อยากได้ ‘คนละครึ่ง เฟส 3’ ต้องทำอย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468806

อยากได้ ‘คนละครึ่ง เฟส 3’ ต้องทำอย่างไร

1 มิถุนายน 2564 – 19:25 น.

อยากได้ ‘คนละครึ่ง เฟส 3’ ตอบครบ จบที่นี่

โครงการ “คนละครึ่ง” คือ 1 ในมาตรการเยียวยาจากภาครัฐ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่มีประชาชนสนใจมาก ทั้ง เฟส 1 และ เฟส 2

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ครม.ไฟเขียวโครงการคนละครึ่งเฟส 3 แจกคนละ 3,000 บาท

ล่าสุดวันนี้ (1 มิถุนายน 2564 ) ครม.อนุมัติ “คนละครึ่ง เฟส 3” ให้วงเงินคนละ 3,000 บาท นาน 6 เดือน จำนวน 31 ล้านคน

โอนเงิน 2 รอบ คือ

– กรกฎาคม ถึง กันยายน 2564 จำนวน 1,500 บาท

– ตุลาคม ถึง ธันวาคม 2564 จำนวน 1,500 บาท

โดยเริ่มเปิดลงทะเบียนวันแรก คือ วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน 2564

ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น.

ทั้งนี้ ผู้ที่เคยได้สิทธิ์ คนละครึ่ง เฟส 1 / เฟส 2 จะไม่ได้สิทธิ์ คนละครึ่ง เฟส 3 อัตโนมัติ ต้องลงทะเบียนใหม่ คือ สามารถลงทะเบียนได้ผ่านแอปฯ เป๋าตัง หรือ เว็บไซต์ คนละครึ่ง.com ได้ คนที่เคยได้สิทธิ์ในเฟส 1 / เฟส 2 จะมีข้อมูลในระบบอยู่แล้ว แต่ที่ไม่ใช่การได้สิทธิ์ อัตโนมัติ เพราะต้องเปิดโอกาส หากจะยกเลิกสิทธิ์ ไปใช้โครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้

ส่วนผู้ไม่เคยได้สิทธิ์มาก่อน ต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ คนละครึ่ง.com เท่านั้น และต้องยืนยันตัวตน ผ่านสาขาหรือตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย

คาดว่า จะเริ่มใช้สิทธิ์โครงการ คนละครึ่ง เฟส 3 ในวันที่ 1 กรกฎาคม แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ขอให้รอประกาศการเริ่มใช้สิทธิ์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หากต้องการใช้สิทธิ์ คนละครึ่ง เฟส 3 จะไม่สามารถใช้สิทธิ์ โครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้ รับ “อีวอชเชอร์” (e-Voucher) คืนผ่านแอพฯเป๋าตัง ในอัตรา 10-15% สูงสุดไม่เกินคนละ 7,000 บาท ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

โธ่ ‘หนู’ จะให้หัวเราะ หรือว่าร้องไห้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468801

โธ่ ‘หนู’จะให้หัวเราะ หรือว่าร้องไห้

1 มิถุนายน 2564 – 18:34 น.

โธ่คนอย่าง “หนู” ต้องร้องเพลง “จะให้หัวเราะ หรือว่าร้องไห้ ก็ไม่ต่างกัน เมื่อหัวใจฉัน มันพังยับไป..”

“กลับบ้านเราเถอะ” ถ้อยวลีที่หลุดออกมาจากปากของ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่จุดยืนของพรรคภูมิใจไทย ในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ก็เป็น “ลูกเล่น” เดิมๆ ที่นักการเมืองอาวุโส มักใช้อยู่เป็นประจำ เพื่อเรียกร้องความสนใจ

วันที่ 1 มิ.ย.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมรับมือนักข่าวสภาอยู่แล้ว เมื่อถูกถามประเด็น “ชาดา” ท้วงติงการจัดทำงบประมาณ โดยไม่ให้ความสำคัญกับกระทรวงสาธารณสุข
    “พล.อ.ประยุทธ์” อธิบายว่า ได้ทำความเข้าใจกับ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว รวมถึงมีการพูดคุยกันในคณะรัฐมนตรีด้วย 
    นักข่าวพยายามจะโยงมาถึง “ประโยคเด็ดโดนใจ” ของชาดา พล.อ.ประยุทธ์ก็ตอบว่า “ก็แล้วแต่ เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคที่จะไปพิจารณาเอง
    หากนักข่าวนำประเด็นเดียวกันนี้ ไปถาม “อนุทิน” ก็คงไม่ได้คำตอบที่ไม่แตกต่างไปจาก พล.อ.ประยุทธ์
    ถ้าถอดความจากคำพูดประโยคชวน “กลับบ้าน” ของชาดา อารมณ์ของ “เสี่ยหนู” ในวันนี้ ก็คล้ายเนื้อในเพลง “วานนี้รักวันนี้ลืม” ของสายัณห์ สัญญา “จะให้หัวเราะหรือว่าร้องไห้ ก็ไม่ต่างกัน เมื่อหัวใจฉันมันพังยับไป ฉันปลงสังขารไขลานหัวใจ อย่างหมดอาลัยอยู่ไปวันวัน..”

 โธ่ 'หนู'จะให้หัวเราะ หรือว่าร้องไห้

เสี่ยหนู ต้องครวญเพลงสายัณห์

++
ชิงคะแนน
++
    ในวิกฤตโควิด ปี 2564 อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีสาธารณสุข ไม่ใช่พระเอก เพราะเชื้อมันแรงมาก และคลัสเตอร์ใหญ่ๆ เกิดในชุมชนเมือง และโรงงานอุตสาหกรรม บทบาทของ อสม. จึงไม่โดดเด่นเหมือนปีที่แล้ว
    เฉพาะหน้านี้ ค่ายสีน้ำเงิน จึงโฟกัสอีเวนท์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด
    1.ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ โดยกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ดูแลสถานที่ฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรบริการขนส่งสาธารณะทุกประเภททั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตั้งเป้าฉีดวันละประมาณ 10,000 คน 
    2.ป้ายรณรงค์ฉีดวัคซีน ที่ ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ออกไปเคลื่อนไหวระดมชาวบ้านมาลงทะเบียนฉีดวัคซีน ซึ่งมีการทำป้ายเชิญชวน โดยใช้ภาพ “อนุทิน” กับ ส.ส. หรืออดีตผู้สมัคร ส.ส. จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์
    “เสี่ยหนู” บอกนักข่าวว่า ให้ปลดป้ายเหล่านั้นแล้ว แต่เอาเข้าจริง ในหลายพื้นที่ ก็ยังติดหราอยู่ พร้อมกับการมอบเอกสารการทำประกันภัยโควิด-19 ให้ อสม. และ รพ.สต.

 โธ่ 'หนู'จะให้หัวเราะ หรือว่าร้องไห้

จับตาเลือกตั้งครั้ง ค่ายบุรีรัมย์อาจเปลี่ยน 

++
ยุบสภาก็เหนื่อย
++
    คอลัมนิสต์การเมือง ไม่ว่าสำนักไหน ต่างวิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันว่า หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย และการฉีดวัคซีนโควิดได้รับการปูพรมไปเยอะแล้ว น่าจะมีการยุบสภา ผ่าทางตันความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล
    สำหรับค่ายสีน้ำเงิน ถ้าจำเป็นต้องเลือกตั้งใหม่ในระยะอันใกล้นี้ ก็ถือว่ายังไม่พร้อมเรื่อง “กระแส”
    1.“เสี่ยหนู” มาแรงด้วยนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ และการสร้างขุมพลัง “อสม.” แต่มาเจอโควิดรอบใหม่ และการจัดการซื้อวัคซีนป้องกันโควิดที่ล้าช้า ก็เสียแต้มบุญไปเยอะ
    2.เมื่อปลดล็อกกัญชาได้ ก็มีเสียงโอดครวญว่า กัญชาไม่เสรี พวกใครพวกมัน มือใครยาวสาวได้สาวเอา
    3.กระแสคนรุ่นใหม่ไม่ตอบรับค่ายสีน้ำเงิน เหมือนช่วงหาเสียงปี 2561-2562 เนื่องจาก “เสี่ยหนู” นำภูมิใจไทย มาหนุน “3 ป.” หรือระบอบประยุทธ์ 
    4.กรณีการเปิดศึกทะเลาะกับพรรคก้าวไกล เรื่องวัคซีนการเมือง กลายเป็นจุดอ่อน ยิ่งทำให้เยาวชนคนรุ่น Gen Z ถอยห่าง
    “เสี่ยหนู” เป็นคนชอบร้องเพลง ชอบเฮฮาปาร์ตี้ ฉะนั้น คนใกล้ตัวเสี่ยหนู ควรหาคาราโอเกะเพลง “วานนี้รักวันนี้ลืม” ของสายัณห์ สัญญา มาให้เสี่ยหนูฝึกร้องโดยด่วน
    “จะให้หัวเราะหรือว่าร้องไห้ ก็ไม่ต่างกัน เมื่อหัวใจฉันมันพังยับไป ฉันปลงสังขารไขลานหัวใจ อย่างหมดอาลัยอยู่ไปวันวัน..”    

‘แจ๊สโมเดล’ วัคซีนมหาชน ก้าวข้ามมหาดไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468694

‘แจ๊สโมเดล’วัคซีนมหาชน ก้าวข้ามมหาดไทย

1 มิถุนายน 2564 – 09:11 น.

เดินหน้า “ปทุมธานีโมเดล” วัคซีนทางเลือก “บิ๊กแจ๊ส” ผนึกราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

วัคซีนป้องกันโควิดยี่ห้อซิโนฟาร์มกับท้องถิ่น น่าจะได้สรุปแล้ว หลังกระทรวงมหาดไทย อ้างถึงหนังสือของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2564 ให้รับทราบคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน และข้อเสนอแนะที่ให้ อปท. ทราบว่า ระยะแรกนี้ภาครัฐเท่านั้น ที่จะดำเนินการจัดซื้อและบริหารวัคซีน จึงไม่สามารถให้เอกชนและ อปท.ซื้อได้โดยตรง
    เวลานั้น มีนายกเทศมนตรีเทศบาลหลายแห่ง ได้ประกาศจะนำงบประมาณของท้องถิ่นมาซื้อวัคซีนป้องกันโควิด ทางมหาดไทยจึงให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ตอบชี้แจงไป แต่ครั้งนี้ เป็นเรื่องของ อบจ. กับวัคซีนทางเลือก
    เมื่อมหาดไทยยืนยันคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน นายก อบจ.หลายแห่งที่ออกตัวว่าจะซื้อวัคซีน คงต้องถอย ยกเว้น อบจ.ปทุมธานี 

++
ต้นแบบฉีดวัคซีน
++ 
    เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2564 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้ประชุมร่วมคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการ โดยมี พล.อ.ต. นพ.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมเป็นประธานการประชุมหารือการฉีควัคซีน ช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

 'แจ๊สโมเดล'วัคซีนมหาชน ก้าวข้ามมหาดไทย

บิ๊กแจ๊ส ผู้ว่าฯ ปทุมธานี และตัวแทนราชวิทยาลัยฯ 

    นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง อบจ.ปทุมธานี กับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ได้ช่วยฉีดวัคซีนให้บุคลาการทางการศึกษา เมื่อเดือน พ.ค.2564 โดยครั้งนั้น อบจ.ปทุมธานี ได้รับวัคซีนจำนวน 2,700 โดส 

 'แจ๊สโมเดล'วัคซีนมหาชน ก้าวข้ามมหาดไทย

การฉีควัคซีนทางเลือก ครั้งแรกของ อบจ.ปทุมธานี

    พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี เห็นว่า วัคซีนที่ได้รับมาเบื้องต้น ไม่เพียงพอ จึงทำบันทึกถึงราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขอจองไว้ก่อนอย่างน้อย 500,000 โดส
    วันที่ 30 พ.ค.2564 พล.อ.ต.นพ.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เปิดเผยว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เลือกปทุมธานี เป็นต้นแบบบริหารจัดการวัคซีนซิโนฟาร์ม เพื่อเป็นการจัดสรรวัคซีนทางเลือกให้กับประเทศ
    “บิ๊กแจ๊ส” บอกว่า การจองฉีดวัคซีนดังกล่าว ยังต้องขออนุมัติจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งหากจะถูกเบรกก็ไม่เป็นไร เพราะต้องหาแนวทางกันต่อไป 

++
ปูฐานเสียง
++
    ชัยชนะในการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ในนาม “กลุ่มคนรักปทุม” ไม่ใช่เรื่องโชคช่วย หรือมีพรรคการเมืองหนุน
    “บิ๊กแจ๊ส” เลือกที่จะลงสนามการเมืองท้องถิ่น โดยสวมเสื้อ “คนรักปทุม” ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย เพราะ ส.ส.ปทุมธานี บางคนคัดค้าน เขาจึงเลือกที่จะสามัคคีกับทุกฝักฝ่ายในเมืองปทุม
    ก่อนวันเลือกตั้ง มี ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทยคนเดียว ที่หนุน “บิ๊กแจ๊ส” อีก 3 ส.ส.ปทุมธานี เลือกที่จะวางเฉย มีบางคนแอบไปช่วยฝ่ายตรงข้าม แต่สุดท้ายบิ๊กแจ๊ส ก็ชนะ เพราะพลังเงียบได้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันเป็นจำนวนมา
    ชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี 3 สมัย ถึงกับช็อก มิคิดว่าจะพ่ายแพ้แก่บิ๊กแจ๊ส ทั้งที่วางเครือข่ายอุปถัมภ์ไว้ทั่วจังหวัด
    ต้นปี 2564 มีการเลือกตั้งเทศบาล “โบว์ลิ่ง” ตรีลุพธ์  ธูปกระจ่าง ลูกชายบิ๊กแจ๊ส ลงสนามชิงตำแหน่งงนายกเทศมนตรีนครรังสิต ในนามทีมคนรักปทุม 
    ผลการเลือกตั้ง “ตรีลุพธ์” มีคะแนนเหนือ เดชา  กลิ่นกุสุม อดีตนายกนครรังสิต หลายสมัย เพียง 5 คะแนนเท่านั้น ซึ่งการล้มตระกูล “กลิ่นกุสุม” ได้นั้น สร้างปรากฏการณ์สะเทือนแผ่นดินรังสิต
    ตระกูล “กลิ่นกุสุม” ผูกขาดการเมืองท้องถิ่นที่นครรังสิต มายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ และฝังรากลึกในส่วนราชการ ฉะนั้น สมาชิกสภาเทศบาลส่วนใหญ่ยังเป็นของกลุ่มตระกูลกลิ่นกุสุม
    บิ๊กแจ๊สรู้ดีว่า การบริหารงานท้องถิ่นปทุมธานีไม่ง่าย เพราะตระกูล “พวงเพ็ชร์” ยังได้รับการหนุนช่วยจากพรรคการเมืองใหม่ และมี ส.อบจ.ปทุมธานี อยู่ในมือกลุ่มใหญ่
    การผลักดันโครงการวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” เพื่อชาวปทุมธานี หากทำสำเร็จ คะแนนนิยมจะไหลมาเทมาอย่างแน่นอน

‘หลาดา’ อุทัยเดือด สัญญาณบุรีรัมย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468645

‘หลาดา’ อุทัยเดือด สัญญาณบุรีรัมย์

31 พฤษภาคม 2564 – 18:06 น.

คนโตลุ่มน้ำสะแกกรัง ชวน “เสี่ยหนู” กลับบ้าน สัญญาณไม่ธรรมดาจาก 2 บ้านใหญ่

++ 

จับสัญญาณ ส.ส. และทีมงานการเมืองพรรคภูมิใจไทย จากเฟซบุ๊คส่วนตัวของพวกเขา ดูจะเปิดศึกแตกหักกับ “3 ป.” ชัดเจน 

ไม่แปลกหรอก วันที่ 31 พ.ค.2564 ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายการจัดทำงบประมาณ โดยพุ่งเป้าไปที่สำนักงบประมาณตัดงบของกระทรวงสาธารณสุข ลงแทบทุกกรมทุกส่วน ทั้งที่สถานการณ์โควิด – 19 คนที่ดูแลประชาชนคือสาธารณสุข 

คำอภิปรายของ “ชาดา ตอนท้าย ถูกแชร์ในโซเชียลพรึบ “…หรือสำนักงบประมาณคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะไม่รักนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสียแล้ว ท่านถึงได้ตัดงบประมาณแบบนี้ ผมก็อยากจะบอกว่า หัวหน้าครับถ้าเขาไม่รักก็กลับบ้านเราเถอะ” 

จะบอกว่าเป็นลีลาปราศรัยของ ส.ส.จอมเก๋า ก็ได้ แต่หลังจบการอภิปรายในสภา ได้ตัดคลิปช่วง “ชาดา” อภิปรายร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 วาระ 1 ลงยูทูบ และแอดมินแฟนเพจ Chada Thaised ได้แชร์มาลงหน้าเฟซบุ๊คทันที

ก่อนหน้านั้น มีการปล่อยบทความเรื่อง “2 ปี รัฐบาลกู้เงินแก้โควิด 1.5 ล้านล้าน งบการแพทย์ไม่ถึง 6 หมื่นล้าน หวังซื้อเวลาต่ออำนาจตัวเอง” ซึ่งมีเนื้อหาบางตอนคล้ายคำอภิปรายของชาดา 

น้ำเสียงชาดาชวน “เสี่ยหนู” กลับบ้าน ฟังแล้วเหมือนตัดพ้อน้อยใจ แต่คนที่พูด ไม่ใช่ ส.ส.พรรษาเดียว หากแต่เป็น “หลาดา” ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองอุทัยธานี


                             ชาดา หรือหลาดา ส.ส.จอมเก๋า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
บุรีรัมย์สะดุ้ง ‘รวมไทยสร้างชาติ’

++
ผู้ยิ่งใหญ่สะแกกรัง
++

คนอุทัยฯ เรียกชาดาว่า “หลาดา” กันทั้งเมือง นับแต่วันแรกที่เล่นการเมืองท้องถิ่นในนามกลุ่มคุณธรรม ผูกขาดตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี กระทั่ง ชาดาลงเล่นการเมืองระดับชาติ “เบแหม่ม มนัญญา ไทยเศรษฐ์ จึงสืบทอดเป็น “นายกเล็ก” เมืองอุทัยฯ 

ปัจจุบัน ลูกสาวของชาดาคือ ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ เป็นนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ในนามกลุ่มคุณธรรม

ปลายปีที่แล้ว เผด็จ นุ้ยปรี ลงสมัครนายก อบจ.อุทัย แบบไร้คู่แข่ง และได้เป็นนายก อบจ.อุทัยธานี สมัยที่ 3 ด้วยการสนับสนุนของ “หลาดา

ก่อนเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 “หลาดา” คนโตเมืองอุทัยฯ ตัดสินใจลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา มาอยู่พรรคภูมิใจไทย และอาสารับดูแลอุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์และกำแพงเพชร รวมถึงประจวบคีรีขันธ์

หลังเลือกตั้ง ค่ายสีน้ำเงิน ยึดที่นั่ง ส.ส.อุทัยธานี 2 เขต คือ เขต 1 หลานชาย “ชาร์จ” เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ (ลูกชายมนัญญา) และเขต 2 ชาดา 

ตอนแรก บ้านใหญ่บุรีรัมย์ จะให้ชาดาเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่ถูกค่าย 3 ป. ทักท้วงเรื่องภาพลักษณ์ จึงต้องเปลี่ยนตัวให้น้องสาว-มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ลาออกจากนายกเล็กมาเป็นรัฐมนตรีแทน

ทุกวันที่ 7 มิถุนายน ของทุกปี ชาดาจะเปิด “บ้านดอนหมื่นแสน” ต.ดอนขวาง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ต้อนรับคนใกล้ชิดและหัวคะแนน ที่เข้ามาอวยพรวันเกิดเขา ปีนี้ สถานการณ์โควิด ผู้คนคงอวยพร “หลาดา” ผ่านออนไลน์

'หลาดา' อุทัยเดือด สัญญาณบุรีรัมย์

               ปานัดฌา ไทยเศรษฐ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัย ลูกสาวชาดา

ส.ส.ป้ายแดง “ยุทธนา” หลานเฮียเม้ง ชาติไทยประชารัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468610

ส.ส.ป้ายแดง “ยุทธนา” หลานเฮียเม้ง ชาติไทยประชารัฐ 

31 พฤษภาคม 2564 – 14:37 น.

สมใจประภัตร หลานรัก “ยุทธนา” ได้เป็น ส.ส.เสียที

++
เมื่อ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. แล้ว โดยใบลาออกได้ลงวันที่ 29 พ.ค.2564 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “ยุทธนา โพธสุธน-ต่อศักดิ์ อัศวเหม- จักพันธ์  ปิยพรไพบูลย์” จ่อคิว นั่ง ส.ส. 

ส.ส.ป้ายแดง "ยุทธนา" หลานเฮียเม้ง ชาติไทยประชารัฐ 

ยุทธนา สมัยหาเสียงกับชัยวุฒิ ปี 2562    

“เสี่ยตั้น” ให้เหตุผลถึงการลาออกในครั้งนี้ว่า เป็นเหตุผลส่วนตัว เนื่องจากพิจารณาเรื่องคดีความที่จะต่อสู้นั้น ต้องใช้เวลานานจึงต้องการสู้คดี โดยไม่ต้องกังวลเรื่องของภาระหน้าที่ ส.ส. และขณะนี้ ตัวเขาอยู่ระหว่างการหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาล    

สำหรับบุคคลที่จะได้เลื่อนขึ้นมาแทนณัฏฐพล คือ “ยุทธนา โพธสุธน” ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลำดับที่ 21 

++
อดีตกำนันวังน้ำซับ
++
ยุทธนา โพธสุธน อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี 2 สมัย พรรคชาติไทยพัฒนา อดีตกำนัน ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี และเคยเป็นประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน อ.ศรีประจันต์    

เส้นทางการเมืองของยุทธนา ได้รับการสนับสนุนจากประภัตร โพธสุธน หรือ “เง็กเม้ง แซ่เฮ้ง” คนโตเมืองศรีประจันต์ มาแต่ปี 2548 ประภัตรไปลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้หลานลงสมัคร ส.ส.เขต กระทั่งปี 2551 ศาลยุบพรรคชาติไทย ยุทธนาเป็นกรรมการบริหารพรรค ต้องเว้นวรรคการเมือง 5 ปี     

เลือกตั้งปี 2554 ประภัตร นำหลานสาว พัชรี โพธสุธน มาลงสมัคร ส.ส.เขต แทนยุทธนา แต่ปีนั้น มุกดา เที่ยงธรรม ภรรยาของจองชัย สอบตกพ่ายแพ้แก่พรรคเพื่อไทย    


ส.ส.คนใหม่ สมัยหน้าจะอยู่ พปชร.อีกหรือไม่

ถ้ายังจำกันได้ ก่อนเลือกตั้งปี 2562 เกิดรอยร้าวภายในพรรคชาติไทยพัฒนา ระหว่างประภัตร โพธสุธน กับ จองชัย เที่ยงธรรม     

เมื่อมีข่าวว่า ประภัตรจะดันยุทธนา โพธสุธน หลานชายลงสมัคร ส.ส.เขต 4 จ.สุพรรณบุรี ในนามพรรคพลังประชารัฐ ชนกับเสมอกัน เที่ยงธรรม บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของจองชัย 

สนามเลือกตั้งสุพรรณบุรีครั้งที่แล้ว ลดจาก 5 เขต เหลือ 4 เขต มีการวางตัวดังนี้ เขต 1 สรชัด สุจิตต์ เขต 2 ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เขต 3 ประภัตร โพธสุธน และเขต 4 เสมอกัน เที่ยงธรรม    

หากยุทธนา หลานประภัตร จะลงเขต 4 ก็เป็นศึก 2 ตระกูล จองชัยจึงประกาศกร้าวด้วยท่าทีไม่พอใจว่า “จะไม่ยอมให้คนในตระกูลเที่ยงธรรมถูกรังแก” และลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับลงสมัคร ส.ส.เขต 3 ชนประภัตร    

คุณหญิงแจ่มใส ศิลปะอาชา พยายามขอเป็นกาวใจ ประสานรอยร้าว โดยเดินสายพูดคุยหลายฝ่ายเพื่อสงบศึก ในที่สุด ยุทธนาก็ไปลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ส่วนเสมอกัน ลง ส.ส.เขต 4 พรรคชาติไทยพัฒนา    

ดังนั้น การเลือกตั้ง ส.ส.สุพรรณบุรี จึงได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งประเทศ เพราะสองสิงห์ “ประภัตร-จองชัย” ลงสู้กันเอง และเมื่อประกาศผลเลือกตั้ง ทุกอย่างก็จบ    

วันนี้ ประภัตร ได้ลาออกจากพรรคภูมิใจไทย กลับมาสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ส่วนลูกชาย เสมอกัน เที่ยงธรรม ได้เป็น ส.ส.เขต 4 ส่วนยุทธนา หลานชายประภัตร ก็จะได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ

เหลือเชื่อ “ชลอ-เทิดภูมิ” บนทางสายวัดป่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468573

เหลือเชื่อ “ชลอ-เทิดภูมิ” บนทางสายวัดป่า

31 พฤษภาคม 2564 – 11:01 น.

สรรพสิ่งไม่เที่ยง “อดีตมือปราบ” กับ “อดีตคอมมิวนิสต์” ใช้ชีวิตระยะสุดท้าย ใต้ร่มเงาวัดป่า  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
แชร์กันในโซเชียลพรึบ! เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 พ.ค.2564 ไพศาล พืชมงคล อัพสเตตัส “สรรพสิ่งไม่เที่ยง” สองสิงห์โคจรมาพบกันใต้ร่มชายคาวัดป่า ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…   “ม็อบดุสิตธานี”อดีตที่ไม่อยากจดจำของ “ท่านผู้หญิงชนัตถ์”

เหลือเชื่อ "ชลอ-เทิดภูมิ" บนทางสายวัดป่า

เทิดภูมิ กับหลวงพ่อกัณหา

“คนหนึ่งเป็นนายตำรวจใหญ่มือปราบคนสำคัญ ชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งเมือง อีกคนหนึ่งเคยเป็นคอมมิวนิสต์ใหญ่ เป็นนักรบคนสำคัญของประชาชน เป็นนักสู้ที่เลื่องชื่อลือชาของภาคประชาชน แต่วันนี้ทั้งสองคน กลับมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ในสำนักของหลวงพ่อกัณหา หลานของหลวงปู่ชา..”    

ไพศาล พืชมงคล ได้โพสต์ภาพ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ นั่งอยู่บนรถเข็น และเทิดภูมิ ใจดี อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ ยืนพนมมืออยู่ข้างๆ    

“นี่ก็เป็นการแสดงธรรมอย่างหนึ่ง ที่พึงทำความศึกษา ก็จะเป็นประโยชน์แก่ชีวิต ชีวิตคนเราก็เท่านี้แหละครับ จะหลงอำนาจหลงโลภโมโทสัน เบียดเบียนกันไปทำไม”     

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2564 ไพศาล ได้โพสต์เรื่องราวของอดีตนายตำรวจใหญ่ และอดีตคอมมิวนิสต์มาหนหนึ่งแล้ว     

พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ป่วยด้วยเส้นเลือดตีบในสมอง ทำให้เดินลำบาก ขณะนี้ไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดหลวงพ่อกัณหา พระป่าซึ่งเป็นหลานของหลวงพ่อชา!! ร่วมกับคอมมิวนิสต์ใหญ่ คุณเทิดภูมิ ใจดี จะได้รีบส่งหมอฝังเข็มและเคล็ดวิชาขยายเส้นเอ็นไปให้!!! ขอให้ท่านหายเป็นปกติเถิด!!!”    

วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมารามแห่งนี้ เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรม หรือเรียกกันว่า วัดหลวงพ่อกัณหา สุขกาโม หรือหลวงพ่อใหญ่ (เจ้าอาวาสวัดแพร่ธรรมาราม จ.แพร่ ปัจจุบันจำพรรษาที่วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม จ.นครราชสีมา)    

หลายคนคงทราบกันดีว่า วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม เป็นวัดป่าสายปฏิบัติธรรมหลวงปู่มั่นภูริทัตโต และหลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง วัดตั้งอยู่ทางหลวงชนบท เส้นตัดเชื่อมระหว่าง อ.น้ำเขียว-อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง บ้านบุเจ้าคุณ ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

เหลือเชื่อ "ชลอ-เทิดภูมิ" บนทางสายวัดป่า

อดีตแกนนำพันธมิตรฯ บนทางธรรม

++
คอมมิวนิสต์รักเจ้า
++
หลังเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 “เทิดภูมิ ใจดี” พ่อครัวโรงแรมเชอราตัน ได้เคลื่อนไหวรวบรวมพนักงานโรงแรมดุสิตธานี โรงแรมนารายณ์ โรงแรมมโนราห์ และโรงแรมเชอราตัน จัดตั้งสมาคมลูกจ้างโรงแรม     

กลางปี 2517 เทิดภูมิ ได้จัดการชุมนุมนัดหยุดงานของพนักงานโรงแรมดุสิตธานี หรือม็อบดุสิตธานีที่โด่งดัง พร้อมกับจัดชุมนุมใหญ่ของผู้ใช้แรงงานหลายหมื่นคนที่ท้องสนามหลวง เรียกร้องให้มีการกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ เปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เคยเอาเปรียบกรรมกร    

ปี 2518 เทิดภูมิเป็นแกนนำแนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ส่งผลให้ตกเป็นเป้าหมายการล่าสังหารจากฝ่ายขวา เทิดภูมิร่วมกับเพื่อนผู้นำนักศึกษา ได้แก่ ปรีดี บุญซื่อ, ประสิทธิ์ ไชโย, สมาน เลิศวงศ์รัฐ, เสกสรรค์ ประเสริฐกุล และ จิระนันท์ พิตรปรีชา ต้องเดินทางไปฝรั่งเศส ก่อนจะกลับมาเวียดนาม และเข้าร่วมการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)    

ออกจากป่า เทิดภูมิ ได้ลงสมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ บ้านเกิด และได้เป็น ส.ส. สังกัดพรรคความหวังใหม่ 2-3 สมัย    

ปี 2549 เทิดภูมิเข้าร่วมการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และได้เขียนหนังสือ “คนรักแผ่นดิน” บอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้ของตัวเอง ตั้งแต่เป็นผู้นำกรรมกร จนถึงวันที่เข้าป่า และย้ำจุดยืนรักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์    

ระยะหลัง เทิดภูมิป่วยไข้ จึงได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดวัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ของหลวงพ่อกัณหา  

เหลือเชื่อ "ชลอ-เทิดภูมิ" บนทางสายวัดป่า

ป๋าลอ ในชีวิตบั้นปลาย

++
บั้นปลายมือปราบ
++
พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ ถูกตัดสินจำคุกในคดียักยอกเพชรซาอุฯ รวมทั้งยังถูกจำคุกในคดีอุ้มสันติ ศรีธณะขัณฑ์ เสี่ยเจ้าของร้านเพชรย่านบ้านหม้อ แต่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษถึง 3 ครั้ง จนเข้าเงื่อนไขการพักการลงโทษ และพ้นโทษเมื่อ 25 ต.ค.2556     

“ป๋าลอ” อดีตมือปราบคนดัง มีอาการป่วยเป็นอัมพฤกษ์ท่อนล่าง ใช้ชีวิตบั้นปลายที่คุ้มพระลอ ริมน้ำปิง จ.ตาก อาณาจักรที่สร้างไว้ตั้งแต่สมัยยังรุ่งเรือง ในฐานะผู้กำกับตำรวจภูธรจังหวัดตาก    

ปี 2560 พล.ต.ท.ชลอ ได้บวชเป็นพระ ได้รับฉายา “อิสสโร” ปฏิบัติธรรมยังวัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เมื่อสึกออกมา ก็ยังเดินทางไปมาระหว่างคุ้มพระลอ กับวัดป่าหลวงพ่อกัณหา    

นั่นเองจึงเป็นที่มาของสเตตัส “สรรพสิ่งไม่เที่ยง” พร้อมกับภาพถ่ายคู่กับอดีตคอมมิวนิสต์ใหญ่ ที่เพื่อนทางธรรม และคอยช่วยเข็นรถเข็นให้ “ป๋าลอ” ภายในวัดป่า

‘คริสติน่า’ บ่จบ จักรวาลลาวเปลี่ยน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468537

‘คริสติน่า’ บ่จบ  จักรวาลลาวเปลี่ยน

30 พฤษภาคม 2564 – 18:56 น.

กรณีดราม่าคริสติน่า ศึกชิงจักรวาลลาว จบที่ “ลาวใน” ชนะ “ลาวนอก” 

++

แทบไม่น่าเชื่อว่า เวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2020 จะมีดราม่าระหว่าง National Director (ND) กับมิสยูนิเวิร์สลาว กลายเป็นเรื่องเมาท์มอยในแวดวงนางงามที่ไมอามี ฟลอริดา แถมสื่อออนไลน์สองฝั่งโขงได้เกาะติดเรื่องนี้ เพราะอยู่ในความสนใจทั้งคนลาวและไทย

ก่อนเที่ยงวันที่ 29 พ.ค.2564 คริสติน่า ลาชะสิมมา เดินทางจากสหรัฐอเมริกาถึงสนามบินสากลวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด จึงมีเพียงครอบครัวของเธอไปต้อนรับ นำโดยบิดา วิไลคำ ลาชะสิมมา กับมารดา Natalia Lasasimma พร้อมน้องชาย คริสติน่า Dmitry Lasasimma 

'คริสติน่า' บ่จบ  จักรวาลลาวเปลี่ยน

                                     คริสติน่า ถึงเวียงจันทน์

แม้ว่าคริสติน่าจะไม่ประสบผลสำเร็จในเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2020 แต่ชาวลาวยังรักและตามเชียร์เธออยู่ตลอด ลึกๆแล้ว ทีมงานผู้สนับสนุนเธอในลาว ต่างหวังไว้สูงว่า เธอต้องผ่านเข้ารอบใดรอบหนึ่ง 

สำหรับ National Director (ND) ของนางามลาวคือ แอรอน บุปผาปะเสิด (Aaron Bouphapraseuth) เป็น “ลาวนอก” หรือคนลาวที่เติบโตอยู่ในสหรัฐฯ มีประสบการณ์การเป็นผู้จัดการหลายเวทีประกวด 

จริงๆแล้ว คริสติน่า ยังมีทีมงานสปอนเซอร์ทางฝั่งลาว คอยช่วยเหลือคือ “ต้า” แห่งบริษัทก้าวหน้า ออแกไนเซอร์ และช่วยประสานกับทางฝั่งอเมริกา ดูทุกอย่างก็ราบรื่นดี

กระทั่งคริสติน่า ประกวดในรอบชุดประจำชาติ และรอบพรีลิมมินารี หลังจบรอบพรีลิมมินารี คริสติน่ากลับถูก ND ท้าวแอรอน วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักผ่านไลฟ์กองประกวด Miss Universe 2020 ตำหนิเธอที่ไม่ได้ทำตามคำสั่งของ ND และได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เสียใจที่เลือกคนผิด” ก่อนที่จะลบทิ้ง

ต่อมา “ต้า” และทีมงานที่อยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ก็แฉกลับ โดยระบุว่า ท้าวแอรอน ไม่ได้ช่วยเหลือคริสติน่าเลย นับแต่เรื่องวีซ่า ก็ได้มาแบบเฉียดฉิว แถมทีมงานฝ่ายลาวขอวีซ่าไม่ได้ เธอต้องเดินทางคนเดียวไปสหรัฐฯ 

'คริสติน่า' บ่จบ  จักรวาลลาวเปลี่ยน

                                               ท้าวแอรอน

เมื่อถึงสหรัฐฯ ก็ถูกลอยแพ ต้องรอ ND หลายชั่วโมง จนมีคนลาว 2 คนที่รู้จักกัน มาช่วยจัดการพาไปหาที่พัก ผ่านไปกว่า 20 ชั่วโมง จึงได้พบท้าวแอรอน

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2564 ท้าวแอรอน ได้โพสต์ชี้แจงผ่านแฟนเพจ  Miss Universe Laos ในทุกประเด็นข้อขัดแย้ง ตั้งแต่การขอวีซ่า การรอรับที่สนามบินในสหรัฐ และจัดหาที่พัก โดยท้าวแอรอน ชี้ว่ามีการสื่อสารที่ผิดพลาด ทำให้บุคคลอื่นที่อ้างว่า เป็นพี่น้องงามเข้าจัดการเรื่องที่สนามบินและหาที่พักให้นางงาม

ถึงท้าวแอรอนจะแถลงการณ์ยาวเหยียด แต่คนลาวส่วนใหญ่ไม่ฟัง เพราะไม่พอใจท้าวแอรอน ตั้งแต่ไลฟ์วิจารณ์นางงามตัวเองแล้ว

ว่ากันตามตรง ท้าวแอรอน ก็พุ่งเป้ามาที่ทีมงานของต้าร์ เอแพ็กส์ ที่อยู่ใน สปป.ลาว คล้ายเป็นผู้สร้างปัญหา ขณะที่ตัวเขาได้ทุ่มเทเพื่อนางงามลาวเต็มที่ แต่ฟังหางเสียงคนลาว กลับไม่เชื่อถือถ้อยแถลงของเขา 

'คริสติน่า' บ่จบ  จักรวาลลาวเปลี่ยน

                                 นางจันโส ND ลาวคนใหม่

++
ทีมงานจักรวาลชุดใหม่
++

วันที่ 29 พ.ค.2564 ศูนย์กลางชาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว ผู้ดูแลการประกวดนางงามทุกเวทีใน สปป.ลาว ได้ประกาศแต่งตั้ง นางจันโส จิดติวง เป็น National Director (ND) คนใหม่ สำหรับมิสยูเวิร์สลาว 2021 ซึ่งนางจันโส หรือ แพน เป็นผู้อำนวยการร้านเพ็ดพะไท จิวเวลลี่ 

พร้อมกันนี้ ยังมีการแต่งตั้ง ท้าวเทบมะหาไซ ไซทิลาด หรือ ต้าร์ เอแพ็กส์ ผู้อำนวยการบริษัทก้าวหน้า ออแกไนเซอร์ เป็น General Director of Miss Universe Laos คนใหม่ 

สรุปว่า ทีมงานของต้าร์ เอแพ็กส์ ได้ดูแลนางงามจักรวาลลาว 2021 ที่จะเดินไปประกวดรอบสุดท้ายปลายปีนี้ และปลดท้าวแอรอน ออกจาก ND นางงามลาว

'คริสติน่า' บ่จบ  จักรวาลลาวเปลี่ยน

        ตาร์ เอแพ็กส์ ผู้อำนวยการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สลาวคนใหม่

บุรีรัมย์สะดุ้ง ‘รวมไทยสร้างชาติ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468525

บุรีรัมย์สะดุ้ง ‘รวมไทยสร้างชาติ’

30 พฤษภาคม 2564 – 16:37 น.

ส่งสัญญาณชัด ไม่เอา “บิ๊ก ป.” เขย่ากันเห็นๆ ไม่ต้องเกรงใจกันอีกแล้ว

++

เหมือนได้กลิ่นยุบสภา อยู่มาวันหนึ่ง สื่อสายโรงโม่ ก็จุดพลุเรื่อง “รวมไทยสร้างชาติ” เพื่อโยงไปหา “บิ๊ก ป.” ผู้คุมมหาดไทย

มิหนำซ้ำ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ผู้ที่ไม่ขานชื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มาเล่นเรื่อง “บิ๊ก ป.” กับการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ด้วย

จริงๆแล้ว พรรครวมไทยสร้างชาติ ถูกโจษขานมานานแล้วว่า เป็นพรรคสำรอง ของผู้ถืออำนาจในปัจจุบัน มีการวิเคราะห์เจาะลึกถึง “ปลัดคนดัง” ที่ถูกวางตัวเป็นหัวหน้าพรรค

แปลกที่ “บ้านใหญ่โรงโม่” ให้ความสำคัญกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ทั้งที่พรรคนี้เพิ่งจดทะเบียน และยังไม่เปิดโฉมหน้าคณะกรรมการบริหารพรรคตัวจริง แต่ดูเหมือนว่า หลายคนจะหวาดกลัวพรรคนี้ไปเสียแล้ว

ช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ พรรคภูมิใจไทย ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงสำคัญในฐานะรัฐมนตรีว่าการได้แก่ กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงคมนาคม

ห้วงเวลานั้น ความสัมพันธ์ระหว่าง เนวิน ชิดชอบ กับพี่น้อง 3 ป. มีความสัมพันธ์แนบแน่นและซื้อใจกันในวันที่ต้องฝ่าด่าน “คนเสื้อแดง” และเครือข่ายคนแดนไกล

วันนี้ กลับมีสุ้มเสียงแปลกแปร่งต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และสองพี่ใหญ่ ผ่านกระบอกเสียงในเครือข่ายอีสานใต้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรวบอำนาจ การทำงานแบบวันแมนโชว์ ของ “บิ๊กตู่” 

อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทย ไม่กล้าแตกหักกับ “3 ป.” ในเวลานี้ เนื่องจากสถานการณ์โควิดที่ยืดเยื้อ ไม่ได้เป็นแต้มบวกแก่ “อนุทิน” ในฐานะรัฐมนตรีสาธารณสุข ขณะที่ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เจอปัญหาคลัสเตอร์ทองหล่อ ก็ถึงกับไปลำบาก

การเลือกตั้งปี 2562 ค่ายสีน้ำเงิน ยังอาศัยนโยบายกัญชาหาเสียง ได้รับความนิยมระดับหนึ่ง แต่หากมีเลือกตั้งใหม่ ยังไม่เห็นว่า พรรคนี้มีจุดขายใหม่ๆอะไร?

พรรคภูมิใจไทย เพิ่งมาอายุได้ 13 ปี เริ่มจากคนของสมศักดิ์ เทพสุทิน ไปจดทะเบียนพรรคไว้ตั้งแต่ปี 2551 ก่อนจะเปลี่ยนแปลงผู้บริหารพรรคใหม่ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค และพรทิวา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรค 

ระยะ 3-4 ปีแรกของภูมิใจไทยคือ พรรคท้องถิ่น พรรคไฟท์เตอร์ ชักธงรบกับคนเสื้อแดง ไม่ประสบความสำเร็จ “เนวิน” จึงรื้อพรรคใหม่ ให้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค ลดการเผชิญหน้ากับ “นายเก่า”

บุรีรัมย์สะดุ้ง 'รวมไทยสร้างชาติ'

                       เนวิน และเสี่ยหนู จะขายนโยบายกัญชาอีกมั้ย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
หมอพัง “หนู-โอ๋” ถอย พปชร.รุกชิงมวลชน

++
ยุคหนูซิ่ง
++

การเข้ามาของอนุทิน ก็เพื่อจะปรับภาพลักษณ์จาก “พรรคสีน้ำเงิน” หรือพรรคขั้วสี ให้เป็นพรรคขนาดกลางที่ปรองดองกับทุกฝ่าย โดยอาศัยบุคลิกแบบ “หนูดิ้นได้” เป็นตัวชูโรง 

สังเกตได้จากช่วงปี 2561 เสี่ยหนูเริ่มออกอีเวนท์กับเสี่ยทอม เครือโสภณ ขายแนวคิดการเมืองสไตล์คนรุ่นใหม่ รวมถึงมีสำนักข่าวส่วนตัว ที่ได้นักวิชาการ และคนทำทีวีจอแดงมาช่วยโปรโมตเสี่ยหนูอีกแรง บวกกับ เนวิน ชิดชอบ ลุยตลาดฟุตบอล และอีสปอร์ต ก็เข้าไปอยู่ในหัวใจคนรุ่นใหม่ที่ชอบกีฬา

ภาพพรรคไฟท์เตอร์ชนกับเพื่อไทยทุกสนามได้เจือจางลง กลายเป็นพรรครวมคนทุกรุ่นทุกสี ไม่มีได้ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับเครือข่าย “คนแดนไกล

ว่ากันตามจริง กติกาเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้เอื้อแค่พรรคเล็กเท่านั้น พรรคขนาดกลางอย่างภูมิใจไทย ก็ได้อานิสงส์ ทุกคะแนนไม่ตกน้ำ เพียงผู้สมัคร ส.ส.เขต ทำแต้มให้ได้ถึง 1-2 หมื่นแต้มต่อเขต ก็ส่งผลดีต่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค

สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ทราบว่า จะมีการแก้ไขกติกาหรือไม่? หากไปยึดตามแนวรัฐธรรมนูญ 2540 บัตร 2 ใบ พรรคภูมิใจไทยก็เสียเปรียบ

ดังนั้น เมื่อมีข่าวเรื่องพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่รวบรวมผู้คนไว้ทุกสี จะเปิดตัวลงสนาม ก็ทำให้ค่ายบุรีรัมย์หวั่นไหว แถมมีข่าวลือว่า คนเด่นคนดังที่เตรียมจะไปสมัครผู้ว่าฯ กทม. อาจเปลี่ยนใจมาเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

เลือกตั้งสมัยหน้า อาจเป็นปลายปีหรือต้นปีหน้า ภูมิใจไทยจะเจอคู่แข่งที่สำคัญอย่างรวมไทยสร้างชาติ ด้วยเหตุนี้ ปฏิบัติการแฉ “บิ๊ก ป.” กับรวมไทยสร้างชาติ จึงอุบัติขึ้น

บุรีรัมย์สะดุ้ง 'รวมไทยสร้างชาติ'

                         เสี่ยโอ๋กับเสี่ยหนู แกนหลักของค่ายบุรีรัมย์

รู้จัก ‘นายกสมนึก’ ต้นคิดวัคซีนประชานิยม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468500

รู้จัก ‘นายกสมนึก’  ต้นคิดวัคซีนประชานิยม

30 พฤษภาคม 2564 – 12:23 น.

ท้องถิ่นชูวัคซีนทางเลือก วิ่งหาซิโนฟาร์ม แต่ต้นคิด ‘นายกสมนึก’ ยังรอรัฐปลดล็อก

++

ปรากฏการณ์ผู้นำท้องถิ่น เสนอขอซื้อวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” ในเวลานี้ ทำให้นึกถึง “สมนึก ธนเดชากุล” นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ที่ลุกขึ้นมาประกาศจะใช้งบประมาณเทศบาลฯ 260 ล้านบาท ซื้อวัคซีนป้องกันโควิด เพื่อกระจายฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองนนทบุรี

นั่นเป็นเหตุการณ์เมื่อต้นปี 2564 แนวคิดของ “นายกสมนึก” ได้ขานรับแนวคิดดังกล่าวมากมาย แต่ทุกท้องถิ่นก็ได้แค่คิด เนื่องจากผู้ตรวจการแผ่นดิน บอกว่า ท้องถิ่นไม่มีอำนาจการจัดซื้อวัคซีนผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ต้องรอให้มหาดไทยปลดล็อคให้ท้องถิ่น จึงจะสามารถจัดซื้อได้

เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2564 สมนึก ธนเดชากุล ให้สัมภาษณ์สื่ออีกครั้งเกี่ยวกับวัคซีนทางเลือก เพื่อประชาชน อิงตามข้อมูลประชากร ในเขตเทศบาลนครนนทบุรี มีผู้อาศัยอยู่ 256,000 คน และมีประชากรแฝงอีกประมาณ 200,000 คน แถมยังมีแรงงานต่างด้าวอีกต่างหาก รวมแล้วในเขตเทศบาลนครนนทบุรี มีประชากรรวมกว่า 5 แสนคน 

แต่วันนี้ ทางการให้วัคซีนมาให้เพียง 2,000 โดส เทศบาลนครนนท์ จึงฉีดให้กับประชาชนได้เพียง 1,000 คนเท่านั้นเอง ขอฝากรัฐบาลให้จัดสรรวัคซีนแก่เทศบาลท้องถิ่นต่างๆ ให้รวดเร็วขึ้น 

ส่วนแนวคิดที่จะจัดซื้อวัคซีนเอง ยังมีแนวคิดอยู่ โดยเฉพาะกรณีวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” หาก 1 โดส ราคา 1,000 บาท จะใช้คนละ 2,000 บาท เทศบาลนครนนท์ มีประชากรอยู่ 256,000 คน ถ้าฉีดแค่ 150,000 คน ก็จะใช้เงินประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้เทศบาลนครนนทบุรี ได้ผ่านงบประมาณ โดยสภาเทศบาลฯ ไปแล้ว รอเพียงจะให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นซื้อได้ 


                  นายกฯ สมนึก ดูแลการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ท้องถิ่น’ คึกคัก ประชานิยมวัคซีน

++
นายกเล็กในตำนาน
++

ผลเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนนทบุรี เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2564 “สมนึก” ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีนครนนทบุรี สมัยที่ 9 ซึ่งจัดว่า เขาเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรียาวนานที่สุดในประเทศไทย 

ปัจจุบัน สมนึก อายุ 75 ปี อยู่ในตำแหน่ง ‘นายกเล็ก’ เมืองนนท์มา 40 ปี โดยมีกลุ่มการเมืองท้องถิ่นชื่อ “พลังหนุ่ม” ที่ยังหานักการเมืองคนไหนมาโค่นบัลลังก์เขาได้

สมนึกเกิดและโตที่เมืองนนทบุรี ในครอบครัวชาวจีนแต้จิ๋วฐานะปานกลางที่อพยพถิ่นฐานมาอยู่เมืองไทย พ่อกับแม่เปิดร้านขายกาแฟควบคู่กับขายของในตลาดศรีเมือง

ปี 2511 หลังเรียนจบวิทยาลัยช่างก่อสร้างดุสิต สมนึกไปทำงานเป็นหัวหน้างานติดตั้งเดินสายโทรศัพท์ ของกรมชลประทาน 6 ปี แล้วลาออกมาช่วยแม่ทำการค้าขาย ด้วยนิสัยใจคอกว้างขวาง ใจนักเลง จึงมีพรรคพวกเพื่อนฝูงเยอะ

สมนึก รู้จักกับ บุญเยี่ยม โสภณ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ เพราะเขาชอบมวยไทย ตอนนั้น บุญเยี่ยมมีค่ายมวย และนำเอานักมวยมาฝากเลี้ยง 20 คน 

ปี 2517 บุญเยี่ยมแนะนำให้สมนึกลงเล่นการเมืองท้องถิ่น และตั้งชื่อกลุ่มพลังหนุ่ม เพราะตอนนั้น รายการมวยศึกพลังหนุ่ม กำลังโด่งดัง และสมนึกได้เป็น สท.นนทบุรี 

ปี 2521 สมนึกได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเทศมนตรีเทศบาลเมืองนนทบุรี เป็นครั้งแรก และในปี 2527 ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองนนทบุรี สมัยแรก  

++
เครือข่ายเพื่อไทย
++

สมนึก” รู้จักมักคุ้นกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาตั้งแต่สมัยพรรคพลังธรรม จนมาถึงยุคไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย

ในสังเวียนเลือกตั้ง ส.ส. “สมนึก” สนับสนุน นิทัศน์ ศรีนนท์ ลงสมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 1 มาตั้งแต่ปี 2544 สวมเสื้อค่ายทักษิณ เป็น ส.ส.มา 4 สมัย สำหรับเลือกตั้งปี 2562 นิทัศน์พ่ายแพ้แก่ เจริญ เรี่ยวแรง ภรรยาของฉลอง เรี่ยวแรง พรรคพลังประชารัฐ

อดีต ส.ส.นนทบุรีอีกคนหนึ่ง ที่สนิทชิดเชื้อกับ “นายกสมนึก” คือ อุดมเดช รัตนเสถียร ตั้งแต่สมัยพรรคพลังธรรม จนถึงพรรคเพื่อไทย

ต้องจับตาดูว่า เมื่อ “คุณหญิงหน่อย” สร้างพรรคไทยสร้างไทย และยามที่มีการเลือกตั้ง ส.ส. “นายกสมนึก” จะช่วยพรรคใหม่หรือไม่?

รู้จัก 'นายกสมนึก'  ต้นคิดวัคซีนประชานิยม

อุดมเดช พาสมนึก เข้าพบปลัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อต้นปี 2564

หลอกแล้วหลอกอีก เลื่อนแล้วเลื่อนอีก สุดท้ายไม่มีทั้ง “วัคซีน-เปิดเทอม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468439

หลอกแล้วหลอกอีก เลื่อนแล้วเลื่อนอีก สุดท้ายไม่มีทั้ง “วัคซีน-เปิดเทอม”

29 พฤษภาคม 2564 – 18:40 น.

อ้างเลื่อนเปิดเทอมออกไป เพราะครูต้องฉีดวัคซีนโควิด19 สุดท้าย”วัคซีนทิพย์” ครูฝันสลาย บทวิเคราะห์ ชัยวัฒน์ ปานนิล

จึงต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกไป เพื่อความปลอดภัยและระวังป้องกันนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา ไม่ต้องเสี่ยงกับการติดเชื้อโควิด 19 และเพื่อให้มีระยะเวลารับการฉีดวัคซีนของครูและบุคลากรทางการศึกษา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : หลอกครูและคนทั้งประเทศ ‘เลื่อนการเปิดเทอมทิพย์’ อีกแล้ว

ดูเหมือนว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวย้ำเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564  อ้างศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.) ได้รับทราบให้สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จากวันที่ 1 มิถุนายน ออกไปอีก เป็นวันที่ 14 มิถุนายน 2564

ตามที่ ศธ.เสนอ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ยังมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จึงต้องเลื่อนการเปิดเทอมออกไป เพื่อความปลอดภัยและระวังป้องกันนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา ไม่ต้องเสี่ยงกับการติดเชื้อโควิด 19 และเพื่อให้มีระยะเวลารับการฉีดวัคซีนของครูและบุคลากรทางการศึกษา และรองรับการย้ายสถานศึกษาของนักเรียนในแต่ละช่วงชั้น

ก่อนหน้า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ณ ห้องประชุมจันทรเกษม นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตอบคำถามสื่อมวลชนภายหลังแถลงข่าว ถึงความคืบหน้าการเตรียมการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ว่าขณะนี้ ศธ.ยังกำหนดให้มีการเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2564 ในวันอังคารที่ 1 มิ.ย.นี้ แต่ยังมีความกังวล

เนื่องจาก ศธ.มีนักเรียนนักศึกษาในสังกัดจำนวนมากกว่า 8 ล้านคน ทำให้ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่อาจได้รับเชื้อโควิด 19 จึงพยายามผลักดันให้ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ทุกคน ทุกสังกัด ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันก่อนเปิดภาคเรียน


เนื่องจากครูต้องใกล้ชิดกับนักเรียนจำนวนมาก และยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครอง เมื่อเปิดภาคเรียนใหม่ จะสามารถลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อโควิด 19 ได้ระดับหนึ่ง อีกทั้งยังให้ความมั่นใจได้ว่า โรงเรียนมีมาตรการความปลอดภัยด้านสุขภาพ ซึ่งขณะนี้ ศธ.ได้เสนอมาตรการดังกล่าวให้ ศบค.ชุดเล็ก พิจารณา และผ่านการเห็นชอบแล้ว

ศธ.กำลังรวบรวมรายชื่อครูทุกอำเภอ ทุกสังกัด ส่งให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อจัดสรรวัคซีนให้ครูทั้ง 6 แสนกว่าคน คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จเร็วๆนี้ เพื่อพร้อมสำหรับการทยอยฉีดให้ทันก่อนการเปิดภาคเรียน (กำหนดเดิม วันที่ 1 มิถุนายน 2564)

หลอกแล้วหลอกอีก เลื่อนแล้วเลื่อนอีก สุดท้ายไม่มีทั้งวัคซีนและความหวังที่จะเปิดเรียน

หากนับตามเวลาจริง สมมุติว่า ครูทุกคนได้รับวัคซีนเข็มแรกในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 นับไปอีก 2-4 สัปดาห์ ก็จะได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 และหลังจากรับวัคซีนครบแล้ว ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการสร้างภูมิคุ้มกันล

เพราะฉะนั้น ครูที่ได้รับวัคซีนในวันที่ 1 มิถุนายน จะสามารถมีภูมิคุ้มกันได้เร็วที่สุด คือ 45 วัน หรือเดือนครึ่ง นับตามปฏิทิน คือ กลางเดือนกรกฎาคม จึงจะเป็นไปตามเงื่อนไข และสามารถเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัย

แต่ปัญหามีอยู่ว่า หลังจากที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ดำเนินการรวบรวมข้อมูลครู เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนให้กับครู ว่าต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป

หลอกให้รอ หลอกให้หวัง แถมยังมีข่าว รัฐบาล ชะลอการใช้งาน “หมอพร้อม” ยิ่งไปกันใหญ่ ที่ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้าก็หาย ที่ลงทะเบียนใหม่ก็ไม่เห็นอนาคต แล้วเด็กๆจะได้เปิดเทอมมาพบเพื่อนๆไหมหนอ