ANZ จับมือยูเนี่ยนเพย์ประกาศรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ใน 9 ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิคใต้ หนุนพื้นที่บริการบัตรยูเนี่ยนครอบคลุมกว่า 90% เฉพาะในฟิจิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้, จีน–13 พ.ค.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (UnionPay International) ได้จับมือกับ ANZ ประกาศที่ประเทศฟิจิ ว่า บัตรยูเนี่ยนเพย์ที่ขึ้นต้นด้วยเลข 62 เป็นต้นไป สามารถใช้บริการได้ที่ตู้เอทีเอ็มทุกตู้ของธนาคาร ANZ รวมถึง POS ใน 9 ประเทศหมู่เกาะแถบแปซิฟิกใต้ได้แล้ว นับเป็นครั้งแรกที่ชิปการ์ดของยูเนี่ยนเพย์สามารถใช้ในประเทศเหล่านี้ได้ ทั้งนี้ ไช่ เจียนป๋อ ซีอีโอของยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล และซาอุด มินัม ผู้จัดการระดับประเทศของธนาคาร ANZ ในฟิจิได้เข้าร่วมพิธีลงนามครั้งนี้ โดยมีนายไอยาซ ซาเอ็ด ไคยัม รัฐมนตรีกระทรวงคลังและอัยการแห่งฟิจิ นายไฟยาซ ซิดดิค โคยา รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวฟิจิ นางโยลินดา ชาน ผู้แทนการค้าจีนประจำกระทรวงการค้าฟิจิ และนายทรูแมน บรัดเลย์ ประธานการท่องเที่ยวแห่งประเทศฟิจิได้ให้เกียรติเข้าร่วมแสดงความยินดีด้วย

          ANZ เป็นพันธมิตรรายสำคัญของยูเนี่ยนเพย์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค  ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามข้อตกลงให้ความร่วมมือเมื่อเดือนเม.ย. 2557 โดยมีผู้นำรัฐบาลของทั้งสองประเทศเข้าร่วมในพิธีด้วย ANZ จึงได้อนุมัติให้มีการรองรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ตาม POS ต่าง ๆ กว่า 80,000 แห่ง และตามตู้ ATM อีกกว่า 2,000 ตู้ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ANZ ได้ดำเนินการให้ตู้เอทีเอ็ม และผู้ประกอบการต่าง ๆ ในนิวซีแลนด์สามารถรองรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ได้ ในปัจจุบัน ความร่วมมือของทั้ง 2 ฝ่ายได้ขยายขอบเขตไปยัง 9 ประเทศในแปซิฟิคใต้ ซึ่งรวมถึง ฟิจิ ปาปัวนิวกินี วานูอาตู ซามัว ตองกา หมู่เกาะคุก หมู่เกาะโซโลมอน คิริบาตี และติมอร์ตะวันออก

          ความร่วมมือกันครั้งนี้จะทำให้การรองรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ในฟิจิ และปาปัวนิวกินี ขยายวงเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงกว่า 90% และนับเป็นการเปิดตัวบัตรยูเนี่ยนเพย์ครั้งแรกในคิบาตี และหมู่เกาะโซโลมอน นอกจากนี้บรรดาผู้ประกอบการในซามัว หมู่เกาะโซโลมอน และหมู่เกาะคุกจะสามารถรองรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ได้เป็นครั้งแรก นับจากนี้ไป ANZ ก็จะอนุมัติให้ตู้ ATM ของธนาคารในกัมพูชาและเวียดนาม สามารถรองรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ได้เช่นกัน

          ไช่ เจียนป๋อ กล่าวว่า ประเทศในแถบแปซิฟิคใต้เป็นส่วนสำคัญของโครงการเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนลจึงเดินหน้าพัฒนาการรองรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ในภูมิภาค เพื่อส่งมอบบริการการชำระเงินที่สะดวกสบายให้แก่ผู้ถือบัตรยูเนี่ยนเพย์ที่เดินทางมายังแปซิฟิคใต้ ความร่วมมือในครั้งนี้มิได้พัฒนาเพียงการรองรับบัตรและประสบการณ์การใช้บัตรยูเนี่ยนเพย์เท่านั้น แต่ยังวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการออกบัตรที่จะช่วยเพิ่มทางเลือกการชำระเงินให้แก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

          งานประชุม China Pacific Forum ชี้ว่า เกาะฟิจิ เกาะวานูอาตู และเกาะซามัว คือสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในแปซิฟิคใต้ เมื่อปี 2558 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางไปยังเกาะฟิจิถึง 40,000 คน เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบรายปี ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชันแนลจึงได้เพิ่มความร่วมมือกับสถาบันสำคัญๆ เพื่อพัฒนาการรองรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ในภูมิภาคดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่  http://www.unionpayintl.com/

          ที่มา: UnionPay International

MARTINI(R) เปิดตัว “อลิซ เดลลาล” ช่างภาพประจำการแข่งขันฟอร์มูลาวัน 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แฮมิลตัน, เบอร์มิวดา–13 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

MARTINI(R) แบรนด์อิตาลีชื่อดังก้องโลก เจ้าของเวอร์มุทยอดนิยมและสปาร์คลิงไวน์สัญชาติอิตาลีที่ขายดีที่สุด ได้เปิดฤดูกาลแข่งขันฟอร์มูล่าวันอย่างร้อนแรงด้วยการประกาศให้ “อลิซ เดลลาล” นางแบบสาวสุดฮอต เป็นช่างภาพของ MARTINI Race 2016 ในงาน Terrazza MARTINI ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองบาร์เซโลนา เพื่อเฉลิมฉลองการแข่งขันฟอร์มูลาวัน รายการสแปนิช กรังด์ปรีซ์

วิดีโอ: https://vimeo.com/166250895

 MARTINI Alice Dellal / Williams MARTINI Racing drivers Felipe Massa and Valtteri Bottas join Alice Dellal as she's announced the 2016 MARTINI Race Photographer at the Terrazza MARTINI in Barcelona (PRNewsFoto/MARTINI)

Williams MARTINI Racing drivers Felipe Massa and Valtteri Bottas join Alice Dellal as she’s announced the 2016 MARTINI Race Photographer at the Terrazza MARTINI in Barcelona (PRNewsFoto/MARTINI)

(รูปภาพ:  http://photos.prnewswire.com/prnh/20160512/367059 )

 MARTINI Race Photography / To kick off Spanish Grand Prix weekend, Williams MARTINI Racing drivers Felipe Massa and Valtteri Bottas share a laugh with MARTINI Race Photographer Alice Dellal at the Terrazza MARTINI in Barcelona (PRNewsFoto/MARTINI)

To kick off Spanish Grand Prix weekend, Williams MARTINI Racing drivers Felipe Massa and Valtteri Bottas share a laugh with MARTINI Race Photographer Alice Dellal at the Terrazza MARTINI in Barcelona (PRNewsFoto/MARTINI)

(รูปภาพ:  http://photos.prnewswire.com/prnh/20160512/367060 )

เดลลาลได้รับมอบหมายให้เก็บภาพไลฟ์สไตล์ในแบบ MARTINI ทั้งในและนอกสนามแข่งขัน เพื่อที่จะเข้าถึงเอกลักษณ์ รูปแบบ และวัฒนธรรมอันโดดเด่นของแต่ละเมืองที่จัดการแข่งขัน โดยเดลลาลจะได้ร่วมงานกับสองนักซิ่งจากทีม Williams MARTINI Racing อย่าง เฟลิเป มาสซา และ วัลเทรี บอททาสด้วย ภายหลังจากเสร็จสิ้นงานเลี้ยงเปิดตัวในบาร์เซโลนาแล้ว เดลลาจะปรากฏตัวระหว่างการแข่งขันในช่วงสุดสัปดาห์ ณ เมืองมิลาน สิงคโปร์ เม็กซิโกซิตี้ และเซาเปาโล

ในฐานะเป็นซูเปอร์โมเดลและสไตล์ไอคอนลูกครึ่งชาวอังกฤษ-บราซิล เดลลาลมักปรากฏตัวบนหน้านิตยสารชั้นนำทั่วโลก แถมยังมีดีกรีเป็นถึงแบรนด์แอมบาสเดอร์ของชาแนลอีกด้วย สำหรับทักษะและความหลงใหลในการถ่ายภาพนั้นเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการที่เธอได้ร่วมงานกับช่างภาพชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลก

ไม่ใช่แค่เจ๋งเท่านั้นนะ แต่มันน่าตื่นเต้นจริง ๆ ที่ได้เป็นตัวแทนของ MARTINI ในการถ่ายทอดสไตล์และวัฒนธรรมของเมืองต่าง ๆ ซึ่งเป็นฉากหลังของการจัดการแข่งขันกีฬาสุดเร้าใจอย่างฟอร์มูล่าวัน” เดลลาลเผย “ภาพถ่ายมีพลังในการนำพาผู้ชมไปรู้จักกับกีฬาแข่งรถอันน่าทึ่ง รวมถึงแบรนด์เครื่องดื่มยอดนิยมระดับโลกสัญชาติอิตาลี และฉันก็ตั้งตารอที่จะพรรณาสิ่งเหล่านี้ผ่านทางภาพถ่ายของตัวเอง”

มารินา พอร์ท เวลล์ ท่าเรือริมน้ำอันหรูหราแห่งกรุงบาร์เซโลน่า จะถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นลานจัดงานปาร์ตี้ Terrazza MARTINI รองรับแขกวีไอพีกว่า 500 ราย อาทิ อลิซ เดลลาล, เฟลิเป มาสซา และ วัลเทรี บอททาส นักซิ่งจากทีม Williams MARTINI Racing, แคลร์ วิลเลียมส์ รองผู้จัดการทีมและผู้อำนวยการฝ่ายขาย, เจมี่ โอลิเวอร์ เชฟมือทอง และดาราสาวชาวสเปน อีวา กอนซาเลส ซึ่งจะมาร่วมงานเลี้ยงเปิดตัวการแข่งขันดังกล่าวในวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม 2559

งาน Terrazza MARTINI ณ มารินา พอร์ท เวลล์ จะเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าได้ระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2559 โดยไม่เสียค่าผ่านประตู แขกทุกคนจะได้สนุกไปกับการแสดงดนตรีจาก Primavera Sound รวมถึงเพลิดเพลินไปกับ aperitivo เครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยสไตล์โมเดิร์นชั้นยอดที่รังสรรค์โดยฝีมือเชฟชื่อดังระดับโลกอย่าง อัลเบิร์ต อาเดรีย พร้อมลูกมือจากโรงแรม La Cala
รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับบรรณาธิการ:

MARTINI IN FORMULA ONE

สายสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างแบรนด์ MARTINI กับกีฬามอเตอร์สปอร์ต รวมทั้งประวัติอันโชกโชนในการสนับสนุนและเข้าร่วมการแข่งขันทั่วโลก เริ่มต้นขึ้นในปี2511 ด้วยการให้กำเนิดทีม MARTINI Racing(TM) ความมุ่งมั่นและกล้าหาญนี้เองที่ผลักดันให้ MARTINI กลายเป็นผู้สนับสนุนทีมรถแข่งรายแรก ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงมอเตอร์สปอร์ต

MARTINI Racing พัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงทศวรรษ 1970 และในช่วงนี้เองที่แถบสีแดงฟ้าอันโดดเด่นของ MARTINI Racing ได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อสะท้อนถึงสไตล์และความเร็วของทีม แถบของ MARTINI ปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่องในยุครุ่งเรืองของ MARTINI Racing ระหว่างปี 2514 และ 2539 

ในปี 2515 MARTINI ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันฟอร์มูล่าวันเป็นครั้งแรก โดยเป็นพันธมิตรกับ Tecno(TM) เป็นเวลา 1 ปี แล้วกลับมาอีกครั้งในปี 2518 กับบทบาทผู้สนับสนุนทีม Brabham(TM) ต่อเนื่องนาน 3 ปี จากนั้นในช่วงปี 2549-2551 MARTINI เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของทีม Scuderia Ferrari(TM) ซึ่งเป็นทีมที่ทรงเกียรติและประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ FIA Formula One World Championship(TM)

สำหรับการกลับมาปรากฏตัวในแวดวงฟอร์มูล่าวันในปี 2557 ยุคใหม่ของ MARTINI จะอบอวลไปด้วย “ความสนุกแห่งการใช้ชีวิต” ที่แบรนด์นำมาสู่การแข่งขัน

เกี่ยวกับ MARTINI

MARTINI(R) แบรนด์ที่โด่งดังที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก มีชื่อเสียงในด้านการทำไวน์อิตาลี และเป็นผู้สร้างสรรค์สปาร์คกลิ้งไวน์คุณภาพเยี่ยมกลิ่นหอมหวนชวนลิ้มลอง โดยรสชาติหวานอมขมกระตุ้นอารมณ์ของ MARTINI เป็นผลพวงของสูตรลับที่ผสมผสานพืชสมุนไพรกว่า 40 ชนิดที่คัดสรรมาจากสถานที่ต่างๆทั่วโลก เครื่องดื่มในตระกูล MARTINI ประกอบด้วย MARTINI Bianco, MARTINI Rosato, MARTINI Rosso, MARTINI Extra Dry, MARTINI Asti, MARTINI Moscato d’Asti, MARTINI Prosecco, MARTINI Rose, MARTINI Brut และ MARTINI Royale สำหรับแบรนด์ MARTINI นั้น ถือกำเนิดขึ้นในปี 2406 ที่เมืองตูริน ประเทศอิตาลี และเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Bacardi Limited ที่มีสำนักงานใหญ่ในเมืองแฮมิลตัน ประเทศเบอร์มิวดา ซึ่งเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำในตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ Bacardi Limited หมายถึงบริษัทต่างๆในเครือ Bacardi ซึ่งรวมถึง Bacardi International Limited

จงมีความรับผิดชอบ “ดื่มไม่ขับ”

MARTINI, MARTINI Racing, แถบโลโก้และวงกลม รวมถึงแถบลายรถแข่ง MARTINI Racing เป็นเครื่องหมายการค้า
รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.martini.com และ http://www.williamsmartiniracing.com

ที่มา: MARTINI

หัวเว่ย สนับสนุนผู้ให้บริการโทรคมนาคมคว้าอนาคตแห่งยุคดิจิตอล ด้วยการพลิกโฉมธุรกิจและพัฒนาระบบนิเวศที่เปิดกว้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นีซ, ฝรั่งเศส 13 พ.ค. พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– หัวเว่ย เป็นเจ้าภาพจัดการเสวนา “Building Up Digital Operations and Ecosystem” Breakfast Briefing ที่งาน TM Forum Live! 2016 เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและความร่วมมือที่เปิดกว้าง

ที่งาน TM Forum Live! 2016 หัวเว่ย ได้เป็นเจ้าภาพจัดการเสวนา “Building Up Digital Operations and Ecosystem” Breakfast Briefing with TM Forum ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของเหล่าผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม นักวิเคราะห์ และตัวแทนจากบริษัทที่ปรึกษา บริษัทโทรคมนาคม และผู้จำหน่าย มากกว่า 40 ราย ในรูปแบบการอภิปรายโต๊ะกลม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกที่มีค่าและหลักปฏิบัติที่เป็นเลิศเกี่ยวกับการพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอล การพัฒนาระบบนิเวศแบบเปิด และการรับประกันศักยภาพการแข่งขันของผู้ให้บริการโทรคมนาคมในยุคดิจิตอล

เหล่าผู้นำอุตสาหกรรมที่งานเสวนาครั้งนี้เห็นพ้องกับข้อเสนอของหัวเว่ยที่ว่า ประสบการณ์ผู้ใช้ในรูปแบบ ROADS นั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญของการการพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอล ในขณะเดียวกันการดำเนินธุรกิจแบบดิจิตอล และระบบนิเวศธุรกิจดิจิตอลมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านนี้เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมการเสวนายังเห็นตรงกันว่า เป้าหมายของการดำเนินธุรกิจแบบดิจิตอลคือการสร้างแบบแผนธุรกิจใหม่ๆ ตลอดจนจัดหาบริการได้อย่างรวดเร็ว และผลักดันให้เกิดการทดสอบการใช้งาน ด้วยวงรอบการทำงานแบบอไจล์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกัน ระบบนิเวศทางธุรกิจเองต้องสนับสนุนหุ้นส่วนธุรกิจให้สามารถส่งเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกัน และยกระดับการดำเนินธุรกิจแบบดิจิตอล เพื่อนำเสนอโซลูชั่นและบริการแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียวซึ่งทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน

ภายในการเสวนาครั้งนี้ ผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นแนวหน้าได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ แผนโร้ดแมป ความท้าทาย และประสบการณ์เกี่ยวกับการพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอล โดย Pascal Viginier ซีไอโอและสมาชิกคณะกรรมการบริหารของ France Telecom (FT) ได้อธิบายถึงกลยุทธ์ “Digital Enterprise” และมาตรการสำคัญๆของ FT ทางด้าน Cristina Alvarez ซีไอโอของ Telefonica เผยความคืบหน้าและประสบการณ์ที่ได้รับจากการดำเนินกลยุทธ์ “Digital Telecom” ขณะที่ Jenny Huangหัวหน้าสถาปนิกจาก AT&T เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีการพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอลด้วย Domain 2.0 และ ECOMP (Enhanced Control, Orchestration, Management and Policy) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจดิจิตอลที่ล้ำสมัย ด้าน Lester Thomas สถาปนิกระบบจาก Vodafone ได้แบ่งปันกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจแบบดิจิตอลและสถาปัตยกรรมของบริษัท และ Christian Kelly ที่ปรึกษาอาวุโสจาก Accenture สนทนาเกี่ยวกับการพัฒนาและนวัตกรรมบริการคลาวด์

หัวเว่ยได้ดำเนินแผนริเริ่มต่างๆในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนิเวศธุรกิจแบบดิจิตอล เช่น การกำหนดสมรรถนะและเปิดห้องปฏิบัติการทั่วโลก เพื่อผลักดันการพัฒนาขีดความสามารถของระบบที่มีผู้ขายหลายราย การจัดตั้ง Open ROADS Community ให้เป็นศูนย์บ่มเพาะเพื่อแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านไอซีทีทั่วโลก และการร่วมลงทุนในโครงการ Open-O กับเหล่าหุ้นส่วนเพื่อจัดระเบียบบริการจากผู้ขายหลายราย นอกจากนี้หัวเว่ยยังได้ร่วมมือกับ Light Reading บริษัทด้านสื่อเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดในโลกในการจัดตั้งชุมชนออนไลน์ “Telco Transformation” ซึ่งเน้นย้ำให้เห็นถึงความเป็นผู้นำทางความคิดและความมุ่งมั่นของหัวเว่ยในการช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถพลิกโฉมและก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจแบบดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้หัวเว่ยยังได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับสมาคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง เช่น TM Forum, The Open Group, OPNFV และ Linux Foundation เพื่อส่งเสริมความร่วมมือแบบเปิดและสร้างเครือข่ายพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรม โดยในอีก 3 ปีข้างหน้า หัวเว่ยจะลงทุนมากกว่า 350 ล้านดอลลลาร์สหรัฐ เพื่อยกระดับการออกแบบและวางระบบ พัฒนาขีดความสามารถในการให้บริการ รวมทั้งจะเพิ่มจำนวนที่ปรึกษาเป็น 600 คน และขยายทีมบริการเป็นกว่า 4,000 คน

Dr. Don Sun หัวหน้าสถาปนิกด้าน Digital Transformation ของหัวเว่ยกล่าวว่า “หัวเว่ยเห็นถึงความสำคัญของการพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอลและระบบนิเวศในภาคอุตสาหกรรม เราจึงได้ลงทุนทรัพยากรไปเป็นจำนวนมหาศาล พร้อมเดินหน้างานวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดของเหล่าผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอลก็คือ การพัฒนาขีดความสามารถแบบอไจล์ให้พร้อม เพื่อมอบประสบการณ์ผู้ใช้ในรูปแบบ ROADSได้ในทุกที่ทุกเวลา”

Sean Liu ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการสร้างแบรนด์ของ Huawei Carrier Business Group ซึ่งขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ที่งาน IT Transformation Track of TM Forum Live!ได้แสดงความเห็นว่า “แม้อุตสาหกรรมไอซีทีมีความตื่นตัวในการพัฒนากรอบการทำงานเพื่อการพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอล แต่เราคิดว่าแค่กรอบการทำงานยังไม่พอ เราภูมิใจที่หัวเว่ยเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมที่นำเสนอโซลูชั่นแพลตฟอร์มในชื่อ Huawei Telco OS ซึ่งสามารถให้การสนับสนุนด้านกลยุทธ์ในระยะยาวแก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อเร่งสร้างประสบการณ์ดิจิตอลแบบ ROAD แก่ผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจแบบดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ

Nik Willetts ผู้ช่วยซีอีโอของ TM Forum กล่าวว่า การพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอลไม่เพียงแต่เป็นกระแสเด่นในแวดวงอุตสาหกรรมไอซีทีเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่ทุกอุตสาหกรรมที่ต้องการจะแข่งขันในโลกดิจิตอล การที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมเปลี่ยนแปลงระบบการดำเนินธุรกิจและการให้บริการลูกค้าไปเป็นระบบดิจิตอลนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยืนยันประสิทธิภาพที่ดีในการปฏิบัติงาน เช่นเดียวกับการเติบโตของรายได้จากยอดขาย ขณะที่สิ่งที่สำคัญพอกันก็คือ การสร้างระบบนิเวศแบบดิจิตอลที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ทั้งหมด ซึ่งถ้าหากไม่มีระบบนิเวศนี้ การพลิกโฉมธุรกิจสู่ดิจิตอลก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และองค์กรอุตสาหกรรมต่างๆ จึงจำเป็นที่จะต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างระบบนิเวศดังกล่าวขึ้น

การเสวนาครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี โดยสะท้อนให้เห็นว่าผู้นำอุตสาหกรรมต่างมองเห็นถึงความสำคัญของการพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอล และการสร้างระบบนิเวศธุรกิจแบบดิจิตอลนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น สำหรับในอนาคต ระบบนิเวศธุรกิจแบบดิจิตอลที่กำลังเฟื่องฟูนี้จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการพลิกโฉมธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งยังจะมีส่วนช่วยเติมความสมบูรณ์ของชีวิตให้กับผู้คนทั่วโลกอีกด้วย

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ชั้นนำระดับโลก เรามีจุดมุ่งหมายในการสร้างโลกที่เชื่อมต่อกันได้ดีขึ้น ด้วยการรับบทเป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ผู้ผลักดันนวัตกรรมในสังคมสารสนเทศ และผู้มีส่วนช่วยเหลืออุตสาหกรรม ด้วยแรงผลักดันจากนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าและพันธมิตรแบบเปิดกว้าง หัวเว่ยได้สร้างสรรค์โซลูชันไอซีทีแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ที่ช่วยให้ลูกค้ามีความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมแลเครือข่ายระดับองค์กร อุปกรณ์ และคลาวด์คอมพิวติ้ง พนักงาน 170,000 คนทั่วโลกของหัวเว่ยมีพันธกิจในการสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม บริษัทและผู้บริโภค โซลูชั่น ผลิตภัณฑ์และบริการด้านไอซีทีของเราถูกนำไปใช้ในกว่า 170 ประเทศและภูมิภาค เพื่อให้บริการแก่ประชากรมากกว่าหนึ่งในสามของโลก ทั้งนี้ หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่พนักงานเป็นเจ้าของร่วมกัน

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.huawei.com หรือติดตามเราได้ทาง

http://www.linkedin.com/company/Huawei

http://www.twitter.com/Huawei

http://www.facebook.com/Huawei

http://www.google.com/+Huawei

http://www.youtube.com/Huawei

ติดต่อ:

Karen Yang

+86-139-2523-8817

karen.yang@huawei.com

Didi Chuxing ประกาศความคืบหน้าการระดมทุนครั้งล่าสุด เผยชื่อแอปเปิ้ลร่วมลงทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–13 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ตีตี ชูสิง (Didi Chuxing) ได้รับเงินลงทุนเชิงกลยุทธ์จากแอปเปิ้ลมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

          ตีตี ชูสิง (Didi Chuxing) (ตีตี หรือ บริษัท) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคมนาคมผ่านระบบมือถือแบบวันสต็อป ( One-stop) ชั้นนำของโลก ประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญในการระดมทุนครั้งล่าสุดนี้  โดยมีบริษัทแอปเปิ้ลเป็นหนึ่งในบรรดาสถาบันอันทรงเกียรติทั้งจากจีนและนานาชาติ  แอปเปิ้ลได้ลงทุนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อลงทุนกับตีตี  ซึ่งเงินทุนดังกล่าวเป็นเงินทุนก้อนมหาศาลที่สุดเท่าที่บริษัทตีตีเคยได้รับ

 

Caption: ข้อมูลของ ตีตี ชูสิง

          – รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160513/8521603099

          การลงทุนครั้งนี้ แอปเปิ้ลได้เข้ามาเป็นผู้ลงทุนเชิงกลยุทธ์ของบริษัท ตีตี และได้จับมือกับบริษัท เทนเซนต์ (Tencent ) อาลีบาบา และผู้สนับสนุนรายอื่น ๆ ในการช่วยสานภารกิจของตีตี ซึ่งมุ่งสร้างแพลตฟอร์มแบ่งปันเส้นทางการเดินทางโดยใช้ฐานข้อมูลเป็นหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารชาวจีนจำนวนหลายร้อยล้านคน

          เฉิง เว่ย ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของตีตี กล่าวว่า “การได้รับเงินอัดฉีดจากแอปเปิ้ลถือเป็นแรงผลักดันและแรงบันดาลใจให้แก่บริษัทเราซึ่งมีอายุเพียง 4 ปี บริษัทตีตีจะทำงานอย่างมุ่งมั่นร่วมกับพนักงานขับรถ ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ และหุ้นส่วนรายอื่น ๆ ที่มีอยู่ทั่วโลก เพื่อสร้างช่องทางการคมนาคมที่มีความยืดหยุ่นและเชื่อถือได้ และช่วยแก้ปัญหาด้านการจราจร สิ่งแวดล้อม และการว่างงานให้กับเมืองต่างๆ”

          ตีตีได้แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากชุมชนผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการ iOS ในจีน” ทิม คุก ซีอีโอของบริษัทแอปเปิ้ลกล่าวว่า “เรารู้สึกประทับใจกับธุรกิจที่พวกเขาสร้างขึ้นและทีมงานอันยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง และเราก็รอคอยที่จะให้การสนับสนุนให้พวกเขาเติบโตขึ้น”

          ด้วยความสามารถในการเสาะหาและวิเคราะห์ข้อมูล ปัจจุบัน ตีตีจึงสามารถให้บริการรับ-ส่งได้ถึง 11 ล้านเที่ยวต่อวันผ่านแพลตฟอร์มของบริษัท โดยได้ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการตามเมืองต่าง ๆ ในจีนกว่า 400 เมืองหรือคิดเป็นผู้โดยสารกว่า 3,000 ล้านคน ซึ่งลูกค้าต่างมีตัวเลือกในการใช้บริการขนส่งที่หลากหลายผ่านการใช้โทรศัพท์มือถือ  ตีตีทำงานร่วมกับเจ้าของรถและผู้ขับรถชาวจีนกว่า 14 ล้านคน โดยได้ส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจเรียกบริการรถส่วนบุคคลถึง 87% และได้ส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ถึงกว่า 99% [1]

          [1] อ้างอิงข้อมูลจากรายงาน “Focus Report on Private-Car Hailing in China 2015″ ของศูนย์ข้อมูลเครือข่ายแห่งชาติจีน

          สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ ตีตี ชูสิง

          จีนแผ่นดินใหญ่

          Brunswick Group

          Didichuxing@brunswickgroup.com

          โทร. +86 (10) 5960 8600

          ฮ่องกง

          Brunswick Group

          Didichuxing@brunswickgroup.com

          โทร. +852 3512 5000

          สหรัฐฯ

          Sard Verbinnen & Co

          Didichuxing@sardverb.com

          โทร. +1 415 618 8750

Biosensors บรรลุข้อตกลงเชิงกลยุทธ์กับ Cardinal Health

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–13 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Biosensors International Group, Ltd. ผู้พัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์อันทันสมัย ประกาศว่า ทางบริษัทได้บรรลุข้อตกลงเชิงกลยุทธ์ว่าด้วยการจัดจำหน่ายร่วมกับ Cardinal Health

ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ Biosensors สามารถขยายความครอบคลุมและเจาะตลาดได้มากขึ้น สำหรับการจัดจำหน่ายไลน์ผลิตภัณฑ์ขดลวดขยายหลอดเลือดที่มีส่วนประกอบของยา (DES) ได้แก่ ขดลวดเคลือบยา (DCS) ปลอดสารโพลีเมอร์อย่าง BioFreedom(TM) ซึ่งได้รับการพิสูจน์ทางคลินิกแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเกิดภาวะเลือดออกสูง (HBR) ไปจนถึง BioMatrix NeoFlex(TM) ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในตลาด และนวัตกรรมที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้อย่าง BioMatrix Alpha(TM) ซึ่งเป็น DES ที่ทำจากโคบอลต์โครเมียมซึ่งเคลือบสารสลายตัวเองและยา BA-9 Biolimus(TM) ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท รวมถึง Chroma(TM) ซึ่งเป็นขดลวดโคบอลต์โครเมียมชนิดไม่เคลือบยา (BMS)

ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ Cordis ซึ่งเป็นธุรกิจอุปกรณ์ร่วมรักษาทางหลอดเลือดของ Cardinal Health ได้รับสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตระกูล DESของ Biosensors ในหลายประเทศทั่วยุโรป รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ จากนั้น Biosensors และ Cardinal Health จะผนึกกำลังกันเพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในภูมิภาคอื่นๆต่อไป

ข้อตกลงระหว่าง Biosensors กับ Cardinal Health นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญตามกลยุทธ์การเจาะตลาด ขยายตลาด และเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์” Jose (Pepe) Calle ซีอีโอกลุ่มบริษัท Biosensors กล่าว เมื่อผนึกกำลังกัน เราจะมีศักยภาพมากขึ้นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือผลิตภัณฑ์ BioFreedom(TM) นอกจากนั้นยังได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่เมื่อผลิตภัณฑ์ของ Biosensors และ Cordis เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้นในหลายๆภูมิภาค

เมื่อปีที่แล้ว Biosensors ได้เปิดเผยผลลัพธ์อันน่าตื่นตาตื่นใจจากโครงการ LEADERS FREE ซึ่งเป็นการทดลองเชิงคลินิกแบบสุ่มและอำพรางสองฝ่าย (double-blind) ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโลก ซึ่งช่วยพิสูจน์ถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ BioFreedom(TM) ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ทางวารสาร New England Journal of Medicine ในฐานะการทดลองทางคลินิกแบบสุ่ม อำพรางสองฝ่าย และไปข้างหน้า (prospective) โครงการแรกของโลกที่เน้นกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเกิดภาวะเลือดออกสูง โดยแสดงให้เห็นถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพอันเหนือชั้นของ BioFreedom(TM) เมื่อเทียบกับ BMS ชนิดไม่เคลือบยา ในการรักษาผู้ป่วยที่สามารถทนต่อยาต้านเกล็ดเลือด 2 ชนิดควบคู่กัน (DAPT) ได้เพียง 1 เดือน ทั้งนี้ โครงการ LEADERS FREE มีผู้ป่วยเข้าร่วมการทดลองทั้งสิ้น 2,466 ราย ในศูนย์วิจัย 68 แห่งใน 20 ประเทศทั่วยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย และแคนาดา โดยใช้ DAPT น้อยที่สุดเท่าที่เคยมีการใช้ร่วมกับขดลวด

ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งกับโอกาสที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้” Mr. Calle กล่าว ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย สายสัมพันธ์อันเหนียวแน่นกับเหล่าแพทย์และผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ รวมถึงความสัมพันธ์อันดีกับแวดวงบริการสุขภาพทั่วโลก ผมจึงมั่นใจว่า Biosensors จะเดินหน้าสู่ตำแหน่งผู้นำในแวดวงการรักษาโรคหัวใจร่วมหลอดเลือดระดับโลก

ติดต่อ

David Chin

โทร. (65) 6213 5777

อีเมล: ir@biosensors.com

เกี่ยวกับ Biosensors International Group, Ltd.

Biosensors International Group, Ltd. คือผู้พัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์อันทันสมัย โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ผ่านการคิดค้นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทำลายขีดจำกัดเดิมๆในการสร้างสรรค์นวัตกรรม Biosensors เป็นบริษัทเอกชนที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2533

ปัจจุบัน บริษัทมี 3 ธุรกิจหลัก (BU) ได้แก่ Cardiovascular BU ที่ประกอบด้วย BioMatrix(TM) ไลน์ผลิตภัณฑ์ขดลวดขยายหลอดเลือดที่มีส่วนประกอบของยา รวมถึงเทคโนโลยีขดลวดอื่นๆ เช่น BA9 เป็นต้น ขณะที่ธุรกิจ Cardiac Diagnostic BU ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ตระกูล Spectrum Dynamics อันเป็นโซลูชั่นเชิงคลินิกและโซลูชั่นการแสดงภาพทางการแพทย์ขั้นสูง เพื่อช่วยให้แพทย์โรคหัวใจสามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด และสุดท้ายคือธุรกิจCritical Care Products BU

เครือบริษัท Biosensors มีการดำเนินงานทั่วโลก โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.biosensors.com

Risen ส่งมอบโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 22 MWp ให้กับสาธารณรัฐเบลารุส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

หนิงโป, จีน–13 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Risen Energy Co., Ltd ผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงระดับเทียร์ 1 และผู้ให้บริการโซลูชั่นธุรกิจการผลิตไฟฟ้าครบวงจร ประกาศส่งมอบโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 22 MWp ให้กับสาธารณรัฐเบลารุส

          เหตุการณ์ที่สำคัญนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งมอบงานให้กับบริษัท LSG Group ซึ่งเป็นผู้ออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก รวมถึงภูมิภาคอื่น ๆ ด้วยหลักการ “สนองความต้องการของลูกค้า” มาตั้งแต่ปี 2543 LSG ได้รวบรวมข้อมูลอันมีมูลค่าจำนวนมากมายมหาศาลเกี่ยวกับงานที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถโฟกัสไปยังข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อประเมินวัฏจักรชีวิตในโอกาสต่าง ๆ ได้ นอกจากจะเป็นเกียรติแก่Risen ที่ได้รับเลือกในโครงการดังกล่าวแล้ว ยังถือเป็นการขยายธุรกิจเข้าไปยังประเทศเบลารุสด้วย

          คาร์ล กอธ กรรมการผู้จัดการของ LSG กล่าวว่า “ความน่าเชื่อถือของเราเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่เป็นนามธรรมอันสำคัญที่สุด โอกาสมา กำไรมี คู่แข่งกำลังไล่บี้ และก็อย่างที่คุณสามารถจินตนาการได้ว่าเราปกป้องความเชื่อมั่นดังกล่าวด้วยศรัทธาอันแรงกล้า เมื่อต้องเลือกซัพพลายเออร์ เราสำรวจลึกเข้าไปยังความรู้ของพวกเขาและของเราเอง และจะเดินหน้าต่อเมื่อเห็นว่ามีสมรรถนะที่สอดคล้องกัน รวมถึงความสามารถในการเพิ่มศักยภาพให้กับบริการของเราเท่านั้น สำหรับ Risenเราได้ค้นพบผู้จัดหาโซลูชั่นซึ่งทุ่มเทที่จะสามารถสร้างผลกำไรให้แก่ต้นทุนทั้งหมดที่ต้องจ่ายเพื่อครอบครองระบบเซลล์แสงอาทิตย์ รวมถึงมีความสอดคล้องการเติบโตเชิงกลยุทธ์ของเราอย่างสมบูรณ์แบบ”

          ไบพินา เวียร์ราจู ชอดารี CSMO ของ Risen Energy กล่าวว่า “เป็นอีกหนึ่งวันกับอีกหนึ่งประเทศ ทว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือ ลูกค้าที่มีความน่าเชื่อถือซึ่งประเมินบริการด้านเทคโนโลยีทางการค้าของ Risen แบบเจาะลึก อีกทั้งยังพบว่าสูตรลับของเราสามารถช่วยเพิ่มดัชนีความพึงพอใจให้กับลูกค้าของบริษัทได้ ไปจนถึงการทำกำไรในตลาดใหม่ๆด้วย เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับมอบทั้งโอกาสและเกียรติภูมิอันล้นพ้นเพื่อแก้ไข และนำเสนอการวิเคราะห์ที่สำคัญนี้”

          โอกาสที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งผลักดันให้ Risen มอบบริการโซลูชั่นทางธุรกิจที่เหมาะสมเพื่อรองรับเงื่อนไขเฉพาะที่เกิดขึ้นในธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่องอยู่ได้เสมอ ย้อนกลับมาที่ Risen กันบ้าง “เมื่อมองอย่างผิวเผิน ผู้ซื้อหลายรายเชื่อว่าแผงโซลาร์เซลล์ใดๆ ก็สามารถตอบโจทย์ผลลัพธ์ของโครงการได้ตามที่คาดหวังทั้งนั้น ทว่าจากประสบการณ์ที่เราได้สัมผัสกับลูกค้าที่มีความรอบรู้มามากมาย ทำให้เชื่อได้ว่าวิธีดังกล่าวจะทำให้เราพลาดโอกาสที่แท้จริง จากการขุดคุ้ยข้อมูลเชิงลึกพบว่ามีประโยชน์นานาประการให้ค้นหา”      

          เกี่ยวกับ Risen

          Risen Energy เป็นผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงและผู้ให้บริการโซลูชั่นธุรกิจการผลิตไฟฟ้าครบวงจรระดับโลก ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับเทียร์ 1 และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ AAA บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2545 ก่อนที่จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2553 และสร้างมูลค่าให้แก่ลูกค้าทั่วโลก นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อการพาณิชย์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพได้ทำให้โซลูชั่นเซลล์แสงอาทิตย์ของบริษัททรงพลังและคุ้มค่าที่สุดในอุตสาหกรรม บริษัทมีรากฐานทางธุรกิจที่มั่นคงในภูมิภาคและมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง เราจึงสามารถสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเหล่าพันธมิตรเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย และสามารถคว้าประโยชน์สูงสุดจากพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่กำลังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

บริษัทถ่านหินยักษ์ใหญ่ของจีนอัพเกรดโรงงานครั้งใหญ่ ตั้งเป้าลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง, จีน–12 พ.ค.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          เฉินหัว กรุ๊ป ผู้ผลิตถ่านหินรายใหญ่ที่สุดของจีนได้เสร็จสิ้นการยกระดับโรงไฟฟ้าถ่านหินของบริษัทในปักกิ่ง เทียนจิน และหูเป่ย ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้เป็นอย่างมาก

          การอัพเกรดโรงงานของเฉินหัวครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของจีนในการเดินหน้าเพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะควบคุมปริมาณฝุ่นจากโรงไฟฟ้า 22 แห่งของบริษัทในภูมิภาคดังกล่าวไม่ให้เกิน 10 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ไม่เกิน 35 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

          สำหรับมาตรฐานการควบคุมมลพิษในปัจจุบันของจีนนั้นกำหนดให้ปล่อยฝุ่นได้ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และไนโตรเจนออกไซด์ไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

          แถลงการณ์ของบริษัทซึ่งเผยแพร่ในวันอังคารที่ผ่านมายังระบุด้วยว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะทำให้ปริมาณฝุ่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์ ที่ปล่อยออกจากโรงงานของเฉินหัวในปักกิ่ง เทียนจิน และหูเป่ย ลดลงถึง 84%, 71% และ 83% ต่อปีตามลำดับ

          เฉินหัวใช้เวลา 3 ปีในการยกระดับโรงไฟฟ้า ด้วยงบประมาณ 2.35 พันล้านหยวน (360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งคิดเป็นต้นทุนค่าไฟฟ้า 0.01 หยวนต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kwh)

          เฉินหัวยังได้วางแผนที่จะอัพเกรดโรงงานทั่วประเทศจีน เพื่อให้โรงงานทุกแห่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับต่ำเช่นเดียวกันภายในปี 2563 ซึ่งจะทำให้ปริมาณคาร์บอนจากการผลิตไฟฟ้าลดลงเหลือ 835 กรัมต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง

          หวัง ชู่หมิน รองประธานบริษัทเฉินหัว กล่าวว่า “เนื่องจากอุปกรณ์ต่างๆจะถูกผลิตในจีนมากขึ้น จึงอาจทำให้ค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดโรงงานลดลงในปีต่อๆไป และทำให้พลังงานไฟฟ้าจากถ่านหินยังคงเป็นทางเลือกที่ประหยัดสำหรับจีน”

          ความเคลื่อนไหวของเฉินหัวในการใช้ถ่านหินสะอาดนั้นมีขึ้นในช่วงเวลาที่จีนกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อม ขณะที่ประชากรผู้มีฐานะซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่างเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มความพยายามในการทำให้อากาศและน้ำกลับมาสะอาดอีกครั้ง

          ถึงแม้ว่าจีนได้ตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด (non-fossil energy) ในการใช้พลังงานขั้นต้น เป็น 20% ภายในปี 2573 แต่พลังงานในสัดส่วนที่เหลือยังคงจะต้องมาจากถ่านหิน น้ำมันและก๊าซ    

          ทั้งนี้ เพื่อให้การใช้ถ่านหินซึ่งเป็นทรัพยากรที่จีนมีอยู่มากมายนั้น สอดคล้องไปด้วยกันได้กับการใช้พลังงานหมุนเวียนที่จะเพิ่มมากขึ้น การยอมรับและนำเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดมาใช้จึงถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญในปัจจุบัน

          “การปฏิวัติอุตสาหกรรมถ่านหินเป็นสิ่งจำเป็น และเทคโนโลยีที่ช่วยควบคุมการปล่อยมลพิษอาจเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ” เซี่ย เค้อชาง สมาชิกสภาวิศวกรรมศาสตร์แห่งชาติจีน กล่าว

          ที่มา: Shenhua Group

Marriott Rewards อัพเดทสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกเมื่อจองห้องพักกับทางโรงแรมโดยตรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–12 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          สมาชิก Marriott Rewards จะได้รับอัตราค่าห้องพักพิเศษสุด พร้อมรับคะแนนสะสมและบริการ Wi-Fi ฟรีเมื่อเข้าพักโรงแรมในเครือ Marriott ทั่วโลก

          Marriott ขอเสนอMarriott Rewards Member Ratesอัตราค่าห้องพักสุดพิเศษสำหรับสมาชิก Marriott Rewards ที่จองห้องพักกับทางโรงแรมโดยตรงผ่านทางเว็บไซต์  Marriott.com แอปพลิเคชันมือถือ คอลล์เซ็นเตอร์ หรือบริษัทท่องเที่ยวที่ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี โดยเปิดให้สมาชิกรับสิทธิพิเศษได้แล้ววันนี้ และนอกเหนือจาก Marriott Rewards Member Rates แล้ว ทางโรงแรมยังมีสิทธิพิเศษอีกมากมายที่มอบให้เฉพาะสมาชิกที่จองห้องพักกับทางโรงแรมโดยตรง อาทิ คะแนนสะสม บริการเช็คอินและเช็คเอาท์ผ่านมือถือ รวมถึงบริการ Wi-Fi ฟรีตามโรงแรมในเครือ ไม่ว่าจะเป็น The Ritz-Carlton, JW Marriott, Renaissance Hotels, Marriott Hotels, Courtyard by Marriott และอีกมากมาย รวมกันกว่า 4,200 แห่งทั่วโลก

          “ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วเอเชียและทั่วโลกกันมากขึ้น ลูกค้ากลุ่มนี้มีความละเอียดรอบคอบในเรื่องค่าใช้จ่ายและประสบการณ์ที่จะได้รับ เราจึงนำเสนอสิทธิพิเศษให้แก่สมาชิก Marriott Rewards ที่จองห้องพักผ่านช่องทางของเราโดยตรง ทั้งอัตราค่าห้องพักสุดพิเศษและบริการเสริมเพื่อเติมเต็มประสบการณ์อันไม่รู้ลืม ซึ่งจะทำให้การเดินทางนั้นคุ้มค่าและไร้ที่ติ” Peggy Fang Roe ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาดประจำเอเชียแปซิฟิก กล่าว

          Marriott Rewards Member Rates ซึ่งนำเสนอค่าห้องพักอัตราพิเศษสำหรับสมาชิก และสามารถใช้ได้ในหลายโรงแรมเพียงมีบัญชี Marriott Rewards ที่สมัครได้ฟรีนั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการจองห้องพักโดยตรงคุ้มค่าแค่ไหน และถือเป็นสิทธิพิเศษล่าสุดที่ Marriott Rewards ได้มอบให้กับสมาชิก เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่มีให้กันมานาน สำหรับสิทธิพิเศษต่างๆที่สมาชิกจะได้รับนั้นประกอบด้วย

         รับประกันราคาที่ดีที่สุด :สมาชิกทุกท่านจะได้รับสิทธิพิเศษตามนโยบาย รับประกันราคาที่ดีที่สุด ของบริษัท หากท่านพบห้องพักราคาดีกว่าภายในเวลา 24 ชั่วโมงหลังทำการจองห้องพักโดยตรง ทางเรายินดีมอบห้องพักในราคาเท่ากันพร้อมส่วนลดเพิ่มอีก 25%

         บริการเช็คอินและเช็คเอาท์ผ่านมือถือ :เมื่อสมาชิกจองห้องพักผ่านช่องทางต่างๆของ Marriott แล้ว สามารถใช้แอป Marriott Mobile เพื่อเช็คอินและเช็คเอาท์ได้เพียงปลายนิ้ว โดยสมาชิกสามารถเช็คอิน เลือกเวลาเข้าพัก รับการแจ้งเตือนเมื่อห้องพร้อมให้เข้าพัก เช็คเอาท์ผ่านมือถือ รวมถึงติดต่อกับพนักงานของ Marriott ผ่านทาง Mobile Requests ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการเข้าพัก

         บริการ Wi-Fi ฟรี :ในโลกที่ทุกคนใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา สมาชิก Marriott Rewards ที่จองห้องพักกับทางโรงแรมโดยตรง จะได้รับสิทธิใช้ Wi-Fi ฟรีตลอดระยะเวลาเข้าพัก

         กิจกรรมและประสบการณ์สุดพิเศษ :สมาชิก Marriott Rewards ในเอเชียแปซิฟิก จะได้รับโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิกที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี อาทิ โอกาสในการพบปะอย่างเป็นส่วนตัวกับทีมนักกีฬา NBA Global Games China, กิจกรรมอันหลากหลายสำหรับเด็กๆในโครงการ MAX!, กิจกรรมสาธิตการทำอาหารที่ Taste of Hong Kong เทศกาลรวบรวมภัตตาคารชั้นแนวหน้าของโลก และสิทธิเข้าร่วมงาน HKSEVENS Rugby Week เป็นต้น นอกจากนี้ สมาชิกยังจะได้สัมผัสกับประสบการณ์อันแตกต่าง ณ ศูนย์รวมประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานนี้ และจะเปิดให้บริการแก่สมาชิกทั่วโลกในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม

         เงินสด +คะแนนสะสม :เพลิดเพลินไปกับอิสระแห่งการใช้เงินสดร่วมกับคะแนนสะสมในทุกๆครั้งที่เข้าพัก ไม่ว่าจะเป็นการพักแบบคืนเดียวหรือการพักยาวติดต่อกันหลายวัน สมาชิกสามารถใช้คะแนนสะสมขั้นต่ำเพียง 3,000 คะแนน พร้อมเงินสดเพียง 45 ดอลลาร์สหรัฐ และสามารถใช้เงินสดร่วมกับคะแนนสะสมได้อีกหลายแบบ

         รับประกันการเช็คเอาท์ล่วงเวลา :สมาชิก Gold และ Platinum Elite ของ Marriott Rewards และ The Ritz-Carlton Rewards จะพักผ่อนได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้นด้วยบริการรับประกันการเช็คเอาท์ล่วงเวลาที่เลทไปได้จนถึง 16.00 น. ทางโรงแรมจะเริ่มมอบสิทธิพิเศษนี้ให้แก่สมาชิกในเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมเป็นต้นไป

          ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกและสมัครสมาชิกได้ที่ http://www.joinmarriottrewards.com/cnen/s/en 

          Marriott Rewards Member Rates และสิทธิพิเศษเหล่านี้ พร้อมมอบให้แก่สมาชิกที่จองห้องพักในโรงแรมกว่า 4,200 แห่งทั่วโลกที่ร่วมรายการ โดยราคาห้องพักสุดพิเศษยังมอบให้แก่สมาชิกที่จองห้องพักผ่านบริษัทและตัวแทนท่องเที่ยวที่ร่วมรายการด้วย

          เกี่ยวกับ Marriott Rewards

           Marriott Rewards เป็นรอยัลตี้โปรแกรมระดับรางวัลของ Marriott International ที่ครอบคลุมโรงแรม 17 แบรนด์ รวมกว่า 4,200 แห่งทั่วโลก Marriott Rewards รับสมัครสมาชิกฟรีและไม่มีวันที่ห้ามใช้สิทธิ์ สมาชิกสามารถรับและแลกคะแนนสะสมได้ตามโรงแรมในเครือ Marriott ทั่วโลก รวมถึงที่ The Ritz-Carlton(R) โรงแรมสุดหรูซึ่งเป็นพันธมิตรของ Marriott Rewards นอกจากนี้ สมาชิกยังสามารถใช้คะแนนสะสมแลกเป็นไมล์สะสมของสายการบิน ล่องเรือสำราญ เช่ารถ แลกซื้อสินค้าพิเศษ และอื่นๆอีกมากมาย Marriott Rewards สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกง่ายดายด้วยช่องทางอันทันสมัย ทำให้ยังคงครองตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น โดย Marriott Rewards คว้ารางวัล “Best Hotel Rewards Program in the Americas” จาก Freddie Award ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา และยังสามารถคว้ารางวัล “Best Hotel Rewards Program” จาก Frequent Travel Award ได้ถึง 2 ครั้ง รวมถึงคว้าอันดับ 1 ในรายงาน 2016 Hotel Loyalty/Rewards Program Satisfaction Report ของ J.D. Power นอกจากนั้นยังได้รับการยกย่องเป็นรอยัลตี้โปรแกรมยอดเยี่ยมในหมวดโรงแรม จากการโหวตของผู้อ่านนิตยสาร U.S. News & World Report, About.com, Business Traveler, Global Traveler, Executive Travel และ BusinessWeek ท่านที่สนใจสามารถสมัครสมาชิกและดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Marriott Rewards ได้ที่ MarriottRewards.com

          โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160205/8521600770LOGO-a

Mederi เปิดตัวโครงการวิจัยใหม่ มุ่งศึกษาคุณประโยชน์ของ Stretta Therapy ในการรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนภายหลังการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นอร์วอล์ค, คอนเนคทิคัต–11 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Mederi Therapeutics เปิดตัวโครงการวิจัยแบบหลายศูนย์ครั้งใหม่ เพื่อศึกษาคุณประโยชน์ของ Stretta Therapy ในการรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน (GERD) ภายหลังการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ (Sleeve Gastrectomy)

โครงการวิจัยหัวข้อ “Examining the Benefit of RF Treatment (Stretta) of GERD after Sleeve Gastrectomy” มีการรวบรวมข้อมูลจากโครงการผ่าตัดลดความอ้วนระดับแนวหน้าของสหรัฐอเมริกา 15 โครงการ เพื่อศึกษาอาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคกรดไหลย้อนนานอย่างน้อย 6 เดือนหลังผ่านการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ โดยเน้นประเมินระดับการควบคุมอาการของโรคกรดไหลย้อน (HRQL) หลังรักษาด้วย Stretta ซึ่งจะมีการติดตามผลทุกๆ 6, 12 และ 24 เดือน 

การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะเป็นการผ่าตัดลดความอ้วนยอดนิยม คิดเป็นสัดส่วน 51% ของการผ่าตัดลดความอ้วนทั้งหมดในสหรัฐในปี 2557 (เพิ่มขึ้นจาก 42% ในปี 2556) โดยผู้ป่วยมักเลือกการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะมากกว่าการผ่าตัดแบบตัดต่อกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก (Gastric Bypass) เนื่องจากการผ่าตัดแบบแรกนั้น กระเพาะอาหารยังสามารถทำงานได้เป็นปกติ 

Erin Moran-Atkins, MD, FACS หัวหน้านักวิจัย ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์สาขาวิชาศัลยศาสตร์ ณ Montefiore Medical Center และ Albert Einstein School of Medicine ได้อธิบายถึงปัญหาในการรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนหลังผ่าตัดลดขนาดกระเพาะว่า ผู้ป่วยโรคอ้วนมีความเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าตัว การผ่าตัดลดความอ้วนช่วยรักษาโรคกรดไหลย้อนได้ในผู้ป่วยบางคน ขณะที่หลายคนยังคงมีอาการอยู่ ผู้ป่วยที่ผ่านการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะบางรายยังอาจประสบกับปัญหาในการต้านฤทธิ์ยารักษาโรคกรดไหลย้อน และอาจไม่ต้องการผ่าตัดแบบตัดต่อกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ซึ่งเป็นวิธีการรักษาขั้นต่อไปตามมาตรฐาน 

W. Scott Melvin, MD, FACS ผู้วิจัยร่วม ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมทั่วไป ณ Montefiore Medical Center และศาตราจารย์สาขาวิชาศัลยศาสตร์ ณ Albert Einstein School of Medicine ได้กล่าวถึงทางเลือกที่จำกัดสำหรับผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนหลังผ่าตัดลดขนาดกระเพาะว่า การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะทำให้ลักษณะทางกายภาพของกระเพาะเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นจึงไม่สามารถผ่าตัดแบบ Fundoplication เพิ่มเติมในภายหลังได้ ขณะที่การผ่าตัดแบบตัดต่อกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนสูงกว่า ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการศึกษา Stretta กันอย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้ป่วยที่มีลักษณะทางกายภาพเปลี่ยนแปลงไปหลังผ่าตัด และสำหรับผู้ป่วยที่ผ่านการผ่าตัดลดความอ้วนนั้น การรักษาด้วย Stretta ยังไม่ปิดกั้นโอกาสในการผ่าตัดในอนาคตด้วย ทั้งนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลจากการวิจัยนี้ จะพิสูจน์ให้เห็นว่า Stretta มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนหลังผ่าตัดลดความอ้วน ซึ่งกำลังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนมากถึง 84% ยังคงมีอาการของโรคหลังเข้ารับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ ขณะที่ผู้ป่วยอย่างน้อย 8% เกิดอาการไหลย้อนกำเริบหลังการผ่าตัด

Stretta คือวิธีการรักษาโรคกรดไหลย้อนโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเป็นการส่งพลังงานคลื่นความถี่วิทยุเพื่อแก้ไขและฟื้นฟูกล้ามเนื้อระหว่างกระเพาะอาหารกับหลอดอาหาร ซึ่งผลการศึกษามากมายบ่งชี้ว่า Stretta ช่วยบรรเทาอาการของโรคกรดไหลย้อน ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถลดหรือหยุดใช้ยาได้ รวมทั้งลดการสัมผัสกับกรดในกลุ่มผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนเรื้อรัง Stretta เป็นเทคนิคการรักษาผ่านทางช่องปาก โดยไม่ทำให้ลักษณะทางกายภาพเปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนที่เคยผ่านการผ่าตัดลดความอ้วน 

เกี่ยวกับ STRETTA(R)

Stretta เป็นวิธีการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนที่ไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาและไม่ต้องการเข้ารับการผ่าตัด Stretta ได้รับการศึกษาในกว่า 40 โครงการ ซึ่งทั้งหมดล้วนแสดงให้เห็นถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพในระดับสูง ทั้งนี้ Stretta ผลิตโดย Mederi Therapeutics และสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ info@stretta-therapy.com 

ติดต่อ: Mike Elofer

อีเมล: mike@pascalecommunications.com

โทร. (484) 620-6167

Megaport แต่งตั้ง “แดเนียล ไรอัน” เป็นรองประธานฝ่ายขาย ประจำภูมิภาคอเมริกาเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บริสเบน, ออสเตรเลีย–11 พ.ค.–พีอาร์นิวสไวร์/อินโฟเควสท์

          Megaport ผู้นำระดับโลกด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบอีลาสติคบนพื้นฐาน SDN ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ ประกาศว่า แดเนียล ไรอัน ได้เข้าร่วมงานกับบริษัทในตำแหน่งรองประธานฝ่ายขาย ประจำภูมิภาคอเมริกาเหนือ

 

บรรยายภาพ – เดนเวอร์ แมดดักซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Megaport Limited

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160510/8521602989

 

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20150203/8521500675LOGO

          การแต่งตั้งผู้บริหารตำแหน่งใหม่นี้มีขึ้นหลังจากที่ Megaport ประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจหลักในอเมริกาเหนือด้วยการเปิดตัวบริการต่างๆใน 8 ตลาด ครอบคลุม 29 ทำเลที่ตั้ง และในอีก 6 ตลาด ครอบคลุมทำเลที่ตั้ง 66 แห่งทั่วโลก โดยในบทบาทนี้ ไรอันจะรับผิดชอบการขยายธุรกิจของ Megaport ทั่วภูมิภาคอเมริกาเหนืออย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนกลยุทธ์การบุกตลาดทั่วโลก ทั้งนี้ ไรอันจะรายงานตรงต่อ เดนเวอร์ แมดดักซ์ ซีอีโอของ Megaport

          เดนเวอร์ แมดดักซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Megaport Limited กล่าวว่า “แดนได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเป็นผู้นำด้านการขายที่มีประสิทธิภาพและสร้างแรงบันดาลใจแก่อุตสาหกรรมของเรา เขามีความเข้าใจเป็นอย่างดีเกี่ยวกับวิธีที่บริษัทต่างๆ มีปฏิสัมพันธ์ในห่วงโซ่มูลค่าเพื่อสร้างระบบนิเวศของการให้บริการข้อมูล คุณสมบัติดังกล่าวผนวกกับความรู้ในเชิงลึกจากประสบการณ์ด้านการขายทำให้เขาอยู่ในตำแหน่งที่สามารถขับเคลื่อนโมเดลของ Megaport ไปสู่ตลาดและแนวทางใหม่ ๆ ได้ ทั้งหมดนี้หล่อหลอมแดนให้เป็นผู้คอยสนับสนุนลูกค้าอย่างเต็มที่ ในขณะที่ Megaport ก็ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ลูกค้าไปพร้อม ๆ กัน”

          ไรอันมีประสบการณ์กว่า 10 ปีในตลาดศูนย์ข้อมูลระหว่างประเทศ โดยตำแหน่งล่าสุดก่อนย้ายมาร่วมงานกับ Megaport คือ ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดใหม่ในสหราชอาณาจักรของบริษัท IO ซึ่งเป็นผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลชั้นนำระดับโลก ทั้งนี้ ไรอันเริ่มต้นอาชีพด้านการขายผ่านช่องทางและลูกค้าวิสาหกิจกับ IO Data Centersในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งระดับอาวุโสในการสนุบสนุนและดำเนินงานตามกลยุทธ์การรุกตลาดระดับโลก รวมถึงขยายธุรกิจของบริษัทไปทั่วโลก ไรอันเป็นผู้สนับสนุนตัวยงสำหรับเทคโนโลยีและบริษัทต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์และพลิกโฉมตลาดดั้งเดิม

          “ด้วยวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการสร้างชุมชนที่เชื่อมต่อถึงกัน โดยผ่านทางการจับมือเป็นพันธมิตรกับทั้งผู้ให้บริการคลาวด์และผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูล ผมจึงมองไปที่การเดินหน้าขยายอิทธิพลของ Megaport ในฐานะผู้นำด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบอีลาสติค” ไรอันกล่าว “ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านแห่งอุตสาหกรรมที่ Megaport กำลังผลักดัน และตื่นเต้นที่จะได้ทำงานร่วมกับทีมงานมากความสามารถ”

          เกี่ยวกับ Megaport

          Megaport เป็นผู้นำระดับโลกด้านการจัดหาบริการในการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบอีลาสติค แพลตฟอร์มระดับโลกของบริษัทช่วยให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายของตนเองเข้ากับบริการอื่น ๆ ตลอดทั้งโครงข่ายของ Megaport ได้ โดยใช้ SDN ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ โดยลูกค้าสามารถควบคุมบริการต่าง ๆ ได้โดยตรงผ่านทางอุปกรณ์พกพา คอมพิวเตอร์ หรือช่องทางการเชื่อมต่อระหว่างเว็บไซต์ หรือระหว่างแอพพลิเคชั่นของบริษัท ธุรกิจที่ขยายตัวอย่างกว้างขวางของบริษัทในออสเตรเลีย เอเชียแปซิฟิก และอเมริกาเหนือ ได้ส่งมอบแพลตฟอร์มที่เป็นกลางซึ่งครอบคลุมผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลที่สำคัญในตลาดที่หลากหลาย

          Megaport ดำเนินงานในศูนย์ข้อมูล 66 แห่ง ครอบคลุม 13 ตลาดในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ฮ่องกง แคนาดา และสหรัฐ และกำลังขยายธุรกิจศูนย์ข้อมูลเพิ่มเติมในอเมริกาเหนือ รวมถึงตลาดหลัก ๆ ในยุโรป ได้แก่ ลอนดอน ดับลิน อัมสเตอร์ดัม และสตอกโฮล์ม

          กรุณาเข้าไปที่ https://megaport.com เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบอีลาสติคบนพื้นฐาน SDN ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ของMegaport

          สื่อมวลชนติดต่อ:

          อีเมล: media@megaport.com                   

          Wendy Hill

          Sapphire Communications

          โทร: +614-2717-3203

          อีเมล: wendy@sapphirecommunications.com.au

          ชื่อบริษัทหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ทั้งหมดที่กล่าวถึงในที่นี้เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของผู้เป็นเจ้าของ ข้อมูลในข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีความถูกต้อง ณ เวลาที่เผยแพร่ และอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า