ฉายแสงสู้ หนุนก้าวหน้า ล้มแชมป์ ‘นายกไก่’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฉายแสงสู้ หนุนก้าวหน้า ล้มแชมป์ ‘นายกไก่’ (komchadluek.net)

ฉายแสงสู้ หนุนก้าวหน้า ล้มแชมป์ ‘นายกไก่’

ฉายแสงสู้ หนุนก้าวหน้า ล้มแชมป์ 'นายกไก่'

6 ธันวาคม 2563 – 12:35 น.

คู่เอก อบจ.แดนบูรพา “นายกไก่” ปะทะ “นายกสิงห์” ชี้ขาดที่พี่เลี้ยงระหว่าง “ตันเจริญ” กับ “ฉายแสง”….คอลัมน์ท่องยุทธภาพ โดย ขุนน้ำหมึก

ต้องยกให้เป็นคู่เอก ในสังเวียนชิงเก้าอี้นายก อบจ.ภาคตะวันออก ระหว่าง “นายกไก่” กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีตนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา กับ “นายกสิงห์” จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลบางผึ้ง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

อ่านข่าว : ศึกล้านนา’แม้ว’ ไม่ทน สยบเกม ‘จตุพร’

             : อบจ.ฝั่งโขง 3 คน 3 ค่าย โตมาจากทักษิณ

ลำพังชื่อชั้น นายก อบต.ย่อมสู้นายก อบจ. ไม่ได้ แต่บังเอิญ “นายกสิงห์” ได้พี่เลี้ยงระดับชาติอย่างตระกูล “ฉายแสง” แถมสวมเสื้อก้าวหน้าของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จึงสู้ได้แบบมีลุ้น

2 สมัยที่ผ่านมา “นายกไก่” ลงสนาม อบจ.แปดริ้ว เหมือนไม่มีคู่แข่ง จึงไม่ต้องหาเสียงอะไรมากมาย ผิดกับครั้งนี้ “นายกไก่” ต้องปรับตัว และปรับกลยุทธ์สู้กระแสธนาธร

ฉายแสงสู้ หนุนก้าวหน้า ล้มแชมป์ 'นายกไก่'

ฐิติมา   ฉายแสง 

++

ฉายแสงไม่ยอมแพ้

++

แม้จะไม่ได้เป็น ส.ส.ทั้งตระกูล แต่ 3 พี่น้อง-จาตุรนต์ วุฒิพงศ์ และฐิติมา ก็ไม่หยุดการเคลื่อนไหว

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2563 “เจ๊เปิ้ล” ฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา โพสต์เฟซบุ๊คว่า “เกือบ 20 ปีแล้วที่จังหวัดฉะเชิงเทราไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร มีอย่างเหรอ ฉะเชิงเทราอยู่ติดกับกรุงเทพแต่ก็ยังมีปัญหาไม่มีน้ำประปาใช้ อย่างนี้มันต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตค่ะ..ถึงเวลาเปลี่ยนแล้วค่ะ”

ตอนท้าย “ฐิติมา” บอกชัดๆว่า “ขอเชียร์ นายกสิงห์เป็นนายก อบจ.ฉะเชิงเทราคนใหม่ และ สจ. เขตเบอร์ 2 ทั้ง 2 ใบ”

จริงๆแล้ว ช่วงก่อนวันรับสมัครนายก อบจ. ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ นายกเทศมนตรีตำบลบางผึ้ง อ.บางปะกง ได้ออกงานร่วมกับกลยุทธ ฉายแสง นายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา และวุฒิพงษ์ ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา อยู่บ่อยๆ

กลางปี 2562 “นายกสิงห์” เสนอตัวเป็นว่าที่นายก อบจ.แปดริ้ว ของพรรคอนาคตใหม่ และได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทน เมื่อพรรคถูกยุบ นายกสิงห์ได้เดินเคียงข้างคนตระกูลฉายแสงพบปะชาวบ้าน ก่อนจะสวมเสื้อ “คณะก้าวหน้า” ลงสนาม

ในเวทีการเมืองระดับชาติ จาตุรนต์ ประกาศตั้งพรรคการเมืองใหม่ ชูธงประชาธิปไตยสูงเด่น ฉะนั้นการเมืองท้องถิ่น ตระกูล “ฉายแสง” หวังให้ “นายกสิงห์” มายึดทำเนียบท้องถิ่น

ส่วนนายกเล็กเมืองแปดริ้ว ตระกูล “ฉายแสง” ผูกขาดมาแต่รุ่นเตี่ย ยันรุ่นลูก

++

พันธมิตร 3 ตระกูล

++

“นายกไก่” กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ เป็นนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา มาตั้งแต่ปี 2547 และเพิ่งส่งลูกชาย-ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ เป็น ส.ส.แปดริ้ว สมัยแรกในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

มีความชัดเจนว่า ตระกูล “ตันเจริญ” และ “ศิริลัทธยากร” จับมือ “นายกไก่” ปูพรมหาเสียงกันหนักในช่วงโควิดระบาด

นอกจากนี้ ยังแตะมือกับจินดา มะลิผล พี่สาวสุชาติ (ภรรยา รส มะลิผล อดีต ส.ส.แปดริ้ว) บ้านใหญ่สนามชัยเขต

ผลสะเทือนจากการเลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว กระแสธนาธร เขย่าบ้านใหญ่ชลบุรีจนร่วง และเบียดได้ 2 ที่นั่งในแปดริ้ว ทำให้ “นายกไก่” ต้องหันมาใช้กลยุทธ์สื่อดิจิตอลหาเสียง

ฉายแสงสู้ หนุนก้าวหน้า ล้มแชมป์ 'นายกไก่'

นายกสิงห์  ขวัญใจคนบางปะกง

การพึ่งพาระบบหัวคะแนนอย่างเดียวคงไม่ได้ จึงใช้มืออาชีพมาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ “นายกไก่” เริ่มจากการเปิดแฟนเพจ “ผู้ใหญ่ไก่ รักแปดริ้ว” เพื่อสื่อสารกับผู้คนในโลกโซเชียล

ฉายแสงสู้ หนุนก้าวหน้า ล้มแชมป์ 'นายกไก่'

นายกไก่ ลงทุนใช้สื่อดิจิตอลหาเสียงกันคนรุ่นใหม่

ศึก อบจ.ยุคม็อบราษฎร “นายกไก่” เหนื่อยกว่าทุกครั้ง ลุยเคาะประตูบ้านทุกหมู่บ้านย่านตำบล

เบื้องลึก ‘สะสมทรัพย์’ เปลี่ยนผู้เล่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เบื้องลึก’สะสมทรัพย์’เปลี่ยนผู้เล่น (komchadluek.net)

เบื้องลึก’สะสมทรัพย์’เปลี่ยนผู้เล่น

 เบื้องลึก'สะสมทรัพย์'เปลี่ยนผู้เล่น

5 ธันวาคม 2563 – 16:51 น.

สาวลึก “สะสมทรัพย์” จากรุ่นปู่วัย 93 สู่รุ่นหลาน นครปฐมเปลี่ยน “บ้านใหญ่” ก็ต้องปรับตัว

++
    เลือกตั้งนายก อบจ.เมืองเจดีย์ใหญ่ ปีนี้ ไม่เหมือน 7-8 ปีที่แล้ว เพราะสมัยโน้นสู้กัน 2 ขั้ว “บ้านใหญ่สะสมทรัพย์” กับ “กลุ่มไม่เอาบ้านใหญ่” นำทีมโดยพรศักดิ์ เปี่ยมคล้า อดีต ส.ส.นครปฐม และเจ้าของคอกม้าชื่อดังแห่ง อ.ดอนตูม 
    ตัวแทนบ้านใหญ่คือ พเยาว์ เนียะแก้ว อดีตนายก อบจ.นครปฐม 3 สมัย แต่ปีนี้ บ้านใหญ่เปลี่ยนตัวผู้เล่น จากพเยาว์ เป็นลูกชายคนโตของไชยา สะสมทรัพย์
    มาวันนี้ ภูมิทัศน์การเมืองนครปฐมเปลี่ยน เมื่อพรรคอนาคตใหม่หรือพรรคก้าวไกล เบียดแทรกเข้ามาเป็น ส.ส.ได้ 2 เขต ก่อนจะเหลือ 1 เขต หลังการเลือกตั้งซ่อมเขต 5

++
บ้านใหญ่สะสมทรัพย์
++
    วันที่ 3 ธ.ค.2563 เป็นวันเกิดของ ประเสริฐ สะสมทรัพย์ อดีตนายกสโมสรโรตารี นครปฐม และอดีตนายกสมาคมอึ้งศรี นครปฐม ครบรอบ 93 ปี ผู้ปั้นลูกชาย 4 คนเป็นรัฐมนตรี และ ส.ส.นครปฐม
    “ประเสริฐ” ก่อร่างสร้างอาณาจักรธุรกิจ ในนามบริษัทกลุ่ม 79 เริ่มก่อตั้งด้วยการวิ่งรถสิบล้อ และเปลี่ยนมาทำธุรกิจรถทัวร์สาย 79 รวมถึงธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ค้าวัสดุก่อสร้าง โกดังข้าว และบริหารสนามกอล์ฟหรูระดับโลก

 เบื้องลึก'สะสมทรัพย์'เปลี่ยนผู้เล่น

               ประเสริฐ และลูกชาย(เผดิมชัย ไชยยศ ไชยา และอนุชา) 

    สะสมทรัพย์ รุ่น 2 มองเห็นโอกาสของการรับงานกำจัดขยะ จึงได้เริ่มกิจการมาตั้งแต่ปี 2539 ในนามบริษัท วัสดุภัณฑ์ธุรกิจ จำกัด เป็นคู่สัญญากับกรุงเทพมหานคร (กทม.)
    สะสมทรัพย์ รุ่น 3 ที่ทำให้กิจการกำจัดขยะได้รับการพัฒนาขึ้นและได้รับการยอมรับจากสังคมคือ “หนึ่ง” จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์  

 เบื้องลึก'สะสมทรัพย์'เปลี่ยนผู้เล่น

              จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์

    อย่างไรก็ตาม สะสมทรัพย์คือ ตระกูลการเมือง เมื่อ “โหน่ง” พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ น้องชายเป็น ส.ส.นครปฐมไปแล้ว แต่ “หนึ่ง” ก็วางแผนไว้ว่า หากคิดเล่นการเมือง ต้องเริ่มที่ท้องถิ่น
    เมื่อทายาท “เสี่ยอ้อน” ไชยา สะสมทรัพย์ ขอลงสนาม ในสังกัดกลุ่มชาวบ้าน พเยาว์ เนี้ยะแก้ว จึงต้องไปลงสมัครในนามกลุ่มพลังแผ่นดิน

++
สายลมเปลี่ยนทิศ
++
    ผลการเลือกตั้ง ส.ส.นครปฐม ปี 2562 ต้องใช้คำว่า “ล้มบ้านใหญ่” เมื่ออดีต ส.ส.สาย “สะสมทรัพย์” สอบตกเพียบ เหลือเพียง “เสี่ยโหน่ง” พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ ที่คว้าชัยในเขต 2 
    ดีแต่ว่า มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 นครปฐม เมื่อ 23 ต.ค.2562 ปรากฏว่า เผดิมชัย สะสมทรัพย์ พรรคชาติไทยพัฒนา กลับมาแก้มือได้สำเร็จ เอาชนะ ไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร พรรคอนาคตใหม่ ไปได้แบบขาดลอย
    การเลือกตั้งนายก อบจ.นครปฐม คนรุ่นใหม่อย่าง ชัชวาล นันทะสาร หรือ “หมอชัช” ผู้สมัครนายก อบจ.นครปฐม ที่ก่อตั้งกลุ่มปลุกนครปฐม ก็หวังได้กระแสธนาธร พาเข้าป้ายเหมือน ส.ส.ก้าวไกล   

 เบื้องลึก'สะสมทรัพย์'เปลี่ยนผู้เล่น

                        ครอบครัวสะสมทรัพย์ 3 รุ่น

    บังเอิญว่า บ้านใหญ่สะสมทรัพย์ มีรุ่นลูกรุ่นหลาน เป็นคนรุ่นใหม่ จึงปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง
    รวมถึง “หนึ่ง” จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ที่อาศัยฐานการเมืองเก่าของตระกูล มาผสมผสานกับวิสัยทัศน์ยุคดิจิตอล จึงเสนอนโยบายพัฒนานครปฐมอย่างเป็นระบบ
    สมัยก่อนแค่ “พเยาว์ เนี้ยแก้ว” ไปยื่นสมัครนายก อบจ. ก็ชนะไปครึ่งทางแล้ว แต่สมัยนี้ นครปฐมเปลี่ยน บ้านใหญ่ไม่เปลี่ยนก็เอวัง  

ลุยเชียงใหม่ ‘ตู่’ ไม่ถอย ฉีกจดหมาย ‘แม้ว’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ลุยเชียงใหม่’ตู่’ ไม่ถอย ฉีกจดหมาย ‘แม้ว’ (komchadluek.net)

ลุยเชียงใหม่’ตู่’ ไม่ถอย ฉีกจดหมาย ‘แม้ว’

ลุยเชียงใหม่'ตู่' ไม่ถอย ฉีกจดหมาย 'แม้ว'

5 ธันวาคม 2563 – 14:56 น.

การเมืองแบบเจ๊ๆ กระทบสัมพันธ์คนกันเอง “ตู่” ไม่สนจดหมายนายใหญ่ ขอแฉ “พิชัย” ปกป้อง “บุญเลิศ”

++
    หลังจดหมายน้อยของ ทักษิณ ชินวัตร โผล่มากลางศึกเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ ทำให้สนามนี้เป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศ
    หลายคนอาจคิดว่า เกมเทหมดหน้าตักของทักษิณ อาจหยุดเกมรุกของ “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ แต่เปล่าเลย ประธาน นปช.ยังเดินทางขึ้นไปปราศรัยช่วย “บุญเลิศ บูรณุปกรณ์” ในหลายอำเภอ ทั้งไชยปราการ, ฝาง, ดอยเต่า,ฮอด และจอมทอง ระหว่างวันที่ 6-7 ธ.ค.2563
    จตุพรจะไปย้ำประเด็นเดิมว่า บุญเลิศไม่ได้ทรยศต่ออุดมการณ์ ไม่ได้ทิ้งเพื่อไทย แถมด้วยเรื่องคดีบอส วรยุทธ์
    ด้านพรรคเพื่อไทย ได้ระดมอดีต ส.ส.ไปช่วย “พิชัย เลิศพงศ์อดิศร” หาเสียงกันคึกคัก นำทีมโดย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี

ลุยเชียงใหม่'ตู่' ไม่ถอย ฉีกจดหมาย 'แม้ว'

                     จตุพร เดินหน้าปราศรัยที่เชียงใหม่

++
สุนัย-จตุพร
++
    จะว่าไปแล้ว อดีต ส.ส.เพื่อไทย ที่ไปปราศรัยช่วย “สว.ก้อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร ไม่มีใครกล้าวิพากษ์จตุพร หรือเล่นเรื่องส่วนตัวของบุญเลิศ
    แต่ผู้ที่เปิดแผลบุญเลิศ และจตุพร กลับเป็น “สุนัย จุลพงศธร” อดีต ส.ส.นครสวรรค์ ที่หนีคดีความมั่นคงไปอยู่สหรัฐฯ
    “สุนัย” ปักหลักจัดรายการวิเคราะห์การเมืองทางช่องยูทูบมานานแล้ว มีแฟนคลับสายฮาร์ดคอร์เยอะ เพราะสุนัยโจมตีสถาบันเบื้องสูงเป็นด้านหลัก
    สุนัยพยายามชี้เป้าว่า บุญเลิศไปสวามิภักดิ์กับ “ผู้กองธรรมนัส” ผู้ใหญ่ในพรรครู้ดี ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ บุญเลิศถูกกล่าวหาจากกองเชียร์เพื่อไทยมาตั้งแต่ช่วงเลือกตั้ง ส.ส.
    บุญเลิศคาดอยู่แล้วว่า จะต้องเจอการเล่นนอกเกม จึงได้ติดต่อให้จตุพร เดินทางมาปราศรัยช่วยเคลียร์เรื่องคนทรยศพรรคเพื่อไทย หรือทิ้งตระกูลชินวัตร
    จตุพรโถมใจกายแอ่นอกการันตีว่า บุญเลิศไม่ได้ทิ้งเพื่อไทย และไม่ได้ฝักใฝ่เผด็จการ เพียงแต่บุญเลิศเป็นคนมีน้ำใจ นักการเมืองพรรคไหนไปเชียงใหม่ บุญเลิศก็ให้การต้อนรับ
    ใครจะเชื่อตู่หรือไม่? ไม่รู้ แต่ “เจ๊ใหญ่” ที่อยู่แดนไกลไม่คิดแบบนี้แน่ 

++
การเมืองแบบเจ๊ๆ 
++
    คนเพื่อไทยอาจรู้สึกแปลกใจที่เห็นภาพ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ถี่มาก ในการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่
    เวทีของเพื่อไทยที่ อ.จอมทอง อดีตนายกฯสมชาย ในฐานะ “เขยเชียงใหม่” ปราศรัยภาษาคำเมือง และอ่านจดหมายน้อยของทักษิณ ทุกตัวอักษร 

ลุยเชียงใหม่'ตู่' ไม่ถอย ฉีกจดหมาย 'แม้ว'

              สมชาย หาเสียงเป็นภาษาคำเมือง 

    คนทั่วไปอาจไม่รู้ว่า พิชัย หรือชูชัย หรือ “สว.ก้อง” เป็นคนที่ “สมชาย-เยาวภา” วางแผนปั้นพิชัยมาแต่เริ่มทำทีมฟุตบอลเจแอล เชียงใหม่(ปัจจุบันชื่อเชียงใหม่ ยูไนเต็ด) ให้พิชัยได้ใกล้ชิดกับคนเมือง 

ลุยเชียงใหม่'ตู่' ไม่ถอย ฉีกจดหมาย 'แม้ว'

             พิชัย หรือชูชัย เด็กปั้นเจ๊แดง

    ช่วงหนึ่ง สว.ก้องได้ขยับไปทำทีมเชียงใหม่ เอฟซี จนเป็นที่รู้จักของคอบอลทั้งประเทศ ตามสูตรลูกหนังนำการเมือง  
    จึงไม่น่าแปลกใจที่ทักษิณ ลงทุนเขียนจดหมายจากดูไบ ถึงเชียงใหม่ 

คู่เอกสงขลา ‘ผู้การชาติ-ไพเจน’ เดิมพันอนาคต ปชป. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คู่เอกสงขลา’ผู้การชาติ-ไพเจน’ เดิมพันอนาคต ปชป. (komchadluek.net)

คู่เอกสงขลา’ผู้การชาติ-ไพเจน’ เดิมพันอนาคต ปชป.

คู่เอกสงขลา'ผู้การชาติ-ไพเจน' เดิมพันอนาคต ปชป.

5 ธันวาคม 2563 – 12:33 น.

ศึก อบจ.ภาคใต้ คู่นี้คู่เอก “ผู้การชาติ” ค่ายบูรพาพยัคฆ์ ชน “ไพเจน” ค่าย ปชป.สงขลา คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    สังเวียนเลือกตั้งนายก อบจ.ภาคใต้ ต้องยกให้สงขลาเป็นสมรภูมิ “ท้องถิ่นในระดับชาติ” เพราะเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคพลังประชารัฐ กับพรรคประชาธิปัตย์
    แม้ พปชร.จะมีมติไม่ส่งผู้สมัครนายก อบจ.ลงสนามในนามพรรค แต่โดยข้อเท็จจริง “ผู้การชาติ” พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ก็คือแม่ทัพใหญ่ พปชร.สายใต้
    ฉะนั้น “พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล” แห่งทีมสงขลาประชารัฐ กับ “ไพเจน มากสุวรรณ์” ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ จัดว่าเป็นคู่เอกของภาคใต้ 
    มวยคู่นี้มีเดิมพันสูง ยิ่งกว่าศึกโคชนเงินล้าน เพราะเดิมพันด้วยอนาคตของ ปชป.สงขลา 
    เนื่องจากศึกเลือกตั้ง ส.ส.ปีที่แล้ว ผู้การชาติ นำทีม พปชร.สงขลา กวาดเก้าอี้ ส.ส.ได้ 4 ที่นั่ง (จาก 8 ที่นั่ง) ส่วน ปชป.เหลือแค่ 3 ที่นั่ง

++
จอมยุทธ์สงขลา
++
    ปลายปี 2562 “ผู้การชาติ” พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล จับมือ “แอ๊ด คาราบาว” จัดคอนเสิร์ตคาราบาวมหากุศล 5 วัน 5 อำเภอเป็นการเปิดตัวผู้การชาติ ในชื่อทีมสงขลาประชารัฐ พร้อมคำขวัญ “อบจ.สีขาว”
    “ผู้การชาติ” เคยเป็นผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 5 (สงขลา) และผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 43 จังหวัดนราธิวาส จึงมีเพื่อนพ้องน้องพี่มากมาย รวมถึงแอ๊ด คาราบาว
    เมื่อถอดเครื่องแบบทหารมาสมัคร ส.ส.สงขลา ปี 2535 จึงได้รับเลือกตั้งแบบพลิกความคาดหมาย แม้สมัยต่อมา จะไม่ได้เป็นผู้แทนฯ ผู้การชาติก็ไม่เคยทิ้งงานการเมือง
    พลันที่จบภารกิจเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ผู้การชาติ จึงประกาศเดินหน้าหาเสียงเตรียมลงสมัครนายก อบจ.สงขลา ทันที
    ลองมาดูรายชื่อทีมผู้บริหาร อบจ.สงขลา ของผู้การชาติ ประกอบด้วย รองนายกคนที่ 1 เอกพงษ์ ยีหล๊ะ หรือ “อิหม่ามกิ๊บ” กรรมการมัสยิดควนลัง อ.หาดใหญ่ 
    รองนายกคนที่ 2 สาทร สิกกะ อดีตนายก อบจ.สงขลา เคยร่วมทีมผู้การชาติมาแต่สมัยทีมสงขลารักไทย และรองนายกคนที่ 3อมรรัตน์ ศรีสถิตวงศ์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลสำนักขาม อ.สะเดา 
    ส่วนเลขานุการนายก อบจ.คือ สมชาย เล่งหลัก อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 5 ที่พ่าย ส.ส.เดชอิศม์ ขาวทอง และเป็นคนที่ผู้การชาติไว้ใจมากที่สุดคนหนึ่ง และณัชนาริชาต์ คชาทอง พี่สะใภ้ ส.ส.หนุ่ย-ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย
    เหนืออื่นใด ผู้การชาติ-นักมวยสไตล์บ้านบ้าน ได้พี่เลี้ยงชื่อ ไพร พัฒโน อดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และหิมาลัย ผิวพรรณ 

คู่เอกสงขลา'ผู้การชาติ-ไพเจน' เดิมพันอนาคต ปชป.

++
สายเลือด ปชป.
++    
    ตัวแทนฝั่ง ปชป.คือ ว่าที่ร้อยตรี ไพเจน มากสุวรรณ์ ที่ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่ตำแหน่งนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา (ศิษย์เก่า มว. รุ่น 74) ซึ่งเป็นรุ่นพี่ นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย 2 ปี ก็การันตีคอนเนกชั่น มว.ที่ไม่ธรรมดา
    “ไพเจน” เป็นชาว ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (ม.ศ.5) แล้วไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยการชลประทาน และทำงานที่กรมชลประทานมาโดยตลอด เคยเป็นผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานขนาดใหญ่ รับผิดชอบงานก่อสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ ประตูระบายน้ำ และระบบส่งน้ำ และเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองอธิบดีกรมชลประทาน
    เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2563 พรรคประชาธิปัตย์ สงขลา เปิดตัว “ไพเจน” ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.สงขลา โดยการสนับสนุนของ 4 ส.ส.สงขลาคือ นิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ,ถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ,เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา เขต 5 และ พล.ต.ต สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา เขต 8 

คู่เอกสงขลา'ผู้การชาติ-ไพเจน' เดิมพันอนาคต ปชป.


    สำหรับทีมผู้บริหารของไพเจน ประกอบด้วยรองนายก คนที่ 1 ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อดีต ส.ส.สงขลา (ถาวร เสนเนียม ส่งเข้าประกวด)
    รองนายกคนที่ 2 อับดลรอหมาน กาเหย็ม อดีตรองนายก อบจ.สงขลา ยุค นิพนธ์ บุญญามณี เป็นนายก อบจ.สงขลา
    รองนายกคนที่ 3 “น้ำหอม” สุภาพร กำเนิดผล ภรรยา “นายกชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา ส่วนเลขานุการนายกฯ นิพัฒน์ อุดมอักษร นักธุรกิจชาวหาดใหญ่
    มวยคู่เอก “ผู้การชาติ” กับ “ไพเจน” ในนาทีนี้ หากประเมินผลโพลล์(ลับ) คู่คู่สูสีกันมาก   

 ปัจจัยชี้วัดว่าใครจะแพ้ หรือชนะ น่าจะอยู่ที่ “พี่เลี้ยงระดับชาติ” ของทั้งสองฝ่าย

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ (komchadluek.net)

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

4 ธันวาคม 2563 – 14:12 น.

สะเทือนจากท่าขี้เหล็ก ชาวจีนจากเมียนมาผ่านลาว ลอบกลับเข้าจีน พบติดเชื้อโควิด ลาวสั่งปิด 2 เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

++
สปป.ลาว เผชิญสถานการณ์โควิดระบาดอีกรอบ ถึงขั้นปิดเศรษฐกิจพิเศษ ติดพรมแดนเมียนมา และจีน เนื่องจากสองหนุ่มจีนไปติดเชื้อมาจากท่าขี้เหล็ก

จากกรณีชาวจีนติดโควิด ส่งผลให้ทางการลาว ได้สั่งล็อกดาวน์เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็นแดนงาม แขวงหลวงน้ำ และเมืองต้นผึ้ง(เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ) แขวงบ่อแก้ว

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

สองหนุ่มจีน ลักลอบข้ามแดนติดโควิด

++
ต้นตอ “ท่าขี้เหล็ก”
++
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2563 คณะคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ แขวงหลวงน้ำทา ได้ออกคำแถลงเกี่ยวกับชาวจีน 2 คน ติดเชื้อโควิด คือ MR.ZHANG ZHIXIN และ MR.ZHANG SONGWAI ชาวเมืองจ่างไจ มณฑลฟูเจี้ยน     

จากการตรวจสอบเส้นทางของชายจีน 2 คนดังกล่าว พบว่า พวกเขาเดินทางไปเที่ยวสถานบันเทิง จ.ท่าขี้เหล็ก สหภาพเมียนมา และมีชาวพม่าพาลักลอบนั่งเรือข้ามโขงผ่านบ้านมอม เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว จากนั้น พวกเขานั่งรถตู้ไปแขวงหลวงน้ำทา เข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในเขตเศรษฐกิจบ่อเต็นแดนงาม เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2563

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

เขตเศรษฐกิจบ่อเต็น ถูกสั่งปิดชั่วคราว

ต่อมา คืนวันที่ 1 ธ.ค.2563 มีคนลาว 2 คน มารับตัวชายจีน 2 คน ไปส่งทางช่องธรรมชาติ เพื่อลักลอบข้ามแดนเข้าไปในมณฑลยูนนาน แต่ตำรวจจีนจับกุมตัวไว้ได้ จึงนำตัวชายจีน 2 คน ไปตรวจ PRC ที่บ่อหาน พบติดเชื้อโควิด    

หลังมีข่าวชาวจีน ติดเชื้อโควิด คณะคุ้มครองเขตเศรษฐกิจบ่อเต็นแดนงาม ได้ออกคำสั่งจำกัดบริเวณคนภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และห้ามเข้า-ออกเป็นการชั่วคราว

++
ปิดสามเหลี่ยมทองคำ
++
เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2563 คณะกรรมการเฉพาะกิจควบคุม และป้องกันโควิด แขวงบ่อแก้ว ได้ออกคำสั่ง “ปิดเมืองต้นผึ้ง”  เป็นการชั่วคราว    

สืบเนื่องกรณีชาวจีน 2 คนที่ติดเชื้อโควิด ข้ามแดนจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ผ่านมายังบ้านมอม เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ก่อนเดินทางไปบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา    

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

ปิดเมืองต้นผึ้ง เพราะติดพรมแดนเมียนมา ด้าน จ.ท่าขี้เหล็ก

คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ แขวงบ่อแก้ว จึงออกคำสั่งดังนี้
1.ให้ปิดการเข้า-ออก ของพลเมืองอยู่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว เป็นการชั่วคราว
2.ตั้งด่านตรวจการเข้า-ออก อยู่ที่บ้านน้ำเกิ่งเก่า บ้านม่วงดำ เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของพลเมือง
3.สำหรับหมู่บ้านต่างๆ ให้ตั้งจุดตรวจการสัญจรไปมาของประชาชน ยกเว้นกรณีไปโรงพยาบาล ไปโรงเรียน ไปซื้ออาหาร แต่ต้องได้รับอนุญาต
4.ให้รวบรวมเรือบรรทุกสินค้า เรือเร็วมาไว้ที่จุดเดียว ส่วนเรือพายชาวบ้าน ให้นำขึ้นฝั่งให้หมด สั่งกองหลอน(ทหารบ้าน) -ปกส.บ้าน(ตำรวจบ้าน) ลาดตระเวนตามลำน้ำโขง

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

สามเหลี่ยมทองคำ ก็ถูกสั่งปิด

อนึ่ง เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ อยู่ในเขตปกครองเมืองต้นผึ้ง ทางแขวงบ่อแก้ว ได้ออกคำสั่งปิดด่านสากลสามเหลี่ยมทองคำ และด่านบ้านมอม ไปแล้ว พร้อมมีคำสั่งห้ามเดินเรือบรรทุกสินค้าในลำน้ำโขงโดยเด็ดขาด

ทำความรู้จัก ‘1G1-7HOTEL’ ท่าขี้เหล็ก แหล่งสาวไทยติดเชื้อโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทำความรู้จัก ‘1G1-7HOTEL’ ท่าขี้เหล็ก แหล่งสาวไทยติดเชื้อโควิด-19 (komchadluek.net)

ทำความรู้จัก ‘1G1-7HOTEL’ ท่าขี้เหล็ก แหล่งสาวไทยติดเชื้อโควิด-19

ทำความรู้จัก '1G1-7HOTEL' ท่าขี้เหล็ก  แหล่งสาวไทยติดเชื้อโควิด-19

4 ธันวาคม 2563 – 13:15 น.

ทำความรู้จัด ‘1G1-7HOTEL’ ท่าขี้เหล็ก เมียนมา สถานบันเทิงครบวงจรเพื่อคลายเหงาของนักท่องเที่ยว ในวันที่สังคมออนไลน์ โฟกัสว่ากลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อ COVID-19 ของสาวไทย ไปแล้ว

เชื่อว่าคนไทยค่อนประเทศ ออกอาการฮึ่มๆ อันเนื่องมาจากการติดเชื้อโควิด-19 ของสาวไทยเพียงกลุ่มหนึ่ง ที่เดินทางเข้า-ออกชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อทำมาหากินของสาวสายเอ็น แบบไม่สนใจมาตรการคุมเข้มของภาครัฐ จนเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น ทั้งที่ภาพรวมของประเทศในทุกภาคส่วนกำลังค่อยๆฟื้นตัวจากโควิด-19 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ด่วน ยืนยันพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศอยู่ที่เชียงราย ผู้ป่วยใหม่วันนี้ 14 ราย 

หมอสุดท้อใจ กินข้าวไม่ลง เครียดไปหมด หลังเจอเคสลักลอบเข้าไทยติดโควิด

“สาวเชียงใหม่ติดโควิด” : ข่าวร้ายที่ทำให้บุคลากรทางการแพทย์แทบหมดกำลังใจ  หลังทำงานกันหามรุ่งหามค่ำมาร่วมปี ก็เพื่อปกป้องให้คนไทย “ปลอดโควิด-19” แต่มีคนส่วนน้อยทำให้เกิดผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ และมีมูลเหตุมาจากการไปทำงานในแหล่งบันเทิงเลื่องชื่อ “‘1G1-7HOTEL”ที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา

1G1-7 Hotel อยู่ห่างจากชายแดนของประเทศไทย ที่ด่านแม่สาย จังหวัดเชียงราย ไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ห่างจากจุดผ่านแดนถาวร ตรงสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 เป็นสถานบันเทิงครบวงจรแห่งใหญ่ ในฝั่งเมืองท่าขี้เหล็ก เขตรัฐฉาน ของประเทศเมียนมา

1G1-7 Hotel ถูกพบว่าเป็นสถานที่ ที่สาวไทยได้ติดเชื้อ COVID-19 ก่อนจะเดินทางกลับเข้ามายังในประเทศไทย จนเป็นข่าวน่าสะพรึ่งไปค่อนโลกทุกวันนี้   

1G1-7 Hotel ก็ถือได้ว่าเป็นโรงแรมที่มีความหรูหราและทันสมัยมากๆ เป็นโรงแรมสูง 4 ชั้นด้านในมีสถานบันเทิงครบวงจร ทั้งคาสิโน คาราโอเกะ และดิสโก้เธค จึงเป็นที่นิยมของทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวเมียนมา รวมถึงนักท่องเที่ยวจากจีน ที่ต้องการจะมาสนุกสนานในยามค่ำคืน

ว่ากันว่า คนไทยที่ไปที่โรงแรม 1G1-7 Hotel นั้นมีทั้งที่ไปเที่ยวและทำงานด้วย ซึ่งหลังจากที่มีข่าวการแพร่ระบาดอย่างหนักของโรค COVID-19 ในจังหวัดท่าขี้เหล็กทำให้คนไทยกลุ่มดังกล่าวกลัวจะไม่ได้กลับบ้าน เพราะต้องผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวด จึงเลือกที่จะลักลอบเข้ามาทางเส้นทางธรรมชาติ

ทำให้ชื่อของ ‘1G1-7HOTEL’ ท่าขี้เหล็ก กลายเป็นธุรกิจโรงแรมที่โด่งดังในโลกออนไลน์ไปทั่วโลกในชั่วข้ามคืน และถูกจับตาว่าอาจเป็นต้นตอแพร่โควิด หลังหญิงไทยหลายรายที่ไปทำงานโรงแรมแห่งนี้ ลักลอบเดินทางกลับมาแพร่เชื้อโควิดในประเทศไทย

การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 รอบใหม่นำเข้ามาตามแนวชายแดนจังหวัดเชียงราย เมื่อพบว่าหญิงชาวไทย ที่ไปทำงานในโรงแรม ‘1G1-7HOTEL’ ลักลอบกลับเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ติดเชื้อโควิดรายแรก

ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 17 ราย นับตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.2563 จนถึงก่อนเที่ยงวันที่ 4 ธ.ค.2563 ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย, พะเยา, กรุงเทพ, พิจิตร และราชบุรี ซึ่งล้วนแต่เป็นหญิงสาวที่ทำงานในสถานที่เดียวกันทั้งหมด จึงเกิดคำถามว่า ทำไม “1G1-7HOTEL” จึงมีอิทธิพลกับสาวไทยกลุ่มนี้

“1G1-7HOTEL” เป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องราตรีเป็นอย่างดี เกิดจากการลงขันของกลุ่มนักลงทุน มากกว่า 7 คน เชื้อชาติต่างๆ ทั้ง ไทย เมียนมา ไทยใหญ่ ว้า กะเหรี่ยง และจีน โดยในวงการธุรกิจสายสีเทา รู้กันดีว่า หุ้นใหญ่เป็นชาวจีน เปิดบริการเมื่อ 3-4 ปีก่อน

“1G1-7HOTEL” ตกแต่งสถานที่มีความหรูหรา เน้นรองรับกลุ่มลูกค้าที่มีระดับบน และต้องการเสพความบันเทิงในทุกรูปแบบ ไปจนถึงยาสวรรค์บางชนิด

ภายในโรงแรมแห่งนี้ ชั้นล่างเป็นการให้บริการผับ บาร์ และดิสโก้เทค รองรับคนได้นับ1,000คน รวมถึงมีบ่อนกาสิโน  ส่วนชั้น 2 เป็นห้องคาราโอเกะแบบวีไอพี จำนวนกว่า 20 ห้อง แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับต่ำสุดโต๊ะละ 500 บาทต่อชั่วโมง ระดับกลางโต๊ะละ 1,000 บาทต่อชั่วโมง และระดับสูงสุดโต๊ะละ 2,000 บาทต่อชั่วโมง

ไม่เพียงเท่านั้น มีบริการเครื่องดื่ม และมีบริการหญิงสาวเข้าไปนั่งดื่มพูดคุยด้วย แต่หากเป็นระดับวีไอพี และต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ก็จะมีบริการชั้นบนที่สูงขึ้นไปอีก โดยมีคนคอยคุ้มกันการเข้าออกสู่ชั้นบนอย่างแน่นหนา

ว่ากันว่า หญิงสาวจากประเทศไทยที่เข้าไปทำงานที่ 1G1-7HOTEL ได้รับความนิยมสูง ในกลุ่มผู้ไปใช้บริการทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่าวประทเทศมากที่สุด 

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราช #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราช (komchadluek.net)

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราช

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราช

4 ธันวาคม 2563 – 11:20 น.

ส่อง 4 ตัวเต็ง สมรภูมิ อบจ.เมืองย่าโม ไม่สังกัดพรรค แต่มี “พวก” หนุน  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ย้อนไปเมื่อปี 2555 ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.โคราช ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ได้ 487,470 คะแนน , นพ.สำเริง แหยงกระโทก ได้ 421,507 คะแนน และวิฑูร ชาติปฏิมาพงษ์ ได้ 96,482 คะแนน    

อ่านข่าว…  โคราชกันเอง’แม่หน่อย’ ท้ารบ ก้าวหน้า-หมอแหยง

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราช

หน่อย ยลดา หาเสียงทุกอำเภอ

ว่ากันว่า “ระนองรักษ์” โกยแต้ม จนได้เป็นนายก อบจ.เมืองย่าโม ก็ด้วยแรงสนับสนุนจากพรรคชาติพัฒนา,พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชบางส่วน 

รอบนี้ “ระนองรักษ์” ไม่ลงสนาม แต่ฐานเสียงตระกูล “สุวรรณฉวี” ตอนเลือกตั้ง ส.ส.นั้น ได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย    

ปี 2563 สังเวียนท้องถิ่นนครราชสีมา ถือว่าเป็นจังหวัดใหญ่ มี ส.อบจ. ได้ 48 เขตจาก 32 อำเภอผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 2 ล้าน 2 แสนคน มีงบประมาณบริหารจัดการมากถึงปีละ 4 พันล้านบาท     

บริบททางการเมืองปีนี้ อาจต่างจากปี 2555 ที่ไม่มีกระแสเสื้อแดงแรงฤทธิ์ แต่ก็มีกระแสต้าน “คนล้มเจ้า” 

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราช

หมอแหยง ขายสภาประชาชน

++
เมียกำนันป้อ
++
เต็งหนึ่งที่จะคว้าเก้าอี้นายก อบจ.โคราช ทุกเกจิการเมืองยกให้ “แม่หน่อย เอี่ยมเฮง” ยลดา หวังศุภกิจโกศล ภรรยา “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์     

สาเหตุที่ “ยลดา” มาแรง เพราะตระกูลการเมืองใหญ่ๆ ในโคราช ได้พร้อมใจกันสนับสนุนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เธอจึงใช้ชื่อกลุ่มร่วมสร้างโคราชโฉมใหม่    

ลำพังยี่ห้อ “เอี่ยมเฮง” แป้งมันพันล้าน คู่แข่งก็หวั่นไหวอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอตระกูลดังๆ ส่งเสียงเชียร์ ยิ่งไปกันใหญ่

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราช

สาธิต ก้าวหน้า หวังกระแสคนรุ่นใหม่

++
ศักดิ์ศรีหมอแหยง
++
“หมอแหยง” นพ.สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา ที่พ่ายแก่ “ระนองรักษ์” ก็ตั้งเป้าทวงคืนเก้าอี้ผู้บริหารท้องถิ่น โดยเปิดตัวเป็นทีมงานภูมิใจไทย ตั้งแต่ปี 2561 และหวังว่าจะสวมเสื้อสีน้ำเงินลงสมัครนายก อบจ.    

จู่ๆ ผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย ไฟเขียวให้ “ยลดา” ภรรยากำนันป้อ ลงสนามท้องถิ่น หมอแหยงผิดหวังมาก แต่ไม่ถอย จึงเดินหน้าลงสมัครนายก อบจ.โคราช ในนามกลุ่มรักษ์โคราช    

หมอแหยง  เคยดำรงตำแหน่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และมีบทบาทสนับสนุนงานของ อสม.ทั้ง 32 อำเภอ แถมได้แรงหนุนจาก ทอง วิริยะจารุ ประธานสันนิบาตสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา 

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราช

แก้ว ด๊ะดาด อดีตนายก อบจ.โคราข 3 สมัย

++
กระแสก้าวหน้า
++
คณะก้าวหน้า กลายเป็นตัวแปรในสมรภูมิ อบจ. เมื่อธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปูพรมแคมเปญ “เขย่าท้องถิ่นทั่วไทย”     

สาธิต ปิติวรา ไม่ใช่นักการเมืองท้องถิ่น ไม่ใช่นักธุรกิจใหญ่ เป็นนักการศึกษา ที่เคยลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่     

กลางปี 2562 สาธิตเสนอตัวเป็นว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.โคราช และผ่านการเห็นชอบจาก “ธนาธร-ปิยบุตร”    

กลุ่มเยาวชนและนักศึกษาที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมากกว่า 6 แสนคน คือเป้าหมายของ สาธิต ปิติวรา และทีมงานก้าวหน้าโคราช

++
แก้ว ด๊ะดาด
++ 
คนโคราชจะรู้จัก “นายกฯแก้ว ด๊ะดาด”  หรือ วิฑูร  ชาติปฏิมาพงษ์ เป็นอย่างดี เพราะเขาเป็นนายก อบจ.โคราช 3 สมัย และประธานสภา อบจ.อีก 8 สมัย    

ด้วยการที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นมานานกว่า 3 ทศวรรษ วิฑูร จึงมีฐานคะแนนของตัวเอง ไม่ได้อิงกับพรรคใด

ศึกล้านนา ‘แม้ว’ ไม่ทน สยบเกม ‘จตุพร’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศึกล้านนา’แม้ว’ ไม่ทน สยบเกม ‘จตุพร’ (komchadluek.net)

ศึกล้านนา’แม้ว’ ไม่ทน สยบเกม ‘จตุพร’

  ศึกล้านนา'แม้ว' ไม่ทน สยบเกม 'จตุพร'

3 ธันวาคม 2563 – 18:09 น.

แผนโต้กลับ “เดอะตู่” เข้าเป้า ล่อ “ทักษิณ” ออกจากถ้ำ เปิดศึกชน “บุญเลิศ” ชำระแค้นแบบนิ่มๆ

++
    ศึกชิงเก้าอี้นายก อบจ.เชียงใหม่ ระหว่าง “บุญเลิศ บูรณุปกรณ์” อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่ สังกัดกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม กับ “พิชัย เลิศพงศ์อดิศร” พรรคเพื่อไทย ได้ยกระดับจาก “ท้องถิ่น” เป็นระดับชาติเรียบร้อยแล้ว
    หลังจาก ทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงทุนเขียนจดหมายอ้อนชาวเชียงใหม่ ให้เลือก “ส.วก้อง” พิชัย เป็นนายก อบจ.เชียงใหม่
    เนื้อหาของจดหมายน้อยจากดูไบ ได้เล่าถึงความสำเร็จของนโยบายประชานิยม สมัยรัฐบาลไทยรักไทย
    แต่ความแสบสันต์ของจดหมายออนไลน์ฉบับนี้ อยู่ตรงประโยคที่ว่า มีคนเพื่อไทยบางคน ทิ้งตระกูล “ชินวัตร”
    “ผมอาจจะถูกทิ้งโดยนักการเมืองบางคนไปบ้าง ผมรู้สึกเฉยๆครับ แต่ถ้าพี่น้องชาวเชียงใหม่บ้านเกิดของผมทิ้งผม ผมคงเสียใจมาก”

  ศึกล้านนา'แม้ว' ไม่ทน สยบเกม 'จตุพร'

                   สองพี่น้อง อ้อนคนเชียงใหม่ 

++
ใครทิ้งทักษิณ
++
    ทักษิณไม่ได้ระบุในจดหมายว่า นักการเมืองคนไหนทิ้งเขา แต่กลับยืมปาก “สุนัย จุลพงศธร” ที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐฯ พูดผ่านช่องยูทูบ ที่มีคนติดตามฟังมากมาย
    “สุนัย” อัด “จตุพร พรหมพันธุ์” ตรงๆว่า ทิ้งพรรคเพื่อไทย ไปช่วยบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ แข่งกับคนของพรรค ซึ่งอดีต ส.ส.นครสวรรค์ บอกว่า บุญเลิศย้ายฝั่งไปแล้ว ไปสวามิภักดิ์กลุ่มเผด็จการ
    จริงๆแล้ว “บุญเลิศ” เจอข้อหา “อยู่ฝั่งเผด็จการ” และเคยให้การสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ มาตั้งแต่ช่วงเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 
เมื่อถึงฤดูเลือกตั้งท้องถิ่น ก็เจอซ้ำอีก
    “บุญเลิศ” จึงต้องแก้เกมให้ “เดอะตู่” ประธาน นปช. มาช่วยยืนยันความเป็นคนฝั่งประชาธิปไตย
    โดยประธาน นปช. เดินสายปราศรัย 7 อำเภอ เน้นย้ำเรื่องเก่าสมัยรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ 2560 

  ศึกล้านนา'แม้ว' ไม่ทน สยบเกม 'จตุพร'

                         จตุพร เล่นจริง เจ็บจริง 

    เนื่องจาก “บุญเลิศ” และหลานสาว ได้ทำจดหมายถึงประชาชน รณรงค์ไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญ จึงถูก คสช.ดำเนินคดี ต้องพักงานในตำแหน่งนายก อบจ.เชียงใหม่ และไปติดคุก มทบ.11 อยู่ 1 เดือน 
    จตุพรเชิดชู “บุญเลิศ” เป็นนักสู้ประชาธิปไตย ยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย จนติดคุก 1 เดือน แถมโดนพรรคเพื่อไทยทอดทิ้ง
    หลังจบปฏิบัติการชุดแรก “บุญเลิศ” โพสต์เฟซบุ๊คว่า “ชัดเจนแล้วนะครับ ว่าผม และกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม อยู่ฝั่งประชาธิปไตย และเคียงข้างทุกคนเสมอมา” 


  ศึกล้านนา'แม้ว' ไม่ทน สยบเกม 'จตุพร'

                   บุญเลิศขออยู่ฝั่งประชาธิปไตย

++
แค้นเจ๊แดง
++
    ย้อนไป 20 กว่าปีที่แล้ว นับแต่ทักษิณ ชินวัตร ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ตระกูล “บูรณุปกรณ์” ยืนเคียงข้างตระกูล “ชินวัตร” มาโดยตลอด
    บุญเลิศลงสนามนายก อบจ.เชียงใหม่ หนที่แล้ว ก็ยังสวมเสื้อกลุ่มเพื่อไทยเชียงใหม่ เพียงแต่หนนี้ “เจ๊แดง” สนับสนุน “ส.ว.ก้อง” ให้ลงสมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ มาแต่ปี 2561 
    นัยว่า ช่วงที่บุญเลิศโคน คสช.เล่นงานนั้น ปรากฏว่า ไม่มีใครยื่นมือมาช่วย และบุญเลิศต้องดิ้นรนต่อสู้ด้วยตัวเอง จึงมีข่าวลือไปถึงหูเจ๊แดงว่า บุญเลิศแปรพักตร์
    
    ปี 2561 ตอนที่ “ส.ว.ก้อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร ทำทีมฟุตบอลเจแอลเชียงใหม่ สภากาแฟคนเมืองได้พูดกันหนาหูว่า “เจ๊แดง” กำลังปูทางให้ ส.ว.ก้อง มาลงเล่นสนามท้องถิ่นแทนบุญเลิศ
    ด้วยเหตุที่ตระกูล “บูรณุปกรณ์” อยู่กับการเมืองท้องถิ่นเชียงใหม่มานานกว่า 3 ทศวรรษ จึงหยั่งรากฝังลึกเครือข่ายไว้ทั่วทุกอำเภอ
    ส่วน “ส.ว.ก้อง” คนหน้าใหม่ เพิ่งเล่นการเมือง อาศัยแบรนด์เพื่อไทยอย่างเดียวไม่พอ แม้จะให้สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ยาใจเจ๊แดงมาเดินแนะนำตัว ส.ว.ก๊อง ก็อาจไม่ทันการณ์
    “ทักษิณ” จึงต้องอ้อนคนเมืองผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อยืนยันว่า ส.ว.ก้องคือตัวแทนของ “ชินวัตร” 

อบจ.ฝั่งโขง 3 คน 3 ค่าย โตมาจากทักษิณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อบจ.ฝั่งโขง 3 คน 3 ค่าย โตมาจากทักษิณ (komchadluek.net)

อบจ.ฝั่งโขง 3 คน 3 ค่าย โตมาจากทักษิณ

อบจ.ฝั่งโขง 3 คน 3 ค่าย โตมาจากทักษิณ

3 ธันวาคม 2563 – 14:35 น.

นครนาคาเดือด “คนกันเอง”บรรเลงศึก อบจ. เครือญาติ ส.ส. ท้าชิงอดีตเด็กปั้น

++
ส่องสนามเลือกตั้งนายก อบจ.นครพนม ปี 2563 ถือว่าเป็นการแข่งขันที่คู่คี่สูสีมาก เพราะผู้สมัครตัวเต็ง ต่างมีจุดแข็ง จุดอ่อน ไม่ต่างกันมากนัก แถมกองเชียร์ระดับชาติก็ไม่ธรรมดา

อ่านข่าว…  “พ่อมดดำ” เพื่อไทยชายโขง ดับฝัน “ป๊อก”

อ่านข่าว… คู่รักคู่แค้น’ชิดชัย’ชน “กัลป์ตินันท์” 

อบจ.ฝั่งโขง 3 คน 3 ค่าย โตมาจากทักษิณ

แชมป์เก่า สมชอบ

ข้อสังเกตประการหนึ่ง ผู้สนับสนุนผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม ทั้ง 3 คนคือ สมชอบ นิติพจน์ ,ศุภพานี โพธิ์สุ และณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ ล้วนแต่เป็นคนกันเอง เคยอยู่ใต้ร่มเงา “ทักษิณ” มาก่อน

++
อดีตเด็กปั้นไพจิตร
++
กองเชียร์เพื่อไทย นครพนม อาจรู้สึกแปลกๆ วันที่ “เกรียง กัลป์ตินันท์” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ถ่อสังขารจากอุบลฯ มาถึงนครพนม เพื่อเปิดตัว “สมชอบ นิติพจน์” ผู้สมัครนายก อบจ. ในนามกลุ่มรวมเพื่อไทย..เพื่อนครพนม    

จากนั้น คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ได้มีมติส่งสมชอบ ลงสมัครนายก อบจ.นครพนม สังกัดพรรคเพื่อไทย    

“สมชอบ” เล่นการเมืองท้องถิ่น เป็น สจ.นครพนม เขต อ.ปลาปาก โดยการสนับสนุนของไพจิตร ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม สมัยที่ยังสังกัดพรรคความหวังใหม่    

ปี 2551 สมชอบ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.นครพนม สมัยแรก โดยการสนับสนุนของ ส.ส.นครพนม พรรคพลังประชาชน 

ปี 2555 สมชอบ แข่งกับ “น้ำผึ้ง” ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ หลานสาว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เวลานั้น น้ำผึ้งได้สวมเสื้อเพื่อไทย ส่วนสมชอบ ลงสมัครอิสระ แต่สุดท้าย สมชอบชนะอีกครั้ง    

นายกฯ สมชอบ ตั้ง สุจินดา ศรีวรขาน ภรรยา ไพจิตร ศรีวรขาน นั่งรองนายก อบจ.คนที่ 1 และพูนสุข โพธิ์สุ ภรรยา ศุภชัย โพธิ์สุ นั่งรองนายก อบจ. คนที่ 2    

พูดง่ายๆ สมชอบ ได้ “สิงห์เหนือ“ ครูแก้ว ศุภชัย โพธิ์สุ พรรคภูมิใจไทย และ”เสือใต้” ไพจิตร ศรีวรขาน พรรคเพื่อไทย เป็นผู้สนับสนุนหลัก จึงชนะหลานสาวบิ๊กจิ๋ว    

ปีนี้ สถานการณ์เปลี่ยน สมชอบไปใช้บริการ “เสี่ยเกรียง” ส่วนสิงห์เหนือ-เสือใต้ ปั้นเด็กใหม่ส่งเข้าประกวดแทน

อบจ.ฝั่งโขง 3 คน 3 ค่าย โตมาจากทักษิณ

ลูกสาวครูแก้ว

++
ลูกสาวครูแก้ว
++
ขวัญ” ศุภพานี โพธิ์สุ กลุ่มนครพนมร่วมใจ ลูกสาวคนโตของ “ครูแก้ว” ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ และ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ออกหาเสียงล่วงหน้ามาเป็นปีแล้ว    

สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ศุภชัย ส่งลูกสาว- ศุภพาณี ไปเป็นเลขานุการ รมว.มหาดไทย (ชวรัตน์ ชาญวีรกูล) เป็นการฝึกงานการเมือง และทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย ส.ส.ให้บิดามาหลายสมัย    

ศุภพานี ประกาศชื่อคณะผู้บริหารทันทีคือ นพ.อลงกต มณีกาศ อดีต ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อแผ่นดิน และชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย    

ครูแก้วโตมาจากการเมืองท้องถิ่น และลงสมัคร ส.ส.ก็สอบตกหลายหน แต่เริ่มมีบทบาทในสภาฯ สมัยพรรคพลังประชาชน และได้เป็นรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์

อบจ.ฝั่งโขง 3 คน 3 ค่าย โตมาจากทักษิณ

คันคาย ส.ส.เก่า พาธนาธร และน้องชาย เดินหาเสียง

++
น้องคันคาย
++
“ณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ” น้องชาย อรรถสิทธิ์ (คันคาย) ทรัพยสิทธิ์ อดีต ส.ส.นครพนม 7 สมัย ก่อตั้งกลุ่มมหานครพนม เปิดตัวลงสมัครนายก อบจ.นครพนม ก่อนเจรจากับธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โยกมาลงสมัครในนามคณะก้าวหน้า     

ณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ เดินตามรอยพี่ชายเล่นการเมืองท้องถิ่น และลงสมัคร ส.ส. แต่สอบตก    

สมัยรัฐบาลสมชาย และรัฐบาลสมัคร ณพจน์ศกร เป็นเลขานุการรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย และที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์     

ปี 2554 ณพจน์ศกร ลงสมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เขต 4 นครพนม สอบตก และปี 2562 มีชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อคนไทย ก็ไม่ได้เป็น ส.ส. ก่อนจะเบนเข็มมาเล่นการเมืองท้องถิ่น

เปลือยใจ “การ์ดแดง” ใครแท้ใครเทียม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปลือยใจ “การ์ดแดง” ใครแท้ใครเทียม (komchadluek.net)

เปลือยใจ “การ์ดแดง” ใครแท้ใครเทียม

เปลือยใจ "การ์ดแดง" ใครแท้ใครเทียม

3 ธันวาคม 2563 – 12:08 น.

ทุกคนคือแกนนำ ไม่มีใครฟังใคร การ์ดราษฎรวุ่นไม่จบ งวดนี้ “การ์ดแดงแสลงใจ” ไม่ยอมขึ้นทะเบียน คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ปัญหา “การ์ดราษฎร” กลายเป็นวาระแห่งชาติของม็อบสามนิ้วไปเสียแล้ว ระดับ “ประธานไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก ต้องลงมาดูแลด้วยตัวเอง หลัง “โตโต้” ถอนตัว

อ่านข่าว…   “วีโว่” ถอย ขัดแย้งอาชีวะม็อบราษฎรป่วน

เปลือยใจ "การ์ดแดง" ใครแท้ใครเทียม

สมบัติ ทองย้อย พี่ใหญ่การ์ดแดง

จริงๆแล้ว ผู้ที่รับผิดชอบการ์ดอาสาร้อยพ่อพันแม่โดยตรงคือ “เฮียบุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร และ “ทราย” อินทิรา เจริญปุระ ในฐานะท่อน้ำเลี้ยงม็อบราษฎร    

ทั้งคู่เป็นผู้จัดการหาเครื่องสื่อสาร และอุปกรณ์ป้องกันตัวของการ์ดอาสา จึงส่งเสียงดังไปยังกลุ่มก๊วนต่างๆได้    

เดิมทีมีแค่ “การ์ดวีโว่” ที่เป็นนักศึกษาและประชาชน มี “โตโต้”ปิยรัฐ จงเทพ เป็นหัวหน้า     

ต่อมา มี “การ์ดภาคีเพื่อประชาชน” รวมการ์ดอาสาประมาณ 10 กลุ่ม โดยมี “เก่ง อาชีวะ” และ “เอ็ม ปลดแอก” เป็นพี่ใหญ่    

นอกจากนี้ ยังมีการ์ดอารักขาแกนนำ ไม่ว่าจะเป็นเพนกวิน, รุ้ง, อานนท์ ,ไมค์ และมายด์    

ที่มีคนพูดถึงน้อยที่สุดคือ การ์ดเสื้อแดง นำโดย สมบัติ ทองย้อย ซึ่งรวบรวมอดีตการ์ด นปช. มาทำหน้าที่การ์ดอาสาจำนวนหนึ่ง

เปลือยใจ "การ์ดแดง" ใครแท้ใครเทียม

เฮียบุ๊ง

++
การ์ดแดงแรงฤทธิ์
++
การชุมนุมที่ห้าแยกลาดพร้าว หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรากฏว่า เกิดกรณีการ์ดราษฎรถีบรถชาวบ้าน     

“เฮียบุ๊ง” โพสต์เฟซบุ๊กทันทีว่า “…เรื่องการ์ดที่ไปถีบรถชาวบ้าน ผู้ก่อเหตุเป็นการ์ดของคนเสื้อแดงนะครับ แล้วก็เป็นกลุ่มการ์ดที่อยู่นอกระบบ ตอนนี้ที่ทางเราได้จัดการไปก็คือ ริบปลอกแขนของผู้ก่อเหตุแล้วก็เชิญออกนอกพื้นที่แล้ว..”    

ด้าน “แม่ยกทราย” ได้โพสต์ว่า  “การ์ดทุกทีม ทีมงานทุกฝ่าย เข้าใจและให้ความร่วมมือหมด ยกเว้นทีมการ์ดเสื้อแดง(เรียกรวมๆไปเลยนะคะ ทางทีมรู้อยู่แล้วว่าคือใครบ้าง)…” 

++
เสียงการ์ดแดง
++
พลันที่เกิดเรื่องการ์ดแดงถีบรถชาวบ้าน “สมบัติ ทองย้อย” หัวหน้ากลุ่มการ์ดเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ผมในฐานะพี่ใหญ่ของกลุ่มการ์ดเสื้อแดง ต้องขอโทษต่อการกระทำของน้องในทีมงานไว้ ณ ตรงนี้..”    

จะว่าไปแล้ว สมบัติ ทองย้อย ได้เข้ามาเป็นการ์ดอาสาช่วยน้องๆนักศึกษา ตั้งแต่ยุค “ม็อบคนอยากเลือกตั้ง” โดยเวลานั้น รังสิมันต์ โรม ,ชลธิชา แจ้งเร็ว, อานนท์ นำภา และปิยรัฐ จงเทพ เป็นแกนนำ     

สมบัติไม่ใช่คนแปลกหน้าของแกนนำม็อบสามนิ้วในวันนี้ พวกเขารวบรวมอดีตการ์ด นปช.มาเป็นการ์ดอาสา    

เรื่องน่าจะจบ แต่ไม่จบ เพราะพ่อยกแม่ยกแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊คต่อว่าต่อขานการ์ดแดง “สมบัติ” จึงชี้แจงอีกครั้ง    

หลังเกิดเหตุดังกล่าว สมบัติถูกตามตัวไปพบ “ประธานไมค์” หลังเวทีปราศรัย ในฐานะพี่ใหญ่การ์ดแดง ก็ขอโทษขอโพย และรับปากว่าจะควบคุมไม่ให้เกิดเรื่องขึ้นอีก    

สมบัติบอกประธานไมค์ว่า จะโพสต์ขอโทษประชาชน แต่พอออกจากหลังเวทีไม่ถึง 5 นาที “เฮียบุ๊ง” กับ “ทราย” ก็โพสต์ต่อว่า การ์ดเสื้อแดง ซึ่งสมบัติรับไม่ได้    

“ผมรับไม่ได้ ผมก็ไม่ใช่ผู้ดีมาจากไหน ผมอายุ 52 แล้วเขาละ คำแบบนั้น มันใช่หรือสำหรับคนที่อายุน้อยกว่าจะบอกกับคนอายุมากกว่า  อย่าอวยกันจนลืมความถูกต้องนะครับ”    

สิ่งที่สมบัติรับไม่ได้คือ การ์ดแดงเป็น “การ์ดนอกระบบ” ไม่ฟังใคร และไม่ยอมลงทะเบียน นี่เป็นรอยร้าวลึกที่สะสมรอวันระเบิด