อบจ.เมืองช้าง ‘บ้านใหญ่’ รวมใจ สกัดทีมก้าวหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อบจ.เมืองช้าง’บ้านใหญ่’ รวมใจ สกัดทีมก้าวหน้า (komchadluek.net)

อบจ.เมืองช้าง’บ้านใหญ่’ รวมใจ สกัดทีมก้าวหน้า

อบจ.เมืองช้าง'บ้านใหญ่' รวมใจ สกัดทีมก้าวหน้า

12 ธันวาคม 2563 – 12:08 น.

ศึกเมืองช้างใหญ่ กลุ่มเซราะกราวรวมใจ สลายสีเสื้อ สกัดดาวรุ่ง “คณะก้าวหน้า”

++
    คนสุรินทร์จำนวนไม่น้อย รู้สึกกังขาว่า เหตุใด “เสี่ยติ่ง” กิตติภัทร์ หรือ กิตติเมศว์ รุ่งธนเกียรติ นายก อบจ.เมืองช้าง 2 สมัยไม่ลงสนาม 
    ย้อนไปปี 2555 “เสี่ยติ่ง” ในนามกลุ่มทีมรวมพลัง เอาชนะธงชัย มุ่งเจริญพร ซึ่งมีกลุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง ให้การสนับสนุน 
    อย่างไรก็ตาม การเมืองสุรินทร์ ก็ไม่ต่างจากจังหวัด “ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร” สีเสื้อพรรคเป็นแค่อาภรณ์ประดับกาย ความเป็น “พวก” สำคัญกว่า
    แม้ผู้สมัครนายก อบจ.สุรินทร์ จะมีอยู่หลายคน แต่ที่แข่งกันจริงๆมีอยู่ 2 ขั้วคือ พรชัย มุ่งเจริญพร กลุ่มสุรินทร์รวมใจ กับหน้าใหม่มาแรง-มานพ แสงดำ คณะก้าวหน้า
    ส่วน เจ้าจอม เตียวเจริญโสภา อดีตนายก อบจ.สุรินทร์ และประดุจ มั่นหมาย อดีต ส.ส.สุรินทร์ ที่ลงสนามด้วย ก็น่าจะเป็นสีสัน

++
บ้านใหญ่ปรองดอง
++
    กลางเดือน ต.ค.2563 กลุ่มสุรินทร์รวมใจ ที่รวมตระกูลการเมืองของเมืองช้างไว้ทุกสีเสื้อได้มติเสนอชื่อ “พรชัย มุ่งเจริญพร” อดีตผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ลงสมัครนายก อบจ.สุรินทร์

อบจ.เมืองช้าง'บ้านใหญ่' รวมใจ สกัดทีมก้าวหน้า

                พรชัย หาเสียงในนามสุรินทร์รวมใจ

    เฉพาะตระกูล “มุ่งเจริญพร” ก็อยู่ในการเมืองสุรินทร์มาร่วม 3 ทศวรรษ ไม่ต่างจาก “รุ่งธนเกียรติ” และ “ร่วมพัฒนา” 
    วันนี้ ปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ สังกัดภูมิใจไทย ,ชูชัย มุ่งเจริญพร อดีต ส.ส.สุรินทร์ ยังอยู่ค่ายเพื่อไทย และธงชัย มุ่งเจริญพร อดีต นายก อบจ.สุรินทร์ หนุน “เซี้ย สินอุดม” ได้เป็น ส.ส.สุรินทร์ พรรคพลังประชารัฐ
    ไม่น่าแปลกใจที่มีข่าว ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย 3 คน ถูกบ้านใหญ่เซราะกราวดึงไปเป็นพวก 
    สำหรับ อบจ.สุรินทร์ อยู่ในการดูแลของบ้านใหญ่เซราะกราวมาแต่สมัยที่แล้ว “พรชัย” คงถูกส่งมาสานต่อภารกิจของเสี่ยติ่ง

++
คนหนุ่มก้าวหน้า
++
    ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คาดหวังกับการเปลี่ยนแปลงในเมืองช้างพอควร เนื่องจากได้ผู้สมัครนายก อบจ.เป็นคนรุ่นใหม่ ตรงสเปกคณะก้าวหน้า
    ตัวแทนคณะก้าวหน้า สุรินทร์ ถือว่าไม่ธรรมดา “มานพ แสงดำ” อดีตนายก อบต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นผู้บริหารท้องถิ่นที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล เขาเป็นนักปกครอง นักพัฒนาที่มีความแตกต่างจากนายก อบต.ทั่วไป

อบจ.เมืองช้าง'บ้านใหญ่' รวมใจ สกัดทีมก้าวหน้า

               มานพ แสงดำ อดีตนายก อบต. แต่ผลงานระดับประเทศ

    “มานพ” ได้ทำให้ อบต.สลักได มีชื่อเสียงในการเลี้ยงโคลูกผสมญี่ปุ่นหรือโควากิว เกษตรกรทั่วประเทศรู้จักวิสาหกิจชุมชนโคขุนสุรินทร์วากิวครบวงจร ต.สลักได
    การต่อสู้ในเมืองช้างเที่ยวนี้ จึงสู้กันระหว่างการเมืองเก่ากับการเมืองใหม่ 

ฟังหูไว้หู ‘เจ๊’ แดนไกล ศึกในศึกนอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฟังหูไว้หู’เจ๊’ แดนไกล ศึกในศึกนอก (komchadluek.net)

ฟังหูไว้หู’เจ๊’ แดนไกล ศึกในศึกนอก

 ฟังหูไว้หู'เจ๊' แดนไกล ศึกในศึกนอก

12 ธันวาคม 2563 – 10:14 น.

ไม่จบ ศึกในค่ายเพื่อชิน “จตุพร” เปิดศึกถล่ม “เจ๊” ต่อเนื่อง ขุดเรื่องเก่ามาแฉซ้ำ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    การเลือกตั้งท้องถิ่นที่เชียงใหม่ สะท้อนภาพความแตกแยกในองคาพยพของทักษิณ ชินวัตร อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
    จนถึงวานนี้(11 ธ.ค.2563) จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk เปิดโปงกระบวนการ “ประชาธิปไตยเจ๊” ในพรรคเพื่อไทย หลังมีกลุ่มแดงเชียงใหม่ ตั้งโต๊ะแถลงขับไล่จตุพรออกจากประธาน นปช.
    ในทางลึก คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งรู้สึกไม่พอใจบทบาทของ “ตู่ จตุพร” มาระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มแดงก้าวหน้าที่ไปโหนม็อบเด็ก
    คำว่า “เจ๊” ของจตุพรนั้น ฟังความจากปากประธาน นปช.ก็รู้ว่าหมายถึงใคร แต่ที่นครดูไบในเวลานี้มีอยู่ 2 เจ๊คือ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  

++
งานเลี้ยงรุ่น
++
    ช่วงกลางเดือน ก.พ.2563 ก่อนโควิดระบาด มีการเผยแพร่คลิปวิดีโองานเลี้ยงรุ่น “มงฟอร์ต 08” ฉลองครบรอบ 55 ปี ที่ดูไบ โดย ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เพื่อนๆ บินข้ามน้ำข้ามฟ้าไปดื่มไวน์แดงและเหล้าราคาแพง  

 ฟังหูไว้หู'เจ๊' แดนไกล ศึกในศึกนอก

                  เลี้ยงรุ่นมงฟอร์ต ที่ดูไบ

    ในคลิปงานเลี้ยงจากดูไบ มีภาพของ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เดินทักทายเพื่อนๆ ของพี่ชาย ประหนึ่งว่าเป็นเจ้าของงานเลี้ยงครั้งนี้ 
    น่าจะเป็นครั้งแรกที่ยืนยันได้ว่า เจ๊แดงได้พำนักอยู่ที่ดูไบ ร่วมชายคาเดียวกันกับ “เจ๊ปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
    สภากาแฟเชียงใหม่อ่านเกม “งานเลี้ยงรุ่นมงฟอร์ต 08” ที่ดูไบทะลุไปถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นทันที  
    บังเอิญในห้วงเวลาเดียวกัน ได้มีการเปลี่ยนแปลงภายในสโมสรฟุตบอลเจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ที่มี “ส.ว.ก้อง” ชูชัยหรือพิชัย เลิศพงศ์อดิศร เป็นแม่ทัพ 
    เนื่องจากฤดูกาล 2020 ทีมเจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ได้เลื่อนชั้นมาเล่นไทยลีก 2 “ส.ว.ก้อง” จึงเปลี่ยนชื่อทีมเป็น “เชียงใหม่ ยูไนเต็ด” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เพื่อคนเชียงใหม่” 
    ส.ว.ก้องใช้เวลากว่า 3 ปี เปิดตัวกับคนเชียงใหม่ ผ่านสโมสรฟุตบอล ที่มีเจ๊แดงให้การสนับสนุน 

 ฟังหูไว้หู'เจ๊' แดนไกล ศึกในศึกนอก

                      ชูชัยหรือพิชัย เลิศพงศ์อดิศร

++
การเมืองนครพนม
++
    อีกประเด็นหนึ่งที่ “จตุพร” ประธาน นปช. พูดถึงคือ กรณีผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม ที่ช่วงเลือกตั้ง ส.ส. ได้มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองในขั้วตรงข้ามฝ่ายประชาธิปไตย แต่ถึงเลือกตั้งท้องถิ่น ก็ขยับมาสังกัดเพื่อไทย
    วันที่ 30 พ.ย.2563 สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม จัดงานเปิดตัวลงสมัครนายก อบจ.อีกสมัย ในนามหัวหน้ากลุ่ม “รวมเพื่อไทย…เพื่อนครพนม” และคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย มีมติส่งสมชอบ ลงในนามพรรคด้วย
    วันนั้น เกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้รับผิดชอบภาคอีสาน ได้มาร่วมงานเปิดตัว “สมชอบ” และกลุ่มรวมเพื่อไทย…เพื่อนครพนม 
    กองเชียร์เพื่อไทยนครพนม งงเป็นไก่ตาแตก รวมถึง ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย 
    เสี่ยเกรียงนั้นเป็นสายตรง “เจ๊แดง” ตอนตั้งพรรคไทยรักษาชาติ เสี่ยเกรียงถึงขั้นลาออกจากเพื่อไทยไปสังกัดพรรคใหม่ ก่อนจะย้อนกลับเพื่อไทยอีกรอบ
    ทำไมเสี่ยเกรียง จึงข้ามฟากจากอุบลฯ ไปถึงนครพนม นี่คือคำถามที่จตุพรอยากทราบ

คู่เอกสามอ่าว ‘วิชิต’ สูสี ตระกูล ‘ลิ้ม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คู่เอกสามอ่าว’วิชิต’ สูสี ตระกูล ‘ลิ้ม’ (komchadluek.net)

คู่เอกสามอ่าว’วิชิต’ สูสี ตระกูล ‘ลิ้ม’

 คู่เอกสามอ่าว'วิชิต' สูสี ตระกูล 'ลิ้ม'

11 ธันวาคม 2563 – 15:19 น.

กระแสเปลี่ยนประจวบมาแรง “วิชิต” มวยรองมีลุ้น “นายกเกียร์” เหนื่อยแน่

++
    โค้งสุดท้ายสังเวียนนายก อบจ.เมืองสามอ่าว ทั้งทีมแชมป์เก่า-“เฮียไล้” สราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ หมายเลข 1 จากทีมประจวบโมเดล ก็มุ่งมาหาเสียงที่ อ.หัวหิน และ อ.ปราณบุรี 
    อีกด้านหนึ่ง ความปราชัยของ “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน ในสนามเลือกตั้ง ส.ส. เพราะคนหัวหินต้องการความเปลี่ยนแปลง ฉะนั้น ทีมงานเฮียไล้จึงต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ 
    ส่วน “วิชิต ปลั่งศรีสกุล” หมายเลข 2 จากพรรคเพื่อไทย เตรียมเปิดปราศรัยใหญ่ ที่สวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร อ.หัวหิน ในวันที่ 14 ธ.ค.2563 เพื่อปลุกกระแสให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
     วิชิตรู้ดีว่า หากต้องการชนะทีมประจวบโมเดล จะต้องปลุกพลังเงียบให้ออกจากบ้านไปใช้สิทธิ์ให้เยอะๆ

++
เปลี่ยนประจวบ
++
    อานิสงส์ของการเคลื่อนไหว “เขย่าท้องถิ่น” ของคณะก้าวหน้า กลายเป็นกระแสที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในขอบเขตทั่วประเทศ
    กระแสต้านการผูกขาดระดับประเทศ ทำให้ทีมงานของวิชิต ปลั่งศรีสกุล ผู้สมัครนายก อบจ.ประจวบฯ ค่ายเพื่อไทย เริ่มมีความหวัง
    วิชิตเองได้ชูคำขวัญ “เปลี่ยนประจวบให้ดีกว่านี้” มาแต่แรก และตอกย้ำหมดเวลา “บ้านใหญ่” ผูกขาดการบริหารงบฯ ปีละ 600 ล้านบาท 
    บวกกับคู่แข่งตัวจริง มีบาดแผล ทำให้คนสามอ่าวโจษขานถึงการเปลี่ยนตัวผู้เล่นกระทันหัน และเรื่องลึกๆลับๆ ใน อบจ.

 คู่เอกสามอ่าว'วิชิต' สูสี ตระกูล 'ลิ้ม'

                     วิชิต ชูเปลี่ยนประจวบ

++
แบรนด์ต่อพิฆาต
++
    การได้แชมป์บอลถ้วยโตโยต้าไทยลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ส่งผลให้ “ต่อพิฆาต” สโมสรฟุตบอลพีที ประจวบ เอฟซี กลายเป็นทีมบอลขวัญใจคนสามอ่าว
    ชื่อเสียง  “นายกเกียร์” ทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ ประธานสโมสร พีที ประจวบฯ โด่งดังทั้งในท้องถิ่นและระดับชาติ
    สำหรับเลกแรก ไทยลีก ฤดูกาล 2020 ผลงานทีมต่อพิฆาต ไม่สู้ดีนัก ยังป้วนเปี้ยนอยู่ท้ายตาราง 

 คู่เอกสามอ่าว'วิชิต' สูสี ตระกูล 'ลิ้ม'

                 นายกเกียร์ ประกบพี่ชาย เหมือนขายแพ็คคู่

   อย่างไรก็ตาม ทีมต่อพิฆาตยังอยู่ในใจชาวบ้าน นายกเกียร์ จึงให้พี่ชาย-เฮียไล้ สวมเสื้อทีมพีทีประจวบฯ ออกหาเสียงตลอดเวลาเพื่อยืนยันว่า นี่คือตัวแทนของกลุ่มประจวบโมเดล
    มิหนำซ้ำ แผ่นป้ายหาเสียง ก็ยังต้องนำภาพนายกเกียร์ประกบเฮียไล้ เพราะคนสามอ่าวจำได้แค่ว่า เฮียไล้เป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันใหญ่

ทั้งรักทั้งชัง ‘ธนาธร’ ลุยเหนือ มีลุ้นสนามเดียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทั้งรักทั้งชัง’ธนาธร’ ลุยเหนือ มีลุ้นสนามเดียว (komchadluek.net)

ทั้งรักทั้งชัง’ธนาธร’ ลุยเหนือ มีลุ้นสนามเดียว

 ทั้งรักทั้งชัง'ธนาธร' ลุยเหนือ มีลุ้นสนามเดียว

11 ธันวาคม 2563 – 09:48 น.

สมรภูมิเมืองเหนือ “ธนาธร” เจอทั้งไล่ ทั้งรัก ตรวจแนวรบ พบแกนนำแดงเมืองลับแล มีโอกาสชนะ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    ช่วงวันที่ 9-11 ธ.ค.2563 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางช่วยรณรงค์หาเสียงให้กับผู้สมัครนายก อบจ. โซนภาคเหนือตอนล่าง ไล่ตั้งแต่นครสวรรค์ ,กำแพงเพชร, พิษณุโลก และแพร่
    ปรากฏว่า มีข่าวธนาธร เจอคนกลุ่มหนึ่งเปิดเพลงหนักแผ่นดินและชูป้ายขับไล่ เหมือนหลายๆจังหวัด
    ขณะเดียวกัน ก็มีประชาชนที่ชื่นชอบประธานคณะก้าวหน้าออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่น 

 ทั้งรักทั้งชัง'ธนาธร' ลุยเหนือ มีลุ้นสนามเดียว

                    ธนาธร หาเสียงที่กำแพงเพชร

++
ลุ้นยาก
++
    กลุ่มก้าวหน้า ส่งผู้สมัครนายก อบจ.สายเหนือ 7 จังหวัด โดยภาคเหนือตอนบน ส่งแค่สนามพะเยา
    เมื่อตรวจแนวรบภาคเหนือตอนล่าง สนามกำแพงเพชร “เต้อ” อภิสิทธิ์ พรมฤทธิ์ อดีตหัวหน้าคณะทำงานพรรคอนาคตใหม่(กำแพงเพชร-พิษณุโลก) ทำงานภาคประชาสังคมมายาวนาน 
    คู่แข่งคือ สุนทร รัตนากร อดีตนายก อบจ.กำแพงเพชร พี่ชาย วราเทพ รัตนากร สมัยที่แล้ว สุนทรลงสมัครนายก อบจ.ในนามกลุ่มกำแพงเพชรสามัคคี แต่หนนี้ใช้ชื่อ “กลุ่มหมอทร” 
    เมื่อจุลพันธ์ ทับทิม อดีตนายก อบจ.กำแพงเพชร 3 สมัย สายเรืองวิทย์ ลิกค์ ไม่ลงสมัคร จึงทำให้ “หมอทร” หนทางสะดวก
    ข้ามฟากไปพิษณุโลก ณชพล พลอาสา เจ้าของเอ็กซ์ทะเวนตี้ทู สตูดิโอ และประธานชมรมถ่ายภาพพิษณุโลก 
    สนามนี้ คณะก้าวหน้าผ่านยาก เพราะเจอทั้ง มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ กลุ่มพลังพิษณุโลก อดีตนายก อบจ.พิษณุโลก และอดีต ส.ส.พิษณุโลก 3 สมัย และยลดา ช่างพินิจ หลานสาว นิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย 
    เช่นเดียวกัน “โกลี่” สุภวัฒน์ ศุภศิริ ตัวแทนคณะก้าวหน้า ลูกชายของสาโรจน์ ศุภศิริ ซึ่งบิดาโกลี่ เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ แม่เลี้ยงติ๊ก-ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู 
    ส่วนทายาทพ่อเลี้ยงณรงค์ “เสี่ยเอน” อนุวัธ วงศ์วรรณ อดีตนายก อบจ.แพร่ 3 สมัย มีฐานเสียงแน่น ยากที่หลานแม่เลี้ยงติ๊กจะเอาชนะได้

 ทั้งรักทั้งชัง'ธนาธร' ลุยเหนือ มีลุ้นสนามเดียว

                           หาเสียงที่เมืองสองแคว

++
ลับแลมีหวัง
++
    สนามอุตรดิตถ์ คณะก้าวหน้าได้ผู้สมัครนายก อบจ. ที่มีต้นทุนทางการเมือง ปัณณวัฒน์ นาคมูล เดิมชื่อจเร นาคมูล อดีตนักกิจกรรมรามคำแหง รุ่นเดียวกับจตุพร พรหมพันธุ์ 
    ปัณณวัฒน์ เคยแกนนำ นปช.อุตรดิตถ์ และผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่แล้ว ปัณณวัฒน์ เป็นผู้วางกลยุทธ์หาเสียงให้พรรคอนาคตใหม่ อุตรดิตถ์

 ทั้งรักทั้งชัง'ธนาธร' ลุยเหนือ มีลุ้นสนามเดียว

                    แกนนำแดงลับแล มีลุ้น

    ส่วนแชมป์ ชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา อดีตนายก อบจ.อุตรดิตถ์ 3 สมัย เล่นการเมืองท้องถิ่นมานานกว่า 35 ปี คลุกคลีกับนักการเมืองระดับชาติมาทุกพรรค
    เลือกตั้งนายก อบจ.สมัยที่แล้ว ชัยศิริได้รับการสนุนจากพรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงเมืองลับแล 
    สมรภูมิภาคเหนือ หากคณะก้าวหน้าจะล้มแชมป์เก่าได้ ก็คงมีสนามอุตรดิตถ์เท่านั้นที่ได้ลุ้น แต่ก็ไม่ง่าย

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าวิกฤติดวงปี ปี 2564 ปีฉลู ธาตุทอง คนไทยต้องสะสมความทุกข์ต่อเนื่อง เหมือนทุกข์หนักทั้งแผ่นดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าวิกฤติดวงปี ปี 2564 ปีฉลู ธาตุทอง คนไทยต้องสะสมความทุกข์ต่อเนื่อง เหมือนทุกข์หนักทั้งแผ่นดิน (komchadluek.net)

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าวิกฤติดวงปี ปี 2564 ปีฉลู ธาตุทอง คนไทยต้องสะสมความทุกข์ต่อเนื่อง เหมือนทุกข์หนักทั้งแผ่นดิน

 'ซินแสเข่ง'   ผ่าวิกฤติดวงปี  ปี 2564   ปีฉลู  ธาตุทอง  คนไทยต้องสะสมความทุกข์ต่อเนื่อง เหมือนทุกข์หนักทั้งแผ่นดิน

10 ธันวาคม 2563 – 18:11 น.

“ซินแสเข่ง” ผ่าวิกฤติดวงปี ไตรมาสสุดท้าย ปี 2563 คนไทยทุกข์ค้างปี ปัญหาภาวะบ้านเมืองเจอทุกข์หนัก ปี 2564 ปีฉลู ธาตุทอง ที่คนไทยต้องสะสมความทุกข์ต่อเนื่องเหมือนทุกข์หนักทั้งแผ่นดิน หากแก้สถานการณ์สู่ภาวะบ้านเมืองไม่ได้ ความสุขก็ไม่เกิด

“ซินแสเข่ง”   ผ่าวิกฤติดวงปี  ไตรมาสสุดท้าย  ปี 2563  คนไทยทุกข์ค้างปี ปัญหาภาวะบ้านเมืองเจอทุกข์หนัก  ปี 2564   ปีฉลู  ธาตุทอง  ที่คนไทยต้องสะสมความทุกข์ต่อเนื่องเหมือนทุกข์หนักทั้งแผ่นดิน   หากแก้สถานการณ์สู่ภาวะบ้านเมืองไม่ได้  ความสุขก็ไม่เกิด  บ้านเมืองให้ทุกข์หนัก  ปีฉลู  ปีแห่งเจ้าทุกข์   เหมือนต้องสร้างความทุกข์ให้เกิดขึ้น  ทั้งโรคระบาดที่จะเริ่มขึ้นรับปีใหม่ของโควิด 20  ที่มีผลอย่างต่อเนื่อง  บ้านเมืองทรุดหนัก  ทั้งปัญหาความขัดแย้งของกลุ่มนักการเมืองล้มเหลว   กลุ่มคณะราษฏร  และกลุ่มนักศึกษาปลดแอก กับการสูญเสียชีวิตของคนคิดร้ายต่อแผ่นดิน  ถูกย้อนเข้าหาตัวเพราะยื้อเวลา   ยิ่งดิ้นยิ่งแพ้กำลังจะถดถอย   เพราะความผิดหวังในการกระทำ  เพราะชงดวงเมืองฤกษ์ยามมหาอุตห์  ล่มสลายเหมือนถูกธรรมชาติลงโทษ  ให้มีแต่ความทุกข์ให้เกิดขึ้น ในปี  2564  

ซินแสเข่ง   อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการ  สถาบัน  โหราศาสตร์  พยากรณ์  แห่งประเทศไทย  วิเคราะห์ถึงดวงเมืองรับปีใหม่  ตกดาวพระเคราะห์ที่ถูกเปลี่ยนเส้นทางวิบัติของผู้ก่อเหตุเตือนระวังชะตาขาด  ดวงเมืองที่ถูกตั้งไว้เมื่อ วันที่ 21  เมษายน  2325   นานกว่า  239  ที่จะย่างสู่ปีที่  240   ปี  ที่จะต้องระวังภัยพิบัติของปีแห่งโรคร้ายอย่างต่อเนื่อง  อีกทั้งการก่อความวุ่นวาย  ของกลุ่มต่างๆ  ที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง  แตกหักมากขึ้น  เพราะคิดทำลายดวงเมืองประเทศไทย  ให้ล่มสลาย    

แต่เพราะดวงเมืองประเทศไทย  ที่ปักหลักฝังลึก   ไว้ด้วยฤกษ์ยามมหาอุตห์   ที่ทำให้ดวงเมืองที่แข็งแกร่งที่สุด  ซึ่งยากสำหรับคนที่จะมาใช้วิชาคาถาอาคมมาถอนหรือ ทำลาย  หรือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก็ไม่สามารถถอนดวงเมืองประเทศไทยได้  จึงเชื่อว่าการประกอบพิธีในอดีตนั้น   ฝังลึกด้วยดวงวิญญาณแห่งวิชาจากครูบาอาจารย์ที่แรงที่สุด  ขลังด้วยลงอักขระวิชาอาคมแห่งศาสตร์   ดวงมหาอุตห์แห่งมหาอำนาจของบรรพชนผู้แกล้วกล้าของนักรบชายชาติทหาร   และดวงวิญญาณแห่งบูรพระมหากษัตริย์ชาติไทยที่ยืนยง  ยากที่จะโจมตี  จากพวกก่อการขบฏทำลาย  หรือให้ร้ายป้ายสีก่อกุลียุค   ให้เกิดความวิบัติเกิดขึ้น อาจเป็นเพียงแต่ส่งผล  ให้บ้านเมืองวุ่นวายสับสนวุ่นวาย    ทำให้มีแต่ความบอบช้ำ  เพราะการกระทำของคนที่หวังอำนาจ  แต่เชื่อว่าไม่อาจล้มดวงสถาบันกษัตริย์ชาติไทยได้  เพราะด้วยแรงจิตวิญญาณที่ได้รับการคุ้มครองจากดวงบรรพบุรุษแห่งกษัตริย์ไทยที่มีอานุภาพพลังแห่งครูบาอาจารย์  และด้วยบารมีแห่งพระสยามเทวาธิราช  ที่มีพลังอันแก่กล้าที่คุ้มครองดวงเมืองประเทศไทย

ซินแสเข่ง   สรุปทำนายดวงว่าถึงแม้นปี  2564  จะเป็นปีแห่งความทุกข์  ถ้าคนในประเทศรู้จักปรับ เชื่อว่าเราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่  อย่างชัดเจนไม่ใช่จะปล่อยทุกอย่างไปตามดวง  ไม่มีประโยชน์ที่จะมาทำลาย  ให้เกิดความสูญเสีย หรือหวังคิดการปฏิรูปสถาบันฯให้เปลี่ยนไป  หรือให้คนที่เข้ามาอยู่อาศัยแผ่นดินไทย  คิดมาเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง  ขนบธรรมเนียมประเพณี หรือกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่จะมาเปลี่ยนอาริยะธรรมให้กลายเป็นสิ่งลามกอนาจาร ให้ร้ายด้วยคำหยาบคาย ทำร้าย หมักหมุมอารมณ์เพศ  ทำลายสังคมปัจจุบันให้สูญสิ้น  แต่ไม่สามารถทำลายดวงเมืองให้ล่มสลาย  ยิ่งจะทำให้สังคมคนไทยตกต่ำมากขึ้นเพราะปีนี้เป็นปีแห่งความทุกข์หนักของคนไทย

บ่มีโควิด ตรวจกาสิโนสามเหลี่ยมทองคำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บ่มีโควิด ตรวจกาสิโนสามเหลี่ยมทองคำ (komchadluek.net)

บ่มีโควิด ตรวจกาสิโนสามเหลี่ยมทองคำ

บ่มีโควิด ตรวจกาสิโนสามเหลี่ยมทองคำ

10 ธันวาคม 2563 – 15:05 น.

ลาวหวั่นโควิดท่าขี้เหล็กข้ามโขง จับตรวจพนักงานกาสิโนคิงส์โรมัน ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด

++
หลังมีกรณีคนจีน 2 คน ติดเชื้อโควิด ข้ามแดนมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก เข้าพักที่บ้านมอม เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ก่อนเดินทางไปแขวงหลวงน้ำ 

อ่านข่าว…  ทำความรู้จัก “1G1-7HOTEL” ท่าขี้เหล็ก แหล่งสาวไทยติดเชื้อโควิด-19

บ่มีโควิด ตรวจกาสิโนสามเหลี่ยมทองคำ

ทางการแขวงบ่อแก้ว จึงสั่งปิดเมืองต้นผึ้ง ห้ามเข้าออก และตั้งด่านตรวจเข้ม    

สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง ยังไม่ได้สั่งปิด แต่ก็ห้ามคนต่างประเทศเข้า-ออกมาตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค.นี้    

ภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ มีกาสิโนคิงส์โรมัน อัครสถานบันเทิงที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปเที่ยวจำนวนมาก นับแต่โควิดระบาด ก็ปิดการให้บริการมานานหลายเดือน    

บ่มีโควิด ตรวจกาสิโนสามเหลี่ยมทองคำ

วันที่ 9 ธ.ค.2563 องค์การอนามัยโลกประจำลาว ศูนย์วิเคราะห์และระบาดวิทยาของแขวงบ่อแก้ว ได้เข้าชมระบบการบริหาร การบริการ มาตรการการควบคุมและเตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วยจากติดเชื้อโควิด ของ รพ.สากลทิศตะวันออกลาว (โรงหมอสากลสิงคโปร์)    

โรงหมอสากลสิงคโปร์ เป็นสถานรักษาพยาบาลในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งมีการสุ่มเก็บตัวอย่างจากพนักงานที่ทำงานอยู่ในกาสิโน ที่เห็นว่ามีความเสี่ยง เช่น พนักงานต้อนรับ พนักงานแจกไพ่ พนักงานร้านอาหาร กรรมกร ฯลฯ เพื่อนำส่งไปตรวจหาเชื้อโควิดที่ศูนย์วิเคราะห์และระบาดวิทยา ซึ่งยังไม่พบว่า พนักงานคนใดติดเชื้อโควิด    

บ่มีโควิด ตรวจกาสิโนสามเหลี่ยมทองคำ

ปัจจุบัน ภายในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด และทางแขวงบ่อแก้ว มีคำสั่งปิดด่านสากล 2 แห่ง ที่จะเข้ามายังสามเหลี่ยมทองคำ 

บ่มีโควิด ตรวจกาสิโนสามเหลี่ยมทองคำ

จอบเบิ่งสหาย “ค้อนเคียว” ไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จอบเบิ่งสหาย “ค้อนเคียว” ไทย (komchadluek.net)

จอบเบิ่งสหาย “ค้อนเคียว” ไทย

จอบเบิ่งสหาย "ค้อนเคียว" ไทย

10 ธันวาคม 2563 – 14:00 น.

ปลุกผีค้อนเคียว เปิดปูมสหาย 2 ขั้ว ปกป้องสถาบัน และยึดกุมอุดมการณ์เดิม

++
ไม่น่าเชื่อว่า สัญลักษณ์ “ค้อนเคียว” ของชาวคอมมิวนิสต์สากล จะกลายเป็นประเด็นร้อน มีการถกเถียงกัน ทั้งในกลุ่มม็อบราษฎร และกลุ่มผู้ปกป้องสถาบัน

อ่านข่าว…  สับสนอะไร นิพิฏฐ์ ถาม เยาวชนปลดแอก สัญลักษณ์ ค้อน – เคียว เข้าใจลัทธิคอมมิวนิสต์แค่ไหน

จอบเบิ่งสหาย "ค้อนเคียว" ไทย

อดีตสหายอีสาน แสดงพลังปกป้องสถาบันฯ ที่ลำตะคอง

หลังเพจเยาวชนปลดแอก(Free YOUTH) ประกาศเปิดตัว RT MOVEMENT – ทีมข้อเดียวมูฟเมนท์ ปลุกสำนึกทางชนชั้นของเหล่าแรงงานผู้ถูกกดขี่ พร้อมโลโก้ RT ที่ออกแบบคล้ายค้อนเคียว    

จากนั้น เรื่องราว “ค้อนเคียว” ก็ถูกขุดขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ทางสื่อโซเชียล

++
ค้อนเคียวเปลี่ยนไป
++
ดังที่รู้กันในกลุ่มซ้ายไทย วันที่ 1 ธ.ค.ของทุกปี เป็นวันก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ซึ่งปีนี้ ครบรอบ 78 ปี    

จะว่าไปแล้ว พคท.ในทางกายภาพนั้น ไม่มีตัวตนอยู่แล้ว แต่ในเชิงอุดมการณ์ ยังมีคน 2 กลุ่มใหญ่ๆ เคลื่อนไหวจัดตั้งทางความคิดอยู่     

1 ธันวา..ปีนี้มาแปลก จู่ๆ มีคนแต่งชุด ทปท.(ทหารปลดแอก) ตั้งเวทีจัดงานรำลึกครบรอบวันก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่บริเวณลำตะคอง จ.นครราชสีมา    

จอบเบิ่งสหาย "ค้อนเคียว" ไทย

อดีตสหายอีสาน แสดงพลังปกป้องสถาบันฯ ที่ลำตะคอง

ไม่มีสำนักข่าวใดรายงานข่าว แต่มีการแชร์ภาพพวกเขาในสื่อโซเชียล และบอกว่า พวกเขามาแสดงพลังปกป้องสถาบันพระมหา กษัตริย์    

สอบถามข้อมูลจากอดีตสหายนำในภาคอีสาน จึงทราบว่า กลุ่มสหายดังกล่าว นำโดย “ส.สุรศักดิ์” หรือ “ส.เสก” ประภาส โงกสูงเนิน ประธานเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค     

ประภาสเป็นแนวร่วม พคท.อีสานใต้ เริ่มเคลื่อนไหวการเมืองภาคประชาชน จากเครือข่ายเหล้าพื้นบ้านจังหวัดนครราชสีมา และก่อร่างสร้างสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.)     

ปี 2551 ประภาสนำเกษตรกรในนามสภาประชาชน 4 ภาค เรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ช่วยเหลือเรื่องที่ดินทำกินและหนี้สิน     

ปรากฏว่า สมาชิกในองค์กรของประภาส ส่วนใหญ่เป็น “อดีตสหาย” หรือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย จึงนำมาซึ่งพิธีกรรมรำลึกวันก่อตั้ง พคท. และอ่านแถลงการณ์ปกป้องสถาบันเบื้องสูง     

ทุกวันนี้ ประภาส ยังนำเกษตรกรอีสานมาเรียกร้องให้รัฐบาลประยุทธ์ แก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน 

จอบเบิ่งสหาย "ค้อนเคียว" ไทย

กลุ่ม พคท.รอ. ที่มาปักหลักกลางสนามหลวง ปี 2556

++
สหายรักษาพระองค์
++
อดีตแนวร่วม พคท.ของประภาส ไม่ใช่กลุ่มแรกที่เคลื่อนไหวปกป้องสถาบัน หลายปีก่อน ก็มีอดีตสหายเดินทัพทางไกลจากอีสานสู่สนามหลวง    

ปี 2556 ได้มีอดีตสหายหรือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยจากภาคอีสาน ประมาณ 500 คน ในนามกลุ่มธรรมาธิปไตย เดินทางมาปักหลักชุมนุมที่สนามหลวง    

อดีตสหายกลุ่มนี้ แสดงตัวในนามกองทัพปลดแอกปกป้องสถาบันฯ จึงถูกล้อเลียนว่า คอมมิวนิสต์รักษาพระองค์ หรือ พคท.รอ.     

ถัดมา สหายอีสานกลุ่มนี้ ได้เข้าร่วมการชุมนุมกับ กปปส. ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ 

จอบเบิ่งสหาย "ค้อนเคียว" ไทย

อดีตสหายในนาม กลุ่มพลังธรรมาธิปไตย ปี 2556

++
สองแนวทาง
++
ปัจจุบัน สถานะของ พคท. ยังคงดำรงอยู่ มีคณะกรรมการกลางพรรค และเลขาธิการพรรค ล้วนแต่เป็นผู้สูงวัย เฉลี่ยอายุ 70-80 ปี จึงดูอ่อนล้า ไร้พลัง เพราะไม่ได้รับการยอมรับจากสหายส่วนใหญ่    

ขณะที่สหายนำอีกส่วนหนึ่ง ได้จัดตั้งองค์กรปฏิวัติใหม่ ทำงานปิดลับและขยายสมาชิกพรรคอย่างเงียบๆ     

อุดมการณ์และแนวทางขององค์กรใหม่นี้ ดูจะสอดคล้องกับข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ ของคณะราษฎร 

เกมซ้อนเกม “หน่อย-เหลิม” ชิงหาเสียง อบจ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เกมซ้อนเกม “หน่อย-เหลิม” ชิงหาเสียง อบจ. (komchadluek.net)

เกมซ้อนเกม “หน่อย-เหลิม” ชิงหาเสียง อบจ.

เกมซ้อนเกม "หน่อย-เหลิม" ชิงหาเสียง อบจ.

10 ธันวาคม 2563 – 12:15 น.

สนาม อบจ. กลายเป็น “เกมชิงพื้นที่” ของคนกันเอง ระหว่างเพื่อไทยกับ “คุณหญิงนอกพรรค”

++
โค้งสุดท้ายเลือกตั้งนายก อบจ. พรรคเพื่อไทย จัดทีมปราศรัยจากส่วนกลางลงไปช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครนายก อบจ.หลายจังหวัด

อ่านข่าว…  เอ๊ะยังไง “หน่อย” โผล่นครพนม 

เกมซ้อนเกม "หน่อย-เหลิม" ชิงหาเสียง อบจ.

คุณหญิงหน่อยไปหาเสียงเมืองน่าน

วันที่ 12 ธ.ค.2563 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มีคิวเดินสายไปชายขอบทุ่งกุลาร้องไห้ เปิดเวทีปราศรัยช่วย มังกร ยนต์ตระกูล อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด     

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตแกนนำเพื่อไทย ย่องเงียบไปหาเสียงนายก อบจ.แถวอีสาน 4-5 จังหวัด ก็โผล่ไปเที่ยวเมืองน่าน เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2563 และแฉลบไปช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครนายก อบจ.น่าน 

++
คุณหญิงชิงเล่นเกม
++
ปลายเดือน ต.ค.2563 กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย มีมติให้นพรัตน์ ถาวงศ์ อดีตประธานสภา อบจ.น่าน เป็นผู้สมัครนายก อบจ.น่าน สังกัดพรรคเพื่อไทย โดยการรับรองของ สิรินทร รามสูตร ส.ส.น่าน เขต 1,นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน เขต 2 และ ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ส.ส.น่าน เขต 3     

โดยกติกาของ กกต. มีข้อห้ามไม่ให้ ส.ส. หรือข้าราชการการเมืองไปหาเสียงช่วยผู้สมัครนายก อบจ. หมอชลน่าน เลยเชิญ “คุณหญิงหน่อย” และครอบครัวไปท่องเที่ยวเมืองน่าน    

จังหวะนั้น คุณหญิงหน่อยได้ไปหาเสียงช่วยนพรัตน์ ถาวงศ์ เป็นการส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับ ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย    

เกมซ้อนเกม "หน่อย-เหลิม" ชิงหาเสียง อบจ.

ร.ต.อ.เฉลิม ไปเหนือมาแล้ว เตรียมไปอีสานต่อ

ช่วงต้นเดือน ธ.ค.2563 หมอชลน่าน ได้ไปร่วมสุมหัวคิดกับ อดิศร เพียงเกษ พร้อม ส.ส.เพื่อไทยบางส่วน ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ของอดีตแกนนำเพื่อไทยคนหนึ่งแถวเขาใหญ่     

ก่อนหน้านั้น อดิศร สุทิน และหมอชลน่าน ได้พบปะพูดถึงอนาคตการเมืองพวกเขาเป็นระยะๆ   

++
เหลิมไปร้อยเอ็ด
++
วันที่ 10 ธ.ค.2563 มังกร ยนต์ตระกูล กลุ่มเพื่อไทยร้อยเอ็ด ได้แจ้งว่า พงศ์เทพ เทพกาญจนา ,อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอรุณี กาศยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย จะมาเปิดเวทีปราศรัย 3 อำเภอคือ เกษตรวิสัย,ศรีสมเด็จ และอาจสามารถ     

ตามแผนการหาเสียง วันที่ 12 ธ.ค.นี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และอดิศร เพียงเกษ ก็จะเดินทางมาหาเสียงช่วยมังกรเช่นกัน    

จริงๆแล้ว มังกร ยนต์ตระกูล ไม่ใช่ผู้สมัครนายก อบจ.ที่พรรคเพื่อไทย มีมติส่งสมัครนายก อบจ.ในนามพรรค แต่อนุญาตให้ใช้โลโก้พรรคได้    

ทำไม “ผู้ใหญ่” ในพรรคเพื่อไทย จึงลงมาหาเสียงช่วยมังกร? เข้าใจว่า คงสืบเนื่องจากคุณหญิงหน่อยมาช่วยมังกรหาเสียงถึง 2 ครั้งนั่นเอง    

แถมคู่แข่งในสนามร้อยเอ็ด ปล่อยข่าวมังกรสมคบกับคุณหญิงหน่อย ในฐานะคนนอกพรรค แอบอ้างชื่อพรรคเพื่อไทย     

ด้วยเหตุนี้ เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด กุนซือของทีมมังกร จึงประสานขอให้ผู้ใหญ่พรรคเพื่อไทยช่วยจัดทีมปราศรัยมาโดยด่วน เพื่อตอบโต้กระแสข่าวข้างต้น    

สำหรับผู้บริหารพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน คงไม่อยากให้ “คุณหญิงหน่อย” ชิงพื้นที่ ชิงคน จึงต้องส่งทัพใหญ่ไปร้อยเอ็ดโดยด่วน

สังเวียนกว๊าน “อัครา-สจ.แน้ว” พิสูจน์พะเยาโมเดล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สังเวียนกว๊าน “อัครา-สจ.แน้ว” พิสูจน์พะเยาโมเดล (komchadluek.net)

สังเวียนกว๊าน “อัครา-สจ.แน้ว” พิสูจน์พะเยาโมเดล

สังเวียนกว๊าน "อัครา-สจ.แน้ว" พิสูจน์พะเยาโมเดล

9 ธันวาคม 2563 – 09:40 น.

คู่เอกเมืองกว๊าน “อัครา” ปะทะ “สจ.แน้ว” ประชัน “พะเยาโมเดล” 

++
คาดว่า สังเวียน อบจ.พะเยา จะถูกจับตามองจากคอการเมืองทั้งประเทศ เพราะผู้สมัครนายก อบจ.เป็นน้องชาย “รัฐมนตรีคนดัง”

อ่านข่าว…  กว๊านระอุ”อัครา” ชนแดงเก่า พะเยาสองขั้ว

ขณะที่อดีตนายก อบจ.พะเยา 2 คน ขอวางมือ ไม่ลงสนาม แต่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ตัดสินใจส่ง “สจ.แน้ว” ชัยประพันธ์ สิงห์ชัย อดีตผู้สมัคร ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อชาติ พร้อมชูแคมเปญประชาชนจะเลือกอะไร ระหว่างการเมืองเก่ากับการเมืองใหม่    

อย่างไรก็ตาม “อัครา พรหมเผ่า” ในนามกลุ่มฮักพะเยา กับ “สจ.แน้ว” คณะก้าวหน้า ต่างก็ป่าวร้องเรื่อง “พะเยาโมเดล” แต่ก็เป็นคนละความหมาย 

++
พะเยาโมเดล
++
อัครา พรหมเผ่า น้องชาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ได้แสดงเจตจำนงจะลงสมัครนายก อบจ.พะเยา มาตั้งแต่ปี 2562 เพื่อผลักดัน “พะเยาโมเดล” เพื่อพัฒนาบ้านเกิด    

ระหว่างปี 2560-2562 “อัครา” ประธานกลุ่มฮักบ้านเกิดพะเยา และผู้ประสานงานมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่าเพื่อการกุศล ได้ทำกิจกรรมช่วยเหลือชาวพะเยาต่อเนื่อง     

การพัฒนาเมืองพะเยา ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่อบจ.พะเยา ได้รับงบประมาณปีละ 400-500 ล้านบาท จึงต้องมีการประสานกับหน่วยงานภาครัฐส่วนกลางมาช่วยเสริมความแข็งแกร่งของท้องถิ่น    

ในสายตานักวิเคราะห์การเมืองแถวริมกว๊าน มองว่า อัครามีความได้เปรียบคู่แข่ง ตรงที่สามารถดึงงบฯ พัฒนาจากหน่วยงานต่างๆ เข้าสู่เมืองพะเยาได้    

นี่กระมังที่เรียกว่า พะเยาโมเดลฉบับน้องชายผู้กองคนดัง 

++
โมเดลพะเยา
++
ด้าน “สจ.แน้ว” ชัยประพันธ์ สิงห์ชัย เป็นนักการเมืองท้องถิ่น เคยลงสมัครนายก อบจ.พะเยา พ่ายแพ้แก่ตระกูล “ตันบรรจง”    

การเลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว ก็ลงสนามในสีเสื้อพรรคเพื่อชาติ อาศัยฐานเสียงแดงพะเยา แต่สอบตก     

สำหรับเลือกนายก อบจ.พะเยา “สจ.แน้ว” สวมเสื้อก้าวหน้า หวังฐานเสียงคนรุ่นใหม่ และแดงพะเยา โดยชูคำขวัญ ‘พะเยาดีกว่านี้ได้’     

สจ.แน้ว พยายามปลุกแคมเปญ “พะเยาโมเดล” ในทางการเมือง โดยบอกว่า “แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงคือสิ่งที่น่ากลัว แต่ถ้าวันนี้ผมกลัวแล้วพี่น้องชาวพะเยาอีกกว่า 4 แสนคนจะเป็นอย่างไร”    

โมเดลพะเยาของ สจ.แน้ว ก็คือปฏิบัติการล้มช้าง ซึ่งสภากาแฟริมกว๊านก็เชื่อว่า คงเกิดขึ้นได้ยาก

ฤทธิ์แดงดูไบ “ทัศนีย์” ชีช้ำ โน่นก็ “เจ๊” นี่ก็ “ลุง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฤทธิ์แดงดูไบ “ทัศนีย์” ชีช้ำ โน่นก็ “เจ๊” นี่ก็ “ลุง” (komchadluek.net)

ฤทธิ์แดงดูไบ “ทัศนีย์” ชีช้ำ โน่นก็ “เจ๊” นี่ก็ “ลุง”

ฤทธิ์แดงดูไบ "ทัศนีย์" ชีช้ำ โน่นก็ "เจ๊" นี่ก็ "ลุง"

9 ธันวาคม 2563 – 09:03 น.

ศึกในอก “ทัศนีย์” พูดไม่ออก ฝั่งหนึ่งก็ญาติ อีกฝั่งหนึ่งมีทั้งนายใหญ่ และเจ๊ใหญ่  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
บอกได้คำเดียวว่า “อึดอัด” สำหรับ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ไม่ต่ำกว่า 3 คน และหนึ่งในนั้นคือ “ส.ส.กุ้ง” ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ 

อ่านข่าว… ศึกล้านนา บูรณุปกรณ์ เลือดข้นกว่าน้ำ 

ฤทธิ์แดงดูไบ "ทัศนีย์" ชีช้ำ โน่นก็ "เจ๊" นี่ก็ "ลุง"

ทัศนีย์ หนุนม็อบราษฎรเต็มตัว

เมื่อทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่งจดหมายน้อยถึงชาวเชียงใหม่ ให้เลือก “พิชัย” ผู้สมัครนายก อบจ.พรรคเพื่อไทย    

ย่างเข้าสู่ฤดูเลือกตั้งท้องถิ่น ส.ส.เชียงใหม่กลุ่มที่ใกล้ชิด “บุญเลิศ บูรณุปกรณ์” ก็ไม่เข้ามายุ่งกับการเลือกตั้งนายก อบจ. เพราะจะผิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น    

“กุ้ง ทัศนีย์” ให้สัมภาษณ์สื่อในกรณี “จดหมายน้อยจากดูไบ” ว่า “ไม่ขอก้าวล่วง” และมองว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่อยากให้การเลือกตั้งนายก อบจ. เป็นเรื่องท้องถิ่นมากกว่าการเมืองระดับชาติ 

++
หลานลุงโต๊ะ
++
คนเชียงใหม่คุ้นเคยกับสองพี่น้อง “เสี่ยโต๊ะ” บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ และ “เสี่ยตุ๊” ปกรณ์ บูรณุปกรณ์ มานานกว่า 3 ทศวรรษ    

“ปกรณ์” สู่เส้นทางการเมืองท้องถิ่นปี 2538 ในนามสมาชิกกลุ่มนวรัฐพัฒนา ของ “เสธ.ม่อย” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย และ บุษบา ยอดบางเตย ยึดเทศบาลนครเชียงใหม่    

ต่อมา ปกรณ์รวบรวมพรรคพวกแยกตัวออกมาจาก “เสธ.ม่อย” มาตั้ง “กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม” และลงสมัครเลือกตั้งเทศบาลนครเชียงใหม่ สามารถโค่นกลุ่มเดิมสำเร็จ    

ปกรณ์เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ 2 สมัย(ปี 2541-2543) ก่อนจะไปเป็น ส.ส.เชียงใหม่ พรรคไทยรักไทย และได้พี่ชาย บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ มาเป็นนายกเล็กเชียงใหม่แทน

ฤทธิ์แดงดูไบ "ทัศนีย์" ชีช้ำ โน่นก็ "เจ๊" นี่ก็ "ลุง"

สมัยที่ทัศนีย์ ถูกทหารจับคดีจดหมายต้าน รธน.2560    

ตระกูลบูรณุปกรณ์ ได้สร้างคนรุ่นใหม่คือ “กุ้ง” ทัศนีย์ และ “ไก่” ทัศนัย ทั้งคู่เป็นเป็นลูกของพรทัศน์ บูรณุปกรณ์ และผ่องศรี บูรณุปกรณ์     

ปี  2546 ปกรณ์ส่งหลานสาว-ทัศนีย์ ไปยึดเทศบาลตำบลช้างเผือก และบริหารเทศบาลตำบลช้างเผือก 2 สมัย จนถึงปี 2554 ก็ลาออกไปสมัคร ส.ส.     

ปี 2551 บุญเลิศขยับเป็นนายก อบจ.เชียงใหม่ หลานชาย-ทัศนัย เป็นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เมื่อปกรณ์เสียชีวิต ทัศนีย์เป็น ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 ในปี 2554 แทน    

หลังรัฐประหาร 2557 ทัศนีย์ต้องเว้นวรรคทางการเมือง บุญเลิศ จึงแต่งตั้งทัศนีย์ เป็นรองนายก อบจ.เชียงใหม่ 

++
พิษรัฐธรรมนูญ
++
ความยิ่งใหญ่ของ “บูรณุปกรณ์” จึงตกเป็นเป้าหมายของ คสช. ในการสลายขุมกำลัง     

ปี 2559 คสช.สั่งจับ บุญเลิศ และทัศนีย์ พร้อมกับพวกอีกนับสิบชีวิต ในข้อหาแจกจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งจะมีการลงประชามติในปีนั้น    

นอกจากนี้ หัวหน้า คสช.ยังมีคำสั่งให้บุญเลิศ ระงับการปฏิบัติราชการชั่วคราวในคดีจดหมายบิดเบือนรัฐธรรมนูญ    

เวลานั้น ข่าว คสช.ล้างเผ่าพันธุ์ตระกูลการเมืองเชียงใหม่ครึกโครม แต่คนแดนไกลกลับเงียบ    

ระหว่างที่บุญเลิศ และหลานกุ้ง-ทัศนีย์ สู้คดีความมั่นคง ก็มีคนวางแผนให้พิชัย เตรียมตัวลงนายก อบจ.เชียงใหม่ ด้วยการลงทุนทำทีมลูกหนัง    

ทัศนีย์รู้ดีกว่าใคร แต่พูดไม่ได้ ตระกูลบูรณุปกรณ์ไปนอนคุก มทบ.11 อยู่แรมเดือน ก่อนจะออกมาต่อสู้คดีจนศาลยกฟ้อง