‘ท้องถิ่น’ คึกคัก ประชานิยมวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468433

‘ท้องถิ่น’ คึกคัก ประชานิยมวัคซีน

29 พฤษภาคม 2564 – 17:37 น.

วัคซีนร้อนๆ “นายก อบจ.” จองซิโนฟาร์ม แต่ “นายกเล็ก” ที่จุดพลุท้องถิ่นทุ่มเงินซื้อวัคซีนกลับเงียบฉี่

กรณีที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงข่าวบูรณาการความร่วมมือนำเข้าวัคซีนโควิดทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” โดยจะนำเข้าล็อตแรกในช่วงเดือน มิ.ย.2564 จำนวน 1 ล้านโดส   
    เบื้องต้นจะมีการจำหน่ายให้กับภาคเอกชน ซึ่งเมื่อซื้อไปแล้ว จะต้องนำไปฉีดให้แก่ บุคลากร พนักงาน หรือกลุ่มคนขององค์กรนั้นๆ โดยไม่มีการเก็บเงินกับผู้ฉีดแต่อย่างใด ห้ามมีการนำไปจำหน่ายต่อ

++
อบจ.นำร่อง
++
    หลังการแถลงข่าววัคซีนทางเลือกซิโนฟาร์ม ที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ที่มานั่งฟังการแถลงข่าวด้วยตัวเอง ได้ตัดสินใจจะขอจองวัคซีนซิโนฟาร์ม โดยจะกลับไปขอเปิดประชุมสภา อบจ.เพื่อหารือซึ่งต้องการฉีดให้คนปทุมธานีอย่างน้อย 500,000 คน หรือ 1 ล้านโดส พร้อมตั้งงบประมาณ ก่อนทำการคุยกับสถาบันราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 
    “บิ๊กแจ๊ส” กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้ช้าไม่ได้ เพราะแต่ละวันมีการติดเชื้อมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรื่องเงินนั้น ถ้าติดระเบียบมหาดไทยก็จะทำหนังสือเพื่อขออนุมัติ เพราะถือว่าเหมือนเป็นภาวะสงคราม ถ้ามัวเดินตามไวรัสอาจช้าเกินไป จึงต้องหาทางป้องกันให้เร็วไว้ดีที่สุด

'ท้องถิ่น' คึกคัก ประชานิยมวัคซีน

บิ๊กแจ๊ส จุดพลุจองวัคซีนคนแรก

    ด้าน “นายกต้อย” กนกพร เดชเดโช นายก อบจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่ส่งผลให้เกิดผู้ติดเชื้อสะสมอย่างต่อเนื่อง ทาง อบจ.นครศรีธรรมราช จึงเตรียมจองวัคซีนซิโนฟาร์ม ล็อตแรก 100,000 โดส มาให้ชาวนครศรีฯ 
    วิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงวัคซีนทางเลือก เบื้องต้นได้ปรึกษากับรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ว่า หากสามารถสั่งซื้อวัคซีนได้ ทางจังหวัดจะขอประสานกับทาง อบจ.นครราชสีมา ขอใช้เงินท้องถิ่นในการจัดซื้อวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่ 
    ในแฟนเพจของ “แม่หน่อย” ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา ได้โพสต์ว่า “อบจ. พร้อมใช้เงินท้องถิ่น สนับสนุนผู้ว่า ในการจัดหาวัคซีน เพื่อพี่น้องชาวโคราช”

'ท้องถิ่น' คึกคัก ประชานิยมวัคซีน

นายกหน่อย โคราช หนุนผู้ว่าฯ ซื้อวัคซีน

++
คนเคยหาเสียง
++
    ย้อนไปเมื่อเดือน ม.ค.2564 ช่วงก่อนการหาเสียงเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาสภาเทศบาล ได้มีบรรดาองค์กรปกครองท้องถิ่น ได้เสนอแนวคิดสนับสนุนรัฐบาลโดยกำหนดนโยบายการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด 19 ด้วยงบของท้องถิ่นเอง 
    สมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี เสนอใช้งบประมาณ 260 ล้านบาท เพื่อซื้อวัคซีนให้ประชาชน ซึ่งนายกฯ สมนึก ถือว่าเป็นคนแรกที่จุดพลุเรื่องการใช้งบท้องถิ่นซื้อวัคซีน ตอนนั้นเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วประเทศ
    ตามมาด้วย  วิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศบาลนครปากเกร็ด แถลงข่าวใหญ่ว่า เทศบาลนครปากเกร็ด พร้อมทุ่มงบ 240 ล้านบาทซื้อวัคซีนฉีดช่วยเหลือประชาชน
    ฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้อนุมัติงบฉุกเฉินไว้ 40 ล้านบาท ในการเตรียมไว้ซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด และธีระศักดิ์  ฑีฆายุพันธุ์  นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น พร้อมทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เพื่อซื้อวัคซีนโควิด 
    เวลานั้น ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ท้องถิ่นทำไม่ได้ เพราะติดล็อกมหาดไทย แต่ “นายกเล็ก” หลายคนก็แอบหวังผลด้านเสียงสนับสนุน 
    ปัจจุบัน นักการเมืองท้องถิ่นเหล่านี้ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีต่ออีกสมัย แต่เมื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ “วัคซีนทางเลือก” บรรดา “นายกเล็ก” เหล่านี้ กลับเงียบ ไม่มีการแถลงข่าวใดๆ เหมือนนายก อบจ.หลายแห่งที่สนใจสั่งจองวัคซีนซีโนฟาร์ม

ปั่นความหลัง ‘แม้ว’ ในเพลงลูกทุ่ง ความจริงครึ่งเดียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468394

ปั่นความหลัง’แม้ว’ในเพลงลูกทุ่ง ความจริงครึ่งเดียว

29 พฤษภาคม 2564 – 12:13 น.

กลุ่มแคร์ปั่นไม่เลิก ปลุกความหลังสมัย “ทักษิณ” คนรากหญ้ามีความสุข แต่ความรวยก็พาไปสู่บทอวสาน คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

เหมือนได้กลิ่นยุบสภา เลือกตั้งใหม่ พรรคการเมืองไม่ว่าฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ฉวยจังหวะโควิดระบาด ออกช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นกระบวนการ 
    แม้แต่เรื่องวัคซีนป้องกันโควิด ก็กลายเป็น “วัคซีนการเมือง” พรรคร่วมรัฐบาลต่างแย่งชิง “วัคซีน” กันวุ่นวาย ขนาดนายแพทย์ใหญ่ ระดับ ผอ.โรงพยาบาล ยังออกมาวิจารณ์พฤติกรรมนักการเมืองแบบไม่ไว้หน้า
    กลุ่มแคร์ ฝ่ายเสนาธิการของพรรคเพื่อไทย เห็น “ลุงตู่” กำลังเมาหมัด กองเชียร์เสียงแผ่วเบา จึงรุกฆาต ด้วยการปั้น “โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร ให้กลับมาเป็นความหวังของคนไทยทั้งชาติอีกครั้ง
    ล่าสุด ทีมงานกลุ่มแคร์ ได้เขียนบทความเรื่อง “จริงไหมที่คนไทยส่วนใหญ่มีความสุขในยุคพี่โทนี่?” โดยอ้างอิงทักษิณ ชินวัตร เคยให้สัมภาษณ์ในสื่อออนไลน์ Thai Enquirer ในหัวข้อ Exclusive Interview with Former Prime Minister Thasin Shinawatra โดยมีความตอนหนึ่ง โทนี่ได้ระบุไว้ว่า “…ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่มี ความสุขดีในยุคของผม…” 
    ผู้เขียนบทความชิ้นนี้ ยังพูดถึง “เพลงลูกทุ่ง” ที่สามารถสะท้อนภาพความเป็นไปในสังคมได้เป็นอย่างดี หรือแม้กระทั่งใช้เป็นเครื่องมือในทางการเมืองก็ได้ ซึ่งยุครัฐบาลไทยรักไทย มีเพลงลูกทุ่งดังหลายเพลง ที่สะท้อนว่า “ประชาชนมีความสุขมากในยุคทักษิณ”

ปั่นความหลัง'แม้ว'ในเพลงลูกทุ่ง ความจริงครึ่งเดียว

กลุ่มแคร์ กำลังขายความหลัง ปลุกฝัน

++
เพลงหาเสียง
++
    ผู้เขียนบทความชิ้นนั้น ได้ยกเพลง “สามโห่ สามช่า” ร้องโดย “คัทลียา มารศรี” แต่งโดย ครูลพ บุรีรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งเพลงนี้เผยแพร่ครั้งแรกในปี 2546 เป็นปีที่ 2 ของรัฐบาลทักษิณ 
    เวลานั้น นโยบายประชานิยมเฟื่องฟู ทั้งกองทุนหมู่บ้าน และโอท็อปหรือหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ จึงถูกนำมาร้อยเรียงในเนื้อเพลง
    “หมู่บ้านเรานี้ กำลังโชคดีมากมายหลายต่อ ลูกตามีเรียนหมอ แล้วลูกป้านอก็ได้เป็นกำนัน
ต่างคนมีงาน กองทุนหมู่บ้านกำลังลือลั่น หนึ่งผลิตภัณฑ์กับหนึ่งตำบลคนบอกดี๊ดี..”
    ผู้เขียนอาจไม่ทราบเบื้องหลังแท้จริง เพลง “สามโห่ สามช่า” นี้ ชัย ศิษย์ประเสริฐ ผู้บริหารค่ายชัย โปรโมชั่น ได้มีการปรับแก้เนื้อเพลงเดิมของครูลพ บุรีรัตน์ ที่เขียนชื่อเพลง “โห่สามลา” เป็นเรื่องราวของหนุ่มบ้านนาจะบวช ให้แฟนสาวอุ้มหมอนแล้วโห่หน้านาค 
    เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองเวลานั้น กระแสพรรคไทยรักไทยมาแรง “ชัย” จึงให้ครูลพปรับแก้เนื้อใหม่ เอาหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลมาใส่ เป็นเรื่องความรักของหนุ่มสาวสองตำบล ถ้าค้าขายดีก็จะมารวมหมู่บ้านกัน
    อันที่จริง ยังมีเพลง “ไอ้หนุ่มชุมชน” ขับร้องโดย ศร สินชัย สังกัดแกรมมี่โกลด์ ออกมาเผยแพร่ในช่วงใกล้เลือกตั้ง 2548 
    “คนจนคืออ้าย วันวาเลนไทน์ยังไปไต้หนู ความจนสอนให้คนสู้ กะพอได้อยู่หม่มมื้อหม่มวันแต่ถ้าได้น้องมาประคองคงดีกว่านั้น สิกู้เงินกองทุนหมู่บ้าน มาช่วยสร้างฝันในวันแต่งเรา”
    เพลงนี้ได้บอกว่า การเกิดขึ้นของสถานีวิทยุชุมชนในยุคทักษิณ และนโยบายกองทุนหมู่บ้าน ถ้าใครได้ชมเอ็มวีเพลงไอ้หนุ่มชุมชน จะเห็นว่า พระเอกนั้นสวมเสื้อยืดสีขาว มีชื่อพรรคไทยรักไทย คาดอกเสื้อชัดเจน
    อาการฟีเวอร์ของทักษิณ และไทยรักไทย ทำให้นักร้องหมอลำคนหนึ่งใช้ชื่อ “รักไทย ก้องวาริน” แต่เสียดายออกเพลงชุดเดียวก็แป้ก แจ้งเกิดไม่สำเร็จ

ปั่นความหลัง'แม้ว'ในเพลงลูกทุ่ง ความจริงครึ่งเดียว

พระเอกเอ็มวี เพลงไอ้หนุ่มชุมชน ใส่เสื้อพรรคไทยรักไทย 

ปั่นความหลัง'แม้ว'ในเพลงลูกทุ่ง ความจริงครึ่งเดียว

++
เพลงรวยเพลงลา
++
    สำหรับเพลงลูกทุ่ง ที่โผล่มาในยุคทักษิณรุ่งเรืองอีกเพลงหนึ่งคือ เพลง “หนุ่มราชภัฎ” ร้องโดย ดำรง วงศ์ทอง และแต่งโดยชลธี ธารทอง 
    “รวยเหมือนทักษิณ จะซื้อเครื่องบินไอพ่น ขับเวียนวนเที่ยวยลนางฟ้า แต่วันนี้ยังมีหนี้ท่วมนาต้องหลับตาฝันค้างกลางวัน”
    “รวยเหมือนทักษิณ จะซื้อเครื่องบินคอปเตอร์ขับพาเธอ เที่ยวสองต่อสอง หนุ่มราชภัฏอัตคัตเงินทอง ได้แค่มองลอดรั้วมหาลัย”
    อาจารย์ชลธี ตั้งใจขายท่อนฮุค “รวยเหมือนทักษิณ” ให้คนจดจำและคาดว่า เพลงนี้จะดังระเบิดเถิดเทิง แต่บังเอิญเพลงนี้ออกเผยแพร่ ในช่วงที่มีกระแสไล่ระบอบทักษิณ เลยไม่เปรี้ยงปร้าง แต่ก็ยังมีคนจำได้ถึงวันนี้
    ต้นปี 2549 ความรวยของทักษิณ กลายเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองไทย หลังตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ขายหุ้นกลุ่มบริษัทชินคอร์ปให้แก่บริษัทเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ (พีทีอี) จำกัด ซึ่งเป็นการขายหุ้นที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประเทศไทย ผ่านตลาดหลักทรัพย์ ทำให้เกิดกระแสโจมตีทักษิณเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
    การขายหุ้นครั้งมโหฬารของทักษิณ ส่งผลให้เกิดขบวนการล้มระบอบทักษิณ และปิดท้ายด้วยการรัฐประหาร 2549 

ส่อง “ชูพงศ์” แดงสาย 112 หลบโควิดที่ปารีส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468294

ส่อง “ชูพงศ์” แดงสาย 112 หลบโควิดที่ปารีส

28 พฤษภาคม 2564 – 13:16 น.

โควิดไม่เป็นอุปสรรค สำหรับแดงสาย 112 “จรัล” นัดจิบไวน์ “ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ” 

++
บังเอิญมีข่าวสารจากเมืองไทย เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2564 กรณีกระทรวงดีอีเอส แจ้งความเอาผิด สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานงานเรื่องนี้กับทางการฝรั่งเศสอยู่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… แดงพเนจร “ชูพงศ์” หนีโควิด เผ่นเข้ายุโรป 

ส่อง "ชูพงศ์" แดงสาย 112 หลบโควิดที่ปารีส

จรัล และชูพงศ์ ในปารีส    

วันเดียวกัน ในเฟซบุ๊ก Jaran Ditapichai อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน จรัล ดิษฐาอภิชัย อัพสเตตัส Paris Restaurant Italian พร้อมโพสต์ภาพตัวเขาเอง นั่งรับประทานอาหารกับ ชูพงศ์ ถี่ถ้วน อยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งในนครปารีส     

“จรัล” บอกว่า หลังสถานการณ์โควิดในฝรั่งเศสคลี่คลาย ความคึกคักก็มาเยือนปารีส โดยตัวเขาได้โพสต์ภาพชีวิตคนฝรั่งเศสที่ออกมาใช้ชีวิตกันตามปกติ    

ทั้งจรัลกับชูพงศ์ ต่างก็เป็นคนใต้ และศรัทธาในแนวทางการปฏิวัติประเทศไทย แต่ช่วงหนึ่ง เขาทั้งสองต่างแยกกันต่อสู้ตามความเชื่อ ก่อนจะโคจรมาพบกันใน พ.ศ.นี้

++
หลวงตาชูพงศ์
++
คนเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์จะรู้จัก ชูพงศ์ ถี่ถ้วน หรือ “หลวงตาชูพงศ์” หรือ “ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ” มานานกว่าสิบปีแล้ว    

“ชูพงศ์” เป็นคนใต้ เติบโตจากสายแรงงานปฏิวัติ และเคยเป็นประธานสหภาพแรงงานประปาส่วนภูมิภาค ในยุคซ้ายครองเมืองปี 2517-2525 ชูพงศ์กับจรัล เดินทางคนละเส้น เนื่องจากชูพงศ์เป็นศิษย์สำนักซอยศาสนา ของประเสริฐ ทรัพย์สุนทร จึงศรัทธาในลัทธิปฏิวัติประชาธิปไตย และถูกมองว่าเป็น “ลัทธิแก้”    

ขณะที่ “จรัล” เลือกเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธ ภายใต้ร่มธงพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) แต่การปฏิวัติไทยล้มเหลว จรัลออกจากป่าคืนเมือง และได้มีโอกาสไปเรียนหนังสือต่อที่ประเทศฝรั่งเศส    

ส่อง "ชูพงศ์" แดงสาย 112 หลบโควิดที่ปารีส

สองสหาย ในปารีส

ปี 2542-44 ชูพงศ์ ลงพื้นที่แถวอีสาน ช่วยงานจัดตั้งมวลชนให้กับพรรคความหวังใหม่

ปี 2548 มีรัฐมนตรีอีสานใต้ ในรัฐบาลทักษิณ ได้ให้ ชินวัฒน์ หาบุญพาด นายกสมาคมผู้พิทักษ์ผลประโยชน์ผู้ขับรถแท็กซี่ จัดตั้งเวทีคนรักทักษิณ ที่สถานีขนส่งหมอชิต เพื่อต่อต้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย    

ชูพงศ์ ขอไปขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีคนเสื้อเหลือง และประกาศจัดตั้งสมาพันธ์พิทักษ์ประชาธิปไตย หลังรัฐประหาร 2549 อดีตซ้ายไทยก็ปรากฏตัวที่สนามหลวง อาทิ ชูชีพ ชีวสุทธิ์, ชูพงศ์ ถี่ถ้วน และสุรชัย แซ่ด่าน    

ปลายปี 2551 “ขาใหญ่บุรีรัมย์” ทรยศ “นายทักษิณ” จึงเกิดการแตกแยกภายในองค์กรแท็กซี่หมอชิต “ชินวัฒน์” เลือกเดินไปกับกลุ่ม นปช. ส่วนแกนนำแท็กซี่อีกปีกหนึ่งไปสังกัดพรรคสีน้ำเงิน จัดตั้งวิทยุชุมชนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์    

ปี 2552 ชูพงศ์ ปลีกวิเวก แยกตัวไปก่อตั้งสถานีวิทยุชุมชนคนรู้ใจ แถวเมืองนนท์ เปิดแนวรบ “แดงตาสว่าง” จนต้องหลบหนีคดี 112 จากเมืองไทยไปปักหลักที่ฟิลิปปินส์ จัดรายการวิทยุใต้ดิน ผ่านช่องยูทูบ และปีที่แล้ว ชูพงศ์ทำเรื่องผ่านองค์การสิทธิมนุษยชน ขอลี้ภัยในฝรั่งเศส     

ชูพงศ์ พูดเรื่องการปฏิวัติประเทศไทยมา 10 กว่าปีแล้ว แต่แนวทางปฏิวัติของเขา ก็ต่างจากสุรชัย แซ่ด่าน     

เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2564 ชูพงศ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊คเรื่องปัญหาขบวนการปฏิวัติในประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นจุดอ่อนการปฏิวัติไทย    

“ทำไมขบวนการปฏิวัติในประเทศไทยจึงไม่แข็งแรง  ปัญหาของขบวนการปฏิวัติอยู่ที่ พรรคการเมือง และนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ที่ยังยอมรับการทำงานในสภาเผด็จการอยู่ ขณะที่นอกสภา ขบวนของนักศึกษา เยาวชนเรียกร้องถึงขั้นปฏิวัติไปแล้ว จึงทำให้ขบวนขาดพลัง ปล่อยให้ขบวนการต่อสู้ของนักศึกษาต้องสู้อย่างโดดเดี่ยว”    

ชูพงศ์ยังวิจารณ์ขบวนคนเสื้อแดงว่า “..การเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดง ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ในปี 2553 มีพลังมากกว่าปัจจุบันมาก แต่ยุทธศาสตร์ในเวลานั้นก็ต่ำกว่าปัจจุบัน และก็เป็นยุทธศาสตร์ที่ผิดด้วย  ทำให้การต่อสู้พ่ายแพ้  และสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์”    

แนวคิดของชูพงศ์ มักจะถูกวิจารณ์ว่า เพ้อฝัน เลื่อนลอย เป็นนักพูดมากกว่านักปฏิบัติ และไม่ต่างจาก “แดงพเนจร” คนอื่นๆ อาศัยพ่อยกแม่ยกหล่อเลี้ยงชีวิตในต่างแดน

พ้นพงหนาม “เจ๊เป้า” สามมิตร นายหญิงค้างคาวไฟ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468282

พ้นพงหนาม “เจ๊เป้า” สามมิตร นายหญิงค้างคาวไฟ

28 พฤษภาคม 2564 – 11:33 น.

จบคดีฝายแม้ว จับตา “เจ๊เป้า” จะหวนคืนสังเวียนการเมืองหรือไม่?  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
สำนักข่าวออนไลน์พาดหัวข่าวกันพรึบ “อนงค์วรรณ ภรรยา รมว.ยุติธรรม รอดคดีฝายแม้ว เหตุ พยานหลักฐานไม่มั่นคง ปิดมหากาพย์ 13 ปี ป.ป.ช. มติ 6 ต่อ 3 ให้ยกคำร้อง”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “อนงค์วรรณ” สิ้นข้อครหา​ ป.ป.ช.ยกคำร้อง​ หลักฐานสาวไม่ถึง

พ้นพงหนาม "เจ๊เป้า" สามมิตร นายหญิงค้างคาวไฟ

เจ๊เป้า ในฐานะแม่ทัพค้างคาวไฟ    

สำหรับ อนงค์วรรณ เทพสุทิน คงดีใจที่ได้พ้นพงหนามเสียที เพราะต้องสู้กับคดีความนี้มายาวนาน เป็นข่าวดีมากลบข่าวเศร้าเมื่อช่วงปิดฤดูไทยลีก 2020 ทีมสุโขทัย เอฟซี ตกชั้นจากไทยลีก 1 ไปเล่นไทยลีก 2      

“วันนี้เราพลาด ในฐานะประธานสโมสรพูดไม่ออกบอกไม่ถูก มันช็อกและชาชั่วขณะ  คิดได้ว่าไม่มีประโยชน์อันใดที่จะหาจำเลย เพื่อตอกย้ำซ้ำเติมความผิดหวัง ความเศร้าเสียใจให้ทรุดหนักยิ่งขึ้น  แต่เราต้องลุกขึ้นให้เร็วเพื่อนั่ง ยืน และก้าวอย่างระมัดระวังต่อไป”     

ในฐานะประธานสโมสร “เจ๊เป้า” อนงค์วรรณ ได้โพสต์บอกกล่าวแฟนบอลผ่านแฟนเพจสุโขทัย เอฟซี เมื่อต้นเดือน เม.ย.2564    

ย้อนไปเมื่อ 9 ก.ย.2561 สโมสรสุโขทัย เอฟซี ฉายา “ค้างคาวไฟ” ประกาศแต่งตั้งให้ อนงค์วรรณ เทพสุทิน เป็นประธานสโมสรคนใหม่แทนสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ลาออกจากตำแหน่งไปลุยสนามการเมืองในนาม “กลุ่มสามมิตร” ก่อนจะขยับเข้าพรรคพลังประชารัฐ    

ฤดูกาลใหม่ “เจ๊เป้า” มีภารกิจต้องพาทีมค้างคาวไฟ สู้ศึกไทยลีก 2 และต้องเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นไทยลีก 1 ให้เร็วที่สุด เพื่อเรียกศรัทธาจากคนเมืองแม่ย่า

พ้นพงหนาม "เจ๊เป้า" สามมิตร นายหญิงค้างคาวไฟ

สมศักดิ์-เจ๊เป้า ลุยตลาดลูกหนัง

++
สาวสวรรคโลก
++
สมศักดิ์ เทพสุทิน บุตรชาย “โกเหนา” ประเสริฐ-พร เทพสุทิน ผู้รับเหมาก่อสร้างแห่ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เป็น ส.ส.สุโขทัย สมัยแรก เมื่ออายุ 26 ปี อยู่มาวันหนึ่งในงานกาชาด ส.ส.หนุ่ม ได้พบสบตาครูสาวอนงค์วรรณ ที่มาช่วยงานขายบัตร จึงสานสัมพันธ์กันต่อ จนเข้าสู่ประตูวิวาห์    

ครูอนงค์วรรณ เติบโตในตระกูล “พุกประเสริฐ” อ.สวรรคโลก สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก (มหาวิทยาลัยนเรศวรในปัจจุบัน) โดยเริ่มบรรจุข้าราชครูที่บ้านเกิด อ.สวรรคโลก     

มนู พุกประเสริฐ พี่ชายของอนงค์วรรณ เป็น ส.จ.สุโขทัย เขต อ.สวรรคโลก มาหลายสมัย ก่อนจะได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.สุโขทัย และการเลือกตั้งนายก อบจ.สุโขทัย ปีที่แล้ว “มนู” ยังได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.อีกสมัย    

เลือกตั้งปี 2544 สมศักดิ์ เทพสุทิน นำทีมอดีต ส.ส.พรรคกิจสังคม ย้ายเข้าไปสังกัดพรรคไทยรักไทย ซึ่งการเลือกตั้ง ส.ส.ปีนั้น เป็นการเลือกตั้งเขตเดียว เบอร์เดียว อนงค์วรรณ จึงได้ลงสมัคร ส.ส.สมัยแรก     

เนื่องจากเป็นภรรยาของสมศักดิ์ หัวหน้ากลุ่มวังน้ำยม ที่มากบารมีในพรรคของทักษิณ จึงได้เป็นประธานชมรม ส.ส.หญิงไทยรักไทย    

“เจ๊เป้า” เป็น ส.ส.สุโขทัย 2 สมัยในนามพรรคไทยรักไทย หลังรัฐประหาร 2549 สมศักดิ์ เทพสุทิน นำทีมอดีต ส.ส.กลุ่มวังน้ำยม ตั้งพรรคมัชฌิมาธิปไตย และเจ๊เป้าเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค    

ปี 2551 เจ๊เป้าได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลของสมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศ์สวัสดิ์  แต่ต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ในคดียุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย  


หนุ่มศรีสำโรง-สาวสวรรคโลก

++
ลูกหนังและไก่ชน
++
พูดถึงของรักของชอบ 2 อย่างของสมศักดิ์ เทพสุทิน คือฟุตบอล และไก่ชน จึงทุ่มเทสรรพกำลังสร้างสโมสรฟุตบอลสุโขทัย เอฟซี ตั้งแต่ระดับลีกบ้านนอก จนขยับขึ้นมาเล่นไทยลีก 1 ส่วนไก่ชน สมศักดิ์สร้างสนามกีฬาไก่ชนเทิดไท บางเสาธง สมุทรปราการ    

จะว่าไปแล้ว สมศักดิ์ได้ทำให้ “ทีมค้างคาวไฟ” เป็นทีมในดวงใจของคนสุโขทัย แต่ละนัดในการแข่งขันที่สนามทะเลหลวง มีแฟนบอลเข้าชมจำนวนมาก    

ด้านทายาทของ “สมศักดิ์-อนงค์วรรณ” 2 คนคือ ณัฐธิดา เทพสุทิน ทำธุรกิจด้านก่อสร้างเป็นอาชีพดั้งเดิมสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อแม่ และเทิดไท เทพสุทิน ทำธุรกิจร้านอาหาร     

ทุกวันนี้ ร้านอาหาร “กินเส้น” ของเจ๊เป้า ที่สนามบินน้ำ เป็นเหมือนกองบัญชาการส่วนหน้าของกลุ่มสามมิตร และต้องจับตาดูว่า การเลือกตั้งสมัยหน้า จะมีชื่ออนงค์วรรณ ลงสมัคร ส.ส.หรือไม่

อินไซด์ปารีส ‘สศจ.’ สบายดีมั้ย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468232

อินไซด์ปารีส ‘สศจ.’ สบายดีมั้ย

27 พฤษภาคม 2564 – 21:08 น.

จับสัญญาณจากปารีส “สศจ.” กบดาน ต่างจากผู้ลี้ภัยคนอื่นที่ท่องเที่ยวหลังโควิดระบาด

++

ทุกวันนี้ กรุงปารีส ฝรั่งเศส กลายเป็นชุมทางผู้ลี้ภัยคดี 112 บางคนได้เป็นพลเมืองฝรั่งเศส บางคนได้เป็นผู้ลี้ภัย และหลายคนยังอยู่ระหว่างการทำเรื่องเป็นผู้ลี้ภัย

สมาชิกวงดนตรีไฟเย็น ที่เดินทางจาก สปป.ลาว ไปอาศัยอยู่ในฝรั่งเศส เป็นกลุ่มที่มีกิจกรรมทางการเมืองในปารีสบ่อยครั้ง ร่วมกับจรัล ดิษฐาอภิชัย นักวิชาการอิสระที่ได้เป็นพลเมืองฝรั่งเศสแล้ว

ส่วน “สศจ.” หรือ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่เดินทางมาถึงปารีส ตั้งแต่ปี 2557 และได้สถานะผู้ลี้ภัยเรียบร้อยแล้ว น่าจะเป็นผู้ลี้ภัยคนเดียวในปารีส ที่ไม่ได้ออกมาพบปะมิตรสหาย เขาจะอยู่คนเดียวเงียบๆ 

สศจ.” ของเหล่าสาวกสายประวัติศาสตร์ เลือกที่จะสื่อสารกับผู้คนทางเฟซบุ๊คส่วนตัวของเขา แต่ชอบติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ ผ่านสื่อโซเชียล

ล่าสุด จรัล ดิษฐาอภิชัย โพสต์เฟซบุ๊คบอกเล่าชีวิตในปารีส หลังโควิดคลี่คลาย โดยมีสหายแดนไกล ชูพงศ์ ถี่ถ้วน หรือชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ มาพบเจอกันในร้านอาหารแห่งหนึ่ง แสดงว่า ระยะนี้ ผู้ลี้ภัย 112 ยังมีความสุขตามอัตภาพ 

คาดว่า สศจ.หรือสมศักดิ์ ของหลานๆ สายราษฎร ก็คงเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้าน ไม่โผล่ออกมาพบปะมิตรสหายเหมือนจรัล

อินไซด์ปารีส 'สศจ.' สบายดีมั้ย

                          สมศักดิ์ เก็บตัวเงียบ ไม่พบปะใคร?

++
หนีตายผ่านเขมร

วันที่ 12 ก.พ.2557 สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ถูกชายนิรนาม 2 คน ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามายิงถล่ม ใส่บ้านพักภายในหมู่บ้านนันทวัน รามอินทรา จากนั้น สมศักดิ์ต้องออกจากบ้านพักไปหลบซ่อนในเซฟเฮาส์อยู่หลายเดือน เพื่อความปลอดภัย

เดือน มิ.ย.2557 สมศักดิ์หลบหนีออกจากไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติ เข้าไปอาศัยในพนมเปญ กัมพูชา อยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะทำเรื่องขอลี้ภัยในฝรั่งเศส และเมื่อได้รับอนุญาต เขาจึงเดินทางไปปารีส

ขณะที่จักรภพ เพ็ญแข และจรัล ดิษฐาอภิชัย เคลื่อนไหวจัดตั้งองค์กรเสรีไทย ต่อต้าน คสช. รวมถึงกลุ่มคนเสื้อแดงในกัมพูชา และลาว จัดวิทยุใต้ดิน (ผ่านยูทูบ) ปลุกระดมประชาชนโค่นล้มรัฐบาลทหาร ตรงข้ามกับสมศักดิ์ที่เลือกจะดำเนินชีวิตเยี่ยงนักวิชาการอิสระ

อย่างไรก็ตาม สมศักดิ์เป็นผู้ที่ติดตามฟังวิทยุใต้ดินของทุกกลุ่ม เรียกว่าเป็นแฟนตัวยง และบ่อยครั้งที่เขาจะไปเสนอความคิดความเห็นเรื่องกลยุทธ์การต่อสู้ของกลุ่มวิทยุใต้ดิน จนทำให้ผู้ลี้ภัย 112 บางกลุ่มไม่พอใจเขา

อินไซด์ปารีส 'สศจ.' สบายดีมั้ย

                                จรัล และชูพงศ์ ในปารีสวันนี้

++
ป่วยไข้เจียนตาย

เดือน ส.ค.2561 สมศักดิ์ป่วยกะทันหัน เส้นเลือดในสมองด้านซ้ายแตก ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายฝั่งขวา หลังจากรักษาตัวในโรงพยาบาลมาระยะหนึ่ง ก็ออกมาฟื้นฟูสภาพร่างกาย(กายภาพบำบัด)  ที่บ้านพัก

กลางปี 2562 จรัล ดิษฐาอภิชัย พลเมืองฝรั่งเศส ได้ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของสมศักดิ์ ว่า มีอาการดีขึ้น และสามารถกลับมาใช้งานโซเชียลมีเดียได้หลายเดือนแล้ว โดยใช้มือซ้ายในการพิมพ์แทนมือขวา ซึ่งใช้งานไม่ได้ แต่หลังจากเกิดเหตุเส้นเลือดแตก สมศักดิ์ได้รับการดูแลรักษาพยาบาลอย่างดี ฝึกทำกายภาพอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้สภาพร่างกายดีขึ้น

แม้แขนข้างขวาจะใช้งานได้ไม่ดี แต่ฝึกใช้แขนข้างซ้ายมาตลอด ตั้งแต่กินข้าว อาบน้ำ สระผม เปิดไอแพด อ่านเฟซบุ๊ก มาหลายเดือนแล้ว” จรัลบอกเล่าอาการในคราวนั้น

วันที่ 22 พ.ย.2562 มีความเคลื่อนไหวของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล บนเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา จนใครหลายคนเริ่มสงสัยกันว่า อาจเป็นตัวปลอมมาเป็นคนโพสต์ หรือสงสัยกันว่าหายแล้วหรือ

ต่อมา สมศักดิ์ได้ไลฟ์สดเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังไม่ได้ออกอากาศมานานปีเศษ พร้อมสยบข่าวลือต่างๆ โดยได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าบนหน้าฟีดที่โพสต์ไปทุกตัวอักษร เป็นคนโพสต์เองทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถโพสต์ได้บ่อยนัก

ปี 2563 สมศักดิ์กลับมาใช้เฟซบุ๊คได้ตามปกติ โดยเฉพาะช่วงการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก และกลุ่มราษฎร มีคนติดตามความเคลื่อนไหวของเขามากขึ้น

หมอพัง “หนู-โอ๋” ถอย พปชร.รุกชิงมวลชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468188

หมอพัง “หนู-โอ๋” ถอย พปชร.รุกชิงมวลชน

27 พฤษภาคม 2564 – 14:37 น.

หมอพร้อมหรือหมอพัง “อนุทิน” ถอยกรูด เจอ “3 ป.” ปรับแผนกระจายวัคซีนใหม่  

++
“วัคซีนการเมือง” หรือ “การเมืองวัคซีน” ถ้อยวลีนี้หลุดออกมาจากปากนักการเมือง 2 พรรคคือ พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ หลัง ศบค. มีมติสั่งชะลอการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดผ่าน “หมอพร้อม” เพื่อเปิดทางให้มีแพล็ตฟอร์มอื่นๆ มารองรับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวจข้อง… 
“อนุทิน” ไม่รู้เรื่อง เพิ่มอำนาจนำเข้าวัคซีน”ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์”

หมอพัง "หนู-โอ๋" ถอย พปชร.รุกชิงมวลชน

แผนกระจายวัคซีนของเสี่ยหนู สะดุด

ยกตัวอย่างกรุงเทพมหานคร ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เปิดระบบลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 “ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯปลอดภัย” เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว    

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งการ เลขาธิการ สมช. ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค.ประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงสาธารณสุขและอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้มีการปรับแผนการกระจายวัคซีนใหม่ จากเดิมจัดสรรวัคซีนตามโควต้าการจอง ปรับมาเป็นการจัดสรรให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน     

หลังมีเสียงเรียกร้องเรื่องการกระจายวัคซีนที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง มาจาก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ หลายจังหวัด อาทิ เพชรบุรี,ชลบุรี และสงขลา ก็มีข่าวปรับแผนการจัดสรรวัคซีนใหม่    

นักข่าวทุกสำนักต่างจับจ้องไปที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีการประชุมเตรียมความพร้อมการประชุมรัฐสภา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี เมื่อบ่ายวันพุธที่ 26 พ.ค.2564    

ประชุมเสร็จ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค และศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นำทีมตั้งโต๊ะแถลงข่าวเรื่องผลการประชุมเรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณฯ แถมด้วยเรื่องชะลอ “หมอพร้อม” และการกระจายวัคซีน    

น้ำเสียงของ “หมอหนู” ที่ชี้แจงเรื่องดังกล่าวข้างต้นนั้น แฝงไว้ด้วยความน้อยใจ เหมือนมองไม่เห็นหัว แต่ก็พยายามบอกว่า ไม่มีปัญหา ไม่มีความขัดแย้ง เพราะเป็นอำนาจของ ศบค.    

สำหรับประเด็นการเมือง กรณีกลุ่มไทยไม่ทน เรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทย ถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล อนุทินตอบนักข่าวว่า เราเป็นรัฐบาลที่อยู่ด้วยกันมาสองปี และทำงานร่วมกัน ตนไม่เคยคิดที่จะออกจากพรรคร่วมรัฐบาล จะถอนตัวทิ้งไว้กลางทางไม่ได้    

“ถ้าอยากให้ผมเป็นนายกฯ ต้องให้เลือกเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา แต่ถ้าหากมีอุบัติเหตุทางการเมืองอยู่ไม่ครบเทอม พรรคภูมิใจไทย มีกระทรวงคมนาคมจะพยายามไม่ให้มีอุบัติเหตุ เราทุกคนมีความหมาย มีคุณค่า และมีความตั้งใจในการทำงาน”    

หมอหนูพูดติดตลก เรื่องอุบัติเหตุทางการเมืองไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะค่ายสีน้ำเงินดูแลคมนาคม ก่อนจะมองหน้า “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 

++
ลูกพรรคไม่นิ่ง
++
หลังกรุงเทพมหานคร ประกาศโครงการ “ไทยร่วมใจกรุงเทพฯ ปลอดภัย” เปิดให้ชาวกรุงได้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด    

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2564 “แชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย น้องชาย “แบด ภราดร” โฆษกพรรค ได้โพสต์เฟซบุ๊ควิจารณ์โครงการไทยร่วมใจกรุงเทพฯปลอดภัยว่า อย่าเห็นคนต่างจังหวัดเป็นพลเมืองชั้นสองของประเทศอีกเลย ถ้าจะให้ไทยร่วมใจ ต้องทำให้คนไทยทั้งประเทศปลอดภัย ไม่ใช่แค่คนในกรุงเทพมหานคร”    

ส.ส.แชมป์ ยังบอกว่า “อย่าลืมว่าเรายังมีทรัพยากรคือวัคซีนจำกัด และวัคซีนก็เป็นของคนไทยทุกคน ตอนนี้คนต่างจังหวัดก็รอคอยวัคซีนไม่ได้ต่างจากคนกรุงเทพแต่อย่างใด ยกตัวอย่างอ่างทองจังหวัดเล็กๆ ผมตอนนี้ มีประชาชนลงชื่อจองวัคซีนหลายหมื่นคน แต่วัคซีนมีให้เพียงแค่หลักพัน..”    

ก่อนหน้านั้น พลพีร์ สุวรรณฉวี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง(อนุทิน ชาญวีรกูล) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “สาธารณสุขเหมือนกองหน้า ทำแต้มสู้ไวรัสไล่ฉีดวัคซีน แต่กองหลังรั่วเป็นรู แรงงานเถื่อนพาไวรัสตัวใหม่ๆมาไม่หยุด ยิงได้กี่ลูกก็ไม่ทันเสียประตู”    


เสี่ยโอ๋ หวังแผนฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ คนตอบรับ

สอดรับกับสำนักข่าวออนไลน์สายบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ที่เสนอบทวิจารณ์การทำงานของกระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย ยังมีข้อบกพร่องในการสกัดกั้นแรงงานเถื่อนตามแนวชายแดน มีเนื้อหาเดียวกับที่ “พลพีร์” โพสต์ไว้นั่นเอง    

ถอดความจาก “พลพีร์” ก็คงหวังที่จะกระทบชิ่ง “บิ๊กป้อม” และ “บิ๊กป๊อก” นั่นเอง

++
พปชร.ชิงมวลชน
++
ตามแผนเดิม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จะเป็นผู้จัดสรรวัคซีนตามแนวทางให้บริการวัคซีนโควิด-19 แบบปูพรมทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ระบาด ตั้งแต่ มิ.ย.-ก.ย.2564 ปรากฏว่า จ.เพชรบุรี ได้รับจัดสรรวัคซีนเดือน มิ.ย. เพียง 24,000 โดส แต่ช่วงนี้ มีคลัสเตอร์ใหญ่จากโรงงานที่ อ.เขาย้อย คนป่วยติดเชื้อกว่า 2 พันคน หรือที่ จ.ชลบุรี ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสม กว่า 4,341 คน ได้รับจัดสรรวัคซีนในเดือนมิ.ย. 54,000 โดส    

เมื่อเปรียบเทียบกับ จ.บุรีรัมย์ ที่มีผู้ติดเชื้อสะสม 186 คน (ข้อมูลเมื่อ 26 พ.ค.) กลับได้รับการจัดสรรวัคซีนล็อตเดือน มิ.ย.ถึง 43,000 โดส มากกว่าที่ จ.เพชรบุรี ซึ่งสถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤติ    

ด้วยเหตุนี้ 3 ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ จึงร้องเรียนถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และเรื่องการจัดสรรวัคซีนดังกล่าวก็ถึงหู พล.อ.ประยุทธ์    

พล.อ.ประยุทธ์ จึงรับลูก ส.ส.พลังประชารัฐ สั่งจัดสรรวัคซีนโดยใช้เกณฑ์ใหม่ ต้องเพิ่มโควตาให้จังหวัดที่ติดเชื้อสูงเพื่อควบคุมโรค พิจารณาจากความสำคัญเชิงเศรษฐกิจ สังคม และกลุ่มเสี่ยง    

การตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้ ถือเป็นการหักนักการเมืองที่แอบล้วงลูกบริหารจัดการวัคซีนจนบานปลายกลายเป็นปัญหา

3 ปีที่รอคอยกับ “กม. แอปเรียกรถ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468160

3 ปีที่รอคอยกับ “กม. แอปเรียกรถ”

27 พฤษภาคม 2564 – 12:22 น.

3 ปีที่รอคอยกับ “กม. แอปเรียกรถ”จับตาโค้งสุดท้ายก่อนฝันกลายเป็นจริง

เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วหลังจากที่กระทรวงคมนาคมได้พยายามผลักดันให้รถยนต์ส่วนบุคคลสามารถนำมาให้บริการรับจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย จนกระทั่งถึง “โค้งสุดท้าย” ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา เมื่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เผยว่า  ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. …. ดังกล่าว ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยหลังจากนี้จะจัดทำประกาศตามกฎกระทรวงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และคาดว่าประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนหรือไม่เกินเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งการผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ไม่เฉพาะกับภาครัฐเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทุกภาคส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้โดยสาร ผู้ขับขี่ และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม 

3 ปีที่รอคอยกับ "กม. แอปเรียกรถ"

ทำความรู้จักบริการ และร่างกฎหมายแอปเรียกรถ

ในยุคสมัยที่ชีวิตของผู้คนขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ทั้งการเข้าถึงสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตที่ง่ายและสะดวกสบาย ประกอบกับการพัฒนาทางเทคโนโลยีและดิจิทัลที่รุดหน้าอย่างรวดเร็ว และการเติบโตของสังคมเมือง รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ที่เน้นความรวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้แพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึงบริการเรียกรถผ่านแอป (Ride-hailing) มีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางเพื่อเชื่อมต่อผู้โดยสารที่ต้องการใช้บริการให้สามารถเจอกับผู้ขับขี่ได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้กฎหมายไทยยังไม่ได้เปิดกว้างหรือรองรับให้สามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการสาธารณะได้ โดยเน้นให้ความสำคัญไปกับรถรับจ้างอย่างแท็กซี่เท่านั้น

3 ปีที่รอคอยกับ "กม. แอปเรียกรถ"

กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก จึงได้ผลักดันให้มีการออกกฎหมายที่จะทำให้ประชาชนสามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาจดทะเบียนเป็น “รถยนต์รับจ้าง” กับกรมการขนส่งทางบกเพื่อนำไปให้บริการสาธารณะผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (หรือ แอปพลิเคชัน) ที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเรียกรถหลายราย ไม่ว่าจะเป็น แกร็บ (Grab) โบลท์ (Bolt) ไลน์แมน แท็กซี่ (LINE MAN Taxi) โกเจ็ก (Gojek) ทรูไรด์ (True Ryde) และ บอนกุ (Bonku)  

3 ปีที่รอคอยกับ "กม. แอปเรียกรถ"

ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างกฎหมายฯ ดังกล่าวยังครอบคลุมในประเด็นต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็น การกำหนดขนาด กำลังขับเคลื่อน (กิโลวัตต์) หรือประเภทของรถที่จะสามารถนำมาให้บริการ การต้องติดเครื่องหมายบนตัวรถว่าเป็นรถที่ให้บริการผ่านแอป การกำหนดอายุการใช้งานของรถที่ต้องไม่เกิน 9 ปี และต้องตรวจสภาพรถตามหลักเกณฑ์ของกระทรวง รวมไปถึงการกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องแต่งกายสะอาดและสุภาพ ขณะที่ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันต้องมีระบบการลงทะเบียนคนขับ การกำหนดให้ต้องมีการแสดงตัวตนของคนขับ เลขทะเบียนรถ ระยะทาง ระบบติดตาม-ตรวจสอบเวลา สถานที่รับส่ง ระบบคิดอัตราค่าโดยสารล่วงหน้า ตลอดจนระบบแจ้งข้อร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือ เป็นต้น  

3 ปีที่รอคอยกับ "กม. แอปเรียกรถ"

เมื่อแอปเรียกรถถูกกฎหมาย แล้วใครบ้างที่ได้ประโยชน์

•    ผู้โดยสาร หรือประชาชนทั่วไปที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะจะได้รับความสะดวกสบายในการสัญจรเดินทาง ซึ่งเพิ่มทางเลือกให้สามารถใช้บริการได้ทั้งการโบกรถแท็กซี่แบบเดิม หรือเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อให้มารับได้ถึงที่โดยไม่ต้องรอนาน สามารถคาดการณ์ระยะเวลาการเดินทางได้ ทั้งยังมีการแสดงราคาที่โปร่งใสให้ทราบก่อนการเดินทางทุกครั้ง และยังสามารถเลือกวิธีการชำระเงินได้ตามความสะดวก ไม่ว่าจะด้วยเงินสดหรือตัดบัญชีผ่านแอปพลิเคชันได้เลย  ที่สำคัญคือ มาตรฐานด้านความปลอดภัย เพราะมีระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ มีฐานข้อมูลของคนขับที่สามารถตรวจสอบได้หากมีเหตุฉุกเฉิน และมีระบบร้องเรียนหรือระบบให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา
•    ผู้ขับขี่ ก็จะสามารถหารายได้เสริมและสร้างประโยชน์จากทรัพย์สินอย่างรถยนต์ที่มีอยู่เพื่อก่อให้เกิดรายได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องโดนดำเนินคดีทางกฎหมายเหมือนที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันหลายรายยังมอบสิทธิประโยชน์ให้กับคนขับเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นประกันอุบัติเหตุในขณะให้บริการ ระบบหรือเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้คนขับ รวมไปถึงบางรายอาจมีผลิตภัณฑ์ด้านการเงินอย่างสินเชื่อหรือการผ่อนชำระสินค้าเพื่อสนับสนุนหรือแบ่งเบาภาระให้กับคนขับด้วย
•    ในส่วนของแพลตฟอร์มหรือผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน ถือเป็นโอกาสในการพัฒนาและขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเมื่อเปิดให้มีการแข่งอย่างเสรี ย่อมส่งผลให้เกิดการยกระดับของทั้งอุตสาหกรรม ทำให้เกิดการพัฒนามากขึ้น ทั้งในด้านมาตรฐานการบริการที่ดียิ่งขึ้น ราคาในการให้บริการที่สมเหตุสมผล  ซึ่งผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดก็คือผู้บริโภคนั่นเอง
•    สำหรับกลุ่มคนขับรถแท็กซี่ ซึ่งหลายคนอาจเข้าใจว่าบริการเหล่านี้จะมาแย่งอาชีพหรือแย่งผู้โดยสาร แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาครัฐพยายามสร้างความสมดุลเพื่อให้อุตสาหกรรมบริการเดินทางขนส่งสาธารณะเกิดการพัฒนาและเดินหน้าได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยช่วยแก้ปัญหาให้กับกลุ่มคนขับรถแท็กซี่ในหลายมิติ เช่น การขยายอายุรถแท็กซี่จาก 9 เป็น 12 ปี การลดภาระต้นทุนติดตั้งอุปกรณ์ส่วนตัวโดยสนับสนุนการใช้ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันเข้ามาแทนที่ ปัจจุบัน คนขับแท็กซี่หลายหมื่นรายหันมาหารายได้จากการรับงานผ่านแอปเรียกรถเหล่านี้อยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสในการหารายได้ได้สองช่องทาง ทั้งจากการรับงานแบบดั้งเดิมที่ผู้โดยสารโบกเรียกตามท้องถนน และการรับผู้โดยสารจากแอปเรียกรถที่จะช่วยประหยัดเวลาในการวนหาลูกค้า
•    และหากมองถึงผลประโยชน์ที่เกิดกับประเทศในภาพรวม การที่แอปเรียกรถถูกกฎหมายถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งในการสนับสนุนนโยบาย “ประเทศไทย 4.0” (Thailand 4.0) ของภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้มีการหมุนเวียนของรายได้ในระบบเศรษฐกิจมหภาค ยกระดับมาตรฐานในด้านการเดินทางและขนส่ง รวมไปถึงช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คุ้นชินกับการเรียกรถผ่านแอป รวมทั้งการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะในเมืองรอง ซึ่งไม่มีระบบขนส่งสาธารณะรองรับ ที่สำคัญ การทำให้แอปเรียกรถถูกกฎหมายยังถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันและเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันและพัฒนากฎหมายรูปแบบใหม่ที่สอดรับกับบริบทของธุรกิจดิจิทัลในปัจจุบัน ต่อไปในอนาคต

3 ปีที่รอคอยกับ "กม. แอปเรียกรถ"

ปัจจุบันมีการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการรับส่งคนผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ นับหลายหมื่นคัน ยังไม่นับรวมคนขับแท็กซี่จำนวนมากที่หันมารับงานจากแอปเรียกรถเหล่านี้ ฝันของประชาชนคนไทยที่จะสามารถนำรถยนต์ส่วนตัวมาประกอบอาชีพได้อย่างถูกกฎหมายไม่ใช่เรื่องลมๆ แล้งๆ อีกต่อไป แม้จะตามหลังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย หรือเวียดนาม แต่ก็ยังไม่สายเกินไป… อดใจอีกนิด ไม่นานเกินรอ 

ลุกเป็นไฟ ‘กะเรนนี’ รบพม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468094

ลุกเป็นไฟ’กะเรนนี’ รบพม่า

26 พฤษภาคม 2564 – 18:57 น.

ประชาชนลุกขึ้นสู้ ชาวกะเหรี่ยงแดง(KPDF) ไม่ทนเผด็จการพม่า รบเดือด 5 วันติดต่อกัน

ห้วงเวลาตั้งแต่วันที่ 23-25 พ.ค.2564 กองกำลังพิทักษ์ประชาชนกะเรนนี (KPDF) ร่วมกับกองทัพกะเรนนี (Karenni Army) ซึ่งกองทหารของพรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเรนนี(KNPP) ได้บุกยึดด่านตรวจและฐานของทหารพม่า ในเมืองเดโมโส่ และบอลาเค ในรัฐกะยา 

ปฏิบัติการของกองกำลังประชาชน (KPDF) สร้างความเสียหายให้แก่ฝ่ายสภาบริหารภาครัฐ(SAC) มากพอสมควร กองทัพพม่าจึงส่งกำลังทหาร และรถหุ้มเกราะ พร้อมการสนับสนุนด้วยกำลังทางอากาศ เข้าตอบโต้ฝ่ายต่อต้าน โดยระดมยิงปืนใหญ่ใส่บ้านเรือนประชาชน ทำให้ชาวกะยานับพันคน ต้องหลบหนีไปอยู่ในป่าเขา

 ลุกเป็นไฟ'กะเรนนี' รบพม่า

นักรบประชาชน KPDF

    ปฏิบัติการของ KPDF ได้รับการฝึกอาวุธจากกองกำลังชาติพันธุ์กะเหรี่ยงแดง (Karenni Army) เป็นการตอบโต้ที่กองทัพพม่าเข้าคุกคาม จับกุม และกราดยิงใส่ชุมชน เพื่อข่มขู่มิให้ประชาชนเข้าร่วมกับขบวนการอารยะขัดขืน CDM และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก 

 ลุกเป็นไฟ'กะเรนนี' รบพม่า
 ลุกเป็นไฟ'กะเรนนี' รบพม่า

สัญลักษณ์ของกองกำลังประชาชนกะเรนนี หรือกะเหรี่ยงแดง

    ก่อนหน้านี้ กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ในรัฐกะยา ได้ออกแถลงการณ์พร้อมที่จะปกป้องประชาชนในกรณีที่มีการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างสันติในรัฐกะยา ซึ่งกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ในรัฐกะยา ประกอบด้วย Kayan New Land Party (KNLP), The Karenni National People’s Liberation Front (KNPLF) หรือกะเหรี่ยงดาวแดง,Karenni National Progressive Party (KNPP) และ Karenni National Solidarity Organization (KNSO)

++
รัฐกะยา
++
    รัฐกะยา(Kayah) หรือรัฐกะเรนนี (Karenni) มีพื้นที่เล็กๆ ขนาดเท่าจังหวัด ตั้งอยู่ตอนเหนือของรัฐกะเหรี่ยง ประชาชนกะเรนนีเผชิญกับสงครามและการประหัตประหารมายาวนานหลายทศวรรษเช่นเดียวกับชาวกะเหรี่ยง 
           รัฐกะยาอยู่ติดกับแม่ฮ่องสอน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงและป่าไม้ ที่ราบมีน้อย แผ่นดินอุดมด้วยแร่ธาตุนานาชนิด ทั้งทองคำ ทองคำขาว เหล็ก ตะกั่ว พลอย ดีบุก วุลแฟรม และก๊าซธรรมชาติ
           ในอดีตรัฐกะยาเป็นรัฐอิสระ ไม่เคยอยู่ใต้รัฐบาลพม่า หลังจากพม่าได้เอกราชจากอังกฤษในปี 2491 รัฐกะยาถูกรวมเข้าในสหภาพพม่า เหมือนรัฐฉาน รัฐกะเหรี่ยง และรัฐมอญ
           กองทัพกู้ชาติกะเรนนี จึงถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2491 ในนาม “กองทัพแห่งชาติกะเรนนี” (Karenni National Army-KNA) ต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็นพรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเรนนี (KNPP) ทำการต่อสู้กับรัฐบาลทหารพม่าที่ยึดครองแผ่นดินของพวกเขา

 ลุกเป็นไฟ'กะเรนนี' รบพม่า

ทหารกองทัพกะเรนนี 

    4 ปีที่แล้ว พม่าเจรจาให้กองกำลังติดอาวุธชาติพันธ์ต่างๆ แปรสภาพเป็น BGF Border Guard Forces กองกำลังพิทักษ์ชายแดนพม่า ก็มีทั้งกลุ่มที่ยอมและไม่ยอม โดยเฉพาะพรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเรนนี KNPP นำโดยนายพลบีทู ยืนยันจะต่อสู้กับเผด็จการทหารพม่าต่อไป

 ลุกเป็นไฟ'กะเรนนี' รบพม่า

ทหารพม่านำรถหุ้มเกราะ ปราบปรามประชาชน

    ปัจจุบัน ประธานสูงสุดของ KNPP คือ แตบูแพ ซึ่งค่อนข้างเก็บตัว ส่วนนายพลบีทู ทำหน้าที่ควบคุมกองกำลังรบ รวมทั้งดูแลด้านเศรษฐกิจ
            นายพลบีทู เป็นคนกะเหรี่ยงขาว ปกากะญอ นับถือศาสนาคริสต์ เกิดในครอบครัวชาวไร่ชาวนา ที่หมู่บ้านโชโหลก ทางตะวันตกของเมืองมอชี รัฐกะยา ได้เรียนหนังสือจบชั้นมัธยมปลาย มีความรู้ทั้งภาษากะเหรี่ยง ภาษาพม่า ภาษาอังกฤษ ภาษาไทใหญ่ และพูดภาษาไทยได้บ้าง

ปอกเปลือก “คณะไทยไม่ทน” รวมพลคนกลับใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468073

ปอกเปลือก “คณะไทยไม่ทน”รวมพลคนกลับใจ

26 พฤษภาคม 2564 – 15:30 น.

แง้มโฉมหน้าแกนนำ “ไทยไม่ทน” มีทั้งคนเคยรักลุงตู่ คนเคยชังแม้ว คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เมื่อวันอังคารที่ 25 พ.ค.2564 คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดย จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. พร้อมแนวร่วม เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ผ่านที่ปรึกษาสำนักปลัดสำนักนายกฯ เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดโอกาสให้ดำเนินการตามกระบวนการประชาธิปไตย

ปอกเปลือก "คณะไทยไม่ทน"รวมพลคนกลับใจ

วีระ สมความคิด

ขบวนการไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เรียงหน้ากันมาในช่วงนี้ ทั้งกลุ่มไทยไม่ทน และกลุ่มประชาชนคนไทย มีทั้งคนกันเอง หรือคนที่เคยอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามมาตลอด รวมกันเป็นเสื้อหลากสี เปิดอภิปรายออนไลน์ขยี้ระบอบ 3 ป. เสียเละเป็นโจ๊ก    

ในสถานการณ์รัฐบาลขาลง “จตุพร” และคณะ จึงเดินสายยื่นหนังสือถึงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล แต่ความเป็นจริงทางการเมือง พรรคร่วมรัฐบาลไม่มีทางถอนตัว     

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์การเมืองคาดว่า หลังผ่านงบประมาณรายจ่าย 2565 เดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้ น่าจะเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการผ่าทางตันของรัฐบาล    

ด้วยเหตุนี้  คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จึงปลุกปลอบใจมิตรสหายว่า “ปลุกประชาชนด้วยศรัทธา ก้มหน้าเดินอย่างมีหวัง เชื่อวันนี้ไม่ออก พรุ่งนี้ประยุทธ์ก็ออก”


ไทกร พลสุวรรณ

++
อดีตแนวร่วมเสื้อเหลือง
++
ต้องยอมรับกันว่า จุดอ่อนของคณะไทยไม่ทน ที่ถูกกองเชียร์ลุงตู่ หรือแม้แต่ฝ่ายประชาธิปไตยจ๋า นำมาดิสเครดิตอยู่บ่อยๆ คงหนีไม่พ้นดาวไฮด์ปาร์กหลายคน เคยเป็นแนวร่วมเสื้อเหลือง และแนวร่วม กปปส.     

วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่เคยเชียร์ทักษิณ แล้วเปลี่ยนใจมาขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขับไล่ระบอบทักษิณ
    ปี 2552 วีระ สมความคิด นำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ไปทวงคืนดินแดนไทยรอบปราสาทพระวิหาร และบุกเข้าไปพิสูจน์เขตแดนแถว อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จนถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวไปขังอยู่ 3 ปีเศษ    

หลังถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ กลับสู่ประเทศไทย วีระหันไปจับงานต้านคอร์รัปชัน และพุ่งเป้าไปที่รัฐบาลประยุทธ์เป็นสำคัญ    

ไทกร พลสุวรรณ เลขาธิการแนวร่วมอีสานกู้ชาติ ก็เคยนำมวลชนภาคอีสานเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ก็อยู่ในฐานะแนวร่วม    

สองปีมานี้ ไทกรเริ่มวิพากษ์การสืบทอดอำนาจของ คสช. และความล้มเหลวในการปฏิรูปประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์    

ปอกเปลือก "คณะไทยไม่ทน"รวมพลคนกลับใจ

ไพศาล พืชมงคล

ปี 2556 มีอดีตนายทหารกลุ่มหนึ่ง จัดตั้งกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ไทกรได้รับบทบาทเป็นเสนาธิการร่วมเสนาธิการ กปท. ปักหลักชุมนุมที่สวนลุมพินี กว่า 28 วัน ก่อนจะเข้าร่วมกับการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.    

ไพศาล พืชมงคล อุปนายกและเลขาธิการสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน สมัยม็อบเสื้อเหลือง ไพศาลก็เป็นแนวร่วมคนสำคัญของกลุ่มพันธมิตรฯ     

ช่วงรัฐบาล คสช. ไพศาลมีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี (ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี) แต่รัฐบาลประยุทธ์(มาจากการเลือกตั้ง) ไพศาลไม่ได้อยู่กับ “บิ๊กป้อม” แล้ว พักหลัง จตุพรเข้าพบไพศาล ที่สำนักธรรมนิติ ย่านบางโพ ได้มีการพูดจาหารือกันมากขึ้น จึงเข้ามาร่วมเวทีไทยไม่ทน 


เมธา มาสขาว

++
ครป.ยุคใหม่
++
เมธา มาสขาว  เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เป็นผู้ร่วมก่อตั้งคณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ร่วมกับจตุพร พรหมพันธุ์ และอดุลย์ เขียวบริบูรณ์    

ในอดีต คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เป็นธงนำของฝ่ายประชาธิปไตย และต่อต้านเผด็จการ แต่ช่วง 10 กว่าปีมานี้ บทบาทของ ครป. ค่อยๆหายไป เพราะแกนนำ ครป.บางคน เป็นแกนนำคนเสื้อเหลือง และเป็ยแนวร่วม กปปส.    

ภาพลักษณ์ของ ครป. จึงถูกมองว่าเป็นหางเครื่องกลุ่มจารีต และคณะเผด็จการทหาร ดังนั้น วันที่ 22-23 มิ.ย.2562 คณะกรรมการ ครป. และเครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมประชุมสมัชชาวิเคราะห์สถานการณ์และความเป็นไปทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ที่ จ.กาญจนบุรี    

การประชุมสมัชชาฯ ครั้งนั้น ได้มีการเลือกคณะกรรมการ ครป.ชุดใหม่ ประธาน พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต  รองประธาน บรรจง นะแส,บุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์,สุริยะใส กตะศิลา และศักดิ์ณรงค์ มงคล ส่วนเลขาธิการ เมธา มาสขาว รองเลขาธิการ กิตติชัย ใสสะอาด, ธัชพงศ์ แกดำและพิชิต ไชยมงคล      

ครป.ยุคใหม่ จึงกลับมาเป็นหัวขบวนประชาธิปไตยอีกครั้ง ด้วยการเข้าร่วมกับจตุพร พรหมพันธุ์ ฟื้นบรรยากาศพฤษภา 2535 ล้มล้างระบอบเผด็จการทหาร ซึ่งวันนี้ “ประยุทธ์” เป็นตัวแทนของกลุ่มพลังอนุรักษนิยม

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ “จันทรุปราคา” ฤกษ์มงคล เสริมดวงเมือง รัฐบาลจะประคองตัวได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468072

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ “จันทรุปราคา” ฤกษ์มงคล เสริมดวงเมือง รัฐบาลจะประคองตัวได้

26 พฤษภาคม 2564 – 15:16 น.

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ดาวโคจรเป็นแนวเส้นตรง ส่งผลถึงบ้านเมือง เมื่อเกิดปรากฎการณ์”พระอาทิตย์ทรงกลด-จันทรุปราคา” ถือเป็นฤกษ์มงคล เสริมดวงเมือง แก้สถานการณ์ให้มั่นคงขึ้น และยังเสริมดวงนายกฯ แนะคนที่เกิดปี มะเมีย เถาะ ปีขาล ไหว้ขอพรเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติ  ดวงดาวโคจรเป็นแนวเส้นตรง  ชี้วิกฤติส่งผลถึงบ้านเมือง  ในเดือนแห่งกลียุคศัตรูขัดแย้งต่อดวงเมือง  ทำให้บ้านเมืองเข้าสู่ยุคสงคราม หรือ ก่อให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น  แต่เมื่อได้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ  เมื่อวันจันทร์ที่ 24  พฤษภาคม  ท่ามกลางวิกฤติ  ขับไล่นายกฯที่พรรคประชาธิปัตย์ เกิดพระอาทิตย์ทรงกลด  ที่ทำเนียบรัฐบาล  ถือเป็นฤกษ์มงคลให้แก่บ้านเมืองและรัฐบาล  ประกอบกับคืนนี้  วันพุธที่  26  พฤษภาคม  จะเกิดจันทรุปราคา  ในเวลา  18.48 น. – 20.40  น.  ถือเป็นฤกษ์มงคล  ที่รัฐบาลจะประคองตัวเองได้ผ่าน  แต่ดวงนายกรัฐมนตรีก็ยังมีศัตรูรุกรานตลอดเวลา

“ซินแสเข่ง”   อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการ  สถาบัน  โหราศาสตร์  พยากรณ์  แห่งประเทศไทย  วิเคราะห์ตามหลักของโหราศาสตร์ซึ่งเป็นเรื่องของศาสตร์แห่งดวงดาว วิเคราะห์ตามหลักของการโคจรดวงดาว  แล้วแต่คนจะมองในแง่ไหน  เมื่อดวงจันทร์   อยู่แนวเดียวกับโลก  และพระอาทิตย์  ก็ถือว่าเป็นการบ่งบอกถึงสัญญาณอะไรบ้างอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์ของโลก  อาจจะเป็นเรื่องของภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น  รวมทั้งประเทศไทย  และส่วนของประเทศไทย เหมือนสวรรค์รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  จึงเกิดเหตุ “จันทรุปราคา”  ในเวลาคับขัน และ จับยามตามเวลา  18.48  – 20.40  เป็นยามที่เสริมดวงเมือง  ให้แก้สถานการณ์ให้มั่นคงขึ้น  เพราะอาจจะเข้าสู่กลียุค  เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น  จากบุคคลที่ให้ร้ายประเทศ  ยุแหย่ให้เกิดความเกลียดชัง  การทำงานของนายกรัฐมนตรี  จึงเป็นสัญญาณของการทำนาย  ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้นอกจากจะเสริมดวงเมืองแล้ว  ยังเสริมดวงนายกรัฐมนตรี  “ประยุทธ  จันทร์โอชา”  อีกด้วย

“ซินแสเข่ง”  กล่าวเพิ่มเติมว่า  หลังจากนี้ไปหากรัฐบาลฝ่าวิกฤติผ่านเดือนมิถุนาไปแล้ว  สิ่งที่จะตามมาเกี่ยวกับเหตุการภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น  เพราะเมื่อดวงดาวบ่งชี้ว่าจะมีทั้งเหตุการณ์ที่ดี  และไม่ดี  รัฐบาลก็ต้องเตรียมพร้อมในการรับมือ  ที่จะต้องช่วยเหลือผู้ประสบภัย  สำหรับคืนนี้บ้านที่อยู่ในที่โล่ง  ก็อาจจะเห็นพระจันทร์ได้ชัดเจน  อาจจะเป็นสีชมพู  หรือสีส้ม สำหรับคนที่เกิดในปีนัก – ษัตร มะเมีย  เถาะ  และปีขาล  เพื่อขอพรให้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต