เหลืองกลายพันธุ์ “สนธยา” ดูด “ส.ส.ต้น สรวุฒิ” ทิ้งสามมิตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540181

03 ม.ค. 2566

เหลืองกลายพันธุ์ "สนธยา" ดูด "ส.ส.ต้น สรวุฒิ" ทิ้งสามมิตร

“สนธยา” อ้าแขนรับกลุ่มสามมิตร “ส.ส.ต้น สรวุฒิ” สวมเสื้อ พท. ฝ่ากระแสเสื้อเหลืองเมืองชล ฟื้นสัมพันธ์ 2 ตระกูลคือ คุณปลื้ม-เนื่องจำนงค์ ต้านเสี่ยเฮ้ง

คลื่นลมบูรพาแดง “สนธยา” อ้าแขนรับกลุ่มสามมิตร “ส.ส.ต้น สรวุฒิ” สวมเสื้อเพื่อไทยลงสนาม ไม่หวั่นกระแสเสื้อเหลืองเมืองชล

เมื่อเกิดกลุ่มบ้านใหม่ชลบุรี “สนธยา” หันไปจับมือ “ส.ส.ต้น สรวุฒิ” ฟื้นความสัมพันธ์ 2 ตระกูลคือ คุณปลื้ม-เนื่องจำนงค์ คานอำนาจเสี่ยเฮ้ง

ตกเป็นข่าวมาแต่ปลายปี 2565 สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี จะอำลากลุ่มสามมิตร กลับไปร่วมงานกับ สนธยา คุณปลื้ม ในสีเสื้อพรรคเพื่อไทย หลังหยุดยาวปีใหม่ ก็มีข่าว ส.ส.ต้น เตรียมปิดดีลเข้าเพื่อไทย

ดังที่รู้กัน ภายในพรรคพลังประชารัฐ ส.ส.ต้น สรวุฒิ แยกวงจากเสี่ยเฮ้ง สุชาติชมกลิ่น มาตั้งกลุ่มย่อยได้แก่ สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี และตัวเขาเอง

เดิมที กลุ่มของ ส.ส.ต้น 3 คน สังกัดซุ้มสามมิตร แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ส.ส.ต้นก็แยกวงไปร่วมงานกับบ้านใหญ่คุณปลื้ม ส่วน ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ก็กำลังพิจารณาเลือกทางเดินของตัวเอง

ผลพวงจากกรณีบ้านใหญ่คุณปลื้ม เข้าพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้ทีมเพื่อไทย ชลบุรี หรืออดีตผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี พรรคไทยรักษาชาติ วงแตกแยกย้ายไปคนละทาง

ล่าสุด ร.ต.ท.ธงชัย นกหงษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี พรรคไทยรักษาชาติ ได้ตัดสินใจลาออกจากพรรคเพื่อไทย ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย พร้อมเสนอตัวลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 6

‘บ้านใหญ่สีแดง’

ระยะหลัง “สนธยา” และวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี ทำงานร่วมกับ “ส.ส.ต้น สรวุฒิ” ดูแลพื้นที่ อ.บ้านบึง อ.หนองใหญ่ และ อ.บ่อทอง เหมือนส่งสัญญาณพันธมิตรการเมือง

ระยะหลัง ส.ส.ต้น ไปร่วมงานกับวิทยา คุณปลื้ม อยู่บ่อยๆระยะหลัง ส.ส.ต้น ไปร่วมงานกับวิทยา คุณปลื้ม อยู่บ่อยๆ

เช้าวันที่ 3 ม.ค.2565 มีกระแสข่าวในพื้นที่ จ.ชลบุรี ว่า สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ สส.ชลบุรี เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ เตรียมตัดสินใจย้ายไปร่วมทำงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย โดยร่วมทีมบ้านใหญ่สนธยา คุณปลื้ม ขณะนี้ ความเป็นไปได้เกิน 80%

ส.ส.ต้น-สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เป็น ส.ส.ชลบุรี สมัยแรกเมื่อปี 2550 ในสีเสื้อพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเวลานั้น กระแสเสื้อเหลืองในชลบุรี เฟื่องฟูมาก

ปลายปี 2561 สรวุฒิ ย้ายจากพรรค ปชป.ไปซบพรรคพลังประชารัฐ โดยการชักชวนของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และไม่ได้ขึ้นต่อ สนธยา คุณปลื้ม ที่ดูแลสนามชลบุรี ให้พรรค พปชร. ในเวลานั้น

เมื่อได้เข้าสภาฯ เป็นสมัยที่ 3 ส.ส.ต้น จึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสามมิตรมาโดยตลอด แต่ความเป็นคนเมืองชล ตระกูลเนื่องจำนงค์ กับคุณปลื้ม สนิทสนมกันมาก และเป็นที่น่าสังเกตว่า ในช่วงปลายปี 2565 ส.ส.ต้น สรวุฒิ ได้ทำกิจกรรมร่วมกับวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี อยู่บ่อยครั้ง

ในอดีต กำนันเป๊าะ-สมชาย คุณปลื้ม และภรรยา สติล คุณปลื้ม มีความสนิทชิดเชื้อกับประโยชน์ เนื่องจำนงค์ มายาวนาน เช่นเดียวกับสนธยา-วิทยา คุณปลื้ม ต่างให้ความนับถือเสี่ยประโยชน์ ผู้ยิ่งใหญ่ อ.บ้านบึง

‘เสียงจ้าวป่าบ้านบึง’

ชั่วโมงนี้ “สนธยา” ยังจัดทัพเพื่อไทยเมืองชลไม่เสร็จ ถ้า ส.ส.ต้น สรวุฒิ ย้ายมาพรรคเพื่อไทย คงจะลงสนามเขต อ.บ้านบึง, อ.บ่อทอง เหมือนเดิม ขณะที่คู่แข่งหน้าเก่าอย่างจิรวุฒิ สิงห์โตทอง ยังกบดานเงียบ

ส่วน ปืน-ชวินไกรวิชญ์ สิงห์โตทอง สมาชิกพรรคเพื่อไทย ลูกเฮียเป้า ที่เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี ยังทำงานให้พรรคอยู่ แม้ว่าโอกาสจะลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อเพื่อไทย แทบเป็นศูนย์

คนเมืองชลทราบดีว่า ตระกูลคุณปลื้มกับสิงห์โตทอง เป็นคู่แข่งทางการเมืองกันมายาวนาน ตั้งแต่สมัยเฮียซุ้ย ดรงค์ สิงโตทอง กับกำนันเป๊าะ จนตกมาถึงรุ่นลูกคือ เฮียเป้ากับสนธยา-วิทยา

“การเมือง 3 สมัย สู้ในนามพรรคเพื่อไทยมาตลอด พรรคเพื่อไทยไม่ให้ผมลง แต่ไปเอา ส.ส.พลังประชารัฐมาลง ในนามพรรคเพื่อไทย..นี่คือความยุติธรรมกับผมเหรอ”

เป็นข้อความของเฮียเป้า จิรวุฒิ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย โพสต์ทิ้งไว้เมื่อปลายปี 2565 สะท้อนการเมืองยุคสลับขั้วย้ายข้าง ในฤดูการเลือกตั้งผู้แทนฯ พ.ศ.นี้

ปิดดีลกลับบ้าน “ทักษิณ” พึ่งรัฐบาลในฝัน ป้อม-เนวิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540135

02 ม.ค. 2566

ปิดดีลกลับบ้าน "ทักษิณ" พึ่งรัฐบาลในฝัน ป้อม-เนวิน

ปี 66 ได้เวลากลับบ้าน “ทักษิณ” ชนะขาด แต่ไม่พลิกแผ่นดิน เจอของแข็ง ส.ว.250 คน ลุงป้อมจึงมีแต้มต่อ เหลือแต่ฝ่ายดูไบกับฝ่ายบุรีรัมย์ จะปิดดีลสลายสีอย่างไร

ปีแห่งการเลือกตั้ง “ทักษิณ” ส่อเค้าได้กลับบ้าน ถ้ารัฐบาลผสม 3 ฝ่าย เกิดขึ้นจริง ลุงป้อมพร้อมร่วมงานคนแดนไกล-ครูใหญ่บุรีรัมย์

พลพรรค “ทักษิณ” ชนะขาด แต่เสียงตัดสินนายกฯ อยู่ที่ ส.ว. 250 คน ลุงป้อมจึงมีแต้มต่อ เหลือแต่ฝ่ายดูไบกับฝ่ายบุรีรัมย์ จะปิดดีลอย่างไร

ทักษิณ ชินวัตร คงวางแผนจะกลับเมืองไทย ในช่วงหลังเลือกตั้งกลางปีนี้ไว้แล้ว เพราะประเมินสถานการณ์ก่อนการยุบสภาฯ ปรากฏว่า กระแสอุ๊งอิ๊งมาแรงในทุกภูมิภาค

ดังนั้น โอกาสที่พรรคเพื่อไทย จะเป็นพรรคต้นขั้วในการจัดตั้งรัฐบาลก็มีสูง แต่คงไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ คงต้องหาพันธมิตรมาร่วมฟอร์มรัฐบาล

กูรูการเมืองอย่างไพศาล พืชมงคล จึงจุดพลุรัฐบาลในฝัน 3 พรรคคือ เพื่อไทย, พลังประชารัฐ และภูมิใจไทย

สอดรับกับคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในช่วงปีใหม่ ว่า พรรคพลังประชารัฐ หวังว่าจะได้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลครั้งใหม่

“ในครั้งที่แล้ว เราตั้งพรรคมา 2 เดือน ก็ได้ ส.ส.ร้อยกว่าคน และคราวนี้ ผมอยู่กับพรรคนี้มาตั้ง 4 ปี แล้ว มันจะไม่ได้ ได้อย่างไร..เราก็หวังว่าจะไปร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งใหม่”

ก่อนหน้านั้น ครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ ได้เปิดประเด็นพรรคภูมิใจไทย พร้อมทำงานกับทุกพรรคการเมือง ไม่มีขั้วไม่มีสี แม้กระทั่ง การร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย

พูดตรงๆ ทั้งลุงป้อม และครูใหญ่เนวิน ต่างพยายามสลัดความเป็นขั้วขัดแย้ง ตรงข้ามกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยืนยันในจุดยืนเดิมคือ ไม่เอาระบอบทักษิณและปกป้องสถาบันฯ

‘ดีลลับดีลลวง’

จับอาการ “ทักษิณ” ดูจะไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกับ พล.อ.ประวิตร เพราะคนวงในบ้านรอยต่อฯ ล้วนแต่เป็นคนเคยรู้จักมักคุ้นกับอดีตนายกฯ ที่ลี้ภัยอยู่ดูไบทั้งสองคน

ทักษิณ ฝันได้กลับบ้านแน่ทักษิณ ฝันได้กลับบ้านแน่

สัญญาณปรองดองระหว่างบ้านจันทร์ กับบ้านป่า มาเห็นชัดตอนท้ายปีที่แล้ว เมื่อ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดข้าราชการการเมือง ข้าราชการ และเอกชนจำนวนหนึ่ง ในคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจีข้าว ภาค 2 โดยตีตกข้อกล่าวหา 3 พี่น้องชินวัตรคือ ทักษิณ ชินวัตร,ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเยาวภา วงศ์สวัสดิ์

เหตุที่ผู้คนในสังคมคิดเรื่องดีลลับ เพราะบิ๊ก ป.ป.ช.บางคน มีความสัมพันธ์พิเศษกับ ป.ที่ 4 คนข้างกายป้อม และมีความสัมพันธ์พิเศษโยงไปถึงคนแดนไกล

แหล่งข่าวในวุฒิสมาชิกสายลุงตู่ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ รู้สึกไม่พอใจกรณีป.ป.ช.ตีตก 3 พี่น้องชินวัตร จึงประกาศเข้าร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยไม่เหลือเยื่อใยกับพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ก่อการยึดอำนาจเพื่อหยุดระบอบทักษิณ

ดังนั้น ภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงมุ่งหยุดระบอบโกงชาติ สานต่อเจตนารมณ์ปฏิรูปประเทศของ คสช.

++

‘ไพ่ในมือครูใหญ่’

++

ครูใหญ่เนวินเป็นอีกคนหนึ่งที่ออกมาประกาศสลายขั้ว ภูมิใจไทยพร้อมร่วมงานกับเครือข่าย “ทักษิณ

แม้ในรายการแคร์ทอล์ค ผ่านแอพพลิเคชั่นคลับเฮาส์ ทักษิณจะโจมตีเรื่องพลังดูดอยู่บ่อยๆ แต่การเมืองหลังม่าน ก็มีตัวแทนของค่ายสีน้ำเงิน เดินทางไปพบคนแดนไกลเช่นกัน

ในวันที่เนวิน ชิดชอบ ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอส ว่าด้วยประเด็นทักษิณ-นายเก่า เนวินพยายามแยกระหว่าง อนุทินกับตัวเขา โดยระบุว่า อนุทินไม่มีปัญหากับทักษิณ ส่วนตัวเขาเองก็แค่ลุงเนวิน คนอยู่วงนอก

บทสัมภาษณ์ของเนวิน เรื่องสลายขั้ว และไม่มีปัญหาใดๆกับนายทักษิณ ส่งผลให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ ทำงานได้ง่ายขึ้น

เนวินมีบทเรียนจากปี 2554 ที่ภูมิใจไทย เล่นบทนักชกไฟต์เตอร์ เดินหน้าลุยเพื่อไทย ในฐานะปฏิปักษ์ทางอุดมการณ์ เจอแรงต้านจากมวลชน พร้อมข้อกล่าวหา “เนรคุณนายใหญ่”

ด้วยเหตุนี้ ครูใหญ่บุรีรัมย์ จึงไม่ยอมทำผิดพลาดเชิงกลยุทธ์ซ้ำสอง การเปิดประเด็นสลายขั้ว พร้อมร่วมกับเพื่อไทย ย่อมส่งผลดีแก่ทักษิณ ในการสร้างพันธมิตรทางการเมือง

รัฐบาลในฝันของกูรูไพศาล อาจเกิดขึ้นจริงๆก็ได้ เพราะยังไงทักษิณก็ต้องพึ่งพามือ 250 ส.ว.ในสภาฯ ซึ่งลุงป้อมตอบโจทย์คนแดนไกลได้

รับ “ปี2566” รัฐบาล ต้องเลือก ‘เขตพื้นที่’ หรือ ‘ศธจ. ศธภ.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/kure-Jam/540073

01 ม.ค. 2566

รับ "ปี2566" รัฐบาล ต้องเลือก 'เขตพื้นที่' หรือ 'ศธจ. ศธภ.'

ถึงเวลาต้องเลือก ‘เขตพื้นที่’ หรือ ‘ศธจ. ศธภ.’ หลังรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปล่อยให้ปัญหานี้ยืดเยื้อยาวนาน “ปี 2566” ควรมีความชัดเจน เพื่อกระชับพื้นที่ในการบริหารการศึกษา ลดความซ้ำซ้อน ลดความเหลื่อมล้ำ

ฉากทัศน์ปี 2565  การศึกษาไทย เกิดการไล่ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้ยุบ ศธจ. ศธภ.ตามไปด้วย จากเหตุการณ์ คณะปกป้องศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.)100 คน เดินทางไปยื่นหนังสือถึง นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค และ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ในโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ต่อไป จากนั้นได้ไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล และเดินทางไปยื่นหนังสือถึง นายตวง อันธะไชย ประธานกรรมาธิการฯ ที่รัฐสภา

ว่ากันว่า นายณัทชัย ใจเย็น ศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรี ในฐานะตัวแทนคณะปกป้อง ศธภ.และ ศธจ.อ้างว่า ศธภ.ถือเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาจากหน่วยกลางลงสู่ภาคและจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการกำกับติดตามงานอย่างใกล้ชิด ทำให้หน่วยงานในระดับพื้นที่สนองนโยบายต่าง ๆ ได้เร็ว 

“ขณะที่ ศธจ.เป็นหน่วยงานที่ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการแบบเดิมในส่วนภูมิภาค จากการจัดการศึกษาในระดับพื้นที่ที่ไม่สามารถเชื่อมโยงสัมพันธ์กันทั้งในเชิงการดำเนินงานและการบริหารจัดการ เนื่องจากในจังหวัดหนึ่งมีสถานศึกษาทั้งในและนอกสังกัดศธ.จำนวนมาก รวมถึงประเด็นสำคัญการบริหารงานบุคคลของข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาในการสรรหา บรรจุ แต่งตั้ง และโยกย้าย โดยใช้กลไกของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด”นายณัทชัย ระบุ

ย้อนที่มา ศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) และศึกษาธิการภาค (ศธภ.) แต่งตั้งขึ้นโดยคสช. อ้างว่าเพื่อแก้ปัญหาการทุจริตของเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ในขณะนั้น ในอดีตกระทรวงศึกษาธิการ ยุค 14 กรม มี “ศธจ.-ศธภ.”หมือนกัน แต่ต่อมานักวิจัยทำการวิจัยตำแหน่ง ศธจ.ศธภ.แล้วเห็นควรให้ยกเลิกเพราะมีประโยชน์ไม่คุ้มค่า จึงได้ยกเลิกไป

ขณะนี้เขตพื้นที่การศึกษาถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตมาอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นข้ออ้างถึงความจำเป็นต้องมี ศธจ.- ศธภ. อยู่ต่อไปทั้งๆที่ ศธจ.-ศธภ.ขณะนี้ไม่ได้เป็นข้าราชการครูเหมือนก่อนแต่กลายเป็นข้าราชการพลเรือน อยู่ในจำพวกเหนือหัวครูเป็น “นาย” ของครู ศธ.ให้ตำแหน่งหน้าที่สำคัญ บูรณาการศึกษาในจังหวัด

งานบูรณาการศึกษาในระดับจังหวัด “ศธจ.- ศธภ.” ถูกกล่าวหาว่าเป็นนายชี้นิ้วสั่งการให้ “เขตพื้นที่การศึกษา” กับ “โรงเรียน” เป็นเจ้าภาพหรือแม่งาน ในทางกลับกันหากไม่มี ศธจ.- ศธภ. เขตพื้นที่การศึกษาก็ทำได้ หรือทำได้ดีกว่า ศธจ.และศธภ.อีกด้วย เพราะเขตพื้นที่การศึกษาเข้าถึง”ครู” กว่า 6.6 แสนคนได้มากกว่า รู้จักเข้าถึงโรงเรียนมากกว่า รู้จักบรรยากาศการจัดการศึกษาดีกว่า และเป็นการประหยัดเงินงบประมาณ ของ ศธจ.และ ศธภ.รวมทั้งบริวารทั้งหลายปีละหลายล้านบาท

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ศธจ.- ศธภ.” กับ “เขตพื้นที่การศึกษา” เป็นตำแหน่งซ้ำซ้อนกัน เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดินจะต้องเลือกเอาอย่างหนึ่งอย่างใดเพียงอย่างเดียว เพื่อไม่ให้เปิดปัญหา “งบช้างป่วย”

ศธจ. ศธภ. มาจากเผด็จการรัฐประหาร อ้างเพื่อแกัปัญหาการทุจริตของเขตพื้นที่การศึกษาในขณะนั้น แต่เวลานี้ ปี 2566 ไม่มีแล้ว เขตพื้นที่ฯมาจาก พระราชบัญญัติผ่านรัฐสภาตามวิถีทางขั้นตอนของประชาธิปไตย

ถึงเวลาที่ นายกรัฐมนตรี และรมว.ศึกษาธิการ ต้องเลือก  ‘เขตพื้นที่’ หรือ ศธจ. ศธภ. จะเลือกเอาฝ่ายไหน หรือเอาไว้ทั้งสองอย่างให้มันผลาญงบประมาณแผ่นดินต่อไป

หลบกระแส“ประวิตร”เป็นรอง“ประยุทธ์” ปีกขวามาแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540041

ขุนน้ำหมึก

01 ม.ค. 2566

หลบกระแส“ประวิตร”เป็นรอง“ประยุทธ์” ปีกขวามาแรง

“ประวิตร” ลดแรงเสียดทาน ย้ำยังรัก “ประยุทธ์” พี่น้องบูรพาพยัคฆ์ เรื่องพรรคก็แค่แยกกันทำงาน ลึกๆ พี่ป้อมหวั่นกระแสฝ่ายขวา ฉุดน้องตู่ เรตติ้งพุ่งเหมือนปี 62

รักกันมา 50 ปี “ประวิตร” ขานรับ “ประยุทธ์” ยังเป็นพี่น้องบูรพาพยัคฆ์ เรื่องพรรคก็แยกกันทำงาน แต่จะร่วมกันหรือไม่ จำนวน ส.ส.คือคำตอบ

“ประวิตร” เลือกปั้น พปชร. เป็นพรรคไร้ขั้วไร้สี ส่วน “ประยุทธ์” ขอเดินหน้าพรรคต้นขั้วอนุรักษ์นิยม หวังปั่นกระแสลุงตู่รอบสอง

วันที่ 31 ธ.ค.2566 ทีมงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจกข่าวลุงป้อมเปิดใจเรื่องความสัมพันธ์ของพี่น้องทหารเสือที่ยาวนานกว่า 50 ปี

“เรื่องของการเมือง ก็เป็นการเมือง เรื่องของส่วนตัวก็เป็นเรื่องของส่วนตัว เรื่องของพี่น้องก็เป็นเรื่องของพี่น้องไม่มีปัญหาอะไร ยังรักกันเหมือนเดิม ไม่มีความขัดแย้งอะไรกัน”

สอดรับกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บอกนักข่าวว่า ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร เรื่องการทำงานการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่มีความขัดแย้งใด ๆ

“อย่าลืมว่าความสัมพันธ์ของทหารกับทหารด้วยกันมันลึกซึ้ง ลึกซึ้งยิ่งกว่าและผมก็จบมาก็อยู่ในการดูแลของท่าน และท่านก็เป็นผู้บังคับบัญชาของผมคนแรกในการที่ผมจบจากโรงเรียนในร้อยไปแวะรับราชการตั้งแต่ร้อยตรี จนกระทั่งอยู่ด้วยกันมาตลอดชีวิตรับราชการมาจนถึงวันนี้”

หากอ่านความคิดการเมืองของ พล.อ.ประวิตร กับ พล.อ.ประยุทธ์ ก็พอจะเห็นความแตกต่าง ในเรื่องการสร้างพรรค พี่ใหญ่อยากสลายขั้วสลายสี แต่น้องเล็กยังเชื่อมั่นแนวทางการเมืองแบบคนดี 

‘พรรคฝ่ายขวา’

แม้ “ประวิตร” และ “ประยุทธ์” จะเป็นตัวละครหลังม่าน จัดตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่คนที่สนิทสนมกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ มากที่สุดก็คือ ลุงตู่ และมีส่วนสนับสนุนขบวนการ กปปส.อยู่ในบางระดับ

อุดมการณ์ กปปส.สมัยโน้น นอกเหนือเรื่องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ก็ยังเชื่อมั่นในเรื่องการเมืองคนดี ต่อต้านคนโกงชาติโกงแผ่นดิน

ไม่น่าแปลกใจที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะบอกเหตุผลที่เลือกสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ว่า “คนดี ๆ อย่างท่าน หนึ่งวันก็อยู่ได้ แล้วคำว่า อยู่สองปี สามปี สี่ปี ไม่ว่าจะกี่ปี ก็สามารถช่วยฟูมฟักสร้างนักการเมืองดีๆ อย่างท่านขึ้นมาได้”

ดังนั้น ประเด็นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อได้อีก 2 ปีนั้น คนดีอยู่แค่ปีหรือสองปี ก็มีประโยชน์แก่บ้านเมือง
 

เหนืออื่นใด พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีคะแนนนิยมนำโด่ง ในกลุ่มหัวหน้าพรรคการเมืองปีกเดียวกัน จากการสำรวจของนิด้าโพล ฉะนั้น แกนพรรค รทสช.จึงหวังที่จะปั่นกระแสลุงตู่ ให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

มวลชนกลุ่มอนุรักษ์นิยม ยังเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์ แต่จะมีพลังมากพอในการโหวตเลือก ส.ส.พรรค รทสช.ให้ได้ที่นั่งตามเป้าหมาย 100 ที่นั่ง น่าลุ้นมาก
 


‘พรรคบ้านใหญ่’

“ประวิตร” มีบุคลิกแบบนักการเมืองอาชีพมากกว่า “ประยุทธ์” จึงมีผู้คนทุกเฉดสีหลั่งไหลไปที่บ้านป่ารอยต่อฯ  

“เรื่องความขัดแย้งจะเป็นหัวใจสำคัญในการเดินหน้าของพรรค เพราะพรรคต้องการก้าวผ่านความขัดแย้งทั้งหมด ผมจะไม่ขัดแย้งกับใคร และที่ผ่านมาก็ไม่เคยทะเลาะกับใคร” นี่คือคำยืนยันของ พล.อ.ประวิตร

 พล.อ.ประวิตร ได้ภาพดูดี แต่ไม่มีกระแส พล.อ.ประวิตร ได้ภาพดูดี แต่ไม่มีกระแส

พรรคพลังประชารัฐ ในมือลุงป้อม ย่อมแปรสภาพเป็นพรรคไร้ขั้ว ไร้สี เปิดทางร่วมรัฐบาลได้กับทุกพรรค ยกเว้นพรรคก้าวไกล

ทั้งวิรัช รัตนเศรษฐ และไพบูลย์ นิติตะวัน จะประสานเสียง “พวกเราทุกคนจะทำให้ใจบันดาลแรง ให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ คนที่ 30” แต่ลุงป้อมเองก็ยังไม่พูดเต็มปากเต็มคำเรื่องเก้าอี้นายกฯ

ในทางการเมือง กรณีที่ พล.อ.ประวิตร ต้องลดกระแสแข่งขันระหว่างพี่ป้อมกับน้องตู่ เพราะถ้าแข่งกันจริงๆจังๆ พรรคที่เสียหายคือ พปชร.

สังเกตจากนิด้าโพลครั้งล่าสุด พลันที่มีความชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ เรตติ้งพรรค รทสช.ก็ขยับขึ้นมาเทียบเท่าพรรค ปชป. และทิ้งห่างพรรค พปชร.

ถึงจอมยุทธ์วิรัช หรือ ร.อ.ธรรมนัส จะเชื่อในกลยุทธ์บ้านใหญ่ แต่พรรคไร้กระแส ใช้ความสามารถเฉพาะตัวของผู้สมัคร ส.ส.ล้วน ๆ ก็อาจต้านพายุอุ๊งอิ๊งไม่ไหว 
    
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก

ถอยไม่ได้ “ท็อป วราวุธ” คนกันเองเจาะ “บรรหารบุรี”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540031

ขุนน้ำหมึก

31 ธ.ค. 2565

ถอยไม่ได้ “ท็อป วราวุธ” คนกันเองเจาะ “บรรหารบุรี”

เปรียบบางระจัน “ท็อป วราวุธ” ประกาศรักษาป้อมค่ายสุดท้าย “บรรหารบุรี” สมัยหน้า หลานประภัตรสวมเสื้อ พปชร. ชนลูกเฮียจองชัย ที่เดิมบางนางบวช

เดิมพันบ้านใหญ่ “ท็อป วราวุธ” ประกาศรักษาป้อมค่าย “บรรหารบุรี” ดุจชาวบางระจันปกป้องค่ายสุดท้าย ไม่ให้พรรคไหนตีแตก

“ท็อป วราวุธ” อาจต้องเคลียร์ใจคนโตศรีประจันต์ เมื่อหลานชายประภัตร จะสวมเสื้อ พปชร.เจาะฐาน “บรรหารบุรี” แถวเดิมบางนางบวช

วันสิ้นปี 2565 วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) เปิดใจว่าด้วยเรื่องพรรคชาติไทยพัฒนา ในสมรภูมิเลือกตั้งครั้งใหม่แบบยาว ๆ 

ท็อป วราวุธ ยืนยันเป้าหมายในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า ขอไม่ต่ำกว่า 25 ที่นั่งโดยเฉพาะ จ.สุพรรณบุรี พร้อมรักษาเข็มขัดแชมป์ไว้อย่างสุดกำลัง

“อย่างที่ผมบอกแล้วว่า เมื่อนายบรรหารไม่อยู่ หลายคนจะมองว่า จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นเค้กชิ้นโต ที่หลายฝ่ายอาสามาตีเมืองขึ้น จะทำให้สุพรรณบุรีแตก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เราไม่ว่ากัน แต่ผมพูดได้แค่ว่าก็ลองกันสักตั้งหนึ่ง ถ้าคิดว่าทำสำเร็จก็เป็นสิทธิ์ของหลายฝ่ายที่จะคิด”

ดังที่ทราบกัน “บรรหารบุรี” ที่ชาวบ้านเรียกกัน ถือว่าเป็นเมืองหลวงของพรรคชาติไทยพัฒนา มาแต่ยุคบรรหาร ศิลปอาชา และเคยมีพรรคเพื่อไทย มาเจาะได้ 1 เขต เมื่อการเลือกตั้งปี 2554 สร้างความเจ็บช้ำให้บรรหารอย่างมาก

สมัยที่แล้ว หนูนา-ท็อป สองทายาทบรรหาร ผนึกกำลังกับเฮียเม้ง-ประภัตร โพธสุธน ตรึงกำลังทุกหมู่บ้านย่านตำบล ก็เอาชนะไปได้ทั้ง 4 เขตอีกครั้ง 

‘ป้อมค่ายบรรหารบุรี’

“ท็อป วราวุธ” ตั้งเป้าสมัยหน้า พรรคชาติไทยพัฒนา น่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 25 ที่นั่ง เฉพาะ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี-นครปฐม ต้องมินิแลนด์สไลด์ ได้ 11 ที่นั่งเป็นทุนรองรัง (สุพรรณ 5 ที่นั่งและนครปฐม 6 ที่นั่ง)

สำหรับ “บรรหารบุรี” เพิ่มจาก 4 ที่นั่ง เป็น 5 ที่นั่ง บ้านใหญ่สุพรรณ 6-7 ตระกูล ก็ต้องหลอมใจกันรักษาแชมป์ไว้ให้ได้ 

เขต 1 (อ.เมืองสุพรรณบุรี) สรชัด สุจิตต์ ทายาทคหบดีเมืองสุพรรณ เป็น ส.ส.มาแล้ว 2 สมัย ยี่ห้อศิลปอาชา การันตีเขตนี้ แพ้ไม่ได้

เขต 2 (อ.บางปลาม้า, อ.สามชุก) ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ลูกชายหมอบุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ อดีต ส.ส.สุพรรณ ผูกขาดย่านนี้มานานแล้ว

เขต 3 (อ.อู่ทอง, อ.สองพี่น้อง) นพดล มาตรศรี ทายาทกำนันเคี้ยง อ.อู่ทอง ซึ่งธุรกิจของตระกูลมาตรศรี มีทั้งโรงโม่หินศิลามาตรศรี, โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล, สถานีบริการน้ำมัน-เอ็นจีวี และธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

เขต 4 (อ.ศรีประจันต์ ,อ.ดอนเจดีย์) เฮียเม้ง-ประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค ชทพ. ลงสนามเอง

เขต 5 (อ.เดิมบางนางบวช, อ.ด่านช้าง) เสมอกัน เที่ยงธรรม ลูกชายเฮียจองชัย เที่ยงธรรม บ้านใหญ่ศรีประจันต์ที่มาสร้างฐานไว้ที่เขตนี้นานแล้ว

  5 บ้านใหญ่ สุพรรณบุรี สาบานต่อหน้ารูปปั้นบรรหาร จะรักษาป้อมค่าย 5 เขตไว้ให้5 บ้านใหญ่ สุพรรณบุรี สาบานต่อหน้ารูปปั้นบรรหาร จะรักษาป้อมค่าย 5 เขตไว้ให้

‘ศึกสายเลือด’

“ท็อป วราวุธ” รับทราบแล้วว่า พรรคพลังประชารัฐ จะส่ง ยุทธนา โพธสุธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจไทย หลานชายประภัตร โพธสุธน ลงชน เสมอกัน เที่ยงธรรม คงเป็นเรื่องที่ต้องสู้กันตามกติกาเลือกตั้ง

กำนันโอ๋-ยุทธนา โพธสุธน อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี 2 สมัย และอดีตกำนัน ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี แหกคอกไปลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่สมัยที่แล้ว

ประเด็นกำนันโอ๋ ทำให้ 2 ผู้ยิ่งใหญ่แห่ง อ.ศรีประจันต์ ต้องบาดหมางใจกัน ถึงขั้นเฮียจองชัย ลาออกจากพรรค ชทพ. ไปอยู่ภูมิใจไทย และลงสมัคร ส.ส.แข่งกับประภัตร แต่เฮียจองชัย เป็นฝ่ายปราชัย

ปัจจุบัน จองชัยได้ลาออกจากพรรคภูมิใจไทย กลับมาสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ส่วนลูกชาย เสมอกัน เที่ยงธรรม ได้เป็น ส.ส.เขต 4 ส่วนยุทธนา หลานชายประภัตร เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ก่อนจะไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย

ล่าสุด กำนันโอ๋ ยุทธนา ไปเปิดตัวกับพรรค พปชร. เตรียมตัวจะลงสมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 5 ที่ต้องเจอกับเสมอกัน ลูกชายเฮียจองชัย

อย่างไรก็ตาม ตระกูลศิลปอาชา, ประเสริฐสุวรรณ, เที่ยงธรรม และโพธสุธน ได้สาบานต่อหน้ารูปปั้นบรรหารว่า จะสามัคคีกันปกป้องป้อมค่าย ชทพ.ที่เมืองสุพรรณไม่มีแตกแยกกัน

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก

บ้านใหญ่สายใต้ “สอนไซ สีพันดอน” ยึดกุม “ลาว” เบ็ดเสร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539994

ขุนน้ำหมึก

31 ธ.ค. 2565

บ้านใหญ่สายใต้ “สอนไซ สีพันดอน” ยึดกุม “ลาว” เบ็ดเสร็จ

เกมอำนาจบ้านใหญ่ “สอนไซ สีพันดอน” ทายาทคำไต อดีตผู้นำสูงสุดสายใต้ ยึดกุม “ลาว” หลังอดีตนายกฯ พันคำ เจอวิบากกรรมส่วนตัว ถูกบีบให้ลาออกกลางสภาฯ

บ้านใหญ่สายใต้ “สอนไซ สีพันดอน” ทายาทอดีตผู้นำสูงสุด คำไต สีพันดอน ก้าวขึ้นเป็นนายกฯ “ลาว” เบื้องลึกคือเกมชิงอำนาจ

“สอนไซ สีพันดอน” มีชัย จึงยึดกุม “ลาว” เบ็ดเสร็จ หลัง พันคำ วิพาวัน อดีตนายกฯ เจอวิบากกรรมส่วนตัว ถูกบีบให้ลาออกกลางสภาฯ 

การแถลงลาออกกลางสภาฯ ของ พันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว และที่ประชุมสภาแห่งชาติ โหวตรับรอง สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี เป็นนายกฯคนที่ 9 ก็แค่พิธีกรรมทางการเมืองเท่านั้น

ลึก ๆ แล้ว คณะกรมการเมือง พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ได้คุยกันจบแล้วตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค.2565 เมื่อเห็นว่า พันคำ วิพาวัน ประสบปัญหาส่วนตัวที่อื้อฉาว จึงต้องหาทางลง และเห็นชอบให้ สอนไซ สีพันดอน เป็นนายกฯ แทน

ข้ออ้างของพันคำ ที่ว่า สุขภาพไม่แข็งแรง จึงออกขอลาออกเพื่อรับเงินอุดหนุนบำนาญ เป็นเพียงสคริปต์ละครการเมืองของ “ลาว” เท่านั้น

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า สปป.ลาว ปกครองโดยระบบพรรคเดียว คือพรรคประชาชนปฏิวัติลาว (พปปล.) โดยพรรคมีการประชุมใหญ่กันทุก 5 ปี เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารศูนย์กลางพรรค กรมการเมือง และเลขาธิการพรรค 

  สอนไซ สีพันดอน นายกฯลาว คนใหม่สอนไซ สีพันดอน นายกฯลาว คนใหม่

ปัจจุบัน กรมการเมืองศูนย์กลางพรรค 13 คน ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดในการบริหารประเทศ ประกอบด้วย 1.สหายทองลุน สีสุลิด 2.สหายพันคำ วิพาวัน 3.สหายปานี ยาทอตู้ 4.สหายบุนทอง จิดมะนี  5.สหายไซสมพอน พมวิหาน 6.พล.อ.จันสะหมอน จันยาลาด 7.สหายคำพัน พมมะทัด 8.สหายสินละวง คุดไพทูน 9.สหายสอนไซ สีพันดอน 10.สหายกิแก้ว ไขคำพิทูน 11.พล.ท.วิไล หล้าคำฟอง 12.สหายสีใส ลีเดดมูนสอน 13.สหายสะเหลิมไซ กมมะสิด

กรมการเมืองทั้งหมดนี้ แบ่งออกเป็น 2 สายคือ สายเหนือ นำโดยทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ สปป.ลาว และเลขาธิการพรรคฯ และสายใต้ ที่มี คำไต สีพันดอน อดีตผู้นำสูงสุด วัย 98 ปี เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ 

วันที่ 22 มี.ค.2564 สายเหนือ ผลักดันให้ พันคำ วิพาวัน วัย 70 กว่าปีขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี สายใต้ก็ถอย เพราะสอนไซ สีพันดอน เพิ่งมีอายุ 56 ปี ยังรอได้

พันคำเป็นนายกฯ มาได้แค่ 1 ปี 8 เดือน ก็เจอมรสุมเรื่องส่วนตัว บวกกับการไร้ความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จึงเกิดวิกฤตศรัทธาในตัวผู้นำ ถูกกดดันให้ลาออก

‘สีพันดอนเกรียงไกร’

คำไต สีพันดอน ผู้มากบารมีเหนือพรรค รอคอยเวลาที่ลูกชายคนโต “สอนไซ สีพันดอน” จะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว มานานแล้ว

ปี 2549 คำไต สีพันดอน ก้าวลงจากตำแหน่งประธานประเทศ และเลขาธิการพรรคฯ ประสบความสำเร็จในการสนับสนุนให้ บัวสอน บุบผาวัน เลขานุการส่วนตัว เป็นนายกรัฐมนตรี 

เวลาเดียวกันนั้น สอนไซ สีพันดอน ลูกชายคนโตของคำไต ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าแขวงจำปาสัก ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า เขาคือทายาททางการเมืองของคำไต

บังเอิญว่า บัวสอน บุบผาวัน มีปัญหาภายในครอบครัว คล้ายกรณีของพันคำ จึงทำให้บัวสอน ต้องลาออกจากนายกฯ ก่อนครบเทอม(5 ปี) 

 คำไต สีพันดอน สหายอาวุโส บ้านใหญ่จำปาสักคำไต สีพันดอน สหายอาวุโส บ้านใหญ่จำปาสัก

‘สอนไซผงาด’

“สอนไซ สีพันดอน” รอเวลาอยู่หลายปี ในช่วงที่กลุ่มขุนศึกสายใต้ ปีกจุมมะลี ไซยะสอน อดีตประธานประเทศ กำลังเรืองอำนาจ

กระทั่งเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่แขวงเชียงขวาง ทำให้ผู้นำระดับสูงทั้งทหาร-ตำรวจ เสียชีวิต จึงเป็นอัสดงของสายจุมมะลี และเป็นอรุณรุ่งของ ทองลุน สีสุลิด ผู้นำสายเหนือ ขยับเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี 

ขณะเดียวกัน คำไตก็ผลักดันขุนศึกสายใต้อย่าง พล.อ.จันสะหมอน จันยาลาด คุมกระทรวงป้องกันประเทศ และ พล.ท.วิไล หล้าคำฟอง คุมกระทรวงป้องกันความสงบ(ตำรวจ) 

เมื่อ พันคำ วิพาวัน ระเริงอำนาจดันพลาดเพราะเรื่องส่วนตัว โอกาสของทายาทบ้านใหญ่จำปาสัก ก็มาถึงเมื่อปลายปี 2565

สหายสอนไซ สีพันดอน เกิดเมื่อวันที่ 26 ม.ค.2509 ที่แขวงหัวพัน สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยโอเดชา เหล่าทหารราบ-ยานเกราะ และสถาบันทหารขั้นสูงสหภาพโซเวียต

นอกจากสอนไซ จะเป็นนายกรัฐมนตรี พ่อใหญ่คำไต ยังมีทายาท 3 คน เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค และผู้บริหารระดับสูงคือ เวียงทอง สีพันดอน ประธานศาลประชาชนสูงสุด, เวียงสะหวัด สีพันดอน รัฐมนตรีโยธาธิการและขนส่ง และอาดสะพังทอง สีพันดอน เจ้าผู้ครองนครหลวงเวียงจันทน์

ใน สปป.ลาว วันนี้ ไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่า “บ้านใหญ่สีพันดอน” แห่งลาวใต้ และนี่คือความภาคภูมิใจของสหายอาวุโสวัย 98 ปี คำไต สีพันดอน
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ               โดย … ขุนน้ำหมึก 

หักเหลี่ยม “ชัช เตาปูน” เจ้าพ่อวังน้ำเขียว “กำนันประนอม” ซบป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539984

ขุนน้ำหมึก

30 ธ.ค. 2565

หักเหลี่ยม “ชัช เตาปูน” เจ้าพ่อวังน้ำเขียว “กำนันประนอม” ซบป้อม

ตู่ไม่มีมนต์ขลัง “ชัช เตาปูน” โดน พล.อ.ประวิตร ฉก “กำนันประนอม” เจ้าพ่อวังน้ำเขียว กลับ พปชร. ปักธง ส.ส.โคราช ฟาดคู่ปรับเก่า สมศักดิ์ พันธ์เกษม ค่าย ภท.

หักเหลี่ยมเฉือนคม “ชัช เตาปูน” โดน พล.อ.ประวิตร ฉก “กำนันประนอม” เจ้าพ่อวังน้ำเขียว กลับ พปชร. อดมาร่วมงาน รทสช.

ปี 2564 “ชัช เตาปูน” บุกวังน้ำเขียว กล่อม “กำนันประนอม” หวังเจาะฐาน ส.ส.โคราช แต่นาทีสุดท้าย วิรัชจูงมือกำนันคนดังเข้าบ้านป่ารอยต่อฯ

ชัช เตาปูน หรือ ชัชวาลล์ คงอุดม อดีตหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท และนพดล แก้วสุพัฒน์ ได้ยื่นใบลาออกจากพรรคพลังท้องถิ่นไท เมื่อ 26 ธ.ค.2565 ซึ่งมีผลพ้นจากสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ทันที โดยทั้งคู่ จะมาร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 

จริง ๆ แล้ว ชัช เตาปูน มีชื่อว่าเป็นหนึ่งในแกนนำพรรค รทสช. ตั้งแต่สมัยแรมโบ้อีสาน เสกสกล อัตถาวงษ์ พยายามก่อการตั้งพรรคนี้ใหม่ ๆ 

ในเวลาใกล้เคียงกัน กำนันประนอม หรือประนอม โพธิ์คำ อดีต ส.ส.นครราชสีมา ก็ได้ไปเปิดตัวกับพรรคพลังประชารัฐ โดยถูกวางตัวให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต อ.วังน้ำเขียว

หลายคนอาจไม่ทราบว่า ปีที่แล้ว กำนันประนอมได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคพลังท้องถิ่นไท และขยับเป็นรองหัวหน้าพรรค เมื่อเดือน พ.ย.นี้เอง  เนื่องจากชัช เตาปูน ต้องการแม่ทัพอีสาน และอยากได้ ส.ส.เขต จึงชักชวนเจ้าพ่อวังน้ำเขียวให้มาอยู่พรรคเดียวกัน

พลันที่ชัช เตาปูน เลือกจะไปช่วยลุงตู่ วิรัช รัตนเศรษฐ ก็วิ่งหากำนันประนอมพาเข้าพบลุงป้อม และส่งลงสู้ศึกสมัยหน้าในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว

  กำนันประนอม ซบอกลุงป้อม กำนันประนอม ซบอกลุงป้อม

‘ความหวังของชัช’

“ชัช เตาปูน” ไม่ได้รู้จักกับ “กำนันประนอม” เป็นการส่วนตัว ช่วงต้นปี 2564 สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ได้แนะนำให้ชัชวาลล์ รู้จักกับกำนันคนดังแห่งวังน้ำเขียว

วันที่ 17 ธันวาคม 2564 ที่โกลด์เมาเท่น วังน้ำเขียว รีสอร์ท ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ได้เปิดตัว ประนอม โพธิ์คำ ในฐานะเลขาธิการพรรค โดยวันนั้น มีอดีต ส.ส.อีสานหลายสิบคนมาร่วมงานด้วย

พ.ศ.โน้น ชัชวาลล์ ก็หวังจะให้กำนันประนอม เป็นแม่ทัพอีสาน และหวังปักธง ส.ส.เขตให้ได้ที่สนามโคราช 

ปลายปี 2565 พรรคพลังท้องถิ่นไท มีการปรับโครงสร้างพรรค  โกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ส่วนชัชวาลย์ เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค และประนอม โพธิ์คำ กลายเป็นรองหัวหน้าพรรค 

การปรับขบวนของชัช เตาปูน ก็เพื่อเตรียมสละเรือลำเก่า ไปขึ้นเรือลำใหม่ที่ชื่อ รทสช. และชัชก็หวังจะดึงกำนันประนอม ไปสนับสนุนลุงตู่ด้วยเหมือนกัน

สุดท้าย กำนันประนอมก็เลือกที่จะมุดบ้านป่ารอยต่อฯ และหวนคืนไปสวมเสื้อ พปชร.เหมือนปี 2562 เพราะเที่ยวนี้ มีเสี่ยวิรัชดูแลใกล้ชิด

‘เจ้าพ่อวังน้ำเขียว’


“กำนันประนอม” ผู้มากบารมีแห่ง อ.วังน้ำเขียว เป็น ส.ส.สมัยแรก ในนามพรรคเพื่อแผ่นดิน และสมัยที่ 2 กำนันสวมเสื้อภูมิใจไทย แข่งกับสมศักดิ์ พันธ์เกษม พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน กำนันประนอมก็เอาชนะไปได้

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว กำนันประนอม และสมศักดิ์ พันธ์เกษม ย้ายมาสังกัดพรรค พปชร.พรรคเดียวกัน แถมเขตเลือกตั้งโคราช ลดลงเหลือ 14 เขต เฉพาะ อ.วังน้ำเขียว ถูกผ่าซีกวิรัช รัตนเศรษฐ จึงเจรจาให้สมศักดิ์ ลง ส.ส.เขต 11 กำนันประนอมย้ายไปลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 กำนันประนอม ได้ช่วยแรมโบ้อีสาน ที่ลงสมัครเขต 10 และสมศักดิ์ ลงสมัครเขต 11 หลังเลือกตั้ง กำนันประนอม และแรมโบ้อีสาน ไม่ได้เป็น ส.ส.

ปัจจุบัน เสี่ยเบี้ยว-สมศักดิ์ พันธ์เกษม ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย กำนันประนอมก็ย้ายกลับ พปชร. ตามคำชักชวนของวิรัช

สมัยหน้า สนามโคราช แบ่งเป็น 16 เขต โดย อ.วังน้ำเขียว กับ อ.ปักธงชัย จะกลับมาเป็นเขตเดียวกัน กำนันประนอม ย่อมเหนือกว่าเสี่ยเบี้ยว-สมศักดิ์ 

ปี 2554 เสี่ยเบี้ยว-สมศักดิ์ สวมเสื้อชาติพัฒนา สู้กับกำนันประนอม ผู้ยิ่งใหญ่วังน้ำเขียว สวมเสื้อภูมิใจไทย ปรากฏว่า เสี่ยเบี้ยวพ่ายกำนันประนอม โดยคะแนนชี้ขาดคือ ต.ไทยสามัคคี และ ต.วังน้ำเขียว

ดังนั้น ลุงป้อมจึงประกาศอัดฉีดกำนันประนอมเต็มที่ ด้วยหวังเติมเต็ม ส.ส.เขต ตามแผนยึดโคราช ที่เสี่ยวิรัชวาดฝันไว้
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก

ดูดแล้วขาสั่น “อนุทิน” ซ้ำรอยปี 54 เกมใต้ดินต้าน “เนวิน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539924

ขุนน้ำหมึก

30 ธ.ค. 2565

ดูดแล้วขาสั่น “อนุทิน” ซ้ำรอยปี 54 เกมใต้ดินต้าน “เนวิน”

การตลาดครึกโครม “อนุทิน” กุมขมับ ชาวบ้านก่อหวอดไม่เลือกงูเห่า หวั่นซ้ำรอยปี 2554 เจอเกมใต้ดินปลุกกระแสต้าน “เนวิน” แม้ครูใหญ่จะยอมซูฮกนายใหญ่

ภูมิใจดูด “อนุทิน” กุมขมับโดนกระแสตีกลับ ครูใหญ่ “เนวิน” งัดกลยุทธ์สลายขั้ว ขอซูฮกนายเก่า ลดแรงต้านในพื้นที่อีสาน-เหนือ

การตลาดครึกโครมแบบ “เนวิน” โชว์ตัว ส.ส.ย้ายพรรคล็อตใหญ่ นำภัยมาสู่ “อนุทิน” เพราะ ส.ส.แปรพักตร์ เจอชาวบ้านก่อหวอดไม่เลือกงูเห่า 

วันที่ 29 ธ.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์เรื่องการเป้า 120 เสียงของพรรคภูมิใจไทย โดยนักข่าวอ้างคำพูดของเนวิน ชิดชอบ

“..ไม่มีตัวเลขนี้ในหัวหรอก ท่านก็กลอนพาไปเท่านั้น ท่านเดินเข้ามาเห็นคนมาเยอะแยะ ก็เลยพูดว่า 120 คงเป็นการอุปมาอุปไมย” 

เสี่ยหนูรับรู้ได้ถึงกระแสตีกลับ หลังจัดอีเวนท์เปิดตัว ส.ส.ที่ย้ายมาจาก 9 พรรค ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทย ถูกกล่าวขวัญมากขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง อดีต ส.ส.เหล่านั้น กลับเจอกระแสต้านงูเห่าในพื้นที่ 

แกนนำภูมิใจไทย ยังจำฝันร้ายในการเลือกตั้งปี 2554 เมื่อเนวิน นำพลพรรคเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ด้วยการเลือกขั้ว จึงโดนคนเสื้อแดงตีโต้ด้วยข้อหาเนรคุณนายใหญ่ ปราชัยทุกแนวรบ

“การทำการเมืองแบบพรรคภูมิใจไทย คือต้องเอาประสบการณ์ที่เลวร้าย คือความขัดแย้ง ความเกลียดชัง ฝักใฝ่ความรุนแรง ทำให้แตกความสามัคคี” อนุทิน กล่าวถึงแนวทางการทำงานในปัจจุบัน

จริง ๆ แล้ว อีเวนท์โชว์ตัว ส.ส. 34 คน หรือตลาดนัดนักเลือกตั้ง ก็เหมือนการขายสินค้าคละเกรด นี่คือกลยุทธ์การตลาดสไตล์ เนวิน ชิดชอบ ซึ่ง อนุทิน ชาญวีรกูล ก็รู้ว่า ส.ส.ที่ย้ายมาจาก 9 พรรค ก็มีทั้งเสาเข็มไม้ยูคาลิปตัส และเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง

ยกตัวอย่างหนานแมวคนเมืองเถิน-เดชทวี ศรีวิชัย อดีต ส.ส.ลำปาง พรรคเสรีรวมไทย ที่ส้มหล่นได้เป็น ส.ส.จากเลือกตั้งซ่อม เสี่ยหนูรับมา ก็แค่การเพิ่มจำนวน ส.ส.ย้ายสังกัด หากประเมินผลการเลือกตั้ง หนานแมวลงสนามครั้งใหม่ ก็ไม่รู้จะได้คะแนนถึง 5 พันหรือไม่

‘เหนือก็เหนื่อย’

“เนวิน” ก็เคยเจอบทเรียนจากคนภาคเหนือ เมื่อคนเชียงรายสั่งสอนตระกูลวันไชยธนวงศ์ จนพ่ายแพ้ยับเยิน “อนุทิน” ก็หวั่นหวาดอยู่ในใจเหมือนกัน

กรณี ส.ส.โอ-รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ อดีต ส.ส.เชียงราย เขต 4 พรรคเพื่อไทย ที่ย้ายจากเพื่อไทย มาอยู่ภูมิใจไทย เวลาที่ลงพื้นที่ ก็ติดยี่ห้อ ส.ส.โอ ไม่มีโลโก้สีน้ำเงิน ไม่ได้สวมเสื้อภูมิใจไทย

  ส.ส.โอ-รังสรรค์ วันไชยธนวงค์ ไปงานไหน ไม่สวมเสื้อสีน้ำเงิน ลดแรงต้านในพื้นที่ ส.ส.โอ-รังสรรค์ วันไชยธนวงค์ ไปงานไหน ไม่สวมเสื้อสีน้ำเงิน ลดแรงต้านในพื้นที่

ส.ส.โอ จำต้องขายความเป็นคนบ้านเดียวกัน และตระกูลวันไชยธนวงศ์ ไม่กล้าแขวนป้ายภูมิใจไทย เพราะกระแสต้านในพื้นที่แรงมาก

เช่นเดียวกัน นิยม ช่างพินิจ อดีต ส.ส.พิษณุโลก ที่ย้ายออกจากพรรคเพื่อไทยไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ก็ต้องเดินหน้าปราศรัยย่อย เพื่อบอกกล่าวว่า เหตุใดต้องย้ายพรรค

อย่างเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา นิยมไปตั้งเวทีที่ ต.โคกสลุด อ.บางกระทุ่ม แถมยังพา เป๋ คลองเตย-ณรงค์ศักดิ์ มณี อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ไปขึ้นเวทีด้วย

เป๋ คลองเตย บอกว่า ตนร่วมต่อสู้กับมวลชนเสื้อแดง แล้วไม่มีอะไรดีขึ้น มีแต่คดีเต็มไปหมด จาก 8 คดี ตอนนี้แก้จนเหลือ 2 คดี 

“วันนี้ อยากเห็นความสามัคคีของคนทุกสีของคนในชาติ ไม่ควรแบ่งสี ควรให้ ส.ส.นิยม มีโอกาสพัฒนาจังหวัดพิษณุโลกได้แล้ว”

‘อีสานลืมยาก’

ข้อหาเนรคุณนายใหญ่ ทำให้ “เนวิน” และชาวภูมิใจไทย พยายามแก้โจทย์นี้มาหลายปี แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จ แม้จะดัน “อนุทิน” ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค คนอีสานก็ยังไม่ลืมวลี “มันจบแล้วครับนาย”

เวลานี้ 3 ส.ส.ศรีสะเกษ ที่ย้ายจากเพื่อไทย มาสังกัดภูมิใจไทย ก็ต้องเหนื่อยกับการแก้ข้อกล่าวหา หลังอุ๊งอิ๊ง นำทีมครอบครัวเพื่อไทย มาเปิดยุทธการไล่หนูตีงูเห่า ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ

ทั้ง ธีระ ไตรสรณกุล อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 และจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 4 สามีอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์(ไตรสรณกุล) ต้องใช้กลยุทธ์ขายความเป็นคนกันทรลักษณ์ คนพื้นที่ และชูแบรนด์ “ไตรสรณกุล” แทนแบรนด์ภูมิใจไทย

ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ อาจเจอการแข่งขันที่เหนื่อยที่สุดในชีวิต และต้องไล่แก้ข้อกล่าวหาเป็นงูเห่า


กระแสอุ๊งอิ๊งดีวันดีคืนในสมรภูมิศรีสะเกษ เป็นโจทย์ยากของ ส.ส.อาวุโสทั้งตระกูลไตรสรณกุล และแซ่จึง 
    
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ             โดย … ขุนน้ำหมึก

รุกเมืองนนท์ “ประวิตร” ฟิตสู้ “อุ๊งอิ๊ง” หนูดูดซ้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539912

29 ธ.ค. 2565

รุกเมืองนนท์ “ประวิตร” ฟิตสู้ “อุ๊งอิ๊ง” หนูดูดซ้ำ

บารมี “ประวิตร” ฟิตจัดทีมบ้านใหญ่ลงสนาม ไม่หวั่นกระแส “อุ๊งอิ๊ง” แถมเสี่ยหนูฉกตัว ส.ส.เพื่อไทย ลงสนาม แต่มีข้อน่าสงสัย เกมลับลวงพรางตระกูลใหญ่บางบัวทอง

เมืองนนท์สีแดง “ประวิตร” รุกจัดทีมบ้านใหญ่ลงสนาม ไม่หวั่นกระแส “อุ๊งอิ๊ง” แถมเสี่ยหนู ยังฉกตัว ส.ส.เพื่อไทยมาเข้าสังกัด

บารมี “ประวิตร” ดึง อบจ.นนทบุรี เป็นพันธมิตร เบรก “อุ๊งอิ๊ง” ปั่นแลนด์สไลด์ ส่วนเสี่ยหนู แอบหวังเกมลับลวงพรางบ้านใหญ่บางบัวทอง     

เมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดตัววิเชียร เจริญนนทสิทธิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองใหม่บางบัวทอง และสามารถ เจริญนนทสิทธิ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองบางบัวทอง ลงสมัคร ส.ส.นนทบุรี 

แถมมีเรื่องแปลก ๆ วันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ส.ส.นนทบุรี เขต 5 พรรคเพื่อไทย สวนกระแสอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ทิ้งพรรคเดิมไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ส่งท้ายปีเก่า
    

ชายขอบกรุงเทพฯ นนทบุรี เป็นสมรภูมิใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากผู้คน สมัยหน้า จะมี ส.ส.เพิ่มจาก 6 คน เป็น 8 คน หลายพรรคการเมือง จึงมุ่งหวังที่จะยึดครองสนามแห่งนี้

ผลการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว นนทบุรี มี ส.ส.ได้ 6 คน พรรคเพื่อไทย 5 คน และพรรคพลังประชารัฐ 1 คน ประกอบด้วย เจริญ เรี่ยวแรง (พปชร.), จิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ (พท.),มานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ (พท.),มนตรี ตั้งเจริญถาวร (พท.), วันชัย เจริญนนทสิทธิ์ (พท.) และภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ (พท.)

พรรคเพื่อไทย ได้จัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ครบ 8 เขตแล้ว โดย ส.ส. 4 คน ยกเว้นวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ยังไปต่อกับพรรคเพื่อไทย

ส่วนอีก 4 คน ได้แก่ นิยม ประสงค์ชัยกุล รองนายกเทศมนตรีนครนนทบุรี, นิทัศน์ ศรีนนท์ อดีต ส.ส.นนทบุรี, ปณรัศม์ วันชาญเวช ประธานสภาเด็กและเยาวชนตำบลบางสีทอง และจำลอง ขำสา อดีตประธานสภา อบจ.นนทบุรี

‘ส่องค่ายลุงป้อม’

ค่ายบ้านป่ารอยต่อฯ “ประวิตร” ก็มั่นใจว่า จะได้ ส.ส.นนทบุรี เพิ่มขึ้น เพราะมีการสนับสนุนจาก พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี 

สมัยที่แล้ว ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรี 3 สมัย ทิ้งเพื่อไทยมาอยู่พลังประชารัฐ ได้รับผิดชอบ 3 เขตเลือกตั้งคือ เขต 1 ,เขต 2 และเขต 3 

ผลปรากฏว่า เขต 1 เจริญ เรี่ยวแรง ภรรยาฉลอง เฉือนชนะนิทัศน์ ศรีนนท์ แค่หลักพัน ส่วนเขต 2 ฉลอง เรี่ยวแรง พ่ายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ แบบได้ลุ้น

ส่วน ทศพล เพ็งส้ม อดีต ส.ส.นนทบุรี ย้ายจากพรรค ปชป.มาอยู่ พปชร. ลงสมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 5 พ่ายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ค่าย พท.ไม่กี่พันคะแนน

ปัจจุบัน ทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์) กลายเป็นคนสนิทลุงป้อม และพร้อมจะลงสมัคร ส.ส.เขตเดิม

มีข้อน่าสังเกต ฉลอง เรี่ยวแรง ยังเงียบอยู่ ไม่รู้ว่ายังจะอยู่กับลุงป้อม หรือขยับขยายไปหาบ้านหลังใหม่หรือไม่

‘บ้านใหญ่บางบัวทอง’

คนแถวบางบัวทอง รู้สึกประหลาดใจ เมื่อเห็นนักการเมืองบ้านใหญ่เลือกไปซบ “ประวิตร” แทนที่จะเป็น “อุ๊งอิ๊ง” 

เปิดตัวในพื้นที่ไปแล้ว สองพ่อลูก-วิเชียร เจริญนนทสิทธิ์ และสามารถ เจริญนนทสิทธิ์ ที่จะสวมเสื้อ พปชร.ลงสนาม ส.ส.นนทบุรี ในเขตที่เพิ่มขึ้นใหม่อีก 2 เขต 

  วิเชียร เจริญนนทสิทธิ์ สวมเสื้อ พปชร. ส่วนพี่ชาย วันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ย้ายจาก พท. ไป ภท.   วิเชียร เจริญนนทสิทธิ์ สวมเสื้อ พปชร. ส่วนพี่ชาย วันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ย้ายจาก พท. ไป ภท.

บ้านใหญ่บางบัวทอง หรือบ้านใหญ่เจริญนนทสิทธิ์ เล่นการเมืองท้องถิ่นมายาวนาน และมี โกวิทย์ เจริญนนทสิทธิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบางบัวทอง เป็นแม่ทัพใหญ่
    

ก่อนการเลือกตั้งปี 2554 โกวิทย์ เตรียมส่งพี่ชาย วันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ลงสนามใหญ่ในสีเสื้อเพื่อไทย แต่โกวิทย์ก็ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2554

หลังโกวิทย์เสียชีวิต อาวุธ เจริญนนทสิทธิ์ น้องชายโกวิทย์ ก็ได้รับเลือกเป็นนายก เทศมนตรีเมืองบางบัวทอง และปี 2564 กาญจนา เจริญนนทสิทธิ์ ภรรยาของโกวิทย์ ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเมืองบางบัวทอง

ส่วนวิเชียร เจริญนนทสิทธิ์ น้องชายวันชัย เคยเป็นนายก อบต.บางบัวทอง และเป็นนายกเทศมนตรีเมืองใหม่บางบัวทอง ก่อนจะลาออกมา เพื่อเตรียมตัวลงสมัคร ส.ส.

สมัยที่แล้ว สนามนนทบุรี เขต 5 (อ.บางบัวทอง บางตำบล และ อ.บางใหญ่ บางตำบล) ปรากฏว่า วันชัย เจริญนนทสิทธิ์ (พท.) 33,764 คะแนน เฉือนชนะ ทศพล เพ็งส้ม (พปชร.) ที่ได้ 32,972 คะแนน

สมัยหน้า ทศพล เพ็งส้ม พรรคลุงป้อม ก็ประกาศแล้วจะลงสมัคร ส.ส.เขตเดิม เจอกับคู่ปรับเก่า ส.ส.วันชัย ที่ย้ายจากพรรคอุ๊งอิ๊ง ไปอยู่พรรคเสี่ยหนู

คนบางบัวทองคงมึน ๆ กับเกมบ้านใหญ่ สวมเสื้อ พปชร. และ ภท. ลงสนามคนละเขต มีเป้าหมายให้เข้าสภาฯ ทั้ง 3 คน  

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ                   โดย … ขุนน้ำหมึก

อาการร่อแร่ “มิ่งขวัญ” เหยื่อเกมลับลวง พี่น้อง 2 ป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539857

ขุนน้ำหมึก

29 ธ.ค. 2565

อาการร่อแร่ “มิ่งขวัญ” เหยื่อเกมลับลวง พี่น้อง 2 ป.

อ่านสถานการณ์ผิด “มิ่งขวัญ” เจอแรงต้านเพียบ บ้านใหญ่ พปชร.กดดันหนัก ลุงมิ่งประเมินตัวเองสูง นึกว่า ลุงป้อม-ลุงตู่ แตกกันจริง หลงกลหลงเหลี่ยมลับลวงพราง

รอด-ไม่รอด “มิ่งขวัญ” บนทางวิบากในค่าย พปชร. แรงต้านเพียบ เหตุเหาะเหินเกินลงกา และอ่านสถานการณ์ผิด

“มิ่งขวัญ” คงนึกว่าสองพี่น้อง “ป้อม-ตู่” แตกกันจริง ประเมินตัวเองสูง โดยหารู้ไม่ว่า พี่น้องบูรพาพยัคฆ์ เก่งเล่นลับลวงพราง

มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ กลับมาเป็นข่าวใหญ่ในวันที่ 28 ธ.ค.2565 ช่วงเช้า มีข่าวมิ่งขวัญ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร. ที่สำนักงาน กกต.แล้ว

ช่วงเย็น วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค พปชร. ได้ออกมาปฏิเสธข่าวมิ่งขวัญลาออก โดยยืนยันว่า มิ่งขวัญยังอยู่ช่วยทำงานในพรรค พปชร. และเพิ่งได้รับมอบหมายงานจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปทำอยู่เลย 

มีข้อน่าสังเกตว่า แกนนำพรรค พปชร.อย่างไพบูลย์ นิติตะวัน ,อนุชา นาคาศัยและนิโรธ สุนทรเลขา ต่างประสานเสียง แคนดิเดตนายกฯ พรรค พปชร. มีคนเดียวคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส่วนมิ่งขวัญแถลงเรื่องแคนดิเดตนายกฯ เป็นการพูดเองเออเองคนเดียว

ขณะที่เสี่ยวิรัช พยายามปกป้องมิ่งขวัญ คล้ายจะรั้งตัวเอาไว้ ไม่มีท่าทีขับไสไล่ส่งเหมือนแกนนำพรรคบางกลุ่ม อาจเป็นเพราะวิรัชอยู่ในกลุ่ม ป.ป๊อด ที่ดึงมิ่งขวัญเข้ามาอยู่ใน พปชร.

‘เหาะเหินเกินลงกา’

ย้อนไปเมื่อวันแรกที่ “มิ่งขวัญ” ปรากฏตัวในพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้มาต้อนรับด้วยตัวเอง และนั่งเคียงข้างกันระหว่างแถลงข่าว

มิ่งขวัญที่พกพาความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม แถลงเหตุผลการตัดสินใจร่วมงานกับ พปชร. ประการแรก จะมาเติมเต็มทีมเศรษฐกิจ ประการที่สอง เนื่องจากไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในพรรค และประการที่สาม จะได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค 

เรื่องแคนดิเดตนายกฯ นี่แหละ ทำเอาแกนนำพรรค พปชร.หลายคน ออกอาการช็อกตาตั้ง เพราะไม่นึกไม่ฝัน มิ่งขวัญจะกล้าพูดเรื่องนี้


ปีกไม่เอาเผด็จการ พากันสุมหัววิเคราะห์ว่า การตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรค พปชร.ของมิ่งขวัญ หมายความว่า พล.อ.ประวิตร และพรรค พปชร.ตัดขาดออกจากโครงสร้างแห่งรัฐประหาร

บางเสียงยกยอปอปั้นมิ่งขวัญว่า เป็นการฟอกขาวให้กับ พปชร. และเสริมเติมบารมีให้กับลุงบ้านป่ารอยต่อฯ

ในข้อเท็จจริง เจ้าที่เจ้าทางในบ้านป่ารอยต่อฯ กลับไม่พอใจเรื่องเหาะเหินเกินลงกาของมิ่งขวัญ ปฏิริยาต่อต้านมาเร็วและมาแรง จนจอมยุทธ์การตลาดออกอาการถอดใจ 

หัวหน้าซุ้มบ้านใหญ่บางคนรู้แผนลึกว่า ใครเป็นคนชักนำมิ่งขวัญเข้าพรรค และคนกลุ่มนี้ยังมีแผนจะดึง ร.อ.ธรรมนัส เข้ามาเสริมทัพ ทำให้ ป.ที่ 4 มีบทบาทสูงเด่นในพรรค

ดังนั้น การเปิดเกมต้านมิ่งขวัญจากบ้านใหญ่ จึงรุกต่อเนื่อง รวมถึงการผลิตข่าวลาออกจาก พปชร. เพราะสืบรู้แล้วว่า มิ่งขวัญเตรียมถอนสมอจริง
 

  มิ่งขวัญ คนเก่งแต่ไม่ทันเกม หลงเหลี่ยมหลงกลขาใหญ่ พปชร.มิ่งขวัญ คนเก่งแต่ไม่ทันเกม หลงเหลี่ยมหลงกลขาใหญ่ พปชร.

‘แม่ไม้ 3 ป.’

“มิ่งขวัญ” อาจมองแบบชั้นเดียวเชิงเดียว คิดว่า ลุงป้อมกับลุงตู่ แตกแยกกันจริงๆ และพรรค พปชร.มีแนวโน้มจะเลือกไปผสมกับขั้วประชาธิปไตย

จริง ๆ แล้ว การเมืองไทยในปี 2566 พี่น้อง 3 ป.ยังเป็นผู้เล่นหลัก และเป็นผู้กำหนดเกมชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี 

อย่าลืมว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังกุมอำนาจรัฐ ในช่วงการเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้ง ในฐานะรัฐบาลรักษาการ กว่าจะมีการโหวตผ่านเลือกนายกฯ และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พี่น้อง 3 ป.อาจอยู่ในอำนาจไปถึงปลายปี 2566

สายสืบจากบ้านป่ารอยต่อฯ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าไปคุยพี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร อยู่หลายครั้ง เรื่องการแยกทางออกไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ และดูเหมือนพี่น้อง 2 ป. ก็แยกจากกันด้วยดี

หลังเลือกตั้ง 2566 จำนวน ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ จะเป็นตัวกำหนดว่า พี่ใหญ่หรือน้องเล็ก จะได้เป็นนายกฯ 

ฉะนั้น พรรค พปชร. และพรรค รทสช. จึงมีแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียวคือ ลุงป้อม เบอร์หนึ่งของ พปชร. และลุงตู่ ก็เบอร์หนึ่งของ รทสช. แต่มิ่งขวัญ กลับไม่ทันเกม จึงออกอาการล้ำเส้น จนอยู่ยาก
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก