“โทนี่” พี่ใหญ่ กับเยื่อใย “ธรรมนัส” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472377

“โทนี่” พี่ใหญ่ กับเยื่อใย “ธรรมนัส”

30 มิถุนายน 2564 – 13:51 น.

สายใยจักรดาว “ทักษิณ-ธรรมนัส” จากอดีตถึงปัจจุบัน ไม่มีเปลี่ยน คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ไม่พลาดที่จะเป็นประเด็นข่าว เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา รายการ CARE ClubHouse x CARE Talk ของ “พี่โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร ในหัวข้อ “โทนี่สอนน้อง” ก็ได้โอกาส “สอนน้อง” ร่วมโรงเรียนเตรียมทหาร

อ่านข่าว…   เอาชนะทักษิณโจทย์ยาก “ธรรมนัส” 

"โทนี่" พี่ใหญ่ กับเยื่อใย "ธรรมนัส"

พี่โทนี่ สอนน้องธรรมนัส

ช่วงหนึ่งของรายการคืนนั้น มีคนถามถึงความสัมพันธ์ของ “โทนี่” รุ่นพี่เตรียมทหาร 10 กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ รุ่นน้องเตรียมทหาร 25     

“ทักษิณ” ตอบอย่างไม่ลังเลว่า “รู้จัก แต่ก็ไม่เคยทำงานร่วมกัน นอกจากตอนที่ทราบว่าเขามาอยู่กับพรรคเพื่อไทยช่วงหนึ่ง ก็ได้พูดคุยกันบ้างในฐานะรุ่นน้อง”    

แน่นอน ช่วงทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี “ธรรมนัส” ยังเป็นคนติดตาม “เสธ.ไอซ์” พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต เพื่อนรักทักษิณ ต่างจากสมัยยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้กองธรรมนัส ร่ำรวยจากการทำธุรกิจตลาดคลองเตย ,ค้าลอตเตอรี่ และบริษัท รปภ.     

ช่วงปี 2553-2556 ร.อ.ธรรมนัส ได้ดูแล ส.ส.เพื่อไทย และแกนนำ นปช.หลายคน ตามประสาคนใจถึงพึ่งได้ จนกระทั่งผลงานเข้าตา “เจ๊แดง” จึงถูกชักชวนมาเป็นแม่ทัพภาคเหนืออีกคนหนึ่ง    

หลายคนได้ฟังพี่โทนี่ พูดถึง “ธรรมนัส” อาจรู้สึกผิดหวัง เพราะคงอยากได้ยินโทนี่เย้ยหยัน “เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ” เหมือนที่โทนี่เคยพูดถึง “บิ๊กป้อม” และ “บิ๊กตู่” 

++
โทนี่สอนน้อง
++
โทนี่ยอมรับว่า ได้พูดคุยกับธรรมนัสเรื่องอนาคตทางการเมืองสมัยโน้น “…วันนี้ก็ได้เป็นเลขาธิการพรรคแล้ว ก็เป็นเรื่องภายในของพรรคเขา เราจะไปวิจารณ์เขาไม่ได้ พรรคการเมืองต่างคนต่างมียุทธศาสตร์ของตัวเอง”    

สาเหตุที่พรรคพลังประชารัฐ เลือกธรรมนัสเป็นเลขาธิการพรรค โทนี่วิเคราะห์ว่า คงเห็นธรรมนัสเป็นคนใจถึง แล้วก็คิดว่าเลือกตั้งงวดหน้าคงต้องใช้เงินใช้ทอง     

“อยากจะบอกน้องว่า อย่าไปทำแบบนั้น เราสร้างนโยบายดีๆ เราไปสัญญากับประชนชน แล้วต้องทำให้ได้ แล้วประชาชนก็จะสนับสนุนเราเอง และคุณธรรมนัส เองก็ต้องคิดว่า วันนี้เมื่อมีเสียงวิจารณ์ก็ต้องฟัง แล้วก็ปรับปรุงตัวไป เพื่อจะเป็นนักการเมืองที่ดี มีอนาคตที่ดี”    

น้ำเสียงของโทนี่ต่อธรรมนัส ดูประนีประนอมและรอมชอม ทำให้นักสังเกตการณ์การเมืองเชื่อว่า “อภิมหาดีล” จะเกิดขึ้นจริงในวันข้างหน้า     

ท่าทีของโทนี่ จึงต่างจากท่าทีของพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า รวมถึงพรรคเสรีรวมไทย ซึ่งเปิดปฏิบัติการไล่ล่า “อดีต” ของผู้กองไม่เลิกรา  

"โทนี่" พี่ใหญ่ กับเยื่อใย "ธรรมนัส"

ุ่นน้องเตรียมทหาร วันนี้เป็นเลขาธิการพลังประชารัฐ

++
ทักษิณ-ธรรมนัส
++
ช่วงปี 2544-2548  “ธรรมนัส” หรือ ร.อ.มนัส พรหมเผ่า ยังเดินตาม “เสธ.ไอซ์” พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 กับทักษิณ ได้เข้ามาช่วยงานในพรรคไทยรักไทย แต่เนื่องจากสมัยนั้น เขายังเป็นแค่คนของนาย จึงไม่ได้เข้าถึงตัวอดีตนายกฯทักษิณ    

หลังรัฐประหาร 2549 ผู้กองธรรมนัส ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ จึงได้รู้จัก ส.ส.เพื่อไทย มากขึ้น และแกนนำ นปช. ทั้งจตุพร พรหมพันธุ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ    

ปี 2555 ผู้กองธรรมนัส จัดทีมผู้สมัครนายก อบจ.พะเยา แข่งกับตระกูล “ตันบรรจง” ค่ายเพื่อไทยเหมือนกัน จนเกิดศึกคนกันเอง กลุ่มเสื้อแดงพะเยาโจมตีธรรมนัสมากมาย แต่แกนนำ นปช. ทั้ง “ตู่-เต้น” ยกทีมไปช่วยผู้สมัครนายก อบจ.สายผู้กองหาเสียง จึงล้มแชมป์เก่าลงไปได้    

ปลายปี 2556 ยิ่งลักษณ์ยุบสภา มีเลือกตั้งใหม่ ผู้กองธรรมนัส เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และรับผิดชอบ จ.พะเยา แต่การเลือกตั้งหนนั้นเป็นโมฆะ    

ปี 2561 ธรรมนัสกลับบ้านเกิดอีกครั้ง ในฐานะแกนนำภาคเหนือ ของพรรคพลังประชารัฐ และคนเมืองกว๊าน ยึด 2 ที่นั่ง ส.ส.พะเยา จากทั้งหมด 3 ที่นั่ง    

ตลอดระยะเวลาที่ผู้กองธรรมนัส เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ก็ยังมีน้ำใจดูแลเพื่อนเก่าในค่ายเพื่อไทย ตามประสานักเลือกตั้งมากคอนเน็กชั่น     

ยกตัวอย่างการถอนตัวของ “พินิจ จันทรสุรินทร์” อดีต ส.ส.ลำปาง 8 สมัยในศึกเลือกตั้งซ่อม เปิดทางให้ผู้กองพาอดีต ส.จ.เข้าสภาฯ ก็ไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน     

พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และมิตรสหายของยงยุทธ ติยะไพรัช ได้เป็นนายก อบจ.นครสวรรค์ ก็เพราะใครบางคนมาหลอมรวม ส.ส.ปากน้ำโพ สายพลังประชารัฐ และภูมิใจไทย หนุนอดีตนายตำรวจคนดังแบบไร้คู่ต่อกรที่ทรงพลัง    

นี่คือรูปธรรมแห่งเยื่อใยไมตรี ระหว่าง “พี่โทนี่” กับ “น้องธรรมนัส”     

ไม่น่าแปลกใจหรอกว่า ในคลับเฮาส์คืนวันอังคาร มีคนถามโทนี่ว่า จะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่ โทนี่ตอบชัด “กลับแน่นอน…” พร้อมหัวเราะ

“เนวิน-มิตติ” ดราม่า “กักตัวทิพย์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472273

“เนวิน-มิตติ” ดราม่า “กักตัวทิพย์”

29 มิถุนายน 2564 – 16:54 น.

กักตัวทิพย์ “มิตติ-เนวิน” ดราม่าลูกหนัง เบื้องหลังทีมขอนแก่น เอฟซี และโฆษก “เสี่ยโอ๋”  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เหมือนจะเป็นเรื่องกีฬาฟุตบอล แต่เจาะลึกลงไปก็คือ การเมือง ทั้งในสมรภูมิไทยลีก และในสนามเลือกตั้ง    

เมื่อ “เสี่ยฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช ประธานที่ปรึกษาสโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด โพสต์เฟซบุ๊ก Miti Tiyapairat ขึ้นสเตตัสกลางดึกวันที่ 29 มิ.ย.2564 “ไม่รู้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ อยากให้ กระทรวงสาธารณสุขและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ควรต้องออกมาตอบประชาชน..”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “โอ๋” ขาลง หนาววงศ์วาน “เนวิน”

"เนวิน-มิตติ" ดราม่า "กักตัวทิพย์"

ภาพที่เสี่ยฮั่นโพสต์เฟซบุ๊ก    

เสี่ยฮั่นได้โพสต์ภาพการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องที่บุรีรัมย์ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า “ปล.ลูกบอลรุ่นนี้คือ รุ่นใหม่ล่าสุดจากไทยลีกฤดูกาล 2021/22 ที่ทุกทีมเพิ่งได้รับแจกครับ และตามจริงนักเตะทีมชาติทุกคนจะครบกำหนดกักตัววันที่ 1 กรกฎาคมครับ”    

แสดงว่า มีการ “กักตัวทิพย์” เพราะนักเตะบุรีรัมย์ที่ลงสนามในภาพนั้น ยังกักตัวไม่ครบ 14 วัน    

เกมอุ่นเครื่องนัดนี้สำคัญไฉน นักเตะทีมชาติไทย สังกัดทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่กักตัวอยู่กรุงเทพฯ จึงออกจากที่พักก่อนกำหนด เพื่อมาลงสนามเตะกับทีมขอนแก่น เอฟซี ที่สนาม เขากระโดง     

สโมสรขอนแก่น เอฟซี มีรองประธานสโมสรชื่อ “องอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์” หรือที่ชาวบ้านไผ่เรียกว่า “สจ.แม็ค” ซึ่งปัจจุบัน เสี่ยแม็ค มีตำแหน่งเป็นโฆษกประจำรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม (ศักดิ์สยาม ชิดชอบ)    

ในฤดูกาลที่จะมาถึงนี้ “เนวิน ชิดชอบ” ได้ประกาศจะช่วยทีมขอนแก่น เอฟซี เต็มที่ หวังให้เลื่อนชั้นจากไทยลีก 2 ขึ้นไทยลีก 1 ให้ได้ โดยนำนักเตะทีมขอนแก่นฯ มาเก็บตัวที่บุรีรัมย์ช่วงก่อนจะมีเกมอุ่นเครื่องนัดดังกล่าว

"เนวิน-มิตติ" ดราม่า "กักตัวทิพย์"

เนวิน นั่งติวเข้มนักเตะขอนแก่น เอฟซี
++
เนวินเฟิร์ส
++
หลังจาก “เสี่ยฮั่น” ชี้เป้าผ่านโซเชียล สื่อกีฬาออนไลน์ได้นำเสนอข่าวทันที ทำเอาสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ต้องออกมาชี้แจงว่า นักกีฬาสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บางคนไม่ปฏิบัติตามแนวทางการควบคุมโรค เข้าร่วมกิจกรรมฝึกซ้อมฟุตบอลจริง จึงได้ดำเนินการตามกฎหมาย แล้ว     

ขณะที่เพจบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาโพสต์ยอมรับ ชี้แจงว่าเกิดจากความเข้าใจผิด คิดว่าให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดส กักตัว 7 วัน โดยไม่ทราบว่ามีประกาศฉบับใหม่ต้องกักตัว 14 วัน    

สืบเนื่องจากนักเตะทีมบุรีรัมย์ ในนามทีมชาติไทยได้ไปเตะฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกที่ต่างประเทศ เมื่อกลับมาก็ต้องเข้ารับการกักตัวอยู่ในสถานกักกันตัว ให้ครบกำเวลาตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัดบุรีรัมย์แจ้ง    

ภาพเกมอุ่นเครื่องนัดนี้ ปรากฏอยู่ในเพจขอนแก่น เอฟซี ที่มีภาพนักเตะทีมชาติของบุรีรัมย์ลงสนาม และภาพผู้บริหาร 2 สโมสรนั่งชมอยู่บนอัฒจรรย์    

ถ้า “เสี่ยฮั่น” ไม่ไปส่องเพจขอนแก่น เอฟซี ก็คงไม่มีใครทราบว่า มีนักเตะทีมชาติกักตัวไม่ครบ 14 วัน มาลงสนามดวลแข้งเกมอุ่นเครื่องต่อหน้า “นายใหญ่”     

สำหรับแฟนบอลไทย คงทราบดีว่า สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เหมือนคู่รักคู่แค้นกัน เจอกันที่เชียงรายหรือบุรีรัมย์ ก็มีดราม่าทุกครั้งไป    

ในทางการเมือง ยงยุทธ ติยะไพรัช” และภรรยา-สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช พร้อมลูกชาย ยังอยู่กับทักษิณ ชินวัตร เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 มิตติ ติยะไพรัช ได้รับความไว้วางใจจาก “คนแดนไกล” ให้เป็นเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ    

อย่างไรก็ตาม เสี่ยฮั่นได้เข้ามานั่งเป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมลูกหนัง ยุค “อ๊อด 2” ตามคำเชิญของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง 

"เนวิน-มิตติ" ดราม่า "กักตัวทิพย์"

เสี่ยแม็ค โฆษกรัฐมนตรีคมนาคม (ศักดิ์สยาม ชิดชอบ)

++
โฆษก ‘เสี่ยโอ๋’
++
“เดอะทีเร็กซ์” สโมสรขอนแก่น เอฟซี เป็นของ ดร.กษม ชนะวงศ์ ที่เคยนำพาทีมขึ้นมาเล่นไทยลีก 1 แต่ก็ตกชั้นไปในปีเดียว    

กำลังหลักของทีมขอนแก่น เอฟซี อีกคนก็คือ “เสี่ยแม็ค” องอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ อดีตผู้จัดการทั่วไป ที่ลาออกไปสมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 10 แต่สอบตก จึงกลับมาตำแหน่งรองประธานสโมสร    

“เสี่ยแม็ค” เคยเป็น ส.อบจ.เขต อ.บ้านไผ่  และอยู่ในเครือข่าย “หมอกระแส ชนะวงศ์” อดีตผู้แทนขวัญใจคนบ้านไผ่-เมืองพล ซึ่งวันนี้ เสี่ยแม็คส่งไม้ต่อให้ลูกชายได้เป็น ส.อบจ.ขอนแก่น เขต อ.บ้านไผ่     

หลังพลาดเป้าเป็น ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ได้ให้รางวัลปลอบใจเสี่ยแม็คเป็นโฆษกประจำรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม     

นี่ย่อมหมายถึง “เนวิน” ให้ความรักและเอ็นดูเสี่ยแม็คมาก เหมือนต้นปี 2562 เนวินยกทีมบุรีรัมย์ ไปเตะกับทีมขอนแก่น เอฟซี หาทุนช่วยเหลือ รพ.บ้านไผ่ เนวินถึงจับไมค์บอกให้พี่น้องช่วยเลือก ส.จ.แม็คเป็นผู้แทนฯ

ที่มา “ตู่นะจ๊ะ” รั้ว ทบ. ถึงทำเนียบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472228

ที่มา “ตู่นะจ๊ะ” รั้ว ทบ. ถึงทำเนียบ

29 มิถุนายน 2564 – 13:22 น.

“ตู่นะจ๊ะ” คำๆนี้ มีต้นตอมาจากนักข่าวสายทหาร ก่อนจะข้ามฟากมาทำเนียบรัฐบาล คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
วลี “นะจ๊ะ” กลายเป็นไวรัลในโซเชียล และยกระดับสู่ประเด็นทางการเมืองโดยพลัน เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวเรื่องปิดแคมป์คนงานเมื่อวันศุกร์ โดยช่วงที่ตอบคำถามนักข่าว ได้หลุดวลี “นะจ๊ะ” ตามความเคยชินเป็นระยะๆ แถมนายกฯประยุทธ์ อารมณ์ดีเป็นพิเศษ จึงมีการปล่อยมุขคลายเครียด เรียกเสียงหัวเราะ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  โควิดการเมือง ‘โทนี่’ สอนน้อง 

หลังภาพข่าวนายกฯประยุทธ์ และคณะ ยืนแถลงข่าวด้วยบรรยากาศครึกครื้น ถูกเผยแพร่ออกไป มีคนไม่พอใจกับการแสดงออกของผู้นำรัฐบาลเป็นอย่างมาก แถมกลางดึก มีราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการควบคุมบางพื้นที่ โดยการสั่งห้ามนั่งกินในร้านอาหาร แต่ซื้อกลับบ้านได้    

คราวนี้ โซเชียลลุกเป็นไฟ มีการติดแฮชแท็ก #ประยุทธ์ออกไป ตามมาด้วย #นะจ๊ะ นอกจากนี้ยังมีการนำถ้อยวลี “นะจ๊ะ” ไปโพสต์เชิงล้อเลียนมากมาย    

3-4 วันผ่านไป ปรากฏการณ์ “นะจ๊ะ” ได้กลายเป็นวลีต้องห้าม ร้านอาหารบางย่านสั่งห้ามพนักงานตอบรับลูกค้า ที่มาซื้ออาหารกลับบ้านด้วยคำว่า “นะจ๊ะ”

ที่มา "ตู่นะจ๊ะ" รั้ว ทบ. ถึงทำเนียบ

ตู่นะจ๊ะ คำนี้ติดหูนักข่าวมาแต่สมัยเป็น ผบ.ทบ.    

ว่ากันตามจริง คนไทยดูจะคุ้นเคยกับคำว่า “นะจ๊ะ” จากปาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาตลอด 7 ปีที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพียงแต่วันนั้น สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ถึงขั้นวิกฤตแล้ว การเลือกใช้หางเสียงเดิมๆ กับนักข่าวทำเนียบรัฐบาล จึงผิดที่ผิดเวลา และถูกต่อต้านอย่างรุนแรง

++
นะจ๊ะฉบับบิ๊กตู่
++
“นะจ๊ะ” เป็นคำที่ใช้เป็นหางเสียงคำตอบรับในภาษาไทย เหมือนคำอื่นๆเช่น “พระพุทธเจ้าค่ะ”, “เพคะ”, “มังคะ”, “จ้ะ”, “จ๋า”, “ค่ะ”, “ขา”, “ครับ”, “ขอรับ”    

ภาษาไทยไม่ต่างจากภาษาของคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลุ่มอื่นๆ ล้วนมีหางเสียง เช่นภาษาลาว จะมีคำลงท้ายว่า “เจ้า” ทำนองเดียวกับคำว่า “จ้ะ” , “ครับ” , “ค่ะ” ในภาษาไทย    

“นะจ๊ะ”, “จ้ะ”, “จ๋า” เป็นหางเสียงที่แสดงถึงความสนิทสนม มักใช้กับผู้ที่คุ้นเคยกันพอสมควร เช่น คนในครอบครัว คนในละแวกบ้านเดียวกัน หรือระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี    

ดังนั้น นักข่าวสายทหาร จะเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ได้ยินคำว่า “นะจ๊ะ” มาตั้งแต่สมัยที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้บัญชาการทหารบก ดังคำให้สัมภาษณ์ของนักข่าวสายทหารคนหนึ่ง ในหนังสือ “เขาชื่อตู่” (ผลงานของ กอง บก.เนชั่นสุดสัปดาห์)    

“จริงๆแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะมีมุมซอฟต์ๆ น่ารักตามสไตล์ของท่านเอง โดยจะมีการปล่อยมุขออกมาเป็นระยะในตอนที่สัมภาษณ์ เหมือนต้องการที่จะเล่นกับนักข่าว และเวลาที่ให้สัมภาษณ์เสร็จก็มักจะหยอดมุกตบมุก เช่นเขียนให้ดีๆนะจ๊ะ ไปแล้วนะจ๊ะ หรือไปดีนะจ๊ะ ท่านจึงได้ฉายาว่า ตู่นะจ๊ะ”    

นักข่าวสายทหารหลายคน จึงมักจะเขียนแซวอดีต ผบ.ทบ.ว่า “ตู่นะจ๊ะ” อยู่บ่อยๆในสมัยนั้น ซึ่งภาพลักษณ์ภายนอก พล.อ.ประยุทธ์ ดูจะเป็นนายทหาร สไตล์ดุดัน ขังขัง พูดเร็ว น้ำเสียงห้วน ไม่ประดิษฐ์ถ้อยคำ แต่หากได้ทำงานใกล้ชิดก็จะรู้ว่า เป็นคนมีอารมณ์ขัน ไม่ดุ      

สำหรับคนไทยทั้งประเทศ เพิ่งได้เห็นบุคลิกที่โผงผาง ตรงไปตรงมา พูดจาแนวหยิกแกมหยอก โกรธง่ายหายเร็ว หลังการรัฐประหาร 2557 เมื่อ “บิ๊กตู่” เป็นนายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่งหัวหน้า คสช.    

คราวนี้นักข่าวทำเนียบรัฐบาล ได้ยินคำว่า “นะจ๊ะ” บ้าง หลังนักข่าวสายทหารได้ฟังมา 2-3 ปีแล้ว นักข่าวทำเนียบจึงเรียกว่า “ตู่นะจ๊ะ” บ้าง     

บ่อยครั้งที่นักข่าวทำเนียบเจอพายุอารมณ์ของนายกฯ ประยุทธ์ แต่ไม่ทันข้ามวัน ก็หายโกรธและมาขอโทษนักข่าว พร้อมวลีที่คุ้นๆ “นะจ๊ะ” 

++
นะจ๊ะบาดหู
++
นักวิชาการสายสื่อมองว่า ปัญหาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือปัญหาของการสื่อสารและทำความเข้าใจกับสังคม รวมถึงเรื่องของ “กาละ” และ “เทศะ”    

การส่งเสียง “นะจ๊ะ” แบบคุ้นชิน ขณะที่ประชาชนเผชิญภัยจากโควิด มีทั้งนอนรอคอยเตียงนานนับสัปดาห์ และเสียชีวิตราวใบไม้ร่วง ไม่ต่างจากกรณี “มินิฮาร์ต” ที่โคราช หลังเกิดเหตุจ่าคลั่ง    

ไม่น่าแปลกใจที่การติดแฮชแท็ก #นะจ๊ะ และ #ประยุทธ์ออกไป จะกลายเป็นเรื่องเดียวกัน 

พันธมิตร ‘ไอติม’ ฝันหยุดประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472143

พันธมิตร ‘ไอติม’ ฝันหยุดประยุทธ์

28 มิถุนายน 2564 – 17:46 น.

สามสหายเดินหน้า “ไอติม-ธนาธร-ปิยบุตร” รวม 1 แสนชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ บนหนทางรัฐสภา

ทะลุ 1 แสนรายชื่อ สำหรับแคมเปญรณรงค์เข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ “ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์” โดยเบื้องต้นวางเป้าหมาย 50,000 รายชื่อตามที่กฎหมายกำหนด

กลุ่ม Re-solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่ ประกอบด้วยกลุ่มคณะก้าวหน้า, รัฐธรรมนูญก้าวหน้า, พรรคก้าวไกล และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ “ไอลอว์” ร่วมกันเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา ฉบับประชาชน ประกอบด้วย 4 ประเด็นคือ ล้ม ส.ว.เดินหน้า สภาเดี่ยว ,โละศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ปฏิรูปที่มา อำนาจ การตรวจสอบ, เลิกยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูป ปลดโซ่ตรวนอนาคตประเทศ และล้างมรดกรัฐประหาร-หยุดวงจรอุบาทว์ขวางประชาธิปไตย

ปลายปีที่แล้ว “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า ในนาม “คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” (ครช.) ได้นำรายชื่อกว่า 100,000 คนไปยื่นที่รัฐสภา เพื่อให้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ตามกระบวนการทางกฎหมาย

สุดท้ายรัฐสภาไม่ฟัง 1 แสนเสียง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนถูกตีตก “ไอติม” จึงต้องออกมาเคลื่อนไหวล่ารายชื่อรื้อระบอบประยุทธ์อีกครั้ง

พันธมิตร 'ไอติม' ฝันหยุดประยุทธ์

                                      รัฐธรรมนูญประชาชน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับตา “ธนาธร” ลุยม็อบร้อยบุปผา

 

แตะมือ “เอก-ป๊อก”

ช่วงต้นปี 2564 “ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า จับมือ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ ผุดกิจกรรมรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา “ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์” ในนามกลุ่ม Re-solution โดยคำนี้หมายถึงการหา “ทางออกใหม่” ให้กับประเทศ ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ไอติม” หลานรักของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กลายเป็นไอดอลของ “ติ่งส้ม” ไปทันที เมื่อเขามีความมุ่งมั่นที่จะหยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช.
 แม้จะมีเสียงซุบซิบว่า ไอติมแนบแน่นกับแกนนำคณะก้าวหน้า จึงมีโอกาสที่จะลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคก้าวไกล และเคยมีนักข่าวไปถามเรื่องนี้ ไอติมก็ตอบว่า เป็นเรื่องอนาคต
 เฉพาะหน้า นับแต่ไอติมลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ตั้ง “กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า” ร่วมมือกับภาคประชาชน จัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อแก้วิกฤตทางการเมืองปัจจุบัน และเปลี่ยนแปลงสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

วันนี้ ภาพของไอติม ลุกขึ้นยืนเคียงข้างธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล อาจเจอถ้อยคำเสียดเย้ยจาก “มวลชนนกหวีด” แต่เขายังเดินหน้าตามอุดมการณ์

พันธมิตร 'ไอติม' ฝันหยุดประยุทธ์

                                      จาก ปชป. สู่ค่ายสีส้ม

อุดมการณ์ประชาธิปไตย

ไอติมตัดสินใจลาออกจากบริษัท Junior Manager ในเครือ บริษัท McKinsey & Company ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ เมื่อปี 2561 และสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ 
 ช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งปี 2562 ไอติมและผองเพื่อนประกาศเปิดตัวกลุ่ม “นิวเดม” ที่ย่อมาจากคำว่า “นิวเดโมเครต” หรือ “ประชาธิปัตย์ใหม่” จำนวน 21 คน

โค้งสุดท้าย “อภิสิทธิ์” หัวหน้าพรรค ปชป.ในตอนนั้น ทิ้งบอมบ์ “หยุดการสืบทอดอำนาจ คสช.” เป็นที่ถูกอกถูกใจกลุ่มนิวเดม เพราะพวกเขาหวังยึดครองใจฐานเสียงคนรุ่นใหม่ใน กทม. ผลเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปตามที่หวัง คนรุ่นใหม่เทใจเลือกธนาธร เลือกพรรคอนาคตใหม่ แม่ยกพ่อยก กปปส.กลับเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ส่งผลให้ ปชป.ไม่ได้ ส.ส.แม้แต่คนเดียวในสนามเมืองกรุง

หลังจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ นำพรรคเข้ารัฐบาลประยุทธ์ ไอติม และกลุ่มนิวเดม ก็ตัดสินใจลาออกจากพรรค ปชป. และเขาให้เหตุผลว่า อุดมการณ์ของเขาและพรรคแตกต่างกัน

นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา ไอติมจึงเป็นนักเคลื่อนไหวภาคประชาชน ที่มุ่งมั่นจะหยุดการสืบทอดอำนาจของเผด็จการทหาร ผ่านกลไลรัฐสภา ไอติมไม่ได้แสดงตัวว่า มีจุดยืนและความฝันแบบเดียวกับกลุ่มสามนิ้ว และไม่ได้ลงท้องถนน เพราะเขายังเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ไม่เอาอนาธิปไตย

เจ็บแล้วเจ็บอีก “พรรคข้าราชการ” แก้โควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472110

เจ็บแล้วเจ็บอีก “พรรคข้าราชการ” แก้โควิด

28 มิถุนายน 2564 – 14:59 น.

เจ็บแล้วไม่จบ “บิ๊กตู่” สู้วิกฤตโควิด ด้วยการชู “พรรคข้าราชการ” เหนือพรรคนักเลือกตั้ง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ปฏิกิริยา “กึ่งล็อกดาวน์” เที่ยวนี้ ข้อเขียนเรื่อง “ได้ยินเสียงร้องไห้ของประชาชนบ้างไหม” ของ “นิ้วกลม” สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ ผ่านเพจ Roundfinger ถูกแชร์ไปในโซเชียล ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และไลน์ เพราะนักเขียนชื่อดัง เขียนโดนใจประชาชนอย่างมาก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…   “นิ้วกลม” โพสต์ถามจุก “ได้ยินเสียงร้องไห้ของประชาชนบ้างไหม”

จริงๆ แล้ว มาตรการเร่งด่วนเพื่อควบคุมการระบาดไวรัสโควิด-19 จะมีผลในวันที่ 28 มิ.ย.2564 แต่คำสั่งออกมาช่วงกลางดึก (27 มิ.ย.2564) จึงเกิดความตื่นตระหนก และกลายเป็นระบาดทางอารมณ์ผ่านโซเชียล    

หลังการระบาดระลอกที่ 3 ประชาชนต้องอยู่ในภาวการณ์ควบคุมการระบาดที่เข้มงวดนานเกือบ 3 เดือน และการฉีดวัคซีนมีความล่าช้ากว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ คำถามที่เกิดขึ้นคือ ประชาชนต้องอยู่ในภาวะเช่นนี้อีกนานแค่ไหน     

แน่นอน รัฐบาลไม่ได้มีแค่การจัดการด้านสาธารณสุข หากยังต้องมีแผนการเยียวยาและการฟื้นฟูผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ เพื่อให้ประเทศฟื้นกลับมาได้เร็ว ลดความบอบช้ำของประชาชนและผู้ประกอบการ ไม่ให้เจ็บแล้วเจ็บอีก 


พล.อ.ประยุทธ์ เผชิญหน้าวิกฤตศรัทธา

++
รวบอำนาจหรือรวมศูนย์
++
ดังที่ทราบกัน ประเทศไทยมีองค์กรต่อสู้โควิดคือ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ “ศบค.” โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่ง “หัวหน้า ศบค.”     

เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2563 มีการประกาศและบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 นั่นหมายถึง หัวหน้า ศบค. บริหารราชการอันเกี่ยวกับโควิด-19 ผ่าน “ปลัดกระทรวง”    

พลันที่เกิดการระบาดของโควิดรอบใหม่ มีการขยายอำนาจของหัวหน้า ศบค. ให้สามารถสั่งการโดยตรงครอบคลุม 31 พ.ร.บ.สำคัญ หลายคนพูดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจเงียบ ในสถานการณ์การต่อสู้โรคระบาดระลอกใหม่    

ด้วยเหตุนี้ จึงมีเสียงวิจารณ์ว่า การขยายอำนาจของหัวหน้า ศบค. เท่ากับละเลยบทบาทของรัฐมนตรี ที่มาจากกระบวนการเลือกตั้ง เหมือนประเทศไทย ถูกแยกออกเป็น 2 ส่วนคือ ภาคราชการกับการเมือง     

แกนนำพรรคฝ่ายค้านจึงชี้ว่า นี่คือรัฐราชการรวมศูนย์ ที่มีนักการเมืองเป็นแค่ตัวประกอบ ฉะนั้น อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีสาธารณสุข และสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุข จึงให้สัมภาษณ์สื่อทำนองว่า พวกตนเป็นเพียงผู้รับคำสั่งจากหัวหน้า ศบค. เหมือนเป็นข้าราชการทั่วไป      

สถานการณ์ “ล็อกดาวน์” ประเทศปีที่แล้ว ถือว่า ศบค.ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง สามารถควบคุมโควิดได้ แต่ปีนี้ โควิดสายพันธุ์ใหม่ได้ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น แต่การรวบอำนาจก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น 

++
พรรคข้าราชการ
++
เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว กลุ่มนักรัฐศาสตร์ไทย ชอบพูดถึงคำว่า “อมาตยาธิปไตย” ที่ไม่ได้มีความหมายแบบเดียวกับที่แกนนำ นปช.นำเอาใช้ในเวทีชุมนุมเสื้อแดง    

“อมาตยาธิปไตย” มีความหมายว่า อำมาตย์ หรือข้าราชการเป็นใหญ่ มีอำนาจสูงสุด และสมัยรัฐบาลเปรม ศาสตราจารย์ Fred W. Riggs ได้ขนานนามระบอบการเมืองไทยว่าเป็น “Bureaucratic Polity” แปลว่า “ระบอบอมาตยาธิปไตย” หรือที่คอลัมนิสต์การเมืองสมัยโน้นเรียกว่า “ระบอบเปรมาธิปไตย”     

ความเข้มแข็งของอมาตยาธิปไตย จึงมีคนพูดว่า พรรคการเมืองที่เข้มแข็งและทรงอิทธิพลในเมืองไทยคือ “พรรคข้าราชการ” ยามที่มีรัฐประหาร รัฐธรรมนูญถูกฉีก พรรคการเมืองถูกยุบ แต่พรรคข้าราชการยังดำรงอยู่      

นับตั้งแต่ปี 2531 ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง และมีรัฐมนตรีที่เป็นนักการเมือง อำนาจของข้าราชการก็ค่อยๆ ลดลง จนกล่าวได้ว่า นักการเมืองสามารถควบคุมข้าราชการได้อย่างเต็มที่ ด้วยการโยกย้าย แต่งตั้ง     

สมัยทักษิณเรืองอำนาจ มีตัวอย่างที่เห็นชัดเจนเรื่องการควบคุมข้าราชการโดยนักการเมือง ยกตัวอย่าง “ผู้ว่าฯ ซีอีโอ” รวมถึงการแต่งตั้งวางตัวข้าราชการมหาดไทย ,ทหาร และตำรวจในตำแหน่งสำคัญๆ โดยทำให้เห็นว่า หากใครเป็นพวก ก็จะได้รับการตอบแทน    

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เติบโตบนเส้นทางเหล็กในยุคที่นักการเมืองเป็นใหญ่ และเห็นข้าราชการต้องหิ้วกระเป๋าเดินตาม “เจ๊” ทั้งหลาย จึงมีภาพลบต่อนักเลือกตั้งเหล่านี้    

การทำรัฐประหาร 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จึงรื้อฟื้นพรรคข้าราชการให้กลับมา ด้วยคำสั่ง คสช.หลายร้อยฉบับ แม้กระทั่งมีการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยวิถีทางที่ใกล้เคียงกับ “ป๋าเปรม”    

โลกทัศน์และวิธีคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงเดินไปคนละทางกับนักการเมือง การทำสงครามโรคระบาดหนนี้ จึงได้ความขัดแย้งที่ร้าวลึกของพรรคข้าราชการกับพรรคนักเลือกตั้ง

ฤทธิ์บัตร 2 ใบ ดับค่าย ‘เสี่ยหนู’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472030

ฤทธิ์บัตร 2 ใบ ดับค่าย ‘เสี่ยหนู’

27 มิถุนายน 2564 – 20:30 น.

กลัวแพ้บัตร 2 ใบ “อนุทิน” กลับลำเอา “บัตรใบเดียว” ประเมินแล้วสมัยหน้า หาเสียงยาก  

ควันหลังศึกแก้รัฐธรรมนูญ หลังร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ 13 ประเด็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เสนอโดย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคภูมิใจไทย ได้รับความเห็นชอบเพียงร่างเดียว ก็มีคำถามมากมาย

 ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ลงชื่อสนับสนุนร่างฉบับนี้ด้วย แต่ตอนโหวตลงมติ กลับ “งดออกเสียง” ทั้งพรรค ร้อนถึง ณัฎฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย ต้องออกมาชี้แจงว่า เป็นเรื่องที่พรรคหนักใจ เพราะก่อนหน้านี้ได้ลงนามสนับสนุนร่างฯ ดังกล่าว แต่ไม่อาจที่จะลงมติสวนทางอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ที่ให้สัมภาษณ์ยืนยันสนับสนุนให้มีบัตรเลือกตั้งใบเดียว

โดยก่อนลงมติพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งให้พรรคประชาธิปัตย์ทราบล่วงหน้าถึงความจำเป็นต้องโหวตงดออกเสียง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็เข้าใจ ท่าทีแปลกๆของค่ายสีน้ำเงิน เริ่มพลิกผันเมื่อเห็นพรรคเพื่อไทย กับพรรคพลังประชารัฐ ชูประเด็นบัตร 2 ใบ เหมือนรู้กันเป็นนัยๆ ว่าเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคใหญ่กินรวบแน่ 

เสี่ยหนู” จึงให้สัมภาษณ์สื่อว่า ยังหนุนระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียว พร้อมส่งสัญญาณให้ลูกพรรคแถลงแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ เน้นเรื่องปากท้องพี่น้องประชาชน และยกเลิกอำนาจวุฒิสมาชิก ที่จะลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้

การชูประเด็นแก้ปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนประชาชนนั้น ไม่มีทางที่ ส.ว.จะเห็นด้วย แต่ก็หาเสียงได้ 

แพ้ทางบัตร 2 ใบ

พรรคภูมิใจไทย เคยเข้าสู่สมรภูมิเลือกตั้งมา 2 ครั้งคือ เลือกตั้งปี 2554 และ 2562 ที่ระบบเลือกตั้งแตกต่างกัน

เลือกตั้ง 2554 มีการแก้รัฐธรรมนูญ ประเด็นระบบเลือกตั้ง จาก “พวงใหญ่เบอร์เดียว” ตามรัฐธรรมนูญ 2550 เป็น “เขตเดียว เบอร์เดียว” คล้ายรัฐธรรมนูญ 2540 ผลปรากฏว่า ค่ายเนวินพ่ายยับ

เมื่อทักษิณปั้นน้องสาว-ยิ่งลักษณ์ ภายใน 49 วัน ให้กลายเป็น “นารีขี่ม้าขาว” กวาด ส.ส.อีสาน และเหนือ มาเกือบหมดทั้งภาค 

เลือกตั้ง 2560 ระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม และมีบัตรใบเดียว สูตรมีชัย ฤชุพันธุ์ กลายเป็นกติกาที่ตอบโจทย์ภูมิใจไทย

ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง “เสี่ยหนู” ประกาศก่อนการเลือกตั้งว่า ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ขอแค่ “เขตละ 1 หมื่นคะแนน” ไม่ชนะเลือกตั้ง ไม่เป็นไร หากใครทำยอดได้ “2 หมื่นคะแนน” มีโบนัสให้

หลังเลือกตั้ง ภูมิใจไทย ได้ ส.ส.เขต 39 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 12 คน รวมทั้งสิ้น 51 คน (ยังไม่รับรวมกลุ่ม ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่) 

ถ้ายึดตามกติกาบัตร 2 ใบ ค่ายเสี่ยหนูก็จะมีสภาพเหมือนเลือกตั้งปี 2554 คือ พ่ายกระแสพรรคใหญ่  ว่ากันว่า ประชาธิปัตย์ยังมี “ภาคใต้” เป็นฐานที่มั่นคง แต่ภูมิใจไทย มีฐานใหญ่ที่ไว้ใจได้คือ จ.บุรีรัมย์ สนามเดียว

ฤทธิ์บัตร 2 ใบ ดับค่าย 'เสี่ยหนู'

                        ถ้าเลือกตั้งครั้งหน้า บัตร 2 ใบ เหนื่อยแน่

งูเห่าเสี่ยงสอบตก

นาทีนี้ พรรคภูมิใจไทย มี ส.ส. 61 คน เพราะได้ ส.ส.มาเพิ่มอีก 10 คน จากพรรคอนาคตใหม่หรือพรรคก้าวไกล

เริ่มจากพรรคอนาคตใหม่ ขับ ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ ออกจากพรรค เธอจึงย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย 

ต้นปี 2563 ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ มี ส.ส. 9 คน ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ 2 ส.ส.บัญชีรายชื่อคือ วิรัช พันธุมะผล และสำลี รักสุทธี 

ส.ส.เขตอีก 7 คน คือ เอกการ ซื่อทรงธรรม ส.ส.แพร่ เขต 1 ,กฤติเดช สันติวชิระกุล ส.ส.แพร่, ฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น,กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา, ร.ต.ต.มณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม. , โชติพิพัฒน์ เตชะโสภนมณี ส.ส.กทม. และอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี 

ขณะนี้ มี 4 ส.ส.พรรคก้าวไกล คือ คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย ,เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย และขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี ที่มีแนวโน้มจะย้ายมาสังกัดค่ายเสี่ยหนู

ว่ากันตามจริง ส.ส.จากค่ายสีส้ม ได้รับชัยชนะจากกระแสธนาธร และส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองหน้าใหม่ ไม่ใช่นักเลือกตั้งมืออาชีพ ที่มีฐานเสียงเป็นของตัวเอง
 หากพวกเขาต้องลงสนามตามกติกาเลือกตั้ง “บัตร 2 ใบ” เสี่ยงที่จะสอบตกสูงมาก โดยเฉพาะสนามอีสานและเหนือ

โควิดการเมือง ‘โทนี่’ สอนน้อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/472013

โควิดการเมือง ‘โทนี่’ สอนน้อง 

27 มิถุนายน 2564 – 17:20 น.

ล็อกดาวน์เป็นเหตุ “ทักษิณ” ฉวยจังหวะไล่บี้ “ประยุทธ์” 

โซเชียลเดือดทั้งแผ่นดิน เมื่อช่วงตีหนึ่ง เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ข้อความมาตรการใหม่ในการควบคุมการระบาดโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร-ปริมณฑล และชายแดนใต้ ซึ่งกล่าวโดยรวมว่า “เสมือนล็อกดาวน์” นั้น ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ในทวิตเตอร์ มีการติดแฮชแท็ก #ประยุทธ์ออกไป ขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ทันที

ดูเหมือนว่า การออกมาตรการชุดนี้ของ ศบค. ทำให้มีคนเด่นคนดังออกมาส่งเสียงไม่พอใจเยอะมาก ประหนึ่งว่า พวกเขาเหลือทนแล้ว 

ก่อนหน้านั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงร่วมกับคณะแพทย์ ว่า จะปิดแคมป์คนงาน ระยะเวลา 1 เดือน เพื่อระงับการแพร่ระบาด

เราไม่ใช้คำว่า ปิดทั้งหมด แต่มีมาตรการเฉพาะออกมา เป็นการชั่วคราว เพื่อพิสูจน์ทราบในช่วงนี้ คำว่าล็อกดาวน์มันยิ่งใหญ่ เราใช้คำว่าปิดกิจการเป็นพื้นที่ เป็นคลัสเตอร์ ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ” 

เมื่อมีประกาศมาตรการคุมเข้มโควิดกลางดึก สื่อบางสำนักเรียกว่า “ลักหลับล็อกดาวน์” ไม่ได้มีแต่การปิดแคมป์เท่านั้น ยังมีมาตรการอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่นห้ามจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านอาหาร และให้เปลี่ยนเป็นรับกลับไปบริโภคที่อื่นนั้น จึงถูกมองว่าเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการรายย่อย 

อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า “การล็อกดาวน์มีต้นทุน ประชาชนเจ็บมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่เคยจบ การประกาศมีเพียงคำสั่งห้ามที่ไร้ข้อเสนอ  ไร้แผนปฏิบัติการ  ไร้แผนงาน  ไร้ทิศทาง ไม่เจาะจง ไม่ล็อกเป้า พล.อ.ประยุทธ์ควรเปิดใจฟังความคิดเห็นของผู้อื่นบ้าง อย่าเอาตัวตนเป็นที่ตั้งเพราะประเทศจะพังไปมากกว่านี้” 

โควิดการเมือง 'โทนี่' สอนน้อง 

                                   กลุ่มแคร์ชิงรุก ด้วยพี่โทนี่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศึกรัฐธรรมนูญ เลือกสงบจบที่ ‘โทนี่’

พี่โทนี่ก็มา

การประกาศกึ่งล็อกดาวน์ของรัฐบาลในจังหวะนี้ ก็เข้าทาง ทักษิณ ชินวัตร เพราะตามโปรแกรมที่กลุ่มแคร์วางไว้ “พี่โทนี่” จะมาพบกับแฟนๆ อังคารเว้นอังคาร

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี จึงใช้ทวิตเตอร์ @SurapongSueb โปรโมตรายการ CARE ClubHouse x CARE Talk ตอน “โทนี่สอนน้อง” วันอังคารที่ 29 มิ.ย.นี้ “พังพินาศกันไปใหญ่ เจ็บได้แต่ไม่จบ ล็อกดาวน์ไปทำไม ถ้าไม่ตรวจเชิงรุก…” นับว่า กลุ่มแคร์จับอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนได้เร็ว จึงหยิบประเด็นนี้มาเล่น

“ใครที่สิ้นหวังกับการบริหารที่หลงทิศ การควบคุมโรคที่หลงทาง หมดพลังในการสู้ปัญหา มาเติมพลัง มาเติมความหวัง มาพูดคุยกับพี่โทนี่ ใครที่สับสนงุนงงไม่รู้จะควบคุมโควิดต่อไปอย่างไร คนนี้แนะนำอย่าง คนนั้นแนะนำอีกอย่าง…มานี่! อย่าหาว่าพี่โทนี่สอน”

การจั่วหัวว่า “โทนี่สอนน้อง” อาจทำให้คอการเมืองตีความไปถึงรุ่นพี่รุ่นน้อง ระหว่างทักษิณ ชินวัตร เตรียมทหารรุ่น 10 กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เตรียมทหารรุ่น 12

สมัยที่ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นนายทหารอยู่ที่ค่ายนวมินทร์ จ.ชลบุรี ใครจะคิดว่า นายทหารหัวเมืองบูรพาจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ที่อยู่กับคนไทยมา 7 ปีแล้ว 

สอนเรื่องวัคซีน

ครั้งที่แล้ว “พี่โทนี่” ได้พูดถึงการบริหารจัดการวัคซีน ซึ่งเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลประยุทธ์ โดยการเลือกซื้อวัคซีนไม่กี่ยี่ห้อ 

“ตัวเลขสั่งวัคซีน และ ตัวเลขที่วัคซีนเข้ามาจริง ตัวเลขวางแผน ตัวเลขฉีดจริง และไม่รู้ตัวไหนเป็นของอะไรบ้าง เอาให้ชัด ใครจะพูดไรก็เอาให้ชัด และวัคซีนมันปรับแผนได้ตลอดเวลา เพราะการขนส่งเดี๋ยวนี้มันตรวจสอบได้ การขนส่งนี่สำคัญ อุณหภูมิก็สำคัญเหมือนกัน ถ้าไม่รักษาอุณหภูมิ แล้วทิ้งไว้นานๆ มันจะเสื่อม”

คนไทยจำนวนมากยังรอรับวัคซีนป้องกันโควิด เนื่องจากความไม่เป็นเอกภาพของ ศบค.กับกระทรวงสาธารณสุข

“ดังนั้น ต้องมีแผน แล้วต้องปรับแผนได้ ประสานงานกับหน่วยงานให้ชัดเจน ประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจน ไม่ใช่แย่งกันพูดแบบนี้ แผนก็ต้องมีการเรียงลำดับ ว่าวัคซีนมาแล้วเราต้องให้หมอให้พยาบาลก่อนหรือไม่ ให้คนแก่ก่อนหรือไม่ ให้คนที่บริการสาธารณะก่อนหรือไม่ เช่น กระเป๋ารถเมล์ก่อนหรือไม่ ไม่งั้นมันจะสับสน” ต้องรอดูว่า อังคารนี้ พี่โทนี่จะสอนใคร สอนเรื่องอะไรบ้าง

โควิดการเมือง 'โทนี่' สอนน้อง 

                                  พล.อ.ประยุทธ์ เจอศึกหนัก

“ตู่” ย่ำรอยเดิม “เต้น” เกาะสามนิ้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/471925

“ตู่” ย่ำรอยเดิม “เต้น” เกาะสามนิ้ว

26 มิถุนายน 2564 – 20:02 น.

ม็อบไล่ประยุทธ์ วันที่ “ตู่” จุดไม่ติด “เต้น” รอแตะมือ “ธนาธร” คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ในที่สุด กลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ตัดสินใจเกมยืดเยื้อ ขอใช้เวลา 3 เดือน ขับไล่ประยุทธ์ ไม่เล่น “เกมกดดัน” แบบเดิมๆ เลี่ยงแตกหัก

เย็นวันที่ 26 มิ.ย.2564 จตุพร พรหมพันธ์ ได้เดินเท้าเคลื่อนขบวนกลุ่มไทยไม่ทน จากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถ.ราชดำเนิน ไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามนัดหมาย มีข้อน่าสังเกตว่า มวลชนที่เข้าร่วมครั้งที่ 2 ยังเป็นคนหน้าเดิมๆ กลุ่มนักศึกษารามคำเเหงเพื่อประชาธิปไตย แต่คนเสื้อแดงหายไปเยอะ โชคดีที่ “ไบรท์” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง นำกลุ่มคนเสื้อแดงก้าวหน้า63 (เครือข่ายเสื้อแดง 4 ภาค) นำสมาชิกเข้ามาร่วมชุมนุมด้วย จึงสร้างสีสันได้ระดับหนึ่ง

ด้านกลุ่มประชาชนคนไทย ของ “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ เคลื่อนมาด้วยรถบรรทุกเครื่องเสียงคันเดียว และประกาศจะถอยออกจากแยกนางเลิ้ง ก่อนม็อบจตุพรจะมาถึง สำหรับแผนการจัดม็อบของกลุ่มไทยไม่ทน “จตุพร” บอกว่า ภารกิจชุมนุมใหญ่ ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ภายใน 3 เดือนนี้  

จุดไม่ติด

ว่ากันตามเกม จตุพร พรหมพันธุ์ จับมือ อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 โหมโรง “ไล่ประยุทธ์” ตั้งแต่เดือน มี.ค.2564 โดยมีกลุ่มญาติวีรชนพฤษภาทมิฬ และ 30 องค์กรประชาธิปไตย ร่วมจัดเสวนา “สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” 

วันที่ 4 เม.ย.2564 “ตู่ จตุพร” นัดชุมนุม “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ที่ อนุสรณ์พฤษภาประชาธรรรม ถ.ราชดำเนิน ภายใต้  รหัส 4 4 4 ประยุทธ์ออกไป แต่ก็มีคนเสื้อแดงมาร่วมจำนวนหนึ่ง บังเอิญว่า มีโควิดระบาดรอบใหม่ จตุพรจึงยุติการชุมนุม และย้ายไปจัดเวทีปราศรัยออนไลน์ ภายในสตูดิโอพีซทีวี ตอนที่จัดปราศรัยออนไลน์ ก็มีวิทยากรมาร่วมมากหน้าหลายตา ทั้งนักการเมืองระดับชาติ และนักเคลื่อนไหวมวลชนทุกสี สร้างความคึกคักให้กับแกนนำไทยไม่ทนพอควร

พลันที่ลงสู่ท้องถนน วันที่ 24 มิ.ย.2564 จตุพรก็เจอสถานการณ์ “ม็อบจุดไม่ติด” อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุ รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด ความจริงที่เจ็บปวดของจตุพรคือ การพาดหัวข่าวว่า “ม็อบจุดไม่ติด” ต่างจากยุคสมัยที่เขาเป็นแกนนำ นปช.ยุคแดงทั้งแผ่นดิน  เหนืออื่นใด วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน และไทกร พลสุวรรณ เลขาธิการแนวร่วมอีสานกู้ชาติ ก็ไม่ใช่แกนนำที่มีมวลชนเป็นของตัวเอง แม้กระทั่งคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และองค์กรประชาธิปไตยทั้งหลาย ก็มีลักษณะมีแต่ “หัว” กับ “ชื่อ” ไม่มีมวลชนเช่นกัน

"ตู่" ย่ำรอยเดิม "เต้น" เกาะสามนิ้ว

จตุพร รุกก้าวถอยก้าว 

รอเป็นพระเอก

ช่วงสองสามวันมานี้ “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จะถูกเชิญไปร่วมพูดคุยเกี่ยวกับ “ม็อบ 24 มิถุนา” ประหนึ่งผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจัดการชุมนุม ขณะที่สหายร่วมรบอย่าง “ตู่ จตุพร” ยังหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กับการลงท้องถนน ดังที่รู้กัน “เต้น” พร้อมกับธิดา ถาวรเศรษฐ์ และเหวง โตจิราการ ยังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับม็อบราษฎร และม็อบสามนิ้ว

“อรุณรุ่งของการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นเมื่อปีที่แล้ว เยาวชนคนรุ่นใหม่ ทำให้เพดานแห่งความกลัวแตก จนท้องฟ้าสว่างไสว” 

ล่าสุด เต้นโพสต์เฟซบุ๊ควิเคราะห์สถานการณ์การเมือง หลังศึกแก้รัฐธรรมนูญ “ผลการลงมติแก้รัฐธรรมนูญวาระแรกที่เพิ่งผ่านไป สร้างปรากฏการณ์ทางการเมืองหลายเรื่อง เช่น การจับมือข้ามขั้วฝ่ายค้านกับรัฐบาล ความไม่เป็นเอกภาพของฝ่ายค้าน และการเหยียบตาปลากันของพลังประชารัฐกับ ส.ว.ลากตั้ง”

"ตู่" ย่ำรอยเดิม "เต้น" เกาะสามนิ้ว

เสี่ยเต้น สบายๆ รอเล่นเกมใหม่

 “เต้น” ร่ายยาวตามประสานักวิเคราะห์ แล้วสรุปว่า “สำหรับประชาชนคงมีทางเดียว คือล็อคดาวน์อำนาจเผด็จการ ผลักดันรัฐธรรมนูญใหม่โดย ส.ส.ร.จากประชาชน”  จับจังหวะของเต้น พอประเมินได้ว่า เขากำลังการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ที่กำลังรายชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับรื้อระบอบประยุทธ์

เชื่อว่า เต้นเตรียมจะเป็นพระเอกเสื้อแดง เข้าร่วมขบวนการรื้อระบอบประยุทธ์ เคียงข้างคู่สีส้ม “ธนาธร-ปิยบุตร” 

“ส.ว.” หัก “พปชร.” เงา “3 ป.” ยืนทะมึน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/471902

“ส.ว.” หัก “พปชร.” เงา “3 ป.” ยืนทะมึน

26 มิถุนายน 2564 – 16:13 น.

เบื้องลึก “ส.ว.” หัก ส.ส.พลังประชารัฐ สัญญาณรอยร้าวภายในเครือข่าย 3 ป.” คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ศึกแก้ไขรัฐธรรมนูญจบไปอีกยกหนึ่ง ทิ้งไว้ซึ่งรอยบาดหมางระหว่างพรรคพลังประชารัฐ กับสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)

ไม่ต้องพูดปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล และภาคประชาชนฝ่ายก้าวหน้า ที่เสนอยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อปลายปีที่แล้ว ยกแรกถูก ส.ว.ตีตกมาแล้ว ยกที่สองก็เจอ ส.ว. คว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ส.ส.จำนวน 12 ฉบับ จากทั้งหมด 13 ฉบับ ยิ่งเพิ่มเชื้อไฟแห่งการต่อต้านระบอบประยุทธ์

ดังนั้น กลุ่ม Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่ จึงเปิดแคมเปญ “ล้ม ส.ว. เดินหน้าสภาเดี่ยว” ปลุกผู้คนให้มาลงชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ เพิ่มเติมจาก 70,000 รายชื่อ

 “ตราบใดที่ ส.ว. ลากตั้งทั้ง 250 คน ยังอยู่ในอำนาจอย่างสุขสบาย ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการเดินหน้าประชาธิปไตยของประเทศแบบนี้ไปเรื่อยๆ”

"ส.ว." หัก "พปชร." เงา "3 ป."  ยืนทะมึน

ภาคประชาชน เดินหน้ารื้อ ส.ว. เดินหน้าสภาเดี่ยว

หันมาดูความขัดแย้งภายในฝ่ายเดียวกัน มีหลายมุมมอง บ้างว่าเป็นรอยร้าวในขั้วอำนาจ “3 ป.” บ้างว่าเป็นปฏิบัติการสั่งสอนนักเลือกตั้ง โดยฝีมือกลุ่มอดีตนายทหาร และข้าราชการ ที่อยู่บนสภาสูง

‘ไพบูลย์’ เปลี่ยนไป

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช …. (แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 3 มาตรา 29 มาตรา 41 มาตรา 45 มาตรา 83 มาตรา 85 มาตรา 86 มาตรา 90 มาตรา 91 มาตรา 92 มาตรา 94 มาตรา 144 มาตรา 185 และมาตรา 270) เสนอโดย ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กับคณะ เบื้องต้นเหมือนจะนอนมา แต่ใครเล่าจะคิดว่า ไพบูลย์จะกลายเป็นกิ้งกือตกท่อ เพราะฝีมือ ส.ว. ที่เป็นเพื่อนเก่า

จุดแตกหักอยู่ที่การเสนอแก้ไขมาตรา 144,185 โดยตัดบทลงโทษรุนแรงต่อนักการเมืองและข้าราชการประจำที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการใช้งบประมาณแผ่นดิน เรียกว่า เป็นการถอดปลั๊กรัฐธรรมนูญปราบโกง

เล่ากันว่า ส.ว.ที่มาจากข้าราชการประจำ สมัยที่พวกเขาเป็นสมาชิก สนช. ต่างเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีการบรรจุมาตรา 144 ให้ลงโทษ ส.ส., ส.ว. และกรรมาธิการที่แทรกแซงการแปรญัตติงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม และมาตรา 185 ห้าม ส.ส., ส.ว. เข้าไปแทรกแซงก้าวก่ายการทำงานของข้าราชการ ส.ว.ส่วนใหญ่ ไม่ชอบพฤติกรรม “นักเลือกตั้ง” เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการเข้าไปล้วงลูกงบประมาณ ทำให้ข้าราชการประจำอึดอัดใจ อดีตนายทหารใหญ่ เพื่อนร่วมรุ่นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงรวมหัวกันต่อต้านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่แก้ไข ม.144 และ ม.185 พร้อมกับส่งสัญญาณไปถึงนายกรัฐมนตรี

เย็นวันที่ 23 มิ.ย.2564 อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาให้ข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์” ยืนยันไม่เห็นด้วยที่จะแก้ ม.144 และ ม.185 ที่เป็นหัวใจของการปราบทุจริตคอร์รัปชันในรัฐธรรมนูญ คืนวันเดียวกัน มีการตรวจเช็คสัญญาณจากทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง เมื่อได้เสียงยืนยันว่า ไม่เห็นด้วย ส.ว.สายทหารเก่า ก็เดินหน้าหักพลังประชารัฐ และผลก็ออกมาตามเสียงโหวตว่า ส.ว.คว่ำ 12 ฉบับ เหลือไว้แค่ฉบับเดียว

เพื่อไทยสาขา 2 

ก่อนถึงวันลงมติ ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาร้องขอให้ ส.ว.รับหลักการแก้ไขวาระ 1 ไปก่อน และในชั้นกรรมาธิการ จะเสนอแก้ไข ม.144 และ ม.185 ให้คงหลักการเข้มข้นรัฐธรรมนูญปี 2560 ไว้ตามเดิม ให้สบายใจได้

"ส.ว." หัก "พปชร." เงา "3 ป."  ยืนทะมึน

ไพบูลย์ นิติตะวัน 

“ไพบูลย์” เคยเป็น ส.ว.มาก่อน และเพื่อน ส.ว.หลายสิบคนในสภาสูงวันนี้ ก็เคยอยู่ในกลุ่ม 40 ส.ว. แต่หลังจากไพบูลย์ได้ย้ายเข้าไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ คงได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับ ส.ส.หรือนักเลือกตั้งรุ่นเก่า เกี่ยวกับ ม.144 และ ม.185 ที่เข้มข้น จน ส.ส.ไปแตะงบฯ ของหน่วยงานราชการลำบาก ยกตัวอย่างกรณี ส.ส.ไปติดต่อหน่วยงานรัฐ เพื่อช่วยเหลือประชาชนก็สุ่มเสี่ยงว่าเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานหน่วยราชการ ตาม ม.185 พูดกันตามจริง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กว่าร้อยละ 60 ล้วนแต่เป็นอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะระดับแกนนำพรรค ก็เคยทำงานในรัฐบาลทักษิณมาแล้วทั้งนั้น

อย่างไรก็ดี ส.ส.พลังประชารัฐ กับ ส.ว. ต่างก็อยู่ใต้ร่มเงา “3 ป.” ซึ่งที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.ประวิตร ก็แบ่งบทกันเล่น คอยประคองทั้ง 2 ขั้ว ให้เดินไปแนวทางเดียวกัน  

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงเคราะห์ซ้ำกรรมซัด “กลุ่มสามมิตร” หวิดแตกกระเจิง ตกดวงศัตรูขัดแย้ง ต้องรอให้ผ่านพ้น 2 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/471850

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงเคราะห์ซ้ำกรรมซัด “กลุ่มสามมิตร”หวิดแตกกระเจิง ตกดวงศัตรูขัดแย้ง ต้องรอให้ผ่านพ้น 2 ปี

26 มิถุนายน 2564 – 09:19 น.

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงเคราะห์ซ้ำกรรมซัด “กลุ่มสามมิตร”หวิดแตกกระเจิง ตกดวงศัตรูขัดแย้ง ต้องรอให้ผ่านพ้น 2 ปี เพราะจังหวะดวงตกปะทะ  หากไม่ประคองตนเอง  ปัญหา “สามมิตร”  อุปสรรคตลอดปี 64 แน่นอน

“ซินแสเข่ง”  วิเคราะห์ผ่าดวงวิกฤติ  เคราะห์ซ้ำกรรมซัด กลุ่มสามมิตร หวิดแตกกระเจิง  ตกดวงศัตรูขัดแย้ง ไม่ประสงค์ดี  สับสนก่อให้เกิดความสับสนไม่ไว้วางใจ  รมว.ยุติธรรม สมศักดิ์  โชคชะตาตกดวงซ้ำซ้อน  เบียดเบียน และเป็นศัตรู  อึดอัด กัดกร่อนจิตใจ เรื่องไม่เป็นเรื่องให้เดือดร้อนใจ ส่วน รมว. กระทรวงอุตฯ สุริยะ  ถึงได้ดวงหนุนบ้าง แต่ก็ตกดาวแห่งศัตรู ส่วนอดีตเลขาฯ อนุชา  หลุดจากตำแหน่ง  ต้องรอให้สถานการณ์ให้ผ่านพ้น 2 ปี เพราะจังหวะดวงตกปะทะ  หากไม่ประคองตนเอง  ปัญหาสามมิตร  อุปสรรคตลอดปี 64 แน่นอน

“ซินแสเข่ง”  อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย  วิเคราะห์ผ่าดวงวิกฤติ   กลุ่มสามมิตร  ถึงจุดกระทบ กับการแตกแยก วุ่นวาย ในช่วงปีที่ปะทะกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นระลอกให้เป็นอุปสรรค  ดาวแห่งศัตรูในดวงชะตา ทำสิ่งใดก็กลายเป็นผลลบในเส้นทางปี  2563 และ 2564  ที่จะต้องประคองตัว ทั้งหน้าที่การงานไม่ราบรื่น  ประสบปัญหาจากคลื่นลมปะทะ  ทั้งดวงของคุณ  สมศักดิ์  เทพสุทิน  รมว.กระทรวงยุติธรรม  กับปัญหาเบียดเบียน เรื่องไม่เป็นเรื่องให้อึดอัดใจไร้สาระไม่เป็นเรื่องไม่เป็นราว เครียดวิตกกังวล และตกดาวศัตรู  

"ซินแสเข่ง" ผ่าดวงเคราะห์ซ้ำกรรมซัด "กลุ่มสามมิตร"หวิดแตกกระเจิง ตกดวงศัตรูขัดแย้ง ต้องรอให้ผ่านพ้น 2 ปี

ส่วนคุณสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ  รมว. อุตสาหกรรม   เช่นเดียวกันตกอยู่ในเหตุของดาวพระเคราะห์ที่มีผลต่อความขัดแย้ง  เป็นศัตรู ไม่ประสงค์ดี  ถึงแม้นจะมีตัวช่วยจากวันเดือนปีเกิดบ้าง  แต่ก็ต้องระวังบุ่มบ่ามเกินไป   อาจมีผลร้ายทางการเมือง  ประคองตนเองให้ถึงปีหน้า  ก็อาจจะทำให้มีโชคชะตาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้  

"ซินแสเข่ง" ผ่าดวงเคราะห์ซ้ำกรรมซัด "กลุ่มสามมิตร"หวิดแตกกระเจิง ตกดวงศัตรูขัดแย้ง ต้องรอให้ผ่านพ้น 2 ปี

ส่วนคุณอนุชา  นาคาศัย  กลายเป็นอดีตเลขาฯ  ที่เป็นได้เพียงไม่นาน  ถึงแม้นดวงดีและจังหวะชีวิตอนาคตในตอนแรกจะไปได้ดี  เพราะปีช่วยเสริมในตอนต้น แต่ก็เป็นเพียงหนังหน้าไฟเท่านั้น  เมื่อถึงกำหนดจุดเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนเพราะคนดวงตกทำให้อะไรก็ผิดพลาดได้ตลอดเวลา  

"ซินแสเข่ง" ผ่าดวงเคราะห์ซ้ำกรรมซัด "กลุ่มสามมิตร"หวิดแตกกระเจิง ตกดวงศัตรูขัดแย้ง ต้องรอให้ผ่านพ้น 2 ปี

“ซินแสเข่ง” กล่าวเพิ่มเติมว่า  ช่วงจังหวะ 2 ปีที่ผ่านมา  มรสุมที่เกิดขึ้นกับรัฐบาล ประยุทธ์  จันทร์โอชา  มีมากมายทั้งรัฐมนตรีดวงดีและดวงตกมากกว่า 25 คน  รวมถึงตัวท่านนายกรัฐมนตรี  ด้วยเหตุนี้การปฏิบัติงานของรัฐบาลก็อาจจะมีอุปสรรคไม่ราบรื่นเท่าที่ควร  แต่ด้วยบางรัฐมนตรี ดวงเสริมเกื้อกูล  ก็พอที่จะเสริม นำพาพยุงให้รัฐบาลฟันฝ่าอุปสรรคให้ผ่านไปสู่ความสำเร็จได้