กลับมาแซ่บ “ปารีณา” คนเดิม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/471817

กลับมาแซ่บ”ปารีณา” คนเดิม

25 มิถุนายน 2564 – 20:10 น.

“ปารีณา” มาแล้ว ยังแซ่บสะเทือนพลังประชารัฐ ในราชบุรีดัน “พี่ชาย” ออกงานถี่ขึ้น คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

โซเชียลการเมือง ทั้งในเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ มีความร้อนแรงระดับหนึ่ง เมื่อ “ปารีณา ไกรคุปต์” ส.ส.ราชบุรี ได้โพสต์ประชดประชันใครบางคน ในพรรคเดียวกันเรื่องการแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณฯ

จริงๆแล้ว ส.ส.หญิงฝีปากกล้าคนนี้หายหน้าไปนาน หลังถูกศาลวินิจฉัย พร้อมมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที สำหรับปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในจังหวัดราชบุรี อันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม 

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2564 ปารีณา ได้ปรากฏตัวที่รัฐสภา ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 วันนั้น คนสวยโพธารามเจอหน้านักข่าวประจำรัฐสภา ปารีณาบอกว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมาทำงาน ตนอยู่สภาฯ มา 16 ปี ไม่เคยต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เมื่อหยุดไปก็คิดถึง วันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา  ปารีณา ไกรคุปต์ โพสต์เฟซบุ๊คว่า “วันนี้ปารีณาไม่เหลือแม้แต่ขี้ไก่และเงินเดือนสภา กราบขอบพระคุณพรรคพลังประชารัฐมอบงาน ดีใจมากๆค่ะ” เธอยังความเป็น ส.ส.สาวแซ่บเหมือนเดิม ไม่ว่าจะมีเสียงวิจารณ์บวกหรือลบ 

 กลับมาแซ่บ"ปารีณา" คนเดิม

ปารีณา ในบทกรรมาธิการงบประมาณ

ขวัญใจชาวบ้าน

หลายคนอาจรู้สึกว่า ปารีณาหายไป สภาก็ขาดสีสัน แต่สำหรับ ส.ส.ราชบุรี 4 สมัย ในระหว่างหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. เธอก็ไม่หยุดทำหน้าที่ “คนของประชาชน” โดยเฉพาะ อ.โพธาราม และ อ.จอมบึง ส่องเข้าไปดูเฟซบุ๊กของปารีณา จะพบว่า ส.ส.หญิงคนนี้ วิ่งรอกงานศพวันละ 7-8 งาน ยกตัวอย่างเช่น “วันนี้ 7 งานค่ะ ร่วมประชุมเพลิงศพ วัดหนองบัวค่าย จอมบึง วัดเขารังเสือ ปากช่อง วัดเขาแดน แก้มอ้น ร่วมเคารพศพ วัดหนองรี วัดชัยรัตน์ วัดรางบัวไปไม่ทันเลยไปหาเจ้าภาพที่บ้าน วัดบางโตนดไปไม่ทัน ให้พี่ชายไปแทนค่ะ” คำว่า “พี่ชายไปแทนค่ะ” หมายถึง สีหเดช ไกรคุปต์ ซึ่งพักหลัง พี่ชายของเธอได้เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านเรื่องที่ดิน ถนนหนทาง และไฟฟ้า พร้อมเป็นตัวแทนน้องสาวไปงานสังคมถี่ขึ้น

 กลับมาแซ่บ"ปารีณา" คนเดิม

พักหลัง พี่ชายของปารีณา ออกงานบ่อยขึ้น

2 ปีมาแล้ว ปารีณา เคยให้สัมภาษณ์สื่อสำนักหนึ่ง เกี่ยวกับเสียงวิจารณ์ว่า “ส.ส.งานศพ” ปรากฏว่า เธอไม่ปฏิเสธ เพียงแต่ขยายความว่าไปทุกงาน งานแต่ง งานบวช งานขึ้นบ้านใหม่ งานศพ พร้อมทิ้งท้ายว่า “ปารีณา ไม่เชิญก็ไป” อย่างเช่น “วันนี้ขับรถหลงหาบ้านงานไม่เจอ ขอบพระคุณชาวบ้านที่นำทางมาที่งานนะคะ #คนด่านน่ารักที่สุด #ปารีณาพลังประชารัฐ” 

 กลับมาแซ่บ"ปารีณา" คนเดิม

ไม่บอกก็ไป..สโลแกนของปารีณา 

ลูกไม้ใต้ต้น

 “ทวี ไกรคุปต์” เล่นการเมืองมานานกว่า 30 ปี เป็น ส.ส.ราชบุรี มาหลายสมัย และสังกัดหลายพรรค ไล่มาแต่พรรคชาติไทย, พรรคกิจสังคม, พรรคความหวังใหม่, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคไทยรักไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังประชารัฐ

ทวีจึงถ่ายทอดวิชาการเมืองมวลชนให้ลูกสาว ตั้งแต่ปี 2548 ปารีณาอาศัยการประกวดนางสาวไทย เป็นการแนะนำตัวให้คนรู้จัก แต่กลยุทธ์การหาเสียงของทวี เป็นตัวชี้ขาดที่ทำให้เธอเป็น ส.ส.สมัยแรก

ปารีณาไม่แคร์เสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์ เพราะเชื่อมั่นว่า ผู้ใช้สิทธิ์เลือกเธอเป็นผู้แทนฯอยู่ตามหมู่บ้าน และไม่ได้หมกมุ่นสื่อโซเชียลเหมือนคนบางกลุ่ม

บัตร 2 ใบ “ส.ส.เขต” ชี้ขาดชัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/471790

บัตร 2 ใบ “ส.ส.เขต” ชี้ขาดชัย 

25 มิถุนายน 2564 – 16:36 น.

สมใจ “จุรินทร์” สมประโยชน์พรรครัฐบาลและเพื่อไทย เปลี่ยนระบบเลือกตั้ง หวังกุมชัยชนะที่ ส.ส.เขต คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
จบไปแล้ว การประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ทั้ง 13 ฉบับ ในวาระรับหลักการ ปรากฏว่า มีเพียงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ 13 เสนอโดย “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคภูมิใจไทย ได้รับความเห็นชอบเพียงร่างเดียว นอกนั้นไม่ผ่านความเห็นชอบ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…   เปิด “13 ร่างแก้ไข รธน.”เข้ารัฐสภาพรุ่งนี้ ชง “บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ-ที่มานายกฯ”   

ผลคะแนนโหวตของ 2 สภา สะท้อนให้เห็นอิทธิฤทธิ์ของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ชัดเจน แม้แต่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ ยังตกยกพวง    

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล รู้สึกผิดหวังมากที่สุด เพราะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอให้ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” ทั้งสองฉบับถูกปัดตกทั้งหมด ทั้งที่ได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ส. มากที่สุดและเกินกึ่งหนึ่งของเสียงในรัฐสภา แต่กลับต้องตกไปเพราะเสียงของ ส.ว.    

ด้าน วิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล หวานอมขมกลืน พูดได้เพียงว่า น้อมรับทุกคำติติงที่ ส.ว.ให้ข้อสังเกตไว้ และไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บ กรณีร่างของพลังประชารัฐ ไม่มี ส.ว.คนไหนโหวตเห็นชอบเลยสักคน    

วิรัชยอมรับว่า ได้ปรึกษาวิปรัฐบาลหาทางให้ผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ 13 ของพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ จะเป็นการประชุมกรรมาธิการนัดแรก เชื่อว่าจะพิจารณาในชั้นกรรมาธิการไม่นาน และคาดว่า ไม่เกินหนึ่งเดือนก็จะกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวาระที่ 2

บัตร 2 ใบ "ส.ส.เขต" ชี้ขาดชัย 

ปชป.ยังมั่นใจฐานเสียงภาคใต้

++
บัตร 2 ใบ
++
หลักการของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ 13 เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 ซึ่งสรุปสั้นๆว่า มาตรา 83 เดิมมี ส.ส.แบบแบ่งเขต จำนวน 350 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ จำนวน 150 คน เปลี่ยนเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต จำนวน 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน    

ส.ส.เขตที่เคยหายไป 50 คน ก็จะกลับมาเหมือนเดิม ฉะนั้น พรรคการเมืองที่มีความชำนาญสมรภูมิ “เขตเดียวเบอร์เดียว” จะได้เปรียบ ส่วนพรรคที่รอรับ “ทุกคะแนนไม่ตกน้ำ” เพื่อนำมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะเสียเปรียบมา    

มาตรา 91 เดิมคำนวณแบบจัดสรรปันส่วนผสม ก็กลับมาใช้ระบบคำนวณปาร์ตี้ลิสต์(รัฐธรรมนูญ 2540) โดยใช้บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ แล้วคำนวณคะแนนที่แต่ละพรรคได้รับเลือกตั้งมาคำนวณเพื่อแบ่งเก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แทน    

การคำนวณปาร์ตี้ลิสต์แบบรัฐธรรมนูญ 2540 พรรคเล็กหรือพรรคเอสเอ็มอี จะสูญพันธุ์ ส่งผลให้ ส.ส.พรรคเล็กต้องวิ่งมาซบพรรคใหญ่  

++
จุดแข็ง ปชป.
++
พรรคประชาธิปัตย์ ,พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไรต่อกรณีการเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง    

พลิกแฟ้มเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ ส.ส.เขต 33 คน, ส.ส.บัญชีรายชื่อ 20 คน ,พรรคภูมิใจไทย ส.ส.เขต 39 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 12 คน รวม (ตัวเลขที่ยังไม่นับรวม ส.ส.ที่ย้ายเข้ามาทีหลัง) และพรรคชาติไทยพัฒนา  ส.ส.เขต 6 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4 คน   

พรรคการเมืองข้างต้นนี้ ส.ส.ส่วนใหญ่ มีพื้นที่เป็นของตัวเอง หรือที่ฝ่ายก้าวหน้าชอบเรียกว่า “ประชาธิปไตยอุปถัมภ์” จึงค่อนข้างเห็นด้วยกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ    

ยกตัวอย่างภาคใต้ เลือกตั้งปี 2554 ปชป. ได้ ส.ส.เขต 50 คน จากทั้งหมด 53 คน แต่เลือกตั้งปี 2562 ปชป.เสียที่นั่งไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง ได้ ส.ส.เขต 22 คน จาก 50 คน    

ความปราชัยครั้งที่แล้ว อาจเกิดจากความผิดพลาดในคำขวัญทางยุทธวิธี หากมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ แกนนำพรรค ปชป.ก็เชื่อว่า จะได้ ส.ส.เขตที่ภาคใต้ กลับมาเป็นกอบเป็นกำอีก    

สำหรับภาคกลาง(รวมตะวันออกและตะวันตก) ปชป.เคยได้ ส.ส.เขต มาจำนวนไม่น้อย อย่างเช่นเลือกตั้งปี 2554 ปชป.ได้ 37 คน จากทั้งหมด 127 คน มาเลือกตั้งปี 2562 ปชป.ได้เพียง 15 คน จากทั้งหมด 121 คน     

เลือกตั้งหนที่แล้ว กระแสลุงตู่-ธนาธร มาแรงในภาคกลาง ทำให้อดีต ส.ส.ค่าย ปชป. ที่มีฐานเสียงของตัวเอง สอบตกแบบไม่น่าเชื่ออย่างเช่น จ.เพชรบุรี     

ด้วยความมั่นใจในฐานเสียงภาคใต้ ปชป.จึงขอกลับไปใช้บัตร 2 ใบ เอาชนะได้ “ยกภาค” ก็พอแล้วสำหรับการต่อรองเข้าร่วมรัฐบาลทุกขั้ว

ส่อง “มือที่สาม” ม็อบจตุพร-นกเขา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/471768

ส่อง “มือที่สาม” ม็อบจตุพร-นกเขา

25 มิถุนายน 2564 – 14:01 น.

ม็อบกร่อยถอยเร็ว “จตุพร-ทนายนกเขา” กลัวมือที่สามจริงหรือ แกะรอยหาตัวป่วนม็อบไล่ประยุทธ์ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ผ่านไปแล้ว “3 ม็อบ” ที่พร้อมใจนัดหมายกันวันที่ 24 มิ.ย.2564 ถ้าประเมินภาพรวม ต้องยกให้กิจกรรมของกลุ่มราษฎร และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้รับความสนใจจากสื่อและผู้คน มากกว่า 2 ม็อบไล่ประยุทธ์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “จตุพร-อานนท์” ดันม็อบทะลุฟ้า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  ลองของ’ตู่-นกเขา’ ชุมนุมทิพย์ 

ส่อง "มือที่สาม" ม็อบจตุพร-นกเขา

ม็อบจตุพร

วัดกันในเชิงปริมาณ ม็อบเยาวชนคนรุ่นใหม่ มีจำนวนผู้เข้าร่วมนับพันคน ที่บริเวณสกายวอล์ค ปทุมวัน ส่วนม็อบไทยไม่ทน ประมาณ 500 คน และม็อบประชาชนคนไทย ไม่ถึง 100 คน    

ด้วยชื่อชั้นแกนนำม็อบ ทำให้ “ม็อบไล่ประยุทธ์” มีคนติดตามชมผ่านสื่อออนไลน์จำนวนไม่น้อย แต่ช่วงค่ำ แกนนำม็อบไทยไม่ทน และม็อบประชาชนคนไทย ได้ประกาศยุติการชุมนุม โดยอ้างว่า ได้มีการแทรกแซงของ “มือที่สาม” เข้าสร้างสถานการณ์เกิดขึ้นจนประชาชนได้รับอันตราย     

แกนนำทั้งสองม็อบ จะจัดการชุมนุมอีกครั้ง ในวันเสาร์ที่ 26 มิ.ย.นี้ จตุพร พรหมพันธุ์ นัดช่วงเย็นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ส่วน นิติธร ล้ำเหลือ ก็นัดหมายที่เดิม 

++
ไม่มาตามนัด
++
ย้อนกลับไปดูม็อบไล่ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2564 จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำมวลชนจำนวนหนึ่ง เคลื่อนขบวนจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศไปตั้งเวทีปราศรัยบริเวณแยกนางเลิ้ง     

ส่วนกลุ่มประชาชนคนไทย นำโดย “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ ตั้งเวทีชุมนุมตั้งแต่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ จนถึงบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร      

“ตู่ จตุพร” ยอมรับว่า ได้โทรศัพท์ปรึกษาหารือกับ “ทนายนกเขา” ที่เป็นเสมือนทัพหน้า จึงทราบว่า ฝ่ายกุมอำนาจเตรียมใช้ “วิชามาร” สร้างสถานการณ์ จึงต้องยุติการชุมนุมทั้งสองกลุ่ม    

อย่างไรก็ตาม จตุพรยอมรับว่า “วันนี้เรามาจำนวนมากในระดับหนึ่ง แต่ไม่มากพอที่จะทำแผนฟ้าทะลายโจรจัดการระบอบประยุทธ์”    

ส่อง "มือที่สาม" ม็อบจตุพร-นกเขา

ม็อบทนายนกเขา

หากส่องเข้าไปในกลุ่มมวลชนของฝ่ายจตุพร จะพบว่า ส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อแดง และหลายคนที่มาร่วมชุมนุม ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นทำนอง “ไม่ไว้ใจม็อบทนายนกเขา” เนื่องจากในอดีต คนเสื้อแดงกับคนเสื้อเหลือง ต่างเป็นคู่ขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ 

++
มือที่สาม
++
ประเด็น “มือที่สาม” หรือ “สร้างสถานการณ์” แกนนำม็อบทั้งสอง ไม่ได้ขยายความ แต่เมื่อส่องเฟซบุ๊ก สมบัติ ทองย้อย อดีตการ์ด นปช. ก็จะพบความจริงบางระดับ    

“เรื่องเมื่อวาน ที่มีวุ่นวายเล็กๆ ใครเริ่ม ใครก่อหวอด ใครปลุกระดม หลายคนคงรู้ หลายคนคงเห็น แต่สิ่งที่ทุกคนพึงสำนึกคือ คนเหล่านั้น ก็คือผู้ไปร่วมชุมนุม กลุ่มนึง คนนึง แต่พอเวลามีปัญหากระทบกระทั่งกัน ก็จะมาไล่ตีไล่กระทืบ มันไม่ใช่    

“ที่ซ้ำร้าย ผู้ใหญ่บางคนที่แม่ง..อยู่แนวหน้า พอมีคนกลุ่มนึงเปิดงานจะปะทะ แทนที่จะใช้ความเป็นผู้ใหญ่ ใจเย็นห้ามปราม เสือกจะเอากับเขาด้วย อันนี้คือกู งง อยากปะทะเก่งนัก ไปสมัครเป็นอาสาทหารพราน ลงใต้เลยครับ อันนี้เชียร์”    

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา สมบัติ ทองย้อย ได้เข้าไปช่วยเป็นการ์ดอาสาให้กับกลุ่มไทยไม่ทน เนื่องจากตัวเขายังเคารพและศรัทธา “ตู่ จตุพร”    

“โพสต์นี้ ไม่อยากเอ่ยชื่อใคร ไม่อยากเอ่ยกลุ่มไหน แต่รู้หมด และทุกคนคงรู้ ว่าใคร กลุ่มไหน เอาว่าเคยทำที่ไหน กับม็อบไหนได้ แต่กับม็อบนี้ #อย่าหาทำ ผมไม่ใช่เจ้าของม็อบ แต่เป็นแค่การ์ด ที่ต้องคอยดูแลความสงบเรียบร้อยให้เกิดภายในม็อบ และดูแลมวลชนให้ปลอดภัยจากมือที่สาม ซึ่งถ้าเกิดจากฝีมือพวกคุณ กลุ่มคุณ พวกคุณก็คือมือที่สาม มีเราตั้งเฝ้าจับตาและระวัง และกันออกไปเพื่อไม่ให้ก่อเหตุ”    

จับความได้ว่า “มือที่สาม” ในสายตาของสมบัติ ก็เป็นคนภายในม็อบนั่นเอง ดังที่ทราบกันว่า ม็อบจตุพร กับม็อบทนายนกเขา เป็นความพยายามที่จะให้เกิดการรวม “ขั้วสี” สามัคคีไล่ประยุทธ์    

ถึงเวลาสู้รบจริงๆ คนเสื้อแดงยังระแวงคนเสื้อเหลือง ก็เลยไปไม่สุดทาง อุบัติเหตุภายในขบวนเดียวกัน ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ

ม็อบ 24 มิถุนา ผ่ากลยุทธ์ “ราษฎรใหม่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/471601

ม็อบ 24 มิถุนา ผ่ากลยุทธ์ “ราษฎรใหม่”

24 มิถุนายน 2564 – 11:24 น.

ขยับแล้ว “ม็อบ 24 มิถุนา” กลุ่มราษฎร ประสาน “ธนาธร” กดดันสภาฯ เบรกเกมแก้รัฐธรรมนูญของพลังประชารัฐ  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
หายหน้ากันไปนาน อันเนื่องจากแกนนำถูกจับกุม และถูกคุมขังระหว่างรอการประกันตัว ประกอบกับช่วงโควิดระบาดหนัก ทำให้กิจกรรมของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ต้องยุติไปโดยปริยาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  มาแล้ว “ม็อบ24 มิ.ย.” เริ่มชุมนุม หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ม็อบ 24 มิถุนา ผ่ากลยุทธ์ "ราษฎรใหม่"

ไผ่ ดาวดิน แม่ทัพบุกสภา    

รุ่งสางวันที่ 24 มิ.ย.2564 แกนนำกลุ่มราษฎร มากันพร้อมหน้า รวมถึงผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล ไม่ว่าจะเป็น “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, อานนท์ นำภา , “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล    

เนื่องจากเป็นไฟท์บังคับ พวกเขาจึงต้องมาจัดกิจกรรมรำลึก “89 ปี อภิวัฒน์สยาม” และประกาศเจตนารมณ์ “ราษฎรยืนยันดันเพดาน”    

ภาคเช้า กลุ่มราษฎร จัดกิจกรรมรำลึกการเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร ปี 2475 หลังจากนั้น กลุ่มทะลุฟ้า จะเป็นแม่งานเคลื่อนขบวนไปยังอาคารรัฐสภา เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงพรรคการเมือง แสดงจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ    

ภาคค่ำ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จะมีกิจกรรม “ราษฎยืนยันดันเพดาน” ที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน โดยมีองค์กรเครือข่ายร่วมจัดอีเวนท์ ได้แก่ กลุ่มเฟมมินิสต์ปลดแอก, กลุ่ม Wevo ,กลุ่ม FreeArts และกลุ่มอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมในลักษณะแฟลชม็อบอีกหลายจังหวัด    

มีข้อน่าสังเกตว่า กิจกรรมของกลุ่มราษฎรในวันนี้ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชนปลดแอก หรือม็อบรีเด็ม 

++
ทดสอบมวลชน
++
อานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร ย้ำว่า การชุมนุมครั้งแรกในรอบ 3-4 เดือน เพื่อยืนยันในข้อเรียกร้อง 3 ข้อของกลุ่มราษฎร เนื่องจากช่วงแกนนำราษฎรหลายคน ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ได้มีความพยายามปล่อยข่าวจากฝ่ายตรงข้าม เพื่อ “ลดเพดาน” การต่อสู้ของคนรุ่นใหม่  

การที่แกนนำกลุ่มราษฎร ตัดสินใจยอมรับเงื่อนไขของศาลในการปล่อยตัวชั่วคราว ก็คงประเมินดูแล้วว่า อยู่ข้างนอกคุก จะสามารถทำกิจกรรมอะไรได้มากกว่า    

เหนืออื่นใด “อานนท์” ต้องการแสดงตัวให้มวลชนได้เห็นว่า เงื่อนไขการประกันตัว ไม่เป็นอุปสรรคในการจัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมือง     

ฉะนั้น กิจกรรมรำลึก 24 มิถุนา จึงเป็นการทดสอบกำลังมวลชนว่า ยังหนาแน่นเหมือนเดิมหรือไม่?     

“ไผ่ จตุภัทร” จึงบอกกับสื่อมวลชนว่า การชุมนุมจะเป็นไปอย่างสันติและสงบ ไม่มีการปิดล้อมรัฐสภา ไม่มีการล้มร่างรัฐธรรมนูญ  

ม็อบ 24 มิถุนา ผ่ากลยุทธ์ "ราษฎรใหม่"

แกนนำออกจากเรือนจำ มากันพร้อมหน้า

++
รื้อระบอบประยุทธ์
++
อาศัยจังหวะที่รัฐสภา กำลังมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 13 ฉบับ กลุ่มราษฎร จึงจัดขบวนเดินเท้าไปที่อาคารรัฐสภา แสดงจุดยืนเรื่องการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ     

1.รัฐธรรมนูญไทย จะต้องสามารถแก้หมวดที่ 1 และ 2 เพราะกลุ่มมองว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน การพูดคุยและถกเถียงกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องปลอดภัยและสามารถทำได้เป็นเรื่องธรรมดา รวมถึงการแก้ไขต้องเป็นไปได้จริงตามระบบประชาธิปไตย   

2.รัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน ทั้งผู้ร่างและตัวรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นไปตามเสียงของประชาชน     

3.รัฐธรรมนูญใหม่ต้องไม่เขียนกลไกที่นำไปสู่การสืบทอดอำนาจ     

จริงๆ แล้ว ข้อเสนอ 3 ข้อข้างต้นของกลุ่มราษฎร ก็เป็นเรื่องเดียวกันกับกลุ่ม Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่ กำลังรณรงค์ล่ารายชื่อผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราฉบับรื้อระบอบประยุทธ์     

กลุ่ม Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่ เกิดจาก “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า และ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้ชูแคมเปญนี้มาแต่ก่อนโควิดระบาด โดยมีเป้าหมายแก้รัฐธรรมนูญ คู่ขนานกับพรรคก้าวไกลที่เคลื่อนไหวในสภาฯ   

นี่คือภาพการทำงาน 2 ขาของกลุ่มธนาธร เหมือนช่วงปี 2554 พรรคเพื่อไทย ได้กำหนดยุทธศาสตร์ 2 ขาคือ เพื่อไทยกับ นปช. จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์    

หากว่ามีการยุบสภา และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ กลุ่มราษฎร และแนวร่วมกลุ่มต่างๆ ก็ไม่ต่างจาก “ขบวนกองเชียร์พรรคก้าวไกล”     

เฉพาะหน้า ธนาธรและพรรคก้าวไกล ต้องหยุดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยกติการเลือกตั้งบัตร 2 ใบ (รัฐธรรมนูญ 2540) ให้ได้     

ดังนั้น การดึงกลุ่มราษฎรลงถนนอีกครั้ง ในจังหวะนี้ก็เป็นผลดีแก่พรรคก้าวไกล ถ้าเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรครัฐบาลร่วงหมด ก็ถือว่า เป็นชัยชนะของกลุ่มธนาธร

ความลับ “นกเขา” ม็อบต้านสามนิ้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/471519

ความลับ “นกเขา” ม็อบต้านสามนิ้ว

23 มิถุนายน 2564 – 16:14 น.

ไม่โดดเดี่ยว “ม็อบทนายนกเขา” เติมมวลชนปกป้องสถาบันฯ และศิษย์เก่า คปท. คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ต้องบันทึกไว้ 24 มิถุนา..เป็นวันม็อบแห่งชาติ มีทั้งม็อบจตุพร ,ม็อบทนายนกเขา, ม็อบเพนกวิน-รุ้ง และม็อบไผ่ ดาวดิน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “ทนายนกเขา” ลั่น “กลุ่มประชาชนคนไทย”ชุมนุมไล่ รบ. 24 มิ.ย. ยืดเยื้อแน่ จนกว่าสำเร็จ

ความลับ "นกเขา" ม็อบต้านสามนิ้ว

ทนายนกเขา ยืนยันอุดมการณ์ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์    

วัดกระแสจากสื่อออนไลน์ ปรากฏว่า “ม็อบทนายนกเขา” ได้รับการพูดถึงน้อยมาก อาจเป็นเพราะทีมงาน “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ ไม่ได้เล่นโซเชียลมากนัก     

อย่างไรก็ตาม ช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย.นี้ ทนายนกเขา ได้เปิดแถลงข่าวผ่านการไลฟ์เฟซบุ๊ก ทางแฟนเพจกลุ่มประชาชนคนไทย ถึงเหตุผลการชุมนุมมวลชน ที่มีแคมเปญว่า “24 มิถุนา เวลาของประชาชนสร้างชาติ”     

เบื้องต้น ม็อบทนายนกเขานัดหมายมวลชนที่สี่แยกอุรุพงษ์ ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล จะปักหลักพักค้างหรือไม่? คงต้องจำนวนของผู้ชุมนุม และสถานการณ์การชุมนุมในจุดอื่นด้วย

ความลับ "นกเขา" ม็อบต้านสามนิ้ว

++
สร้างชาติเพื่อใคร?
++
“จำเป็นต้องขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสียสละลาออก ปัญหาต่างๆ เกิดจาก พล.อ.ประยุทธ์ ไล่เรียงมาตั้งแต่การไม่จริงใจในการปฏิรูป ปัญหาการใช้คนรอบข้างที่มีปัญหา และน่าสงสัยในความซื่อสัตย์สุจริต ขาดความรู้ความสามารถ จนปัจจุบันเกิดการระบาดของ covid-19 แก้ปัญหาแบบชักเข้าชักออกจับต้นชนปลายไม่ถูก…”    

ทนายนกเขาโพสต์เฟซบุ๊ก อธิบายเหตุผลที่เรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี    

วันแรกที่กลุ่มประชาชนคนไทย (ปท) นำโดย “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ ,ปรีดา เตียสุวรรณ์ และพิชิต ไชยมงคล ตั้งโต๊ะแถลงข่าวให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเสียสละตนเอง เพื่อเปิดโอกาสให้เกิด “รัฐบาลสร้างชาติ” ขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ได้เกิดคำถามมากมาย โดยเฉพาะปีกคนเสื้อเหลือง และมวลชนนกหวีด    

จะว่าไปแล้ว สูตรรัฐบาลสร้างชาติของทนายนกเขา ก็คือรัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ หลัง 14 ต.ค.2516 นั่นเอง

ความลับ "นกเขา" ม็อบต้านสามนิ้ว

ขณะที่หลายคนสงสัยเรื่องข้อเสนอ “รัฐบาลสร้างชาติ” โดยมีแกนนำ “กลุ่มเพื่อนอานันท์” อย่างปรีดา เตียสุวรรณ์ นั่งขนาบข้างทนายนกเขาในวันแถลงข่าว ทำให้นึกถึงใบหน้านายก รัฐมนตรีคนนั้น ที่จัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลหลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2535    

กลุ่มแรงงาน หนุนม็อบทนายนกเขา

++  
พลังปกป้องสถาบัน
++
แนวร่วมของทนายนกเขาอย่าง พานสุวรรณ ณ แก้ว ผู้ประสานงานภาคี เครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ผมขอเชิญชวนพี่น้องผู้รักชาติรักสถาบันกษัตริย์มาร่วมผนึกกำลังร่วมกันสู้กันใหม่อีกครั้ง ร่วมกับประชาชนคนไทยร่วมกับพี่นกเขา และพี่น้องที่เคยร่วมสู้กันมาแล้ว ครั้งนี้จะไม่ใช่เพียงคำตอบในสายลมเหมือนที่ผ่านมา…”    

เมื่อปี 2556 พานสุวรรณ ณ แก้ว นักกิจกรรมรามคำแหง ได้ติดตามอุทัย ยอดมณี มาร่วมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) ที่มีทนายนกเขา เป็นแกนนำ จึงออกโรงหนุนลูกพี่เก่าเต็มที่    

ที่สำคัญ  อุดมการณ์ของ คปท. และกลุ่ม ปท คือป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ‘ดาวตกระเบิด’ เตือนลางร้ายรุนแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/471506

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ‘ดาวตกระเบิด’ เตือนลางร้ายรุนแรง

23 มิถุนายน 2564 – 14:47 น.

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ‘ดาวตกระเบิด’ เตือนลางร้ายบอกเหตุให้ระวังกับลางสังหรณ์เรื่องรุนแรงของบ้านเมือง

ซินแสเข่ง” อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติดาวตกระเบิดกลางอากาศ ในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ภาคเหนือของประเทศไทย เตือนลางร้ายบอกเหตุให้ระวังกับลางสังหรณ์เรื่องรุนแรงของบ้านเมือง       

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลาประมาณ 18.30 น.เกิดเหตุดาวตกระเบิดกลางอากาศในภาคเหนือ เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา ลำปางฯลฯ แผ่นดินในถิ่นทางภาคเหนือที่ถือว่าเป็นดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทย และเป็นจุดที่ตั้งสิ่งศักดิ์ที่เคารพบูขามากมาย ให้เกิดเหตุอาเพศขึ้นในธรรมชาติจากดาวตกระเบิดเป็นสีฟ้าอมเขียว ในทางหลักของโหราศาสตร์เกี่ยวกับดวงดาวที่เกิดขึ้น ในภาคเหนือถือว่าเป็นเรื่องลางสังหรณ์ในทางอัปมงคลที่มีผลต่อดวงเมือง ให้ระวังเหตุภัยร้ายที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง ที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงปะทะโหดร้ายขึ้น ระวังความขัดแย้ง แตกแยกของบ้านเมือง ระวังภัยเหตุพิบัติ ที่จะทำลายบ้านเมือง     

ซินแสเข่ง” ให้ขึ้อมูลเพิ่มเติมว่า แต่ในยามที่เกิดขึ้นนั้นเป็นยามของดวงงานราชการเข้ามาเกี่ยวข้อง  ที่จะเกื้อหนุนวันอังคารที่ 22 มิถุนายน 2564 ตกยามฉลูเจ้าทุกข์ ถึงจะตกดวงเหตุร้ายรุนแรง ตกดวงศัตรู และภัยพิบัติ ที่จะเริ่มเกิดขึ้น แต่ยามที่เจอเหตุวันที่สมพงษ์กัน เหตุร้ายอาจจะกลับกลายเป็นดีทำให้ราบรื่น เพราะยามที่เกิดเหตุไม่ได้ทำลายดวงเมือง

เสาไฟ “ราชาเทวะ” ‘บ้านใหญ่’ โมเดล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/471484

เสาไฟ “ราชาเทวะ” ‘บ้านใหญ่’ โมเดล

23 มิถุนายน 2564 – 11:32 น.

เสาไฟกินรี “อบต.ราชาเทวะ” ยังเดินหน้าต่อ เพราะเป็นเรื่องวัฒนธรรมการเมืองท้องถิ่นอุปถัมภ์ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
สำนักข่าวหลายแห่ง เกาะติดประเด็น “เสาไฟฟ้า” รูปประติมากรรมต่างๆ กับความโปร่งใสในการบริหารจัดการงบประมาณขององค์กรปกครองท้องถิ่น โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้อยู่ที่ อบต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… ต้นละแสน แพงตรงไหน…เปิดใจ บ.ร่วมประมูลเสาไฟกินรี

เสาไฟ "ราชาเทวะ" 'บ้านใหญ่' โมเดล

ทรงชัย และลูกชาย จาตุรนต์ ตรวจโครงการเสาไฟกินรี    

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2564 สภา อบต.ราชาเทวะ อนุมัติจ่ายงบสะสม 68.4 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเสาไฟกินรีเพิ่มอีก 720 ต้น โดยมีผู้เห็นชอบ 15 คน ไม่เห็นชอบ 5 คน และงดออกเสียง 4 คน    

ข่าวท้องถิ่นชิ้นนี้ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย คล้ายกับว่า สภา อบต.ราชาเทวะ ไม่ฟังกระแสสังคม ไม่อนาทรร้อนใจใดๆเลย    

“ความต้องการของประชาชน กับเสียงคัดค้านที่เยอะอยู่แล้ว ความต้องการของประชาชนในตำบลนี้มันมากกว่าเสียงคัดค้านที่อื่น คนที่คัดค้านไม่ได้อยู่ในตำบลนี้ ถ้าคนตำบลนี้คัดค้านไม่มีทางที่โครงการนี้จะเกิดขึ้นได้ โครงการมาจากความต้องการของคนในพื้นที่ ที่เขาต้องการจะมีเสาไฟกินรี”    

นายก อบต.ราชาเทวะ กล่าวเสริมว่า ต.ราชาเทวะ มี 15 หมู่บ้าน โดยเสาไฟกินรี 720 ต้น จะกระจายไป 11 หมู่บ้าน และมี 4 หมู่บ้านที่ไม่เอา    

“ความต้องการของประชาชน กับเสียงคัดค้านที่เยอะอยู่แล้ว ความต้องการของประชาชนในตำบลนี้มันมากกว่าเสียงคัดค้านที่อื่น คนที่คัดค้านไม่ได้อยู่ในตำบลนี้ ถ้าคนตำบลนี้คัดค้านไม่มีทางที่โครงการนี้จะเกิดขึ้นได้ โครงการมาจากความต้องการของคนในพื้นที่ ที่เขาต้องการจะมีเสาไฟกินรี”    

ภาพสะท้อนจาก อบต.ราชาเทวะ ก็เหมือนเป็นตัวแทนองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศ ที่ยังเป็นวัฒนธรรมการเมืองท้องถิ่นอุปถัมภ์ หรือเรียกกันง่ายๆว่า “การเมืองบ้านใหญ่”     

การเมืองบ้านใหญ่ จะเน้นการเอาใจใส่ทุกข์สุขชาวบ้านเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เรียกว่าดูแลตั้งแต่เกิดไปจนถึงเสียชีวิต ดังนั้น นักการเมืองท้องถิ่นจึงไม่ใส่ใจเสียงสะท้อนจากนอกพื้นที่ 

เสาไฟ "ราชาเทวะ" 'บ้านใหญ่' โมเดล

เสาไฟฟ้าส่องสว่าง ใน ต.ราชาเทวะ

++
ตำนานเสาไฟกินรี
++
เมื่อไม่นานมานี้ ทรงชัย นกขมิ้น นายก อบต.ราชาเทวะ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่า รายได้ของ อบต.ราชาเทวะ มีรายได้มากกว่า 400 ล้านบาทต่อปี ซึ่ง 200 ล้าน ถูกแบ่งสำหรับพัฒนาพื้นที่     

ในแต่ละปีจะมีคณะกรรมการจัดทำแผน ไปลงพื้นที่ทำประชามติของชาวบ้าน ว่ามีความต้องการพัฒนาด้านใด โดยชาวบ้านเสนอมา 2 เรื่องคือ ถนนคอนกรีต กับเสาไฟฟ้า แต่ด้วยงบประมาณที่มีจำกัด จึงทำเสาไฟฟ้าก่อน    

ทำไมต้องเป็นเสาไฟกินรี นายกฯทรงชัย ตอบว่า อยากปรับภูมิทัศน์ ต.ราชาเทวะ ให้สอดคล้องกับสนามบินสุวรรณภูมิ แขกบ้านแขกเมืองมา เขาจะชื่นชมประเทศไทย    

จากความต้องการของชาวบ้าน ก็นำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการแผนของโครงการ มีการออกแบบเสาไฟฟ้า และเสนอมาที่ นายก อบต. ซึ่งราคากลางของเสาไฟกินรี อยู่ที่ต้นละ 95,000 บาท ส่วนบริษัทที่ได้จัดทำก็มาจากการ e-bidding อบต.ไม่เคยปิดกั้นบริษัทไหน ก็เปิดให้มาแข่งขันกัน แต่ถามว่า ทำไมบริษัทนี้ได้อยู่รายเดียว ตนไม่ทราบ เพราะเขาไปแข่งขันกันเอง    

อย่างที่รู้กัน อบต.ราชาเทวะ จัดเป็น อบต.มีลักษณะพิเศษ เพราะพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ เกือบครึ่งหนึ่งอยู่เขตการปกครองของ อบต.ราชาเทวะ

เสาไฟ "ราชาเทวะ" 'บ้านใหญ่' โมเดล

เสาไฟฟ้าส่องสว่าง ใน ต.ราชาเทวะ

++
ตำนานบ่อขยะ
++
เกือบ 20 ปีที่แล้ว ต.ราชาเทวะ ตกเป็นข่าวใหญ่โด่งดังไปทั้งประเทศ กรณีความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เรื่องบ่อฝังกลบขยะ 200 ไร่ ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลรบกวนชาวบ้านหมู่ 14 ถ.กิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ     

สืบเนื่องจากกรุงเทพมหานคร ได้ว่าจ้างภาคเอกชนให้ขนย้ายและกำจัดทำลายขยะมูลฝอยจากโรงกำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ตั้งแต่ ก.ค.2543-ก.ค.2547 วงเงิน 780 ล้านบาท ภายใต้เงื่อนไขว่า ต้องฝังกลบขยะวันต่อวันไม่ให้มีขยะเหลือตกค้าง และต้องใช้จุลินทรีย์ฉีดพ่นเพื่อขจัดกลิ่น     

แต่ข้อเท็จจริงกลับมีกลิ่นและฝูงแมลงวันคุกคามผู้อาศัยกว่า 2,000 คนที่อยู่ใกล้เคียง จนต้องออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน และพบความไม่ชอบมาพากลของโครงการดังกล่าวหลายประเด็น     

ความขัดแย้งในพื้นที่รุนแรงขึ้น เมื่อเกิดเหตุลอบยิงแกนนำชาวบ้านเสียชีวิตในร้านขายของชำ เมื่อ 26 มิ.ย.2544 เวลาต่อมา ตำรวจได้จับกุมนักการเมืองท้องถิ่น ในข้อหาจ้างวานฆ่า และมีการดำเนินคดีจนถึงที่สุดแล้ว

“บัตร 2 ใบ” เตรียมผ่านสภาใช้เลือกตั้งครั้งหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/471421

“บัตร 2 ใบ” เตรียมผ่านสภาใช้เลือกตั้งครั้งหน้า

22 มิถุนายน 2564 – 17:53 น.

“บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ”เตรียมผ่านสภาใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าแน่ “ใครได้ใครเสีย”ทางการเมือง และประชาชนคนลงคะแนนได้อะไร

การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 รายมาตรากำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 23-24 มิ.ย.นี้จาก 13 ร่าง ที่บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภาซึ่งมีทั้งร่างของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ  ร่างพรรคร่วมรัฐบาล และร่างของ ส.ส. ฝ่ายค้าน

และหนึ่งในประเด็นที่ได้รับการสนใจอย่างมากก็คือการชงแก้ไขระบบเลือกตั้งซึ่งกลับมาใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบและกำหนดให้มีส.ส.เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งพรรคการเมืองใหญ่อย่าง“เพื่อไทย-พลังประชารัฐ”แม้อยู่คนละขั้วการเมือง แต่ทั้งสองพรรคใหญ่ก็สนับสนุนการกลับมาใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ 

พรรคเพื่อไทยอาจคิดยิ้มในใจว่าถ้าใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ นอกจากได้ ส.ส.เขตแล้วก็จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มด้วย ไม่ใช่แบบเลือกตั้งครั้งที่แล้วที่ใช้ระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสมแบบบัตรใบเดียว ทำให้ได้ ส.ส.เขตอย่างเดียว แต่อดได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ส่วนพลังประชารัฐก็เช่นกัน มีคนอยู่ในมือเพราะไปดูดมาเยอะต่อให้กระแสพรรคอาจไม่ดีแต่พรรคก็มีวิธีอื่นไปกระตุ้นให้ผู้สมัครชนะในเขตได้และสามารถขายพ่วงกับบัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อพรรคเพราะไปดูดคนมาเยอะแล้ว

ส่วน3 พรรคร่วมรัฐบาล ภูมิใจไทย(ภท.) พรรคประชาธิปัตย์และชาติไทยพัฒนา(ชทพ.)เอาเข้าจริง ไม่ต้องการใช้ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพราะว่าบัตรเลือกตั้งใบเดียวก็ส่งผลดีกับพรรคการเมืองขนาดกลางเหล่านี้อยู่แล้วเนื่องจากมีผู้สมัคร ส.ส.เขตแข็งๆแม้ไม่เยอะแต่มีโอกาสได้ชัวร์ หรือต่อให้ไม่ได้เป็น ส.ส.ก็ได้คะแนนเยอะ แล้วค่อยนำคะแนนตกน้ำมารวมเป็นบัญชีรายชื่อทีหลัง จริง ๆ 

แต่ถ้าไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา ลุ้นได้แค่ ส.ส.เขต มีในมือเท่าไหร่ก็ได้ในมือเท่านั้นส่วน ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์หวังยาก เพราะเวลาแยกบัตรเลืกตั้ง 2 ใบ คนจะมุ่งไปเลือกว่าให้ใครมาเป็นนายกฯซึ่งพรรคการเมืองใหญ่จะโดดเด่นกว่าในการชูคนเป็นนายกฯ

แต่สำหรับ”พรรคก้าวไกล” ที่แปลงร่างมาจาก”พรรคอนาคตใหม่” ไม่นิยมชมชอบ”ระบบเลือกตั้ง 2ใบ” เพราะพรรคอนาคตใหม่ เคยประสบผลสำเร็จในการเลือกตั้งคราวที่แล้วจากระบบ”บัตรเลือกตั้งใบเดียว”
พรรคก้าวไกล จึงชงอีกสูตรหนึ่งคือ บัตรเลือกตั้ง 2 ใบแบบเยอรมันในสูตร MMPโดยวิธีคำนวณของระบบ MMPเวลาคิดคะแนนจะเหมือนกับระบบ MMA ที่เคยใช้เลือกตั้งบัตรใบเดียวในรัฐธรรมนูญ 2560 วิธีคำนวณเหมือนกัน ต่างกันที่บัตรเลือกตั้งสองใบหรือบัตรใบเดียวเท่านั้นแต่ถ้าเอาปาร์ตี้ลิสต์ทั้งประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง การคิดจำนวน ส.ส.ก็จะคล้ายกับรัฐธรรมนูญ 2560 นับคะแนนไม่ให้ตกน้ำซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ รธน.ที่กำหนดไว้ผ่านด่านเสียงในรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งต้องมีเสียงของฝ่ายค้าน 20% และส.ว.สนับสนุนอย่างน้อย 84 เสียง โดยเฉพาะในวาระหนึ่งและวาระสาม

แล้วประชาชนอย่างเราๆได้อะไรจากการให้มี ส.ส.เขต 400 คนและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน โดยใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เหมือนกับในรัฐธรรมนูญ 2540

ตอบว่า ประชาชนมีความคุ้นเคยในการเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชนในการลงคะแนนเลือกคนเข้าไปเป็นทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎร (ส.ส. )และนายกฯได้มากกว่า  ทำให้รัฐบาลมีความเข้มแข็ง

“การใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวอย่างการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ประชาชนจะต้องตัดสินใจว่าจะเลือกคนหรือเลือกพรรคและอาจทำ ให้ไม่มั่นใจว่าคนที่ตัวเองเลือกจะได้จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่เพราะพรรคที่ได้ ส.ส. เขต จำนวนมากอาจได้ที่นั่งรวมในสภาผู้แทนราษฎรน้อยเพราะต้องแบ่งที่นั่งให้กับคะแนนเสียงตกน้ำ อีกทั้งประชาชนมีความลำบากใจในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วจากบัตรเลือกตั้งใบเดียวแต่มีเพียงไม่กี่หน่วยงานที่ได้ประโยชน์เนื่องจากเป็นการประหยัดงบประมาณ แต่กลับสร้างปัญหาในการทราบความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ถือเป็นการบิดเบือนพื้นฐานของประชาธิปไตย ที่จำเป็นจะต้องมีการแก้ไขให้ถูกต้อง

“จตุพร-อานนท์” ดันม็อบทะลุฟ้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/471417

“จตุพร-อานนท์” ดันม็อบทะลุฟ้า

22 มิถุนายน 2564 – 17:22 น.

แปลกแต่จริง “จตุพร-อานนท์” จะไหลมารวมกัน เพิ่มพลังม็อบไล่ประยุทธ์ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

นักวิเคราะห์การเมืองหลายสำนัก ประเมินว่า “ม็อบไทยไม่ทน” ของจตุพร พรหมพันธุ์ อาจมีคนมาร่วมชุมนุมไม่มาก หากไม่แตะมือกับม็อบราษฎร หรือม็อบรีเด็ม 

แม้ “ตู่ จตุพร” จะออกแบบการชุมนุมให้เป็น “แม่น้ำร้อยสาย” แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง มารวมพลังขับไล่ประยุทธ์ เป็นภารกิจแรก แต่ความต่างระหว่าง “รุ่น” และ “อุดมการณ์” ก็เป็นปัญหาอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2564 “อานนท์ นำภา” แกนนำม็อบราษฎร ได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า “ล่าสุดม็อบพี่จตุพรมีข้อเสนอ “ปรับปรุงสถาบันกษัตริย์” ด้วย น่าจะเป็นสัญญาณอย่างแน่ชัดแล้วว่า การปรับปรุงหรือปฏิรูปสถาบันกษัตริย์แทบจะเป็นสิ่งที่สังคมเห็นร่วมกัน หรืออย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถปฏิเสธได้”

อ่านแวบแรก คล้ายกับว่า “ตู่ จตุพร” เห็นดีเห็นงามกับข้อเสนอว่าด้วยการปฏิรูปสถาบันฯ และกลุ่มไทยไม่ทน ได้หลอมรวมกับกลุ่มราษฎรเรียบร้อยแล้ว ลองไปอ่านรายละเอียดของ 4 ข้อเสนอของกลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ในการประกาศชุมนุมขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ ดังนี้

1.ขอประกาศขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในทันที เพื่อให้รัฐสภาเลือกบุคคลอื่นที่มีความสามารถมากกว่ามาบริหารบ้านเมืองในสถานการณ์วิกฤตครั้งนี้โดยเร็วที่สุดตามครรลองประชาธิปไตย

2.พันธกิจของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจผูกขาดและล้มเหลวในทันที ยกเลิกการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และฉีดวัคซีนฟรีทั่วประเทศตามความสมัครใจของประชาชน ฟื้นฟูชาติบ้านเมืองจากวิกฤตด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว

3.ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยฉบับใหม่โดยประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด โดยให้เสร็จก่อนหมดวาระเพื่อการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าภายใต้กติกาที่เป็นประชาธิปไตยและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายในสังคม

4.ให้มีการตั้งกรรมาธิการพิเศษในรัฐสภา เพื่อปรับปรุงสถาบันและองค์กรทางการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะการปฏิรูปกองทัพและตำรวจอย่างเป็นระบบเพื่อการพัฒนาประเทศ รวมถึงข้อเสนอการปรับปรุงสถาบันกษัตริย์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เฉพาะข้อที่ 4 เป็นข้อเรียกร้องใหม่ของกลุ่มจตุพร และชาวคณะไทยไม่ทน ซึ่งคาดว่า กลุ่ม ครป. คงเป็นผู้เสนอประเด็นนี้ เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างม็อบจตุพร กับม็อบเยาวชนคนรุ่นใหม่ เนื่องจากปลายปีที่แล้ว ช่วงที่มีม็อบเยาวชนปลดแอก ม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ที่เรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันฯ ปรากฏว่า “ตู่ จตุพร” ได้พูดผ่านช่องพีซทีวี ทำนองตักเตือน “ม็อบเด็ก” ว่าอย่าล้ำเส้น อย่าล้ำหน้ามวลชน จนมีปฏิกิริยาโต้กลับมาจากแกนนำเยาวชนอย่างรุนแรง

 "จตุพร-อานนท์" ดันม็อบทะลุฟ้า

จตุพร เพิ่มข้อเสนอ เพื่อดึงกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มจตุพร ยังแสดงจุดยืนสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

ราษฎรชุมนุมแน่

ด้านแกนนำกลุ่มราษฎร นำโดย “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์, “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และ “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก ยืนยันว่า วันที่ 24 มิ.ย.นี้ กลุ่มราษฎร จัดกิจกรรมชุมนุมรำลึก 89 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง 

 "จตุพร-อานนท์" ดันม็อบทะลุฟ้า

“เพนกวิน” กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎรยกใหม่ ยังคงยืนยันหลักการเดิม 3 ข้อเรียกร้อง ที่กลุ่มคณะราษฎร เคยประกาศไว้ ทั้งนี้การเคลื่อนไหวกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นตนมองว่าไม่ละเมิดเงื่อนไขที่ศาลกำหนด  อานนท์ นำภา อธิบายว่า การต่อสู้ของคนรุ่นใหม่สำเร็จแล้วขั้นหนึ่ง “2563 คนรุ่นใหม่ได้ทำลายพรมที่ปกคลุมปัญหาของสังคมมาหลายสิบปี ขยายความคิดที่จะสร้างสังคมอย่างเท่าเทียม สร้างขบวนคนที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างกว้างขวาง ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน แหลมคม” ดูเหมือนว่า แกนนำกลุ่มราษฎร จะไม่กังวลต่อเงื่อนไขการประกัวตัวของศาล สำหรับการเข้าร่วมการชุมนุมยกใหม่

“2564 เกิดโควิดระบาดทำให้เกิดข้อจำกัดของการเคลื่อนไหว ซึ่งเราต้องยอมรับให้ได้ว่ามันเป็นข้อจำกัดจริงๆ กรอบการเคลื่อนไหวหลายอย่างต้องขยับและเลื่อนออกไป”

เมื่อม็อบไม่ทนขยับลงท้องถนน กลุ่มราษฎรจึงขยับตาม เพราะรอให้โควิดหาย รอให้ฉีดวัคซีนครบทั้งประเทศไม่ไหว 

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง 89 ปี จุดเปลี่ยนระบบการปกครองไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/471385

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง 89 ปี จุดเปลี่ยนระบบการปกครองไทย

22 มิถุนายน 2564 – 13:54 น.

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิฤกติวิเคราะห์ 89 ปี จุดเปลี่ยนระบบการปกครองของไทย “ตู่ จตุพร” ประกาศกร้าว 24 มิ.ย. นี้ เชิญชวนขับไล่รัฐบาล ชี้ วันเดือนเหมือนกัน แต่ต่างปี  ราศีไม่ปะทะกลุ่มก่อความไม่สงบไม่ประสบความสำเร็จ  ผลร้ายเข้าตัวเองเพราะตกดวงทำลาย

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติวิเคราะห์ 89 ปี  24 มิ.ย. 2475  จุดเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองของประวัติศาสตร์ชาติไทย “ตู่ จตุพร”  แกนนำไทยไม่ทน  ถือฤกษ์ประกาศกร้าว 24  มิ.ย.  2564  เชิญชวนร่วมขบวนขับไล่รัฐบาล พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา  วางแผนเทียบถล่มชี้จุดเปลี่ยนประเทศ 89 ปีที่ผ่านมา  วันเดือนเหมือนกัน แต่ต่างปี  ราศีไม่ปะทะกลุ่มก่อความไม่สงบไม่ประสบความสำเร็จ  ผลร้ายเข้าตัวเองเพราะตกดวงทำลาย

 "ซินแสเข่ง"  ผ่าดวง 89 ปี  จุดเปลี่ยนระบบการปกครองไทย

“ซินแสเข่ง”   อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการ สถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย  วิเคราะห์เจาะลึกวิกฤติดวงเมือง ผลตกดวงไม่แตกแยก เหมือนยุคปี 2475 เมื่อแกนนำ “ตู่ จตุพร  พรหมพันธ์”  ถือฤกษ์ 24  มิถุนายน  2564  ประกาศกร้าวเชิญชวนขับไล่รัฐบาล “ลุงตู่ ประยุทธ  จันทร์โอชา” เหมือนยุคประวัติศาสตร์ชาติไทย 89 ปีที่ผ่านมา ในวันที่  24 มิถุนายน  2475  วันแห่งประวัติศาสตร์  ที่ราชอาณาจักรสยามเปลี่ยนจากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ  ถึงวันจะตรงกัน แต่ยามที่ถอดออกมา ดวงจะต่างกัน ในยุคนั้นเป็นฤกษ์ยามแห่งการปะทะ แตกแยกไม่ปรองดอง  ก่อให้เกิดการสาดซัดทำลาย  ในฤกษ์ยามนั้นก่อให้เกิดการปะทะกับดวงเมือง ของปีศักราช 2325  ทำให้สถานการณ์ในยุคนั้น  ทำให้คณะที่เรียกตนเองว่า คณะราษฏร  กระทำสำเร็จ  แต่ยุควันเวลาเปลี่ยนไป  ราศีวันเดือนปีก็ไม่เกื้อหนุน ไม่ก่อให้เกิดการทำลายที่จะทำให้ดวงบ้านดวงเมืองมีผลกระทบ  หรือทำให้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล   คงมีบ้างที่ทำให้ผู้นำประเทศอาจจะมีเหตุให้หงุดหงิดรำคาญใจ   ในการกระทำอันไร้จิตสำนึก  ไร้สาระของกลุ่มผู้นำไทยไม่ทน  และหากจะก่อให้เกิดความรุนแรงก็อาจจะทำให้มีเหตุเจ็บเนื้อเจ็บตัวกันเปล่าๆ ซ้ำยังอาจต้องคดีอีกด้วย  เพราะดวงผู้นำไทยไม่ทน มีแต่ดวงคิดร้ายเบียดเบียน และเป็นศัตรูต่อบ้านเมืองตลอดเวลา

 "ซินแสเข่ง"  ผ่าดวง 89 ปี  จุดเปลี่ยนระบบการปกครองไทย
 "ซินแสเข่ง"  ผ่าดวง 89 ปี  จุดเปลี่ยนระบบการปกครองไทย

“ซินแสเข่ง”  กล่าวเพิ่มเติม  ถึงการเปรียบเทียบ ระหว่าง ดวงเมือง 21  เมษายน  2325   ดวงเมืองในยุคนั้นราศีกำลังยังมั่นคงตลอดเวลา  แต่ด้วยฤกษ์ยามที่ทำให้เกิดการเปบี่ยนแปลง  ในวันที่  24 มิถุนายน  2475   เป็นฤกษ์ที่แรงจนทำให้ดวงเมืองมีผลเป็นลบ  ทำให้ดวงเมืองปะทะกับฤกษ์ยามของคณะราษฏร  ในยุคนั้นด้วย ทั้งยามของวัน  และยามของปี  ที่มีผลปะทะกับดวงเมือง  จึงทำให้เป็นผลพวงเกิดการเปลี่ยนแปลงสำเร็จ  แต่ถ้าเทียบกับ ฤกษ์ยามของวันที่  24  มิถุนายน  2564  ต่างกันราวฟ้ากับดิน  เพราะเต็มไปด้วยเจ้าทุกข์  และตกดวงแห่งครูบาอาจารย์  ที่มีแต่ความหวังดีที่จะคลุมบ้านเมืองให้ปลอดภัย  จากหายะนะของกลุ่มคิดทำลายบ้านเมืองให้วิบัติ