนดอนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

G2A.COM เตรียมจัดแสดง “G2A Land VR Oculus” โปรเจคผลงานระดับรางวัล ในงาน Digital Dragons 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เชชูฟ, โปแลนด์ ลอนดอน และฮ่องกง–16 พ.ค.–พีอาร์นิวสไวร์/อินโฟเควสท์

          G2A.COM ตลาดเกมดิจิตอลที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกและกวาดรางวัลมาแล้วมากมาย เตรียมเข้าร่วมงาน Digital Dragons Conference เป็นครั้งแรก ณ เมืองกรากุฟ ประเทศโปแลนด์ ระหว่างวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2016 โดยงานนี้ถือเป็นงานเพื่อภาคธุรกิจบันเทิงดิจิตอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งในยุโรปกลาง http://www.g2a.com

Digital Dragons / G2A invites all gamers to visit Stand 23 in the Main Hall at Digital Dragon 2016 to experience virtual reality for themselves. (PRNewsFoto/G2A.com)

G2A invites all gamers to visit Stand 23 in the Main Hall at Digital Dragon 2016 to experience virtual reality for themselves. (PRNewsFoto/G2A.com)

           (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160515/367694)

          โปแลนด์เป็นที่ตั้งของสตูดิโอเกมชื่อดังและเป็นที่ยอมรับหลายแห่ง ซึ่งฝากผลงานเกมยอดนิยมระดับโลกไว้มากมาย ดังที่ Dawid Rozek ผู้ก่อตั้งและประธานฝ่ายการตลาดของ G2A กล่าวว่า “โปแลนด์เป็นประเทศบ้านเกิดของผมซึ่งมีคนหัวคิดสร้างสรรค์และปราดเปรื่องอยู่มากมาย อุตสาหกรรมเกมที่นี่เรียกว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดของโลกและรังสรรค์เกมดี ๆ อย่าง Dead Island, Two Worlds และ Witcher 3 ออกสู่ตลาด”

          ปัจจุบัน โปแลนด์มีผู้พัฒนาเกมมากกว่า 150 รายซึ่งผลิตเกมปีละมากกว่า 150 เกม โดยประมาณการว่ามูลค่าของอุตสาหกรรมนี้น่าจะสูงกว่า 450 ล้านดอลลาร์ อันเป็นผลจากจำนวนผู้เล่นเกมชาวโปแลนด์ซึ่งเพิ่มขึ้นทะลุ 11 ล้านคน โดยทาง G2A สนับสนุนเกมเมอร์เหล่านี้ด้วยสุดยอดผลิตภัณฑ์เกมมากกว่า 30,000 รายการ ถือเป็นการคัดสรรและรวบรวมเกมไว้มากที่สุดในโลกในที่เดียว

          ทั้งนี้ งาน Digital Dragons ประจำปีที่แล้วมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 800 คน ในจำนวนนี้เป็นนักพัฒนา 450 คนจาก 25 ประเทศทั่วโลก สำหรับนิทรรศการในโซน Indie Showcase เป็นพื้นที่สำหรับนักออกแบบเกมอิสระที่มีการจัดแสดงโปรเจคต่าง ๆ มากกว่า 40 รายการ

          G2A ให้บริการลูกค้า 10 ล้านราย และมีลูกค้าใหม่ 250,000 คนทุกเดือน ยิ่งไปกว่านั้น G2A ยังได้พัฒนา G2A Pay LINK ระบบชำระเงินที่รวบรวมวิธีการชำระเงินจากทั่วโลกมากกว่า 100 รูปแบบ ซึ่งการันตีความพึงพอใจในการชำระเงิน 100% ด้วย G2A Shield นอกจากนี้ G2A.COM ยังให้บริการลูกค้าด้วยทีมงานเจ้าของภาษาทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมงานชุดนี้ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมาแล้ว (http://stevieawards.com) ทั้งนี้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัททุ่มทุนจำนวนมากไปกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ล้ำสมัย หนึ่งในนั้นคือ G2A Land ซึ่งเป็นโปรเจค Virtual Reality (VR) ที่ได้รับรางวัล ด้วยเงินทุ่มทุนสร้างกว่า 1 ล้านยูโร

           G2A.COM จะสาธิตเกม VR ที่ใช้กับ Oculus ในงาน Digital Dragons ครั้งนี้ด้วย โดย Marcin Kryszpin หัวหน้า Oculus Team ของ G2A.COM กล่าวว่า “VR มอบมิติใหม่ให้แก่โลกแห่งการเล่นเกม ทำให้เราได้เข้าไปสัมผัสเกมอันหลากหลายในแนวทางที่ล้ำลึกขึ้น และแน่นอนว่าเป็นการเปิดทางให้นักพัฒนาได้ใช้เครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดเหล่าเกมเมอร์ให้ดำดิ่งไปกับโลกแห่งเกม” 

          G2A ขอเชิญเกมเมอร์ทุกท่านพบกันที่บูธหมายเลข 23 ณ ฮอลล์หลัก ในงาน Digital Dragons 2016 พร้อมสัมผัสประสบการณ์ Virtual Reality ด้วยตนเอง 

           เข้าชมเว็บไซต์ของ G2A Land ได้ที่ http://www.land.g2a.com

           ผู้เขียน: Jacqueline Purcell

           อีเมล: jpurcell@g2a.com

           ที่มา: G2A.com

จีนเตรียมจัดงาน China-CEEC Investment and Trade Expo ครั้งที่ 2 ในเมืองหนิงโป มิ.ย. นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

หนิงโป, จีน–16 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          มหกรรมการค้าและการลงทุน China-CEEC Investment and Trade Expo ครั้งที่ 2 จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ ณ เมืองหนิงโป ประเทศจีน งานนี้จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วันโดยสำนักงานคณะกรรมการองค์การ CEEC ซึ่งภายในงานจะประกอบไปด้วยการประชุมส่งเสริมการลงทุน งานจัดแสดงสินค้า งานเสวนาต่าง ๆ รวมไปถึงกิจกรรมด้านวัฒนธรรมมากมาย ซึ่งจะกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างจีนและประเทศต่าง ๆ ในยุโรปกลางและตะวันออก (CEE) ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

          จุดเด่นของงานในปีนี้คือการประชุมว่าด้วยการลงทุนและความร่วมมือ โดยหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนจากประเทศในยุโรปกลางและตะวันออกจะมารวมตัวกันที่เมืองหนิงโป เพื่อให้รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ นโยบายการลงทุน และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของแต่ละประเทศ ขณะที่หน่วยงานส่งเสริมการลงทุนและบริษัทต่าง ๆ ของจีนจะสามารถมองหาโอกาสใหม่ ๆ ในการทำธุรกิจร่วมกับประเทศในยุโรปกลางและตะวันออก ระหว่างการประชุมครั้งนี้

          ในส่วนของงานแสดงสินค้านั้น จะมีการจัดแสดงสินค้าจากประเทศในยุโรปกลางและตะวันออก ตลอดจนการจัดแสดงโครงการเทคโนโลยีขั้นสูงที่เป็นความร่วมมือกับจีน รวมทั้งการนำเสนอผลลัพธ์อันโดดเด่นจากการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น รถไฟความเร็วสูง รถยนต์พลังงานใหม่ การสื่อสาร และการผลิตไฟฟ้า

          “งาน China-CEEC Investment and Trade Expo เป็นเวทีสำคัญสำหรับการสร้างความร่วมมือด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่เข้าร่วมงาน” คุณตั้นหัว อวี๋ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการจัดงาน CEEC กล่าว “นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเชิงวัฒนกรรมและการศึกษาเพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานมีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น อาทิ การประชุมว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาและการท่องเที่ยว การประกวดหนังสั้น และค่ายกีฬา เป็นต้น”

          นอกเหนือจาก China-CEEC Investment and Trade Expo แล้ว ยังมีการจัดงานคู่ขนานได้แก่งาน Zhejiang Investment and Trade Meeting ครั้งที่ 18 ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจในมณฑลเจ้อเจียง สำหรับผู้บรรยายในการประชุมประกอบด้วย คุณเอ็ดมันด์ เฟลป์ส ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ประจำปี 2549 คุณจื้ออู้ เฉิน นักเศรษฐศาสตร์ และคุณจอห์น เอ็ดเวิร์ด กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่สหราชอาณาจักรประจำนครเซี่ยงไฮ้

          ในฐานะที่เป็นเมืองท่าระหว่างประเทศที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีน เมืองหนิงโปจึงมีบทบาทสำคัญในโครงการเส้นทางสายไหมทางทะเลของจีน โดยรัฐบาลเมืองหนิงโปได้เดินหน้าผลักดันการเปิดท่าเรือใหญ่ ๆ ของเมือง และสร้างความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศและภูมิภาคอื่น ๆ

          ผู้นำจากบริษัท 267 แห่งจากประเทศยุโรปกลางและตะวันออกทั้ง 16 ประเทศได้ยืนยันเข้าร่วมงานนี้แล้ว เช่นเดียวกับตัวแทนจากภาครัฐที่ตอบรับเข้าร่วมงานนี้แล้วเช่นกัน

          เกี่ยวกับ China-CEEC Investment and Trade Expo

          มหกรรม China-CEEC Investment and Trade Expo เป็นโครงการใหญ่ที่ได้รับการประกาศใน Belgrade Guidelines และ Suzhou Guidelines ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างจีนและประเทศต่าง ๆ ในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก อีกทั้งยังเป็นมหกรรมการค้าและการลงทุนงานแรกระหว่างจีนและประเทศในยุโรปกลางและตะวันออก งานนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ เมืองหนิงโป ระหว่างวันที่ 8-12 มิถุนายน 2558 โดยมีกระทรวงพาณิชย์และรัฐบาลประจำมณฑลเจ้อเจียงร่วมเป็นเจ้าภาพ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงพาณิชย์ รัฐบาลเมืองหนิงโป และกรมการค้าประจำมณฑลเจ้อเจียง เป็นผู้จัดงาน

 CEEC Organization Committee Ministerial Conference / Ministerial Conference of China and Central & Eastern European Countries on Promoting Trade and Economic Cooperation, 2014 (PRNewsFoto/CEEC Organization Committee)

Ministerial Conference of China and Central & Eastern European Countries on Promoting Trade and Economic Cooperation, 2014 (PRNewsFoto/CEEC Organization Committee)

          รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160513/367269

Tri-generation solution breakthrough helps Sydney’s Liberty Place achieve multiple awards

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

SYDNEY–16 May–PRNewswire/InfoQuest

Premium office complex achieves more than 20 percent energy savings through state-of-the-art integrated building solution from Johnson Controls

Johnson Controls’ integrated building solution, comprising a fully automated tri-generation system, enabled Liberty Place to achieve energy savings of twenty percent, moving it closer to its zero carbon emissions goal.

 

Photo – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160511/8521603003

Caption: Johnson Controls’ tri-generation solution helps Sydney’s Liberty Place achieve multiple awards

 

Logo – http://photos.prnasia.com/prnvar/20150623/8521504142LOGO

Liberty Place is a new premium grade office complex in the heart of Sydney’s central business district by leading developer Grocon. Spanning five separate sites, including Legion House, a heritage building dating back to 1902, Liberty Place has a total of 58,316 square meters of office space and 2,800 square meters of retail space. In recognition of the complex’s sustainable design and enhanced operational efficiency, it was conferred the 6-Star Green Star Rating by the Green Building Council of Australia and 5.0 Star NABERS (National Australian Built Environment Rating System) by the Office of Environment and Heritage.

At the heart of the solution by Johnson Controls lies a fully automated tri-generation plant that is integrated into the daily operations of the building. The system allows for the simultaneous generation of electricity and useful heat and cooling in a single process. The comprehensive solution from Johnson Controls includes:

  • Energy-efficient YORK® YK centrifugal chillers and YORK YIA absorption chillers optimally configured in the chilled water system
  • Re-engineering of existing plant room to reduce footprint by a third
  • Re-engineering of pumping systems to reduce chiller pump power
  • Sabroe® SABlight air-cooled chiller to provide option of generating power via synthetic gas produced by gasifier or natural gas
  • Central Plant Optimization 10 (CPO10) software powered by Metasys® to optimize the performance of the chiller plant
  • Metasys Energy Dashboard software to track savings from each perimeter and provide a holistic analysis of the building’s energy efficiency

“We have achieved a major milestone at Liberty place by managing a fully automated tri-generation system that is truly integrated into daily building operations. The fact that the entire system is running smoothly demonstrates the value of the integrated solution from Johnson Controls,” said Dru Spork, Grocon’s Sustainability and Services Manager.

To learn more, please visit  http://bit.ly/libertyplace .

About Johnson Controls

Johnson Controls is a global diversified technology and industrial leader serving customers in more than 150 countries. Our 150,000 employees create quality products, services and solutions to optimize energy and operational efficiencies of buildings; lead-acid automotive batteries and advanced batteries for hybrid and electric vehicles; and seating components and systems for automobiles. Our commitment to sustainability dates back to our roots in 1885, with the invention of the first electric room thermostat. Through our growth strategies and by increasing market share we are committed to delivering value to shareholders and making our customers successful. In 2016, Corporate Responsibility Magazine recognized Johnson Controls as the #17 company in its annual “100 Best Corporate Citizens” list. For additional information, please visit http://www.johnsoncontrols.com or follow us @johnsoncontrols on Twitter.

About Johnson Controls’ Building Efficiency

Johnson Controls’ Building Efficiency has an unmatched portfolio of HVACR products and solutions to create more comfortable, safe and efficient buildings. Operating in more than 150 countries through a strong network of distribution channels, Building Efficiency’s breadth of offerings helps building owners, operators, engineers and consultants impact the full lifecycle of a building. Its market leadership is established through trusted brands such as YORK®, Sabroe® and Metasys® as well as its smart building integration capabilities and energy financing solutions. For more information, visithttp://www.johnsoncontrols.com or follow @JCI_BEnews.

CONTACT:

Johnson Controls Building Efficiency
Shing Shian Ngiam
+65-6854-8643
ShingShian.Ngiam@jci.com

ระบบผลิตไฟฟ้าแบบไตรเจนเนอเรชั่นสุดล้ำจากจอห์นสัน คอนโทรลส์ ส่ง Liberty Place ในซิดนีย์คว้ารางวัลหลายรายการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซิดนีย์–16 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – กลุ่มอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมประหยัดพลังงานได้มากกว่า 20% ด้วยความช่วยเหลือจากทีมงานส่วน building solution ของจอห์นสัน คอนโทรลส์

          โซลูชั่นอาคารแบบครบวงจรของจอห์นสัน คอนโทรลส์ (Johnson Controls) ซึ่งประกอบด้วยระบบผลิตพลังงานไฟฟ้า ความร้อนและความเย็น (Tri-generation) ที่ทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ช่วยให้ Liberty Place สามารถลดการใช้พลังงานลง 20% ซึ่งทำให้เป้าหมายในการปล่อยคาร์บอนเป็น 0 นั้นใกล้ความจริงยิ่งขึ้น

 

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160511/8521603003

          คำบรรยายภาพ: ระบบผลิตไฟฟ้าแบบไตรเจนเนอเรชั่นของจอห์นสัน คอนโทรลส์ ช่วยให้ Liberty Place ในซิดนีย์คว้ารางวัลหลายรายการ

 

โลโก้ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20150623/8521504142LOGO

          Liberty Place คือกลุ่มอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมแห่งใหม่ในย่านธุรกิจใจกลางนครซิดนีย์ซึ่งดำเนินงานก่อสร้างโดย Grocon บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ Liberty Place มีพื้นที่สำนักงานรวม 58,316 ตารางเมตร และพื้นที่ร้านค้า 2,800 ตารางเมตร ครอบคลุมพื้นที่ห้าส่วนด้วยกัน ซึ่งรวมถึง Legion House อาคารเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2445 กลุ่มอาคารแห่งนี้ได้รับการจัดอันดับ Green Star Rating โดย Green Building Council of Australia ที่ระดับ 6 ดาว และได้รับการจัดอันดับ NABERS (National Australian Built Environment Rating System) โดย Office of Environment and Heritage ที่ระดับ 5.0 ดาว ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับในการออกแบบที่เน้นความยั่งยืนและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้นของกลุ่มอาคารแห่งนี้

          หัวใจสำคัญของโซลูชั่นจากจอห์นสัน คอนโทรลส์ คือระบบผลิตไฟฟ้าแบบไตรเจนเนอเรชั่นที่ทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ซึ่งถูกผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการอาคารในแต่ละวัน ระบบนี้ทำให้การผลิตไฟฟ้า การทำความร้อนและความเย็นเกิดขึ้นพร้อมกันในขั้นตอนเดียว โดยโซลูชั่นอันครบครันของจอห์นสัน คอนโทรลส์ ประกอบด้วย

          – ระบบทำความเย็นแบบหอยโข่ง YORK(R) YK และระบบทำความเย็นแบบดูดซึม YORK YIA ที่ประหยัดพลังงาน ซึ่งได้รับการออกแบบและจัดวางให้ทำงานภายในระบบน้ำเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          – การรื้อปรับระบบห้องเครื่องที่มีอยู่เดิม เพื่อลดปริมาณคาร์บอนลงหนึ่งในสาม

          – การรื้อปรับระบบสูบน้ำ เพื่อลดการใช้ไฟของเครื่องสูบน้ำเย็น

          – ระบบทำความเย็นชนิดระบายความร้อนด้วยอากาศ Sabroe(R) SABlight เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการผลิตพลังงานไฟฟ้าผ่านก๊าซสังเคราะห์ ซึ่งได้จากแก๊สซิไฟเออร์หรือก๊าซธรรมชาติ

          – ซอฟต์แวร์ Central Plant Optimization 10 (CPO10) ซึ่งขับเคลื่อนการทำงานโดย Metasys (R) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของเครื่องทำความเย็น

          – ซอฟต์แวร์ Metasys Energy Dashboard ติดตามการประหยัดพลังงานจากบริเวณกรอบอาคารแต่ละจุด และวิเคราะห์ประสิทธิภาพพลังงานของอาคารแบบองค์รวม

          “เราบรรลุความสำเร็จครั้งใหญ่ที่ Liberty Place ด้วยการใช้ระบบไตรเจนเนอเรชั่นที่ทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ พร้อมผสมผสานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการอาคารในแต่ละวันอย่างแท้จริง ระบบที่ทำงานได้อย่างราบรื่นตลอดทั้งกระบวนการนี้แสดงให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของโซลูชั่นครบวงจรจากจอห์นสัน คอนโทรลส์” ดรู สปอร์ก ผู้จัดการ Sustainability and Services ของ Grocon กล่าว

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมที่ http://bit.ly/libertyplace

          เกี่ยวกับ จอห์นสัน คอนโทรลส์

          จอห์นสัน คอนโทรลส์ เป็นผู้นำระดับโลกด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่มีความหลากหลาย โดยให้บริการลูกค้าในกว่า 150 ประเทศ พนักงาน 150,000 คนของบริษัทได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่นต่างๆที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการใช้พลังงานของอาคาร แบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดสำหรับรถยนต์ แบตเตอรี่ขั้นสูงสำหรับรถพลังงานไฟฟ้าและรถไฮบริด ส่วนประกอบที่นั่งรถยนต์ และระบบต่างๆสำหรับรถยนต์ ความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนของเราสืบย้อนไปตั้งแต่เมื่อครั้งก่อตั้งบริษัทในปี 2428 ด้วยการประดิษฐ์อุปกรณ์เทอร์โมสแตทภายในห้องระบบไฟฟ้าเครื่องแรก เรามุ่งมั่นที่จะมอบผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นและสร้างความสำเร็จให้แก่ลูกค้าของเรา ผ่านการดำเนินกลยุทธ์การขยายธุรกิจและการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด ทั้งนี้ ในปี 2559 นิตยสาร Corporate Responsibility Magazine จัดให้จอห์นสัน คอนโทรลส์ อยู่อันดับที่ 17 ในการจัดอันดับประจำปี “100 Best Corporate Citizens” สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมเว็บไซต์http://www.johnsoncontrols.com หรือติดตามเราทางทวิตเตอร์ได้ที่ @johnsoncontrols

          เกี่ยวกับ Building Efficiency ของ จอห์นสัน คอนโทรลส์

          Building Efficiency ของ จอห์นสัน คอนโทรลส์ มีผลิตภัณฑ์ HVACR และโซลูชั่นที่หาที่เปรียบไม่ได้ในการเพิ่มความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นให้กับอาคาร ด้วยการดำเนินงานในกว่า 150 ประเทศผ่านทางเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ข้อเสนอที่หลากหลายของ Building Efficiency ช่วยให้เจ้าของอาคาร ผู้บริหารอาคาร วิศวกร และที่ปรึกษาสร้างผลพวงต่ออาคารได้ตลอดทั้งอายุการใช้งาน การเป็นผู้นำตลาดของ Building Efficiencyเกิดขึ้นจากแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจ เช่น YORK(R), Sabroe(R) และ Metasys(R) รวมทั้งศักยภาพในการรวมระบบอาคารอัจฉริยะและโซลูชั่นทางการเงินที่เกี่ยวกับพลังงาน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมเว็บไซต์ http://www.johnsoncontrols.com/ หรือติดตาม @JCI_BEnews ได้ทางทวิตเตอร์

          ติดต่อ:

          Johnson Controls Building Efficiency

          Shing Shian Ngiam

          โทร.+65-6854-8643

          อีเมล: ShingShian.Ngiam@jci.com

TUV SUD ไฟเขียวใบรับรองห้องปฏิบัติการทดลอง CTF ให้ JA Solar

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–16 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          TUV SUD Group (“TUV SUD”) เปิดเผยว่า บริษัทได้ออกใบรับรองห้องปฏิบัติการทดลองให้กับศูนย์การทดสอบเพื่อลูกค้า (CTF) ของบริษัท  JA Solar Holdings Co., Ltd. (“JA Solar” หรือ “JA”) (NASDAQ: JASO)  การรับรองห้องปฏิบัติการทดลอง CTF ครั้งนี้เท่ากับเป็นการยอมรับเรื่องความเป็นเลิศด้านการตรวจสอบการควบคุมคุณภาพที่ดีเยี่ยม รวมถึงความสามารถในการตรวจสอบประสิทธิภาพห้องปฏิบัติการอย่างมืออาชีพ จากภาคอุตสาหกรรมผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ในวงกว้าง

 

โลโก้ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20150522/0861504483LOGO

          การผ่านการรับรองคุณสมบัติของ CTF นั้น บ่งชี้ว่า ผลการทดสอบผลิตภัณฑ์เซลล์แสงอาทิตย์ PV ในห้องปฏิบัติการดังกล่าวสามารถนำไปใช้กับ CB (Certification Bodies’ Scheme) ได้โดยตรง ซึ่งนำไปสู่การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับในตลาด ทั้งยังตอกย้ำศักยภาพของบริษัทเมื่อเข้ารับการทดสอบในห้องปฏิบัติการระดับมืออาชีพ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CTF สามารถเข้าชมได้จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ IEC

          ดร.หวง ซินหมิง รองประธานกรรมการฝ่ายควบคุมคุณภาพของ JA Solar กล่าวว่า “ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชั้นนำ เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ห้องปฏิบัติการทดลองของเราในเซี่ยงไฮ้เละเหอเฟย์ได้รับใบรับรอง CTF โดย TUV SUD เป็นบริษัทรับรองด้านการทดสอบ การตรวจสอบที่เป็นที่รู้จักในระดับโลก ผมเชื่อว่าการรับรองจะทำให้ชื่อเสียงและคุณภาพของแบนรด์เราโด่งดังมากขึ้น”

          ดร.หวง กล่าวเสริมว่า “ห้องปฏิบัติการของเรามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการแนะนำวัสดุและผลิตภัณฑ์ใหม่ของ JAการรับรองห้องปฏิบัติการ CTF เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ชี้ให้เห็นถึงระบบการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์อันดีเยี่ยมของ JA Solar”

          มร. ไห่เหลียง สวี่ หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบ PV ของบริษัท TUV SUD ประจำจีนแผ่นดินใหญ่แสดงความคิดเห็นว่า “การรับรองห้องปฏิบัติการทดลอง CTF ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการยกระดับห้องปฏิบัติการของบริษัท JA เป็นครั้งที่ 3 กับบริษัท TUV SUD ซึ่งในการพัฒนาแต่ละครั้งจะพิจารณาจากความสามารถในการจัดการและการทดลอง และดูว่าห้องปฏิบัติการมีความสอดคล้องกับข้อกำหนดของ IECEE/CB หรือไม่ การรายงานและการรับรองการทดสอบ CB ถือเป็นข้อบังคับด้านคุณภาพทางเทคนิคที่จะต้องนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ PV แบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลก ซึ่งก่อนหน้านี้การรายงานการทดสอบ CB เกือบทุกชิ้นจะต้องนำไปให้หน่วยงานตรวจสอบอื่นๆเป็นผู้จัดทำ แต่ด้วยการรับรองห้องปฏิบัติการ CTF สำหรับโรงงาน ทำให้บริษัท JA Solar สามารถจัดทำรายงานการทดลอง CB ได้ด้วยห้องปฏิบัติการCTF ของตนเอง หรือจะให้บริษัท TUV SUD เป็นผู้จัดทำรายงานดังกล่าวก็ได้เช่นกัน นี่ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญแห่งอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์”

          เกี่ยวกับ JA Solar Holdings Co., Ltd.

          JA Solar Holdings Co., Ltd. คือผู้นำด้านการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง ที่แปลงแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อที่พักอาศัย การพาณิชย์ และการผลิตไฟฟ้าในระดับสาธารณูปโภค บริษัทเป็นผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์รายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงนั้น อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอิทธิพลและคุ้มค่าที่สุดในอุตสาหกรรม JA Solar จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของตนเองและรับผลิตในนามของลูกค้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ www.jasolar.com

          เกี่ยวกับ TUV SUD Group

          TUV SUD เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นทดสอบคุณภาพ ความปลอดภัย และความทนทานระดับพรีเมียม ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องการทดสอบ ตรวจสอบ วัดประสิทธิภาพ รับรองคุณภาพ บริการฝึกอบรม และให้ความรู้ นับตั้งแต่ปี 2409 บริษัทยังคงยึดมั่นกับหลักการทำธุรกิจที่ริเริ่มขึ้นเมื่อก่อตั้งองค์กร เพื่อให้การคุ้มครองชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมจากความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี TUV SUD มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี โดยมีตัวแทนกระจายตัวอยู่กว่า 800 จุดทั่วโลก บริษัทมีการดำเนินงานทั่วโลก ร่วมกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆกว่า 22,000 ราย ซึ่งล้วนได้รับการยกย่องเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นแนวหน้าในสายงานของตน และด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญที่เป็นกลาง ประกอบกับข้อมูลเชิงลึก บริษัทจึงสามารถต่อยอดคุณประโยชน์ที่จับต้องได้ให้กับองค์กร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม TUV SUD มีเป้าหมายที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของลูกค้า ผ่านบริการที่ครอบคลุมและสอดคล้องความต้องการทั่วโลก เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และบริหารจัดการความเสี่ยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ www.tuv-sud.com