‘ทักษิณ’ อยากจะกลับบ้าน จริงไหม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472967

‘ทักษิณ’ อยากจะกลับบ้าน จริงไหม

5 กรกฎาคม 2564 – 11:15 น.

บทบาทของ ‘ทักษิณ” ในนามโทนี่ ผ่านเวที CARE ClubHouse x CARE Talk เหมือนภาพคอยย้ำเตือนคนไทยไม่ให้ลืมอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 แท้จริง ‘ทักษิณ’ อยากจะกลับบ้าน จริงไหม

ปรากฏการณ์ “ทักษิณกลับบ้าน” เขย่าสถานการณ์การเมืองไทย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ไม่ใช่เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เคยเกิดขึ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : “โทนี่” สอน “ตู่” กู้วิกฤตศรัทธา

ดูเหมือนว่าเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 หลังรัฐประหาร ปี 2549 ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23   ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2544-2549 จำเป็นต้องลี้ภัยอยู่ประเทศอังกฤษ เป็นระยะเวลานานถึง 1 ปี 5 เดือน จึงได้มีโอกาส เดินทางกลับสู่ประเทศไทย และเป็นที่มาของ “การกราบแผ่นดิน” แต่หลังจากนั้นไม่นาน ทักษิณก็ต้องหลบหนีออกจากประเทศไทยอีกครั้ง

เวลาผ่านไป 10 กว่าปี ก็ยังปรากฏมีข่าว “ทักษิณจะกลับบ้าน” นับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่รัฐบาลไทยกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติศรัทธาของประชาชนในประเทศ ก็จะเกิดกระแส “ทักษิณจะกลับล้าน” แล้วนะ ทำให้เกิดคำถามว่า “ทักษิณ อยากกลับบ้านจริงไหม”

ล่าสุด ในช่วงเวลาที่เลวร้ายของผู้นำประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในระยะเวลา 7 ปีที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ที่ต้องมาเจอวิกฤติโรคโควิด 19 เปรียบเสมือนสงครามโรคระบาด ที่ต่างจากไข้หวัดนก ซึ่งรัฐไทยไม่มีประสบการณ์มาก่อน กระแส “ทักษิณกลับบ้าน” ก็ปรากฏอีกครั้ง ในนามของ โทนี่ ในเวที CARE ClubHouse x CARE Talk

ในฐานะคนไทย ที่ผ่านประสบการณ์และคอยสังเกตการเมือง ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา แต่ไม่ใช่ผู้รอบรู้ หรือมีความสามารถในด้านการเมืองแต่อย่างใด ขอเสนอมุมอง ในฐานะ ประชาชนชน ผู้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทั้งหมด ต่อสังคม เพื่อเป็นการเล่าประสบการณ์อีกด้านสู่สาธารณะ

มองกันให้ชัดๆ ทักษิณ ชินวัตร แท้จริงเขาเป็นนักธุรกิจ และนักการเมืองชาวไทยเขาดำเนินธุรกิจโทรคมนาคมและการสื่อสาร  เป็นผู้ก่ตั้งกลุ่มบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อดีตเจ้าของและประธานสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ มีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่นอกประเทศ

ไม่เพียงเท่านั้น ทักษิณ  ชินวัตร เป็นพ่อค้าเทคโนโลยี ขายโอกาส ขายความก้าวหน้า นำอนาคตมาเสนอต่อผู้มีอำนาจในอดีต จนสามารถก้าวข้ามเส้นของ”ผู้ให้ประโยชน์” มาอยู่ในฝั่งของ “ผู้รับผลประโยชน์” และกลายเป็น นักการเมืองที่ยังไม่ลืมกลิ่นของพ่อค้า ทำให้ทุกนโยบายของ ทักษิณ ชินวัตร กลายเป็นโอกาสในการมองเห็นประโยชน์ที่จะได้รับ และส่งเครือข่ายของตนเองไปรอรับผลประโยชน์ที่ปลายทาง จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ทักษิณพลาดจนตกจากอำนาจ

ในส่วนของกลุ่มอำนาจเก่า หรือกลุ่มผลประโยชน์เดิม ก่อขึ้นจากการที่ ทักษิณ เลิกเล่นบทผู้ให้ กลายเป็น ผู้เล่นที่ชงเอง กินเอง จึงต้องหาผู้ให้รายใหม่มาทดแทน แต่ผู้ให้รายใหม่กลับเป็นคนที่ร้ายกว่า ทักษิณ จึงอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก

รวมทั้งโครงสร้างอำนาจที่สลับซับซ้อน และข้อจำกัดที่ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ จึงทำให้ผู้เล่นหน้าฉากมีจำนวนน้อยลง นี่เป็นเหตุให้พลาดท่าเสียทีได้ง่าย และข้อสำคัญคือ กลุ่มอำนาจเก่า มีความลับมากเกินไป

กลับมาที่คำถามในตอนต้นว่า ทักษิณ ชินวัตร อยากกลับบ้าน(ประเทศไทย) จริงไหม ฟันธงได้เลยว่า “จริง” แต่ไม่ใช่เวลานี้ และไม่ใช่ช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของเจ้าวายร้ายไวรัสโควิด19 เช่นนี้

การกลับบ้านในภาวะที่ไม่เป็นต่อ  ขาดกลไกทางการเมืองมารองรับที่เข้มแข็งอยากที่จะเป็นผู้ชนะ หรือสร้างศรัทธาให้กับประชาชนได้ จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทักษิณ ไม่หาทำแน่

“ทักษิณอยากจะกลับบ้าน” ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเพียงการสร้างความสำคัญให้กับ ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น เพื่อไม่ให้ประเทศไทย และประชาชนคนไทยโดยเฉพาะประชาชนที่ชื่นชอบเขา ไม่ก้าวข้ามทักษิณ ก่อนเวลาอันควร เท่านั้น นะขอบอกๆ

ส่อง 4 ภาค ขุนพล ‘ไทยสร้างไทย’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472918

ส่อง 4 ภาค ขุนพล ‘ไทยสร้างไทย’

4 กรกฎาคม 2564 – 17:58 น.

“สุดารัตน์” เปิดตัวขุนพล “ไทยสร้างไทย” เลือดเก่า-ใหม่ มั่นใจสู้ได้ทุกสนาม

แม้จะเป็นการประชุมผ่านระบบ Zoom แต่ก็มีความคึกคักไม่แพ้บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ เมื่อผู้บริหารพรรค ตัวแทนสาขา ตัวแทนสมาชิกประจำเขต และสมาชิกพรรคทั่วประเทศ กว่า 300 เขต มากันพร้อมหน้า

ไฮไลต์การประชุมเปิดตัวพรรคฯ น่าจะอยู่ช่วงท้าย เมื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ออกมาทักทายบรรดา “อดีต ส.ส.” และนักการเมืองท้องถิ่น ที่เป็นตัวแทนภาคเหนือ ,ภาคอีสาน ,ภาคตะวันออก ,ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร 

“..พรรคไทยสร้างไทย สร้างประเทศไทย ภายใต้การนำของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นารีขี่ม้าขาว นายกรัฐมนตรีหญิงของชาวอีสาน..” สาคร พรหมภักดี อดีต ส.ส.สกลนคร หลายสมัย ส่งเสียงมาจากทางฝั่งภูพาน

นี่เป็นหนึ่งตัวอย่างที่ปรากฏตัวในวันนั้น แต่ก็ยังมี “อดีตคนเพื่อไทย” อีกจำนวนหนึ่งที่โผล่หน้ามาประกาศความพร้อมในการสร้างพรรคใหม่

การเปิดใจของคุณหญิงสุดารัตน์ ผ่านระบบ Zoom ไปถึงสมาชิกพรรค ในวันอาทิตย์ที่ 4 ก.ค.2564 ก็เพื่อจะยืนยันถึง “ภารกิจสุดท้าย” ในการ “สร้างประเทศไทยให้ดีที่สุด เพื่อส่งมอบให้ลูกหลานของเรา”

ส่อง 4 ภาค ขุนพล 'ไทยสร้างไทย'

                             สุดารัตน์ ประธานไทยสร้างไทย

แก้วมีชัย

ขุนพลภาคเหนือของพรรคไทยสร้างไทย ก็ไม่ใช่คนหน้าใหม่ นั่นคือ “สามารถ แก้วมีชัย” อดีต ส.ส.เชียงราย ที่ลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะไม่พอใจเรื่องคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัครนายก อบจ.เชียงราย หนที่ผ่านมา 

ดังที่รู้กัน ศึกนายก อบจ.เชียงราย เป็นการต่อสู้ระหว่างยงยุทธ ติยะไพรัช กับตระกูล “วันไชยธนวงศ์” ที่มีสามารถ แก้วมีชัย เป็นแนวร่วม

ผลการเลือกตั้ง “นก” อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ชนะวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ลูกสะใภ้ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และมียงยุทธ เป็นกองเชียร์

เมื่อสามารถ แก้วมีชัย เป็นขุนพลไทยสร้างไทย ก็อาจได้พันธมิตรอย่าง สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ อดีต ส.ส.เชียงราย และบิดาของ “นก” นายก อบจ.เชียงราย มาร่วมงานด้วยก็เป็นได้

ส่อง 4 ภาค ขุนพล 'ไทยสร้างไทย'

                               พงศกร อรรณนพพร แม่ทัพใหญ่

อรรณนพพร

ภาคอีสาน มี ส.ส.มากที่สุด “พงศกร อรรณนพพร” จับมือ “ต่อพงษ์ ไชยสาส์น”ทายาท “อีดี้จวบ” ออกเดินสายขยายฐานสมาชิกพรรค มีทั้งเลือดใหม่เลือดเก่า 

ขอนแก่นคงเป็นที่มั่นใหญ่ เพราะเป็นบ้านเกิดของพงศกร อรรณนพพร และอดีตรัฐมนตรีคนดัง ได้วางตัวลูกชาย พชรกร อรรณนพพร ลง ส.ส.เขต ไว้แล้วคนหนึ่ง ส่วนลูกสาวและน้องชาย ที่เป็น ส.ส.อยู่ตอนนี้ คงเป็นเรื่องในอนาคต

ทองหล่อ พลโคตร อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคไทยรักไทย ก็ตัดสินใจมาร่วมงานกับคุณหญิงหน่อย แม้จะพ่ายศึกนายก อบจ.หนที่แล้ว แต่ทองหล่อก็มีฐานคะแนนหนาแน่นในเขต อ.เมืองมหาสารคาม

ฟาริดา สุไลมาน อดีต ส.ส.สุรินทร์ หลายสมัย ปี 2554 ฟาริดาย้ายมาสังกัดภูมิใจไทย ก็พ่ายแพ้กระแสนารีขี่ม้าขาว ฉะนั้น เลือกตั้งหนที่แล้ว เพื่อไทยไม่มีที่ทางให้เธอ ก็เลยไม่ลงสมัคร ส.ส.

สำหรับเมืองสุรินทร์ แบรนด์เพื่อนเนวินหรือภูมิใจไทย ค่อนข้างติดลบ ทุกวันนี้ ฟาริดายังไม่ทิ้งพื้นที่ ยังหวังที่จะลงสมัคร ส.ส. และเธอคิดว่า “แบรนด์สุดารัตน์” ดีกว่าแบรนด์เนวินหรือแบรนด์ธรรมนัสแน่ จึงอาสามาร่วมงานกับไทยสร้างไทย

อดีต ส.ส.อีสาน ไม่ว่าไทยรักไทยหรือเพื่อไทย หลายคนก็ได้บทเรียนจากเลือกตั้งปี 2562 เมื่อสวมเสื้อพลังประชารัฐ ที่มีภาพเป็นตัวแทนพรรค คสช.

วิสันต์ เดชเสน อดีต ส.ส.ยโสธร หลายสมัย ที่ร้างสนามไป เพราะไม่มีที่ยืนในเพื่อไทย เมื่อคุณหญิงหน่อยสร้างพรรคใหม่ จึงส่งลูกชาย สรวิชญ์ เดชเสน ลงสนาม เพราะมั่นใจแบรนด์สุดารัตน์ คนอีสานยังให้การต้อนรับ 

อุตตะโมต

ฝั่งบูรพา ประวัฒน์ อุตตะโมต อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ และอดีต ส.ส.จันทบุรี หลายสมัย ลาออกจากพรรคเพื่อไทย มาเป็นแม่ทัพบูรพาให้พรรคไทยสร้างไทย โดยรับผิดชอบพื้นที่ตราด จันทบุรี ระยอง และชลบุรี

ด้านสมรภูมิกรุงเทพมหานคร อันเป็นฐานที่มั่นของคุณหญิงหน่อย ก็ได้มีอดีต ส.ส.กทม. หลายคนมาร่วมงาน รวมถึง “เลือดใหม่” ที่เป็นความหวังของไทยสร้างไทย

ที่น่าสนใจ แมน เจริญวัลย์ อดีตรองประธานสภา กทม. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 14 พรรครวมพลังประชาชาติไทย ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับคุณหญิงหน่อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

นี่เป็นก้าวแรกของไทยสร้างไทย จากนี้ไป คุณหญิงหน่อยคงจะได้เปิดตัวสมาชิกพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคในแต่ละภาคต่อไป

สกัดดาวรุ่ง ‘ปู’ เขย่ากลับบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472895

สกัดดาวรุ่ง ‘ปู’ เขย่ากลับบ้าน

4 กรกฎาคม 2564 – 15:14 น.

นารีนิ่งไม่ได้ “ยิ่งลักษณ์” ขยับถี่ขึ้น เมื่อพรรคน้องใหม่ ประกาศปั้น “นารีขี่ม้าขาว” คนใหม่

พลันที่สื่อค่ายประชาธิปไตย ปั่นกระแส “ทักษิณกลับบ้าน” ปรากฏว่าในหมู่คนเสื้อแดง ต่างดีอกดีใจ อารมณ์ประมาณว่า “อดรอสักครู่..ทักษิณจะมาแก้โควิด

อย่างเช่นแกนนำแดงอิสระ “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” ได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า “…ผมเชื่อว่านายกทักษิณจะได้กลับเมืองไทย และกลับมาบริหารประเทศอีกแน่นอน ขึ้นกับว่าเมื่อไหร่เท่านั้น” 

การเปิดเกมรุกของ “ทักษิณ ชินวัตร” ผ่านคลับเฮาส์ ช่วงเวลานี้ เหมือนมาถูกจังหวะเวลา เพราะรัฐบาลประยุทธ์ กำลังเผชิญอภิมหาวิกฤตโควิด ผู้ป่วยเพิ่มจำนวนขึ้นเฉลี่ยวันละ 5 พันคน มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวัน

นอกจากปัญหาวัคซีนป้องกันโควิด ก็มีไม่กี่ยี่ห้อ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เมื่อภาคเอกชนเสนอตัวจัดหา “วัคซีนทางเลือก” ก็ติดขัดระเบียบราชการ เกิดความล่าช้า ไม่ทันต่อการแพร่ระบาดของโควิด

การเสนอตัวของทักษิณ ที่จะเข้ามาช่วยจัดหาวัคซีน จึงมีเสียงตอบรับจากคนเสื้อแดง และคนทั่วไป ที่รู้สึกสิ้นหวังกับรัฐบาลประยุทธ์

มิเพียงทักษิณที่โผล่มาช่วงนี้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ก็จับจังหวะครบรอบ 10 ปี ชัยชนะ ของ “นารีขี่ม้าขาว” และพรรคเพื่อไทย โปรโมตผลไม้ไทย ด้วยรักและคิดถึงเกษตรกรไทยทุกคน

ย้ำแบรนด์

แอดมินเพจพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เหตุการณ์ในอดีต การเลือกตั้ง 3 ก.ค.2554 พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง มี ส.ส. ในสภา 265 คน เกินกึ่งหนึ่งของสภา “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ในวัย 44 ปี เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 และนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย 

บังเอิญวันเดียวกัน เพจ Yingluck Shinawatra อดีตนายกฯหญิง ได้โพสต์ภาพตัวเธอและพี่ชาย-ทักษิณ กำลังชื่นชมผลไม้ไทย ที่ส่งมาจาก จ.ปราจีนบุรี พร้อมบรรยายสภาพชีวิตชาวสวนผลไม้ในยุคโควิด “…ดิฉันเองแม้ตัวอยู่ไกลแต่ก็พร้อมสนับสนุนและเป็นสื่อกลางในการช่วยประชาสัมพันธ์พืชผลทางการเกษตรให้กับพี่น้องประชาชนทุกจังหวัดค่ะ ท่านสามารถใช้ช่องแสดงความเห็นข้างล่างเพื่อโพสต์ผลิตภัณฑ์การเกษตรของท่านได้เลยนะคะ

สกัดดาวรุ่ง 'ปู' เขย่ากลับบ้าน

                            ทักษิณและยิ่งลักษณ์ โปรโมตผลไม้ไทย

ก่อนหน้านี้ ทักษิณดูจะเล็งผลเลิศการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ประเด็นระบบเลือกตั้ง ที่เพื่อไทยและพลังประชารัฐ ใจตรงกัน ต้องการเปลี่ยนจาก “บัตรใบเดียว” เป็น “บัตร 2 ใบ” (ตามรัฐธรรมนูญ 2540) แต่เจอเกม ส.ว.ถูกตีตกไป ก็ฝันค้าง

แม้จะเหลือร่างแก้รัฐธรรมนูญ ว่าด้วยระบบเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ในชั้นกรรมาธิการฯ แต่ก็ยังลูกผีลูกคน เพราะเป็นร่างที่ไม่สมบูรณ์

ดังนั้น ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ จึงต้องโผล่ผ่านโซเชียลถี่ขึ้น ชิงจังหวะหาเสียงแบบเนียนๆ เพราะไม่รู้ว่า นายกฯประยุทธ์ จะฝ่าวิกฤตโควิดไปได้อีกนานแค่ไหน   

สกัดนักการเมืองหญิง

เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 “ทักษิณ” แก้เกมสูตรเลือกตั้ง “จัดสรรปันส่วนผสม” จึงตั้งพรรคไทยรักษาชาติ คู่ขนานไปกับพรรคเพื่อไทย แต่เกิดอุบัติเหตุการเมือง พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ ส่งผลให้ค่ายทักษิณป่วนไปเหมือนกัน

ผลเลือกตั้งครั้งนั้น พบว่าคะแนนป๊อบปูลาร์โหวต ของพรรคพลังประชารัฐ ได้ 8.4 ล้านเสียง และพรรคเพื่อไทย ได้ 7.9 ล้านเสียง เนื่องจากเพื่อไทย ส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต ไม่ครบ 350 เขต

ที่โชคร้ายไปกว่านั้น พรรคเพื่อไทย ได้ ส.ส.เขต 136 ที่นั่ง แต่ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้แต่ที่นั่งเดียว 

สำหรับการเลือกตั้งทั่วไป ที่จะมีขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเลือกตั้งระบบไหน พรรคเพื่อไทยประกาศแล้วว่า จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ครบ 350 เขตทั่วประเทศ ยอมเสี่ยงที่จะไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ หากใช้ระบบเลือกตั้งแบบรัฐธรรมนูญ 2560

ถ้าตามสูตรนี้ พรรคเพื่อไทย คงต้องพุ่งเป้าไปที่ “ส.ส.เขต” ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็ตกไปที่พรรคก้าวไกล ,พรรคประชาชาติ และพรรคเสรีรวมไทย

การปักธงยึด “ส.ส.เขต” ให้มากที่สุด ก็ต้องไปแย่งชิงเก้าอี้ ส.ส.กับพรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย ในภาคอีสานและเหนือ 

ลำพังสู้กับ 2 พรรคนี้ ก็เหนื่อยอยู่แล้ว เมื่อมี “พรรคไทยสร้างไทย” เกิดขึ้นมาอีก การจะกวาด ส.ส.เขตให้ได้เป็นกอบเป็นกำ ดูไม่ง่ายเลย

ยิ่งแกนนำพรรคไทยสร้างไทย ประกาศจะปั้น “นารีขี่ม้าขาว” คนใหม่..มีหรือ “นารีขี่ม้าขาว” คนเก่า จะอยู่นิ่งได้อย่างไร?

สกัดดาวรุ่ง 'ปู' เขย่ากลับบ้าน

                                         นารีขี่ม้าขาวในอดีต

ลีลา “หนู” พลิ้ว พลิก “วัคซีนการเมือง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472824

ลีลา “หนู” พลิ้ว พลิก “วัคซีนการเมือง”

3 กรกฎาคม 2564 – 20:04 น.

วัคซีนหายไปไหน “อนุทิน” ไม่รับรู้ แถม “ลูกพรรคสีน้ำเงิน” ชี้เป้าไปที่ทำเนียบรัฐบาล คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ตลอดสัปดาห์นี้ ประเด็น “วัคซีนทางเลือก” กลายเป็นข่าวใหญ่ เพราะ นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ จำกัด (มหาชน)  ออกมาจุดพลุ “ทำไมประเทศไทย ยังซื้อวัคซีน “ไฟเซอร์” และ “โมเดอร์นา” ไม่ได้

 ลีลา "หนู" พลิ้ว พลิก "วัคซีนการเมือง"

นพ.บุญ วนาสิน

ทีมงานของ นพ.บุญ สอบถามไปที่ 2 บริษัทนี้ในสหรัฐอเมริกาโดยตรง เนื่องจากสั่งไปตั้งแต่ มี.ค.ที่ผ่านมา โดยทางบริษัทวัคซีนแจ้งว่า ยังไม่ได้เซ็นสัญญากับรัฐบาลไทย จึงส่งให้ไม่ได้

พลันที่ “หมอบุญ” ลุกขึ้นมาทวงถามกันตรงๆ “สัญญาซื้อขายวัคซีนอยู่ไหน” คราวนี้ก็ร้อนฉ่าไปทั้งแผ่นดิน และกระสุนก็ไปตกที่ “องค์การเภสัชกรรม”

ล่าสุด นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม ชี้แจงว่า การจัดซื้อโมเดอร์นาที่ช้าเพราะต้องรอเอกชนรวบรวมยอดเงิน หลักฐาน และฐานข้อมูลภาคเอกชน จึงจะทำสัญญากับตัวแทนจำหน่ายวัคซีนยี่ห้อนี้ได้

สำหรับ นพ.บุญ วนาสิน ในวันที่เดินทางมาออกรายการ คมชัดลึก ทางเนชั่นทีวี ได้อธิบายถึงความพร้อมของภาคเอกชน และยังแนะนำให้ อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ควรจะไปต่อรองกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนโมเดอร์นาให้ส่งเร็วขึ้น

 ลีลา "หนู" พลิ้ว พลิก "วัคซีนการเมือง"

อนุทิน ชาญวีรกูล 

การลุกขึ้นมาทวงวัคซีนทางเลือกนั้น “หมอบุญ” ไม่กลัวว่าจะขัดแย้งกับกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากอนุทิน เป็นลูกเพื่อนสนิทตน เขาดื้อ ตอนนี้ทางสมาคมโรงพยาบาลฯ ช่วยรัฐบาลมากที่สุด สร้าง รพ.สนาม 100 เตียง ภายใน 10 วัน เราทำหน้าที่พลเมืองดี ไม่โทษใครทั้งสิ้น

โยนทิ้งเผือกร้อน

กระแสสังคมที่ไม่พอใจการบริหารจัดการเรื่องวัคซีนป้องกันโควิดของรัฐบาล ก็ได้จังหวะถล่ม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข

“หมอหนู” บอกว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขไม่ทีหน้าที่ร่างสัญญา หรือจ่ายเงินซื้อวัคซีนไปก่อน แต่โรงพยาบาลเอกชนกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนต้องไปตกลงกัน และระบุจำนวนวัคซีนให้เสร็จกระบวนการ แล้วแจ้งความประสงค์มาที่กระทรวงสาธารณสุข โดยกระทรวงจะทำหน้าที่เป็นตัวกลาง

เท่านั้นยังไม่พอ ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ค Suphachai Jaismut ปกป้อง “หมอหนู” ทันที โดยชี้เป้าไปที่ “คำสั่งนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” คำสั่งฉบับดังกล่าว นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธาน และมีกรรมการร่วม โดยมี นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นตัวแทนภาคเอกชน ร่วมอยู่ด้วย 

พร้อมกันนั้น “ศุภชัย” ยังย้ำว่า “ไม่มีรายชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข อยู่ในคำสั่งนี้แต่อย่างใด”พูดง่ายๆ โยนเผือกร้อนกลับไปที่ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร  และนพ.บุญ วนาสิน ทั้งที่ใครก็ทราบว่า องค์การเภสัชกรรม อยู่ในการกำกับดูแลของ “หมอหนู” ซึ่งจะปฏิเสธความรับผิดชอบไปได้อย่างไร

ว่ากันตามจริง “หมอบุญ” ออกมาทวงถามเรื่องสัญญาซื้อขายวัคซีน ก็ไม่ได้พุ่งเป้าไปโจมตีเจ้ากระทรวงคือ “หมอหนู” และไม่ได้มีเจตนาจะใส่ร้ายป้ายสีกระทรวงสาธารณสุข เพียงแต่อยากรู้ว่า เหตุใดการลงนามสัญญาซื้อขายจึงล่าช้า และติดขัดอยู่ตรงจุดไหน

คาดว่า หลัง “ศุภชัย” นำร่องออกมาปกป้องหัวหน้าพรรคภูมิใจใจ บรรดาลูกพรรคเจ้าประจำก็คงออกมารับลูก พร้อมชี้เป้าให้สังคมไปรุมถล่มคณะกรรมการจัดหาวัคซีนฯ แทน

รู้จัก “บก.ลายจุด” “คาร์ม็อบ” นะจ๊ะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472809

รู้จัก “บก.ลายจุด” “คาร์ม็อบ” นะจ๊ะ

3 กรกฎาคม 2564 – 17:26 น.

เบื้องหลังไล่ประยุทธ์ “บก.ลายจุด” ปลุก “คาร์ม็อบ” ออนทัวร์ทำเนียบรัฐบาล คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ในที่สุด “คาร์ม็อบ” ก็ปรากฏตัวบนท้องถนน ในนามสมบัติทัวร์ กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “กดแตรไล่ประยุทธ์” ช่วงบ่ายแก่ๆ วันเสาร์ที่ 3 ก.ค.2564 มีจุดเริ่มต้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และมีเป้าหมายอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล

นับแต่ “บก.ลายจุด” หรือ สมบัติ บุญงามอนงค์ ประกาศนัดหมายผ่านเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ก็ถูกจับตามองจากฝ่ายความมั่นความคงทันที ขณะที่วันเดียวกัน “จตุพร พรหมพันธุ์” ประกาศเคลื่อนมวลชนไปทำเนียบรัฐบาลอีกยก แต่ “บก.ลายจุด” หันมาเคลื่อน “รถ” มุ่งสู่ทำเนียบเช่นกัน

รู้จัก "บก.ลายจุด" "คาร์ม็อบ" นะจ๊ะ

กว่าสิบปีมานี้ ชื่อ “หนูหริ่ง” หรือ “บก.ลายจุด” จะถูกบันทึกไว้ในทำเนียบนักเคลื่อนไหวมวลชนสายพิราบ เพราะเป็นนักสร้างและออกแบบการประท้วงเผด็จการ ที่ยึดแนวสันติวิธี คนเสื้อแดงคงจำกิจกรรม “วันอาทิตย์สีแดง” ได้ดี หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ “บก.ลายจุด” ในบทบาท “แกนนอน” ได้เปิดปฏิบัติการ “นัดกินแมค” ที่สี่แยกราชประสงค์ พร้อมกับยกป้าย “ที่นี่มีคนตาย”

เกรียนตัวพ่อ

ปี 2561 “บก.ลายจุด” พร้อมคนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่ง ได้ร่วมก่อตั้ง “พรรคเกรียน” ด้วยมุ่งหวังที่จะเข้ามาทำงานการเมือง โดยมองข้ามข้อจำกัดเรื่องสีเสื้อ เรื่องสีจะไม่เป็นข้อจำกัดในการทำพรรค หลังรัฐประหาร 2549 บก.ลายจุด ผู้ก่อตั้งมูลนิธิกระจกเงา เป็นคนแรกๆ ที่พาพรรคพวกออกมาแสดงจุดยืนต่อต้านเผด็จการ ในนามของ “เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร” 

รู้จัก "บก.ลายจุด" "คาร์ม็อบ" นะจ๊ะ

บก.ลายจุด จากเอ็นจีโอ สู่นักต่อตัานเผด็จการ

เมื่อขบวนการต้านเผด็จการ ก้าวสู่ “ม็อบ” ลงสู่ถนน บก.ลายจุด ก็ถอยออกมา เนื่องจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองของเขา จะเน้นใช้อารมณ์ขัน ความสนุก ลดความตึงเครียดลงได้ “หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุม ผมออกมาผูกผ้าแดง เหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งคือเรื่องส่วนตัวของเราเองนี่แหละ ถ้าไม่ทำผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้ อยู่เฉยๆ ก็ร้องไห้”

บก.ลายจุด ให้สัมภาษณ์สื่อออนไลน์ ถึงที่มาของกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง 11 ก.ค.2553 บก.ลายจุด ได้นำผ้าเเดงมาผูกตรงเสาของป้ายสี่เเยกราชประสงค์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์สลายการชุมนุม 19 พ.ค.2564

ไม่นิยมความรุนแรง

สมบัติ บุญงามอนงค์ ทำงานเอ็นจีโอมาแต่วัยหนุ่ม ผ่านมาหลายองค์กร จึงยึดแนวสันติวิธีเป็นหลัก เขาเลยมีวิธีคิดต่าง  “ผมคิดว่าโดยธรรมชาติของม็อบ ไม่ว่าจะม็อบสีไหนก็แล้วแต่ มันจะมีกลิ่นอายเรื่องทำนองนี้อยู่ไม่มากก็น้อย เป็นธรรมชาติของม็อบแบบหนึ่ง เราคงอยากจะเห็นม็อบที่ไม่มีความรุนแรง ไม่มีการหยาบคาย แต่สุดท้ายมันก็จะมีสิ่งเหล่านี้หลุดออกมาเสมอ แต่ผมไม่คิดว่านั่นเป็นภาพใหญ่จริงๆ ไม่ว่าจะสีไหนด้วยนะ มันไม่ใช่ภาพใหญ่”

บก.ลายจุดเชื่อว่า พื้นที่การต่อสู้ที่แท้จริงไม่ใช่บนถนน สนามต่อสู้ที่แท้จริงคือการรับรู้และวิธีคิด ความเข้าใจและระบบคุณค่าทางการเมือง ส่วนปฏิบัติการการชุมนุมเป็นแค่เครื่องมือหนึ่งที่จะเรียกร้องทำให้เกิดความสนใจเพื่อสื่อสารกับสังคม “ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ที่ตื่นตัวทางการเมือง ยังอยู่ในอารมณ์อยากเอาชนะ ยังมีแบบนี้เยอะ พอเราต่อสู้เราจะไม่ยึดหลักการ และไม่สนใจวิธีการ”

ดังนั้น บก.ลายจุด จึงออกแบบ “คาร์ม็อบ” กดแตรไล่ประยุทธ์ ด้วยความสนุกสนาน ไม่ต้องการเผชิญหน้าแตกหัก เหมือนคนบางกลุ่ม

วิบาก “ป้อม” อุ้ม “น้อง” เข็น “พปชร.” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472714

วิบาก “ป้อม” อุ้ม “น้อง” เข็น “พปชร.”

2 กรกฎาคม 2564 – 18:48 น.

เหนื่อยสาหัส “บิ๊กป้อม” ต้องอุ้ม “2 ป.” ฝ่าวิกฤตโควิด ฝากเดิมพันสุดท้ายไว้กับ “ธรรมนัส” คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

กระแสประชาธิปไตยบนท้องถนนกลับมาอีกครั้ง ท่ามกลางไวรัสมรณะระบาดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รัฐบาลประยุทธ์เรตติ้งตกฮวบ เพราะการบริหารจัดการภาวะวิกฤติสอบตก

ชั่วโมงนี้ แฮชแท็ก #รัฐบาลฆาตกร ขึ้นอันดับ1 เทรนด์ทวิตเตอร์ สะท้อนอารมณ์โกรธแค้นของผู้คนที่มีต่อรัฐบาล ในยามที่ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งไม่หยุด มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะขยับทำอะไรในช่วงนี้ ดูขวางหูขวางตาประชาชนไปหมด แม้แต่การเดินทางไปเปิดการท่องเที่ยว “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ที่ จ.ภูเก็ต แทนที่จะได้แต้มบวก กลับติดลบจากภาพดราม่าริมทะเล 

เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ รวบอำนาจการบริหารจัดการสถานการณ์โควิดมาไว้ที่ ศบค. จึงทำให้รัฐมนตรีในซีกพลังประชารัฐ เหมือนไม่มีตัวตน รวมทั้ง ส.ส.พลังประชารัฐส่วนใหญ่ ก็เลือกที่จะนิ่งเงียบ ไม่ออกมาปกป้องรัฐบาลและตัวนายกรัฐมนตรี

วันที่ 2 ก.ค.2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จึงเรียก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค มาปรึกษาหารือเรื่องภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นเวลา 1 ชั่วโมงขณะที่พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล เปิดเกมรุกเขย่ารัฐบาล พร้อมเสนอ “ยุบ ศบค.” รวมถึงพรรคเกิดใหม่อย่างพรรคไทยสร้างไทย และพรรคกล้า ก็ลงพื้นที่ต่อเนื่อง ตรงกันข้ามพรรคพลังประชารัฐ กลับเกิดปัญหาขัดแย้งแย่งชิงตำแหน่งในกรรมาธิการงบประมาณฯ เมื่อไม่นานมานี้ ลูกพรรคกลุ่มหนึ่ง ก็ปล่อยข่าวจะผลักดันให้ “ธรรมนัส” เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย เพราะไม่พอใจ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย ที่ไม่สนใจใยดี ส.ส.พลังประชารัฐ และทำตัวอยู่เหนือการเมือง

“บิ๊กป้อม” ผู้เป็นศูนย์กลางพรรคฯ และเป็นที่รักของ ส.ส.ในพรรค รับรู้ได้ถึงความห่างเหินระหว่างนายกรัฐมนตรีกับลูกพรรค หรือ มท.1 กับ ส.ส.บ้านนอก จึงพยายามเป็นคนกลางเชื่อมร้อยใจนักเลือกตั้งหลายเผ่าพันธุ์ที่มารวมตัวอยู่ในพลังประชารัฐ

 วิบาก "ป้อม"  อุ้ม "น้อง" เข็น "พปชร."

พล.อ.ประวิตร ทำทุกอย่างเพื่อน้อง “2 ป.” 

มือประสานสิบทิศ

หลังปิดห้องคุยกับ “บิ๊กป้อม” อยู่นานนับชั่วโมง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ให้สัมภาษณ์สื่อหลายประเด็น โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ จึงมอบให้ ไพบูลย์ นิติตะวัน มือกฎหมายของพรรค สร้างกติกาและระเบียบพรรคใหม่

“ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า มันไม่ค่อยเป็นระบบ แต่ต่อไปนี้ต้องเป็นระบบ การอยู่รวมกันต้องเป็นระบบ” 

 วิบาก "ป้อม"  อุ้ม "น้อง" เข็น "พปชร."

ร.อ.ธรรมนัส มือขวาบิ๊กป้อม มีภารกิจหนัก 

“ธรรมนัส” บอกว่า พล.อ.ประวิตร สั่งให้หลอมรวมทุกกลุ่มก้อนให้เป็นหนึ่งเดียวกันให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ,สมศักดิ์  เทพสุทิน,อนุชา นาคาศัย และสุชาติ ชมกลิ่น ได้พูดคุยทำความเข้าใจกันหมดแล้ว

อันที่จริงแล้ว สมัยเลือกตั้งปี 2562 “ธรรมนัส” ก็คุ้นเคยกันดีกับแกนนำกลุ่มสามมิตร ในฐานะแม่ทัพภาคเหนือร่วมกัน รวมถึงสันติ พร้อมพัฒน์ และกล่าวให้ถึงที่สุด พวกเขาทั้งหมดก็คือ คนเพื่อไทยเก่า เคยมี “นายใหญ่” คนเดียวกัน ในฐานะรุ่นน้องทางการเมือง “ธรรมนัส” จึงเข้าไปเปิดใจพูดคุยกับรุ่นพี่ และรู้ดีว่า บรรดาขาใหญ่เหล่านี้ต้องการอะไร ตามประสานักเลือกตั้ง มองตาก็รู้ใจ

โมเดลจีนแก้จน

ด้วยสายสัมพันธ์อันดีระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับทางการจีน พรรคพลังประชารัฐ จึงวางแผนจัดการประชุมร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในวันที่ 6 ก.ค.2564 เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยเฉพาะแนวทางแก้ปัญหาความยากจน นัยว่า จีนมีมณฑลกว่างสี เป็นต้นแบบแก้ปัญหาความยากจนสำเร็จ “ธรรมนัส” จึงอยากจะนำโมเดลมณฑลกว่างสีจ้วง มาประยุกต์ใช้ในเมืองไทย

สาเหตุที่ “บิ๊กป้อม” สั่งการให้ “ธรรมนัส” ริเริ่มจัดทำชุดนโยบายเศรษฐกิจ แก้ปัญหาความยากจน ก็เพราะเจอ “โทนี่” พูดดักคอ “น้องธรรมนัส” ไว้ในคลับเฮาส์เมื่อวันก่อนว่า ขอให้คิดนโยบายใหม่ๆ มาต่อสู้กันดีกว่าใช้เงินทอง

สำหรับภาคอีสาน ฐานที่มั่นใหญ่ของพรรคเพื่อไทย “ธรรมนัส” เชื่อว่า หลังจากลงพื้นที่มาตลอดเกือบ 3 ปี มีความมั่นใจมีกลยุทธ์ในการเอาชนะใจคนรากหญ้าได้ และมั่นใจว่า จะเจาะภาคอีสานได้มากกว่าครั้งที่แล้ว (ปัจจุบัน พลังประชารัฐ มี ส.ส.เขต 14 คน)

จะเห็นได้ว่า พรรคพลังประชารัฐ ขับเคลื่อนได้ด้วยบารมี “บิ๊กป้อม” ซึ่งมีมือทำงานอย่างผู้กองธรรมนัส ที่รู้อกรู้ใจกันดี 

3 ก๊กราชบุรี “ปารีณา” อยู่ก๊กไหน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472669

3 ก๊กราชบุรี “ปารีณา” อยู่ก๊กไหน

2 กรกฎาคม 2564 – 14:36 น.

อยู่แบบไหน “ปารีณา” โดดเดี่ยวในพลังประชารัฐ สแกนพื้นที่ราชบุรี ค้นหา “พันธมิตรการเมือง”ของสาวโพธาราม คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ความขัดแย้งระหว่าง วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ดูจะยังไม่จบง่ายๆ

เมื่อเย็นวันที่ 1 ก.ค.2564 มีรายงานข่าวว่า “วิรัช” ได้ลบแอกเคานต์ของปารีณา ออกจากไลน์กลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐเรียบร้อยแล้ว ถัดมา วิรัชชี้แจงว่า กรณีที่ลบไลน์ของปารีณา ไม่ใช่กลุ่มไลน์ใหญ่ของพรรค แต่เป็นกลุ่มไลน์ที่ใช้ในการประสานงานเฉพาะวิปรัฐบาลเท่านั้น  

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความขัดแย้งส่วนตัวของ “วิรัช” กับ “ปารีณา” ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค พยายามให้ตนเคลียร์ทั้งสองฝ่าย ต้องแยกคุยเป็นรายคนไปก่อน ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ล่าสุด เช้าวันที่ 2 ก.ค.2564 ความเคลื่อนไหวของ “ปารีณา” ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไร กรณีถูกลบไลน์ออกจากกลุ่มวิปรัฐบาล แต่หันไปวิจารณ์บทบาทหมอกับโควิดแทน  ความเห็นทางการเมืองของปารีณาในหลายกรณี มักจะถูกมองว่า ปกป้อง “ลุงตู่” หรือ “ลุงป้อม” เกินเหตุ แถมชอบเล่นบท “ศิลปินเดี่ยว” ไม่สนใจใคร แม้แต่คนพรรคเดียวกัน

 3 ก๊กราชบุรี "ปารีณา" อยู่ก๊กไหน

ปารีณา ยังทำหน้าที่ดูแลชาวบ้าน 

สนามการเมืองราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.เขต 3 คนคือ บุญยิ่ง นิติกาญจนา, กุลวลี นพอมรบดี และปารีณา ไกรคุปต์ โดย “บุญยิ่ง-กุลวลี” สังกัดกลุ่มสามมิตร แต่ “เอ๋ โพธาราม” ก็ขึ้นกับลุงป้อม

3 ก๊กราชบุรี 

ราชบุรี แผ่นดินกึ่งเกษตรกรรมกึ่งอุตสาหกรรม ไม่ห่างไกลเมืองหลวง มีอยู่ไม่กี่ตระกูล ที่เวียนว่ายอยู่ในสังเวียนการเมืองตลอด 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา ถ้าสแกนพื้นที่แล้ว ก็พบว่า จะมีอยู่ 3 กลุ่มใหญ่ 

1.กลุ่มราชันมังกร “กำนันตุ้ย” วิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี และเจ้าของอาณาจักรธุรกิจกาญจนากรุ๊ป ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี สมศักดิ์ เทพสุทิน ชวน “กำนันตุ้ย” มาสร้างพรรคมัชฌิมาธิปไตย ก่อนจะย้ายไปภูมิใจไทย และมาจอดป้ายที่พลังประชารัฐ

2.กลุ่มคลองดำเนินสะดวก สรอรรถ กลิ่นประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จับมือ บุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี ยึดพื้นที่สายคลองมาหลายสมัย เลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว สรอรรถ แตะมือ “กำนันน้อง” เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ อดีต ส.ว.ราชบุรีและน้องชายกอบกุล นพอมรบดี อดีต ส.ส.ผู้ล่วงลับ

3.กลุ่มศรีเมือง นภินทร ศรีสรรพางค์ อดีต ส.ว.ราชบุรี และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เจ้าของตลาดศรีเมือง ตลาดกลางผักและผลไม้ จ.ราชบุรี ตอนเลือกตั้งปี 2562 คนราชบุรีรู้สึกแปลกๆ ที่เสี่ยนภินทร ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยการชักชวนของสรอรรถ และปัจจุบัน นภินทรเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา)  

 3 ก๊กราชบุรี "ปารีณา" อยู่ก๊กไหน

ทวี ไกรคุปต์ ออกงานสังคมตามปกติ รักษาฐานเสียง 

กำนันตุ้ยผงาด

ช่วงเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี มีข่าวเสี่ยนภินทร จะลงสมัครนายก อบจ.แข่งกับกำนันตุ้ย แต่ตอนหลังเปลี่ยนใจไม่ลงสนามว่ากันว่า กำนันตุ้ยเจรจาทุกกลุ่มการเมืองในราชบุรีให้หนุนช่วย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสรอรรถ, กลุ่มกำนันน้อง รวมถึง อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ทายาทเครือวงษ์พิทักษ์ จำหน่ายปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง  ยกเว้น “ปารีณา” คนเดียว ที่แสดงจุดยืนไม่หนุนกำนันตุ้ย และเชียร์เสี่ยนภินทร แต่เจ้าของตลาดศรีเมือง ไม่ลงสนาม

 3 ก๊กราชบุรี "ปารีณา" อยู่ก๊กไหน

กำนันตุ้ย และเจ๊บุญยิ่ง กลุ่มสามมิตร

ผลเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี “กำนันตุ้ย” โกยแต้มทิ้งคู่แข่งขาดลอย และได้ ส.อบจ.มาเกือบเต็มสภา นี่เป็นการประสานผลประโยชน์ครั้งสำคัญของกลุ่มธุรกิจการเมืองราชบุรี สำหรับ ปารีณา เป็นลูกสาวของทวี ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี และอดีตรัฐมนตรี เล่นการเมืองมาแต่ปี 2522 เธอจึงไม่ต้องพึ่งพาใคร เพราะบารมีของพ่อทวี ในเขต อ.จอมบึง และ อ.โพธาราม ก็ช่วยให้เธอเป็น ส.ส.มา 4 สมัย  

 “ทวี” เป็นนักการเมืองรุ่นใหญ่ มีความเชื่อมั่นตัวเองสูง ย้ายพรรคไปเรื่อย และคงไม่อยากอยู่ใต้ปีกนักการเมืองรุ่นน้องอย่างสรอรรถ หรือกำนันตุ้ย

“โทนี่” สอน “ตู่” กู้วิกฤตศรัทธา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472564

“โทนี่” สอน “ตู่” กู้วิกฤตศรัทธา

1 กรกฎาคม 2564 – 18:54 น.

รุกใหญ่ “โทนี่” ได้เวลาเอาคืน เปิดเกมรุกใส่ “บิ๊กตู่” คู่ขนานเกมท้องถนน คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ถ้าเปรียบเหมือนการชกมวยไทย ก็เหมือนนักมวยยกสี่ “บิ๊กตู่” เจอหมัดเจอเท้า เข่าศอกหลายชุด ถึงกับทรุด ขึ้นยกที่ห้า “โทนี่” จึงรุกไล่ทันที ดังนั้น แอดมินเพจ CARE  คิด เคลื่อน ไทย จึงอัพคลิป “ฟังพี่โทนี่แนะจริงจัง หลังน้องตู่ อารมณ์สวิง ควรไปตรวจฮอร์โมน บ้างนะจ๊ะ…” คลิปนี้ถือว่าจงใจขยี้ “บิ๊กตู่” ชัดๆ ซึ่งสร้างความพออกพอใจแก่สาวกทักษิณเป็นอย่างมาก ต้องยอมรับว่า ชั่วโมงนี้ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ตกเป็นตำบลกระสุนตก 

วันที่ 1 ก.ค.2564 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาญัตติด่วน ของ ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาโควิด โดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เสนอญัตติให้ยุบ ศบค. เพื่อส่งให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป

ในวันที่ “โทนี่” ออกคลับเฮ้าส์หนล่าสุด ก็ยังวิจารณ์วิธีคิดวิธีทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่างที่รู้กัน สมัยรัฐบาลไทยรักไทย ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้พยายามปรับเปลี่ยนระบบราชการ โดยการตั้งผู้ว่าฯ ซีอีโอ ทำให้เกิด “คลื่นใต้น้ำ” ในกระทรวงมหาดไทย เพราะเหล่า “สิงห์มหาดไทย” รู้สึกถูกนักการเมืองกดหัว จนสูญสิ้นศักดิ์ศรีฉะนั้น หลังรัฐประหาร 2549 และ 2557 คณะทหารที่ได้บริหารราชการแผ่นดิน ได้ยุบทิ้งผู้ว่าฯ ซีอีโอ และฟื้นระบบราชการแบบเดิม 

เมื่อมีผู้ถามว่า การมีศูนย์กลาง (ศบค) จำเป็นมั้ย หรือ ราชการปกติก็เพียงพอแล้ว “โทนี่” ตอบทันทีว่า “การรวมศูนย์แบบนี้เป็นการบริหารงานแบบโบราณ บริหารสมัยนี้ไม่รวมศูนย์ อยู่ไหนก็ประชุมได้หาข้อยุติได้ ต้องวางแผนให้ชัดเจน ดักปัญหาล่วงหน้า ไม่ใช่วิ่งตามปัญหา วันนี้นายกคิดยังไงก็ไม่มีใครกล้าแย้ง ล้อมด้วยหมอรักษาโรค ทั้งที่จริงต้องมีหมอระบาด

 “โทนี่” ยังวิจารณ์มาตรการควบคุมโควิดของ ศบค.ชุดใหม่ว่า “ขอวิจารณ์สองสามเรื่อง ถ้าเราไม่ศึกษาให้ชัดเจนว่าอะไรห้ามไม่ห้าม นึกอยากจะสั่งก็สั่ง นึกอยากจะเลียนแบบเมืองนอกก็เลียนแบบ เราเป็นประเทศกำลังพัฒนา จะชดเชยเหมือนเมืองนอกทำไม่ไหว เราจึงรู้ว่าควรจะปิดอะไรไม่ปิดอะไร วันนี้เราไม่รู้อะไรเลย เพราะเราไม่ค่อยมีการตรวจทางลึก ถ้าไม่ป่วย ไม่เดินเข้าโรงพยาบาลเองก็ไม่รู้ว่าติดกี่ราย ตอนนี้เริ่มเปิดตรวจฟรีบ้างแล้วแต่น้อยมาก”

แล้วโทนี่ก็วกมาที่เรื่อง “ลักหลับล็อกดาวน์” ว่า “เรื่องที่อยู่ๆ ตีหนึ่งสั่งประกาศ ผมเรียนวิชาอาชญวิทยา เขาเรียก modus operundi แผนประทุษกรรม คนไหนที่เคยทำอะไรมันก็จะชอบมีพฤติกรรมแบบนั้น คือ ท่านเป็นนักปฏิวัติ หัวค่ำบอกไม่ปฏิวัติ ตอนดึกปฏิวัติ มันเป็นนิสัยท่าน ผมคิดว่าท่านคงทำแบบนั้น ช่วงนี้ผมคิดว่าท่านควรจะตรวจฮอร์โมน ผู้ชายอายุมาก อารมณ์เปลี่ยน ผมว่ามันสวิง”

เพียงแค่ประโยคสั้นๆ “ผมคิดว่าท่านควรจะตรวจฮอร์โมน ผู้ชายอายุมาก อารมณ์เปลี่ยน ผมว่ามันสวิง” ก็ถูกขยายผลในฟากฝ่ายเพื่อไทย 

"โทนี่" สอน "ตู่" กู้วิกฤตศรัทธา

โทนี่แนะลุงตู่ ตรวจสุขภาพ

สำหรับประเด็นการสื่อสารหรือวิธีการจัดการการสื่อสารในวิกฤติ “โทนี่” สอนว่า “ก็ต้องรู้จริง วางแผนร่วมกันอย่างชัดเจนว่าจะทำอะไร ไม่ใช่นึกอะไรได้ก็สั่ง ประเทศไม่ใช่เรื่องเล่น มันเกี่ยวกับองคาพยพจำนวนมาก ผู้นำสั่งเคลื่อนกำลังที มัน break ไม่ทัน โฆษกพูดก็ได้ แต่ต้องพูด on behalf ของรัฐบาลที่มีความชัดเจน แต่พูดจากการกลั่นกรองที่มีจบแล้วของที่ประชุม นายกต้องมีเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ อธิบายประชาชนได้”

"โทนี่" สอน "ตู่" กู้วิกฤตศรัทธา

ตอนนี้ โทนี่ได้ทีขี่แพะไล่ 

ตอนท้ายของการออกคลับเฮ้าส์คืนนั้น นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กล่าวถึงความเป็นผู้นำ ต้องมีหัวใจ “… ถ้าผู้นำการเมืองไม่มีหัวใจ จะไม่เข้าใจว่าคนเขาทุกข์กันยังไง เป็นหัวใจสำคัญที่คุณ

“โทนี่” พูดเสริมว่า “empathy เป็นคียเวิร์ดที่สำคัญมากสำหรับนักการเมือง ถ้าไม่รู้จัก empathy เสียเวลาทั้งตัวเองและประเทศ” (คำว่า empathy หมายถึงความตระหนักในความรู้สึก ความต้องการ และความกังวลของผู้อื่น)

เหมือนช่วงนี้ “โทนี่” พูดอะไรก็โดนใจแฟนคลับ เนื่องจาก “บิ๊กตู่” กำลังเจออภิมหาวิกฤตโควิด เปรียบเสมือนนักมวยยกที่ห้า เอาหลังพิงเชือก สู้ไปถอยไป ประคองตัวจนเสียงระฆังดัง 

ไล่ประยุทธ์ “กวิ้น” ปาดหน้า “ตู่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472517

ไล่ประยุทธ์”กวิ้น” ปาดหน้า “ตู่”

1 กรกฎาคม 2564 – 14:35 น.

ม็อบราษฎรเคลื่อนแล้ว “เพนกวิน” ลงถนนอีกครั้ง เฉพาะหน้าขอไล่ประยุทธ์ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ประเทศไทย เผชิญหน้าสงครามโควิด สงครามโรคระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ทะลุวันละ 4 – 5 พันคน และมีผู้เสียชีวิตสะสมเกิน 2 พันคนแล้ว ส่งสัญญาณระบบสาธารณสุขใกล้ล่ม โรงพยาบาลล้น ห้องไอซียูเต็ม โรงพยาบาลสนามแน่น และ ต้องให้คนป่วยนอนรักษาตัวเองอยู่กับบ้าน

ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาด เสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลประยุทธ์ดังกระหึ่ม จับกระแสอารมณ์ผู้คนในโซเชียล เหมือนว่าพวกเขาจะหมดความอดทน และไม่นำพาต่อมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ เกี่ยวกับการปิดแคมป์ และห้ามคนนั่งกินอาหารในร้าน ด้วยเหตุนี้ “บะหมี่” ประภาวี เหมทัศน์ ตัวแทนสมาคมคราฟต์เบียร์ ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม จึงเปิดตัวแคมเปญ “#กูจะเปิดมึงจะทำไม” เพื่อคัดค้านมาตรการของ ศบค. ที่ห้ามร้านอาหารและเครื่องดื่มให้ลูกค้านั่งรับประทานในร้าน

“บะหมี่” ได้รวบรวมร้านต่างๆ ที่ต้องการเข้าร่วมแคมเปญ #กูจะเปิดมึงจะทำไม และกำหนดกิจกรรมระยะแรก เปิดร้านเล่นดนตรีแบบ Flashmob ดาวกระจาย และระยะต่อไปคือ ลงถนน
แสดงว่าในระยะใกล้นี้ รัฐบาลประยุทธ์กำลังจะเจออารยะขัดขืนจาก “ผู้ประกอบการร้านอาหาร” ที่อาจยกระดับไปสู่การ “ไล่ประยุทธ์” ก็เป็นได้ อีกด้านหนึ่ง ผู้ประกอบร้านอาหารจำนวนไม่น้อยที่ยินดีจะปฏิบัติตามมาตรการของรัฐ และรับความช่วยเหลือที่ได้ออกมาตรการเยียวยา ทั้งพนักงานและเจ้าของร้านมาแล้ว 

ตลาดราษฎร

เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2564 แอดมินเพจกลุ่มราษฎร ได้แจ้งข่าวว่า “…ไม่มีเหตุผลที่จะอดทนอีกต่อไป ลุกขึ้นมาไล่ประยุทธ์และองคาพยพเผด็จการด้วยกัน วันที่ 2 ก.ค.2564 นี้ เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป เราจะไปเปิดตลาดนัดกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ใครใคร่ค้ามาค้า ใครใคร่ขายมาขาย ใครใคร่ไล่เผด็จการมาเจอกัน”

ก่อนหน้านี้ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ประกาศเชิญชวนล่วงหน้า ศุกร์นี้ ผมและเพื่อน ๆ จะไปไล่ประยุทธ์ จึงขอเชิญชวนพี่น้องราษฎรทุกคนมาไล่ประยุทธ์ด้วยกัน..พ่อค้าแม่ขายที่เดือดร้อนจากการทำงานของรัฐบาลนี้ โปรดเตรียมของมาเปิดตลาดขายกันโดยพร้อมเพรียง”

 ไล่ประยุทธ์"กวิ้น" ปาดหน้า "ตู่"

เพนกวิน นัดเปิดตลาดราษฎร

อานนท์ นำภา, “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และไผ่ ดาวดิน ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กทำนองชักชวนให้แนวร่วมราษฎรมาร่วมไล่ประยุทธ์กันอย่างจริงจัง พูดง่ายๆ ยุทธวิธีเฉพาะหน้าขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ โดยไม่ทิ้งยุทธศาสตร์ทะลุเพดาน

“ตู่” ไหวมั้ย

กลุ่มไทยไม่ทน ได้ขยับ “ม็อบไล่ประยุทธ์” มาสองรอบแล้ว แต่ก็เรียกคนให้ไปชุมนุมได้ไม่มากเท่าที่ควร “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ จึงนัดใหม่อีกครั้งตอนเย็นวันเสาร์ที่ 3 ก.ค.2564 ที่สะพานผ่านฟ้า แล้วเดินขบวนไปทำเนียบรัฐบาล

แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน ประกาศไปแล้วว่า จะนัดชุมนุมทุกวันเสาร์ และยาวไป 3 เดือน “จตุพร” ประเมินว่า มวลชนที่เข้าร่วมชุมนุมจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จากหลักร้อย อาจทะลุหลักหมื่น เพราะกระแสความไม่พอใจของประชาชน นับวันยิ่งเพิ่มทวีขึ้น

 ไล่ประยุทธ์"กวิ้น" ปาดหน้า "ตู่"

กลุ่มไทยไม่ทน ยังเดินหน้าจัดม็อบ แม้คนเข้าร่วมยังไม่มาก 

ปฏิกิริยาของผู้คนที่มีต่อคำพูด “นะจ๊ะ” บวกกับอาการเริงร่าของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดูจะทำให้ภาพลักษณ์ผู้นำติดลบ มีเสียงวิพากษ์รุนแรงและขยายวงกว้าง เหมือนประกายไฟไหม้ลามทุ่ง แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน จึงเชื่อว่า จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมวันเสาร์นี้ จะเพิ่มขึ้นกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของกลุ่มไทยไม่ทนคือ “แกนนำ” ล้วนเป็นคนหน้าเดิมๆ ที่เคยผ่านเวทีเสื้อเหลือง และเวทีเสื้อแดง จึงทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ขานรับ เหมือนว่า เวลาของแกนนำเหล่านี้ได้ล่วงเลยไปแล้ว

การต่อสู้บนท้องถนนในวันนี้ เป็นเรื่องของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ดังที่ “เต้น”ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จับทางได้ จึงขอโหนม็อบเด็ก มากกว่าจะทำม็อบแข่งกับเด็ก

“โทนี่” กลับแน่ ถาม “สามนิ้ว” ก่อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472411

“โทนี่” กลับแน่ ถาม “สามนิ้ว” ก่อน

30 มิถุนายน 2564 – 16:57 น.

“ทักษิณ” จะกลับแน่ ดังกระหึ่มจากคลับเฮาส์ อาจต้องตอบคำถามสำคัญของ “สามนิ้ว” เสียก่อน คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ควันหลงจาก CARE ClubHouse x CARE Talk ตอน “โทนี่สอนน้อง” มีสำนักข่าวออนไลน์บางแห่ง พยายามปั่นกระแส “ทักษิณกลับบ้าน” โดยหยิบเอาบางประโยคของโทนี่ หรือทักษิณ ชินวัตร มาพาดหัวข่าวเรียกความสนใจ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “โทนี่” พี่ใหญ่ กับเยื่อใย “ธรรมนัส” 

"โทนี่" กลับแน่ ถาม "สามนิ้ว" ก่อน

ทักษิณ : กลับแน่ แต่เมื่อไหร่จะบอก

จริงๆแล้ว “โทนี่” ตอบคำถามของตัวแทนกลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทานที่ว่า “จะกลับมาเมื่อไหร่ ทุกคนคิดถึงมาก” ซึ่งโทนี่ก็ตอบว่า “กลับแน่ แต่เมื่อไหร่ค่อยบอก”    

ว่ากันตามเนื้อผ้า โทนี่ในคลับเฮาส์ครั้งล่าสุด ทีมงานกลุ่มแคร์ พยายามหลีกเลี่ยง “ประเด็นร้อน” ในช่วงที่มีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล และติ่งแม้วปะทะติ่งส้ม    

พูดถึงเรื่อง “ทักษิณจะกลับบ้าน” ทำให้นึกถึงภาพ “กราบแผ่นดิน” ของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกแอดมินเพจเยาวชนปลดแอก นำไปตัดต่อภาพ และตั้งคำถามกับเพื่อไทยและทักษิณ   

สมมติว่า ทักษิณกลับมาได้จริงๆ คำถามแรกที่ “เพนกวิน” หรือ “รุ้ง” จะถามคือ “ลุงโทนี่จะเอายังไงกับการปฏิรูปสถาบันฯ” 

++
สงครามติ่ง
++
ย้อนไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2551 ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องออกจากประเทศไทยและลี้ภัยไปอยู่ที่อังกฤษนานถึง 1 ปี 5 เดือน เนื่องจากถูกปฏิวัติรัฐประหาร ก็ได้โอกาสกลับเมืองไทย สมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช    

พลันที่มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ทักษิณจึงก้มลงกราบที่พื้นดิน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของมวลชนคนรักทักษิณดังกึกก้อง    

ภาพ “กราบแผ่นดิน” นี่แหละที่ได้ไปปรากฏในเพจเยาวชนปลดแอก(รีเด็ม) พร้อมข้อความ “จากปฏิรูปสถาบันฯ เหลือเพียงเปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง”     

ปฏิบัติการของเยาวชนปลดแอกเที่ยวนี้ ทำเอาคนเสื้อแดง หรือติ่งโทนี่ โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เฟซบุ๊กร้อนฉ่า ทวิตเตอร์เดือดพล่าน ถึงขั้นด่า “เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม” แกนนำแดงอิสระบางกลุ่มเรียกร้องให้แอดมินเยาวชนปลดแอกลบโพสต์นั้น เพื่อลดแรงปะทะของติ่งสองสี    

"โทนี่" กลับแน่ ถาม "สามนิ้ว" ก่อน

กลุ่มเยาวชนปลดแอก ตั้งคำถามกับทักษิณ

อันที่จริง ช่วงรำลึก 89 ปี แห่งการอภิวัฒน์สยาม “ติ่งแดง” กับ “ติ่งส้ม” ก็ได้เปิดศึกวิวาทะ ตั้งแต่เรื่องบัตรเลือกตั้ง ไปจนถึงข้อปฏิรูปสถาบันฯ    

คนเสื้อแดงมองว่า การกระทำของเยาวชนปลดแอก(รีเด็ม) เป็นการหยามหมิ่นผู้นำในดวงใจของพวกเขา และยืนยันว่า “พี่โทนี่” ที่โผล่คลับเฮ้าส์ ไม่ได้พูดเรื่องตั้ง ส.ส.ร. ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่แตะหมวด 1-2     

ขณะที่ “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ แกนนำวีโว่ ยืนยันข้อมูลอีกชุดหนึ่งว่า โทนี่พูดจริง “..เมื่อคุณทักษิณพูดชัดว่า ส.ส.ร. ต้องไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ก็เท่ากับว่าการปฏิรูปสถาบันฯ จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ในที่นี้แม้ตัวผมเองจะเคารพคุณทักษิณ แต่ก็ต้องช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์ได้สำหรับสังคมประชาธิปไตย”    

กลุ่มแคร์ ก็ไม่ได้หาหลักฐานมาหักล้างคำพูดของโตโต้ แต่ที่แน่ๆ พรรคเพื่อไทย เสนอตั้ง ส.ส.ร. ร่างรัฐธรรมนูญ ไม่แก้หมวด 1-2     

การแก้รัฐธรรมนูญเที่ยวที่ผ่านมา ได้เห็นความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ในฝ่ายประชาธิปไตยกลับมาอีกครั้ง กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ทะลุเพดานไปแล้ว แต่เพื่อไทยกลับไปไม่ถึงเพดาน     

สาวกโทนี่มองว่า ทุบเพดานหรือลดเพดาน เป็นเรื่องยุทธวิธี จะก้าวล่วงแบบไร้เดียงสา หรือสู้อย่างมีจังหวะก้าว คงต้องถกเถียงกันอีกนาน และที่สำคัญ โทนี่กับเด็กๆ ฝันคนละเรื่องกัน