มงบ่ลง นางงาม “อายุเกิน” ตลาดลาวแคบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463104

มงบ่ลง นางงาม “อายุเกิน” ตลาดลาวแคบ

6 เมษายน 2564 – 14:59 น.

ตลาด “นางงามลาว” แคบ หาสาวงามประกวดเวทีอินเตอร์ยาก เปิดช่องสาว “อายุเกิน” เดินสายชิงมงกุฏ

++
ตลาดนางงามลาว เกิดความวุ่นวายเล็กๆ หลังจากคนในแวดวงนางงามฝั่งซ้าย ลุกขึ้นมาแฉว่า สาวสะหวันนะเขต ผู้ครองมงกุฎ Miss World Laos 2021 แจ้งอายุกับกองประกวดไม่ตรงกับอายุจริง 

มงบ่ลง นางงาม "อายุเกิน" ตลาดลาวแคบ

สุพาวะดี พงสะหวัน

พลันที่มีคนเปิดประเด็น โซเชียลลาวไม่จากสภาพ “ตลาดแตก” มีคนเข้ามาขุดคุ้ยประวัติเธอมากมาย ในที่สุด กองประกวดทนแรงกดดันไม่ไหว จึงยื่นโนติสให้เธอไปหาหลักฐานเรื่องอายุมาชี้แจงภายใน 14 วัน  

สุดท้าย ตัวนางงามเองก็ตัดสินใจขอสละตำแหน่ง และไม่ขอชี้แจงเรื่องอายุ คราวนี้คนในโซเชียลลาว แตกออกเป็น 2 ฝั่งคือ ชมเชยที่กล้ายอมรับผิด ขอถอดมงกุฎเอง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอม จบแบบนี้ได้ไง นี่คือปัญหาจริยธรรม     

ด้านกองประกวด Miss World Laos 2021 กำลังรอให้ลมพายุสงบ จึงจะประกาศแต่งตั้งมิสเวิลด์ลาวคนใหม่ ซึ่งจะเป็นตัวแทนสาวลาวไปประกวดรอบสุดท้ายที่เปอร์โตริโก

มงบ่ลง นางงาม "อายุเกิน" ตลาดลาวแคบ

คริสติน่า ลาชะสิมมา มิสยูนิเวิร์สลาว 2021 อายุก็เกือบเกิน

++
ไม่ใช่ครั้งแรก
++
ย้อนไปปี 2556 วงการนางงามลาวก็เคยมีปัญหา “นางงามอายุเกิน” เมื่อ “แหน่ง” หรือ จันดาลี สิดพะไซ ผ่านเข้ารอบ 20 คนสุดท้าย ในการประกวด “นางสาวลาว” 2556 แต่เจอพลเมืองเน็ตลาวจับโป๊ะเรื่องอายุเกิน เนื่องจาก “แหน่ง” แจ้งกองประกวดว่า อายุ 23 ปี     

จริงๆแล้ว “แหน่ง” ได้ตำแหน่ง Miss LUX ในวัย 18 ปี หากนับอายุจริง ในปีนั้น เธอน่าจะมีอายุ 26-27 ปี และไม่ทันที่กองประกวดจะดำเนินมาตรการอะไร แหน่งก็ถอนตัวออกจากเวทีนางสาวลาวทันที    

ทำนองเดียวกัน สุพาวะดี พงสะหวัน สาวสะหวันเขต แจ้งอายุกับกองประกวด Miss World Laos 2021 ว่า 26 ปี แต่สายสืบโซเชียลขุดประวัติสุพาวะดีว่า มีอายุจริงๆ 31 ปี แถมมีการงัดภาพเก่าๆ สมัยประกวด “นางสาวอาพอนลาว” และ “นางสาวปฏิทินเบียร์ลาว”    

“สุพาวะดี” หนีไม่ออก เพราะหลักฐานชัดแจ้ง จึงยอมสละตำแหน่ง และไม่ขออธิบายความเรื่องอายุ แม้กองประกวดจะให้เวลาเธอตัดสินใจ 14 วัน    

มีข้อน่าสังเกต “จันดาลี สิดพะไซ” เป็นลูกสาวอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศลาว และปัจจุบัน ญาติของเธอก็เป็นผู้ว่าฯแบงก์ชาติลาว เธอจึงอยู่ในแวดวงคนชั้นนำลาว    

“สุพาวะดี พงสะหวัน” ก็เติบโตมาจากตระกูล “พงสะหวัน” ที่เป็นเจ้าของกิจการธนาคาร และธุรกิจอื่นๆ อีกมากมายในลาว    

มงบ่ลง นางงาม "อายุเกิน" ตลาดลาวแคบ

สายแก้ว สีดาวง ขาใหญ่วงการนางงาม กำลังสวมมงกุฏให้สุพาวะดี

++
ธุรกิจขาอ่อนฝั่งซ้าย
++
10 ปีที่ผ่านมา สภาพสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ “ธุรกิจประกวดขาอ่อน” จากต่างประเทศมาเบ่งบานในแผ่นดินจำปาบาน    

รัฐบาลลาว จึงมอบความผิดชอบการประกวดสาวงาม จากระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรมและท่องเที่ยว ให้มาอยู่ในการดูแลของ “ศูนย์กลางชาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว” (ชปล.) โดยการประกวดนางงามทุกเวที จะต้องได้รับอนุญาตจาก ชปล.    

ปี 2559 “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” เจ้าของลิขสิทธิ์ Miss grand ได้เข้ามาเปิดตลาด Miss grand Laos โดยผ่าน หงคำ สุวันนะวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ทีวีลาว จำกัด และบริษัท มิสลาว จำกัด    

หลังจากนั้น ตลาดนางงามลาวก็เบ่งบาน มีทั้งเวที Miss Universe Laos ,Miss International Laos และ Miss World Laos นอกจากนี้ ก็ยังมีเวที Miss Tourism Queen Laos , Miss Teen Laos และ Miss Asia Global    

ส่วนนางงามในประเทศ ก็มี 2 เวทีหลักคือ “นางสาวลาว” (Miss Laos) และ “นางสาวนครหลวงเวียงจันทน์” (Miss Vientiane) ทั้งเวทีนางสาวลาว และนางสาวนครหลวงเวียงจันทน์ จะเน้นการรักษาวัฒนธรรมประเพณีลาว โดยเฉพาะชุด “อาภรณ์ลาว” จึงไม่มีการสวมชุดลอยน้ำหรือชุดว่ายน้ำ    

เวทีนางงามอินเตอร์ในลาว ค่อนข้างมีข้อจำกัดในเรื่อง “สาวงาม” ที่จะเข้าประกวด จึงมักใช้วิธีแต่งตั้งเสียเป็นส่วนใหญ่     

ยกตัวอย่างมิสยูนิเวิร์สลาว 2021 ก็มีการแต่งตั้ง “คริสติน่า ลาชะสิมมา ได้ครองมงกุฎ และเป็นตัวแทนสาวลาวไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2021 ที่สหรัฐ    

ขณะที่มิสเวิลด์ลาว 2021 มีการรับสมัครสาวงามและคัดเลือก 20 คน มาเก็บตัวและทำกิจกรรมนานนับเดือน กว่าจะได้ประกวดรอบสุดท้าย และได้สุพาวะดี พงสะหวัน เป็นมิสเวิลด์ลาว    

ด้วยข้อจำกัดเรื่องหาสาวงามเข้าประกวดยาก โดยเฉพาะเวทีอินเตอร์ จึงเกิดกรณีสาวงามอายุเกิน หรืออายุจริงผ่านตามกติกาแบบเฉียดฉิว

2 ศาล เห็นพ้อง “ยิ่งลักษณ์” ไม่ผิด “จำนำข้าว” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463102

2 ศาล เห็นพ้อง”ยิ่งลักษณ์ “ไม่ผิด “จำนำข้าว”

6 เมษายน 2564 – 14:25 น.

มีการมองว่าคำพิพากษาศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งคลังเรียกค่าเสียหาย”ยิ่งลักษณ์”กว่า 3.5 หมื่นล้าน แย้งกับคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่จำคุก 5 ปีแต่ที่จริงไม่ใช่ เพราะที่ศาลฎีกาฯชี้ว่า”ยิ่งลักษณ์”ผิด คือ”จีทูจี” ส่วน”จำนำข้าว”ไม่ผิด

พาดหัวรายงานข้างต้นไม่ได้เชียร์ “ยิ่งลักษณ์”

แต่มีที่มาจากการศึกษาคำพิพากษาศาลปกครองกลางและคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงอยากนำมาเสนอต่อสาธารณชนให้รับทราบ

กรณีศาลปกครองกลางพิพากษาเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่ให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 3.5 หมื่นล้านบาทเศษ 

สืบเนื่องจากกระทรวงการคลังกล่าวหาว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) ปล่อยให้มีการทุจริตใน”โครงการรับจำนำข้าว”และเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ราชการตามอำนาจหน้าที่

ซึ่งต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ยื่นฟ้อง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กับพวกต่อศาลปกครองกลาง และขอให้ศาลปกครองเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังดังกล่าวข้างต้น

คำพิพากษาศาลปกครองกลางซึ่งเป็นศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนคำสั่งของกระทรวงการคลัง ที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหาย ระบุดังนี้ 

 1.การดำเนิน“โครงการรับจำนำข้าว” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ต้องดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา ลำพัง  น.ส. ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ไม่มีอำนาจยับยั้ง“โครงการรับจำนำข้าว”ได้

2. น.ส. ยิ่งลักษณ์  มีอำนาจหน้าที่เพียงการกำกับดูแลนโยบายโดยทั่วไประดับมหภาคของโครงการ  ไม่อาจรับรู้รับทราบการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้กระทำผิดในระดับปฏิบัติ 

 3.เมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง, มีการใช้มาตรการทางอาญากับผู้ทุจริตหรือผู้กระทำผิด ควบคู่กับการใช้มาตรการทางปกครองตัดสิทธิผู้สวมสิทธิเกษตรกรที่เข้าร่วม“โครงการรับจำนำข้าว” จึงถือได้ว่าอดีตนายกฯ “มิได้เพิกเฉยละเลย แต่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่วิสัยและพฤติการณ์เพื่อป้องกันยับยั้งมิให้เกิดความเสียหายใน“โครงการรับจำนำข้าว”แล้ว

 4.ไม่มีหลักฐานแน่ชัดในชั้นการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้สั่งการทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นผู้มีส่วนร่วมโดยตรงในการกระทำละเมิด

นอกจากนี้ศาลปกครองยังให้เพิกถอนคำสั่ง ประกาศที่ยึดและอายัดทรัพย์สินของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ออกขายทอดตลาด

เมื่อคำพิพากษาศาลปกครองกลางออกมาเช่นนี้ ดูผิวเผินอาจมองว่าย้อนแย้งกับคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ให้จำคุก น.ส. ยิ่งลักษณ์ 5 ปี

แต่ที่จริงแล้วไม่ได้ย้อนแย้งกัน แต่คำพิพากษาของศาลปกครองกลางและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เห็นพ้องตรงกันด้วยซ้ำไป

เพราะว่าคดีอาญาที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้อง น.ส. ยิ่งลักษณ์ ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น มี 2 เรื่อง คือ

1. เรื่องโครงการรับจำนำข้าว

2 เรื่องระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือ“จีทูจี” 

 ในคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในส่วนที่เกี่ยวกับ“โครงการรับจำนำข้าว” ก็ระบุชัดว่า น.ส. ่ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้กระทำผิด ดังนี้

“ในการดำเนิน “โครงการรับจำนำข้าว” แม้จะพบความเสียหายหลายประการ เช่น การสวมสิทธิการรับจำนำ  การนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ ข้าวสูญหาย  การออกใบประทวนเป็นเท็จ, การใช้เอกสารปลอม,การโกงความชื้นและน้ำหนักเพื่อกดราคารับซื้อจากชาวนา ข้าวสูญหายจากโกดัง ข้าวเสื่อมสภาพ ข้าวเน่า ข้าวไม่ตรงตามมาตรฐานกระทวงพาณิชย์ 

ทั้งหมดนี้ เป็นความเสียหายที่เกิดจากฝ่ายปฏิบัติ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ในฐานะประธาน กขช. ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อป้องกันความเสียหายไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มโครงการ และเมื่อพบความเสียหายดังกล่าว ในขณะดำเนินโครงการก็ได้ทำการปรับปรุง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเป็นระยะๆเพื่อป้องกันความเสียหายแล้ว กรณีความเสียหายในส่วนนี้ยังฟังไม่ได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำเลย ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ”

ย้ำว่า..ในเรื่องที่กระทรวงการคลังเรียกค่าเสียหายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำนวนกว่า 3.5 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับ“โครงการรับจำนำข้าว”เท่านั้น เห็นได้จากคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ที่เพิกถอนคำสั่งของกระทรวงการคลัง  ระบุถึงแต่เรื่องความเสียหายที่เกิดจาก“โครงการรับจำนำข้าว” ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์  โดยไม่มีข้อความตรงไหนในคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่ระบุถึงเรื่อง“การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ “หรือ”จีทูจี”เลย   

และหากมองย้อนไป “เรื่องระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือ “จีทูจี”ไม่ได้มีการกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตั้งแต่ต้น ในชั้น ป.ป.ช. ที่ชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับ“โครงการรับจำนำข้าว”  ป.ป.ช. ไม่เคยไต่สวนหรือสอบ “ยิ่งลักษณ์ ”เกี่ยวกับเรื่องระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือ “จีทูจี” เลย

ข้อกล่าวหาทุจริต“ระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ“ หรือ”จีทูจี ”ต่อ น.ส. ยิ่งลักษณ์ เพิ่งเกิดขึ้นภายหลังที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไปแล้ว

โดยตอนแรกอัยการสูงสุดยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีแต่เรื่อง“โครงการรับจำนำข้าว”เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น  เพิ่งมาเพิ่มเรื่อง“ระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ” หรือ “จีทูจี”  เข้าไปในสำนวนคดีภายหลังในชั้นศาลหลังจาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด นายบุญทรงกับพวกเกี่ยวกับการทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี จึงมีการแตกประเด็นโยงมาถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วย

เช่นเดียวกับ “คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง” ของกระทรวงการคลัง ที่ตั้งขึ้น ก็สอบและสั่งให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ รับผิดชดใช้ความความเสียหายอันเกิดจาก”โครงการรับจำนำข้าว”เท่านั้น

อีกอย่างหนึ่งที่บ่งชี้ว่า คณะกรรมการฯที่แต่งตั้งขึ้น เรียกค่าเสียหาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณี“โครงการรับจำนำข้าว” คือตัวเลขค่าความเสียหายซึ่งสูงถึงกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท 

ซึ่งเมื่อนำไปเปรียบเทียบกรณีนายบุญทรงกับพวกฟ้องเพิกถอนคำสั่งของกระทรวงพาณิชย์ที่ให้นายบุญทรงกับพวกชดใช้(นายบุญทรงกับพวกแพ้คดี ) ต้องชดใช้ค่าเสียหายกรณีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือ “จีทูจี”เป็นหลักพัน-2 พันล้านบาท

ดังนั้นหากกรณี “ยิ่งลักษณ์”เป็นเรื่องเรียกค่าเสียหายจากการขายข้าว “จีทูจี ” ตัวเลขค่าเสียหายที่ต้องชดใช้ก็ต้องใกล้เคียงกับนายบุญทรงกับพวกคือหลักพัน-2 พันล้านบาท หรือต้องน้อยกว่า เพราะนายบุญทรงกับพวก เกี่ยวข้องกับสัญญาขายข้าวจีทูจีโดยตรงเป็น“ต้นธาร” แต่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ อยู่ห่างออกมา 

ดังนั้นด้วยเหตุฉะนี้คำพิพากษาของศาลปกครองกลางและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาที่ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ผิดใน“โครงการรับจำนำข้าว” จึงสอดคล้องตรงกัน

ส่วนที่มีการพูดถึงว่า ทำไมไม่นำคลิปที่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เห็น“เอ็มโอยู” ซึ่งที่จริงแล้วคือสัญญาขายข้าว“ จีทูจี” นำเสนอต่อศาลปกครองกลางในคดีที่ น.ส. ยิ่งลักษณ์  ฟ้องเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่เรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายกว่า  3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจมีผลทำให้คำพิพากษาศาลปกครองกลางเปลี่ยนแปลงไปนั้น

ที่จริงเป็นคนละเรื่องกัน เพราะคลิปดังกล่าว เป็นการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ “การระบายข้าวแบบต่อรัฐต่อรัฐ” หรือ “จีทูจี” แต่เรื่องที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลปกครองกลาง คือ การเรียกค่าเสียหาย น.ส. ยิ่งลักษณ์ เกี่ยวกับ“โครงการรับจำนำข้าว”เท่านั้น

แต่ที่ “ยิ่งลักษณ์”ผิด คือในส่วนของทุจริต“ระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ”หรือ“จีทูจี” ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ กระทำผิด  โดยระบุในคำพิพากษาว่า

1.การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เป็นการขายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมีการแอบอ้างสัญญาแบบรัฐต่อรัฐ เพื่อนำข้าวมาเวียนขายให้แก่ผู้ค้าข้าวภายในประเทศ อันเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยทุจริต

2.ในเรื่องนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้นำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจให้จำเลยทราบรายละเอียดและวิธีการขายที่ไม่เป็นไปตามแนวปฏิบัติของการขายแบบรัฐต่อรัฐ

3. ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้นายบุญทรง ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ  แต่คณะกรรมการล้วนแต่เป็นข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การบังคับบัญชาของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์  และทำการตรวจสอบไม่ตรงตามประเด็นที่อภิปราย แสดงว่าไม่ตั้งใจสอบอย่างจริงจัง

4. ตามพฤติการณ์ แสดงให้เห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ (จำเลย ) ทราบว่าสัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ระงับยับยั้ง ปล่อยให้มีการส่งมอบข้าวตามสัญญา อันเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

การกระทำของจำเลย(น.ส.ยิ่งลักษณ์ ) จึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 123/1ลงโทษจำคุก 5 ปี 

ดังนั้นคำพิพากษาศาลปกครองกลางที่ให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท โดยเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้กระทำผิดในเรื่องโครงการรับจำนำข้าว จึงไม่มีผลใดๆต่อคำพิพากษาในคดีอาญาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ลงโทษจำคุก น.ส. ยิ่งลักษณ์  5 ปี เพราะเป็นเรื่องของการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตในเรื่อง “การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ”หรือ“จีทูจี” ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันกับเรื่อง“จำนำข้าว”

ประเด็นต่อมา หากต่อไปศาลปกครองสูงสุดยืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ที่ให้เพิกถอนคำสั่งของกระทรวงการคลังที่ให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายจำนวนกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท กระทรวงการคลังต้องคืนทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้ดำเนินการยึดและขายทอดตลาดไปก่อนหน้านี้

ก่อนหน้านี้กรมบังคับคดี เคยออกเอกสารเผยแพร่ข่าวการดำเนินการบังคับคดีกับทรัพย์สินของ น.ส. ยิ่งลักษณ์  ณ วันที่ 17 ธ.ค. 62  ว่า…

กรณี “คดีจำนำข้าว”  ได้ดำเนินการยึดทรัพย์สินของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ได้เกือบ 200 ล้านบาท

โดยมีรายละเอียดคือ อายัดเงินฝากในบัญชีธนาคาร หน่วยลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์และกองทุนต่าง ๆ ได้เงินจำนวน 7,93 ล้านบาทและส่งเงินให้กระทรวงการคลังไปแล้ว 

นอกจากนี้ยึดที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดอีกหลายรายการ รวมราคาประเมินทรัพย์สินเป็นเงิน 199,230,779.50 บาท 

กรมบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์สินได้แล้ว 3 รายการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 49.51 ล้านบาท และทรัพย์สินรายการที่เหลืออยู่ในขั้นตอนของการประกาศขายทอดตลาด

หากคืนทรัพย์สินที่ยึดไม่ได้ กระทรวงการคลังต้องชดใช้เงินแทนเท่าจำนวนราคาทรัพย์ที่ยึดไป 

หากกระทรวงการคลังเพิกเฉยไม่ยอมคืนทรัพย์สินที่ยึดหรือชดใช้ราคาทรัพย์สิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ สามารถฟ้องต่อศาลปกครองขอให้พิพากษาให้กระทรวงการคลังคืนทรัพย์สินหรือชดใช้ราคาทรัพย์สินได้  

คำถามสุดท้ายในเรื่องนี้คือ เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ 5 ปี ในเรื่องทุจริต“ระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ”หรือ “จีทูจี” ทำไมรัฐบาลไม่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกชุดเพื่อเรียกค่าเสียหาย น.ส. ยิ่งลักษณ์ กรณีสัญญาขายข้าว“ จีทูจี” 

ย้อนรอย “ขันแดง” แสลงใจ งานนี้ “โทนี่” ไม่พลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463074

ย้อนรอย “ขันแดง” แสลงใจ งานนี้ “โทนี่” ไม่พลาด

6 เมษายน 2564 – 11:59 น.

ตำนาน “ขันแดงแสลงใจ” ผู้นำประเทศ วันนี้ กลับมี “ขันป้อม” โผล่มาต้อนรับสงกรานต์โควิด คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ใกล้สงกรานต์ ชาวบ้านร้านถิ่นเตรียมตัวกลับบ้านไปกราบพ่อแม่ สรงน้ำพระ และเล่นสาดน้ำกันประมาณ รักษาระยะห่างป้องกันโควิด ตลาดเพลงลูกทุ่ง คึกคักด้วยเพลงโจ๊ะๆ ที่ผลิตออกมารื่นเริงในปีใหม่ไทย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “ประวิตร”เอาแบบ’ทักษิณ’แจกขัน3สีชาวบ้านผ่าน”ส.ส.พปชร.”ช่วง “สงกรานต์”

ย้อนรอย "ขันแดง" แสลงใจ งานนี้ "โทนี่" ไม่พลาด

ขันแดงของทักษิณ    

นาทีนี้ ลำไย ไหทองคำ นำเพลงดังในอดีต “โบว์แดงแสลงใจ” มากลับมาคัฟเวอร์ใหม่ เพลงสนุกๆ ที่ครั้งหนึ่งถูกแปลงเป็น “เพลงล้อการเมือง”    

ถ้ายังจำกันได้ สงกรานต์ปี 2559 กลุ่มวงดนตรีไฟเย็น ที่ลี้ภัยอยู่ในลาว ได้ทำคลิปเพลง “ขันแดงแสลงใจ” ที่ดัดแปลงทำนองมาจากเพลง “โบว์แดงแสลงใจ” ปรากฏว่า เพลงแปลงใต้ดินเพลงนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว    

ตอนแรกไม่มีใครทราบว่า นักร้องหญิงที่ร้องเพลงขันแดงแสลงใจเป็นใคร? ต่อมา กลุ่มไฟเย็น ได้เผยโฉมหน้าคนร้องคือ แยมมี่ หรือ รมย์ชลี สมบูรณ์รัตนกูล ซึ่งวันนี้ ลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศส    

จากเพลงขันแดงแสลงใจ ที่แสลงหู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยเป็นหัวหน้า คสช. ก็มาถึงข่าว “ขันป้อม” ใน พ.ศ.นี้ 

ย้อนรอย "ขันแดง" แสลงใจ งานนี้ "โทนี่" ไม่พลาด

แยมมี่ แจ้งเกิดจากเพลง “ขันแดงแสลงใจ”

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2564 หลังการประชุม ส.ส. เจ้าหน้าที่พรรคพลังประชารัฐ ได้แจกจ่ายขันน้ำพลาสติกให้กับ ส.ส.เขต ขันน้ำมี 3 สี ได้แก่ เขียว น้ำเงิน และม่วง พร้อมกับข้อความข้างขันว่า “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค” และ “สุขสันต์วันสงกรานต์ ปีใหม่ไทย”     

ไม่ทันข้ามคืน เรื่อง “ขันป้อม” และ “ขันแม้ว-ปู” ก็ถูกโจษขานกันดังอึงมี่ในสื่อโซเชียล 

++
จับขันแดง
++
วันที่ 28 มี.ค.2559 มีรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร มทบ.33 ได้เชิญตัวชาวบ้านผู้ครอบครองขันน้ำสีแดงคนหนึ่งที่อยู่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ มาสอบถามที่ไปที่มาของขันแดง ซึ่งเจ้าตัวได้ชี้แจงไปว่า ได้รับแจกมา และน่าจะเป็นของพรรคการเมือง เห็นว่าเป็นการส่งขันเพื่อให้มีการเล่นน้ำสงกรานต์อย่างประหยัด จึงได้รับมา และไม่ได้คิดอะไรนำมาโพสต์กันในกลุ่มเพื่อนจนเป็นข่าวขึ้นมา     

นั่นคือที่มาของข่าวขันแดง เริ่มจากสาวเชียงใหม่โพสต์ภาพคู่ขันแดง ที่มีข้อความอวยพรสงกรานต์ของทักษิณ ชินวัตร และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี    

แล้วตำรวจ สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เชิญตัว “สาวขันแดง” มาสอบสวน พร้อมแจ้งข้อหาผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 พร้อมนำตัวส่งศาลทหารจังหวัดเชียงใหม่ มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ เพื่อพิจารณาคดี สาวให้การปฏิเสธ ญาติยื่นประกันตัวใช้หลักทรัพย์เงินสด 1 แสนบาท    

ย้อนรอย "ขันแดง" แสลงใจ งานนี้ "โทนี่" ไม่พลาด

โอ๊ค พานทองแท้ แซวขันลุงป้อม

จังหวะนั้นเอง กลุ่มแดงใต้ดินก็ฉวยจังหวะอัพเพลง “ขันแดงแสลงใจ” ขึ้นยูทูบทันที โดยแปลงมาจากเพลงโบว์แดงแสลงใจ (ต้นฉบับพาเมล่า เบาว์เด้น)    

ยังไม่จบแค่นั้น ทหาร-ตำรวจเมืองน่าน เข้าตรวจค้นบ้าน สิรินทร รามสูต อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย พบขันน้ำสีแดงเกือบหมื่นใบ โดยมีข้อความเขียนข้างขันน้ำว่า “สุขสันต์วันสงกรานต์ปีใหม่ 2559” และ “แม้สถานการณ์จะร้อน ขอให้พี่น้องได้รับความเย็นจากน้ำ ผ่านขันใบนี้ด้วยครับ” พร้อมลายเซ็นของอดีตนายกรัฐมนตรี     

ที่น่าสนใจ ปลายเดือน เม.ย.2559 เจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 31 และตำรวจนครสวรรค์ กว่า 300 นาย ตรวจค้นบ้านพักของ วีระกร คำประกอบ ได้พบขันน้ำสีแดงบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเวลานั้น “วีระกร” ยังเป็นอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย     

ไม่ทราบว่า วันนี้ “วีระกร” เป็น ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ จะขน “ขันป้อม” ไปแจกชาวบ้านกี่ใบ? 

ย้อนรอย "ขันแดง" แสลงใจ งานนี้ "โทนี่" ไม่พลาด

ขันน้ำของลุงป้อม

++
ขันไม่ขัน
++
วันที่ 3 เม.ย.2559 ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม thaksinlive เกี่ยวกับกรณีตำรวจ-ทหาร ยึดขันน้ำสีแดง ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวพอประมาณ    

“..ขันน้ำอันไม่กี่บาท เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทุกวันสงกรานต์ ผมจะต้องทำของมาแจกทุกปีอยู่แล้ว แจกมาเป็นสิบๆรอบ ไม่เห็นเคยมีปัญหาทำให้ความมั่นคงของชาติ จะสั่นคลอนไปแต่อย่างใด..”    

ตอนนั้น ขันน้ำสีแดงได้กระจายผ่านอดีต ส.ส.เพื่อไทย ทั้งภาคเหนือ และภาคอีสาน ตำรวจ-ทหาร ก็ตามกวาดจับขันแดงในทุกหมู่บ้าน     

นอกจากนั้น การเมืองเรื่อง “ขันแดง” ทำให้ นพดล กรรณิกา สำนักวิจัยซุปเปอร์โพลล์สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “พฤติกรรมการติดตามข่าวสารของประชาชน กับ ขันแดงทักษิณ” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 63.5 ไม่เห็นด้วยต่อการแจกขันแดงทักษิณ เพราะจะทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย     

จะรอดูซุปเปอร์โพล จะสำรวจความคิดเห็นชาวบ้านเรื่อง “ขันป้อม หรือไม่? ทำนองเดียวกัน “ขันป้อม” ก็กลายเป็นประเด็นการเมืองเช่นกัน     

เมื่อ 6 เม.ย. 2564 พานทองแท้ ชินวัตร ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ Oak Panthongtae @oak_ptt ระบุว่า “เทศกาลสงกรานต์ ลุงถือโอกาสแจกขัน แนะนำอาชีพใหม่ให้คนไทย #เนียนนะลุง คนไทยเคยทำมาค้าขายพอลุงยึดอำนาจ เปลี่ยนเป็น ขายรถ ขายบ้าน ขายที่ ขายสมบัติเก่ากินกันเป็นแถว อยู่มา 7 ปี ลุงแจกขันทีนึง 2ล้านใบ หากอยู่จนครบเทอม คนไทยถือขันกันทั้งประเทศ แล้วใครจะเป็นคนหยอดเงินครับลุง”    

การเมืองเรื่องขันน้ำพลาสติก จากอดีตถึงปัจจุบัน จึง “เละตุ้มเป๊ะ” ด้วยประการฉะนี้ 

เรือล่มน้ำงึม “อดีตผู้นำลาว” สูญเสียภรรยา-ลูก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463011

เรือล่มน้ำงึม “อดีตผู้นำลาว” สูญเสียภรรยา-ลูก

5 เมษายน 2564 – 15:10 น.

อาถรรพ์น้ำงึม เรือสำราญแดนสะหวันล่มกลางพายุ พราก 6 สมาชิกครอบครัว “ท่านจูมมะลี ไชยะสอน” อดีตประธานประเทศลาว

++
สำนักข่าวสารประเทศลาว รายงานว่า เช้าวันที่ 4 เม.ย.2564 ได้เกิดอุบัติเหตุเรือท่องเที่ยวล่ม บริเวณอ่างน้ำงึม เมืองทุละคม แขวงเวียงจันทน์

เรือล่มน้ำงึม "อดีตผู้นำลาว" สูญเสียภรรยา-ลูก

ท่านจูมมะลี ไซยะสอน อดีตประธานประเทศลาว ปลอดภัย

ท่านคำพัน สิดทิดำพา เจ้าแขวงเวียงจันทน์ กล่าวว่า เหตุการณ์เรือล่มครั้งนี้ เกิดขึ้นเพราะฝนตก มีพายุลมแรงพัดเรือท่องเที่ยวพลิกคว่ำ เรือลำนี้ มีผู้โดยสาร 39 คน หลังเกิดเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าช่วยเหลือผู้โดยสาร สามารถช่วยผู้ที่รอดชีวิตไว้ได้ 31 คน และมีผู้เสียชีวิต 8 คน    

มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ครอบครัวของท่านจูมมะลี ไซยะสอน อดีตประธานประเทศ สปป.ลาว เดินทางมาพักผ่อนที่โรงแรมแดนสะหวัน-น้ำงึม โดยมีแผนการลงเรือไปท่องเที่ยวรอบอ่างน้ำงึม    

จากเหตุการณ์เรือล่ม ท่านจูมมะลี ได้รับการช่วยเหลือและนำตัวส่ง รพ.ในนครหลวงเวียงจันทน์ แพทย์ได้ดูแลอย่างใกล้ชิด ท่านจูมมะลีปลอดภัยแล้ว    

เรือล่มน้ำงึม "อดีตผู้นำลาว" สูญเสียภรรยา-ลูก

งานบำเพ็ญกุศลศพ ท่านนางแก้วสายใจ ไซยะสอน พร้อมบุตรชาย วิดง ไซยะสอน และภรรยา

ส่วนท่านนางแก้วสายใจ ไซยะสอน ภริยาท่านจูมมะลี และท่านวิดง ไซยะสอน อดีตเจ้าแขวงเวียงจันทน์ บุตรชายท่านจูมมะลี เสียชีวิตพร้อมกับเครือญาติอีก 4 คน ขณะนี้ ทางการลาวได้นำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 6 คน ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่สโมสรกระทรวงป้องกันประเทศ ค่ายโพนเค็ง    

สำหรับผู้เสียชีวิตอีก 2 รายนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับครอบครัว “ไซยะสอน” ได้แยกไปจัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพต่างหาก 

++
ครอบครัวไซยะสอน
++
ท่านจูมมะลี ไซยะสอน เป็นชาวลาวเผ่าลาวลุ่ม เกิดในครอบครัวชาวนาที่บ้านวัดเหนือ เมืองไซเสดถา แขวงอัดตะปือ ประเทศลาว    

เรือล่มน้ำงึม "อดีตผู้นำลาว" สูญเสียภรรยา-ลูก

เรือท่องเที่ยวของโรงแรมแดนสะหวันล่ม

ในการประชุมของคณะกรรมการกลางพรรคสมัยที่ 8 เมื่อวันที่ 21 มี.ค.2549 ท่านจูมมะลี ไซยะสอน ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาชนปฏิวัติลาว และการประชุมสภาแห่งชาติชุดที่ 6 เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ปีเดียวกัน ที่ประชุมได้ลงมติเลือกให้เข้ารับตำแหน่งประธานประเทศ ต่อจากท่านคำไต สีพันดอน นับเป็นประธานประเทศ คนที่ 6 แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว    

ท่านวิดง ไซยะสอน บุตรชายของท่านจูมมะลี ถือว่าเป็นนักการเมืองหนุ่มรุ่นใหม่ เคยเข้ารับตำแหน่งเจ้าแขวงเวียงจันทน์ แต่โชคร้ายต้องประสบเหตุเรือล่ม ทำให้ท่านวิดง และภรรยาเสียชีวิต พร้อมกับมารดา-แก้วสายใจ ไซยะสอน

ค่าย “เต้น” เมิน “ม็อบตู่” แดงตัดแดง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463005

ค่าย “เต้น” เมิน “ม็อบตู่” แดงตัดแดง

5 เมษายน 2564 – 14:03 น.

ส่องม็อบไล่ประยุทธ์ มีแต่แดงสาย “ตู่”  ไม่เห็นแดงสาย “เต้น” แถมเหลือง “พิภพ” หลบหน้า คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เป็นที่ทราบกันดีว่า สำนักข่าว “ยูดีดีนิวส์ – UDD news” คือกระบอกเสียงของ นปช. ปีก “เสี่ยเต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โดยมี ธิดา ถาวรเศรษฐ เป็นแม่งานใหญ่ ซึ่งทุกครั้งที่มีการชุมนุมของกลุ่มราษฎร หรือกลุ่มเยาวชนปลดแอด ทีมงานยูดีดีนิวส์จะถ่ายทอดสดผ่านแฟนเพจและช่องยูทูบทุกนัด    

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ไหวมั้ยวัดกำลัง “ม็อบตู่”  “แดง” เมิน “เหลือง” มึน

ค่าย "เต้น" เมิน "ม็อบตู่" แดงตัดแดง

เต้น ขอเคียงข้างม็อบสามนิ้ว

ขณะที่การชุมนุมสามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย ไล่ประยุทธ์ ที่สวนสันติพร ของกลุ่ม “เสี่ยตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ ทีมงานยูดีดีนิวส์ ไม่ได้เดินทางไปรายงานข่าว และไลฟ์มาให้คนเสื้อแดงได้ชมเหมือนม็อบเยาวชน    

ตรงกันข้าม แฟนเพจยูดีดีนิวส์ กลับประโคมการข่าวการนัดชุมนุมของกลุ่มภาคีศาลายาเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 10 เม.ย.2564 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย    

ภาคีศาลายาเพื่อประชาธิปไตย เป็นการร่วมมือกันของนักศึกษา และคนเสื้อแดงฝ่ายก้าวหน้า ที่ยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง 1 ความฝันคือ 1.ประยุทธ์ต้องลาออก 2.ยกเลิก สว. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 3.ยกเลิก112 ปล่อยนักโทษ ม.112 ทุกคน และ 1 ความฝัน ปฎิรูปสถาบันกษัตริย์    

สอดรับกับแนวคิดของ “เสี่ยเต้น” ที่ประกาศขอยืนเคียงข้างพลังคนรุ่นใหม่ ในวันที่แถลงข่าวหลังการได้รับอิสรภาพอย่างเป็นทางการ

ค่าย "เต้น" เมิน "ม็อบตู่" แดงตัดแดง

ธิดา เตรียมแผนม็อบ 10 เมษา

++
แดงก้าวหน้า
++ 
ระหว่างที่ “เสี่ยเต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ยังอยู่ในเรือนจำ ก็มีปรากฏการณ์ “ม็อบสามนิ้ว” ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนเสื้อแดงเป็นอย่างยิ่ง    

ธิดา ถาวรเศรษฐ ได้ใช้สื่อออนไลน์ UDD news เสนอข้อความคิดความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ม็อบราษฎร ม็อบปลดแอก ม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง    

พูดง่ายๆว่า นปช.ปีก “เต้น ธิดา เหวง” หนุนแนวคิดคนรุ่นใหม่ “แม้พวกคุณจะเป็นเยาวชน  แต่คุณมีต้นทุนและมีผู้สนับสนุนอยู่มากมาย  กล้าไปเลย..”    

ตรงกันข้ามกับ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน  นปช. ที่เฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk เกือบทุกวัน โดยวิพากษ์วิจารณ์ขบวนการเยาวชนปลดแอก สร้างความไม่พอใจให้คนเสื้อแดงบางกลุ่ม ถึงกับยัดเยียดคำว่า “สลิ่ม” ให้ประธาน นปช.    

กระแสเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวประธาน นปช. เริ่มก่อหวอดในกลุ่มแดงก้าวหน้า แม้ว่า ธิดาจะเห็นด้วยกับเสียงเรียกร้องดังกล่าว แต่ก็ไม่กล้าแตกหักกับปีกจตุพร จึงทำให้แค่ “ธิดาโพลล์” กลบเกลื่อนความขัดแย้งภายในแกนนำ นปช.    

สบจังหวะ “เสี่ยเต้น” ได้อิสรภาพ พวกเขาเลยถือโอกาสแสดงจุดยืนหนุนขบวนการคนรุ่นใหม่ ได้ใจกองเชียร์ม็อบสามนิ้วไปเต็มๆ  

ค่าย "เต้น" เมิน "ม็อบตู่" แดงตัดแดง

ตู่ ขอชิมลางม็อบ 3 วัน

++
ส่องม็อบตู่
++
เริ่มต้นไปแล้ว ม็อบรวมทุกสีเสื้อ “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” บริเวณสวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ปรากฏว่า มีความหลากสีเสื้อเฉพาะผู้ปราศรัยบนเวที แต่ด้านล่างก็ยังเป็นคนเสื้อแดง สายตู่ จตุพร    

เนื่องจาก “เสี่ยตู่” มีสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่องพีซทีวี เป็นกระบอกเสียง จึงดึงดูดคนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งให้มาร่วมกิจกรรมอยู่เนืองๆ แม้จะย้ายจากชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว ไปอยู่รามอินทรา 40 เอฟซีเสื้อแดงก็ไม่ห่างหายไป    

บนเวทีม็อบรวมสีเสื้อ มีทั้งจตุพร พรหมพันธุ์ ,อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, วีระ สมความคิด ,ธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ ,การุณ ใสงาม, ไทกร พลสุวรรณ ,สมบูรณ์ ทองบุราณ และชินวัตร จันทร์กระจ่าง     

เฉพาะหน้านี้ “เสี่ยตู่” วางแผนชุมนุมต่อเนื่อง 3 วัน(4-7 เม.ย.) โดยจะเว้นวันที่ 6 เม.ย. เนื่องจากมีแนวร่วมจัดงานเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ     

ที่ขาดหายไปจากเวทีม็อบไล่ประยุทธ์คือ พิภพ ธงไชย และกลุ่มเพื่อนอานันท์ ซึ่งเป็นไปตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่า พิภพ ธงไชย และปรีดา เตียสุวรรรณ์ ไม่เห็นด้วยกับยุทธวิธีของ “เสี่ยตู่” และ “เสี่ยอดุลย์”    

นัยว่า สมาชิกกลุ่มเพื่อนอานันท์ ยังกังขาความสัมพันธ์ระหว่าง “เสี่ยตู่” กับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และเผด็จ ภูรีปติภาณ คอลัมนิสต์นามปากกา “พญาไม้” จึงขอดูอยู่ห่างๆ 

“ลุงตู่” ในสมรภูมิม็อบ “แก้รธน.- ยุบสภา” ยาวไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462987

“ลุงตู่” ในสมรภูมิม็อบ “แก้รธน.- ยุบสภา”  ยาวไป 

5 เมษายน 2564 – 11:26 น.

“ลุงตู่” ในสมรภูมิม็อบ “แก้รธน.- ยุบสภา”  ยาวไป  คอลัมน์… วิเคราะห์การเมืองร้อน

 
ใครที่เห็นปรากฎการณ์ ไล่นายกฯ “พล.อ.ประยุทธ์” ของ “กลุ่มจตุพร” ต้องบอกว่าไม่ปัง 
เนื่องจากขาดเงื่อนไขที่สุกงอม และปัจจัยร่วมอีกหลายประการ เลยทำให้ก ลุ่มต่างๆ ที่มีศักยภาพไม่ได้เข้าร่วม 

เอาแค่กลุ่มคนเสื้อแดงในภาคต่างๆ ที่มี “แรมโบ้ อีสาน –  “เสกสกล อัตถาวงศ์” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ คอยประสานให้ออกมาแถลงข่าวว่าไม่เข้าร่วม ยิ่งทำให้คนที่ลังเลและไม่ตัดสินใจยังนิ่งอยู่กับที่รอดูท่าทีกันก่อน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “แรมโบ้” ยัน นายกฯและรัฐบาลไม่เคยหยุดคิดหามาตรการช่วยประชาชนที่เดือดร้อน 

ที่สำคัญ กลุ่มคนกันเองอดีต นปช.อย่าง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ , เหวง โตจิราการ , ธิดา ถาวรเศรษฐ กลุ่มนี้ “สายตรงโทนี่ดูไบ”  ยังนิ่งเงียบ  

ฉะนั้นกลุ่มเสื้อแดง นปช.กลุ่มใหญ่ที่สุดคือ กลุ่มณัฐวุฒิ หากไม่เคลื่อน มวลชนก็ไม่ตาม จะมีเพียงเสื้อแดงปทุมและเสื้อแดงนนท์ ที่เคยมาร่วมกับม็อบเด็ก 3 นิ้วเท่านั้นที่มาประจำ ซึ่งไม่ได้มีพลังอะไร  

ดังนั้นบนเวที “จตุพร” แทนที่จะขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ กลายเป็นไปขับไล่ “แรมโบ้อีสาน” เกลอเก่าเสียงั้น เพราะว่า แรมโบ้ มีบทบาทสูงมากในการออกมาต่อต้านกลุ่มจตุพร ทั้งบนดินและใต้ดิน ภายใต้การบัญชาเกมของ 2 เสธ.เคียงกายนายกฯคือ “เสธ.เก๋” และ”เสธ.มิตร”  

การชุมนุมแบบไร้พลังที่สวนสันติพร จบลงอย่างเรียบง่าย แม้นจะมี  พิภพ ธงไชย และ วีระ สมความคิด มาร่วม ก็ไม่ได้ทำให้ฝ่ายรัฐบาลหนักใจเพราะทั้งสองคนนี้ ไม่มี”มวลชน”ให้การสนับสนุน  

ยิ่งเนื้อหาในการขับไล่ “พล.อ.ประยุทธ์” ขาดชุดความคิดที่ตกผลึกและชัดเจนก็ยิ่งทำให้การขับไล่พล..ประยุทธ์ ขาดความชอบธรรม และขาดการมีส่วนร่วมของม็อบกลุ่มอื่นๆ 
 
ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ชื่อของ “จตุพร” ในแวดวงเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น ขายไม่ได้ ขายไม่ออก ด้วยปรากฎว่าจุดยืนนั้นไม่ได้อยู่กับร่องกับรอย ขนาดทักษิณ ชินวัตร นายใหญ่ นายเก่า “จตุพร” ยังหักหลัง ในสนามเลือกตั้งนายกอบจ.ที่เชียงใหม่ จตุพรก็ทำมาแล้ว ฉะนั้นคนอื่นๆ จึงหนีห่าง ไม่ยอมเอาตัวมาเกลือกกลั้วด้วย 
 
เชื่อว่า ม็อบจตุพร จะไม่ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ เสียสมาธิ เพราะพรรคร่วมรัฐบาลต้องการเพียงเดินหน้าแก้ไขกติกาการเลือกตั้ง จากนั้น ก็จะนำไปสู่การยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่  

และด้วยเงื่อนไขของ 250 ส.ว. จะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง ที่สำคัญจะมีพรรคการเมืองเพิ่มอีกหลายพรรคเพื่อให้เป็นตัวเลือกในการที่พรรคพลังประชารัฐ จะเลือกมาร่วมรัฐบาล อย่างพรรคไทยสร้างไทย เป็นต้น. 

‘โหรฟองสนาน’ เผย ‘พรรคประชาธิปัตย์’ อายุย่าง 76 ปี-เริ่มสามปีของวาระปรับตัวครั้งใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462933

‘โหรฟองสนาน’ เผย ‘พรรคประชาธิปัตย์’ อายุย่าง 76 ปี-เริ่มสามปีของวาระปรับตัวครั้งใหญ่

4 เมษายน 2564 – 15:49 น.

‘โหรฟองสนาน’ เผย ‘พรรคประชาธิปัตย์’ อายุย่าง 76 ปี-เริ่มสามปีของวาระปรับตัวครั้งใหญ่

“โหรฟองสนาน” เปิดเผยคำทำนายผ่านบทความ แม่หมอสมัครเล่นตอนที่370 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ ปชป.-เริ่มสามปีของวาระปรับตัวครั้งใหญ่

'โหรฟองสนาน' เผย 'พรรคประชาธิปัตย์' อายุย่าง 76 ปี-เริ่มสามปีของวาระปรับตัวครั้งใหญ่

ลัคนาสถิตราศีกันย์ ธาตุดิน

ทักษาเดิมตกภูมิศุกร์-ตั้งแต่ 5 เมษา 64 อายุเต็ม 75 ปี อายุย่าง 76 ปี ทักษาจรตกภูมิจันทร์

มฤตยูจร(0) เดินอยู่ในราศีเมษ-พระเสาร์ศรีจร 7 เดินอยู่ในราศีมังกร 5 เมษา 64-5 เมษา 65

5 เมษายน 2564-สุขสันต์วันเกิดครบ 75 ปี พรรคประชาธิปัตย์

ฤกษ์กำเนิดพรรคนี้อาจแตกต่างกันไปสุดแต่โหรท่านใดจะเลือกใช้ตามถนัด แต่ผู้เขียนขออ้างอิงและใช้ข้อมูลที่-พลูหลวง-ครูโหรผู้ล่วงลับให้ไว้ในหนังสือชื่อ-โหราศาสตร์-พิชัยสงคราม-ดวงเมือง เป็นฐานคือ พรรคกำเนิดจากการประชุมกันของคณะผู้ก่อตั้งครั้งที่สองจำนวน 50 คน ที่คฤหาสน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และตกลงกันได้เวลาใกล้ค่ำ ของวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2489 ผูกดวงชะตาแล้วลัคนาสถิตราศีกันย์ ธาตุดิน

อ่านพื้นฐานชะตากำเนิดแบบคร่าวๆคือลัคนาสถิตธาตุดินถูกโฉลกกับแม่ธรณีเป็นสัญญลักษณ์-ผู้นำแม้จะเป็นชายก็ถูกโฉลกกับคนที่ภาพภายนอกดูแล้วออกแนวสุภาพเรียบร้อย-เรียนรู้ได้เร็วแต่มักทำช้าเพราะเป็นจอมละเอียด-พูดเก่ง (ได้ตรีโกณฑ์ธาตุลม)-แก่กฎหมาย หรือหัวหมอ (พฤหัสบดี 5 นำหน้าลัคนาฯลฯ และต่อไปนี้คือหลักใหญ่ของความเป็นไปของชะตาพรรคที่ผ่านมาและกำลังจะเป็นไปตามหลักโหร-ทักษา

1.ตั้งแต่ประมาณมีนาคม 2559 มาแล้วที่พรรคเจอปราฎการณ์หากเป็นคนคือแตกแยกระหว่างพี่น้อง หรือเพื่อนสนิท หรือยุ่งยากมรดก(แก่งแย่ง)-การเงิน หรือเจอเข้ากับอำนาจลึกลับ (มฤตยูจร 0 เดินอยู่ในภพที่แปด-มรณะ )

อีกทั้งต้องปฏิวัติ(สูงกว่าปฏิรูป)พื้นฐานของพรรคทั้งหมด รวมทั้งบรรดาหุ้นส่วนหรือผู้มีส่วนได้เสียในพรรคทั้งหลาย (พระมฤตยูจรเล็งพฤหัสบดีดวงเดิม)และปฏิวัติความเป็นไปในพรรค-การเงินหรือผู้สนับสนุนทางการเงิน(มฤตยูจรทับพระศุกร์ดวงเดิม)

เกณฑ์นี้ถ้าเป็นคนผู้เขียนจะบอกว่าถ้ารู้สึกอึดอัดหรือคิดแล้วว่าไม่ใช่ในเรื่องทั้งหลายข้างต้นให้รีบปฎิวัติตัวเอง ไม่เช่นนั้นจะถูกปฏิวัติ หรือหากฝืนได้ก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเจ็บปวด

ครั้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาพรรคประชาธิปัตย์ได้รักษาความเก๋าไว้เหนียวแน่นแต่เมื่อสะสมพลังของการเปลี่ยนแปลงได้ที่แล้ว(อาการของมฤตยู)ผลก็ระเบิดออกมาคือการเลือกตั้งครั้งล่าสุด24 มีนาคม 2562 ล็อคก็ถล่มใส่เช่นกรุงเทพฯสอบตกหมด-ฐานภาคใต้ถูกเจาะ-ภาคเหนือเหลือส.ส.ที่นั่งเดียวที่แม่สอด-ต่อมาสมาชิกพรรคก็ทยอยออกเช่นคุณกรณ์ จาติกวณิช-พีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

สำคัญคือพรรคยังจะสุม-สะสมพลังของการเปลี่ยนแปลงใหญ่รอวันระเบิดก่อนถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2565 ต่อไป

คู่มือในการรับมืออิทธิพลเกณฑ์นี้คือระหว่างกลางกันยายน-กลางธันวาคม 2564 เหมาะของการทบทวน-ปรับแผนเกี่ยวกับทางชีวิตในพรรค-พื้นฐาน-ผู้มีส่วนได้เสียและเรื่องการเงิน

2.ซ้อนปฏิวัติ- ถูกโฉลกกับการปฏิรูปใหญ่- สามปี

2.1 ก่อนหน้านี้ระหว่างวันเกิดของพรรค5เมษายน 2563-5 เมษายน 2564 พรรคอยู่ระยะชะตาอับ ทำอะไรไม่ได้มากต้องถนอมตัว ทำอะไรกึ่งๆกลางๆได้ครึ่งเสียครึ่ง(ทักษาจรตกภูมิกลาง๙)

2.2 ครั้นตั้งแต่ 5 เมษายน 2564-5 เมษายน 2565 เกณฑ์เปลี่ยนไปเป็นถูกโฉลกกับการปฏิรูปใหญ่ในพรรคเรื่องเกี่ยวกับการเลือกเดินทางใหม่-อนาคตใหม่-หาคนใหม่-อายุน้อยหรือวัยรุ่น ทำสิ่งทันหรือล้ำสมัยให้พรรค(พระเสาร์เป็นศรีจร-ในภพปุตตะ)

ต่อจากนั้นระหว่าง 5 เมษายน 2565-5 เมษายน 2566 เป็นระยะที่ควรปรับปรุงพื้นฐานของพรรค ผู้มีส่วนได้เสีย-หุ้นส่วนของพรรคทั้งหมด(พฤหัสบดีเป็นศรีจร)-รวมทั้งการร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาล

ต่อจากนั้นระหว่าง 5 เมษายน 2566-5 เมษายน 2567 เป็นระยะที่เหมาะกับการแก้ไขปัญหา-ข้อขัดข้อง-อุปสรรคในพรรค(พระราหูเป็นศรีจร)

ทั้งสามปีนี้ตำราบอกหากพรรคยอมปฏิรูป-เปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วจะเหมือนเจ้าคณะที่บวชมานาน ลุกขึ้นมาปรับปรุงคณะของท่านขนาดใหญ่ ผลคือเงินบริจาคไหลมาเทมา ท่านได้เป็นพระราชาคณะ หรือถ้าบุญญาวาสนาถึงได้เป็นถึงสังฆราชตามลิลิตที่เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ทรงประพันธ์ไว้คือ

พฤหัสบดิ์-เสาร์-ราหู ทั้งสามหมู่มาเป็นศรี

ต้องลัคน์-จันทร์-สังฆี ปวัตติสามีอาราม

บริบูรณ์ปริขาร ไทยทานก็เหลือหลาม

ขึ้นชื่อระบือนาม วรศักดิ์สังฆราช์

แม้จวบพระเคราะห์ใด ทวะเว้นไว้แต่ตัวกาล์

กล่าวคุณอุตต์มหา มหิทธิโชคในปางปี

3.ใช่ว่าการเปลี่ยนแปลงจะง่ายแถม เพราะแม้จะทำอย่างไรก็ได้ผลแค่กลางๆ แถมมีเรื่องทะเลาะกันเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลง ในปีแรกระหว่าง 5 เมษายน 2564-5 เมษายน 2565 เนื่องจากจะมีอาการณ์สับสนในสถานะตนเองแบบสองจิตสองใจว่าจะเอาทางไหน เลือกอะไรดีเข้าข่ายถ้าเป็นคน-หากเป็นชีก็อยากสึก เป็นคนอยากจะบวช แต่มีโชคจากบัณฑิตและผู้หญิง ระวังชายโสดผมหยัก และหญิงผิวขาวเหลืองขี้โกหก (ทักษาจรตกภูมิจันทร์)

ทั้งนี้ เป็นไปตามคำประพันธ์พอให้สมาชิกพรรคได้ใช้เป็นคู่มือพิจารณาทางชีวิตของพรรคคือ..ตกภูมิที่จันทรา ในบุรพาภัยมาก ความเพราะปากตนเอง เป็นชีเกรงจะสึก คฤหัสถ์นึกใคร่บวช จะเจ็บปวดแผลหลาย ย่อมสมหมายภายหลัง จะได้ดังความคิด เพราะบัณฑิตและสัตรี มีศัตรูมาเป็นมิตร พาลผูกผิดให้โทษ ชายโสดผมหยักโสก หญิงโกหกขาวเหลือง ทำให้เคืองใจข้อง อย่าเสพส้องเสเพล…. จึงขอให้ดูลีลาการทำการเมืองของพรรคนี้ที่นำมาแล้วคือการแก้รัฐธรรมนูญ-ร่วมรัฐบาลฯลฯว่าจะเอาอย่างไรจะการความขัดแย้งในตัวพรรคเองหรือไม่

4. ตัวอย่างช่วงปฎิรูปใหญ่ที่ต้องยอมเจ็บปวด ผู้เขียนขอให้ย้อนกลับไปดูบทความแม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 324 เขียนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2563 ชื่อตอนโอกาสทองของการบินไทยจากดวงเมืองทำนายว่าระหว่าง 21 เมษายน 2563-21 เมษายน 2564 การบินไทยต้องเปลี่ยนแปลงปฏิรูปใหญ่-เพราะอยู่ในช่วงที่พระราหู 8 เป็นศรีจรของเมือง ผลคือเกิดการเขย่ามากมายในสายการบินแห่งชาติเจ็บปวดกันไปทั่วเป็นเทวดา-นางฟ้าตกสวรรค์กันไปหมด

คนการบินไทยที่มาดูดวงชะตาช่วงนี้ ผู้เขียนจะบอกทุกคนไปว่า เมื่อผ่านความเจ็บปวดและกล้าเปลี่ยนแปลงแล้ว การบินไทยจะค่อยๆกลับมาผงาดอีกครั้ง-ด้วยเกณฑ์-หลักทักษานี้ แต่จะน่าเสียดายมากหากปชป.ปล่อยโอกาสปฏิรูปนี้ผ่านไป เพราะอาการอนุรักษ์นิยมอันเป็นพื้นฐานของคนที่ลัคนาสถิตราศีกันย์โดยพื้นฐาน

ฟองสนาน จามรจันทร์

ฝันฤดูร้อนปั้น ‘ยอดศึก’ ผู้นำกองทัพสหพันธรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462923

ฝันฤดูร้อนปั้น ‘ยอดศึก’ผู้นำกองทัพสหพันธรัฐ

4 เมษายน 2564 – 14:26 น.

เดินหน้าแล้ว “ยอดศึก” ประชุม 10 กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ สานฝัน “กองทัพสหพันธรัฐ”

++

สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในเมียนมา มีแนวโน้มจะเกิด “สงครามกลางเมือง” เมื่อประชาชนเมียนที่ต่อสู้กับเผด็จการทหาร ทนเห็นการเข่นฆ่าเช่นผักปลาไม่ไหว จึงเรียกร้องให้กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์รวมตัวกันเป็น “กองทัพสหพันธรัฐ” เพื่อปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์

ความฝันของคนหนุ่มสาวเมียนมาคือ การลุกฮือของประชาชนประสานกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ ดำเนินสงครามประชาชน เป็นหนทางเดียวที่จะโค่นล้มระบอบตั๊ดมะด่อหรือกองทัพเมียนมาได้

ตัวแทนคณะกรรมการผู้แทนแห่งสหภาพ (CRPH) หรือรัฐบาลคู่ขนาน ได้ขายฝันการปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิ ด้วยข้อเสนอ “กองทัพสหพันธรัฐ” (federal army) ซึ่งมีการพูดคุยระหว่างตัวแทนพรรคเอ็นแอลดีกับผู้นำชาติพันธุ์บางกลุ่มไปแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
รู้จัก KNU กองพล 5 ปริศนาข้าวทิพย์

ฝันฤดูร้อนปั้น 'ยอดศึก'ผู้นำกองทัพสหพันธรัฐ

                                   เจ้ายอดศึกประชุมออนไลน์

แม่ทัพยอดศึก
++

วันที่ 3 เม.ย.64 พล.อ.เจ้ายอดศึก ในฐานะหัวหน้าทีมขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพ PPST (Peace Process Steering Team) ได้ประชุมผ่านระบบออนไลน์กับ 9 ผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อหารือถึงสถานการณ์ภายในประเทศเมียนมา 

เจ้ายอดศึก หัวหน้าทีมขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพ PPST เรียกร้องให้คณะรัฐประหาร หยุดการการกระทำที่รุนแรงทั้งหมดโดยสิ้นเชิง และขอประณามการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU) จนทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และมีผู้พลัดถิ่นจำนวนมาก 

การประชุมครั้งนี้ 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ได้หารือถึงแนวทางการช่วยเหลือและสนับสนุนการเคลื่อนไหวของประชาชนผู้ร่วมการปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิ Spring Revulation และอารยะขัดขืน (CDM) ของประชาชน และเพื่อป้องกันการปราบปรามประชาชน 

10 กลุ่มชาติพันธุ์ จะยืนหยัดร่วมกับประชาชนทุกภาคส่วนในการต่อต้านการยึดอำนาจของคณะรัฐประหาร สนับสนุนให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2008 กระบวนการประชาธิปไตย และการจัดตั้งสหภาพสหพันธรัฐ และการปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมทางการเมืองทันที

ที่สำคัญ 10 กลุ่มชาติพันธุ์ กำลังเจรจากับคณะกรรมการผู้แทนแห่งสหภาพ (CRPH) หรือรัฐบาลคู่ขนาน เกี่ยวกับการจัดตั้งกองทัพสหพันธรัฐ

ฝันฤดูร้อนปั้น 'ยอดศึก'ผู้นำกองทัพสหพันธรัฐ

                                   กองกำลังของเจ้ายอดศึก

20 ชาติพันธุ์ติดอาวุธ
++

วันนี้ กลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ 10 กลุ่มที่ลงนามหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA) ได้ลงมือพูดคุยกันแล้ว โดยมีเจ้ายอดศึก ประธานสภากอบกู้รัฐฉาน (RCSS/SSA) และมูตู เซพอ ประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) เป็นแกนหลัก

ปัจจุบัน กองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ 10 กลุ่ม มีกำลังพลรวมกันแล้ว ไม่ต่ำกว่า 20,000 คน มีเพียงสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU) และสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) เท่านั้น ที่มีศักยภาพในการรบกึ่งแบบแผน

อย่างไรก็ตาม พันธมิตรฝ่ายเหนือ (FPNCC) ที่ยังไม่ร่วมลงนามหยุดยิงทั่วประเทศ เป็นกลุ่มที่มีอำนาจต่อรองสูง แกนนำหลักคือกองทัพสหรัฐว้า(UWSA) มีกำลังพล 30,000 นาย นับแต่เกิดรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมา กองทัพสหรัฐว้า(UWSA) ยังไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ และไม่มีการชุมนุมต่อต้านกองทัพเมียนมาในเขตปกครองพิเศษชนชาติว้า รัฐฉานเหนือ 

ทั้งกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) และองค์กรเอกราชคะฉิ่น/กองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIO/KIA) เป็นกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ ที่มีศักยภาพในการสู้รบมากที่สุด เพราะกำลังพลมีระเบียบวินัย สู้รบเก่ง อาวุธทันสมัย และมีแหล่งทุนสนับสนุนทำสงคราม

เหนืออื่นใด ทั้งกองทัพสหรัฐว้า และกองทัพเอกราชคะฉิ่น ยังเป็นพี่เลี้ยงของกองทัพเมืองลา (NDAA),กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง(TNLA), กองทัพโกก้าง(MNDAA), กองทัพไทใหญ่เหนือ (SSPP/SSA)และกองทัพอาระกัน (AA)

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สำหรับการนำกองทัพชาติพันธุ์ ทั้งภาคเหนือและภาคใต้ กว่า 20 กลุ่มมาผนึกกำลังเป็น “กองทัพสหพันธรัฐ” ใต้ร่มธงรัฐบาลประชาชน

ฝันฤดูร้อนปั้น 'ยอดศึก'ผู้นำกองทัพสหพันธรัฐ

                              เจ้ายอดศึกให้สัมภาษณ์สื่อนอก

แรมโบ้ ทวงบุญคุณ แฉแหลก “จตุพร” ปูดเงินๆทองๆ รับปากไม่เคลื่อนไหว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462906

แรมโบ้ ทวงบุญคุณ แฉแหลก “จตุพร”ปูดเงินๆทองๆ รับปากไม่เคลื่อนไหว

4 เมษายน 2564 – 11:50 น.

แรมโบ้ ทวงบุญคุณ แฉแหลก “จตุพร”ปูดเงินๆทองๆ รับปากไม่เคลื่อนไหว

เป็นไม้เบื่อไม้เมา เรียกว่ามวยถูกคู่คนดูถูกใจ รู้เลห์เหลี่ยมกลลวงซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ใครที่ไหน คู่หูอดีต นปช.อย่าง 

แรมโบ้อิสาน ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ผันตัวเองจาก คนเสื้อแดง นปช.มาอยู่ข้างกาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ โดยได้รับตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯให้คอยขับเคลื่อนงานถนัดคือ ม็อบ 

กับ ตุ๊ดตู่ จตุพร พรหมพันธ์ุ ประธาน นปช. ที่วันนี้ดูเหมือนว่ากำลังจะเร่งสร้างเครดิตกลับคืนมาหลังกลายเป็น โดดเดี่ยวหัวเดียวกระเทียมลีบ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
 “แรมโบ้” เตือน “จตุพร” อีกครั้ง นัดเคลื่อนไหว ทำประชาชนเดือดร้อน 

ก๊วน นปช.ก็ไม่เอา ก๊วนเพื่อไทย ก็ไม่เอา ก๊วนเพื่อชาติ ก็ไม่เอา คือไม่มีใครเอา จตุพร เพราะตัว จตุพร เองหรือเพราะคนอื่น คำตอบคือ เพราะจตุพรเอง  

ก๊วนนปช.ไม่เอา เพราะไปทะเลาะกับ ธิดา เหวง โตจิราการ ไปทะเลาะกับ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก๊วนเพื่อไทยไม่เอา เพราะ จตุพร ไปหาเสียงให้กับ บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ลงชิงเก้าอี้นายกอบจ. แข่งกับ ชูชัย หรือสว.ก้อง ที่พรรคเพื่อไทยและทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯให้การสนับสนุน 

จน จตุพร ถูกกล่าวหาว่า เนรคุณทักษิณ ครั้น บุญเลิศ แพ้ จตุพรก็ตกที่นั่งลำบาก 

วันนี้ จตุพร หันไปทางไหนก็ไม่มีใครเอาด้วย เนื่องจากเพราะพูดไม่อยู่กับร่องกับรอย ความน่าเชื่อถือหรือเครดิตของ จตุพร ลดน้อยลง รับปากอะไรใครแล้วทำไม่ได้ 

ล่าสุด แรมโบ้ ก็ออกมาแฉอีกว่า ในวันที่ จตุพร อยู่ในคุก ได้พาผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนที่ จตุพร อยากคุยด้วยเข้าไปคุย โดยมีการตกปากรับคำกันหลายอย่างก่อนจตุพร จะออกจากคุก 

สิ่งที่ จตุพร อยากจะทำคือหาทุนสักก้อนเพื่อมารื้อฟื้น พีช ทีวี เพราะไม่ได้อยู่ใต้ชายคาของ สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ แล้ว ขณะที่ ณัฐวุฒิ กับ ธิดา มาสร้างรังใหม่ภายใต้แบรนด์ ยูดีดี นิวส์ ย่ายแคราย 

มีรายงานว่า ทุนที่ จตุพร ได้รับนั้นเป็นเลข7หลัก แลกกับการยุติการเคลื่อนไหว ทั้งสถาบันและรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  

นี่กระมังจึงเป็นที่มาที่ แรมโบ้ ออกมาทวงบุญคุณว่า ตอนอยู่ในคุกได้ช่วยเหลือเต็มที่ ออกจากคุกมาก็ยังช่วยอยู่ แต่ทำไมถึงนัดชุมนุมไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่4เมษายน แบบนี้ถือว่าเนรคุณหรือหักหลังกัน 

ครั้งสุดท้าย จตุพร ยังส่งเมสเสทมาหา แรมโบ้ ในทำนองออกมาให้ข่าวแบบหนักหน่วง ซึ่ง แรมโบ้ ก็ยืนยันว่าที่ต้องจัดหนักเพราะว่า ไม่รักษาคำพูด 

จากนี้จึงต้องจับตามา แรมโบ้ จะออกมาลากใส้ จตุพร ในประเด็นอะไรอีก นอกจากเรื่องเงินๆทองๆ รับรองว่าคู่นี้รู้เช่นเห็นชาติกันชนิด กองเชียร์ต้องลุ้นกันทุกช็อต. 

ไหวมั้ยวัดกำลัง ‘ม็อบตู่’ ‘แดง’ เมิน ‘เหลือง’ มึน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462904

ไหวมั้ยวัดกำลัง ‘ม็อบตู่”แดง’ เมิน ‘เหลือง’ มึน

4 เมษายน 2564 – 11:29 น.

ยังไม่มีใครรู้ว่า จะมีมวลชนกลุ่มไหนเข้าร่วม “ม็อบตู่” ไล่ลุงตู่ เพราะแดงก็ไม่ร่วม เหลืองก็ไม่เอา

++

วันอาทิตย์ที่ 4 เม.ย.2564 มีการนัดหมายชุมนุมทางการเมือง 2-3 จุด แต่เวทีชุมนุมที่สื่อให้ความสนใจมากที่สุด คงหนีไม่พ้นกิจกรรม “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ที่ “อนุสรณ์พฤษภาประชาธรรรม” ถ.ราชดำเนิน ภายใต้  รหัส 4 4 4 ประยุทธ์ออกไป

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา “จตุพร พรหมพันธุ์” ตีฆ้องร้องป่าวผ่านสื่อออนไลน์พีซทีวีทุกวัน ขณะเดียวกัน “อานนท์ แสนน่าน” ผู้ก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง และเครือข่ายในหลายจังหวัด ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าวตอบโต้จตุพรอย่างดุเดือด

กรณีของหมู่บ้านเสื้อแดงไม่เข้าร่วมไล่ประยุทธ์ ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ “อานนท์” ได้เปลี่ยนจากหมู่บ้านเสื้อแดงเป็นหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชน และสนับสนุนรัฐบาลประยุทธ์

ส่วนกลุ่มแดงอิสระที่เข้าร่วมกับม็อบราษฎร ดูเหมือนจะไม่มีกลุ่มใดขานรับจตุพร ยกเว้นกลุ่มสมบัติ ทองย้อย อดีตการ์ด นปช. ที่มีความเคารพนับถือจตุพรเป็นส่วนตัว

“4 เม.ย. ถ้าไม่มีประชาชนเข้าร่วม ผมก็ต้องพิจารณาตามความเป็นจริง ว่า ประชาชนยังเอาด้วยกับประยุทธ์ แต่ถ้าประชาชนมาอย่างมืดฟ้ามัวดินแล้ว ผมเชื่อว่าสถานการณ์เปลี่ยน โดยจะเกิดการเปลี่ยนแปลง หลังจากนั้นอย่างมีความชัดเจนขึ้น” จตุพรออกตัวไว้ก่อน

ว่ากันตามจริง ปี 2552-2553 มวลชนเสื้อแดงที่มาเต็มถนนราชดำเนิน และสี่แยกราชประสงค์นั้น เป็นการทำงานของเครือข่ายทักษิณ ชินวัตร ในทั่วประเทศ “ตู่ เต้น” ก็รู้อยู่แก่ใจดี

ดังนั้น กลุ่มแดงอิสระที่พยายามปลุกเร้ามิตรสหายให้เข้าร่วมม็อบราษฎร ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ก็รวมตัวกันได้หลักสิบหลักร้อย

ไหวมั้ยวัดกำลัง 'ม็อบตู่''แดง' เมิน 'เหลือง' มึน

                                  ตู่ออกตัว คนร่วมน้อย ถอย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส่อง 4 เมษาผ่าม็อบ ‘ตู่’ รวมดาว

พิภพเอาไง
++

พลันที่มีชื่อ การุณ ใสงาม, ไทกร พลสุวรรณ และวีระ สมความคิด ในขบวนสามัคคีประชาขนไทย ก็มีเสียงขานรับแผ่วเบาจากคนเสื้อเหลือง อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จึงออกโรงเอง ยืนยันว่า พิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผนึกกำลัง “จตุพร” ไล่ประยุทธ์แน่นอน

แหล่งข่าวในปีกคนเสื้อเหลืองเปิดเผยว่า พิภพ ธงไชย รวมทั้งสุริยะใส กตะศิลา ไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยแน่นอน 

ย้อนไปเมื่อวันที่ 14 มี.ค.2564 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กลุ่มสภาที่สาม ร่วมกับคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จัดงานเสวนา “ไทยไม่ทน: จาก รสช. คปค. คสช. ถึง 3 ป. มรดกรัฐประหารที่ตกค้างในแผ่นดินไทย” ในกิจกรรมวันนั้นพิภพ ธงไชย ไปร่วมด้วย

วันนั้น พิภพใช้คำพูดแรง และวิพากษ์ 3 ป.อย่างเผ็ดร้อน พร้อมสรุปว่า “ประยุทธ์ทรยศมวลชน”

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2564 ในการเสวนา “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย”  เป็นวันที่ “จตุพร” ประกาศแคมเปญไล่ประยุทธ์ ก็ไม่ปรากฏว่า พิภพเดินทางมาร่วมงานด้วย 

ต้องรอดู 4 เมษา..พิภพ จะโผล่มาร่วมเวทีไล่ประยุทธ์หรือไม่? หรือจะมีแค่วีระ สมความคิด และการุณ ใสงาม

ไหวมั้ยวัดกำลัง 'ม็อบตู่''แดง' เมิน 'เหลือง' มึน

                 วัดใจ พิภพ จะไปร่วมม็อบไล่ประยุทธ์หรือไม่

เพื่อนอานันท์หาย
++

เป็นที่ทราบกันดี อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 มีความใกล้ชิดกับคนเดือนตุลา ฝ่ายไม่เอาระบอบทักษิณ และนักกิจกรรมรุ่นพฤษภาทมิฬ เขาจึงนำพาจตุพร แกนนำ นปช. กลับคืนมาหา “รุ่นพี่” ที่ร้านอาหารของเขาเอง

ถ้ายังจำกันได้ วันที่ 13 ก.ย.2564 มีงานเลี้ยงครบ 6 รอบ 72 ปี ประสาร มฤคพิทักษ์ ปรากฏว่า มีภาพของ จตุพร พรหมพันธุ์ ร่วมโต๊ะอานันท์ ปันยารชุน ,กลุ่มเพื่อนอานันท์ และอดีตแกนนำเสื้อเหลืองแชร์ว่อนในสื่อโซเชียล

จริงๆแล้ว จตุพรได้เจอหน้าอดีตแกนนำเสื้อเหลือง และกลุ่มเพื่อนอานันท์ มาแล้วหลายรอบที่ร้านอาหารของอดุลย์ ย่านถนนสามเสน

ฉะนั้น ตอนที่อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ จัดกิจกรรม “สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ที่สมาคมนักข่าว ถนนสามเสน จึงระบุชื่อ ปรีดา เตียสุวรรณ์  เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อสังคม เป็นหนึ่งในวิทยากรวันนั้น แต่เมื่อถึงเวลาจริง “ปรีดา” ไม่ไปร่วมงาน

ปรีดา เตียสุวรรณ์ ประธานกรรมการ บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด(มหาชน) เป็นแกนหลักของกลุ่มเพื่อนอานันท์ 

นัยว่า กลุ่มเพื่อนอานันท์ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของอดุลย์และจตุพร ที่ร่วมมือกันตั้งเวทีขับไล่ประยุทธ์ จึงเปลี่ยนใจไม่ไปร่วมงานวันดังกล่าว